WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 27, 2009

ต่อให้ คนเสื้อแดง เผาบ้านประธาน กกต. ก็ไม่มีผลกระทบต่อฐานเสียงสนับสนุน

ที่มา thaifreenews

โดย...ลูกชาวนาไทย


จากข่าว ตามลิงค์นนี้นะครับ

http://www.thaifreenews.org/forum/index.php?topic=3444.0

ความเห็นของผู้สื่อข่าว คอลัมนิสต์ของข่าวสด บอกว่าหากคนเสื้อแดงทำอะไรบุ่มบ่ามไป ในกรณีการกดดันประธาน กกต. จะเผาบ้านประธาน กกต.ก็ จะเข้าทางรัฐบาล เสียเปรียบทางการเมือง ผมเห็นวิเคราะห์อะไรที่ "เข้าทางรัฐบาล" หลายทีแล้ว แต่ไม่เห็นว่า จะมีผลต่อการเปลี่ยนข้างทางการเมืองแต่อย่างใด

ผมมองว่านักข่าวไทย มองการเมืองแบบเกม ว่าหากใครมี Trick อะไรนิดหน่อยกก็จะสามารถพลิกเกมได้ ทำให้คะแนนไหลไปทางนั้น

ผมคิดว่านี่เป็นวิธีวิเคราะห์การเมืองที่ล้าหลังไปแล้ว ที่จริง "เกมการเมือง" ในยุคนี้ ก็มีผลแค่กับสื่อเท่านั้น แต่ไม่มีทางไปมีผลกับ "ผู้สนับสนุน" ของแต่ละฝ่ายได้

ลองยกตัวอย่างเช่น ไม่ว่าคุณจะใช้เกม เล่นเกม อย่างไร คุณก็ไม่มีทางทำให้ "คนใต้" ไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ได้ ยกตัวอย่าง อย่างนี้คงชัด คือ จะโชว์ให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์เลวอย่างไรก็ตาม มันไม่มีผลกระทบต่อคะแนนที่เลือกพรรค ปชป. ในภาคใต้อย่างแน่นอน

เกมการเมือง จะมีผลต่อเมื่อระบบการเมืองเป็นแบบ "หลายพรรค" ซึ่งมันก็คือ "เกมการเจรจาต่อรอง" ระหว่างนักการเมืองเท่านั้นเอง ว่าใครจะร่วมมือกับใคร ให้ผลประโยชน์กับใครมากกว่ากัน ในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่มีผลอะไรกับประชาชน ที่เลือกแต่ละฝ่ายมากนัก

ในทำนองเดียวกับ ปชป.ข้างต้น เกม ไม่ว่าจะมี Trick อย่างไร ก็ทำให้คนที่เขา "สนับนุนคนเสื้อแดง" พลิกข้างไม่ได้หรอก

ดังนั้น การวิเคราะห์การเมืองแบบที่นักข่าวเสนอมา ผมว่าเป็น "กระบวนการวิเคราะห์ที่ล้าหลัง" กระบวนทัศน์ที่ตามโลกไม่ทันมากกว่า

การตัดสินใจเลือกตั้ง หรือสนับสนุน "พรรคการเมือง" ของ "ประชาชนผู้เลือกตั้ง" เขาไม่ได้ตัดสินใจจากเกมการเมือง เขาตัดสินใจจาก

- อุดมการณ์ทางการเมือง หรือความนิยม ความชื่นชอบในทิศทางหรือแนวทางของฝ่ายนั้น
- นโยบายต่างๆ ผลงานต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเขา
- ผลประโยชน์อื่นๆ
- สายสัมพันธุ์ต่างๆ ความนิยมตัวบุคคลเป็นต้น

ที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ "เกมการเมือง" เลยแม้แต่น้อย แม้ว่า เรื่องบางเรื่อง ผู้เลือกตั้งอาจ "ไม่ชอบการกระทำ" บางอย่างของฝ่ายที่ตนสนับสนุน แต่พวกเขาก็แค่วิจารณ์ แต่ไม่เปลี่ยนข้าง เมื่อเวลาเลือกตั้งมาถึง

ดังนั้น กรณี กกต. ต่อให้คนเสื้อแดงไปเผาบ้าน ประธาน กกต. มันก็ไม่มีผลต่อการสนับสนุนของคนเสื้อแดงในภาพรวมสักเท่าใด เพราะเขามอง "พฤติกรรม กกต." ว่าสมควรโดนเผาบ้านทิ้งไปตั้งนานแล้ว

ก็เหมือนที่ "พธม." ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นคนใต้เยอะแยะ ไปยึดสนามบิน กระทบคนมากมาย ก็ไม่เห็น "คนเสื้อเหลือง" เปลี่ยนข้างไปสักเท่าใด ไม่เห็น คนใต้ไม่เลือก ปชป.

ดังนั้น การวิเคราะห์ ต้องแยกแยะ ระดับของการวิเคราะห์ด้วย

เกม มีผลต่อการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลหรือ ตำแหน่งทางการเมือง แต่มีผลน้อยต่อ "ผู้สนับสนุน" ทางการเมือง

อุดมการณ์ ผลงาน นโยบาย จึงจะมีผลต่อคะแนนเลือกตั้ง หรือผู้สนับสนุนผลประโยชน์ทางการเมือง

"กอร์ป"แจงวุ่นย้ายที่ทำการศาลปาย

ที่มา ข่าวสด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์" ออกอากาศทางสถานีวิทยุคลื่นข่าว 97.0 เมกะเฮิร์ตซ์ กรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบสัดส่วน กล่าวหาเป็นผู้สั่งย้ายศาลจังหวัดปายออกจากที่ดินบริเวณศูนย์การท่องเที่ยว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากภริยาทำธุรกิจโรงแรมอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวว่า ครอบครัวตนทำธุรกิจเล็กๆ อยู่ในพื้นที่นั้นจริง บนเนื้อที่ 4 ไร่ ริมแม่น้ำปาย เป็นห้องเช่าขนาดเล็ก 20 ห้อง เรียกเก็บค่าเช่าเพียง 600 บาท/ห้อง/คืน อยู่ในส่วนปลายสุด 40 เมตรสุดท้ายของถนนคนเดินจึงไม่มีคนมาเดินแล้ว ขณะที่ศาลจังหวัดปายสร้างเสร็จตั้งแต่เมื่อ 3-4 เดือนก่อน และเปิดให้บริการแล้ว แต่เป็นศาลชั่วคราว เพราะถ้าจะสร้างถาวรต้องเสนอกฎหมาย กว่าจะสร้างได้ก็กินเวลา 10-20 ปี

รองนายกฯ กล่าวว่า การออกมาเปิดประเด็นของนายจตุพร เป็นเรื่องทางการเมือง ตนอยู่ปายมา 7 ปีแล้วไม่ใช่เพิ่งไปอยู่ 1-2 เดือน เมื่อนายกสมาคมท่องเที่ยว อ.ปาย นักธุรกิจและประชาชนร่วมลงชื่อประมาณ 100 คน เพื่อยื่นข้อร้องเรียนถึงตนในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. ว่า ไม่สบายใจที่ศาลไปอยู่บนถนนคนเดิน เพราะเกรงนักท่องเที่ยวกับนักโทษอยู่ร่วมกันจะเกิดอันตราย ความจริงตนก็กังวลอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าพอครอบครัวทำธุรกิจแล้ว อ.ปาย จะมีอะไรไม่ได้เลย จึงตัดสินใจทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมแนบข้อเรียกร้องของภาคธุรกิจและประชาชนไปด้วย

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ได้หารือว่า ทราบว่าที่ดินในเขตศาลจังหวัดปายมีขนาดเล็ก ขณะนี้กรมธนารักษ์มีที่ดินอยู่ 1 แปลง บริเวณตรงข้ามสนามบินตำรวจ จึงอยากให้ศาลพิจารณา หลังจากนั้นทราบว่าศาลท่านได้ไปดูที่และชอบเพราะเป็นที่ทางเข้า อ.เมือง มีพื้นที่มาก สามารถสร้างบ้านพักให้ผู้พิพากษาได้ด้วย ส่วนที่ตั้งศาลเก่าก็อาจทำเป็นศูนย์วัฒนธรรมหรืออะไรไป ผู้ดำเนินรายการถามว่า ศาลเห็นด้วยที่จะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ใช่หรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า เขาอยากได้อยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่า นายจตุพรอ้างว่าผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่พอใจ และทำหนังสือหารือไปที่ประธานศาลฎีกา นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า ตนไม่รู้จัก ไม่เคยพบ และไม่เคยคุยกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนเลย

เมื่อถามว่าเทปบันทึกการประชุมร่วมกับข้าราชการ จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2552 มีเนื้อหาระบุว่าเขาไม่สนใจ เพราะเขาไม่ใช่คนปาย จะชี้แจงอย่างไร นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า ได้เดินสายพูดคุยกับภาคธุรกิจจำนวนมาก เพราะขณะนั้นการท่องเที่ยวกำลังจะตายแต่มั่นใจว่าไม่ได้ไปด่าว่าใคร ก็ไม่เป็นไร ถ้าตนทำไม่ถูกก็ไม่ถูก หากจะโยงมันก็โยงได้หมด เหมือนอะไรๆ ก็สุพรรณบุรี อยากถามว่านายจตุพร เป็นส.ส.กทม. เคยทำอะไรเพื่อคนกทม.บ้าง เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องการเมือง เพราะ จ.แม่ฮ่องสอน มีส.ส. 2 คน คนหนึ่งเป็นพวกของนายจตุพร อีกคนหนึ่งเป็นส.ส.ประชาธิปัตย์ ต้องมีการต่อสู้กันในพื้นที่เป็นธรรมดา เมื่อกล่าวหามาเราก็ตอบไป

"เพียงแต่เขาใช้คำพูดไม่สุภาพที่มาบอกว่าเป็นโรงแรมของเมียผม ทั้งที่ผมเลิกกับภริยามา 10 ปีแล้ว ส่วนคนนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส เขาอยู่ปาย ก็เป็นผู้จัดการนั่นแหละ" นายกอร์ปศักดิ์กล่าว

ผู้ดำเนินรายการถามว่า ได้พูดในที่ประชุมข้าราชการ จ.แม่ฮ่องสอน หรือไม่ว่าเขาไม่ใช่คนปาย นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า "ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่คำว่าเขา ผมเป็นคนพูดตรงๆ ก็อาจจะบอกว่าไม่รักปายเลย มาทำอย่างนี้ได้อย่างไร ผมขอพูดตรงๆ ว่าถ้าไปตั้งตรงนั้นผมกังวล เพราะท่องเที่ยวอยู่ตรงนั้น ศาลอยู่ตรงนั้น เกิดนักโทษหลุดออกมาจะทำอย่างไร ศาลนี้อยู่กลางถนนคนเดินเลย เหมือนมีศาลไปตั้งอยู่กลางถนนข้าวสาร"

เร็วเข้า...มาดูละคร 3 ฉากกันหน่อยจ้า...

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

ตอนนี้รัฐบาลของมาร์คเร่งทำงานกันใหญ่ แต่ไม่ได้ทำด้วยมือทำด้วยลมปาก เห็นออกมาเป็นฝูงช่วยกัน ทั้งปฏิเสธ ทั้งละเลงสีใส่คนนั้นคนนี้ เอาความดีใส่ตัวเอาความชั่วโยนใส่ทักษิณ และพรรคพท.แหม..สีที่ละเลงผสมกันได้ดีแท้ แต่คนที่ละเลงสีทาคนอื่นน๊ะจะรู้ตัวไหมเนี่ยว่า ชาวบ้านเขางี้เบื่อแสนเบื่อที่จะเห็น

การทาสีสกปรกๆของพวกท่านเต็มทนแล้ว สักวันหนึ่งวันใดสีที่พวกท่านละเลงนะ ชาวบ้านที่ทนไม่ไหวคงช่วยกันเอาสีสกปรกเหล่านั้นเทอาบพวกท่านทั้งฝูงแน่นอน มาร์คระดมทีมโฆษกของรัฐบาล ซึ่งมีเป็นจำนวนมากออกมาต่อต้าน ออกมาปฏิเสธพัลวันว่าเรื่องที่ออกข่าวทำชั่วนั้นไม่จริ๊งไม่จริง อีกกลุ่มหนึ่งออกมา

ใส่ร้ายป้ายสีคู่ต่อสู้ อีกกลุ่มหนึ่งออกมายกยอปอปั้นว่ารัฐบาลมาร์คทำงานมีผลงานดีเด่นมา1 ปีเต็ม โฮ้โฮ..ละครคณะนี้เล่นได้หลายบทช่างเหมาะกับชื่อว่าคณะตอแหลแลนด์เสียจัง เรียกว่าทั้งคณะคนเขียนบทให้เล่นเนี่ยยอดเยี่ยมระดับซุปเปอร์อินเตอร์เลย จัดฉาดสามหน้าไม่ให้ซ้ำกัน จัดฉาก 3 กลุ่มเล่นกันคน

ละเรื่อง เพื่อไม่ให้ใครจับได้ว่าไม่ได้จัดฉาก บางทีคนเดียวกันเล่นทั้ง 3 ฉากเลยตัวอย่างเช่น..เจ้าพ่อขนเพชรเป็นต้นฯ ..ไม่แน่วันใดที่พูดแล้วไม่มีคนเชื่อถือ อาจถอนขนจั๊กแร้ใส่ถุงมาโชว์เป็นหลักฐานอีกก็ได้ใครจะไปรู้? เพราะคนพวกนี้ความอายไม่มีอยู่ในตัวอยู่แล้ว ชอบทำอะไรแผลงๆอวดชาวบ้าน ฉะนั้นต่อจากนี้

