WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 21, 2009

2ขาเพื่อประชาธิปไตยมุ่งมั่นฝ่าม่านอคติสื่อกระแสหลัก หาทุนซื้อจานดาวเทียมให้คนไทยตาสว่าง

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 ธันวาคม 2552

โครงการ"สองขาเพื่อประชาธิปไตย" โดยอาสาสมัครที่มีจิตอาสาเพื่อหาเงินทุนจัดซื้อจานดาวเทียมให้พี่น้องไทยในชนบทห่างไกลได้ติดตามชมข่าวสารเพื่อประชาธิปไตย ทะลวงม่านมายาอคติของสื่อกระแสหลักที่อยู่ใต้อิทธิพลครอบงำของอำมาตย์ได้เริ่มต้นแจกจานดาวเทียมแก่พี่น้องไทยในชนบทแล้ว 4 ชุด


ทั้งนี้จากการเปิดเผยของคุณแป๊ะ บางสนาน อาสาสมัครเจ้าของโครงการ ได้ฝากขอบคุณมิตรสหายชาวเสื้อแดงมาในโอกาสนี้ ที่เห็นความสำคัญในการรับข้อมูลข่าวสารของพี่น้องชาวไทยที่อยู่ในชนบท ผ่านโครงการ "สองขาเพื่อประชาธิปไตย" โดยคุณแป๊ะได้รณรงค์หาทุนด้วยการปั่นจักรยานเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สู่ภาคอีสาน, ภาคเหนือ และจุดหมายปลายทางวกกลับมาจบที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นการปั่นเพื่อรณรงค์ประชาธิปไตย, ปั่นเพื่อระดมทุนซื้อจานดาวเทียมให้กับพี่น้องเสื้อแดงที่มีโอกาสน้อยในการรับข้อมูลข่าวสาร




ในรายทางมีประชาชนผู้รักประชาธิปไตยร่วมบริจาคสมทบตลอดทาง รวมทั้งได้รับบริจาคข้ามทวีปจากเสื้อแดงไทยในอเมริกาด้วย ทำให้โครงการสองขาประชาธิปไตยได้จัดซื้อจานดาวเทียมไปติดตั้งให้พี่น้องประชาชนทันทีในเบื้องต้น 4 ชุด ในภาพเป็นการมอบให้ชาวบ้านในตำบลนาดี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ผ่านทางท่านหลวงพี่บุญมา ส่วนอีกภาพมอบเงินให้คุณโจ้ซาบิน่า แกนนำแดงขอนแก่นเพื่อจัดหาจานดาวเทียมP-channelให้พี่น้องคนขอนแก่นต่อไป คราวนี้จะได้ตาสว่างไปทั่วประเทศ

เวลานี้คุณแป๊ะก็ได้เดินทางไปติดตั้งมาแล้วหลายหมู่บ้าน ลูกบ้านก็จะมาชุมนุมดูทีวีข่าวสารการเมืองของคนเสื้อแดง เป็นการให้ความรู้แก่พวกเขา...ซึ่งเป็นวิทยาทานที่ประเสริฐ

หากพี่น้องเสื้อแดงท่านใดเห็นความสำคัญเรื่องทะลวงข้อมูลข่าวสารม่านมายาของสื่อกระแสหลักเพื่อให้พี่น้องคนไทยได้หูตาสว่างทั่วประเทศ และมีกำลังอยากสนับสนุนหนุ่มคนนี้ที่ทุ่มกายอุทิศตัวเพื่อประชาธิปไตย อยากสนับสนุนโครงการนี้ติดต่อคุณแป๊ะได้ที่อีเมล์ bangsanan_p@yahoo.co.th

รัฐประหารครั้งใหม่กับเทพนิยายของชนชั้นนำ

ที่มา Thai E-News


การพูดและวิเคราะห์ทั้งหมดของหมอประเวศก็คือ การสร้างความรับรู้และปูทางความคิดให้ชนชั้นนำทั้งหลายยอมรับการรัฐประหารครั้งต่อไป ในสังคมสิ้นหวัง...ด้วยเหตุผลที่ไม่มีเหตุผล แต่เป็นเพียงเทพนิยายที่เขาสร้างขึ้นมา


โดย ยังดี โดมพระจันทร์
20 ธันวาคม 2552


เมื่อ 2-3 วันมานี้ ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย (หรือชมพูแดง) อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ที่เคยร่วมนำการเคลื่อนไหวยุค 14 ตุลา ผู้ผันตัวเองไปอยู่กับน้าชาติจนกลายเป็นนักการเมืองเนิ่นนานแล้ว ออกมาพูดในรายการของ ASTV ว่า เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คือความขัดแย้งหลักระหว่าง คอมมิวนิสต์กับสถาบันกษัตริย์ และหากไม่มีการปราบปรามในวันนั้น ก็จะไม่มีสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของเราในวันนี้

ตัวเขาเองยอมรับว่าตอนเป็นนักศึกษาต้องการโค่นล้มสถาบัน ซึ่งเขาคิดผิด...แล้วก็ปลุกระดมต่อให้ว่าขณะนี้มีพวกขบวนการล้มเจ้า ซึ่งสืบทอดมาจากคอมมิวนิสต์อกหักในฝ่ายเสื้อแดง.. บลาๆๆๆ แบ๊ะๆๆ


ที่พูดมาทั้งหมดนี้สอดรับกับหมอประเวศ อานันท์ และ กำธน สินธวานนท์ องคมนตรีที่จัดประชุมกลุ่มelite (คนชั้นสูง) เมื่อเร็วๆนี้ว่า......ประเทศไทยขาดสถาบันไม่ได้ และขณะนี้เรากำลังตกอยู่ในภาวะ "สังคมที่สิ้นหวัง" เพราะกษัตริย์อันเป็นที่สักการะเทิดทูนเป็นศูนย์รวมจิตใจ และรวมความสามัคคี เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของทุกคนกำลังทรงพระประชวร

หมอประเวศวิเคราะห์ว่า สถานการณ์ใน 2-3 ปีข้างหน้านี้จะมีความวุ่นวายแตกแยกหนักหากสังคมไทยไม่มีศูนย์รวมใจ จะมีการฆ่าฟันกันจนผู้คนล้มตายจำนวนมาก เขาเองก็สิ้นหวัง จนไม่รู้จะหาหนทางทางแก้ไขอย่างไร ได้แต่ยอมรับและต้องปล่อยให้มันเป็นไป เพราะความวุ่นวายจะเป็นไปตามทฤษฏีเคออส(Chaos theory) ภายหลังความวุ่นวายสังคมไทยก็จะดีขึ้นเอง หมายความว่าต้องมีคนตายกันขนานใหญ่โดยเฉพาะคนชั้นล่างที่ปะทะกันจากการแบ่งขั้วแบ่งสี

หมอประเวศ และหลายคนในที่ประชุมตบท้ายในความเชื่อว่าเรื่องนี้....มีหมอดู(แม่นๆ) ระดับชาติทำนายทายทักไว้ตรงกัน

พวกผู้ดีและคนชั้นนำที่มาร่วมพูดคุยกัน ต่างพยักหน้ากันหงึกๆ พร้อมดวงตาสีหน้าเศร้าสร้อยเพื่อทำใจพร้อมที่จะเห็นความตายเบื้องหน้า ...แถมมีทฤษฎีรองรับ อธิบายกันเสร็จสรรพ .....นี่หมายความว่าอะไร?

