วัลลภพ่ายกระแส ขอลาออก พ้นบอร์ดบินไทย
สื่อมวลชนกับจิตสำนึก
ช่างพูดนัก
เผือกร้อนชื่อหวย
เมื่ออะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
คิดช้าไป
หวยออนไลน์แท้ง สะใจใคร?
ไม้ กับ นั่งร้าน
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, January 6, 2010
วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ.2553
ศาลรธน.
ที่มา thaifreenews
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
ศาลรธน.เล็งรวบส.ส.-ส.ว.ถือหุ้นขัดรธน.เป็นคดีเดียว
ศาลรธน.สรุปปี48-51จำนวน128คดี ปี52 มี31คดี จำหน่ายไป47คำร้อง 14ม.ค.นัดไต่สวน"สุรเดช"ลาออกปชป. เผยเล็งรวมคำร้องส.ส.-ส.ว.ถือหุ้นเป็นคดีเดียว
วันนี้(3 ม.ค.) นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการสรุปผลการดำเนินการของศาลรัฐธรรมนูญในรอบ พ.ศ.2552 ได้พิจารณาไปแล้ว 128 เรื่อง ซึ่งเป็นคดีค้างเก่าตั้งแต่ พ.ศ.2548 -2551 จำแนกเป็นคำร้องที่รับไว้พิจารณาและมีคำวินิจฉัยแล้ว 20 เรื่อง คำร้องที่คณะตุลาการได้พิจารณามีคำสั่งรับไว้พิจารณาและอยู่ในกระบวนการพิจารณาจำนวน 58 เรื่อง โดยเป็นคำร้องจากปี 2551 จำนวน 27 เรื่อง และในปี 2552 จำนวน 31 เรื่อง และคดีที่ไม่รับไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคำร้องจำนวน 47 คำร้อง
สำหรับคดีสำคัญและได้รับความสนใจจากประชาชนที่ศาลรับไว้พิจารณา และอยู่ในกระบวนการพิจารณามี 3 คดี คือ 1.คดีที่ประธานวุฒิสภาได้ส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตาม มาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ กรณี ส.ว. จำนวน 16 คนสิ้นสุดสมาชิกภาพลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 119 (5) เพราะถือหุ้นลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 48 ประกอบมาตรา 265 แห่งรัฐธรรมนูญ
2.คดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีหนังสือส่งความเห็นของ กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยกรณีสมาชิกภาพของ ส.ส.จำนวน 13 คนของพรรคประชาธิปัตย์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (6) เนื่องจากมีการกระทำที่เข้าข่ายถือครองหุ้นในกิจการสื่อและบริษัทที่รับสัมปทานจากภาครัฐ ซึ่งเป็นการกระทำต้องห้ามตาม มาตรา 48 ประกอบ 265 แห่งรัฐธรรมนูญ และ 3.คดีที่ประธานสภาผู้เทนราษฎรส่งความเห็น กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สมาชิกภาพของส.ส.จำนวน 16 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (6)
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการพิจารณาทั้ง 3 คำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของส.ส.และส.ว. ในเรื่องการถือหุ้นต้องห้ามนั้น คณะตุลาการกำลังพิจารณาประชุมเพื่อลงความเห็นให้รวมคำร้องทั้ง 3 เข้าด้วยกัน เพราะคำร้องทั้ง 3 มีลักษณะเหมือนกัน บริษัทเอกชนที่ถือหุ้นอยู่ส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทซ้ำกัน จึงสามารถสืบพยานรวบไปในครั้งเดียวได้ โดยประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ บริษัทที่ส.ส.หรือส.ว.ถือหุ้นนั้น เป็นบริษัทเกี่ยวกับโทรคมนาคม ผูกขาดสัมปทานของรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น หากพิจารณาได้ว่าเป็นหุ้นในบริษัทต้องห้ามจริง เท่ากับว่าส.ส.และส.ว.ย่อมขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 ม.ค.นี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายชัช ชลวร ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดไต่สวนพยานทั้ง 10 ปากของฝ่ายผู้ถูกร้อง ในคดีที่ประธานวุฒิขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 กรณีสมาชิกภาพของนาย สุรเดช จิรัฐิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 119 (4)และมาตรา 115 (6) จากกรณีนายสุรเดช ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถึง 5 ปีตามกฎหมายกำหนด ซึ่งการพิจารณาคุณสมบัติของนายสุรเดชนั้น หลังจากที่คณะตุลาการออกนั่งบัลลังก์สืบพยานในวันที่ 14 ม.ค. คาดว่าจะสามารถนัดวันพิจารณาได้เลย
มาแล้ว! พธม. ค้านแก้ไข รธน. หากดื้อแก้เจอชุมนุมใหญ่แน่
ที่มา ประชาไท
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) วิเคราะห์สถานการณ์ ชี้รัฐบาลล้มเหลว 1 ปีกว่ายังทำตามข้อเรียกร้องของ พธม. ไม่ได้ หากดื้อแก้ รธน. เจอชุมนุมใหญ่แน่ พร้อมออกแถลงการณ์ “เตรียมพร้อมรับสถานการณ์วิกฤติของประเทศชาติ” ด้าน พธม.โคราชจี้ทางการปลดป้ายทักษิณ
5 ม.ค. 53 - เมื่อเวลา 13.30 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ และนายสำราญ รอดเพชร และได้ร่วมกันแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมพร้อมรับวิกฤตของประเทศชาติ
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ระบุว่า ระบอบทักษิณได้เดินเกมรุกและขยายความขัดแย้งจากตัวบุคคล จากระดับชาติไปสู่ราชอาณาจักรเรียบร้อยแล้ว ดังจะเห็นได้จากความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา โดยในปี 53 นี้จะเป็นการดิ้นเฮือกครั้งสุดท้ายของระบบกลุ่มทุนสามานย์ โดยมีองค์ประกอบครบทั้ง 4 ประการ คือ การจัดตั้งกองกำลังในภาคชนบท ดังจะเห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะได้ตลอด การประสานสัมพันธ์ฮุนเซนจัดตั้งกองกำลังไร้สัญชาติ จัดตั้งโรงเรียนสอนทั้งการทหารและวิธีคิด และการเข้ามานั่งบัญชาการใกล้แนวชายแดน-ไทย นี่ถือเป็นเปิดประตูโจมตีประเทศไทยในปี 53 นี้
