WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 29, 2009

มาบตาพุดกับอานันท์

ที่มา เดลินิวส์

นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จวกปลัดอุตสาหกรรมและเอกชนว่า อย่าเอาตัวเลข 6 แสนล้าน มาขู่เชียว แล้วมติ ครม. อังคาร 22 ธ.ค. ก็ออกมาว่า 65 โครงการที่ถูกศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับนั้น

มี 23 โครงการที่ยังไม่ได้ก่อสร้างหรือขออนุญาตใด ๆ เลย ที่เหลือ 42 โครงการ มี 11 โครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว มี 19 แห่ง ที่ก่อสร้างแล้วและอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 22 แห่ง รวมแล้วมีมูลค่าแค่ 2 แสนล้าน

ไม่ถึง 6 แสนล้าน !!!

มีมติอีกว่า 19 โครงการน่าจะเข้าข่าย 11 โครงการซึ่ง “ศาล” ปล่อยหลุด (ล่าสุดมีโรงเหล็กสยามยามาโตะหลุดด้วย) ครม. เลยมีมติให้ 19 โครงการนี้ ไปเสนอข้อเท็จจริงกับศาลเอง หากศาลเห็นด้วย

ก็อาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งชั่วคราว

ส่วนในกรณีของเอกชนที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเอง ก็ให้ทำเป็นรายกรณี ไม่เสนอแบบเหมารวม เพราะศาลจะดูตามข้อเท็จจริงของแต่ละโครงการ แต่ที่กังวล จะไม่เข้าข่ายมี 8 โครงการ มูลค่าประมาณหมื่นล้านบาท

มีเท่านั้นเองจริง ๆ

ให้ตายเถอะ ช่วยตรงไหนเนี่ย แต่เอกชนก็ดู “ดี๊ด๊า” ขานรับมาก เป็นบุญของรัฐบาลจริง ๆ จะมีก็แต่ทูตหลายชาติ ที่ยังวิตกไม่เลิก เช่น ทูตญี่ปุ่น ทูตสหรัฐ ที่ดอดเข้าพบ นายกฯ อภิสิทธิ์ เพื่อขอความชัดเจน

ซึ่งเดาได้เลย นายกฯ ก็คงบอก ตอนนี้เรามี คกก. 4 ฝ่ายที่มี นาย อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานแล้ว กำลังวางหลักเกณฑ์ เพื่อให้ทุกโครงการเข้าตาม รธน. ม.67 วรรค 2 เรื่อง องค์กรอิสระ อยู่ ก็ไม่รู้ท่านทูตฟังแล้ว จะแฮปปี้มั้ย??

ก็เอาเถอะ 4 ฝ่าย ก็ 4 ฝ่าย แต่ขอโทษนะ นายอานันท์ เคยเป็นประธานมาหลายชุด เช่น คกก. แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ แล้วเป็นไง ตอนนี้ 3 จังหวัดใต้ ก็ยังลุกเป็นไฟ เป็นแดน “มิกสัญญี” เหมือนเดิม

นายอานันท์ เคยเป็น กก.สรรหา “กสช.” เพื่อมาจัดสรรคลื่นทีวี วิทยุ ตาม รธน. 40 ก็ถูกแอบนินทาว่า เซ็งเป็ด เพราะแทบไม่เข้าประชุม แต่พอเค้าเลือกได้ตัว 7 กสช. กลับทำหนังสือค้าน อ้างบางคนมีผลประโยชน์ทับซ้อนกสช. เลยล้มไม่เป็นท่า

ตอนเป็นประธานยกร่าง รธน. ปี 2540 รธน. ที่เป็นประชาธิปไตยมากสุดฉบับหนึ่ง ถูก คมช. ลากรถถังฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตา ไม่เคยซักนิดที่ อานันท์ จะออกมาปกป้อง ดูจะสะใจด้วยซ้ำไป

เมื่อมาเป็นประธาน คกก. 4 ฝ่าย จึงไม่รู้ผลจะออกมาเลอเลิศ อย่างที่นายกฯ ตั้งความหวังไว้สูงลิ่วหรือไม่ เพราะรัฐบาลแทบไม่ได้เตรียมมาตรการรับมือ หรือวาง กรอบช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมเลย

เอาแต่นั่งรอ 4 ฝ่าย

ตัวเลขที่นายกฯ บอกเว่อร์นั้น เอาเข้าจริง นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ กลับยืนยันว่า เป็นแค่การประเมินในเบื้องต้นเท่านั้น แต่หากรวมความเสียหายทางอ้อมด้วยแล้ว

จะสูงกว่า 6 แสนล้านด้วยซ้ำ!!!

ชะตากรรมมาบตาพุด จะกลายเป็น “พะงาบ” ตาพุด ที่ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุนจนหมดหรือไม่ อีกไม่นานก็คงรู้ ตอนนี้ก็มีข่าวแบงก์ชักเสียว ก็แค่ แบงก์กรุงเทพ แบงก์เดียวก็ปล่อยกู้ไปกว่า 5 หมื่นล้านแล้ว !!!.

ดาวประกายพรึก

ตะลึง!!! กองทัพเรือ กระทำพิธีรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าตากสินในวันปราบดา

ที่มา ThaiRedNews



นาวาเอก อิทธิพัทธิ์ กวินเพื่องฟู กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นพระมหากษัตร ิย์ผู้ทรงประกอบคุณความดีอันยิ่ง ใหญ่ ต่อปวงชนชาวไทย ด้วยทรงเป็นผู้กอบกู้เอกราชทำนุบำรุงศาสนา และศิลปวัฒนธรรมของชาติ ที่สำคัญคือการสร้างชาติจนเป็นปึกแผ่นมาจน ถึงทุกวันนี้ ด้านหนึ่งมาจากขีดความสามารถด้านการทหารที ่สำคัญคือ ความสา มารถในการทหารเรือ ทรงนำกองทัพเรือจากจันทบุรี มายังธนบุรีและกรุงศรีอยุธยาจนกอบกู้เอกรา ชได้เป็นผลสำเร็จในการสงครามสมัย นั้น พระองค์ท่านได้ยกกองทัพเรือไปทำสงครามหลาย ครั้งและมีชัยชนะกลับมาทุกครั้ง การทำสงครามทางเรือในสมัยนั้นเป็นเรื่องที ่แปลกใหม่ จึงกล่าวได้ว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นผู้ริเริ่ม แนวความคิด ในการใช้กำลังเชิงรุกจากทางทะเล หรือที่ชาวยุโรปและอเมริกาในปัจจุบันเรียก ว่า Operation maneuver from the Sea ซึ่งทหารเรือทุกคนน้อมเคารพถึงพระปรีชาสมา รถของพระองค์เสมอมา

ภาพเคลื่นไหวบรรยากาศเพิ่มเติม
http://www.youtube.com/watch?v=31s7UsoMIC0

"พงศ์เทพ" ซัดกลับยุค 2 มาตราฐาน ย้อนคำ "มึงกับกูจะอยู่อย่างนี้หรือ"

ที่มา มติชน

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม เวลา 09.30น. ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขตคลองสาน ในซอยเจริญนคร 28 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) เป็นประธานเปิดศูนย์ พร้อมกับแกนนำพรรค อาทิ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ฯลฯ มีประชาชนและคนเสื้อแดงร่วมงานคับคั่ง


นายยงยุทธกล่าวว่า ขอฝากให้ประชาชนช่วยสนับสนุนเพื่อให้พท.ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งจัดรัฐบาลพรรคเดียว แล้วจะพาพ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้านและนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ร่วมกัน


นายพงศ์เทพกล่าวว่าสิ่งที่ประชาชนได้เห็นในยุคนี้คือความขัดแย้ง ความอยุติธรรมและการดำเนินการสองมาตรฐาน ทุกคนทนได้กับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม แต่ทนไม่ได้กับผู้ใช้กฎหมายอยุติธรรม ที่ผ่านมาคนไทยเจอสองมาตรฐานแบบสองเด้ง การยุบพรรคไทยรักไทยและยุบพรรคพลังประชาชน ที่ไม่มีโอกาสชี้แจง แต่แถลงปิดคดีแค่ 40 นาทีอย่างรวดเร็วมาก ตรงกันข้ามคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทที่บริษัทพีทีไอบริจาคให้ปชป.ซึ่งหลักฐานดีเอสไอ(กรมสอบสวนคีดพิเศษ)สอบไว้มีอย่างชัดเจน ตรวจสอบได้ไม่ยาก แต่ กกต.(คณะกรรมการการเลือกตั้ง)สอบ 8 เดือนไม่เสร็จ ถึงวันนี้ยังเลื่อนไปอีก


นายพงศ์เทพกล่าวว่าในส่วนสองมาตรฐานในกรณีนายจตุพรออกมาเปิดเผยเอกสารลับของกระทรวงการต่างประเทศ แทนที่กระทรวงต่างประเทศจะดำเนินกับเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องออกเอกสาร แต่กลับแจ้งความกับนายจตุพร อ้างเป็นเอกสารความมั่นคงของประเทศ ส่วนกรณีการปิดสนามบินถึงวันนี้ไม่มีการดำเนินคดีอย่างจริงจังกับผู้ก่อการดีอีกทั้งการบินไทยยังปล่อยให้พนักงานที่เป็นสหภาพที่ออกมายอมรับว่าพาสหภาพปิดสนามบินแล้วยังให้ทำงานในการบินไทยต่อไป ซึ่งเป็นสองมาตรฐาน หรือกรณีเขายายเที่ยง ชาวบ้านที่อยู่เชิงเขาถูกเพิกถอนสิทธิครอบครองพร้อมจำคุก 10ปี ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีมีบ้านอยู่บนยอดเขากลับยังอยู่ได้ ไม่ถูกดำเนินคดี เป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก

"จึงอยากขอให้คำพูดของนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคตส. ที่บอกว่า "มึงกับกูจะอยู่อย่างนี้หรือ" ในเรื่องของความเป็นธรรม และขอฝากสามหนุ่มสามมุมซึ่งจะเป็นทีมที่แข็งที่สุดในการต่อสู้ในการเลือกตั้ง" นายพงศ์เทพกล่าว

เขายายเที่ยง......... \"ซีรีย์เรื่องยาว\"

ที่มา thaifreenews



ทำท่าว่าจะกลายเป็นซีรี่ส์เรื่องยาวเสีย แล้ว สำหรับกรณีเข้าไปยึดครองพื้นที่ป่าสงวนบนเขายายเที่ยง ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี

ที่ว่าเป็นซีรี่ส์เรื่องยาว ก็เพราะมันกั๊กๆ กันอยู่ยังไงชอบกล สำหรับเรื่องนี้


1.เมื่อมีคนไปฟ้องโดยตรงต่อศาล ศาลก็ไม่รับฟ้อง เพราะเห็นว่าไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง

2.ผู้เสียหายโดยตรงอย่างกรมป่าไม้ไม่คิดที่จะขยับดำเนินการอะไร

3.ร้ายไปกว่านั้นคือ ตำรวจหลายโรงพักที่มีประชาชนไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ ก็ไม่ได้ทำให้คดีมีความคืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น

ทั้งที่กรณีนี้เป็นความผิดชัดเจน เนื่องจากมีการสรุปผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป แล้ว ชาวบ้านที่ถือครองที่ดินอยู่ในละแวกเดียวกันหลายราย ก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว

บางรายศาลตัดสินให้จำคุก 10 ปี แต่ปรานีลดให้เหลือแค่ 4 ปี

แต่สำหรับกรณีที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.สุรยุทธ์ กลับไม่มีความคืบหน้าด้วยประการทั้งปวง

ได้เขียนไปแล้วครั้งหนึ่งว่า กรณีนี้ พล.อ.สุรยุทธ์มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ จะเป็นสุภาพบุรุษเก็บข้าวของเดินออกจากบ้านพักที่ไปสร้างไว้แล้ว คืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้ หรือจะเลือกแนวทางเป็นจำเลย ขึ้นต่อสู้คดีความในชั้นศาล

ถ้าจำความไม่ผิด น่าจะเคยได้ยิน พล.อ.สุรยุทธ์ พูดในสมัยที่ยังนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีว่า หากผลการสอบสวนออกมาว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนจริง ก็ยินดีจะคืนให้


วันนี้ผลสอบออกมาชัดเจนแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคืน

กรณีของ พล.อ.สุรยุทธ์ถือว่า ท้ายทายจริยธรรมเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งจริยธรรมในตัวของ พล.อ.สุรยุทธ์เอง ที่เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และนั่งเป็นองคมนตรีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่สมควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อประชาชน

ที่สำคัญคือ ท้าทายรัฐบาลเด็กดื้อข้างโพเดียม ที่จีบปากจีบคอพูดทุกวันนี้ จะไม่ยอมให้ใครละเมิดกฎหมายบ้านเมือง จะทำหน้าที่รักษากฎหมายอย่างเต็มที่

เรื่องนี้จึงเป็นการท้าทายอย่างที่สุดว่า “ดีแต่ปาก” หรือว่า “ทำได้จริง”

อยากเตือนว่า กรณีนี้ทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์และรัฐบาล ต้องตัดสินใจให้ไวว่า จะดำเนินการอย่างไร หากปล่อยทิ้งเนิ่นนานไปจะไม่ดี เพราะจะเป็นการตอกย้ำความ 2 มาตรฐานในสังคมไทย

จะเป็นเงื่อนไขให้คนที่คิดว่าถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่แล้ว ไม่พอใจมากขึ้น การเคลื่อนไหวต่างๆ ก็จะพลอยเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย

นี่ก็เห็นว่า หลังปีใหม่จะมีคนเสื้อแดง ขึ้นไปเยี่ยมเที่ยวชมบ้านพักของท่านที่เขายายเที่ยง

ขอย้ำว่า ทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์และรัฐบาล ควรรีบตัดสินใจในเรื่องนี้ก่อนที่จะสายเกินไป
โดย คุณลอย ลมบน
ที่มา เวบไซต์
โลกวันนี้
ยืนยันชัด ''เขายายเที่ยง'' อยู่ในเขตป่าสงวน
images.google.co.th/imgres

ปธ.กมธ.วิสามัญส่งเสริมการสร้างคุณธรรมฯ กล่าวต่อว่า ตนจะขออภิปรายใน 2 เรื่อง คือเรื่องที่พักของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หรือที่เรียกว่า เขายายเที่ยง ซึ่งตนได้ตรวจสอบพื้นที่ทั้งภาพถ่ายทางอากาศ ทางภาคพื้นดิน และภาพถ่ายทางดาวเทียม โดยเฉพาะแผนที่จากกรมแผนที่ทหารบก ไม่ได้ทำเอง ซึ่งทั้งหมดยืนยันว่าเป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นไปตาม พ.ร.บ.ป่าสงวน พ.ศ.2507

และต่อมามีกฎกระทรวง ฉบับที่ 67 พ.ศ.2508 กำหนดให้ป่าเขาเตียน ป่าเขาเขื่อนลั่น ต.จันทึก อ.ปากช่อง และอ.ลาดบัวขาว และอ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นป่าสงวนแห่งชาติ จากนั้นได้มีกฎกระทรวง ฉบับที่ 984 พ.ศ.2525 อีกฉบับออกมาเพื่อประกาศขยายพื้นที่ป่าสงวนเพิ่ม โดยรมว.เกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นคือนายชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่แต่งตั้งนายสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นผบ.ทบ. เมื่อสมัยที่ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ กล่าวต่อว่า พื้นที่ซึ่งเป็นป่าสงวนจึงเป็นพื้นที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ใดๆ ได้ ผู้ที่เข้าไปอยู่คือผู้บุกรุก แม้จะเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือ ภบท.5 แล้ว หรือที่ชาวบ้านเรียกภาษีดอกหญ้า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เอกสารสิทธิใดๆ ผู้ที่เข้าไปอยู่อาศัยหรือครอบครองผิดตามมาตรา 14, 31 โทษถึงจำคุก ตนจะขอย้อนการได้มาซึ่งบ้านพักเขายายเที่ยงของพล.อ.สุรยุทธ์ โดยเริ่มเมื่อปี 2536 ชาวบ้านรุกที่ป่าสงวนและถูกไล่จับออกมา จากนั้นกฟผ.เขาไปทำอ่างจากลำน้ำลำตะคอง ขออนุญาตกรมป่าไม้ โดยกรมป่าไม้ ไปจัดเป็นพื้นที่หมู่บ้านป่าไม้ ซึ่งเป็นส่วนที่จัดสรรไว้ให้

ยังเคลือบแคลง ''ขายหรือยกให้''

สมาชิก สนช. คนเดิมกล่าวต่อว่า ส่วนที่มาของนายกรัฐมนตรีนั้น จากการตรวจสอบพบว่ามีการขายจากชาวบ้านโดยนายเบ้า ขายให้กับนายนพดล พิทักษ์วานิช ในราคา 7 แสนบาท เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2538 แต่เป็นเอกสารภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ ขณะนั้นนายกฯ ยังเป็นแม่ทัพกองทัพภาคที่ 2

และในวันที่ 31 มี.ค.2540 นายนพดล ก็เอามาทำเป็นสัญญาซื้อขายให้กับพ.อ.สุรฤทธิ์ จันทราทิพย์ ในราคาเพียง 5 หมื่นบาท และในวันที่ 12 พ.ย. พ.ศ. 2545 พ.อ.สุรฤทธิ์ขายให้กับ พ.อ.หญิงคุณหญิง จิตรวดี จุลานนท์ ภรรยานายกรัฐมนตรี (ขณะนั้นยังไม่ได้เป็นท่านผู้หญิง) โดยไม่ระบุราคาซื้อขาย

น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า แต่จากการตรวจสอบบันทึกของผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เขายายเที่ยง ในฐานะเจ้าพนักงานสำรวจ ได้มาทำการสำรวจไว้ โดยบันทึกไว้ว่าเพราะเจ้าของเดิมยกให้ ความเป็นมาจึงเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย และจากการที่เจ้าหน้าที่ไปดูมา 3 ครั้ง พบหลายอย่าง

วันที่ 25 ธ.ค.2549 ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิตว่า พล.อ.สุรยุทธ์บอกว่า ผมแถลงวันนี้ก็เพื่อความโปร่งใสของผมเอง พื้นที่ดังกล่าวยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ได้ เพราะยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ติดต่อกันมาตั้งแต่เป็นแม่ทัพภาค 2

พล.อ.สุรยุทธ์รู้ถึงสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าเป็นอย่างดี เพราะอยู่ในป่าสงวนฯ และต่อมาได้พูดว่าการเสียภาษีบำรุงท้องที่ภรรยาเสียภาษีมาตั้งแต่ปี 2545 ถ้าเห็นว่าตนทำผิดกฎหมายสมควรจะออก ผมก็พร้อมออก ไม่ขัดข้อง ซึ่งตนคัดมาเพื่อขอเตือนความจำ

''ในฐานะที่นายกฯ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม ถ้าเป็นแบบนี้ผมขอร้องให้นายกฯ สร้างบรรทัดฐานใหม่ ถ้านายกฯ อยู่ได้ ทำไมศาลสีคิ้วตัดสินจำคุกชาวบ้าน พระประจักษ์ตั้งสำนักสงฆ์อยู่ใกล้กันยังถูกจับติดคุก 4 ปี คุณธรรม จริยธรรม ต้องอยู่ในจิตสำนึกของเรา''

images.google.co.th/imgres

เปิดทุนใหญ่ไทยแลนด์หมื่นล้านในกัมพูชาเสียวสันหลังวาบ ปลุกกระแส\"คลั่งชาติ\" !!

