ที่มา thaifreenews
โดย ป้าพลอย
อ่านข่าวการกร่างของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แล้วให้สมเพชที่สุด อ๋ออ้ายที่จับอาวุธสงครามเมื่อเร็วๆนี้ คิดการใหญ่จะทำการบุกยึดเขมรงั้นหรือนายอภิสิทธิ์? เห็นเขมรเป็นประเทศกิ๊กก๊อกในสายตาตัวเองใช่มั๊ย? แหมไม่ทราบว่านายอภิสิทธิ์รู้ทางหนีทีไล่เกี่ยวกับวิธีรบดีแล้วหรืยัง? อย่าลืมว่าทหารเขมรของฮุนเซ็นชำนาญ
การฆ่าคนสมัยพอลพจน์มาแล้ว ทหารเขมรเป็นทหารจริงๆไม่ใช่ทหารรับจ้าง นายพลเอก..ทหารเขมรไม่ออกมาตีกอล์ฟเพราะไม่มีเวลาว่าง ฉะนั้นทหารเขมรชำนาญการต่อสู้กับข้าศึกตอนที่เวียดนามเข้ายึด ทหารเขมรมีประสพการณ์หลายๆด้าน แล้วทหารไทยมีอะไร ที่เป็นหลักฐานว่ามีประสพการณ์บ้างละ?
ขนาดในบ้านของตัวเองแท้ๆที่ภาคใต้ ทหารตายวันละกี่คน?แค่ต่อสู้กับโจรกระจอกๆภาคใต้ยังไม่ชนะเลย แล้วนายอภิสิทธิ์ จะเอาทหารที่ไม่เคยผ่านสมรภูมิไปสู้กับทหารเขมรงั้นเหรอ? ขนาดตัวเองยังขี้ขลาดหนีทหาร แล้วยังมีหน้ามากร่าง จะนำทหารไปรบกับทหารเพื่อนบ้าน นายอภิสิทธิ์ถามทหารของตนหรือเปล่าว่า
เขาสนับสนุนเต็มใจที่จะทำเพื่อตนหรือเปล่า? อยากกร่างใหญ่คับฟ้า ก็ช่วยส่งนายพลแก่ๆที่กร่างทั้งหลาย ออกเป็นแนวหน้าไปรบกับทหารเขมรที่หนุ่มๆซี รับรองแค่โป้งเดียวจอด ทำเก่งแต่นอกสนามรบ นอกสมรภูมิ แต่ในสมรภูมิได้ข่าวว่าวิ่งขาขวิด ดูตัวอย่าง นายพลตรีจำลองเป็นต้นฯ ได้ยินแค่เสียงระเบิดตูม
โน่นกระโดดขึ้นไปเกาะบนเสาอลูมิเนี่ยม ที่ตั้งเวทีหนีก่อนพื่อนเลย แล้วอย่างนี้จะไปรบกับใครวะ? ทหารที่ตายทุกๆวันที่ภาคใต้นั้น ส่วนใหญ่เป็นทหารเกณฑ์ และทหารจริงๆที่ต้องเสียสละชีวิตแทนผู้บังคับบัญชา ส่วนนายพลโท พลเอกทั้งหลาย ต่างนั่งนอนอยู่กินกันอย่างราชาแถมยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวข้องกับ
การเมืองอยู่ในกรุง งานของนายพลคือตีกอล์ฟ ออกงานเลี้ยงสังสรรค์ ลูกน้องทหารที่ภาคใต้ ถูกโจรถล่มด้วยปืนด้วยระเบิดตายเป็นบือ ไม่มีใครมองไม่มีใครสน ไม่มีใครยกย่องเป็นวีระบุรุษผู้กล้าหาญ ไม่มีใครมาเป็นประธานพิธีเผาศพ ทหารที่รักชาติที่แท้จริง ต้องตายอย่างอนาถาขาดผู้เหลียวแล กำลังใจและการ
ปลอบขวัญทหาร นายอภิสิทธิ์เคยทำให้ทหารที่เสียชีวิตบ้างมั๊ย? เคยเอางบที่กู้มาแปดแสนล้านบาท ช่วยเหลือครอบครัว ของทหารที่สูญเสียชีวิตในระหว่างราชการสักบาทมั๊ย? นายอภิสิทธิ์ทำแต่เรื่องของตัวเองทั้งสิ้นตลอด 1 ปีเต็มที่เป็นนายก ฉะนั้นการที่รัฐบาลไทยกร่างอยากจะนำทหารไปรบกับประเทศ
เพื่อนบ้าน ก็ให้นายอภิสิทธิ์ออกไปคนเดียวเถอะ เพราะที่ภาคใต้ของไทยก็รับมือแทบไม่ไหวแล้ว หรือไม่ก็สั่งให้ทหารอีกก๊กหนึ่ง ที่ออกมาฆ่าประชาชนเมื่อสงกานต์เลือด ส่งตัวออกไปรบกับเขมร ในเมื่อชอบรุนแรงกับคนมือเปล่า แต่ไม่ทราบว่าเมื่อเจอของจริงแบบเขมร ทหารก๊กนี้จะวิ่งขาขวิดแบบนายพลตรีจำลอง
