WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, November 22, 2009

เพื่อไทย เรียกร้องนายกฯถอนยกเลิกเอ็มโอยูพื้นที่ทับซ้อนทะเลไทย-กัมพูชา

ที่มา MCOT News




พรรคเพื่อไทย 22 พ.ย. - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ถอนการเสนอญัตติเรื่องการยกเลิกบันทึกข้อตกลง การเจรจาเขตพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2544 ออกจากการพิจารณาของที่ประชุมร่วมของรัฐสภา เพราะถือเป็นความผิดพลาดร้ายแรง ทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายและเสียประโยชน์

“การที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาระบุว่า การยกเลิกบันทึกข้อตกลงฯ ทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์อย่างมาก ก็ทำให้นายกรัฐมนตรีเริ่มเปลี่ยนท่าที จากที่เห็นว่าความผิดดังกล่าวเกิดจากความผิดของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นการระบุว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ มารับเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจให้กัมพูชา การกระทำดังกล่าวเป็นการยอมรับถึงความผิดพลาดในการตัดสินใจ และแสดงให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีนำอคติที่เกลียดชัง พ.ต.ท.ทักษิณ มาแลกกับผลประโยชน์และความเสียหายของประเทศชาติ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-22 12:36:39

เพื่อไทย เตรียมยื่นถอดถอน กอร์ปศักดิ์ อ้างเลี่ยงภาษีให้นักธุรกิจต่างชาติ



พรรคเพื่อไทย 22 พ.ย. - นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนและทีมกฎหมายของพรรค จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อยื่นถอดถอนนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 กรณีนายกอปศักดิ์ให้นาย loel Guinness นักธุรกิจชาวสวิตเซอร์แลนด์ เช่าบ้าน โดยแบ่งสัญญาเช่าออกเป็น 3 สัญญา คือ สัญญาบริการ, สัญญาเช่าบ้านพักอาศัย และสัญญาเช่าเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องใช้ เป็นเวลา 2 ปี มูลค่ารวม 10 ล้านบาท ต่อมาผู้เช่าไปสอบถามนายกอร์ปศักดิ์ว่า เหตุใดจึงต้องทำสัญญา 3 สัญญา และได้รับคำตอบว่า ที่ไม่ทำสัญญาเดียวเพราะเกี่ยวกับการเสียภาษีรายได้ให้รัฐ หากทำสัญญาเดียวจะทำให้เสียภาษีจำนวนมาก การทำสัญญาหลายสัญญาจะทำให้เสียภาษีลดลง การทำเช่นนี้เป็นการสะท้อนตัวตนของนายกอร์ปศักดิ์ว่ามีคุณธรรมและจริยธรรมเพียงใด

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า จากนั้นได้เกิดปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้า เพราะผู้เช่าไม่ได้มาอยู่เมืองไทย แต่ละปีมาอยู่เพียง 2-3 เดือน ต่อมาการไฟฟ้านครหลวงตรวจพบว่า มีการทุจริตโกงการใช้ไฟฟ้า จนมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เช่า โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 3 แสนบาท ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ ตนจึงขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ตรวจสอบจริยธรรมของนายกอร์ปศักดิ์ และตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายว่าใครเป็นผู้ทำ รวมถึงต้องนำคนผิดมาลงโทษเพื่อทำความจริงให้กระจ่าง.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-22 12:39:20

พล.อ.ชวลิต เสนอ รัฐบาลเฉพาะกาล หาทางออกให้ประเทศ

มูลนิธิบ้านเลขที่ 111- 21 พ.ย. “พล.อ.ชวลิต” เสนอ “รัฐบาลเฉพาะกาล”ระดมความสามารถจากคนของแต่ละพรรคการเมืองและมีฝ่ายค้านร่วมด้วย เป็นแนวทางแก้ปัญหาของประเทศ ยัน กลับเข้าสนามการเมืองอีกครั้งไม่ได้มีเป้าหมายเป็นนายกรัฐมนตรี

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวในตอนหนึ่งระหว่างเปิดอบรมหลักสูตรผู้นำการพัฒนาประชาธิปไตย รุ่นที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 พรรคไทยรักไทย ว่า การแก้ไขปัญหาของประเทศทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและการสร้างประชาธิปไตย มีเพียง 3 องค์กรหลักที่จะช่วยได้ คือ1.สถาบันสูงสุดของประเทศ เพราะทุกครั้งที่ประเทศมีปัญหาความขัดแย้ง ประชาชนมักจะฝากความหวังไว้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่จะคลี่คลายปัญหา และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพระมหากษัตริย์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน

พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ส่วนสถาบันที่ 2. สถาบันทหาร ที่เคยเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยการปฏิวัติมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็แก้ไขปัญหาได้ไม่ถูกจุด และไม่ประสบความสำเร็จ แต่กลับทำให้ประชาชนเบื่อการเมืองแบบเก่าที่มีการปฎิวัติแล้วความขัดแย้งยังคงมีอยู่ และ 3.รัฐบาล ที่ต้องรู้ความต้องการของประชาชนเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วน ที่ควรกำหนดให้เป็นวาระของชาติ ขณะเดียวกัน เห็นว่าการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลยังไม่ถูกต้อง ทั้งที่ควรใช้นโยบายเข้าไปดูแลสิ่งที่กระทบกับจิตใจของคนในพื้นที่ แต่กลับเป็นการใช้งบประมาณและกฎหมายมากจนเกินไป โดยไม่มีการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ

“หากรัฐบาลเปิดใจกว้างให้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล โดยมีตัวแทนจากทุกพรรคเข้าร่วม เพื่อนำความสามารถที่แต่ละพรรคแต่ละกลุ่มมีอยู่มาใช้ในการแก้ปัญหา และให้มีฝ่ายค้านเพียง 1-2 คนร่วมด้วยเพื่อไม่ให้ขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะสามารถยุติปัญหาของประเทศได้ หากรัฐบาลทำตามข้อเสนอนี้การแก้ปัญหาของประเทศก็ทำได้ไม่ยาก” พล.อ.ชวลิต กล่าว

พล.อ.ชวลิต กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากทำในขณะนี้คือต้องการแสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงมีความจงรักภักดี ประเทศชาติกลับมาสามัคคีสมานฉันท์อีกครั้ง และความสงบสันติจะต้องกลับคืนสู่สามจังหวัดภาคใต้อีกครั้ง ยืนยันว่าการกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้งไม่ต้องการที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-11-21 14:52:43

รัฐบาลติดกับ หมาก"ทักษิณ"

ที่มา ข่าวสด



อุณหภูมิการเมืองเย็นลงทันทีเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บินออกจากประเทศกัมพูชากลับฐานที่มั่นเดิมเมืองดูไบ

แต่ข้อสรุปว่าใครจะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ จากการปลุกกระแส"ชาตินิยม-คลั่งชาติ"ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ สู้กับยุทธศาสตร์"โลกล้อมไทย" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ยังต้องใช้เวลามากกว่านี้เป็นตัวตัดสิน

การไปหลงใหลได้ปลื้มกับผล โพลบางสำนัก ที่ระบุรัฐบาลไทยคะแนนเรตติ้งพุ่งพรวดด้วยดำเนินมาตรการ"ตาต่อตาฟัน ต่อฟัน" กับรัฐบาลกัมพูชาจากกรณีที่เกิดขึ้นนั้น

อาจเป็นตัวชักพาให้นโยบายของรัฐ บาลต่อกัมพูชาเข้ารกเข้าพงไปมากกว่านี้

อย่างล่าสุดมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เริ่มออกมาตักเตือนรัฐบาลบ้างแล้วว่าอย่าโหมปลุกกระแสชาตินิยมจนมากเกินไป

เดี๋ยวจะบานปลายจนคุมไม่อยู่

เพราะจะดีร้ายอย่างไรกัมพูชาคือประเทศเพื่อนบ้านรั้วติดกัน

การตอบโต้ด้วยกระแสชาตินิยมที่มากเกินไปอาจส่งผลร้ายต่อความปลอดภัยของประชาชนทั้ง 2 ประ เทศได้

โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ชะ ตากรรมของวิศวกรไทย ซึ่งถูกจับกุมยัดเยียดข้อหาเป็นสายลับยังอยู่ในเงื้อมมือรัฐบาลกัมพูชา

ถ้ารัฐบาลไทยยังอยากเล่นบทพระ เอกต่อไป

ก็จำเป็นต้องระมัดระวังและไม่ทำอะไรผลีผลามมุทะลุมากกว่านี้

และสิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องไม่หลงเล่นตามเกมของพ.ต.ท.ทักษิณอย่างเด็ดขาด

แน่นอนว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จำเป็นต้องอาศัยกรณีนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ถูกจับกุม เป็นเกมลบล้างการถูกพะยี่ห้อ"คนเหนือ ชื่อใต้ ใจเขมร"

จนทำให้คะแนนนิยมของพ.ต.ท.ทักษิณในหมู่คนไทยลดฮวบฮาบ และอาจส่งผลเสียหายต่อแผนการกลับคืนสู่อำนาจในอนาคตได้