จริงๆแล้วหมอประเวศและบรรดาeliteเข้าข้างสีไหนเราก็คงรู้กันอยู่แล้ว แต่มวลชนในขั้วสีที่เขาปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังอีกขั้วสีหนึ่งอยู่ทุกวี่ทุกวัน ที่จะต้องตายไปนี่สิทำไม? มันอะไรกัน? eliteบางคนถึงกับบอกว่าเมื่อถึงเวลานั้นให้ปิดประตูอยู่กับบ้าน อย่าออกมานอกถนน

ทฤษฎีเคออสที่ป่าวร้องกันมาหลายปีจากเวทีพันธมิตร ไปจนถึงกลุ่มศึกษาคนเดือนตุลา และอดีตฝ่ายซ้ายจำนวนหนึ่ง ซึ่งมี ดร.เทียนชัย วงศ์ชัยสุวรรณเป็นปรมาจารย์ ในที่สุดก็คือทฤษฎีแห่งความหดหู่ ที่ไม่มีใครทำอะไรได้ ปล่อยความขัดแย้ง ยุ่งเหยิงต่างๆให้เป็นไป หรือไม่ก็ร่วมปั่น ร่วมป่วน ร่วมสร้างความวุ่นวายเสียเองเพื่อรอรับสิ่งใหม่ ที่ภายหลังความวุ่นวายจะกลายเป็นความสงบ (ราบคาบ) ได้เอง.....สาธุ

การล้มตายมากๆที่หมอประเวศพูดเป็นประจำ ย่อมไม่ได้เกิดจากคนมือเปล่าๆทะเลาะกันอย่างแน่นอน ทุกยุคทุกสมัยการตายของประชาชนก็มาจากทหารตำรวจที่ถือปืน มาจากอำนาจรัฐ มาจากหน่วยสังหารที่มีการจัดตั้งและมีอาวุธครบมือโดยชนชั้นปกครองนั่นเอง

หมอประเวศออกมาพูดเรื่องนองเลือดคราใดก็ได้เรื่องทุกที เคยพูดดังๆเรื่องนี้ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองกำลังรุกรบโจมตีคู่กรณีอย่างดุเดือด ก่อนหน้าการรัฐประหาร 19 กันยาไม่นาน จนหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับเอาไปลงไว้ในหน้าหนึ่ง ก็เพื่อกระตุ้นรุกเร้าให้ทหารรีบออกมาทำรัฐประหาร !!!

สรุปว่าการพูดและวิเคราะห์ทั้งหมดของหมอประเวศก็คือ การสร้างความรับรู้และปูทางความคิดให้ชนชั้นนำทั้งหลายยอมรับการรัฐประหารครั้งต่อไป ในสังคมสิ้นหวัง...ด้วยเหตุผลที่ไม่มีเหตุผล แต่เป็นเพียงเทพนิยายที่เขาสร้างขึ้นมา กับทฤษฎีบ้าๆของพวกที่ทรยศต่ออุดมการณ์ประชาชน

ขณะที่มวลชนชนชั้นกรรมาชีพพึ่งตัวเองได้ ต้องการเป็นอิสระ ต้องการเสรีภาพที่จะปกครองตนเอง และเปี่ยมด้วยความหวังและอนาคต พวกเขามีความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ ผ่านการพิสูจน์ทดลอง เรียนรู้บทเรียนจากอดีตและพร้อมจะต่อสู้ครั้งใหม่ ไม่ยอมให้ใครมาจูงจมูกอีกต่อไป

เพราะพวกเขาเป็นคนไม่ใช่ควาย!!

Sunday, December 20, 2009

อนาคตประเทศไทยท่ามกลางความแตกแยก

ที่มา Voice TV



คุยกับ"ธงชัย วินิจจะกุล" นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ จันทร์ที่21ธ.ค.นี้

รัฐบาลครบปี ทุนหายกำไรหด

ที่มา ข่าวสด



บริหารประเทศมาใกล้ครบ 1 ปีในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ต้องจัดทำรายงาน แสดงผลการดำเนินการเสนอต่อรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ทั้งยังตระเตรียมแถลงผลงานให้ประชา ชนได้รับรู้ไปพร้อมกันวันที่ 23 ธ.ค.

แน่นอนว่าผลงานที่แถลงออกมา จะอย่างไรก็ต้องมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแตกต่างไปตามสภาพสังคมการเมืองที่แบ่งแยกเป็นฝักฝ่าย

มีกองเชียร์ของใครของมันคล้ายงานกีฬาสีแต่ดุเดือดกว่าหลายเท่า

ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน ทำให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องพ้นจากเก้าอี้นายกฯ

พรรคประชาธิปัตย์สามารถ "พลิกขั้ว" จากฝ่ายค้านขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ผลักดันนายอภิสิทธิ์ ขึ้นสู่จุดสูงสุดทาง การเมือง

ท่ามกลางข้อครหาความสำเร็จของนายอภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ เพราะได้รับการเกื้อหนุนจากกลุ่มต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม กลุ่มการเมืองที่แยกตัวมาจากขั้วอำนาจเก่า กลุ่มพันธมิตรฯ รวมถึงกองทัพ

ซึ่งคือที่มาฉายา "รัฐบาลเทพประทาน"

อย่างไรก็ตามด้วยเหตุที่มีเจ้าบุญนาย คุณจำนวนมากที่พร้อมจะใช้วิธี "ทวงหนี้โหด" นี้เอง

ทำให้ 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องประสบปัญหาภายในเกี่ยวกับการแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์ต่างๆ มากมาย



ปัญหารัฐบาลอภิสิทธิ์เริ่มมีมาตั้งแต่การฟอร์มคณะรัฐมนตรี 5 ประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคแกนนำจำเป็นต้องเสียสละกระทรวงใหญ่ๆ และกระทรวงด้านเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงมหาดไทย คมนาคม พาณิชย์ เกษตรฯ อุตสาหกรรม ให้กับพรรคร่วม

จนทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่งที่อกหักจากตำแหน่งไม่พอใจ และทำตัวเป็น "คลื่นใต้น้ำ" รอวันกระเพื่อมได้ตลอดเวลาในระยะ 1 ปีมานี้ โดยเฉพาะทุกครั้งที่มีกระแสการปรับครม.

นอกจากนี้ที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นจุดกระดำกระด่างของ รัฐบาล

คือการนำเอา นายกษิต ภิรมย์ มาเป็นรมว.การต่างประเทศ ตามโควตาของกลุ่มพันธมิตรฯ หนึ่งในเจ้าหนี้รายใหญ่

แม้นายกษิต จะขึ้นชื่อเรื่องความมุมานะตามล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนิดสุดขอบฟ้า สร้างความสะอกสะใจให้กับกองเชียร์รัฐบาล

แต่ก็อ่อนด้อยในงานการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

อีกทั้งผลของการไล่ล่ายังกลายเป็นการบีบพื้นที่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาใกล้ประเทศไทยมากขึ้น โดยรัฐบาลไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการมองตาปริบๆ

กล่าวกันว่าการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษารัฐบาลและนายกฯกัมพูชา ไปจนถึงกรณีการจับกุมวิศวกรไทย ทั้งหมดเกิดจากความไม่พอใจเป็นการส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชาที่มีต่อนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต

อันมีเชื้อไฟลามมาจากกรณีปราสาทพระวิหาร

ตั้งแต่สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน และนายกษิตยังอยู่บนเวทีพันธมิตรฯ



ผลจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยให้กระทรวงเศรษฐกิจกระจัด กระจายไปอยู่ในมือของพรรคร่วม

นั่นก็คือรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจได้ดั่งใจ

แถมยังเกิดการเตะสกัดแย่งชิงผลงานกันขนานใหญ่ในหมู่รัฐมนตรีต่างพรรค

ทำให้คะแนนผลงานด้านนี้ออกมาแค่คาบเส้น บรรดาพ่อค้านักธุรกิจ ประชาชนทั่วไปต่างผิดหวังไปตามๆ กันเพราะแต่เดิมคาดหวังไว้สูง

เช่นเดียวกับงานด้านปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น

ล่าสุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือป.ป.ท.ร่วมกับเอแบคโพลสำรวจพบประชาชนร้อยละ 89 เห็นว่าปัญหาการทุจริต

อยู่ในระดับค่อนข้างรุนแรงถึงรุนแรงมากที่สุด

ต้นทุน "คุณชายสะอาด" หดหายแทบไม่เหลือ

หันมาดูผลงานการสร้างความสมาน ฉันท์สามัคคีของคนในชาติ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาประเทศชาติออกจากวิกฤตทุกด้าน

ปรากฏว่ารัฐบาล "สอบตก" โดย สิ้นเชิง

จริงอยู่ที่มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา กระทั่งได้ผลสรุปว่าจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น

แต่การตั้งเงื่อนไขว่าการแก้ไขจะต้องผ่านการทำประชามติ

ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกมองว่าต้อง การเล่นเกมยื้อเพื่ออยู่ในอำนาจ

