WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 3, 2010

เจ้าพ่อเจ้าแม่หวยใต้ดินจุดพลุฉลอง "มาร์คสั่งล้มหวยออนไลน์"

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : ปลาหมึกไข่

แค้นใจหวยบนดินตั้งแต่ยุคนายกทักษิณ ทำรายได้หดหาย
ต้องออกแรงช่วยกันไล่ จนหวยใต้ดินกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

"นรกส่งหวยใต้ดินมาเกิด ทำไมสวรรค์ต้องส่งหวยบนดินมาหลอกหลอน"
พวกเจ้ามือหวยใต้ดินต้องหายใจไม่ทั่วท้องกันอีกครั้ง
เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะปัดฝุ่น "หวยออนไลน์" มาตัดทางทำมาหารับทาน

แต่เหมือนนรกมีตา...
เมื่อมีข่าวว่ามาร์ค "สั่งล้มหวยออนไลน์"

ข่าวดีๆ อย่างนี้
เจ้ามือหวยใต้ดินอย่าลืมไปกราบมาร์คกันนะ.....เคี๊ยก เคี๊ยก

ข่าวไทยรัฐออนไลน์ http://www.thairath.co.th/content/pol/56554




http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8723323/P8723323.html

ลงเอยอย่างไร

ที่มา thaifreenews

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ให้สัมภาษณ์ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ในรายการ"ลงเอยอย่างไร" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 2 ธันวาคม 2552

ดร.เจิมศักดิ์ : ทำไม คุณสนธิถึงเลือกทำงานถวายในหลวง โดยเฉพาะออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

สนธิ : ผมมีความรู้สึกเอะใจ หลายๆ ครั้งในสมัยหนึ่งที่คุณทักษิณขึ้นมา ผมเองก็ยอมรับ ในสมัยที่เขาขึ้นมา ผมก็มีส่วนผิดที่ไปสนับสนุนเขา แต่ผมคิดว่าเขาจะทำงานเพื่อส่วนรวม เขาไม่ได้ทำงานเพื่อส่วนรวม เขาทำงานเพื่อส่วนตัวเขาเอง เพื่อครอบครัวเขา และประเด็นสำคัญที่ผมรับเขาไม่ได้ เป็นจุดแตกหักจริงๆ คือ วันที่เขาไปทำพิธีในวัดพระแก้ว ผมจำได้ว่า วันนั้นมีหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวที่ตีพิมพ์ คือ กรุงเทพธุรกิจ แต่ก็แค่ตีพิมพ์เฉยๆ แล้วก็ไม่มีใครเอาเรื่องนี้ออกมาพูดว่ามันไม่สมควร แต่ในที่สุดแล้ว จิตวิญญาณ มโนธรรมของผมบอกว่า ไม่ได้ มันต้องมีคนพูด ผมยังมองเขาในแง่ดี ว่าเขาไม่รู้เรื่อง เขาเป็นคนซึ่งไม่อยากจะพูดว่าโง่ แต่เขาอาจรู้เท่าไม่ถึงการมากกว่า ก็เลยเข้าไปทำพิธีในนั้น แต่พอผมพูดออกไปแล้ว รู้สึกได้ว่าหลายๆคนคิดเหมือนกับผม แต่เผอิญ 1.เขาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่กล้าออกมาพูด 2. อาจอยู่ในสภาพที่เหมือนคนไทย ธุระก็ไม่ใช่ บูชาในหลวง รักในหลวง แต่ใครจะย่ำยีพระองค์ท่านก็ปล่อยไป

มีจุดบอดอยู่จุดหนึ่ง อาจารย์เจิมศักดิ์ ในอดีตเรายังจำกันได้ ที่คนชอบพูดว่าอย่าไปยุ่งกับพระองค์ท่าน ไปยุ่งกับพระองค์ท่าน ดึงฟ้าลงมาต่ำ กรอบความคิดที่บอกว่าดึงฟ้าลงมาต่ำนี่คือ หลุมพราง กับดักที่ถูกขุดออกมา เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อถูกขุดออกมาแล้ว ถ้าไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะต้องเรื่องพวกนี้ เอาเรื่องพวกนี้มาเปิดโปง ก็จะทำให้พวกที่จ้องทำลายพระองค์ท่าน ก็สามารถที่จะรุกคืบเข้าไปได้ทีละนิด ทีละนิด มิหนำซ้ำยังมีคนที่เป็นข้าราชบริพารที่ใกล้ชิด ยังออกมาปกป้องคุณทักษิณอีกว่า คนที่เข้าไปทำบุญผิดตรงไหน จุดนี้เอง ทำให้ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้กระทำเป็นขบวนการ แล้วหลังจากนั้นผมก็เริ่มเห็น พฤติกรรมของ ทักษิณ ยกตัวอย่างง่ายๆ การจัดตั้งรักษาการ สมเด็จพระสังฆราช ตรงนี้ผมก็รับไม่ได้อีกเช่นกัน ผมเห็นคุณทักษิณใช้อำนาจทางรัฐบาล แล้วก็มีขบวนการที่มาใส่ร้ายป้ายสี สมเด็จพระสังฆราช โดยกล่าวหาว่า พระเลขาของท่านทุจริต เพื่อเป็นการเปิดประตู ให้ไปสั่นคลอนตัวพระองค์ท่าน แล้วก็มีการตั้งรักษาการพระสังฆราช ที่เอะใจเขาตั้งรักษาการ ไม่ได้พูดว่ารักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราช เขาพูดว่ารักษาการเป็นสมเด็จพระสังฆราช ตรงนี้ต่างหาก ที่ผมมองว่าเป็นส่วนผสม กับในส่วนของการเข้าไปทำพิธีในอุโบสถวัดพระแก้ว

ดร.เจิมศักดิ์ : ตกลง คุณสนธิเก็บข้อมูลจากสัญลักษณ์ที่คุณทักษิณได้แสดงสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ของตัวเอง แล้วไปบวกกับบริบทอื่นๆ

สนธิ : ดูพฤติกรรมของคุณทักษิณ ประกอบกับบริบทอื่นๆ มาเป็นเงื่อนไข และเหตุผลใหญ่ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าผมไม่ออกมาสู้เพื่อพระองค์ท่านแล้ว จะไม่มีใครที่จะออกมาสู้ และจะไม่มีใครเข้าใจ เพราะเรื่องนี้ต้องอธิบายกันยาว ที่สู้มานี้ผมไม่ได้หวังอะไร ในชีวิตนี้ผมไม่เคยเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไม่เคยมีแม้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญตราแม้แต่เหรียญเดียว ที่ผมทำทุกอย่าง เพราะผมเชื่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นจิตวิญญาณของชาติบ้านเมือง การที่มีคนพยายามที่จะไปจาบจ้วงพระองค์ท่าน แล้วทำให้สถานภาพของพระองค์ท่านลดลงมา เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ดร.เจิมศักดิ์ : เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ผมเคยได้ยิน คุณสนธิ พูดเรื่องขบวนการล้มสถาบันกษัตริย์ หรือล้มเจ้า ผมต้องเรียนคุณสนธิว่า ผมไม่เชื่อ มีความรู้สึกว่าคุณสนธิก็พูดไปอย่างนั้นเอง แต่พอมาถึงวันนี้ ผมต้องเรียนว่า เชื่อแล้วว่ามีความจริง คำถามก็คือว่า ขบวนการล้มเจ้าในประเทศไทย มันจะลงเอยอย่างไร

สนธิ : ไม่ซ้ายก็ขวา ตอนนี้สภานภาพของเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์พระมหากษัตริย์ ไทยเรา ยังไม่มั่นคง สมัยก่อนประชาชนทุกคนเคารพในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เว้นเลย ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ อุดรธานี ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่พอคุณทักษิณมา คุณทักษิณขโมยประชาชนของพระองค์ท่านไปด้วยวิธีฉ้อฉล ฉ้อฉลอย่างไร พระองค์ท่านสร้างประชาชนขึ้นมาด้วยคำพูดว่า เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม พระองค์ท่านใช้ธรรมปกครอง พระองค์ท่านออกไปสู่ต่างจังหวัด พระองค์ท่านสอนให้ประชาชนทำมาหากินเป็น สอนให้ประชาชนตกปลา แต่คุณทักษิณเอาปลาไปให้ประชาชนกิน แล้วไปอ้างบุญคุณ มิหนำซ้ำปลาที่เอาไปก็ไม่ใช่ของตัวเองด้วย เอาจากภาษีอากรของทุกๆคนไป ถ้าคุณทักษิณเอาไปให้ประชาชน แล้วบอกว่าเพราะเป็นนโยบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ผมจะไม่ว่าเลย แต่คุณทักษิณทำทุกอย่างเพื่อพรรคไทยรักไทย เพื่อตัวเอง เพื่อญาติพี่น้อง เพื่อนักการเมืองฝ่ายทักษิณ เท่านั้นเอง

ส่วนขบวนการล้มเจ้าของคุณทักษิณ คุณทักษิณจะมีที่ปรึกษาเป็นฝ่ายซ้าย ที่อยู่ในป่า ผมขอเรียกว่าพวกซ้ายอกหัก คนพวกนี้เป็น คนที่นับถือลัทธิมาร์กซิส ถึงแม้วันนี้ปากจะบอกว่ายังเคารพสถาบัน แต่การกระทำส่อให้เห็นว่าต้องการล้มเจ้า คนพวกนี้เป็นที่ปรึกษาของ คุณทักษิณ

คุณทักษิณ ในยุคที่มีอำนาจสูงสุด คุณทักษิณย่อมละเมอเพ้อผันว่า อำนาจก็มีสูงสุด เงินก็มีเยอะที่สุด เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเอาพระมหากษัตริย์เป็นเพียงสัญลักษณ์แล้ว ตัวเองขึ้นเป็นประธานาธิบดีก็ย่อมทำได้ หรือว่าถ้าล้มเจ้าได้ แล้วสร้างราชวงศ์ใหม่ขึ้นมา ก็ย่อมได้เหมือนกัน ความคิดเช่นนี้ย่อมมีไม่มี่ไม่ได้ แล้วพวกฝ่ายซ้ายพวกนี้ ตรงเป้าที่เขาสู้มาตลอด สองฝ่ายมีวัตุประสงค์อันเดียวกัน คนหนึ่งอยากเป็นใหญ่ โดยเอาคนพวกนี้มาหนุน อีกคนอยากใช้คนนี้ไปล้มเจ้า เพราะฉะนั้นแล้ว คุณทักษิณก็มีฝ่ายซ้ายซึ่งอยู่ในปีก ที่เขาจะสั่งให้ล้มเมื่อไร ก็แสดงกระบวนล้มได้ทันที ไม่ว่าจะออกซีดี เว็บไซต์ หรือพูดที่ไหนก็ตาม หรือถ้าหากต้องการสมานฉันท์ เขาก็จะบอกให้ฝั่งซ้ายเงี่ยบๆ ไว้ก่อน ดังนั้น อาจารย์เจิมศักดิ์จะเห็นได้ช่วงไหนที่ ทักษิณ บอกว่าตัวเองจงรักภักดิ์ดี จะไม่มีข้อความ บทความใดๆ ออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว ในเรื่องการโจมตีเจ้า แต่วันไหนทักษิณชักธงรบก็จะออกมาเป็นชุด ด้วยเหตุนี้หากรัฐบาลไม่แก้แกม หรือถ้าประชาชนทั้งหมดไม่เข้าใจในประเด็นหลักๆเหล่านี้แล้ว อนาคตที่เขาล้มเจ้าได้ ก็จะสำเร็จ

ดร.เจิมศักดิ์ : แล้วคนอย่างรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาพูดถึงเรื่องราชวงศ์โรมานอฟ และกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พูดถึงเรื่องคุกบาสตีย์ คำพูดเหล่านี้สะท้อนอะไร

สนธิ : สะท้อนความฟังใจลึกๆ ว่า อยากจะล้มเจ้ากันทั้งนั้น เพียงแต่ว่ายกตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ของประเทศอื่นออกมา พูดให้มันเฉียดไปเฉียดมา ตังแต่กระบวนการล้มกษัตริย์ที่เนปาล หรือตระกูลนิโคลัส หรือคุกบาสตีย์ หากนำมาพิจารณาให้ดี เจ้าที่ถูกล้มนั้น เป็นคนละเจ้ากับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเจ้าที่เข้าสู่ประชาชน ทำงานให้ประชาชนมาตลอดชีวิต แต่คนพวกนั้นไม่ได้สนใจประชาชน เป็นเพียงสัยลักษณ์คำว่าเจ้า ก็เลยเอาพวกนี้มาโษฆณาชวนเชื่อ ว่า ล้มเจ้าได้ ชาติอื่นก็ยังล้มเลย ฝรั่งเศสก็ยังล้ม เนปาลก็ยังล้ม รัสเซียก็ยังล้ม เพราะฉะนั้น ถึงอายุไขที่ต้องล้มแล้ว ที่ผมเสียดายที่สุด คนที่พูดเป็นรองประธานสภา แล้วเป็นอดีตพันเอก ซึ่งการที่เป็นทหารจะต้องมีความเคารพจงรักภักดิ์ดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่ยังพูดเช่นนี้ได้ แสดงว่าจิตใต้สำนึก ของพันเอกคนนี้ กับพลเอกอีกคนหนึ่ง ลึกๆแล้วต้องการล้มเจ้าเป็นที่สุด

ดร.เจิมศักดิ์ : คุณสนธิจะว่าอย่างไร มีคนบอกว่าสนธิออกมาเชิดชูสถาบันกษัตริย์ แล้วไปว่าคนอื่นว่าไม่เชิดชูสถาบันกษัตริย์ หรือต้องการล้มเจ้า ทำให้มีปัญหากับสถาบันกษัตริย์ เพราะเท่ากับ สนธิ หรือพันธมิตรฯ ผูกขาดการรักสถาบัน ทำให้คนอื่นกระดากไป สนธิยอมรับคำกล่าวหานี้หรือไม่

สนธิ : เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก และเป็นความเข้าใจที่มีอคติสูง การที่ผมออกมาแสดงความจงรักภักดีนั้น ไม่ได้แสดงความจงรักภักดีอย่างบ้าคลั่ง ไม่ได้เดินชูป้าย ไม่ได้เป็นประธานจัดงานใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้มันจบครั้งเดียวให้รู้ว่าผมรักเจ้านะ จัดงานจบแล้วก็จบเลย ให้จำไว้ว่างาน 5 ธันวาคม ผมเป็นคนจัดนะ ผมเอาประชาชนมาเป็นแสนเป็นล้านนะ ส่วนจะไปจ้างเขามาหรือไปให้เงินค่าแรงเขามาอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมทำเพราะว่ามีขบวนการล้มเจ้าอยู่ แล้วไม่มีใครกล้าพูด ผมกลายเป็นคนที่ต้องเอาหน้าอกไปรับ หอกรับดาบ จนกระทั่งเป็นความจริงขึ้นมา เมื่อเป็นความจริงแล้ว ผมไม่เคยไปว่าคนอื่น ว่า ทำไมไม่รักเจ้าเหมือนผมบ้าง ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่ผมกำลังทำให้เห็นว่า คนเรานั้น ถ้าจิตเจตนากับการกระทำเหมือนกันแล้ว ถ้าจิตเจตนาบอกว่าจงรักภักดิ์ดี การกระทำก็ต้องออกมาปกป้องเช่นกัน