ทั้งนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงทั้ง 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สภาความมั่นคงแห่งชาติ กอ.รมน. กรมข่าวทหาร หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ และรองนายกฯ ด้านความมั่นคง ถือว่ายังหย่อนยานดังนั้นจะจะต้องเข้มแข็งมากกว่านี้เพื่อรับมือแผนสร้าง ความปั่นหัวของระบอบทักษิณ
นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ กล่าววิเคราะห์ว่า ระบอบทักษิณจะทุ่มกำลังสุดตัวเพื่อต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อตนเองจะได้กลับมาทวงคืนอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการก่อรัฐประหาร ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใดเพื่อล้มเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้น นายกฯ จะแสดงความกล้าหาญอย่าวเดียวไม่ได้ เพราะจะต้องมีการบริหารจัดการรูปแบบใหม่เพื่อต่อกรกับสถาการณ์ที่พัฒนาไปทุก รูปแบบ
นายสำราญ รอดเพชร แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 กล่าวเรียกร้องให้ทุกฝ่ายจับตาสถานการณ์ในเดืน ม.ค.-ก.พ. ระบอบทักษิณพร้อมแล้วและจ้องใช้ความรุนแรง หรือก่อให้สงครามกลางเมือง ซึ่งจะนำบ้านเมืองเข้าสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ เป็นไปได้ว่าจะเกิดความแตกแยกไม่ต่างจากประเทศพม่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผู้นำต้องกล้าหาญ หากจำเป็นก็ให้ยอมเป็นรัฐบาลเสียงน้อย ไม่ต้องหวั่นไหวกับเกมต่อรอง หากพรรคร่วมจะถอนตัวก็จำเป็น
1.รัฐบาลไม่สามารถขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นให้บรรเทาเบาบางได้ ด้วยปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้น ทำให้องค์กรระหว่างได้ระบุว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในปีที่ผ่านมาแย่ลงกว่าก่อนหน้านี้
2.รัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้ง ล้มเหลวในปัญหาด้านความมั่นคง
3.รัฐบาลล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านการใช้สื่อของรัฐ ไม่สามารถนำความจริงและทำความเข้าใจในการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพวก ให้ประชาชนได้รับทราบได้
4.รัฐบาลล้มเหลวในด้านการปฎิรูปการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า พันธมิตรฯ เห็นว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังอยู่ในวนเวียนของการเมืองเก่า ซึ่งมองผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่าผลประโยชน์ของประเทศชาติ จึงขอเรียกให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ มีความกล้าหาญแก้ไขวิกฤตของบ้านเมืองทุกๆ ด้าน เพื่อยุติวิกฤตของชาติบ้านเมืองให้ได้โดยเร็วที่สุด รวมทั้ง ไม่ต้องกลัวคำข่มขู่ทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น ถ้ามีการต่อรองจากพรรคร่วมรัฐบาล ขู่ว่าจะถอนตัว ก็ควรให้ถอนไปได้เลย และพันธมิตรฯ ยังคงยืนยันที่จะคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 50 ใน 3 ประเด็น คือ คัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปลี่ยนแปลงพระราชอำนาจและโครงสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ คัดค้านไม่ให้ฟอกความผิดให้กับนักการเมืองและพวก และคัดค้านไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของนักการเมือง
ดังนั้น ขอยืนยันว่าความผิดที่เกิดขึ้น เพราะการกระทำของนักการเมืองไม่ใช่เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง กระแสข่าวการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองทั้งสิ้น
นอกจากนี้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1/2553 เรื่อง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์วิกฤติของประเทศชาติ
ต่อมานายสุพจน์ พิริยะเกียรติสกุล รองประธานเครือข่ายพันธมิตร ฯ ได้อ่านแถลงการณ์ว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีผู้นำแผ่นป้าย มีภาพของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร และข้อความ อวยพรวันปีใหม่ และขอให้ชาวโคราช เป็นผู้นำนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทย พวกขอแสดงจุดยืนดังนี้
1. การกระทำเช่นนี้ เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากจุดที่มีการติดตั้งแผ่นป้ายของนักโทษชายทักษิณ ฯ เคยเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมสาทิสลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ผู้กระทำได้ปลดพระบรมสาทิสลักษณ์ ออก แล้วนำแผ่นป้ายของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร มาติดตั้งแทน ส่อว่า ผู้ดำเนินน่าจะมีเจตนาลบหลู่สถาบันเบื้องสูง เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเป็นความผิดตามกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสืบสวน สอบสวน ว่า เป็นการกระทำของผู้ใด และหากพบว่า เป็นการกระทำผิดก็ขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และผู้เกี่ยวข้องในฐานะผู้ร่วมกระทำผิด เพื่อธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายต่อไป
2. เป็นการกระทำส่อแสดงว่า ผู้ดำเนินการมีเจตนา เพื่อแสดงต่อสาธารณชน ให้เห็นว่า สถาบันตุลาการ ซึ่งเป็นเสาหลัก สถาบันหนึ่งของชาติ และเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดว่า นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย เท่ากับเป็นการเจตนาทำลายล้างระบอบการปกครองของชาติ และเป็นการต่อต้านขัดขวางบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