มากกว่าต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงตามที่กล่าวอ้าง



คาดการณ์กันว่าการแก้ไขรัฐธรรม นูญนี้จะเป็นอีกประเด็นร้อนใน ปีหน้า

โดยเฉพาะพรรคร่วมที่ต้องการให้พรรคแกนนำจริงจังกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มากกว่านี้ อาจนำมาเป็นเงื่อนไขต่อรอง กับการโหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน

การยื้อแก้รัฐธรรมนูญยังเป็นการเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังโตวันโตคืนใช้เป็นเงื่อนไขบังหน้า เคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลแบบสุดเหวี่ยง

เป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทที่กำลังงวดเข้ามาทุกที

ด้วยเดิมพันมูลค่ามหาศาลนี้เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะสั่งการพรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดงสู้ไม่ถอย

แม้ปลายปีช่วงเดือนมหามงคลพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงจะ พักรบชั่วคราว เหมือนเสียงระฆังหมดยกช่วยรัฐบาลที่กำลังเมาหมัดไว้ได้ทัน

แต่จากอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมาบรรจบกับการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง โดยมีเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ขณะที่รัฐบาลเองในรอบปีที่ผ่านมา ไม่สามารถสร้างผลงานให้ เป็นที่ประทับใจประชาชน โดยชาวรากหญ้ายังมองว่าประชานิยมฉบับอภิสิทธิ์

ยังสู้ประชานิยมฉบับทักษิณไม่ได้

เหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปีหน้าว่ายังเป็นปีที่ยากลำบากของรัฐบาลอภิสิทธิ์

และตราบใดที่รัฐบาลไม่สามารถสร้างความสมานฉันท์สามัคคีให้เกิดขึ้น

ต่อให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่อีกสักกี่ครั้ง

ก็ไม่สามารถแก้ไขวิกฤตขัดแย้งทางการเมืองที่มีมาอย่างยืดเยื้อยาวนานได้

“มายาคติ - ความเชื่อ” ในสังคมไทย

ที่มา ประชาไท

ย้อนยุคไปพันปีก่อนพุทธกาล ชาวอารยัน (Aryan) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเอเชียกลาง (เชื้อชาติอินโด-ยุโรป, Indo-European) ได้อพยพเข้าสู่ตอนเหนือของอินเดีย ชาวอารยันถือว่าตัวเองมีความเจริญเหนือกว่าคนพื้นเมืองอินเดีย และเป็นผู้ชนะสงคราม แต่เพราะความกลัวว่าเผ่าพันธุ์ของตัวเองจะถูกวัฒนธรรมดั้งเดิมของอินเดียดูดกลืน จึงมีข้อห้ามไม่ให้ชาวอารยันแต่งงานกับชนพื้นเมือง และแบ่งสังคมเป็น 3 ชนชั้นคือ นักรบ, นักบวช และประชาชน แต่แล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไป – อินเดียผู้แพ้กลับเป็นผู้ชนะสงครามวัฒนธรรม.!!!

อีกหลายร้อยปีต่อมา “พราหมณ์” ได้นำเอาคำสอนจากคัมภีร์ฤคเวท (พระเวท) มาเป็นกฎเกณฑ์ กำเนิดระบบ “วรรณะ” (Caste) กลายเป็นวัฒนธรรมหนึ่งของสังคมอินเดีย, ด้วยคำสอนว่า มนุษย์มีสถานะทางสังคมสูง - ต่ำไม่เท่ากัน, มนุษย์จะประสบผลสำเร็จในชีวิต จะประกอบกิจการใด ๆ รวมไปถึงการบรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิต [โมกษะ; ภาวะที่อาตมันเข้าไปรวมกับปรมาตมัน (พรหมัน) ทำให้มนุษย์พ้นทุกข์ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป [1] มนุษย์จึงต้องปฏิบัติตน และเคร่งครัดต่อ "วรรณะ" ของตน.

คำว่า "วรรณะ"[2] ความหมายตามรากศัพท์ภาษาสันสกฤต แปลว่า สี รูป ชาติกำเนิด ลักษณะคุณสมบัติ "วรรณะ" ได้แบ่งชาวอินเดีย ออกเป็น 4 ชนชั้น คือ วรรณะพราหมณ์ ; นักบวชผู้ประกอบพิธีกรรม ครู (แต่งสีขาว), วรรณะกษัตริย์ ; ปกครองบ้านเมือง ทหาร (แต่งสีแดง), วรรณะไวศยะ/แพศย์ ; ค้าขาย เกษตรกรรม (แต่งสีเหลือง), วรรณะศูทร ; กรรมกร ทาส ผู้รับใช้วรรณะอื่น (แต่งสีดำ) – ยังมีวรรณะที่ต่ำกว่าวรรณะศูทร (พวกนอกวรรณะ) ; “วรรณะจัณฑาล” เป็นลูกที่เกิดจากพ่อแม่ต่างวรรณะ เป็นชนชั้นที่ถูกรังเกลียดมากที่สุดในสังคม.

เมื่อสังคมเข้าสู่ยุคราชาธิปไตย “พราหมณ์” ได้เรียนรู้ว่า “ผู้มีอำนาจสูงสุดในสังคม คือผู้มีสถานะสูงสุดในสังคม” ดังนั้นเพื่อรักษาวรรณะของตนให้อยู่เหนือวรรณะอื่น และยกศาสนาของตนให้สูงกว่าลัทธิโยคะ ศาสนาเซ็น และศาสนาพุทธซึ่งกำลังเป็นความเชื่อใหม่ในยุคนั้น, พราหมณ์จึงอ้างความเป็น “ผู้แทนของเทพ” ในการเป็นผู้มอบสภาวะความเป็นเทพให้กับ “กษัตริย์” (ซึ่งสภาวะความเป็นเทพ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสถานะของกษัตริย์ในยุคราชาธิปไตย), เกิดการเปลี่ยนแปลงคติในศาสนาพราหมณ์ (ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู) เกิดมีนิกายต่าง ๆ [3] เช่น ไศวะนิกาย นับถือพระศิวะ ซึ่งเป็นเทพสูงสุด เป็นเทพผู้สร้าง และผู้ทำลาย, ไวษณพนิกาย นับถือพระวิษณุ (พระนารายณ์) ว่าเป็นผู้ช่วยเหลือมนุษย์ในยามทุกข์เข็ญ ถึงขนาดจะอวตารเป็นพระอนาคตวงศ์ของพระพุทธเจ้า - ยังมีการอ้างถึง, ทั้ง 2 นิกาย ต่างบำเพ็ญตบะด้วยการทรมานร่างกายสารพัดวิธี เพื่อมุ่งมั่นให้วิญญาณของอาตมัน ไปรวมกับปรมาตมัน (ซึ่งเป็นวิธีบำเพ็ญตบะของโยคะ; อัตตกิลมถานุโยค[4]: ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงปฏิบัติมาก่อนที่จะตรัสรู้).

ระบบวรรณะของอินเดียได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “อารยธรรมอินเดีย” ที่ไหลบ่าเข้าสู่ดินแดนแห่งภูมิภาคนี้ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ผู้ปกครองในดินแดนซึ่งมีอารยธรรมต่ำกว่า ย่อมต้องการ “องค์ความรู้” จากอารยธรรมที่สูงกว่า ยิ่งเป็นความรู้ที่มาจากดินแดนที่มีวิทยาการสืบทอดกันมานับพัน ๆ ปี ย่อมเป็นประโยชน์ต่อการสร้างอาณาจักร.

จากการแบ่งแยกชนชั้นด้วย “ระบบวรรณะ” ถูกปรับเปลี่ยนเป็นการแบ่งแยกด้วย “ระบบศักดินา”[5], จากเมือง “อโยธา” ของพระรามในประเทศอินเดีย กลายมาเป็น “กรุงศรีอยุธยา”.