ที่มา thaifreenews

เปิดกลุ่มทุนใหญ่หมื่นล้านที่เข้าไปลงทุนใน กัมพูชาล้วนขาใหญ่ทั้ กลุ่มซีพี กลุ่มเสี่ยเจริญ กลุ่มไทยนครพัฒนา เจ้าของยาแก้ปวดทิฟฟี่ กลุ่มมาลีนนท์ คอนเนกชั่นปึ๊กกับรัฐบาลพนมเปญ โหรดัง ทำนาย ระวัง สงครามกับเพื่อนบ้าน เสียชีวิตผู้คนจำนวนมาก นักธุรกิจเสียวสันหลัง ฝันร้าย 29 มกราคม 2546 ตามหลอน

รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอบโต้รัฐบาลกัมพูชาที่แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา
ด้วยการเรียกเอกอัคร ราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ กลับประเทศไทย

กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีปากกล้าตัวแทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถามท้า ฮุนเซ็นว่า จะเลือก เพื่อนบ้าน หรือ ทักษิณ
รัฐบาลประชาธิปตย์ เชื่อว่า นี่คือ การแทรกแซงกิจการภายในของไทย
นาที นี้ อาจนำไปสู่การปิดชายแดน กดดันกัมพูชา
หลายคน เสียวสันหลัง เมื่อนึกถึงคราวเผาสถานทูตและธุรกิจไทย เมื่อ วันที่ 29 มกราคม 2546
........

โสรัจจะ นวลอยู่ โหรชื่อดัง เขียนไว้ในศาสตร์แห่งโหร ปี 2553 ตอนหนึ่งว่า ถึงคราวที่ประเทศไทย จะเข้าสู่สงครามที่เราไม่เคยมีมาเลยกับประเทศเพื่อนบ้าน
เป็นการรบอย่างแท้จริง อิทธิพลของดาวราหู ทำมุมเสียกับ ลัคนาประเทศ
ถ้าประเทศไทยยังเฉยเมยไม่ตระหนัก ต่อปัญหาที่รุมเร้า หนักข้อขึ้นทุกที เสมือนดูหมื่นสยามประเทศมาโดยตลอด
ดังนั้นปี 2553 จะเกิดการรบนองเลือด ถึงขั้นเสียชีวิตผู้คนมากมาย
ถึงจะได้คืนแผ่นดิน อาจจะถึงขั้นประเทศสงครามกับเพื่อนบ้าน
.........

หากจำกันได้ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว การสื่อสารที่ผิดพลาด โดยจงใจ
วันที่ 29 ม.ค.2546 ชาวเขมรนับร้อยคนบุกเข้าไปในสถานทูตไทยริม ถนนโรดม กลางกรุงพนมเปญ และบุกเข้าไปทำลายข้าวของและเผาอาคารสถานทูต
และเผาธุรกิจไทย วอดวายเป็นเถ้าถ่าน หนึ่งในโรงงานที่ถูกเผาวอดคือ โรงงานของ เสี่ยสมศักดิ์ รินเรืองสิน ไม่นับธุรกิจของคนไทยที่เดือดร้อนเสียหายไปทั่ว

แล้ว ฝันร้าย ก็หวนกลับมาอีกครั้ง ...
สัปดาห์หน้า พุธที่ 11 พ.ย. 2552 เวลา 13.30-16.30 น.
ณ ห้อง 201 คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
มีการเปิดเวที หัวอกธุรกิจไทยในกัมพูชา ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย คุณสมศักดิ์ รินเรืองสิน นายกสมาคมนักธุรกิจไทยในกัมพูชา คุณวิชัย กุลวุฒิวิลาศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สไมล์ภัณฑ์ จำกัด คุณปรีดา สามแก้ว กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท PD Intertrade 92 จำกัด คุณสม ไชยา บรรณาธิการ สถานีโทรทัศน์ CTN กัมพูชา คุณประภาพรรณ ศรีสุดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดไทย-กัมพูชา

@ ธุรกิจหมื่นล้านของคนไทยในกัมพูชา
การค้าระหว่างไทย-กัมพูชา มีมูลค่าปีละ 6-7 หมื่นล้าน
จากข้อมูลสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ณ กรุงพนมเปญ มีโครงการที่นักธุรกิจไทยถือหุ้นและได้รับการส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2537 ถึง 30 มิถุนายน 2552 รวม 81 โครงการ มูลค่ารวม 362.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
เป็นเงินลงทุนเฉพาะในส่วนของนักธุรกิจไทย 226.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 62.53 ของโครงการ ประกอบด้วย
รายใหญ่ จริงๆ นอกจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และกลุ่ม ทีซีซี ของ เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี แล้ว
น่าจะได้แก่ " เสี่ยอ๊อด " สุภชัย วีระภุชงค์ แห่ง บริษัทไทยนครพัฒนา จำกัด หรือ ยาตราครก ซึ่งมีธุรกิจครอบคลุมไปทุกเซกชั่น

เสี่ยอ๊อด เป็นนักธุรกิจคนไทยที่ไปบุกเบิกสร้างโรงแรมในกัมพูชาได้รวบรวมที่ดินที่ เมืองเสียมราฐ เอาไว้ราว 650 ไร่ เพื่อมาสร้างสนามจนในที่สุดก็มีสนามกอล์ฟเกิดขึ้น สร้างความตะลึงให้กับคนกัมพูชาพอสมควร
เมื่อ สนามกอล์ฟโภคีธรา คันทรีคลับ เสียมราฐ ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อ 3 ปี ที่แล้ว ด้วยทุน 400 ล้านบาท นับเป็นสนามระดับ 5 ดาว
เมื่อจำแนกรายกลุ่ม จะพบกลุ่มธุรกิจไทยรายใหญ่ ที่ไปลงทุนในกัมพูชา หลายราย ดังนี้
1.สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ในนามบริษัท K.C.S Cambodia ของตระกูล มาลีนนท์
2.สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 ลงทุนร่วมระหว่างกลุ่มกันตนาและกลุ่มบริษัทไทยนครพัฒนา ในนามบริษัท Mica Media ของตระกูล วีระภุชงค์
3.โรงงานจำหน่ายก๊าซ LPG จำนวน 2 โครงการ คือ บริษัท Khmer Unique Gas และ World Gas
4.ยักษ์ รับเหมา บริษัท รับเหมาก่อสร้าง นพวงศ์
5.โรงแรมจำนวน 8 แห่ง คือ Inter Continental ในนามบริษัท Regency, โรงแรม Royal Angkor ใน จ. เสียมราฐ ของกลุ่มบริษัทไทยนครพัฒนา, โรงแรม Imperial Angkor Palace ใน จ. เสียมราฐ ของกลุ่มบริษัท ทีซีซี ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี, โรงแรม Phokeethra Resort & Spa (Cambodia) ในกรุงพนมเปญ ของกลุ่มบริษัทไทยนครพัฒนา, โรงแรมของบริษัท V&V ของกลุ่มบริษัทไทยนครพัฒนา เพื่อสร้างโรงแรมและสนามกอล์ฟในกรุงพนมเปญ, โรงแรมในอำเภอปอยเปต จ. บันเตียเมียนเจย ได้แก่โรงแรม Poi Pet International Club, โรงแรม Star Vegas Resort & Club และโรงแรม Angkor Plaza
6.โรงพยาบาลจำนวน 1 โครงการ ลงทุนโดยโรงพยาบาลกรุงเทพ ในนาม Royal Angkor International Hospital ใน จ.เสียมเรียบ และ Royal Rattanak ในกรุงพนมเปญ เปิดให้บริการแล้ว และกำลังก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลแห่งใหม่ อีก 1 แห่ง ในกรุงพนมเปญขนาด 250 เตียง คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2553
7.การลงทุนของบริษัทซีเมนต์ไทย จำกัด และบริษัทในเครือรวม 5 โครงการ ได้แก่ โรงงานปูนซีเมนต์ Kampot Cement (K. Cement Brand) ในจังหวัดกัมปอต โรงงานผลิตซีเมนต์ผสมสำเร็จรูป (Mixed Cement Plant )โรงงานผลิตซีเมนต์บล๊อค CPAC Monier การปลูกยูคาลิปตัสเพื่อทำกระดาษในนามบริษัท CPAC Agro Industry และบริษัท CPAC Monier เพื่อผลิตกระเบื้องมุงหลังคา
8.การให้บริการโทรคมนาคม จำนวน 1 โครงการ คือ Cambodia Shinawatra ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Mfone ให้บริการคลื่นโทรศัพท์ไร้สายแบบ Fixed Phone และ Mobile Phone
9.โรงงานประกอบรถจักรยานยนต์ Honda
10.โรง งานพลาสติค จำนวน 3 โรงงาน ได้แก่ โรงงาน Phnom Penh Supply ผลิตขวดน้ำดื่ม ถุงพลาสติค Modern Plastic Packaging ของเสี่ยสมศักดิ์ รินเรืองสิน และโรงงาน Modern Development
11.โรงงานผลิตน้ำดื่มยี่ห้อ LYYON ของกลุ่มบริษัทไทยนครพัฒนา ในนามบริษัท Cambodia Development
12.โครงการ ปลูกอ้อยบนพื้นที่สัมปทานจำนวน 6 โครงการ ได้แก่ของกลุ่มบริษัทน้ำตาลขอนแก่นในนามบริษัท Koh Kong Plantation, Koh Kong Sugar Industry ของกลุ่มบริษัท ทีซีซี ได้แก่ MRT-TCC Sugar Investment, ของกลุ่มบริษัทน้ำตาลมิตรผล ได้แก่ (Cambodia) Cane and Sugar Valley, Angkor Sugar และ Tonle Sugar Cane
13.โครงการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชไร่ของกลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในนาม C.P. (Cambodia)
14.การ ลงทุนของบริษัทสามารถเทเลคอม จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ การให้บริการวิทยุการบินในนาม Cambodia Air Traffic Service การสร้างโรงงานไฟฟ้า Kampot Power Plant เพื่อขายไฟให้แก่โรงงานกัมปอตซีเมนต์ และโครงการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.เสียมเรียบ
15.โครงการโรงไฟฟ้าขนาด 10 MKW ของกลุ่มบริษัท ทีซีซี จำนวน 4 โครงการ ในชื่อกลุ่ม Suvannaphum Investment
16.โรงงานผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของกลุ่มบริษัทบางกอกการ์เมนต์ ในนามบริษัท Baxter Brenton (Cambodia) Clothing Manufacturing
17.โรงงานผลิตรองเท้า 2 โครงการ คือ Dance Supply (Cambodia) และ Cambo Shoes
ธุรกิจไทยที่มีคอนเนกชั่นที่ดีกับ ผู้นำรัฐบาลกัมพูชา อาจได้รับคำยืนยันว่า ไม่มีปัญหา และนักธุรกิจที่เดือดร้อนทันทีคือ กลุ่มธุรกิจที่ค้าขายตามแนวชายแดน รวมถึงบ่อนกาสิโนที่เงียบเหงาทันตาเห็น
แต่ถามว่า หัวอกนักธุรกิจไทย เป็นอย่างไร เมื่อ การเมืองเข้ามาแทรกและทำลายบรรยากาศการลงทุน
คำตอบคือ เซ็ง สุดเซ็ง กับพวก ชาตินิยมคลั่งชาติ
..กูจะค้าขาย(ว๊อย)


ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

ไททานิค

ที่มา บางกอกทูเดย์

วันที่ไททานิค...ยักษ์ใหญ่...ประกาศว่า...นี่คือเรือที่ไม่มีวันล่มนั้น...คนทั้งโลกเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง...ยิ่งเมื่อมันจอดเทียบท่า...ตัวตนมันยิ่งชัดเจนว่า...นี่คืออมตะแห่งศตวรรษทุกๆ ชีวิตบนไททานิค...มอบกายถวายชีวิตให้กับความเชื่อ...มันคือการเดินทางร่วมไปกับเทพเจ้า..หัวเรือที่กรีดผ่านนํ้า..มหาสมุทรไม่ใช่สิ่งที่น่าพรั่นพรึงอีกต่อไปพายุใหญ่ลมแรง...มัจจุราชแห่งท้องนํ้า..เป็นเพียงกระแสที่พัดผ่าน นำความสำราญทิ้งออกไปสู่แผ่นนํ้าเบื้องท้ายไม่ต่างอะไรกับอำนาจที่ยิ่ง

ใหญ่..ต่างก็ประเมินตนว่าเป็นไททานิคเมื่อคนมองลงมาจากฟากฟ้าด้วยสายตาของนก...มันก็ไม่มีทั้งภูเขาและจอมปลวก...สรรพสิ่งทั้งหลายล้านไม่ใช่ปัญหา...ไม่มีแม่นํ้าใดกว้างจนข้ามไม่ได้ ไม่มีความเชี่ยวกรากใดๆ มาต่อต้านบนเก้าอี้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ..ไม่ต่างอะไรกับเรือยักษ์ไททานิค..ศาสตราวุธแห่งสงคราม.คือประกาศิตแห่งอำนาจ..ตราบเท่าที่ทวยหาญและแสนยานุภาพเรียงรายอยู่เบื้องหน้า..ความเป็นอมตะจะล้อมกรอบจิตใจจนไร้สติปัญญาสติปัญญา

เพียงแค่จะติดว่า...เมื่อไม่นานก่อนหน้า...ณ...จุดที่เท้าแห่งเขายํ่าเหยียบ...ก็มีผู้อื่นยืนอยู่...ผู้ยืนอยู่ก่อนหน้า...บางท่านก็ปราชัยแพ้ภัย...บางท่านก็เร้นกายจากไปเพราะเกษียณอายุราชการ..บางท่าก็จากไปสู่ประตูคุกที่คุมขัง..แต่เที่ยงแท้สำคัญที่สุดนั้น..ไม่มีผู้ใดอยู่ยงคงกะพัน ทุกๆ ท่านล้วนมาและจากไปเรียบเรียงมาเพื่อที่จะบอกว่า...แผ่นดินไทยเรานี้เรียบประดุจมหาสมุทรอันไพศาล...มหาสมุทรไม่เคยเป็นของใคร ประเทศก็เช่นกัน...โชคชะตาอาจจะทำให้บางท่านก้าวขึ้น

มาสู่ความยิ่งใหญ่.บ่าวไพร่อาจจะโห่ร้องสรรเสริญท่านเป็นประดุจไททานิคเรือยักษ์ทว่า...บนความหลงตัวลืมตน..บนสายธารแห่งกาลเวลาชั่วขณะที่เผลอและประมาทเลินเล่อ..เพียงเฉียดเข้ากับส่วนของภูเขานํ้าแข็ง..ที่สงบเสงี่ยมเจียมตน..ที่พ้นนํ้าเพียงส่วนน้อยแต่ห้อยทิ้งความยิ่งใหญ่ไว้เบื้องล่าง...ไททานิคก็ถล่มจนวอดมาแล้วด้วยเหตุนี้..ยืนยันวจีแห่งพุทธที่ว่า...แตกดับย่อมเกิดกับทุกสรรพสิ่งประเทศไทยวันนี้...มีมหาประชาชนดั่งแผ่นนํ้ามหาสมุทร..มีไททานิคเรือ

ยักษ์..มีสันดอนเกาะแก่งและภูเขานํ้าแข็ง...รัฐบาลที่มาจากกองทัพ...อาจจะหลงใหลลืมตนว่าเป็น..ไททานิค..ที่ไม่มีวันล่มไม่มีวันจม...กองทัพก็อาจจะประเมินตน..ว่าอาวุธคือแก้วสารพัดนึกที่ไร้ผู้ต่อต้าน...คืนวันคริสต์มาส..ใกล้วันปีใหม่...ช่วงล่มสลายของไททานิค..จะเป็นประโยชน์กับใครได้บ้าง..ที่จะรับรู้และเรียนรู้ว่า...มหาสมุทรต่างหาก..คือผู้เคยปราชัย 

ทุกข์ทั้งแผ่นดิน ‘มาร์คระรื่น’

ที่มา บางกอกทูเดย์

ปัญหาสารพัดที่เกิดขึ้นในรอบปี 2552 จริงๆแล้ว มีปมเหตุมาจากการที่นายอภิสิทธิ์ ยอมรับการพลิกขั้วของนายเนวิน แล้วก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งใช้ความเชื่อมั่นสไตล์ “ออกซ์ฟอร์ด” เป็นที่พิงหลัง จนทำให้ถูกมองว่าเป็นสุดยอดเด็กดื้อที่ดื้อได้สุดยอดจริงๆ เพราะแม้แต่อำนาจพิเศษที่พูดกันขรมไปทั้งสังคม นายอภิสิทธิ์ยังดื้อใส่หน้าตาเฉย

“กระจกเงา” มีไว้เพื่อใช้ในการส่องดูเพื่อตรวจสอบหาข้อบกพร่อง หาจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ จะได้หาทางทำให้สวยขึ้น ดูดีขึ้น แต่หลายคนเมื่อกระจกเงาสะท้อนจุดแย่ออกมาให้เห็นกลับโกรธเกรี้ยวโมโหโกรธา โทษกระจก หรือพาลทุบกระจกทิ้งก็มีเพราะไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองมีจุดอัปลักษณ์ !!!แต่ก็มีไม่น้อยที่ไม่ว่ากระจกเงาจะสะท้อนความจริงเช่นไร ก็จะหลงรูปว่าตนเองสวยที่สุด ดีที่สุด เก่งที่สุด แล้วก็หลงใหลได้ปลื้มกับเงาของตัวเองหนักหนากว่า “เทพนาซีซัสผู้หลง

เงา” เสียอีกเพราะเทพนาซีซัสนั้น หล่อเหลาสวยงามจริงๆ จะหลงเงาก็คงไม่แปลก แต่ขนาดนั้นการหลงเงาก็ยังนำมาซึ่งความสูญเสียในที่สุดแล้วประเภทที่ความจริงไม่ได้สวยงาม แต่กลับหลงชื่นชมตัวเอง จะอันตรายขนาดไหนบนถนนการเมืองในรอบปี 2552 ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า มีนักการเมืองผู้หลงเงาอยู่ไม่น้อย... แถมมีผู้ที่ควรทำหน้าที่แล้วไม่ยอมทำหน้าที่ก็เยอะ2552 จึงกลายเป็นปีที่บ่มเพาะปัญหาทางการเมืองอย่างรุนแรง!!!2552 จึงต้องถือว่า เป็น “ปีแห่ง

