WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 17, 2009

เด็กอ่อนแอคนรุมอุ้ม?

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_53442

เข้าใจจัดซีนเล่น

กับภาพข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชวนนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และนายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมฯ ใส่สูทผูกเนกไทเต็มยศ ขึ้นรถเมล์ ขสมก.สาย 65 กลับทำเนียบรัฐบาล ภายหลังร่วม ลงนามถวายพระพรที่โรงพยาบาลศิริราช

เปลี่ยนอารมณ์จากรถเบนซ์หรูเบาะนิ่มๆ มานั่งรถประจำทาง ขสมก. 2 ประตู 20 หน้าต่าง นัยว่ารัฐมนตรีอยากลองสัมผัสชีวิตติดดิน
แต่ที่แน่ๆถือว่าได้จังหวะโปรโมตพอดี

กับคิวที่คณะรัฐมนตรีมีมติต่ออายุมาตรการน้ำประปา ไฟฟ้า รถไฟ รถเมล์ฟรี ที่เริ่มมา ตั้งแต่ยุครัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ออกไปอีก 3 เดือน

ของขวัญปีใหม่สำหรับคนจนๆ

อย่างน้อยๆเลยก็เป็นอะไรที่ประชาชนพอจับต้องได้เป็นรูปธรรม จากผลงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

คนที่ถูกมองว่า เก่งแต่เกาะโพเดียมปาฐกถา

แม้แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลยังแอบนินทากันลับหลัง ตั้งแต่เล่นการเมืองมา เสียใจที่สุดก็คือตัดสินใจโหวตให้ "อภิสิทธิ์" เป็นนายกฯ
เสียดายโอกาสผ่านไปครบ 1 ปี ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

นั่นก็เพราะยี่ห้อ "อภิสิทธิ์" ไม่เคยตัดสินใจ ไม่เคยฟันธง ยกตัวอย่างกรณีของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เปิดเกมยื้อกันจนต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

คิวตั้ง ผบ.ตร.ที่ทุลักทุเลที่สุด

แต่ก็ไม่ได้รู้สึกรู้สา ไม่สนว่าจะเสียระบบการบริหารราชการแผ่นดิน "อภิสิทธิ์" ยังเน้นไปที่งานถนัด เดินสายเกาะโพเดียมปาฐกถาไปวันๆ
จัดลำดับความสำคัญให้กับคิวถ่ายรูปกับเด็ก จ้อกับเยาวชน มากกว่างานบริหาร

งานในโปรแกรมที่ควรจะเดินหน้า เลยหยุดกึกอยู่กับที่

อะไรไม่แสบเท่ากับว่า ถ้าให้คิดเองก็ทำไม่เป็น แต่พอพรรคร่วมรัฐบาลจะเดินหน้าโปรเจกต์ของกระทรวงในโควตา ก็โดนเตะตัดขา "อภิสิทธิ์" เหยียบตีนกับคนประชาธิปัตย์

สกัดหัวทิ่มหัวตำ

เหยียบบ่าเพื่อนตีกินกระแส รำไปวันๆ

อย่าว่าแต่คนนอกเลย แม้แต่คนในประชาธิปัตย์ด้วยกันยังเบื่อเต็มทน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีข่าวปล่อยออกมา "เขี่ยลูก" แซะเก้าอี้ โดยยกจอมเก๋ายี่ห้อ "ชวน หลีกภัย" เชนคัมแบ็ก นั่งเป็นนายกรัฐมนตรีแทนศิษย์เอก

ตามสัญญาณที่พวกมวยเฒ่าในประชาธิปัตย์ก็อยากโดดขึ้นเวทีแย่งเก้าอี้คืนจากพวกเด็กๆที่ได้โอกาสแล้วทำเสียของ

"พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล-สัมพันธ์ ทองสมัคร-อาคม เอ่งฉ้วน-นิพนธ์ บุญญามณี ฯลฯ" ไปถามดูได้ คันไม้คันมือเต็มแก่

วงในประชาธิปัตย์รับมุกเล่นกระแสกับวงนอกที่ไม่เชื่อมือผู้นำเด็ก

แบะท่าให้เทิร์นกับยี่ห้อ "ชวน"

และเท่าที่เช็กสัญญาณได้ ไม่ใช่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลที่รวมหัวกันหมั่นไส้ ไม่ใช่แค่พวกมวยเฒ่าประชาธิปัตย์จ้องผสมโรงโละทิ้งทีมผู้นำเด็ก
แว่วๆเสียงฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย ก็เซ็งเต็มทีกับยี่ห้อ "เด็กดื้อ"

แต่ยังหาตัว "หล่อๆ" เสียบแทน "อภิสิทธิ์" ไม่ได้

เอาเป็นว่า โดยสถานการณ์ขึงอยู่บนเส้นด้าย

ยี่ห้อ "อภิสิทธิ์" ลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงาย

คนในด้วยกันรุมเขม่น ผสมโรงกับสงครามภายนอก ทัพของ "นายใหญ่" รอสัญญาณบุกทุกทิศทุกทางในห้วง "Fubruary crisis" วิกฤติเดือนกุมภาพันธ์

เปิดเกมเชือดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา

ปลุกกองกำลังเสื้อแดงกดดันบนท้องถนน

ไล่บี้ไล่ต้อน เผด็จศึกผู้นำเด็กที่กำลังเผชิญภาวะ "ภูมิคุ้มกันบกพร่อง"

แต่อีกมุมหนึ่ง ในอารมณ์ของเด็ก ยิ่งทำตัวอ่อนแอ ก็ยิ่งมีคนช่วยอุ้ม

"อภิสิทธิ์" คิดแบบนี้อยู่หรือเปล่า.

ทีมข่าวการเมือง

เนชั่นพาดหัว “เสื้อแดง” ขว้างก้อนหินใส่ชาวบ้าน ที่แท้ชาวบ้านขว้างก้อนหินใส่เสื้อแดง

ที่มา ประชาไท

เนชั่นทันข่าวพาดหัว “เสื้อแดงลำปาง ขว้างก้อนหินใส่บ้านชาวบ้าน” แต่เนื้อหาคนละเรื่อง กลายเป็นเรื่องคนเสื้อแดง จ.ลำปาง ไปชุมนุมหน้าบ้านหลังหนึ่งที่คนเสื้อแดงกล่าวหาว่าขว้างก้อนหินใส่ ล่าสุดตำรวจมาไกล่เกลี่ยให้เจ้าของบ้านยอมขอโทษแล้ว

เมื่อเวลา 00.42 น. วานนี้ (16 ธ.ค.) เนชั่นทันข่าวพาดหัวข่าวว่า “เสื้อแดงลำปาง ขว้างก้อนหินใส่บ้านชาวบ้าน” แต่เนื้อหากลับไม่ใช่เป็นเรื่องคนเสื้อแดงขว้างก้อนหินใส่ชาวบ้าน แต่เป็นเรื่องคนเสื้อแดงไปชุมนุมหน้าบ้านหลังหนึ่งในบ้านแม่วะ ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ที่คนเสื้อแดงกล่าวหาว่าขว้างก้อนหินใส่คนเสื้อแดง โดยล่าสุดเจ้าของบ้านยอมขอโทษแล้ว

โดยเนื้อหาข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง ได้นำกำลังเข้าระงับเหตุที่บ้านหลังหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านแม่วะ ต.สันดอนแก้ว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งถูกกลุ่มคนเสื้อแดงใน อ.แม่ทะ กว่า 30 คน ปิดล้อมบ้าน เนื่องจากเกิดความไม่พอใจที่เจ้าของบ้านหลังนี้ได้ใช้ก้อนหินขว้างเข้าใส่ กลุ่มคนเสื้อแดงที่รวมตัวชุมนุมกว่า 150 คน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา ทำให้เครื่องเสียงได้รับความเสียหาย และมีกลุ่มคนเสื้อแดงได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งในการนัดชุมนุมครั้งนั้นเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจในการขับไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร ที่จะเดินทางมาที่บ้านท่าแหน ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2552 นี้ เพื่อเปิดศูนย์ไอซีทีของตำบล

ทางกลุ่มคนเสื้อแดงใน อ.แม่ทะ จึงได้นัดชุมนุมขึ้นก่อนที่ลานเอนกประสงค์ของบ้านแม่วะ กระทั่งเกิดเรื่องขึ้น ด้วยการถูกก้อนหินขว้างเข้าใส่ ซึ่งในครั้งนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าระงับเหตุการณ์ได้ แต่กลุ่มคนเสื้อแดงที่เกิดความไม่พอใจ จึงได้ระดมคนเข้ามาปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อตะโกนต่อว่าและต้องการให้เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ติดลานเอนกประสงค์ และเป็นผู้ขว้างก้อนหินเข้าใส่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทะ ก็ได้เข้าควบคุมเหตุการณ์ เนื่องจากเจ้าของบ้านจะยอมออกมาขอโทษ และรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงยอมสลายการชุมนุมล้อมบ้านหลังดังกล่าวแล้ว

คุณวิเชียร... ซัดกษิตอีกหมัดหนึ่งเข้าที่ปากเลือดกลบเลย.......