แต่ในฐานะรัฐบาลที่ต้องดูแลรับผิดชอบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

การดำเนินการตอบโต้กัมพูชาแบบแรงมาแรงไปโดยเอาเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ตั้ง

ไม่น่าจะใช่การเดิมพันที่คุ้มค่าเท่าใดนัก

สิ่งที่รัฐบาลทำเท่าที่เห็นในขณะนี้คือความพยายามโยนความผิด

ว่าปัญหาความร้าวฉานระหว่างไทย-กัมพูชาเกิดขึ้นหลังจากพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ เดินทางไปพบนายกฯฮุนเซน และการเดินทางมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐบาลและนายกฯกัมพูชา

ซึ่งถือเป็นความจริงเพียงส่วนหนึ่ง

เพราะยังมีอีกมุมมองของคนเป็นกลางๆ คือรัฐบาลเองก็มีส่วนสร้างปัญหาความขัดแย้งนี้ด้วยเช่นกันโดยไม่รู้ตัว หรืออาจจะรู้แต่ทำเป็นลืม

เรื่องของเรื่องเริ่มจากสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านเมื่อไม่นานมานี้

ได้ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรฯ หยิบยกเรื่องที่กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก มาเป็นเกมถล่มรัฐบาลพรรคพลังประชาชนตอนนั้นอย่างหนัก

กระทั่งเกิดการปลี่ยนแปลงทางการเมืองในไทย พรรคประชาธิปัตย์ได้ขึ้นเป็นรัฐบาล

ก็ยังอุตส่าห์ไปคว้าเอานายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเคยมีประวัติขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ด่าทอผู้นำกัมพูชาด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง มาเป็นรมว.การต่างประเทศ

ผลที่ได้คือถึงแม้นายอภิสิทธิ์ จะมีบุคลิกความเป็นอินเตอร์ มากกว่านายกฯไทยหลายคนก่อนหน้านี้เวลาขึ้นเวทีระดับผู้นำนานาชาติ อย่างที่เห็นบนเวทีเอเปก และเวทีผู้นำสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ ที่ผ่านมา

แต่ขณะเดียวกันบทบาทของรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกลับเป็นหนังคนละม้วนคนละอารมณ์

ความสัมพันธ์อันมึนชาที่หลายประเทศในอาเซียน อาทิ พม่า มาเลเซีย และกัมพูชาหยิบยื่นให้ไทย ทั้งที่ไทยมีฐานะเป็นถึงประธานอาเซียน

บ่งบอกถึงการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศของไทยภายใต้การถือธงของนายกษิต ว่าประ สบความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ

ตรงนี้เองคือจุดอ่อนที่หลายคนเห็นตรงกันว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์จำเป็นต้องสลัดหลุดให้ได้โดยด่วน

ก่อนทุกอย่างจะเลวร้ายลงไปกว่านี้

อย่างไรก็ตามระหว่างที่รัฐบาลกำลังหาทางปีนป่ายขึ้นจากหลุมกับดัก"ทักษิณ-ฮุนเซน"

สัญญาณอันตรายอื่นเริ่มก่อตัวเข้ามาประชิดรัฐบาลพร้อมกันอีกหลายเรื่อง

ที่ประจานไปทั่วโลกคือการคอร์รัปชั่น ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 84 จาก 180 ประ เทศทั่วโลก ด้วยคะแนน 3.4 เต็ม 10 หล่นจากอันดับ 80 เมื่อปีที่แล้ว

อันน่าจะเป็นผลมาจากความไม่โปร่งใสในนโยบายประชานิยม อาทิ โครงการชุมชนพอเพียง การใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง เป็นต้น และยังไม่สามารถสะสางได้

ล่าสุดนโยบายการแก้หนี้นอกระบบ รัฐบาลก็ถูกมองว่านำเอางบประมาณนับหมื่นล้านมาละลายเพื่อมุ่งหาคะแนนนิยมทางการเมืองส่วนตัว มากกว่าหวังผลแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

การเดินหน้าขึ้นเงินค่าตอบแทนให้กับส.ส.และส.ว. ขณะที่สถิติ"สภาล่ม"มากถึง 10 ครั้งในรอบ 11 เดือน ทำให้เกิดเสียง วิพากษ์วิจารณ์ดังกระหึ่ม

การที่สภาล่มบ่อยครั้งยังสะท้อนว่ารัฐบาลเริ่มมีปัญหาเอกภาพภายในพรรคแกนนำและพรรคร่วม ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไขให้ทันก่อนฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในการประชุมสภาสมัยหน้า

ปัญหาในวงการตำรวจที่ยังคาราคาซัง

การที่นายอภิสิทธิ์ ตั้งพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ อดีตรองผบ.ตร. เข้ามาเป็นรองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เพื่อคานอำนาจนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ

เป็นหลักฐานยืนยันว่าความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นแค่ข่าวโคมลอยตามที่บรรดาแกนนำและส.ส.พรรคออกมาปฏิเสธก่อนหน้านี้

หันมาดูเกมนอกสภา กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศดีเดย์ชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล ระหว่าง 28 พ.ย.-2 ธ.ค. ฉุดบรรยากาศการเมืองเข้าสู่ภาวะอันตรายอีกระลอก

ถ้ารัฐบาลยังไม่กลับสู่เกมของตัวเองโดยยังหลงติดอยู่ในกับดักหมากล้อมของทักษิณ

ก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใกล้ชัยชนะมากขึ้น

การเมืองเน่า ฆาตกรรมชาติ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_48270

ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

ที่ขยายวงลุกลามจากวิกฤติ "ทักษิณ" กลายเป็นวิกฤติความขัดแย้งทางการทูตระหว่างประเทศ

ส่งผลกระทบไปถึงอิสรภาพของวิศวกรชาวไทยในกัมพูชา ที่ถูกจับกุมโดนตั้งข้อกล่าวหามีพฤติกรรมเป็นสายลับ

จารกรรมข้อมูลตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา

ปมปัญหาเหล่านี้จะจบแบบไหน รัฐบาลจะหาทางคลี่คลายอย่างไร

เป็นเรื่องที่สังคมกำลังเฝ้าจับตาด้วยความห่วงใย

ขณะเดียวกัน เมื่อหันกลับมามองการเมืองภายใน โดยเฉพาะเวทีรัฐสภาที่ถือเป็นเวทีในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

มาถึงวันนี้ เหลือเวลาทำการอีกเพียง 5 วัน ก็จะครบกำหนด 120 วันของสมัยประชุมรัฐสภา สมัยสามัญนิติบัญญัติ

ที่จะได้ฤกษ์ปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป และจะเปิดประชุมรัฐสภา สมัยสามัญทั่วไป ในช่วงต้นปีหน้า

จากการที่รัฐสภาได้ฤกษ์ปิดสมัยประชุมในครั้งนี้ ประ-ชาชนส่วนใหญ่ที่เฝ้าติดตามการทำงานของบรรดาผู้แทนปวงชน คงมีความรู้สึกคล้ายๆกัน

ปลอดโปร่ง โล่งอก ที่รัฐสภาปิดเทอมซะที

เพราะในห้วง 3 เดือนกว่าที่ผ่านมา เวทีประชุมสภามีแต่บรรยากาศที่สร้างความเบื่อหน่าย รำคาญใจ ให้กับประชาชนที่เฝ้ามองการทำงานของบรรดา ส.ส.และ ส.ว.

ไม่มีภาพการทำงานที่ราบรื่น ไม่มีบรรยากาศของความร่วมไม้ร่วมมือที่จะทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ

มองหาผลงานดีๆ ในแนวสร้างสรรค์ที่ตั้งใจทำเพื่อประชาชนไม่เจอ

มีแต่พฤติกรรมที่แสดงออกถึงความขัดแย้ง แตกแยก กักขฬะ หยาบคาย ท้าตีท้าต่อย ด่าทอกันเละเทะ

ทำลายภาพพจน์ของรัฐสภา เสียหายย่อยยับ

จนทำให้ประชาชนคนดูบางส่วนทนไม่ไหว ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิติเตียน เชิงประชดประชัน

ถึงขั้นเสนอให้มีการจัดเรตการถ่ายทอดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทางโทรทัศน์ โดยกำหนดข้อความเตือน

"ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน ผู้ใหญ่ควรใช้วิจารณ-ญาณในการชม"

เพราะเกรงว่าเด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ที่ติดตามการถ่ายทอดการประชุมสภาฯ จะเอาพฤติกรรมในการอภิปรายของผู้แทนฯไปเป็นเยี่ยงอย่าง

สะท้อนความตกต่ำ พฤติกรรมเป็นพิษต่อสังคม

ทั้งนี้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยระบบตัวแทน โดยเฉพาะระบบรัฐสภา ส.ส. และ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ถือเป็นโครงสร้างสำคัญ เป็นหัวใจในการแก้ไขปัญหาของประเทศ