อิทธิพลความเชื่อที่มาพร้อมกับ “วรรณะ” ได้นำเอากรอบความคิดใหม่ มาให้กับดินแดนนี้ พร้อมกับการสถาปนาความเป็นอวตารของ “พระศิวะ - พระวิษณุ” ให้กับชนชั้นผู้ปกครอง พร้อมทั้งลัทธิพิธีกรรม กฎหมาย[6] โหราศาสตร์ ดารา-ศาสตร์ ไสยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ นาฏศิลป์ และวรรณกรรม. จากศาสนาที่เป็นจิตวิญญาณของชุมชนถูกบิดเบือนให้เป็น “ศาสนาเพื่อชนชั้น” จากพระพุทธศาสนา (นิกายเถรวาท) ที่เคร่งครัดในพระวินัย – พระธรรมคำสอน, กลายเป็นพระพุทธศาสนา (นิกายมหายานผสมพราหมณ์ฮินดู) ที่อาศัยพิธีกรรมความเชื่อเรื่องเทพเจ้า – ภูตผี – วิญญาณ ที่คอยหลอกหลอนผู้คนตลอดมา.

ทั้งหมดเพื่อทำให้ผู้ปกครองมีความศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ, มีอำนาจอย่างชอบธรรม – มีอำนาจสูงสุดที่จะปกครอง โดยมีความเชื่อในทางศาสนามารองรับอำนาจของผู้ปกครอง, จนกลายเป็น “มายาคติ” ที่หยั่งรากลึก จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อ จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง.!!!

ความเชื่อแบบเทวนิยม ทำให้ศรัทธาในพระพุทธศาสนากลายเป็นความเชื่อเรื่อง “นรก – สวรรค์ –กรรมเวร - พรหมลิขิต” เช่น คติความเชื่อใน “ไตรภูมิกถา” ; ชนชั้นในสังคมเกิดจาก “กฎแห่งกรรม” ผู้มีอำนาจ มีชีวิตที่สุขสบาย เป็นเพราะ คนเหล่านั้นได้ทำบุญกุศลมาก่อนในอดีตชาติ ส่วนผู้คนที่อดอยากยากไร้ เป็นเพราะบุคคลเหล่านั้นทำความชั่ว หรือทำบุญกุศลไม่เพียงพอในอดีตชาติ ดังนั้นบุคคลที่มีสถานะสูงสุดในสังคม ก็คือ บุคคลที่เคยสร้างบุญกุศล และสร้างคุณงามความดี มากที่สุดในอดีตชาตินั่นเอง.[7]

ระบบ (วรรณะ) ศักดินา ได้ทำให้ “พระพุทธศาสนา” ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความเอื้ออาทร ความเป็นพี่น้อง ความเป็นสังคม “ภราดรภาพ” ของเพื่อนมนุษย์ กลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ระหว่าง “เจ้านายกับข้าไพร่” (การใช้จ่ายเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรไม่มีในเกือบทุกประเทศ ถือว่าหน้าที่นี้ไม่ได้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล รัฐบาลมีหน้าที่แต่รักษาประเทศ การรักษาความสุขเป็นหน้าที่ของราษฎรเอง[8]), เกิดระบอบอุปถัมภ์ แต่อุปถัมภ์เฉพาะกลุ่มคนที่ให้ประโยชน์กับชนชั้น (สมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้อพยพต่างชาติมีโอกาสสร้างฐานะความร่ำรวย ในขณะที่ข้าไพร่ คนในชาติ ถูกผูกพันด้วยระบบเกณฑ์แรงงาน คนต่างชาติได้เข้าทำการค้าแทนคนในชาติ และกลายเป็นชนกลุ่มใหม่ที่ทำธุรกิจร่วมกับชนชั้นปกครอง[9]), เกิดอุดมคติที่เป็นการทำลายอิสรภาพ – ความเสมอภาคในสังคม ยึดถือคติการเป็น “เจ้าคนนายคน”, ความเชื่อมั่นในความเป็นปัจเจกชนถูกละทิ้ง ไม่มีจินตนาการความคิดริเริ่มสร้างสรรค์, ไม่มีการปรับตัว - หวังพึ่งพิงจากรัฐบาล ไม่มีความคิดในการพึ่งพาตนเอง. ทั้งหมดทั้งมวลเพื่อสร้าง “รัฐที่อยู่ภายใต้การควบคุม”.!!!

วันนี้สังคมไทยก็มี “วรรณะ” : วรรณะเหลือง; ฝ่ายพันธมิตรฯ และผู้เกลียดชังทักษิณ, วรรณะแดง; ฝ่ายทักษิณ, นปช. และผู้เรียกร้องความยุติธรรม, วรรณะน้ำเงิน; ฝ่ายนายเนวิน ภารกิจหลักคือขัดขวางสีแดง, วรรณะขาว; ต้องการให้ทุกสีหันมาพูดคุยกัน.

วันนี้ “ศึกวรรณะสีเสื้อ” จะลงเอยอย่างไร? กลับไม่สำคัญเท่ากับ - สังคมไทยจะได้อะไรจากประสบการณ์ครั้งนี้???

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช เป็นระบอบประชาธิปไตย, การเปลี่ยนแปลง ยุคสมัยจากกรุงศรีอยุธยา มาเป็นกรุงรัตนโกสินทร์ คือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตาม “บัญญัติแห่งโลกสมมติ” แต่สิ่งที่เป็น “สมมติสัจจะ” ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือ วัฒนธรรมแห่ง “ความเชื่อ” – ตราบเท่าที่สังคมไทยยังไม่สามารถเรียนรู้ และแยกแยะได้ว่า อะไรคือ “มายาคติ” - อะไรคือ “ความเป็นความจริง”.!!!

.......................
[1] www.religions.mbu.ac.th/html/part2/rel11p3.htm
[2] ตรีโลกนาถ ปาวา, “อารยธรรมอินเดีย”, คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร : พ.ศ. 2515
[3] “เสถียรโกเศศ”, “ลัทธิของเพื่อน” พ.ศ. 2496 (หน้า77)
[4] http://www.84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=ที่สุด_๒_อย่าง
[5] http://social.cru.in.th/local/Lesson/PDF/6.pdf (หน้า 149)
[6] สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเรียบเรียงจากคำสอนของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช พ.ศ. 2516, “บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์, สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 (หน้า 19, 107)
[7] พระยาธรรมปรีชา, ไตรภูมิพระร่วง ของ พระญาลิไทย (บานแพนก), ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2506 (มนุสสภูมิ, ฉกามาพจรภูมิ)
[8] สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเรียบเรียงจากคำสอนของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช พ.ศ. 2516, “บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์, อ้างแล้ว (หน้า 146)
[9] ศรีศักร วัลลิโภดม, “จีนในเมืองไทย”, เมืองโบราณ, ปีที่ 5 เล่มที่ 6, (ส.ค.-ก.ย. 2522), (หน้า 42).

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 19-25 ธันวาคม 2552

ที่มา thaifreenews

โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์


วันนี้ เด็กป่วนกำลังสนใจอะไรอยู่ตามลำพัง



อ้าว
!
พูดไม่ทันขาดคำ มาแล้วเหรอ!!


มามี้ช่วยโด้ด้วย
!


เบื่อเฟ้ย
!! (
อยากจะร้องตะโกน)

เบื่อๆๆ มีใครเข้าใจมั้ยๆๆๆ


มีอะไรเหรอพี่โด้ (ยังจะสงสัยอีก)


อ๋อ พี่โด้เบื่อมามี้เหรอ (หนูเห็นด้วยนะๆ – ยังไม่เข้าใจอีก)


ไปดีกว่า
(พี่โด้ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า)


มามี้ๆๆ พี่โด้แกล้งหนู
!! (
สังเกตตุ๊กตา หอบมาอ้อนมามี้ด้วยนะ)

ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
The Hanged Man การปรับเปลี่ยนที่คุณอาจไม่พึงประสงค์ในชั้นต้น แต่ต่อมาจะพบว่ามันเป็นประโยชน์ต่อชีวิต อาจต้องผ่านการเสียสละ การอดทน อดกลั้น ความไม่สะดวกสบายต่างๆ ก่อนเข้าถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งอย่างมาก
ความรัก ความสัมพันธ์ Wheel of Fortune ยังถือว่าเป็นช่วงที่สถานการณ์หาความแน่นอนไม่ได้ แต่ในช่วงสัปดาห์นี้สิ่งต่างๆ จะกระเตื้องในทางที่ดีขึ้น แต่กรณีเป็นคู่สมรส คู่ครอง คุณอาจมีเรื่องจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินร่วมกัน
สถานการณ์การเงิน King of Cups มีเรื่องน่ายินดีใกล้เข้ามาทุกขณะค่ะ สิ่งที่คาดหวังกำลังเดินทางมาช้าๆ บรรยากาศดีขึ้นเรื่อยๆ อาจไม่เห็นเป็นตัวเงินก้อนใหญ่ๆ แต่มีความสุขใจทีเดียว
ธุรกิจ การงาน Ace of Wands เด่นค่ะ เกี่ยวข้องกับงานใหม่ โครงการใหม่ การริเริ่มธุรกิจ การตั้งหลักในเรื่องงานให้ดีกว่าที่ผ่านมา
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Queen of Pentacles การจัดการทรัพย์สินค่ะ หรือต้องเผชิญหน้ากับบุคคลที่ถือเงินก้อนใหญ่ มีอำนาจเหนือคุณ

คำแนะนำพิเศษ The Hierophant หากช่วงนี้มีใครให้คำแนะนำแก่คุณ ในเรื่องที่เกี่ยวกับแง่มุมด้านจิตวิญญาณ การเติบโตภายใน หรือใช้ประสบการณ์ของเขาหรือเธอชี้แนะแนวทางบางอย่างแก่คุณ ลองรับไว้ค่ะ

ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Five of Swords ช่วงเวลาที่มาถึงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ การจัดการกับปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งมักเป็นการถอยมากกว่าการรุกค่ะ หรือขอปลีกตัวไปตั้งหลักสักระยะ
ความรัก ความสัมพันธ์ Four of Pentacles มีบางอย่างที่คุณไม่มีความสุขกับมัน แม้จะอยู่ในความสัมพันธ์มั่นคง อาจเป็นการยึดติดในความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ หรือความสัมพันธ์ที่เข้าที่เข้าทางจนมากเกินไป
สถานการณ์การเงิน Six of Pentacles เป็นไพ่ของการให้และการรับที่ดีค่ะ หากเดือดร้อนลำบากจะได้ผู้ช่วยเหลือ ในส่วนของการขอเครดิต การกู้ยืมต่างๆ ก็จะผ่านราบรื่น บางคนกำลังมีแนวคิดเกี่ยวกับแลกเปลี่ยนวัตถุเป็นเงิน
ธุรกิจ การงาน Two of Wands ถือว่ามักมีเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจที่ทำงานร่วมกันได้ดีค่ะ มีความสอดคล้องกัน ทำงานราบรื่น การประสานงานต่างๆ ประสบความสำเร็จ บางงานนั้นคุณจะทำได้ดีเป็นพิเศษเมื่อได้คู่หูถูกใจด้วยนะ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Nine of Wands ความระแวงไม่ไว้ใจใคร บางครั้งหวงงานเอาไว้ทำคนเดียวเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็เหนื่อยอยู่ตามลำพังไงคะ

คำแนะนำพิเศษ
Five of Wands เผื่อใจไว้หน่อยค่ะ กับการขอความร่วมมือที่ไม่สำเร็จผล เน้นที่กลุ่มคน หรือผู้ร่วมงานเป็นทีม อาจมีข้อขัดแย้ง ปัญหาแบ่งเป็นหลายฝักหลายฝ่าย ค่อนข้างทำงานด้วยกันลำบาก

ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Knight of Cups ความสุข ความรัก เรื่องที่น่ายินดี บางคนเกี่ยวข้องกับการเดินทาง หมายถึงการท่องเที่ยวในที่ๆ ชอบ ได้อยู่กับความรัก คนรัก หรือมีคนน่ารักเดินทางเข้ามาในชีวิต
ความรัก ความสัมพันธ์ Seven of Pentacles ไพ่ใบนี้หมายถึงความสัมพันธ์ที่ดำเนินมาแล้วระดับหนึ่ง ถือว่ามั่นคงต่อกันไม่น้อย และยังมองไกลถึงอนาคตต่อจากนี้ อาจมีแผนการทางธุรกิจ หรือวางรากฐานชีวิตร่วมกัน
สถานการณ์การเงิน Judgement ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดหมายไว้ค่ะ ไม่ค่อยมีอะไรประหลาดใจ ได้หรือไม่ได้ คุณเองก็รู้อยู่ มากหรือน้อยก็เช่นกัน แต่ถ้าใช้เงินเกินตัวไปรอฟังให้ดีค่ะ ใบแจ้งหนี้จะมาเร็วๆ นี้
ธุรกิจ การงาน King of Swords มีปัญหาให้ระวังไว้หน่อยค่ะ หากเป็นบุคคล แสดงถึงผู้ที่แข็งแกร่ง ไม่ค่อยยอมลงให้ใครง่ายๆ สถานการณ์ก็ลำบากทีเดียว ติดขัดไปหมด
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Three of Pentacles สิ่งที่คิดว่าได้มาชิลๆ หรือรายได้พิเศษที่คาดหวังไว้ไม่เป็นตามแผน แถมเหนื่อยกว่าเดิม

คำแนะนำพิเศษ Seven of Swords ลองพิจารณาการใช้เทคนิคหรือเล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ น้อยๆ ดู บางเรื่องอาจไม่ต้องตรงไปตรงมาระดับขวานผ่าซากนัก ในทางธุรกิจ เน้นการแสวงหาข้อมูลให้ได้ก่อนคนอื่น ส่วนถ้าเป็นเรื่องรัก มีนัดลับๆ หรือเปล่า? ระวังแผนแตก

ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ The World การมองจุดเริ่มต้นให้ทะลุไปถึงปลายทางค่ะ ไพ่ใบนี้มักเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตโดยรวมที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย บางครั้งคุณอาจไม่ทันเห็น แต่จะรู้ตัวอีกทีเมื่อสิ่งต่างๆ เป็นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอย่างชัดเจน
ความรัก ความสัมพันธ์ Ace of Pentacles มักแสดงถึงการประเมินคุณค่า หรือมองดูแง่มุมที่เป็นประโยชน์ในบุคคลที่เข้ามามีความสัมพันธ์กัน บางคนเลือกที่จะเริ่มต้นกับคนที่ฐานะคู่ควร หรือมีสิ่งที่ทำให้คุณมั่นใจต่ออนาคต
สถานการณ์การเงิน King of Pentacles เด่นทีเดียวค่ะ หมายถึงรายได้งามๆ เงินค่าตำแหน่งที่ปรับเพิ่มมากขึ้น ได้แหล่งทุนหรือผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ เน้นการบริหารแบบมืออาชีพด้วยค่ะ
ธุรกิจ การงาน Three of Cups มีความสุขค่ะ จะมีเรื่องให้ยินดี ได้อยู่ในบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ได้ทำในสิ่งที่คุณมีความสุข
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ten of Pentacles การเงินในส่วนใช้จ่ายเกี่ยวกับครอบครัว บ้านเรือนที่อยู่อาศัย หรือบุคคลในครอบครัวค่ะ

คำแนะนำพิเศษ Queen of Cups รักตัวเอง อยู่กับตัวเอง ไม่ต้องรอใครหรอกนะคะ

ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Seven of Wands งานเยอะค่ะ แถมมีปัญหาหน้างานมาเรื่อยๆ อยู่ช่วงต้องพยายามจัดการอุปสรรคต่างๆ ให้ลุล่วง เคลียร์งานไปทีละส่วน สู้เต็มที่ แต่ข้อดีคือคุณจะมีกำลังกายกำลังใจดีเยี่ยมในช่วงนี้
ความรัก ความสัมพันธ์ Eight of Wands มีความเติบโตก้าวหน้าค่ะ คุณกับคนรักอาจเสริมส่งกันในเรื่องการงาน การพัฒนาตน ได้เรียนรู้กันในทางลึกและกว้างมากขึ้น ปรึกษากันเรื่องการงานเป็นหลัก
สถานการณ์การเงิน The Lovers จะมีสิ่งที่เป็นข้อเสนอดีๆ เข้ามา หรือมีเหตุให้คุณต้องเลือก เช่น จะเอาสิ่งที่รัก แต่ได้เงินน้อยๆ หรือจะเอาเงินมากๆ แต่ไม่มีความสุขทางใจเพียงพอ ด้วยทุกอย่างมีทั้งแง่บวกแง่ลบ แถมเกี่ยวพันกับชีวิตของคุณอย่างลึกซึ้ง
ธุรกิจ การงาน Page of Swords มักจะเจอข่าวไม่ค่อยดีเข้าหูมาเรื่อยๆ หรืออยู่ในบรรยากาศที่เอาแน่นอนไม่ได้ มีความแปรปรวน หากร่วมงานกับคนอายุน้อยยิ่งมีปัญหาต่างๆ เป็นเงาตามตัว เน้นที่จิตใจของคุณเองให้มั่นคงไว้
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Knight of Wands ความกระฉับกระเฉงที่สูญเปล่า การมุ่งไปข้างหน้าโดยไม่พร้อม หรือทำไปแล้วไม่ได้ผลดีอะไรเท่าไหร่