3. การจะเดินทางกลับประเทศไทย หรือไม่นั้น เป็นสิทธิส่วนตัวของนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ไม่มีใครต่อต้าน ขัดขวางการกลับประเทศได้แต่อย่างใด แต่เหตุที่ไม่กลับ เพราะกล วความผิดที่ได้กระทำเอาไว้ และจะต้องมารับโทษตามกฎหมาย นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร และผู้เกี่ยวข้อง มีเจตนาที่จะให้นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทย ด้วยอำนาจพิเศษ นอกเหนือจากวิธีการตามบทบัญญัติของกฎหมาย เป็นการส่อเจตนาว่า จะมีการทำลายล้างระบอบการปกครองของประเทศชาติ เหยียบย่ำสถาบันหลักของชาติ และเป็นการเหยียบย่ำความศักดิ์สิทธิ์ของศาลสถิตยุติธรรม อันเป็นการกระทำที่ไม่สมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ยังคิดอยากจะมามีอำนาจในประเทศอีก นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร จะต้องให้การยอมรับในสถาบันหลักของชาติ และยอมรับในความศักดิ์สิทธิ์ของการวินิจฉัย ชี้ขาดคดีของสถาบันตุลาการโดยเคร่งครัด จึงจะสามารถทำหน้าที่เป็นผู้นำของชาติได้ และเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้ามามีอำนาจได้อีก ไม่สมควรที่จะยอมรับนับถืออีกต่อไป
จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุม ได้เดินเท้าไปที่ทางเข้าอาคารศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือกับนายวิทยา กามนต์ ปลัด จ.นครราชสีมา ที่เป็นตัวแทน นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผวจ.นครราชสีมา และที่ สนง.เทศบาลนคร นครราชสีมา เพื่อยื่นหนังสือกับนายรังสรรค์ อินทรชาธร รองนายกเทศบาลนคร นครราชสีมา ที่เป็นตัวแทนนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายก ฯ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานที่ติดตั้งป้าย ฯ ได้รับมอบหมายให้มารับแทน ต่อด้วย ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา และ แม่ทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ซึ่งตัวแทนมารับหนังสือเช่นกัน
ต่อมานายรังสรรค์ ฯ รองนายกเทศบาลนคร ฯ กล่าวกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า สถานที่ติดตั้งป้ายนั้นเป็นอาคารเอกชน ทางเทศบาลนคร ฯ ไม่มีอำนาจที่จะไปดำเนินการได้ แต่จะเร่งดำเนินการ นำหนังสือแถลงการณ์ แจ้งต่อนายก ฯ ที่มีอำนาจสูงสุด ให้รับทราบถึงปัญหา และความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุม
ด้าน นายสมชาย ลิขิตวรสิริ หรือชัย กองเมือง อายุ 53 ปี แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรโคราชกล่าวว่า เนื่องจากแรกเริ่มเดิมที อาคารแห่งนี้เคยนำป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาติดตั้ง ชาวโคราชที่สัญจร ผ่านไปมา ก็มีความพอใจ แต่เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเจ้าของอาคาร ที่คนโคราชทราบดีว่า เป็นของตระกูลเชิดชัย ที่มีเจ้เกียว นางสุจินดา เชิดชัย เจ้าแม่รถทัวร์ประเทศไทย ผู้เป็นแม่นายอัสนี เชิดชัย สส.สัดส่วน พรรคเพื่อเพื่อไทย และนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศบาลนคร ฯ ได้สั่งการให้ปลดป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ ออกแล้วนำป้ายอวยพรปีใหม่ของ ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นแสดงแทน แต่สิ่งที่ทำให้ไม่พอใจอย่างยิ่ง คือ เมื่อก่อนหน้าที่ที่แสดงป้ายพระบรมฉายาลักษณ์ ฯ นั้น ในช่วงกลางคืนไม่มีการฉายแสงไฟส่องสว่างเลย ซึ่งต่างกับป้ายของ ทักษิณ ชินวัตร ที่มีการประดับแสงไฟส่องสว่าง ราวกับเป็นการเทิดทูนอดีตนายก ทักษิณ ฯ มากกว่าในหลวง อยากต้องการให้ประชาชนตระหนักว่าเจ้าของอาคารนั้นเทิดทูนใครมากกว่ากัน มีความสมควรหรือไม่ที่นำรูปนักโทษหนีคดี ทั้งๆ ที่ศาลตัดสินว่าผิดแต่ไม่ยอมมาต่อสู้คดี มาขึ้นป้ายแสดง สิ่งเหล่านี้ชาวโคราชไม่สามารถรับกับพฤติกรรมนี้ได้
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: เว็บไซต์ไทยรัฐ, เว็บไซต์คมชัดลึก, เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์, ASTVผู้จัดการออนไลน์, เว็บไซต์สยามรัฐ
‘ใบตองแห้ง’ ออนไลน์: ถ่านไฟเก่า ‘ฝ่ายก้าวหน้า’
ที่มา ประชาไท
4 ม.ค.53
มูลนิธิ 111
ที่มา thaifreenews
โดย Porsche
จาก: somboonsaelao
เปิดรับสมัคร การอบรมผู้นำการพัฒนาประชาธิปไตย ของมูลนิธิ 111 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์
โครงการอบรมผู้นำการพัฒนาประชาธิปไตย รุ่นที่ 4
เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ !!
ผู้สนใจเข้าอบรม ขอรายละเอียดและใบสมัครได้ที่ มูลนิธิ ๑๑๑ ไทยรักไทย เลขที่ 444/1 ถนนนครสวรรค์ แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กทม. 10300 โทรศัพท์ 0-2627-0909 ต่อ 5016, 08-1428-9009 ,
08-4763-6206 (วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 น. – 15.00 น.) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
กำหนดยื่นใบสมัคร วันที่ 5 มกราคม 2553 – 3 กุมภาพันธ์ 2553
แจ้งผลการคัดเลือก วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553
วันเปิดการอบรม วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553
(เรียนวันเสาร์ –วันอาทิตย์ที่ 20 - 21 กุมภาพันธ์ 2553 และ วันเสาร์-วันอาทิตย์ที่ 27 - 28 กุมภาพันธ์ 2553 )
(เวลา 09.00 น. - 18.00 น.)
วันปิดการอบรม วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553
วันเริ่มหลักสูตร วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 สิ้นสุดหลักสูตร วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553
(เรียนวันเสาร์ –วันอาทิตย์ที่ 20 - 21 กุมภาพันธ์ 2553 และ วันเสาร์-วันอาทิตย์ที่ 27 - 28 กุมภาพันธ์ 2553)
(เวลา 09.00 น. - 18.00 น.)
อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน
ผู้อำนวยการหลักสูตร
คณาจารย์ประกอบด้วย
1. อาจารย์พงศ์เทพ เทพกาญจนา
2. อาจารย์วิชิต ปลั่งศรีสกุล
3. อาจารย์พศ อดิเรกสาร
4. อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน
5. อาจารย์ปรีชา ธนานันท์
6. อาจารย์นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์
7. อาจารย์คณิน บุญสุวรรณ
8. อาจารย์นายแพทย์เหวง โตจิราการ
ฯลฯ
โปรดฟังอีกครั้ง สำหรับเสื้อแดง 14 จังหวัดภาคใต้ เรื่อง โรงเรียน นปช.ที่พัทลุง
ที่มา thaifreenews
โดย Porsche
จาก: somboonsaelao
ประกาศ โปรดฟังอีกครั้ง สำหรับเสื้อแดง 14 จังหวัดภาคใต้ เรื่อง โรงเรียน นปช.ที่พัทลุง
ขณะนี้ มีผู้แอบอ้างสวมรอย ว่าเป็นผู้เปิดและประสานงานในการเปิดโรงเรียน นปช. ที่พัทลุง
เพื่อหวังผลประโยชน์ ส่วนตัว จากผู้ที่สนใจ สมัครเข้าโรงเรียน ผู้สนใจอย่าหลงเชื่อบุคคลอื่น โดยเด็ดขาด
ข้อเท็จจริง คณะที่จัดงาน ครั้งนี้ คือ นปช.ส่วนกลาง ร่วมกับ นปช.14 จังหวัดภาคใต้
##### ผู้สนใจ ที่จะสมัคร เข้าโรงเรียน นปช. สอบถามรายละเอียด และสมัคร ได้ที่
สำงาน นปช.กลาง อิมพิเรียล ลาดพร้าว ชั้น 6 โทร. 02-9349598 แฟ็ก 02 – 9349599
และ ที่ อ.วิภูแถลง วัฒนภูมิไชย 081-6192536 อ. จรัญ ดิษฐาอภิชัย 082- 3815111
*** จังหวัดสงขลา แจ้งความจำนงค์ได้ที่
คุณหทัยกาญ มุสิกะพงษ์ (แหม่มระโนด) ประธาน นปช.ทักษิณ สงขลา 084-4500338
จังหวัดภาคใต้อื่นๆ ติดต่อได้ที่ ประธาน นปช. ของแต่ละจังหวัด *****
@@@@ หมายเหตุ ผู้สมัครเข้าโรงเรียน นปช.ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้ง สิ้น ที่พัก ฟรี อาหาร ฟรี ตลอด จนเรียนจบหลักสูตร นปช.แดงทั้งแผ่นดิน @@@@
***ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดง ตลอดจน ผู้รักประชาธิปไตยโซนภาคใต้ทุกท่าน รวมพลังร่วมงาน "เสวนาประชาธิปไตย" จัดโดย อดีต ส.ว.บุญญา หลีเหล็ด ที่ร้านน้ำชาข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนสายเอเซีย-จะนะ และมัสยิดบ้านคู งานกิจกรรมมีในวันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 14.00 เป็นต้นไป นำทีมปราศัยโดย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ แกนนำจาก กทม.และจากพรรคเพื่อไทย สนใจติดต่อสอบถาม และแจ้งการเข้าร่วมกิจกรรมได้
ที่ คุณรุ่ง กลุ่มหาดใหญ่ 52 เบอร์โทรศัพท์ 081-9906079 ครูแดง กลุ่มชมรมคนรัก ปชต.สงขลา 52
เบอร์โทรศัพท์ 089-8788636 คุณแน่งน้อย กลุ่มสมิหลาสงขลา 52 เบอร์โทรศัพท์ 087-3906349 หรือ
ทางอีเมล์ phoenix2106@hotmail.co.uk น้องหมูขอรับ***
***ต่อจากนั้นในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม เป็นเวทีเสื้อแดงใหญ่ครบชุดครั้งแรกในภาคใต้ครับ วันที่ 9 มกรา นี้
ฟูลอ๊อฟชั่น ครับ(ท่านวิภูแถลงแจ้งมา) เปิด รร.นปช.ที่พัทลุงพร้อมมีการปราศัยใหญ่ ยกเวทีมาจากกรุงเทพกันเลย พบกับ 3 เกลอและทีมงานทำบัตร นปช. ถ่ายทอดสด พีเพิล ตลอดงานด้วยครับ
รายละเอียดเมล์เข้ามาสอบถามได้ครับที่ phoenix2106@hotmail.co.uk
หรือตามเบอร์โทรแกนนำปักษ์ใต้ข้างต้น***
***ข่าวกิจกรรมคนเสื้อแดง นปช. แดงอยุธยา ขอเรียนเชิญพี่น้องเสื้อแดงร่วมงาน
"สวัสดีปีใหม่ อยุธยารวมใจ พิทักษ์ไทยให้มีธรรม" พฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่ สนามหลังไพศาลอะไหล่ยนต์ ถนนสายเอเซีย อยุธยา ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อยุธยา มีโต๊ะจีนราคา ท่านละ 100 บาท หรือจะมาร่วมรับฟังแกนนำเสื้อแดง ร่วมกัน มีสถานที่กว้างขวาง ไม่จำกัดก็ได้ครับ สนใจสอบถามได้ที่ นปช.แดงอยุธยา 0843379624, 0858334583, 08168448222, 0897947959, 0877733001, 0860872427, 0812938064, 0840197333, 0847556755 โต๊ะจีน มีแค่ 500 โต๊ะ ถ้าพลาดจองไม่ทัน ก็มาร่วมกัน
ได้นะครับ ส่งข่าวจากคุณศรีราม เจ้าเก่า..เตรียมพร้อม เตรียมรบ เตรียมรุก บุกเมืองหลวง ทวงประชาธิปไตย ***
***วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 เสื้อแดง จ.เพชรบุรี เชิญร่วมงานคนเพชรบุรีรักประชาธิปไตย เลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ 2553 ณ สนามกีฬาหน้าเขาวัง อ.เมือง จ.เพชรบุรี โต๊ะจีน 250 โต๊ะๆละ 8 ที่นั่ง ราคา 1,600 บาท พบกับ
อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ..ดร.วิชิต ปลั่งศรีสกุล ...นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ....นายนพดล ปัทมะ.. และ แกนนำ จตุรพร...ณัฐวุฒิ...โด่ง (อรรถชัย)..เมธี...
