WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 15, 2009

สุดท้ายป็อกก็ "หาทางถอยเรื่อง เสธ.แดงจนได้" โดย เบรกเรื่องพักราชการไปแล้ว

ที่มา thaifreenews

บทความโดย..ลูกชาวนาไทย




จากเนื้อหาของข่าว

http://www.thaifreenews.org/forum/index.php?topic=3181

สุดท้าย ทบ. หรือก็คือ ป๊อกนั่นเอง ได้แตะเบรกเรื่องการพักราชการ เสธ.แดงเสียแล้ว โดยการให้โฆษกออกมาแุถลงว่า "เสธ.แดงมีึคดีในศาลทหารเพียบ 18 คดี" ทบ.เลยไม่คิดจะเดินหน้าเรื่องพัีกราชการต่ออีก แล้วโฆษกก็แถลง "ความรู้เกี่ยวกับวิธีการพิจารณาคดี" หรือการสอบทางวินัย บลาๆๆๆๆ

ผมว่าคนที่เป็นทหารก็รู้ทั้งนั้นแหละครับว่า เสธ.แดงมีคดีฟ้องร้องเรื่องหมิ่นประมาทกันอยู่กับคู่ชกต่างๆ ตั้งแต่ พล.ต.อ.สันต์, พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ ฯลฯ ต่างๆ มากมาย คงไม่ใช่่เอามาเป็นข้ออ้า่งได้

ผมว่าเพราะ เสธ.แดงแข็งกร้าวแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อนนั่นแหละ ป๊อกก็เลยถอย เพราะคงเห็นว่าไม่มีประโยชน์สำหรับชีวิตของตัวเองที่จะลงมาคลุกฝุ่น ชกกับ เสธ.แดง ซึ่ง เสธ.แดงก็ชกมาหลายคู่แล้ว เพิ่มป๊อกเข้าไปอีกคนหนึ่ง คงไม่รู้สึกกินแรงแต่อย่างใด แต่ป๊ออกนั้นเกษียณปีหน้า สร้างศัตรูที่มี "ชื่อเสียงทางการเมือง" มีทรัพยากรทางการเมืองพอสมควร สร้างไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่เจ็บตัวฟรี

งานนี้ เสธ.แดง เลยชกเก็บคะแนนกินเปล่าได้สบายๆ แถมมีทหารพรานทั้งหลายเข้าไปเป็นแฟนคลับอีกตรึมส์

การเมืองนั้นต้องสร้างชื่อให้ดังครับ พอคนศรัธา มีแฟนคลับแล้วก็ถือว่า "มีทรัพยากรทางการเมือง" ไม่มีใครกล้ารังแกได้โดยง่าย แบบ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่มีชื่อเสียงทางการเมืองแล้ว ตำรวจก็ไม่กล้าตอแยอีก

เสธ.แดง ตอนนี้ก็คงพอมีราคาทางการเมืองขึ้นมาบ้างแล้ว

อย่างน้อยลูกบ้าของเสธ.แดง ก็ทำให้ "ทหารพะวักพะวน" ได้เหมือนกัน ไม่รู้ว่า "มีน้ำยา" จริงหรือว่าไม่มี

แต่การนำเอา "ทหารพราน" มาถ่ายรูปลงสื่อในวันชุมนุมเสื้อแดงวันที่ 10 ธันวาคมทีผ่านมา ก็สามารถสร้างผลกระทบทางการเมืองได้มากระดับหนึ่ง อย่างน้อย "ทหารก็ไม่กล้าพลีพลาม" ทำอะไรไปโดยไม่ระวังหลัง อาจเจอ อาร์พีจีจริงๆ ก็ได้ (จากไหนไม่ทราบ)

สำหรับผมคิดว่า "มือลึกลับ" ที่มีำกำลังจริงๆ นั้นอาจไม่ใช่เสธ.แดง

แต่ "เสธ.แดง" กลายเป็น "โฆษกของ "กองทัพลึกลับคนเสื้อแดงไปแล้ว" มีหรือไม่มี ก็ไม่มีทางที่ใครจะทราบความจริง (ผมเองก็ไม่อยากทราบ)

นี่คือ ยอดกลยุทธ์ มีในไม่มี ไม่มีในมี 555 งง

หากคิดว่าไม่มีอาจเจอ อะไรก็ไม่ทราบ หรือคิดว่ามี ก็ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่


ปล.ที่ ทบ.ออกมาแถลง มันก็แก้เกี้ยวไปอย่างนั้นเอง

การเมืองตึงตัว

ที่มา ไทยรัฐ

โดย หมัดเหล็ก

การส่งสัญญาณท้าทายจาก คุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล พร้อมที่จะรับมือการ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ของฝ่ายค้านในช่วงหลังปีใหม่ โดยจะไม่มีการขัดขวางการทำหน้าที่ ของฝ่ายค้าน ทั้งนี้ คุณชินวรณ์ได้ปุจฉาไปถึงฝ่ายค้านว่าควรที่จะหาผู้นำฝ่ายค้านให้ได้ภายในวันที่ 23 ธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อความสมบูรณ์แบบในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และ ครม. เพราะตามรัฐธรรมนูญจะต้องมีการเสนอชื่อนายกฯคนใหม่ขึ้นมาแทนนายกฯคนปัจจุบันด้วย

คิดกันเล่นๆ ถ้าสมมติในระยะนั้นแรงกดดันต่างๆจากทั้งภายนอกและภายในทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาจริงๆ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคร่วมใจไทยพรรคกิจสังคม เกิดกลับลำหันมาสนับสนุนเอาคนที่พรรคเพื่อไทย เสนอขึ้นมาเป็นนายกฯแทนคุณอภิสิทธิ์

ก็จะเกิดการพลิกขั้วรัฐบาลทันที

มีปัญหาต้องขบคิดหลายเรื่อง ประเด็นแรก เมื่อฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์รู้ว่าจะมีการหักหลังขึ้นในสภา จะยอมให้มีการอภิปราย จนถึงขั้นยกมือไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรืออาจจะมีการต่อรองในเงื่อนไขของการปรับ ครม.ซื้อเวลาไปก่อน

หรือไม่จวนตัวจริงๆก็ชิงยุบสภาตัดหน้า

ในขณะเดียวกันฝ่ายค้านนั้นพร้อมหรือยัง มีอยู่สองทางเลือกคือ ถ้าจะเอา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ขึ้นมาเป็นผู้นำฝ่ายค้านจริงๆ ก็ต้อง รอให้ คุณสมบัติสังกัดพรรคการเมือง ครบ 90 วัน ซึ่งน่าจะตรงกับปลายเดือนมกราคมปีหน้า

วิธีจะเข้ามาในสนามเลือกตั้งกลางคันก็คือต้องให้ ส.ส.ลาออก อาจจะเป็นที่ จ.นนทบุรี หรือนครพนมก็ไม่มีปัญหา ส่วนจะอาศัยช่วง เลือกตั้งซ่อม ที่ จ.มหาสารคราม หรือที่ จ.ปราจีนบุรี อาจจะไม่ครบคุณสมบัติ เอาชัวร์ดีกว่า ทำให้เวลาในการอภิปรายของฝ่ายค้านก็อาจ จะเลื่อนออกไปอีก

ในเวลานั้นเข้าใจว่า คนเสื้อแดงก็คงจะออกมาเต็มถนนอยู่ แล้ว เพราะมีนัดชุมนุมใหญ่กันในช่วงปลายเดือน ม.ค.ปีหน้าพอดี

ถ้าฝ่ายค้านจะปิดเกมเร็วก็ต้องตั้งผู้นำฝ่ายค้านขัดตาทัพขึ้นมาก่อน มีรายชื่อเป็นบัญชีหางว่าว หลายค่ายพร้อมส่งเข้าประกวด และ นี่คือจุดอ่อนของพรรคฝ่ายค้านที่ยังหาผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ไม่ได้เช่นกัน

ถามว่าถ้าไล่อภิสิทธิ์ แล้วใครจะเป็นนายกฯคนต่อไป ตรงนี้ ต้องตอบคำถามของประชาชนให้ได้ก่อน ถ้าตอบไม่ได้กระแสในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็ไม่ราบรื่น

จริงอยู่ การกดดันรัฐบาลของคนเสื้อแดงนอกสภาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น อาจจะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายอย่างที่ว่ากัน ถ้าจุดไม่ติดคราวนี้ เสื้อแดงก็คงลำบาก ในขณะที่รัฐบาลก็คงจะตีกรรเชียงไปได้อีกหลายเดือน แต่อย่าลืมว่าการเมืองไม่ใช่มีแค่สีแดง ยังมีสีเหลือง สีเขียว และสีน้ำเงิน ที่ทำสัญญาสงบศึกกันชั่วคราว แต่ไม่ ได้หมายความว่าจะเดินเส้นทางเดียวกันได้ตลอดไป วันหนึ่งต้องถึงเวลาชำระแค้นอยู่ดี.

ทบ.เบรกพักราชการ'เสธ.แดง'พบคดีขึ้นศาลเพียบ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_52971
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

'เสธ.แดง'เตรียมขึ้นศาลทหาร ฟังคำพิพากษาคดีหมิ่น'สันต์'15 ธ.ค.นี้ เผย ทบ. แท้งเรื่องพักราชการเหตุมีคดีขึ้นศาลทหารกว่า 18 คดี ด้านเสมียนตรา- กรมพระธรรมนูญ เฟ้นข้อกฎหมายสั่งพักราชการ....