ขอให้สังเกตละคร 3 ฉากของคณะตอแหลแลนด์นี้ จะเริ่มในปี2553 เริ่มโหมโรงกันทันที เพื่อให้ผู้คนหันมาสนใจ และเพื่อหามวลชนเข้าข้างตนแต่มาร์คคงสำคัญผิดไปเสียแล้ว ว่าอ้ายที่จัดฉาก 3 กลุ่มประสานเสียงเพื่อตนนั้น จะไม่มีใครรู้ มาร์คคงคิดว่าตัวเองจบจากอ๊อกเหล็กมาจะฉลาดเหนือคนอื่น คิดหรือว่า

คนรากหญ้าทั่วประเทศจะเสพหญ้าที่มาร์คป้อนให้ มาร์คคิดผิด คนรากหญ้าทั่วประเทศตาสว่างกันหมดแล้ว ไม่อาจเสพหญ้าที่มาร์คคิดจะป้อนให้ เพราะรากหญ้าเขาเสพข้าวกัน ไม่ใช่เสพหญ้าอย่างพวกของมาร์คหรอกนะ ดังนั้นละคร 3 ฉากที่จะแสดง พับเก็บไปได้เลย รับรองหาคนดูหาคนเชื่อไม่ได้แน่ ทุกวันนี้

ชาวบ้านเบื้อนหน้าหนีกันแทบทุกคน เพราะพิษเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ชาวบ้านกำลังจะอดตาย รัฐบาลขูดรีดภาษีประชาชน แม้แต่คนขายกล้วยทอด ที่มีรายได้แค่วันละไม่กี่ร้อยบาทต้องเสียภาษี ปีหน้ามาร์คคงเก็ษภาษี คนที่เฝ้าส้วมซึ่งมีรายได้จากที่คนเข้าห้องส้วมปล่อยทุกข์ซิน๊ะรีดเก็ษให้หมด เพราะว่าเงิน

แปดแสนล้านบาทที่กู้เขามามันหมดแล้ว ตอนนี้ใส้แห้งไปตามๆกัน อะไรขวางหน้าเก็ษกินดะ ดูแล้วช่างน่าสมเพชเสียจัง เงินของทักษิณเจ็ดกว่าพันล้านบาทแบ่งหารกันไม่พอ เพราะว่ามีหลายกลุ่มที่ต้องแบ่งกันกิน ขืนแบ่งไม่ทั่วถึงมาร์คก็อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องแบ่งให้ทั่วๆ แต่เอ..ปี2553 นี้มองทำเลหรือยังว่า

จะเขมือบอะไรที่ใหนอีก? วางแผนยังมาร์ค? ได้ข่าวว่าเงินในคลังหมดแล้วมิใช่เหรอ? ระวังนะทั่วโลกมีปัญหาเรื่องเงินๆทองๆกันทั้งนั้น หากมาร์คเอาแต่กู้ๆๆๆเป็นหนี้ทั่วโลกแล้วจะเอาเงินที่ใหนมาใช้หนี้เขา หรึว่ามาร์คจะเอาตัวเองไปขัดดอกเขาก่อน? แต่ว่าเจ้าหนี้ใหนใครเขาจะรับนะเนี่ย? เพราะนิสัยกร่างชอบดูถูก

คนอื่น แถมยังไปหาเรื่องประเทศเพื่อนบ้านอย่างเขมร เขมรก็ยังไม่สมาคมด้วยเลย หันหน้าไปหาพม่า พม่าก็โบกมือโนโนไม่เอาด้วย หันไปหาลาว ลาวก็บอก บ่รับนายกตอแหลของไทย หันไปหามาเลย์เซียมาเลย์เซียก็ส่ายหน้า เป็นอันว่าขายไม่ออก ฉะนั้นคนดีใครๆก็อ้าแขนรับไม่ว่าจะไปประเทศใด แต่คนที่เน่าๆ

หาดีไม่ได้ ไม่มีใครอ้าแขนรับให้เสียชื่อประเทศของเขา ดังนั้นคนดีคนเก่งคือคนสำคัญของโลกที่ไม่มีใครปฏิเสธ ทุกชาติอ้าแขนต้อนรับดูตัวอย่างคือ....ท่าน ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยแลนด์คนนี้ไง.....

ผมเห็นด้วยกับการ "บอยคอต หม่ำ จกม๊ก" ไม่ซื้อ ไม่ดูหนังที่หม่ำแสดง

ที่มา thaifreenews

โดย...ลูกชาวนาไทย


เอาเป็นว่า ผมเห็นด้วยกับการ "บอยคอต หม่ำ จกม๊ก" ไม่ซื้อ ไม่ดูหนังที่หม่ำแสดง "อุดมการณ์สำคัญกว่าการบันเทิง"

ตอนนี้คือ "สงครามทางการเมืองครับ" ไม่มีการปรานี ศัตรูหรือฝ่ายตรงข้ามครับ สถานการณ์ใหญ่ย่อมสำคัญกว่า เรื่องบันเทิง หรือตลก

เมื่อ หม่ำ จกม๊ก ฝักใฝ่นายเนวิน และไปอยู่ข้างเนรวิน เขาก็เลือกข้าง ที่จะอยู่กับ "คนเนรคุณ" เมื่อเป็นอย่างนี้ คนเสื้อแดงก็คงต้่องเลือกเหมือนกันว่า การบอยคอต ไม่ดู ไม่ซื้อ หนังหรือ ดีวีดีของหม่ำ โดยสิ้นเชิง

การ "บอยคอต" หม่ำ จ๊กม๊ก จะได้ผลในทาง "สร้างความสะเทือน" ในวงกว้างมากกว่า" และดังกว่า "มาม่า" ครับ เพราะ "หม่ำ" จะรู้สึกถึงผลกระทบนั้นทันที ที่หนังของเขาออกฉาย และกระทบต่ออาชีพของเขาทันที

นอกจากเขาได้รับ "ค่าตัว" จากเนรวิน" เพียงพอแล้ว ก็โอเคกับการเลือกข้างฝ่ายศัตรูของประชาชน


สงคราม ย่อมไม่ปรานี ข้าศึก เพราะการปรานีข้าศึก ถือว่าเป็นการ "ทำร้ายฝ่ายเรา" การเมตตาข้าศึกเท่ากับการทรมานหรือสังหารฝ่ายเรา เพราะในที่สุดข้าศึกก็ต้องทำลายเรา หรือทำให้สงครามยืดเยื้อ เสียชีวิตและทรัพยากรของฝ่ายเราครับ

ผมไม่ได้เป็นคนไร้เมตตา

แต่กฎของสงคราม ก็คือ กฎของสงคราม แม่ทัพที่เมตตาต่อศัตรู คือ แม่ทัพที่ทำร้ายประชาชน ทำลายประเทศชาติของตน

"บัวแก้ว"พร้อมล่าตัว"ยงยุทธ-จักรภพ" รออัยการประสานมา

ที่มา มติชน

นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศยังคงรอการประสานงานจากสำนักงานอัยการสูงสุดเรื่องติดตามตัวนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีหมายเรียกตัวของศาลในคดียุบพรรคพลังประชาชนและคดีหมิ่นสถาบัน ทั้งนี้ หากอัยการสูงสุดส่งเรื่องมาถึงเมื่อใด กระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมดำเนินการในทันที


ส่วนกรณีการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายพนิช ยืนยันว่า กระทรวงการต่างประเทศยังคงเร่งดำเนินการประสานไปยังทุกประเทศที่ผู้ต้องหาเดินทางไป ในที่นี้คือกัมพูชา และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์


ขณะที่การหาตัวคนปล่อยเอกสารลับรั่วไหล และเรื่องส่งชาวม้งกว่า 4,000 คน กลับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายพนิช เปิดเผยว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มอบหมายให้นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ชี้แจงแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

พท.มอบมงกุฎจำลองรบ.มาร์ค ซัดเป็นพวก19มงกุฎ เจ้าของสโลแกนความร้าวฉานเพื่อนบ้านคืองานของเรา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวพร้อมนำมงกุฎจำลองแจกให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในเทศกาลปีใหม่นี้ว่า ปีใหม่นี้ขอฝากถึงรัฐบาลให้ตั้งหน้ารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาลบ้าง เพื่อนำไปปรับปรุงการบริหารประเทศให้ประชาชนอยู่ดี กินดี ไม่ใชพอใครวิพากษ์วิจารณ์ พลพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาตอบโต้ทันควัน โดยช่วง 1 ปีที่ผ่านมาของการบริหารงาน รัฐบาลได้สร้างความแปลกประหลาดไว้มากมายเกินกว่าที่จะเรียกว่า 18 มงกุฏ


นายจิรายุ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยจึงขอมอบมงกุฎให้รัฐบาล ในฐานะที่สร้างความแปลกใหม่ให้การเมือง ด้านเศรษฐกิจ สังคม เรื่องต่าง ๆ ถึง 19 เรื่อง รวม 19 มงกุฎ เพราะเข้ามาบริหารประเทศด้วยวิธีพิเศษ ทำให้เกิดทฤษฎีใหม่ธรณีวิทยา กรณีเขายายเที่ยงเลื่อนมาอยู่บนบ้านคน ทำให้เกิดสีในสังคมมากที่สุด ทั้งเหลือง แดง น้ำเงิน เขียว แถมเกิดวลียอดฮิต "ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด" และเป็นเจ้าของสโลแกน ความร้าวฉาน ( เพื่อนบ้าน) คือ งานของเรา เป็นสปอน์เซอร์ยอดเยี่ยม ใช้งบภาษีประชาชนมหาศาล ซื้อสื่อสร้างภาพทุกวัน ฯลฯ



"การุณ"โวย"ปทีป"พูดเรื่องวินาศกรรมกทม. ทำปชช.ตกใจ

นายการุณ โหสกุล ในฐานะรองประธานกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีพล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะเกิดเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม 5 จุดในกรุงเทพมหานคร ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ว่า อยากฝากถึงรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า การพูดเช่นนี้ทำให้ประชาชนเกิดความตระหนกตกใจ ในช่วงที่กำลังจะสัญจรไปมา จึงขอเรียกร้องให้ พล.ต.อ.ประทีปรับผิดชอบในฐานะเป็นรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า แล้วจะให้ประชาชนทำอย่างไร ขณะที่รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ควรทำการคิดและชี้แจงว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางไปไหน มาไหนได้อย่างปลอดภัยในช่วงปีใหม่

"เสธ.แดง"เตรียมแอ่วลำปางคนเสื้อแดง- ตำรวจสั่งรปภ. เข้ม

พ.ต.ท.ดีชัย พาณิชย์ แกนนำกลุ่มแดงนครลำปาง เปิดเผยว่า วันที่ 27 ธ.ค. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก จะเดินมาร่วมเสวนาประชาธิบไตยและพบปะกับกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ที่วัดศรีบุญโยง ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง โดยงานจะเริ่มเวลาประมาณ เวลา 13.00 น. คาดว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงจากหลายอำเภอเดินทางเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 500 คน


ด้านตำรวจภูธรจังหวัดลำปางได้มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่หลายพื้นที่ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ เพื่อคอยรักษาความสงบเรียบร้อยภายในงาน นอกจากนี้ยังจะได้มีการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธรอบสถานที่จัดงาน เพื่อป้องกันกลุ่มมือสามอาจที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายภายในงาน

พท.แฉ"กรณ์"ใช้อำนาจอัพเกรดบัตรโดยสารการบินไทย ปูดอีกส.ส.ปชป.2คน-พผ.3คน ขอเพิ่มนน.กระเป๋าเดินทาง

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ว่า พรรคได้รับการร้องเรียนจากพนักงานบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และผู้ถือหุ้นโดยส่งเอกสารมาให้ตรวจสอบ พบว่า นายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอใช้สิทธิในการอัพเกรดบัตรโดยสารให้กับตัวเองและครอบครัวหลายครั้ง โดยพรรคตรวจสอบแล้วพบว่า เกิดขึ้นจริง โดยครอบครัวนายกรณ์เลื่อนชั้นเดินทางทั้งหมด 14 ครั้งโดยเดินทางไปกรุงลอนดอน 11 ครั้ง เกาะบาหลี 2 ครั้ง กรุงปารีส ฝรั่งเศส 1 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าตั๋วเกือบ 3 ล้านบาท โดยมีการจ่ายค่าตั๋วจริงเพียง 4 แสนกว่าบาทเท่านั้น


น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดำเนินการเรื่องนี้โดยเด็ดขาด และขอเรียกร้องให้สหภาพแรงงานรัฐวิสหากิจการบินไทยออกมาเรียกร้องเช่นเดียวกับกรณีการเพิ่มพิกัดน้ำหนักขนกระเป๋าของบอร์ด โดยขอให้บริษัทการบินไทยให้คณะกรรมการชุดเดียวกับที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบเรื่องการขนกระเป๋าน้ำหนักเกินตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย สุดท้ายขอเรียกร้องให้นายกรณ์ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้มีความชัดเจน


น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า มีข้อมูลที่เชื่อได้ว่ามี ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล 5 คน ใช้สิทธิในการเพิ่มน้ำหนักขนกระเป๋าเดินทางเกินกว่าพิกัดที่กำหนด โดยเป็น ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน และพรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คน ซึ่งพรรคกำลังตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับ

ซีรีส์NGOsที่รักภาคพิสดาร( 2):เอ็นโตดีศักดินานิยมตัวพ่อ...หมอประเวศ

ที่มา Thai E-News


โดย คุณรักเอ็นโตดี ห่วงประชาชน
ที่มา ประชาไท
26 ธันวาคม 2552
บทความที่เกี่ยวข้อง:ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน:เอ็นโตดี NGO พวกเขาไม่ได้โง่และไม่ได้บ้าแต่ว่าเพี้ยน..