เวลาดี20.30 น. วีดีโอลิงค์ นายกทักษิณ ชินวัตร และ พร้อมกับ จับรางวัลรับของขวัญจาก ท่านนายกทักษิณ........พิเศษ สำหรับผู้ที่มางานเลี้ยงที่มีความประสงค์จะค้างคืน ที่ หาดปึกเตียนวิลล่า...ทางทีมงานยินดีลดราคาที่พักให้ จากราคาห้องละ 1,500 บาท /คืน.. ลดเหลือ 500 บาท/คืน***
***สนใจร่วมงานเลี้ยง ติดต่อ เจ๊สวย แห่งร้านกาแฟสด บ้านแอ๊ค หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี โทร..080-1112354 หรือ คุณพรทิพย์ ปักษานนท์ โทร. 081-8575762....แกนนำเสื้อแดงเพชรบุรี...***
***น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แจ้งข่าวมา วันอาทิตย์ 10 มกรานี้ กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี ขอเชิญพี่น้องทุกท่าน ร่วมงาน " ร่วมบุญปีใหม่ ร่วมใจต่อสู้" นัดพบปะสังสรร ทำบุญเลี้ยงพระเพล และร่วมทอดผ้าป่าบริจาคเข้ากองทุนกลุ่ม ที่วัด ช่องลม ในตลาดอ.เมือง จ.ราชบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00น. และในเวลา 1200น. เชิญร่วมรับฟังปาฐกถาธรรม "พุทธศาสนากับสถาณการณ์การเมืองปัจจุบัน" โดย พระมหาโชว์ทัสนีโย รายละเอียด ติดต่อ 0814949984 และ 0843423386
ทักษิณพูดได้เห็นภาพชัด นู๋มาร์คก็แค่ "ปากพูดดี แต่บริหารไม่เป็น
ที่มา thaifreenews
โดย Porsche
จากคุณ : Jampoon
เมื่อ 1 ปีที่แล้ว คือปลายปี 2551 เมื่อมาร์คขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาร์คก็แสดงทีท่าบ่งบอกว่า "ไม่เอา" หวยออนไลน์
แต่ 1 ปีที่ผ่านมา มาร์คก็ไม่ทำอะไร ไม่บริหารจัดการ ปล่อยให้กระทรวงการคลังดำเนินการไปเรื่อย ๆ
จนถึงวันนี้ วันที่บอร์ดกองสลากจะเคาะเรื่องหวยออนไลน์
3 ม.ค. 2553 (รายการเชื่อมั่น-ที่ทำลายความเชื่อมั่น) แอ่นแอ๊นนน...
พระเอกลิเกขี่ม้าแกลบชื่อมาร์คก็ออกมาบอกหน้าตาเฉยว่า "ล้มหวยออนไลน์"
(โดยอ้างเรื่องจริยธรรมคุณธรรมตามสไตล์คนดีเลิศประเสริฐศรี อ้างเรื่อง "ไม่ทำให้สิ่งผิดกลายเป็นสิ่งถูก"
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองกำลัง "ทำสิ่งที่ถูกให้เป็นสิ่งที่ผิด" อยู่แท้ ๆ เฮ้อ.. นางเอกมึนพระเอกม้าแกลบจริง ๆ)
อ้าว แล้ว 1 ปีที่ผ่านมาสูญเปล่าไปไหน ?
บริหารแบบไม่บริหาร บริหารด้วยปากแต่ทำงานไม่เป็น ดีแต่ปาก
"พูดได้เพราะแต่บริหารไม่ได้" ทักษิณพูดไว้ถูกต้องจริง ๆ
หรือใครจะเถียง ?
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8733884/P8733884.html
ถึงคิวลูกชายกรณ์\"อัพเกรดตั๋วการบินไทย
ที่มา thaifreenews
วันที่ 05 มกราคม พ.ศ. 2553
พท.ตามบี้"กรณ์-ลูก"อัพเกรดตั๋ว
วันที่ 4 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. ประธานสำนักงานปราบโกง (สปก.4-01) พรรคเพื่อไทย แถลงกรณีการอัพเกรดตั๋วเครื่องบินของนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และครอบครัว ว่า ตนไม่เคยสงสัยการอัพเกรดตั๋วเครื่องบินของนายกรณ์ ที่ใช้ไมล์สะสม เป็นสิ่งที่ลูกค้าการบินไทยทุกคนทำได้ แต่ในการตรวจสอบเที่ยวบิน 14 เที่ยว มีข้อแตกต่างคือ ใช้บัตรของขวัญอัพเกรดตั๋วเครื่องบิน บัตรของขวัญนี้การบินไทยไม่ได้มอบให้กับลูกค้าบัตรทองทุกคน แต่เลือกมอบให้เป็นการเฉพาะ บัตรของขวัญย่อมมีมูลค่าเกินกว่า 3 พันบาท นายกรณ์และครอบครัวที่ต้องถูกกำกับด้วยกฎหมายป.ป.ช. สามารถรับได้หรือไม่ หรือแม้แต่กระทั่งการอัพเกรดตั๋วเครื่องบินโดยผู้บริหารของการบินไทย ขณะที่นายกรณ์เป็นรมว.คลังที่กำกับดูแลการบินไทยที่เป็นรัฐ วิสาหกิจ จะถือว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ นายกรณ์ทราบว่าผลประกอบการของการบินไทยอยู่ในภาวะขาดทุน ยังใช้วิธีซื้อตั๋วเครื่องบินราคาถูกแล้วอัพเกรดเป็นที่นั่งชั้นแพงขึ้น เช่น ตั๋วกทม.?ลอนดอน ชั้นประหยัดราคา 4 หมื่นบาท แต่อัพเกรดเป็นชั้นธุรกิจราคา 1.5 แสนบาท ทำให้การบินไทยสูญเสียรายได้ที่พึงได้ ภายในสัปดาห์นี้ตนจะไปยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ นอกจากนี้กรรมาธิการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาได้เรียกบริษัทการบินไทยมาตรวจสอบข้อมูลในวันที่ 6 ม.ค.
