ที่มา Voice TV
รัฐธรรมนูญ ปัญหาหรือทางออกวิกฤตการเมืองไทย ในทัศนะ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, December 14, 2009
รัฐธรรมนูญ..ทางออกวิกฤตการเมืองไทย ?
ใครจะคบ?
ที่มา Thai E-News
รอบอาณาจักรไทยมีสี่ทิศ
ล้อมประชิดติดอิงเป็นมิ่งขวัญ
เคยกรำศึกฮึกโหมเข้าโรมรัน
เมื่อนานวันผันผายก็คลายลง
เพราะสงวนจุดต่างสร้างจุดร่วม
จึงต่างรวมพลังแสงเพิ่มแรงส่ง
เศรษฐกิจคิดนำก็ดำรง
เลิกเดินหลงในพนาป่าการเมือง
ประวัติศาสตร์ที่สร้างให้คลั่งชาติ
เลิกหวั่นหวาดเลิกอิจฉาเลิกหาเรื่อง
ร่วมใจหวังสร้างกรุงให้รุ่งเรือง
ประชาชนถ้วนทุกเมืองได้กินดี
นั่นล่ะคือความสุขก่อนทุกข์เข็ญ
เมืองไทยเด่นสุกสว่างวางวิถี
นโยบายขยายมิตรด้วยจิตดี
เลิกชวนตีกลองสงครามตามชายแดน
ไทย-พม่ารบกันนักกลับรักใคร่
ทางลาว-ไทยใครจะนึกเป็นปึกแผ่น
กัมพูชากลับสงบครบทั่วแดน
มาเลเซียแน่นแฟ้นใกล้แดนไทย
แล้วไฉนจึงทำลายจนวายวอด
เครียดตลอดปลอดสุขเพลิงลุกไหม้
เริ่มจากรัฐประหารในบ้านใคร
แล้วรุกไล่เพื่อนบ้านเป็นพาลชน
เพื่อนสี่ทิศกลายสภาพทราบหรือไม่
ประกายไทยไฟเผาเขาฉงน
นโยบายบ้านเมืองหรือเบื้องบน
ที่ร่วงหล่นจากสวรรค์ลงคันคู
เงินซีเกมส์ช่วยลาวเขาไม่รับ
กัมพูชาก็ขยับไม่รับกู้
ขอไปเยือนเมียนมาร์ไว้เขาไม่ดู
มาเลเซียก็ไม่อยู่เปิดอาเซียน
เขารวมกันในวันนี้ก็ชี้ชัด
เหมือนมาตรวัดอำมาตย์ล้วนควรเกษียณ
อารมณ์เหนือเหตุผลมวลชนเอียน
เพราะเขาเรียนมาสามปีมีเวลา
พอหลงตัวว่ายิ่งใหญ่ใครต้องกราบ
ก็สร้างภาพสวยนักรักษาหน้า
เมื่อบ้านเมืองติดขัดด้วยอัตตา
มัวบูชาตัวเองไม่เกรงใจ
นโยบายต่างประเทศไม่เข้าท่า
เห็นโลกาภิวัตน์สะบัดใส่
เมื่อเงยหน้ามาอีกทีจะมีใคร
ผู้โดดเดี่ยวเดียวดายในสากล
เผด็จการอำมาตย์ร้ายทำลายชาติ
สะพานขาดน้ำแรงทุกแห่งหน
ผลประโยชน์ของมหาประชาชน
ไม่เคยสนใจใครเอาใจตัว
ขอประณามอำมาตย์ชาติตกต่ำ
ฉายหัวใจสีดำให้เห็นทั่ว
ปวงประชาชนไทยได้เลิกกลัว
ไฟสลัวเปิดสว่างกลางแผ่นดิน.
