WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 9, 2010

ถูกทั้งหวย ‘ชุมชนพอเพียง’- หวย ‘ไทยเข้มแข็ง’ แล้วนี่!!! วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

ก่อนที่จะเล่าเรื่องที่ตั้งใจจะคุยให้ท่านผู้อ่านฟัง จะขอพูดถึงบทความเก่าของ “วาทตะวัน” ที่ผ่านสายตาท่านผู้อ่านไปแล้ว และอาจกลายเป็น talk of the town ต่อไปในอนาคตข้างหน้า
เรื่องดังกล่าว เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกผมวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้หนักหนาสาหัส ในเรื่องความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ คนแรกคือ “เลดี้ดั๊ก” หรือ “จารุวรรณ เมณฑกา”ที่ผมให้อีกหนึ่งฉายาดังว่า “เป็ด หัวยักษ์” ซึ่งในที่สุดแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็งัวเงียขี้ตากรัง ออกมาแถลงว่าได้รับเรื่อง และตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนตามข้อกล่าวหา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิริรวม 2 คดี ด้วยกัน ได้ข่าวล่าสุดว่า ผู้ที่ผมกล่าวอ้างไว้ในบทความอย่าง พล.ต.ต.เสวก “อัศวินดำ” ปิ่นสินชัน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ กำลังทยอยกันเข้าให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมการแล้ว
อีกรายหนึ่ง คือนายวิชา มหาคุณ พระเอกประจำ ป.ป.ช. ซึ่งต้องขอให้ท่านผู้อ่าน ย้อนไปดูคอลัมน์ของ “วาทตะวัน” ชื่อ “บอกตรงๆว่า รับไม่ได้ กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุด ‘ไอ้บัง’ จริงๆ!!!”
ซึ่งลงเว็บ
www.vattavan.com และหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ไปตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นกรณีเกี่ยวข้องกับ พันตำรวจเอก ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ หรือ ฤทธิรงค์ เทพจันดา หรือที่รู้จักกันในฉายาว่า
“โอ๋ สืบหก” (เพราะเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจนครบาล ที่ 6) ซึ่งถูก ป.ป.ช.ดำเนินคดี กรณีคนไปร้องด่านายกทักษิณชินวัตร ที่ศูนย์การค้าพารากอน ปทุมวัน แล้วถูกชาวบ้านอัดเอา จนตำรวจต้องแยกเอาตัวหลบไปโรงพัก ซึ่ง ป.ป.ช. ความเห็นว่า “โอ๋ สืบหก” เป็นเจ้าพนักงานละเว้นในการปฏิบัติตามหน้าที่ ส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนนายตำรวจผู้นี้
ต้องถูก ‘ไล่ออก’ จากราชการไป!

แต่ท่านผู้อ่านครับ
เกมไม่ได้จบลงง่ายๆ แค่นั้น เพราะ “โอ๋ สืบหก” นั้นเป็นนายตำรวจสายเลือดดี เป็นตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หลายปี ผ่านการรบกันยิงกันมาพอตัว มีเลือดนักสู้เต็มหัวใจ เมื่อเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ้าตัวก็ฟ้องศาลปกครองเข้าให้ ต่อสู้กันยาวนานนับปี จนในที่สุดศาลปกครองท่านก็มีคำสั่งว่า
อนุกรรมการไต่สวนมีลักษณะต้องห้าม กระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการไต่สวนไม่ถูกต้อง และการปรับข้อเท็จจริงไม่เข้ากับบทกฎหมาย มติของคณะกรรมการ ที่ชี้มูลความผิด “โอ๋ สืบหก” จึงมิได้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้ และไม่มีผลบังคับ!
คำพิพากษานี้ ถึงที่สุดแล้ว เพราะผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง ป.ป.ช. ผู้บัญชาการต้นสังกัด และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ต่างก็ไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ทำให้นายตำรวจที่ตั้งใจทำงานตามหน้าที่
อย่าง “โอ๋ สืบหก” ซึ่งมีตำแหน่งสูงขึ้นเป็น ‘รองผู้บังคับการ’ แล้วได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง และเข้ารับการฝึกอบรมจนสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรผู้บริหารชั้นสูง มีคุณสมบัติครบถ้วน ที่จะโอกาสก้าวหน้าเป็น ‘นายพล’ ได้แล้ว
แต่ท่านผู้อ่านครับ
“โอ๋ สืบหก” ก็ไม่ได้หยุดยั้งแต่เพียงเท่านั้น เขายังได้ฟ้องร้องนายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานอนุกรรมการ ป.ป.ช. กับพวกรวม 5 คน ซึ่งได้สอบสวนดำเนินการกับเขาอย่างไม่ชอบธรรม ต่อศาลอาญาในข้อหากระทำผิดต่อตำแน่งหน้าที่ราชการ และศาลนัดไต่สวนคำร้องเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว และนัดไต่สวนฝ่ายโจทก์ต่อ ในวันจันทร์ ที่ 11 มกราคม 2553 (เพราะครั้งที่แล้วไต่สวนไม่เสร็จ)
ที่น่าสนใจมาก คือ ฝ่ายโจทก์ยังได้อ้างตุลาการศาลเชียงใหม่ ผู้ตัดสินคดีนี้มาเป็นเบิกความในชั้นไต่สวนด้วย ผมจึงเห็นว่าเป็นกรณีที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะ ป.ป.ช. ที่ดูเหมือนว่า ใหญ่โตคับฟ้านั้น
ถูกฟ้องเป็นจำเลยได้!
ถ้าผู้ถูก ป.ป.ช. กระทำ เขาเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ว่าเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ถูกต้องชอบธรรม

จึงอยากชักชวนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเพื่อนข้าราชการอื่น ที่ว่างราชการ ไปฟังการสืบพยาน
ในวันจันทร์ที่ 11 ม.ค.ที่จะถึงนี้ จะได้เป็นความรู้ไว้ เผื่อในวันข้างหน้า ท่านอาจต้องตกอยู่ในฐานะเดียวกับ
“โอ๋ สืบหก” จะได้รู้ลู่ทางที่จะดำเนินการต่อสู้กับ ป.ป.ช. และหากท่านไม่ได้ความเป็นธรรม จากการสอบสวนของ ป.ป.ช.ที่ไม่ได้เป็นไปตามหลัก “ศุภนิติกระบวน” อย่างที่ “โอ๋ สืบหก” โดนเข้าอย่างจัง จะได้รู้แนวทางเอาไว้สู้รบปรบมือ ไม่ใช่ปล่อยให้คนพวกนี้มาย่ำยีเอากับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมือง ได้แต่เพียงฝ่ายเดียว และเพื่อแสดงให้เห็นว่า
คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็พร้อมที่จะตอบโต้ด้วยความรุนแรง หนักแน่น ในสัดส่วนหรืออัตราเดียวกันกับผู้ที่รุกรานเขา!
อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวนายวิชา มหาคุณ นั้น ยังต้องมีการบ้านอีกแยะ เพราะ “โอ๋ สืบหก” ได้ร้องไปยังพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เรื่องที่ตัวเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวนของนายวิชา มหาคุณ และขอให้ยื่นถอดถอนบุคคลผู้นี้ ออกเสียจากความเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งบัดนี้ ปรากฏว่า
เรื่องราวเพื่อการถอดถอนนายวิชา มหาคุณ ก็ผ่านขั้นตอนการสอบทานของประธานวุฒิสภา ไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่ว่าศาลอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ท่านจะมีดำเนินการไปตามกระบวนการที่มีอยู่!
ผมสงสัยว่า นายวิชาฯ ก็คงร้อนใจไม่น้อย เพราะมีสายข่าวรายงานเข้ามาให้ทราบว่า
ตัวนายวิชาฯ ต้องมุดเข้าบ้าน “ป๋า” หลายครั้งหลายหน แต่ข่าวเขาไม่ได้บอกว่า มุดเข้าบ้าน “ป๋า” คนไหน? ผมจะลองไปสืบเสาะดู แล้วนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง
เรื่องของ “โอ๋ สืบหก” และนายวิชา มหาคุณ นั้น เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม กระพริบตาเมื่อไหร่ อาจพลาดช่วงสำคัญไป จึงต้อง “แหกตา” ดูกันชนิดไม่กลัวลมโกรก จนตาอักเสบ เพราะเรื่องมันน่าติดตามจริงๆ!
หมดเรื่องที่แจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบแล้ว คราวนี้ขอเข้าประเด็นที่ผมอยากจะสนทนากับท่านผู้อ่านบ้าง

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 5 วัน ก่อนจะถึงวันอาทิตย์ ที่ 6 ก.พ.2548 ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ผมได้เขียนคอลัมน์ชื่อ
“เลิกหวยบนดิน เชิญสายการบินประชาธิปัตย์...แทงหวยบนดินของรัฐ ของแท้แน่ชัด.....ไทยรักไทย!! ” ลงบนเว็บไซด์ ผู้จัดการออนไลน์ โดยมีรายละเอียดย่อๆ ของบทความ คือ
ผมได้พูดถึงเรื่องการที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ใช้ป้ายหาเสียงที่มีถ้อยคำหมิ่นพระมหา...ชัดเจน ซึ่งทำให้พรรคดักดานนี้ เป็นพรรคการเมืองแรก ที่ใช้ถ้อยคำละเมิดเบื้องสูง มาเป็นถ้อยคำโฆษณาหาเสียง จนทำให้อาซิ้ม “กัลยา โสภณพานิชย์” กับพวกอีกหลายคน ถูกดำเนินคดี และพนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจก็สั่งฟ้องคดีนี้ไปยังพนักงานอัยการ
ฝ่ายอัยการกลับมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ โดยข่าวสารที่ปรากฏตามสื่อ ฝ่ายทนายแผ่นดินเขาอ้างเหตุผลว่า
ผู้ต้องหา “ไม่มีเจตนา” กระทำความผิด!
เรื่องนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องคาใจเฉพาะตำรวจทั้งหลายเท่านั้น แต่ประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบัน ก็ยังข้องใจไม่น้อยเพราะหลักฐานมันเป็นสติ๊กเกอร์ ที่ปรากฏถ้อยคำที่เป็นหลักฐานในเรื่อง “หมิ่นสถาบัน” ชัดเจนอย่างนั้น อัยการยังดันเสือกออกมาบอกได้ว่าสั่งไม่ฟ้องเพราะ ผู้ต้องหา “ไม่มีเจตนา” กระทำความผิด
อัยการนี่เก่งจริงๆ ล่วงรู้กระทั่งเจตนาของกลุ่มผู้ต้องหา โดยไม่สนใจกับข้อความในสติ๊กเกอร์ว่า...มันพิมพ์กันมาอย่างไร!?
พูดอย่างนี้ ใครไม่พอใจ ก็ว่ามา!!

ดังนั้น ผมไม่แปลกใจที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมีโอกาสเป็นรัฐบาล ก็ต้องเร่งแก้ตัวเรื่องที่คนของพรรค ตกเป็นผู้ต้องหาเรื่องสำคัญซึ่งคนจะเข้าใจไปว่า “ไม่จงรักภักดี” เพราะมีเรื่องไม่สมควร ปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนแต่หนหลัง การแก้ตัวด้วยการพยายามแสดงต่างๆนานา ราวกับยืนยันให้ผู้คนเห็นว่า
พรรคของตัวนั้น...จงรักภักดีนะจ๊ะ! (แต่คนอื่นมีปัญหา!)
คนไทยจำนวนมาก ไม่ได้รับประทานแกลบ และคนจำนวนมากอาจลืมว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยถูกกล่าวหาเรื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์หมิ่นสถาบัน จนตำรวจต้องดำเนินคดี
เพราะชาวบ้านไปแจ้งความ
แต่คนอย่างผม...ไม่เคยลืม!
นานๆที ก็ต้องสะกิดต่อมความจำ ของพี่น้องประชาชนคนไทย ไม่ให้ลืมพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม ของพรรคดักดานนี้ จนมีเรื่องมีราวให้เห็นมาแต่หนหลังอย่างเรื่อง สติ๊กเกอร์หมิ่นสถาบันเบื้องสูงอย่างที่ว่า หรือเรื่องอื่นๆที่เอ่ยเป็นน้ำจิ้มอีกก็ได้เช่น
- เป็นพรรคการเมืองแรก ของประเทศไทย ที่สมาชิกพรรคคนสำคัญ ถูกตัดสินจำคุกเพราะโกงการเลือกตั้ง
- เป็นพรรคการเมืองที่ต้องยุบสภา เพราะถูกกล่าวหาว่าจงใจทุจริตกรณีโกงที่ดิน ส.ป.ก.
- คณะที่ปรึกษาพร้อมเลขานุการรัฐมนตรี ลาออกกันยกชุด เพราะเรื่องทุจริต นี่ก็เป็นครั้งแรกของประเทศไทย อีกเหมือนกัน
- รัฐมนตรีของพรรคในรัฐบาลปัจจุบัน ต้องลาออก เพราะถูกกล่าวหาว่าทุจริตซ้อนกันถึง 2 คน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกของประเทศไทย แถมรองนายกฯก็ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องโกงเหมือนกัน จนกำลังจะถูกลดชั้น ให้พ้นตำแหน่งรองนายกฯ ไปเป็นข้าราชการการเมืองธรรมดา
นายอภิแสบฯ ยังวางท่าสะอาดเก๋ไก๋...และยังด้านอยู่ได้!

