WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 20, 2009

กรณีโบนันซ่า : เสื้อแดงถูกหลอกให้เสียตังส์

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



กรณีโบนันซ่า : เสื้อแดงถูกหลอกให้เสียตังส์ <----แต่ก่้อนบอกคนเืสื้อแดงโดนทักษิณจ้าง ตอนนี้ "บอกว่าโดนหลอกให้เสียเงิน"


อ่านกระทู้นี้แล้วขำนะครับ คือ "มุ่งแต่จะโจมตี" โดยไม่ตกผลึกทางความคิดมาก่อน


http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/10465


แต่ก่อนก็กล่าวหาว่า คนเสื้อแดงไปชุมนุมแต่ละครั้งโดนจ้างมาหัวละ 500 บาทบ้าง 1,000 บาทบ้าง (จรัญพันบาท 555)

แม้แต่ผมยังโดนด่าว่ารับจ้างทักษิณมาเลย (ผมยังมองหาทางเบิกเงินค่าบทความอยู่เนี๋ยะ 555 หากได้ก็จะได้เงินโขอยู่ 55)

กรณีโบนันซ่า มันชัดเจน จนปฎิเสธไม่ออกว่า "คนเสื้อแดง" นั่นไม่ได้โดนจ้างมา แต่พร้อมที่จะเสียเงินเอง แม้ต้องเดินทางไปไกลถึงในป่า ไปนอนเต้นท์ก็ยอม

และงาน Countdown ที่เชียงใหม่อีก

ตอนนี้มาโจมตีว่า โดนหลอก เสียเงินฟรี 555

ผมตลกกับความคิดพวกเสื้อเหลืองนี้จริงๆ

การจะต่อสู้ทางการเมืองต้องเอา "อุดมการณ์ทางการเมืองมาสู้กัน" ไม่ใช่มาด่าฝ่ายตรงข้ามว่าโดนจ้าง โดนหลอก ทำอย่างนั้นมันไม่มีทางชนะหรอก เพราะคนที่ไปเขารู้เองว่าจ้างหรือ หลอกหรือไม่

ยิ่งยกมาแบบนี้ยิ่งชักจูงใจใครไม่ได้

พวกคุณต้องเขียนว่า "ระบอบอำมาตยาธิปไตย" ดีอย่างไร เลอเลิศประเสริฐศรี อย่างไร ซาบซึ้งแล้วได้อะไร ได้ขึ้นสวรรค์ หรือได้บุญ เหมือนกราบไหว้พระพุทธเจ้าหรือไม่

ยกเอาทฤษฎีมาสู้กัน ไม่ใช่มาด่า ใตรเขาจะแคร์กับการด่าละครับ

เห็ดสดศรี...ขึ้นผิดฤดูอย่าเก็ษเอามารับประทาน!!!!

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

เมืองไทยเรามันหมดฤดูฝนไปแล้ว ไหงตอนนี้เห็ดหน้าแล้งกำลังงอกออกมา ทำไมมันงอกผิดฤดูหวา? หรือว่ามันอาเพทเพราะโลกร้อนเห็ดก็เลยงอกผิดฤดู? คราวนี้เห็ดเน่าเห็ดมีหนอนใชมีตำหนิใครจะเก็บมากินอีกเนี่ย เพราะต่างไม่ใว้ใจว่าเห็ดที่งอกผิดฤดูจะรับประทานได้ป่าว?

หรือว่าเห็ดที่มองภายนอกว่าสดใสสดศรีสมชื่อเห็ดสดศรีจะซ่อนพิษอะไรใว้ในเนื้อเห็ดบ้าง เพราะครั้งที่แล้วๆมา คนต่างอาเจียนกันลากเขียวลากเหลืองเนื่องจากบริโภคเห็ดสดศรีมีพิษนั่นเอง คราวนี้เห็ดสดศรีขึ้นผิดฤดูกาลมิซ่อนพิษร้ายแรงกว่าหรือ? หรือว่าเป็นเห็ดปลอม?? แหกตาให้

แตกตื่นไปเก็บกิน ที่แท้ก็มีพิษเต็มพิกัดนั่นเอง ละครเรื่องเห็ดเนี่ยฉายมาหนแล้วจนคนดูเบื่อวิธีเดิมๆ การที่จะยุบพรรคของจักรพรรดิ์อ๊อกเหล็กนั้น อนุญาติเทวดาแล้วหรือยัง? ไม่กลัวฟ้าผ่ามากลาง กกต.หรือไง? หรือว่าออกมาเพื่อเป็นพิธี? หมู่นี้มันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลอยู่เสมอ

ในประเทศไทยสงสัยโลกร้อนที่มันกำลังจะเผาผลานประเทศไทยให้มอดไหม้ ด้วยความโง่เขลาของคนกลุ่มหนึ่งที่จับประเทศโยนใส่กองไฟเผาแมร่งเล่น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่สิ่งอันตรายทั้งสิ้น เล่นกันเข้าไปกับไฟมหาภัยนี้ สักวันหนึ่งมันจะไหม้ตัวเองและประเทศไม่เหลืออะไร

เอาแต่ของร้อนๆเข้ามาใว้ในบ้านให้เดือดร้อน การที่อยากได้หน้าด้วยการยอมเป็นขี้ข้าคนอื่น รับเอาของคนอื่นมาใว้ในบ้านทั้งที่รู้ว่ามันอันตราย
แต่ก็ยังทำ ข่าวออกมาทั่วโลกในการมีเลสนัยที่ไทยได้กักเครื่องบินขนอาวุธ รายละเอียดตามมาเพียบเลย ได้หน้าหรือเสียหน้ากันแน่?

ได้เปอร์เซ็นค่าผ่านทางกี่ล้าน?ระหว่างเครื่องหยุดเติมน้ำมัน? เพราะไม่ใช่มาลงแค่ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว มาลงหลายครั้งแล้วใครได้ค่าปิดปากขอถามหน่อย? เรื่องนี้ทำกันมานานแล้วตามที่ข่าวต่างประเทศได้เขียน ฉะนั้นครั้งนี้มันมีเงื่อนงำ เพื่อกลบข่าวในเขมรให้หันมาสนใจเรื่องใหม่

คนกลุ่มนี้ปั้นเรื่องได้ดีจริงๆยอมรับ ลองสังเกตว่าหากเรื่องใดเข้าเนื้อตัวเองค่อนข้างมาก มันจะใช้วิธีเปลี่ยนเรื่องได้อย่างรวดเร็วให้สื่อของตัวเองประโครมเบนความสนใจหันไปอย่างอื่นทันที กระบวนการณ์บิดเบือนรับกันเป็นทอดๆในวงการข่าวที่เป็นลูกคู่ จะเห็นหลายๆสำนักที่ออกข่าว

มาเหมือนกัน สงสารแต่คนเสฟข่าวคือชาวบ้านธรรมดาที่ถูกแหกตา เมื่อไหร่จะเลิกจับประเทศเป็นตัวประกันหากินเสียที? อายชาวโลกเขาบ้างมั๊ยเนี่ยขอถามจะด้านกันไปถึงใหน?ฮืม?

ตอนนี้อะไรๆในประเทศไทยล้วนแล้วมีแต่ของมีพิษทั้งนั้น ไม่ใช่เห็ดอย่างเดียว ไม่รู้ว่ายาพิษพวกนี้มาจากใหน?เต็มบ้านเต็มเมือง
มียาพิษไม่ว่า มียาเสพติดทะลักเข้าไทยเป็นจำนวนมาก ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อค้า สมัยท่านทักษิณถูกกวาดล้างถึงโคตร แต่ตอนนี้กลับ
มาเหมือนเดิม แล้วคิดกันบ้างหรือเปล่าว่าทำไมขบวนการณ์ค้ายาเสพติดจึงกลัมาอีกในยุคนี้? นี่คำถามของต่างประเทศ เบื้องหน้า
และเบื้องหลังมันมี แต่ซุกอยู่ที่ใคร?

เพื่อไทยขู่เล่นงานม.157"ปธ.กกต." หากเมินยุบปชป.