จากกรณีที่กองทัพไทย ได้ส่งผลการสอบสวนความผิดทางวินัย พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.52 ความคืบหน้าล่าสุดพ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ได้ประสานกับ พล.อ.ปิยะพล วัฒนกุล เจ้ากรมพระธรรมนูญ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนศึกษารายละเอียดในข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ผลการสอบสวนเป็นอย่างไร เพราะต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่

"กรมพระธรรมนูญจะดูผลสอบที่กองทัพบกสรุปมา และจะพิจารณาว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาทหารหรือไม่ เมื่อกรมพระธรรมนูญสอบสวนเสร็จ จะส่งผลสอบสวนไปยังปลัดกระทรวงกลาโหม นำเรียนให้ รมว.กลาโหม ได้พิจารณา และเป็นผู้เซ็นอนุมัติผลสอบสวน ทั้งนี้เอกสารสอบสวนทหารชั้นนายพล ถือเป็นเรื่องลับ ซึ่งคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะไม่มีทางรับรู้เด็ดขาด จึงไม่สามารถบอกได้ว่า ผลการสอบสวนจะเป็นอย่างไร"โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.องค์คณะผู้พิพากษาศาลทหารกรุงเทพ จะขึ้นนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีที่ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นโจทย์ฟ้อง พล.ต.ขัตติยะ ในคดีหมิ่นประมาท กรณีที่ให้สัมภาษณ์ผ่านทางสถานีวิทยุ พาดพิงการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.อ.สันต์ ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งการเสนอความเห็นในการยุบ พตท.43 ทำให้ภาคใต้ลุกเป็นไฟ เกิดกรณีฆ่าตัดตอน โดยการให้สัมภาษณ์ในเนื้อหาดังกล่าวผ่านสถานีวิทยุ 96.5 ได้กระทำถึง 4 ครั้ง

สำหรับกรณีที่กองทัพบกได้เสนอให้พิจารณาพักราชการ พล.ต.ขัตติยะ นั้น ทางกรมเสมียนตรา กำลังรวบรวมเอกสารข้อหาที่ทางกองทัพบกเสนอมา เพื่อดูข้อมูลหลักฐานและกฎหมายทหาร เพื่อพิจารณาว่าจะสั่งพักราชการได้หรือไม่ พร้อมกันนั้น ได้ให้ประสานไปทางกรมพระธรรมนูญในการตรวจสอบคดีความที่ พล.ต.ขัตติยะ ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของศาลทหาร ทำให้ต้องให้การต่อศาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมพระธรรมนูญได้รับเรื่องจากเจ้าพนักงานสอบสวนจำนวน 18 คดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีหมิ่นประมาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการทหารพักราชการพ.ศ. 2528 ระบุว่า ข้าราชการทหารผู้ใดถูกฟ้องคดีอาญาหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา หรือมีกรณีที่ต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถูกสอบสวนเพื่อลงทัณฑ์สถานหนัก ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าจะให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการระหว่างพิจารณาหรือ สอบสวนจะเป็นการเสียหายแก่ราชการก็ให้สั่งพักราชการตั้งแต่วันที่ออกคำสั่งนั้น

โดยผู้มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการทหารพักราชการทหารชั้นสัญญาบัตร คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสำหรับการพักราชการสามารถทำได้ตลอดเวลา แม้คดียังไม่ถึงที่สุด หรือตลอดเวลาที่สอบสวนพิจารณาเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หรือสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้ว ถ้าผู้ถูกสั่งให้พักราชการมิได้กระทำความผิดและไม่มีมลทินหรือมัวหมองเลย ผู้บังคับบัญชาที่สั่งพักราชการต้องให้ผู้นั้นกลับคืนตำแหน่งเดิมหรือเทียบ เท่า ตั้งแต่วันที่สั่งพักราชการ แต่ถ้าผู้ถูกสั่งให้พักราชการไม่ได้กระทำความผิด แต่มีมลทินหรือมัวหมองอยู่ ผู้บังคับบัญชาที่สั่งพักราชการจะสั่งให้กลับเข้ารับราชการหรือให้ออกจากราชการก็ได้.

แนวรบด้านเผด็จการอมาตย์ เหตุการณ์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ปูนนก

ใกล้จะสิ้นปี 2552 ดูเหมือนเหตุการณ์ต่าง ๆ สงบลงไม่ค่อยจะมีสิ่งใดให้น่าตื่นเต้นอกสั่นขวัญแขวนเท่าใดนัก... จะว่าไปน่าจะมีแต่ความชื่นชมยินดีเสียด้วยซ้ำ...วันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมาพสกนิกรชาวไทย ต่างก็ร่วมปลาบปลื้มชื่นชมยินดีกับงานเฉลิมพระเกียรติ์พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว..ซึ่งถือได้ว่าจัดงานได้ยิ่งใหญ่อลังการด้วยงบประมาณ 150 ล้านบาท...พร้อมด้วยเก้าอี้นั่งอย่างน้อย 40,000 ตัว (แต่ไม่รู้เอาไปวางไว้ที่ไหน)..


พสกนิกรชาวไทยได้ร่วมกันชื่นชม พระบารมี, พระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันอย่างเต็มที่ ตั้งแต่วันที่ 3 – 13 ธันวาคม เว้นเพียงวันเดียวคือวันที่ 10 ธันวาคม...เพราะมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงหลายแสนคนในวันรัฐธรรมนูญ..(ไม่รู้ งดเว้นทำไม)...นี่แว่วว่าจะมีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ์กันตลอดปี 2553 เลย ในหลายๆ จังหวัดส่วนภูมิภาค....ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่พสกนิกรชาวไทยจะได้ชื่นชมพระ บารมีกันอย่างทั่วถึง...ใครที่พลาดโอกาสในงานส่วนกลางก็จะได้ร่วมงานเฉลิม พระเกียรติ์กันถึงบ้าน...นี่ยังไม่รวมถึงจะมีการจัดพิมพ์พระราชดำรัสนับล้าน เล่มแจกจ่ายให้พสกนิกรได้รับทราบอีกด้วย....ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหา ที่สุดมิได้....

เรื่องกระทบกระทั่ง..กินแหนงแคลงใจกันระหว่าง ไทยกับกัมพูชา ก็น่าจะจบลงด้วยดี...ในคดีการจารกรรมข้อมูลการบินของท่านนายกทักษิณ โดยนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการออกข่าวโจมตีกันไปมาระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาล กัมพูชา... แม้ว่าศาลกัมพูชาจะตัดสินว่า นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ จะมีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา และพิพากษาจำคุก 7 ปี ปรับอีกประมาณ 100,000 บาท ก็ตาม แต่ในที่สุดหลังจาการติดต่อประสานงานกันของหลายฝ่าย ผลก็ออกมาว่า นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ได้รับพระราชทานอภัยโทษจาก พระบาทสมเด็จ...นาถ นโรดม สีหมุนี ...แห่งกัมพูชา และจะได้กลับประเทศไทยในวันนี้...

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าชื่น ชมยินดีอีกเรื่องหนึ่งที่อย่างน้อยคนไทยคนหนึ่งก็ไม่ต้องไปถูกจำคุกอยู่ใน กัมพูชา.. จะว่าไปนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ กับมารดา คงจะไม่มีอะไรน่าห่วงใยอีกเพราะเรื่องทุกอย่างก็ได้ถูกเปิดเผยไปจนหมดสิ้น แล้ว... แต่ตรงกันข้ามคนที่น่าห่วงใยที่สุดในขณะนี้ก็คือ นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย ต้นเหตุของเรื่อง ซึ่งคงจะไม่มีความสุขนักที่เพียงแค่การโทรศัพท์ไปคุยกับนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ เพียงครั้งเดียว เรื่องจะบานปลายจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศไปได้ขนาดนี้... และที่สำคัญนับจากวันที่นายศิวรักษ์ ถูกจับต้องคดี นายคำรบ ได้หายหน้าไปจากข่าวในเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง ทั้ง ๆ ที่ตนเองเป็นต้นเหตุสำคัญของเรื่องเสียด้วย..

นี่คือนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขาฯประจำสถานทูตไทย

ประจำกรุงพนมเปญ ที่โทรศัพท์ไปขอข้อมูลตารางการบิน

พ.ต.ท.ทักษิณ จากนายศิวรักษ์


คิดไปแล้วก็ช่าง น่าเห็นใจนายคำรบ...และได้แต่หวังว่ากรณีนี้คงจะไม่ซ้ำรอยกรณีของนายเกรียง ไกร เตชะโม่ง คนจารกรรมเพชรบลูไดมอนมา และติดคุกจนพ้นโทษออกมาดำเนินตามปกติแล้ว... แต่ครอบครัว ศรีธนะขันฑ์ กลับถูกอุ้มฆ่ายกครัว ก็ได้แต่หวังว่า ตัวของนาย คำรบ ปาลวัฒน์วิไชย และครอบครัว คงจะไม่ต้องประสบกับวิบากกรรมเดียวกันนี้...

เรื่อง ที่น่าจะมีความสุขในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่อีกเรื่องหนึ่งก็คือการแสดงพลังของ ประชาชนไทยในวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีคนไทยมากมายเหลือเกินที่ต้องการให้ประเทศไทยธำรงค์รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ แห่งชาติ ไม่ต้องการให้ใคร หรือ อะไรมาทำลาย หรือแทรกแซง การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอีกต่อไป... และรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งสำแดงให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตยของชาติ... ดัง นั้นการที่ประชาชนจำนวนมากออกมาร่วมแสดงพลังให้เห็นเพื่อเป็นการระลึกถึงใน วันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกให้กับคนไทย ในวันที่ 10 ธันวาคม นั้น จึงเป็นสิ่งบอกเหตุว่า...ต่อไปนี้ประเทศไทยจะมีความมั่นคงสถาพรทั้งสถาบัน ชาติ, ศาสนา, พระมหา..., โดยมีรัฐธรรมนูญที่ถูกเขียนขึ้นภายใต้ระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งกำหนดเอาไว้ .. และประชาชนไทยจะไม่ยอมให้ใครมาอ้างสิ่งใด เพื่อจะฉีกรัฐธรรมนูญไทยทิ้งอีกต่อไปแล้ว...ซี่งเป็นสิ่งที่น่ายินดีมิใช่ น้อย สำหรับใครก็ตามที่เป็นผู้ปกครองประเทศควรจะชื่นชมยินดีในสิ่งนี้...(มิใช่ หรือ?)