จักรภพ เพ็ญแข
คอลัมน์ “ร้อยรักอักษราเป็นอาวุธ”
หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 27
-------------------------------
TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน) Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)
เล่นบทคนเดิมพันน้อย
ที่มา ไทยรัฐ
เนวิน
เดิมพันน้อยก็เลยไม่น่าลุ้น
กับคิวเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดมหาสารคาม เขต 1 ในวันที่ 3 มกราคม 2553
1 ที่นั่ง 1 เสียง ไม่ได้มีผลต่อสถานการณ์ความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร
ไม่ได้ส่งผลต่อโควตารัฐมนตรี
แต่โดยความหมายที่โยงกับ "เดิมพัน" ในภาคอีสาน ตลาดใหญ่ที่ยี่ห้อ "ทักษิณ ชินวัตร" ครองส่วนแบ่งตลาดไว้ มันก็เป็นอะไรที่ได้คิวหยั่งกระแส
เช็กสัญญาณก่อนลงสนามเลือกตั้งใหญ่
ในสถานการณ์ที่แชมป์เก่าอย่างพรรคเพื่อไทย แม้จะได้เปรียบในเรื่องของกระแส ประทับตรายี่ห้อ "ทักษิณ" แต่ก็ติดปัญหามวยแย่งกันขึ้นเวที
ต้องเสียแรงตะลุมบอนกันเอง
กับคิวลักลั่นที่นายขจิต ชัยนิคม ในฐานะอดีต ส.ส. ที่โดนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจกใบเหลือง หลุดเก้าอี้ ก็อยากจะลงนัดล้างตา
อ้างประกาศิตจาก "เจ๊แดง" ให้เป็นตัวยืน
ขณะที่เจ้าของโควตาอย่างนายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม ที่ติดโทษแบนอยู่ในบ้านเลขที่ 109 ก็ได้เวลาทวงสิทธิคืนให้ทายาทอย่างนายรัฐ คลังแสง
เพราะมีฐานเสียง และลงพื้นที่หาคะแนนมาอย่างต่อเนื่อง
เรื่องของเรื่องเพราะนายขจิตเป็นอดีต ส.ส.อุดรธานี ที่ย้ายจังหวัดมาลงเป็นมวยแทนที่จังหวัดมหาสารคาม ตามสัญญาที่ทำกันไว้ ครบเทอมแล้วจะหลบให้กัน แต่บังเอิญมีเหตุให้เป็นไปเสียก่อนที่จะครบวาระ
เลยเกิดคิวเบี้ยว เคลียร์กันไม่ลงตัว
แต่ไม่ว่าจะลงเอยกันยังไง โดยเงื่อนไขเดิมพันรักษาเครดิตแชมป์ยี่ห้อเพื่อไทย ขืนแพ้มีหวังโดนขยายผล ถล่มซ้ำจมธรณี
"นายใหญ่" ก็ต้องสั่งลุยเต็มตัว
ประเมินได้จากคิวที่ "หัวหน้าทีมเชียร์แขก" อย่าง "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งเข้าอู่ซ่อมใหญ่ นอนหยอดน้ำเกลือรักษาตัวนานร่วมเดือน เนื่องจากอาการหูดับ เครื่องรวน
ยังต้องรีบออกจากโรงพยาบาล เพื่อรับงานคุมทีมหาเสียงให้ลูกข่ายนายใหญ่
โดยประกาศโปรแกรมลงปักหลักยาวในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม และจะอยู่ช่วยคนของพรรคเพื่อหาเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง
โชว์ลูกฮึดยี่ห้อ "เฉลิม" ยังอึดพอที่จะขึ้นเวทีปราศรัยเรียกแขกได้สบาย
"นายใหญ่" ส่งหางเครื่องชุดใหญ่ลุย ในอารมณ์ที่ "ครูใหญ่" อย่างนายเนวิน ชิดชอบ ก็ต้องการล้างตา กระตุ้นยอดขายยี่ห้อภูมิใจ-ไทย จากที่แพ้แบบหมดรูปในสนามเลือกตั้งซ่อมจังหวัดสกลนคร
คาใจ นอนไม่หลับมาหลายเดือน
และเมื่อได้จังหวะคิวเลือกตั้งซ่อมจังหวัดมหาสารคาม พรรคภูมิใจไทยก็ไม่รีรอรีบประกาศส่งนางคมคาย อุดรพิมพ์ อดีต ส.ว. มหาสารคาม ลงเป็นผู้ท้าชิง
ตามเงื่อนไขเจาะส่วนแบ่งตลาดยี่ห้อภูมิใจไทยในภาคอีสาน ไฟต์บังคับ "เนวิน" ต้องบี้กับอดีตนายเก่า
แต่โดยบทเรียนราคาแพงจากความพ่ายแพ้ที่สนามเลือกตั้งซ่อมจังหวัดสกลนคร บ่งบอกว่า ยุทธศาสตร์ทุ่มสรรพกำลัง โหมกระแส
โชว์เรียลลิตี้ล้อเจ้าของลิขสิทธิ์ยี่ห้อ "ทักษิณ"
นอกจากไม่ได้กินแล้ว ยังกลายเป็นเป้า "หมั่นไส้" โดนสหบาทา แม้แต่แกนนำฝ่ายรัฐบาลด้วยกันอย่างยี่ห้อประชาธิปัตย์ยังเขม่น
ไม่มีใครอยากให้เด่นกว่า
มาถึงคิวนี้ "เนวิน" เลยสู้แบบเงียบๆ ไม่โจ๋งครึ่ม
เล่นบทคนถือเดิมพันน้อยกว่า
ภูมิใจไทยแพ้ก็ไม่เสียหน้าเสียราคา ชนะก็ไม่ได้โควตารัฐมนตรีเพิ่ม
"เนวิน" ทุ่มไป ก็ได้ไม่คุ้มเสีย.