หมายเหตุ:อันเนื่องมาจากผู้ใช้นามสุรีย์ มิ่งวรรณลักษณ์ ได้เขียนบทความเรื่อง"ขุนนาง NGO กป.อพช.และวิธีคิดอำมาตยาธิปไตย"ลงในหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท เป็นการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของขบวนองค์การพัฒนาภาคเอกชน หรือ(NGOs)ว่าอยู่ตรงกันข้ามกับฝ่ายประชาธิปไตย

ต่อมามีผู้ใช้นาม"รักเอ็นโตดี ห่วงประชาชน"ได้เขียนวิพากษ์ขบวนการNGOsอย่างเผ็ดร้อนในความเห็นท้ายบทความนี้ ไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นการวิพากษ์ในลักษณะของ"คนวงใน"วิพากษ์กันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนให้ได้เข้าใจว่าเพราะเหตุใดNGOsจึงมีบทบาทความเคลื่อนไหวในลักษณะต่อต้านประชาธิปไตย อิงแอบแนบชิดกับอำมาตย์เผด็จการ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ และไทยอีนิวส์ยินดีเผยแพร่ให้ หากผู้ที่ถูกพาดพิงจะมีปฏิกริยาโต้ตอบกลับมา


ในบ้านเรานี้ก็แปลก คนแก่ ๆ ก็เยอะแต่เสือกมี “ราษฎรอาวุโส” อยู่แค่ 3 คน แม่งก็ไม่รู้ใครเป็นคนไปตั้งให้แม่งมัน....

คนแรกก็จารย์เหน่ ตอนหนุ่ม ๆ ก็ทำท่าดี ตอนแก่งั๊ยออกเหลืองอ๋อยก็ไม่รู้ เป็นประธานกรรมการสิทธิฯ แต่งยังงัยไม่รู้ เลีย คมช.ตลอด.....

คนสองก็จารย์ระพี ก็เหลืองอ๋อย แต่พี่แกก็นุ่งเจียมห่มเจียมแล้ว สาธุ (จารย์ระพี่นี่แหละ ที่เปี๊ยก-บำรุง บุญปัญญาบอกว่า เป็นพระอาจารย์ของเค้าและสนิทกันมักๆๆ...มิน่าเล่า......โปรดดูคำให้สัมภาษณ์ของเปี๊ยก ที่เสี่ยแต-สนั่น ชูสกุล จัดทำหนังสืองานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในอายุ 60 ปีของบำรุง บุญปัญญา ที่พิมพ์มาหลายพันเล่ม แต่ยังขายไม่หมดซะทีงัย-ฮาๆ ๆๆ...)

เออ พวกเมิงจำตอนพันธมารไล่ทักษิณรอบแรกได้มั๊ย ไอ้ยะไส มันมาสารภาพที่หลังว่า มันโทร.คุยกับเปี๊ยกในช่วงสถานการณ์ที่ไม่มีทางออก เพราะไล่ยังงัยทักษิณแม่งก็ทนไม่ยอมออก แล้วเปี๊ยกก็บอกมันว่า เฮ้ยไอ้ยะไส เมิงต้องรีบบอกแกนนำให้รีบเสนอ ม.7 เร็วๆ นะว๊อย เดี๋ยวพระองค์ท่านจะออกมาช่วยพวกเมิงเอง...เหี้ย สาดดดด...โปรดอ่านหนังสือประวัติส่วนตัวของ ฯพณฯยะไส รัฐมนตรีของรัฐบาลในฝันจากพรรคการเมืองใหม่ได้เลยคับผม....หลักฐานเห็นๆๆว่าพวกมันคือลูกกะโปกอำมาตย์...)

คนที่สามนี่สำมะคัญ คือ ศาสตราจารย์ น.พ.ประเวศ วะสี คับพี่น้อง (อันที่จริงก็มีคนพยายามจะเป็นราษฎรอาวุโสคนที่สี่อะนะ จำเจ้าขอวาทะ “อัศวินควายดำ” ได้มั๊ย นั่นละเค้าละ หมอเสม งัย!)

อีตาประเวศนี่ครือ เจ้าของวาทะบันลือโลก (ที่ลอกเค้ามา)... “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” (เขยื้อนอะไรก็ไม่รู้ซิ...ไม่เห็นทำอะไรเลย นอกจากเอาศีลห้ามาขยายเป็นบทความ แล้วลูกกระเป๋งก็เอาไปพิมพ์ขาย...เดินดูตามห้างขายหนังสือทั่วใต้หล้า....สามสิบปีแว้ว ยังวางอยู่ที่เดิมเลย...)

หมอประเวศนี้เธอไปที่ใหนก็พูดจาเพ้อเจ้อ...ชุมชนเข้มแข็ง....ผีเสื้อขยับปีก...เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว.....ผสมผสาน....ยั่งยืน....อดออม...และสุดท้ายในวันนี้ก็ “พอเพียง” งัยคับพี่น้อง......ไอ้พวก เอ็นโตดี สมองหมาปัญญาควายทั้งหลาย แม่ง ก็ชอบเชิญหมอประเวศไปพูดกันนัก ..เวลาจัดมหกรรมภาคประชาชวย เอ้ย ประชาชน หรือ ที่เรียกกันว่า จัดอีเว้นต์แล้วแดกยัดห่าเงินค่าหัวคิดจัดงานกันนั่นแหละ...ถามจริงๆเถอะวะ ทนฟังได้ไง แล้วพวกเมิงฟังมันรู้เรืองมั๊ยนี่ ตอบกรูหน่อย กรูอยากรู้ว้อย!!! (ต้องตะโกนดัง ๆ นะประโยคสุดท้าย)

อีตาหมอประเวศนี่เธอเป็นคนเรียนเก่งอะนะ จบหมอมหิดล แล้วได้ทุนหลวง (อ่านว่าทุนหลวง) ไปเรียนเมืองนอกเมืองนาถึงมหาวิทยาลัยโคโรลาโด อเมริกาโน่น จบทางด้านเลือด ก็ไม่รู้เลือดบวกหรือลบอะนะสายข่าวไม่รายงานมา.....และเธอยังไปได้ปริญญาทางพันธุศาสตร์จากอังกฤษด้วยนะ รู้สึกจะกลับเมืองไทยราว ๆ ปี 2504 สมัยผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุมพอดีงัย...

ทุนการศึกษาที่ว่านั้น เป็นทุนส่วนพระองค์ (อ่านว่าส่วนพระองค์) อันเป็นทุนในโครงการพระราชดำริในยุคเริ่มแรกของ “มูลนิธิอานันทมหิดล” (นี่พวก กป.อพช.จะนับมูลนิธิฯนี้เป็นพวก “ประชาสังคม” หรือเปล่าหนอ!!!-ฮา) จึงมิใช่เรื่องแปลกที่เธอออกจะรักในหลวงห่วงลูกหลานแบบเว่อร์ ๆๆ ตลอด...แน่ละ เธอคือ สปีกเกอร์ตัวเอ้ของทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงเลยนะ....เห็นว่า เขียนสคริปกันตอนร่วมดื่มน้ำจันท์จนซอดแจ้งจ๊างปางอะนะ...หุๆๆๆ คุกๆๆๆฮาๆๆๆ....ก็จะไม่ให้เธอรักxxxห่วงลูกหลานได้ยังงัยละ ก็ภารกิจออกสำคัญปานนั้น.....เธอก็

ต้องทำให้มันบรรลุ...เพราะชาวบ้านยัง “โง่ จน เจ็บ” พูดบ่อย ๆ เดี๋ยวแม่งก็เชื่อเองแหละ...คราวนี้ละมึงมหาอำมาตย์ต้องตั้งกรูเป็น “องคมนตรี” ตอนแก่แน่ ๆ แฮ่ม!!! (คนอย่างอีตาหมอประเวศ หรือ อานันท์ ปันยารชุน หรือ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ พิภพ ธงชัย....ล้วนกระสัน อยากเป็นองคมนตรีกันทั้งนั้น....พวกกรูมี “เทปลับ” มักๆๆ ที่ ไอ้เหี้ยยะใส มันพูดเทือกๆนี้แหละ...ไอ้ส้นตีน)

ยะใสนี่แม่งยังจีบปากจีบคอ เล่าด้วยความภูมิใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า เรื่องในรั้วในวัง พวกมัน ครป.-ก่อนไปอยู่ใต้กะโปกไอ้แป๊ะลิ้ม ก็รู้ข้อมูลลึกลับจากบรรดาเหล่าลูกสมุนมหาอำมาตย์พวกที่ว่ามานี่แหละ เพราะเข้ารั้วเข้าในไปกินเหล้าวิเคราะห์หุ้นกันทุกอาทิตย์อะนะ...อย่านะมึง เดี๋ยวพวกกรูเอาเทปลับให้แม่ยก เมิงจะอดขี่รถเก๋งนะ เพราะเดี๋ยวแม่ยกปลายแถวศักดินาของเมิงจะยึดคืนแน่ๆๆ....ฮาไม่ออก หุๆๆๆ ได้แต่ไอและจาม ฮัดเช้ย คุกๆๆๆ)

แก๊งของเธอมิใช่ธรรมดาอะนะ เธออยู่ข้างหลัง...ว้าย หามิได้เธออยู่เบื้องหลังการก่อตั้ง “ชมรมแพทย์ชนบท” ที่แม่งเหลืองถึงกางเกงในเลยอะนะ(หากพวกเมิงไม่เชื่อกรู ลองถามหมอยิวดูก็แล้วกัน)...และออกหนังสือ “หมอชาวบ้าน” เป็นกระบอกเสียงด้วยนา..บลา บลาไม่ธรรมดา

ที่เธอมาเกี่ยวข้องกับเอ็นโตดีนั้น.....มันเป็นอย่างงี้คับเจ้านาย

ว่ากันว่า เธอมีตำแหน่งทางสังคมากมาย เอาเฉพาะตำแหน่งประธานโน่น รองประธานนี่ก็ปาเข้าไป 600 กว่าองค์กรแว้ว...โอ พระเจ้าจร์อจ เธอเกิดมาเพราะสิ่งนี้จริงๆๆ

อีตาหมอประเวศนี่เธอมี “ลูกรัก” อยู่ในวงการเอ็นโตดี อยู่ 3 หน่อพุทธางกูล หน่อแรก ครือ ไพบูลย์หัวล้าน(พักไว้แค่นี้ เดี๋ยวมีซีรีย์เดี่ยว ๆ) หน่อสอง คือ อเนก นาคะบุตร หน่อสาม ครือ หมอพลเดช ปิ่นประทีป......


ทีนี้เธอกับจารย์เหน่ และลูกๆ ก่อตั้ง “สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา” ที่มีหมอพลเดช เป็นผู้อำนวยการอยู่ในวันนี้ หมอพลเดชนี่ก็ครือคอมมูนิดไม่เคยกลับใจ เพราะแม่งไม่เคยมีความคิดเป็นคอมมูนิดมาก่อน เข้าป่าที่ เขตงาน 196 หนองบัวแดงนั้นก็เพราะหนีตายหรอกวะ...สมัยทำกิจกรรมที่มหิดลแม่งออกขวานิดๆด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกใจที่แม่งรับใช้ คมช.แบบสุดจิตสุดใจ(อันนี้ก็จะมีซีรีย์แจม แถมให้ตอนท้าย ๆ)

อันว่า สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา หรือ ที่พวก เอ็นโตดี มันเรียกกันว่า LDI น่าแหละ มันไม่ได้จดทะเบียนอะนะ เวลาเงินจากแหล่งทุนของรัฐบาล ไม่ว่าจากในประเทศ หรือ ต่างประเทศที่จะให้การสนับสนุน มันต้องมีองค์กรที่จดทะเบียนจึงสามารถทำนิติกรรมได้ พวกเมิงเข้าใจยังสาดดด....อีตาหมอประเวศ จึงก่อตั้ง “มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา” ขึ้นมาราว ๆ ปี 2533 อะนะ

เบื้องต้นก็ทำหน้าที่บริหารและจัดสรรงบประมาณ “กองทุนพัฒนาท้องถิ่นไทย” จำนวน 100 ล้านบาท จากรัฐบาลแคนาดาในนามแหล่งทุน CIDA งัยสาดดดด...เมิงเข้าใจยัง เงินก้อนนี้ในยุทธจักรบูลิ้มเค้าแดกเรียบ จนขี้ออกมาไม่เหลือแว้ว....(พวกมันอ้างว่าเอาไปจัดทำแผนพัฒนาประเทศ หรือ แผน 9 ที่พวกมันภูมิใจว่า สามารถบรรจุคำว่า “ภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ” ยังงัยหละไอ้ส้นตีน...โดยมีตัวเธอน่าแหละเป็นประธานมูลนิธิฯตลอดกาล (เอ๊ะๆๆคลับคล้ายคลับคลามูลนิธิรัฐบุรุษ ของอีตากระเทยเฒ่าเลยอะนะ-ก็มันครือๆๆเครือๆๆเดียวกันงัย)

หลัง 14 ตุลาคม 2516 อะนะ กระแสคอมมูนิดมันพุ่งปริ๊ด..อีตาประเวศเนี๊ยะ เธอก็ไอเดียพุ่งกระฉูดเหมือนกัน กะรับใช้ศักดินาใหญ่เพื่อเต้าใต่ลาภยศสรรเสริญอะนะ...เสนอบทความที่ชื่อว่า “สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่” ตีพิมพ์ในนิตยสาร “สังคมศาสตร์ปริทัศน์” ราวๆเดือนมกราคม 2517 อะนะ...เธอเสนอว่า ให้ยึดถือสถาบันกษัตริย์เป็นทางออกในการแก้ใขปัญหาคอมมูนิด....