ป่าว? ทหารไทยบางก๊กบางพวกเห็นเที่ยวขู่ประชาชนไปทั่ว เก่งกับคนมือเปล่า แต่ก็ยังมีทหารดีๆแท้ๆอยู่อีกมาก ที่บริสุทธิ์และไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลบ้องตื้นนี้ ฉะนั้นทหารไทยไม่ใช่เลวไปทุกคน มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น อ่านข่าวในต่างประเทศแล้วก็เลยระงับไม่อยู่ ทั้งที่วันนี้เป็นวันล้างบาปของชาวคริต์ เพราะเป็นวันลำลึก
นึกถึงองค์พระเจ้าเยซู ที่ทรงประสูตรในวันนี้ ทุกๆคนจะเข้าโบถส์ทำพิธีทางศาสนา แม้ป้าจะนับถือพุทธศาสนา แต่ศาสนาทุกศาสนาสอนคนให้ทำความดี ฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกว่าเราเข้าไปในโบถส์รักษาศีลศาสนาใดไม่ได้ เพราะในเมื่อคำสั่งสอนเดียวกัน การยึดถือหลักทำความดี มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเข้า
ไปยืนอยู่ในโบถส์ของศาสนาใด เราก็คือคนบริสุทธิ์มีจิตใจที่สะอาดไม่คิดอคติต่อศาสนานั้นๆแล้วเราก็จะมีชีวิตที่สุขสบายไร้ความทุกข์คะ
(24 ธ.ค.) เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวการเรี่ยไรเงินในระหว่างงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่จำนวน 8 หมื่นบาท ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค เพื่อพานักข่าวไปอาบน้ำว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด ที่พูดว่าอาบน้ำนั้น เพราะนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ไปพูดคุยกับผู้สื่อข่าวบางคนว่าช่วงปีใหม่พรรคอาจจะจัดกิจกรรมสังสรรค์ปีใหม่ให้กับสื่อมวลชน โดยอาจจะไปลงทะเล อาบน้ำทะเล หรือเล่นน้ำตกกันที่พัทยา หรือไม่ก็กาญจนบุรี ไม่ได้หมายความว่า จะพาผู้สื่อข่าวไปอาบน้ำในอาบ อบ นวด แต่หมายถึงไปอาบน้ำทะเลหรืออาบน้ำตก แต่ตอนหลังเห็นว่า พรรคได้เปลี่ยนแปลงการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ให้สื่อมวลชนเป็นการรับประทานอาหารระหว่างล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาแทนแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ติดต่อมายังผู้สื่อข่าวอีกครั้ง โดยระบุว่า ได้หารือกับผู้หลักผู้ใหญ่ในพรร คถึงการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ที่พรรค จะจัดให้สื่อมวลชนโดยจะมีการล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว เนื่องจากพรรคมีภารกิจในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.มหาสารคาม และปราจีนบุรี จึงขอให้ยกเลิกงานล่องเรือจัดเลี้ยงปีใหม่ เพราะเป็นห่วงว่าอาจจะมีปัญหาทางข้อกฎหมายได้
สมาคมนักข่าววิทยุ-ทีวีประณาม ส.ส.แจกเงินนักข่าว