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

เฮ้อ้ายรัฐบาลเฮงซวยจังไร


อยาก ถามพวกมรึงจริงๆว่า พวกมรึงจะฝืนความรู้สึกของคนไทยไปอีกนานไหมว่ะ นี่พวกมรึงคิดว่าพวกมรึงจะอยู่ยงคงประพันธ์ได้อีกหรือ พวกมรึงนึกว่าพวกมรึงมันใหญ่คับฟ้าขนาดนี้เลยหรือว่ะ กูอยากถามพวกมรึงว่า นี่พวกมรึงยังคิดว่าจะมีคนไทยหน้าโง่สมองชาติควายอีกมากพอที่พวกมรึงจะใช้เป็น เกาะกำบังให้พวกมรึงได้อยู่รอดสันดอนส้นตีนคนไทยทั้งประเทศอีกนานขนาดนั้น เชียวหรือว่ะ

กูอยากถามพวกมรึงว่า เรื่องที่มรึงบังอาจเอาอ้ายหมาขี้เรื้อนกษิตมาเป็นนั่งกระทรวงต่างประเทศ ทั้งๆที่อ้ายหมาขี้เรื้อนชาติชั่วตัวนี้มันไปด่าทางเขมรเขาอย่างไม่ใช้สมอง คิดแบบนั้น แล้วทางเขมรเขาจะมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ้อคุยทำสัมพันธ์พูดคุยกัยอ้ายรัฐบาล อย่างพวกมรึงอย่างดีอย่างผูกมิตรไมตรีอย่างนั้นหรือว่ะ พวกมรึงคิดว่าพวกมรึงใหญ่พอจะไปบังคับให้เขาต้องยอมเสียศักดิ์ศรีของเขาขนาด ต้องยอมรับอ้ายคนที่ด่าเขาอย่างไร้สติแบบพวกมีสมองหมาขี้เรื้อนปากจังไรได้ ขนาดนั้นเลยหรือว่ะ

แถมพวกมรึงหลงคิดว่าพวกมรึงใหญ่โตพอที่จะไปบังคับให้เขาต้องเป็นอ้ายกากเดน จังไรหมาขี้เรื้อนแบบที่พวกมรึงเป็นหรือว่ะ เขาไม่มีทางเป็นหมาขี้เรื้อนแบบพวกมรึงได้หรอกเพราะเขามีความเป็นมนุษย์ที่มี ความคิดอย่างเต็มๆ เขาไม่มีทางที่จะกระทำชาติชั่วสารเลวที่ไม่มียางอายอย่างพวกมรึงหรอก

พวกมรึงมันเป็นอ้ายพวกหมาขี้เรื้อนยังไม่พอ สมองพวกมรึงก็ยิ่งกว่าอ้ายพวกสัตว์เดนรังฉานอีก ใครเขาจะคบ ใครเขาอยากเจอ ใครเขาอยากอยู่ใกล้ เขาไม่ต้องการภาพจังไรนั้นไปแปะเปื้อนตัวเขาหรอก มรึงและอ้ายกษิตก็ช่วยกันไปขู่เข็ญเขาต่างๆนานาตามสันดานสัตว์ที่มึอยู่ในสาย เลือดความเป็นตัวตนของพวกมรึง ใครเขาจะกลัว เขาถึงกับประกาศว่าเขาไม่ต้องการพวกมรึง

แต่เขาต้องการประเทศไทยและคนไทยทั้งประเทศให้เป็นมิตรที่ดีต่อกัน แต่เขาไม่ต้องการพวกมรึงเพราะพวกมรึงมันเลวยิ่งกว่าอ้ายพวกสัตว์เดียนรังฉาน ความคิดของพวกมรึงมันอ้ายสัตว์จังไรทั้งนั้น
แม้วันนี้เรื่องศิวลักษณ์ ก็ตาม สัตว์อย่างพวกมรึงใช้ให้ทำความชาติชั่วและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเขมร โดยศิวลักษณ์ไม่รู้ตัวว่าจะโดนและเจออะไร

แต่เมื่อเจอและโดนเข้าไปแล้ว พวกมรึงก็ปล่อยปละละเลยเขา ทำเล่นแง่โน้นแง่นี้ จนแม่ของเขาจำเป็นต้องช่วยชีวิตลูกของเขาเอง พวกมรึงยังปากพล่อยเห่าหอนตามสันดานหมาขี้เรื้อนหน้าตัวเมียอย่างสารพัดสัตว์ มันทำกัน ทุกรูปแบบ ขัดขวางการเดินทางของแม่เขา และทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำออกข่างตอแหลไปวันๆ พวกมรึงนึกว่าคนไทยทั้งประเทศโง่หรือเชื่อตามสื่อขายชาติขายแผ่นดินขายตัว เพียงแค่ความอยู่รอดด้วยเศษเงินที่พวกมรึงอมและถุยใส่หน้าให้แดกทุกวันหรือ ว่ะ

เดี๋ยวนี้พวกกูคนไทยดูและฟังแต่ข่าวของจริงกันทั้งนั้น แล้วกูอยากถามพวกมรึงว่าที่พวกมรึงเสือกแหกปากหมาๆของพวกมรึงว่าเป็นการจัดฉาก อย่างหน้าไม่มียางเหลืออยู่นะ พวกมรึงพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยต่อคนไทยทั้งประเทศนะ มรึงไม่คิดหรือว่า มันยิ่งทำให้คนไทยได้เข้าใจในความเป็นหมาขี้เรื้อนหน้าตัวเมียของพวกมรึงมาก ขึ้นไปอีก

พวกมรึงกล้าเอาชีวิตของคนไทยไปเล่นกลเกมสารเลวชาติชั่วได้ขนาดนี้เลยหรือ ว่ะ นี่ถ้าท่านนายกทักษิณของคนไทยทั้งประเทศไม่ได้รู้จักเป็นอย่างดีกับทางเขมร แล้วล่ะก้อ กูอยากแหกส้นตีนกูถามพวกมรึงว่า เขาจะได้รับการอภัยโทษและกลับบ้านสู่อ้ออกของแม่และน้องของเขาอย่างปลอดภัย ไหมว่ะ หรือว่าเขาอาจจะถูกปล่อยเอาไว้ขังลืมในเขมรตามความผิดที่ได้ก่อขึ้นเพียงแค่ เอาใจนายหรือคนรู้จักเท่านั้นว่ะ

ส่วนพวกมรึงยังมีหน้าลอยหน้าลอยตาโดยเฉพาะอ้ายมาร์ค อ้ายนายกเด็กฟันน้ำนมยังขึ้นไม่เต็มปากมัน เสือกมาเห่าหอนว่า เรื่องไม่จำเป็นต้องอธิบายแล้ว หนอยมันไม่ใหญ่เกินตัวไปหน่อยหรือว่ะอ้ายมาร์ค อ้ายหมาเด็กจังไร พวกมรึงเอาประเทศของพวกกู เอาชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ เอาทหาร เอาชีวิตของคนไทยคนหนึ่ง ไปเสี่ยงกับการกระทำแบบพวกเดียนรันฉานที่มีสมองแต่สมองจังไร คิดจะไปก่อสงคราม คิดไปก่อควมวุ่นวาย

แต่พวกกู ทหารต่างๆ ประเทศไทยของพวกกูต้องการเสี่ยงในทุกๆรูปแบบ แม้แต่ชีวิตของพวกกูซึ่งพวกกูไม่ได้เห็นด้วยเลยกับการทำลายชาติบ้าน เมืองอย่างชาติชั่วจังไรของพวกมรึงนะ แล้วมรึงจะมาทำปากพล่อยหาส้นตีนยัดปากแดกยัดห่าว่า เรื่องจบกัน ใหญ่ไปมั้ง สงสัยพวกมรึงจะเข้าใจอะไรผิดเพลี้ยนไปมากจริงๆเลยว่ะ

เตรียมกันไว้ให้เถอดพวกมรึง ทุกๆตัวเลวทรามต่ำช้าพอๆกัน มาถึงวันนี้พวกกูเชื่อในความเป็นคนไทยที่มีสายเลือดสีแดงอยู่ในร่างกายของ พวกกูว่า พวกกูจะไม่มีวันยอมให้ชาติบ้านเมืองของพวกกูต้องสิ้นสลายเพราะอ้ายจังไรหมา ขี้เรื้อนอ่างพวกมรึงมากไปกว่านี้แน่ๆ