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า นายกรณ์และครอบครัวอ้างว่าใช้บัตรทองอัพเกรดตั๋วเครื่องบิน ไม่เป็นความจริง เที่ยวบินทีจี 910 ที่บินจากสุวรรณภูมิไปท่าอากาศยานฮีทโธรว์ ลอนดอน ออกเดินทาง 22 พ.ค.52 และเที่ยวบินทีจี 917 จากลอนดอนมาสุวรรณภูมิ ออกเดินทาง 31 พ.ค.52 ของนายไกรสิริ จาติกวณิช ลูกชายนายกรณ์ เอกสารระบุชัดเจนว่านายไกรสิริ เป็นลูกค้าระดับบัตรเงิน ซื้อตั๋วชั้นประหยัดด้วยวิธีพิเศษที่ราคาต่ำกว่าตั๋วชั้นประหยัดทั่วไป และมีการติดต่อผู้บริหารการบินไทยอัพเกรดให้เป็นที่นั่งชั้นธุรกิจ
ถึงคิว''ลูกชายกรณ์'' อัพเกรด''บินไทย''
''พท.โชว์ตั๋วแฉซื้อถูกลง2เท่าขุนคลังงานเข้าไม่เลิก!ส.ส.เพื่อไทยควักตั๋ว"ลูกชาย"อัพเกรดที่นั่งการบินไทยเที่ยวต่างประเทศจริง แฉ!ถูกลง 2 เท่า ยันไม่ใช่ลูกค้าบัตรทองทำสูญรายได้ จี้''กรณ์''ชี้แจงในฐานะกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ
เมื่อวันที่ 4 ม.ค.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการสำนักงานปราบโกง (สปก 401) แถลงที่พรรคเพื่อไทยกรณีการอัพเกรดตั๋วการเดินทางของนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังและครอบครัวว่า การนายกรณ์ออกมาปฎิเสธว่าตนและครอบครัวไม่เคยได้รับการอัพเกรดตั๋วจากการบินไทย โดยอ้างว่ามีบัตรทองและสามารถอัดเกรดได้ตามสิทธิ์นั้น ความจริงเราไม่ได้ระบุเลยว่าการอัพเกรดตั๋วเดินทางทั้ง 14 เที่ยว เป็นของนายกรณ์ เพียงคนเดียว แต่จากหลักฐานที่ได้รับมาเป็นบันทึกการเดินทางของนายกรณ์เพียง 2 เที่ยวเท่านั้นซึ่งไม่ได้เป็นการเดินทางไปราชการแต่อย่างใด เป็นการเดินทางกลับจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษและการเดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
"หลักฐานบันทึกการเดินทางจากกรุงเทพไปกรุงปารีส ในเที่ยวบินที่ TG 930 เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2552 หมายเลขที่นั่ง16 A พบว่าเป็นการเลื่อนชั้นจากชั้นประหยัด แบบราคาพิเศษ ขึ้นเป็นชั้นธุรกิจและมีการบันทึกการความเห็นของเจ้าหน้าที่ในบันทึกการเดินทางว่า AUTH UPGC RT BKKNNTG 251015SH / MAY09 ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการเดินทางดังกล่าว มีการอัพเกรดด้วยการอนุมัติโดยผู้มีอำนาจของการบินไทย และบันทึกการเดินทางกลับจากกรุงลอนดอนกับกรุงเทพก็พบว่ามีการอัพเกรดด้วยการอนุมัติจากผู้มีอำนาจในการบินไทยอีกเช่นกันซึ่งประเด็นนี้ขัดแย้งกับคำชี้แจงของนายกรณ์อย่างมากซึ่งไม่ได้เป็นการอัพเกรดโดยสิทธิการ ถือบัตรทองแต่อย่างใด" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการชี้แจงของการบินไทยได้ระบุว่าการอัพเกรดเป็นกรณีพิเศษที่ปรากฏ อยู่บางเที่ยว สามารถปฎิบัติได้ ในกรณีการอัพเกรดให้ผู้นำประเทศ ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศในระดับนานาชาติ ข้าราชการประจำหรือการเมืองระดับสูงสุดที่เดินทางเป็นผู้แทนประเทศในการประชุมระดับประเทศ แต่กรณีของนายกรณ์ เป็นการรับการอัพเกรดตั๋วเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ ในข้อเท็จจริงไม่พบว่านายกรณ์จะซื้อตั๋วชั้นไหน ก็เป็นสิทธิ์ แต่ใน 14 เที่ยวนั้นพบการเดินทางโดยส่วนตัว ที่มีพฤติกรรมการซื้อตั๋วราคาถูกแล้วอัพเกรดไปนั่งในชั้นที่ราคาแพงโดยมีผู้มีอำนาจของการบินไทยอัพเกรดตั๋วให้นั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งหากเป็นการใช้สิทธิ์ตามไมล์สะสมปกติก็ไม่ติดใจ แต่หากเป็นการอัดเกรดโดยใช้บัตรของขวัญหรือกิฟวอยเชอร์ซึ่งมีมูลค่าราคาเกินกว่า 3,000บาท ให้นายกรณ์และครอบครัวถือเป็นการสมควรหรือไม่ อีกทั้ง นายกรณ์ ยังเป็น รมว.คลัง ที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างบริษัทการบินไทยด้วย เป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้นฝ่ายค้านก็จะเข้ายื่นหลักฐานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) เพื่อให้พิจารณาว่าการรับทรัพย์สินที่มีราคาเกินกว่า 3,000บาท เข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย ปปช.หรือไม่
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวพร้อมโชว์ตัวอย่างตั๋วการเดินทางของนายไกรสิริ จาติกวณิช บุตรชายนายกรณ์ว่า พรรคเพื่อไทยยังพบว่าการที่นายกรณ์ และครอบครัวอ้างว่าใช้บัตรทองในการอัพเกรดตั๋วเครื่องบินนั้นไม่เป็นความจริง เพราะในเที่ยวบินที่ TG910 ที่บินจากสุวรรณภูมิไปยังท่าอากาศยานฮีทโธรล์ กรุงลอนดอน ในวันที่ 22 พ.ค. 2552 และเที่ยวบินที่TG 917 จากลอนดอน มาสุวรรณภูมิ ออกเดินทางวันที่ 31 พ.ค. 2552 ของนายไกรสิริ จติกวณิช บุตรชาย นายกรณ์ ซึ่งในบันทึกของตั๋วการเดินทางระบุชัดเจนว่านายไกรสิริ เป็นลูกค้าระดับบัตรเงิน ซื้อตั๋วชั้นประหยัดด้วยวิธีพิเศษที่ราคาต่ำกว่าตั๋วชั้นประหยัดทั่วไป แต่ได้มีการติดต่อกับผู้บริหารการบินไทยคนหนึ่งเพื่ออัพเกรดให้เป็นที่นั่งชั้นธุรกิจ นี่คือสิ่งที่นายกรณ์จะต้องตอบคำถามและตนจะนำเรื่องนี้ไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย
ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวอีกด้วยว่า ในช่วงนี้การบินไทยประสบปัญหาด้านการเงินอยู่แล้ว กระทั่งนายปิยะสวัสดิ์ อมรนันท์ ประธานกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย เคยกล่าวไว้ว่า "หากรักผม รักการบินไทย ก็ขอให้เห็นใจ อย่านำประเด็นเด็กมาฝากทำงาน หรือแม้แต่ขอปรับระดับชั้นที่นั่ง หรืออัพเกรด จากชั้นอีดคโนมี เป็นบีซิเนส หรือจากบิซิเนส เป็นเฟิร์สคลาส เพราะนั่นคือการแทรกแซงอย่างหนึ่งเหมือนกัน" เรื่องนี้ น่าจะเป็นการยืนยันว่านายปิยะสวัสดิ์ เข้าใจพฤติกรรมการใช้สิทธิพิเศษหรือการใช้อำนาจของนักการเมืองในการเข้าแทรกแซงการบินไทยเป็นอย่างดี เพราะเที่ยวบินไปลอนดอน ตกประมาณ 4 หมื่นบาท แต่อัพเกรดเป็นชั้นธุรกิจ ราคา 1.5 แสนบาท ทำให้การบินไทยสูญเสียรายได้ที่พึงได้ เป็นคำถามทางจริยธรรมที่นายกรณ์จะต้องตอบคำถาม โดยตนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนและหลักฐานให้คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบเรื่องนี้แล้วโดยตนจะเข้าชี้แจงเรื่องทั้งหมดต่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ในวันที่ 6 ม.ค.นี้และเพื่อได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไปและขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสภาอย่างแน่นอน
เขายายเที่ยงและปัญหาการจัดการที่ดินในสังคมไทย
ที่มา Thai E-News
โดย ประชา ธรรมดา
6 มกราคม 2553
“คนเสื้อแดง” ประกาศจะระดมประชาชนคนจนผู้ยากไร้ ไม่มีที่ดินเข้ายึดครองที่ดินบริเวณเขายายเที่ยงเพื่อเข้าทำกินในวันที่ 11 มกราคมนี้ โดยมองกันว่าการครอบครองที่ดินบนเขายายเที่ยงของอดีตนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ มีข้อเคลือบแคลงสงสัยว่าถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายหรือไม่ ? คนจนมีสิทธิ์ที่จักกระทำแบบเดียวกันได้หรือ? หรือว่ากฎหมายไทยมีสองมาตรฐาน? 