ทีมข่าวการเมือง
ต้นตอทุจริต
ที่มา ไทยรัฐ
วงสัมมนา ต้านคอรัปชันของ ป.ป.ช.ภาคประชาชน และนักวิชาการ จี้ให้สังคมตื่นตัวในการที่จะรวมตัวกันออกมาต่อต้านการทุจริตคอรัปชันให้มากขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันสังคม ละเลยปัญหาการคอรัปชันจนกลายเป็นช่องว่างให้เกิดการคอรัปชันถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับสังคมไทย
ดร.จุรี วิจิตรวาทการ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มองว่าสังคมไทยไม่มีการปลูกฝัง หรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตย เลยคิดกันว่าประชาธิปไตยต้องไปเลือกตั้งเท่านั้น นอกจากนี้ สังคมไทยยังมองว่าการทุจริตคอรัปชันเป็นเรื่องส่วนตัว
เป็นทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง
เนื่องจากปัญหาการคอรัปชันนำไปสู่ ความไม่เป็นธรรมและการเอาเปรียบ และที่สำคัญคือเป็นการทำลายศรัทธาที่ประชาชนมีต่อนักการเมือง ดังนั้น การแก้ปัญหานี้จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องมองถึงภาพรวม
อย่างแรกเลย ประชาชนจะต้อง ปลูกฝังความรู้สึกเกลียดชังการคอรัปชัน สังคมรับไม่ได้ และกีดกันการคอรัปชันทุกวิถีทาง สังคมจะต้องเป็นก้าวแรกในการที่จะเดินต่อไปสำหรับการแก้ปัญหาคอรัปชันในประเทศไทยไม่ใช่องค์กรใดองค์กรหนึ่งหรือภาครัฐเท่านั้น
ทั้งนี้ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่า เกมโกงของนักการเมืองมีอยู่ 5 แบบ และสามารถที่จะจับได้ คือ โกงแบบบูรณาการ โกงแบบฮั้วผลประโยชน์ โกงเพื่อเข้าสู่อำนาจทางการเมือง โกงเชิงนโยบายซึ่งถือว่าเป็นการโคตรโกง และสุดท้ายคือ โกงแบบอุปถัมภ์
เข้าใจว่านักการเมือง นายกรัฐมนตรี องค์กรอิสระ รู้เรื่องเหล่านี้ ดี อยู่ที่ว่าจะกล้าดำเนินการหรือไม่เท่านั้น แถมยังบอกฝากไปถึงนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยว่า ถ้ามีความตั้งใจที่จะปราบปราม การคอรัปชันจริง ก็ต้องกล้าที่จะตรวจสอบกลโกงใน 5 รูปแบบดังกล่าวให้ได้
อันที่จริงแล้ว ปัญหาการคอรัปชันดูจะอยู่กับสังคมไทยมา ช้านานด้วยซ้ำ ต้นตอของการคอรัปชันจริงๆก็คือ ระบบอุปถัมภ์ จากการช่วยเหลือกันธรรมดาก็มีสินน้ำใจ จากสินน้ำใจก็เป็นการเรียกร้องผลประโยชน์ ลามไปทุกสังคม จะฝากเด็กเลื่อนชั้นโยกย้าย ไปจนกระทั่งการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ก็จำเป็นต้องใช้เงินนำหน้า เป็นธรรมเนียม เป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาที่จะขาดไม่ได้
สังเกตว่าก่อนโน้นการคอรัปชันไม่มาก ร้อยละ 5 ร้อยละ 10 ก็เหลือเฟือ แต่เมื่อมีการแข่งขันในระบบอุปถัมภ์กันมากขึ้น กลายเป็นร้อยละ 20 จนถึงร้อยละ 70 ก็มี เอกชนกับเอกชน หรือรัฐ กับเอกชนก็ยังพอทน แต่ปัจจุบันภาครัฐโกงได้แม้แต่ประชาชน
โคตรคอรัปชัน
สุดท้าย องค์กรตรวจสอบก็โกงเพราะอำนาจนอกระบบเข้าแทรกแซงก็ดี เพราะวิกฤติการเมืองเป็นสาเหตุก็ดี หรือคิดจะโกงอยู่แล้วก็ดี ทำให้เกิดช่องว่างในการต่อรองการทุจริตคอรัปชันกันอย่างมโหฬาร.