โดยมีรัฐสภาเป็นเวทีในการระดมสมอง แสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะในฐานะตัวแทนปวงชน

ทั้งในเรื่องการออกกฎหมายและมาตรการต่างๆ

เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาของประชาชนและประเทศชาติ นำพาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ตรงนี้ คือหลักสากลของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา

ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนในมาตรา 122

"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติ มอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ

และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์"

ในขณะที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 123 บัญญัติไว้ด้วยว่า

ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้

"ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ"

แน่นอน กระบวนการปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว.ตามที่ได้รับมอบอำนาจจากประชาชนให้เข้ามาทำงานในสภา

ดูแล้วมีความเข้มขลัง ภาคภูมิ เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี อุดมด้วยเกียรติ ในสถานะผู้แทนปวงชนชาวไทย

สังคมให้การยกย่องว่าเป็น "ผู้ทรงเกียรติ"

แต่มาถึงภาคการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว. โดยเฉพาะในห้วงที่ประเทศชาติกำลังเผชิญวิกฤติรุมเร้า

ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาด้านการค้าการส่งออก ข้าวยากหมากแพง กระทบปากท้องความเดือดร้อนของประชาชน

วิกฤติการเมือง ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคมจากวิกฤติ "ทักษิณ" ลามไปถึงความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

วิกฤติสังคม ปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ลักวิ่งชิงปล้น แหล่งมั่วสุมอบายมุข หวย บ่อน ซ่อง ศีลธรรมเสื่อมทราม

วิกฤติปัญหาเหล่านี้ เป็นภารกิจร่วมกันของผู้แทนปวงชนที่จะต้องหาทางคลี่คลาย

เพราะต้องไม่ลืมว่า เวทีรัฐสภานั้นประกอบด้วยตัวแทนจากทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ

โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวทีทำหน้าที่ของ ส.ส.จากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงเกินหนึ่งของสภาฯ เป็นฐานเสียงสนับสนุนรัฐบาลในการทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

ในขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน เป็นเสียงข้างน้อยในสภาฯ มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

ทั้งนี้ในปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎร มี ส.ส.รวมทั้งสิ้น 473 คน

แบ่งเป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคม รวม 273 คน

ขณะที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาราช และพรรคมาตุภูมิ มี ส.ส. 200 คน

แต่ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาฯ ทุกคนล้วนเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย

มีหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยใช้สภาฯเป็นเวทีในการแก้ไขปัญหาให้ชาติบ้านเมือง

แต่จากภาพที่ปรากฏต่อสายตาสาธารณะ เวทีสภาผู้แทนราษฎรกลับไม่ใช่เวทีในการแก้ปัญหา แต่กลายเป็นเวทีที่เพิ่มปัญหา

ส.ส.ฝ่ายค้าน กับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ต่างใช้เวทีนี้เป็นสมรภูมิชำระแค้น ฟาดฟันกันทางการเมือง เล่นเกมชิงอำนาจกันแบบไม่ลืมหูลืมตา

ยิ่งสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ว่าด้วยวิกฤติ "ทักษิณ" ทวีความเข้มข้นมากขึ้นเท่าไหร่ เกมในสภาฯก็ยิ่งเพิ่มความร้อนแรงเป็นเงาตามตัว

ถึงขั้นชี้หน้าด่ากราด ท้าตีท้าต่อย ตะโกนแจกกล้วย ด่าพ่อล่อแม่ เละเทะไปหมด

ใช้เวทีในการอภิปราย ปั่นหัวประชาชน เพื่อเกมชิงอำนาจ ชิงความเป็นใหญ่ ไม่มีบรรยากาศของการทำงานเพื่อชาติ

โดยเฉพาะการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ถ้าเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามจะได้เปรียบ ได้แต้ม ได้คะแนน ก็ใช้วิธีป่วน วอล์กเอาต์ นับองค์ประชุม

จนเป็นเหตุให้สภาฯล่มซ้ำซาก

ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง ถนัดโชว์ลีลาตีฝีปาก แต่เนื้อหาไม่ได้ต่างกัน ตอดนิดตอดหน่อย กระแนะกระแหนเหน็บแนม

จุดชนวนให้เกิดความปั่นป่วนอยู่บ่อยๆ

ที่สำคัญ ในความเป็นเสียงข้างมากของฝ่ายรัฐบาล มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ กุมสภาพความได้เปรียบในเรื่องขององค์ประชุม

แต่พอฝ่ายค้านเล่นเกมวอล์กเอาต์ ขอนับองค์ประชุม กลับล่มไม่เป็นท่า

เพราะ ส.ส.ซีกรัฐบาล ขาดความรับผิดชอบ โดดร่ม สันหลังยาว

ปรากฏการณ์เหล่านี้ นอกจากสร้างความเบื่อหน่ายเอือม-ระอาให้แก่ผู้คนในสังคมแล้ว ยังกระทบต่อส่วนรวมโดยตรง

เพราะสภาฯล่มแต่ละครั้ง ก็เท่ากับปิดโอกาสที่จะทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ

พฤติกรรมที่เกิดขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การประชุมร่วมรัฐสภา ที่ ส.ส.และ ส.ว.ต้องมาประชุมร่วมกัน เพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญๆของประเทศ ก็ยังเกิดปัญหารัฐสภาล่มซ้ำซาก

เพราะ ส.ว.จำนวนมาก ติดเชื้อสันหลังยาว โดดร่ม ขาดประชุม

เละเทะทั้งสภาล่าง-สภาสูง

นี่คือปรากฏการณ์ที่สะท้อนพฤติกรรมของผู้แทนปวงชน

เล่นเกมการเมือง ขัดแย้งช่วงชิงอำนาจกัน แบบหน้า มืดตามัว

เข้าขั้น เข้าข่ายน้ำเน่า ฆาตกรรมประเทศ

แต่ขณะเดียวกัน ส.ส.ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงไป ส.ว.ส่วนใหญ่ กลับออกมาประสานเสียงขานรับ

กับการที่ ครม.อนุมัติร่างกฎหมายให้ขึ้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ส.ส.และ ส.ว. จากเดิมที่ได้รับเดือนละ 104,000 บาท เป็นเดือนละ 110,000 บาท

เพิ่มเบี้ยประชุมกรรมาธิการ จาก 1,000 บาทต่อครั้งต่อคน เป็น 1,200 บาท

รวมทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล ค่าน้ำมันรถไปประชุมสภา

เห็นดี เห็นงาม ในการขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง

ถือเป็นผลงานที่เป็นเอกภาพ น่าชื่นใจในหมู่ผู้แทนปวงชน

แต่หารู้ไม่ว่า เป็นเรื่องที่น่าสะอิดสะเอียนของคนทั้งประเทศ.

ทีมการเมือง

โชคชะตาพยากรณ์ปี 2553 ราศีกันย์, ตุลย์ / ประจำวันที่ 21-27 พฤศจิกายน 2552

ที่มา ประชาไท

โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์


วันนี้น้องอองอารมณ์ดี พักผ่อนชิลๆ



อ้ะ นั่นพี่โด้นี่




!??!


เป็นอะไรเนี่ย
!!


ขอส่องดูหน่อยซิ


อ๋อ ไปผ่าฝีที่ขามาเหรอ


งั้นน้องอองดูแลนะ จุ๊บๆ


จุ๊บๆ (จะหนีไปไหน)


พี่โด้ก็จุ๊บน้องอองด้วย ดีจัง


อะ! เผลอตัว ลืมไป (มามี้เห็นเต็มๆ)


น้องอองต้องดูแลพี่โด้นี่เนอะ
(
ยืด...ภูมิใจในตัวเองสุดๆ)

ราศีกันย์

เกิดระหว่าง 17 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Page of Pentacles

ความหมายโดยทั่วไป หมายถึงเด็ก คนอายุน้อย ผู้ที่อายุน้อยกว่า 25 ปีลงมา เป็นไพ่ธาตุดินเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน การเงิน การเก็บออม ช่วงเวลาของการตั้งเนื้อตั้งตัว กระแสเงินที่ทยอยไหลเข้ามาทีละนิด แต่ก็หวังได้ถึงความมั่นคงในระยะยาว หากเป็นบุคคลแสดงถึงคนที่มีสไตล์ช้าๆ นุ่มนวล แม้จะกระตือรือร้นหรือฉลาดเฉียบแหลมแต่ก็ไม่ค่อยแสดงออกนัก

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการเงิน การแสวงหารายได้ การมองหาช่องทางใหม่ๆ ตลอดจนการวางแผนทางการเงิน มีลักษณะของการเริ่มต้น การไต่ระดับจากน้อยไปหามาก มีความอดทนรอผลลัพธ์ที่มั่นคงในระยะยาว สิ่งที่เด่นอีกอย่างคือโอกาสดีที่จะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ตลอดปี คุณอาจมีรายได้ไม่หวือหวา ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ แต่ถ้าตั้งใจจริงเรื่องการเก็บออม การวางแผนอนาคตดีๆ ก็มีโอกาสจับเงินก้อนโต

