WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 8, 2010

๑๐๐ ปีขุนพลภูพาน เตียง ศิริขันธ์ วีรบุรุษไร้อนุสาวรีย์

ที่มา Thai E-News



โดย ประสิทธิ์ ไชยชมพู
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
บทความเกี่ยวเนื่อง:5 ธ.ค. 2452-5 ธ.ค. 2552 ร้อยปีวีรบุรุษราษฎร


"เตียง ศิริขันธ์"อุทิศชีวิตให้ชาติและประชาชน ร่วมกอบกู้เอกราช หนุนเพื่อนบ้านต่อต้านจักรวรรดิ แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้และลืมวีรกรรมกล้าหาญของท่าน


ขบวนการเสรีไทย คือ อะไร? เตียง ศิริขันธ์ เป็นใคร สำคัญอย่างไร?

เสรีไทย คือ ขบวนการต่อต้านสงครามรุกราน และกอบกู้เอกราชในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ เตียง ศิริขันธ์ เป็นหนึ่งในจำนวนนับแสนคนในขบวนการเสรีไทย และมีบทบาทสำคัญคนหนึ่ง และถูกยัดเยียดขอหาเป็น "กบฎแบ่งแยกดินแดน" และ "คอมมิวนิสต์"

ไฟสงคราม ลามลุกโชน

ก่อนรุ่งสาง ๗ ธันวาคม ๒๔๘๔ อ่าวเพิร์ล เกาะฮาวาย ที่ตั้งฐานทัพสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคแปซิฟิก ถูกกองบินญี่ปุ่นทิ้งระเบิดแบบสายฟ้าแลบ ย่อยยับเป็นอัมพาต จากนั้นอเมริกาจึงกระโจนสู่สงครามอย่างเต็มตัว

ย่างเข้าวันใหม่ ๘ ธันวาคม จอมพลฮิซะอิจิ เทราอูจิ แม่ทัพใหญ่ภาคใต้ กองบัญชาการกองทัพญี่ปุ่นที่เมืองไซ่ง่อน สั่งกองทัพทุกหน่วยยกพลขึ้นบกประเทศไทยตามจุดต่าง ๆ เฉพาะสมุทรปราการ บริเวณปากแม่น้ำ ได้ต่อต้านญี่ปุ่นอย่างรัดกุม ทั้งสองฝ่ายต่างคุมเชิงกันอยู่

แต่ทางภาคใต้ ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี เหล่าทหาร ตำรวจ ยุวชนทหาร และประชาชนได้จับอาวุธต่อต้านถึงขั้นตะลุมบอนประชิดตัว ล้มตาย บาดเจ็บจำนวนมาก

หลวงพิบูลสงคราม หรือจอมพลแปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อประเมินสถานการณ์ ฝ่ายเสนาธิการทหารยืนยันไม่อาจต้านทานญี่ปุ่นได้ และยากจะได้รับความช่วยเหลือจากสัมพันธมิตร ควรจะยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไปตีอังกฤษที่พม่า

นายกรัฐมนตรีสนับสนุนความคิดนี้ แต่อีกฝ่ายเห็นว่าการยอมจำนนง่าย ๆ ไม่ต่างกับยอมตกเป็นเมืองขึ้น ที่ประชุมยังไม่ลงมติใด ๆ วันถัดมา นายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจลงนามยอมญี่ปุ่นไปแล้ว วันรุ่งขึ้นรัฐสภาประชุมเพื่อลงมติ มีการอภิปรายอย่างเคร่งเครียดประมาณหนึ่งชั่วโมง เสียงข้างมากลงมติรับรองการตัดสินใจของรัฐบาล

เมื่อให้ประกาศออกอากาศอย่างเป็นทางการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายคนน้ำตาไหล ประชาชนต่างสลด หดหู่ เจ็บใจ ผิดหวังกับรัฐบาลที่เคยโฆษณาปลุกระดมให้เสียสละต่อต้านผู้รุกรานให้ถึงที่สุด เท่าที่จะทำได้

ก่อรูปขบวนการเสรีไทย

ค่ำวันนั้น ที่บ้านพูนศุข ถนนสีลม มีมิตรสหายหลายคนที่คิดเห็นต่างจากรัฐบาลมาปรึกษาหารือกัน เช่น หลวงบรรณกรโกวิท (เปาว์ จักกะพาก) หลวงเดชาติวงศ์วราวัฒน์ (ม.ล.กรี เดชาติวงศ์) นายสงวน ตุลารักษ์ นายกำจัด พลางกูร นายวิจิตร ลุลิตานนท์ นายเตียง ศิริขันธ์ นายถวิล อุดล นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ เพื่อปรึกษากับหลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือนายปรีดี พนมยงค์

ความเห็นสอดคล้องกัน ในที่สุดฝ่ายสัมพันธมิตรจะมีชัยชนะอย่างแน่นอน รัฐบาลที่ถลำไปกับญี่ปุ่นจะไม่อาจรักษาเอกราช อธิปไตยไว้ได้ ทุกคนเห็นพ้องในเจตนารมณ์เสียสละเพื่อบ้านเมือง และให้จัดตั้งองค์การใต้ดินต่อต้านญี่ปุ่น

วันที่ ๑๖ ธันวาคม ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติให้ นายปรีดี พนมยงค์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แทนพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ที่ถึงแก่อสัญกรรม

รัฐบาลจอมพล ป. ลงนามสัญญาพันธไมตรีกับญี่ปุ่นวันที่ ๒๑ ธันวาคม และอีกสี่วันถัดมา ตอนเที่ยงวันนั้นได้ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร

ถัดจากนั้นประมาณ ๓ ชั่วโมงเศษ ที่บ้านท่าช้าง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง สมาชิกกลุ่มใต้ดินมาประเมินสถานการณ์และรับงานเคลื่อนไหวลับ

เดือนพฤษภาคม ๒๔๘๕ ในห้องชั้นสอง อาคารสถานทูตไทย เลขที่ ๑๐๒๔ วิสคอนซิน อเวนิว กรุงวอชิงตัน คนไทย นักศึกษามาชุมนุมร่วมสามสิบคน หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทย และเจ้าหน้าที่สถานทูตอยู่พร้อมหน้า ผลสรุปการหารือถกเถียงจากข้อเสนออันหนักแน่นของกลุ่มนักศึกษา ให้ตั้งขบวนการ FREE THAI MOVEMENT หรือ ขบวนการเสรีไทย และอาสาสมัครเข้าฝึกวิชาทหารหลักสูตรเร่งรัด สังกัดหน่วยยุทธศาสตร์บริการ (Office of Strategic Services : O.S.S.) หรือโอ เอส เอส

ต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน คนไทยในอังกฤษก็ได้อาสาสมัครตรวจคัดเลือกเข้ากองทัพอังกฤษ ฝึกวิชาทหาร เพื่อรอส่งตัวไปปฏิบัติการลอบเข้าเมืองไทย สอดแนม และก่อวินาศกรรมกองทัพญี่ปุ่น

จากครู สู่ผู้แทนสกลนคร

ชายร่างสูงปราดเปรียว ผิวกร้านแดด สวมแว่นสายตา ในนามจัดตั้งว่า “พลูโต” อยู่ท่ามกลางพลเรือนที่กำลงฝึกหัดพื้นฐานการทหารคือการจัดแถว และฝึกจับอาวุธจำลองเป็นท่อนไม้ถากเหลาขึ้นรูปคล้ายปืน ระหว่างรอการช่วยเหลือ

เขาไม่ใช่ทหาร แต่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ผ่านการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนครั้งแรกของประเทศ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๘๐ ด้วยวัยย่าง ๒๘ ปีหลังจากตัดสินใจทิ้งอาชีพครูที่เรียนมาโดยตรง คำเรียกติดปากของคนทั่วไปคือ "ครูเตียง"

ครูเตียงเลือดเนื้อเชื้อไขคนลุ่มแม่น้ำโขง เกิดเมื่อ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๕๒ แถวคุ้มวัดศรีสะเกษ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร เป็นลูกคนที่หกในจำนวนเก้าคน ของแม่อ้ม พ่อบุดดี ศิริขันธ์ (ขุนนิเทศพาณิช) ชาวบ้านเรียกนายฮ้อยบุดดี เพราะเคยมีอาชีพต้อนวัว ควาย มีเชื้อสายลาวญ้อมาจากฝั่งเมืองมหาชัยก่องแก้ว ห่างแม่น้ำโขงเมืองท่าแขกลึกเข้าไปประมาณ ๕๐ กิโลเมตร

ครูเตียงเรียนชั้นประถม ๑ จนจบชั้นมัธยม ๓ จากโรงเรียนสกลราชวิทยาลัย เรียนต่อโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ชั้นมัธยม ๔ ถึงมัธยม ๖ จากนั้นพ่อส่งไปศึกษาโรงเรียนฝึกหัดครูวัดบวรนิเวศในพระนคร จบประกาศนียบัตรครูประถม (ป.ป.) เมื่อพ.ศ.๒๔๗๐ และศึกษาต่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนิสิตรุ่นแรกของคณะร่วมชั้นกับ ครูเปลื้อง ณ นคร จบวุฒิประกาศนียบัตรครูมัธยม (ป.ม.) พ.ศ.๒๔๗๓ จากนั้นบรรจุเป็นครูโรงเรียนหอวัง ประมาณ ๒ ปีย้ายมาเป็นผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล

ครูเตียงได้เห็น สัมผัสพี่น้องชาวอีสาน ผู้ทุกข์ยาก ถูกข่มเหงกดขี่จากเจ้าหน้าที่รัฐ ซ้ำถูกนายเงินเจ้าที่ดินเอาเปรียบสารพัด จุดหักเหสำคัญต้องตัดสินใจมาเป็นผู้แทนราษฎร เพราะคับแค้นใจต่อความไม่เป็นธรรม ตกเป็นจำเลยคดีคอมมิวนิสต์ เมื่อ ๙ กรกฎาคม ๒๔๗๘ สาเหตุช่วงนั้นมีการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ และมีคนชักธงรูปค้อนเคียวขึ้นยอดเสาธง ครูเตียงกับเพื่อนครูอีกสามคนถูกหมายหัวถูกฟ้อง คือ ครูปั่น แก้วมาตย์ ครูสุทัศน์ สุวรรณรัตน์ และ ครูญวง เอี่ยมศิลา ถูกคุมขังอยู่ประมาณสองเดือน ต่อสู้คดี กระทั่งศาลพิพากษายกฟ้อง มีเพียงครูญวงคนเดียวถูกตัดสินจำคุก ๑๐ ปี

แต่มีเกร็ดด้านหนึ่งบอกว่า นายร้อยตำรวจโทคนหนึ่งมาติดพันนางงามเมืองอุดรธานี แต่เธอไม่เล่นด้วย กลับมีใจให้ครูเตียงมากกว่า ด้วยความแค้นเคืองจึงหาทางใส่ความด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์

ครูเตียงรู้สึกตื้นตันใจ ลูกศิษย์ลูกหาส่วนใหญ่เป็นครูประชาบาล และชาวบ้าน รวมถึง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้าราชการ มีเพื่อนส.ส.ร่วมอุดมการณ์กระจายกันหาแนวร่วมในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สมรภูมิขับไล่ญี่ปุ่นผู้รุกราน

จากฐานที่มั่นแห่งแรกเขตหมู่บ้านโนนหอม ห่างตัวเมืองสกลนครประมาณ ๑๕ กิโลเมตรไปทางจังหวัดนครพนม ในปี ๒๔๘๕ ค่ายเสรีไทยได้ตั้งกระจายไปในเขตป่าของเทือกเขาภูพาน เช่น ค่ายด่านนกยูง บ้านเต่างอย ค่ายดงพระเจ้า ค่ายบ้านหนองหลวง ในเขตอำเภอสว่างแดนดิน ค่ายบ้านตาดภูวงศ์ อำเภอวาริชภูมิ ค่ายบ้านอากาศ อำเภออากาศอำนวย ค่ายบ้านภูสระคาม อำเภอวานรนิวาส ค่ายบ้านหนองผือ อำเภอพรรณนานิคม

ที่ค่ายดงพระเจ้า ในวาระสำคัญของการจัดตั้งกองกำลังพลเรือน "พลูโต" ได้กล่าวต้อนรับมิตรสหายเข้าร่วมขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น

"ยินดีต้อนรับพวกเธอทุกคนเข้าสู่ขบวนการ เราทุกคนคงทราบกันดีแล้วว่าขณะนี้โลกของเรากำลังทำสงครามกันเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายอักษะกับฝ่ายพันธมิตร ฝ่ายอักษะนั้นมีเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ฝ่ายสัมพันธมิตร มีอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา รัสเซีย และจีน ขณะนี้ฝ่ายอักษะกำลังจะแพ้สงคราม อิตาลียอมแพ้ฝ่ายสัมพันธมิตรไปเรียบร้อยแล้ว...ไทยเราเป็นประเทศหนึ่งที่ร่วมกับญี่ปุ่นประกาศสงครามกับอังกฤษและอเมริกา เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ไทยเราก็ไม่พ้นถูกยึดครอง ท่านรูธ หัวหน้าใหญ่ของขบวนการของเราท่านเล็งเห็นการณ์ไกล จึงได้จัดตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้นเพื่อร่วมมือกับอังกฤษและอเมริกา เพื่อขับไล่ญี่ปุ่นเพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นใช้เมืองไทยเป็นฐานทัพสู้กับฝ่ายพันธมิตร ฉันได้รับบัญชาจากท่านรูธ หัวหน้าของขบวนการเสรีไทยที่รักชาติ ให้มารวบรวมพลพรรคเสรีไทยที่รักชาติ ทำการฝึกอาวุธเตรียมไว้สำหรับการขับไล่ญี่ปุ่นไปให้พ้นประเทศไทย...บัดนี้พวกเธอทั้งหลายคงรู้แล้วสิว่า เรามาที่นี่เพื่ออะไร ขบวนการของเราต้องการผู้รักชาติมาร่วมกันทำงาน เพื่อกอบกู้ชาติบ้านเมืองให้พ้นภัย…"


ที่พรรณนานิคมนี่เอง พลูโตนำพลพรรคเสรีไทยภูพานไปกราบพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอริยะสงฆ์แห่งลุ่มน้ำโขง นำคณะศิษย์หลายสิบรูปมาจำพรรษาที่ป่าบ้านหนองผือ เป็นเสมือนศูนย์รวมสร้างขวัญกำลังใจแก่ญาติโยมเป็นอย่างมาก

ด้วยแกนนำคนสำคัญของภาคอีสาน ทั้งครูเตียง ศิริขันธ์ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายจำลอง ดาวเรือง นายถวิล อุดล นายแพทย์อ้วน นาครทรรพ เป็นต้น รวมไปถึงแกนนำคนสำคัญอย่าง นายสวัสดิ์ และนายสวาสดิ์ ตราชู นายสนิท ประสิทธิ์พันธุ์ นายถวิล สุนทรศาลทูล นายครอง จันดาวงศ์ และเมื่อทหารฝ่ายสัมพันธมิตร มาเชื่อมต่อติด เช่น พันตรีบาทหลวงฮอลิเดย์ ชาวอเมริกา พันตรีเดวิด สไมเลย์ ชาวอังกฤษ