ที่มา มติชน

นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่แสดงความชัดเจนในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า มติ กกต. 3-2 คดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์แล้วโยนเรื่องไปยังนายอภิชาติ สุขคานนท์ ประธาน กกต. พรรคเพื่อไทย จึงขอเรียกร้องให้ดำเนินการกระบวนการยุบพรรคประชาธิปัตย์นั้นได้มีหลักฐานชัดเจนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ มีการเตรียมการคดีอาญา ซึ่งกรณีนี้จะเป็นการเริ่มต้นของความสมานฉันท์ เพราะจะทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไม่สองมาตรฐาน

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นายอภิชาติที่เป็นเพื่อนกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ไม่ควรใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินเรื่องนี้ หากนายอภิชาติ ตัดสินใจถูกต้องและดำเนินการไปตามหลักฐาน ข้อเท็จจริงและดำรงศักดิ์ศรีของ กกต. จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสมานฉันท์ หรือการไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็อาจจะโดนคดีอาญามาตรา 157 ซึ่งฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของข้อมูลหลักฐานและการวินิจฉัยมาดูเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คุณวิเชียรเจ้าพ่อหมัดเหล็ก..ซัดอีกหมัดหนึ่งโป้งเข้าแสกหน้า5555

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

เอ้าเฮ้อ้ายพวก กกต พวกมรึงจะรอช้าอะไรอยู่เล่ารีบๆแสดงบทบาทที่ได้รับมอบหมายเร็วๆหน่อย พวกกูคนไทยกำลังรอรับรู้อยู่


จะ รีๆรอๆอะไรอยู่เล่ารีบๆตัดสินตามใบสั่งที่ได้รับมาซิ แหมทำมาเป็นเล่นละครรีๆรอๆ โธ่อ้ายพวกเถื่อนทั้งหลาย พวกมรึงสะเอิกเสนอหน้าแบบไร้ยางเหมือนคนไทยทั้งประเทศไม่รู้ว่าพวกมรึงมันคือ อ้ายพวกเถื่อนๆที่อ้ายพวกเถื่อนๆมันตั้งเอาไว้แล้วทำสวมรอยนั่งกันต่อ เพื่อหาแดกยัดห่ากันปรีเปรมโดยคิดว่าคนไทยทั้งประเทศเขาไม่รู้เรื่อง

ปล่อยให้พวกมรึงสนุกกับการหาแดกและกระทำจังไรทุกๆรูปแบบหน่อย แม่งส่อแต่สันดานชาติชั่ว แถมยังอ้าปากตอแหลแบบไร้ยางมาโดยตลอด สันดานพวกมรึงมันเหมือนกันหมด เลวระยำขาติชั่วทำเล่นละครปา...่แหกตาคนไทยทั้งประเทศ โธ่อย่างพวกมรึงนะหรือจะมาคิดแหกตาคนไทย เขาปล่อยให้พวกมรึงทุกๆตัวเล่นมากกว่า เพราะอยากรู้ว่า พวกมรึงมันจะทำชาติชั่วกันได้ขนาดไหน

เรื่อของอ้ายพรรคชาติชั่วจังไรของประเทศไทยอย่างอ้าย พรรค ปชป นะ มันมีหลักฐานกันชัดเจนแบบไม่ต้องหาพยานอะไรอีกแล้ว แม้นาย ประจวบ สันขาว เขาเองก็ยังยืน นั่งยันว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด พรรคเพื่อไทยเขาก็เอาหลักฐานออกมาแบให้สาธารณชนดูกันพร้อมกับหลักฐานทุกๆ ชิ้น

จะมาอ้างรออ้ายเจ้าของ พีทีไอมาให้ปากคำอยู่ทำม ไม่ต้องแล้ว ทั้งเช็คทั้งผู้คนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้รัก ผู้รับรอง มันพร้อมหมด แถมหลักฐานทุกๆชิ้นเป็นของจริงทั้งนั้น แล้วมรึงจะรออะไรอีกเล่า แหมอ้ายพวก กกต ด้วยกันก็เข้าใจเล่น รีบตีออกห่างอ้าย อภิชาติ แล้วปล่อยให้อ้ายอภิชาติแสดงบทบาทคนเดียว เพราะเสือกออกความเห็นเอาไว้ว่ายกฟ้องทั้ง 2 ข้อ

สุดยอดเลยมรึงอ้ายอภิชาติ พวกกูคไทยไม่ได้ยี่ละอะไรกับการตัดสินของพวกมรึงหรอก เพราะพวกกูรู้พฤติกรรมของพวกมรึงดี อีกอย่างการกระทำตลอดมาของพวกมรึงก็คือมีหน้าที่ที่ต้องปกป้องอ้ายพรรคสารเลว ชาติชั่วของประเทศไทยให้ดำรงอยู่ไว้ทำลายชาติบ้านเมืองต่อไปอย่างอ้ายพรรค ปชป นะ พวกกูขอเพียงให้พวกมรึงอ้าย กกต กล้าตัดสินออกมาอย่างเข้มแข็งและเชื่อมั่นตัวของพวกมรึงเองว่า มรึงได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องในชีวิตของพวกมรึงเหมือนๆทุกๆครั้งที่พวกมรึงทำตลอด มา

หลักฐานแม่งโตงโต้งขนาดนี้ คนไทยคงได้รับรู้อย่างแน่ชัดเสียที เพราะมันต้องกล้าทำผิดจรรยาบรรณอย่างซึ่งๆหน้าเลยทีเดียวเที่ยวนี้ ถ้ามรึงไม่กล้าอีกอยากจะเล่นลิ้นโป้ยไปให้อ้ายพวกศาลจังไรของพวกมรึงตัดสินแทน ก็ยิ่งดี มันจะได้เก็บพวกมันเสียที อ้ายพวกแอบอ้างทำตัวเป็นศาลจังไรของบ้านเมือง

แหมงานใหญ่นะมรึง แต่พวกมรึงมันหน้าด้านไร้ยางไร้สำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่แล้ว อีกอย่างพวกมรึงมันใหญ่ค้ำฟ้าว่ะ จะตัดสินอย่างไรไม่ต้องคำนึงถึงความถูกต้องก็ได้ ไม่มีใครกล้าแตะต้องพวกมรึงหรอก โธ่อ้ายพวกจังไร พวกมรึงคอยดูต่อไปก็แล้วกัน ใครก็ช่วยพวกมรึงไม่ได้แน่ๆ รักที่จะก่อกรรมทำเข็ญจังไรๆระยำๆ ก็อย่ากลัวกรรมที่จะตามหลังจากการกระทำของพวกมรึง

พวกกูคนไทยรอกันอยู่ทั้งประเทศ อย่างไร อ้ายพรรคการเมืองสารเลวชาติชั่วระยำจังไรรวมถึงอ้ายพรรคการเมืองที่เสือก เข้าไปร่วมกับพวกมันกระทำชาติชั่วต่อคนไทยทั้งประเทศและต่อประเทศไทย อุดหนุนพวกมันให้มีความชอบธรรมในการทำลายประเทศทุกๆด้านมาถึงขนาดนี้ อย่าได้คิดเลยว่าพวกมรึงจะรอดส้นตีนคนไทยไปได้ เมื่อเวลามาถึงคนไทยทั้งประเทศเขาต้องรวมเป็นหนึ่งและกระทืบพวกมรึงให้จมหาย ไปอยู่ในนรกทั้งหมดแน่ๆ

ส่วนพวกมรึง กกตเถื่อน บังอาจนั่งยืดคออย่างไร้ยางและไร้จิตสำนึกว่า พวกมรึงได้กำลังทำลายชาติบ้านเมืองให้ป่นบี้และพวกมรึงอุดหนุนจุนเจือให้อ้าย พวกสารเลวจังไรชาติชั่วทำลายบ้านเมืองและชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ มันน่าระอายและคนอย่างพวกมรึงก็ไม่สมควรได้อยู่หาแดกบนแผ่นดินทองแผ่นดินธรรม ที่ชื่อประเทศไทยอีกต่อไป เพราะพวกมรึงมันคือพวกขายชาติขายแผ่นดินอ้ายพวกทรยศต่อชาติบ้านเมืองที่พวก มรึงถือกำเนิดและถือสัญชาติ ยอมสยบและอุดหนุนอ้ายพวกทำลายชาติให้สามารถทำลายชาติมาได้ขนาดนี้

อ้ายกกตเถื่อนสารเลวชาติชั่วจังไร ตระกูลโคตรเง่าของพวกมรึงก็ไม่สมควรอยู่ด้วยจำเอาไว้ เอ้าอ้ายอภิชาติพวกกูคนไทยแหกปากบอกมรึงให้ได้ยินอยู่ทุกๆวันว่า ตัดสินตามที่มรึงตั้งใจไว้เถอด พวกกูรอฟังจากปากของมรึงเองที่จะประกาศต่อหน้าพวกกูเท่านั้น รออยู่ คิดให้ดีๆ ไม่ต้องเล่นลิ้นแล้ว เขามองพวกมรึงทะลุกันทั่วบ้านทั่วเมือง เขากำลังหัวเราะกับการประกาศของพวกมรึงไว้แล้ว