จะได้ประเทศของพวกกูคืนโดยต้องออกแรงกายใจและชีวิตของพวกกูอีกแค่ไหน มันถึงเวลาแล้วที่อ้ายพวกจังไรหมาขี้เรื้อนหน้าตัวเมีย ที่เป็นยิ่งกว่าสัตว์เดียนรันฉานต้องถึงทางตันที่พวกกูดันพวกมรึงให้เข้ามุม อับเสียที

พอกันทีสำหรับการยอมเสียเพื่อให้รู้ ให้ได้เห็น ให้ได้ยิน ให้ได้สัมผัส ต่อจากนี้มันคงไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ความบอบช้ำของประเทศกู ความเป็นอยู่ที่ตกต่ำ ความลำบากในการดำรงชีวิตอยู่ของตัวเองและของลูกหลานกูและเพื่อนร่วมชาติของ พวกกู ความทุกข์ใจทุกข์ใจของพวกกู ความโกรธแค้นกับการทำระยำทุกรูปแบบที่พวกมรึงทุกๆตัวบังอาจสร้างขึ้นมาโดย ตลอด

พวกกูคงไม่มีเวลาให้พวกมรึงได้สนุกต่อไปแล้ว พอกันที สันดานสารเลวชาติชั่วจังไรที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ในตัวของพวก มรึงมันไม่มีเลย มันมีแต่ความสารเลวชาติชั่วจังไรของอ้ายพวกหมาขี้เรื้อนหน้าตัวเมียเท่านั้น ที่พวกกูเห็นในความเป็นตัวตนของพวกมรึงเท่านั้นเอง

พวกมรึงมันอยู่ร่วมแผ่นดินกับพวกกูไม่ได้แล้วจริงๆ เพราะพวกมรึงมันอ้ายสัตว์เดียนรันฉานจังไรทั้งนั้น พวกมรึงเตรียมตัวกันไว้ให้ดีๆก็แล้วกัน ทุกๆรูปแบบที่พวกมรึงต้องเจอ และการต่อสู้ครั้งนี้ก็จะต้องเป็นครั้งสุดท้ายที่จะมีอ้ายพวกหมาขี้เรื้อน หน้าตัวเมียจะโอกาสได้เดินเพ่นพล่านในแผ่นดินที่ชื่อประเทศไทยต่อไป จำใส่หัวกระบาลพวกมรึงทุกๆตัวให้ดีๆ

พวกกูเดินข้ามความกล้วทุกๆรูปแบบแล้ว เพื่อบ้านเมืองของพวกกูที่จะได้รับความเป็นธรรมกลับมา และ อำนาจต้องอยู่ในมือของประชาชนในการตัดสินใจกับความเป็นไปของบ้านเมือง และความอยู่ดีกินดีของคนไทยทุกๆคนทั้งประเทศ และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน พวกกูตัดสินใจแล้วแล้วโว้ย พร้อมแล้วโว้ย

เหลือแต่พวกมรึงนะแน่ใจหรือยังว่าพร้อม พวกมรึงใหญ่ขนาดไหน คงได้รู้ของจริงในเร็วนี้แน่ๆ จำใส่กระบาลหมาขี้เรื้อนของพวกมรึงเอาไว้ให้ดีๆอ้ายพวกจังไรเกินกว่าเก็บเอา ไว้ในแผ่นดินนี้

"เสื้อแดง"กว่า100คนไปเขมรให้กำลังใจ"แม้ว"ที่บ้านพักรับรอง"ฮุน เซน"

ที่มา มติชน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ว่า เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา ขณะที่ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา นำกำลังตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติด บริเวณจุดตรวจหน้า บก.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา (กองร้อยทหารพรานคลองลึก) หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดจากฝั่งประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย พบมีกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 100 คน เดินทางโดยรถตู้ 3 คัน ทยอยผ่านจุดตรวจฯ ขณะที่บางส่วนก็ใช้วิธีเดินเท้าข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ ไปขึ้นรถยนต์ที่มาจอดรอรับ ในฝั่งประเทศกัมพูชา


ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงวัตถุประสงค์ของการเดินทาง ทราบว่าเป็นการเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักรับรองของสมเด็จฮุน เซน บริเวณวงเวียนเอกราช (วิมารเอกราช) กลางกรุงพนมเปญ ในเวลา 19.00 น.คืนวันนี้

แรงงานให้ฉายานายกฯ "หล่อไม่เหลี่ยม" ชี้ไร้เหลี่ยมบริหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายภาคแรงงานนำโดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย โหวตเลือกสมญานาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายหลังเข้ารับตำแหน่งและทำงานแก้ปัญหาบ้านเมืองครบ 1 ปี ว่า "หล่อไม่เหลี่ยม" ซึ่งหมายถึงเป็นนายกรัฐมนตรีที่หน้าตาดี บุคลิกดี แต่ไม่มีเหลี่ยมในการบริหารประเทศ แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ตรงจุด


รวมทั้ง ได้ตั้งฉายาให้กับนายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า "เต่าล้านปี" หมายถึงเคยทำงานด้านแรงงานมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังแก้ไขปัญหาด้านแรงงานล่าช้า ฟังเสียงแต่ภาคข้าราชการ ไม่ฟังเสียงภาคแรงงาน


สำหรับหน่วยงานในกระทรวงแรงงาน มองว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีคุณภาพการแก้ปัญหาด้านแรงงานน้อยที่สุด วัดจากความพึงพอใจ ที่มีเพียงร้อยละ 25.3 ขณะที่คนงานมองว่า หน่วยงานยอดแย่ คือ กรมการจัดหางาน ได้คะแนนความพอใจเพียงร้อยละ 33

ทีวีเสื้อแดงตั้งฉายาการเมือง"รบ.เทพรับประทาน"ยกตำแหน่ง"ชวนชื่น"ให้"ปธ.สภา" วุฒิสภาเป็น"สภาตกเลข"

ทีวีเสื้อแดงตั้ง 27 ฉายาการเมือง ให้ฉายา"รัฐบาลเทพรับประทาน"ส่วน "มาร์ค" เป็น"เด็กดื้อข้างโพเดี่ยม" ด้านประธานรัฐสภาครองชื่อ "ชัยชวนชื่น" วุฒิสภาฉายา"สภาตกเลข" ส่วน "คุณปู่สารพัดพิษ"เป็นของ"ชวรัตน์"และ "กรณ์"คือ "เปรตกู้สู้ทุกดอก(เบี้ย)"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นของวันที่ 16 ธันวาคม สถานีประชาชน (พีเพิลชาแนล) ของกลุ่มคนเสื้อแดง ได้นำเอกสารการตั้งฉายาของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล รัฐสภา ประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี 23 คน รวม 27 ฉายา มาแจกจ่ายให้ผู้สื่อข่าวที่ห้องสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล สำหรับฉายาที่น่าสนใจ อาทิ 1. รัฐบาล ได้ฉายาว่า "รัฐบาลเทพรับประทาน" เนื่องจากครั้งหนึ่งเคยได้ฉายา "รัฐบาลเทพประทาน" แต่พอทำงานระยะหนึ่งกลับปรากฏข่าวการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์ จึงสมควรได้ฉายา"รัฐบาลเทพรับประทาน" 2. พรรคร่วมรัฐบาล ได้ฉายาว่า "สวนสัตว์ซ่อนดาบ" เนื่องจากได้เชิญแกมบังคับให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล 5 พรรค เหมือนเอาเสือ สิงห์ กระทิง แรดมาเกาะเกี่ยวกันทางผลประโยชน์ แต่พร้อมจะจ้วงแทงกันทันทีหากอีกฝ่ายเผลอ 3. สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้ฉายาว่า "สภาตกเลข" เนื่องจากเกิดปัญหาสภาล่มถึง 11 ครั้งในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา แต่กลับมาขอขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง

4. นายชัย ชิดชอบ ได้ฉายา "ชัยชวนชื่น" เนื่องจากทุกครั้งที่อยู่บนบังลังก์มักใช้มุกตลกหากิน เอาตัวรอดไปเรื่อย ทำให้บรรยากาศการประชุมกลับมาประชุมต่อได้ 5. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ฉายาว่า"เด็กดื้อข้างโพเดียม" เนื่องจากการตัดสินใจหลายเรื่องผิดพลาด แต่มักแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ ไม่ยอมฟังเสียงทักท้วง เช่น เรื่องการแต่งตั้งผบ.ตร. แต่มีจุดเด่นอยู่ที่การพูดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง จนมีการแซวว่าเป็นนักรบโพเดียม

5. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับฉายาว่า "มาเฟียความมั่นคง" เนื่องจากมีความหวาดระแวงคนเสื้อแดง โดยมักอ้างสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมือง เพื่อฉวยโอกาสประกาศพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถึง 8 ครั้งรอบ 10 เดือน ใช้งบกว่า 2 พันล้านบาท จนถูกเรียกว่าพ.ร.บ.อมเบี้ยเลี้ยงทหาร 6. นายกษิต ภิรมย์ รมว. ต่างประเทศ ได้รับฉายาว่า "กุ๊ยมีเส้น" เพราะที่ผ่านมามีพฤติกรรมทะเลาะกับคนอื่น รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน แต่นายกฯ ต้องประคบประหงมไว้เพื่อไม่ให้ทะเลาะกับพันธมิตรฯ

7. นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้รับฉายาว่า "ซาเล้งล้อหลุด" เนื่องจากเจอมรสุมในกระทรวงคมนาคมเล่นงานอย่างหนัก โดยเฉพาะกรณีที่รถไฟสายใต้หยุดเดินรถ ซึ่งนายโสภณไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้ จนในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ต้องเข้ามาประสานและขี่คอนายโสภณ 8. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว. มหาดไทย ได้รับฉายาว่า "คุณปู่สารพัดพิษ" เพราะลูกหลานมักเรียกว่า "ปู่จิ้น" ถือเป็นบุคคลที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยไว้เนื้อเชื่อใจ แต่สุดท้ายกลับยอมเสียเพื่อนเพื่อตำแหน่ง จึงเป็นบุคคลที่มีพิษสงรอบกาย 9. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว. คลัง ได้รับฉายาว่า "เปรตกู้สู้ทุกดอก(เบี้ย)" เพราะดูแลเรื่องเงินกู้ทุกรูปแบบทั้งกู้ตรง กู้อ้อม กู้ค้ำสถานะรัฐบาล โดยไม่ต้องแจกแจงต้นทุนและดอกเบี้ย เหมือนคนหน้ามืดที่ต้องหาเงินให้ได้ ส่วนการใช้คืนไปตายเอาดาบหน้า

สื่อไทยตื่นตีข่าวUFOโผล่กรุง ผู้เห็นเหตุการณ์เฉลยแค่ลูกโป่งผูกแท่งสะท้อนแสงเปิดงานช้าง

ที่มา Thai E-News




สื่อมวลชนไทยรายงานข่าวว่าในช่วงราว17.15วานนี้พบวัตถุประหลาดเรืองแสงจำนวน 40 แท่งลอยอยู่เหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ ขณะที่พยานผู้อยู่ในเหตุการณ์เฉลยว่า เป็นลูกโป่งสะท้อนแสงใช้เปิดงานที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ และเสียดสีว่าสื่อมวลชนไทยไม่มีการตรวจสอบความจริงก่อนการนำเสนอข่าว(ภาพ:INN)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวINN,ช่อง3,ช่อง11,มติชน และห้องหว้ากอ พันทิป
17 ธันวาคม 2552

UFOเบียร์ช้างแย่งซีนปฏิทินโป๊LEO?-การจัดงานประติมากรรมช้างที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อเย็นวานนี้ พอเปิดงานเสร็จมีการปล่อยลูกโป่งผูกกับแท่งสะท้อนแสงกว่าสี่สิบลูก ทำให้คนเข้าใจผิดว่ามีUFOปรากฎตัวเหนือท้องฟ้ากรุงเทพฯ(คลิ้กชมภาพและข่าว ไทยเบฟเวอเรจ ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา จัดสร้างประติมากรรมช้าง "ประติมากรรมช้างกู้โลกร้อน" ณ บริเวณลานน้ำพุ หน้าเซ็นทรัลเวิลด์)

สื่อมวลชนไทยจำนวนมากรายงานข่าวช่วงค่ำวานนี้ ซึ่งรวมทั้งข่าวภาคค่ำโทรทัศน์ช่อง 3 ข่าวภาคค่ำช่อง 11 รวมทั้งสำนักข่าวINNที่แจ้งข่าวผ่านSMSรายงานข่าวตรงกันทำนองว่าในเวลาราว17.150น.วานนี้ คนกรุงเทพฯในหลายจุด เช่น สีลม วิภาวดี รามคำแหง ได้พบเห็นวัตถุบินประหลาดที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัด(UFO) โดยINNรายงานว่าเป็นวัตถุเรืองแสงกว่า 40 แท่งลอยเหนือฟากฟ้ากรุงเทพฯ นักวิทยาศาสตร์เร่งพิสูจน์

ส่วนช่อง 11 โทรทัศน์ของรัฐบาลถ่ายภาพวัตถุบินได้ลึกลับบริเวณหน้าสถานีแถววิภาวดี และรายงานว่ายังไม่ทราบว่าวัตถุลึกลับคืออะไร

แม้กระทั่งรายการข่าว3มิติทางช่อง3ที่นำเสนอข่าวในช่วงเวลา23.00น.วานนี้ก็ยังรายงานว่า พบเห็นวัตถุประหลาดในกรุงเทพฯ โดยที่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไร โดยรายงานว่าพบวัตถุประหลาดในเวลา17.15 จากนั้นมีการสัมภาษณ์ผู้ถ่ายภาพไว้ได้ และสัมภาษณ์นายชัยวัฒน์ คุปตระกูล นักดาราศาสตร์ ซึ่งให้ตรวจสอบว่าคืออะไร

ขณะที่ผู้อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ได้เขียนตอบกระทู้ในห้องหว้ากอ เวบไซต์พันทิปเฉลยว่ามัน.. คือ... ลูกโป่งครับ

เค้าปล่อยลูกโป่งที่มัดติดกันเป็นแท่งๆ ยาวๆ ประมาณสี่สิบอัน ที่หน้า Central World ในงานเปิดประติมากรรมช้างสัมฤทธิ์ ของไทยเบฟฯครับ ผมอยู่ในงาน เค้าปล่อยตอนห้าโมง ข่าวออกตอนห้าโมงกว่า ผมว่ามันคืออันเดียวกันหล่ะครับ (คลิ้กดูกำหนดการงานประติมากรรมช้าง)

ลูกโป่งสะท้อนแสง เป็นแท่งยาวๆ ทำให้เห็นเป็นแบบนั้น

มันวิ่งไปในทางเดียวกัน เพราะลมมันพัดไงครับ ลูกโป่งก้อต้องไปในทางเดียวกันดิ

อย่าคิดมากครับ อย่าคิดมาก ^^'

ส่วนอีกรายอ้างทำนองเดียวกันว่าเซ็ลทรัลเวิลด์เปิดงานลอยลูกโป่งผูกกับแท่งสะท้อนแสงกว่าสี่สิบลูกช่วงห้าโมงกว่า
หาคิดไม่ว่าแสงสะท้อนช่วงยามเย็นจะส่องเป็นประกายคล้ายยานบินUFO

เคลื่อนลอยไปตามแรงลม บางครั้งหยุดนิ่ง บางครั้งเคลื่อนเร็วเพราะกระแสลม บางครั้งวนเกาะกลุ่มกัน

สงสัยเดี๋ยวไปเล่าให้น้องสาวที่เห็นมามันคงจะหัวเราะในจินตนาการของมันแน่ๆ เล่นผูกแท่งเงินสะท้อนแสงยามเย็นกับลูกโป่งสวรรค์กลายเป็นจานบินเลย กรรม...

นอกจากนั้นมีผู้แสดงความเห็นว่า หากเป็นลูกโป่งตามที่บอก สื่อไทยก็คงขายข่าวเรื่องวัตถุลึกลับได้อีกวันสองวันละครับ หลังจากนั้นก็ค่อย

.."โอละพ่อ! วัตถุเรืองแสงบนฟ้า ที่แท้ก็ลูกโป่งผูกแท่งสะท้อนแสง"

INN-คนกรุงตื่น!วัตถุเรืองแสงลอยในอากาศ

สำนักข่าวINNลงรูปพร้อมข่าวว่า คน กทม.ตื่น! ลำแสงประหลาดโผล่ท้องฟ้ากว่า 30 ดวง ขณะที่ส่องดูด้วยกล้องพบมีลักษณะไม่เหมือนดาวทั่วไป

คน กทม.ตื่น!วัตถุเรืองแสงจำนวนมากลอยในอากาศย่านคลองถม ห้วยขวาง และรามคำแหง 21 ซึ่งสามารถมองด้วย
ตาเปล่าได้ชัดเจน ขณะกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ จากการตรวจสอบพบผู้คนออกมาดูกันเป็นจำนวนมาก และต่าง
วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา โดยกลุ่มดาวดังกล่าวเคลื่อนตัวจากทิศตะวันตกมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
หลังจากผู้สื่อข่าวออกไปตรวจสอบ พบว่ากลุ่มลำแสงดังกล่าว มีจำนวนประมาณ 20-30 ดวง



และเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียงกันทั้งหมด และเมื่อส่องดูด้วยกล้องส่องทางไกล ที่มีระยะการมองเห็นขนาด 2 ก.ม. พบว่า ดาวแต่ละดวงมีลักษณะคล้ายแสงไฟ เป็นรูปวงรี โดยมีแสงไฟเกิดขึ้นตรงกลาง ส่วนบริเวณรอบๆ ของแสงไฟปริศนานั้น จะเห็นเป็นลักษณะสีดำคล้ายวัตถุที่ไม่ใช่ดวงดาว และสามารถเคลื่อนตัวได้รวดเร็ว ภายใน 10-15 นาที พบว่าเคลื่อนตัวทำมุมประมาณ 30-37 องศา และยังเป็นที่สงสัยของ ปชช. ว่า กลุ่มแสงไฟดังกล่าวเป็นสิ่งใด เนื่องจากมีลักษณะไม่เหมือนกับดวงดาวทั่วไป


อาจารย์ประพีร์ วิราพร นายกสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นถึง กรณีกลุ่มลำแสงปริศนา ที่ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า ในพื้นที่ กทม. และมีประชาชนย่านบึงกุ่ม คลองถม และย่านรามคำแหง ห้วยขวาง สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ประมาณ 30 ดวง ว่า จากการวิเคราะห์เบื้องต้นแล้วสรุปได้ 3 ประการ คือ

ประการแรกสิ่งที่ปรากฏขึ้นในครั้งนี้ ไม่ใช่ดวงดาวอย่างแน่นอน เนื่องจาก ปรากฏขึ้นในช่วงฟ้าสว่างอยู่ ซึ่งดวงดาว โดยทั่วไปจะไม่สามารถสู้กับแสงพระอาทิตย์ได้ ทำให้ไม่เห็นดวงดาวในเวลากลางวัน และเมื่อมืดลงลำแสงดังกล่าวได้หายไป ประการที่ 2 สิ่งที่เกิดขึ้น ยืนยันว่า ไม่น่าจะเป็นจานบิน UFO อย่างแน่นอน

และประการสุดท้าย เชื่อว่าลำแสงที่เกิดขึ้น อาจจะมาจากบอลลูนจากการจัดงาน หรือแข่งขันกันในพื้นที่ใกล้เคียง กทม. ก็อาจเป็นได้ หรือเป็นบอลลูนประเภทที่ทางหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง ปล่อยบอลลูนชนิดสำรวจอวกาศ เพื่อโคจรตรวจสอบสภาพอากาศหรือสิ่งใด สิ่งหนึ่ง ก็อาจเป็นได้ ซึ่งตรงนี้ จะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดต่อไป

นายเกรียงไกร กอวัฒนา ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ระบุ ถึงปรากฏการณ์ลำแสงประหลาดกลางท้องฟ้า ทำให้ประชาชนใน กทม. หลายท้องที่ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ว่า ขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มาจากสิ่งใด ส่วนข้อสอบถามที่ว่า วัตถุดังกล่าว อาจจะเป็นบอลลูนวัดลมชั้นบนบรรยากาศ ที่กรมอุตุฯ ปล่อยออกไปหรือไม่นั้น นายเกรียงไกร ยอมรับว่า ในทุกเย็นจะมีการปล่อยบอลลูนดังกล่าวจริง เพื่อวัดความชื้นของชั้นบรรยากาศ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการบิน หรือ ประโยชน์อย่างอื่นจริง แต่ก็ยืนยันว่า ลำแสงที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่บอลลูน จากกรมอุตุฯ อย่างแน่นอน ประการแรก ทางกรมอุตุฯ จะปล่อยสถานีละ 1 ลูก ในทุกสถานีทั่วประเทศ ซึ่งรวมแล้ว มีเพียง 8 สถานี และจะไม่มีลำแสงสะท้อน ในลักษณะที่เห็นภาพข่าวออกมา แต่ลำแสงปริศนาที่เกิดขึ้นนั้น มีจำนวนประมาณ 30 ดวง ทำให้เชื่อได้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่การปฏิบัติงานของกรมอุตุฯ อย่างแน่นอน

มติชนออนไลน์-ทั่วกรุงตื่นแสงประหลาด คาด"ดาวเทียม-ดาวตก"

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ได้ปรากฏวัตถุเรืองแสงประมาณ 20-30 ดวง ลอยในอากาศย่านคลองถม ห้วยขวาง และรามคำแหง 21 สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ชัดเจน และเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด เมื่อส่องดูด้วยกล้องส่องทางไกล พบว่าแต่ละดวงมีลักษณะคล้ายแสงไฟ เป็นรูปวงรี มีแสงไฟเกิดขึ้นตรงกลาง ส่วนบริเวณรอบๆ แสงไฟมีลักษณะคล้ายวัตถุสีดำ

ดร.ศิรามาศ โกมลจินดา ผู้เชี่ยวชาญดาราศาสตร์แสง สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบไม่น่าจะเป็นสิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นไปได้ 2 กรณี คือ 1.แสงสะท้อนจากดาวเทียม 2.ปรากฏการณ์ฝนดาวตก ไม่อยากให้ประชาชนแตกตื่น
คนกรุงแตกตื่นแสงประหลาดหลายจุด
ชาวกทม.​ต้องแตกตื่น พบแสงประหลาดหลายจุด ในกรุงเทพฯ กว่า 40 แห่ง ในช่วงเย็น โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นวัตถุอะไร ...

ไทยรัฐ-คนกรุงแตกตื่นแสงประหลาดหลายจุด

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 16 ธ.ค. ว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.15 น.ชาวกรุงเทพมหานคร ต้องแตกตื่นเมื่อได้เห็นแสงประหลาดจำนวนมาก โดยประชาชนต่างแห่ออกมาดูแสงประหลาดดังกล่าวและบันทึกภาพเก็บไว้ โดยศูนย์วิทยุรับแจ้ง ว่า มีวัตถุเรืองแสงลอยอยู่เหนือท้องฟ้ากรุงเทพมหานครมากกว่า 40 จุด และได้เลือนหายไปเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด เบื้องต้น มีประชาชนพบเห็นทั้งในย่านคลองถม และ รามคำแหง

ผู้บันทึกภาพ เปิดเผยว่า บางอันหมุนซ้ายหมุนขวา และ เคลื่อนตัวไม่ตามแรงลม บางอันตามแรงลม บางอันย้อนศร แล้วแต่ แต่ละอันเคลื่อนตัวอิสระ ไปทางทิศตะวันออกอย่างช้าๆ ไม่เร็ว ดูจากกล้อง ไม่เห็นรูปพรรณสัณฐานว่า เป็นอากาศยาน นักโดดร่มหรือโคมลอยยี่เป็ง

จากการสอบถาม นายชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีปรากฏการณ์เกิดขึ้นจริง มีลักษณะคล้ายดวงไฟ เป็นจุดไกล ๆ เกิดขึ้นหลายจุด แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบสัญญาณเรดาร์ ว่ามีการจัดงานโคมลอยหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบไม่พบวัตถุประหลาดบนจอเรดาร์

Wednesday, December 16, 2009

บินไทยโบ้ยไอ้โม่ง

ที่มา thaifreenews

16-12-09
ผุดไอ้โม่งทำ วัลลภ แบกกระเป๋าน้ำหนักเกิน

นายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย ได้ส่งข้อมูลกรณีนายวัลลภ พุกกะณะสุต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท การบินไทย นำกระเป๋าสัมภาระเข้าประเทศโดยไม่ถูกต้องมาให้แล้ว จากบันทึกนี้พบว่านายวัลลภได้ขนกระเป๋าสัมภาระจำนวน 30 ใบ น้ำหนัก 390 กิโลกรัมมาจริง ในจำนวนนี้เป็นน้ำหนักส่วนเกิน 200 กิโลกรัม

“อย่างไรก็ตาม จากการตรวจ สอบเบื้องต้นพบว่ามีบุคคลที่สาม ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้เดินทางมากับคณะของนายวัลลภด้วย ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาหรือเปล่า” นายอำพน กล่าว

นายอำพน กล่าวว่า ทางบริษัท การบินไทย ยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขน้ำหนักส่วนเกินไปจากนี้ ที่ผ่านมาไม่ได้นิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนที่นายวัลลภกล่าว อ้างว่าเห็นเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไร้สาระนั้นก็ขอปฏิเสธ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ยังไม่มีการหารือพูดคุยกับนายวัลลภแต่อย่างใด

ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ที่ประชุม คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จะพิจารณาว่าการกระทำของนายวัลลภขัดต่อข้อจำกัดของบริษัท การบินไทย หรือไม่ และของที่นำเข้ามาโดยถูกกล่าวหาว่าเป็นสินค้าหนีภาษีนั้นที่แท้จริงเป็นอะไร

นอกจากนี้ ยังต้องมีการตรวจ สอบใน 2 เรื่องหลัก คือ 1.เรื่องดังกล่าวใครเป็นผู้อนุมัติ และ 2.ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ จากนั้นจะได้ชี้แจงต่อสาธารณะเพื่อรักษาธรรมาภิบาลของบริษัทไว้ไม่ให้มีปัญหา

วันเดียวกัน นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า นายนิพัทธ พุกกะณะสุต หนึ่งในบอร์ดตลท. ได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าจะพิจารณาลาออกจากการเป็นกรรมการบอร์ดตลท.เองในเวลาที่เหมาะสม

ท่าทีนี้เกิดขึ้นหลังนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินให้นายนิพัทธชดใช้เงินให้กับธนาคารออมสิน 500 ล้านบาท เนื่องจากสมัยเป็นประธานธนาคารออมสินได้นำเงินไปลงทุนจนเกิดความเสียหาย บอร์ดตลท.ต้องพิจารณาว่านายนิพัทธควรจะดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์และธรรมาภิบาลขององค์กรเหมือนกับกรณีการบินไทย

ด้านนายกรณ์ กล่าวอีกว่า ผู้มีหน้าที่ออกกฎเพื่อกำกับดูแลผู้อื่น แต่กระทำผิดเสียเอง ควรจะมีมาตรฐานในระดับหนึ่งด้วย บางเรื่องที่ไม่มีกฎหมายครอบคลุมก็จำเป็นต้องใช้มาตรฐานส่วนตัวในการพิจารณาตัวเองด้วยระดับหนึ่ง พูดง่ายๆ ก็คือ ต้องพิจารณาตัวเอง

บิ๊กบินไทยรับหิ้วของ

วัลลภ ประธานกรรมการบริหารบินไทย รับผู้ใหญ่ฝากหิ้วกระเป๋าจากญี่ปุ่น แต่ไม่รู้จำนวน การันตีไม่มีหนีภาษี

นายวัลลภ พุกกะณะสุต กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท การบินไทย ยอมรับได้นำกระเป๋าจากสนามบินนาริตะมาสุวรรณภูมิจริง หลังจากมีข่าวว่าบิ๊กการบินไทยขนกระเป๋าจำนวน 40 ใบ เข้าประเทศโดยไม่ผ่านกระบวนการศุลกากร

“มีผู้ใหญ่ฝากสัมภาระผมมาเพื่อนำมาถวายพระวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผมไม่ทราบว่าสัมภาระมีจำนวนเท่าใด แต่เชื่อว่าไม่ถึง 40 ใบ และยืนยันว่าไม่ได้ซุกซ่อนสินค้าหนีภาษีใดๆ เข้ามา” นายวัลลภ กล่าว

ประธานกรรมการบริหาร การบินไทย เชื่อว่ากลุ่มผู้เสียผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้าย และการรื้อโครงสร้างระบบการเช่าโรงแรมต่างประเทศ รวมทั้งระบบจัดซื้อ นำเรื่องนี้มาเปิดเผยเพื่อทำลายชื่อเสียงของตัวเอง

“ผมได้คุยกับประธานบอร์ดการบินไทย และรมว.คมนาคมแล้ว ซึ่งทั้งสองมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ” นายวัลลภ กล่าว

นางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้จะเสนอข้อสรุปต่อบอร์ดในวันที่ 18 ธ.ค.นี้

ด้านนางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ หนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายวัลลภ พุกกะณะสุต ประธานบอร์ด การบินไทย ขนสัมภาระจาก ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะเข้าประเทศ กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่านายวัลลภทำผิดระเบียบบริษัท

ทั้งนี้ มีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจนว่า นายวัลลภขนสัมภาระ 407 กก. และนายพฤทธิ์ บุปผาคำ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ นำมาอีก 10 ใบ น้ำหนักสองคนรวม 520 กก.

ด้านนายวัลลภซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆ ของนายนิพัทธ กล่าวว่า นายอำพน กิตติอำพน ประธานบอร์ด จะชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ธ.ค.นี้

เมื่อลูกชาวนาไทย กลับใจเป็นเสื้อเหลือง

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



หากอยู่ๆ ฝุ่นก็เข้าตาผมทำให้ตาที่สว่างอยู่แล้ว เกิดต้องหลับตา หรือตามืดบอดไปนะครับ

หากว่าวันหนึ่ง ผมอ่านเว็บบอร์ดแล้วเกิดหลงเชื่อ คุณเดฟ คุณกูรักประชาธิปไตย ยอนซัน Gruff และอีกหลายคนของกลุ่มคนพวกนี้ ซึ่งหมายความว่าผมเกิดบ้าขึ้นจริง ซึ่งผมจะต้องเชื่อในสิ่งเหล่านี้นะครับ

1. ผมต้องเชื่อว่าคุณทักษิณเป็นคนเลว

2. ผมต้องเปลี่ยนจากพุทธเป็นพราหมณ์ เชื่อพรหมลิขิต และเทพเจ้าทั้งหลายว่าศํกดิ์สิทธิ์เหนือมนุษย์

3. ผมต้องเชื่อว่า "คนนั้นไม่มีความเท่าเทียมกัน" คนฉลาดสมควรปกครองคนโง่ คนเกิดมามีชั้นวรรณะกำหนดไว้แล้ว



เอาเป็นว่าผมเกิดเชื่อในสามสิ่งนี้

1. เชื่อว่าทักษิณเป็นคนเลว

เบื้องต้น ผมต้องเชื่อว่า การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้นคือ การหนีภาษี และเชื่อว่าคุณทักษิณออกกฎหมายโทรคมมาเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง

การที่จะเชื่ออย่างนี้ได้ ผมต้องฟังข้อมูลด้านเดียว โดยไม่สนใจการค้นคว้า เอกสาร กฎหมายต่างๆ รวมทั้งความเป็นมาของการออกกฎหมายโทรคมนาคม คือ ผมต้องเชื่อว่าหลักฐานที่มีมัน "จัดฉาก" ทำขึ้นทีหลัง เรื่องภาษีขายหุ้นนี้ ผมต้องไม่สนใจกรณี DTAC ด้วย ผมต้องเชื่อว่า DTAC มีบุญวาสนาพอที่จะต้องไม่เสียภาษี (ทั้งๆ ที่กรณีเหมือนกัน) ผมต้องเชื่อว่า "นายกรัฐมนตรี นั้นจะต้องปฎิบัติมากกว่าที่กฎหมายบอกว่าไม่ผิด คือ คนอื่นทำอย่างเดียวกันไม่ผิด แต่นายกฯทำจะผิด (แต่ก็ไม่สามารถรับฟังเรื่องที่ดินเขายายเที่ยงได้)

เอาเป็นว่า จะมีข้อมูลอย่างไรก็แล้ว แต่ผมต้องเชื่อว่าทักษิณ "เลว" ยังไงๆ ก็ต้องเลว โดยไม่ต้องอธิบาย

2. ต้องเปลี่ยนไปนับถือศาสนาพราหมณ์

เรื่องนี้มันเกี่ยวกับ "ลัทธิซาบซึ้ง" นะครับ

คือ ผมต้องซาบซึ้ง ผลงานของบางคน แม้ผมจะไม่ได้รับผลจากการกระทำนั้นเลย เพราะมันนานมาแล้ว 20-30 ปีแล้ว และผมต้องเชื่อว่า แม้เรื่องเล็กน้อย ก็เป็นบุญคุณอย่างยิ่งใหญ่ หาที่เปรียบมิได้

ผมต้องเชื่อ ลัทธิเทพเจ้า (พระเจ้าหลายองค์ไม่ใช่แบบคริสต์หรืออิสลามที่มีองค์เดียว) ผมต้องเชื่อเรื่อง เทพอวตาร ทั้งหลาย สรุปคือ ผมต้องเปลี่ยนจากการนับถือศาสนาพุทธ ไปเป็นศาสนาพราหมณ์นะครับ

พระพุทธเจ้าเป็นการอวตารปางหนึ่งของพระกฤษณะ (ตามที่คนอินเดียปัจจุบันเชื่ออย่างนั้น)

ผมต้องเชื่อว่าการกราบไหว้บูชาคนธรรมดา ที่ไม่ใช่พระอริยบุคคล จะทำให้ผมได้บุญ ได้ขึ้นสวรรค์