ที่มา www.manager.co.th/politics/ViewNews.aspx

ข้อสังเกตเรื่อง ความแปลกออกไปบางประการ ใน สคส.พระราชทานปีนี้

ที่มา Thai E-News



โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา กระดานสนทนาชุมชนฟ้าเดียวกัน
3 มกราคม 2552

ในฐานะนักประวัติศาสตร์ ผมอดสะดุดใจในองค์ประกอบบางอยาง ของ สคส.ปีนี้ ไม่ได้ คือ ในตอนล่างที่เขียนว่า "ก.ส.9 ปรุง 152527 ธ.ค.52" นั้น ไม่ตรงกับลักษณะที่เคยทรงประดิษฐ์ สคส.เองในปีที่ผ่านๆมา โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนจาก สคส.ภาพทรงประดิษฐ์เองมาเป็น สคส.ภาพถ่าย

ก่อนอื่นขอให้ดู ภาพ สคส.จากปี 2530 ถึงปัจจุบันที่นี่
(ข้อมูลเกี่ยวกับ สคส. พระราชทาน ที่ว่า เพิ่งเริ่มต้นปี 2530 หรือ 2531 ที่พูดกันเป็นเอกฉันท์ทางเน็ตนั้น ผิด

ใครทีเคยอ่าน บทความ "เราสู้" ของผม น่าจะทราบดี "เราสู้"ส่งท้ายปีเก่า 2518 ส.ค.ส.2519 รับปีใหม่เป็น สคส.พระราชทานฉบับแรกนั่นแหละครับ)


*สคส.พระราชทาน ปีพ.ศ.2521

ปี 2548 ไม่ได้มี สคส.พระราชทาน ดูเหตุผลที แก้วสรร วัชโรทัย ให้ไว้ที่นี่

ปีถัดมา คือ 2549 ลักษณะ สคส. จึงเปลี่ยน จากเดิม ที่เคยเป็นภาพทรงประดิษฐ์เอง จากการ "ปรุ-ปรุง" ด้วยคอมพิวเตอร์ มาเป็น ภาพถ่าย

นี่คือปีสุดท้าย ทีเป็นภาพทรงประดิษฐ์เอง

นีคือปีแรกที่เปลี่ยนเป็นภาพถ่าย

ปีนี้ คำ "ก.ส.9 ปรุง 152527 ธ.ค.52" ถ้าดูจากภาพ (ข้างล่าง) ก็คงเดาไม่ยากว่า หมายถึง เวลา 15.25 ของวันที่ 27 ธค. 2552 (ตรงตามเวลาที่แสตมป์ไว้ในภาพถ่าย - เรื่องนี้น่าสนใจอีกเหมือนกันว่า ตามวันและเวลาดังกล่าว จะต้องทรงอยู่ที่ศิริราช แต่ผมนึกไม่ออกว่า ศิริราช มีสวนลักษณะนี้ ตรงไหน )

แต่ที่ผมบอกว่า ไม่ตรงกับลักษณะ สคส.ที่เคยทรงประดิษฐ์เอง โดยเฉพาะ เมื่อมีการเปลี่ยนเป็นภาพถ่ายในปี 2549 แล้ว คือ

ที่ผานมา ตัวเลขหลังคำวา "ก.ส.9 ปรุง" นั้น เข้าใจวา น่าจะหมายถึง วันที่ และ เวลา ที่ทรงประดิษฐ์ โดยจะทรงเรียง วันที่ ก่อน แล้วจึงตามด้วยเวลาเสมอ แล้วจึงต่อด้วยเดือนและปี (ไม่ใช่ เวลา วันที่ เดือนปี แบบปีนี้)

ผมขอยกตัวอย่าง บางปีมาดังนี้ (ขอให้ดูรูปประกอบจาก wiki ตาม link ข้างต้น ผมไม่อยากนำมาลง เพราะเท่านี้ ก็ต้องลงหลายภาพแล้ว จะเต็มพื้นที่เกินไป)

2537 - ก.ส. 9 ปรุง 311239 ธ.ค.2536 (หมายถึง วันที่ 31 เวลา 12.39 น. เดือนธันวาคม 2536)
2540 - ก.ส. 9 ปรุง 301929 ธ.ค.2539 (หมายถึง วันที่ 30 เวลา 19.29 น. เดือนธันวาคม 2539)
2545 - ก.ส. 9 ปรุง 311859 ธ.ค.2544 (หมายถึง วันที่ 31 เวลา 18.59 น. เดือนธันวาคม 2544)

ที่ผมบอกว่า นี่คือความต่าง ของปีนี้ กับในอดีต เมื่อยังทรงใช้ภาพประดิษฐ์ ด้วยคอมพิวเตอร์ อยู่

และเมื่อมาเปรียบเทียบกับ หลังปี 2549 เมื่อเปลี่ยนเป็น ภาพถ่ายแล้ว จะยิ่งเห็นความแตกต่าง ที่เพิ่มขึ้นมา คือ

ปีนี้ นอกจากการเรียงลำดับตัวเลข กลายเป็น เวลา-วันที่-เดือน-ปี (คือเรียงตาม"ปกติ" ที่คนทั่วไปเรียงกัน แต่ขอให้สังเกตว่า ในอดีต ไม่ได้ทรงเรียงแบบนี้ คือ เรียง วันที่ แล้วจึง เวลา แล้วจึง เดือนและปี)

ตัวเลขของปีนี้ ล้วนเอามาจาก ตัวเลขที่แสตมป์บนภาพถ่ายโดยตรง ดูให้ชัดๆอีกที

จะเห็นว่า "ก.ส.9 ปรุง 152527 ธ.ค.52" ตรงกับเวลาของภาพถ่ายทุกประการ

แต่ถ้าดูของปี 2549, 2550, 2551 และ 2552 คือ 4 ปีทีผ่านมา จะเห็นว่า นอกจากการเรียงตัวเลข จะทรงเรียงเหมือนกับที่ทรงเรียง ในอดีตสมัยเป็นภาพประดิษฐ์ คือ วันที่-เวลา-เดือน-ปี แล้ว ใน 4 ปีที่ผ่านมา เวลาที่ทรง "ปรุง" จะไม่ใช่เวลาในภาพถ่ายแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นธรรมดา เพราะภาพถ่าย ย่อมถ่ายก่อน ที่จะมาใส่ตัวหนังสือด้วยคอมพิวเตอร์ จะให้ตรงกันได้อย่างไร ระหวาง เวลาของภาพถ่าย กับเวลา ที่ทรง "ปรุง"

ดูตัวอย่างปี 2549 ข้างบน ซึ่งเป็นปีแรกของ สคส.ภาพถ่าย
เวลาภาพคือ 16.44 น. วันที่ 7 ธันวาคม 2548 แต่เวลา "ก.ส.9 ปรุง" คือ "272149 ธ.ค.2548" คือ วันที่ 27 เวลา 21.49 น. เดือนธันวาคม 2548 (และดังที่กล่าวไปแล้วว่า การเรียงตัวเลข มิได้ทรงเรียงตามแบบทั่วไป)



ปี 2550 เวลาภาพคือ 18.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม 2549 แต่เวลา "ก.ส.9 ปรุง" คือ "292306 ธ.ค.2549" คือ วันที่ 29 เวลา 23.06 น. เดือนธันวาคม 2549

ปี 2551 เวลาภาพคือ 16.52 น. วันที่ 21 ธันวาคม 2550 แต่เวลา "ก.ส.9 ปรุง" คือ "232010 ธ.ค.2550" คือวันที่ 23 เวลา 20.10 น. เดือนธันวาคม 2550


ปี 2552 เวลาภาพคือ 17.11 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2551 แต่เวลา "ก.ส.9 ปรุง" คือ "191231 ธ.ค.2551" คือวันที่ 19 เวลา 12.31 น. เดือนธันวาคม 2551

สรุปแล้ว ปีนี้ ลักษณะตัวเลขของ "ก.ส.9 ปรุง" ไม่เหมือนกับปีที่ผ่านมาเลย ทั้งในแง่ การเรียงลำดับ (จาก วันที่-เวลา-เดือน-ปี มาเป็น เวลา-วันที่-เดือน-ปี) และในแง่ วันเวลาที่ลง ที่ผ่านมาไม่เคยเป็นวันเวลาของภาพถ่าย แต่ต้องเป็นวันเวลาหลังจากภาพถ่าย แต่ปีนี้ เป็นวันเวลาเดียวกับภาพถ่าย (ซึ่งแสดงว่า ไมใช่เวลาประดิษฐ์จริง เพราะจะถ่ายภาพแล้วประดิษฐ์เสร็จพร้อมกันได้อย่างไร)


ทำไม จึงเกิดการแตกต่างเช่นนี้ ผมบอกไม่ได้ครับ แต่เห็นว่า น่าสนใจดี เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง

ผมขออธิบายเพิ่มเติมอีกนิดว่า ทำไม การเปลี่ยนแปลงที่ผมเล่าข้างต้นจึงน่าสนใจ (สำหรับท่านทั้งหลายที่อาจจะไม่ได้จงรักภักดี ติดตามงานพระราชนิพนธ์โดยใกล้ชิดเหมือนผม)

คือ ภาษาไทยของในหลวง มีลักษณะที่เรียกว่า "เอกลักษณ์เฉพาะพระองค์" ที่เรียกตามภาษาสามัญว่า เป็น "เสน่ห์" อย่างหนึ่ง

เช่นกรณีตัวเลขที่ผมพูดข้างบน ผมเชื่อวา คนทั่วไป หรือแม้แต่พวกข้าราชการที่เอา สคส.มาเผยแพร่ ไม่ทราบว่า ตัวเลขหลัง "ก.ส.9ปรุง" นั้น หมายถึงอะไร (ผมไม่เคยได้ยินการอธิบายเรืองตัวเลขนี้ ผมอาจจะพลาดไปก็ได้)

เช่น หนึ่งในตัวอย่าง ข้างต้น ปี 2537 "ก.ส. 9 ปรุง 311239 ธ.ค.2536" มีสักกี่คนที่จะเฉลียวใจทันทีว่า 311239 หมายถึง วันที่ 31 เวลา 12.39 น. แล้วจึงค่อยตามด้วย เดือนและปี ถ้าบางคนดูแล้ว อาจจะคิดโดยอัตโนมัติว่า 12 ตรงกลาง หมายถึง เดือน 12 คือ ธันวาคม ก็ได้ แต่ถ้าเช่นนั้น ก็จะอธิบาย 39 ไม่ได้ เพราะปีเพิ่งเป็นปี 36 เท่านั้น - นี่คือลักษณะ mysterious บางอย่าง ที่เป็น "เสน่ห์" ของ "ภาษาไทย" ของพระองค์

(ผมคิดว่า ผมมีทฤษฎีที่จะอธิบายความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์ของภาษาไทยของในหลวงนี้อยู่ แต่ขอไม่อธิบายในที่นี้)

ทีนี้ ถ้าดูจาก สคส.ปีนี้ "ก.ส.9 ปรุง 152527 ธ.ค.52" แล้วดูที่ภาพถ่าย เห็นเวลาที่แสตมป์ในภาพ ตรงกันทุกประการ ด้านที่มีลักษณะ mysterious หรือ "เอกลักษณ์เฉพาะ" บางอย่างที่เคยเห็น ก็หายไป ....


ที่จริง ยังอภิปรายได้อีกครับเรื่องนี้ แต่ผมขอเท่านี้ก่อน

Saturday, January 2, 2010

2 มกราคม 2553

ปีทอง 2 มาตรฐานอย่างหนา (29 ธ.ค. 52)

ใจดีสู้เสือ

อภิสิทธิ์กับอภิสิทธิ์

จากก.ย.49 ถึงม.ค.53

ผู้นำม้งลาวในสหรัฐปูดไทย"ชอร์ตไฟฟ้า"ผู้อพยพชายกว่า 300 คน ทำหนังสือถึง"โอบามา"ช่วยขวางการส่งคืน

"ณัฐวุฒิ"นัด15ม.ค.แดงถกชุมนุมใหญ่ เผยไม่หวังผลนิรโทษกรรม"แม้ว"

โชคชะตาพยากรณ์ ปี 2553

ที่มา ประชาไท

โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์


สวัสดีปีใหม่ค่ะ :-) เริ่มปีใหม่ด้วยไพ่พยากรณ์ของปี 2553 ลงให้อ่านกันเต็มๆ อีกครั้งนะคะ เผื่อเช็คดวงชะตาของคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย หรือดูประเด็นสำคัญๆ ที่จะครอบคลุมไปตลอดปี ฝากคำอวยพรจากใจน้องออง มามี้ และพี่โด้ ให้ทุกๆ คนด้วยค่ะ
พบกับแม่นไหมฯ รายสัปดาห์ได้เช่นเคย ตั้งแต่ 9 มกราคม แต่ส่งคำทักทาย-พูดคุยกันได้เสมอนะคะ

ราศีเมษ
เกิดระหว่าง 13 เมษายน ถึง 13 พฤษภาคม หรือลัคนาสถิต
ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Three of Swords

ความหมายโดยทั่วไป
แสดงถึงบุคคลที่มีลักษณะแข็งแรง ใจร้อน ดุเดือดเลือดพล่านได้เชียวแหละ อาจจะระดับโผงผางเสียงดังด้วยซ้ำไป ในทางอาชีพเกี่ยวพันกับเครื่องแบบ ตำรวจทหาร ตลอดจนงานอุตสาหกรรมขนาดเล็ก งานที่ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์เป็นแร่เหล็ก เป็นของแข็งของมีคมต่างๆ

ในปี 2552 นี้
จึงทายว่าคุณจะพบปัญหาเล็กๆ แต่นำความหนักใจมาให้เกือบตลอดทั้งปี จะมีช่วงที่ต้องรบราฆ่าฟันกับคนอื่น มีปัญหาคาใจ ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้ง่าย
ให้ระวังการบาดเจ็บ อุบัติเหตุจากของแข็ง ของมีคม ความร้อนความเร็วต่างๆ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไรมาก มักเป็นง่ายหายเร็ว ที่สำคัญคือเรื่องถ้อยคำและท่าทีที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง

และในปีนี้
ประกบด้วยไพ่ Four of Cups คุณอาจพบเรื่องผิดหวังซ้ำซ้อน ไม่แน่อาจเป็นเรื่องรัก บางคนได้รักที่ไม่สมหวังเสียทีเดียว จะมีเหตุให้คุณไม่ค่อยเป็นสุขนัก (ทางใจ) ด้านความรักขอให้ระวังให้ดี อาจมีเรื่องท้าทายให้คุณต้องหัดมองโลกแง่บวกไว้ หรืออยู่ดีๆ มาได้ ถึงกลางปีจึงเริ่มพบปัญหา

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้
Two of Wands เกี่ยวกับหุ้นส่วน เพื่อนร่วมงาน คนสนิทที่เข้ามาช่วยเหลือกิจการต่างๆ ข้อระวังนี้เป็นได้ทั้งสองแง่ คือ
1) คุณเองไม่มีความไว้วางใจคนอื่น ทำอะไรตามลำพังไปหมดทุกอย่าง เรื่องง่ายเลยกลายเป็นยาก ถึงคราวคับขันก็หาความช่วยเหลือไม่ได้
2) คุณมีหุ้นส่วนเพื่อนร่วมงานที่ดูน่าจะดี เหมือนเข้ากันได้ดีทุกอย่าง มีความสอดคล้องกัน ต่างสนับสนุนกัน) และกัน แต่ไปๆ มาๆ กลับมีข้อขัดข้องต่อกันเสียเอง