"จตุพร"แฉเจอรถยนต์ไล่ล่ามุ่งเอาชีวิต จี้"เนวิน-โสภณ"ชี้แจง

ที่มา มติชน

ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ระยะหลังตนถูกรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน กค 5822 ไม่ทราบสังกัด พยายามติดตามข่มขู่หลายครั้ง โดยมีลักษณะมุ่งร้ายเอาชีวิตระหว่างที่ตนไปปราศรัย จ.ชัยภูมิ และนครราชสีมา ซึ่งเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ตรวจสอบรายละเอียดของรถยนต์ดังกล่าว พบว่ามีการปกปิดชื่อเจ้าจองรถ ผู้จดทะเบียน จึงขอถามนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า จะเอากันแบบนี้เลยใช่หรือไม่ เพราะไม่รู้ว่า รมว.คมนาคม มีหน้าที่ปกปิดรายละเอียดการจดทะเบียนรถยนต์ในฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก

นายจตุพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังขอถามไปยัง นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่าจะคุกคามกันอย่างนี้เลยใช่หรือไม่ หากทำอย่างนี้คิดว่านายเนวิน และนายสุเทพทำเป็นคนเดียวหรือ หากประชาชนไล่ล่าคุณบ้างจะทำอย่างไร หากต้องการเปิดเกมแรงกันอย่างนี้ตนก็จะชวนประชาชนไปไล่ล่าคุณบ้าง

"จตุพร"จี้ ผบ.ทอ.แจงอนุญาตเครื่องบินขนอาวุธ ลงจอดเฉย

ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการจับกุมเครื่องบินขนอาวุธสงครามว่า ตนได้คุยกับพี่น้องที่ทำงานด้านความมั่นคง และพบความไม่ปกติหลายประการ คือ 1.การเข้าจับกุมที่แจ้งกับสื่อมวลชนนั้นล่าช้ากว่าการเข้าจับกุมจริง 1 วัน เพราะมีการจับกุมจริงในวันที่ 11 ธ.ค. แต่แจ้งสื่อมวลชนวันที่ 12 ธ.ค. เป็นไปได้ว่ามีขบวนการร้อยเรียงตกแต่งเรื่องเพื่อสร้างความชอบธรรมเรื่องนี้ โดยเฉพาะ ผบ.ทอ. ซึ่งในระหว่างการเกิดเหตุจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่กลับไม่เคยได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ ในการอนุญาตให้เครื่องบินขนอาวุธมาลงจอด หรือเป็นความพยายามอำนวยความสะดวกให้เครื่องบินดังกล่าวลงจอดเติมน้ำมันของหน่วยงานความมั่นคง เพราะมีการตววจสอบพบว่า กลุ่มธุรกิจบางกลุ่มได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ทั้งที่การอนุญาตให้เครื่องบินลักษณะนี้จอดจะต้องห่างไกลจากเมืองหลวง คือ ปกติจะให้จอดที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี ซึ่ง ผบ.ทอ.จะต้องออกมาชี้แจงไม่ใช่ว่าให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้เรื่องมาเป็นคนคอยตอบคำถาม

"พท."แย้ม"แม้ว"ย้ายฐานต่อสู้ปักหลักบ้านฮุนเซน ซัดเอกสารลับ"มาร์ค"อยู่ไม่ได้ต้องลาออก-ยุบสภา

ที่มา มติชน

ส.ส.พท.สนับสนุนแม้วอาจย้ายฐานการเคลื่อนไหวจากดูไบมากัมพูชาที่บ้านของฮุนเซน ซัดเอกสารลับกระทบความสัมพันธ์กัมพูชา อภิสิทธิ์ อยู่ไม่ได้แล้วต้องยุบสภาหรือลาออก

พท.แย้ม"แม้ว" ใช้เขมรเป็นฐาน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. กล่าวว่า เนื้อหาเอกสารมุ่งหวังทำลาย พ.ต.ท.อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และมีการเตรียมการประกาศสงคราม เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่จะกระทบกับความสัมพันธ์ประเทศทำให้กัมพูชาไม่พอใจ ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ก็ด่าว่ากัมพูชาแทรกแซงกิจการภายในของไทย แต่ครั้งนี้กระทรวงต่างประเทศของไทยและรัฐบาล กลับเป็นฝ่ายแทรกแซงกิจการของกัมพูชา ถึงวันนี้บอกได้คำเดียวว่านายอภิสิทธิ์อยู่ไม่ได้อีกแล้ว ต้องยุบสภาหรือลาออก


เมื่อถามถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะย้ายฐานจากดูไบมากัมพูชา นายสุรพงษ์ กล่าวว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณจะย้ายจากดูไบมากัมพูชาเป็นเรื่องที่ดี และเป็นไปได้อาจจะย้ายไปอยู่บ้านที่สมเด็จฯฮุน เซน นายกฯกัมพูชา สร้างให้ แต่อาจเป็นฐานชั่วคราว เดินทางไปๆ มาๆ ในช่วงที่ส.ส.ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายรัฐบาลกลางเดือนมกราคม ซึ่งส.ส.เพื่อไทยทุกคนก็เห็นด้วย เพราะสามารถเดินทางไปพบได้สะดวกขึ้น ส.ส.ที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้ไปดูบ้านที่สมเด็จฯฮุน เซน สร้างให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งใกล้จะแล้วเสร็จ โดยพ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่กัมพูชาถึงวันที่ 21 ธันวาคม

โฆษกพท.ชี้เป็นสิ่งเลวร้าย

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) แถลงวันที่ 19 ธันวาคม ว่า กระทรวงการต่างประเทศควรเลิกบิดเบือนด้วยการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาคนผิดและขู่จะฟ้องร้องเอาผิดนายจตุพร ที่นำเอกสารดังกล่าวมาเผยแพร่ แต่ควรกลับไปดูเนื้อหาในเอกสารว่ารัฐบาลนี้กล้าที่จะดำเนินการกำจัด พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อย่างไร การใช้อำนาจรัฐเข้าไปกำจัดบุคคลคนหนึ่งซึ่งเป็นอดีตนายกฯ เพียงเพราะเป็นคู่แข่งทางการเมืองนั้นคนที่ทำควรกลับไปดูว่าตัวเองยังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่


“ การเสนอวิธีการตามเอกสารของนายกษิต ถือว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในรอบศตวรรษ นายอภิสิทธิ์ในฐานะผู้นำรัฐบาลควรชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด แล้วลดอคติ ทิฐิ ลดการเอาชนะกันทางการเมือง หยุดการทำลายล้าง เลิกตามล่า การฆ่าขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้าม ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว


เผย"ศิวรักษ์-แม่"อโหสิ"คำรบ"


เมื่อถามถึงการออกมาชี้แจงนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกสถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ที่โทรขอให้นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ตรวจสอบเส้นทางการบินของพ.ต.ท.ทักษิณ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า นายคำรบ ควรไปให้ข้อมูลกับอนุกรรมาธิการภาพลักษณ์ประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อหาไอ้โม่ง ที่โทรศัพท์สั่งการนายคำรบ ว่ามีใครบ้าง


" สิ่งที่นายคำรบพูดออกมานั้นน่าจะเกิดจากการเขียนบทให้พูด ตามที่เขาอยากให้พูดเท่านั้น สำหรับนายศิวรักษ์และแม่นั้น ผมได้พูดคุยกับคนทั้งคู่แล้ว และยืนยันว่าจะอโหสิกรรมให้กับนายคำรบ เมื่อนายศิวรักษ์ เข้าพิธีอุปสมบท แต่หากยังมากล่าวหานายศิวรักษ์ไม่เลิกก็อาจจะตัดสินใจฟ้องร้องตามกฎหมาย " นายพร้อมพงศ์กล่าว


"จตุพร"ท้ากต. แจ้งจับขู่เปิดเอกสารชุด 2

เมื่อเวลา 13.00 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แถลงที่พรรคเพื่อไทย ถนนพระราม 4 ถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาที่มาของเอกสารลับและเตรียมฟ้องร้องนายจตุพรว่า เรื่องนี้ชัดเจนว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน เพราะนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ซึ่งอยู่ฝ่ายบริหาร ไม่มีสิทธิ์จะไปสั่งศาลให้ดำเนินการกับพ.ต.ท.ทักษิณ และประกาศขจัดภัยคุกคาม ซึ่งคือพ.ต.ท.ทักษิณ ภายในสิ้นปี 2552 หรืออย่างช้าไม่เกินเดือนเมษายน 2553 ซึ่งนายกษิต กลับทำเหมือนพวกโจร ที่ไปวางแผนฆ่าคน แล้วผู้เสียหายไปพบแผนการเข้า ฝ่ายโจรแทนที่จะกลัวกฎหมายอาญากลับไปแจ้งความกลับว่าผู้เสียหายเอาความลับมาเปิดเผย