ระเบิดเวลาทางการเมือง” ที่กำลังจะถูกส่งต่อให้มาระเบิดตูมขึ้นในปี 2553 ... แค่ว่า... ช้า หรือ เร็ว เท่านั้นตัณหาการเมืองไม่เคยเข้าใครออกใครยิ่งในปี 2552 การเป็นรัฐบาลภายใต้การพลิกเกมทางการเมือง โดยมี เนวิน ชิดชอบ ผู้ถูกคำสั่งศาลให้เว้นวรรคทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี แต่กลับมากบารมีทำให้มีการตั้งรัฐบาล ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ดังนั้นแม้ว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์ จะมองว่าเป็นการลดตัว เป็นการฉุดภาพลักษณ์ที่แสนดี

ของนายอภิสิทธิ์ แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพื่อการนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีตามที่เคยใฝ่ฝันมานานนายอภิสิทธิ์ จึงต้องกอดกันกลมกับนายเนวิน ปานจะรักกันเหลือเกินเป็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองในปี 2552 ได้เลยภาพหนึ่งเมื่อกอดจนตัวติดกันปานฝาแฝดเช่นนั้น ก็ช่วยไม่ได้หากจะมีการออสโมซิสพฤติกรรมและความคิดของนายเนวินเข้ามาในตัวของนายอภิสิทธิ์ เพราะหลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์ ก็กลายเป็นผู้ที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ดั่งใจปรารถนา ใกล้เคียงกับนายเนวิน ผู้ทำอะไรก็

ได้ไม่ว่าบวกหรือลบ ขอให้บรรลุวัตถุประสงค์เป็นพอและกลายเป็นหนึ่งในที่มาของปมปัญหาการเมืองในรอบปียิ่งบรรดาคนแวดล้อมต่างๆ ภายใต้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ที่ถูกแต่งตั้ง ถูกมอบหมายให้รับหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ กลับกลายเป็นยิ่งทำปัญหาให้บานปลายมากขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะทำหน้าที่พรากฟืนออกจากเตาไฟ ดังทะลึ่งโหมใส่ฟืนเข้าไปในกองไฟไม่หยุดหย่อน... ประเทศชาติจะไม่ร้อนได้อย่างไรหนักหนาสาหัสที่สุด ก็หนีไม่พ้นรัฐมนตรี

ที่นายอภิสิทธิ์อุ้มกระเตงเพื่อตอบแทนบุญคุณอย่างนายกษิต ภิรมย์ นั่นเองในรอบปีที่ผ่านมา นายกษิตสร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน ที่สำคัญที่สุดก็คือ นายอภิสิทธิ์อุตส่าห์เชื่อมั่นให้นั่งเก้าอี้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่กลับไม่เคยทำหน้าที่สร้างสัมพันธ์กับมิตรประเทศเพื่อนบ้านเลยสร้างความร้าวฉานคืองานถนัด... โดยเฉพาะกับประเทศกัมพูชา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ในการไล่ล่าทำลายล้างทางการเมือง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต

นายกรัฐมนตรีคนในบ้านเลขที่ 111 ใครจะกลับมาเล่นการเมืองในอนาคตไม่เป็นไรแต่หากเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เด็ดขาด... บรรดาผู้ไล่ล่าล้วนไม่ยอม เพราะกลัวเจอรายการเช็คบิลทวงคืน กลายเป็นบรรยากาศที่ไม่สมานฉันท์ของแผ่นดินและกลายเป็นแรงยั่วยุทางการเมือง ให้มีการแสดงพลังประชาธิปไตย
ภาคประชาชนกันไม่หยุดหย่อน แย่ตรงที่กระบวนการทางการเมืองที่แบ่งแยกแตกขั้ว ทำให้กลุ่มพลังประชาธิปไตยภาคประชาชนแบ่งออกเป็น 2 ขั้วไปด้วยขั้ว

กลุ่มพันธมิตร และขั้วกลุ่มคนเสื้อแดง2552 จึงกลายเป็น “ปีกีฬาสีทางการเมืองที่ดุเดือด”ไปก็เพราะเหตุนี้แหละแถมผู้ที่เกี่ยวข้องในหน้าที่ แทนที่จะเป็นกรรมการที่หาทางทำให้ทั้ง 2 ขั้ว ลดแรงกดดันเพื่อสร้างสมานฉันท์ กลับดันแสดงออกภายใต้คำจำกัดความว่า “2 มาตรฐาน”เจอพฤติกรรม 2 มาตรฐานให้เห็นชัดๆ... ที่วุ่นวายอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งกลายเป็นโคตรวุ่นวายหนักยิ่งขึ้นไปอีกดูแค่กรณีล่าสุดส่งท้ายปีหมาดๆก็ได้ นั่นคือคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีเงิน

บริจาค 258 ล้านบาท ที่กำลังเป็นเผือกร้อน และตกอยู่ในมือของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ขณะนี้เพราะทำท่าว่าจะเป็นคดีพิสดาร ให้อำนาจสิทธิ์ขาดเพียงเสียงเดียว คือ แค่นายอภิชาตคนเดียวก็สามารถยกคำร้องคดีได้เลย... ซึ่งนายอภิชาตก็แสดงออกชัดเจนว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่ว่าอย่างไรก็เห็นว่าให้ยกคำร้อง ไม่ต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์พูดกันโต้งๆมาตลอด แล้วมาถูกมอบหมายให้ตัดสินใจคนเดียว จะเหลือหรือ???

เสียงไม่เห็นด้วยก็เลยระงมทั้งแผ่นดินที่สำคัญไม่ใช่แค่กลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืนกรานไม่ยอม และออกโรงกดดันหนัก แม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเคยโดนชะตากรรมถูกสั่งให้ยุบพรรคชาติไทยมาแล้ว ยังอดรนทนไม่ไหว ต้องออกมาถามถึงมาตรฐานที่พึงมี “คดี 258 ล้านบาท จะเป็นการตัดสินที่ใช้มาตรฐานยุบ 4 พรรคการเมืองเดิมหรือไม่?”เช่นเดียวกับพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ซึ่งถูกยุบพร้อมพรรคชาติไทยและ

พลังประชาชน ก็ย้ำว่า กกต. ควรยึดมาตรฐานเดียวกันเพราะแค่ท่าทีมาจนถึงขณะนี้ ก็แปลกใจมากแล้ว เพราะกกต.ใช้เวลาพิจารณาคดีนี้นานผิดปกติ ทั้งที่ได้รับข้อมูลจากดีเอสไอไปแล้วถึง 7 เดือน “เท่าที่ผมอ่านกฎหมายได้ระบุไว้ชัดเจนว่า เมื่อปรากฏพยานหลักฐานชัดแจ้ง ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคการเมือง โดยกรณีนี้คนทำหน้าที่หาหลักฐานคือดีเอสไอ ซึ่งเขาต้องมั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ แล้ว ถึงส่งเรื่องให้

กกต. แต่กกต. กลับทำเหมือนจะมาสอบใหม่หมด โดยล่าสุดประธานกกต.ก็จะแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูรายละเอียดอีก ทำให้คดีนี้นานผิดปกติต่างจากคดีของ 3 พรรคการเมืองที่ถูกยุบอย่างรวดเร็ว” พ.ต.ท.บรรยินกล่าวซ้ำยังอดสงสัยไม่ได้กับการที่กรรมการกกต. ไม่ยอมร่วมลงมติในคดีนี้ แต่กลับโยนเรื่องให้ประธานกกต. เป็นผู้ชี้ขาด เพราะโดยหลักการไม่ว่าจะพิจารณาคดีใบเหลือง ใบแดง กรรมการกกต.ก็ลงมติได้หมด ไม่ใช่ให้ประธานกกต. ตัดสินคนเดียว แต่ก็

ยังหวังว่าสุดท้ายแล้ว นายอภิชาตน่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าตัดสินใจไม่ส่งเรื่องต่อก็ต้องรับผิดชอบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ซึ่งระดับมังกรการเมืองอย่างนายเฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าการที่ออกมาวิจารณ์อย่างเข้มข้น เพราะต้องการเตือนนายอภิชาต ซึ่งเห็นว่าเป็นคนดี ไม่อยากให้ทำในสิ่งเสียหาย เพราะเงิน 258 ล้านบาทที่พรรคประชาธิปัตย์อ้างว่าเป็นเงินบริจาคจากนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอโพลีน

จำกัด (มหาชน) นั้น ในความเป็นจริงไม่ใช่เงินของนายประชัย แต่เป็นเงินของผู้ถือหุ้นบริษัททีพีไอ แล้วถูกนำออกมาไซฟ่อนผ่านบริษัท แมสไซอะฯ“แต่อย่ามาอ้างเรื่องข้อกฎหมายว่าพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2541 และ 2550 แตกต่างกัน เพราะกฎหมายทั้งสองฉบับโทษก็ยุบพรรคเหมือนกัน จึงขอให้ประธาน กกต.ทบทวนให้ดี ผมไม่ได้ข่มขู่ แต่ถ้านายอภิชาตยกคำร้องเรื่องนี้เมื่อไหร่ ผมจะยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทันที ผมร่าง