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้
King of Cups ไม่ว่าจะทำเรื่องใด ให้ใช้ความนุ่มนวลเป็นหลัก คุณอาจเป็นคนที่มีความอ่อนโยนอยู่ในส่วนลึก หรือปรารถนาความสุข ความสบายใจ ให้ค่ากับความรัก ความสุข ในชีวิตส่วนตัว บางคนอาจให้ความสำคัญกับวัตถุที่ตอบสนองจิตใจมากๆ ด้วย ฉะนั้นดูอารมณ์ปรวนแปรของตัวเองให้ดี ชีวิตจะสุขจะทุกข์ หรืออ่อนไหวไปทางใด ก็ขึ้นอยู่กับการควบคุมจิตใจของตัวคุณเอง


ราศีพฤษภ
เกิดระหว่าง 14 พฤษภาคม ถึง 13 มิถุนายน หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่
Ace of Wands

ความหมายโดยทั่วไป
แสดงถึงการงานที่เริ่มต้นใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ บุคคลที่เป็นคนเก่ง ชอบทำงาน นิยมคนเก่ง นิยมคนทำงานมีประสิทธิภาพ เรียกว่ามองคนที่ผลของงานเป็นหลัก คนแบบนี้เวลาทำอะไรก็จะทำเต็มที่ มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้นำทีมได้ แต่บางครั้งอาจขาดการยืดหยุ่นไปบ้าง ไม่ค่อยอ่อนไหวต่ออารมณ์คนอื่น

ในปี 2552 นี้
จึงทายว่าคุณจะได้รับผิดชอบ หรือทำงานใหม่ๆ มีโครงการใหม่ที่แจ่มใส มีข่าวดีเรื่องการงาน อาจเป็นปีทองของคุณในด้านการงาน ใครที่จะลงทุนทำธุรกิจส่วนตัวก็ถือว่ามีนิมิตหมายที่ดี สำหรับงานที่น่าสนใจ เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ทุกรูปแบบ งานด้านสื่อ งานที่เป็นโปรเจ็คท์นำร่อง หรือต้องร่วมมือกับคนอื่นเป็นทีม แต่คุณจะเป็นตัวหลัก

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่
Ace of Wands คุณจะมีเรื่องใหม่ๆ ในชีวิตด้วยค่ะ อาจเป็นการงานใหม่ โครงการใหม่ สิ่งที่ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นพิเศษ การเริ่มต้นธุรกิจใดๆ ถือว่าให้ผลดีมาก ใครที่ทำธุรกิจส่วนตัวยิ่งดีค่ะ เป็นไพ่ของการเริ่มต้น การก้าวไปข้างหน้า ชีวิตใหม่หลังจากผ่านพายุหนักมา

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้
Ten of Wands ในเมื่อเป็นปีทองของการงาน ก็แน่นอนค่ะ (แหม มาแบบกำปั้นทุบดินเลยนะนี่) ปัญหาหลักๆ ของคุณก็จากเรื่องงานอีกเช่นกัน เน้นที่กลุ่มคนซึ่งร่วมงานกัน งานที่ต้องทำเป็นทีม ตลอดจนงานที่ไปเร่งเอาตอนปิดโครงการ หรือปลายปี นับไล่ไปจากเดือนกันยายน 2553 เป็นต้นไปคุณจะยุ่งถึงยุ่งมาก อาจมีความซ้ำซ้อนในเรื่องภาระต่างๆ มีเหตุให้เครียดมากกว่าปกติ กับครอบครัวคนรักอาจไม่ค่อยมีเวลาให้กัน

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้
The Hierophant เอาทางพระเข้าข่มค่ะ ใจเย็น อดกลั้นเข้าไว้ สิ่งที่ดีคือคุณจะได้รับความเมตตาหรือผู้ใหญ่ให้ความรัก ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ หากมีปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ถึงที่สุดจะมีคนเข้ามาไกล่เกลี่ยช่วยเหลือ แต่ในปีนี้คุณอาจต้องฝืนใจสักนิดกับวัฒนธรรมเฉพาะขององค์กรหรือหน่วยงาน หรือเข้าร่วมในกิจกรรมที่ล้าสมัย เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีลักษณะอนุรักษ์นิยม ดีไม่ดี ตัวคุณเองก็มีแฝงอยู่ในตัวโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องใช้สติให้มากในปีนี้


ราศีเมถุน
เกิดระหว่าง 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่
Ace of Cups

ความหมายโดยทั่วไป การเริ่มต้นที่มีความสุข การได้รับสิ่งดีๆ เข้ามาเติมเต็มจิตใจ ที่อยู่อาศัยอันสะดวกสบาย หากเป็นบุคคลแสดงถึงความคนที่มีความสุข ชอบความบันเทิง ไม่ว่าภายนอกของคุณจะดูผิวพรรณแห้งกร้านมีน้ำมีนวลหรือไม่ แต่จิตใจของคุณชุ่มฉ่ำด้วยการรับรู้รสชาติที่หลากหลาย เป็นคนให้ความสำคัญกับการกินดื่ม กับเรื่องความสุขส่วนตัว ชอบที่สุดเวลาตกหลุมรักใหม่ๆ (แต่จะยาวนานแค่ไหนอันนี้ก็ไม่ทราบได้)

ในปี 2552 นี้ จึงทายว่า คุณอาจะพบรักใหม่ หรือมีการเริ่มต้นชีวิตรักใหม่ๆ อีกครั้ง แต่จะเป็นคนใหม่ หรือได้คืนดีไปดินเนอร์น้ำพริกกับแฟนเก่าก็คงมีแต่คุณเท่านั้นจะรู้ :-) โดยทั่วไปจะมีชีวิตที่ผาสุก อาจได้ตบแต่งบ้านช่องห้องหอ ประดับประดาของสวยงาม การเงินการงานเป็นไปตามที่ปรารถนา เรียกว่าเป็นบุคคลที่จะมีความสุขอย่างมากในปี 2553 นี้ ที่สำคัญจะมีการเริ่มต้นใหม่ (จริงๆ) ในเรื่องที่สำคัญต่อชีวิตจิตใจของคุณ

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Page of Swords แต่ที่คงต้องระวังสักนิดก็คือสถานการณ์รอบตัว อาจเป็นญาติมิตรเพื่อนฝูง คนข้างบ้าน หรือคนในสังคมเดียวกัน นำเรื่องรกหูรกใจมาให้เป็นระยะ จะมีสิ่งที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ อาจประสบปัญหาข่าวลือ ข่าวลวง มีคนติฉินนินทา ในส่วนบุตรหลานบริวารก็ไม่ค่อยดีนัก อาจนำปัญหามาให้เป็นระยะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ก็ก่อความรำคาญไม่น้อย

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Nine of Wands การตกลงใจที่ไม่เด็ดขาด การตัดสินใจกลับกลับมา ตลอดจนอารมณ์ที่แปรปรวน ส่วนหนึ่งอาจมาจากปัญหาที่สะสม สร้างความไม่พอใจมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่อีกส่วนก็อยู่ที่ตัวคุณเองมักจะรู้สึกไม่ค่อยพอใจอะไรง่ายๆ บางเรื่องก็ไม่นิยมให้คนอื่นเข้ามาเกี่ยว เป็นประเภททำคนเดียวสบายใจกว่ามาก แต่ก็ย่อมเหนื่อยมากด้วยเช่นกัน

อีกเรื่องหนึ่งที่ให้ระวังคือ จะเป็นปีที่คุณอาจต้องพัวพันกับงาน หรือบุคคล หรือสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่ดูติดพันพิลึก ปลีกตัวยาก เปลี่ยนแปลงแก้ไขลำบาก ถึงจุดหนึ่งก็จะต้องบอกตัวเองว่า เอาน่า ทนๆ กันไป รอจังหวะอีกสักพัก

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ Temperance เน้นที่การเดินสายกลาง การมองทุกอย่างบนพื้นฐานความจริง ฝันน้อยลง ประนีประนอมกับคนอื่นมากขึ้น หรือบางเรื่องอาจจำเป็นต้องใช้คนกลางเข้ามาร่วมมองและตัดสินปัญหา การเงินไม่ว่าจะดีแค่ไหนก็ต้องประหยัดให้ดี เพราะมีโอกาสวูบไปวูบมาอยู่ไม่น้อย

ในปีนี้อาจมีการเดินทางมากขึ้น ถ้าเป็นระยะใกล้ๆ ในประเทศก็ถือว่าไปบ่อย แต่ถ้าเป็นต่างประเทศก็มีแนวโน้มไปไกล ไปนาน ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ใช้ชีวิตระมัดระวังอย่างมาก สิ่งสำคัญของคุณในปีนี้คือการ "ปรับตัว"

ราศีกรกฎ
เกิดระหว่าง 15 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Death

ความหมายโดยทั่วไป หากเป็นสายอาชีพ มักเกี่ยวข้องกับแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยฉุกเฉินต่างๆ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับพิธีศพ พิธีกรรมทั้งการเกิดและการตาย อีกด้านหนึ่งหมายถึงบุคคลที่มีความเด็ดขาดในตัว เมื่อต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญมักจะตกลงใจได้เด็ดขาดในที่สุด แม้ว่าช่วงหนึ่งจะเป็นดูเป็นคนเจ้าทุกข์ ไร้สุข หรือพบปัญหาวิกฤติอยู่เนืองๆ

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การโยกย้าย การตัดขาดความสัมพันธ์กับผู้คนเดิมๆ หรือพบความสูญเสียที่ต้องใช้เวลานานในการทำใจ แต่ความทุกข์ทั้งปวงที่เกิดขึ้นจะนำคุณไปสู่ชีวิตใหม่ ไพ่ใบนี้ยังเกี่ยวกับทางออกที่สำคัญของชีวิต การเดินทางผ่านอุโมงค์ที่มืดมิดด้วยกำลังใจแรงกล้า การมุ่งมั่นไปสู่แสงสว่างไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Seven of Swords เป็นปีที่คุณต้องใช้วิธีพลิกแพลงหลากหลายรูปแบบเพื่อความอยู่รอด ที่ควรระวังคือการพัวพันกับบุคคลที่มีเล่ห์เหลี่ยม คนมีเลศนัย ผู้ที่ใช้เทคนิคต่างๆ ในทางลบ อีกอย่างที่สำคัญคือการรักษาความลับส่วนตัว การพาตัวเองให้รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกา

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ The World เป้าหมายเกี่ยวกับความสำเร็จของคุณ ชีวิตครอบครัว ความพยายามจัดระเบียบให้กับชีวิตใหม่ การโยกย้าย การตั้งหลัก ร่วมถึงการเลือกคู่ครองเพื่อหวังยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีกว่าเดิม ระมัดระวังว่าจากจุดหนึ่งที่ยุ่งยาก คุณจะพาตัวเองไปสู่ความยุ่งยากกว่า

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ Queen of Cups ใกล้เคียงกับไพ่ King of Cups แสดงถึงบุคคลที่ปรารถนาความรัก ความสุข การใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย อยากมีครอบครัวผาสุก อยากมีรักโรแมนติค แต่ดูเหมือนบางครั้งใครๆ ก็ไม่อาจเติมเต็ม สิ่งที่จะนำความสุขแท้จริงมาให้คุณยากจะจับต้องได้เป็นรูปธรรม หลายครั้งไพ่ใบนี้จึงแนะนำให้รักตัวเองมากๆ อย่าเหงาบ่อย อย่าเอาใจไปผูกกับคนอื่นเกินควร อยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง คุณสามารถมีจังหวะชีวิตที่นุ่มนวลและสวยงามได้โดยไม่ต้องรอไออุ่นจากใคร



ราศีสิงห์
เกิดระหว่าง 17 สิงหาคม ถึง 16 กันยายน หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Eight of Pentacles

ความหมายโดยทั่วไป แสดงถึงคนที่มีทักษะอาชีพ มีฝีมือในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เป็นคนขยันหมั่นเพียร หนักเอาเบาสู้ สามารถพัฒนาตนเองได้ดี แต่บางครั้งก็อาจเป็นคนเห็นแก่ผลประโยชน์ จะลงมือทำงานต่อเมื่อรู้แน่ชัดว่าจะได้ค่าตอบแทน ไม่นิยมทำงานอดิเรกที่ไม่ก่อรายได้ หรือทำงานให้ใครฟรีๆ แต่ก็เป็นคนใจกว้างกับเพื่อนฝูงคอเดียวกัน ถือว่าเป็นคนทำมาหากินคนหนึ่ง

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะงานเข้า งานเยอะ และจะเป็นงานซึ่งต้องลงเหงื่อลงแรง ต้องใช้ฝีไม้ลายมือเฉพาะ มีคนเห็นค่าของงาน หรือมีการจ้างงานเกิดขึ้น คาดหวังได้ถึงค่าตอบแทนงามๆ หากทำธุรกิจส่วนตัวจะทำกำไร ได้ออเดอร์เข้ามา อย่างไรก็ดี เป็นปีที่ต้องบริหารเวลา ต้องจับจังหวะให้ถูก แล้วจะได้ความสำเร็จอย่างที่คุณต้องการ

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Nine of Pentacles นอกจากจะเป็นปีแห่งการงานแล้ว ดูเหมือนยังเป็นปีแห่งการเงินด้วยค่ะ ท่าทางคุณจะล่ำซำไม่เบา หรือจะมีผู้เข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นทางการ อาจเป็นญาติผู้ใหญ่ เป็นเจ้านาย โดยเฉพาะสตรีที่มีศักดิ์มีฐานะ ใครที่คาดหวังถึงความมั่งคั่ง การได้เงินทองของประดับต่างๆ จะสมหวังค่ะ

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ King of Swords หากเป็นบุคคล หมายถึงคนผิวสี ผิวคล้ำ โครงร่างสูง มีความแข็งแกร่ง ใจแข็งใจเด็ด มักเป็นระดับหัวหน้า เจ้าของกิจการ หรือผู้ที่มีอำนาจมีอิทธิพลเหนือคุณขึ้นไป อาจต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลนี้ เช่น เข้าทำงานด้วยกัน เข้ามามีอิทธิพลแก่ชีวิต หรือนำคุณไปสู่ปัญหาความยุ่งยากหลายๆ ประการ ส่วนถ้าเป็นด้านสถานการณ์ก็แสดงถึงความไม่ราบรื่นต่างๆ ที่สอดแทรกได้ตลอดเวลา จะต้องใช้กำลังกายกำลังใจเข้าต่อสู้อย่างมาก

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ The Tower ปีนี้ แม้จะดูแนวโน้มการเงินการงานราบรื่น แต่คุณมีโอกาสเผชิญกับเรื่องท้าทาย สิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน การพังทลายของเหตุการณ์ที่นำความประหลาดใจมาให้ หรือมีเหตุ "รื้อ" เพื่อ "สร้าง" ต้องพบกับการกะเทาะของเปลือกนอกก่อนนำไปสู่คุณค่าของเนื้อใน ไพ่ใบนี้จะช่วยเตือนให้คุณระมัดระวังอุบัติเหตุต่างๆ ให้มีสติในเวลาคับขัน และตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต

ราศีกันย์
เกิดระหว่าง 17 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Page of Pentacles

ความหมายโดยทั่วไป หมายถึงเด็ก คนอายุน้อย ผู้ที่อายุน้อยกว่า 25 ปีลงมา เป็นไพ่ธาตุดินเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน การเงิน การเก็บออม ช่วงเวลาของการตั้งเนื้อตั้งตัว กระแสเงินที่ทยอยไหลเข้ามาทีละนิด แต่ก็หวังได้ถึงความมั่นคงในระยะยาว หากเป็นบุคคลแสดงถึงคนที่มีสไตล์ช้าๆ นุ่มนวล แม้จะกระตือรือร้นหรือฉลาดเฉียบแหลมแต่ก็ไม่ค่อยแสดงออกนัก