ฯลฯ

ผมไถลเลยประเด็นไปไกลสักนิด เพราะพูดเรื่องพรรคดักดานทีไรแล้วของมันขึ้น ต้องขอกระตุกกลับเข้ามาประเด็นที่ตั้งใจพูดกันในวันนี้กันสักหน่อย คืออย่างนี้ครับ
ในคอลัมน์ชื่อ “เลิกหวยบนดิน เชิญสายการบินประชาธิปัตย์...แทงหวยบนดินของรัฐ ของแท้แน่ชัด.....ไทยรักไทย!! ” ของผมออกมาบนผู้จัดการออนไลน์นั้น คือ 1 ก.พ.2548 นั้น อยู่ระหว่างการ ‘เคาท์ดาวน์’ ของการเลือกตั้งใหญ่ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเพิ่งมาขึ้นแทนนายชวน หลีกภัย คุยนักคุยหนาว่า



การเลือกตั้งที่จะมาถึงในปีนั้น พรรคดักดานภายใต้การนำเขา จะต้องได้ที่นั่งในสภามากกว่า 200 ที่นั่ง แต่พอใกล้ถึงวันเลือกตั้ง คงจะพอรู้ว่าตนจะต้องพ่ายแพ้แน่ๆ เพราะไม่มีนโยบายเด็ดๆมาจูงใจชาวบ้าน (แม้กระทั่งถึงยุคของนายมาร์ค มุกควาย ก็ทำได้แต่เพียงนำเอานโยบายทักษิณมา “ต่อยอด” เท่านั้น เพราะคิดเองไม่ค่อยจะเป็น) นายบัญญัติฯคงรู้ว่า เสียงคงสู้ทักษิณไม่ได้ เลยตัดสินใจ ประกาศนโยบายสำคัญของพรรคขึ้นมา ก่อนถึงการเลือกตั้งครั้งนั้นเพียงไม่กี่วัน คือ
“ยกเลิก-หวยบนดิน”
เป็นนโยบายที่ “กลับขั้วสลับข้าง” ต่างจากนโยบายของพรรคไทยรักไทย โดยสิ้นเชิง เพราะพรรคนั้นเขามีนโยบาย ให้รัฐขายหวยบนดินเอง เมื่อมีรายได้เข้ามา ก็คืนกลับไปเป็นรูปอุดหนุนการศึกษา ส่งเด็กบ้านนอกของเรา ไปเรียนเมืองนอกกับเขาบ้างเพื่อกลับมาพัฒนา ท้องถิ่นของตัว ซึ่งเป็นการคิดนอกกรอบ ส่วนนายบัญญัติฯ กับพรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่าจะยกเลิกหวยรัฐ ให้ตำรวจจัดการเจ้ามือหวยเถื่อนแทน
ผมเขียนวิจารณ์ว่า
...พรรคประชาธิปัตย์กล้าหาญมากจริงๆในเรื่องนี้ เรียกว่าวัดดวงกันเลย จะได้รู้ว่าใครหมู่หรือจ่ากันแน่...
ผลการเลือกตั้งในปี พ.ศ.2548 ได้พิสูจน์นโยบาย “ยกเลิก-หวยบนดิน”ได้เป็นอย่างดี เพราะพรรคประชาธิปัตย์ พ่ายแพ้ราบคาบ ได้ ส.ส.เกินร้อยมาแค่กะหรอมกะแหรม
หวิดเป็นพรรค ‘ต่ำร้อย’ ด้วยซ้ำไป!

มาวันนี้ นายอภิแสบ ภักดีโพเดียม ก็มาอีหรอบเดียวกันกับนายบัญญัติฯ หัวหน้าพรรคคนเก่า คือ แสดงท่าทีให้ผู้คนเข้าใจว่า เขาจะกลับมายึดถือเอาแนวทางของนายบัญญัติฯ มาเป็น “นโยบาย” ของพรรคดักดานอีกครั้งอีกครั้ง
ผู้คนในบ้านในเมืองจำนวนมาก ที่เห็นว่า การมีหวยนั้นเป็นเรื่องดี เพราะนอกจากมีหวยไว้เล่นคลายเครียด ถูกก็ดีไป ไม่ถูกก็เหมือนกับได้ทำบุญ เพราะรัฐบาลเขานำเอาเงินจากชาวบ้าน ที่แทงหวยใต้ดินอยู่แล้ว เอาขึ้นมาบนดินเพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ต้องให้เงินเหล่านั้น ไปเสริมบารมีให้กับเจ้ามือ
ซึ่งจะกลายเป็น “เจ้าพ่อ” และ “เจ้าแม่” แล้วเข้าสู่วงการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับชาติกันต่อไป
ส่วนคนที่ไม่ชอบก็บอกว่า ไม่มีประโยชน์เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ไม่ควรมีทั้งหวย มวย ม้า รวมทั้งเหล้ายาปาปิ้งไม่ต้องไปขายมัน บ้านเมืองเราจะได้สะอาด ร่มเย็นเป็นสุข เช้าก็สวดทำวัตรเช้า ก่อนนอนก็สวดทำวัตรเย็น ฟังดูก็ดีเหมือนกัน
มันก็พูดได้ทั้งด้านดี และด้านร้าย เถียงกันไม่จบ!
เรื่องของหวยนั้น จะหา “หวยสามัคคี” กันได้ยากจริงๆ!!

สำหรับนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม นั้นเขาจะคิดอย่างไรนั้นผมไม่สนใจ แต่รู้ชัดๆว่ากลางวันนายคนนี้เขากินแซนด์วิช ไม่ใช่ประเภทเดินดินกินข้าวราดแกง เหมือนชาวบ้านแบบเราๆท่านๆ ซึ่งตรงนี้แหละครับมันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนายคนนี้แกคาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่เกิดด้วย จึงยากที่จะให้แกเข้าใจเรื่องของชาวบ้าน ไทยเดินดิน เลยทำให้พูดกันเรื่องหวยกันไม่สนุก เพราะโดยประเด็นของมันแล้ว “มีหวยแล้วดี...หรือมีหวยแล้วไม่ดี!?” เป็นเรื่องที่โต้เถียงกันได้...
ไม่รู้จบ!!
ที่ผมไม่ชอบใจอยู่อย่างเดียว เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องคือ การที่นายอภิแสบฯไม่พูดตรงไปตรงมา กับผู้คนที่เขาจะทำมาหากินกับการขายหวยออนไลน์ ว่า
“รัฐบาลของผม ไม่ต้องการให้มีหวยออนไลน์...นะโว้ย!”
แค่นี้ก็จบ
ชาวบ้านเขาจะได้รู้ เขาจะได้ไม่ลงทุนลงแรงและลงเงิน ไปเตรียมการขายหวย และถ้ารัฐบาลพรรคดักดานไม่ทำหวยบนดิน ในวันเลือกตั้งครั้งหน้า จะต้องมีการนำเอาเรื่อง “หวย” นี่แหละ เป็นนโยบายสำคัญ ของแต่ละพรรคเช่น
พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาหวยบนดิน แต่พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นสนับสนุน จะได้เอานโยบายมาแข่งกัน ให้รู้ดำรู้แดงกันอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า
จะได้รู้ดำรู้ดีว่า ใครเป็นหมู่หรือเป็นจ่า กันอีกครั้ง!