ทั่วเขตงานป่าเขาในภาคอีสาน ถูกจัดตั้งกองกำลังจรยุทธ์ และตั้งค่ายเสรีไทยเพิ่มอีกในหลายจังหวัด ได้แก่ นครพนม มหาสารคาม หนองคาย อุดรธานี อุบลราชธานี มีกองบัญชาการสำคัญอยู่ ๓ แห่ง คือสกลนคร เลย และขอนแก่น โดยมีนายทหารฝรั่งมาประจำการด้วย อีกทั้งยังได้สร้างสนามบินลับในเขตบ้านตาดภูวงศ์ อำเภอวาริชภูมิ สกลนคร และบ้านนาคู กาฬสินธุ์ เพื่อรับอาวุธยุทธปัจจัยทั้งปืน และเวชภัณฑ์

จนกระทั่ง เสรีไทยสายอเมริกา เสรีไทยสายอังกฤษ รวมถึงเสรีไทยสายจีนด้วย รวมตัวเป็นขบวนการในชื่อเดียวกันได้ตั้งแต่ปลายปี ๒๔๘๗ และได้ตั้งกองบัญชาการเสรีไทยขึ้นในเดือนมีนาคม ๒๔๘๘ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ระหว่างนั้นฝ่ายอักษะเริ่มพ่ายแพ้ในยุโรป เยอรมนีพ่ายแพ้ต่อสหภาพโซเวียต พฤษภาคม ๒๔๘๗ ฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกฝั่งนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส ปลดปล่อยกรุงปารีสในเดือนสิงหาคม ๒๔๘๗

ถึงขั้นนี้ นักรบเสรีไทยถูกฝึกและพร้อมจะรบทันทีเมื่อประกาศวันดีเดย์ หรือวันยกพลของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ามา แต่สงครามยุติลงเสียก่อนเพราะญี่ปุ่นได้ยอมแพ้ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๔๘๘ เพราะถูกทิ้งระเบิดปรมาณูเมืองฮิโรชิมา และเมืองนางาซากิ เมื่อวันที่ ๖ และ ๙ สิงหาคม

รูธในฐานะผู้สำเร็จราชทานแทนพระองค์ ได้ประกาศสันติภาพให้ถือว่าการประกาศสงครามต่อสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๔๘๕ ผิดเจตจำนงของประชาชน และขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ถือเป็นโมฆะไม่ผูกพันประชาชนชาวไทย

พลพรรคเสรีไทยร่วมกับทหารสัมพันธมิตรดำเนินการปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นแล้ว จากนั้นก็เข้ามาร่วมพิธีสวนสนามในกรุงเทพมหานคร ต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพล.ร.อ.ลอร์ด หลุยส์ เมานท์แบทเตน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพสัมพันธมิตรภาคพื้นเอเซียอาคเนย์ ประกาศสถานะไม่เป็นผู้แพ้สงคราม ไม่ถูกแบ่งเป็นไทยเหนือ-ไทยใต้ อย่างเกาหลี และเวียดนาม

ครูเตียง กับขบวนการสันติบาตเอเซียอาคเนย์

ครูเตียง ศิริขันธ์ นายถวิล อุดล ส.ส.ร้อยเอ็ด นายจำลอง ดาวเรือง ส.ส.มหาสารคาม นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ส.ส.อุบลราชธานี คือเพื่อนร่วมอุดมการณ์ตั้งพรรคสหชีพ มีนโยบายเพื่อเกษตรกร แก้ไขความทุกข์ยาก แก้อคติหยามเหยียดกันในสังคมไทย มีแนวทางสนับสนุน พรรคแนวรัฐธรรมนูญ มีนายปรีดี พนมยงค์ หนึ่งในผู้นำเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕

พรรคสหชีพอภิปรายโจมตีนโยบายการบริหารประเทศของผู้นำทหารที่มักจัดสรรงบประมาณให้กองทัพมากเกินไป สร้างความขุ่นเคืองให้กลุ่มทหารตลอดมา เมื่อสงครามยุติ ส.ส.อีสานกลุ่มนี้ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ครูเตียงนั้นเป็นรัฐมนตรี ๓ สมัย ๓ รัฐบาล คือ รัฐบาลนายทวี บุณยเกตุ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และรัฐบาลพล.ร.อ.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

นอกจากนี้ ยังมีภารกิจหนุนช่วยพี่น้องเพื่อนบ้านต่อสู้เรียกร้องเอกราชจากเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสที่ไม่ยอมปล่อยมือ ก่อนนั้น ชาวญวนรักชาติได้ก่อตั้ง สันนิบาตเพื่อเอกราชของชาวเวียดนาม หรือ “เวียดมินห์” ภายใต้การนำของโฮจิมินห์ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๔ ช่วงนั้นให้เวียดมินห์มาฝึกอาวุธที่ดอนสววรค์ กลางหนองหาร ด้วย

กับขบวนการลาวอิสระ ภายใต้การนำ ของเจ้าสุภานุวงศ์ ได้สนับสนุนจัดตั้งและให้มาฝึกอาวุธเช่นกัน นอกจากนี้เสรีไทยอีสานบางส่วนยังข้ามน้ำโขงไปช่วยลาวและเวียดนามอีกด้วย ดังนั้น อาวุธเสรีไทยจึงได้ถูกลำเลียงไปสนับสนุนลาว และเวียดนาม

กันยายน ๒๔๙๐ ครูเตียง กับกลุ่มแกนนำภาคอีสานได้ก่อตั้งขบวนการสันติบาตเอเชียอาคเนย์ เพื่อต่อต้านการหวนกลับมาของฝรั่งเศส มีครูเตียง เป็นประธาน เจ้าสุภานุวงศ์ เป็นเลขาธิการ นายถวิล อุดล เป็นประชาสัมพันธ์ และนายเลอ ฮาย เป็นเหรัญญิก

บาปกรรมจาก รัฐประหาร ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐

ภารกิจที่ยังไม่จบของครูเตียงกับมิตรสหายหนุนช่วยนายปรีดี พนมยงค์ นี่เอง ทำฝ่ายอำนาจนิยมฝักใฝ่มหาอำนาจได้เล็งจะเอาคืน กระทั่งเกิดวิปโยคพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ถูกลอบปลงพระชนม์ ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ นายปรีดี พนมยงค์ ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

กระทั่งเกิดรัฐประหาร ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ นำยึดอำนาจล้มรัฐบาล พล.ร.อ.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ไปเชิญพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งรัฐบาล นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ ก่อนจะจี้ลง ยกจอมพล ป. กลับมาใหม่

นายปรีดีหนีไปตั้งหลักที่สิงคโปร์(ก่อนจะลี้ภัยไปในจีนและฝรั่งเศส) ส่วนครูเตียงหลบขึ้นภูพานฐานที่มั่นเดิม และเตรียมกำลังติดอาวุธจะลงมายึดอำนาจ แต่นายปรีดีออกวิทยุกระจายเสียงขอร้องไว้

รัฐบาลตั้งข้อหาครูเตียง"กบฏแบ่งแยกดินแดนอีสาน" และมีอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถจับได้ เพราะมวลชนเป็นเกราะกำบัง หนังสือพิมพ์ยุคนั้นตั้งสมญานามให้ครูเตียงว่า "ขุนพลภูพาน"

เผด็จการต้องใช้วิธีข่มขู่ ทำร้ายชาวบ้านสารพัด เพื่อให้ข่าวไปกดดันครูเตียง ว่าเป็นต้นเหตุให้ชาวบ้านเดือดร้อน ครูครอง จันดาวงศ์ และมิตรสหายของครูเตียงอีก ๑๕ คนถูกจับ ในที่สุดขุนพลภูพานจึงยอมมอบตัวในเดือนมีนาคม ๒๔๙๑ ทั้งหมดถูกดำเนินคดี แต่ท้ายที่สุดศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง

แต่การบ่อนทำลายยังดำเนินต่อไป แม้ฝ่ายสนับสนุนนายปรีดีพยายามทำรัฐประหาร ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๒ แต่พ่ายแพ้ถูกเรียกเป็น”กบฏวังหลวง” กระทั่งในวันที่ ๔ มีนาคม ปีเดียวกัน อดีตสี่รัฐมนตรีคนอีสาน คือ ทองเปลว ชลภูมิ ถวิล อุดล จำลอง ดาวเรือง ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ก็ถูกอัศวินแหวนเพชร ของพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ สังหารโหด บนถนนพหลโยธิน ทุ่งบางเขน

ครั้งนี้ ครูเตียงรอดมาได้ บ้างว่ามีการเจรจาให้ครูเตียงวางอุดมการณ์ต่อสู้ เพื่อจะไม่พบจุดจบเหมือนเพื่อนๆ จากข้อมูลระบุว่า น้าสาวของ นิวาสน์ พิชิตรณการ (ภรรยาของครูเตียง) บุตรีของ ร้อยเอกนาถ และ นางเวศ พิชิตรณการ เป็นอนุภรรยาของบิดา พล.ต.อ.เผ่า จึงมีสถานะเป็นดองกัน

กระทั่ง รัฐบาลออกกฎหมายคอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๔๙๕ เป็นเครื่องมือกวาดล้างจับกุมฝ่ายค้านจำนวนมากข้อหากบฏในเดือนพฤศจิกายน ๒๔๙๕ เรียกต่อมาว่า "กบฏสันติภาพ"

เวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น. วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๔๙๕ พล.ต.อ.เผ่า อธิบดีกรมตำรวจ ให้ตำรวจเชิญตัวครูเตียง ที่ร่วมประชุมคณะกรรมการนิติบัญญัตินัดพิเศษที่บ้านมนังคศิลา ไปพบ พร้อมกับ นายเล็ก บุนนาค นายผ่อง เขียววิจิตร นายสง่า ประจักษ์วงศ์ และนายชาญ บุนนาค และหายตัวไปแต่บัดนั้น

ต่อมา ในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้สั่งรื้อฟื้นคดีนี้ ปรากฏหลักฐานว่าครูเตียง ถูกฆ่ารัดคอหลังถูกควบคุมตัวไปสองวัน แล้วนำศพไปเผาทิ้งเชิงเขาโล้น ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง กาญจนบุรี ขณะมีอายุเพียง ๔๓ ปี

ก่อการดี ระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์ขุนพลภูพาน

ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่เพิ่งผ่านมา จึงเป็นวาระครบรอบชาตะกาล ๑๐๐ ปีครูเตียง ศิริขันธ์ วาระนี้ นายวิเชียร วงศ์กาฬสินธุ์ นายกสมาคมข้าราชการนอกประจำการจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่าได้ทำโครงการสร้างอนุสาวรีย์เตียง ศิริขันธ์ "ขุนพลภูพาน" ณ ลานจอดรถทางเข้าถ้ำเสรีไทย เทือกเขาภูพาน โดยกำลังระดมเงินงบประมาณ ๓ ล้านบาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการจัดสร้างจะมี ๒ ส่วน คือ ข้าราชการประจำ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กรรมการคือหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด กับสมาคมข้าราชการนอกประจำการจังหวัดสกลนคร

เรื่องนี้ นายทองเพชร สุวรรณแทน อุปนายกสมาคมฯ อดีตพัฒนาการจังหวัดสกลนคร ในฐานะเลขานุการขยายความว่าได้เสนอแบบการก่อสร้างอนุสาวรีย์ครูเตียง และรอการอนุมัติจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ๒ ปีแล้ว โดยขอใช้บริเวณลานจอดรถ แต่ทางอุทยานฯ ขัดข้อง ให้ไปใช้บริเวณข้างๆ ซึ่งอยู่ต่ำลงไป ๓ เมตร ซึ่งจะต้องถมดินให้สูงขึ้นมา จึงต้องเขียนแบบแปลนใหม่และส่งหนังสือไปให้พิจารณาอนุมัติ

"ผ่านไปประมาณสามเดือนแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งคณะกรรมการฯ มอบให้ นายเพ็ญศักดิ์ จักษุจินดา อดีต ส.ว.สกลนคร เป็นผู้ประสานกับกรมอุทยานฯ และมอบให้ เฉลิมชัย อุฬารกุล อดีตส.ส.สกลนคร ประสานงานกับ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน ก็ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยัง ส.ส. ส.ว. ปัจจุบัน และอดีต แต่ไม่ค่อยมีเสียงตอบรับเท่าที่ควร ขณะนี้มีเพียง ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ลือชัย ส.ส.สกลนคร ที่หักเงินทุกเดือนๆ ละ 1 หมื่นบาทบริจาคเข้ากองทุนสร้างอนุสาวรีย์"

นายทองเพชร บอกอีกว่า ขณะนี้กองทุนมีประมาณ 5 แสนบาท ซึ่งถ้าได้รับอนุมัติสร้างที่จุดนั้น ก็พร้อมจะถมดินตั้งระดับไว้ก่อน ส่วนตัวอนุสาวรีย์ก็จะจัดระดมทุนในรูปแบบทอดผ้าป่า ทั้งนี้ ตามแบบที่เสนอกรมศิลปากรไป ฐานล่างจะเป็นห้องพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก จารึกสมาชิกเสรีไทยสายอีสาน และรายชื่อผู้บริจาค รวมทั้งเนื้อหาบางส่วนของงานเสรีไทย

"ทีมงานฝ่ายจัดหารายได้ จะจัดทอดผ้าป่าระดมทุนเร็ว ๆ นี้ครับ และคาดว่าจะวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างได้ปี2553ครับ” เลขานุการโครงการ กล่าวในที่สุด

ครูเตียง ศิริขันธ์ สามัญชนผู้มีจิตใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว เสียสละเพื่อประเทศชาติ เป็นแบบอย่างความเป็นมนุษย์ แบบอย่างของนักการเมืองดี แทบหาไม่ได้แล้วในยุคนี้ สมควรแล้วที่จะมีอนุสาวรีย์แห่งความดี

*ติดต่อ คุณทองเพชร สุวรรณแทน อดีตพัฒนาการจังหวัดสกลนคร โทรศัพท์เบอร์ 081-7689472

------
เอกสารประกอบการเขียน
๑. ประมวลบทสัมภาษณ์และบันทึกของอดีตนายทหารเสรีไทยสายอเมริกา,นาวาอากาศเอกวิมล วิริยะวิทย์,2536
๒. (สำเนา)บันทึกลับของพันโทอรุณ เสรีไทย 136 : มจ.ศุภสวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์
๓. สดุดีนักสู้ลูกอีสาน,โครงการบ่มเพาะชีวิตและจิตวิญญาณ,เมษายน ๒๕๕๒
๔. ชีวประวัติเตียง ศิริขันธ์ และขบวนการเสรีไทยภาคอีสาน, ธันวา ใจเที่ยง, เวบไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ ๘๑๐, ๒๒ ม.ค.๒๕๔๙

บริจาคสนับสนุน

กองทุนก่อสร้างอนุสาวรีย์ขุนพลเตียง ศิริขันธ์(พลูโต)
ธนาคารกรุงไทย สาขาเจริญเมือง สกลนคร
เลขที่บัญชี 442-0-01485-7

สอบถามเพิ่มเติมที่คุณวิเชียร วงศ์กาฬสินธุ์ 042-711915 หรือ คุณทองเพชร สุวรรณแทน อดีตพัฒนาการจังหวัดสกลนคร โทรศัพท์เบอร์ 081-7689472