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการเงิน การแสวงหารายได้ การมองหาช่องทางใหม่ๆ ตลอดจนการวางแผนทางการเงิน มีลักษณะของการเริ่มต้น การไต่ระดับจากน้อยไปหามาก มีความอดทนรอผลลัพธ์ที่มั่นคงในระยะยาว สิ่งที่เด่นอีกอย่างคือโอกาสดีที่จะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ตลอดปี คุณอาจมีรายได้ไม่หวือหวา ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ แต่ถ้าตั้งใจจริงเรื่องการเก็บออม การวางแผนอนาคตดีๆ ก็มีโอกาสจับเงินก้อนโต

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Two of Pentacles แต่อย่างไรก็ดีค่ะ อย่าประมาทกับค่าใช้จ่าย มีแนวโน้มของความฝืดเคืองช่วงสั้นๆ หรือการขาดแคลนเงินสดในมือ ต้องหมุน ต้องโยก หรือหยิบจับสิ่งต่างๆ เข้ามาประกอบกันเพื่อผ่านวิกฤติการณ์ไปให้ได้ ดูจากไพ่ 2 ใบที่ประกบกันแล้ว แสดงว่ารายรับของคุณน่าจะมีมาไม่ขาดสาย แต่รายจ่ายยังต้องระวังให้มาก เผลอไม่ได้ค่ะ อีกเรื่องที่ต้องระวังคือการกู้ยืม การใช้เครดิต ไม่ว่าเราจะเป็นลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ก็ตาม



ราศีตุลย์
เกิดระหว่าง 17 ตุลาคม ถึง 15 พฤศจิกายน หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่
Knight of Pentacles

ความหมายโดยทั่วไป หมายถึงคนหนุ่มคนสาว ผู้ที่กำลังมองหาช่องทางความก้าวหน้า การพัฒนาตนเอง ในสายอาชีพเกี่ยวข้องกับการเงิน ธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจส่วนตัว มักมีความคิดดีๆ เกี่ยวกับการแสวงหารายได้ แต่ก็ไม่ใช่คนหวือหวา ทำอะไรช้าๆ พอสมควร จังหวะชีวิตมักมีความมั่นคงสม่ำเสมอ หรือนิยมทำอะไรไปช้าๆ เงียบๆ มีความอดทนมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะมีความคิดดีๆ เกี่ยวกับการเงิน รายได้ การทำธุรกิจที่ค่อยๆ ไต่ระดับไปช้าๆ แต่ในการเรื่องทำมาหาเงินคุณอาจต้องเดินทางมากขึ้น เหน็ดเหนื่อยพอสมควร แต่กระแสก็ถือว่าอยู่ในจังหวะที่ดี หากปีที่ผ่านมาการเงินมีปัญหาก็จะกลับมากระเตื้องขึ้น มีโอกาสแก้ไขความผิดพลาดที่ผ่านมา ชีวิตคุณจะไม่หกคะเมนตีลังกาอะไรมาก ยิ่งถ้าวางแผนดีๆ มีความมั่นคงในระยะยาวอย่างมาก

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Queen of Wands ความสำเร็จทางการงาน การเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ ได้รับความยกย่องนับถือ อาจได้ปรับตำแหน่งสูงขึ้น การจัดการชีวิตด้านต่างๆ เป็นระบบมากขึ้น แสดงแนวโน้มที่โดดเด่นด้านการงาน หรือได้คนเข้ามาสนับสนุนให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ในปีนี้ ถือว่าการงานของคุณเด่นมาก บวกกับการเงินที่ค่อยเป็นค่อยไป น่าจะเป็นปีทองสำหรับคนที่ขยันขันแข็ง คิดเรื่องทำมาหากิน ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัว หรือมองเห็นการเงิน-การงานมีความสำคัญสูงในชีวิต แต่ถ้าคุณยังอายุน้อย ยังเป็นวัยรุ่นวัยเรียน ก็จะเป็นช่วงมีวุฒิภาวะเกินตัว คิดเรื่องเส้นทางชีวิตลึกซึ้งกว่าคนวัยเดียวกัน

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Queen of Swords ไพ่ของอุปสรรคที่สำคัญ การเผชิญหน้ากับบุคคลที่มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเพศหญิง ผู้ที่มีบุคลิกแข็งกร้าว มีความเฉียบขาดในที อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าคุณ หรือมีอำนาจทางใดทางหนึ่งมากกว่าคุณ มีแนวโน้มจะปะทะกันได้ง่าย และแผ่อิทธิพลความเครียดมาสู่คุณชนิดที่ต้องเตรียมรับมือไว้ดีๆ

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ The Star ไพ่แห่งศรัทธาและความหวัง ความรักในเพื่อนมนุษย์ มิตรภาพ การมองโลกในแง่ดี การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การได้กัลยาณมิตร สิ่งเหล่านี้จะมีความสำคัญสำหรับคุณและเป็นสิ่งที่จะเข้ามาหนุนเสริมดวงชะตา แม้ว่าเจอเรื่องร้ายๆ มีเรื่องร้อนรุ่มกลุ้มใจ แต่สุดท้ายก็จะได้รับการเยียวยารักษา การฟื้นฟูจิตใจ ที่สำคัญอีกอย่างของไพ่ใบนี้คือการมีความหวังไว้เสมอ ว่ากันว่าเป็นไพ่ของคำพรและคำอธิษฐาน คุณจะสมปรารถนาในสิ่งที่ต้องการ

ราศีพิจิก
เกิดระหว่าง 16 พฤศจิกายน ถึง 15 ธันวาคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ King of Cups

ความหมายโดยทั่วไป หากเป็นลักษณะบุคคล หมายถึงคนอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป คนวัยกลางคน ผู้ที่มีประสบการณ์รักมาก่อนพอสมควร อาจเคยสมรส หย่าร้าง หรือยังมีครอบครัวอยู่ด้วยก็ได้ เป็นคนเจ้าชู้เงียบๆ ชอบเด็ก หรือชอบคนที่อ่อนอาวุโสกว่า มักเป็นคนมีรสนิยมดีเชิงศิลปะ จิตใจละเอียดอ่อน มีน้ำใจ ให้ความอบอุ่นแก่คนอื่นได้ดี แต่ก็มีอารมณ์แปรปรวนไม่น้อย ส่วนสถานการณ์คือการเกี่ยวพันเรื่องรัก อยู่ในตำแหน่งที่ดี มีความสุข ได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก-ชอบ

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะมีความรัก ความสุข มีความพึงพอใจต่อสิ่งที่ตนเองได้ครอบครอง อาจมีเรื่องรักเข้ามาเกี่ยวพัน หรือได้ร่วมรักร่วมเรือน ได้มอบความอบอุ่นแก่ใครสักคน แต่ก็ไม่แน่ อาจหมายถึงคนที่จะเข้ามาในชีวิตคุณก็ได้ด้วยนะ :-) ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีวัย มีฐานะ สอดคล้องกับหน้าไพ่หรือเปล่า ถ้ายังอายุน้อยมีแนวโน้มจะมีผู้ใหญ่มาให้ความเมตตา ส่วนสถานการณ์ทั่วไปก็มักหมายถึงความสุข ความสมหวัง หกมีแผนการเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว เรื่องของบ้านเรือน จะได้รับความพึงพอใจ

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Wheel of Fortune ไพ่ใบนี้หมายถึงโชคลาภ จังหวะชีวิตที่เปลี่ยนแผลงในทางที่ดี การได้ประโยชน์จากมรดกทรัพย์สิน อสังหาริมทรัพย์ หรือมีครอบครัวเข้ามาหนุนส่งในธุรกิจการงาน ในภาพรวมแสดงถึงจังหวะชีวิตที่จะเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น หากปีที่ผ่านมาคุณอยู่ขาลง คราวนี้โอกาสดีๆ จะเริ่มทยอยเข้ามา อีกอย่างหมายถึงสิ่งที่คุณไม่ได้คาดฝัน แต่จะได้รับด้วยความสุขอย่างมาก

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Ace of Wands การงานใดๆ ก็ตามที่เป็นการเริ่มต้นใหม่ โครงการใหม่ ความคิดใหม่ๆ ในเมื่อหมายเลขหนึ่งคือการตั้งต้น ไม้เท้าแสดงถึงการงาน อาชีพ การเรียนการสอนต่างๆ เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ขอให้คุณรอบคอบให้มาก โดยเฉพาะสิ่งที่ "ริเริ่ม" เป็นครั้งแรก หรือก่อตั้งขึ้นในปี 2553 นี้

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ Three of Cups ไพ่ใบนี้เกี่ยวข้องกับความรื่นรมย์ ความยินดี โอกาสในการเฉลิมฉลอง การมอบความรักความสุขในหมู่เพื่อนสนิทมิตรสหาย แสดงถึงช่วงเวลาดีๆ ที่น่าจะรับเอาไว้ด้วยความขอบคุณ หมายเลขสามนั้นเกี่ยวข้องกับการขยาย การเติบโต จำนวนที่เพิ่มมากกว่าเดิม ความอิ่มหนำสำราญ ความร่วมมือหรือพบปะกันมากกว่าสองคนขึ้นไป ในที่นี้อาจเป็นการบอกคุณให้เปิดใจ เปิดตัว ต้อนรับมิตรภาพใหม่ๆ รักษามิตรภาพเก่าๆ มีความสุขความชื่นชมยินดีต่อสิ่งที่ผู้อื่นมอบให้ และหาโอกาสมอบสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้อื่นด้วย

ไพ่ใบนี้เป็นตอกย้ำด้วยว่า ในปีนี้ คุณจะมีโชคลาภ มีความสุข มีความสมหวัง แม้ว่าหน้าไพ่จะไม่ใช่ใบใหญ่ จังหวะดีๆ ของคุณอาจมาเร็วไปเร็ว ด้านความรักความสัมพันธ์ก็ยังมีความปรวนแปรอยู่บ้าง แต่หากแต่ละวันของคุณดำเนินไปด้วยความเบิกบาน ก็เหมือนเส้นทางแห่งความสุขที่จะทอดยาวออกไปไม่ขาดตอน

ราศีธนู
เกิดระหว่าง 16 ธันวาคม ถึง 13 มกราคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Queen of Pentacles

ความหมายโดยทั่วไป หากเป็นลักษณะบุคคล หมายถึงคนที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป เป็นคนมีฐานะ ตรงตัวเลยคือผู้หญิงที่มีฐานะ มีอำนาจทางการเงิน ซึ่งอาจจะเป็นตัวเจ้าชะตาเอง หรือคนที่มีอิทธิพลต่อเจ้าชะตาก็ได้ ไพ่ใบนี้มักเน้นที่การจัดการทรัพย์สิน การบริหารอย่างมืออาชีพ การมีอำนาจทางเศรษฐกิจ ให้คุณให้โทษผู้อื่นได้ ทำงานด้านการเงิน การบริหารจัดการสินทรัพย์ ส่วนด้านสถานการณ์หมายถึงช่วงเวลาที่ดีในเรื่องของค่าตอบแทน รายรับ รายได้ มักเกี่ยวพันกับเงินก้อนโต โครงการใหญ่ๆ ที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ใช้ความละเอียดรอบคอบเข้าจัดการ

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะได้เกี่ยวพันกับเงินก้อนใหญ่ อาจได้แหล่งทุนหรือผู้สนับสนุนโครงการต่างๆ ที่มีกำลังเงิน มีอำนาจทางเศรษฐกิจ ในระดับชีวิตส่วนตัวถือว่าเป็นเข้าช่วงมือทอง นักธุรกิจจะทำกำไร หากทำงานเป็นลูกจ้างพนักงานก็จะได้ค่าตอบแทนสูง มีงานที่ทำรายได้งามๆ แม้แต่ตกงานก็จะได้คนเข้ามาช่วยเหลือเจือจุน เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า คนที่ได้ไพ่ใบนี้มักมีบุพการีอุปถัมภ์ หรือผู้หลักผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้หญิง ให้ความเมตตาช่วยเหลือ เดือดร้อนเรื่องเงินหนักๆ ก็ไม่เกิน 1 อาทิตย์จะได้รับข่าวดีทันที

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Page of Swords แต่สำหรับไพ่ใบนี้ หมายถึงเด็ก บุตรหลานบริวาร คนอายุน้อยกว่า บุคคลอายุต่ำกว่า 25 ปีลงมา หรือหากเป็นสถานการณ์ก็คือสิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน ความคิดที่ปรวนแปรเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ สถานการณ์แวดล้อมที่มักนำเรื่องรกหูรกใจมาให้ ดาบในไพ่ใบนี้มักแสดงถึงปัญหาเกี่ยวกับข่าวร้ายต่างๆ แต่ก็เป็นข่าวลือเสียส่วนใหญ่ มีผลต่อความรู้สึก หากไม่มั่นคงพอก็จะโอนเอนจิตตกไปตามๆ กัน เป็นปีที่จะมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาเป็นช่วงๆ ที่สำคัญคือการทำจิตใจให้มั่นคง ฟังหูไว้หู หรือตรวจสอบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ชัดเจน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Eight of Cups การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก อาจเป็นบุคคลใกล้ชิด คนรัก หรือหมายถึงที่อยู่อาศัยก็ได้ หากมีการโยกย้ายก็จะเป็นไปด้วยความทุกข์มากกว่าความสุข การเดินทางไม่ค่อยราบรื่น จะมีช่วงที่คุณรู้สึกตัวเองลำบาก ตกในที่ๆ ทุรกันดารหรือแห้งแล้งเปล่าเปลี่ยว อย่างไรก็ตาม หลายครั้งไพ่ใบนี้แสดงถึงอารมณ์ภายในมากกว่าสถานการณ์ภายนอก ความผิดหวังที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะคาดหวังมากเกินไป แค่ 10% ที่คุณสูญเสียก็อาจทำให้คุณเสียศูนย์ได้แล้ว

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ The Moon เมื่อไพ่พระจันทร์เปิดในตำแหน่งนี้ เป็นคำเตือนเกี่ยวกับจิตใจของคุณโดยตรง ไม่ว่าชีวิตคุณจะได้รับสิ่งที่ดีหรือร้าย มีแนวโน้มว่าคุณจะจิตวิตกง่าย มีความทุกข์เป็นเจ้าเรือน หวาดระแวงผู้อื่น มักรู้สึกโดดเดี่ยว มองอะไรไม่แจ่มชัด บางครั้งรู้สึกตัวเองขาดวิสัยทัศน์ อ่านสถานการณ์ไม่ออก มีความกังวลอย่างลึกซึ้ง เข้ากับคนอื่นได้ยาก มักมีโลกส่วนตัวที่ตัวเองก็ไม่ได้ต้องการ

เมื่อไพ่ใบนี้เปิดขึ้น จึงหมายถึงคำแนะนำขอให้คุณพยายามทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม มองหาแสงสว่างเข้าไว้ มุ่งหน้าไปยังทางที่ทำให้คุณเป็นสุข พยายามจับดูอารมณ์ตนเอง เมื่อไหร่ที่รู้สึกจิตตกให้รีบแสวงหาตัวช่วยซึ่งอาจจะเป็นกิจกรรมใหม่ๆ กัลยาณมิตร หรือข้อเท็จจริงที่จะนำคุณไปพ้นจากความคลุมเครือต่างๆ หากเกิดเรื่องเศร้าหมอง อย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ตามลำพังนานๆ ความอ่อนแอจะยิ่งพาคุณไปสู่ความมืดมน ให้รีบตั้งสติ รีบประคองจิตใจตัวเอง แต่ก็ให้ยอมรับธรรมชาติตัวเอง รู้เท่าทันสภาวะอารมณ์ เพื่อการก้าวไปข้างหน้าด้วยความพยายามไปสู่ทิศทางที่แจ่มใสให้ได้