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Two of Pentacles แต่อย่างไรก็ดีค่ะ อย่าประมาทกับค่าใช้จ่าย มีแนวโน้มของความฝืดเคืองช่วงสั้นๆ หรือการขาดแคลนเงินสดในมือ ต้องหมุน ต้องโยก หรือหยิบจับสิ่งต่างๆ เข้ามาประกอบกันเพื่อผ่านวิกฤติการณ์ไปให้ได้ ดูจากไพ่ 2 ใบที่ประกบกันแล้ว แสดงว่ารายรับของคุณน่าจะมีมาไม่ขาดสาย แต่รายจ่ายยังต้องระวังให้มาก เผลอไม่ได้ค่ะ อีกเรื่องที่ต้องระวังคือการกู้ยืม การใช้เครดิต ไม่ว่าเราจะเป็นลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ก็ตาม

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Two of Cups ไพ่ของความรัก หุ้นส่วน คู่ครอง เน้นที่เรื่องอารมณ์จิตใจเป็นการเฉพาะด้วย ในปีนี้ขอให้คุณรอบคอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ การเกิดความขัดแย้งแม้แต่ในคนที่รักและสอดคล้องกันมาก หรือในทางตรงข้าม สิ่งต่างๆ ที่เคยสอดคล้องกันกลับกลายเป็นความขัดแย้งไปได้

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ The Hermit สิ่งสำคัญเกี่ยวกับไพ่ใบนี้คือความสงบ ความสันโดษ การปลีกตัวออกห่างจากสังคมหรือความวุ่นวาย แต่ไม่ใช่ความเหงาหรือความโดดเดี่ยวเสมอไป

คุณอาจต้องพบกับช่วงเวลาที่ต้องอยู่ตามลำพังมากขึ้น มีเส้นทางของตัวเอง อยู่กับตำรับตำรา การค้นคว้า การแสวงหาความหมายให้กับชีวิตตนเอง ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจคุณ หรือคุณเองก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม หากคุณปรับตัวได้กับสภาพแวดล้อมดังกล่าว หรือค้นพบสิ่งที่ใช่ของตัวเอง คุณจะมีความสงบอย่างลึกซึ้ง มีความเข้าใจต่อชีวิตตนเองมากขึ้น และไพ่ใบนี้ยังเป็นไพ่ที่เกี่ยวพันกับราศีกันย์โดยตรง จังหวะชีวิตของคุณในปีนี้จึงจะสะท้อนความช้า ความมั่นคง ความละเอียดอ่อน โลกที่สงบสุขอย่างแท้จริง

ราศีตุลย์

เกิดระหว่าง 17 ตุลาคม ถึง 15 พฤศจิกายน หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Knight of Pentacles

ความหมายโดยทั่วไป หมายถึงคนหนุ่มคนสาว ผู้ที่กำลังมองหาช่องทางความก้าวหน้า การพัฒนาตนเอง ในสายอาชีพเกี่ยวข้องกับการเงิน ธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัว มักมีความคิดดีๆ เกี่ยวกับการแสวงหารายได้ แต่ก็ไม่ใช่คนหวือหวา ทำอะไรช้าๆ พอสมควร จังหวะชีวิตมักมีความมั่นคงสม่ำเสมอ หรือนิยมทำอะไรไปช้าๆ เงียบๆ มีความอดทนมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะมีความคิดดีๆ เกี่ยวกับการเงิน รายได้ การทำธุรกิจที่ค่อยๆ ไต่ระดับไปช้าๆ แต่ในการเรื่องทำมาหาเงินคุณอาจต้องเดินทางมากขึ้น เหน็ดเหนื่อยพอสมควร แต่กระแสก็ถือว่าอยู่ในจังหวะที่ดี หากปีที่ผ่านมาการเงินมีปัญหาก็จะกลับมากระเตื้องขึ้น มีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดที่ผ่านมา ชีวิตคุณจะไม่หกคะเมนตีลังกาอะไรมาก ยิ่งถ้าวางแผนดีๆ มีความมั่นคงในระยะยาวอย่างมาก

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Queen of Wands ความสำเร็จทางการงาน การเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ ได้รับความยกย่องนับถือ อาจได้ปรับตำแหน่งสูงขึ้น การจัดการชีวิตด้านต่างๆ เป็นระบบมากขึ้น แสดงแนวโน้มที่โดดเด่นด้านการงาน หรือได้คนเข้ามาสนับสนุนให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น

ในปีนี้ ถือว่าการงานของคุณเด่นมาก บวกกับการเงินที่ค่อยเป็นค่อยไป น่าจะเป็นปีทองสำหรับคนที่ขยันขันแข็ง คิดเรื่องทำมาหากิน ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัว หรือมองเห็นการเงิน-การงานมีความสำคัญสูงในชีวิต แต่ถ้าคุณยังอายุน้อย ยังเป็นวัยรุ่นวัยเรียน ก็จะเป็นช่วงมีวุฒิภาวะเกินตัว คิดเรื่องเส้นทางชีวิตลึกซึ้งกว่าคนวัยเดียวกัน

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Queen of Swords ไพ่ของอุปสรรคที่สำคัญ การเผชิญหน้ากับบุคคลที่มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเพศหญิง ผู้ที่มีบุคลิกแข็งกร้าว มีความเฉียบขาดในที อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าคุณ หรือมีอำนาจทางใดทางหนึ่งมากกว่าคุณ มีแนวโน้มจะปะทะกันได้ง่าย และแผ่อิทธิพลความเครียดมาสู่คุณชนิดที่ต้องเตรียมรับมือไว้ดีๆ

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ The Star ไพ่แห่งศรัทธาและความหวัง ความรักในเพื่อนมนุษย์ มิตรภาพ การมองโลกในแง่ดี การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การได้กัลยาณมิตร สิ่งเหล่านี้จะมีความสำคัญสำหรับคุณและเป็นสิ่งที่จะเข้ามาหนุนเสริมดวงชะตา แม้ว่าเจอเรื่องร้ายๆ มีเรื่องร้อนรุ่มกลุ้มใจ แต่สุดท้ายก็จะได้รับการเยียวยารักษา การฟื้นฟูจิตใจ ที่สำคัญอีกอย่างของไพ่ใบนี้คือการมีความหวังไว้เสมอ ว่ากันว่าเป็นไพ่ของคำพรและคำอธิษฐาน คุณจะสมปรารถนาในสิ่งที่ต้องการ

ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Three of Swords ช่วงของความหงุดหงิด ความเหน็ดเหนื่อย ถูกยั่วโทสะ ระวังการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนร่วมงาน หรือความขัดแย้งนำไปสู่ความรุนแรงกว่าเดิม

ความรัก ความสัมพันธ์ Ten of Cups ช่วงเวลาของความสุข ความสมหวัง สิ่งที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว การวางรากฐานชีวิต เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์

สถานการณ์การเงิน Seven of Cups คุณอาจมีความต้องการจับจ่ายใช้สอยตามอำเภอใจ หรือมีของอยากได้มากมายหลายประการ มีความคาดหวังที่ดีด้านการเงิน แต่ก็ระวังภาพลวงตา หรือค่าใช้จ่ายที่เกินกำลัง
ธุรกิจ การงาน Ace of Pentacles ข่าวหรือโอกาสดีด้านการงาน การลงทุน การได้รับความร่วมมือ การเริ่มต้นทำในสิ่งที่จะประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น King of Pentacles การจัดการเกี่ยวกับการเงินก้อนใหญ่ การบริหารทุน หรือร่วมมือกับบุคคลที่มีตำแหน่งสูง มีอำนาจด้านเศรษฐกิจ

คำแนะนำพิเศษ Queen of Pentacles เน้นพื้นฐานทางการเงินที่ดี การจัดการเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว การให้ความช่วยเหลือบุคคลอื่น การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน

ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Queen of Swords ช่วงเวลาของความลำบาก การสู้ การลงแรง การตัดสินใจที่เด็ดขาด บางคนแสดงถึงการเผชิญหน้ากับบุคคลหรือสถานการณ์ที่แข็งแกร่งอย่างมาก

ความรัก ความสัมพันธ์ Nine of Pentacles มักแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านเวลามานานยาว เป็นคนรักที่มีประสบการณ์ดีๆ ร่วมกันมา ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ถึงจุดหนึ่งก็เป็นความทรงจำที่ฝังใจ

สถานการณ์การเงิน The World ความสำเร็จ ความสมหวัง การได้รับโชคหรือกิจการงานได้มาถึงปลายทางแล้ว จะได้รับค่าตอบแทนต่างๆ ดังปรารถนา

ธุรกิจ การงาน Page of Wands อาจมีงานที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ในเร็วๆ นี้ หรือแสดงถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การได้บุตรหลานบริวารเข้ามาช่วยเหลือกิจการ ได้เพื่อนร่วมงานอายุน้อยกว่า มีโอกาสก้าวไปข้างหน้าอีกไกล