"ผมอยากจะบอกนายกษิต ว่าอย่าช้า ขอให้ไปแจ้งความเร็วๆเลย เพราะคนที่ร่วมนั่งทำหนังสือดังกล่าว เขาทนไม่ได้ มีหลายคำในเอกสารแนบท้ายนั้นขยายความออกมาชัดเจนเลยว่าหมายความว่าอย่างไร แต่ละคำมีนัยยะอะไร แล้วในเอกสารยังบอกว่าหากการดำเนินการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในกัมพูชา เป็นเหมือนรัฐบาลพลัดถิ่น จะตัดความสัมพันธ์ทางการฑูตและใช้กำลังทางทหารเลย ยืนยันว่า 4-5 ประเด็นที่ตนเรียนไปนั้นถ้าบอกว่าผมผิดเพราะเอาเอกสารมาเปิดเผย มากกว่าการไปสั่งศาลฎีกาผนกคดีอาญาทางการเมืองและการสั่งฆ่าพ.ต.ท.ทักษิณ หรือการพูดเรื่องมาตรการทางกัมพูชาแล้วจะมาดำเนินคดีกับผมก็เชิญเลย แล้วภายในสัปดาห์หน้าผมจะเปิดเผยเอกสารอีกชิ้น เป็นชุดที่ 2 ที่มีอยู่ 9 หน้า ซึ่งล้อกับเอกสารชุดแรกที่ตนนำมาเปิดเผย แต่จะทำให้เห็นความชัดเจนมากขึ้นไปอีกในไม่กี่วันนี้ และหาก นายอภิสิทธิ์ แถลงชี้แจงไม่เข้าหู ผมก็จะเอาเอกสารทั้ง 9 หน้ามาเปิดเผยวันพรุ่งนี้ (20 ธ.ค.) เลย จะได้เอาซะทีเดียวสองคดี เพราะเรื่องนี้ถ้าเป็นการดำเนินการปกติ จะทำเป็นเอกสารลับหาอะไร การไปทำพลับๆล่อๆ อย่างนี้จะกัดเขาข้างหลังหรือ" นายจตุพร กล่าว


ระบุ"กษิต"ดำเนินการตามแผนไปแล้ว 3 ข้อเหลืออีกข้อเดียว


นายจตุพร กล่าวว่า การที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือก็ต้องบอกว่ากระทรวงการต่างประเทศสารภาพแล้วว่าเป็นเอกสารจริง ซึ่งการออกมาพูดแบบนี้เป็นเพราะ นายสุเทพ ติดนิสัยพูดเท็จจนเคยตัว เข้าข่ายคนบ้าทุกขณะ เหมือนคนไม่เต็มบาท หากนายสุเทพ กลับสุราษฎร์ธานีก็ขอให้ไปที่หลังคาแดงที่เขาเอาไว้รักษาคนบ้า เหมือนรพ.สวนปรุงที่เชียงใหม่

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับ นายอภิสิทธิ์ นั้นขอถามว่าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ได้อย่างไร เพราะทั้ง 4 ข้อที่ตนเปิดเผยไปก่อนหน้านี้ นายกษิต ได้ดำเนินการไปทั้งหมดแล้วเหลือเพียงข้อ 4 ที่ขอความเห็นชอบนายกฯ ว่าให้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจตรงกัน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันยิ่งกว่าเผด็จการ เนื่องจากเผด็จการแท้ๆ ยังไม่เคยสั่งฆ่าคน หรือมุ่งหมายเอาให้ถึงชีวิต และที่ออกมาบอกว่าตนเข้าใจผิดพลาดนั้นคนที่นั่งประชุมอยู่ด้วย เขาแปลนัยยะอธิบายคำสั่งในเนื้อหาเอกสารให้เลยอย่างเช่นการระบุว่าขจัด ซึ่งเป็นคำเดียวกับคำว่ากำจัด ที่หมายถึงการฆ่า

เสื้อแดงไปเขมร พบทักษิณ ฮุนเซนส่งรถรับ

ที่มา ไทยรัฐ
Pic_53925

คนเสื้อแดงเกือบ 200 คน ไปหา "ทักษิณ" ที่พนมเปญ เต็มหน้าด่านอรัญประเทศ หวิดป่วนถูก ตม.สกัดไว้กว่า 30 คน หลังตรวจพบไม่มีหนังสือเดินทาง ท่ามกลางข่าวลือ "กษิต" สั่งสกัดกั้นคนเสื้อแดงไม่ให้เข้าเขมร..

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. ที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากเดินทางมาที่หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศเป็นกลุ่มๆ มีทั้งมาจาก กทม. จ.ระยอง และอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง นัดแนะกันจะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ทำให้บริเวณหน้าด่านพรมแดนคึกคักไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ มีจำนวนกว่า 10 กลุ่ม โดย 4 กลุ่มแรก เดินทางมารวมกันจำนวน 133 คน เป็นชาย 49 คน หญิง 84 คน ส่วนตั้งแต่กลุ่มที่ 5 เดินทางมากันเป็นกลุ่มเล็ก ประมาณ 5-10 คน รวมประมาณ เกือบ 200 คน แต่ต่อมาได้เกิดความปั่นป่วนขึ้นบริเวณหน้าทางเข้าอาคารด่าน ตม.อรัญประเทศ ฝั่งขาออกไปกัมพูชา เนื่องจากมีกลุ่มคนเสื้อแดง หลายสิบคน โวยวายว่าถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง และสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางออกไปฝั่งกัมพูชา และยังเกิดข่าวลือขึ้นด้วยว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นคนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตม.อรัญประเทศ สกัดกั้นคนเสื้อแดง สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นอย่างมาก



ต่อมา ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 บูรพา ได้ชี้แจงว่าไม่ได้มีคำสั่งสกัดเสื้อแดง หรือห้ามคนเสื้อแดงออกไปเขมรแต่อย่างใด แต่ที่คนเสื้อแดงประมาณ 30 คน ที่ถูกสกัดไว้ ไม่อนุญาตให้ข้ามแดนเนื่องจากไม่มีหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต

ทั้งนี้ มีคนเสื้อแดงกว่า 100 คนที่มีพาสปอร์ต เดินทางผ่านด่านพรมแดนอรัญประเทศ ออกไปฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่กัมพูชา ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกพาไปขึ้นรถบัสจำนวน 4 คัน และรถตู้อีก 3 คัน ที่ทางสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งมารับกลุ่มคนเสื้อแดง โดยจอดรออยู่ที่บริเวณวงเวียนปอยเปต อ.โอวโจรว จ.บันเตียเมียนเจย ห่างจากด่านพรมแดนอรัญประเทศ ประมาณ 800 เมตร.

คนไทยอายเขมร

ที่มา thaifreenews


ผมไม่ใช่คนไทยใจเขมร ผมเป็นคนไทยที่ "อายเขมร " และอยากรู้คำตอบ

ที่มา ห้องราชดำเนินพันทิป โพสโดย Psurachai www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8673921/P8673921.html

ผมไม่ใช่ไทยใจเขมร แต่เป็นคนไทยที่อายเขมร ที่มีผู้นำโง่เขลาเบาปัญญาและพวก
หลักลอยไร้ความคิดไร้มโนสติแยกแยะระหว่างผิดชอบชั่วดีไม่ออกอย่างพวกสาวกศาสดาโกเต๊ก และรัฐบาลนักการเมืองนักกู้มืออาชีพ ส่งเสริมคอรัปชั่น โกงกินภาษีประชาชน สนันสนุนยาบ้า โครงการ 90 วันไทยอดอยาก อย่าง ปชปและพลพรรคเสนาอำมาตย์ทุกผู้ทุกคนครับ