ราศีมังกร
เกิดระหว่าง 14 มกราคม ถึง 12 กุมภาพันธ์ หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Ten of Wands

ความหมายโดยทั่วไป การงานที่สุมรุมเร้า ภาระความรับผิดชอบที่เพียบแปล้ ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหญ่ ทีมขนาดใหญ่ การเร่งรุดไปสู่เป้าหมายในทางอาชีพ หากเป็นบุคคลมักเป็นคนที่บ้างานกว่าใครๆ ยุ่งจัด เรื่องรักเรื่องใคร่เอาไว้ภายหลัง มีความจริงจังต่อสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบ บางครั้งอาจดูเครียดจนคนอื่นๆ ไม่กล้ารบกวน ไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัว แต่ถ้าเป็นเรื่องงานใครๆ ก็ไว้ใจได้

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณคงจะต้องอยู่กับงาน งาน งาน ทุกอย่างคูณ 10 เท่าเข้าไปอีก เหนื่อยยิ่งกว่าปีนี้ อาจมีโครงการที่ต้องปิดลงให้ได้ หรือภาระที่พยายามให้ถึงฝั่งเสียที การทำงานนั้นถือว่าหาความสบายได้ยากอยู่แล้ว ที่ระวังก็จะเป็นปัญหาสุขภาพ ซึ่งต่อเนื่องมาจากความเครียด ความล้า บางคนนั้นรู้ว่าตัวเองเหนื่อยสุดๆ แล้วแต่ก็ยังใจอ่อนแบกรับภาระใหม่ๆ เข้ามาอีก บ้างก็แบกอุ้มคนอื่นจนหลังไหล่ลู่ไปตามๆ กัน เป็นปีที่ต้องอึดมากๆ แต่สำหรับคนที่กลัวตัวเองตกงาน สบายใจได้ค่ะ มีอะไรให้ทำจนเหนื่อยแน่นอน

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Seven of Cups ไพ่หมายเลขเจ็ดใบนี้ สะท้อนความปรารถนาภายในจิตใจ การมองดูสิ่งที่คุณต้องการ โหยหา หรือมีภาพฝันสวยงามต่อสิ่งนั้นๆ อาจเป็นวัตถุ ของมีมูลค่า ความรักความสัมพันธ์ อะไรก็ได้ที่คุณรู้สึกว่ามันสวยงามจับใจ อยากได้ อยากครอบครอง ดูเหมือนจะมีช่องทางได้มาเสียด้วย แต่สิ่งที่มักประกบไพ่ใบนี้อยู่คือภาพลวงตา คำถามภายในจิตใจลึกซึ้งว่าคุณ "อยากได้" จริงไหม เพื่ออะไร เอามาทำไม ฯลฯ เป็นต้น เป็นได้ที่คุณจะพบสถานการณ์เช่นนี้อยู่เสมอๆ ด้านการเงินก็จะมีเหตุใช้จ่ายมากขึ้น ส่วนมากเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของคุณนั่นเอง

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Ace of Cups ไพ่ใบนี้หมายถึงรักใหม่ ความรู้สึกใหม่ สิ่งที่เข้ามาเติมเต็มในชั้นต้น แต่เมื่ออยู่ในตำแหน่งนี้ ขอให้คุณรอบคอบต่อความสัมพันธ์ที่เพิ่งก่อเกิด หรือความรักความเสน่หาที่มาอย่างดูดดื่มลึกซึ้ง ไพ่ใบนี้เกี่ยวข้องกับความรักและเซ็กซ์ที่เต็มเปี่ยม ความเร้าใจ ความสุขในช่วงแรกรัก บางคนอกหักเอาดื้อๆ เมื่อได้ไพ่ใบนี้อยู่ในตำแหน่งแสดงด้านลบ หรือค้นพบในที่สุดว่าความแห้งแล้งทารุณคือสิ่งที่ต้องเผชิญเนิ่นนาน

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ The Hermit คุณได้ไพ่ใบเดียวและตำแหน่งเดียวกันกับราศีกันย์ แต่หน้าไพ่ที่เกี่ยวข้องมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง อย่างที่บอกไว้แล้ว สิ่งสำคัญเกี่ยวกับไพ่ใบนี้คือความสงบ ความสันโดษ การปลีกตัวออกห่างจากสังคมหรือความวุ่นวาย แต่ไม่ใช่ความเหงาหรือความโดดเดี่ยวเสมอไป

สำหรับคุณ จะหมายถึงช่วงเวลาที่ต้องอยู่ตามลำพังมากขึ้น มีเส้นทางของตัวเอง อาจใช้เวลากับตำรับตำรา การค้นคว้า การแสวงหาความหมายให้กับชีวิตตนเองมากขึ้น หรือเลือกหยุดความสัมพันธ์กับใครบางคน หลายครั้งการกระทำของคุณจะไม่มีใครเข้าใจ แต่คุณก็ไม่เรียกร้องให้ใครมาเข้าใจเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากคุณปรับตัวได้กับสภาพแวดล้อมดังกล่าว หรือค้นพบมุมที่ใช่สำหรับตัวเอง คุณจะมีความสุข ความสงบ ความแจ่มใส ที่เกิดขึ้นภายในอย่างลึกซึ้ง

ราศีกุมภ์
เกิดระหว่าง 13 กุมภาพันธ์ ถึง 13 มีนาคม หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Queen of Cups

ความหมายโดยทั่วไป ความอบอุ่น ความอ่อนหวาน ความอ่อนไหว ไพ่ตัวแทนผู้หญิงที่เป็นภรรยา ลักษณะของแม่บ้านแม่เรือน ความเป็นอยู่ในบ้าน ความสุขส่วนตัว การเกี่ยวพันกับความรัก เป็นที่รักหรือถูกรัก แสดงถึงความสะดวกสบายในชีวิต

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าคุณจะมีความสุขความพึงพอใจไม่น้อยในด้านที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว อาจเป็นชีวิตรักที่แสนสุข มีการหมั้นหมาย การแต่งงาน ครองรักครองคู่ มีชีวิตในบ้านที่อบอุ่น สะดวกสบาย ด้านการงานหมายถึงการทำงานที่บ้าน งานภายในครอบครัว การเป็นแม่บ้านพ่อบ้าน หรือได้รับแรงสนับสนุนจากคนในครอบครัวด้วยดี อย่างไรก็ดี ไพ่ใบนี้เกี่ยวข้องกับโลกส่วนตัวด้วยค่ะ บางคนอาจมีความเหงาอยู่ลึกๆ ไม่ค่อยได้ออกนอกสถานที่ มีชีวิตอยู่กับคนใกล้ชิดไม่กี่คน หรือส่วนลึกมีจินตนาการถึงสิ่งที่หวือหวากว่าเป็นอยู่ แต่ก็ไม่ได้เป็นความทุกข์เสียทีเดียว อนึ่ง ใครที่ทำงานด้านศิลปะ งานจากความคิดจินตนาการส่วนตัว จะมีพลังสร้างสรรค์ ทำงานได้ดังปรารถนา

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Seven of Wands ความมานะบากบั่น ความอดทนฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จะนำคุณไปสู่จุดหมาย ได้รับชัยชนะ ได้ความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง ไพ่ใบนี้หมายถึงปัญหาเฉพาะหน้าที่จะมีเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ต้องตื่นตัว ต้องยืนหยัด โดยเฉพาะการงานจะเจอเรื่องวุ่นๆ อยู่ทุกระยะ ที่สำคัญคือความเข้มแข็งของตัวคุณเอง หากยืนสู้จนครบยก คุณจะไปถึงจุดที่การงานก้าวหน้าชนิดก้าวกระโดดทีเดียว

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Page of Swords มักหมายถึงข่าวร้าย ข่าวลือ เรื่องที่สร้างบรรยากาศไม่ค่อยดีให้แก่คุณ หากเป็นบุคคลมีชื่อเสียงให้ระวังเรื่องอื้อฉาวไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม การลงนามในเอกสารสัญญาใดๆ ให้รอบคอบให้มาก เน้นความโปร่งใสเข้าไว้ แต่ไพ่ใบนี้มักหมายถึงสถานการณ์เล็กๆ ชวนรำคาญใจ สร้างความขุ่นมัวบ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องที่มีอิทธิพลอะไรมากนัก หากคุณมั่นคงมั่นใจในจุดที่ตัวเองทำหรือเป็นก็จะเป็นการดี อนึ่ง บุคคลอายุต่ำกว่า 25 ปีลงมาอาจสร้างปัญหาให้คุณได้มากกว่าเพื่อน ลองสังเกตดูค่ะ

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ Ace of Pentacles ไพ่การเงินที่โดดเด่น การเริ่มต้น การได้รับข่าวดี เกี่ยวข้องกับวัตถุทรัพย์สินเงินทอง แสดงถึงปีทองในแง่ของรายได้ การลงทุน อาจมีการริเริ่มธุรกิจ มีช่องทางรายได้ใหม่ๆ บางครั้งเรียกว่าไพ่เรียกเงิน แสดงถึงโชคลาภที่กำลังเดินทางมา

ดูในภาพรวมของปีนี้ ชีวิตคุณน่าจะได้รับความสะดวกสบายเป็นพิเศษในแง่วัตถุ ชีวิตส่วนตัวมีความสมบูรณ์พร้อมแทบทุกอย่าง มีงาน มีเงิน มีความรัก (แม้จะเหงาบ้าง หรือมีคู่รักแบบไปๆ มาๆ) หรือต้องแก้ปัญหาหน้างานไปเรื่อยๆ บรรยากาศแวดล้อมขึ้นๆ ลงๆ มีเรื่องให้จิตตกตามประสา แต่ก็จะเป็นปีที่มีสุขมากกว่าทุกข์ พิเศษสำหรับคนที่อยากจัดสรรชีวิตด้านการเงิน อยากทำธุรกิจส่วนตัว จะมีจังหวะให้คุณประสบความสำเร็จค่ะ

ราศีมีน
เกิดระหว่าง 14 มีนาคม ถึง 12 เมษายน หรือลัคนาสถิต

ไพ่สำคัญของคุณในปีนี้ ได้แก่ Seven of Pentacles

ความหมายโดยทั่วไป การเก็บออมทรัพย์สิน การตั้งตัว การมุ่งสู่ความสำเร็จจากรากฐานที่หนักแน่น ค่อยๆ สร้าง ค่อยๆ สะสม เป็นไพ่ของความเหน็ดเหนื่อยที่จะนำไปสู่ความก้าวหน้าและความมั่นคงค่ะ

ในปี 2553 นี้ จึงทายว่าจะเป็นปีของการจัดสรรการเงิน การเก็บออม การต่อยอดจากทุนเก่าๆ ที่รองรังไว้ การงานของคุณมักมุ่งเป้าที่รายได้หรือค่าตอบแทนเป็นหลัก มีเป้าหมายการเงินที่แน่วแน่ รู้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อย แต่ดูตัวเลขบัญชีก็จะมีกำลังใจ นอกจากนั้นไพ่ใบนี้ยังแสดงถึงความก้าวหน้าที่ค่อยเป็นค่อยไป จังหวะชีวิตเรียบๆ แต่สม่ำเสมอ ความอดทนจะพาคุณไปสู่จุดที่ฝันถึง งานที่เกี่ยวข้องกับเกษตร ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ จะให้ผลดีเป็นพิเศษ เน้นเลยว่าเป็นปีของความเหน็ดเหนื่อยแต่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะด้านวัตถุเงินทอง

และในปีนี้ ประกบด้วยไพ่ Knight of Wands อาจต้องเดินทางมากขึ้นในปีนี้ หรือถ้าเดินทางมากอยู่แล้วปีนี้จะชีพจรลงเท้ามากกว่าเดิม ส่วนใครที่ทำงานอยู่ในสถานที่ ไม่มีบทบาทต้องออกเดินทางเลยไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็จะหมายถึงการทำงานเชิงรุก การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้กระฉับกระเฉง ต้องแข่งขันกับผู้อื่น ต้องมุ่งพิชิตเป้าหมายที่ต้องการการดำเนินการอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ในบางคนจะแสดงถึงเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ ที่เข้ามาสร้างบรรยากาศคึกคัก อีกอย่างหนึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศในการทำงาน ข่าวดีด้านธุรกิจ โอกาสใหม่ๆ ที่เปิดกว้างท้าทายคุณ

เรื่องควรระวังของคุณในปีนี้ Eight of Wands ไพ่ของการงานที่แตกยอดออกไปไม่หยุดยั้ง ปกติแล้วไพ่ใบนี้เกี่ยวข้องกับการขยายงาน ความก้าวหน้า ความเจริญเติบโต การพัฒนาทักษะส่วนบุคคลชนิดที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำทีมได้อย่างง่ายดาย แต่ในตำแหน่งนี้เตือนให้คุณระวังการขยายงานที่ผิดพลาด งานที่หนักมากเกินรับมือไหว งานมากแต่ค่าตอบแทนไม่สมเหตุผล รวมถึงการไม่สามารถควบคุมสิ่งที่ตัวเองรับผิดชอบได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำทีม ต้องทำงานสัมพันธ์กับคนจำนวนมาก หรือมีธุรกิจส่วนตัว การวางแผนขยายงานใดๆ รอบคอบไว้ให้มาก

คำแนะนำสำหรับคุณในปีนี้ Ace of Swords การตัดสินใจให้เด็ดขาดจะเป็นประเด็นสำคัญในชีวิตคุณ การฝ่าทะลุปัญหาในดาบเดียวด้วย หมายถึงความเข้มแข็ง ความเฉียบขาด การไม่ย่อท้อที่จะสู้กับอุปสรรคต่างๆ เหมือนมองไปข้างหน้ามีกำแพงทึบตัน เมื่อคุณเชื่อว่าคุณข้ามไปได้ หาทางข้าม และทำตามที่วิธีต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อ ถึงที่สุด คุณจะข้ามไปได้จริงๆ

ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน : ประมวลสถานการณ์สื่อทั่วโลกในปี 2009

ที่มา ประชาไท

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) รายงาน เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2009 ถึงสถานการณ์ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับผู้สื่อข่าวทั่วโลกในปี 2009 บอกว่ามีการสังหารนักข่าวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 26% ขณะที่แม้สื่อใหม่อย่างเว็บบล็อกหรือเว็บเครือข่ายทางสังคมจะเติบโต แต่ก็มีการสอดส่องและปราบปรามผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้นด้วย

ตัวเลขผลสรุปเรื่องเสรีภาพสื่อในปี 2009 โดย ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน
ผู้สื่อข่าวถูกสังหาร 76 ราย
ถูกลักพาตัว 33 ราย
ถูกจับกุม 573 ราย
ถูกทำร้าย 1456 ราย
สื่อถูกเซนเซอร์ 570 แห่ง
ผู้สื่อข่าวหนีออกจากประเทศตนเอง 157 ราย
บล็อกเกอร์ 1 รายเสียชีวิตในคุก
บล็อกเกอร์และผู้ใช้อินเตอร์เน็ตถูกจับกุม 151 ราย
ถูกทำร้ายร่างกาย 61 ราย
มี 60 ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการเซนเซอร์