3. คนนั้นเกิดมาไม่เท่าเทียมกัน

แนวคิดเรื่อง All men are born equal. หรือคนเกิดมาเท่าเทียมกันนั้น ต้องโยนทิ้งไปเลยครับ คือ มันเกี่ยวข้องกับ “ลัทธิอำมาตยาธิปไตย” นะครับ ที่ต้องคิดว่า มีคนมี่มีบุญบารมี และสติปัญญาสูงส่งกว่าคนอื่นๆ คนเหล่านี้จะต้องเป็นผู้ปกครองคนที่โง่กว่าโดยธรรมชาติ เราต้องเคารพกราบไหว้คนในตระกูลขุนนาง หรือคนชั้นสูง เพราะพวกเขามี สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรมที่เหนือกว่า

คนเกิดมา ไม่มีหนึ่งเสียงเท่ากัน

และแนวคิดเรื่อง All men are equal before Law. หรือคนทุกคนเท่าเทียมกันตามกฎหมายนั้น ต้องโยนทิ้งไป เพราะที่ถูกต้องควรเป็น “มีกฎหมายที่แตกต่างกันตามชนชั้นของสังคม”

แนวคิดที่สำคัญคือ ต้องเชื่อว่า Thailand rules by law, but all Thais are not rule by the same law. ประเทศไทยปกครองด้วยระบบกฎหมาย แต่คนไทยไม่จำเป็นต้องปกครองโดยกฎหมายเดียวกัน คือเชื่อว่า “ระบบสองมาตรฐานเป็นสิ่งจำเป็น” ว่างั้นเถอะ

***

อาจมีประเด็นอื่นๆ อีกที่ทำให้ผม “ต้องตาบอด” แล้วกลับใจเปลี่ยนเป็นเสื้อเหลือง

สิ่งที่ผมจะได้จากการเป็นเสื้อเหลืองคือ ผมจะได้ คนแบบกูรักประชาธิปไตย เดฟ ยอนซัน Gruff ฯลฯ ในเว็บบอร์ดประชาไท เป็นเพื่อนสนิท และสิ่งที่ผมจะต้องเสียไปคือ คุณขุนอิน แมวอ้วนอ้วน แม่ปังคุง ป้าพลอย Ice Angel และเพื่อนๆ อีกจำนวนมากในเว็บบอร์ดทั้งไทยฟรีนิวส์ และประชาไท และในโลกไซเบอร์ทั้งหลาย

ผมต้องไปร่วมชุมนุมกับ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล

และผมจะต้องเข้าได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย กับพวกเนวิน และ พิเพกอินเตอร์

การกลับใจเป็น “คนเสื้อเหลือง” นี่ต้นทุนสูงจริงๆ


ต้องขายทั้ง จิตวิญญาญ ความเชื่อ เพื่อน และสำนึกในประชาธิปไตย ความเท่าเทียมกัน และต้องขาย “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ไปเสียด้วย กลายเป็นฝุ่น ละอองเท่านั้น

และที่สำคัญศักดิ์ศรีของผม จะต่ำกว่า สุนัขด้วยซ้ำไป

แพะตัวใหนจะถูกจับเอามาเชือดกรณีอาวูธสงครามที่ยึดได้?????

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

หลังจากที่ถ่ายอุจจาระทิ้งใว้แล้วก็หายตัวไปอย่างเงียบเฉียบ พอมีคนมาทำความสะอาดให้กลับมาสะอาดเหมือนเดิม ตอนนี้วิ่งดาหน้ากันออกมาปฏิเสธฉันไม่ได้ท๊ำไม่ได้ทำ พวกตนพยายามช่วยเหลือติดต่อนายศิวรักษ์อยู่ตลอดเวลาโห...เนี่ยหรือติดต่อช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ให้นายศิวรักษ์

นอนรอคอยในคุกเขมรเกือบเดือน ข่าวคราวการช่วยเหลือไม่คืบหน้า แล้วตอนนี้มีคนยื่นมือมาช่วยเหลือนายศิวรักษ์จนสำเร็จ พวกกบพวกเขียดค่อยคลานออกมาจากรู เพื่อร้องประสานเสียงบอกว่า เป็นการช่วยเหลือเน้นในทางการเมืองโน่นโห้..ไทยแลนด์นีเยี่ยมยอดมาก ทำผิดแล้วใช้วิธี

วิ่งหลบเข้ารูเฉยเลย พอเรื่องซาลงวิ่งออกมาจากรูเห่าหอนกันเป็นแถว สันดานเลวชาติใครสั่งสอนเนี่ย? หรึว่าเป็นกันทั้งโก๊ก? เห็นแต่ละคนพอๆกันทั้งนิสัยทั้งปากจัดสงสัยถูกอบรมจากแม่อย่างแมลงสาปนี่เองถึงได้ชั่วเชื่องช้าสมชื่อ มือไม่พายดัน ส.เอาเท้าราน้ำเข้าอีก อ่านข่าวแล้วมั่นใส้

กับพฤติการณ์ชั่วช้านี้จริงๆ สร้างแต่ขยะให้ประเทศ กลิ่นเหม็นคุ้งไปทั่วโลกก็ยังทำตาบอดหูหนวกทำเป็นไม่ได้ยินได้ฟัง เนี่ยแล้วเรื่องการยึดอาวุธอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องแดงออกมาถึงต่างประเทศว่า ไทยอาจจะค้าอาวุธเถื่อนด้วย เพราะเครื่องบินบรรทุกค้าอาวุธเถื่อนนี้มาลงเติมน้ำมันในไทยหลาย

ครั้งแล้ว? แล้วทำไมเมื่อก่อนๆไม่ทำการจับกุม มีอะไรซ่อนเงื่อนใว้หรือเปล่า? การสงสัยของต่างชาติอาจได้ข้อมูลเพิ่มเพราะประเทศยูเครน มันอยู่ใกล้ๆยุโรปนี่เองน๊ะ Ukraine สมัยก่อนขึ้นอยู่กับรัซเซีย ประเทศนี้อยู่ติดกับทะเลดำ Black Sea ระหว่าง Mediterranean Sea และถัดไปคือ

ทะเล Caspian Sea ซึ่งประเทศเหล่านี้ซื้อๆขายๆอาวุธสงครามมีข่าวอื้อฉาวบ่อยๆ Georgia Azerbaijan Kasachstan Uzbekistan ประเทศเหล่านี้นับถือศาสนามุสลิมผู้คนจะออกไปทางประเทศจีน ยกเว้น Georgia ที่เป็นฝรั่ง ดังนั้นการที่มีเครื่องบินบรรทุกอาวุธสงครามเข้าไทยบ่อยๆ

ก็ใช่ว่าจะเปิดเผยทุกเที่ยวบินให้สื่อมวลชนได้รับทราบ แต่ก็น่าแปลกมาคราวนี้ทำไมจึงเปิดเผยสู่สื่อมวลชนให้ทราบ อยากจะตามจับใครเป็นแพะ
หรือเปล่าทางต่างชาติสงสัย? ยิ่งทำยิ่งรัดเชือกเข้าหาตัวเองเข้าทุกที จากเรื่องนั้นมาถึงเรื่องนี้ ทักษิณไม่ใช่คนโง่ ทักษิณมีเพื่อนฝูงคอยช่วย

เหลืออยู่ต่างประเทศยังกับตาสัปรด ใหนเลยจะไม่มีใครรู้เบาะแส ถ้ายังคิดว่าการกระทำของตัวเองฉลาดเลิศล้ำ ก็รอวันหายนะของตนและประเทศในเวลาอันใกล้นี้...