เพราะต่อไปนี้ประเทศไทยจะดำรงความเป็นประชาธิปไตยได้ อย่างสมบูรณ์...โดยมีประชาชนที่เข้าใจและยึดมั่นในความมีเสรีภาพในระบอบ ประชาธิปไตย จะเป็นผู้ปกป้องรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของประชาชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อย่างมั่นคง......


แต่สำหรับอำนาจเผด็จการอาจจะไม่มีความสุขสัก เท่าใดนัก...เพราะประชาธิปไตย กับเผด็จการ ก็คือการปกครองที่แยกขั้วกันอย่างเด็ดขาดไม่สามารถผสมกลมกลืนกันได้อย่างแน่ นอน...ถ้าประเทศไทยจะปกครองโดยประชาธิปไตย อำนาจเผด็จการจะต้องพังทลายสูญหายไป...แต่ถ้าประเทศไทยจะปกครองโดยอำนาจ เผด็จการ ประชาธิปไตยก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน...

ประชาธิปไตย ไม่เคยได้มาด้วยการร้องขอ...ก็ได้แต่หวังว่าประเทศไทยที่กล่าวอ้างนักหนา และประกาศแก่ชาวโลกมาโดยตลอดว่าประเทศเป็นประชาธิปไตย...และได้เข้าร่วมเป็น สมาชิกในองค์การสหประชาติในลำดับที่ 54 จาก 191 ประเทศ... จะไม่เกิดการทำลายล้างประชาชนในชาติที่มีความเชื่อ, ศรัทธา และเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างบริบูรณ์...

อำนาจเผด็จการ...ที่ กำลังครอบครองประเทศนี้อยู่ โดยรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของอำนาจเผด็จการมืดนั้น พยายามสร้างภาพให้เห็นว่าประเทศเป็นประชาธิปไตย... ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นอย่างแท้จริงเถิด.. เพราะว่าเมื่อประชาชนได้รับแรงกดดันบีบคั้นจากความอยุติธรรมที่เผด็จการยัด เยียดให้มากเท่าใด...แรงปฏิกริยาต่อต้านก็ส่งผลออกมารุนแรงดุจเดียวกัน... และเมื่อถึงเวลานั้นก็คงยากที่จะให้ประชาชนผู้ต้องการประชาธิปไตย... หยุดฟังสิ่งใด ๆ เหมือนที่เคยฟังมาก่อนในอดีต เพราะเวลาได้พิสูจน์ออกมานับตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 แล้วว่า สำหรับประชาชนโดยทั่ว ๆ ไปนั้น แนวรบด้านเผด็จการอมาตย์ เหตุการณ์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ปูนนก

เพราะญี่ปุ่นไม่มี "พระเจแปนเทวาธิราช" ญี่ปุ่นจึงกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกภายในเวลา 20 กว่าปีเท่านั้น

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



มีคนพูดกับผมว่า

ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง คนญี่ปุ่นนับถือลัทธิบูชิโด ที่สามารถคว้านท้องยอมตายเพื่อพระจักรพรรดิของตนได้ และยอมสละชีวิตโดยขับเครื่องบินกามิกาเซเข้าชนกองเรือรบของอเมริกันในสงครามโลกครั้งที่สองได้ เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่า พวกเขาเป็นลูกพระอาทิตย์ประเทศของเขามีพระอาทิตย์คอยคุ้มครองป้องกัน

แต่ในที่สุดความบ้าคลั่งจากความเชื่อนั้นก็ได้ทำลายญี่ปุ่นลงในสงครามโลกครั้งที่สองอย่างสิ้นเชิง



นายพลดักลาส แม็คอาเธอร์ ได้เข้าไปเป็นผู้ยึดครองญี่ปุ่น รื้อโครงสร้างระบบสังคมเก่า "เขียนรัฐธรรมนูญที่ยกเลิกความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระจักรพรรดิ" บีบให้สมเด็จพระจักรพรรดิต้องตรัสว่า พระองค์ไม่ใช่เทพเจ้า แต่เป็นคนธรรมดา ที่เป็นประมุขของประเทศ

สังคมญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามโลกจึงขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทพเจ้าพระอาทิตย์อย่างแต่ก่อน ญี่ปุ่นใช้เวลาพัฒนาจากประเทศที่โดนระเบิดนิวเคลียร์ย่อยยับ ผู้หญิงต้องไปขายตัวในค่ายทหารอเมริกัน (ตัวอย่างในหนังดังเรืองโอชินสมัย 20 ปีที่แล้ว นางเอกต้องไปขายตัว) เพื่อให้ตัวเองและครอบครัวมีชีวิตรอด

จากประเทศที่แทบไม่เหลืออะไร ในปี 2515 ประเทศไทย โดย ธีรยุทธ บุญมีผู้นำนักศึกษาขณะนั้นได้รณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น ดังนั้น หากเรานับหลังสงครามโลกครั้งที่สองถึงปี 2515 ญี่ปุ่นก็พัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ ที่ส่งสินค้าออกไปตีตลาดทั่วโลกแล้ว ดังนั้น เขาฟื้นตัวจริงๆ แค่ ไม่ถึง 20 ปี เท่านั้น


สังคมญี่ปุ่นยุคนี้ไม่ได้มี การนับถือเทพเจ้าว่าเป็นผู้คุ้มครองประเทศอีกต่อไป เขาอยู่ด้วย "ข้อตกลงของประชาชน" และสังคมที่ต้องมี "รัฐธรรมนูญที่เป็นกติกาที่เป็นธรรม" ของสังคม ทำให้พลังของสังคมถูกปลดปล่อย

คนชั้นล่างได้ปลดปล่อยศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ต้องถูกกดเอาไว้

สังคมที่ยังเชื่อว่า มีเทพเจ้า มีเทวดา คอยคุ้มครอง นั้นเป็นสังคมด้อยพัฒนาครับ ที่จริงประเทศจะเจริญ ประชาชนจะอยู่ดีกินดีได้ด้วย ตัวของประชาชน และระบบสังคมที่เป็นธรรมเอื้อต่อการให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพของเขาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยบูชา หรือร้องขอจากเทพเจ้าแต่อย่างใด

หากวันนี้ญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นใน "พระเจแปนเทวาธิราช" หรือพระอาทิตย์ว่าจะคุ้มครองและช่วยเหลือประเทศตนเอง แล้ว

ญี่ปุ่นคงไม่เจริญเท่าใดนัก

สำหรับประเทศไทย เราได้เริ่มพัฒนาประเทศพร้อมกับประเทศญี่ปุ่นในสมัยเมอิจิ ตรงกับประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ญี่ปุ่นกับเราเริ่มเปิดประเทศรับอารยธรรมตะวันตกแทบจะเป็นเวลาใกล้ๆ กัน หากกันไม่มากนัก

วันนี้ 120 ปี ผ่านไป ประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศด้อยพัฒนาเช่นเดิม ประเทศต่างๆ ทั้งไต้หวัน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย พวกนี้เขายังไม่มีประเทศด้วยซ้ำไป เป็นเมืองขึ้นของประเทศตะวันตกอยู่แต่วันนี้ ประเทศเหล่านี้ก้าวหน้าไปมากกว่าเราแล้ว

เพราะเราเชื่อว่ามี “พระสยามเทวาธิราช” คอยคุ้มครอง เราก็เลยงอมืองอเท้า ไม่ต้องทำอะไร รอแต่ว่าจะมีเทวดาคอยมาโปรดเมื่อไหร่

ความคิดล้าหลัง ลมๆ แล้งๆ เช่นนี้ มันไม่มีทางเป็นจริงไปได้

แทนที่เราจะต่อสู้ เรากลับคิดว่า “หากพระสยามเทวาธิราช” มีจริง (แน่นอนย่อมไม่มีจริง) จะช่วยเหลือประเทศไทย

ที่จริง เราเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท ที่เป็นหลักคำสอนดั้งเดิมที่สุดของศาสนาพุทธ มีหลักคำสอนเป็นวิทยาศาสตร์และพระพุทธเจ้าไม่ให้เอาผีสางเทวดาเป็นสรณะ แต่คนไทยกับ ปฎิบัติตรงกันข้ามกับคำสอนของพระพุทธเจ้าแทบทั้งหมด กลายเป็นพวก Anti-Buddhist (ปฎิบัติขัดกับคำสอนที่เป็นสาระหลักของศาสนา) ไปโดยปริยาย

วันนี้ ไม่มีพระสยามเทวาธิราช มีแต่ประชาชน มีแต่ เสรีภาพ ประชาธิปไตย และความเท่าเทียมกันเท่านั้น ที่ควรเป็นที่ “กราบไหว้บูชาของคนไทย” ไม่อย่างนั้นคนไทยคนด้อยพัฒนาไปอีก 120 ปี

ตื่นได้แล้วครับคนไทย ตาสว่างกันได้แล้ว เราอยู่ในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่ศตวรรษที่ 12