หนังสือไว้เรียบร้อยแล้ว”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวปัญหาสารพัดที่เกิดขึ้นในรอบปี 2552 จริงๆแล้ว มีปมเหตุมาจากการที่นายอภิสิทธิ์ ยอมรับการพลิกขั้วของนายเนวิน แล้วก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งใช้ความเชื่อมั่นสไตล์ “ออกซฟอร์ด” เป็นที่พิงหลัง จนทำให้ถูกมองว่าเป็นสุดยอดเด็กดื้อที่ดื้อได้สุดยอดจริงๆ เพราะแม้แต่อำนาจพิเศษที่พูดกันขรมไปทั้งสังคม นายอภิสิทธิ์ยังดื้อใส่หน้าตาเฉยยิ่งในวันส่งท้ายปี 52 ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ นายอภิสิทธิ์ ยังแสดง

ความเชื่อมั่นสุดๆว่า สบายใจ ไม่ซีเรียสกับเสียงวิจารณ์ว่า เด็กเอาแต่ใจ หรือบางครั้งก็โดนว่า ไม่เป็นตัวของตัวเอง“ผมเชื่อฟังผู้ใหญ่บางคนก็เพราะมีเหตุผล บางโครงการมีข้อมูลหักล้าง ผมก็ไม่ได้ทำ ก็ถูกว่าเป็นเด็กดื้อ สุดท้ายเมื่อตัดสินใจแล้วผมเองคือผู้รับผิดชอบ จะอ้างคนอื่นไม่ได้”ขนาดนี้แล้ว... จะไม่ยกย่องให้เป็น “เด็กดื้อแห่งปี 52” ได้อย่างไร

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(29ธ.ค.):น้อมสำนึก

ที่มา Thai E-News



ภาพกิจกรรมชุมนุมน้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ227ปีตากสินมหาราช-จักรภพ เพ็ญแข วิดิโอลิ้งค์มาร่วมกิจกรรมงาน"28ธันวา วันตากสิน:สดุดีมหาราชกู้ชาติไทย"ที่ท้องสนามหลวงเมื่อ28ธ.ค.(ภาพโดย:มังกรดำ) อ่านบทความเกี่ยวข้องเรื่อง ตากสินมหาราช:กฤษฎาภินิหารอันบดบังมิได้

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันวันอังคารที่ 29 ธันวาคม ช่วงนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขครับ ก็จะมีกิจกรรมงานปีใหม่ของพี่น้องมาฝากกันเยอะหน่อย ที่ไหนอย่างไรมั่งเชิญตรวจสอบก่อนเดินทาง ท่านใดอยากฝากข่าวคราวกิจกรรมเชิญแจ้งมาที่ thaienews99@googlegroups.com***

***เริ่มกันที่แดงบ้านโป่ง เชิญชวนสังสรรค์ปีใหม่ ปราศรัยการเมือง พบกับ สุรชัย แซ่ด่าน-เสธ.แดง-สมยศ พฤกษาเกษมสุข 17.00-24.00น.อังคารที่29ธ.ค.52 แดงตะวันตกเจอกันที่ ภัตตาคาร หนู แซ่ตัน บัตร 300-รายได้เตรียมไปต่อสู้อำมาตย์ พบกับโฟนอินและมิตรสหายทั่วทุกเขตงาน 100 ท่านแรกรับฟรีหมวกดาวแดงของแท้จาก อ.สุรชัย ด่วนโทรจองบัตรที่ บริบูรณ์ 0818907921 fax 032221853***

***สำหรับท่านที่จะเดินทางไปร่วมงานเคาต์ดาวน์เสื้อแดงที่เชียงใหม่ กำหนดการเคาน์ดาวน์ คร่าวๆ คือพุธที่ 30 ธันวาคม 52 บ่ายโมงเป็นต้นไป ชมฟุตบอลนัดกระชับมิตร 4 คู่ (สนาม 700 ปี เชียงใหม่)ระหว่างแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน และ นปช.ภาคต่างๆ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นต้น***

***31 ธันวาคม 52 งานเคาต์ดาวน์ เริ่มตั้งแต่ 15.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม 52 จนถึง 06.00 น. ของวันที่ 1 มกราคา 53 (กิน ดื่ม ดิ้น ทั้งคืน)ท่านที่อยากไปมีวิทยุชุมชนแท็กซี่107.75เขาจัดรถไป ให้เปิดฟังว่าเต็มหรือยัง หรือไปกับเวบคนไทยยูเค ออกเดินทาง 29 ธันวาคม 52 ขบวนรถบัส ของกลุ่ม เวบคนไทยูเค 1 บัส ออกเดินทาง ค่ารถคนละ 2,000 บาท ไป-กลับ เสร็จสรรพ ตอนนี้จะเต็มแล้ว ท่านที่สนใจร่วมเดินทางกับเวบ คนไทยยูเค ติดต่อ ปุ้ย 081-8258661 ส่วนท่านที่อยากสอบถามรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับงานกิจกรรมสอบถามได้ที่กลุ่มเชียงใหม่ 51 โทร (053)219684***

***ขอเชิญชวนพี่น้องเสื้อแดงร่วมทำบุญกับชาว www.konthaiuk.com เป็นบุญทอดผ้าป่าการศึกษา ณ โรงเรียนบ้านหอย ตำบลหัวช้าง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีษะเกษ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 โดยอาจารย์ประทีป เพ็งแจ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ขอความอนุเคราะห์ มาว่า โรงเรียนได้ชำรุดทรุดโทรมลงไป ทางรัฐไม่ได้มาสนใจดูแล โดยเฉพาะโรงอาหารก็ผุพังลงไป เนื่องจากใช้งานมาหลายปี ถูกปลวกกัดกิน จนจะไม่มีสภาพที่จะใช้งานได้อีกต่อไป เด็กนักเรียนก็ขาดแคลนเสื้อผ้า ชุดนักเรียน ที่จะใส่ไปโรงเรียน บางคนรองเท้านักเรียนก็ไม่มีจะใส่ ชาวบ้านส่วนมากก็มีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ ได้แต่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้รับการเหลียวแล***

***ทางเวปไซด์คนไทยยูเค ก็ได้ตระหนักว่าเด็กในวันนี้ คืออนาคตของชาติในวันข้างหน้า จึงได้เข้าร่วมงานทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อที่ช่วยเหลือลูกหลานของพี่น้องเรา และก็ขอบอกบุญมายังทุกท่านที่ได้ฟังรายการของเรามา ณ ที่นี้ ถ้าท่านใดมีความประสงค์จะช่วยกันร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือ กิจกรรมในครั้งนี้ หรือต้องการจะไปร่วมงานด้วยตัวเอง ก็ขอเชิญติดต่อแจ้งความประสงค์มายัง
คุณปุ้ยน่ารัก เบอร์โทรศัพท์ 081 825 8661 ร่วมบริจาค สามารถโอนเงินผ่านบัญชี วัชราภรณ์ หวลธรรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ เลขที่บัญชี 401-614393-9 รบกวน โอนแล้ว แจ้งปุ้ย ด้วยค่ะ***

***คุณแป๊ะ บางสนาน เจ้าของโครงการ "สองขาเพื่อประชาธิปไตย"ฝากมา ในวันที่ 29 ธันวาคม 2552 จะเป็นตัวแทนโครงการ "สองขาเพื่อประชาธิปไตย" นำจานรับสัญญาณดาวเทียมที่ได้รับการอนุเคราะห์จากพี่น้องกลุ่มไผ่แดงไปติดตั้งให้พี่น้องที่หมู่บ้านน้อมเกล้า จังหวัดยโสธร ท่านใดอยู่ใกล้เคียงย่านนั้นขอเชิญร่วมกิจกรรม จากนั้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2552 จะปั่นส่งท้ายปีเก่ารอบเชียงใหม่ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตเคาท์ดาวน์ชาวเสื้อแดงครับ***



***คุณแป๊ะแจ้งมาว่าระหว่างทางยางแตก ทั้งจักรยานของผมและน้องถาวรที่ร่วมปั่น แต่ไม่เป็นปัญหาครับ อุปสรรค + ระยะทางทางไม่ใช่ปัญหาของทีมสองขา ฯ แต่เป็นอำมาตย์ครับที่เป็นปัญหาของพวกเราที่รักความยุติธรรมและรักประชาธิปไตย ทีมสองขาของเรามีความเชื่อที่แน่วแน่ว่า "เมื่อสองล้อหมุนไป ประชาธิปไตยต้องเติบโต" เอาใจช่วยพวกเราด้วยนะครับ...หากพี่น้องเสื้อแดงท่านใดเห็นความสำคัญเรื่องทะลวงข้อมูลข่าวสารม่านมายาของสื่อกระแสหลักเพื่อให้พี่น้องคนไทยได้หูตาสว่างทั่วประเทศ และมีกำลังอยากสนับสนุนหนุ่มคนนี้ที่ทุ่มกายอุทิศตัวเพื่อประชาธิปไตย อยากสนับสนุนโครงการนี้ติดต่อคุณแป๊ะได้ที่อีเมล์ bangsanan_p@yahoo.co.th***

***กลุ่มพลังรวมใจฝากกราบขอบพระคุณมาสำหรับท่านที่ส่งสคส.ส่งความสุขถึง"ดา" ขณะนี้มีจำนวนสคส. และ E-card ส่งให้ดารวมทั้งสิ้น กว่า 1,000 ฉบับแล้ว แม้ยังห่างจากที่ตั้งเป้าหมายไว้ถึง 10,000 ฉบับ เพื่อจะลงกินเนสบุ๊คนักโทษที่ได้รับสคส.หรือ จดหมายให้กำลังใจมากที่สุดในโลก แต่ก็ยังน่าจะนับว่าสเป็นคนที่ได้รับสคส.มากที่สุดคนหนึ่งในโลกประจำปีนี้***