หมัดเหล็ก
มีคนบอกว่า "ปีหน้าเขาเตรียมเล่นทักษิณเต็มที่ เตรียมสปอตโฆษณาเอาไว้แ้ล้ว" ทั้งโกง
ที่มา thaifreenews
บทความโดย..ลูกชาวนาไทย
นั่นคือยุทธศาสตร์หลักของอำมาตย์ ที่ยังเชื่อมั่นในการโปรประกันดา โดยมีข้อสมมุติฐานแบบ "กบในกระลาครอบ" ต่อไปว่า ประชาชนที่ตาสว่างและกระด้างกระเดื่องอยู่ทุกวันนี้เกิดจาก "ทักษิณชักจูงมา" ทั้งสิ้น ประชาชนหาได้มีความคิดเป็นของตนเองไม่ เมื่อบอกประชาชนว่าทักษิณเลวอย่างไร ชั่วอย่างไรแล้วประชาชนก็จะเลิกเชื่อ ห่วงหาอาทรหรืออาลัยในตัวทักษิณเอง
นั่นเป็นข้อสมมุติฐานที่เต็มไปด้วยอวิชชาและความไม่รู้โดยแท้ เป็นข้อสมมุติฐานที่ "กลับหัวกลับหาง" โดยแท้
สถานการณ์ตอนนี้คือ ประชาชนเสื้อแดงเขาไม่ได้โดนทักษิณจูงมา แต่เขาทั้งผลักทั้งดัน ยันก้นทักษิณออกมาสู้ จนทักษิณหลังแอ่น สามเกลอหลังโค้งกันเต็มทีแล้ว ทักษิณนั้น ถอดใจไปหลายครั้งแล้ว สามเกลอนั้นโดนประชาชนทั้งถีบทั้งยันให้ออกหน้าจนไม่มีทางไปแล้ว
ไม่ใช่ชาวบ้านเขาโดนทักษิณจูงมา แต่ "ทักษิณโดนชาวบ้านลากออกมาสู้"
ดังนั้น การไปด่าทักษิณว่าอย่างไร ผมว่าคนเสื้อแดงเขาไม่ได้สนใจใยดีกับประเด็นเหล่านั้นหรอก เขารู้กันหมดแล้ว
ยิ่งไปด่าว่า "ทักษิณไม่ซาบซึ้ง" ละก็ เป็นเื่รื่องที่ คนเสื้อแดงเขารำคาญ ทักษิณในความเห็นของคนเสื้อแดงนั่นแหละที่ "โคตรซาบซึ้ง" จนน่าหมั่นไส้ แต่คนเสื้อแดง ก็อยากใช้ทักษิณจนต้องยอมรับความโคตรซ้าบซึ้งของทักษิณ
ยุทธศาสตร์อะไรที่เล่นไปที่ตัวทักษิณมันไม่ได้ผลหรอก ยิ่งเล่น คนเสื้อแดงยิ่งเยอะ
(ปล.มีคนกระซีบบอกผมว่า อย่าเขียนเรืองนี้ เดี๋ยวพวกอำมาตย์มันทราบ ปล่อยให้มันตามืดบอดกันอยู่อย่างนั้นแหละจะได้พังสักที)
555 ผมก็เป็นพวกปากบอนเสียด้วย 555
เก็บความลับของคนเสื้อแดงไม่ค่อยอยู่ 555
เรื่องที่คนเสื้อแดงเขารู้กันทั่วไป แต่อำมาตย์ไม่ยักกะรู้ 555
ผมคิดว่าในกลุ่มคนเสื้อแดงนี้ ทักษิณนิ่แหละที่ "ตาสว่างช้าที่สุด" หรืออยากลับตาด้วยซ้ำไป
แต่อำมาตย์นั่นแหละที่พยายามเอาคีมมาถ่างตาทักษิณ แม้กระนั้นทักษิณ ยังฝืนหลับตาเสียข้างหนึ่ง หรือครึ่งหนึ่งเลย
ทักษิณ อหังการ์ บังอาจพูดว่า "มาตรา 1 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย"
ที่มา thaifreenews
บทความโดย..ลูกชาวนาไทย
ทักษิณ อหังการ์ บังอาจพูดว่า "มาตรา 1 อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย" ผมคิดว่าในความเห็นของบางคน เงาหัวคงไม่มีแล้ืว
คืนวันเสาร์เที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เสวนากลุ่มย่อยกับเพื่อนๆ เสื้อแดง ก็เลยได้แลกเปลี่ยน วิเคราะหฺ์สถานการณ์กันในหลายประเด็น ประเด็นหนึ่งที่พึ่คนหนึ่งเขายกมา คือ การที่ท่านทักษิณปราศรัยในวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยยกมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475 ขึ้นมากล่าวว่า "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย"
คำพูดนี้เป็นคำพูดที่แรงที่สุดเท่าที่ทักษิณเคยพูด พี่คนนั้นกล่าวว่า คนเสื้อแดงต้องลงแรงอย่างหนักมานาน จนทำให้ทักษิณกล่าวคำพูดนี้จนได้ นั่นหมายถึง เขาได้ตัดขาดกับ "ศักดินาอำมาตยาธิปไตย" อย่างรุนแรงแล้ว "พวกนั้น(ผมอยากใช้คำที่เป็นเอกพจน์ แต่เพื่อความปลอดภัยของภาษา 555) คงไม่เอาเขาไว้อย่างแน่นอน เรียกว่า "เงาหัวไม่มีในสายตาของคนเหล่านั้นแล้ว" เรียกได้ว่า คำพูดนี้ ท้าทาย "ราชอาณาจักรแห่งเทพเจ้า" เลยก็ว่าได้ เป็นการ กลับ Paradigm ทางความคิดเลยทีเดียว