คำแนะนำพิเศษ Eight of Swords ให้ระวังปัญหาใหญ่ เรื่องที่ทำให้คุณต้องจำกัดบทบาทตัวเอง เข้าที่สงบสักระยะ หรือถูกมัดมือชก มีเหตุให้ต้องสงบปากสงบคำ ฯลฯ

ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Nine of Swords ความกังวลใจ ความเครียดในส่วนลึก บางครั้งรู้สึกแย่กับสิ่งต่างๆ จนส่งผลต่อร่างกาย เป็นเวลาที่จิตตกง่าย ในบางคนผู้ใหญ่ในครอบครัวช่วยเพิ่มปัญหา
ความรัก ความสัมพันธ์ The Moon มีความระแวงแคลงใจ หรือคลุมเครืออย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นที่จิตใจมากกว่าสถานการณ์ หรือมีโลกส่วนตัวที่ใครเข้าไม่ถึง คนที่รักกันอยู่ดีๆ ยังมีงอนไม่ทราบสาเหตุ
สถานการณ์การเงิน Temperance การยอมรับความจริง การอยู่กับสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ ต้องปรับรายจ่ายให้พอดีกับรายรับ ประคับประคองตัวเองไปให้ได้ เป็นไพ่ของการเดินทางสายกลาง ความสมถะ ความประหยัด และการปรับตัว
ธุรกิจ การงาน Knight of Pentacles มีข่าวดีนะคะ จะมีงานที่ทำรายได้น่าสนใจ หรือได้ข่าวคราวของค่าตอบแทนที่คงค้าง มีโอกาสดีๆ ทางธุรกิจค่ะ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Page of Wands การร่วมงานกับคนที่ไม่มีวุฒิภาวะ ซึ่งจะโดยวัย โดยประสบการณ์ หรืออะไรก็ตามแต่ และยังหมายถึงคนที่ยังทำอะไรไม่เป็น แต่ก็ไม่เปิดใจเรียนรู้จากคนอื่น

คำแนะนำพิเศษ The Empress ในภาพรวมแล้ว ไพ่ใบนี้แสดงถึงความสมบูรณ์พูนสุข ได้ครอบครองวัตถุทรัพย์สิน ได้บ้าน ที่ดิน หรือมีแผนเกี่ยวกับครอบครัวที่มั่นคง คู่รักคู่ครองจะช่วยสนับสนุนกันเป็นอย่างดีค่ะ

ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Ace of Swords คงมีเรื่องให้คุณต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาดอีกแล้ว หรือเผชิญกับกำแพงแข็งหนา ต้องทะลวงไปให้ได้ในดาบเดียว แต่จะทำได้ไหมนี่สิ อ้อ แต่ไพ่ใบนี้มักบอกว่าถ้าคุณอดทนพอ แกร่งพอ ก็จะได้รับความสำเร็จค่ะ
ความรัก ความสัมพันธ์ Four of Swords ในคู่รักอาจมีช่วงพักความสัมพันธ์ แยกทางชั่วคราว หรือสถานการณ์ทำให้อยู่ห่างกันสักระยะ เป็นช่วงเหน็ดเหนื่อย ตึงเครียดสูง อยู่ห่างๆ กันสักนิดก็จะดี
สถานการณ์การเงิน The Sun เจิดจ้ามากค่ะ เป็นไพ่ที่ดีที่สุดในสำรับ เด่นโดยตรงในเรื่องเงิน ความสุข ความเบิกบาน แสดงถึงรายได้ที่มั่งคั่ง การเงินที่หวังแล้วไม่มีพลาด
ธุรกิจ การงาน Eight of Cups แต่ในเรื่องงาน คุณอาจต้องทำใจเผื่อความไม่สะดวกสบาย หากมีการเดินทางก็จะตกที่นั่งลำบากพอสมควร มีเหตุผิดหวัง หรือต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างปวดร้าว
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Cups ความลับไม่ใช่ความลับ สิ่งที่คุณพยายามซ่อนเร้นไม่เป็นผลสำเร็จ


คำแนะนำพิเศษ The Emperor หากคุณอยู่ในตำแหน่งสูง ขึ้นรับตำแหน่งใหม่ใดๆ จะมีความมั่นคง มีเสถียรภาพไปอีกนาน มีคนที่ยอมอยู่ใต้อำนาจของคุณ อาจมีแรงสั่นสะเทือนบ้างเหมือนคลื่นใต้น้ำ แต่ก็ทำอะไรคุณไม่ได้ ส่วนใครที่เป็นผู้น้อย ผู้ใต้บังคับบัญชา คุณจะได้ที่พึ่งพิง หรือมีผู้มีอำนาจให้ความสนับสนุนเต็มที่

ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Six of Pentacles หากมีปัญหาการเงิน จะได้รับการแก้ไขค่ะ มีผู้ให้ความช่วยเหลือด้วยดี หากต้องกู้ยืม ต้องขอเครดิต ก็จะผ่านอย่างราบรื่น
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Cups ช่วงเวลาของความสุข ความสมหวังค่ะ มีเรื่องรื่นรมย์ พบรัก พบคนถูกใจ ได้ของขวัญของฝาก บรรยากาศชื่นมื่น
สถานการณ์การเงิน The Fool มีโอกาสในการเสี่ยง การเงินค่อนข้างหวือหวา หรือมีรายได้น่าตื่นเต้น มีความหวังใหม่ๆ แต่ก็ยังประเมินสถานการณ์แบบ 100% ไม่ได้ ไพ่ใบนี้แสดงถึงโอกาสใหม่ แต่อะไรต่อจากนั้นก็ต้องดูกันไปอีก
ธุรกิจ การงาน
The Chariot มุ่งหน้าเต็มที่ไว้ค่ะ คุณน่าจะมีเป้าหมายต้องทำให้สำเร็จ ต้องขับเคลื่อนอย่างมีวินัย บางคนอาจมีเกณฑ์เดินทาง ธุรกิจการขนส่ง ระบบโลจิสติกส์ต่างๆ จะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ten of Wands งานหนัก สุขภาพแย่ แต่ก็ยังต้องพยายามต่อไป ระวังงานซ้อนเข้ามาเพียบๆ ค่ะ

คำแนะนำพิเศษ The Devil ความระส่ำระสายภายในใจ หรือปัญหาที่เกิดจากโลภโกรธหลง กิเลสต่างๆ ภายใน และหมายถึงพันธนาการที่มากับการงาน ความรัก พันธะสัญญา ที่ไม่อาจแก้ไขให้ลุล่วงไปได้

ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Ace of Cups ความสุข ความรัก การเริ่มต้นใหม่ที่สมบูรณ์พร้อม ความรู้สึกดีๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นมาไม่นานค่ะ บางคนแสดงถึงรักใหม่สดใสมาก
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Pentacles อย่างไรก็ตาม มีความสัมพันธ์บางประการ หรือกับบางบุคคล ที่คุณยังเหน็ดเหนื่อย หรือพยายามจัดสรรเวลา ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไปทีละวัน
สถานการณ์การเงิน The Star จะมีโชคลาภ มีความสมหวัง ได้รับในสิ่งที่ปรารถนา ปัญหาใดๆ หากมีจะได้รับการปัดเป่าเยียวยาค่ะ บางคนได้งานได้เงินจากเพื่อนฝูงที่มีความปรารถนาดีต่อกัน
ธุรกิจ การงาน Six of Wands เน้นความวินัยให้มากค่ะ งานใดๆ ที่คุณทำอยู่น่าจะเข้าโค้งสุดท้ายแล้วเต็มที ความสำเร็จอยู่ไม่ไกล เว้นแต่ว่าคุณจะเถลไถลเสียเอง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hermit ความโดดเดี่ยวที่ไม่ต้องการ แต่ก็จำต้องอยู่กับมันให้ได้