เมื่อวานผมไปตั้งวงสนทนากับเพื่อนฝูง พรรคพวกคนหนึ่งเขาถามปัญหา ทั้งที่ยังมีซาลามี่อยู่เต็มปาก
“เห็นหนังสือพิมพ์เขาว่า พลพรรคดักดานเอาเรื่องหวยมาชิงพื้นที่ข่าว เพื่อกลบเกลื่อนเรื่อง ‘สารพัดแดก’ ของพวกมันจริงหรือเปล่า!?”
ถามลอยๆพร้อมยกแก้ว จิบไวน์เพื่อช่วยกระทุ้งเนื้อในกระพุ้งแก้มให้ไหลลงคอไป
“ข้าว่าไม่ใช่...”
เสียงเพื่อนคนปากไว แย้งเนิบๆ ก่อนเจ้าตัวจะพูดต่อว่า

“ไอ้สันดานพวกนี้ มันถูกทั้งหวยงบชุมชนพอเพียง และหวยงบไทยเข้มแข็ง ร่ำรวยสุขสำราญ บานทะโรคไปแล้ว!!...”
เว้นระยะถอนใจนิด ก่อนพูดต่อด้วยเสียเข้มว่า

“มันไม่อยากให้ชาวบ้าน มีโอกาสได้ถูกหวย เดี๋ยวจะไปร่ำรวยแข่งกับพวกมัน...ไอ้พวกเปรต!!!”

.....................

ท้ายบท บังเอิญมีข้อมูลของกองสลาก เกี่ยวกับรายได้ของหวยบนดิน ที่นำไปจัดสรรเพื่อประโยชน์กับสังคม
สรุปยอดเงินบริจาคจากโครงการสลากแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว (ณ เดือนกรกฎาคม 2549)
รายได้สุทธิ 72 งวด เป็นเงินทั้งสิ้น28,267,666,369.36 บาท
จำแนกรายจ่ายเพื่อสังคม ดังนี้

1. ทุนการศึกษาเด็กโครงการเขียนเรียงความ งวดที่ 1 - 125,000,000.00 บาท

2. สัปดาห์วิทยาศาสตร์ - 35,500,000.00 บาท

3. ทุนการศึกษาเด็กโครงการเขียนเรียงความ งวดที่ 2 - 400,590,000.00 บาท

4. โครงการอ่าน เขียน เรียน เที่ยว - 10,000,000.00 บาท

5. โครงการทุนการศึกษาต่อของนักเรียนระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) - 50,113,732.00 บาท

6. โครงการเสริมความรู้และสร้างรายได้นักเรียนในระหว่างปิดภาคฤดูร้อน - 10,000,000.00 บาท

7. โครงการแก้ไขปัญหาเด็กยากจนที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ - 600,000.00 บาท

8. โครงการแก้ไขปัญหาเด็กยากจนที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ - 289,626,730.00 บาท

9. โครงการแก้ไขปัญหาเด็กยากจนที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ - 195,072,737.00 บาท

10. โครงการทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย ระยะที่ 1 - 773,000.00 บาท

11. ทุนการศึกษาเด็กโครงการเขียนเรียงความ งวดที่ 3 - 402,519,000.00 บาท

12. โครงการ “หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน” - 446,469,420.00 บาท

13. ทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย - 2,000,000.00 บาท

14. ทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย - 470,227,000.00 บาท

15. ทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยที่ศึกษา ณ ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย - 11,340,000.00 บาท

16. โครงการเขียนเรียงความสำหรับเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส - 402,519,000.00 บาท

17. โครงการประชาสัมพันธ์งานและพัฒนายุทธศาสตร์ สำหรับแก้ไขปัญหาเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาส - 31,000,000.00 บาท

18. ทุนการศึกษาบุตรธิดาอาสาสมัครสาธารณสุข - 2,000,000.00 บาท

19. ทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาผู้ทำประโยชน์แก่สังคมและราชการ - 526,221,000.00 บาท

20. พิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษาในส่วนของต่างจังหวัด - 600,000.00 บาท

21. โครงการทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย ระยะที่ 1 (1 อำเภอ 1 ทุน) - 186,297,575.00 บาท

22. ทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย - 1,691,773,173.00 บาท

23. ทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย - 8,950,000.00 บาท

24. ทุนการศึกษาต่อของนักเรียนจากทุกอำเภอและกิ่งอำเภอในระดับอุดมศึกษา - 4,521,067.00 บาท

25. ทุนการศึกษาของนักเรียนระดับอุดมศึกษา - 276,360,892.00 บาท

26. ทุนการศึกษาของนักเรียนจากทุกอำเภอและกิ่งอำเภอ - 3,463,308.00 บาท

27. โครงการบัณฑิตเพื่อความมั่นคง - 1,374,000.00 บาท

28. โครงการแก้ไขปัญหาเด็กที่ได้รับผลกระทบ เด็กด้อยโอกาส - 49,700,000.00 บาท

29. ทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อยแก้ไขปัญหาเด็กเร่ร่อน - 120,348,960.00 บาท

30. ทุนการศึกษาโครงการเขียนเรียงความสำหรับเด็กและเยาวชน - 798,499,960.00 บาท

31. ทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย งวดที่ 3 - 852,584,110.00 บาท

32. โครงการแก้ไขปัญหาเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาส - 9,496,000.00 บาท

33. ทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและราชการ - 317,355,680.00 บาท

34. โครงการ “หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน” - 91,227,307.00 บาท

35. โครงการ “หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน” - 9,778,067.00 บาท

36. โครงการ “หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน” - 3,463,308.00 บาท

37. โครงการแก้ไขปัญหาเด็กพิการ เด็กเร่ร่อน และเด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคเอดส์ -
19,102,290.00 บาท

38. ค่าใช้จ่ายจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2548 - 35,000,000.00 บาท

39. ค่าใช้จ่ายโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ประจำเดือนกันยายน 2548 - 385,091,348.00 บาท

40. ทุนการศึกษาแก่นักเรียนไทยที่ศึกษา ณ ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย - 3,024,000.00 บาท

41. โครงการ “โรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับบุคคลออทิสติก" - 2,424,114.00 บาท

42. ค่าใช้จ่ายในกระบวนการคัดเลือกผู้รับทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 2 - 44,065,000.00 บาท

43. ทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย งวดที่ 1 สำหรับทุนการศึกษาปี 2548 - 1,590,320,300.00 บาท

44. ทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและราชการ งวดที่ 1 สำหรับทุนการศึกษาปี2548 - 606,667,840.00 บาท

45. ทุนการศึกษาต่อของนักเรียนจากทุกอำเภอและกิ่งอำเภอในระดับอุดมศึกษา - 4,513,391.00 บาท

46. ทุนการศึกษาต่อของนักเรียนจากทุกอำเภอและกิ่งอำเภอในระดับอุดมศึกษา - 273,437,422.29 บาท

47. โครงการแก้ไขปัญหาเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาส โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 2 ปี2549 88,013,264.50 บาท

48. ทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและราชการ งวดที่ 2 สำหรับทุนการศึกษาปี 2548 - 2,170,034,540.00 บาท

(ไม่เห็นมีใคร เอาไปเข้าพกเข้าห่อที่ไหนเลยนี่!)
ที่มา : สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
http://www.glo.or.th/detail.php?link=summary3d2d


http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=196

กำลังดู โรงเรียน นปช.ใต้ ที่พัทลุง ผ่่าน People Channel วงจรเสื้อแดงบรรจบสมบูรณ์

ที่มา thaifreenews

โดย...ลูกชาวนาไทย



ผมดูการเิิปิดโรงเรียน นปช.เสื้อแดงที่พัทลุง โดยคุณวีระได้เป็นผู้ทำพิธีเปิด

คุณวีะ มุกสิกพงษ์ ก้าวหน้าอย่างที่ผมไม่คาดคิดมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้สองปีก่อน คุณวีระ ไม่กล้าด่า พล.อ.เปรม เพราะถือเป็นลูกป๋าคนหนึ่ง คุณวีระพูดว่าการด่าบิดาเป็น "อุมลุม" แต่วันนี้คุณวีระได้ "ก้าวหลุดพ้นจากบิดาจอมปลอมไปแล้ว" คุณวีระพูดว่าจะต้องถอดถอนรัฐบุุรุษ คุณวีระกล้าพูดในภาคใต้ และมีคนภาคใต้จำนวนมากตบมือสนับสนุนอย่างเต็มใจด้วย

วันนี้ถือว่า "คนเสื้อแดง" ได้ครบสมบูรณ์ทุกภาคแล้ว การเปิดโรงเรียนเสื้อแดงภาคใต้ การเผยแพร่แนวคิดเสื้อแดงสร้างความตาสว่างลงไปภาคใต้ได้ ถือเป็น ชัยชนะในการรุกครั้งใหญ่ ที่ผมถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญยิ่งของ นปช.

ตอนนี้ไม่มีพื้นที่ "บอด" สำหร้บ นปช.อีกแล้ว ไม่มีพื้นที่ ที่คนเสื้อแดงเข้าไม่ได้อีกแล้ว ไม่มี "พื้นที่มาตุภูมิของอำมาตยาธิปไตย" อีกแล้ว

แนวคิดประชาธิปไตย ได้ซึมลึกไปทั่วประเทศแล้ว ซึมลึกถึงรากฐานอย่างแท้่จริง

แม้ว่าพรรคเพื่อไทย จะยังไม่ชนะในภาคใต้ ผมก็ไม่ได้ถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญอะไรนัก เพราะการต่อสู้ทางการเมืองไม่จำเป้นต้องชนะทั้งประเทศ ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามมีรูหายใจบ้าง มีสิทธิ มีเสียงในรัฐสภาแห่งชาติบ้าง ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ถือว่า "งานปฎิวัติสังคมของคนเสื้อแดงก้าวหน้าไปมาก" การโค้นล้มรัฐบาลอำมาตย์นั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก

แม้จะโค่นล้มได้แบบปี 2550 แต่เมื่อ "การเตรียมความคิดยังไม่พร้อม เราก็ยังไม่อาจรักษาชัยนะเอาไว้ได้"

การเอาชนะที่แท้จริงคือ การเอาชนะที่จิตใจของประชาชน ประชาชนไม่ถูกครอบงำ ไม่ถูกการโปรประกันดาครอบงำเอาไว้

เมื่อชนะที่ใจประชาชนแล้ว การเอาชนะอำมาตย์จึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เป็นปัญหาของเวลาเท่านั้น

เปรียบเทียบของการซื้อที่ดินของ2อดีตนายก ซื้อที่ดินรัชดากับซื้อที่ดินเขายายเที่ยง

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : หัวทื่อ

ลองเปรียบเทียบของการซื้อที่ดินของ 2 อดีตนายก ซื้อที่ดิน รัชดา กับ ซื้อที่ดินเขายายเที่ยง ความผิดต่างกัน

อ้างถึง

อดีต นายกทักษิณ ภรรยา ประมูลซื้อที่ดินที่ประกาศขายโดยรัฐบาล
ผล ท่านทักษิณ ผิด

อดีต นายก พล.อ.สุรยุทธ ภรรยา แอบซื้อที่ดินกับชาวบ้าน
ผล ท่าน สุรยุทธ ไม่มีเจตนาทำผิด

ผมมีคำถาม ไม่รู้จะไปถามใคร
---- ถามท่านตุลาการทั้งหลายครับ (นอกจาก พวก ท่านอัยการ) สองเรื่องนี้ต่างกันอย่างไร
----ถาม พวกรักษา คุณธรรม จริยธรรม ทั้งหลาย จิตสำนึกในการคิด
ท่านทักษิณ ซื้อที่ดิน ที่มีถูกต้อง
ท่านสุรยุทธ ซื้อที่ดินบนเขา ที่ระดับท่านต้องรู้ว่า ที่บนเขานั้นมันไม่ถูกต้อง
(หรือว่าระดับการศึกษาของ พลเอก ผบ.ทบ. มีความสามารถเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นองคมนตรีไม่รู้)
เป็นอย่างไรครับ

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8745770/P8745770.html

..กรณี..เขายายเที่ยง ....อัยการ กําลังเล่น "ออฟไซด์"

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : Moodle

...ตามความเข้าใจ อัยการน่าจะมีหน้าที่เพียง
ตรวจสอบสํานวน พยานหลักฐาน ที่เจ้าพนักงานตํารวจ
รวบรวมมา ว่าเพียงพอจะส่งฟ้องหรือไม่
-ถ้าเพียงพอก็ส่งฟ้อง
-ถ้าไม่เพียงพอ ก็ส่งกลับไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

..ส่วนจําเลย กระทําความผิดจริง หรือมีมีเจตนา
กระทําความผิดหรือไม่ เป็นเรื่อง
ของกระบวนการพิจารณาคดี ในชั้นศาล
เพื่อเป็นเหตุ กําหนดบทลงโทษ...(หนักเบาดูกันที่เจตนา )