วันที่ 10 ธ.ค. อีกเช่นกันที่ผมฟังสาระที่คุณวีระ มุกสิกพงษ์ พูดอื่นๆ ผมไม่ค่อยสนใจนัก แต่คุณวีระหลุดประโยคหนึ่งว่า "หน้าที่ของคุณวีระคือ การทำให้คนเสื้อแดงมีเครือข่าย จัดแถวจัดตั้งให้คนเสื้อแดง หลังจากนั้นคนเสื้อแดงจะทำอย่างไร ก็เป็นสิทธิของคนเสื้อแดงเอง ผมถือว่านี่คือ การพูดถึงแนวคิดทางยุทธศาสตร์ที่อยู่ในใจคุณวีีระอย่างชัดเจน ว่า ยุทธศาสตร์หลักตอนนี้คือ "การจัดตั้ง สร้างเครือข่าย" ของคนเสื้อแดง ให้มีพลัง
ผมเองมองเห็นว่า "ภารกิจที่สำคัญของคนเสื้อแดงตอนนี้คือ "การจัดตั้ง" สร้างเครือข่าย ให้เชื่อมโยง สร้า่งแกนนำเครือข่ายต่างๆ ติดอาวุธทางความคิด ให้ตาสว่าง กล้าที่จะ "เลิกเชื่อบางสิ่งที่ล้าหลัง"
ส่วนการล้มรัฐบาลมาร์กนั้น ยังไม่ใช่ภารกิจเร่งด่วนอะไรมากนัก หากกองทัพคนเืสื้อแดงพร้อมแล้ว การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองในอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่ยากเย็นอะไรนั้น
ความขัดแย้งอดีต มีแต่ขุนนางรบกับเจ้า (2475) ขุนนางรบกับขุนนาง (รัฐประหารต่างๆ ) แต่ครั้งนี้ความขัดแย้งทางการเมืองไทยมีความก้าวหน้า "ทางประวัติศาสตร์มากกว่าความขัดแย้งในอดีตมาก เป็นความขัดแย้งระหว่าง "ไพร่กับผู้ปกครอง"
ความขัดแย้งในอดีตของประเทศต่างๆ หากเป็นในลักษณะ ประชาชนกับผู้ปกครองแล้ว ไม่เคยมีสังคมใด ที่ประชาชนจะพ่ายแพ้ มันจะพัฒนาเป็นการเปลี่ยนแปลง "รากฐานความคิดของประชาชน
ประชาชนที่พัฒนาทางความคิด (ตาสว่าง) ไปแล้ว ไม่อาจกลับไปอยู่ในสังคมเดิมแบบยุคกลาง ยุคแห่งการบูชาพระเจ้าได้อีก สุดท้ายโลกทรรศ์ของประชาชนจะเปลี่ยนไป
ผมไม่เคยใจร้อน ในการวิเคราะห์ของผม "สังคมไทยได้เปลียนไปโดยสิ้นเชิงแล้ว" ราชอาณาจักรพระเจ้า" แบบยุคกลางของยุโรปได้สูญสลายคลายความศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว
การได้อำนาจรัฐของประชาชน เป็นแค่ปัญหาของเวลาเท่านั้น ไม่มีทางที่เมืองไทยจะหันกลับไปบูชาพระสยามเทวาธิราชให้เเป็นผู้ำกำหนดชะตากรรมของตนได้อีกแล้ว มีแต่ประชาชนต้องกำหนดอนาคตและชาตากรรมของตนเอง
เมื่อ "จินตภาพของประชาชนเปลี่ยน" ถือว่าเราได้ชัยชนะในสงครามยืดเยื้อนี้แล้ว ส่วนการ "ชิงเมือง" นั้นไม่จำเป็นต้องรีบร้อนมากนัก
ลัทธิซาบซึ้ง ได้เสื่อมมนต์ขลังลงไปแล้ว แม้จะปลุกกระแสอย่างยิ่งใหญ่ ก็ยากที่จะหวนคืนเช่นเดิมได้
ในวงสนทนา มีบางคนบอกว่า พวกเสื้อเหลืองบางคนที่เขารู้จัก พวกนั้นเขารู้สึกว่า "พวกเขาชนะแล้ว" เพราะเขาดูจาก "คนเสื้อสีชมพู" ในอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ทำให้พวกเสื้อเหลืองที่ชอบดู "สื่อกระแสหลัก" ทึกทักเอาว่า
"ตอนนี้พวกเขาชนะแล้ว"
ในสายตาของผมนั้นตรงกันข้ามอย่างยิ่งเลยทีเดียว
พวกอำมาตย์จะชนะได้อย่างเดียวคือ ต้องทำให้คนเสื้อแดง "หันกลับไปซาบซึ้งเหมือนก่อน" ได้เท่านั้น
แต่พวกเสื้อแดงได้พ้นจากความซาบซึ้งไปไกลแ้ล้ว ยากที่จะหันกลับไปอดีตได้อีก ผมถามคนเสื้อแดงทั้งหลายมีแต่คนสั่นหัว เลิกซาบซึ้งกับดนตรีไปแล้ว
สื่อนอกวิเคราะห์"รบ.อภิสิทธิ์"ล้มเหลวนักวิจัยชี้"มาร์ค"วาทศิลป์เชิดชูได้เล่นบทเดียวกลัวเกลียด"แม้ว"