ยุทธ์ยายเที่ยงจำนนโดนบีบต้องยอมคาย เสื้อแดงเดินหน้าลุยต่อ หยัน'คำนวย'เล่นบทขี้ข้าอำมาตย์

ที่มา Thai E-News



คำนวยไม่หัวคูณ รู้คุณข้าวแดงแกงร้อน อำมาตย์ลากตั้งเป็นสว. ยอมเป็นหนังหน้าไฟให้ยุทธ์ยายเที่ยง เผยซื้อที่ดินบนเขามาเป็นมือที่3ดังนั้นถือว่าบริสุทธิ์ แต่ล่าสุดต้องยอมจำนนโดนยึดคืนตามกฎหมาย หวังสลายเสื้อแดงไม่ให้บุกยึดที่ฉีกหน้าพวกคนดีมีคุณธรรมสูง สาวกพันธมารพล่านสับคำนูณไม่น่าทำตัวเป็นสมุนรับใช้แก้ต่างให้ขนาดนี้ แกนนำเสื้อแดงหยันไม่มีผลเดินหน้าบุกเขายายเที่ยงตามกำหนดเดิม11ม.ค. ชี้ความผิดสำเร็จต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้พิจารณาตัวออกจากองคมนตรี


*สว.อำมาตย์ลากตั้งทำตัวเป็นโฆษกให้ยุทธ์ยายเที่ยง

วันนี้ (7 ม.ค.) ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา แถลงกรณีที่แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) ประกาศจะไปชุมนุมที่เขายายเที่ยง จ.นครราชสีมาในวันที่ 11 ม.ค. เพื่อโจมตีการถือครองที่ดินเขายายเที่ยงของพล.อ. สุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรี ว่า ตน และส.ว.กลุ่มหนึ่ง ได้ติดตามเรื่องนี้และได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายสองมาตรฐาน และพล.อ.สรยุทธไม่ได้มีเจตนากระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ากรณีดังกล่าวเคยมีผู้แจ้งความพล.อ.สุรยุทธตั้งแต่ ปี 2550 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการจังหวัดสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าพลเอกสุรยุทธ์ได้ถือครองที่ดินโดยซื้อมาเป็นทอดที่ 3 ไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำผิดแต่อย่างใด โดยล่าสุดจากการติดตามของส.ว.พบว่าอัยการจังหวัดได้ทำหนังสือถึงกรมทรัพยากรธรรมชาติในวันนี้ (7ม.ค.) ไปยังสำนักงานป่าไม้เพื่อให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี 29 เม.ย.2518 กรณี ที่ราษฎรได้รับจัดสรรที่ดินทำกินจะต้องเป็นที่ดินทำกินของราษฎรผู้นั้น กรณีที่ตกทอดจะต้องตกทอดไปยังทายาทโดยธรรมเท่านั้น ไม่มีสิทธิขายหรือโอนให้บุคคลอื่น กรณีเช่นนี้จึงมีผลให้เจ้าของที่ดินทั้ง 150 แปลง และพล.อ.สุรยุทธจะไม่มีสิทธิถือครองที่ดินนี้ต่อไป

*อ้างเฉยจะคืนที่ดินให้หลวงหวังยุติเสื้อแดงบุกเขายายเที่ยง ที่จริงโดนยึดคืน

นาย คำนูณ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าพล.อ.สุรยุทธไม่มีเจตนาทำความผิด โดยเมื่อทราบว่าต้องคืนที่ดินให้กรมป่าไม้จะพร้อมคืนที่ดินให้ เมื่อทราบความเห็นของกรมทรัพยากรฯ กลุ่มส.ว.จึงมาแถลงข่าวโดยหวังว่ากระบวนการคืนที่ดินน่าจะดำเนินการให้เสร็จ สิ้นก่อนที่บุคคลกลุ่มหนึ่งจะไปชุมนุมที่เขายายเที่ยง ส่วนการที่กล่าวหาว่ารัฐบาลปฏิบัติสองมาตรฐานมีการดำเนินคดีกับราษฎรที่บริเวณเชิงเขาแต่ไม่ดำเนินคดีกับองคมนตรี จากการตรวจสอบพบว่าเป็นคนละกรณีกัน โดยพบว่ากรณีของราษฎรเป็นการถือครองที่ดินเกินกว่าที่กำหนดไว้ ทั้งกลุ่มส.ว.เห็นว่ารัฐบาลควรดำเนินการเผยแพร่คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ และคำสั่งที่กรมทรัพยากรฯ ส่งไปยังกรมป่าไม้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

"เท่าที่ทราบพล.อ.สุรยุทธ เคยดำริไว้ว่าพร้อมที่จะคืนที่ดินผืนนี้ให้กับทางการหากมีความชัดเจนเกี่ยว กับการครอบครอง เพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีความชัดเจน เมื่อมีความชัดเจนแล้วเชื่อว่าพล.อ.สุรยุทธ ยินดีคืนที่ดินให้" นายคำนูณ กล่าว

*ขนาดสาวกพันธมิตรยังออกมาด่าขรมคำนูณเห่าแทนอำมาตย์ตั้งเป็นสว.

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของนายคำนูณที่เป็นสว.ลากตั้งโดยอำมาตย์อย่างหนักในเวบบอร์ดการเมืองทั้งราชดำเนิน เวบพันทิป และบอร์ดประชาไท ว่านายคำนูณทำหน้าที่ตอบแทนที่อำมาตย์ได้ลากตั้งให้เขาเข้ามาเป็นสว.

แม้กระทั่งในท้ายข่าวของเวบASTVผู้จัดการ ก็ออกมาวิจารณ์บทบาทนายคำนูณอย่างหนัก จากปกติจะเชียร์กันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ต่อไปนี้เป็นข้อวิจารณ์ท้ายข่าวASTVผู้จัดการ

-ด้วยความรักและเคารพคุณคำณูน เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ผมในฐานะพันธมิตรคนหนึ่ง ไม่เห็นด้วยที่คุณจะออกมาแถลงแทนสุรยุทธ ครับ ไม่จำเป็นเลย ไม่จำเป็นจริงๆ คุณสุรยุทธมีโอกาสที่จะเข้ามาแก้ปัญหาประเทศให้พ้นวิกฤต แต่ท่านไม่ทำ หรือไม่เต็มใจจะทำ วันนี้ ปัญหาที่เกิดคุณสุรยุทธต้องแก้ไข หรือจะแก้ตัวก็แล้วแต่ ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเราชาวพันธมิตรครับ

-ซื้อคนที่สาม ก็ไม่ต้องผิดกฎหมายหรือครับ กฎหมายเมืองไทยมียกเว้นแบบนี้ด้วยหรือครับ ที่ชาวบ้านไปซื้อรถยนต์โดนขโมยมาสรวมป้าย ทอดที่ห้าทำไมยังผิด...สองมาตรฐานหรือเปล่า

-คนระดับนายพล
ยอมรู้ได้โดยธรรมว่ามันผิด
มันผิดมาตั้งแต่ซื้อแล้ว
แต่แล้วไยต้องรอให้กระบวนการทางกฎหมายมาตัดสิน
โดยเจตนา ความเป็นคนมีคุณธรรม จริยธรรม
ยอมรู้กระจ่างแจ้งว่า ที่ดินนี้มันผิดหรือถูก
ต้องให้กระแสมันแรงถึงจะยอมคืน
แหมก็ท่านลงทุนสร้างไป10กว่าล้าน ก็ย่อมเสียดายเงินที่เก็บมาเกือบตายนะซิ
นี่ล่ะนะ ต้องให้จนตรอกจึงยอม

-พี่คำณูนคับ
ตอนที่นายสุรยุทธ เป็นนายก ไม่เห็นเขาทำอะไรให้เรา
แล้วเราไปยุ่งอะไรกับเขา หรือคุณพ่อคุณคำณูน
ทำงานในวังจึงต้องออกมาช่วย
ผมไม่ชอบใจ พวกเราเจ็บแล้วต้องจำ
จำไม่ได้หรือ พวกเรากำลังกู้ชาติ
ยังถูกด่าว่า กู้ชาติ กู้ทำไม ประเทศยัง
ไม่ล่มจมสักหน่อย ทำไมต้องกู้ชาติ
...
ฟังแล้วจำไม่มีวันลืม ผมถึงได้อยากเห็นทักษิน
มันไล่ส่งไง...


*"ณัฐวุฒิ"ซัด"คำนูณ"สมุนอำมาตย์เมิน"บิ๊กแอ้ด"คืนที่ดินบุกแน่ 11 ม.ค.

"ณัฐวุฒิ"ซัด"คำนูณ"สมุนอำมาตย์ เมิน"บิ๊กแอ้ด"คืนที่ดินประกาศ 11 ม.ค.บุกเขายายเที่ยงแน่ จี้ลาออกจากองคมนตรี แดงอยุธยานัดกินโต๊ะจีนระดมทุน กำนันยันชาวบ้าน"เขายายเที่ยง" ไม่มีทั้งสี"เหลือง-แดง" ไม่ขวางการเคลื่อนไหว รมว.กห.ให้ตร.คุมยังไม่ประกาศพ.ร.บ.มั่นคง ส.ว.ป้อง"สุรยุทธ"ไร้เจตนาทำผิด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวเมื่อวันที่ 7 มกราคม ภายหลังนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ระบุว่าพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีจะคืนที่ดินเขายายเที่ยงให้กับรัฐเรวๆนี้ว่า กณีดังกล่าวพิสูจน์ชัดว่ามีส.ว.กลุ่มหนึ่งทำตัวเป็นข้ารับใช้ระบอบอำมาตย์ เพราะไม่มีเหตุผลใดเลยที่อยู่ๆ นายคำนูณกับพวกจะใช้ตำแหน่งส.ว.มารับหน้าที่โฆษกประจำตัวพล.อ.สรุยุทธ์ การที่นายคำนูณบอกว่าพล.อ.สุรยุทธ์ จะคืนที่ดินเขายายเที่ยงให้กับรัฐ หมายความว่าพล.อ.สุรยุทธ์ ได้ตัดสินใจสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต สละที่ดินเพื่อรักษาที่ยืนใช่หรือไม่ เพราะการครอบครองที่ดินเขาป่าสงวนตลอดหลายปีที่ผ่านมาพล.อ.สุรยุทธ์ ไมมีท่ท่าจะยอมรับหรือคืนที่ดินให้กับรัฐมาก่อน แต่เมื่อคนเสื้อแดงประกาศจะขึ้นไปจึงจนมุมและหาทางออกว่าจะคืนที่ดิน ซึ่งเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ให้สมุนออกมาแถลงเท่านั้น

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมันไม่ง่ายแบบนั้นพล.อ.สุรยุทธ์ ทำผิดกฎหมายมาหลายปีจะคืนที่ดินแล้วจบกันคงไม่ได้ เพราะในทางกฎหมายถือว่าได้ทำความผิดสำเร็จไปแล้ว ดังนั้นพล.อ.สุรยุทธ์ ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายด้วยสถานะความเป็นองคมนตรีและสถานะของผู้มีคุณธรมและจริยธรรม นอกจากนี้พล.อ.สุรยุทธ์ต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่าการคืนที่คือ 1 . ต้องทบทวนว่าเหมาะสมว่าจะดำรงตำแหน่งองคนตรีต่อไปหรือไม่ 2.มีความชอบธรรมที่จะดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิอนุรักษ์ผืนป่าเขาใหญ่หรือไม่ เพราะพล.อ.สุรยุทธ์ ทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดครอบครองป่าสงวนเสียเอง และ3.มีความสง่างามเพียงพอที่จะเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมอย่างที่เคยเป็นมาหรือไม่

"แม้จะมีการคืนที่ดินให้กับรัฐบาลแต่ก็ไม่มีผลต่อความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง นัดหมายที่เขายายเที่ยงในวันที่ 11 มกราคมนี้ยังคงเดิม เพราะเราไม่เชื่อถือคนกลุ่มคนจะแสดงออกด้วยสำนึกและความจริงใจ แต่สร้างละครเมื่อจนมุมเท่านั้น ขณะนี้พล.อ.สุรยุทธ์อยู่ในอาการเมาหมัด เพราะเมื่อมีข่าวว่าคนเสื้อแดงจะไปเขายายเที่ยงก็ออกมาบอกว่าจะเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดนดุก็บอกว่าเจรจาแล้ว วันนี้เมื่อคนเสื้อแดงเตรียมจะไปเขายายเที่ยงก็ส่งนายคำนูณกับพวกออกมาบอกว่าจะคืนที่ดิน" นายณัฐวุฒิกล่าว

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(7ม.ค.):เชียร์มวยรอง

ที่มา Thai E-News


RED USAหนุนเสื้อแดงไทยสู้ๆ-ทีมสมาชิกแดงไทยในอเมริกาบินมาช่วยพี่น้องเสื้อแดงรณรงค์เลือกตั้งซ่อมมหาสารคามชนมีชัยชนะ หวังว่าเลือกตั้งซ่อมปราจีนบุรี10มกราฯนี้ คนพื้นที่จะไม่ยอมแพ้น้ำใจเสียสละพี่น้องเราจากแดนไกล พลิกสถานการณ์มวยรองมามีชัย


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันที่ 7 มกราคม 2553 นักข่าวชาวรากหญ้านำข่าวคราวกิจกรรมของพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยมานำเสนอเช่นเคย หากท่านที่อยากประชาสัมพันธ์กิจกรรมข่าวทั้งส่วนตัว ส่วนรวม กิจกรรมการเมือง สังคม หรืออยากค้าอยากขายอะไร มีบทความ-รายงานข่าวดีๆหรือใดๆไม่ต้องเกรงใจส่งมาเลยที่ thaienews99@googlegroups.com***

***ช่วงนี้มี2เรื่องใหญ่ที่พี่น้องคนเสื้อแดงให้ความสนใจ เรื่องแรกเลือกตั้งซ่อมปราจีนบุรี วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคมนี้ อีกเรื่องการไปทวงถามยุติธรรมและสิทธิประชาชนไทยเขายายเที่ยง วันจันทร์ที่ 11 มกราคม เรื่องหลังได้ใช้พื้นที่ไทยอีนิวส์ไปพอสมควรแล้ว วันนี้ขอมาว่าเรื่องเลือกตั้งซ่อมปราจีนบุรีกันซักหน่อยเป็นไร***

***ส่องกล้องเลือกตั้งในวันที่ 10 ม.ค.53 นี้ ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยจะตกเป็นรองครับ เมื่อวานพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นำทีมไปหาเสียงที่ปราจีนฯก็บอกบนเวทีว่าเจอวิชามาร เพราะมีการโจมตีเล่นกันใต้ดินให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าหากเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทยก็เหมือนกับคนปราจีนเลือกฮุนเซน***

***"ปู"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวปราศรัยด้วยเสียงเครือน้ำตาคลอเบ้าบนเวทีว่า “เสียดายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มากราบพี่น้องภาคกลาง และโดยเฉพาะชาวปราจีนบุรี คิดถึงอยากกลับมารับใช้พี่น้องเมืองไทย ลำพังดิฉันเป็นผู้หญิงคนเดียว น้องคนเล็กคงไม่สามารถนำพี่ชายกลับมารับใช้พี่น้องได้ จึงเสนอตัวเองขึ้นมาบนเวทีเพื่อขอ สส.พรรคเพื่อไทยเพื่อผลักดันนโยบายให้ประชาชนและชาวปราจีนบุรี” ***