ที่นี้เวลาชุมนุมเหล่าจอมยุทธ์ ที่ LDI มันก็เสนอยุทธศาสตร์ทางการเมืองภาคประชาชน โดยให้ประสานอุดมการณ์หลัก คือ ศาสนาพุทธ กับ พระมหากษัตริย์ อันเป็นที่มาของแนวคิด “ประชารัฐ” และยุทธศาสตร์ “พลังแผ่นดิน” ยังงัยเล่า....

แล้วเธอก็ให้ลูกรักหน่อเนื้อพุทธางกูลทั้ง 3 หน่อนั้น นำไปปฏิบัติการให้เป็นรูปธรรม...พวกเมิงจึงเห็น ไพบูลย์หัวล้าน เอนกปากเบี้ยว หมอพลเดช ไปร้องแรกแหกกระเชอ ให้ญาติพี่น้อง เอ็นโตดี จัดทำโครงการมาแล้วนำไปขอทุนรัฐบาลผ่านแหล่งทุน SIF พอช. สสส. สกว. สวรส. สปสช. ฯลฯ (ไอ้แหล่งทุนพวกนี้ ล้วนแล้วแต่ถูกออกแบบจากอีตาหมอประเวศและลูกรักของเธอ เมื่อตั้งกองทุนชื่อย่อต่าง ๆ เสร็จสรรพ เธอก็ส่งสานุศิษย์ไปปกครอง ยึดกุมอำนาจ เหมือนมหาอำมาตย์พ่อมันเคยส่งคนไปกินเมืองยังงัยยังงั้น

ยกตัวอย่างพอเป็นสังเขป อาทิ สสส. เนี๊ยะก็มีหมอสุภกร บัวสาย เป็นผู้จัดการ ส่วน สกว.ในตำแหน่งระดับผู้อำนวยการสำนักที่มีผลต่อการให้เงินทุนชาวบ้านเค้าเนี๊ยะก็มีจารย์สีลาภรณ์ บัวสาย เอะๆๆ...ทำมั๊ยนามสกุลเดียวกันละ อ้าว ไอ้สาดดด...ก็แม่งเป็นผัวเมียกันงัยสาดดดๆๆๆๆ.... ที่นี้พวกเมิงรู้ที่มาที่ไปแล้วนะว่า เวลาพวกนี้ไปเห่าหอนที่ใหน พวกเหี้ยเนี๊ยะ จะขึ้นต้นด้วยคำพูดที่ท่องจำมาจากพ่อของมันว่า “ฟ้าเปิดแล้วครับ พวกเราต้องสร้างความดี เพื่อพ่อของเรา....เราต้องรวมเป็นประชารัฐ.....สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา....ภูมิพลังชุมชน....พลังแผ่นดิน....แดง เอ้ยผิดคิว เหลืองทั้งแผ่นดิน..” เอ้า...ฮาๆๆๆๆ

อีตาหมอประเวศนี่ เธอมีภาพลักษณ์เป็นคนมักน้อย ใช้น้อย พูดเพราะ ปากหวานจีบปากจีบคอ ทำตัวดีสุด ๆๆๆ ใครยืนอยู่ข้าง ๆ ชั่วหมด....เหมือนกระเทยคนนั้น ใครนะ อ๋อ..นักฆ่าลุ่มน้ำเจ้าพระยางัยสาดดดด......แต่ถึงจะสร้างภาพอย่างไร หมกเม็ดอย่างไร? ชาวบ้านชาวช่องเขาตื่นจากการหลับใหลแล้ว....เขาไม่เชื่อพวกเมิงอีกแล้วสาดดดด............

เออ...กรูต้องนั่งยัน นอนยันกับพวกเมิงอีกครั้งว่า อีตาหมอประเวศนี่นะ....แม่งเป็นตัวพ่อของ “รอยัลลิสต์”เลยนะ (ก็ศักดินานิยม -พวกนักวิชาเกินปลายแถวห้ามมาเถียงเรื่องคำโน้นคำนี่ ต้องแปลว่าอย่างนี้ นิยามอย่างนั้น กับกรูนะว๊อย..เดี๋ยวเตะก้านคอเลย กรูไม่ใช่ผู้ดีจอมปลอมแบบพวกเมิงละกัน) แม่ง ทำทุกอย่างเพื่อพ่อของเธอเลยนะ....แม่งก็จะไม่ทำได้งัย ก็เมื่อเธอแต่งงานอะนะ...ได้รับน้ำสังข์สมรสเป็นการส่วนตัวเลยอะนะ...ยัง ยังไม่พอแม่ของxxx ยังเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงฉลองที่โรงแรมเพรสิเด้นท์ด้วยนะ.....

เห็นหรือยังละที่นี่ว่า ทำมั๊ยๆๆๆๆๆ พวกเอ็นโตดี จึงไปสวามิภักดิ์ไอ้กระเทยเฒ่า..ไปเป็นหางเครื่องของพวกพันธมาร ไปเป็นลูกกะโปกไอ้แป๊ะลิ้ม....ก็เรื่องแม่งเป็นเยี่ยงนี้แหละ
*********
บทความชุดนี้:ซีรีส์NGOsที่รักภาคพิสดาร(1):ตอนที่ 1 :"NGOs โลก"ซากเดนศักดินา

ซีรีส์NGOsที่รักภาคพิสดาร(1):ตอนที่ 1 :"NGOs โลก"ซากเดนศักดินา

ที่มา Thai E-News

โดย คุณรักเอ็นโตดี ห่วงประชาชน
ที่มา ประชาไท
26 ธันวาคม 2552
บทความที่เกี่ยวข้อง:ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน:เอ็นโตดี NGO พวกเขาไม่ได้โง่และไม่ได้บ้าแต่ว่าเพี้ยน..


หมายเหตุ:อันเนื่องมาจากผู้ใช้นามสุรีย์ มิ่งวรรณลักษณ์ ได้เขียนบทความเรื่อง"ขุนนาง NGO กป.อพช.และวิธีคิดอำมาตยาธิปไตย"ลงในหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท เป็นการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของขบวนองค์การพัฒนาภาคเอกชน หรือ(NGOs)ว่าอยู่ตรงกันข้ามกับฝ่ายประชาธิปไตย

ต่อมามีผู้ใช้นาม"รักเอ็นโตดี ห่วงประชาชน"ได้เขียนวิพากษ์ขบวนการNGOsอย่างเผ็ดร้อนในความเห็นท้ายบทความนี้ ไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นการวิพากษ์ในลักษณะของ"คนวงใน"วิพากษ์กันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนให้ได้เข้าใจว่าเพราะเหตุใดNGOsจึงมีบทบาทความเคลื่อนไหวในลักษณะต่อต้านประชาธิปไตย อิงแอบแนบชิดกับอำมาตย์เผด็จการ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ และไทยอีนิวส์ยินดีเผยแพร่ให้ หากผู้ที่ถูกพาดพิงจะมีปฏิกริยาโต้ตอบกลับมา


กรูเห็นพวกเมิง เอ็นโตดี ทั้งหมดทั้งมวลทะเลาะกัน อ่านแล้วรู้สึกมันดี จึงอยากร่วมแจมกะเค้ามั่ง…

ก่อนอื่นพวกเมิงต้องมาเข้าใจพวกมันให้ถึงรากถึงโคน ถึง ริดสีดวงดาก ของพวกมันก่อนอะนะ “สำนักข่าวผ้าปูเตียง” ได้จัดทำรายงานใส่แฟ้ม “ลับสุดยอด” ไว้แฟ้มหนึ่ง เผอิญกรูไปแอบถ้ำมองพวกมันมา....จึ่งได้ของดีมาเล่าสูกันฟัง ดังความว่า

ในใต้หล้าของยุทธจักรบู้ลิ้ม คนที่เคยทำงานทั้งบนดิน ใต้ดิน ในรู หรือ ใต้ผ้าปูเตียงของพวกมัน จะเรียกขานมันว่า “พวก NGOs โลก” ก็คือว่า ใครคิดแบบพวกมันจึงจะอยู่ในบู้ลิ้มได้ว่างั้นเถอะ.....พวกมันก็มี “บิดา” เหมือนพวกเมิง พวกกรูนี่แหละ อย่ากระนั้นเลย ขอเปิดตัว “ละคร” สำคัญ ๆ เพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้นร่วมกันก่อนอะนะ.....ครือว่าเรื่องของเรื่องแม่งเป็นอย่างงี้วะ….


เริ่มจากนี่ก่อนเลยอะนะ.....

1. “ป๋วยปีแปกอ” : NGOs ตัวพ่อ !!!

ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ พาลูกศิษย์ธรรมศาสตร์ออกชนบทเริ่มโครงการพัฒนาแห่งแรกในจังหวัดชัยนาท เป็นการเบิกฤกษ์วงการเอ็นจีโทยเมื่อราวปี2512

ต้องขออำภัยสำหรับผู้ที่เคยเสพสำราญจากข้อเขียนของ คุณรักในหลวงห่วงลูกหลานมาแล้ว ในที่นี้จะขอเพิ่มเติมบางประเด็นเกี่ยวกับป๋วยปีแปกอเท่านั้น

ราว ๆ ปี 2512 ขณะนั้นป๋วยปีแปกอ ยังอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ อยู่มาวันหนึ่งตามประสาคนกำลังจะแก่ตัวอะนะ แกก็ฝันเห็นยมทูตจากนรกขุมใหนก็ไม่รู้มาหาแก แล้วก็สั่งแกว่า หากจะล้างบาปจากที่รับใช้เผด็จการผ้าขะม้าแดง ไอ้เหี้ยมหนอม ละก็ ต้อง เป็นคนดีมีคุณธรรม ให้ทำความดี ๆๆๆๆ

พอแกตื่นจากฝัน แกก็เรียกลูกศิษย์ลูกหาเข้าพบ ลูกศิษย์ลูกหาของแกก็เช่น ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม (คนหัวล้าน ๆ ได้ดีเป็นเสนาบดีเพราะช่วยเผด็จการ คมช.นั่นงัย...ทุด สาดดดด !!!) พิเชียร คุระทอง (มติชน) คุณหญิงสุพัตรา มาศดิษฐ์ (ประชาธิปัติย์) เดช พุ่มคะชา (ก็อยู่หลายที่ ครป.ขี้เหลืองอ๋อย, มอส. / ฟอสเตอร์-แพลนอีสาน) พรรณยุพา นพรัก (ม.นเรศวร –คนนี้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของ “เสี่ยเป๋ง-สมพันธ์ เตชะอธิก ก่อนอยู่ RDI.,” ม.ขอนแก่น เดี๋ยวนี้ก็ยังสอนสอนอยู่ ม.ขอนแก่น ที่เรียกเสี่ยไม่ได้เรียกผิดหรอกเรียกตามเนื้อผ้า เพราะเขาได้เงินจากภาษีบาป แหล่งทุนหน้าโง่ สสส. มา 40 กว่าล้านบาทอะนะ-เดี๋ยวเรื่องนี้ขอข้ามไปก่อน จะมาเล่าให้ฟังทีหลัง) และอีกหลาย ๆ คน

พอป๋วยปีแปกอ ประชุมลูกศิษย์เสร็จสรรพเรียบร้อย เพื่อเป็นการไถ่บาปจึงจัดทำโครงการพัฒนาชนบทขึ้นแถว ๆ ลุ่มน้ำแม่กลอง แถว ๆ ชัยนาท (เรื่องนี้ต้องถามลูกศิษย์แกประเภท เรือง สุขสวัสดิ์ หรือ สมพงษ์ แขนด้วนดู พวกมันยังทำมาหาแดกเขียนโครงการหลอกแดกแหล่งทุนหน้าโง่อย่าง พอช.ภาคกลาง อยู่ทุกวันเลยอะนะ)

เด็ก ๆ เหล่านี้ที่เป็นลูกศิษย์ของป๋วยปีแปกอสมัยโน้น ก็ลงพื้นที่ชนบท ออกค่าย สร้างโน่นสร้างนี่กันอยู่หลายปี (ขอโทษด้วยเจ้าคะ อกอีแม้นจะแตก พอพวกเด็กของแกเดินทางกลับ มห’ลัย ชาวบ้านแบกจอบแบกค้อนไปทุบสิ่งปลูกสร้างของเด็ก ๆ ซะเละเทะเลยครับพี่น้อง-เอาฮา ๆๆๆ)

บรรดาเด็ก ๆ สานุศิษย์ของแก บัดเดี๋ยวนี้เป็นใหญ่เป็นโตเต็มบ้านเต็มเมือง ก็ทำอะไรออกเหลืองไปหมดอะนะ....