ที่มา มติชน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม สำนักข่าวเอเอฟพีนำเสนอบทวิเคราะห์รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ระยะเวลา 1 ปีที่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ยังไม่ประสบความสำเร็จทั้งในประเทศและบนเวทีระดับภูมิภาค รวมทั้งยังล้มเหลวในการสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยที่เกิดการแบ่งแยกอย่างลึกซึ้งรุนแรงในขณะนี้ โดยเอเอฟพีอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า "ประเทศไทยแตกแยกมากขึ้นอีก มีการแบ่งขั้วกันชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในคำปราศรัยหลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขากล่าวว่าเขาจะเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน แต่ที่จริงแล้วเขาไม่ได้เข้าถึงกลุ่มที่อยู่อีกขั้วหนึ่ง"
สื่อนอกวิเคราะห์รัฐบาล"อภิสิทธิ์"ไม่ประสบความสำเร็จทั้งในประเทศและบนเวทีระดับภูมิภาคแบ่งแยกร้าวลึก อ้างคำสัมภาษณ์อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ นักวิจัยชาวเยอรมันชี้"มาร์ค"มีหน้าตาที่สามารถเชิดชูได้บนเวทีระดับนานาชาติ" นักวิจัยสิงคโปร์ระบุเล่นบทเดียวคือกลัว-เกลียด "ทักษิณ"
ดร.ฐิตินันท์ยังชี้ว่า นับตั้งแต่นายอภิสิทธิ์เข้ารับตำแหน่ง มักจะประกาศใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เมื่อต้องเผชิญกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลืองไม่เคยมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯเลย
ดร.ฐิตินันท์ยังระบุว่า เมื่อสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของกัมพูชา ได้สร้างความโกรธเคืองให้กับรัฐบาลไทยเป็นอย่างมาก และนายอภิสิทธิ์แสดงให้เห็นถึงวิธีการปฏิบัติในการต่อต้านกัมพูชาแบบอ่อนด้อย ทำให้เห็นชัดเจนว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนที่สูญเสียความยอดเยี่ยมของตนเองไปในเรื่องการต่างประเทศ
ด้านพอล เชมเบอร์ส นักวิจัยอาวุโสด้านการเมืองไทย แห่งมหาวิทยาลัยไฮเดลแบร์ก ในประเทศเยอรมนีเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในอังกฤษและมีวาทศิลป์ดีนั้น "เป็นหน้าตาที่สามารถเชิดชูได้บนเวทีระดับนานาชาติ"
ขณะที่ไมเคิล มอนเตซาโน นักวิจัยแห่งสถาบันศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสิงคโปร์ กล่าวว่า "นายอภิสิทธิ์เล่นบทที่เขาได้รับมา คือเป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ที่คำจำกัดความทางการเมืองของพวกเขาคือ เกลียดและกลัว พ.ต.ท.ทักษิณ และเขาก็ไม่เคยแสดงบทบาทอื่นนอกเหนือจากนั้นเลย"
แม้วคุยศิวรักษ์ บุกถึงคุก ถามใครบงการ
ที่มา ไทยรัฐ
'พ.ต.ท.ทักษิณ' เดินทางถึงกัมพูชา เข้าพบ 'ศิวรักษ์' วิศวกรชาวไทย นักโทษคดีจารกรรมข้อมูลการบิน แล้วเพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษ ถึงในคุก ถามใครสั่งขโมยข้อมูล ...
เมื่อเวลา 18.34 น.วันที่ 13 ธ.ค. ตามเวลาในไทย สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งเดินทางถึงสนามบินนานาชาติกรุงพนมเปญของกัมพูชาด้วยเครื่องบินส่วนตัว ก่อนขึ้นขบวนรถที่มารอต้อนรับท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ได้เดินทางไปที่เรือนจำเปรย์ซอว์เป็นระยะเวลาสั้นๆ เข้าเยี่ยม นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย วัย 31 ปี นักโทษคดีจารกรรมข้อมูลการบินของตนเองเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนเพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันศุกร์ และมีกำหนดปล่อยตัวในวันจันทร์ 14 ธ.ค.