ขอย้อนหลังหน่อย มันเงียบ เพราะเห็นเถียงกันเรื่องวิศวะกรน้อยกันจัง ไม่รู้เพื่ออะไรเหมือนกัน จะเถียงเรื่องนี้ไปเพื่ออะไรครับ ในเมื่อเรื่องอื่นๆที่ทำไว้ไม่เห็นความคืบหน้า รึว่าการกระทำที่พวกคุณทำนั้นไม่ผิด สิ่งที่ก่อการนั้นดีเพราะคิดว่าเป็นพวกรักสถาบันฯ ฝ่ายตรงข้ามเป็นพวกเกลียดสถาบัน ขายชาติ ฝักใฝ่ต่างชาติ รักเขมรมากกว่าแผ่นดินแม่ นั่นมันความคิดของพวกไร้สำนึกต่อแผ่นดินเกิดครับ ดึงฟ้าลงมาเล่นเพื่อสนองตัณหา เอาชนะความรู้สึกคนอื่น ออกมาตอบหน่อยครับทั่นมหาบัณฑิตไทโรฯ และพลพรรคอันมีค่าสูงสุดของแผ่นดิน ว่าสิ่งที่พวกทั่นทำไปนั้นทั่นทำถูกแล้ว และทำเพื่อปกป้องสถาบันและศักดิ์ศรีของคนไทยและประชาธิปไตยที่อ้างว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับพวกคุณคือคนที่รักและศรัทธาที่จะเอาเขมรมาเป็นนาย ช่วยยืนยันหน่อย เรื่องเก่าๆครับ

ตอบโจทย์ให้ได้ก่อนค่อยไปพูดเรื่องใหม่

1.ยึดทำเนียบ
2.ยึดสนามบิน
3.ปิดทางเสด็จราชดำเนิน


เอาแค่นี้ก่อน ศิวรักษ์ช่างหัวมัน ใครจะจัดฉากช่างมารดามัน เอาแค่นี้ถ้าใจยังดึงดันว่าที่คนไทยเห็นด้วยกับความคิดฮุนเซ็นและทักษิณเค้ามีใจฝักใฝ่เขมรและไม่รักชาติรักแผ่นดิน

ป.ล
ทักษิณโกงน่ะไม่ต้องตอบนะ เพราะเหลืองทุกคนรู้แค่นั้นตอบแค่นั้นก็ให้อยู่แค่นั้น ทักษิณโกงแต่มันจำเป็นที่จะต้องไปยึดไปแย่งอำนาจเค้าซึ่งประชาชนเลือกมา แต่บอกว่ารักประชาธิปไตย อย่างนั้นไม่ต้องตอบ คำตอบมันอยู่ในคำถาม คิดไม่ออกก็ไปถามศาสดา ไม่ก็กลับไปทำงาน เผื่อจะมีประโยชน์กับประเทศชาติบ้าง

ปชป.โบ้ยตำรวจตอบทำคดีพธม.ยึดสนามบินถึงไหน ขออย่าโทษรัฐบาล

นาย สาธิต ปิตุเดชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า คดีไม่มีความคืบหน้า ว่า

“เรื่องนี้ต้องไปถามทางตำรวจ จะมาโทษรัฐบาลไม่ได้ แต่กระบวนการกฎหมาย คดีจะต้องเดินทางตลอด จะอ้างว่าอยู่ระหว่างการเปลี่ยนตัวผบ.ตร. หรือผบช.ภ.1 ไม่ได้ เพราะแต่ละคดีจะมีผู้รับผิดชอบชัดเจน” นายสาธิต กล่าว

เผยเส้นทางดองคดีจนมาถึงเงื้อมมือตำรวจเด็กเนวิน

-ค่ำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ
-13 มกราคม 2552 พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.ผู้รับผิดชอบเผยคดีคืบหน้า 70 %
-18 กุมภาพันธ์ 2552 รัฐบาลย้ายตำรวจคุมคดียึดสนามบินเข้ากรุ พล.ต.อ.จงรักพ้นหน้าที่ในการคุมคดี สุเทพ เทือกฯเข้าคุมเอง
-20 กุมภาพันธ์ 2552 พล.ต.ท.ฉลอง สนใจผบช.ภาค1เผยคดีคืบหน้า80%
-21 เมษายน 2552 พล.ต.ท.ฉลองเผยคืบหน้า95%แล้ว เหตุที่ช้าเพราะเป็นคดีก่อการร้ายโทษถึงประหารชีวิต
-27 เมษายน 2552 เปลี่ยนตัวหัวหน้าชุดคุมคดีมาเป็นพล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส
- 4 กรกฎาคม 2552 พล.ต.ท.วุฒิ ตั้งข้อหาก่อการร้ายกับพันธมิตรและออกหมายเรียก
-16 กรกฎาคม 2552 พันธมิตรไปชุมนุมที่สโมสรตำรวจ ไม่ขอรับข้อหา และให้เปลี่ยนข้อหา ซึ่งพล.ต.ท.วุฒิขึ้นเวทีบอกว่านธมิตรเป็นผู้ก่อการดี
- 9 กันยายน 2552 เปลี่ยนตัวหัวหน้าชุดคุมคดีอีกครั้งมาเป็นพล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผช.ผบ.ตร. โดยระบุจะออกหมายเรียกครั้งที่2ก่อน ยังไม่ออกหมายจับ
-25 พฤศจิกายน 2552 ครบรอบ 1 ปีการยึดสนามบิน โดยยังไม่มีการดำเนินคดี รวมทั้งไม่มีการออกหมายจับ


คดียึดสนามบินมาอยู่ในมือตำรวจเด็กเนวิน เครื่องมือต่อรองทางการเมืองชั้นดีของห้อย

มี การตั้งข้อสังเกตว่าสนธิ ลิ้มทองกุล มักหาเรื่องได้ทุกฝ่าย โดยไม่กลัวเกรง แต่น่าแปลกที่ว่าไม่เคยวอแวกับเนวิน ชิดชอบ ผู้นำพรรคตัวจริงภูมิใจไทยเลย "เหมือนสนธิลิ้มกลัวเนวิน"

ความ จริงที่น่าตั้งข้อสังเกตก็คือหลังการเปลี่ยนหัวหน้าชุดมาเป็นพล.ต.ท.สมยศ คนสนิทเนวิน แทนที่จะเดินหน้าออกหมายจับ ก็กลับถ่วงคดีด้วยการไปรวบรวมหลักฐานทำสำนวนคดีใหม่ เสมือนกับเป็นเกมการต่อรองทางการเมืองของเนวินกับสนธิลิ้ม

เวบไทยอินไซเดอร์รายงาน ถึงความสัมพันธ์ของเนวินกับสมยศในหัวข้อเรื่อง สมยศ” ตร.สีน้ำเงิน” แอ่นอกรับ “รักชอบพอ” กับ “เนวิน” เป็นคนประเภทเดียวกัน-นิสัยเหมือนกัน-เป็นไงเป็นกัน ลั่น “ไม่กลัว-ไม่อาย”

สำหรับ คดียึดสนามบินนั้น พล.ต.ท.สมยศ กล่าวว่า ถ้าผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหา จากพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียก ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน จะออกหมายเรียก หรือทำเรื่องไปถึงศาล เพื่อขออออกหมายจับ แต่ตามป.วิอาญา ไม่ได้บอกว่า จะต้องออกหมายเรียกกี่ครั้ง อยู่ที่ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน

อย่าง ไรก็ตามแทนที่จะเดินหน้าออกหมายจับ แต่สิ่งที่พล.ต.ท.สมยศ ทำก็คือกลับไปตั้งแท่นทำสำนวนใหม่ โดยได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนชุดใหม่ โดยอ้างว่า ต้องการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่สมบูรณ์เพื่อจะให้คดีเดินหน้าต่อ ไปในบางประเด็นที่จะต้องทำให้ครบถ้วน เช่น การหาพยานแวดล้อม โดยเฉพาะประชาชน และนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเท่าที่ควร เช่น นักธุรกิจต่างๆที่อ้างว่าได้รับผลกระทบเสียหายหลายสิบล้านแต่เมื่อถึงเวลา ต้องมาเป็นพยานกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ ก็ขอให้บุคคลที่ได้รับผลกระทบช่วยเข้ามาเป็นพยานให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ถืออีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ
**********

ขัดหมายเรียกต้องออกหมายจับ แต่ตำรวจเด็กเนวินไปตั้งต้นทำสำนวนใหม่ ต้องติดคุกฐานละเว้นต่อหน้าที่!?