..ฉนั้น..กรณี เขายายเที่ยง
..อัยการจึงมีหน้าที่เปรียบเสมือนคนส่งสาร
..ไม่ใช่หน้าที่ๆจะมาตัดสินแทนศาล
ว่า พล.เอก สุรยุทธ ผิด หรือไม่ผิด เจตนา หรือไม่เจตนา

..หรือผมขอยกตัวอย่าง เปรียบเทียบให้เห็นชัดเข้าไปอีก
เช่น นาย ก ทําปืนลั่นใส่ นาย ข ตาย
อัยการ พิจารณาสํานวนคดี ที่เจ้าพนักงานส่งมา
แล้วคิดว่า นาย ก ไม่มีเจตนาทําปืนลั่นใส่ นาย ข
จึงไม่ส่งฟ้อง ถ้าเป็นแบบนี้ ถือว่าอัยการทําเกินหน้าที่หรือไม่
ทั้งที่อัยการมีหน้าที่ แค่พิจารณา สํานวนหลักฐาน
ว่าเพียงพอจะส่งฟ้องหรือไม่
..ถ้าเพียงพอก็ส่งฟ้อง
ถ้าไม่เพียงพอก็ตีกลับ ให้เจ้าพนักงาน
ไปทําสํานวน หรือ หรือรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม
..ส่วนนาย ก มีความผิดหรือ มีเจตนากระทําความผิดหรือไม่
เป็นเรื่องของการพิจารณาคดี ในชั้นศาล
ถ้าหากอัยการ มีความเห็นส่งฟ้อง




..ถ้าอัยการ มาตัดสินคดีเสียเอง
ผมไม่ทราบว่า แล้วจะมีศาลไว้ทําอะไร

......//.....//...

..แล้วคดี ที่ดินรัชดา ทําไมไม่เอาเจตนา หรือไม่เจตนา
มาพิจารณา
..ถ้า อดีตนายก เจตนากระทําความผิด แล้วจะลงรายมือชื่อ
โดยเปิดเผย เป็นหลักฐานมัดตัวเองทําไม
..ทําในนามคนอื่น ไม่ดีกว่าหรือ
......................

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8745839/P8745839.html

ฉนวนร้อนแรงเขายายเที่ยงอาจเปลี่ยนแผ่นดินให้สีทองผ่องอำไพ.??????

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย

พอเข้าปีใหม่มาปั๊บเขายายเที่ยงดังระเบิดเถิดเถิงออกมายังต่างประเทศ คราวนี้ทัวร์ต่างๆชักสนใจเขายายเที่ยงเข้าแล้วซี ว่ามันสวยขนาดใหน ทำไมอำมาตย์ถึงได้บุกรุกขึ้นไปสร้างบ้านพักอยู่บนยอดเขา เห็นรูปที่นักข่าวเอามาลง ทิวทัศน์รอบๆเขายายเที่ยงดูสวยงามแถมมีทะเลสาปบริเวณเขา

เหมาะที่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของทัวร์ริส มองดูแล้วเหมือยังกับแถบภูเขา Provence ของฝรั่งเศส มิน่าเล่าสุรยุทธตาแหลมจึงฉวย
โอกาศขึ้นไปเป็นเจ้าของบนยอดเขา แต่ช่างน่าเสียดายที่บนยอดเขาแทบจะหาต้นไม้ไม่ได้เลย เพราะถูกทำลายจนเตียนโล่ง กลายเป็นภูเขาหัวโล้น

จนน่าเกลียด มองแล้วมันไม่เป็นธรรมชาติ ภาพที่เห็นในต่างประเทศ แสดงถึงการทำลายป่าในเขตหวงห้าม แล้วสุรยุทธจะปฏิเสธมั๊ยว่า ได้ร่วมทำลายป่าบนภูเขาด้วยในจำนวนหนึ่งในสิบคนที่บุกรุกป่าสงวน? เพราะสุรยุทธได้ปลูกบ้านอยู่บนนั้น ภาพเขายายเที่ยงและบ้านโด่ดเดี่ยวที่ปลูกบนภูเขา

กลายเป็นฉนวนร้อนแรงในปี2553 ซึ่งเราอาจจะได้ความยุติธรรมคืนมา เพราะยายเที่ยงที่ประทานนามภูเขาแห่งนี้ ขอให้วิญญาณ์ยายเที่ยง เป็นกำลังใจและปกป้องให้คนเสื้อแดงต่อสู้เอายอดเขายายเที่ยงคืนมาจากน้ำมือของผู้ที่บุกรุกด้วยเถิด ...

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2553

1 ปฏิวัติ 2 รัฐประหาร

อาการป่วย"อภิชาต"ดีขึ้นคาดออกร.พ.ได้วันนี้ หลังถูกกดดันหนักคดีเงินบริจาค258ล.ถูกหามส่งโรงหมอ

ช่วย“อภิสิทธิ์”ด้วย!

"ขวัญชัย"ประกาศขนแดง 3 พันปักหลักชุมนุมเขายายเที่ยง

อัยการไม่สั่งฟ้อง ขาดเจตนา รุกเขายายเที่ยง

จตุพรจวกอสส.ไม่ฟ้องเขายายเที่ยงยันเสื้อแดงบุกแน่

ตัวแทนอำนาจ

‘อภิสิทธิ์’ นักบุญ หรือ ปีศาจซาตาน?

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:เด็กวันนี้คือไพร่ในวันหน้า

ที่มา Thai E-News


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง 9 มกราคม 2553 นายกรัฐมนตรีตัวจริงทักษิณ ชินวัตร มอบคำขวัญวันเด็ก เพื่อเยาวชนคนไทยประจำปีนี้ "อนาคตสดใส ต้องใฝ่เรียนรู้ เทคโนโลยี่" ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศ นำคำขวัญวันเด็กของนายกฯทักษิณ เผยแพร่บอกกล่าวกับลูกหลานเยาวชนของเราต่อไป...หากให้ดี"นักข่าวชาวรากหญ้า"ขอเสริมด้วยว่านอกจากต้องใฝ่เรียนรู้เทคโนโลยีแล้ว ก็อย่าหลงเชื่อฟอร์เวิร์ดเมล์ที่พวกpropagandaส่งมาโฆษณาชวนเชื่อให้มากนะจ๊ะหนู ไม่งั้นเด็กวันนี้จะกลายเป็นไพร่ในวันหน้า อนาคตประเทศมันจะไม่มีหวัง..***


***แผนที่ไปเยี่ยมชมเขายายเที่ยง 11 มกราคมนี้โดยพร้อมหน้าของผู้รักชาติรักประชาธิปไตย รักสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ ไปช่วยกันสนับสนุนโครงการป่ารักน้ำสนองพระราชเสาวนีย์ ช่วยลดโลกร้อน เจตนาดีๆอย่างนี้ รัฐบาลอัปรีย์จะเอาทหารมาไล่ยิงก็ให้มันรู้กันไป***