คดีก่อการร้าย

ที่มา บางกอกทูเดย์

1 ปีเต็มๆ ที่ บริษัท การบินไทย และบริษัทวทิ ยกุ ารบนิ ...เพิ่ง รู้ว่ า..การบุกยึด สนามบิน ของ กลุ่มพันธมิตรฯ นั้น..มีความเสียหายเกิดขึ้นเกือบ 365 วันที่..ความเสียหายได้รับการคำนวณสำเร็จเสร็จสมการบินไทย..พบกับความเสียหาย 575 ล้านบาท..ในขณะที่วิทยุการบิน..เสียหาย 103 ล้านบาทก็ไม่รู้ ว่า พันธมิตรฯ จะดาเนินการต่ออย่างไรกับความอหังการ์ของบริษัทการบินไทยและบริษัทวิทยุการบินที่กล้า..ฟ้องร้องแกนนำเป็นความแพ่ง...ทั้งๆ ที่แกล้งลืมไปแล้วในเรื่องความผิดทางอาญาแล้วความเสียหายจากการปิดสนามบินในต่างจังหวัด...ใครคือผู้รับผิดชอบในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายพันธมิตรฯ เขาต้องสู้คดีแกนนำว่า การไปชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธนั้น...เป็นคนละเรื่องกันกับการสั่งยุติการบินของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทการบินไทยและวิทยุการบิน..ก็ให้การไปตามนั้น..ว่าการยุติการให้บริการการบิน..ผู้สั่งกระทำการคือ เจ้าหน้าที่...เพราะหวั่นเกรงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับผู้โดยสารและเครื่องบินการป้องกันที่กระทำไว้ก่อนจึงเป็นการกระทำที่ชอบเพราะความเสียหายระดับ 500-600 ล้านนั้นมันเทียบกันไม่ได้กับอันตราย หากเกิด ขึ้นกับผู้โดยสารและเครื่องบินเล่นกันไปตามพล็อตนี้ก็จะแฮปปี้ไปด้วยกันทุกฝ่ายแถมยังส่งต่อความสบายไปถึงคดีความทางอาญาที่กำลังล่าช้าเป็นเรือเกลือ จนต้องมาชิงดำทำกันที่ใครจะได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ..ผู้มีอำนาจเซ็นฟ้องหรือไม่ฟ้องพันธมิตรฯ ชนะความชุมนุมกันตามรัฐธรรมนูญ..เจ้าหน้าที่สั่งปิดเพื่อดูแลรักษา...คดีก็ไร้ปัญหาค่าเสียหายก็ยกไป..แต่ปัญหามันติดอยู่ที่ว่า...ตอนที่เจ้าหน้าที่สนามมารับมอบสนามบินจาก พลตรี จำลอง ศรีเมือง นั้น..มันตีความว่า..สนามบินถูกยึดได้..รวมทั้งคำยืนยันของ..รัฐมนตรีต่างประเทศไทย..ที่ไปยึดสนามบินกับเขาแล้วมาให้ข่าว..อาหารดีดนตรีไพเราะนั้น..มันข้างในไม่ใช่ข้างนอกถึงพ้นวันนี้..มันก็เป็นคดีได้อีกในวันหน้า  พญาไม้

ย้ำอีกที ทำไมต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ?

ที่มา Thai E-News


โดย เปลวเทียน ส่องทาง
15 ธันวาคม 2552

1.การเคลื่อนไหวเพื่อยกเลิก รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญในการต่อต้านการรัฐประหาร ต่อต้านระบอบอำมาตยาธิปไตยอย่างสันติวิธี เพื่อให้การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นรัฐประหารครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และให้ระบอบอำมาตยาธิปไตยยุติการครอบงำสังคมไทย

2. กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มาจาการรัฐประหารที่นิยมอำนาจแบบเผด็จการ จึงไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 แต่ให้อำนาจกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นข้าราชการ เป็นพวกพ้องของคณะรัฐประหาร (เป็นส่วนหนึ่งของระบอบอำมาตยาธิปไตย) และได้ยึดครององค์กรอิสระทั้งหลายเรียบร้อยแล้ว

3. รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดให้ องค์กรอิสระนั้น มาจากการเลือกหรือสรรหาของคนเพียง 7 คน คือศาล 5 คน และตัวแทนพรรคการเมืองเป็นส่วนประกอบอีก 2 คน ซึ่งที่ผ่านมาการเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ส่วนใหญ่แล้วผู้ได้รับการเลือกสรรล้วนเป็นอดีตข้าราชการและผู้ที่ไม่เคยมีบทบาทด้านสิทธิมนุษยชนเลย นอกจากนี้แล้วยังกำหนดให้มีองค์กรอิสระองค์กรเดียวรวมอำนาจการจัดสรรคลื่นความถี่และการกำกับการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมไว้ด้วยกัน

4.รัฐธรรมนูญ2550 มาตราที่30 กำหนดขึ้นเพื่อรองรับพรบ.ความมั่นคงภายในประเทศที่จะให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับผู้บังคับบัญชาการทหารบก

5. รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ได้เพิ่มอำนาจสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง แม้ว่าประชาชนสามารถ 10,000 ชื่อเสนอกฎหมายได้ และถอดถอนนักการเมือง 30,000 ชื่อได้ก็ตาม แต่ถูกล็อกและหมกเม็ด เพราะอำนาจในกระบวนการกฎหมายขึ้นอยู่กับวุฒิสภาซึ่งมาจากการแต่งตั้งและเลือกตั้ง คือประชาชน 12 ล้านเลือกได้ 76 คน แต่อีก 74 คน มาจากการสรรหาจากคนเพียง 7 คน ซึ่งศาลครอบงำอยู่ ส่วนใหญ่สมาชิกวุฒิสภาที่จะได้รับการแต่งตั้งก็จะเป็นข้าราชการ คิดแบบราชการ เฉกเช่นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่ถูกแต่งตั้งโดยอำนาจคณะรัฐประหาร

และที่ผ่านมาการเสนอกฎหมายของภาคประชาชน เช่น พระราชบัญญัติป่าชุมชน ก็ถูกขัดขวางบิดเบือนจากกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบราชการ พระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันคุ้มครองสุขภาพความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการก็ถูกขัดขวางจากกรมแรงงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบราชการ


6.รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่ยอมรับสิทธิการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสิทธิในการพัฒนาที่จะทำให้ประชาชนสามารถกำหนดวิถีชีวิตของตนเองได้ ไม่ยอมรับการปฏิรูประบบสวัสดิการทางสังคม เช่น การจัดสวัสดิการด้านสาธารณสุขแก่ทุกคน การจัดสวัสดิการแก่ผู้สูงอายุทุกคน ไม่ยอมรับการปฏิรูประบบภาษี ให้เป็นมาตรการในการกระจายรายได้เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคม เช่น การเก็บภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก หรือภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า ไม่ยอมรับการคุ้มครองสิทธิเกษตรกรรายย่อย เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงทางอาหารของประเทศชาติ ไม่ยอมรับสิทธิในที่อยู่อาศัยและความมั่นคงในที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกคน และไม่ยอมรับสิทธิและความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสังคมไทยในการสร้างความเสมอภาคความยุติธรรมให้เกิดขึ้น

7. ถึงเวลาที่ต้องนำรัฐธรรมนูญ 40 มาใช้และปรับแก้ไขให้ก้าวหน้าขึ้น โดยใช้กระบวนการเดียวกับการร่างรัฐธรรมนูญ 40 มีหลักการสำคัญคือ สร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ ลดทอนอำนาจระบอบอำมาตยาธิปไตย เช่น รัฐธรรมนูญต้องบัญญัติไว้ว่า ห้ามให้ใครผู้ใดคณะบุคคลใดกระทำการรัฐประหาร ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตย ฯลฯ

เพิ่มพื้นที่ประชาธิปไตย เช่น ให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีทางตรง การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด การกำหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งและไม่ต้องกำหนดวุฒิการศึกษา การให้ผู้ใช้แรงงานเลือกตั้งในสถานที่ประกอบการ ฯลฯ

ศิวรักษ์พ้อคิดได้ไง'จัดฉาก' มาร์คโคตรแมนให้จบ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
14 ธันวาคม 2552

*คลิปศิวรักษ์ให้สัมภาษณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา ได้เดินทางกลับถึงไทยในเวลา17.10น.โดยให้สัมภาษณ์ว่า เขาคงห้ามใครคิดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงว่าเขามีส่วนร่วมกับพรรคเพื่อไทยในเกมการเมือง แต่เรื่องจริงคือเขาต้องอยู่ในเรือนจำกัมพูชานาน 32 วัน โดยที่นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอก สถานเอกอัคราชทูตไทยได้เป็นผู้ติดต่อทางโทรศัพท์ให้หาตารางเที่ยวบินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรให้ แล้วพอเขาติดคุกก็หายหน้าไปเลย

"ผมไม่รู้ว่าเอาอะไรมาคิดว่าเป็นการจัดฉาก เพราะผมติดคุกอยู่นาน32วัน แล้วคนที่คิดก็ต้องคิดด้วยว่าคุณจะใช้ลูกหลานคุณมาติดคุกเพื่อจัดฉากอยู่หรือ นี่เป็นชีวิตคนนะครับ ไม่ใช่เรื่องสนุกหรือเรื่องตลกที่จะจัดฉากให้ลูกหลานติดคุกเพื่อผลประโยชน์การเมือง ผมก็คงเป็นเหยื่อ แต่แล้วแต่จะมองมุมไหน แต่ใครมองว่าผมจัดฉาดหรือคุณแม่ผมจัดฉาก อยากถามว่าเอาอะไรมาคิด"นายศิวรักษ์กล่าว และว่าที่แม่ของเขาไปขอความช่วยเหลือจากพรรคเพื่อไทยหรือพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ก็คงติดต่อขอความช่วยเหลือไปทุกทางที่จะช่วยเขาออกจากคุกได้