ออก หมายเรียกไปแล้ว ผู้ก่อการร้ายพันธมิตรขัดหมายเรียก ตามกฎหมายต้องถูกสั่งจำคุก 3 เดือน และออกหมายจับ แต่ทำไมตำรวจเด็กเนวิน กลับไปเริ่มต้นที่ทำสำนวนคดีใหม่ ต่อไปนี้คือความรู้เรื่องหมายเรียกกับหมายจับ ซึ่งความจริงแล้วหากละเว้น พล.ต.ท.สมยศคนของเนวินควรต้องโดนดำเนินคดีติดคุกฐานละเว้นต่อหน้าที่ไปแล้ว

หมายเรียก

หมาย เรียกคือหนังสือที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือศาลทำขึ้นเพื่อให้บุคคลใดมาที่พนักงานสอบสวน หรือมาที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือมาศาล เนื่องในการสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง การพิจารณาคดี หรือการอย่างอื่น ฯลฯ (ป.วิ.อาญา มาตรา 52)

บุคคลที่ถูกออกหมายเรียกควรต้องปฏิบัติตามความในหมายนั้น หากขัดขืนโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรอาจเป็นความผิดทางอาญาได้

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานะของบุคคลผู้ถูกออกหมายเรียก กล่าวคือ

1.หาก ผู้ถูกออกหมายเรียกอยู่ในฐานะผู้เสียหายหรือพยานไม่มาตามหมายเรียก จะเป็นความผิดอาญาฐานขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานสอบสวนฯ ซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ป.อาญา มาตรา 168)

2.หากผู้ถูกออกหมายเรียกอยู่ในฐานะผู้ต้องหา ไม่มาตามหมายเรียก จะไม่มีความผิดฐานขัดหมายเรียกฯ ตาม 1. แต่จะเป็นเหตุให้ออกหมายจับ
(เทียบเคียงฎีกาที่ 1341/2509)

หมายจับ

หมาย จับคือหนังสือบงการที่ออกตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการจับ ฯลฯ (ป.วิ.อาญา มาตรา 2 (9))

หมายจับ ต้องทำเป็นหนังสือและมีข้อความเกี่ยวกับสถานที่ออกหมาย วันเดือนปีที่ออกหมายเหตุที่ต้องออกหมาย ต้องระบุชื่อหรือรูปพรรณของบุคคลที่จะจับ ลายมือชื่อและประทับตราของศาล (ป.วิ.อาญา มาตรา 60) เดิมพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่มีอำนาจออกหมายจับได้เช่นเดียว กับศาล

ต่อมาได้มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. 2547 ยกเลิกอำนาจการออกหมายจับของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ลงโดยให้ ศาลเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจออกหมายจับ

เหตุที่จะออกหมายจับมีดังนี้

1.มีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ

2.มี หลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่า จะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น

ถ้า บุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียก หรือตามนัด โดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี (ป.วิ.อาญา มาตรา 66)

การออกหมายจับตาม 1. นั้น ดูอัตราโทษเป็นเกณฑ์

หาก โทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปีก็สามารถออกหมายจับได้ แม้ผู้นั้นจะไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไม่ก่อเหตุอันควรประการอื่น

ส่วนการออกหมายจับตาม 2. นั้น หากความผิดนั้นมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สามปีลงมาต้องมีพฤติการณ์หลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงจะออกหมายจับได้ (ยึดอัตราโทษและพฤติการณ์เป็นหลัก)

แต่องค์ ประกอบที่สำคัญของ 1. และ 2. ก็คือ ต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลนั้นน่าจะได้กระทำผิดอาญาตามที่ถูกกล่าวหา (ข้อพิจารณาประกอบ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 โดยนายจรัญ ภักดีธนากุล กับคณะ สำนักประธานศาลฎีกา)

ถ้าผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียก หรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนีตามความในมาตรา 66 (2) วรรคท้าย เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของกฎหมาย

หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อเท็จจริงหาได้เป็นไปตามข้อสันนิษฐานก็ไม่สามารถออกหมายจับได้ หากออกหมายจับแล้วก็ถอนหมายคืนได้

ศาล จะออกหมายจับตามที่เห็นสมควร หรือโดยมีผู้ร้องขอก็ได้ (ป.วิ.อาญา มาตรา 59) โดยก่อนออกหมายจับจะต้องปรากฏพยานหลักฐานตามสมควรที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่า มีเหตุที่จะออกหมายจับตาม มาตรา 66 (ป.วิ.อาญา มาตรา 59/1)

เมื่อได้ออกหมายจับแล้วเป็นหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจต้องจัดการให้เป็นไปตามหมายนั้น (ป.วิ.อาญา มาตรา 61)

และ ในกรณีของหมายจับคงใช้ได้อยู่จนกว่าจะจับได้ เว้นแต่ความผิดอาญาตามหมายนั้นขาดอายุความ หรือศาลซึ่งออกหมายนั้นได้ถอนหมายคืน (ป.วิ.อาญา มาตรา 68)

อย่าง ไรก็ตาม หากบุคคลได้รับหมายเรียกที่ออกโดยชอบแล้ว มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม หากมีเหตุผลอันควรที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหมายนั้นได้ ก็ควรจะต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานผู้ออกหมายทราบ

แนะลากคอมาร์ค-เทือก-ตำรวจเด็กเนวินเข้าคุกสังเวยปล่อยผู้ก่อการร้ายลอยนวล

ประชาชน ที่ติดตามคดีผู้ก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบินได้เรียกร้องให้มีการแจ้ง ดำเนินคดีฐานละเว้นหน้าที่ต่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และพล.ต.ท.สมยศหัวหน้าชุดดำเนินคดียึดสนามบินตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นต่อหน้าที่ ไม่ออกหมายจับผู้ก่อการร้ายพันธมิตร หลังจากเนิ่นมามาจวนครบ 1ปี

"ผมเห็นเงียบไปเลย หลังจากเจ้าของคดีชมว่าเป็นผู้ก่อการดี พันธมิตรก็ไล่กลับให้ไปเปลี่ยนข้อหา ตำรวจก็ดันบ้าจี้จะไปเปลี่ยนข้อกล่าวหาให้พวกมัน ตามกฎหมายแล้วให้เกียรติกันออกหมายเรียก ตามขั้นตอนเมื่อออกหมายเรียกแล้วไม่มารายงานตัว (แต่เสือกมาม็อบกดดัน ตร. แทน) ขั้นตอนต่อไปก็ต้องออกหมายจับไม่ใช่เหรอ" คือข้อความในกระทู้ที่บอร์ด ประชาไท

ปล. ตอกย้ำความเป็น 2 มาตรฐานของรัฐบาล ซ่องโจร ครับ....

talk.mthai.com/topic/85544

ประเมินสถานการณ์ศึก ฝ่ายอำมาตย์ สุรยุทธ์แบะท่าจะเจรจา สายน้ำแห่งสงครามที่ไม่ไหลกลับ

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย



ไม้ตายของอำมาตย์ที่ผ่านมาในเวลาอันใกล้นี้ผมว่ามีสองสามอย่างคือ

- การปลุกกระแสคลั่งชาติ กรณีเขมร ที่เดี้ยงไปแล้ว

- การปลุกกระแสหมิ่นสถาบันกรณี Time Online ที่ปลุกไม่ขึ้นเท่าไหร่

- เมื่อหมดหนทางก็วางแผนสังหารเด็ดขาดโดยการจารกรรม และใช้ F-16

สุดท้ายคือ การสร้างกระแสซาบซึ้งในตอนต้นเดือนธันวาคม (พอดีผลออกไปป่า เลยหลบกระแสพ้น)

ตอนนี้ออกไม้ตายใหม่คือ "การประกาศว่าพร้อมที่จะเจรจา" โดยมีเงื่อนไขว่าให้ทักษิณกลับมาติดคุกก่อนสองปี อันที่จริงก็สร้างเงื่อนไขไปอย่างนั้นแหละ จุดประสงค์จริงๆ คือ "ต้องการหยั่งเชิงเพื่อเจรจา" ส่วนเงื่อนไขเป็นการบอกผ่านเพื่อขอต่อรอง



หากเราวิเคราะห์สถานการณ์โดยรวม "ของสงครามทางการเมืองในขณะนี้" เราก็จะพอประเมินได้พอสมควรทีเดียว ว่าสถานการณ์พัฒนาการไปอย่างไร และหากเรามองโดยรวมเราก็อาจจะพอมองเห็น "จุดจบของสงคราม" ได้เหมือนกัน

อารัมภท ของสงครามครั้งนี้ เราต้องมองว่า ความขัดแย้งครั้งนี้มาจากรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่สร้างความเข็มแข็งให้ประชนจนสามารถสร้างรัฐบาลพรรคเดียวได้ มีนายกรัฐมนตรีที่เข็มแข็งและมีอำนาจมาก และแจ็คพอร์ตที่ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีที่มีความสามารถ ชื่อทักษิณ ชินวัตร ที่มีประสบการณ์บริหาร มีความสามารถและสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง ทำงานอย่างได้ผลจนประชาชนรักและศรัทธาจำนวนมาก จนมีแนวโน้มว่าจะครองอำนาจไปอีก 20 ปี