นอกจากนี้ ยังพบว่านางสิมารักษ์ ณ นครพนม ผู้เป็นมารดา มีใบหน้ายิ้มแย้ม ยืนอยู่ด้านนอกเรือนจำด้วยหลังการพบกับ อดีตนายกฯทักษิณ ซึ่งคาดว่าจะเข้าร่วมพิธีการปล่อยตัว นายศิวรักษ์ อย่างเป็นทางการที่บ้านพักของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมนางสิมารักษ์และสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วนในวันจันทร์ด้วย
ขณะที่สำนักข่าวเอพี รายงานเพิ่มเติมด้วยว่าระหว่างเข้าเยี่ยม อดีตนายกฯ ทักษิณ สอบถามนายชุติพงษ์ เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพและถามถึงคนที่สั่งให้จารกรรมข้อมูลการบินของตนเอง
เอเอฟพี รายงานต่อว่า นายคอย ควง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา เผยถึงกรณีที่ฝ่ายไทยเตรียมยื่นเรื่องขอส่งมอบตัวอดีตนายกฯ ทักษิณให้อีกครั้งว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า หากไทยจะทำเรื่องขอมาอีก เพราะกัมพูชาจะไม่เปลี่ยนจุดยืน โดยจะไม่ทั้งส่งตัวให้และไม่จับกุมพ.ต.ท.ทักษิณตามที่ฝ่ายไทยร้องขอมา
"แม้ว"ถึงพนมเปญเตรียมพบ"ศิวรักษ์" ถามหาคนบงการล้วงตับ-ส.ส.พท.ขู่อัดเทปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ที่มา มติชน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางถึงกรุงพนมเปญแล้ว โดยเดินทางด้วยเครื่องบินเล็ก ลงจอดที่สนามบินนานาชาติกรุงพนมเปญ ก่อนได้รับการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากทางการกัมพูชา และคาดว่าพ.ต.ทักษิณ จะเข้าเยี่ยมพบนายศิวรักษ์ นายศิวรักษ์ ชุติพงศ์ วิศวกรชาวไทยที่ถูกศาลกัมพูชาตัดสินจำคุก 7 ปี ในเรือนจำเพซอ ประเทศกัมพูชา แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 14 ธันวาคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางมายังประเทศกัมพูชา นอกจากเพื่อขอบคุณสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาแล้ว จุดประสงค์หลักคือต้องการพบกับนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 14 ธันวาคม เพื่อพูดคุยสอบถามกับนายศิวรักษ์ด้วยตัวเองว่าใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตนจะประสาน ส.ส.ที่เดินทางไปรับตัวนายศิวรักษ์ ได้สอบถามเรื่องดังกล่าวด้วยและอาจบันทึกเทปเพื่อนำข้อมูลมาเปิดเผยหรือใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป ให้สังคมได้รู้ว่าคนที่อยู่ข้างหลังเป็นหน้าตัวเมีย ไม่กล้าออกมายอมรับ ใช้งานนายศิวรักษ์เสร็จก็ปล่อยทิ้งแล้วยังออกมากล่าวหาว่าจัดฉาก "ผมคิดว่าวันนี้นายศิวรักษ์จะพูดความจริงทั้งหมด คงไม่ป้องใครแล้ว ดังนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ มากัมพูชาครั้งนี้ก็ดี เพราะจะได้รู้ความจริงว่าไอ้คนขี้ขลาดตาขาวที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร แต่ผมถามว่าที่ไม่กล้าออกมาเปิดเผยตัวนั้นเป็นตุ๊ดหรือเปล่า เพราะลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับ"นายสุรพงษ์ กล่าวและว่าส่วนกรณีที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้างว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับศรีลังกาซึ่งได้แจ้งข้อมูลการบินของพ.ต.ท.ทักษิณ มาให้นั้น น่าผิดสังเกตว่าหากความสัมพันธ์ดีจริง ทำไมประเทศศรีลังกาจึงไม่ควบคุมตัวพ.ต.ท.ทักษิณ และส่งมอบให้รัฐบาลไทย "ศิวรักษ์" ถึงไทย สี่โมงเย็น 14 ธันวาคม
"ทักษิณ"ถึงกรุงพนมเปญแล้ว ส.ส.เชียงใหม่เผย"ทักษิณ"บินพบ"ศิวรักษ์"ถามข้อมูลคนบงการ เตรียมบันทึกเทปเพื่อนำข้อมูลมาเปิดเผยหรือใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป ให้สังคมได้รู้ว่าคนที่อยู่ข้างหลัง
เผย"ทักษิณ"ถึงกรุงพนมเปญแล้ว เตรียมเข้าเยี่ยมพบ"ศิวรักษ์"
ส.ส.เชียงใหม่เผย"ทักษิณ"บินพบ"ศิวรักษ์"ถามข้อมูลคนบงการ
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนเดินทางไปประเทศกัมพูชาว่า ตนพร้อมด้วยนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อร่วมพิธีปล่อยตัวนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย จากการได้รับพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้คาดว่าจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 14 ธันวาคม เวลาประมาณ 16.00 น.