ทั้งนี้รายการข่าวโทรทัศน์เรื่องเด่นเย็นนี้ทางช่อง3ได้ถ่ายทอดสดการเดินทางกลับไทยของนายศิวรักษ์ ขณะที่นายศิวรักษ์กำลังให้สัมภาษณ์เป็นโทษต่อนายคำรบ ซึ่งเป็นลูกน้องของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศก็มีการตัดการถ่ายทอดสดกลับสู่สถานีอย่างกะทันหัน


นายศิวรักษ์ยังกล่าวต่อว่า นายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกสถานเอกอัครราชไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ทางการกัมพูชา จับกุมตนในข้อหาจารกรรมข้อมูลการบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น นายคำรบไม่เคยติดต่อกับตนและนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาอีกเลย ทั้งที่อย่างน้อยนายคำรบน่าจะโทรศัพท์มาสอบถามข่าวจากมารดาของตนบ้าง จึงต้องการพบกับนายคำรบเพื่อขอทราบเจตนาที่ให้ตนนำตารางการบิน พ.ต.ท.ทักษิณ มอบให้

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย พูดผ่านสื่อมวลชนกัมพูชาหลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยระบุชัดว่านายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการสถานทูตไทยในกัมพูชา เป็นคนใช้ให้นำตารางบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีส่งให้จริงว่า เท่าที่ทราบตอนที่ให้การก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น และจริงๆ แล้วข้อเท็จจริงมันก็ชัดเจนอยู่ว่า เรื่องแผนการบินมันไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปเอามาจากตรงนั้น เพราะว่าเรามีอยู่แล้ว และสิ่งที่มีการพูดคุยสอบถามกันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรที่เป็นความลับ แม้กระทั่งคำพิพากษาศาลเองที่ออกมาไม่ได้พูดเรื่องของความลับ เท่ากับเป็นเรื่องที่เขาเกรงว่าจะไปกระทบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ไม่ควรที่จะทำอะไรให้เกิดปัญหา เรื่องจะขยายผลออกไปอีก เพราะว่ามันน่าจะจบได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องให้นายคำรบออกมาชี้แจงเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เข้าใจว่าทุกคนที่เกี่ยวข้อง เขาพร้อมจะชี้แจงอยู่แล้ว เพราะมีเอกสารข้อเท็จจริงอะไรต่างๆ เมื่อถามต่อว่า เป็นเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปพบนายศิวรักษ์หรือไม่ ถึงทำให้นายศิวรักษ์เปลี่ยนคำพูด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็อยากให้สังคมคิดเอาเองว่าจริงๆ แล้วอย่างที่ย้ำว่าจะมีข้อเท็จจริงที่มันชัดเจนอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อถามต่อว่านายกฯ หวังให้จบแต่ดูเหมือนว่ามีความพยายามที่จะขยายผลอยู่อย่างต่อเนื่อง นายกฯ กล่าวว่า อยากจะบอกคนที่ทำว่าจะทำไปเพื่ออะไร ต้องการให้ประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหากันเพราะอะไร เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เมื่อคนของเราได้รับอิสรภาพมาแล้ว และข้อเท็จจริงต่างๆ มันก็มีอยู่ รัฐบาลก็พร้อมยืนยัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการโยงว่าข้าราชการทำไม่ได้ถ้าไม่มีคนสั่งการ พร้อมกับมีการโยงไปถึงตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย นายกฯ ย้อนถามว่า ข้าราชการทำอะไร ต้องเริ่มจากตรงนั้นก่อน จากการที่ทั้ง 2 คนเคยพูดกันมาในโอกาสต่างๆ ก็บอกว่าไม่ในเรื่องของการที่จะไปยุ่งอะไรกับความลับ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาก็ยืนยันได้ว่า เขามีข้อมูลอะไรบ้าง ช่วงไหน อย่างไร วันนี้ก็คงจะชี้แจงกันไป

“มีความพยายามจะมาให้มีปัญหาการเมืองบ้าง ปัญหาระหว่างประเทศบ้าง ก็อย่าไปเป็นเครื่องมือของขบวนการตรงนั้นเลย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่าจะหยิบเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเขามีสิทธิ์อภิปราย และตนก็พร้อมจะชี้แจง รัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจง เมื่อถามต่อว่านายกฯ จะฝากอะไรถึงคุณศิวรักษ์บ้าง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยินดีที่ได้รับอิสรภาพ และคิดว่าเจ้าตัวเองก็คงไม่อยากที่จะเป็นเงื่อนไขของปัญหาอะไรเพิ่มเติม เพราะสิ่งที่ผ่านมาคิดว่าก็มีความเสียหายเดือดร้อนระดับหนึ่งก็อยากให้เรื่องมันจบ ถ้าคิดว่ามีอะไรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถมาพูดคุยกับรัฐบาลได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทวิตเตอร์บอกว่ากระทรวงการต่างประเทศใช้คุณคำรบเป็นเครื่องมือ นายกฯ กล่าวว่า นั้นเป็นความคิดของคุณทักษิณ แล้วคุณทักษิณใช้ใครบ้างเรื่องนี้ เมื่อถามว่า เรื่องที่ทำถือว่าเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจข้าราชการ นายกฯ กล่าวว่า จริงๆ แล้วตนคิดว่าทุกคนสามารถยืนยันหน้าที่บทบาทของตัวเองได้ และเชื่อว่าใครที่ทำทุกอย่างตามครรลองรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เขาไม่เสียกำลังใจหรอกครับ เพราะเขาต้องทำหน้าที่ต่อไป

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(14.ค.):ตาสว่างทั่วไทย

ที่มา Thai E-News


ตาสว่าง-โครงการโรงเรียนนปช.แดงทั้งแผ่นดินสัญจรไปอบรมพี่น้องเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยให้ติดอาวุธทางความคิด และติดตั้งจานดาวเทียมเพื่อเปิดหูเปิดตาให้สว่างเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ขณะที่เสื้อแดงไทยในอเมริการ่วมลงขันบริจาคติดตั้งจานดาวเทียมให้พี่น้องเสื้อแดงในถิ่นทุรกันดารได้ตาสว่างไปทั่วประเทศเช่นกัน


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม 2552 นักข่าวชาวรากหญ้า นำเสนอข่าวสังคมกิจกรรมที่ยังคึกคักทั่วไทย แดงไกลไปทั่วโลกเช่นเคย ทั้งกิจกรรมชาวเสื้อแดง งานปีใหม่นี้ไปฉลองที่ไหนดี พี่น้องเสื้อแดงพวกเราจัดกันครึกครื้นหลายที่ ส่วนที่ไหนนอกจากที่ลงในวันนี้อยากจะแจ้งข่าว ขอเชิญเลยครับ ส่งข่าวกิจกรรมต่างๆมาได้ที่thaienews99@googlegroups.com แล้วทางเราจะลงให้ฟรีๆไม่ต้องเสียค่าลงข่าวแต่อย่างใด งานใหญ่อย่างนี้ไม่พลาด***

***4โมงเย็นวันนี้เป็นต้นไปที่สวนสาธารณะ200ปี ริมบึงแก่นนคร มวลชนประชาธิปไตยขอนแก่น หรือเสื้อแดงขอนแก่นจัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่ฟังปราศรัยจากแกนนำนปช.ทั้งแผ่นดินชุดใหญ่นำทีมโดย3เกลอวีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ และดร.อดิศร เพียงเกษ ประธานโทรทัศน์พีเพิล แชนัล ขอเรียนเชิญพี่น้องขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียงพบกัน 4 โมงเย็นเป็นต้นไป***

***เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม2552 นี้ที่โรงแรมไดอิชิ หาดใหญ่ ได้มีการนัดรวมพลคนเสื้อแดง ตลอดจนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านมาร่วมพบปะสังสรรค์กัน โดยได้มีการถ่ายทำบันทึกเทปเพื่อออกไปรายการทาง พีเพิล แชนแนล ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ ในเวลาประมาณ 5 โมงเย็น(กำหนดการเรื่องเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงก็ได้) โดยในงานนอกจาก ท่าน อาจารย์สอาด จันทร์ดี พิธีกรรายการแล้วยังมีคุณวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย โฆษกพิธีกรเวทีใหญ่ นปช. มาร่วมสร้างความคึกคัก***



***โต้โผงานจัดโดย ครูแดง แกนนำกลุ่มชมรมรักประชาธิปไตยสงขลา 52 ร่วมกับอีกหลายๆกลุ่ม อาทิ กลุ่มหาดใหญ่ 52 โดยคุณรุ่ง กลุ่มสมิหลา 52 โดยคุณกิตติพจน์ และตลอดจนพื้นที่ใกล้เคียงและผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองโซนภาคใต้อีกหลายๆท่าน ท่าน อ.สอาด และ ท่าน วิภูแถลง กล่าวว่า มีความยินดีและดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาจัดงานกับกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยเสื้อแดงภาคใต้ในครั้งนี้ โดยครั้งนี้เป็นที่น่าแปลกว่าไม่ปรากฏกลุ่มเสื้อเหลืองพันธมารมาต่อต้านแต่อย่างใด ...คุณนกไฟนักข่าวคนเก่งรายงาน***