คำแนะนำพิเศษ Three of Swords อาจเป็นคุณที่กวนโมโหคนง่าย หรือมีใครคอยกระตุ้นอารมณ์ด้านลบของคุณตลอด หงุดหงิด ขุ่นมัว อาจต้องลองฝึกใจ ทำสมาธิภาวนา หรือหาทางระงับอารมณ์ให้ได้

ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Seven of Cups ความปรารถนาที่มากมาย บางเรื่องไกลเกินไขว่คว้า อาจจับต้องไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ก็ยังฝันถึง ยังต้องการ ถามตัวเองดีๆ ว่าอยากได้มาทำไม ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เรื่องวัตถุเครื่องประดับ ของมีราคา ก็เป็นเรื่องของหัวใจค่ะ
ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Wands มีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง คุณกับคนรักอาจมีแผนทางการงานร่วมกัน หรือปรึกษากันในทางธุรกิจด้วยค่ะ
สถานการณ์การเงิน Page of Pentacles การเงินมีข่าวดีนะคะ หรือมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ เข้ามา เป็นเงินเก็บเงินออมไปทีละนิด บางคนมีแผนระยะยาวที่เพิ่งเริ่มต้น หวังได้ถึงความมั่นคง
ธุรกิจ การงาน Five of Cups มีเรื่องให้คุณผิดหวังไหมคะในสัปดาห์นี้ ลองสังเกตดูค่ะ ส่วนมากก็เกี่ยวกับบุคคล โดยเฉพาะคนที่รักหรือไว้ใจ เพื่อนร่วมงานซึ่งปกติมีความสัมพันธ์กันดีค่ะ หรือได้งานที่ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Eight of Pentacles ขี้เกียจและขี้เกียจ

คำแนะนำพิเศษ The Tower จากไพ่ยมทูตในสัปดาห์ก่อนค่ะ อาจมีเรื่องสิ้นสุดหรือเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว (มีไหม?) คุณน่าจะผ่านมาพบส่งใหม่ๆ แล้วระยะหนึ่ง แต่ก็ยังไม่หมดเรื่องประหลาดใจ สิ่งไม่คาดฝัน แม้แต่ความรู้สึกนึกคิดของตัวคุณเอง

ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Justice การได้รับความเป็นธรรม การลงนามในเอกสารสัญญาสำคัญ การจัดสรรปันส่วน บรรลุข้อตกลงต่างๆ กล่าวว่าหากคุณมีปัญหาทางข้อกฎหมาย จะได้รับข่าวดี
ความรัก ความสัมพันธ์ King of Wands ไพ่ของคนเก่ง คนที่จัดการชีวิตอย่างเป็นระบบ ความสัมพันธ์มักเสริมส่งกันในเรื่องงาน เป็นเวลาที่เข้ากันได้ดีในเรื่องธุรกิจ ความคิด การตัดสินใจต่างๆ เป็นที่ปรึกษาดีๆ ต่อกัน
สถานการณ์การเงิน Four of Cups มักหมายถึงเงื่อนไขหรือข้อเสนอที่คุณยังลังเลต่อการตกลงใจ มีเรื่องไม่ชอบใจนัก บ้างแสดงถึงความปรารถนาในสิ่งที่ไม่มีอยู่ตรงหน้าตัวเอง อยากได้สิ่งของแต่ไม่อยากควักกระเป๋า ประมาณนี้ก็ได้
ธุรกิจ การงาน Four of Wands มีงานที่มั่นคงค่ะ ธุรกิจใดที่เริ่มต้นในเวลานี้ก็จะยั่งยืนได้อีกไกล เพื่อนฝูง หุ้นส่วน ให้ความร่วมมือด้วยดีทุกอย่าง
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ten of Swords หากจะมีปัญหาหนักๆ มักเกิดจากกลุ่มคน ญาติ หรือเรื่องที่โถมเข้ามาแบบตั้งตัวไม่ทัน

คำแนะนำพิเศษ The High Priestess ไพ่ใบนี้มักหมายถึงการแนะนำให้คุณทำตามเสียงในส่วนลึกของตัวเอง ขับเคลื่อนความปรารถนา ความต้องการ ด้วยสติปัญญาหรือปรีชาญาณของคุณ ในกรณีเจอเรื่องยุ่งๆ แก้ไขไม่ได้ เรื่องลับลวงพราง ให้มองหาบุคคลที่สามซึ่งชาญฉลาด เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยหรือเป็นตัวกลาง

ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Strength พลังในตัวเอง ช่วงเวลาที่รู้สึกแข็งแรงสุดๆ พร้อมเผชิญอุปสรรค แต่ข้อระวังก็คือคุณเจอคู่ปรับ คู่แข่งขัน หรือสถานการณ์หนักพอกัน ที่ระวังอีกอย่างคือการกดดันคนอื่นโดยไม่รู้ตัว
ความรัก ความสัมพันธ์ Page of Cups ความรู้สึกดีๆ ที่เพิ่งก่อเกิดค่ะ อาจพบรักกับคนต่างวัย หรือมีสิ่งดีๆ มอบให้กันไม่ขาด เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันทำให้ความสัมพันธ์สดชื่น
สถานการณ์การเงิน Six of Swords ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ นะคะ หากคุณมีหนี้สินระยะยาว หรือปัญหาการเงินใดๆ จะคลี่คลายไปในไม่ช้านี้แล้ว อดทนอีกระยะ
ธุรกิจ การงาน Knight of Swords ต้องพุ่งไปข้างหน้าอย่างเร็วและแรง เหนื่อยทีเดียวค่ะ ประมาทไม่ได้กับสถานการณ์รอบข้าง ถือว่าเครียดและเหนื่อย แต่ก็ไม่มีทางถอยหรือหยุดอยู่กับที่
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Nine of Pentacles ใช้เงินเก่าเงินเก็บ หรืออำนวยความสะดวกให้ตัวเองเกินกำลังที่ตัวเองมีจริงๆ

คำแนะนำพิเศษ The Magician โชคชะตามักหักเหเสมอ แต่ข่าวดีคือเส้นทางนั้นพาคุณไปสู่สิ่งที่ดีกว่า มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น แต่ก็จะเป็นเรื่องทำให้คุณจิตใจฟองฟู เบิกบานใจ การค้าขายมีโอกาสงามมาก การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยค่ะ