ความเห็นดร.ปัญญา เปรมปรีดิ์ กรณีไทยอินเตอร์ฟ้องพันธมิตรแปดร้อยกว่าล้าน
ที่มา thaifreenews
โดย Bell
ไทยอินเตอร์ฟ้องพันธมิตร์แปดร้อยกว่าล้าน
ข่าวนี้คงจะเป็นที่พอใจของคนเสื้อแดง แต่ผมบอกได้เลยว่ากำลังถูกเขาหลอก และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง มันกลับเป็นเรื่องการเงินที่พวกเราควรให้ความสนใจ
ทำไมหรือ?
ก็เพราะ นี่เป็นการฟ้องทางแพ่ง มันไม่ใช่การฟ้องเอาผิดในเรื่องเป็นผู้ร้ายสากลที่ไปยึดสนามบิน เรื่องนี้ต่อให้มีการสอบสวนไปอีก 10 ชาติ ก็ไม่สามารถเอาแกนนำพันธมิตร์เข้าคุกเข้าตะรางได้
แล้วทำไมต้องฟ้อง?
ฟ้องเพื่อประโยชน์ทางการเงินครับ
มันจะได้เงินจริงหรือ ในเมื่อแกนนำพันธมิตร์มันไม่มีเงินจะจ่าย และรัฐบาลชุดนี้ก็แบคอัพกันอยู่?
ครับ, ผมเชื่อว่า ผู้บริหารของไทยอินเตอร์เขาก็รู้ดีว่าแกนนำพันธมิตร์ไม่มีเงิน โอกาสที่จะชนะก็น้อย และถ้าเกิดชนะขึ้นมา แกนนำก็อาจขอประนีประนอมโดยผ่อนส่งในอัตราประมาณ 30 บาทต่อเดือน ซึ่งจะใช้เวลาเป็นหมื่นปีจึงจะหมดหนี้กัน แล้วก็ต้องตัดเป็นหนี้สูญเมื่อลูกหนี้ตายไปจนหมด
แต่...ประโยชน์มันมีอย่างนี้ครับ คือ เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ไทยอินเตอร์ก็สามารถใช้ตัวเลขนี้ลดหย่อนภาษีในปีต่อๆไปได้ ซึ่งจะทำให้กลายเป็นตัวเลขกำไรในงบดุลปีต่อๆไป
นี่เป็นสิ่งที่เขาทำกันในเรื่องภาษีที่กรมสรรพากรครับ ผมรู้เรื่องนี้ดีเพราะพ่อผมเป็นหัวหน้ากองภาษีเงินได้มาก่อน และนักบริหารมือฉมังๆเขารู้กันดี มันเป็นวิธีที่จะสร้างตัวเลขกำไรจากความฉิบหายที่เกิดขึ้นไปแล้ว
ครับ, เมื่อเป็นอย่างนี้ มันก็กลายเป็นโอกาสของนักเล่นหุ้น คือ เราต้องมาดูว่า เรื่องนี้จะทำให้ไทยอินเตอร์โชว์กำไรได้มากน้อยสักแค่ใหน
ตัวเลขแค่ แปดร้อยกว่าล้านบาทนี่ ผมเชื่อว่าเอ็มดีคนใหม่นี้คงจะเอามาโปะลงในปีหน้าปีเดียว และอาจจะโชว์ให้เป็นข่าวใหญ่ในงวดแรกของปี 2553 เท่านั้น ทั้งนี้เพราะ กว่าจะได้มาเป็นเอ็มดีนี่ ต้องถูกซักมาอย่างหนักว่าจะทำให้ไทยอินเตอร์มีกำไรได้อย่างไร
ครับ, การโชว์กำไรในงวดแรกของปี 2553 เป็นเงินเพิ่มขึ้นมาแปดร้อยกว่าล้านบาท ก็คงจะทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 10-20 เปอร์เซนต์ ใครที่มีเงินเหลืออยู่ในพอร์ตก็ควรกว้านซื้อ THAI เอาไว้สัก 20-30 เปอร์เซนต์ของพอร์ต ผมเชื่อว่าจะไม่ผิดหวัง
สำหรับคนเสื้อแดงนั้น กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอก ก็คงจะเสียเวลาไปอีกหลายเดือน คดียึดสนามบินนานาชาตินี้มีอายุความเท่าใหร่ผมไม่รู้ และผมก็ไม่สนใจเรื่องการเมืองเสียด้วย
ดร.ปัญญา เปรมปรีดิ์
http://www.drpunya.com
ข้อมูลนี้ จะได้ทำให้ดิฉันไม่ใช้บริการ การบินไทยตราบสิ้นชีวิต..ล่ะค่ะ