กระนั้นก็ดี แกก็สร้างอะไรไว้เยอะก่อนจะถูก “ให้ไปตายต่างประเทศ” แถมก่อนไปยังถูกแถมท้ายจากนายตำรวจตัวเหี้ยเอาปืนตบบ้องหูจนหูแกหนวกจนตายอะนะ (ไม่รู้วิญญาณแกจะรู้มั๊ยหน้อว่า มันผู้ใดส่งแกไปตายต่างประเทศ ฮา ๆๆๆ)

เอาหละสิ่งที่แกสร้างในแวดวงการพัฒนาชนบท/สังคม ก็เช่น โครงการบัณฑิตอาสาสมัคร ที่ทำมะสาด ซึ่งเดี๋ยวนี้กลายเป็น “สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร” เทียบเท่า “คณะ” และคนที่เป็นแขนเป็นขาอย่างแข็งขันก็คือ บัณฑร อ่อนดำ (เจ้าสำนักบู้ลิ้ม CO อันโด่งดังคนหนึ่ง) และ เดช พุ่มคะชา และบรรดาครูที่ยังสอนในสำนักนี้อยู่ นั่นแหละ

ต่อมาสานุศิษย์เหล่าโน้น ก็ “ขยายปีก” นำแนวคิดแบบ “บัณฑิตอาสาสมัคร” ไปขยายทั่วใต้หล้า ทำให้ยุทธจักรบู้ลิ้มสั่นสะเทือน เช่น บัณทร กับ ร.ต.อ. รศ. ดร. มรว.อคิน รพีพัฒน์ (ชื่อยาวฉิบหายเลย) ก็นำไปสร้าง “โครงการ / สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร” ที่ มหา’ลัย ขอนแก่น และสร้าง RDI. (สถาบันวิจัยและพัฒนา ม.ขอนแก่น) ที่มี “หลานศิษย์” เติบใหญ่ในที่นี้หลายคน เช่น เสี่ยเป๋ง, วิเชียร แสงโชติ (คนนี้พวก กป.อพช.อีสาน และ พอช.อีสาน มันชอบใช้บริการ-เรียกว่า “นักวิชาการบริการ” ก็คงจะได้-ฮา ๆๆๆ) ซึ่งสาธุชนทั้งหลายจึงไม่แปลกใจที่ RDI. แม่งเหลืองเกือบทั้งตึก ก็ “ไอ้หมอเหี้ยมๆ” ลูกกะโปก “ไอ้ลิ้ม” มันเป็น “ผู้อำนวยการ” อยู่นั่นงัย...สาดดดด !!!

ส่วน “เปี๊ยก” บำรุง บุญปัญญา นี่จบ ม.เกษตรศาสตร์ช่วงหลังนิดหน่อยก็เข้าไปทำนากับเรือง ที่ชัยนาท แล้วพระอาจารย์ป๋วยปีแปะกอ ก็ส่งไปเรียนที่อังกฤษ (แต่ข่าวว่าเรียนไม่จบเพราะชอบไปประชุมลับในร้านเงียบ ๆ ที่ไม่มีเด็กเสิร์พบ่อย ๆๆ เอ้าฮาๆๆๆ)

และในใต้หล้า ยุทธรจักรบู้ลิ้ม แม้ป๋วยปีแปกอไม่ได้อยู่เมืองไทยตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2519 แล้ว แต่สายของแกก็ถูกวางไว้ทั่วประเทศแล้วครับท่าน


มิพักต้องพูดถึง.....อยู่ ๆ ยุทธจักรบู้ลิ้มก็ปั่นป่วน เกิดวิกฤติศรัทธาใน พคท. ช่วงตั้งแต่ 2521 -2525 (ป่าแตก)....ช่วงดังกล่าว จอน อึ้งภากรณ์ อันเป็นทายาทของป๋วยปีแปกอ ก็ผันตัวเองจากครูสอนหนังสือที่รั้วจามจุรี มาสร้าง “โครงการอาสาสมัครเพื่อสังคม” ที่ต่อมาเป็น “มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสัง” (มอส.) อันโด่งดัง โดยมีคู่หูดูโอ้แรก ๆ คือ รศ.ดร.โคทวย เอ้ย โคมทม อารียาร่วมด้วยช่วยกัน (มอส. เนี๊ยะนะเปรียบเหมือโรงเรียนนายร้อย จปร. ของนักพัฒนา คือ พวกเอ็นโตดี หรือ พวก NGOs โลก นี่ก็แปลก ใครไม่ผ่าน มอส. แม่งก็บอกว่า เป็นเอ็นโตดีของปลอมบ้าง เป็นพันธุ์ทางบ้าง-ก็ มอส.นี่แหละ ที่ช่วงแรก ๆ มี จอน เป็น ผอ. และมี เอ็นจีอ้วน ภูมิธรรม เป็นรอง ผอ. .....เอ๊ะ ๆ ๆๆ ชักงง ๆๆ แล้ว เหลืองกับแดง เคยอยู่ร่วมกันมาก่อนนี่หว่า-อย่าเพิ่งฮา...จะขยายความข้างล่าง)

มอส. เนี๊ยะ เขากะผลิตคนเป็น “นักพรต” เลยอะนะ กะให้เป็นประเภท “กินน้อย ๆ ขี้มาก ๆ” จะได้ผอม ๆ แบบว่าพอเพียงงัยไอ้สัด ไม่เข้าใจหรืองัยสาดๆๆๆๆ แถมเด็ก ๆๆๆ ที่เข้าไปเป็นอาสาสมัครจะถูกบังคับให้ “เชื่อ” แนวทางวัฒนธรรมชุมชน (ประเภทชนบทล้อมเมือง เอ้ยลืมไป ผิดคิว ๆๆๆ ก็ครือภายใต้คำขวัญ “คำตอบอยู่ที่บนเตียง เห้ยอีกแว้วกรู คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน”และสุดชั่วก็คือ บังคับให้อ่าน “สมอลอีสบิวต้ฟูล-จิ๋วแต่แจ๋ว ของชูมัคเกอร์” หากใครไม่อ่าน หรือ อ่านไม่จบ จบแล้วไม่เชื่อก็ต้องให้ไปอยู่นอกด่านครับท่าน....ดูมันทำๆๆๆๆ

มอส. นี่มันเป็นยุทธศาสตร์ต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างหนึ่งของพวก “ซากเดนศักดินา” เลยนะมึงอย่าเอะไป....ก็ประมาณว่า ดักเก็บเอาพวกนักศึกษาจะจบแหล่มิจบแหล่มาอยู่ในอุ้งเท้า พร้อมกันนั้นก็เก็บตกบรรดา “พคท.อกหัก” ที่เข้าป่าเพราะขายลูกชิ้นปิ้งแถว ๆ สนามหลวงไม่รู้อีโหน่อีแหน่ แล้วเอามาใส่ตระกร้าล้างน้ำว่างั้นเหอะ “รีออแกไน” แหะ ๆๆ หุๆๆๆ ใช้แนวทางวัฒนธรรมชุมชน ทางเลือก ผสมผสาน ยั่งยืน และล่าสุดพอเพียง โคตรพ่อโครงแม่งมันเป็น “เข็ทมุ่ง” ฮา ๆ ๆๆ

บรรดาเหล่าสานุศิษย์ มอส. รุ่นแรก ๆ จึงยังใส่กางเกงขาก๊วย เสื้อพื้นเมือง แถมมีผ้าขาว (จะขาวม้าหรือไม่ม้าก็แล่นแต้) พาดบ่า เวลาประชุมก็เดินไปเดินมา พร้อมกับถ้วยกาแฟงัยสาดดดดด....

เอะแล้ว มอส. รุ่นแรก ๆ ก็มีหน้าตาอย่างไรบ้างนะ เอ้าก็พวก เสี่ยชัชวาลย์ ทองดีเลิศ เจ๊สุนทรี เซ่งกิ่ง เสี่ยพลากร วงศ์กองแก้ว เสี่ยอกนิษฐ์ (โอ้พระเจ้ายร์อจ) ป้องภัย เทื่อก ๆ นี้แหละ.....แล้ว พคท.ตกทุกข์ได้อยาก หรือ นักกิจกรรมในมหาวิทยาลัยฝ่ายซ้าย ๆ ก็เช่น นิกร วีสเพ็ญ, อู๊ด ยโสธร เป็นอาทิ

ขอรวบรัดตัดตอน จนมาถึงที่ คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน เธอว่าไว้ คือ ยุครุ่งเรืองก็ยุคเขมรอพยพ เอ็นโตดีในอีสาน มีเงินเยอะมาก และช่วงต้นทศวรรษที่ 2520-30 แหล่งทุนหน้าโง่จากตะวันตก เสือกใจดีให้เงินพวกมันมาทำโครงการโน่นโครงการนี่เต็มบ้านเต็มเมือง ว่ากันว่าทั่วประเทศนั้นแหละ.....(แม่งเงินเหลือ หรือว่า อมเค้าก็ไม่รู้สายข่าวไม่รายงาน ก็เอาไปสร้างตึกขาวที่ทำการพวกมัน...สร้างศูนย์เนท.....สร้างอาศรมดอนแดง ตอนนี้ก็ให้ เสี่ยแขก นอนแดกเหล้าขาวเฝ้ายามอยู่นั่นงัย...บางวันพี่แกงัวเงียตื่นขึ้นก็ได้ข่าวดีนึกว่าฝันไป-เฮ้ยแขก ได้เงินหมู่ พอช.อีสาน ภาคประชาสังคม ให้เมิงไปหาขุดสมุนไพรต่อแล้ววะ...อ้าเหรอ กรูเลิกทำไปนานแล้ว แกนนำกรูไปตัดอ้อยเมืองกาญจน์หมดแล้ว และกรูก็ไม่เคยเขียนโครงการขอเค้าด้วย แล้วกรูได้มายังงัยวะ เออเหล้าขาวหมดพอดี-เสี่ยแขกรำพึงรำพันในบางวันที่เบลอ-แล้วมันก็เอาเงินก้อนนั้นเหมารถพาชาวบ้านไปเลียกะโปไอ้แป๊ะลิ้ม-สาดๆๆๆๆๆ)

อย่ากระนั้นเลย วันดีคืนดีมันก็คิดเรื่อง “เครือข่าย” เน็ทเวิร์กขึ้นมา หันไปรวบรวมไพล่พลเหล่าเอ็นโตดีทั่วประเทศ และอาสาสมัครของ มอส. ที่ไปทำงาน 5-6 ปี เริ่มปีกกล้าขาแข็งแล้วมาร่วมกันก่อตั้ง กป.อพช.ชาติ ขึ้นมา เรียกหรู ๆๆๆ ตามแม่งว่า เอ็นจีโอคอต งัยสาดดดด......ความจริงเค้ามีชื่อยาว ๆ ของเค้าอยู่นะ

แรก ๆ เนื่องจากแม่งทำงานแต่ในชนบทชูคำขวัญ “คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน” มีรูปคนแก่ๆผอม ๆ ถือไม้เท้ายักแย่ยักยันเป็นรูปเคารพอะนะ (หน้าคลับคล้ายคลับคลามหาตมะ คาทวย เอ้ย คานที นั่นแหละ...เออหนอเหล่แถวที่ทำงาน สำนักงานพวกแม่งแขวนป้ายบิดามันอยู่คลับคล้ายคลับคลา 2-3 คน อ้อ นั่นรูป ส.ศิวยั๊วนี่หว่า เอ้านั่นรูปป๋วยปีแปะกอวะ เอ้านั้นรูปใครนะคุ้น ๆๆเห็นกันทุกวันเวลาจ่ายค่าเบียร์-สาดๆๆๆๆ) เค้าใช้ชื่อ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนชนบท(กป.อพช.) ต่อมาสถานการณ์เปลี่ยนก็เลยเปลี่ยชื่อให้สอดคล้อมกับยุคสมัยที่บ้านเราเป็นทุนนิยมแล้วพวกเมิงยังจะใช้ความไถ่นาอยู่หรือสาดดดด ....จึงมีชื่อว่า คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (เฉย ๆ ชื่อย่อตัวเดิม ก็ กป.อพช.)

และแล้วนับแต่บัดนั้น ในยุทธจักรบู้ลิ้มก็เริ่มเกิดเจ้ายุทธจักร มีกระบี่มือหนึ่งสังกัดสำนัก เกิดการผูดขาดทั้งความคิด เงินงบประมาณ ประมาณว่าทำตัวเป็น “ขุนนาง NGOs” ตามที่สุรีย์เขาด่าเป๊ะเลยตั้งแต่บัดนั้น....จนบัดเดี๋ยวนี้

อ้าว....แล้วใครบ้างละเป็นตัวตั้งตัวตีในการก่อสร้าง กป.อพช. ก็เช่น บัณฑร อ่อนดำ เดช พุ่มคะชา บำรุง บุญปัญญา ชัชวาล ทองดีเลิศ นี่งัย ถึงบ้างอ้อหรือยังคะ....

เฮ้อ...เล่าเรื่องพวกมันแล้ว เดี๋ยวตีรถไปอาศรมดอนแดง ขอถอนเหล้าขาวกับเสี่ยแขกก่อนอะนะ

ปล.โปรดอย่ารอคอย แต่จงติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัย ของ ตอนที่ 2 เอ็นโตดีศักดินาตัวพ่อ...ประเวศ วะศรี พลัน!!!!