ภาวะสงครามและความขัดแย้งจากการเลือกตั้ง : อันตรายร้ายแรงที่สุดสำหรับนักข่าว
องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) เปิดเผยว่า เหตุการณ์สังหารหมู่ในฟิลิปปินส์เมื่อปีที่ผ่านมาถือเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้สื่อข่าวถูกสังหารมากที่สุดภายในวันเดียวคือ 30 ราย ขณะที่ในประเทศอิหร่านที่มีความขัดแย้งด้านผลการเลือกตั้งของประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ก็ทำให้ผู้สื่อข่าวและบล็อกเกอร์ในอิหร่านถูกจับกุมและลงโทษเป็นจำนวนมาก

โดยมีนักข่าวราว 160 รายที่ออกจากประเทศเพื่อหนีจากการจับกุมหรือการถูกขู่ลอบสังหาร เช่นในประเทศอิหร่านและโซมาเลีย

ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนระบุว่า ภาวะสงครามและความขัดแย้งเรื่องการเลือกตั้งเป็นภัยร้ายแรงสำหรับนักข่าวสำหรับปี 2009 ทำให้นักข่าวเสี่ยงต่อการถูกสังหารหรือลักพาตัว โดยความรุนแรงจากก่อนและหลังการเลือกตั้งในปี 2009 นั้นส่วนหนึ่งมาจากประเทศที่มีความน่าเชื่อถือทางประชาธิปไตยต่ำ

และแม้ว่าบล็อกเกอร์กับเว็บไซต์ต่าง ๆ จะเติบโตเบ่งบานมากขึ้นในอินเตอร์เน็ต แต่การเซนเซอร์และปราบปรามก็มีมากขึ้นตามไปด้วย โดยแทบจะไม่มีประเทศใดเลยที่หนีพ้นจากปรากฏการณ์ดังกล่าวในทุกวันนี้ หลังจากที่อินเตอร์เน็ตและสื่อใหม่ (เว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม, โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ) มีบทบาทสำคัญในการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสาร ก็มีการปราบปรามอย่างจริงจังตามมา โดยบล็อกเกอร์ในตอนนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเทียบเท่ากับผู้สื่อข่าวในสื่อเก่า

เรื่องที่องค์กรผู้สื่อขาวไร้พรมแดนให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในปี 2009 คือการอพยพของนักข่าวจำนวนมากในประเทศที่มีปราบปรามเช่น ศรีลังกา หรือ อิหร่าน ซึ่งกลุ่มผู้มีอำนาจในประเทศเข้าใจว่าการผลักดันให้นักข่าวต้องหลบหนีจากประเทศจะสามารถทำให้ความหลากหลายทางความคิดและการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลลดลง ซึ่งเลขาธิการของผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนเห็นว่า เป็นเรื่องอันตราย และต้องมีการประณามอย่างแข็งขัน

ตัวเลขนักข่าวถูกสังหารพุ่ง 26 เปอร์เซนต์ จากปีที่แล้ว
เลขาธิการผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนเปิดเผยอีกว่า ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่ามักเป็นผู้รับเคราะห์มากที่สุดในทุก ๆ ปี หากพวกเขารายงานเกี่ยวกับเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม การคอร์รัปชั่น และสงคราม

ต้นปี 2009 เริ่มต้นด้วยความเลวร้ายจากกรณีการส่งกองทัพโจมตีฉนวนกาซาของอิสราเอล ซึ่งห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเข้าไปทำข่าว นอกจากนี้รัฐบาลอิสราเอลยังได้สั่งทหารโจมตีอาคารสำนักงานสื่อซึ่งถือเป็นการละเมิดกฏมนุษยธรรมของนานาชาติ มีผู้สื่อข่าวสองรายถูกสังหารในการโจมตีครั้งนี้ ขณะที่สื่อและนักสิทธิมนุษยชนในรัสเซียก็มีการลักพาตัวและถูกสังหารโดยไม่สามารถเอาผิดผู้ใดได้

ขณะเดียวกันก็มีนักข่าวที่ถูกสังหารโดยกลุ่มหัวรุนแรง อัล-ชาบับ ในโซมาเลีย 9 ราย ใน 4 รายนี้มีผู้สื่อข่าวของสถานีวิทยุชาเบลซึ่งพยายามรายงานข่าวอย่างดีที่สุดท่ามกลางความขัดแย้ง ส่วนผู้สื่อข่าวในปากีสถานก็ตกเป็นเป้าของกลุ่มตอลิบานมากขึ้น

การลักพาตัวนักข่าวก็มีจำนวนสูงขึ้น โดยกรณีส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศ อัฟกานิสถาน, เม็กซิโก และโซมาเลีย มีเหตุการณ์ที่ผู้สื่อข่าวของนิวยอร์กไทม์ เดวิด โรด สามารถหนีออกจากที่กักกันของกลุ่มตอลิบานได้ ขณะที่ผู้สื่อข่าวของอัฟกานิสถาน ซุลตาน มุนาดี ถูกสังหารในปฏิบัติการทางทหารที่ส่งไปเพื่อช่วยเหลือตัวเขา

องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนกล่าวว่า สามปีมาแล้วที่สหประชาชาติอาศัยมติ 1738 ในการคุ้มครองผู้สื่อข่าวในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง แต่ก็ยังไม่สามารถคุ้มครองผู้สื่อข่าวได้มากพอ

ด้านตัวเลขของการใช้ความรุนแรงอื่น ๆ เช่น การทำร้ายร่างกาย และการข่มขู่ เพิ่มสูงขึ้นจาก 929 รายในปี 2008 เป็น 1,456 รายในปี 2009 ผู้สื่อข่าวที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือในทวีปอเมริกา มีจำนวน 501 ราย เนื่องจากการเปิดโปงเรื่องยาเสพติดและการใช้อำนาจจากรัฐบาลท้องถิ่น ทวีปเอเชียพบความเสี่ยงเป็นลำดับสองที่ 364 ราย โดยเฉพาะในประเทศปากีสถาน, ศรีลังกา และ เนปาล

เรื่องการเซนเซอร์สื่อ มีหนังสือพิมพ์ สถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ ราว 570 รายถูกแบนหรือถูกสั่งปิด สื่อเหล่านี้รวมไปถึง นิตยสารแนวเสียดสีของมาเลเซีย, หนังสือพิมพ์ของฝ่ายปฏิรูปในอิหร่าน, สถานีวิทยุ ฟรานซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ของประเทศคองโก และ บีบีซี เวิร์ดเซอร์วิส ใน รวันดา

ขณะที่จำนวนผู้สื่อข่าวที่ถูกจับกุมตัวมีจำนวนลดลงเล็กน้อย (ในปี 2008 มี 673 ราย ในปี 2009 มี 573 ราย) เนื่องจากมีจำนวนผู้สื่อข่าวถูกจับในเอเชียลดลง ขณะที่ในตะวันออกกลางมีมากขึ้น

ความรุนแรงจากฤดูเลือกตั้ง
องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนยังได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์การสังหารหมู่นักข่าว 30 รายในฟิลิปปินส์ ว่าเป็นฝีมือของคู่แข่งทางการเมืองในท้องถื่น โดยฟิลิปปินส์จะมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในปี 2010 นี้ การเลือกตั้งในตูนีเซียและกาบอนมีนักข่าวถูกจับกุม ถูกข่มขู่ ถูกทำร้าย มีบางรายที่ถูกทำร้ายอย่างสาหัส การประท้วงการเลือกตั้งในอิหร่านก็ทำให้เกิดการปิดสื่อเป็นจำนวนมาก

โดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนบอกว่า แม้การเลือกตั้งหลายพรรคการเมืองจะเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย
แต่ทางสื่อของรัฐก็มักไม่เอื้อให้เกิดการเลือกตั้งที่เป็นธรรมกับหลาย ๆ ฝ่าย เช่นในอัฟกานิสถาน หรือในกินี ขณะที่บางพื้นที่ก็มีการสำรวจโพลล์ที่ไม่ได้ทำตามแบบแผน เช่นโพลล์ในเขตพื้นที่ทมิฬของศรีลังกา

หลังจากการเลือกตั้งไปแล้วสถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้าย เช่น ในอิหร่านมีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอาห์มาดิเนจาดที่ชนะการเลือกตั้ง โดยบอกว่ามีการโกงการเลือกตั้ง และผู้ประท้วงต่างมีสื่อของตนเองทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออินเตอร์เน็ต ผู้สนับสนุนอาห์มาดิเนจาด ก็ทำการปราบปรามผู้สื่อข่าวและบล็อกเกอร์ที่ต่อต้านอย่างหนัก กล่าวหาว่าพวกเขาเป็นสายลับจากต่างชาติที่มาทำลายความมั่นคงของประเทศ

สื่อที่พยายามเปิดโปงการทุจริตเลือกตั้งมักจะถูกดำเนินคดี กุมขัง หรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ทางผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนจึงคิดว่าน่าจะมีวิธีการที่ดีกว่าในการปกป้องคุ้มครองผู้สื่อข่าวในการทำข่าวการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งในปี 2010 นี้จะมีการเลือกตั้งในประเทศพม่า ศรีลังกา และในเขตปาเลสไตน์ ซึ่งประเทศเหล่านี้มักมีการคอยสอดส่องสื่อในช่วงที่มีการเลือกตั้ง


บล็อกเกอร์และผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 151 รายถูกจับกุม

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อินเตอร์เน็ตถือกำเนิดมา ที่มีบล็อกเกอร์และผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกถูกจับกุมรวมแล้ว 151 ราย จากการที่พวกเขาโพสท์ความเห็นในอินเตอร์เน็ต มีประเทศที่ปราบปรามเรื่องนี้อย่างหนักราว 10 ประเทศ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทำให้การแสดงความเห็นทางอินเตอร์เน็ตกลายเป็นอาชญากรรม

โดยปีที่ผ่านมาอินเตอร์เน็ตเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตย ทั้งในอิหร่าน จีน และที่อื่น ๆ ทำให้รัฐบาลอำนาจนิยมออกมาจัดการกับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างหนัก มีบล็อกเกอร์สองรายในประเทศอาเซอร์ไบจันถูกสั่งจำคุกสองปี เนื่องจากพวกเขาสร้างภาพยนตร์ล้อเลียนนักการเมืองระดับสูง

ประเทศจีนยังคงเป็นประเทศที่เซนเซอร์อินเตอร์เน็ตอย่างหนักที่สุดในปี 2009 โดยมีประเทศ อิหร่าน, ตูนิเซีย, ซาอุดิอารเบีย, เวียตนาม, อุซเบกิสถาน และไทย ที่คอยสอดส่องการแสดงความเห็นตามอินเตอร์เน็ต ทั้งยังมีการบล็อกเว็บไซต์หรือเว็บบล็อกอยู่เนือง ๆ

ขณะที่วิกฤติเศรษฐกิจก็มีผลต่อการปิดกั้นสื่อออนไลน์ เช่นในเกาหลีใต้ บล็อกเกอร์รายหนึ่งถูกจับกุมตัวจากการที่เขาวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่กำลังประสบปัญหา มีชาวอินเตอร์เน็ตหกรายในประเทศไทยที่ถูกจับกุมหรือข่มขู่ จากการที่พวกเขาโยงเรื่องตลาดหุ้นกับพระอาการประชวรของพระเจ้าอยู่หัว ส่วนที่ดูไบก็มีการเซนเซอร์การรายงานถึงเรื่องที่รัฐบาลไม่สามารถจ่ายหนี้คืนได้

ส่วนในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยก็ไม่แพ้กัน หลายประเทศในแถบยุโรปก็มีมาตรการใหม่ในการควบคุมอินเตอร์เน็ตภายใต้ข้ออ้างเรื่องการปราบปรามภาพอนาจารเด็กและการดาวน์โหลดอย่างผิดกฏหมาย ออสเตรเลียมีระบบกรองข้อมูลอินเตอร์เน็ตที่เป็นภัยต่อเสรีภาพในการแสดงความเห็น ศาลของทางการตุรกีก็สั่งบล็อกเว็บไซต์จำนวนมากรวมถึงยูทิวบ์ (Youtube) ที่มีการวิจารณ์ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐ

ทางผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนบอกว่าพวกเขาจะเริ่มต้นโครงการ "ศัตรูของอินเตอร์เน็ต" (Enemies of the Internet) ในวันที่ 12 มี.ค. ที่จะถึงนี้ เพือจัดการกับปัญหาการเซนเซอร์อินเตอร์เน็ตทั่วโลก

การดำเนินคดีกับสื่อ
สิ้นปี 2009 ที่ผ่านมายังคงมีนักข่าว 167 ราย ต้องอยู่ในห้องขัง การจับกุมนักข่าวจำนวนมากเช่นนี้เคยเกิดขึ้นนับย้อนไปได้ในช่วงทศวรรษที่ 1990s โดยรัฐบาลหลายประเทศยังคงมีกฏหมายที่อนุญาตให้พวกเขาสั่งกุมขังนักข่าวได้ และมีการลงโทษที่ไม่เหมาะสม ในประเทศเช่น คิวบา, จีน, ศรีลังกา และอิหร่าน การลงโทษนักข่าวมีความรุนแรงในระดับผู้ก่อการร้าย หรือ ผู้ก่ออาชญากรรมอุกฉกรรจ์

มีนักข่าวถูกจับกุมไม่ก็ถูกทำร้ายร่างกายมากกว่า 60 ราย ในอิรัก ในเขตปาเลสไตน์มีนักข่าวมากกว่า 50 ราย ถูกจับกุมโดยกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา และโดยกลุ่มฟาตาห์ในเวสท์แบงค์

ขณะที่ในแอฟริกาและเอเชีย มีจำนวนนักข่าวถูกจับกุมไล่เลี่ยกัน และแม้จำนวนในเอเชียจะลดลง แต่ในประเทศจีนและปากีสถานก็ยังมีการจับกุมนักข่าวทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ เนื่องจากพวกเขาล่วงละเมิดเส้นกั้นที่รัฐบาลขีดไว้

การรัฐประหารเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2009 ในฮอนดูรัสก็มีสื่อหัวอนุรักษ์นิยมเป็นเบื้องหลังสนับสนุน ทำให้เกิดการดำเนินคดีกับผู้สื่อข่าวที่มีท่าทีว่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกับมานูเอล เซลายา อดีตประธานาธิบดีที่ถูกทำรัฐประหาร โดยยังได้มีการระงับหรือปิดสื่อบางแห่งด้วย

บางแห่งแม้จะยังไม่การจับขังนักข่าว แต่ก็มีการใช้อำนาจข่มนักข่าวด้วยกระบวนการศาล เช่น บรรณาธิการคนหนึ่งในอัลจีเรีย ถูกศาลเรียกตัวถึง 15 ครั้งในปี 2009 ด้านสื่อที่ต่อต้านทางการตุรกีและโมรอคโคถูกฟ้องร้องในหลายข้อหา

เลือกอพยพหนีตาย
เป็นครั้งแรกที่องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนสำรวจจำนวนผู้สื่อข่าวที่อพยพออกจากประเทศตนเนื่องจากถูกทางการสั่งเนรเทศ หรือจากการถูกข่มขู่ มีผู้สื่อข่าวทั้งหมด 157 รายที่ต้องอพยพออกจากประเทศ ในอิหร่านมีถึงมากกว่า 50 ราย ทั้งนักข่าวและบล็อกเกอร์ที่ต้องอพยพออกจากประเทศ ในศรีลังกามีจำนวน 29 ราย ส่วนในแอฟริกามีนักข่าวราว 50 รายอพยพจากความวุ่นวายในโซมาเลีย ส่วนในประเทศเอริเทรียนมีราว 20 รายที่ อพยพเนื่องจากกลัวตกเป็นเป้าของเผด็จการที่เลวร้ายที่สุดในทวีป นอกจากนี้ยังมีการอพยพของนักข่าวจาก กินี, อาฟกานิสถาน, ปากีสถาน, เม็กซิโก, โคลัมเบีย และ เอธิโอเปีย

นักข่าวบางคนต้องประสบกับอันตรายจากการอพยพและมีอนาคตที่ไม่แน่นอน บางคนต้องรอคอยเป็นเดือน จนถึงเป็นปี เพื่อให้ได้รับการคุ้มครอง และได้ตั้งรกรากแห่งใหม่

....