***ท่านใดที่อยากร่วมส่งคำอวยพร และความสุขให้แก่คุณดา ตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะ โดยการส่งจดหมาย สคส. หรือ โปสการ์ดอวยพรปีใหม่ให้แก่คุณดารณี โดยที่เนี้อหาจะต้องไม่มีการพาดพิงถึงการเมือง เขียนจ่าหน้าว่า “สคส ถึง ดา” ตู้ ปณ. 58 ปณศ (พ) พระโขนง กรุงเทพฯ 10110 หรือส่งเป็นอีการ์ดมาทางอีเมล์ wemissyouda@gmail.com ทางกลุ่มจะดำเนินการจัดส่งให้คุณดารณีทุกอาทิตย์ และจะนำภาพที่ถ่ายสคส.มาดำเนินการเผยแพร่ทางเวปไซต์ หรือ งานนิทรรศการที่จะจัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยส่วนใหญ่ร่วมกันให้กำลังใจแก่คุณดา ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้องต่อไป***


***เตรียมให้พร้อม ก่อนออกศึกกลางเดือนมกราคม53...เชิญ...พี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศ..มาเพื่อทำให้เหลืองจืดจางไปจากเพชรบุรี....ในงานคนเพชรบุรีรักประชาธิปไตย สังสรรค์ปีใหม่..2553 (โต๊ะจีน 200 โต๊ะ ๆละ/8ที่นั่ง) วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 เวลา 18.00 น. ณ สนามกีฬาหน้าเขาวัง อ.เมือง จ.เพชรบุรี พบ แกนนำสามเกลอ, และ ผู้ทรงคุณวุฒิจากเพื่อไทย และ 111 และพบกับ นักร้องเสื้อแดงเพชรบุรี เจ๊สวย..ร้องเพลงหนุ่มเสื้อขาวสาวเสื้อแดง,เสื้อแดงจริงใจ,ฯลฯ และเป็นเจ้าของ ร้านกาแฟสดบ้านแอ๊ค...ร้านกาแฟที่ประกาศตัวไม่ขายให้คนเสื้อเหลือง....***

***และพิเศษ สำหรับพี่น้องที่มาจากแดนไกล ที่ต้องการพักผ่อนสุดสัปดาห์ริมหาดทราย ชายทะเล หาดปึกเตียน...รีสอร์ตสีแดงแห่งเดียว..ในย่านชะอำ...ยินดีลดราคาพิเศษให้ในราคาห้องละ 500 บาท (จากราคา1,500บาท)....บัตรเข้างานราคาใบละ 200 บาท./1ท่าน...สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ ร้านกาแฟสดบ้านแอ๊ค 080-1112354..คุณพรทิพย์ ปักษานนท์ 081-8575762.. ..เชิญชมสถานที่หาดปึกเตียน www.puktianbeach.net***

***ประกาศข่าวจากหน่วยพยาบาลภาคสนาม RSR ขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องผู้ใจบุญ ได้ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงท่มาร่วมชุมนุมทุก ๆ ที่ โดยหน่วย RSR ก็ได้ร่วมให้การช่วยเหลือพี่น้องในการชุมนุมหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมใหญ่ หรือการชุมนุม ตาม ตจว. หลายพื้นที่ตามที่พี่น้องเสื้อแดงร้องขอ วันนี้ ยาและเวชภัณท์ของเราร่อยหรอลงมาก จนบางตัวก็ขาดแคลน โดยเฉพาะตัวหลัก ๆ เช่น สำลี แอมโมเนีย ยาแก้ปวด ลดไข้ และตัวอื่น ๆ อีก รวมถึงสิ่งจำเป้นที่ต้องใช้ในการปฐมพยาบาล เช่นเวชภัณท์ในการทำแผล ผ้าเย็น ยาอมแก้เจ็บคอ ยาดม ยาหม่อง ฯลฯ ***

***ตอนนี้เราต้องเตรียมความพร้อมการชุมนุมครั้งสำคัญในครั้งหน้าคือกลางเดือน มกราคม 53 ซึ่ง RSR เป็นหน่วยพยาบาลประจำแนวหน้าหรือในแนวปะทะ เราจึงต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องยาและเวชภัณท์ ในขั้นสูงสุด เพื่อการดูแลพี่น้องของเราทั้งในแนวหน้าและแนวเสริม ของที่ชุมนุม RSR จึงขอวิงวอนมายังท่านผู้ใจบุญ ทุกท่าน โปรดให้การอนุเคราะห์พี่น้องเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุม ผ่านทางการให้บริการของ RSR ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งต่อพี่น้องเสื้อแดงที่มารับการบริการจากเรา โดยท่านสามารถบริจาคเป็นเงินได้ที่ บัญชีของ ประธานหน่วย ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยเทสโก้โลตัส ศาลายา ชื่อบัญชี : นายพีระ ศิริเรือง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 883-0-053-384 หรือหากท่านประสงค์จะบริจาคเป็น ยา และ เวชภัณท์ ติดต่อบริจาคได้ที่จุดให้บริการ ของ RSR ในที่ชุมนุม หรือที่ หมายเลข 085-118-7680 , 089-200-1237 ( ปุ๊ก )ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความห่วงใยพี่น้องร่วมรบของเราชาวเสื้อแดงค่ะ***

***หนังสือพิมพ์คุณภาพใหม่ของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ชื่อThai Freedom ถือฤกษ์ดี วันตากสินมหาราช 28 ธันวาคม 2552 วางตลาดเปิดตัวในงานเคาต์ดาวน์เสื้อแดงนปช.ที่จังหวัดเชียงใหม่..Thai Freedom อิสระสื่อเสรี ซึ่งเป็นสื่อที่เกิดจากการรวมตัวกันของบรรดาผู้ทำสื่อซึ่งรักในความถูกต้อง รักประชาธิปไตย ยืนหยัดข้างความเคลื่อนไหวของประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการให้ข่าวสาร ข้อมูลต่างๆ ที่จะปรากฏตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่บิดเบือน ได้ฤกษ์ดีวันตากสินมหาราช 28 ธันวานี้เป็นปฐมฤกษ์วางตลาดเพื่อเปิดตัวให้กับชาวประชาธิปไตยได้รู้อ่านก่อนใครๆในงานเคาต์ดาวน์ของแนวร่วม นปช.ที่จังหวัดเชียงใหม่ และมีกำหนดการวางแผนหนังสือทั่วประเทศในวันที่ 17 มกราคม 2553 นี้***

***หนังสือพิมพ์Thai freedomมีไพโรจน์ จันทรนิมิ ผู้อำนวยการหนังสือแนวร่วมREDและประธานชมรมสื่อเพื่อเสรีภาพไทย และเพื่อนพ้องวงการสื่อทั้งกระแสหลักและนักข่าวนักเขียนฝ่ายประชาธิปไตยในโลกอินเตอร์เน็ตร่วมกันจัดทำอย่างมืออาชีพ เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ไซส์ใหญ่(ขนาดแบบหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)20หน้า พิมพ์4สี กระดาษปอนด์อย่างดี พี่น้องเสื้อแดงสามารถทดลองอ่านฟรี เพียงช่วยค่าส่งไปรษณีย์ 10 บาท ท่านที่ประสงค์จะลงโฆษณาก็ฟรีเฉพาะช่วงแนะนำตัว ติดต่อสอบถามโทร083-7876111 หรือดูรายละเอียดที่เวบไซต์ชมรม http://thaifreedompressclub.com/***

***ข่าวสังคมธุรกิจ ใครอยากซื้อ-ขายอะไรแจ้งมาเลยจ้า ให้แนบรูปมาด้วยจะดีมาก.. ประกาศขาย คอนโดมีเนียมฌ็อง เซ ลิ เซ่ ถนนศรีสมาน ปากเกร็ด นนทบุรี พื้นที่ใช้สอย 33.0 ตร.ม. ราคา 880,000 บาท เป็นห้องสตูดิโอ พื้นห้องปูกระเบื้อง ตกแต่งสวยหรู พร้อมเข้าอยู่ มีเฟอร์นิเจอร์ Built in ,ตู้เสื้อผ้า,เตียงนอน,เครื่องทำน้ำอุ่น,โทรศัพท์ อยู่ชั้น 5อาคาร F สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ สโมสร ที่จอดรถกว้างขวาง ร้านอาหาร ร้านทำเสริมสวย ร้านซักรีด ฯลฯ เข้า-ออก ด้วยระบบคีย์การ์ด***


***สถานที่ใกล้เคียง เพียง 5 นาทีจาก ทางด่วน 3 นาทีจากสวนสมเด็จย่า อยู่ใกล้โลตัส คาร์ฟูร์ แม็คโคร บิ๊กซี เมืองทองธานี และ 3 นาทีถึงโรงเรียนหอวัง นนทบุรี ใกล้โรงเรียนพระหฤทัย บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ มียามรักษาความปลอดภัย 24 ชม.เดินทางสะดวก สถานที่ใกล้เคียง
- สวนสมเด็จย่า
- สน.ปากเกร็ด
- โรงเรียนหอวังนนทบุรี
สนใจติดต่อที่คุณเชน โทร 089-6831926 หรือเมล์ ***

***ขายด่วนบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้น 17.5 ตารางวา ต่อเติมแล้ว น้ำไม่ท่วม 1.3ล้านบาท หมู่บ้านรินทร์ทอง ซอยรามคำแหง190 ถนน รามคำแหง สนใจติดต่อ คุณรติมา 089-814-2014(เจ้าของขายเอง)***