นั่นคือ "ความวิบัติของอำมาตยาธิปไตย" และ ชนชั้นสูงไทยโดยแท้ หากพวกเขาปล่อยให้เป็นเช่นนั้น พวกเขาจะค่อยๆ โดนกำจัดออกจากวงจรอำนาจทางการเมืองไทยไป พวกเขาจึงยอมไม่ได้ การวางแผน สมรู้ร่วมคิด ที่บ้านนายปีย์ จึงเกิดขึ้น มีม็อบพันธมิตร สร้างเงื่อนไข และตามด้วยรัฐประหารปี 2549 และสร้างความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องเมื่อรัฐบาลสมัครชนะการเลือกตั้ง

เหตุการณ์ต่างๆ ที่ดำเนินเรื่อยมา จากที่ คนไทยงงๆ ว่า รัฐประหารครั้งนี้มีใครเป็นมาสเตอร์มายด์ กันแน่ ตั้งแต่เริ่มสงสัย เฒ่าหัวขาว จนปรากฎการณ์ ตาสว่าง กรณี โบว์ระเบิดปิงปอง ตอนนี้ผมว่าคนไทยจำนวนมาก พอจะรู้แล้วว่า "ใครคือมาสเตอร์มายด์ที่แท้จริง"

การต่อต้านฝ่ายอำมาตย์ก็มีอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คนวันเสาร์เริ่มปราศรัยไม่กี่คน จนขณะนี้เกิดเป็นขบวนการเสื้อแดง "เต็มค่อนประเทศ"

การรุกใหญ่ของอำมาตย์ที่ล้มรัฐบาลสมชายได้ พวกเขาคิดว่าชนะแล้ว แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ยังไม่สามารถ สลายการต่อต้านได้ มีแต่การต่อต้านจะขยายตัวขึ้น

หากเราวิเคราะห์สถานการณ์อันใกล้นี้

เริ่มตั้งแต่ "ภาวะสุขภาพเจ็บไข้" ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสั่นไหวทั้งหมด แม้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ก็เกิด "แรงกระเพื่อมในโครงสร้างอำนาจ" ที่ค่อนข้างรุนแรงและชัดเจน

เนื่องจากทุกฝ่ายสามารถคาดการณ์ จากกรณีที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า "ถึงอย่างไรวันสิ้นสุดก็ต้องมาถึงในเวลาอันไม่ไกลนี้ การย้ายข้างอย่างขนานใหญ่ จึงเริ่มขึ้น

มีทหาร ตทบ. 10 ตบเท้าเข้าพรรคเพื่อไทย และตามมาอีกหลายระลอก ปรากฏการณ์นี้ ไม่อาจอธิบายอย่างอื่นได้ นอกจาก "ความกระเพื่อมในโครงสร้างอำนาจ" ที่คาดการณ์ได้ไม่ยากว่าไม่มั่นคง




ทุกฝ่ายประเมินได้แล้วว่า "อำมาตยาธิปไตย" ไม่สามารถเผด็จศึกการเมืองครั้งนี้ได้แน่นอน แม้ว่ายังไม่แพ้ แต่การเผด็จศึกไม่ได้ นั่นหมายถึง "ความพ่ายแพ้เมื่อถึงวันเวลาที่มาถึง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การย้ายข้าง จึงเกิดขึ้น

ทุกคนประเมินได้แล้ว จากภาพยนตร์ "เรื่อง 2012 วันสิ้นโลก" เมื่อคาดการณ์ได้ ว่าเลี่ยงไม่พ้น ทำไมไม่ย้ายข้าง สำหรับคนที่พอจะย้ายได้ ส่วนพวกที่ถลำตัวลึกแล้ว คงย้ายข้างไม่ได้ พวกเกือบๆ ถลำตัวก็จะวางเฉย รอวัน "สิ้นโลก"

การย้ายข้างของทหารเกษียณอายุ (แน่นอนทหารที่ไม่เกษียณย่อมไม่แสดงออก เก็บไว้ในใจ รอวันสิ้นโลก) ทำให้พลัง "อำนาจทางทหาร" ที่คนเสื้อแดงไม่เคยมี เกิดการ Balance of power ขึ้น การได้ พล.อ.ชวลิต มาอยู่เพื่อไทย ย่อมมีดุลยภาพทางกำลังที่มองไม่เห็นเกิดขึ้น

การปรากฎตัวของทหารพราน ผ่านการประชาสัมพันธ์ มีการถ่ายภาพ ของ พล.ต.ขัติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) ส่งผลกระเทือนต่อฝ่ายอำมาตย์อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจริงหรือเท็จ แต่จากข้อมูลทั้งหมด ทั้ง พล.อ.ชวลิต พล.อ.พัลลภ และปรากฎการณ์ทหารพราน ทำให้ฝ่าย เสนาธิการวางแผนโดยไม่คำนึงปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้

ต่อไปการยกทหารออกมาไล่ฆ่าม็อบเสื้อแดง แบบสงกรานต์เลือด ก็ไม่อาจมั่นใจแล้วว่า จะไม่เจอ "หมัดสวน" ที่รุนแรงพอกัน

จริงหรือเท็จ ยากที่จะวิเคราะห์ได้ ประมาทก็เป็นหนทางแห่งความพินาศ

ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้อำมาตย์ไม่อาจใช้ ความได้เปรียบทางด้านทหารตามอำเภอใจได้อีกต่อไป

เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์โดยรวมแล้ว สถานการณ์ของฝ่ายเสื้อแดง+ทักษิณ ที่ อยู่ในภาวะตั้งรับ และถอยร่นตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา เริ่มเข้าสู่ดุลยภาพของสงคราม ฝ่ายเสื้อแดง+ทักษิณ ที่อยู่ในภาวะ "ยันกัน" ในปี 2552 จะเริ่มเป็นฝ่ายรุกบ้างแล้ว ในปี 2553

การเปลี่ยนภาวะสงคราม จากถอยร่น มาอยู่ในภาวะยันกัน และภาวะ เริ่มรุก นั้นนับว่าเป็นการพัฒนาการของฝ่ายเสื้อแดงที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สงครามโลกครั้งที่สอง กว่าพันธมิตรจะสามารถเปลี่ยนจากภาวะถอยร่น มาตั้งรับ ยันกัน และเริ่มรุกในวันดีเดย์ ยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี ก็ใช้เวลาตั้งแต่ปี 1939-1944 เกือบ 5 ปีทีเดียว และเริ่มบุกจนถึงชัยชนะเด็ดขาดใช้เวลาอีกเกือบปี

สงครามไม่มีเรื่อง โชคช่วย หรือใจร้อนได้ การเปลี่ยนจากถอยร่น เป็นบุก ไม่ใช่ว่าจะทำได้ในเวลาอันสั้น

คนเสื้อแดงใช้เวลาตั้งแต่ปี 2549 ถึง 2552 สามปีกว่า ถึงเข้าสู่ภาวะนี้ได้

ปีหน้าคือ ปีเริ่มรุกกลับ

การเปิดเผยท่าทีของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลลานนท์ เพื่อขอเจรจา จึงพอจะมองเห็นได้ชัดเจนว่า พวกเขาประเมินแล้วว่าไม่อาจเอาชนะสงครามครั้งนี้ได้


ปล. ผมวิเคราะห์ในมุมแคบ ของสภาวะการต่อสู้กันเท่านั้น ไม่ได้รวมสถานการณ์ทางประวัติศาสตร์สังคม ภาวะการเปลี่ยนแปลงทัศนะคติของคนชนบท ที่เปลี่ยนจากยุคเกษตรกรรมเข้าสู่สังคมกึ่งอุตสาหกรรม และสังคมข่าวสาร ที่เราพอจะประเมินได้ว่า ขณะนี้ประเทศไทย “ได้เปลี่ยนแปลงที่โครงสร้างกระบวนการคิด” ของประชาชนแล้ว เมืองไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

ลัทธิซาบซึ้ง (แห่งดนตรีการ 555) นั้นได้เดินทางมาถึงยามสนธยา และกำลังจะเลือนหายไปแล้ว ยุคบูชาเทพได้ใกล้ภาวะสิ้นสุดแล้ว