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Eight of Wands งานที่แตกยอดออกไปจากเดิม แต่เหน็ดเหนื่อยมากกว่าค่าตอบแทนที่ได้รับ

คำแนะนำพิเศษ Knight of Swords การรุกไปข้างหน้าด้วยความตื่นตัว เตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ก็ไมได้อยู่ข้างคุณเสมอไป มีเรื่องเหน็ดเหนื่อยแต่ถอยหลังไม่ได้


ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Ace of Cups ข่าวดีเกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์ ความสุขความสมบูรณ์ในชีวิต การก่อเกิดของความคิดใหม่ๆ เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม การเริ่มต้นทำในสิ่งที่มีความสุข

ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Pentacles มักหมายถึงคู่สัมพันธ์ที่ไม่ยึดติดกับกาลเวลา หรือคาดหวังความยั่งยืน ณ เวลานี้ ช่วงเวลาที่คนสองคนมีต่อกัน นั่นก็คือ “ช่วงพิเศษ” แล้วจริงๆ

สถานการณ์การเงิน Knight of Cups มีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ การแปรเงินหรือทรัพย์สินเพื่อตอบสนองจิตใจ ใช้เงินในการอำนวยความสะดวกต่างๆ หรือเกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย

ธุรกิจ การงาน Strength มีความเข้มแข็ง แกร่งพอที่จะจัดการกับสิ่งยุ่งยากต่างๆ หมายถึงคนที่มีพลังในตัวเอง แต่บางครั้งไพ่ก็นำคู่ปรับที่แข็งแกร่งพอกันมาเข้า เฉือนเหลี่ยมเฉือนคมกันน่าดู

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Eight of Swords เงื่อนไขที่ไม่อาจขัดขืน การตกในสถานการณ์บีบบังคับ ต้องจำใจ ต้องอดทน

คำแนะนำพิเศษ The Nine of Wands คุณอาจทำงานด้วยความโดดเดี่ยวอยู่ลึกๆ หรือเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน อยากจะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น อยากให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบกว่านี้ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสในเร็วๆ นี้ เมื่อเป็นอย่างนี้คงต้องทำใจสงบไปพลางๆ ก่อน


ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Page of Pentacles ข่าวดีเกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สิน คนอายุน้อยกว่าหรือบุตรหลานบริวารที่จะนำโชคลาภมาให้ และยังแสดงถึงรายได้ที่ค่อยๆ ทยอยเข้ามา มีโอกาสมั่นคงกว่านี้ในอนาคต

ความรัก ความสัมพันธ์ Seven of Wands การยุ่งวุ่นวายอยู่กับปัญหาเฉพาะหน้าของตนเอง แทบไม่มีเวลาให้กับเรื่องรักใคร่ หรือหากมีคู่ต่างฝ่ายก็มีภาระของตนเอง โดยทั่วไปนิยมคนเก่ง คนที่จัดการชีวิตการงานได้ดี

สถานการณ์การเงิน Judgement การตัดสินใจที่สำคัญด้านการเงิน ข่าวหรือโอกาสดีที่มาถึง การได้รับข้อเสนอใหม่เพื่อทำให้ดีกว่าที่ผ่านมา นอกจากนั้นก็แสดงถึงฐานะ/บัญชีที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ

ธุรกิจ การงาน The Emperor การงานที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูง การบริหารอย่างมืออาชีพ การบริหารโครงการ การกำหนดนโยบาย ร่วมงานกับชาวต่างชาติต่างภาษา มีบทบาทอย่างสูงในการวางแผนงาน สามารถให้คุณให้โทษผู้อื่นได้

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Page of Swords ข่าวลือข่าวร้าย สถานการณ์รอบตัวที่ทำให้จิตตกเป็นพักๆ เป็นไพ่ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มากระทบอารมณ์ ซึ่งอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงก็ได้

คำแนะนำพิเศษ King of Cups การใช้เหตุผลเข้าประกบอารมณ์ ใช้ความนุ่มนวล ความรัก ชั้นเชิงในการดำเนินชีวิตหรือมีความสัมพันธ์ ระวังให้มากคืออารมณ์แปรปรวนของตัวเองนั่นเอง

ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Five of Cups ความผิดหวัง ความขัดแย้ง ความรู้สึกที่สูญเสีย คุณอาจมีเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจ ผิดไปจากคาดหมายไว้ มีความจำเป็นต้องมองทุกอย่างในแง่บวกให้ได้

ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Swords อาจมีปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างกัน การใช้ถ้อยคำที่นำไปสู่ความเข้าใจผิด หรือเป็นช่วงไม่อาจปรับความเข้าใจกันได้ ยิ่งพูดยิ่งผิด

สถานการณ์การเงิน Nine of Cups มีรายได้งามๆ หรือค่าตอบแทนที่ดี แต่คุณก็อาจยังไม่ค่อยพึงพอใจนัก ยังมองหาช่องทางที่สมบูรณ์กว่านี้ ในบางคนมีรายได้ไม่เปิดเผยอีกต่างหาก ไม่อยากบอกใครเลยจริงๆ

ธุรกิจ การงาน Death อาจมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ มีงานที่สิ้นสุดลง มีการโยกย้าย การตัดขาด หรือเปลี่ยนเนื้อหาของงาน เป็นช่วงที่อาจไม่มีความสุขนัก เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับความยุ่งยากต่างๆ ก่อนจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Two of Cups ความรักความสัมพันธ์ที่ดีเพียงชั่วคราว ความไม่สอดคล้องระหว่างคนสองคน

คำแนะนำพิเศษ Two of Wands มองหาหุ้นส่วนหรือกัลยาณมิตรที่แท้จริงของคุณให้เจอ อาจเป็นใครสักคนที่คอยสนับสนุนคุณด้วยดีตลอดมา ช่วยเหลือกันด้านการงาน ไม่สร้างปัญหา ไม่นำความขัดแย้งมาให้ แต่ในเวลาเดียวกันอาจต้องถามตัวเองด้วยว่าคุณเป็นกัลยาณมิตรของใครด้วยหรือเปล่า

ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Six of Swords หากคุณกำลังรอคอยสิ่งใด ความยุ่งยากต่างๆ กำลังจะคลี่คลายออกไปในไม่ช้านี้แล้ว ความอดทนจะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ

ความรัก ความสัมพันธ์ Ten of Wands อาจเป็นช่วงที่ต่างฝ่ายต่างมีภาระหน้าที่ หรือครอบครัวเข้ามามีส่วน ความสัมพันธ์อยู่ในช่วงเหน็ดเหนื่อย เปราะบาง บางคนรู้สึกตนเองกำลังต้องรับผิดชอบสิ่งที่หนักมากๆ

สถานการณ์การเงิน Queen of Cups การเงินที่ดี ความสุขที่เกี่ยวข้องกับการเรื่องทางบัญชี ทรัพย์สิน สิ่งที่จะมาอำนวยความสะดวกให้กับชีวิต ได้รับค่าตอบแทนหรือมีรายได้งามๆ สร้างความสุขภายในบ้านเรือน

ธุรกิจ การงาน Four of Wands หากคุณกำลังทำธุรกิจการงานใด ถือว่ามีความมั่นคง ความสำเร็จในระดับหนึ่ง มีหุ้นส่วนหรือเพื่อนร่วมงานที่สนับสนุนกันด้วยดี มีโอกาสก้าวหน้า

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น King of Swords การรบรากับคนมีอัตตาสูง คู่ต่อสู้หรือคู่แข่งขันที่ดื้อรั้นหัวชนฝา ปัญหาเยอะ

คำแนะนำพิเศษ Seven of Swords คุณอาจต้องพลิกแพลงกลยุทธ์หลายๆ แบบในการทำงาน หรือหาวิธีรู้เขารู้เราเพื่อกำหนดแนวทางให้ดีที่สุด จำเป็นต้องชิงลงมือก่อน หรือทำในสิ่งที่ผู้อื่นคาดการณ์ไม่ได้

ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
The Magician การซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ประสบความสำเร็จ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ การฟังเสียงกระซิบจากสัญชาตญาณ นำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด

ความรัก ความสัมพันธ์ Seven of Pentacles การวางรากฐานร่วมกัน ความสำเร็จในระดับหนึ่งแต่ยังต้องการความก้าวหน้ากว่านี้ แสดงถึงคู่รักคู่ครองที่มักจะช่วยกันทำมาหากิน มีเป้าหมายในอนาคตร่วมกัน

สถานการณ์การเงิน The Moon ไม่ค่อยสู้ดีนัก มีความวิตกกังวลเป็นพื้น มีสถานการณ์ที่ยังอ่านไม่ออก การเงินไม่ค่อยราบรื่น แต่ที่สำคัญเป็นสภาพจิตใจมากกว่า

ธุรกิจ การงาน Knight of Pentacles จะมีข่าวดีเกี่ยวข้องกับค่าตอบแทน การงานที่หวังได้ถึงผลประโยชน์ซึ่งคุณรอคอยอยู่ ความมั่นคงที่ค่อยๆ เกิดขึ้น หากต้องการเงินลงทุนหรือผู้ที่เข้ามาเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จะสมหวัง