สยามประเทศ...คนอมโรคแห่งสุวรรณภูมิ

ที่มา ประชาไท

ผู้เขียนนั่งเขียนบทความนี้อยู่ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมแวะไปเยือนเชียงแสนมา ได้เห็นศักยภาพอันอลังการเหลือเกินของบ้านเมืองเราที่จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อภูมิภาคแถบนี้กับมหาอำนาจอย่างจีน ขนาบข้างด้วยสหภาพพม่าและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ดีวันดีคืนขึ้นทุกขณะ
ลาว กำลังเป็นเจ้าภาพ ซีเกมส์ ดูสถานีโทรทัศน์ “ลาวสตาร์” ที่เขาจัดให้ในห้องพัก ก็รู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจของผู้คนอีกฟากฝั่งหนึ่งแห่งลุ่มน้ำโขงที่ได้มีโอกาสจัดเกมการแข่งขันอันสำคัญของชาวสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก กองเชียร์ลาวฮึกเหิมและเป็นหนึ่งเดียว หลักฐานก็คือ พลันที่ลูกโหม่งตีเสมอของศูนย์หน้าทีม “ซาดลาว” พุ่งเข้าไปตุงตาข่ายทีม “สหภาพเมียนม่าร์” นั้น กล้องโทรทัศน์ก็ได้จับภาพชาวลาวเฮลั่นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอัฒจรรย์ เสียงบรรยายภาษาลาว (ที่คนไทยเช่นเราไม่ต้องใช้ล่ามก็ฟังเข้าใจ) ประกาศอย่างตื่นเต้นว่า ลูกนี้มีสปอนเซอร์อัดฉีดเป็นเม็ดเงินสูงถึง 5 ล้านกีบเลยทีเดียว !
เช้าวันก่อน ข้ามฝั่งจาก “เชียงของ” ของไทยไปยังเมือง “ห้วยทราย-Houei Xai” ของลาว ก็ได้เห็นนักท่องเที่ยวฝรั่งสะพายเป้ (แบ๊คแพ็ค) เดินเต็มไปหมด สอบถามได้ความว่าพวกเขากำลังพากันไปเมือง “หลวงพระบาง” วิธีการก็คือ ทำเรื่องขอผ่านแดนที่ท่าเรือ “บั๊ค” เขตอำเภอเขียงของ แล้วล่องเรือจากห้วยทรายซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้น ไปค้างแรมที่ “ปากแบง-Pak Beng” คืนหนึ่ง จากนั้นก็นั่งเรือต่อจนถึงหลวงพระบางในเย็นวันถัดไป
เมืองเชียงของ ของเราจึงมีศักยภาพมากเช่นกัน เพราะเป็นประตูเปิดสู่อินโดจีน อีกบานหนึ่งในหลายๆบานของไทย โดยเฉพาะการเดินทางไปเยือนเมืองหลวงพระบาง อันเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ ยูเนสโก (UNESCO) รับรอง ในฐานะ The best preserved city in South-East Asia แผนการพัฒนาเมืองเชียงของ จึงควรรีบทำขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เพื่ออนุรักษ์ให้สอดคล้องกับบรรยากาศแห่งอนุภูมิภาค ไม่ทราบว่ารัฐบาลจะมีสมาธิ ฤาสติปัญญาพอที่จะมาคิดเรื่องเช่นนี้บ้างไหมหนอ
ตัดภาพกลับไปยังย่อหน้าแรก เชียงแสนเองก็ดูเหมือนจะถูกปล่อยให้เติบโตอย่างค่อนข้างสะเปะสะปะ ศักยภาพของเมืองระดับนี้ ควรที่จะต้องมีการระดมสติปัญญาจากมืออาชึพชั้นหัวกะทิ (จะ outsource พวกฝรั่งมั่งก็ยังได้) ให้มาช่วยกันกำหนด Positioning ของเมืองว่าควรจะเป็นอย่างไร เชียงแสนจึงจะเจริญเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน
อย่างน้อยก็ควรมี นักยุทธศาสตร์ นักผังเมือง แลนักการเมืองตลอดจนคนพื้นถิ่นชาวเชียงแสนมาออกความเห็นร่วมกัน
และที่สำคัญ ก็ควรเป็นอะไรอันสอดรับกับ ยุทธศาสตร์ของชาติ ทั้งในด้าน เศรษฐกิจ ความมั่นคง และการท่องเที่ยว ฯลฯ
ไม่ทราบว่ารัฐบาลพอจะเข้าใจไหมหนอ ว่านี่ก็เป็น “หน้าที่” ที่ท่านจะต้องคิดและทำ
ข้างฝ่ายประเทศ สหภาพพม่านั้น ก็กำลังจะมีการเลือกตั้ง อันเป็นที่แน่นอนแล้วในปีหน้า (ค.ศ.2010) ภายหลังจากการเลือกตั้ง เขาอาจขลุกขลักอยู่บ้างในระยะแรกๆดังที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นก็มีแนวโน้มว่าจะติดลมบนแล่นฉลิวเป็นเรือปลิวใบ ดังที่มีสัญญานอันเป็นบวกมาจากทั้งมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา แลท่านผู้หญิง “อองซาน ซูจี” ด้วยท่าทีปรองดองสมานฉันท์ กับทางกองทัพ-SPDC ในอันที่จะร่วมมือกันพัฒนาชาติประเทศพม่าให้รุ่งเรืองโดยเร็วสืบไป
มิพักต้องพูดถึงประเทศกัมพูชา ที่ยิ่งมายิ่งสดใสกาววาว ด้วยว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่าน สมเด็จฮุนเซ็น นั้นมีเสถียรภาพมั่นคงยิ่งนัก แลยิ่งมีประสบการณ์มากก็ดูเหมือนวิสัยทัศน์จะยิ่งแจ่มชัดเป็นเงาตามตัว ดังปรากฏต่อสายตาประชาคมอาเซียนชนิดที่ไม่ต้องไปจาระไนให้เมื่อยตุ้มกันเลยทีเดียว
ที่น่าห่วงสุดกลับเป็น “ประเทศสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง” ของเรานี่เอง ซึ่งจู่ๆกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าชนิดที่ใครๆก็พากันอิจฉา (ผู้เขียนเคยพูดคุยกับนักธุรกิจชาว อินโดนีเซีย เมื่อหลายปีก่อน เขาอิจฉาประเทศไทยของเรามาก เพราะตอนนั้น ทุกอย่างลงตัว และดูดีไปหมด) แล้วพลันก็กลับกลายเป็นเหมือน “บ้องไฟหมดเชื้อปะทุ” อย่างไรอย่างนั้น หันหัวทิ่มลงจนวันนี้ยังมึนกันทั้งประเทศ ด้วยว่าไม่รู้จะเอายังไงกันดี
เมืองไทยวันนี้จึงไม่ต่างกับ “คนอมโรค แห่งสุวรรณภูมิ” เพื่อนต่างขาติของผู้เขียนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี แม้เขาจะได้พูดคุยกับคนไทยจำนวนมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศอันสวยสดงดงามและเต็มไปด้วยศักยภาพแห่งนี้
เขาไม่เข้าใจว่า ประเทศที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และได้รับการยอมรับจากนานาอารยะประเทศเป็นอันมาก อยู่ดีๆทำไมคนไทยจึงยอมให้ทหารออกมายึดอำนาจเสีย
เขาไม่เข้าใจว่า ประเทศที่ไม่มีชนกลุ่มน้อย ไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อชาติศาสนา และได้ฉายาว่า “สยามเมืองยิ้ม” อันหมายถึงผู้คนมีจิตใจอ่อนโยน โอบอ้อมอารี อยู่ดีๆทำไมถึงแตกออกเป็นสองเสี่ยง
(เรื่องสยามประเทศ แตกแยกครั้งใหญ่นี้ ฝรั่งมังค่ารู้กันหมดแล้วพอๆ กับที่ สมเด็จฮุนเซ็น ก็รู้เรื่องนี้ดี จึงไม่ควรที่พวกเราจะดัดจริตบอกว่าคนไทยยังรักกันดีอยู่ หากควรยอมรับความจริงเสียที เพื่อจะได้ช่วยกันคิดหาทางแก้ไขได้บ้าง)
ผู้เขียนมีเวลานั่งตกผลึกความคิดในช่วงวันหยุดยาวหลายวัน เห็นสมรรถนะแลทรัพยากรที่มีอยู่ของชาติประเทศตนเองแล้ว ก็ได้แต่ทอดถอนใจ เสียดาย Distinctive Competencies ที่ถูกหมกไว้ ไม่มีโอกาสนำออกมาใช้ในการพัฒนาประเทศชาติ รอยแผลบาดลึกที่เป็นอยู่ในเพลานี้ เบิกกว้างเกินกว่ารัฐบาลแบบที่เรามีอยู่ จะสามารถแก้ไขเยียวยาได้
มีแต่ต้องเป็น “อำนาจอันยิ่งใหญ่” บวกกับ “วิสัยทัศน์ ที่ถูกต้อง แลชาญฉลาด”เท่านั้น ที่อาจมีพลังมากพอในการฉุดดึงประเทศของเราให้หลุดพ้นจากการเป็น “คนอมโรค” แห่งสุวรรณภูมินี้ได้
ว่าแต่องค์ประกอบทั้งคู่จะมีอยู่จริงหรือ และจะมาประจวบเหมาะกันเมื่อใด มีแต่องค์พระสยามเทวาธิราชเท่านั้น ที่จะทรงหยั่งรู้