กรณีสุรยุทธ์ ณ เขายายเที่ยง ตอกย้ำสองมาตรฐานในสังคมไทย

ที่มา Thai E-News


โดย คุณลอย ลมบน
ที่มา เวบไซต์ โลกวันนี้
26 ธันวาคม 2552

ทำท่าว่าจะกลายเป็นซีรี่ส์เรื่องยาวเสียแล้ว สำหรับกรณีเข้าไปยึดครองพื้นที่ป่าสงวนบนเขายายเที่ยง ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี

ที่ว่าเป็นซีรี่ส์เรื่องยาว ก็เพราะมันกั๊กๆ กันอยู่ยังไงชอบกล สำหรับเรื่องนี้

1.เมื่อมีคนไปฟ้องโดยตรงต่อศาล ศาลก็ไม่รับฟ้อง เพราะเห็นว่าไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง

2.ผู้เสียหายโดยตรงอย่างกรมป่าไม้ไม่คิดที่จะขยับดำเนินการอะไร

3.ร้ายไปกว่านั้นคือ ตำรวจหลายโรงพักที่มีประชาชนไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ ก็ไม่ได้ทำให้คดีมีความคืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น

ทั้งที่กรณีนี้เป็นความผิดชัดเจน เนื่องจากมีการสรุปผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ชาวบ้านที่ถือครองที่ดินอยู่ในละแวกเดียวกันหลายราย ก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว

บางรายศาลตัดสินให้จำคุก 10 ปี แต่ปรานีลดให้เหลือแค่ 4 ปี

แต่สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.สุรยุทธ์ กลับไม่มีความคืบหน้าด้วยประการทั้งปวง

ได้เขียนไปแล้วครั้งหนึ่งว่า กรณีนี้ พล.อ.สุรยุทธ์มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ จะเป็นสุภาพบุรุษเก็บข้าวของเดินออกจากบ้านพักที่ไปสร้างไว้แล้ว คืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้ หรือจะเลือกแนวทางเป็นจำเลย ขึ้นต่อสู้คดีความในชั้นศาล

ถ้าจำความไม่ผิด น่าจะเคยได้ยิน พล.อ.สุรยุทธ์ พูดในสมัยที่ยังนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีว่า หากผลการสอบสวนออกมาว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนจริง ก็ยินดีจะคืนให้

วันนี้ผลสอบออกมาชัดเจนแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคืน

กรณีของ พล.อ.สุรยุทธ์ถือว่า ท้ายทายจริยธรรมเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งจริยธรรมในตัวของ พล.อ.สุรยุทธ์เอง ที่เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และนั่งเป็นองคมนตรีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่สมควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อประชาชน

ที่สำคัญคือ ท้าทายรัฐบาลเด็กดื้อข้างโพเดียม ที่จีบปากจีบคอพูดทุกวันนี้ จะไม่ยอมให้ใครละเมิดกฎหมายบ้านเมือง จะทำหน้าที่รักษากฎหมายอย่างเต็มที่

เรื่องนี้จึงเป็นการท้าทายอย่างที่สุดว่า “ดีแต่ปาก” หรือว่า “ทำได้จริง”

อยากเตือนว่า กรณีนี้ทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์และรัฐบาล ต้องตัดสินใจให้ไวว่า จะดำเนินการอย่างไร หากปล่อยทิ้งเนิ่นนานไปจะไม่ดี เพราะจะเป็นการตอกย้ำความ 2 มาตรฐานในสังคมไทย

จะเป็นเงื่อนไขให้คนที่คิดว่าถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่แล้ว ไม่พอใจมากขึ้น การเคลื่อนไหวต่างๆ ก็จะพลอยเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย

นี่ก็เห็นว่า หลังปีใหม่จะมีคนเสื้อแดง ขึ้นไปเยี่ยมเที่ยวชมบ้านพักของท่านที่เขายายเที่ยง

ขอย้ำว่า ทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์และรัฐบาล ควรรีบตัดสินใจในเรื่องนี้ก่อนที่จะสายเกินไป

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(25ธ.ค.)แรมคืนข้ามปีสู่ชัย

ที่มา Thai E-News


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันคริสต์มาส 2009 วันนี้มีแต่ความสุขมาฝากครับ ภาพชุดแรกนี้เป็นงานสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของชาวเสื้อแดงนนทบุรี แกนนำไปกันครบ พี่น้องเฉพาะเมืองนนท์มากันแน่นเอี๊ยด ขอบคุณรูปสวยๆจากREDTHAIครับ***



***ส่วนภาพด้านล่างนี้เป็นกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ดอยสะเก็ด เป็นเหมือนการอุ่นเครื่องครั้งใหญ่ก่อนไปร่วมกันเคาต์ดาวน์ร่วมกันในวันที่ 31 ธันาวคมนี้ที่เชียงใหม่***


***สำหรับท่านที่จะเดินทางไปร่วมงานเคาต์ดาวน์เสื้อแดงที่เชียงใหม่ กำหนดการเคาจต์ดาวน์ คร่าวๆ คือพุธที่ 30 ธันวาคม 52 บ่ายโมงเป็นต้นไป ชมฟุตบอลนัดกระชับมิตร 4 คู่ (สนาม 700 ปี เชียงใหม่)ระหว่างแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน และ นปช.ภาคต่างๆ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นต้น***

***31 ธันวาคม 52 งานเคาต์ดาวน์ เริ่มตั้งแต่ 15.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 52 จนถึง 06.00 น. ของวันที่ 1 มกราคา 53 (กิน ดื่ม ดิ้น ทั้งคืน)ท่านที่อยากไปมีวิทยุชุมชนแท็กซี่107.75เขาจัดรถไป ให้เปิดฟังว่าเต็มหรือยัง หรือไปกับเวบคนไทยยูเค ออกเดินทาง 29 ธันวาคม 52 ขบวนรถบัส ของกลุ่ม เวบคนไทยูเค 1 บัส ออกเดินทาง ค่ารถคนละ 2,000 บาท ไป-กลับ เสร็จสรรพ ตอนนี้จะเต็มแล้ว ท่านที่สนใจร่วมเดินทางกับเวบ คนไทยยูเค ติดต่อ ปุ้ย 081-8258661***

***Christmas Red Fair พันเอกพิเศษ สุรินทร์ จันทร์เพียร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวกาญจนบุรี ร่วมกับ ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น สมาชิกวุฒิสภา (ปี 2543-49) และผู้อำนวยการ “ไทยเรดนิวส์” และแดงภาคตะวันตก เชิญร่วมงานฉลองคริสต์มาสเรดแฟร์ “Christmas Red Fair” ณ แพ โฟล้ทติ่ง (Floating) สะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2552 เวลา 18.00 – 23.00 น.


***ขอเชิญเพื่อนชาวไทยหัวใจสีแดง และมิตรชาวต่างประเทศ ร่วมฉลองคริสต์มาส งานแดงสะพานข้ามแม่น้ำแคว แต่งชุด แดงคาวบอย สังสรรค์บนแพกลางน้ำ ในบรรยากาศสุดพิเศษ “ไทยนานาชาติ” ฟังการบรรยายของผู้นำเสื้อแดง และโฟนอินจาก “คุณจักรภพ เพ็ญแข”ร่วมลุ้นจับฉลากแลกเปลี่ยนของขวัญ (ราคาไม่ต่ำกว่า 200 บาท)ชมการแสดงตระการตา แสง สี เสียง น้ำพุเต้นระบำ รับประทานอาหาร พบเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ บนโต๊ะจีน บัตรราคา 300 บาท โชคดีรับของขวัญพิเศษ “จากดูไบ” และผู้นำคนเสื้อแดง จองและรับบัตรร่วมงานที่ :

1. แพ โฟล้ทติ้ง ริมสะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี โทร. 034-625 053
2. สถานีวิทยุ CINN สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและวัฒนธรรมกาญขนบุรี FM 96.25 โทร. 034-520 757-8, 081-763 5828
3. นสพ.ไทยเรดนิวส์ ชั้น 5 อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว โทร. 02-934 9388, 083-705 1234, 083-706 1234, 081-148 6399***


***ข่าวสังคมดีๆกิจกรรมข่าวชาวเสื้อแดง 26 ธันวาคม 2552 เวลาบ่ายโมง กลุ่มผู้รักประชาธิปไตยพัทลุง เชิญพี่น้องคนเสื้อแดงภาคใต้ ร่วมเสวนาส่งท้ายปีเก่า ที่โรงแรมวังโนราห์ จ.พัทลุง พบกับ สมยศ พฤกษาเกษมสุข จิรายุส เนาวเกตุ หนังพร้อม บุญฤทธิ์ และวิทยากรอีกหลายท่าน มีข้อสงสัยติดต่อประธาน ร.ต.ต แคล้ว ชูทับ โทร.0878992924 หรือเลขาฯ 0895928432***


***คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และองค์กรแนวร่วมคือ กลุ่มแดงสยาม กลุ่มพลังประชาธิปไตย กลุ่มแดงตากสิน จะได้ร่วมกันจัดการชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวงระหว่างวันที่ 27 -28 ธันวาคม 2552 ระหว่าง17.00-23.00 น.ในโอกาส ครบรอบวันพระพระเจ้าตากสินมหาราช 227 ปี ภายใต้หัวข้อ “สดุดีตากสินมหาราช กู้ชาติไทย “จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชน ประชาชนทุกสาขาอาชีพ คนเสื้อแดง ร่วมกิจกรรมดังกล่าว***

***คุณแป๊ะ บางสนาน เจ้าของโครงการ "สองขาเพื่อประชาธิปไตย"ฝากมา ในวันที่ 29 ธันวาคม 2552 จะเป็นตัวแทนโครงการ "สองขาเพื่อประชาธิปไตย" นำจานรับสัญญาณดาวเทียมที่ได้รับการอนุเคราะห์จากพี่น้องกลุ่มไผ่แดงไปติดตั้งให้พี่น้องที่หมู่บ้านน้อมเกล้า จังหวัดยโสธร ท่านใดอยู่ใกล้เคียงย่านนั้นขอเชิญร่วมกิจกรรม จากนั้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 จะปั่นส่งท้ายปีเก่ารอบเชียงใหม่ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตเคาท์ดาวน์ชาวเสื้อแดงครับ***



***คุณแป๊ะแจ้งมาว่าระหว่างทางยางแตก ทั้งจักรยานของผมและน้องถาวรที่ร่วมปั่น แต่ไม่เป็นปัญหาครับ อุปสรรค + ระยะทางทางไม่ใช่ปัญหาของทีมสองขา ฯ แต่เป็นอำมาตย์ครับที่เป็นปัญหาของพวกเราที่รักความยุติธรรมและรักประชาธิปไตย ทีมสองขาของเรามีความเชื่อที่แน่วแน่ว่า "เมื่อสองล้อหมุนไป ประชาธิปไตยต้องเติบโต" เอาใจช่วยพวกเราด้วยนะครับ...หากพี่น้องเสื้อแดงท่านใดเห็นความสำคัญเรื่องทะลวงข้อมูลข่าวสารม่านมายาของสื่อกระแสหลักเพื่อให้พี่น้องคนไทยได้หูตาสว่างทั่วประเทศ และมีกำลังอยากสนับสนุนหนุ่มคนนี้ที่ทุ่มกายอุทิศตัวเพื่อประชาธิปไตย อยากสนับสนุนโครงการนี้ติดต่อคุณแป๊ะได้ที่อีเมล์ bangsanan_p@yahoo.co.th***

***“ดา” เชิญเที่ยวงานกรมราชฑัณฑ์ช่วยผู้ต้องขังหญิง แม้ตนเองจะต้องได้รับความยากลำบาก ถูกคุมขังไร้อิสรภาพ แต่คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ก็ยังนึกถึงผู้ต้องขังหญิงอื่นที่ลำบาก.. ดา ตอปิโดชวนพี่น้องผู้รักความยุติธรรมทั้งหลาย เที่ยวงานของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งภายในงานสินค้าฝีมือจากผู้ต้องขังมากมายให้เลือกซื้อ ซึ่งทางกลุ่มพลังรวมใจได้ไปเดินมาแล้ว ขอยืนยันว่าของถูกจริงๆ โดยเฉพาะที่ทัณฑสถานหญิงกลางคลองเปรม มีสินค้าสวยๆให้เลือกซื้อทั้งนั้นเลย คุณดาบอกมาว่า เป็นฝีมือของเพื่อนคุณดาเอง ซึ่งพวกเขาน่าสงสารมาก บางคนก็ไม่มีญาติพี่น้องมาเยี่ยมหรือดูแลเลย หากช่วงปีใหม่นี้อยากซื้อของขวัญของฝากปีใหม่ให้ญาติมิตรแทนที่จะไดนห้างก็มางานนี้จะดีกว่าไหม? พวกเราไปอุดหนุนสินค้าของพวกเขาได้บ้างตามกำลัง ก็จะทำให้พวกเขายังพอมีเงินปันผลไว้พอใช้จ่ายส่วนตัวบ้าง งานมีถึงวันที่ 28 ธันวาคม 52 นี้เท่านั้น***