***พูดเรื่องเลือกตั้งซ่อมปราจีนฯแล้ว ต้องชื่นชมน้ำใจชาวเสื้อแดงอเมริกา-RED USAช่วงมาร่วมงานเคาต์ดาวน์เชียงใหม่ ได้เลยไปช่วยรณรงค์หาเสียงช่วยเลือกตั้งซ่อมมหาสารคาม

***ในภาพจากซ้ายไปขวา คุณศิริวรรณ ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมเวทีเสื้อแดงเป็นประจำตั้งแต่สมัยคมช.ทำรัฐประหาร19กันยาฯใหม่ๆก็จับเครื่องบินมาเมืองไทยร่วมต่อต้าน หนล่าสุดมาร่วมงานเคาต์ดาวน์เสร็จก็มุ่งมามหาสารคามช่วยหาเสียง ถัดไปคุณลิซ่าที่เสร็จภารกิจเคาต์ดาวน์ก็ตามไปสมทบ คุณหยกแดงซึ่งมาฝังตัวในพื้นที่นานนับเดือนร่วมกับสมาพันธ์เสื้อแดง19จังหวัดภาคอีสาน และขวาสุดคุณไตรภพซานฟรานฯ แท็กทีมแดงอเมริกา ช่วยหาเสียงโค้งสุดท้าย***

***ส่วนรูปนี้คุณลิซ่าประกบนักร้องสาวสวย คุณมุก เมทินี เชิญชวนพี่น้องชาวสารคามมาเลือกตั้งจนได้ชัยชนะ แหมชนะแล้วก็ต้องคุยหน่อยเป็นธรรมดา ไชโยพาท่านทักษิณกลับบ้านเฮา ...ก็ขอวิงวอนพี่น้องชาวปราจีนฯหละงานนี้ ขนาดพี่น้องคนไทยไปอยู่ห่างบ้านห่างเมืองนับพันไมล์ไกลโพ้นอเมริกาก็ยังห่วงชาติบ้านเมือง ดั้นด้นมาช่วยกัน พวกเราอยู่ในพื้นที่แท้ๆมีหรือจะไม่ทุ่มเทเพื่อแก้ไขให้สิ่งผิดเป็นถูก ชาวปราจีนฯผู้รักประชาธิปไตยสู้ๆ***

***ข่าวกิจกรรมสังคมดีๆ นปช.ราชบุรี นำโดย สจ.สุทัศน์ สระทองแก้วจัดฉลองปีใหม่ 2010 ณตลาดนัด สจ.กำนัน สุทัศน์ สระทองแก้ว บ้านช่องลาภ ต.หนองพันจันทร์ อ.บ้านคา ราชบุรี ในวันที่ 7 มกราคม 2553 13.00น.-24.00น. บุฟเฟต์ ฟรี จับฉลาก ฟรี ฟรี ปราศรัยบนเวที นำโดยท่านส.ส.สุนัย และส.ส.เพื่อไทอีกหลายท่าน สอบถามเพิ่มเติมสจ.สุทัศน์ หมายเลข 0860195204***

*** แดงเยอรมนี ขอเชิญมิตรแดงในเยอรมันและประเทศใกล้เคียงพบปะชุมนุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ นครเบอร์ลินวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2010 ติดต่อสถานที่ 030 612 87 974 หรืออีเมล์ niranaree@hotmail.com***

***ข่าวกิจกรรมคนเสื้อแดง นปช. แดงอยุธยา ขอเรียนเชิญพี่น้องเสื้อแดงร่วมงาน "สวัสดีปีใหม่ อยุธยารวมใจ พิทักษ์ไทยให้มีธรรม" พฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่ สนามหลังไพศาลอะไหล่ยนต์ ถนนสายเอเซีย อยุธยา ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อยุธยา มีโต๊ะจีนราคา ท่านละ 100 บาท หรือจะมาร่วมรับฟังแกนนำเสื้อแดง ร่วมกัน มีสถานที่กว้างขวาง ไม่จำกัดก็ได้ครับ สนใจสอบถามได้ที่ นปช.แดงอยุธยา 0843379624, 0858334583, 08168448222, 0897947959, 0877733001, 0860872427, 0812938064, 0840197333, 0847556755 โต๊ะจีน มีแค่ 500 โต๊ะ ถ้าพลาดจองไม่ทัน ก็มาร่วมกันได้นะครับ ส่งข่าวจากคุณศรีราม เจ้าเก่า..เตรียมพร้อม เตรียมรบ เตรียมรุก บุกเมืองหลวง ทวงประชาธิปไตย ***

***ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดง ตลอดจน ผู้รักประชาธิปไตยโซนภาคใต้ทุกท่าน รวมพลังร่วมงาน "เสวนาประชาธิปไตย" จัดโดย อดีต ส.ว.บุญญา หลีเหล็ด ที่ร้านน้ำชาข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนสายเอเซีย-จะนะ และมัสยิดบ้านคู งานกิจกรรมมีในวันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 14.00 เป็นต้นไป นำทีมปราศัยโดย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ แกนนำจาก กทม.และจากพรรคเพื่อไทย สนใจติดต่อสอบถาม และแจ้งการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ คุณรุ่ง กลุ่มหาดใหญ่ 52 เบอร์โทรศัพท์ 081-9906079 ครูแดง กลุ่มชมรมคนรัก ปชต.สงขลา 52 เบอร์โทรศัพท์ 089-8788636 คุณแน่งน้อย กลุ่มสมิหลาสงขลา 52 เบอร์โทรศัพท์ 087-3906349 หรือทางอีเมล์ phoenix2106@hotmail.co.uk น้องหมูขอรับ***

***ต่อจากนั้นในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม เป็นเวทีเสื้อแดงใหญ่ครบชุดครั้งแรกในภาคใต้ครับ วันที่ 9 มกรา นี้ ฟูลอ๊อฟชั่น ครับ(ท่านวิภูแถลงแจ้งมา) เปิด รร.นปช.ที่พัทลุงพร้อมมีการปราศัยใหญ่ ยกเวทีมาจากกรุงเทพกันเลย พบกับ 3 เกลอและทีมงานทำบัตร นปช. ถ่ายทอดสด พีเพิล ตลอดงานด้วยครับ รายละเอียดเมล์เข้ามาสอบถามได้ครับที่ phoenix2106@hotmail.co.uk หรือตามเบอร์โทรแกนนำปักษ์ใต้ข้างต้น***

***วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 เสื้อแดง จ.เพชรบุรี เชิญร่วมงานคนเพชรบุรีรักประชาธิปไตย เลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ 2553 ณ สนามกีฬาหน้าเขาวัง อ.เมือง จ.เพชรบุรี โต๊ะจีน 250 โต๊ะๆละ 8 ที่นั่ง ราคา 1,600 บาท พบกับ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ..ดร.วิชิต ปลั่งศรีสกุล ...นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ....นายนพดล ปัทมะ.. และ แกนนำ จตุรพร...ณัฐวุฒิ...โด่ง (อรรถชัย)..เมธี...

เวลาดี20.30 น. วีดีโอลิงค์ นายกทักษิณ ชินวัตร และ พร้อมกับ จับรางวัลรับของขวัญจาก ท่านนายกทักษิณ........พิเศษ สำหรับผู้ที่มางานเลี้ยงที่มีความประสงค์จะค้างคืน ที่ หาดปึกเตียนวิลล่า...ทางทีมงานยินดีลดราคาที่พักให้ จากราคาห้องละ 1,500 บาท /คืน.. ลดเหลือ 500 บาท/คืน***

***สนใจร่วมงานเลี้ยง ติดต่อ เจ๊สวย แห่งร้านกาแฟสด บ้านแอ๊ค หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี โทร..080-1112354 หรือ คุณพรทิพย์ ปักษานนท์ โทร. 081-8575762....แกนนำเสื้อแดงเพชรบุรี...***

***งาน รวมพลังแดงบ้านโป่งเป็นหนึ่งเดียว ขอเชิญชวนพี่น้องอุดมการณ์แดง เข้าร่วมประชุมใหญ่ รับรู้แนวทางการต่อสู้ พบปะสังสรรค์กับสมาชิกแดงบ้านโป่งที่ร่วมอาสาทำงานกลุ่มกันมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ร่วมชี้แนะแนวทาง ร่วมเฮฮาปาร์ตี้รับปีของชาวเสื้อแดงแดงแดงแดงบ้านโป่งเท่านั้นงานนี้มีแต่พี่น้อง

กำหนดการ
18.30น. เปิดประชุมใหญ่สมัชชาแดงบ้านโป่ง
19.30น. แนะนำตัวอาสาผู้ร่วมทำงานกลุ่มแดงบ้านโป่ง
19.45น. ตัวแทนกลุ่มกล่าวต้อนรับตัวแทนกลุ่มต่างๆ และแสดง
วิสัยทัศน์แดงบ้านโป่ง
20.00น. เชิญกลุ่มต่างๆแสดงความคิดเห็นสลับกับดนตรีเพลง
21.30น. จับฉลากแลกของขวัญซึ่งกันและกัน
23.00น. ปิดการประชุม

หมายเหตุ:สมาชิกกรุณานำของขวัญมาร่วมจับฉลากแลกเปลี่ยน อาหาร-เครื่องดื่มฟรีตลอดงาน วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2553 เวลา 18.00น.เป็นต้นไป ที่ร้านอาหารมธุรส(ข้างสยามคราฟ์) ผู้ประสานงาน วิทย์วัฒนา0815716080 เต้ 0842173874 คุณจิ๋ม 0879876442 คุณซาลามะ 0854257818 คุณแป๊ว สุชิน 0817543007 แดงบ้านโป่งของจริงห้ามพลาด***

***น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แจ้งข่าวมา วันอาทิตย์ 10 มกรานี้ กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี ขอเชิญพี่น้องทุกท่าน ร่วมงาน " ร่วมบุญปีใหม่ ร่วมใจต่อสู้" นัดพบปะสังสรร ทำบุญเลี้ยงพระเพล และร่วมทอดผ้าป่าบริจาคเข้ากองทุนกลุ่ม ที่วัด ช่องลม ในตลาดอ.เมือง จ.ราชบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00น. และในเวลา 1200น. เชิญร่วมรับฟังปาฐกถาธรรม "พุทธศาสนากับสถาณการณ์การเมืองปัจจุบัน" โดย พระมหาโชว์ทัสนีโย รายละเอียด ติดต่อ 0814949984 และ 0843423386

***เชิญนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกลุ่มศึกษาการเมือง เข้าร่วมกิจกรรม “กลุ่มศึกษาการเมือง” ณ พรรคทำเพื่อนักศึกษาจริงๆ มร. ตึกรัตนธาร ชั้น 2 ทุกวันจันทร์ เวลา 15.30 – 18.00 น. โดยมีกำหนดการดังนี้

จันทร์ 11 มกราคม 53-บอลเชวิค และเงื่อนไขพื้นฐานสู่ความสำเร็จ ในการปฏิวัติรัสเซีย 1917

จันทร์ 18 มกราคม 53-GMO คืออะไร ให้ผลดี หรือ ผลร้ายมากกว่ากัน

จันทร์ 25 มกราคม 53-เรา คือต้นเหตุของวิกฤตการณ์ โลกร้อนหรือ ?

จัดโดย เยาวชนเลี้ยวซ้าย ร่วมกับ พรรคทำเพื่อนักศึกษาจริงๆ มร. ติดต่อสอบถาม โทร : ชญานนท์ 085 350 0364
อีเมล : turnleft_youth@hotmail.com เวปไซต์ : www.pcpthai.org***


***ประกาศข่าวจากหน่วยพยาบาลภาคสนาม RSR ขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องผู้ใจบุญ ได้ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงท่มาร่วมชุมนุมทุก ๆ ที่ โดยหน่วย RSR ก็ได้ร่วมให้การช่วยเหลือพี่น้องในการชุมนุมหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมใหญ่ หรือการชุมนุม ตาม ตจว. หลายพื้นที่ตามที่พี่น้องเสื้อแดงร้องขอ วันนี้ ยาและเวชภัณท์ของเราร่อยหรอลงมาก จนบางตัวก็ขาดแคลน โดยเฉพาะตัวหลัก ๆ เช่น สำลี แอมโมเนีย ยาแก้ปวด ลดไข้ และตัวอื่น ๆ อีก รวมถึงสิ่งจำเป้นที่ต้องใช้ในการปฐมพยาบาล เช่นเวชภัณท์ในการทำแผล ผ้าเย็น ยาอมแก้เจ็บคอ ยาดม ยาหม่อง ฯลฯ ***

***ตอนนี้เราต้องเตรียมความพร้อมการชุมนุมครั้งสำคัญในครั้งหน้า ซึ่งแกนนำจะแถลงให้ทราบในวันที่ 15 มกราคม 53 ซึ่ง RSR เป็นหน่วยพยาบาลประจำแนวหน้าหรือในแนวปะทะ เราจึงต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องยาและเวชภัณท์ ในขั้นสูงสุด เพื่อการดูแลพี่น้องของเราทั้งในแนวหน้าและแนวเสริม ของที่ชุมนุม RSR จึงขอวิงวอนมายังท่านผู้ใจบุญ ทุกท่าน โปรดให้การอนุเคราะห์พี่น้องเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุม ผ่านทางการให้บริการของ RSR ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งต่อพี่น้องเสื้อแดงที่มารับการบริการจากเรา โดยท่านสามารถบริจาคเป็นเงินได้ที่ บัญชีของ ประธานหน่วย ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยเทสโก้โลตัส ศาลายา ชื่อบัญชี : นายพีระ ศิริเรือง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 883-0-053-384 หรือหากท่านประสงค์จะบริจาคเป็น ยา และ เวชภัณท์ ติดต่อบริจาคได้ที่จุดให้บริการ ของ RSR ในที่ชุมนุม หรือที่ หมายเลข 085-118-7680 , 089-200-1237 ( ปุ๊ก )ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความห่วงใยพี่น้องร่วมรบของเราชาวเสื้อแดงค่ะ***

Thursday, January 7, 2010

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

แดงลั่นบุกเขายายเที่ยงประจาน2มาตรฐานโชว์โลก จี้"สุรยุทธ์" คืนพื้นที่ให้แผ่นดิน กร้าวพร้อมยืดเยื้อ

เขายายเที่ยงกับหวยใต้ดิน

ความล่มสลาย

เหตุด้านเดียว

เอาไงดี

เสี่ยงเจ๊งเพราะหวย?