***อีกหลังขายด่วนหมูบ้านพุทธมลฑลสาย2 เลขที่10/19 ทางเข้าวัดบุญยประดิษฐ์ บ้านเก่าพร้อมที่ดิน 102ตารางวา (ที่ถมแล้ว)2.6 ล้านบาท ต่อรองได้ สนใจติดต่อ คุณรติมา 089-814-2014 (เจ้าของขายเอง)***

***ใครหาสำนักงานย่านรามคำแหง-สนามบินสุวรรณภูมิอยู่ มีสำนักงานโฮมออฟฟิศสวยขนาด3ชั้นใหม่ มีดาดฟ้าชมดาว สไตล์โมเดิร์น จอดรถสะดวก ไปมาคล่องใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้ทางด่วน ใกล้มอเตอร์เวย์ ใกล้วงแหวนรอบนอก จอดรถสะดวกไม่ต้องแย่งที่จอดกัน ห้องประชุมจุคนได้50คน ห้องทำงานพนักงานขนาด20-30คน ห้องผู้บริหารโอ่โถงภูมิฐาน ห้องการเงินบัญชีแยกต่างหากเป็นสัดเป็นส่วน เหมาะเป็นออฟฟิศขนาดกลาง ให้เช่าราคาไม่แพงติดต่อคุณวุฒิ 0816235111***



***อีกหลังประกาศขายบ้านเดี่ยวชั้นเดียว40วาราคาแค่ล้านสี่ อยู่ถนนรามคำแหง ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้เดอะมอลล์บางกะปิ ใกล้โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า อยู่ไม่ไกลเดินทางคล่องใกล้กับทางด่วน มอเตอร์เวย์ วงแหวนรอบนอก ราคาเบาๆอย่างนี้หาไม่ได้ในย่านนี้แล้ว ติดต่อคุณวุฒิ0816235111เช่นกัน***

***นายตี้แจ้งมาใครหาช่างถ่ายรูปรับปริญญาขอเชิญครับ ราคากันเองครับ จะถ่ายเอง หรือมีคนรู้จัก ญาติพี่น้อง ผองเพื่อน ช่วยกรุณาแนะนำต่อๆกันไป ผมนายตี้ กำลังหาเงินส่งตัวเองเรียน ผมรับงานถ่ายรูปรับปริญญาครับ ผมเอกโฆษณา ปี 3 ม. กรุงเทพครับ ราคากันเอง คุยกันก่อนได้น่ะครับ โทรมาถามได้ครับ นายตี้ 085-414-4877***

***ท่านที่อยากแจ้งข่าวสารกิจกรรมทั้งการเมือง สังคม ธุรกิจ การค้าขายทำมาหากิน ไม่เป็นพิษเป็นภัยสังคม ไม่หลอกลวงแบบแชร์ลูกโซ่แจ้งมาได้ที่ thaienews99@googlegroups.comหากให้ดีกิจกรรม หรือข่าว หรือสินค้าบริการใดๆกรุณาแจ้งเบอร์ติดต่อสะดวก หรือรูปภาพประกอบมาด้วย ลงให้ฟรีๆไม่ต้องเสียตังค์จ้า ส่วนท่านที่จะติดต่อซื้อ โปรดติดต่อกันเอง และตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้ดีก่อนซื้อ ทางไทยอีนิวส์ไม่มีส่วนรับผิดชอบได้เสียใดๆ เป็นเพียงสื่อกลางแจ้งข่าวเท่านั้น ***

Person of the year:เสื้อแดงนิรนามต้านรถถัง

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวBBC
29 ธันวาคม 2552



มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นจำนวนมากตลอดปี 2552 ที่กำลังผ่านพ้นไป เราได้เลือกเหตุการณ์"เมษาฯประชาภิวัฒน์"เป็นเหตุการณ์เด่นที่สุดในปีนี้ มีบุคคลที่ทรงอิทธิพลต่อทิศทางข่าวสารจำนวนมากมาย เราขอมอบให้บุรุษนิรนามที่พยายามเข้ายึดรถถังของกองทหารที่เคลื่อนตัวเข้าปราบปรามการเรียกร้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชน เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 เป็นบุคคลแห่งปี

ในเหตุการณ์นี้ผู้ประท้วงเสื้อแดงหลายคนพยายามกระโดดขึ้นไปยื้อยึดรถถังของกองทหารไว้ แต่สามารถขึ้นไปได้ลำพังคนเดียว เป็นชายผมยาวที่ไม่สวมเสื้อ ในภาพนั้นดูเหมือนทหารประจำรถอาจจะยิงกระสุนออกมา ขณะที่ชายผู้นี้ใช้มือเปล่ากอดปืนเอาไว้

จนถึงเวลานี้เรายังไม่ทราบชื่อเสียง หรือประวัติใดๆของชายนิรนามผู้นี้ และไม่ทราบว่าหลังจากเหตุการณ์นั้น มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาอีกบ้าง

นี่เป็น1ภาพแทนพันๆคำว่า นี่หรือคนที่คุณหรือใครจะหมิ่นแคลนว่าเขารับจ้างทักษิณมา หรือทำเพื่อทักษิณเพียงคนๆเดียว ทั้งที่เขาวีระอาจหาญกล้าสู้กล้าเอาชนะกล้าเสียสละ และอุทิศตนเพื่อประชาธิปไตยอย่างที่ภาพข่าวกำลังฟ้อง

ทั้งนี้สำนักข่าวBBCนำเสนอภาพข่าวว่า"ผู้ประท้วงชาวไทยกระโดดยึดรถถัง"

ข่าวรายงานว่า กองทหารและรถถังจำนวนมากเคลื่อนตัวเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ ภายหลังจากผู้กุมอำนาจของไทยได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ภายหลังผู้ประท้วงได้ล้มการประชุมอาเซียนซัมมิต

เกิดเหตุการณ์โกลาหลวุ่นวายขึ้นตามท้องถนนในกรุงเทพฯ เมื่อผู้ประท้วงได้กรูกันเข้ายึดรถถังและยานหุ้มเกราะของทหารที่ออกมาปราบปรามการประท้วง


คลิ้กที่ภาพเพื่อชมวิดิโอคลิป

ประวัติศาสตร์หน้านี้ประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยเป็นผู้บันทึกอย่างแท้จริง ขอให้เชื่อมั่นศรัทธาในชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตย รอคอยโอกาสและลุกขึ้นสู้จนกว่าชัยชนะอย่างแท้จริงจะเป็นของฝ่ายประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตย



อ่านรายละเอียด:บันทึกนาทีต่อนาทีวันต่อวัน8-14เมษาฯประชาภิวัฒน์

Monday, December 28, 2009

พนักงานTAGSขู่ปิดสุวรรณภูมิ

ที่มา โพสต์ทูเดย์

พนักงานTAGSขู่ปิดสนามบินประท้วงหวั่น835คนงานถูกลอยแพหลังบินไทยเลิกจ้าง

พนักงานบริษัท ไทยแอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด ( TAGS ) กว่า 20 คน นำโดย นายถวัลย์ เทียนทอง รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายธวัช บวรวนิชกูร ส.ว.สรรหา เลขานุการคณะกรรมาธิการ(กมธ.)คมนาคม วุฒิสภา เพื่อร้องเรียนกรณีที่ถูกบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) เลิกสัญญาจ้าง โดยเรียกร้องให้ กมธ.เจรจากับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.) และการบินไทยเพื่อหาแนวทางให้พนักงานได้มีงานทำต่อไป โดยหากต้องการจะเลิกจ้างพนักงานต้องได้รับความเป็นธรรมตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายธวัช กล่าวว่าขณะนี้พนักงาน TAGS กว่า 3 พันคน ที่ทำงานอยู่ในส่วนต่างๆของสนามบินสุวรรณภูมิ ต่างวิตกกังวลว่าจะไม่มีงานทำและจะไม่ได้รับเงินชดเชย รวมถึงสวัสดิการต่างๆตามกฎหมาย จึงเกรงว่าหากในสิ้นเดือนนี้บริษัท TAGS ไม่จ่ายเงินเดือนพนักงานจริง จะสร้างความไม่พอใจในหมู่พนักงานอาจ จะก่อความวุ่นวายถึงขั้นก่อจราจล ปิดสนามก็เป็นได้ ทั้งนี้ กมธ.จะพยายามหาทางเจรจากับผู้บริหาร TAGS เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงานเป็นการเร่งด่วน

นายถวัลย์ กล่าวว่า สัญญาเลิกจ้างของ TAGS ที่มีผลในวันนี้( 28 ธ.ค.) จะทำให้พนักงานจำนวน 835 คน ต้องตกงานทันที โดยไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับเงินค่าชดเชยหรือไม่ ซึ่งหากจะเลิกจ้างจริงก็ขอให้บริษัทปฎิบัติตามกฎหมายแต่ล่าสุดผู้บริหารไม่ยอมปฎิบัติตามกฎหมายโดยพนักงานที่ทำงานมา 10 ปี ตามกฎหมายต้องได้รับค่าชดเชย 10 เท่าของเงินเดือน แต่กลับได้รับเพียง 4 เท่า แถมยังจ่ายเป็น 2 งวด ดังนั้นความไม่พอใจดังกล่าวอาจจะไปสู่การประท้วงที่รุนแรงได้ ซึ่ง จะรอฟังผลการเจรจาของกมธ.วุฒิฯ ถ้าไม่ได้ผลตนไม่สามารถประกันได้ว่าพนักงานที่ไม่พอใจจะไม่ประท้วงโดยการปิดสนามบิน