***คุณทิฟฟี่สายข่าวคนขยันแดงไทยในอเมริกา/Red in USA รายงานควันหลงการจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อ6ธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากจะได้ทุนไปต่อชีวิตหนังสือพิมพ์REDNews USAแล้ว เสื้อแดงไทยในอเมริกายังได้รวบรวมเงินบริจาคจากสมาชิกได้จำนวน 425 เหรียญสหรัฐฯส่งมอบผ่านทางคุณเชอรรี่@เสรีชนส่งมอบต่อให้กับคุณแป๊ะ บางสนาน เพื่อสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อและติดตั้งจานดาวเทียมให้กับคนเสื้อแดงรากหญ้าตามต่างจังหวัดต่างๆ จำนวน 4 จานดาวเทียม....แดงไทยในอเมริกา..ได้เล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ในการเผยแพร่ให้ความรู้เป็นวิทยาทานให้กับคนเสื้อแดงของคุณแป๊ะ บางสนาน จึงได้ให้ความร่วมมือในการบริจาคครั้งนี้ และขอขอบคุณท่านสมาชิก ทีได้ช่วยกันบริจาคเงินให้กับโครงการ "สองขาเพื่อประชาธิปไตย" ด้วยค่ะ...***

***หลังจากได้รับเงินบริจาคจากอเมริกาแล้ว คุณแป๊ะ บางสนาน ที่ได้ริเริ่มโครงการสองขาประชาธิปไตยก็ได้ซื้อจานดาวเทียมไปติดตั้งให้พี่น้องประชาชนทันที ในภาพเป็นการมอบให้ชาวบ้านในอำเภอนาดี จังหวัดสุพรรณบุรี คราวนี้จะได้ตาสว่างไปทั่วประเทศ***

***งานนี้งานช้าง ขอเรียนเชิญพ่อแม่พี่น้องทุกๆท่าน ที่รักประชาธิปไตย รักความยุติธรรม ไม่ชอบสองมาตรฐาน ต่อต้านรัฐบาลอำมาตย์อุ้มพบกับรายการความจริงวันนี้ที่ดอยสะเก็ด นำทีมโดยคุณวีระ มุกสิกพงษ์, คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ,คุณจตุพร พรหมพันธ์ ,แรมโบ้อิสาน สุพร อัตถาวงศ์ ,คุณวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ,คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง,พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ,ดร.ประแสง มงคลศิริ,คุณดารุณี กฤตบุญญาลัย ,คุณเจ๋ง ดอกจิก ,คุณวันชนะ เกิดดี ในวันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552 เริ่มงานเวลา 16.00 น. ณสนามกีฬาเทศบาล อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จัดโดยกลุ่มนปช.แดงดอยสะเก็ด52 , กลุ่มสันกำแพงรักประชาธิปไตย ,กลุ่มแดงแม่ออน ,กลุ่มแดงสันทราย ,และนปช.แดงเชียงใหม่ สอบถุมเพิ่มเติมที่คุณปารัชนันท์ 081-8644199 ผู้ฝากข่าวประชาสัมพันธ์***

***กิจกรรมสำหรับพี่น้องที่มองหาที่ไปเที่ยวงานปีใหม่ เสื้อแดงจัดกันหลายที่ ใกล้ๆกรุงเทพฯก่อนแล้วกัน เสื้อแดงภาคตะวันออกเป็นเจ้าภาพจัดงานปีใหม่แบบแคมป์ปิ้งรอบอ่างเก็บน้ำมาบประชัน (พัทยา ชลบุรี) เสาร์19-อาทิตย์ที่20ธันวาคมศกนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องเราที่อยากไปร่วมแคมป์กับเรา ที่สำคัญงานนี้ฟรีตลอดงาน สนใจรับบัตรเข้าร่วมงานติดต่อที่รายชื่อด้านล่าง สาขาใกล้บ้าน, หรืองานสื่อ online ติดต่อที่ suchart28@hotmail.com ติดตามข่าวสารได้ที่ www.norporchorpattaya.com***


***ประสานงานกับเสื้อแดงตะวันออกเพื่อร่วมกิจกรรม ตามด้านล่างนี้

สำนักงานชลบุรี 086-1449938 (คุณปุ๊), 083-8287665 (ดาบแดง), 081-3442799 (คุณอ๋อย),
สำนักงานศรีราชา 086-0809099 (คุณเล็ก),
สำนักงานพนัสนิคม 081-8623882 (คุณป้อม),
สำนักงานพัทยา52 085-5510127 (คุณแจ๊ว), 086-8437192 (คุณปุ๊), 081-8657576 (คุณสมชาย), 081-2046400 (คุณฮก),
สำนักงานแหลมฉบัง 081-4228694 (คุณดำ), 081-5904222 (คุณนา),
สำนักงาน นปช.พัทยา 081-8194437 (คุณเบญ), 084-8701911 (คุณก้อย),
สำนักงานสัตหีบ 081-9404303 (คุณกุ้ง),
สำนักงานระยอง 086-3394365 (คุณดวงพร), 081-2561233 (คุณระพินทร์), 081-9966818 (คุณเกิน),
สำนักงานสอยดาว 086-3407554 (คุณบุญช่วย), 081-8659883 (คุณเล็ก),
สำนักงานจันทบุรี 083-1166632 (คุณปิยะพนธ์),
สำนักงานวังจันทร์ 089-6029151 (คุณสมชาย)
สำนักงานสระแก้ว 087-1288216 (คุณเยาว์), 081-8641533 (คุณปัญญา),
สำนักงานฉะเชิงเทรา 089-9922444 (คุณอ๊อด), 087-4819406 (คุณตึ๋ง), 086-3356430 (คุณทัศนพร),
สำนักงานแดงทัพยา 087-5199174 (ซ้อโอ่ง),
สภาประชาชนโป่ง 089-5424669 (คุณสโอด),
สภาประชาชนพัทยาใต้ 081-8649809 (คุณต้อม),
สภาประชาชนนาเกลือ 085-4563493 (คุณหนวด),
สภาประชาชนเนินพลับหวาน 089-2513717 (คุณสมชาย),
สภาประชาชนสุขุมวิท 75 086-3876701 (คุณอรุณ)


***อีกงานจ้าชื่อ Christmas Red Fair พันเอกพิเศษ สุรินทร์ จันทร์เพียร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวกาญจนบุรี ร่วมกับ ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น สมาชิกวุฒิสภา (ปี 2543-49) และผู้อำนวยการ “ไทยเรดนิวส์” และแดงภาคตะวันตก เชิญร่วมงานฉลองคริสต์มาสเรดแฟร์ “Christmas Red Fair” ณ แพ โฟล้ทติ่ง (Floating) สะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2552 เวลา 18.00 – 23.00 น.

***ขอเชิญเพื่อนชาวไทยหัวใจสีแดง และมิตรชาวต่างประเทศ ร่วมฉลองคริสต์มาส งานแดงสะพานข้ามแม่น้ำแคว แต่งชุด แดงคาวบอย สังสรรค์บนแพกลางน้ำ ในบรรยากาศสุดพิเศษ “ไทยนานาชาติ” ฟังการบรรยายของผู้นำเสื้อแดง และโฟนอินจาก “คุณจักรภพ เพ็ญแข”ร่วมลุ้นจับฉลากแลกเปลี่ยนของขวัญ (ราคาไม่ต่ำกว่า 200 บาท)ชมการแสดงตระการตา แสง สี เสียง น้ำพุเต้นระบำ
รับประทานอาหาร พบเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ บนโต๊ะจีน บัตรราคา 300 บาท โชคดีรับของขวัญพิเศษ “จากดูไบ” และผู้นำคนเสื้อแดง
จองและรับบัตรร่วมงานที่ :
1. แพ โฟล้ทติ้ง ริมสะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี โทร. 034-625 053
2. สถานีวิทยุ CINN สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและวัฒนธรรมกาญขนบุรี FM 96.25 โทร. 034-520 757-8, 081-763 5828
3. นสพ.ไทยเรดนิวส์ ชั้น 5 อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว โทร. 02-934 9388, 083-705 1234, 083-706 1234, 081-148 6399***


***ส่งความสุขให้ “ดา” เนื่องในวาระใกล้ถึงวันปีใหม่นี้ กลุ่ม “พลังรวมใจ” ขอเชิญชวนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านร่วมโครงการ “ส่งความสุขให้-ดา” ทั้งนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่คุณดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล (ดา ตอร์ปิโด) นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคนหนึ่งที่ถูกจำคุกข้อหาหมิ่นฯ***

***คุณกาญจนา ศรีพรประชา ผู้แทนกลุ่ม “พลังรวมใจ” กล่าวเชิญชวนผู้รักประชาธิปไตยและความยุติธรรมทุกท่านร่วมแรงร่วมใจส่งคำอวยพร และความสุขให้แก่ผู้กล้าของเรา โดยการส่งจดหมาย สคส หรือ โปสการ์ดอวยพรปีใหม่ให้แก่คุณดารณี โดยที่เนี้อหาจะต้องไม่มีการพาดพิงถึงการเมือง เขียนจ่าหน้าว่า “สคส ถึง ดา” ตู้ ปณ. 58 ปณศ (พ) พระโขนง กรุงเทพฯ 10110 ทางกลุ่มจะดำเนินการจัดส่งให้คุณดารณีทุกอาทิตย์ และจะนำภาพที่ถ่ายจดหมายนี้มาดำเนินการเผยแพร่ทางเวปไซด์ หรือ งานนิทรรศการที่จะจัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยส่วนใหญ่ร่วมกันให้กำลังใจแก่คุณดา ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้องต่อไป ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กาญจนา ศรีพรประชา ผู้แทนกลุ่ม “พลังรวมใจ”มือถือ 086-3190609 อีเมล์ wemissyouda@gmail.com***