ท้ากฎเหล็ก

ประชาชนกำเนิด

จดหมายจากผู้เห็นใจ “ดารณี” ถึง "บก.นิตยสารฉลาดซื้อ"

ที่มา ประชาไท

เรียน บก.ฉลาดซื้อ
คอลัมน์ “คุยเรื่องฟันกับผู้บริโภค” โดยทันตแพทย์หญิงนิธิมา เสริมสุธีอนุวัฒน์ (ฉลาดซื้อ ปีที่ 16 ฉบับที่ 106 ธันวาคม 2552) สร้างความผิดหวังและความหวั่นใจให้ดิฉันเป็นอย่างยิ่ง เมื่อผู้เขียนคอลัมน์ซึ่งเป็นทันตแพทย์ถูกอคติครอบงำความคิดและบดบังจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพแพทย์เสียจนหมดสิ้น
ดิฉันพลอยผิดหวังกับกองบรรณาธิการ ฉลาดซื้อ ไปด้วยที่ตัดสินใจตีพิมพ์บทความเรื่อง “โรคข้อขากรรไกรอักเสบ...เจ็บนี้อีกนาน” ของทพญ.นิธิมา โดยไม่ผ่านการไตร่ตรองว่ามุมมองและการตัดสินผู้ป่วยหญิงคนหนึ่งอย่างเลือดเย็นของทันตแพทย์หญิงคนนี้นั้นเป็นสิ่งที่ควรปรากฏในนิตยสารที่อุทิศตนเพื่อการปกป้องสิทธิของคนอย่าง ฉลาดซื้อ หรือไม่
หรือเป็นเพราะว่าผู้ป่วยหญิงคนนั้นคือ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปีโด” นักโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 18 ปีเนื่องจากกระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 (ว่าด้วยการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์) ผู้เขียนคอลัมน์และกองบก.จึงคิดว่าการวิจารณ์ความเจ็บป่วยอย่างไร้ซึ่งความเมตตาของแพทย์จึงเป็นสิ่งที่ย่อมกระทำได้?
ทันทีที่เห็นชื่อเรื่องว่า “โรคข้อขากรรไกรอักเสบ” ดิฉันนึกชมผู้เขียนในใจว่าช่างรู้จักเลือกโรคที่จะเขียน ถึง เพราะผู้อ่านจำนวนไม่น้อยคงเคยผ่านหูผ่านตาและเกิดความสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับโรคนี้อยู่บ้าง โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวเกี่ยวกับการตัดสินคดีของดารณี เนื่องจากเธอและญาติได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อให้แพทย์รักษาโรคข้อขากรรไกรอักเสบเรื้อรังซึ่งกำเริบหนักขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เธอถูกจองจำเมื่อกลางปี 2551
แต่ศาลยกคำร้อง คือ ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวดารณี หรือ “หญิงปากกล้าคนนั้น” ตามที่ทพญ.นิธิมาเรียกโดยไม่เอ่ยชื่อจริงของเธอแม้แต่ครั้งเดียวในบทความ
อาการข้อขากรรไกรอักเสบของดารณี ดิฉันเห็นมาด้วยตัวเองเมื่อครั้งที่ไปสัมภาษณ์เธอที่คุกหญิง เรือนจำคลองเปรมเมื่อปีที่แล้วเพื่อเขียนสกู๊ปเกี่ยวกับชะตากรรมของผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การสัมภาษณ์เกือบจะล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะนอกจากเวลาที่จำกัดในการเยี่ยมแต่ละรอบและเสียงตะโกนแข่งกันเซ็งแซ่ระหว่างผู้ต้องขังกับญาติในห้องเยี่ยมแล้ว การที่ดารณีแทบจะขยับปากพูดไม่ได้เนื่องจากขากรรไกรอักเสบทำให้ดิฉันจับคำพูดของเธอได้ลำบากมาก
ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเว็บไซต์ ประชาไท รายงานอาการของดารณี ทำให้ทราบว่าอาการของเธอหนักกว่าตอนที่ดิฉันไปสัมภาษณ์เธอมาก รายงานชิ้นนั้นอ้างคำบอกเล่าของพี่ชายดารณีที่ไปเยี่ยมน้องสาวทุกอาทิตย์ว่าดารณีไม่สามารถทานอาหารทั่วไปได้ ต้องรับประทานแต่นมเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถอ้าปากและบดเคี้ยวอาหารได้
บทความเรื่องโรคข้อขากรรไกรอักเสบที่เขียนโดยทันตแพทย์จึงเป็นแหล่งข้อมูลที่ดิฉันพลาดไม่ได้ เพราะเชื่อมโยงกับบุคคลในข่าวที่ดิฉันติดตามความเป็นไปอยู่อย่างต่อเนื่อง
เพียงแค่อ่านย่อหน้าแรกก็พบว่าบทความนี้ได้รับ “แรงบันดาลใจ” จากข่าวของดารณีจริงๆ
“เมื่อไม่นานมานี้ มีหญิงกลางคนร่างท้วม ฝีปากกล้าผู้ตกเป็นจำเลย ในคดีหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ .....ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยระบุเหตุตามคำร้องว่า จำเลยมีอาการป่วยอย่างรุนแรง เป็น โรคข้อขากรรไกรอักเสบเรื้อรัง และปัจจุบันมีอาการกำเริบหนัก ทำให้ขากรรไกรของจำเลยติดกันจนไม่สามารถอ้าปากได้...จากสาเหตุดังกล่าวจึงเห็นได้ชัดว่าอาการเจ็บป่วยของจำเลยทำให้ไม่สามารถไปกระทำความผิดซ้ำได้อีก จึงยื่นคำร้องต่อศาลขอปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อไปรักษาตัว ปรากฏว่าศาลอาญามีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยคนนั้นค่ะ”
จากนั้นคุณหมอก็นำผู้อ่านไปทำความรู้จักกับโรคข้อขากรรไกรอักเสบ ซึ่งหลังจากที่ดิฉันอ่านบทความนี้จนจบแล้ว ดิฉันชักไม่แน่ใจว่าจะเชื่อข้อมูล “วิชาการ” ที่คุณหมอเขียนไว้ดีหรือไม่ ทั้งที่ข้อมูลก็ดูน่าเชื่อถือดี อ่านแล้วช่วยให้เข้าใจโรคนี้ดีขึ้นเยอะ แถมยังบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าโรคนี้รักษายาก ทางการแพทย์มักใช้วิธีช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของผู้ป่วยเท่านั้นเอง เช่น ให้ยาแก้ปวด แก้อักเสบ ใส่เฝือกฟันเพื่อลดแรงกัดฟันในเวลานอน หรือ ฉีดสเปรย์คลายกล้ามเนื้อ
“โรคข้อขากรรไกรอักเสบเรื้อรัง เป็นโรคที่ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากนิสัยส่วนตัว ความเคยชิน เช่น มีนิสัยกัดฟัน หรือ เกิดจากสภาพจิตใจที่ผิดปกติ เช่น มีความเครียดมาก จึงรักษาให้หายขาดยากค่ะ ส่วนมากทันตแพทย์จะแนะนำให้ลดความเครียดภายในจิตใจ รักษาศีล เจริญสติ ทำสมาธิและภาวนาเพื่อให้จิตใจผ่อนคลายความตึงเครียดลง” คุณหมอสรุปไว้ในบทความ
อ่านมาถึงตรงนี้ ดิฉันอดสะดุดใจไม่ได้กับข้อสังเกตที่ว่า โรคนี้เกิดจาก “สภาพจิตใจที่ผิดปกติ” และเริ่มรู้สึกแย่กับบทความชิ้นนี้มากขึ้นเมื่ออ่านย่อหน้าต่อมาที่คุณหมอให้ความเห็นไว้ว่า “ในกรณีที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อรักษาอาการของโรคนั้น ก็เป็นเรื่องที่ฟังได้ เพราะแม้ปล่อยตัวออกมารักษาอย่างไรก็ไม่หาย”
ความรู้สึกแย่นั้น กลายเป็นความอดรนทนไม่ได้จนต้องลุกขึ้นมาเขียนจดหมายถึงบก.ฉลาดซื้อ อยู่ในขณะนี้ เมื่อคนที่เป็นแพทย์มองความเจ็บป่วยทุกข์ทรมานของผู้ต้องขังหญิงคนหนึ่งว่าเป็นเพราะ “กรรมหนัก” พร้อมทั้งช่วยรักษาดารณีด้วยการบอกให้เธอ “แก้กรรมด้วยการรักษากาย วาจา ใจให้สะอาดบริสุทธิ์ สำนึกผิด”
ขอคัดลอกย่อหน้าสุดท้ายของบทความ “โรคข้อขากรรไกรอักเสบ...เจ็บนี้อีกนาน” ของทันตแพทย์หญิงนิธิมา เสริมสุธีอนุวัฒน์ มาให้อ่านกันเต็มๆ ดังนี้
“ย้อนกลับมาคุยถึงหญิงปากกล้าคนนั้น ในกรณีที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อรักษาอาการของโรคนั้น ก็เป็นเรื่องที่ฟังได้ เพราะแม้ปล่อยตัวออกมารักษาอย่างไรก็ไม่หาย โรคเฉพาะตัวของหญิงปากกล้าคนนี้ นอกจากจะเป็นการอักเสบบริเวณข้อต่อขากรรไกรเนื่องจากการกัดเน้นฟันตลอดเวลาแม้ในขณะพูดในชีวิตประจำวันแล้ว ยังอาจจะเกิดจากเหตุที่เธอทำกรรมหนักด้วยกาย วาจาใจ หลายครั้ง จะหนีอย่างไร ก็หนีกฏแห่งกรรมไปไม้พ้นค่ะ เมื่อจิตใจกำลังทุกข์มาก จิตใจมีความเครียดก็ส่งผลต่อร่างกายให้เครียดตาม ด้วยมีกรรมหนักประจำใจจึงเหนี่ยวนำให้ยิ่งกัดฟันหนักขึ้นอีก โดยไม่รู้ตัวทั้งยามหลับยามตื่นทำให้อ้าปากไม่ได้ กินไม่ได้ พูดจาไม่ได้ เจ็บปวดแสนสาหัส ดุจดั่งตกนรกทั้งเป็น ฉะนั้นนอกจากการใส่เฝือกฟัน (splint หรือ night guard) เพื่อบรรเทาอาการปวดทรมานแล้ว คงต้องแก้กรรมนี้ด้วยการรักษากาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ สำนึกผิด ตั้งจิตอธิษฐานขอพระราชทานอภัยโทษ ตั้งตนให้อยู่ในศีล ในธรรม สวดมนต์ภาวนาทำสมาธิถวายเป็นพระราชกุศล เมื่อได้ทำบุญรักษาศีลและเจริญภาวนาแล้ว อาการอ้าปากไม่ขึ้นพูดไม่ได้ปวดกระดูกขากรรไกร น่าจะหายดีขึ้นเป็นลำดับค่ะ”
ดิฉันไม่ได้เขียนจดหมายนี้มาเพื่อถกเถียงทางวิชาการว่า โรคข้อขากรรไกรอักเสบที่รุมเร้าดารณีอยู่นั้นจะรักษาให้หายได้หรือไม่ อย่างไร เพราะคงไม่มีปัญญาไปถกเถียงกับทันตแพทย์ แต่ถึงไม่ได้เป็นหมอ ดิฉันก็คิดเป็นว่า ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาล ดิฉันไม่มีทางคิดอย่างที่ทพญ.นิธิมาคิดเด็ดขาดว่า ไม่ต้องปล่อยตัวดารณีก็ได้ เพราะ “แม้ปล่อยตัวออกมารักษาอย่างไรก็ไม่หาย”
ดิฉันไม่คิดจะถกเถียงกับคุณหมอว่าดารณีควรจะต้องสำนึกผิดหรือขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ และดิฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการที่คอลัมน์นิสต์คนหนึ่งหรือนิตยสารฉบับหนึ่งจะวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของดารณี เพราะนั่นเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
แต่คุณหมอกำลังล้ำเส้นไปจากการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา ก้าวล่วงไปสู่การสั่งสอนและซ้ำเติมผู้ต้องหาหญิงคนหนึ่งที่กำลังทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย ซึ่งดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ใครสักคนจะมองความเจ็บป่วยของดารณีว่าเป็นเพราะ “กรรมหนัก” (ซึ่งเข้าใจว่าทพญ.นิธิมาหมายถึงการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความคิดเห็นนั้นมาจากคนที่ประกาศตัวอย่างภาคภูมิว่าเป็น “ทันตแพทย์หญิง” แถมยังเป็นสมาชิกชมรมทันตสาธารณสุขภูธรเสียด้วย
สุดท้ายนี้ ดิฉันขอเรียกร้องให้กองบรรณาธิการ ฉลาดซื้อ พิจารณาเนื้อหาในคอลัมน์อย่างรอบคอบมากขึ้น ดิฉันไม่ได้ต้องการให้ ฉลาดซื้อ “ปลอดการเมือง” หรือ “เป็นกลาง” แต่อย่างใด แต่ปรารถนาที่จะเห็นการแสดงความคิดเห็นและข้อเขียนที่สร้างสรรค์ เพื่อให้ ฉลาดซื้อ เป็นนิตยสารที่น่าอ่านและน่าเชื่อถือต่อไป
สำหรับทันตแพทย์หญิงนิธิมา ดิฉันหวังเพียงว่าเธอจะมีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ป่วยมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าเขาหรือเธอจะเป็นใคร—เป็นนักโทษ เป็นคนรวย เป็นผู้ยากไร้ เป็นเสื้อเหลือง เป็นเสื้อแดง ฯลฯ
หมายเหตุ: คุณกุลธิดา สามะพุทธิ ได้เขียนจดหมายฉบับนี้ส่งให้กับ บก.นิตยสารฉลาดซื้อ และได้ทำการส่งมาให้กับกอง บก.ประชาไทเผยแพร่

สัมภาษณ์ ‘รศ.ดร.วไล ณ ป้อมเพชร’ : เด็กไทยยังคงถูกละเมิดสิทธิ-สังคมไทยกลายเป็นสังคมแตกแยก