***เสื้อแดงปทุมธานีฝากถึงพี่น้องปราจีนบุรีที่จะมีเลือกตั้งซ่อมพรุ่งนี้ 10 มกราคมว่า พี่น้องปราจีนครับ พวกมันจะแจกรอบที่สองแล้ว (อย่างน้อยต้องแจก 4 รอบ)แต่เวลาเขาคูหา กาเบอร์ 2 นะครับ ตบหน้า อันธพาลการเมือง กลุ่มมาเฟียการเมือง ตระกูล ........ห้อย........อำมาตย์ เลว จริงๆๆ คนจะชั่วเลวขนาดไหน ถ้าไปอยู่กับพวกมัน เป็นคนดีหมด ประเทศตลกขบขันแลนด์***

***ข่าวฝากจากกระดานสนทนาชุมชนฟ้าเดียวกัน www.sameskyboard.com ช่วงนี้เข้าไม่ได้ ไม่ใช่โดนปิดแต่อย่างใด แต่มีปัญหาทางเทคนิคที่ผ่านมาอยู่ช่วงเปลี่ยนผ่านยังหาเจ้าภาพไม่เจอ จึงเลยกำหนดจ่ายค่าเช่าโฮสต์ แต่ตอนนี้ไปจ่ายแล้ว และได้ตัวคนมาเป็นเจ้าภาพดูแลเวบแล้ว อีกซักพักก็จะเปิดทำการได้เป็นปกติ ขอให้แฟนานุแฟนอดใจรอหน่อย ***


***กิจกรรมข่าวสังคมดีๆ ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่ เชิญร่วมรณรงค์ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
โดยใช้รถมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ตกแต่งสัญลักษณ์และธงแดงวิ่งรอบคูเมืองเชียงใหม่ ในวันพุธ ที่ 13 มกราคม 2553

เวลา 13.00 น. พบกันที่ข่วงประตูท่าแพ
14.30 น. เคลื่อนขบวนไปตามถนนรอบคูเมือง
16.00 น. เปิดเวทีคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตย

พบกับ

อ.สุรชัย แซ่ด่าน
ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช
คุณโด่ง อรรถชัย อนันตเมฆ
และคนเสื้อแดงเชียงใหม่อีกหลายท่าน
(กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับ อ.ชูพงษ์ , อ.สุนัย, และแกนนำ นปช. ) ***


***กลุ่ม ๒๔ มิถุนาประชาธิปไตย (ปทุมธานี) เชิญร่วมเลี้ยงสังสรรค์ กึ่งเสวนา ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทุกกลุ่มเข้าร่วมงาน เป็นงานระดมทุน ติดอาวุธทางปัญญา เพื่อโค่นล้มระบบเผด็จการอำมาตยา และสร้างโรงเรียนการเมือง ของคนเสื้อแดง หลักสูตรธรรมชาติ รายละเอียดคลิ้กดูที่ภาพข้างบนนี้จ้า***

*** แดงเยอรมนี ขอเชิญมิตรแดงในเยอรมันและประเทศใกล้เคียงพบปะชุมนุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ นครเบอร์ลินวันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2010 ติดต่อสถานที่ 030 612 87 974 หรืออีเมล์ niranaree@hotmail.com***



***ต่อจากนั้นในวันเสาร์ที่ 9 มกราคม เป็นเวทีเสื้อแดงใหญ่ครบชุดครั้งแรกในภาคใต้ครับ วันที่ 9 มกรา นี้ ฟูลอ๊อฟชั่น ครับ(ท่านวิภูแถลงแจ้งมา) เปิด รร.นปช.ที่พัทลุงพร้อมมีการปราศัยใหญ่ ยกเวทีมาจากกรุงเทพกันเลย พบกับ 3 เกลอและทีมงานทำบัตร นปช. ถ่ายทอดสด พีเพิล ตลอดงานด้วยครับ รายละเอียดเมล์เข้ามาสอบถามได้ครับที่ phoenix2106@hotmail.co.uk หรือตามเบอร์โทรแกนนำปักษ์ใต้ข้างต้น***

***งาน รวมพลังแดงบ้านโป่งเป็นหนึ่งเดียว ขอเชิญชวนพี่น้องอุดมการณ์แดง เข้าร่วมประชุมใหญ่ รับรู้แนวทางการต่อสู้ พบปะสังสรรค์กับสมาชิกแดงบ้านโป่งที่ร่วมอาสาทำงานกลุ่มกันมาอย่างต่อเนื่อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิด ร่วมชี้แนะแนวทาง ร่วมเฮฮาปาร์ตี้รับปีของชาวเสื้อแดงแดงแดงแดงบ้านโป่งเท่านั้นงานนี้มีแต่พี่น้อง

กำหนดการ
18.30น. เปิดประชุมใหญ่สมัชชาแดงบ้านโป่ง
19.30น. แนะนำตัวอาสาผู้ร่วมทำงานกลุ่มแดงบ้านโป่ง
19.45น. ตัวแทนกลุ่มกล่าวต้อนรับตัวแทนกลุ่มต่างๆ และแสดง
วิสัยทัศน์แดงบ้านโป่ง
20.00น. เชิญกลุ่มต่างๆแสดงความคิดเห็นสลับกับดนตรีเพลง
21.30น. จับฉลากแลกของขวัญซึ่งกันและกัน
23.00น. ปิดการประชุม

หมายเหตุ:สมาชิกกรุณานำของขวัญมาร่วมจับฉลากแลกเปลี่ยน อาหาร-เครื่องดื่มฟรีตลอดงาน วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2553 เวลา 18.00น.เป็นต้นไป ที่ร้านอาหารมธุรส(ข้างสยามคราฟ์) ผู้ประสานงาน วิทย์วัฒนา0815716080 เต้ 0842173874 คุณจิ๋ม 0879876442 คุณซาลามะ 0854257818 คุณแป๊ว สุชิน 0817543007 แดงบ้านโป่งของจริงห้ามพลาด***

***น.พ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แจ้งข่าวมา วันอาทิตย์ 10 มกรานี้ กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี ขอเชิญพี่น้องทุกท่าน ร่วมงาน " ร่วมบุญปีใหม่ ร่วมใจต่อสู้" นัดพบปะสังสรร ทำบุญเลี้ยงพระเพล และร่วมทอดผ้าป่าบริจาคเข้ากองทุนกลุ่ม ที่วัด ช่องลม ในตลาดอ.เมือง จ.ราชบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00น. และในเวลา 1200น. เชิญร่วมรับฟังปาฐกถาธรรม "พุทธศาสนากับสถาณการณ์การเมืองปัจจุบัน" โดย พระมหาโชว์ทัสนีโย รายละเอียด ติดต่อ 0814949984 และ 0843423386

***เชิญนักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกลุ่มศึกษาการเมือง เข้าร่วมกิจกรรม “กลุ่มศึกษาการเมือง” ณ พรรคทำเพื่อนักศึกษาจริงๆ มร. ตึกรัตนธาร ชั้น 2 ทุกวันจันทร์ เวลา 15.30 – 18.00 น. โดยมีกำหนดการดังนี้

จันทร์ 11 มกราคม 53-บอลเชวิค และเงื่อนไขพื้นฐานสู่ความสำเร็จ ในการปฏิวัติรัสเซีย 1917

จันทร์ 18 มกราคม 53-GMO คืออะไร ให้ผลดี หรือ ผลร้ายมากกว่ากัน

จันทร์ 25 มกราคม 53-เรา คือต้นเหตุของวิกฤตการณ์ โลกร้อนหรือ ?