ความขัดแย้งในการจัดการที่ดินโดยมีการเข้ายึดครองทำกินบนที่ดิน ของประชาชนผู้ยากไร้ได้เกิดขึ้นทั่วประเทศ เช่น ในเขตพื้นที่จ.ลำพูน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จังหวัดสุราษฎธานีย์ จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต ฯลฯ
ทั้งที่เป็นไปเองและกระทำการในนาม”สมัชชาคนจน” และ”เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย” ในอีกด้านหนึ่งย่อมสะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมในการจัดการที่ดินในสังคมไทย
ปัญหาที่ดินนั้น ในปัจจุบันถึงขั้นวิกฤตแล้ว เนื่องจากยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ไม่เอื้อให้กับคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งเป็นผลพวงที่สำคัญให้ที่ดินเกิดการกระจุกตัว และพบว่าปัญหาที่ดินซึ่งนับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น
เนื่องจากว่าคนเพียง 10 เปอร์เซนต์กลับถือครองที่ดินตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป ขณะที่คนกว่า 90 เปอร์เซนต์มีที่ดินเพียง 1ไร่เท่านั้น
รวมทั้งพบว่า ในภาคเกษตรซึ่งมีประชากรอยู่ประมาณ 2 ล้านครอบครัว (10 ล้านคน) มีประชากรประมาณ 800,000 ครอบครัว ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง และมีเกือบล้านครอบครัว ที่มีที่ดินแต่ไม่เพียงพอ ต้องเช่าที่ดินจากผู้อื่นทำกิน
นอกจากนี้แล้ว จากการใช้ที่ดินไม่เต็มที่ประเทศไทยต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยการประเมินขั้นต่ำ 127,384.03 ล้านบาทต่อปี และการเก็งกำไรที่ดินที่ผ่านมาทำให้เศรษฐกิจเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท
รวมทั้งยังพบว่าที่ดินส่วนมากยังมีการใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ประมาณว่าที่ดินร้อยละ 70 เปอร์เซ็นต์ ของประเทศนั้นใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย
สิ่งเหล่านี้ย่อมชี้ให้เห็นการกระจุกตัวของที่ดินนั้น ได้มีผลเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศชาติโดยรวม
แม้ว่าประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 6 จะระบุว่า …หากบุคคลนั้นทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ในที่ดิน หรือปล่อยที่ดินให้รกร้างว่างเปล่า เกินกำหนดเวลา ดังต่อไปนี้ (1)สำหรับที่ดินที่มีโฉนด เกินสิบปีติดต่อกัน (2)สำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เกินห้าปีติดต่อกัน ให้ถือว่าเจตนาสละสิทธิในที่ดินเฉพาะส่วนที่ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หรือปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า เมื่ออธิบดีได้ยื่นคำร้องต่อศาลและศาลได้สั่งเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ดังกล่าว ให้ที่ดินนั้นตกเป็นของรัฐเพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายนี้ต่อไป
แต่ในภาคปฏิบัติไม่เป็นจริงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
เมื่อปี พ.ศ.2532 ธนาคารโลกได้สนับสนุนเงินประมาณ 200 ล้านบาทให้มีการเร่งรัดออกโฉนดที่ดิน เป็นผลให้ที่ดินกลายเป็นสินค้า ให้ความสำคัญกับถือครองที่ดินโดยระบบกรรมสิทธิ์ปัจเจกชนนั้น นำมาสู่ความเปราะบางในการสูญเสียที่ดินของเกษตรกร หรือที่ดินหลุดมือได้ง่ายมากขึ้น เนื่องจากผู้ถือครองมีกรรมสิทธิ์เบ็ดเสร็จ ขาดการควบคุมโดยระบบเครือญาติและชุมชนที่ใช้ความเชื่อจารีตประเพณีเป็นการควบคุม ดังนั้นแนวคิดทำที่ดินเป็นสินค้าจึงสุ่มเสี่ยงมากที่จะทำให้ที่ดินกลายเป็นของนายทุน
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในการจัดการปัญหาที่ดินในประเทศไทยซึ่งเมื่อมีกระบวนการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์และการใช้ประโยชน์ที่ดิน พบว่า มีกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบ เช่น การออกเอกสารสิทธิ์ในที่สาธารณะประโยชน์ การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ป่าชุมชนที่ชาวบ้านดูแลร่วมกัน การออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของคนอื่นที่มี ส.ค.1 อยู่แล้ว การปลอมแปลงเอกสารเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ทีดินรกร้างว่างเปล่ารอเก็งกำไรจากการขาย ที่ดินรกร้างว่างเปล่าติดหนี้ธนาคาร เป็นต้น