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hierophant ความคิดที่ยึดติดอยู่กับอดีต การพยายามใช้ประสบการณ์ที่ใช้ไม่ได้ การให้คำแนะนำไม่เป็นประโยชน์ต่อกัน

คำแนะนำพิเศษ Wheel of Fortune ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลง และคุณกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาใหม่ๆ จังหวะการเคลื่อนไหวซึ่งจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม อาจมีโอกาสที่มาเร็วไปเร็ว ต้องคว้าไว้ให้ทัน

ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Four of Cups การเลือก การต้องตกลงใจ แต่ดูเหมือนว่าคุณไม่ค่อยพึงพอใจต่อเงื่อนไขที่มีเข้ามานัก หรือมีเรื่องที่ตัดสินใจไปแล้วแต่กลับต้องมาคิดทบทวนซ้ำๆ ไม่มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ความรัก ความสัมพันธ์ Eight of Pentacles การวางแผนเกี่ยวการการเงิน การสนับสนุนกันระหว่างคู่รักเพื่ออำนวยผลประโยชน์ให้กันและกัน ในบางคนอยู่ในช่วงพบปะคนเก่ง ขยันทำมาหากิน ไม่ต้องโรแมนติคมากก็ไม่เป็นไร

สถานการณ์การเงิน Page of Cups อาจมีรายได้ก้อนเล็กๆ เข้ามา หรือมีโชคลาภเล็กน้อยพอให้ความชุ่มชื่นจิตใจ ได้ค่าตอบแทนจากสิ่งที่ทำด้วยความรัก ต้องใช้เวลากับการรอคอย

ธุรกิจ การงาน Two of Pentacles มักหมายถึงคนที่ทำหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ต้องจัดสรรหน้าที่ เวลา หรือบางครั้งต้องมั่วเอาด้วยซ้ำไป แต่ก็จะแสดงถึงปัญหาสารพันที่ต้องพบเจอ ต้องใช้วิธีบ้านๆ มวยวัดเข้าจัดการ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The High Priestess การใช้สัญชาตญาณที่ผิดพลาด สัมพันธ์กับบุคคลที่มีโลกส่วนตัวสูง การใช้อารมณ์นำหน้าสมอง

คำแนะนำพิเศษ Three of Wands คุณน่าจะกำลังทำสิ่งต่างๆ ได้ดีระดับหนึ่ง ได้ผู้สนับสนุน หรือมีธุรกิจการงานที่เริ่มต้นมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ยังต้องก้าวต่อไปอีกไกล ที่สำคัญคือการเปิดใจกว้าง การเปิดรับผู้คนใหม่ๆ การเปิดตัวเปิดใจไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ

ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Six of Cups ความคิดคำนึงเกี่ยวกับอดีต การเกี่ยวข้องหรือข่าวคราวจากคนเก่าๆ อาจเป็นเพื่อน แฟน ครอบครัว หรือที่ๆ คุณยังระลึกถึงเสมอด้วยสุขปนเศร้า

ความรัก ความสัมพันธ์ The Devil อาจมีความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อน รักต้องห้าม รักไม่เปิดเผย หรือไม่มีความสุขแท้จริงกับสิ่งที่เป็นอยู่ ในเวลาเดียวกันก็ยากจะห้ามใจ จิตใจสับสน

สถานการณ์การเงิน Eight of Cups ระวังเรื่องผิดหวัง ปัญหาค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาดการณ์ไว้ หนี้สินที่พอกพูน ดอกเบี้ยค้างจ่าย สิ่งที่ทำให้คุณกังวลอยู่ในใจ

ธุรกิจ การงาน The Chariot มีเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ อาจอยู่ในช่วงรีบเร่งกว่าทุกครั้ง มีการเดินทางหรืออยู่ระหว่างการขับเคี่ยว แข่งขัน การควบคุมตัวเองให้ไปสู่ชัยชนะ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Sun ไม่ว่าจะมีสิ่งดีๆ แค่ไหน คุณก็ยังไม่มีความเบิกบานใจเพียงพอ ระวังโรคซึมเศร้า การมองโลกในแง่ลบแง่ร้าย การทำลายความสุขตัวเอง

คำแนะนำพิเศษ Justice หากมีการลงนามในเอกสารสำคัญ การเกี่ยวข้องกับรัฐ ราชการ สิ่งที่เป็นระเบียบแบบแผนต่างๆ ขอให้ละเอียดรอบคอบให้มาก แต่ไม่ต้องห่วงว่าคุณจะเสียเปรียบ เสียประโยชน์ ทุกอย่างพูดกันด้วยข้อเท็จจริง

ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The Star ความสุขสงบใจ ทิศทางที่ร่มรื่น การพักผ่อน การเยียวยา ในบางคนได้รับมิตรภาพที่ดี การเปลี่ยนรูปความสัมพันธ์ซึ่งนำความสุขมาให้ และยังหมายถึงการเข้าร่วมในกลุ่มคนที่มีทัศนคติสอดคล้องกัน การทำประโยชน์แก่สังคม

ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Wands คู่รักที่อยู่ไกลกัน แต่ก็มีความกระตือรือร้นไปมาหาสู่ หรือมีความปรารถนาเร่าร้อนรุนแรง เซ็กซ์ไลฟ์ยอดเยี่ยม (ถ้ามีโอกาสเจอกันนะ)

สถานการณ์การเงิน Four of Pentacles อาจมีความกังวล ความกลัว รู้สึกไม่มั่นคง ทั้งที่คุณอาจมีทรัพย์สินจำนวนมากในมือ มีอสังหาริมทรัพย์ที่มั่นคง มีรายได้ดีๆ มากกว่าอีกหลายคนด้วยซ้ำ

ธุรกิจ การงาน Five of Wands ระวังความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน การหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ การประชุม การร่วมมือต่างๆ มักมีเหตุขัดข้อง บางครั้งต้องแสดงจุดยืนว่าไม่เอา ไม่ใช่ ไม่ทำ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ten of Swords ยังจะมีปัญหาถาโถมเข้ามา เน้นเรื่องจากกลุ่มคน จากครอบครัว หรือสถานการณ์แวดล้อมที่คุณสู้ไม่ค่อยได้

คำแนะนำพิเศษ The Hermit มองสิ่งต่างๆ ให้ลึกซึ้ง ใช้วิจารณญาณให้มาก อาจต้องมองหาเส้นทางที่ใช่ให้กับตัวเอง การพินิจพิเคราะห์สถานการณ์ด้วยจิตใจที่สงบลง บางคนอยู่กับความโดดเดี่ยว แต่ก็เป็นเส้นทางที่คุณตั้งใจเลือก

ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Queen of Wands การงานที่ประสบความสำเร็จ คนเก่ง คนแกร่ง การร่วมมือกับมืออาชีพ ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง มีผู้คนยอมรับนับถือ

ความรัก ความสัมพันธ์ Nine of Swords อาจมีความเครียด ความกังวล ระหว่างคู่รักมีสิ่งที่สร้างปัญหาให้กันและกัน สถานการณ์อาจไม่มีอะไรมาก แต่จิตใจค่อนข้างเปราะบาง จิตตกได้ง่าย

สถานการณ์การเงิน Ten of Pentacles รายได้ที่โดดเด่น การเงินที่สมบูรณ์ ได้รับความสุขจากรายรับรายจ่าย มีโอกาสงามๆ เข้ามา หรือมีค่าตอบแทนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจ การงาน Five of Pentacles มีปัญหาจุกจิกอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ก็สะสมก่อความรำคาญไดทีเดียว คุณอาจร่วมงานกับคนที่ไม่มีความสุข หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ บางคนต้องเข้าไปช่วยเหลือคนอื่นเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Five of Swords ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำแนะนำพิเศษ Temperance การเปลี่ยนแปลงต่างๆ จะเป็นไปเพื่อให้ชีวิตเข้าสู่จุดสมดุลมากขึ้น อาจต้องปรับตัว ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ มีการเดินทางบ้าง หรือต้อนรับสิ่งใหม่ๆ จัดสรรทุกอย่างให้เหมาะสม


ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
King of Wands การงานที่จะประสบความสำเร็จ การเป็นคนเก่ง คนมีฝีมือ ได้รับการโปรโมท หรือร่วมงานกับคนเก่ง งานในระดับวางแผน การกำหนดนโยบาย

ความรัก ความสัมพันธ์ Ace of Wands มักแสดงถึงการเริ่มต้นที่ดี การจัดวางความสัมพันธ์โดยใช้เหตุผลมากขึ้น การคบหากับคนเก่ง สนับสนุนกันในเรื่องงาน

สถานการณ์การเงิน The Fool ถือว่ามีรายได้น่าสนใจเข้ามา อาจได้เงินจากสิ่งที่ไม่คาดฝันมาก่อน ดูลู่ทางแจ่มใส แต่ก็ระวังค่าใช้จ่ายจากความบันเทิง ความสนุกสนาน การใช้เงินโดยไม่วางแผน