ที่มา ประชาไท

‘รศ.ดร.วไล ณ ป้อมเพชร’อดีตหัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ผู้เชี่ยวชาญการศึกษาเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน องค์การยูเนสโก ปัจจุบัน เป็นประธานโครงการ การศึกษาเพื่อสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ (ยส.) และประธานคณะกรรมการโครงการสิทธิมนุษยชนศึกษา Amnesty International Thailand ได้พูดถึงสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน โดยชี้ให้เห็นว่า เด็กไทยยังคงถูกละเมิดสิทธิ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะยอมรับภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก 2532 และมองสังคมไทยในปัจจุบันว่าเป็นสังคมที่แตกแยก ขนาดว่าพูดกันในครอบครัวก็ต้องระวัง ในหมู่เพื่อนก็ต้องระวัง
รศ.ดร.วไล ณ ป้อมเพชร
อาจารย์มองสถานการณ์สิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับเด็กในประเทศไทยขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?
เราต้องยอมรับว่าเด็กในประเทศไทยยังคงถูกละเมิดสิทธิ ถึงแม้ว่าประเทศไทยเราจะยอมรับภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก(ตามมติของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่ได้รับรองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2532) รับรองกัน จนกว่าจะมาเป็นภาคี กว่าจะมาทำเป็น พ.ร.บ. กว่าเราจะมาบอกคนของเรา ว่ามีสิทธิเด็กแล้วนะ เราจำเป็นต้องปฏิบัติตามว่าด้วยอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก มันต้องใช้เวลานาน ในเวลานี้ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีปัญหา คือเรื่องสิทธิในการศึกษา ไม่เป็นไปได้จริง อย่างที่กระทรวงศึกษาธิการ ออกระเบียบการ ไม่เป็นได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กชาติพันธ์ เด็กลูกแรงงานต่างด้าว หรือแม้แต่เด็กพิการของไทย เราก็ยังมีปัญหาอยู่
หมายความว่าที่ผ่านมานโยบายของรัฐยังเข้าไม่ถึงกระบวนการเรื่องสิทธิเด็ก ?
มีนโยบาย แต่ผู้ปฏิบัติไม่ปฏิบัติตาม ผู้ปฏิบัติไม่ได้ทราบ แม้แต่ผู้บริหาร ดิฉันเคยไปหาเจ้าหน้าที่กระทรวงระดับปลัดกระทรวง บอกว่าที่จ.พิษณุโลก เด็กได้รับการละเมิดสิทธิมนุษยชน เด็กหลายคนไม่ได้รับการเรียนหนังสือ ก็ยังงงกันอยู่
อาจารย์คิดว่าสาเหตุที่ถูกปิดกั้น ถูกละเมิดสิทธิอยู่เป็นเพราะอะไร ?
สาเหตุหนึ่งเพราะว่าเขาไม่มีสัญชาติ แม้ว่าเขาจะเป็นคนไทย แต่เขาไม่มีทะเบียนเกิด หรือทะเบียนหาย ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ แต่เราต้องยอมรับว่ามีหลายกลุ่มหลายองค์กรทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น เอ็นจีโอ ก็เข้ามีบทบาท ก็ดี มีการเริ่มตระหนัก เริ่มฟังเสียงประชาชน เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น
ในฐานะที่อาจารย์เคยทำงานร่วมกับยูเนสโก มองภาพเรื่องสิทธิเด็กในวงกว้างอย่างไร...ที่ผ่านมา ในสายตาชาวโลกเขามองประเทศไทยเรื่องนี้กันอย่างไรบ้าง ?
ประเทศไทยค่อนข้างเป็นที่ยอมรับของสหประชาติ ในเรื่องเด็กบนดอย มากกว่าประเทศอื่นๆ คือมีการยอมรับแล้วมีการสนับสนุน เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีกองการต่างประเทศ ที่ดูแลความสำคัญ แต่ก็มีปัญหาตรงที่ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูง มีการเปลี่ยนบ่อยๆ ในระดับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทำให้ยาก และน้อยคนที่จะเข้าใจและตระหนัก ปัญหาก็อยู่ตรงนั้น ส่วนเจ้าหน้าที่รองลงมา พอเจ้านายสั่งอย่างไหนก็ทำอย่างนั้น แต่ระยะหลังๆ มีคนไทยซึ่งเป็นนักคิด นักการศึกษา ที่มีบทบาทอย่าง ดร.โกวิทย์ วรพิพัฒน์ ผู้ให้กำเนิด กศน.(การศึกษานอกโรงเรียน) เป็นนักการศึกษาที่รู้จักดี ระหว่างอยู่ยูเนสโก ก็ได้ช่วยกันคิดช่วยกันทำ รวมทั้งคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา แต่ก็มีบางท่านที่เข้ามาทำหน้าที่ โดยไม่ตระหนักรู้ ก็เลยทำให้ลดลงไปช่วงหนึ่ง ปัญหาที่เจอ คือเรื่องโครงสร้าง ผู้ทำงานหนักในพื้นที่ก็ขาดกำลังใจ ต้องยอมรับว่าพวกเขานั้นต้องทำงานด้วยใจ แต่ผู้ใหญ่ก็มองไม่เห็น
แต่เมื่อมองมุมกว้าง จะพบว่าหลายๆ ประเทศเขาจะต่อต้านคนฝรั่ง ตัวดิฉันเองก็เคยประสบมา เพราะหน้าเป็นฝรั่ง นามสกุล ณ ป้อมเพชร เขียนเป็นฝรั่ง ก็เป็น ณ ป้อมเด็ก (หัวเราะ) ดิฉันเคยไปร่วมประชุมที่เคนยา คนแอฟริกัน เพื่ออยากให้เขาร่วมมือกันสร้างประวัติศาสตร์ของตนเอง เพราะก่อนหน้านั้น คนต่างชาติเข้าไปเขียนประวัติศาสตร์เคนยา ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะให้คนต่างชาติมาเขียนประวัติศาสตร์ แต่หลังจากพูดคุยกัน วันรุ่งขึ้นถึงรู้ว่าเราเป็นคนไทย เป็นคนเอเชีย ทำให้เข้าใจกันมากขึ้น เพราะเขาจะต่อต้านทางยุโรปมาก
มีหนทางใดบ้างที่เด็กนักเรียน เยาวชน นักการศึกษา รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องจะเข้าถึงโอกาสเรื่องสิทธิฯ เหล่านี้ ?
ตัวเองมีความเชื่อมากถึงการเปลี่ยนแปลง ‘ครู’ ถ้าเราไปทำกับเด็กก็ดี ไปจัดค่ายเด็กเยาวชน และค่ายที่มีประโยชน์ก็ดี แต่ถ้าเราไม่เปลี่ยนที่ครู มันจะไม่ไปด้วยกัน ถ้าเด็กเปลี่ยน ครูไม่เปลี่ยน เพราะฉะนั้น เชื่อว่าต้องเปลี่ยนครู ทัศนคติ ค่านิยมของครู
เพราะฉะนั้น ที่ผ่านมา เราจึงร่วมฝึกอบรมครูมากว่า10 ปี ทำกันจริงๆ จังๆ คือก็ไม่ทำตลอดชีวิต ต่อมา ที่เราต้องเน้นก็คือ ผู้ปกครอง เพราะว่าครูกับผู้ปกครองร่วมมือกันได้อยู่แล้ว และเมื่อครูเขาตระหนัก ครูซึ่งตอนนี้เขาดูแลเรื่องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่เป็นหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี การออกไปทำกิจกรรมสังคมสงเคราะห์ ก็ออกไปทำที่อะไรที่เห็นแก่คนอื่นมากกว่าตัวเอง อยู่เพื่อคนอื่นบ้าง มันถึงจะมีโอกาสศึกษาในเรื่องสิทธิฯไปพร้อมๆ กันไปด้วย ครูต้องตระหนักและกระทรวงศึกษาจะต้องนำเรื่องสิทธิมนุษยชนเข้าสู่หลักสูตรให้มากกว่านี้
ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการเข้าให้ความสำคัญเรื่องสิทธิฯ นี้มากน้อยเพียงใด ?
ตอนนี้ราวกับว่ากระทรวงศึกษาก็ยังไม่ให้ความสำคัญ ใส่เข้าไปนิดๆหน่อยๆในสังคม ในสาระสังคมยังไม่เข้าใจที่จะใส่เข้าไปทั้งกระบวนการเรียนรู้ อันนี้เราจึงเชื่อว่าสำคัญต้องเปลี่ยนที่ครู
อาจารย์เชื่อว่าหากเด็กและเยาวชนเรียนรู้เรื่องสิทธิและได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม มันจะส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศหรือว่าความเจริญก้าวหน้าของประเทศอย่างไร ?
คือถ้าเด็กเยาวชนสามารถคิดได้ในเชิงนี้ เด็กและเยาวชนซึ่งเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ เขาน่าจะมีความหวังเพราะตนเองทดลองกับค่ายเยาวชน ค่ายเด็กตั้งแต่เป็นเด็กม.ต้น ในวันนี้เห็นในทีวี ลูกศิษย์ที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่ เขาปฏิบัติตัวถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชน
ที่เห็นอีกอย่าง คือ จะทำอย่างไรถึงจะให้เรื่องสิทธิมนุษยชนเหล่านี้จะต้องเข้าไปสู่สถาบันตำรวจ ทหาร และผู้บริหาร ที่ผ่านมา ดิฉันได้เข้าไปสอนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สอนเรื่องสิทธิมนุษยชน คือเขาจะเชิญไปสอนในช่วงเช้าจรดเย็น นำเด็กนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 4 ทั้งหมด อีกแห่งหนึ่งก็เป็นนักเรียนปีที่ 1 ถามว่า เปลี่ยนเขาได้ไหม ซึ่งเขาก็มีหลักสูตรเรื่องสิทธิฯอย่างสมบูรณ์ตามหลักสูตรของตำรวจอยู่แล้ว เมื่อเข้าไปสอน ตอนแรกก็รู้สึกว่าเด็กพวกนี้ใช้ได้ แต่ต้องให้เขาซึมซับ ทันทีที่ออกไป ไปอยู่ในวัฒนธรรมของเขา ในสถานีตำรวจ
ที่เห็นได้ชัดเลย คือวันแรกที่ไปสอนนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 1 ดิฉันเคยตั้งประเด็นคำถามว่า...ลูกๆในความคิดของพวกเรา เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 วันที่ตำรวจฆ่าคนตาย ถือว่าตำรวจผิดหรือไม่? พวกเขาร้องดังลั่นเลย แต่ไม่ได้ร้องว่าผิด ทุกคนร้องไม่ผิด ตำรวจไม่ผิด...แต่หลังจากเมื่อสอนจบทั้งวันเลย เย็นนั้น ดิฉันเอาคำถามเดิมกลับมาถามใหม่...ลูกว่ายังไง ผิดหรือไม่ผิด ละเมิดหรือไม่ละเมิด เสียงอ่อยเลย... มีทั้งผิดและไม่ผิด ซึ่งทำให้เรารู้ว่า หากเราสอนในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างถูกต้อง ภายในวันเดียวเราสามารถทำให้เขาคิดได้
ซึ่งเมื่อดูจากหลักสูตรเดิม เขาทำหลักสูตรใช้ได้เลย ถ้าเขาสอนจริงตามหลักสอน คือไม่ได้สอนกฎหมายอย่างเดียว แต่สอนในเรื่องสิทธิฯ สอนให้เขามีทัศนคติมีค่านิยมที่ถูกต้อง น่าจะพึงดี และเป็นความหวังที่ถูกต้อง
หมายความว่า การให้ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง นั้นขึ้นอยู่ที่ตัวครูผู้สอน ?
ใช่แล้ว ต้องขึ้นอยู่ที่ตัวครู
แต่ถ้าครูยังมีทัศนคติเหมือนเดิม ยังมีทัศนคติแคบและลำเอียง ?
ไม่มีประโยชน์หรอก ก็ท่องไปซิว่ามีกฎกติการะหว่างประเทศกี่ฉบับ กฎหมายกี่ฉบับเรื่องนั้นใช่ไหมค่ะ มาตรานั้นพูดเรื่องสิทธิฯ มันก็ไม่ได้ประโยชน์ มันต้องเปลี่ยนหัวใจของเขา เพราะเราจะพูดเสมอเลยว่า ‘จิตวิญญาณของความเป็นพี่น้อง มันต้องมันต้องเกิดในนักเรียนทุกระดับ’
เมื่อพูดถึงเรื่องสิทธิ อาจารย์หันมองภาพรวมของสังคมไทยในขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือเลวร้าย ?
สุดที่กล่าวถึง มันแย่มากเลย สังคมไทยในปัจจุบันมันเป็นสังคมที่แตกแยก ขนาดว่าพูดกันก็ต้องระวัง ในครอบครัวก็ต้องระวัง ในหมู่เพื่อนก็ต้องระวัง คือมันไม่น่าจะเห็นแบบนี้ สังคมพุทธ คนไทยไม่เคยเอาคำสอนในพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ จะว่าเขาไม่เคยก็ไม่ถูก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เอาคำสอนในพระพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน เชื่อไหมค่ะ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา แต่ว่าไม่เคยนำมาใช้จริงๆแล้วเป็นพื้นฐานของสิทธิฯ ด้วย ความเมตตายังไม่ค่อยทำแบบนั้น บางศาสนาเขานำคำสอนของศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น คนมุสลิมเขาจะเน้นในเรื่องนี้มากเลย เรื่องความสะอาด การอยู่อย่างสำรวม มันเป็นชีวิต อย่างของเราก็ไปทำบุญทำความดี อโหสิกรรม แล้วก็จบ แต่มันไม่ใช่ชีวิตประจำวัน คือสังคมไทยทุกวันนี้ มีเหลือง แดง ไม่มีวันจะดีร่วมกันได้
เหมือนอาจารย์มองเหมือนกับว่าปัญหาความขัดแย้งในขณะนี้มันเกิดตรงที่ปัญหาการเมือง ?
ใช่
และการเมืองทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมแห่งความหวาดกลัว ?
ใช่ ทำไมเราต้องถูกทำให้กลัว กลัวถูกทำลาย ทำไมเราต้องกลัวเขา จะมีชุมนุมให้เราเสียวนะ ลูกหลานจะไปโรงเรียนได้ไหม ทำไมต้องใช้ประชาชนตาดำ ๆ เป็นห่วงเป็นใยขนาดนั้น ในเมื่อเป็นเรื่องของคนไม่กี่คน ใช่ไหมค่ะ แปลกมากเลยคะ และดูราวกลับว่า จะแก้ไม่ได้ด้วย
แล้วอาจารย์จะแนะนำให้ประชาชนทั่วไปปฏิบัติและดำเนินชีวิตอย่างไรท่ามกลางปัญหาเช่นนี้ ?
ต้องคิดว่าประชาชนทั่วไปจำเป็นต้องแสวงหาความรู้ และต้องรู้อะไรจริง อะไรไม่จริง ใครโกหก ใครไม่โกหก ใครดี ใครไม่ดี รู้ได้อย่างไร ก็อย่าพึ่งไปเชื่อ ต้องใช้วิจารณญาณ ต้องพึ่งกับสื่อหรือ สื่อของเราก็ไม่ดีนะ และสื่อของรัฐบาล ให้อะไรบ้าง เวลาเปิดทีวีดู ทั้งวัน มันไม่ได้ข่าวสารอะไรเลย มันมีแต่เรื่องไร้สาระ เพลง มีแต่เรื่องดาราเยอะกว่าข่าวสารบ้านเมือง สังเกตดูได้ในทีวีซึ่งเข้าสู่บ้านพวกเรา มันไม่มีข้อคิด มันไม่มีอะไรมาพูด
แม้กระทั่งสื่อก็แยกข้างกันไปแล้ว ?
เวลานี้ ต่างคนก็ดูของตัวเอง พวกเหลืองก็ดูเอเอสทีวี พวกแดงก็ดูของเขา มันไม่มีสื่อกลางเลย ก็เลยไม่รับความรู้ที่แท้จริง แล้วกฎหมายบางกฎมาย อย่างการที่จะนำมาอธิบายว่าเดี่ยวนี้มีคนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หมิ่นอย่างไรก็พูดไม่ได้ คนก็ไม่รู้ใช่ไหม นอกจากคนบางคนที่ติดตามแสวงหา ดังนั้น ข่าวที่ดีๆสำคัญๆ ก็เบลอไปหมด มันไม่ชัดเจน ประชาชนมันก็ตัดสินใจไม่ได้ คือคนนี้พูดถูกใจใช่เลย เอ่อคนนี้ก็เป็นพวกเขา มันอยู่ที่ระบบการสื่อสารหรือไม่!?
อาจารย์มองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยจะมีแนวโน้มรุนแรงไหม ?
กังวลว่า มันจะไม่จบดี คือความสงบของคนไทยมันเปลี่ยนเร็วมาก ภายในไม่กี่ปีนะค่ะ เป็นห่วงไหมค่ะ คนรุ่นหนุ่มก็เป็นห่วงใช่ใหม ที่จริงดิฉันเคยเสนอกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดก่อน ว่าอย่าแยกความคิดแยกออกจากชาวบ้าน มาปกครองชาวบ้าน เพราะที่ผ่านมา สังคมไทยเราสั่งสมให้ปลูกฝังชาวบ้านให้อยู่อย่างชาวบ้าน พวกเราเป็นนักปกครอง เราต้องรู้ดีกว่า ฉลาดกว่า เรียนจบตั้งเมืองนอก แล้วลูกชาวบ้านก็อยากไปเรียนหนังสือจนจบ เป็นผู้ปกครองเขา แต่มันไม่ใช่ภูมิปัญญาที่แท้จริง เอ่อ มันเศร้านะกับความคิดแบบนี้ เพราะฉะนั้น มันต้องเปลี่ยนให้ได้ แต่จะเปลี่ยนๆยังไงโดยใช้ความสงบสุขได้.