รุ่งอรุณแห่งการปฎิวัติโครงสร้างกระบวนการคิด และประชาธิปไตยของสังคมมาถึงแล้ว

คลื่นซาบซึ้งกำลังจากไป คลื่นประชาธิปไตย ปรากฎที่ชายขอบฟ้าแล้ว

ปล. 2 บางคนบอกว่าผมมองโลกในแง่ดีเกินไป แต่ผมคิดว่าในภาวะการต่อสู้ หากเรามองแต่ด้านลบ ว่าปัจจัยอะไรที่จะทำให้เราแพ้บ้าง เราก็จะมัวแต่หดหู่ใจ ไม่มองหาหนทางแห่งชัยชนะ แต่หากเรามองว่า ปัจจัยอะไรที่ทำให้เราชนะ เราก็จะมุ่งสร้างสิ่งเหล่านั้น สุดท้ายเราก็ถึงเวลาแห่งชัยชนะ

แต่ไม่เคยมีชัยชนะใด ที่ได้มาโดยง่าย ไม่ต้องลงทุนลงแรง ลำบากยากเข็ญ ชัยชนะที่ได้มาอย่างยากลำบากของประชาชน จะทำให้ประชาธิปไตย วางรากฐานอย่างมั่นคงและยืนยาว ในสังคมไทย

กว่าคนเสื้อแดงจะมาถึงจุดนี้ พวกเราเหนื่อยยาก ทุ่มเทกันอย่างหนัก ทั้งแกนนำและมวลชน

สหายร่วมศึกประชาธิปไตยทั้งหลาย คงไม่มีเวลาใดในประวัติศาสตร์ที่เราได้ต่อสู้ร่วมกันในสงครามยืดเยื้อเช่นนี้ เราร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ของประชาชนขึ้นเอง

โพธิสัตว์มัญชุศรีหรือปีศาจ?

ที่มา Thai E-News


โดย จักรภพ เพ็ญแข
ที่มา คอลัมน์ “ผมเป็นข้าราษฎร” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 29
19 ธันวาคม 2552

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเอ่ยอย่างกร้าวๆ ในข้อเขียนของท่านครั้งหนึ่งว่า “ความเงียบของพระโพธิสัตว์มัญชุศรี ย่อมดังยิ่งกว่าฟ้าผ่า”

แปลว่าความเงียบของตัวท่านมีความหมายมากกว่าสุญญากาศ

คุณคึกฤทธิ์จะเป็นพระโพธิสัตว์หรือไม่ก็ช่างคุณคึกฤทธิ์ ไปบาปกรรมกันเอาเองเถิด แต่ประเด็นที่จุดขึ้นมานานหลายปีแล้วนั้น น่าสนใจและมีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันเป็นอันมาก

นั่นคือเรื่องของความเงียบ

ตั้งแต่เริ่มเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒ เป็นต้นมา เชื่อว่าคนไทยที่ยังรักและใส่ใจกับเมืองไทยต่างก็หวังว่าจะได้ยินได้ฟังสัญญาณบางอย่างที่แสดงถึงความสมานฉันท์ ตามจริตแต่เดิมที่มั่นใจว่าเมืองไทยย่อมมีทางออกอย่างไทย บางคนยังประทับภาพเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๕ ไว้ชัดเจนในสมองและความทรงจำจนยากที่คิดเป็นอื่นได้

ถึงในใจจะเริ่มตระหนักว่าสะพานที่เคยข้ามไปมาเหนือสายนทีที่เชี่ยวกราก บัดนี้กลายเป็นสะพานที่ชำรุดและมีป้ายมาแขวนคล้องว่าปิดซ่อมให้ใช้ทางเบี่ยงแทนก็ตามทีเถิด ผู้คนก็ยังมองสะพานนั้นด้วยความหวังว่าวันหนึ่งจะเปิดใช้บริการเหมือนที่คุ้นเคยมานาน

ในที่สุดสะพานนั้นก็เปิดจริงๆ แต่เปิดเพียงชั่วครู่แล้วก็ปิดลงดังเดิม

ผู้ที่ได้รับเชิญข้ามไปได้มีเพียงหยิบมือเดียว คือใครก็ตามที่ไม่ใช่ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ แต่เป็นมนุษย์มหัศจรรย์ที่หาสะพานข้ามไปไม่ได้แกก็เหาะข้ามไปอยู่ดี เพราะแกเป็นคนพิเศษ

ประชาชนเต็มขั้นไม่ได้ข้ามไปเลยแม้แต่คนเดียว งานที่เคยเชิญเขาก็งด และงานที่ไม่งดเขาก็ไม่เชิญ

ตอนแรกก็ใบ้รับประทาน

เวลาผ่านไปในราวสามนาทีเศษ ประชาชนชาวไทยก็เริ่มรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น และเริ่มรำพึงกับตัวเองว่าคงจะไม่มีอะไรอีกแล้ว

ตอนหลังจึงเกิดสติระลึกรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองไทยขณะนี้

รู้จนสรุปได้ในบัดนี้ว่า ความรู้สึกนึกคิดและจิตใจของตนและคนอีกนับล้านหรืออาจจะหลายสิบล้าน ไม่ได้มีค่าหรือราคาใดๆ เลย

ความชอกช้ำและหยาดน้ำตาที่ไหลต่อเนื่องมาสามปีเต็มๆ ก็เป็นน้ำประปาที่ไหลล้างท่อสำหรับคนที่มองแล้วก็ผ่านเลยเหมือนช่างประปาซ่อมท่อ ไม่ควรค่าแก่ความใส่ใจในทุกกรณี

นี่พูดสำหรับคนที่ยังหวังและยังคาดหมายอะไรแบบนี้อยู่ ส่วนคนที่รู้แล้วและเลิกหวังไปนานแล้วนั้นก็ได้แต่เวทนาคนที่เขาได้รับผลกระทบทางใจจากงานนี้

ส่วนตัวเองนึกสบายใจว่าดี จะได้รู้กันสักทีว่าอะไรเป็นอะไร และใครอยู่เบื้องหลังกลียุคของบ้านเมืองที่เริ่มต้นมาจากความวิตกจริต ความหมั่นไส้ และความริษยาอาฆาต

จะได้เลิกบนบานศาลกล่าวกันเสียบ้าง นอกจากจะไม่มีประโยชน์โภชย์ผลใดๆ ทำพึมพำเสียงดังจนเกินไปเขาจะมาจับตัวไปริบราชบาตรและเผชิญกับราชทัณฑ์เสียอีก

เมืองไทยของเรานี้ย้อนหลังกลับราวครึ่งศตวรรษ จะพบว่าเราแบ่งออกได้เป็น ๒ ยุคใหญ่คือ

๑. ยุคแห่งศรัทธา เชื่อมั่น และหลงใหล
๒. ยุคที่ตื่นจากความหลับใหลอันยาวนาน

ผมถือว่าเดือนธันวาคมแห่งปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ เป็นการประกาศเปลี่ยนจากยุคแรกมาเป็นยุคที่สองด้วยเสียงเงียบอันดังกัมปนาทเสียยิ่งกว่าความเงียบของพระโพธิสัตว์มัญชุศรี เพราะเงียบจนสมองหมุนและเงียบจนฟังอะไรไม่ได้ยิน เว้นแต่คำเตือนของคณะราษฎรเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕ ที่หลายคนพยายามลบไปจากความทรงจำด้วยความขลาดเขลา และเป็นความเงียบที่ต่อยอดความจริงที่คนข้างในเขารู้กันมานานนักหนา

นั่นคือความโหดเหี้ยมอำมหิต ความไม่เห็นค่าของมนุษย์ใดๆ และการกระทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของตนและคณะ

มาอย่างเงียบที่สุดและก็ชัดเจนที่สุดราวกับช้อนเงินที่ตกกระทบพื้น

ดังเหมือนเอาฆ้องเข้าไปตีตรงกระดูค้อน ทั่ง โกลน

ขอบคุณที่ส่งเสียงเงียบมาให้ได้ยินกันทั่ว

ขอบคุณที่เต็มไปด้วยโมหะจริต โทสจริต และ โลภจริต ตลอดจนอกุศลมูลต่างๆ อย่างสะพรั่ง

ขอบคุณที่ส่งสัญญาณดูหมิ่นมาอย่างรุนแรง เพราะเป็นมือที่มองเห็นและช่วยอย่างยิ่งให้คนฝ่ายนี้ตื่นจากความหลับใหลในเวลาชั่วข้ามคืน

ขอบคุณที่ถอดหน้ากากตัวเองออกมาโยนไว้ข้างทาง

ขอบคุณที่บอกให้รู้ว่าทำให้ดีก็ทำได้ แต่จะทำเท่านี้ใครจะทำไม?

จึงขอตอบสั้นๆ จากใจของประชาชนคนหนึ่งที่ยังรักในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตัวเองว่า


“ได้ยิน”


------------------------------

TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน) Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)