รายงานฉบับเต็ม
http://www.rsf.org/IMG/pdf/Bilan_2009_GB_BD.pdf

ทักษิณวิดิโอลิงค์ในงานปีใหม่เสื้อแดง เทพเทือกบอกปีขาลนี้อาจเจอป่วนแบบไร้กติกา

ที่มา ประชาไท

ทักษิณวีดิโอลิงค์ในงานปีใหม่ บอกเสื้อแดงให้สู้ด้วยอหิงสา
เว็บไซต์มติชนออนไลน์ รายงานเมื่อวันที่ 1 ม.ค. ถึงเรื่องที่ พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวผ่านวิดีโอลิงก์มายังงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของกลุ่มเสื้อแดงทั่วประเทศที่สนามกีฬาสมโภชจังหวัดเชียงใหม่ 700 ปี ว่า "ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ แม้ผมจะอยู่ไกลบ้าน แต่ว่าเราอยู่ใกล้กัน จะเห็นภาพผมแบบนี้เมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว แต่เป็นภาพที่ทำงานรับใช้ท่าน ต่อไปนี้เป็นภาพที่ผมไม่มีโอกาสทำงาน แต่เป็นภาพต่างคนต่างให้กำลังใจกัน และเรียกร้องความถูกต้อง ผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ผ่านโอกาสที่ให้ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ซึ่งชาวเสื้อแดงร่วมต่อสู้กันมา บางคนต่อสู้ตั้งแต่ปลายปี 2548 นับตั้งแต่พันธมิตรก่อตัว เป็นสปิริตและน้ำใจที่ยาวนาน ที่เสียสละ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งประวัติศาสตร์ต้องจารึก"

"จากนี้ไปจะหนักมากทั้งการแก้ปัญหาและสร้างปัญหา ถึงเวลาแล้วที่จะคืนประชาธิปไตย ความเป็นธรรม โอกาสให้กับประชาชน ปล่อยกระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไป เพื่อประชาชนจะได้มีความสุขเสียที อยากบอกพี่น้องเสื้อแดงว่าขอให้พร้อมแบบอหิงสา พร้อมแบบสันติ ที่พวกเราจะแสดงพลังให้รับรู้กันว่าพวกเราไม่กลัว แต่พวกเราไม่ใช่อันธพาล พวกเราอยากบอกว่าพอเถอะ ระบบไม่เป็นระบบ ระบบที่โยงใยกันอยู่ แต่ประชาชนในแผ่นดินเป็นทุกข์ เขาต้องการประชาธิปไตย ไม่ต้องการเผด็จการในสังคม" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

อภิสิทธิ์ บอกการเมืองเป็นเรื่องประชาชนช่วยกันคนละไม้ละมือ ชวนสร้างสิ่งดี ๆ เพื่อปีใหม่
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวให้สัมภาษณ์เรื่องการเมืองในปี 2553 ว่า การเมืองเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องร่วมกันสร้าง รัฐบาลต้องการเห็นบ้านเมืองเดินหน้าบนหลักการของความถูกต้องไปสู่ความสงบสุขและสมานฉันท์หาก ประชาชนส่วนใหญ่ช่วยกันคนละไม้คนละมือทำบรรยากาศบ้านเมืองให้ดีก็ทำได้ แต่หากปล่อยให้คนที่ต้องการให้บ้านเมืองมีความวุ่นวาย ให้มีอำนาจและอิทธิพลเข้ามาครอบงำสังคมได้ เรื่องนี้อยู่ที่ประชาชน ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดล่วงหน้า ตนจึงขอเชิญชวนให้สร้างสิ่งที่ดีสำหรับปีใหม่

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังได้กล่าวถึงความขัดแย้งทางการเมืองในปี 2553 ว่า แม้ไม่มีใครอยากให้บรรยากาศของความขัดแย้งดำรงอยู่ แต่ต้องอยู่กับความจริงว่าความขัดแย้งยังคงอยู่ แต่นายกฯ มั่นใจว่าจะเอาความตั้งใจของคนเกือบทั้งประเทศที่ต้องการให้ประเทศเดินหน้าเป็นตัวนำสังคม นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าการเคลื่อนไหวมีสิทธิกระทำในขอบเขตที่ไม่เกิดความรุนแรง และรัฐบาลในฐานะผู้รักษากฏหมายขอย้ำว่าใครจะคิดว่าความรุนแรงจะนำไปสู่เป้าหมายของตัวเองได้นั้น คิดผิด เพราะจะไม่มีใครได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยใช้ความรุนแรง เนื่องจากสังคมไทยไม่ยอมรับ

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า จะเน้นแก้ไขปัญหาโดยเคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและเน้นให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏหมาย ไม่ปล่อยให้บ้านเมืองเข้าสู่สภาพไร้กฏหมาย บอกว่าพร้อมพูดคุยเจรจากับทุกคน รวมถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย และยืนยันว่าจะหาทางนำ พ.ต.ท. ทักษัณมาดำเนินคดี แต่ต้องดูตามเงื่อนไขข้อเท็จจริงและกฏหมาย โดยบอกว่ารัฐบาลไม่ได้ต้องการให้ประเทศหมกมุ่นอยู่กับ พ.ต.ท. ทักษิณ เพียงแต่อดีตนายกรัฐมนตรีเองที่ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว

สุเทพบอกกลุ่มหนุนทักษิณป่วนหนัก แต่คงไม่ชนะอำมาตย์
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง วิเคราะห์สถานการณ์ปี 2553 ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ และผู้สนับสนุน จะต่อสู้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลหรือทำเกินเลยกว่านั้น โดยเป็นการต่อสู้แบบไม่มีกติกา ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย โดยบอกอีกว่ามีการกระทำควบคู่ไปกับทั้งในสถา นอกสภา และในต่างประเทศ ซึ่งสุเทพให้ความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำร้ายประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตาม นายสุเทพเชื่อว่าการประกาศสงครามครั้งสุดท้ายของผู้สนับสนุน พ.ต.ท. ทักษิณ จะไม่ได้รับชัยชนะเพราะเชื่อว่าคนไทยไม่เห็นด้วยกับวิธีการรุนแรง เช่นที่พวกเขาต้องการจะกระทำ และมองว่าการบอกสงครามครั้งสุดท้ายเ็ป็นการพูดเพื่อปลุกอารมณ์ร่วมของประชาชนมากกว่า โดยหลังจากนี้คงมีการปลุกระดมประชาชนให้เกลียดชังรัฐบาล เกลียดชังระบบต่างๆ ในประเทศเป็นระยะๆ หากใครเชื่อจะได้ออกมาร่วมกับฝ่ายเขา คงจะมีความพยายามทำลายชื่อเสียงบุคคลสำคัญๆ ที่เรียกว่าพวกอำมาตย์ แต่คิดว่าบุคคลสำคัญเหล่านั้นได้สั่งสมคุณงามความดีไว้ในบ้านเมืองมาก ไม่ได้เลวร้าย เป็นอันตรายกับบ้านเมืองตามที่มีการกล่าวหา เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็คงคิดได้

ที่มา : มติชนออนไลน์

ผ ล ง า น รั ฐ บ า ล อำ ม า ต ย์ ( อ ภิ สิ ท ธิ์ ) ค ร บ ๑ ปี

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche



จากคุณ : hollowpig

โดย ธิดา ถาวรเศรษฐ
จาก นสพ. ความจริงวันนี้ ฉบับวันที่ ๒๙ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๒

จากข้อเขียนที่ได้ที่ผ่านมาได้ตั้งคำถามไว้กับรัฐบาลอำมาตย์ชุดนี้
และรัฐบาลฝ่ายเศรษฐกิจที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นหัวหน้าทีมว่าการบริหารงานเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ทำให้รัฐไทยกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
และทำให้ประเทศถอยหลังในทุกปริมณฑล ออกกฎหมาย
และใช้ตุลาการภิวัฒน์ เผด็จการ อนุรักษ์นิยมทางการเมอง ให้นโยบายอนุรักษ์นิยมทางเศรษฐกิจ ปิดประเทศไปแล้ว ยังไม่รู้หรือไร วางท่าบรรยายสรุปผงานรัฐบาลราวกับนักวิชาการสำคัญระดับโลกมาปาฐกถาวิชาการในที่ประชุมระหว่างประเทศ อุตส่าห์ใช้เทคโนโลยีเต็มที่ มีวิธีการแสดงภาพ กราฟ ใช้รูปแบบเว่อร์สุด ๆ

ถามว่ามีรัฐบาลที่ไหนในโลกนี้ที่นายกรัฐมนตรีหรือประมุขรัฐบาลแถลงผลงานแบบนี้
เขานั่งแถลงสั้น ๆ เรียบ ๆ กันทั้งนั้น หลายประเทศเขาไม่แถลงเสียด้วย ให้รัฐมนตรีทำแผ่นพับเอกสาร แจกผู้สื่อข่าวเท่านั้น

มีแต่รัฐบาลนี้เท่านั้นที่เน้นประชาสัมพันธ์โฆษณาใช้งบสูงติดอันดับบริษัทที่ทำการโฆษณาสูง รวมแล้วหลายพันล้านบาท เอาเป็นว่าวิธีการแถลงผลงานรูปแบบก็แสดงออกว่าเน้นโฆษณาด้วยรูปแบบ
ที่ใส่การแสดงออกของหัวหน้ารัฐบาลแต่เป็นทอล์คโชว์ หรือบรรยายโชว์ ทำให้รู้เลยว่า รัฐบาลที่ไม่มีเนื้อหาดีพอที่จะแถลงจำเป็นต้องใช้รูปแบบเทคนิคเช่นนี้ น่าตลกมา มาดเช่นนี้ไม่ใช่มาดของหัวหน้ารัฐบาลหรอก

มาดูที่เนื้อหาที่บรรยาย

ความจริงผู้เขียนจะเน้นที่ผลงานเศรษฐกิจ
แต่ขอวิพากษ์หัวข้อใหญ่ที่แถลงผลงาน หัวข้อหนึ่งคือ
หัวข้อการปกป้องสถาบันพระมหา... คุณเอามาเป็นผลงานที่แถลงกับประชาชนได้อย่างไร ไม่มีอะไรจะอวดอ้างว่าทำงานแล้วหรือ คุณแถลงเช่นนี้จริง ๆแล้วน่าจะเป็นการลบหลู่สถาบันมากกว่าการปกป้องสถาบัน คุณลองไปคิดดูว่าหมายความว่าอะไร ?

มาพูดเรื่องผลงานเศรษฐกิจ อภิสิทธิ์เริ่มจากปัญหาที่คลุมเครือ แล้วพูดเอาดีใส่ตัวทันที ปัญหาการว่างงานในประเทศไทยที่อวดอ้างว่าตัวเลขดีขึ้น
ถ้าคุณอภิสิทธิ์เป็นคนที่ติดตามตัวเลขแรงงานในประเทศไทย
และตัวเลขผู้ว่างงานในประเทศไทยคุณจะไม่อวดอ้างตัวเลข
เพราะนี่ไม่เกี่ยวกับผลงานคุณเลย
ที่สำคัญสังคมไทยมีตัวเลขผู้ว่างงานไม่ชัดเจน
มีผู้ว่างงานแฝงอันเนื่องมาจากการทำงานในครอบครัว ธุรกิจในครอบครัว การเกษตรในครอบครัว ที่ไม่ถูกรายงานเป็นผู้ว่างงานเพราะช่วยงานในครอบครัวเป็นบางวันในสัปดาห์
ก็ไม่ถูกนับเป็นคนว่างงาน แรงงานที่อยู่ในอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร
และใช้แรงงานไร้ฝีมือ ยังมีความต้องการมากจนต้องนำเข้าแรงงานจากเพื่อนบ้านกว่า ๒ ล้านคน

แรงงานเกษตรที่ปีหนึ่งทำนาเพียง ๒๐ วัน ก็ไม่ถูกนับเป็นผ็ว่างงาน คนที่ไม่มีงานทำไปช่วยงานเล็กน้อยในบ้านก็ไม่ถูกนับว่าว่างงาน

ดังนั้นแรงงานที่ถูกนับว่าว่างงานน้อยลงก็เกิดจากภาคอุตสาหกรรม
ที่การจ้างเพิ่มเพราะได้รับคำสั่งผลิตเพิ่ม แต่ถ้าคำสั่งซื้อลดลงแรงงานก็ถูกเลิกจ้าง ดังนั้นปัญหาเรื่องตัวเลขคนว่างงานที่ลดลงตอนปลายปี เป็นเรื่องที่คุณคุยโม้โอ้อวดเสียมากกว่า ที่นักวิชาการทั้งหลายเขารู้กันทั้งนั้น

เรื่องจีดีพี ที่พยายามแสดงกราฟให้ดูคล้ายตัววี
ท่านแสดงภาพจีดีพีที่เปรียบเทียบกับปีก่อน ที่ตอนปลายปีตัวเลขส่งออกที่ลดอยู่แล้ว
ได้รับผลสะเทือนจากการปิดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ตัวเลขส่งออกวูบสุด ๆ ดังนั้นไตรมาสสี่ปีนี้เปรียบเทียบกับปีก่อนมันก็ต้องดีขึ้นแน่ ๆ ใคร ๆ เขาก็รู้กันนะคุณมาร์ค

คุณอภิสิทธิ์ทำไมไม่บอกละว่าปีนี้รวมแล้วประเทศแถบนี้ส่วนมากจีดีพีไม่ติดลบ มีแต่ไทยนี่แหละที่ยังติดลบอยู่ประมาณร้อยละ ๓ ตอนครึ่งปีแรก
ลดลงถึงร้อยละ ๗ มากกว่าใคร ๆ กราฟมันจึงดิ่งลงแล้วเพิ่งเชิดหัวปลายปี เพราะเปรียบเทียบกับปีก่อนที่เหตุการณ์ที่บ้าที่สุดในโลกเกิดขึ้นในประเทศไทย
ในเวลาปลายปี
(จนบัดนี้ยังไม่จับตัวผู้กระทำผิด ยังไม่กล่าวหาด้วยซ้ำ แต่ผู้ที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ
เรื่องยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิของพันธมิตรกลับถูกฟ้องร้องกลับให้เป็นจำเลย)

กรุงเทพโพลล์สำรวจไว้เรื่อง ๑ ปีที่ผ่านมา
ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจผลงานของ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
โดยให้คะแนนเฉลี่ยในภาพรวม ๓.๘๗ คะแนนจากคำแนนเต็ม ๑๐
และคะแนนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ๔.๔๑ คะแนน
บรรดาคอลัมนิสต์หลายคนยังวิจารณ์ว่ามากไป
ยิ่งมาตบท้ายที่โครงการมาบตาพุดที่คำสั่งศาลปกครองให้เขตเมืองระยอง
และมาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษตั้งแต่เดือนมีนาคม
แต่รัฐบาลทิ้งเวลาไว้เฉย ๆ ไม่ทำอะไร คิดอุทธรณ์อย่างเดียว ไม่แก้ปัญหา
ตั้งแต่เดือนมีนาคม (คือทิ้งเวลาเปล่า ๆ ไปเกือบ ๙ เดือน)