มีข่าวว่า เรื่องเขายายเที่ยง กอ.รมน. จะเล่นแรง <- ผมคิดว่า กอ.รมน. ไม่มีศักยภาพ

ที่มา thaifreenews

โดย...ลูกชาวนาไทย



ตอนการชุมนุมวันที่ 10 ธค. ก็มีข่าวเช่นนี้ แต่สุดท้าย ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะคนเสื้อแดงไม่ได้ยอมเจ็บฟรีเหมือนสงกรานต์แล้ว และคงมี "กองกำลังต่อต้าน" ไปแล้ว

การออกมาขู่ผ่าน เสธ.แดง คือการส่งสัญญาณอย่างเป็นรูปธรรมว่า หากคุณเล่นอีก ผมก็จะสวน และแรงกว่าด้วย

ไม่มีใครรู้ว่า จริงหรือเท็จกรณี เสธ.แดง แต่ข้อเท็จจริงคือ เสธ.แดง และ พัลลภ พวกนี้เคยผ่านการทำสงครามจริงๆ มาก่อน

กองทัพไทยเวลานี้ คนที่อายุต่ำกว่า 50 ปีลงมา ไม่เคยมีใครเคยผ่านสงรครามจริงๆ มาก่อน แบบยิงกันตายเห็นๆ รบในภาคใต้ ก็ยังไม่ใช่การรบจริงๆ เพราะไปเป็นเป้าให้ โจรซ้อมยิงมากกว่า

เรื่องเล่าการรบในอดีตทั้งหลาย เป็นของคนรุ่นก่อน แต่ไม่ใช่ทหารรุ่นปัจจุบันนี้ พวกนี้คือ เด็กๆ ที่เข้ารับราชการหลัง "วันเสียงปืนดับ" กับ พคท..แล้ว

หากเราวิเคราะห์ลึกลงไปจริงๆ กองทัพไทยเวลานี้ "ศักยภาพจริงๆ ในด้านสงคราม" ผมว่าเหลือน้อยมาก เพราะหลังสงครามเย็นมา ก็มีการปล่อยปะละเลย มีการซ้อมจริงๆ น้อยมาก ไม่มีประสบการณ์เคลื่อนย้ายกำลังในสงครามจริงๆ

กอ.รมน. วันนี้ คนที่เหลืออยู่ในวันนี้ คือ "เด็กเข้ารับราชการหลังปี 2524 (หลังสิ้นสุดสงคราม พคท.) ทั้งสิ้น" ไม่เคยมีประสบการณ์ทำสงครามนอกแบบจริงๆ ไม่เคยหาข่าวจริงๆ Core competent น่าจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว

อีกอย่าง ทหารใหญ่วันนี้ ก็ "ใหญ่แต่ตำแหน่ง" แต่ขึ้นมาได้เพราะเป็น "ทหารตีกอล์ฟ" แบบที่ เสธ.แดง บอกเอาไว้ ไม่เคยมีความสามารถจริงๆ ได้ตำแหน่งเพราะเลียป๋า

และมีคนบอกผมว่า ทหารที่ทำงาน ก็จะได้แต่งาน แต่ไม่ได้ตำแหน่ง พวกลูกป๋า ทหารนักกอล์ฟเอาไปหมด

การไม่เคยทำงานสนามจริงๆ มาตั้งแต่ปี 2525 แล้ว ทหารในวันนี้ จึงเป็นแค่ "กลุ่มชายฉกรรจ์" รุ่นใหม่ ที่ไม่เคยผ่านสงครามความขัดแย้งจริงๆ มาก่อน รู้จักสงครามแต่ในตำรา พวกที่ทำงานจริงๆ เกษียณไปหมดสิ้นแล้ว

เราจะเห็นได้จาก "ภาคใต้" ที่ตั้งหลายปีแล้ว ก็เป็น "เป้ายิง" ให้ โจรก่อการร้ายเสมอ เพราะไม่เคยรบจริงมาก่อน

การทำงาน "สกปรกนอกแบบ" นั้นต้องใช้คนที่เคยมีประสบการณ์ ไม่ใช่เอามือใหม่ อ่านแต่ตำรามา กองทัพไทยไม่ได้มี "คนแบบนี้อยู่นานแล้ว"

การยุบทหารพรานทิ้งไป ก็คือการยุบกองกำลังนอกแบบไปนั่นเอง

ตรงกันข้าม พวกที่เข้ากับเสื้อแดงวันนี้ นับแต่ "พล.อ.ชวลิต เป็นต้นมา ต่างเป็นพวก Veteran หรือ "ทหารผ่านศึก" มาทั้งสิ้น ไม่ใช่นักกอฟ์ล แต่เคยผ่านสงคราม ผ่านความผิดพลาดมา

อีกอย่างพวกทหารพรานส่วนใหญ่ อยู่ในภาคอีสาน เป็นชาวบ้านอีสาน ผมคิดว่าพวกนี้เคยผ่านการฝึกจริงมา ดังนั้นการเอามาต่อต้าน ทหารหลักในสงครามนอกแบบ จึงนับได้ว่าน่ากลัว

เมื่อเจอเข้าแบบนี้ วันที่ 10 ธค. ที่มีการขู่กันอย่างมาก จึงไม่เกิดอะไรขึ้น

กอ.รมน. ทุกวันนี้ ผมจึงเชื่อว่าเป็นแต่ "เสือกระดาษ" เท่านั้น

ตามงาน ปปช.ทั้ง 9

ที่มา thaifreenews

กรรมการป.ป.ช.ทั้ง 9 คน แถลงข่าวถึงความคืบหน้าของคดีต่างที่อยู่ในความรับผิดชอบ ภายหลังจากที่นายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.)ติดตามคดีที่ใกล้คาดอายุความ รวม 5 เรื่อง

โดยนายกล้านรงค์ จันทิก ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. กล่าวว่า

1.เรื่องกล่าวหา คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงน (ปรส.)และนายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตรมว.คลัง กับพวก ขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินในราคาถูก ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 200,000 ล้านบาท กรณีดังกล่าวต้องแยกออกเป็น 6 เรื่องย่อยที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษและพนังงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม กรมสอบสวนคดีพิเศษและกองบังคับการปราบปราม และหนังสือกล่าวหาต่อคณะกรรมการป.ป.ช. ซึ่งทางคณะกรรมการป.ป.ช.ได้แต่งตั้งคณะกอนุกรรมการไต่สวน โดยมีศาสตราจารย์ ภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการและมีการรวบรวมหลักฐานเสร็จสิ้นเพียงพอที่จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบได้ เพื่อให้มีการชี้แจงข้อกล่าวหาต่อไป


2.เรื่องกล่าวหา เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับเอกชน ออกเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3และน.ส.3ก. โดยมิชอบ ทับที่สาธารณประโยชน์ “ทำเลเลี้ยงสัตว์โคกเขากระโดง”ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองยุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ คณะกรรมการป.ป.ช.แต่งตั้งให้นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน แต่เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิ จึงมอบหมายให้คณะกอนุกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ ดำเนินการตรวจสอบทำแผนที่อ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศให้ชัดเจน เพื่อนำมากอบการดำเนินการไต่สวนต่อไป

3.เรื่องกล่าวหา คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เกี่ยวกับการทุจริต คณะกรรมการป.ป.ช.แต่งตั้งศาสตราจารย์ ภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการ


4.เรื่องกล่าวหา นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมช.กระทรวงพาณิชย์ กรณีทุจริตโครงการยางพารา คณะกรรมการป.ป.ช.แต่งตั้งศาสตราจารย์ เมธี ครองแก้ว กรรมการป.ป.ช.เป็นประธานอนุกรรมการ ซึ่งมีการรวบรวมหลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ส่งเข้าเป็นวาระการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อพิจารณาวินิจฉัยภายในเดือน มกราคมนี้

5.เรื่องคำร้องขอถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง จากคำร้องของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีไม่ส่งผู้สมัครส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ลงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2เมษายน 2549 เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดทำเนียบรัฐบาล ท่าอากาศยานสนามบินดอนเมือง และท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ ออกหนังสือรับรองสมาชิกพรรคปชป.ให้นายธานินทร์ ใจสมุทร อันเป็นเท็จ

ทั้งนี้ บุคคลที่ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ คือ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง มีส่วนปกปิดซ้อนเร้นเงินสนับสนุนพรรคการเมืองที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จากบริษัทเอกชน ,นายกรณ์จาติกวนิช รมว.คลัง ขอให้เอกชนที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งข้อความสั้น (SMS)จากนายกรัฐมนตรีไปยังประชาชน ,นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ ปล่อยให้ประเทศเพื่อนบ้านยึดครองพื้นที่ดินแดนประเทศไทย เป็นทางขึ้นเขาพระวิหาร ,นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.กระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมิชอบ และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมว.กระทรวงมหาดไทย เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการบริหารและจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายกล้านรงค์ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการป.ป.ช.กำหนดให้กรรมการป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง นำข้อกล่าวหามารวมดำเนินการไต่สวนในคราวเดียว ซึ่งคาดว่าจะสามารถประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวภายในต้นปีนี้

ยุทธ์ยายเที่ยงพัวพันบงการลอบสังหารแม้ว?

ที่มา Thai E-News


11มกราคมเยี่ยมชมเขายายเที่ยง-วิวสวยจริงๆครับ มองไปเห็นเขื่อนลำตะคอง หากพี่น้องมากันไม่ถูกเชิญดูแผนที่ข้างล่างครับ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 มกราคม 2552

จดหมายข่าวของกลุ่มพลังไทยในออสเตรเลีย หรือเสื้อแดงออสเตรเลีย นำเสนอข่าวเหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ของแดงไทยออสเตรเลียเมื่อเร็วๆนี้ และมีอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้วิดิโอลิ้งค์เข้ามา โดยอดีตนายกฯทักษิณได้กล่าวในตอนหนึ่งเปิดเผยเกี่ยวกับแผนการลอบสังหารตัวเขาถึง4ครั้ง และได้กล่าวหาว่าพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์มีบทบาทเกี่ยวข้อง

โปรดคลิ้กที่ภาพเพื่อขยายใหญ่ และอ่านตัวหนังสือชัดเจน

อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้คนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งพล.อ.สุรยุทธ์ได้เคยออกมากล่าวปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่ไม่มีการสอบสวนใดๆอย่างเป็นทางการในสิ่งที่อดีตนายกฯทักษิณกล่าวหา และยังคงความคลุมเครือต่อมา

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(6ม.ค.):ที่ดินต้องเป็นของผู้ไถหว่าน

ที่มา Thai E-News


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันที่ 6 มกราคม 2553 นักข่าวชาวรากหญ้านำรูปของ"เสื้อแดงตัวพ่อ"ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ประเทศนางงามจักรวาลเวเนซูเอล่า เจ้าของวาทะ"ที่ดินต้องเป็นของผู้ไถหว่าน"สืบทอดมรดกนักปฏิวัติละตินอเมริการุ่นเก่าๆ ให้เข้าบรรยากาศเสื้อแดงขอแบ่งที่ดินเขายายเที่ยงจากอำมาตย์ศักดินาไทยมาเป็นของผู้ไถหว่านตัวจริง... หากท่านที่อยากประชาสัมพันธ์กิจกรรมข่าวทั้งส่วนตัว ส่วนรวม กิจกรรมการเมือง สังคม หรืออยากค้าอยากขายอะไร มีบทความ-รายงานข่าวดีๆหรือใดๆไม่ต้องเกรงใจส่งมาเลยที่ thaienews99@googlegroups.com***

***เปิดประเดิมด้วยด้วยจดหมายข่าวพลังไทยในออสเตรเลีย หรือแดงออสเตรเลีย เป็นข่าวเหตุการณ์การชุมนุมใหญ่ของแดงไทยออสเตรเลียและมีนายกฯทักษิณวิดิโอลิ้งค์เข้ามา ซึ่งมีเรื่องลึกๆที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินได้ฟังกันมาก่อน โดยเฉพาะการลอบสังหารที่ยุทธ์ เขายายเที่ยงมีบทบาทอย่างสูง โปรดคลิ้กที่ภาพเพื่อขยายใหญ่ และอ่านตัวหนังสือชัดเจน***


***วันนี้ (6 ม.ค.)แกนนำ นปช. นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ ได้ร่วมกันแถลงผลการประชุม และแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่ม โดย นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่า แกนนำกลุ่มทั้งหมดพร้อมแนวร่วมที่จะมาสมทบจากทั่วประเทศ จะเดินขบวนไปชุมนุมที่เขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา โดยวัตถุประสงค์การชุมนุมครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ออกมาแสดงจิตสำนึกของผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และมอบพื้นที่บริเวณเขายายเที่ยงที่ครอบครองโดยไม่ชอบธรรม คืนให้กับแผ่นดิน

นายณัฐวุฒิ ย้ำว่า กลุ่มของตนไม่มีวัตถุประสงค์จะก่อความไม่สงบ จึงอยากให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเข้าใจ และฝากไปยังผู้ที่เตรียมปลุกระดมมวลชน หรือสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยขอให้ยกเลิกการกระทำดังกล่าว เพราะหากมีความรุนแรงเกิดขึ้น สถานการณ์ในวันนั้นจะเป็นตัวกำหนดความยืดเยื้อในการชุมนุมทันที แต่ถ้าทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการขั้นตอนการชุมนุม ในวันที่ 11 มกราคม จะจบลงด้วยดี***


***นัดหมายสำคัญของพี่น้องคนเสื้อแดง 11 มกราคม 53 นี้ คุณ"ตะปูน ไผ่แดง" แจ้งข่าวนัดหมายพี่น้องร่วมชาติว่า เป็นวันที่มีความหมายสำหรับผู้ที่รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม ไปกันเลย ไปให้เต็มภูเขา ให้มันแดงไปทั้งภูเขา และแดงไปทั้งแผ่นดิน ในเมื่อกฎหมายขาดความเป็นธรรม เราต้องช่วยกันขับพวกระยำออกไป อย่าลืม เอาจอบเอาเสียมไปด้วย และผมก็จะเป็นคนหนึ่งในหนึ่งหมื่นหรือหนึ่งแสนคนนั้นคุณเขายายเที่ยงของชาติหรือของใคร?***