ขณะที่สำนักข่าวไทย รายงานว่า สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์ร่วม กรณีมีข่าวการเรี่ยไรเงินของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยอ้างว่าเป็นการทอดผ้าป่าไปให้สื่อมวลชน และยังมีนักการเมืองผู้หนึ่งกล่าวติดตลกว่า เรี่ยไรเงินพานักข่าวไปอาบน้ำ (อาบ อบ นวด) โดยแถลงการณ์มีใจความสำคัญว่า ขอประณามการกระทำดังกล่าวของทั้งสองฝ่าย และขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.ขอเรียกร้องให้รัฐสภาและพรรคเพื่อไทย ดำเนินการตรวจสอบทางวินัยแก่ ส.ส.ดังกล่าว ทั้งนี้ เพราะพรรคการเมืองและนักการเมือง เป็นสถาบันหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จะต้องมีจริยธรรม ความรับผิดชอบ และเป็นแบบอย่างอันดีงามของสังคม
2. ขอเรียกร้องให้องค์กรต้นสังกัดสื่อโทรทัศน์ดังกล่าว ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงจากกรณีดังกล่าว 3.สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จะดำเนินการตรวจสอบในกรณีดังกล่าวด้วยว่า มีนักข่าววิทยุและโทรทัศน์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่ และจะดำเนินการตามมาตรฐานจริยธรรม และรายงานผลต่อสาธารณชนต่อไป และ 4. ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนและหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่จะให้ของขวัญตอบแทนสื่อมวลชนได้ตระหนักถึงความเหมาะสมในการให้และการรับด้วย
สมาคมนักข่าวฯ เรียกร้ององค์กรสื่อสอบนักข่าวรับเงิน "เพื่อไทย"
ด้านนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการประชุมกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยวันนี้ (24ธ.ค.) ว่า ได้มีการรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงานเลี้ยง ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) และหลังการประชุมได้มีงานเลี้ยงสังสรรค์ ส.ส. และมีการเรี่ยไรเงินจาก ส.ส. โดยอ้างว่าเป็นการทอดผ้าป่าไปให้สื่อมวลชน และยังมีนักการเมืองผู้หนึ่งกล่าวติดตลกอีกว่า เรี่ยไรเงินพานักข่าวไปอาบน้ำ (อาบ อบ นวด) โดยที่ประชุมกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า นักข่าวที่เรียกร้องและรับเงิน ถือเป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ ยังถือว่าเป็นการนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและดูแคลนวิชาชีพตัวเอง
นายประสงค์ กล่าวด้วยว่า สำหรับนักการเมืองที่ให้อามิสสินจ้างอันมีค่าหรือผลประโยชน์ใดๆ ถือว่าเป็นการให้สินบนและดูแคลนวิชาชีพสื่อมวลชนอีกด้วย ที่ประชุมจึงมีมติให้แจ้งต่อคณะกรรมการควบคุมจริยธรรม เพื่อขอให้ทำหนังสือถึงบรรณาธิการสื่อมวลชนทุกประเภท ให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงว่า มีผู้สื่อข่าวหรือช่างภาพในสังกัดคนใดได้รับเงินด้วยหรือไม่ และสมาคมฯ ขอทราบผล เพื่อจะได้แถลงต่อสาธารณชนได้ทราบต่อไป และยังให้ประสานงานกับองค์กรวิชาชีพด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ถึงการดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย.-สำนักข่าวไทย