ธุรกิจ การงาน Six of Wands หากกำลังทำงานใดอยู่ เร่งมือเข้าไว้ อย่าชะล่าใจเสียจนยืดเยื้อออกไป มีโอกาสจะไม่สำเร็จ แต่สิ่งใดที่ทำมาในจังหวะสม่ำเสมอ ไม่ขาดวินัย ความสำเร็จใกล้เข้ามาแล้วทุกขณะ

คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Lovers จิตใจสับสน เกี่ยวพันกับเรื่องรัก การดำเนินชีวิต สิ่งที่คุณเองยังหาข้อสรุปไม่ได้

คำแนะนำพิเศษ Four of Swords คุณอาจเครียดจัดอยู่ในใจ มีความเหน็ดเหนื่อยที่ไม่รู้ตัว ต้องการการพักผ่อน การปรับสภาพ การฟื้นฟู หาเวลาทำให้ตัวเองผ่อนคลายบ้าง ก่อนสุขภาพจะแย่ไปกว่านี้

เสวนา 60 ปีรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์: โลกไร้พรมแดนในประเทศที่มีพรมแดน

ที่มา ประชาไท

20 พ.ย.52 ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ มีการจัดปาฐกกถาวิชาการเนื่องในโอกาส 60 ปี คณะรัฐศาสตร์ โดย ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มธ. เรื่อง “โลกไร้พรมแดนในประเทศที่มีพรมแดน: ความขัดแย้งระหว่างระเบียบอำนาจแบบรัฐชาติกับสังคมโลกาภิวัตน์” และมีวงเสวนาต่ออีกในหัวข้อเดียวกันน
เสกสรรค์ กล่าวว่า ระเบียบอำนาจแบบรัฐชาติกำลังถูกหักล้างกัดกร่อนอย่างรวดเร็วจากยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จนเกิดคำถามว่ารัฐชาติของไทยจะรักษาระเบียบอำนาจของตนไว้ได้หรือไม่ มันสายไปแล้วหรือไม่ที่จะจำกัดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไว้ในกรอบคิดรัฐชาติ และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อรัฐชาติต้องแปรรูปไปเป็นรัฐแบบอื่น เราพร้อมจะพบกับความเปลี่ยนแปลงระดับนั้นหรือสามารถควบคุมทิศทางการเปลี่ยนแปลงได้แค่ไหน ที่น่ากังวลคือ องค์ความรู้ที่ผ่านมายังไม่พอที่จะตอบคำถาม นี่เป็นวาระสำคัญของวงวิชาการสายสังคมศาสตร์ที่ต้องเร่งศึกษากันโดยด่วน
เสกสรรค์ กล่าวว่า มาถึงวันนี้ความขัดแย้งระหว่างรัฐชาติกับโลกาภิวัตน์ทำให้ไม่สามารถพูดผ่านจุดยืนของลัทธิชาตินิยมและระเบียบอำนาจรัฐชาติแบบเก่าๆ ได้แล้ว แรงกดดันของไอเอ็มเอฟเมื่อปี 2540 ดูเหมือนเป็นการละเมิดอธิปไตยไทย กฎหมาย 11 ฉบับก็เหมือนยอมจำนนเปิดประตูให้ต่างชาติเข้ามา แต่ผ่านมา 10 กว่าปีระเบียบเศรษฐกิจแบบโลกาภิวัตน์กลายเป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้กันทั้งโลก ทั้งยังมาจากกรอบคิดที่แตกต่างจากแนวคิดรัฐชาติโดยสิ้นเชิง เพราะยกเลิกพรมแดนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ไม่เฉพาะแรงกดดันภายนอก แต่เป็นแรงกดดันภายในด้วยที่สร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะการเปิดประเทศต้อนรับการค้าการลงทุนอย่างเสรีทำให้การแยกแยะผลประโยชน์ของต่างชาติหรือของคนไทยเป็นไปได้อยากขึ้น เพราะต่างเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน และการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจก็เป็นเงื่อนไขสำคัญยิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ
เขากล่าวต่อว่า ความขัดแย้งระหว่างระเบียบอำนาจแบบรัฐชาติกับสังคมโลกาภิวัตน์ ไม่ได้หมายถึงการต่อสู้เชิงปฏิปักษ์ระหว่างไทยกับประเทศมหาอำนาจ หรือขัดกันโดยสิ้นเชิงของผลประโยชน์ไทยกับต่างชาติ แต่หมายถึงลักษณะที่อาจเข้ากันไม่ได้ หรือไม่ได้สอดคล้องกันระหว่างระเบียบอำนาจที่เราใช้อยู่กับสังคมที่แปรเปลี่ยนไป และทำให้รัฐไทยเผชิญปัญหาสำคัญคือ หนึ่ง การบูรณาการผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของกลุ่มทุนโลกาภิวัตน์กับผลประโยชน์ของส่วนอื่นในสังคม ซึ่งประเด็นไม่ได้อยู่ที่การต่อต้านการค้าการลงทุนแบบไร้พรมแดน แต่ต้องจัดวางฐานะของมันให้เหมาะสมและบูรณาการผลประโยชน์ของทุกกลุ่มเข้าด้วยกันแทนที่จะปิดกั้นด้วยจินตนาการเรื่องชาติ และต้องบริหารความเป็นธรรมด้วย
สอง ปัญหาความไม่ลงตัวในการจัดสรรอำนาจทางการเมืองและพื้นที่ทางการเมืองแบบพหุลักษณะ ซึ่งเกี่ยวโยงกับเศรษฐกิจแบบไร้พรมแดนและข่าวสารแบบไร้พรมแดนที่กระตุ้นให้สังคมยิ่งทวีความหลากหลายและปกครองยากขึ้น อุดมการณ์ชาตินิยมครอบงำไม่ได้อีกต่อไป หากจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่ โดยต้องไม่ผูกขาดนามความเป็นชาติและความเป็นไทย และเรียนรู้ที่จะแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีพื้นที่ทางการเมืองให้กับทุกฝ่าย หรือใช้การเมืองแบบมีส่วนร่วม
นอกจากนี้เศรษฐกิจแบบไร้พรมแดนยังทำให้เกิดกลุ่มชนชั้นใหม่ๆ ที่มั่งคั่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วและมหาศาล เกิดกลุ่มทุนใหม่ที่ต้องการมีส่วนแบ่งในอำนาจเช่นกัน พวกเขาเติบโตหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 ขณะที่กลุ่มทุนเก่าเสื่อมถอย และขึ้นสู่อำนาจผ่านระบบเลือกตั้ง พร้อมกับความคิดในการปรับเปลี่ยนกลไกรัฐและสังคมไทยให้เชื่อมร้อยกับโลกาภิวัตน์อย่างกระฉับกระเฉง แต่ไม่มีประสบการณ์และความรู้ที่เป็นศาสตร์ศิลป์ของการปกครอง ถูกท้าทายอย่างรุนแรงกระทั่งถูกโค่นลงด้วยรัฐประหาร 2549 และสังคมไทยก็ประสบกับความแตกแยกทางการเมืองที่หนักหน่วงร้ายแรงที่สุดนับแต่สิ้นสงครามเย็น
เสกสรรค์ กล่าวว่า ในความขัดแย้งหลัง 2549 ประเด็นสำคัญคืออุปสรรคของโครงสร้างที่ทำให้การแบ่งพื้นที่อำนาจระหว่างชนชั้นนำ หรือการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับมวลชนชั้นล่างเป็นไปได้ยาก เพราะรัฐไทยยังคงรวมศูนย์สู่ส่วนกลาง ทำให้การเมืองไทยมีลักษณะ Winner Takes All และส่งผลให้ความขัดแย้งของชนชั้นนำมักเดินไปสู่ความรุนแรงอยู่เป็นระยะๆ อีกทั้งยังขาดรากฐานของการปกครองตนเองระดับท้องถิ่นซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปรับความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างประชาสังคมกับรัฐ และศูนย์กลางกับท้องถิ่น เพื่อประชาสังคมมีส่วนร่วมมากขึ้น และทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจจัดการตัวเอง เป็นหุ้นส่วนของโลกาภิวัตน์อย่างเสมอหน้า
(ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ เร็วๆ นี้)
ช่วงต่อมาเป็นการเสวนาในหัวข้อเดียวกัน โดยมีรศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ รศ.ดร.จุลชีพ ชินวรรโณ ผศ.ดร.ขจิต จิตตเสวี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. ร่วมอภิปราย