***11 มกราคม คือวันผู้กล้าใฝ่คว้าหาความเป็นธรรม กับเขายายเที่ยง ภูเขาฉาว ที่เขาว่ามี2 มาตรฐาน โจทย์ที่ 1 คือคนรากหญ้าหรือคนจนที่ไม่มีที่ทำมาหากิน เข้าไปทำมาหากินอยู่ที่ตีนเขา กับถูกจับติดคุก 4 ปี แต่โจทย์ที่ 2 คือ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ อำมาตย์ผู้ใหญ่บุกยึดยอดเขายายเที่ยง สร้างบ้านอย่างหรูหรา เอามาเป็นสมบัติของตนเอง โดยไม่มีความผิด ไม่ติดคุก ทั้งๆที่ทำผิดกฎหมายของกรมป่าไม้ล้านเปอร์เซ็นต์.. ใครไปไม่ถูกดูแผนที่***


***ข่าวกิจกรรมสังคมดีๆ แดงเยอรมนี ขอเชิญมิตรแดงในเยอรมันและประเทศใกล้เคียงพบปะชุมนุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ นครเบอร์ลินวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2010 ติดต่อสถานที่ 030 612 87 974 หรืออีเมล์ niranaree@hotmail.com***

***ข่าวกิจกรรมคนเสื้อแดง นปช. แดงอยุธยา ขอเรียนเชิญพี่น้องเสื้อแดงร่วมงาน "สวัสดีปีใหม่ อยุธยารวมใจ พิทักษ์ไทยให้มีธรรม" พฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่ สนามหลังไพศาลอะไหล่ยนต์ ถนนสายเอเซีย อยุธยา ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อยุธยา มีโต๊ะจีนราคา ท่านละ 100 บาท หรือจะมาร่วมรับฟังแกนนำเสื้อแดง ร่วมกัน มีสถานที่กว้างขวาง ไม่จำกัดก็ได้ครับ สนใจสอบถามได้ที่ นปช.แดงอยุธยา 0843379624, 0858334583, 08168448222, 0897947959, 0877733001, 0860872427, 0812938064, 0840197333, 0847556755 โต๊ะจีน มีแค่ 500 โต๊ะ ถ้าพลาดจองไม่ทัน ก็มาร่วมกันได้นะครับ ส่งข่าวจากคุณศรีราม เจ้าเก่า..เตรียมพร้อม เตรียมรบ เตรียมรุก บุกเมืองหลวง ทวงประชาธิปไตย ***

***ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดง ตลอดจน ผู้รักประชาธิปไตยโซนภาคใต้ทุกท่าน รวมพลังร่วมงาน "เสวนาประชาธิปไตย" จัดโดย อดีต ส.ว.บุญญา หลีเหล็ด ที่ร้านน้ำชาข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนสายเอเซีย-จะนะ และมัสยิดบ้านคู งานกิจกรรมมีในวันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 14.00 เป็นต้นไป นำทีมปราศัยโดย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ แกนนำจาก กทม.และจากพรรคเพื่อไทย สนใจติดต่อสอบถาม และแจ้งการเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ คุณรุ่ง กลุ่มหาดใหญ่ 52 เบอร์โทรศัพท์ 081-9906079 ครูแดง กลุ่มชมรมคนรัก ปชต.สงขลา 52 เบอร์โทรศัพท์ 089-8788636 คุณแน่งน้อย กลุ่มสมิหลาสงขลา 52 เบอร์โทรศัพท์ 087-3906349 หรือทางอีเมล์ phoenix2106@hotmail.co.uk น้องหมูขอรับ***

***ต่อจากนั้นในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม เป็นเวทีเสื้อแดงใหญ่ครบชุดครั้งแรกในภาคใต้ครับ วันที่ 9 มกรา นี้ ฟูลอ๊อฟชั่น ครับ(ท่านวิภูแถลงแจ้งมา) เปิด รร.นปช.ที่พัทลุงพร้อมมีการปราศัยใหญ่ ยกเวทีมาจากกรุงเทพกันเลย พบกับ 3 เกลอและทีมงานทำบัตร นปช. ถ่ายทอดสด พีเพิล ตลอดงานด้วยครับ รายละเอียดเมล์เข้ามาสอบถามได้ครับที่ phoenix2106@hotmail.co.uk หรือตามเบอร์โทรแกนนำปักษ์ใต้ข้างต้น***

***วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2553 เสื้อแดง จ.เพชรบุรี เชิญร่วมงานคนเพชรบุรีรักประชาธิปไตย เลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ 2553 ณ สนามกีฬาหน้าเขาวัง อ.เมือง จ.เพชรบุรี โต๊ะจีน 250 โต๊ะๆละ 8 ที่นั่ง ราคา 1,600 บาท พบกับ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ..ดร.วิชิต ปลั่งศรีสกุล ...นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ....นายนพดล ปัทมะ.. และ แกนนำ จตุรพร...ณัฐวุฒิ...โด่ง (อรรถชัย)..เมธี...

เวลาดี20.30 น. วีดีโอลิงค์ นายกทักษิณ ชินวัตร และ พร้อมกับ จับรางวัลรับของขวัญจาก ท่านนายกทักษิณ........พิเศษ สำหรับผู้ที่มางานเลี้ยงที่มีความประสงค์จะค้างคืน ที่ หาดปึกเตียนวิลล่า...ทางทีมงานยินดีลดราคาที่พักให้ จากราคาห้องละ 1,500 บาท /คืน.. ลดเหลือ 500 บาท/คืน***

***สนใจร่วมงานเลี้ยง ติดต่อ เจ๊สวย แห่งร้านกาแฟสด บ้านแอ๊ค หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี โทร..080-1112354 หรือ คุณพรทิพย์ ปักษานนท์ โทร. 081-8575762....แกนนำเสื้อแดงเพชรบุรี...***

***งาน รวมพลังแดงบ้านโป่งเป็นหนึ่งเดียว ขอเชิญชวนพี่น้องอุดมการณ์แดง เข้าร่วมประชุมใหญ่ รับรู้แนวทางการต่อสู้ พบปะสังสรรค์กับสมาชิกแดงบ้านโป่งที่ร่วมอาสาทำงานกลุ่มกันมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ร่วมชี้แนะแนวทาง ร่วมเฮฮาปาร์ตี้รับปีของชาวเสื้อแดงแดงแดงแดงบ้านโป่งเท่านั้นงานนี้มีแต่พี่น้อง

กำหนดการ
18.30น. เปิดประชุมใหญ่สมัชชาแดงบ้านโป่ง
19.30น. แนะนำตัวอาสาผู้ร่วมทำงานกลุ่มแดงบ้านโป่ง
19.45น. ตัวแทนกลุ่มกล่าวต้อนรับตัวแทนกลุ่มต่างๆ และแสดง
วิสัยทัศน์แดงบ้านโป่ง
20.00น. เชิญกลุ่มต่างๆแสดงความคิดเห็นสลับกับดนตรีเพลง
21.30น. จับฉลากแลกของขวัญซึ่งกันและกัน
23.00น. ปิดการประชุม

หมายเหตุ:สมาชิกกรุณานำของขวัญมาร่วมจับฉลากแลกเปลี่ยน อาหาร-เครื่องดื่มฟรีตลอดงาน วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2553 เวลา 18.00น.เป็นต้นไป ที่ร้านอาหารมธุรส(ข้างสยามคราฟ์) ผู้ประสานงาน วิทย์วัฒนา0815716080 เต้ 0842173874 คุณจิ๋ม 0879876442 คุณซาลามะ 0854257818 คุณแป๊ว สุชิน 0817543007 แดงบ้านโป่งของจริงห้ามพลาด***

***น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แจ้งข่าวมา วันอาทิตย์ 10 มกรานี้ กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี ขอเชิญพี่น้องทุกท่าน ร่วมงาน " ร่วมบุญปีใหม่ ร่วมใจต่อสู้" นัดพบปะสังสรร ทำบุญเลี้ยงพระเพล และร่วมทอดผ้าป่าบริจาคเข้ากองทุนกลุ่ม ที่วัด ช่องลม ในตลาดอ.เมือง จ.ราชบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00น. และในเวลา 1200น. เชิญร่วมรับฟังปาฐกถาธรรม "พุทธศาสนากับสถาณการณ์การเมืองปัจจุบัน" โดย พระมหาโชว์ทัสนีโย รายละเอียด ติดต่อ 0814949984 และ 0843423386


*** ควันหลงงานปีใหม่ 3 มกราคม 53ที่ผ่านมา ชาว RED JAPAN ได้จัดงานพบปะเสวนาการเมือง ขึ้นอีกครั้งที่ร้าน ครัวริมทาง อยู่ที่เมืองซากุระ เขตจ.ชิบะ โดยความร่วมมือและประสานงาน จากหลายๆท่าน รวมไปถึงการถ่ายทอด การออกอากาศสด โดยเว็บไซต์นปช.ยูเอสเอ ที่ช่วยเหลือในการถ่ายทอดสัญญาณตั้งแต่ต้น จนจบงาน ขอบคุณ คุณธนา,คุณอมร และMR.BEN รวมถึงหลายๆ ท่านที่เดินทางมาจากที่ไกลๆ เพื่อร่วมงานในครั้งนี้***

***งานนี้ มีโฟนอินจากแกนนําหลายๆ ท่าน อาทิ คุณชูพงษ์ ถี่ถ้วน ,คุณสุรชัย แซ่ด่าน และท่านนายกฯทักษิณ โฟนอินช่วง 15:30 น. คุณจักรภพ เพ็ญแข ร่วมแจมสัญญาณภาพ และเสียง( VDO LINK)ให้เห็นหน้าตาที่หล่อเหลา ดูดีไม่เปลี่ยนแปลง ใกล้จบงานก็เป็นเสียงจากคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บอกถึงกําหนดการคร่าวๆ ในการชุมนุมครั้งสําคัญ ที่จะมีขึ้นในอีกไม่นานนี้ บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองแบบพี่ๆน้องๆ มานัดพบเจอกัน เพื่อสังสรรค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ตามภาพค่ะ***

***ควันหลงปีใหม่ แดงไทยในอเมริกา หรือRED USAส่งสมาชิกหลายท่านมาร่วมงานเคาต์ดาวน์ที่สนาม700ปีเชียงใหม่ คุณลิซ่าได้เป็นตัวแทนของคุณรัชนี ซื่อแท้ เจ้าของ โพธิ์สยามไทยสปา ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศสหรัฐอเมริกาถึงขนาด CNN ได้มาทำข่าวไปแล้ว ได้มอบเงินสนับสนุนการทำสถานีโทรทัศน์ People Channel ให้แก่ ดร.อดิศร เพียงเกษ ผู้อำนวยการสถานี รูปนี้ชื่นใจทั้งผู้มอบและผู้รับมอบจ้า



ส่วนรูปอื่น ๆ ก็เป็นรูปรำเซิ้งบนเวทีเคาว์ดาวน์ที่สนามกีฬา 700 เชียงใหม่...สวยงามตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะคุณลิซ่าที่ได้รำเชิ๊บ เชิ๊บ แว้บเข้ามาเซิ้งคู่กับท่านอดิศร ทิ้งให้คู่ของตัวเองยืนเป่าแคนอยู่ตามลำพัง...งานนี้มีสาว ๆ หลายคนอิจฉา...อิจฉาคุณลิซ่า..นะจ้า รวมทั้งผู้เขียนด้วย..


ส่วนรูปนี้ คุณลิซ่าถ่ายรูปกับพี่ศิริวรรณ พี่สาวจากอเมริกาที่ไปขึ้นเวทีที่สนามหลวง ที่ทำเนียบ เลยไปถึงพัทยาและอีกหลาย ๆ เวที...ก่อนที่ทั้งคู่จะตามไปสมทบกับสมาชิกแดงUSAอีกหลายท่านช่วยพรรคเพื่อไทยหาเสียง จนชนะเลือกตั้งสารคาม


***พร้อมกันนี้ได้ส่งข่าวส่งรูปสำหรับเบื้องหลังการหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทยในจังหวัดมหาสารคามมาให้ค่ะ.....น้องหยกแดงแห่งแอลเอ ได้ลงไปร่วมคลุกคลีตระเวณหาเสียงกับกลุ่มสมาพันธ์แดงอีสาน 19 จังหวัดเป็นเวลาเดือนกว่าแล้ว จนน้องเขาซูบผอม หน้าดำ ผิดไปจากตอนอยู่ที่แอลเอเลยค่ะ..***



***พอดีได้พี่ศิริวรรณลงไปสมทบช่วยในการเดินทางหาเสียงด้วยเป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์.... ทุกคนท่าทางดูอิดโรยเพราะตรากตรำกับการเดินทางเข้าออก ไปบรรยาย ในแต่ละหมู่บ้าน...ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ.. แต่ทุกคนก็มีดวงตาที่มุ่งมั่นแน่แน่วในการที่จะจุดประกายให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยให้กับชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน..***

***ขอปรบมือดัง ๆ ให้หยกแดงจากแอลเอซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำของสมาพัทธ์แดงอีสาน 19 จังหวัด ตลอดจนพี่ศิริวรรณแห่งแอลเออีกท่าน ที่ได้ลงไปช่วยหาเสียง...พวกท่านได้ทำสำเร็จแล้ว...เราชนะการเลือกตั้งไปหลายพันคะแนน..ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายเงินสะพัดปลิวว่อน....ไปทั่วทั้งจังหวัดมหาสารคาม...โดยเฉพาะวันสุดท้าย...โค้งสุดท้ายของการเลือก***

***คุณลิซ่าแจ้งข่าวเพิ่มเติมมาด้วยว่า ควันหลงเลือกตั้งและชัยชนะมหาสารคาม คุณหยกแดงL.A. คุณไตรภพซานฟราน คุณศิริวรรณ และคุณลิซ่า ทีมจากแดงอเมริกา ช่วยหาเสียงโค้งสุดท้าย คุณลิซ่าเสร็จงานเค้าท์ดาวน์เชียงใหม่ รีบลงมาสมทบโดดขึ้นรถหาเสียงแบบไม่กลัวใครประกบนักร้องสาวสวย คุณมุก เมธะนี เชิญชวนพี่น้องชาวสารคามมาเลือกตั้งจนได้ชัยชนะ แหมชนะแล้วก็ต้องคุยหน่อยเป็นธรรมดา ไชโยพาท่านทักษิณกลับบ้านเฮา


จบข่าวสำหรับวันนี้... เสื้อแดง.. สู้... สู้..จ้า

***เชิญนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกลุ่มศึกษาการเมือง เข้าร่วมกิจกรรม “กลุ่มศึกษาการเมือง” ณ พรรคทำเพื่อนักศึกษาจริงๆ มร. ตึกรัตนธาร ชั้น 2 ทุกวันจันทร์ เวลา 15.30 – 18.00 น. โดยมีกำหนดการดังนี้

จันทร์ 11 มกราคม 53-บอลเชวิค และเงื่อนไขพื้นฐานสู่ความสำเร็จ ในการปฏิวัติรัสเซีย 1917

จันทร์ 18 มกราคม 53-GMO คืออะไร ให้ผลดี หรือ ผลร้ายมากกว่ากัน

จันทร์ 25 มกราคม 53-เรา คือต้นเหตุของวิกฤตการณ์ โลกร้อนหรือ ?

จัดโดย เยาวชนเลี้ยวซ้าย ร่วมกับ พรรคทำเพื่อนักศึกษาจริงๆ มร. ติดต่อสอบถาม โทร : ชญานนท์ 085 350 0364
อีเมล : turnleft_youth@hotmail.com เวปไซต์ : www.pcpthai.org***