***นอกจากนี้แล้วในด้านกิจกรรมสคส.ที่ทางกลุ่มพลังรวมใจ ได้รณรงค์ทาง คุณกาญจนา ศรีพรประชา ผู้แทนกลุ่ม “พลังรวมใจ” ได้แจ้งว่าขณะนี้มีจำนวนสคส และ E-card ส่งให้รวมทั้งสิ้น กว่า 400 ฉบับแล้ว แต่ทางกลุ่มตั้งเป้าไว้ถึง 10,000 ฉบับ เพื่อให้ได้ลงกินเนสบุ๊คเรื่องนักโทษที่ได้รับสคส.หรือ จดหมายให้กำลังใจมากที่สุดในโลก ท่านใดอยากร่วมสร้างสถิติก็เรียนเชิญร่วมแรงร่วมใจส่งคำอวยพร และความสุขให้แก่ผู้กล้าของเรา โดยการส่งจดหมาย สคส. หรือ โปสการ์ดอวยพรปีใหม่ให้แก่คุณดารณี โดยที่เนี้อหาจะต้องไม่มีการพาดพิงถึงการเมือง เขียนจ่าหน้าว่า “สคส ถึง ดา” ตู้ ปณ. 58 ปณศ (พ) พระโขนง กรุงเทพฯ 10110 ทางกลุ่มจะดำเนินการจัดส่งให้คุณดารณีทุกอาทิตย์ และจะนำภาพที่ถ่ายสคส.มาดำเนินการเผยแพร่ทางเวปไซต์ หรือ งานนิทรรศการที่จะจัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยส่วนใหญ่ร่วมกันให้กำลังใจแก่คุณดา ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้องต่อไป***

***ขอเชิญชวนพี่น้องเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตย รักสุขภาพ ทางsms red gossip จัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับสมาชิกคนเสื้อแดงทุกคน ที่อยู่ในย่านหนองแขมและบริเวณใกล้เคียง ได้มาตรวจสุขภาพประจำปีในราคาพิเศษสุดๆ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในวันอาทิตย์ที่27 ธันวาคม 2552 ที่ศูนย์ประสานงานไผ่แดง52 หนองแขม คนบ้านเรา ซอยเพชรเกษม114 ห่างจากปากซอยเพียง200 เมตร ตรวจตั้งแต่เวลา 9.00-17.00 น. จากการตรวจที่โรงพยาบาลแกติราคา3000 บาท แต่สำหรับคนเสื้อแดง ตรวจรักษาเพียงท่านละ99 บาท***

***การตรวจสุขภาพโดยไม่ต้องเจาะเลือด ไม่ต้องอดอาหาร การตรวจมีดังนี้ 1- ตรวจอวัยวะ12ระบบ เช่น ปอด หลอดเลือด หัวใจ ลำไส้เล็ก ต่อมไร้ท่อ ลำไส้ใหญ่ ม้าม ตับ ไต กระเพาะปัสสาสะ ถุงน้ำดี กระเพาะอาหาร 2-การตรวจสแกนภาวะมวลกระดูก ซึ่งการตรวจนี้จะสแกนทั้งร่างกายและไขมันโดยรวมในร่างกาย และในการตรวจนี้สามารถรู้ถึงความผิดปกติของระบบในร่างกาย ผู้ให้การสนับสนุนตรวจการสุขภาพครั้งนี้คือ อดีตส.ส.แสวง ฤกษ์จรัล คนบ้านเรา***

***เตรียมให้พร้อม ก่อนออกศึ กลางเดือนมกราคม53...เชิญ...พี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศ..มาเพื่อทำให้เหลืองจืดจางไปจากเพชรบุรี....ในงานคนเพชรบุรีรักประชาธิปไตย สังสรรค์ปีใหม่..2553 (โต๊ะจีน 200 โต๊ะ ๆละ/8ที่นั่ง) วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 เวลา 18.00 น. ณ สนามกีฬาหน้าเขาวัง อ.เมือง จ.เพชรบุรี พบ แกนนำสามเกลอ, และ ผู้ทรงคุณวุฒิจากเพื่อไทย และ 111 และพบกับ นักร้องเสื้อแดงเพชรบุรี เจ๊สวย..ร้องเพลงหนุ่มเสื้อขาวสาวเสื้อแดง,เสื้อแดงจริงใจ,ฯลฯ และเป็นเจ้าของ ร้านกาแฟสดบ้านแอ๊ค...ร้านกาแฟที่ประกาศตัวไม่ขายให้คนเสื้อเหลือง....***

***และพิเศษ สำหรับพี่น้องที่มาจากแดนไกล ที่ต้องการพักผ่อนสุดสัปดาห์ริมหาดทราย ชายทะเล หาดปึกเตียน...รีสอร์ตสีแดงแห่งเดียว..ในย่านชะอำ...ยินดีลดราคาพิเศษให้ในราคาห้องละ 500 บาท (จากราคา1,500บาท)....บัตรเข้างานราคาใบละ 200 บาท./1ท่าน...สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ ร้านกาแฟสดบ้านแอ๊ค 080-1112354..คุณพรทิพย์ ปักษานนท์ 081-8575762.. ..เชิญชมสถานที่หาดปึกเตียน www.puktianbeach.net
***

***ขอเชิญชวนพี่น้องเสื้อแดงร่วมทำบุญกับชาว www.konthaiuk.com เป็นบุญทอดผ้าป่าการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านหอย ตำบลหัวช้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีษะเกษ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 โดยอาจารย์ประทีป เพ็งแจ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ขอความอนุเคราะห์ มาว่า โรงเรียนได้ชำรุดทรุดโทรมลงไป ทางรัฐไม่ได้มาสนใจดูแล โดยเฉพาะโรงอาหารก็ผุพังลงไป เนื่องจากใช้งานมาหลายปี ถูกปลวกกัดกิน จนจะไม่มีสภาพที่จะใช้งานได้อีกต่อไป เด็กนักเรียนก็ขาดแคลนเสื้อผ้า ชุดนักเรียน ที่จะใส่ไปโรงเรียน บางคนรองเท้านักเรียนก็ไม่มีจะใส่ ชาวบ้านส่วนมากก็มีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ ได้แต่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแล***

***ทางเวปไซด์คนไทยยูเค ก็ได้ตระหนักว่าเด็กในวันนี้ คืออนาคตของชาติในวันข้างหน้า จึงได้เข้าร่วมงานทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อที่ช่วยเหลือลูกหลานของพี่น้องเรา และก็ขอบอกบุญมายังทุกท่านที่ได้ฟังรายการของเรามา ณ ที่นี้ ถ้าท่านใดมีความประสงค์จะช่วยกันร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือ กิจกรรมในครั้งนี้ หรือต้องการจะไปร่วมงานด้วยตัวเอง ก็ขอเชิญติดต่อแจ้งความประสงค์มายัง
คุณปุ้ยน่ารัก เบอร์โทรศัพท์ 081 825 8661 ร่วมบริจาค สามารถโอนเงินผ่านบัญชี วัชราภรณ์ หวลธรรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เลขที่บัญชี 401-614393-9 รบกวน โอนแล้ว แจ้งปุ้ย ด้วยค่ะ***

***ประกาศข่าวจากหน่วยพยาบาลภาคสนาม RSR ขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องผู้ใจบุญ ได้ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงท่มาร่วมชุมนุมทุก ๆ ที่ โดยหน่วย RSR ก็ได้ร่วมให้การช่วยเหลือพี่น้องในการชุมนุมหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมใหญ่ หรือการชุมนุม ตาม ตจว. หลายพื้นที่ตามที่พี่น้องเสื้อแดงร้องขอ วันนี้ ยาและเวชภัณท์ของเราร่อยหรอลงมาก จนบางตัวก็ขาดแคลน โดยเฉพาะตัวหลัก ๆ เช่น สำลี แอมโมเนีย ยาแก้ปวด ลดไข้ และตัวอื่น ๆ อีก รวมถึงสิ่งจำเป้นที่ต้องใช้ในการปฐมพยาบาล เช่นเวชภัณท์ในการทำแผล ผ้าเย็น ยาอมแก้เจ็บคอ ยาดม ยาหม่อง ฯลฯ ***

***ตอนนี้เราต้องเตรียมความพร้อมการชุมนุมครั้งสำคัญในครั้งหน้าคือกลางเดือน มกราคม 53 ซึ่ง RSR เป็นหน่วยพยาบาลประจำแนวหน้าหรือในแนวปะทะ เราจึงต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องยาและเวชภัณท์ ในขั้นสูงสุด เพื่อการดูแลพี่น้องของเราทั้งในแนวหน้าและแนวเสริม ของที่ชุมนุม RSR จึงขอวิงวอนมายังท่านผู้ใจบุญ ทุกท่าน โปรดให้การอนุเคราะห์พี่น้องเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุม ผ่านทางการให้บริการของ RSR ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งต่อพี่น้องเสื้อแดงที่มารับการบริการจากเรา โดยท่านสามารถบริจาคเป็นเงินได้ที่ บัญชีของ ประธานหน่วย ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยเทสโก้โลตัส ศาลายา ชื่อบัญชี : นายพีระ ศิริเรือง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 883-0-053-384 หรือหากท่านประสงค์จะบริจาคเป็น ยา และ เวชภัณท์ ติดต่อบริจาคได้ที่จุดให้บริการ ของ RSR ในที่ชุมนุม หรือที่ หมายเลข 085-118-7680 , 089-200-1237 ( ปุ๊ก )ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความห่วงใยพี่น้องร่วมรบของเราชาวเสื้อแดงค่ะ***

***หนังสือพิมพ์คุณภาพใหม่ของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ชื่อThai Freedom ถือฤกษ์ดี วันตากสินมหาราช 28 ธันวาคม 2552 วางตลาดเปิดตัวในงานเคาต์ดาวน์เสื้อแดงนปช.ที่จังหวัดเชียงใหม่

Thai Freedom อิสระสื่อเสรี ซึ่งเป็นสื่อที่เกิดจากการรวมตัวกันของบรรดาผู้ทำสื่อซึ่งรักในความถูกต้อง รักประชาธิปไตย ยืนหยัดข้างความเคลื่อนไหวของประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการให้ข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ ที่จะปรากฏตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือน ได้ฤกษ์ดีวันตากสินมหาราช 28 ธันวานี้เป็นปฐมฤกษ์วางตลาดเพื่อเปิดตัวให้กับชาวประชาธิปไตยได้รู้อ่านก่อนใครๆในงานเคาต์ดาวน์ของแนวร่วม นปช.ที่จังหวัดเชียงใหม่ และมีกำหนดการวางแผนหนังสือทั่วประเทศในวันที่ 17 มกราคม 2553 นี้***

***หนังสือพิมพ์Thai freedomมีไพโรจน์ จันทรนิมิ ผู้อำนวยการหนังสือแนวร่วมREDและประธานชมรมสื่อเพื่อเสรีภาพไทย และเพื่อนพ้องวงการสื่อทั้งกระแสหลักและนักข่าวนักเขียนฝ่ายประชาธิปไตยในโลกอินเตอร์เน็ตร่วมกันจัดทำอย่างมืออาชีพ เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ไซส์ใหญ่(ขนาดแบบหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)20หน้า พิมพ์4สี กระดาษปอนด์อย่างดี พี่น้องเสื้อแดงสามารถทดลองอ่านฟรี เพียงช่วยค่าส่งไปรษณีย์ 10 บาท ท่านที่ประสงค์จะลงโฆษณาก็ฟรีเฉพาะช่วงแนะนำตัว ติดต่อสอบถามโทร083-7876111 หรือดูรายละเอียดที่เวบไซต์ชมรม http://thaifreedompressclub.com/***


***พิเศษ!! .. ในงานเดียวกันนี้ ทางผู้บริหารชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทยได้จัดรายการพิเศษแก่คนผู้เข้าร่วมงาน ที่สนใจกางเตนท์พักแรม สามารถติดต่อสถานที่กางเตนต์หลังสวนราชพฤกษ์ที่จัดงานพืชสวนโลก กางได้ประมาณ 100 เตนท์ อยู่ติดลำธาร น้ำใสไหลเย็น กลางหุบเขา ใช้ไฟจาก พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางความศิวิไลซ์ที่ไปไกล สุดกู่ของ เชียงใหม่ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีพื้นที่อย่างนี้หลงเหลืออยู่ ก็อยู่ไม่ไกลจาก สนามกีฬา 700 ปีที่จะจัดงาน ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 086-4142694***

***ข่าวสังคมธุรกิจ ใครอยากซื้อ-ขายอะไรแจ้งมาเลยจ้า ให้แนบรูปมาด้วยจะดีมาก.. ประกาศขาย คอนโดมีเนียมฌ็อง เซ ลิ เซ่ ถนนศรีสมาน ปากเกร็ด นนทบุรี พื้นที่ใช้สอย 33.0 ตร.ม. ราคา 880,000 บาท เป็นห้องสตูดิโอ พื้นห้องปูกระเบื้อง ตกแต่งสวยหรู พร้อมเข้าอยู่ มีเฟอร์นิเจอร์ Built in ,ตู้เสื้อผ้า,เตียงนอน,เครื่องทำน้ำอุ่น,โทรศัพท์ อยู่ชั้น 5อาคาร F สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ สโมสร ที่จอดรถกว้างขวาง ร้านอาหาร ร้านทำเสริมสวย ร้านซักรีด ฯลฯ เข้า-ออก ด้วยระบบคีย์การ์ด***