ซึ่งมีรูปแบบการฉ้อโกง เช่น กรณี ส.ค.บินมาจากต่างที่ กรณีการกล่าวอ้างการได้สิทธิโดยมีชื่อมาจากคนตาย หรืออ้างชื่อเจ้าของสิทธิว่าตายไปแล้วทั้ง ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ปัจจุบัน รวมทั้งกรณีการออก สปก.4-01 ให้นายทุนอิทธิพลมิใช่เกษตรกร เป็นต้น
ซึ่งล้วนแล้วเป็นขบวนการโกงที่ดินโดยการร่วมมือกันของกลุ่มนายทุนอิทธิพล เจ้าที่ดิน นักการเมือง ฉ้อฉลกับข้าราชการบางหน่วยบางคนทั้งสิ้นซึ่งประชาชนคนธรรมดาคงมิอาจทำได้แน่นอน
อย่างไรก็ตาม จากที่กล่าวมาข้างต้น ได้ให้บทเรียนสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินของสังคมไทยว่า ถ้าตราบใดไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่ดิน
หรืออีกด้านหนึ่งการปล่อยให้กรมที่ดินหรือสำนักงานปฏิรูปที่ดิน(สปก.) ผูกขาดอำนาจจัดการที่ดินแต่ฝ่ายเดียว จะนำมาสู่การคอรัปชั่นฉ้อฉลของข้าราชการบางหน่วยส่วนบางคนร่วมกับกลุ่มนายทุนอิทธิพล ซึ่งนำพามาสู่ความล้มเหลวต่อการแก้ไขปัญหาที่ดินในที่สุด และมีข้อเสนอเบื้องต้นคือ
1.ต้องสำรวจและเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใสว่า ใครถือครองที่ดินเท่าไหร่
2พื้นที่ สปก.60 ล้านไร่อยู่ในความครอบครองของนายทุนเท่าใด เพื่อเป็นข้อมูลและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ถูกต้องต่อไป รวมทั้งให้ชุมชนมีส่วนร่วมสำรวจพื้นที่รกร้างว่างเปล่า 30 ล้านไร่อยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการแก้ไขปัญหาที่ดิน
3.ต้องคำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิรูปที่ดิน โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ไร้ที่ดินหรือมีที่ดินไม่เพียงพอ รวมทั้งต้องนำหลักการจัดการที่ดินโดยการควบคุมของชุมชนหรือเคารพสิทธิชุมชนมากกว่าให้ความสำคัญเพียงระบบกรรมสิทธิ์เอกชนเพียงอย่างเดียว
4. ต้องมีมาตราการภาษีที่ดินที่ก้าวหน้า เพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน
5.ต้องมีมาตรการกำจัดการถือครองที่ดิน เพื่อสร้างความเป็นธรรม ความเสมอภาคในสังคมไทย
และสำหรับกรณีเขายายเที่ยงจะเหมือนปัญหาที่ดินอื่นๆในสังคมไทยหรือไม่ ? ไม่นานคงได้ข้อสรุปว่า ที่ดินผืนนั้น ท่านได้แต่ใดมา ได้มาอย่างไร
ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ ?
แด่..นายกฯอ่อนหัด เด็กน้อยผู้บกพร่องทางวิธีคิดอย่างรุนแรง !!
ที่มา Thai E-News
โดย คุณ Nationalism Man
ที่มา เวบบอดร์ด พันทิปราชดำเนิน
6 มกราคม 2553
ผมรู้สึกเวทนาและสมเพชยังไงไม่รู้ หลังจากที่ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ออกมาคัดค้าน "หวยออนไลน์" ด้วยเหตุผลที่ไม่สมกับคนระดับนี้เลยจริงๆ ครับ
ถอดคำนายกฯ "ถ้าคิดว่า การแก้ปัญหาหวยใต้ดินจะทำได้ โดยการให้คนเล่นหวยอย่างถูกกฎหมาย ถามว่าตรรกะนี้ จะใช้กับอีกกี่เรื่อง เราจะใช้ตรรกะเดียวกับปัญหายาเสพติดหรือไม่ว่า ไม่หมดเสียที เพราะฉะนั้น เราจะต้องทำให้ถูกกฎหมาย ปัญหาก็จะแก้ได้ อย่างนั้นหรือเปล่า และแปลว่า ถ้าใครไม่เห็นด้วย สมมติมีคนเสนอจริง ๆ ว่ารัฐบาลขายยาเสพติด แปลว่าคนคัดค้านเห็นแก่คนค้ายาเสพติดในปัจจุบันหรือไม่ ทั้งนี้ ตนคิดว่า ถ้าเราจะใช้ตรรกะกันอย่างนี้ ต้องใช้กันให้เสมอภาคกันกับทุก ๆ เรื่อง"
ผมว่ามันคนละเรื่อง คนละวาระ ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ยังจะเอามาคิดแบบเดียวกัน ใช้วิธีคิดแบบเดียวกัน มันไม่ได้
การจะเอายาเสพติดขึ้นมาบนดิน แค่คิดยังผิดแล้วเลย นี่เล่นพูดออกมานี่ ผมคิดว่า ท่านมีความบกพร่องทางความคิดอย่างรุนแรง แบบนี้ท่านเรียกว่าตรรกะหรือครับ
อีกอย่างที่ท่านบกพร่องอย่างมาก คือก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน ท่าน รัฐบาลของท่าน เพิ่งจะพิมพ์สลากกินแบ่งฯ เพิ่มถึง 4 ล้านฉบับ ...4 ล้านฉบับ
ท่านที่ต้องการลดอบายมุข เพิ่มศีลธรรม จรรยา อ้างเด็กและเยาวชน ท่านกลับพิมพ์สลากเพิ่มถึง 4 ล้านฉบับ ... แล้วตามวัตถุประสงค์ของท่านก็คือ ลดราคาสลากฯ แต่วันนี้ ...เหมือนเดิม ตรรกะ หรือ ?! ตลกหรือเปล่า ท่านนายกฯแห่งสยามประเทศ
ท่านเล่นเกมส์อะไรอยู่ครับ ท่านนายกฯเด็กน้อย ท่านอย่าได้อ้างตรรกะ อย่าได้อ้างเด็ก อย่าได้อ้างศีลธรรม คุณธรรม หรืออะไรก็ตามแต่ เพราะมันไม่ใช่ประเด็นเลยครับ แต่มันเป็น "ลิ้น" ล้วนๆ เลยครับ
ตรรกะของผมก็คือ ท่านคิดได้แค่นี้ ท่านก็ไม่สมควรมาทำหน้าที่นี้