***งานเสวนาของเวบไซต์ThailandMirror..(การเมือง)ครั้งที่สามเสวนาภายใต้หัวข้อชื่อ..."กฏหมายสองมาตราฐานใต้ระบบตุลาการธิปไตย"วันพุธที่ 16 ธันวาคมนี้ 17.00 น.เป็นต้นไปที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ(TFFC)วิทยากรสามท่านคือ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์,ฐิติมา ฉายแสง และม.ล.นัฎฐกรณ์ เทวกุล ราคาบัตร 300 บาททุกที่นั่ง (พร้อมอาหารค่ำ)เหลือที่นั่งรับได้จำกัดเพียง 80 ท่าน สนใจเข้าร่วมจองบัตร 084-0910707 081-1048842**

***กำหนดการเสวนาหัวข้อ "นิติรัฐแบบไทยๆ : เมื่อความมั่นคงและสิทธิเสรีภาพถูกคุกคาม"วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2552
ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดย www.OpenThaiDemocracy.com ร่วมกับ www.iLaw.or.th

13.30-14.00 น. ลงทะเบียน
14.00-14.15 น. กล่าวเปิดการเสวนา
14.15-15.00 น. เปิดประเด็นพูดคุย
- แนวคิดเรื่องความไม่มั่นคงและความกลัวในบริบทสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย
โดย ดร.เกษม เพ็ญภินันท์ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- การนิยาม "ความมั่นคง" ของรัฐ ผ่านชุดกฎหมายด้านความมั่นคงของราชอาณาจักร
โดย รศ. สมชาย ปรีชาศิลปกุล อดีตคณะบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- การสร้างความมั่นคงกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพบนอินเทอร์เนต ตามหลักนิติรัฐ
โดย อ. สาวตรี สุขศรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
15.00-15.15 น. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถาม
15.15-15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30-16.30 น. เสวนาโต๊ะกลม เรื่อง "นิติรัฐแบบไทยๆ: เมื่อความมั่นคง และสิทธิเสรีภาพถูกคุกคาม"
ร่วมเสวนาโดย
- คุณพุทธณี กางกั้น คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ*
- คุณวัชรี เผ่าเหลืองทอง กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือก
- คุณจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท
- คุณอดิศร เกิดมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติ
ดำเนินการเสวนาโดย อ.สาวตรี สุขศรี
16.30?17.00 น. เปิดเวทีสำหรับผู้เข้าร่วมเสวนาวิพากษ์และแสดงความคิดเห็น


หมายเหตุ : *รายชื่อวิทยากรอยู่ระหว่างการติดต่อ

ลงทะเบียนผ่านทางหน้าเวบได้ที่ http://www.openthaidemocracy.com/node/65 พิเศษ มีถ่ายทอดสดผ่านเวบ http://www.openthaidemocracy.com ***

***กิจกรรม “ดนตรีเพลงปฏิวัติฉลองปีใหม่”โดยนักปฏิวัติ (ของแท้จากฐานที่มั่น)วันเสาร์ 19 ธันวาคม 2552 เวลา 18:00 - 21:00 น.ณ ห้องประชุมเบญจมจักร มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร(ใกล้วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร และอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ)รายได้เพื่อบูรณะฐานที่มั่นค่าย 514 ฐานที่มั่นสุดท้ายที่เหลืออยู่ในประวัติศาสตร์
ดูรายละเอียดที่ http://www.cpt-song.blogspot.com***

***สิ่งที่ท่านจะได้รับจากงานนี้

1. การฟังเพลงปฏิวัติที่หาโอกาสได้ยาก
2. คู่มือรำวงมาตรฐานของชาวพรรค และเอกสารประกอบอื่น ๆ
3. การพบปะ สมานมิตรกับมิตรสหายจากทั่วทุกภูมิภาค หวังว่าจะได้พบมิตรสหายจากทั่วเขตงาน ทั่วทุกภูมิภาคมาร่วมงานกัน แต่อย่าลืมจองที่นั่งล่วงหน้า มีที่นั่งจำกัด


งานนี้ขอรับบริจาคจากผู้เข้าร่วมงานท่านละ 300 บาท (สามารถบริจาคได้เพิ่มเติมตามอัธยาศัย) เพื่อการปรับปรุง-พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ฐานที่มั่น ค่าย 514 เพื่อให้ศูนย์การเรียนรู้นี้เป็นแหล่งเรียนรู้ของการต่อสู้ของประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในอดีต และถือเป็น "ฐานที่มั่น" แห่งเดียวที่ยังเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน***

***คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เครือข่ายพลเมืองเน็ต มูลนิธิหนังไทย ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมงานสัมมนาสาธารณะ นำเสนอผลการศึกษาเรื่อง “จินตนาการปฏิรูปสื่อในทศวรรษหน้า” (Rethinking Media Reform: Integrated Media Policy 2010-2020)สนับสนุนโดย Heinrich Böll Foundation (HBF)วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.00 - 17.00 น. ณ ห้องบานบุรี ชั้น 14 โรงแรมบางกอกชฎา ถ.รัชดาภิเษก กำหนดการ

09.00 - 09.30 น. ปาฐกถานำโดย รศ.ดร. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) "จากนวัตกรรมแท่นพิมพ์ถึงปฏิวัติดิจิตอล: อิสรภาพการสื่อสารอยู่ในมือใคร?"

09.30 – 10.30 น. นำเสนอ งานศึกษาเรื่อง “อนาคต วารสารศาสตร์ และ หนังสือพิมพ์ในทศวรรษหน้า”
โดย ผู้เสนอแทน อาจารย์ พรรษาสิริ กุหลาบ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิจารณ์โดย ผศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

10.30 – 12.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง “ภาพยนตร์ในทศวรรษหน้า”
โดย สัณห์ชัย โชติรสเศรณี มูลนิธิหนังไทย
วิจารณ์โดย ผศ.ดร.กฤษดา เกิดดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

12.00 – 13.15 น. พักกลางวัน

13.30 – 15.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง อนาคต “สื่อวิทยุ-โทรทัศน์ ในทศวรรษหน้า”
โดย สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)
วิจารณ์โดย รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม คณบดี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ หนึ่งในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
15.00 – 16.00 น. นำเสนองานศึกษาเรื่อง “อินเทอร์เน็ต ในทศวรรษหน้า”
โดย อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ Siam Intelligence Unit (SIU)
วิจารณ์โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
16.00 – 16.30 น. นำเสนอภาพรวมจินตนาการสื่อในทศวรรษหน้า
16.30– 17.00 น. เปิดเวทีแลกเปลี่ยน
ดำเนินรายการโดย ทวีพร คุ้มเมธา


สอบถามรายละเอียดได้ที่ พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ 089 123 2296***

***ขอเชิญมิตรสหายร่วมรบร่วมงาน “ รำลึกวีรชนปฏิวัติ-อาลัยสหายผู้เสียสละตะนาวศรี ”จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นเตือนสหายที่ยังมีชีวิตอยู่ให้มาร่วมกันรำลึกถึงวีรชนผู้วายชนม์ ผู้แบกรับภารกิจทางประวัติศาสตร์ในการสรรค์สร้าง ถางทางสู่ประชาธิปไตยประชาชน และเชิญชวนทายาท พร้อมนักประชาธิปไตยรุ่นหลังให้เข้าร่วมรำลึกถึงคุณูปการของวีรชนทั้งหลาย และวีรชนเขตตะนาวศรี


คณะกรรมการจัดงาน กำหนดจะจัดงานในวันที่ ๑๙- ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ ด้วยกิจกรรมตลอดทั้ง สองวัน ยามสายร่วมงานบุญ ยามค่ำคืนชื่นชมศิลปบันเทิง ยามดึกนอนดูดาว สัมผัสลมหนาวเขตงานตะนาวศรี และร่วมรำลึกวีรชนปฏิวัติ อาลัยสหายผู้เสียสละ ตามกำหนดการที่แนบมาด้วยน

จึงขอเชิญท่านร่วมงานครั้งนี้ ณ อนุสาวรีย์วีรชนตะนาวศรี ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่ามกลางสถานการณ์นี้เราจักร่วมรำลึกวีรชนร่วมกัน

...........เราต่างมาจากทั่วทุกสารทิศ เรามีชีวิตร่วมกันในป่าเขา

จากบ้านเกิดเมืองนอนถึงไพรลำเนา ด้วยพวกเรามีอุดมการณ์อันเดียวกัน...........