เกษียร กล่าวถึงการสำรวจความคิดความเข้าใจเรื่องระเบียบอำนาจแบบรัฐชาติ และสังคมโลกาภิวัตน์ ผ่านงานชิ้นสำคัญคือ รัฐชาติเป็นเป็นรัฐตลาด ของฟิลลิป บ็อบบิตต์ (Phillip Bobbitt) ซึ่งมองว่า สนธิสัญญาปารีสในปี 1990 เป็นการจบลงของรัฐชาติและเริ่มต้นรัฐตลาด
อันที่จริง Bismarck ของเยอรมันกล่าวได้ว่าเป็นผู้ให้กำเนิดรัฐชาติซึ่งมีเป้าหมายเป็นรัฐที่รับใช้ชาติ และเป็นรัฐที่สร้างสวัสดิการอยู่ดีมีสุขให้สมาชิกรัฐชาติได้คลี่คลายผ่านสงครามอันยาวนานนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และสงครามเย็น ซึ่งทำให้ตัวแบบของรัฐชาติที่สู้กันทั้งแบบฟาสซิสม์ คอมมิวนิสต์ และเสรีประชาธิปไตย เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวคือเสรีประชาธิปไตย แต่หลังสงครามเย็นรัฐชาติแบบเสรีประชาธิปไตยก็เริ่มกลายพันธุ์ โดยเลิกจัดหาสวัสดิการให้สมาชิก เปลี่ยนไปสถาปนาความชอบธรรมบนฐานใหม่ คือ เพิ่มโอกาสสูงสุดให้พลเมืองของตนในการดิ้นรนหากำไรในตลาด และ เสนอให้ความมั่นคง ปลอดภัยขั้นพื้นฐานแก่พลเมืองในอันที่จะใช้ระบบตลาดนั้น ทำให้ขอบข่ายกิจกรรมของรัฐชาติแคบลงมาก
เกษียร กล่าวอีกว่า เราสามารถแบ่งลักษณะของรัฐตลาดได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นรัฐตาดแบบพาณิชย์นิยมของโตเกียว, รัฐตลาดแบบผู้จัดการของเบอร์ลิน, รัฐตลาดแบบบรรเทาทุกข์ของวอชิงตัน รวมไปถึงรูปแบบใหม่คือรัฐตลาดแบบอำนาจนิยมองปักกิ่ง
อย่างไรก็ตามหลังวิกฤต subprime รัฐชาติเริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้งในการกอบกู้ อุดหนุนกระตุ้นตลาด ซึ่งโดยหลักรัฐตลาดแล้วไม่ควรทำ นอกจากนี้ยังถูกประชาชนบีบให้เข้าแทรกแซงควบคุมตลาดการเงินมากขึ้น และเดินนโยบายคุ้มครองการค้าแบบปกป้อง (protectionism) ให้มีการอุ้มตลาด การจ้างงาน และขยายสวัสดิการมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าในระบบเสรีนิยมใหม่ทั่วโลบก รัฐชาติก็ยังถูกผลักดันให้ทำสิ่งท่เคยทำ แต่แม้มีการผลิกกลับของบทบาทรัฐชาติเช่นนี้ แต่เสรีนิยมใหม่ก็ไม่ได้จบลง
เกษียร กล่าวถึงโลกาภิวัตน์ –เสรีนิยมใหม่ว่า นักภูมิศาสตร์ชาวอังกฤษคนหนึ่งเสนอว่ายุคนี้โลกไม่ได้หดลง หากแต่ถูกขยำให้ยับยู่ยี่ การเปลี่ยนแปลงในมิติระยะทาง สถานที่ ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องตรรกะของตลาด และฐานะอำนาจที่เหลื่อมล้ำของตลาด ดังนั้นโลกจึงไม่ได้หดลงทุกที่ บางพื้นที่ก็หด บางพื้นที่ไม่หด บางพื้นที่ถูกทอดทิ้ง ฯลฯ เขายังเสนออีกว่า หลังจากมีการยกเลิกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กีดกันการค้า (deregulation) แล้ว ก็จะมี re-regulation มาด้วยเสมอ ในบางมุมเราก็มีกฎเกณฑ์มากขึ้นจากแรงกดดันของโลกาภิวัตน์ เช่น การไล่จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และมันยังทำให้เกิดการยกเลิกกฎหมายระดับชาติ แล้วแทนที่ด้วยกฎเกณฑ์ระดับสากล สร้างตลาดที่มีแบบแผนเดียวกันทั้งโลก
เกษียร ตอบคำถามว่าแล้วโลกาภิวัตน์นั้นดีหรือเลว โดยยกคำกล่าวของ โจเซฟ สติกลิตซ์ (Joseph Stiglitz) ว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐชาติว่าจะจัดการโอกาสและความเสี่ยงในแง่การเข้าถึง ใช้ และครอบครองทรัพยากรที่มากับโลกาภิวัตน์ได้แค่ไหน นอกจากนี้อำนาจขอโลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่ภายในพรมแดนนแต่ละประเทศก็ไม่ได้แสดงออกผ่านรัฐเท่านั้น หากแต่ผ่านภาคนอกรัฐ ไม่ว่าเอกชน ภาคประชาชน ปัจเจกชน ในลักษณะตำรวจตรวจจับตัวเอง สร้างระบบให้ปัจเจกคนขูดรีดตัวเองได้ และมีลักษณะตัวใครตัวมัน ไม่มีสำนึกรวมหมู่อีกต่อไป ซึ่งอาจเรียกได้ว่าคือ รัฐวิสัย หรือการควบคุมตัวเองจากการบริหารจัดการทรัพยากรแบบโลกาภิวัตน์
สำหรับแนวโน้มข้างหน้า เกษียรหยิบยกการวิเคราะห์ของวอลเดน เบลโล (Walden Bello) ว่า ถึงที่สุดเสรีนิยมใหม่ก็จะรอดจากวิกฤตนี้ เพราะสาเหตุหลายประการ ไม่ว่าการคนมักตกอยู่ในลัทธิ corruption เชื่อว่ายิ่งรัฐมีอำนาจมากจะยิ่งคอรัปชั่นมาก และเสรีนิยมใหม่จึงเหมาะสมเพราะทำให้รัฐมีอำนาจน้อยลง, การที่คนส่วนใหญ่ยังตั้งคำถามว่า ถ้าไม่เอาเสรีนิยมใหม่แล้วจะเอาอะไร และสุดท้ายคือความหลงใหลว่าเศรษฐศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ เมื่อเสรีนิยมใหม่ยังอยู่รอดเราอาจจะเจอภาวะ “รัฐล้างชาติ” หรือรัฐที่ถูกแปรรูป (privatize) โดยบรรษัทข้ามชาติให้เลิกรัใช้เป้าหมายของชาติ แต่รับใช้เป้าหมายของโลก เน้นอำนาจฝ่ายบริหารเท่านั้น และมีลักษณะเผด็จการมากขึ้น
จุลชีพมองว่า ปัจจุบันนี้คือ สภาวะที่เรียกว่าการปะทะกันทางอารยธรรม clash of civilization และนับตั้งแต่ปี 1989 ถึงปัจจุบันก็คือรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง ซึ่งได้เกิดความเปลี่ยนแปลงย่อยมหาศาล ไม่ว่าจะในเชิงปริมาณ เช่น การทำลายกำแพงเบอร์ลิน การล่มสลายของสหภาพโซเวียต หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การเมืองที่เหลือขั้วเดียวคือ อเมริกา เศรษฐกิจที่เปลี่ยนเป็นหลายขั้วไม่ว่าอเมริกา สหภาพยุโรป เอเชีย ซึ่งปัจจุบันมีลักษณะคล้ายยุคสงคราม 30 ปี (1618-1648) ที่ชุมชนการเมืองมีหลายกหลายจนกระทั่งเหลือเพียงรูปแบบของรัฐชาติ และปัจจุบันรัฐชาติก็ถูกท้ายทายโดยโลกาภิวัตน์ หลังจากตลาดได้สร้งกฎเกณฑ์ระดับโลกทำให้ เงิน ข้อมูลข่าวสาร และค่านิยมบางอย่าง สามารถกระจายไปทั่วโลก ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ที่จะปฏิสัมพันธ์กับมันอย่างไร
อย่างไรก็ตาม มันก็มีแรงต้านของโลกาภิวัตน์ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การตื่นตัวระดับภูมิภาค (regionalization) และเป็นปฏิกิริยาที่ท้องถิ่นพยายามจะพิทักษ์เอกลัษณ์ของตนเอง (Localism) พลังต่างๆ เหล่านี้ต่างกระทำกับรัฐชาติ ส่งผลให้มีความเปลี่ยนแปลง และสร้างความขัดแย้งของรัฐชาติในประเด็นของเขตแดนเกิดขึ้นทั่วสำหรับรัฐชาติที่ยังมี mind set แบบเดิม ขณะเดียวกันก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของการรวมกันเป็นประชาคม ซึ่งการเป็นประชาคมจะเป็นทางเลือกใหม่ของการลดความขัดแย้ง เขตแดนจะลดน้อยลง หรือหากมีก็จะแปรเป็นเขตแดนแห่งความร่วมมือมากขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่มุมมองของรัฐบาลแต่ละประเทศว่าจะเข้าใจระบบโลกได้มากแค่ไหน และคำถามสำคัญคือ จะคุมระบบตลาด ระบบโลกได้อย่างไรด้วย