ล่าสุดปัญหาที่แสดงถึงอนุรักษ์นิยมทางเศรษฐกิจคือ
การรบราฆ่าฟันกับผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีคดีคั่งค้างรวม ๆ กันเป็นร้อยคดี และมูลค่าฟ้องร้องสูงมากไม่รู้จะเขียนตัวเลขไหน เพราะเพิ่มขึ้นทุกวัน ผู้เขียนก็ไม่สนับสนุนให้คนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเห็นด้วยที่ต้องรณรงค์ให้หนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อให้เกิดอุบัติเหตุและอาชฌากรรม แต่การรณรรงค์ต้องมีเหตุผล เชิงสติปัญญา ใช้กฎหมายให้ถูกต้อง ทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค และต้องไม่เลือกปฏิบัติ ถ้าเป็นเครือข่ายกลุ่มอำมาตย์ก็ใช้มาตรฐานอีกอย่าง สำหรับผู้เขียนส่วนตัวไม่สนับสนุนอุตสาหกรรมผลิตสุรา แต่ในความเป็นจริงของโลกมนุษย์ ก็มีการผลิในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ถ้าคุณเล่นบนผู้ผลิตบางราย
ผู้ผลิตรายื่น ๆ และผู้ผลิตในต่างประเทศ ก็ขายกันเปรมอุรา รูปธรรมเรื่องนี้สะท้อนถึงวิธีทำงานและวิสัยทัศน์ของกลุ่มอำมาตย์ ทำให้ประเทศถอยหลังลงคลองทั้งการเมืองเศรษฐกิจสังคม

ในเวลาครึ่งปีแรกผ่านไป ผู้เขียนได้วิพากษ์ผลงานเศรษฐกิจไว้มากมาย
โครงการเช็คช่วยชาติ ต้นกล้าอาชีพ โครงการชุมนุมเศรษฐกิจพอเพียง ที่เละเทะ เหลวไหล ลอกแบบมาจากโครงการัฐบาลพลังประชาชนและไทยรักไทยเดิมอย่างไม่อาย
ที่เคยด่าว่าเขาเป็นประชานิยม กลับเอามาทำทุกอย่าง ซ้ำทำเสีย ๆ หาย ๆ โกงกินเละเทะ

ผู้เขียนได้วิพากษ์โครงการเหล่านี้มามากจนคร้านที่จะพูดถึงซ้ำซาก แต่การก่อหนี้มากมายมหาศาลเป็นประวัติการณ์ของชาติไทย
ถามว่าจะหาเงินมาใช้หนี้อย่างไร
ไม่เห็นพูดถึงผลงานการกู้หนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
พูดฉอด ๆ เรื่องเอาเงินมาแจกโครงการนั่นโครงการนี่ ไม่ได้มีวิธีการหาเงินเลย
เอาเงินมากู้มาใช้จ่ายเรียกว่า “กระตุ้นเศรษฐกิจ” แทนคำว่าประชานิยม
ทั้งที่ไปลอกเขามาทำทั้งดุ้น แถมโฆษณาว่าจะก้าวข้ามไปสู่รัฐสวัสดิการ
คุณมาร์คที่รัก คุณจะเอาเงินที่ไหนมาทำ แล้วเราจะมาวิพากษ์กันต่อไป


http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8719453/P8719453.html

นักข่าว CNN เคยปรามาสอภิสิทธิ์ไว้ว่า..อ่อนหัดเกินไป...ผมเชื่อแล้วครับว่าจริง

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche



Posted by พยับหมอก


โดย คุณ ขนมต้ม
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
30 สิงหาคม 2552

อ้างถึง

นั่งนึกถึงตอนที่มาร์คเข้ามาเป็นนายกใหม่ๆ นักข่าวจาก CNN คุณแดน ริเวอร์ส์
ได้เขียนบทความลงใน blog ว่า อภิสิทธิ์อ่อนหัดเกินไป ? ...

ตอนนั้น ผมเข้าไปอ่านความเห็นของคนที่เข้าไปโพส "เถียง" แทนมาร์ค หลายคนพูดว่า"
คุณ (แดน) ไม่รู้เรื่องเี่กี่ยวกับเมืองไทย ..ทักษิณมันเลว ...อภิสิทธิ์ดี.."

ในบทความนั้น มีอยู่หลายประโยค ที่เขาเขียน ผมเห็นว่าน่าสนใจ ขอตัดมาบางส่วนเช่น

"His privileged background and lack of "real world"
experience will leave many in Thailand wondering
whether he really can empathize with their daily
difficulties."

แปลว่า ด้วยชาติตระกูลของเขา (อภิสิทธิ์)
รวมทั้งการขาดประสบการณ์ในชีวิตจริง
จะทำให้คนไทยหลายคนกังวลว่า เขา(อภิสิทธิ์)
จะจัดการกับปัญหาที่เข้ามาทุกวันได้หรือไม่
(ภาษาชาวบ้านก็คือ พวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ)

ในบทสรุปเขาเขียนว่า

"The problem is he has no mandate from
the people at the moment and has only
risen to the top,
after horse trading and
deal making in parliament. Sooner or
later he must face that test and go to
the nation; and without some quick
footwork to prove his mettle I fear he
will fail.."

แปลว่าปัญหาคือ เขาไม่ได้รับอำนาจจากประชาชน
แต่ได้เป็นนายก
เพราะการแลกเปลี่ยนข้อตกลงกันในรัฐสภาเท่านั้น
หลังจากนี้เขาจะต้องเจอกับการทดสอบ
และต้องเดินอยู่ในเวทีนานาชาติ
และด้วยความมัวแต่ไหว้ครูอยู่
เพื่อที่จะพิสูจน์ความกล้าหาญของเขาที่ผมเกรงว่า
เขาจะล้มไม่เป็นท่า

(ที่มา www.cnn.com )

เรื่องของเรื่องก็คือว่า ในตอนหลังจากรัฐบาลสมชายล้มไป
เพราะศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคนั้น กลุ่มพันธมิตรและสาวก
ปชป. ต่างไชโยโห่ร้องว่า นี่แหละ นายกคนใหม่ จะสู้ทักษิณ

พอตั้งรัฐบาลอะไรเสร็จเรียบร้อย เรื่องฉาวโฉ่ ก็เข้ามาทันที
นั่นคือ คน ปชป.หลายคน ไปเต้นร้องคาราโอเกะที่เกาะสมุย
เมากันสุดเหวี่ยง เพื่อ "ฉลอง" กับการได้เป็นรัฐบาล

เราก็ไม่อยากจะว่า เพราะเขาก็เป็นฝ่ายค้านมานาน เขาก็คงจะดีใจ

ต่อมา มีเรื่องอีกแล้ว ...นั่นคือ การโกงปลากระป๋องชาวบ้าน
จนรัฐมนตรีต้องลาออก เพื่อโชว์ว่า ข้ามีสปิริตนะ
(สปิริตตรงไหน)

เอ้า..เราก็ไม่ว่า พวกสื่อทั้งหลายก็บอกว่า เอาน่า ..ไม่เกี่ยวกัน
อภิสิทธิ์ได้โกอินเตอร์ ไปประชุมที่ดาวอส
(เพราะสมัยรัฐบาลสมัคร เขาเชิญไป)
นักข่าวจากฟาร์อีสเทิร์นอีโคโนมิคส์ ขอสัมภาษณ์
เขายังเอามาเขียนบอกว่า อภิสิทธิ์ "ไม่ให้เกียรติ"
ในการกินข้าวกับเขาเลย มัวแต่ล่อกแล่กไปมา

ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศ
ก็เกะกะระรานกับประเทศเพื่อนบ้านไปทั่วอย่างที่รู้กัน
คงไม่ต้องเล่า เพราะกระทู้นี้จะเกี่ยวข้องกับอภิสิทธิ์คนเดียว

จนมาตอนช่วงสงกรานต์ ที่กลุ่มเสื้อน้ำเงินสร้างเรื่อง
(อันนี้อย่ามาเถียงว่าไม่จริง)
เพื่อเป็นเงื่อนไขในการสลายการชุมนุม
และมาถึงสิ่งที่เป็นจุดเสื่อมมากที่สุดของรัฐบาลเทพประทานชุดนี้
ก็คือ "ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" ในการป้องกันไข้หวัด 2009

พอตอนไข้หวัด 2009 ระบาดใหม่ๆ ผมดู CNN
ข่าวเขารายงานกันที่เม็กซิโก ห่างกันเป็นหมื่นกิโลฯ
แต่แป๊บเดียว ประเทศไทยติดหวัด และจนถึงทุกวันนี้
ก็ยังตายกันเป็นร้อยศพแล้ว ที่น่าสงสารที่สุดก็คือ
หญิงมีครรภ์ที่ตายไป สองคนนั่นแหละ

รัฐบาลยังไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง
ไปโทษคนอื่นหน้าตาเฉย

พูดไปก็คงจะไร้ประโยชน์
เพราะรัฐบาลชุดนี้ คงเป็นอย่างที่นักข่าวซีเอ็นเอ็นเขาว่าไว้จริงๆ คือ
ไม่ใยดีกับความทุกข์ยากของประชาชน

ในขณะที่รัฐบาลตั้งหน้าตั้งตากู้เงิน
เพื่อเป็นหนี้ประเทศมากขึ้น สำนักบริหารหนี้สาธารณะ
(จำชื่อไม่ค่อยได้)
ได้ออกมาแถลงว่า หนี้สาธารณะเกือบถึงขีดแดงแล้ว
เพราะเขาคิดคำนวณว่า
ถ้ายอดหนี้ใกล้ตัวเลข 50% ของ GDP ถือว่าอันตราย
ของเราปาเข้าไป 40 กว่าเปอร์เซ็นต์
รัฐบาลชุดนี้ ก็ยังใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายเหมือนเดิม

ภาคเอกชน ที่นักข่าวไปสัมภาษณ์
ก็ไปสัมภาษณ์แต่ประธานสภา ฯ โน่นนี่ ..
ไม่เคยลงไปถามชาวบ้านร้านตลาดดูบ้างว่า เขา "เชื่อมั่น" แค่ไหนกับรัฐบาล

นอกเหนือจากความอ่อนด้อยทางเศรษฐกิจแล้ว
ยังอ่อนด้อยเรื่องการบริหารปกครอง

ดูอย่างกรณีโผตำรวจนี่ไง ...
ตอนเป็นฝ่ายค้าน
พูดจากระแนะกระแหนเขา บอกว่า ไปแทรกแซงข้าราชการประจำ

ตัวเองเป็นรัฐบาล ย้ายปลัดกระทรวงไม่เป็นธรรม
ย้ายคนโน้น ข้ามคนนี้ .. การปลด ผอ.สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย การย้ายข้าราชการแบบคนไม่คิด ...เอาคนตัวเองเข้าแทน ฯลฯ

ผมจาระไนไม่หมดครับ สำหรับความบ้อท่าของมาร์ค

จนกระทั่งมาเมื่อวาน ..
ผมเห็นคุณณัฐวุฒิแถลงข่าว ...
ฝากรอยยิ้มไปให้อภิสิทธิ์ ...และคำพูดว่า "รักนะ..เด็กโง่"

ผมรู้สึก "ขายหน้า" แทนอภิสิทธิ์ครับ ..

ประโยคของนักข่าว CNN ที่บอกว่า
"ผมเกรงว่า เขาจะล้มไม่เป็นท่า" นั้น,
มันดูท่าจะเป็นจริงเสียแล้วล่ะ

ฝากบอกอภิสิทธิ์ด้วยคนว่า
ถ้าคุณคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศไทยแล้วล่ะก็ ...
กลับไปทบทวน ให้ดวงตาเห็นธรรม ...
ว่าคุณขาดอะไร ...อย่ามัวแต่เล่นลิ้น โทษคนอื่นครับ

---------------------------------------------------------------

ปล. ใครยังไม่เห็นรอยยิ้มของคุณณัฐวุฒิ หาดูได้นะครับ
คิดว่า คงมีคนเอามาไว้อยู่ ผมดูแล้ว
เป็นรอยยิ้มที่เรียกว่า sincere smiling
คือการยิ้มแบบจริงใจ
ไม่ใช่ยิ้มแล้วผงกหัว เหมือนผู้นำประเทศบางคน

นักจิตวิทยาหลายคน อย่าง ดร.วัลลภ
ผมเคยฟังเขาพูดถึงบุคคลิกของคนว่า
คนไหนจริงใจ คนไหนลวงโลก ...ผมเลยได้พิจารณาว่า เขาพูดถูกแฮะ..



http://thaienews.blogspot.com/2009/08/cnn-too-posh.html

มาร์คหลอนล่องใต้คุ้มกันแน่น ทั้งที่โดนกราบตีน

ที่มา Thai E-News



ติดใจขอเบิ้ล-ปีกลายนายกฯหุ่นเชิดอภิสิทธิ์ล่องใต้มาเที่ยวปีใหม่ที่กระบี่ มีชาวกระบี่รายหนึ่งทรุดก้มกราบเท้ากับพื้นหาดทราย ปีนี้ติดใจล่องใต้อีกไปที่พังงา ส่วนจะมีชาวพังงาทรุดก้มกราบเท้าอีกหรือไม่ ข่าวไม่แจ้ง แต่ผู้ว่าฯ ตำรวจผู้ใหญ่ ตำรวจน้ำสารพัดตามไปต้อนรับเอิกเกริกอย่างกับว่าเดินทางไปภาคเหนือหรืออีสานที่เผชิญแรงต้านจากประชาชน ยังไงยังงั้น


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 มกราคม 2552


ขณะที่คนกรุงเทพฯพากันเคาต์ดาวน์กันที่เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และเสื้อแดงขึ้นเหนือไปเคาต์ดาวน์กันที่เชียงใหม่ แต่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีระบอบหุ่นเชิดเลือกชายทะเลภาคใต้ เป็นสถานที่พักผ่อนช่วงวันหยุดปีใหม่ปีนี้ เช่นเดียวกับเมื่อปีที่แล้ว

โดยเมื่อวันสิ้นปี (31 ธ.ค.)ราว 11.00 น.อภิสิทธิ์กับครอบครัว เดินทางไปพักผ่อนที่อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และจะเดินทางกลับกรุงเทพฯในวันเสาร์ที่ 2 มกราคม 2553 นี้

เมื่อปีที่แล้วอภิสิทธิ์ก็ล่องใต้พาครอบครัวมาพักผ่อนที่กระบี่ในช่วงปีใหม่ แม้อ้างว่าต้องการความเป็นส่วนตัว แต่สื่อมวลชนคือหนังสือพิมพ์ข่าวสดก็ไม่วายถ่ายภาพช็อตเด็ดเอาไว้ได้ เป็นภาพอภิสิทธิ์เดินเล่นบนชายหาด แล้วมีชาวกระบี่วัย 65 ปีคนหนึ่ง ตรงเข้ามาก้มกราบกับพื้นหาดทราย บอกว่า "ผมเคารพนับถือนายกฯ อภิสิทธิ์มาก ถ้าเจอจะเข้าไปกราบทันที" เจ้าตัวได้แต่ยิ้มเขินๆ พร้อมออกตัว

"มาพักผ่อนครั้งนี้เหนื่อยมาก แต่ดีใจที่มีคนต้อนรับกันเป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาต้อนรับแม้สักคนเดียว ไม่งั้น จะเหนื่อยมากกว่านี้"