ประสานงานสหายโชติ ๐๘๑ – ๙๒๕ – ๘๓๙๐ สหายแกร่ง ๐๘๑ – ๙๒๒ – ๐๔๕๖***

***ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย องค์กรสื่ออิสระของผู้สื่อข่าวอาชีพฝ่ายพลังประชาธิปไตย..ที่ไม่ใช่คนมีอาชีพเป็นนักข่าวผนึกพลังแน่น จัดการประชุมขึ้นเมื่อเสาร์ที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ฤกษ์ดีเตรียมออกสื่อที่เป็นกลางมีจุดยืนข้างประชาธิปไตย มีจุดยืนรับใช้ประชาชน เตรียมออกหนังสือรายสัปดาห์ชื่อTHAI FREEDOMดังตัวอย่างหน้าปกนี้ แฟนๆจะได้ยลโฉมอย่างเป็นทางการในกลางเดือนมกราคม2553จ้า***

***ข่าวสังคมธุรกิจ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญชวนนักธุรกิจสาขาอุตสาหกรรมต่างๆร่วมเดินทางสำรวจพื้นที่และสัมภาษณ์เชิงลึกในพื้นที่ประเทศเวียดนามตอนใต้ : โฮจิมินห์-นิคมอุตสาหกรรมดองไน-เกิ่นเธอ – บิ่นเยืองรับจำกัด 5-10 ท่าน งานมีระหว่าง วันที่ 21- 26 ธันวาคม 2552***

***ด้วยสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับความไว้วางใจจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้เป็นผู้ดำเนินการโครงการจัดทำแผนที่การตลาดสำหรับ SMEs สู่ตลาดอาเซียน (ASEAN Niche Market Mapping) (ประเทศกัมพูชา และเวียดนาม) ตามแผนการปฏิบัติงาน แผนการเดินทางไปสำรวจพื้นที่ และดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก / Focus Group และฝังตัวในพื้นที่ศึกษา การเดินทางสำรวจพื้นที่ และสัมภาษณ์เชิงลึกในพื้นที่ประเทศเวียดนามครั้งที่ 1 คณะวิจัยได้เดินทางสำรวจพื้นที่ในเวียดนามตอนเหนือ : ฮานอย - ไฮฟอง – ฮาลอง (ฮ่งไฉ่) ระหว่าง วันที่ 1- 4 ธันวาคม 2552มาแล้ว***

***ในครั้งที่ 2 คณะวิจัยมีกำหนดเดินทางสำรวจพื้นที่และสัมภาษณ์เชิงลึกในพื้นที่ประเทศเวียดนามตอนใต้ : โฮจิมินห์-นิคมอุตสาหกรรมดองไน-เกิ่นเธอ – บิ่นเยือง ระหว่าง วันที่ 21- 26 ธันวาคม 2552 เพื่อจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการวางแผนการตลาดให้กับธุรกิจ SMEs ไทย อันจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่อไป จึงขอเชิญชวนนักธุรกิจสาขาอุตสาหกรรมต่างๆร่วมเดินทางสำรวจพื้นที่และสัมภาษณ์เชิงลึกในพื้นที่ประเทศเวียดนามตอนใต้ : โฮจิมินห์-นิคมอุตสาหกรรมดองไน-เกิ่นเธอ – บิ่นเยืองรับจำกัด 5-10 ท่าน***

*** สาขาธุรกิจที่น่าสนใจ

1. สาขาธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ และบริการยานยนต์ เช่น ซ่อมบำรุง อู่รถยนต์ car care
2. ธุรกิจก่อสร้าง-วัสดุการก่อสร้าง
3. ธุรกิจสินค้าอุปโภค-บริโภค
4. ธุรกิจบริการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่อง

สนใจติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นางธนณัฏฐ์ รูปสม โทร. 66-2-564-5000-3 ต่อ 222,418 มือถือ 087-114-3000 โทรสาร 66-2564-4777, 66-2564-4888 E-mail : rphanee@ hotmail.com website :www.asia.tu.ac.th ***

***ข่าวสังคมธุรกิจ ใครอยากซื้อ-ขายอะไรแจ้งมาเลยจ้า ให้แนบรูปมาด้วยจะดีมาก.. ประกาศขาย คอนโดมีเนียมฌ็อง เซ ลิ เซ่ ถนนศรีสมาน ปากเกร็ด นนทบุรี พื้นที่ใช้สอย 33.0 ตร.ม. ราคา 880,000 บาท เป็นห้องสตูดิโอ พื้นห้องปูกระเบื้อง ตกแต่งสวยหรู พร้อมเข้าอยู่ มีเฟอร์นิเจอร์ Built in ,ตู้เสื้อผ้า,เตียงนอน,เครื่องทำน้ำอุ่น,โทรศัพท์ อยู่ชั้น 5อาคาร F สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ สโมสร ที่จอดรถกว้างขวาง ร้านอาหาร ร้านทำเสริมสวย ร้านซักรีด ฯลฯ เข้า-ออก ด้วยระบบคีย์การ์ด***

***สถานที่ใกล้เคียง เพียง 5 นาทีจาก ทางด่วน 3 นาทีจากสวนสมเด็จย่า อยู่ใกล้โลตัส คาร์ฟูร์ แม็คโคร บิ๊กซี เมืองทองธานี และ 3 นาทีถึงโรงเรียนหอวัง นนทบุรี ใกล้โรงเรียนพระหฤทัย บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ มียามรักษาความปลอดภัย 24 ชม.เดินทางสะดวก สถานที่ใกล้เคียง
- สวนสมเด็จย่า
- สน.ปากเกร็ด
- โรงเรียนหอวังนนทบุรี
สนใจติดต่อที่คุณเชนจัง สมใจ ***



***ขายด่วนบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้น 17.5 ตารางวา ต่อเติมแล้ว น้ำไม่ท่วม 1.3ล้านบาท หมู่บ้านรินทร์ทอง ซอยรามคำแหง190 ถนน รามคำแหง สนใจติดต่อ คุณรติมา 089-814-2014(เจ้าของขายเอง)***

***อีกหลังขายด่วนหมูบ้านพุทธมลฑลสาย2 เลขที่10/19 ทางเข้าวัดบุญยประดิษฐ์ บ้านเก่าพร้อมที่ดิน 102ตารางวา (ที่ถมแล้ว)2.6 ล้านบาท ต่อรองได้ สนใจติดต่อ คุณรติมา 089-814-2014 (เจ้าของขายเอง)***


***ใครหาสำนักงานย่านรามคำแหง-สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ มีสำนักงานโฮมออฟฟิศสวยขนาด3ชั้นใหม่ มีดาดฟ้าชมดาว สไตล์โมเดิร์น จอดรถสะดวก ไปมาคล่องใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้ทางด่วน ใกล้มอเตอร์เวย์ ใกล้วงแหวนรอบนอก จอดรถสะดวกไม่ต้องแย่งที่จอดกัน ห้องประชุมจุคนได้50คน ห้องทำงานพนักงานขนาด20-30คน ห้องผู้บริหารโอ่โถงภูมิฐาน ห้องการเงินบัญชีแยกต่างหากเป็นสัดเป็นส่วน เหมาะเป็นออฟฟิศขนาดกลาง ให้เช่าราคาเบาๆ ติดต่อคุณวุฒิ 0816235111***

***หนาวๆอย่างนี้ได้จิบไวน์ก็คงดี Goldwine ไวน์โอทอป ขายดีที่สุด รับร้านค้าจำหน่าย ทั่วประเทศ สินค้า OTOP ที่ได้รับมาตรฐาน ไวน์ผลไม้ ภาคเหนือ ที่ได้รับการสั่งซื้อกลับ มากที่สุด เหมาะเป็นของฝากของของขวัญ

ราคาขายปลีกหน้าร้านทั่วไป ขวดละ 35 บาท 3 ขวด 100 บาทโหลละ400บาท ราคาขายในเวป www.goldwinery.com โหลละ300บาท

ไวน์ผลไม้ Goldwine ไวน์โอทอป และ ของฝากจากเมืองเหนือ ที่คนถามหากันมากที่สุด สินค้าโอทอป ภาคเหนือที่ได้รับความนิยม สั่งซื้อมากที่สุด และมีร้านจัดจำหน่ายกว่า 100 ร้านค้าทั่วประเทศ ยินดีรับสมาชิกรับสินค้าเพื่อจำหน่าย ในเงื่อนไขที่ง่ายและพิเศษ สร้างงานและผลกำไร ได้ทันที มีให้เลือกหลายชุด หลายเงื่อนไข สินค้าขายง่าย ขายดี มีชุดแต่งร้านให้ และป้ายหน้าร้านสวยงาม***

***ข่าวดีถ้าคุณอยากขายเรามีสินค้าชุดเปิดร้าน OTOP ชุดเริ่มต้น 8,000 บาท (ขายดีมาก) สำหรับผู้ที่เริ่มต้นอยากมีร้านเป็นของตัวเอง หรือหน้าร้านมีพื้นที่จำกัด ชุดนี้ประกอบด้วย

1.ไวน์จำนวน 28 กล่อง(โหล)
2.ชั้นวางสินค้าขนาด 125 Cm
3.ป้ายหน้าร้านแบบกล่องไวนิล
เหมาะสำหรับ
1.ผู้ว่างงาน กำลังหาช่องทางลงทุนค้าขาย
2.นักศึกษา อยากลองทำธุรกิจ
3.ผู้ที่มีร้านค้าอยู่แล้ว อยากได้สินค้าใหม่ๆ
4.ผู้ออกร้านแสดงสินค้าประจำ เช่น ธงฟ้า งาน OTOP งานแสดงสินค้าต่างประเทศ
5.ผู้ทำงานด้านการท่องเที่ยว


เชิญเยี่ยมชมตามเวบwww.goldwinery.com หรือสอบถามโทรสอบถาม โทร 086-0214026 086-3660948 Fax 054-658540 ***

***ท่านที่อยากแจ้งข่าวสารกิจกรรมทั้งการเมือง สังคม ธุรกิจ การค้าขายทำมาหากิน ไม่เป็นพิษเป็นภัยสังคม ไม่หลอกลวงแบบแชร์ลูกโซ่แจ้งมาได้ที่ thaienews99@googlegroups.comหากให้ดีกิจกรรม หรือข่าว หรือสินค้าบริการใดๆกรุณาแจ้งเบอร์ติดต่อสะดวก หรือรูปภาพประกอบมาด้วย ลงให้ฟรีๆไม่ต้องเสียตังค์จ้า ***

Monday, December 14, 2009

ธุรกิจบ้านดิน..ความต้องการที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

ที่มา Voice TV



ระยะเวลา 2- 3 ปีมานี้ ผู้รับเหมาสร้างบ้านดิน เปิดเผยว่า ความต้องการสร้างบ้านดินเพื่ออยู่อาศัย มีไม่ต่ำกว่า 50 รายต่อเดือน