***สถานที่ใกล้เคียง เพียง 5 นาทีจาก ทางด่วน 3 นาทีจากสวนสมเด็จย่า อยู่ใกล้โลตัส คาร์ฟูร์ แม็คโคร บิ๊กซี เมืองทองธานี และ 3 นาทีถึงโรงเรียนหอวัง นนทบุรี ใกล้โรงเรียนพระหฤทัย บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ มียามรักษาความปลอดภัย 24 ชม.เดินทางสะดวก สถานที่ใกล้เคียง
- สวนสมเด็จย่า
- สน.ปากเกร็ด
- โรงเรียนหอวังนนทบุรี
สนใจติดต่อที่คุณเชน โทร 089-6831926 หรือเมล์ ***

***ขายด่วนบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้น 17.5 ตารางวา ต่อเติมแล้ว น้ำไม่ท่วม 1.3ล้านบาท หมู่บ้านรินทร์ทอง ซอยรามคำแหง190 ถนน รามคำแหง สนใจติดต่อ คุณรติมา 089-814-2014(เจ้าของขายเอง)***

***อีกหลังขายด่วนหมูบ้านพุทธมลฑลสาย2 เลขที่10/19 ทางเข้าวัดบุญยประดิษฐ์ บ้านเก่าพร้อมที่ดิน 102ตารางวา (ที่ถมแล้ว)2.6 ล้านบาท ต่อรองได้ สนใจติดต่อ คุณรติมา 089-814-2014 (เจ้าของขายเอง)***

***ใครหาสำนักงานย่านรามคำแหง-สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ มีสำนักงานโฮมออฟฟิศสวยขนาด3ชั้นใหม่ มีดาดฟ้าชมดาว สไตล์โมเดิร์น จอดรถสะดวก ไปมาคล่องใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้ทางด่วน ใกล้มอเตอร์เวย์ ใกล้วงแหวนรอบนอก จอดรถสะดวกไม่ต้องแย่งที่จอดกัน ห้องประชุมจุคนได้50คน ห้องทำงานพนักงานขนาด20-30คน ห้องผู้บริหารโอ่โถงภูมิฐาน ห้องการเงินบัญชีแยกต่างหากเป็นสัดเป็นส่วน เหมาะเป็นออฟฟิศขนาดกลาง ให้เช่าราคาไม่แพงติดต่อคุณวุฒิ 0816235111***

***อีกหลังประกาศขายบ้านเดี่ยวชั้นเดียว40วาราคาแค่ล้านสี่ อยู่ถนนรามคำแหง ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้เดอะมอลล์บางกะปิ ใกล้โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า อยู่ไม่ไกลเดินทางคล่องใกล้กับทางด่วน มอเตอร์เวย์ วงแหวนรอบนอก ราคาเบาๆอย่างนี้หาไม่ได้ในย่านนี้แล้ว ติดต่อคุณวุฒิ0816235111เช่นกัน***

***นายตี้แจ้งมาใครหาช่างถ่ายรูปรับปริญญาขอเชิญครับ ราคากันเองครับ จะถ่ายเอง หรือมีคนรู้จัก ญาติพี่น้อง ผองเพื่อน ช่วยกรุณาแนะนำต่อๆกันไป ผมนายตี้ กำลังหาเงินส่งตัวเองเรียน ผมรับงานถ่ายรูปรับปริญญาครับ ผมเอกโฆษณา ปี 3 ม. กรุงเทพครับ ราคากันเอง คุยกันก่อนได้น่ะครับ โทรมาถามได้ครับ นายตี้ 085-414-4877***

***ท่านที่อยากแจ้งข่าวสารกิจกรรมทั้งการเมือง สังคม ธุรกิจ การค้าขายทำมาหากิน ไม่เป็นพิษเป็นภัยสังคม ไม่หลอกลวงแบบแชร์ลูกโซ่แจ้งมาได้ที่ thaienews99@googlegroups.comหากให้ดีกิจกรรม หรือข่าว หรือสินค้าบริการใดๆกรุณาแจ้งเบอร์ติดต่อสะดวก หรือรูปภาพประกอบมาด้วย ลงให้ฟรีๆไม่ต้องเสียตังค์จ้า ส่วนท่านที่จะติดต่อซื้อ โปรดติดต่อกันเอง และตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้ดีก่อนซื้อ ทางไทยอีนิวส์ไม่มีส่วนรับผิดชอบได้เสียใดๆ เป็นเพียงสื่อกลางแจ้งข่าวเท่านั้น ***

Friday, December 25, 2009

ผมขอชื่นชมรัฐบาลมาร์ค ในความเก่งเป็นเลิศ 4 ประการ ที่แม้แต่ทักษิณ ก็เทียบไม่ได้

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : เม็ดหินสีน้ำเงิน

เนื่องในโอกาสที่คุณหนูโพเดียม ทำงานด้วยปากมาครบ 1 ปี
โดยมีเทพประทานอุ้มแบบเบือนหน้าหนี้
เหมือนอุ้มเด็กขี้แตกทะลุแพมเพิรสไว้ในอ้อมแขน จะวางก็วางไม่ได้ จะขว้างทิ้งก็ดูไม่ดี
เลยต้องทนเหม็นอุ้มไปแบบนั้นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กลัวเสียหน้า


ความเก่ง 4 ประการที่ผมขอชมคุณหนูโพเดียมด้วยใจจริง
และยกย่องว่า เก่งทักกี้เทียบไม่ติดเลยได้แก่

1.พูดเก่งสุดๆ

สำนวนโวหาร จังหวะจะโคน ท่วงทำนอง ลีลาลอยหน้าลอยตาเหนือปัญหา
หาใครมาเทียบเทียนได้ยาก
หลายครั้งก็เล่นเอาคนฟังเคลิ้มตาม ตัวอย่างเช่น
ทวงประสาทเขาพระวิหารคืน พอเป็นรัฐบาลเงียบกริบ
หรือ "ลาออกเถอะครับ" ที่ฝากถึงรัฐบาลคุณสมัคร พอถึงคราวตัวเองบ้างคนล้อมเป็นแสน
แจกกระสุน M16 ให้กินซะ แทนการลาออก
ข้อนี้ ทักกี้เทียบไม่ติด เรื่องพูดให้ดูดี พูดผิดให้เป็นถูก
พูดพลิกสถานะการณ์เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น คุณหนูโพเดียมถือว่า เป็นหนึ่งในบู๊ลิ้ม


2.กู้เก่งสุดยอด

เรื่องกู้จะมองข้ามไม่ได้เลย รัฐบาลคุณหนูโพเดียม เพิ่มหนี้ให้คนไทย 8 แสนล้านบาท
นับเป็นความสามารถอันยิ่งยวด หาที่ได้เปรียบเสมือน ทักกี้ชิดซ้ายไปเลย
อ้างถึง

ขนาดตอนสึนามิ ทักกี้ประกาศให้ทั่วโลกรู้ ไทยไม่รับเงินบริจาค
รับเฉพาะความช่วยเหลือทางวิชาการหรือทางการแพทย์ ช่างอหังการเสียเหลือเกิน แต่ก็แปลกดี
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร พอประกาศไปแบบนั้น มีแต่คนทะยอยเข้าแถวมาให้กู้ อยากเอาเงินมาให้กู้
แต่ทักกี้ดันทำสิ่งตรงข้าม ใช้หนี้ IMF เร็วกว่ากำหนด ยิ่งทำแบบนี้ ยิ่งมีคนมาเข้าแถวให้กู้เยอะขึ้นไปอีก

เทียบกับคุณหนูโพเดียมแล้ว
รัฐบาลวิ่งราวใช้ความสามารถ ความพยายามมากกว่าเยอะ เรามีหน่วยไล่ล่า กู้เงินโดยเฉพาะ
เจอหน้าประเทศไหน เป็นขอกู้ดะไปหมด ขนาดคุณหนูโพเดียมไปญี่ปุ่นกลับมา ลงถึงพื้นดินให้สัมภาษณ์ด้วยความปลื้มปิติในความสามารถสุดๆ แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ว่า
"เราทำสำเร็จแล้วครับ ตกลงรัฐบาลญี่ปุ่นจะให้เรากู้"
ความพยายามเป็นเลิศ ขนาดนี้ กู้เก่งขนาดนี้ เราต้องเรียกท่านว่า "เซียนกู้" แล้วครับ
(เซียนกู้นะครับ อย่าเรียกผิด เป็นวิญญาณที่ปากเท่ารูเข็ม ตัวสูงๆ แบบ เรื่อง 5 แพร่งตอน หลาวชะโอนนะครับ)

3.สร้างศัตรูเก่งสุดๆ

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเลิศ เด่นสุดๆ เรามีประธานอาเซียนที่น่าภาคภูมิใจ
ประเทศในแถบอาเซียนรักใคร่กลมเกลียวกันดี
โดยกันประเทศไทยตกขอบจากความร่วมมือ แล้วร่วมมือผนึกกำลังกันเขม่นประเทศไทย
เรามี รมต.ต่างประเทศที่เก่งสุดๆ โดดเด่นด้านการเป็นตำรวจสากล กับ
การเป็นนักเลงข่มขู่ประเทศเพื่อนบ้าน
แบบที่หาไม่ได้ในประวัติศาสตร์การฑูตไทยมาก่อน
คุณหนูโพเดียมพูดกับพม่า
พม่าก็หยุดจ่ายก๊าซเล่น ทำให้กฟผ.ต้องตาลีตาเหลือก
ปล่อยน้ำจากเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าให้ทันความต้องการ
เล่นเอาจังหวัดกาญจนบุรี โดนน้ำท่วมแบบไม่รู้ตัว ไม่มีการประกาศล่วงหน้า
ควันพม่าไม่ทันหาย
เราก็สุมไฟที่เขมรต่อ รมต.ตปท.เราแสดงฤทธิ์เดช ให้กุ๊ย ได้ดู เล่นเอาทั่วโลกงงไปกันหมด
สรุปไม่ถูกว่าใครเป็น กุ๊ย กันแน่ นโยบายต่างประเทศแบบนักเลงของไทย นับว่าประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง
เพื่อนบ้านเกลียดไทยกันถ้วนหน้า ศัตรูรอบตัว นับว่า เป็นความเก่งเกาจด้านการฑูต เป็นอย่างยิ่ง

4.โกงกินเก่งสุดๆ

พลาดไม่ได้เลยข้อนี้ ฉายแววได้โดดเด่นมาก
โครงการไทยเข้มแข็ง ก็เล่นเอาแข็งกันทั้งพรรค
โครงการพอเพียง ก็เล่นเอาซะพุงกาง
ที่เด็ดกว่านั้น "สื่อมองข้ามเรื่องนี้ไป" ไม่รู้ว่ามีของดีอะไร มีอะไรคุ้มครอง
สื่อแทบไม่แตะ ไม่คุ้ยเขี่ยเรื่องพวกนี้เลย
อ้างถึง

ซึ่งถ้าเทียบกับรัฐบาลชุดก่อนๆ ขนาดไม่มีหลักฐาน
สื่อยังสร้างหลักฐานปลอมเพื่อมาตีแผ่ด่ากันหน้ากระดาษเลย ได้รับรางวัลอิศราด้วยเรื่องนี้
แต่มาฉาวโฉ่อีกทีตรงที่ต้องพิมพ์คำขอโทษ ว่าเสนอข่าวบิดเบือน
นี่ถ้าเป็นนักโทษ ถือว่าตัดคอคนผิดไปแล้ว มาขอโทษ มาต่อคอให้ทีหลัง
แล้วก็หายกันไป

นับว่าเป็นความเยี่ยมยอดของรัฐบาลชุดนี้จริงๆ
โกงกินแบบ จะจะ ต่อหน้าต่อหน้าไม่เกรงหน้าอินทร์ หน้าพรหมณ์ที่ไหน
สื่อเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ มีแต่คนให้ท้าย
คนเสื้อแดงก็แค่มองตาปริบๆ
คนเสื้อเหลืองก็แกล้งมองไม่เห็น คนไม่มีสี ก็ไม่ได้รับรู้ เพราะสื่อไม่เคยบอก
โกงได้อัจฉาริยะแบบนี้ คงต้องยอมรับเลยครับว่า โกงกินได้เก่งจริงๆ
โกงกินกับซึ่งหน้า ไม่มีคนว่าคนกล่าว


4 ด้านนี้ผมยกนิ้วให้เลยครับว่าเยี่ยม ไม่มีใครเกิน

ปล.ไม่ได้ใช้มือยกให้นะครับ มันดูหนักแน่นไม่เพียงพอกับความเก่งกาจของคุณหนูโพเดียมและรัฐบาลเทพประทานวิ่งราว




จากคุณ : KhongLen


ไม่ได้กล่าวหาพรรคปชป




อืมมม กกต. มองไม่เห็นความผิดปกติจริงๆ



อภิสิทธิ์ไม่ได้สักบาท ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโกงสักนิด

ใสสะอาด เงินไม่ได้สักบาท

เค้าไม่ได้รับเงินตรงๆ แต่เค้าแอบยักยอกเอาเงิน กกต.ไป
โดยอภิสิทธิ์เซ็นรับรู้ รับรองงบการเงินของพรรค จะปฎิเสธว่าไม่ได้อ่านงบ สักแต่เซ็นก็ได้นะ

จะได้แสดงให้เห็นว่า เซ็นเป็นอย่างเดียว ทำงานไม่เป็น
หรืออีกนัย ยอมรับว่าอ่าน ก็แสดงว่ารับรู้ว่ามีการยักยอก

แต่หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ จะปฎิเสธว่าไม่รับรู้ไม่ได้หรอก คนระดับนี้




http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8696109/P8696109.html