รอยเตอร์:ระเบิดเวลา5ลูกรอบอมบ์ตลาดหุ้นไทย

ที่มา Thai E-News


ที่มา สำนักข่าวรอยเตอร์
แปลเรียบเรียง ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 ธันวาคม 2552

5 ปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง เฝ้าระวังประเทศไทย

กรุงเทพฯ 15 ธันวาคม 2552 (รอยเตอร์) ปัญหาสุขภาพของบุคคลระดับสูงในไทย ทำให้สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในอนาคตมากขึ้น และสร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุน ติดตามด้วยประเด็นสำคัญของปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองของไทย มีดังต่อไปนี้

1.ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง

ประเทศไทยยังคงแตกแยกออกเป็นขั้ว การแตกแยกขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างฝ่ายจารีตนิยม นำโดยชนชั้นนำในกรุงเทพฯ และกองทัพฝ่ายหนึ่ง กับประชาชนในชนบทซึ่งให้การสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร อีกฝ่ายหนึ่ง ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลง

นับตั้งแต่การรัฐประหารโค่นล้มทักษิณในปี 2549 ประเทศไทยเปลี่ยนมานายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 คน และมีปัจจัยรบกวนที่เลวร้ายลงตามลำดับ รวมไปถึงการเข้ายึดสนามบินนานาชาติเมื่อปีกลาย และการกดดันให้ต้องมีการเลื่อนการประชุมอาเซียนซัมมิตในกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา

วิกฤตการณ์ดูท่าจะขยายวงออกไปอีกเมื่อทักษิณได้รับการสนับสนุนจากฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ประเทศเพื่อนบ้านของไทย

ประเด็นสำคัญที่เฝ้ามอง:

--ความเข้มแข็งของรัฐบาลผสมอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลผสมอภิสิทธิ์ยังคงสั่นคลอน และขาดความแน่นอน แม้ว่าอาจจะชนะการเลือกตั้งในเทอมที่สองก็ตามที หากคะแนนความนิยมของอภิสิทธิ์กระเตื้องขึ้น ซึ่งประเด็นนี้จึงจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย แต่อย่างไรก็ตามหากพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณกลับขึ้นสู่อำนาจ จะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้น เพราะจะเผชิญแรงต่อต้านจาก"กลุ่มเสื้อเหลือง"ที่จะเคลื่อนไหวโค่นล้ม--ด้วยทุกวิถีทาง

--สมมุติฐาน

--ประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าจับตาดูก็คือในเดือนมกราคม 2553 ฝ่ายสนับสนุนทักษิณ คือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือ"กลุ่มเสื้อแดง"มีแผนการเคลื่อนไหวใหญ่ที่จะขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ด้วยการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ในกรุงเทพฯในช่วงที่ศาลจะมีการตัดสินยึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ การประท้วงน่าจะเผชิญกับการปิดกั้นการนำเสนอข่าวทางโทรทัศน์เช่นเคย เป็นช่วงเดียวกับที่พรรคการเมืองฝ่ายนชป.คือพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเพื่อกดดันให้เกิดการยุบสภา การเคลื่อนไหวประท้วงอาจกินเวลาไม่กี่สัปดาห์ระหว่างเฝ้ารอการตัดสินของศาลว่าจะยึดทรัพย์ของทักษิณราว76,000ล้านบาท หรือคืนทรัพย์สินให้ทักษิณไป

2.ปัญหาการสืบทอดอำนาจของชนชั้นนำ

ประเด็นใจกลางความขัดแย้งของปัญหาการเมืองไทยอยู่ตรงที่บทบาทของ(เซ็นเซอร์) และชนชั้นนำที่ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้ง ยังคงจะมีบทบาทต่อประเทศต่อไปหรือไม่อย่างไร พวก"เสื้อแดง"จำนวนมากกล่าวตำหนิว่า ข้าราชการที่ใกล้ชิดสถาบันเบื้องสูง--โดยเฉพาะกับประธานองคมนตรีเปรม ติณสูลานนท์--เป็นผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามและอยู่เบื้องหลังรัฐประหารโค่นล้มทักษิณเมื่อปี 2549

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯภูมิพลทรงได้รับการสักการะเทิดทูนจากทุกฝ่ายที่มีปัญหาขัดแย้งกันในทางการเมืองของไทยเวลานี้ ทำให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันยังสงวนท่าทีอยู่ ทว่าในกาลข้างหน้าที่ไม่แน่นอน ในขณะที่การเมืองไทยแบ่งเป็นขั้วเช่นนี้ สถานการณ์แตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายจะทวีสูงขึ้นไปสู่วิกฤตการณ์ที่ยุ่งยากขึ้น ความไร้เสถียรภาพจะหนักหน่วงยิ่งขึ้นไปสู่ความสับสนวุ่นวาย

ประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้ามอง:

--เฝ้าติดตามสถานการณ์ของบุคคลสำคัญระดับสูงของไทยอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นปัจจัยหลักต่อตลาดหุ้นไทย รวมไปถึงการสืบทอดอำนาจที่จะเป็นปัจจัยหลักกระทบต่อตลาดหุ้น ทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์และค่าเงินบาท รวมทั้งความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะถูกสถาบันจัดอันดับเครดิตลดเกรดการลงทุนของประเทศลง

--เฝ้าจับตาดูว่าเปรมยังคงตกเป็นเป้าหมายของการต่อต้านหรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นั่นหมายความว่าการพูดถึงเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาต ด้วยเหตุผลประการดังกล่าวนี้ พวกเสื้อแดงจำนวนมากจึงพุ่งเป้าการต่อต้านไปที่เปรม ซึ่งเป็นประธานองคมนตรี หากเขายังตกเป็นเป้าหมายการต่อต้าน ก็หมายถึงว่าการสืบทอดอำนาจจะเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น หรือยุ่งยากกว่าคาด

3.ปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ ศาลมีคำตัดสินให้โครงการอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ 65 โครงการยังถูกห้ามไม่ให้ดำเนินการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สถานที่ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมด้านปิโตรเคมีใหญ่ที่สุดของโลกถึง 8 โรงงาน ภายหลังจากชาวบ้านในพื้นที่ และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพากันเรียกร้องในเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพอันเป็นผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมฯมาบตาพุด สถานการณ์ทวีความย่ำแย่ขึ้น ภายหลังรัฐบาลประสบความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ที่จะให้โรงงานอุตสาหกรรมได้รับการยอมรับว่าจะอยู่ร่วมกับชุมชนได้ โดยไม่มีการก่อผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้าน

ประเด็นที่เฝ้าจับตามอง:

--ฉากนี้ได้เพิ่มความวิตกกังวลมากขึ้นของนักลงทุนระหว่างเรื่องธุรกิจกับความอึดของรัฐบาล เพราะมันมีผลกระทบมากต่อบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(SCC) และผู้นำทางด้านธุรกิจการพลังงาน ปตท.(PTT) ธนาคารชาติเผยว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยต้องหั่นอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจลงร้อยละ0.5ในปี2553 หากปัญหายังคงไม่ได้รับการแก้ไขทันท่วงที

4.ปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวงและธรรมาภิบาล

ประเทศไทยเผชิญสถานการณ์ฉ้อราษฎร์บังหลวงหนักข้อขึ้นในระหว่างช่วงเวลา 5 ปีแห่งความไร้เสถียรภาพ นักลงทุนพากันเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดประเด็นคอรัปชั่น ซึ่งมีดัชนีชี้วัดจากโครงการดัชนีชี้วัดความโปร่งใสโลก,องค์กรนานาชาติด้านความโปร่งใส และองค์กรอื่นๆ มีสัญญาณว่ายังดูจะเลวร้ายลง ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาอันสั้นที่จะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้น แต่จะทำลายความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามอง:

--การคาดการณ์ระดับการคอรัปชั่นในประเทศไทยล่าสุด ขององค์กรนานาชาติด้านความโปร่งใส ในปี 2552 ซึ่งเปิดเผยดัชนีด้านความโปร่งใสเมื่อเดือนก่อนนี้ ไทยหล่นลงมาอยู่ในลำดับที่ 84 จากทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก จากอันดับที่ 80 ในปีก่อน

5.ปัญหาความรุนแรงในชายแดนภาคใต้

ปัญหาความไม่สงบในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกลุ่มแยกดินแดนมุสลิม ทำให้เกิดเหตุนองเลือดมากขึ้นในระยะไม่กี่ปีมานี้ แต่ความรุนแรงเกือบทั้งหมดจำกัดขอบเขตอยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้และมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นในวงจำกัด ซึ่งก็ดูท่าว่าเหตุการณ์ยังคงจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ข้อพิพาทก็มีศักยภาพที่จะกลายมาเป็นปัญหาที่สร้างความวิตกต่อนักลงทุนได้

ประเด็นที่ต้องเฝ้ามอง:

--อันตรายของปัญหานี้ยังจำกัดวงเป็นปัญหาระดับท้องถิ่น,ความขัดแย้งในเรื่องศาสนา-เชื้อชาติ ยังไม่มีสัญญาณว่ากลุ่มอัลเคดะห์เข้ามาแทรกแซงที่จะขยายวงปัญหาให้มากไปกว่าการก่อความไม่สงบ แต่หากกองกำลังของพวกก่อความไม่สงบพุ่งเป้าหมายไปยังการโจมตีธุรกิจของชาวต่างชาติ หรือแหล่งท่องเที่ยว ก็จะเป็นการเปลี่ยนสถานการณ์ไปในทางลบ ตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่จะย่ำแย่ลงไป

สามัคคีกับสังคมไทยผ่านบทเพลงเพื่อชีวิต..แอ๊ด คาราบาว

ที่มา Voice TV



แอ๊ด คาราบาว ตำนานแห่งบทเพลงเพื่อชีวิต จากวันวานถึงปัจจุบัน ความสามัคคีของคนไทยยังเป็นหัวใจแห่งบทเพลงของคาราบาว