จัดโดย เยาวชนเลี้ยวซ้าย ร่วมกับ พรรคทำเพื่อนักศึกษาจริงๆ มร. ติดต่อสอบถาม โทร : ชญานนท์ 085 350 0364
อีเมล : turnleft_youth@hotmail.com เวปไซต์ : www.pcpthai.org***


***ประกาศข่าวจากหน่วยพยาบาลภาคสนาม RSR ขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องผู้ใจบุญ ได้ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงท่มาร่วมชุมนุมทุก ๆ ที่ โดยหน่วย RSR ก็ได้ร่วมให้การช่วยเหลือพี่น้องในการชุมนุมหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมใหญ่ หรือการชุมนุม ตาม ตจว. หลายพื้นที่ตามที่พี่น้องเสื้อแดงร้องขอ วันนี้ ยาและเวชภัณท์ของเราร่อยหรอลงมาก จนบางตัวก็ขาดแคลน โดยเฉพาะตัวหลัก ๆ เช่น สำลี แอมโมเนีย ยาแก้ปวด ลดไข้ และตัวอื่น ๆ อีก รวมถึงสิ่งจำเป้นที่ต้องใช้ในการปฐมพยาบาล เช่นเวชภัณท์ในการทำแผล ผ้าเย็น ยาอมแก้เจ็บคอ ยาดม ยาหม่อง ฯลฯ ***

***ตอนนี้เราต้องเตรียมความพร้อมการชุมนุมครั้งสำคัญในครั้งหน้า ซึ่งแกนนำจะแถลงให้ทราบในวันที่ 15 มกราคม 53 ซึ่ง RSR เป็นหน่วยพยาบาลประจำแนวหน้าหรือในแนวปะทะ เราจึงต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องยาและเวชภัณท์ ในขั้นสูงสุด เพื่อการดูแลพี่น้องของเราทั้งในแนวหน้าและแนวเสริม ของที่ชุมนุม RSR จึงขอวิงวอนมายังท่านผู้ใจบุญ ทุกท่าน โปรดให้การอนุเคราะห์พี่น้องเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุม ผ่านทางการให้บริการของ RSR ด้วยจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งต่อพี่น้องเสื้อแดงที่มารับการบริการจากเรา โดยท่านสามารถบริจาคเป็นเงินได้ที่ บัญชีของ ประธานหน่วย ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยเทสโก้โลตัส ศาลายา ชื่อบัญชี : นายพีระ ศิริเรือง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 883-0-053-384 หรือหากท่านประสงค์จะบริจาคเป็น ยา และ เวชภัณท์ ติดต่อบริจาคได้ที่จุดให้บริการ ของ RSR ในที่ชุมนุม หรือที่ หมายเลข 085-118-7680 , 089-200-1237 ( ปุ๊ก )ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความห่วงใยพี่น้องร่วมรบของเราชาวเสื้อแดงค่ะ***

***เชิญชมสถานีโทรทัศน์ผ่านNETแห่งใหม่ของสถาบันคนเสื้อแดง www.bthai.tv จัดตั้งขึ้นโดยสถาบันคนเสื้อแดงภายใต้ยุทธศาสตร์"จะต้องทำให้ประเทศไทยมีประชาธิปไตยที่แท้จริงให้จงได้"

-ปรัชญา"สถานีฟื้นประเทศ"

-สถานที่จัดตั้งอยู่ทั้งในและนอกประเทศ

-ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองออกรายการและมีเป้าหมายจะพัฒนาไปสู่โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในขั้นต่อไป

-ขอต้อนรับสู่ B thai tv internet broadcasting สถานีฟื้นประเทศได้เลยครับ***

***สำหรับนักกอล์ฟเสื้อแดง เชิญเยี่ยมชมและเป็นขาประจำ เปิดตัวเวปไซต์ ชมรม golf คนเสื้อแดง ติดตามรายละเอียดได้จาก link นี้ http://www.redshirtsgolf.com/เปิดตัวแล้วสำหรับแหล่งชุมนุมนักกอล์ฟเสื้อแดง ขณะนี้ชมรมกอล์ฟฯเปิดรับสมัครสมาชิกแล้วอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อพบกับโลกอีกใบที่มีแต่ความรัก ความศรัทธา และความจริงใจที่มีให้แก่กัน และเราจะร่วมต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อความเป็นธรรมทั้งกับของตัวเราและลูกหลานในอนาคต***


***ส่วนการแข่งขันกอล์ฟ ชมรมกอล์ฟคนเสื้อแดง ครั้งที่ 3 เชื่อมความสามัคคีของเราชาวเสื้อแดง จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 20 มกราคม 2553 ที่สนามกอล์ฟ เลควูด บางนา หนึ่งในสนามชั้นนำของเมืองไทย และถูกใช้จัดการแข่งขันระดับอาชีพมาแล้วหลายครั้ง จัดให้มีการชิงถ้วย พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร และอดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รายละเอียดติดตามชมในเวบที่ให้ลิ้งค์ไว้***



***ปิดท้ายวันนี้ขอแจ้งข่าวบุญ มีโครงการบวชพระแสนรูปทุกหมู่บ้านทั่วไทย เพื่อเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง ช่วยประชาสัมพันธ์ต่อๆกันด้วยนะคะ ว่าใครที่สนใจบวชสามารถสมัครได้ บวชฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ค่ะ เข้าไปดูตามlink ข้างล่างได้เลยค่ะ ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้าค่ะ http://www.dmycenter.com ***

คืบหน้ากรณี 'โอ๋ สืบหก' ฟ้องร้องถอดถอน 'วิชา มหาคุณ และพวก'

ที่มา Thai E-News

โดย คุณวาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ที่มา เวบไซต์ vattavan
9 มกราคม 2553

จะขอพูดถึงบทความเก่าของ “วาทตะวัน” ที่ผ่านสายตาท่านผู้อ่านไปแล้ว และอาจกลายเป็น talk of the town ต่อไปในอนาคตข้างหน้า

เรื่องดังกล่าว เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกผมวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้หนักหนาสาหัส ในเรื่องความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ คนแรกคือ “เลดี้ดั๊ก” หรือ “จารุวรรณ เมณฑกา” ที่ผมให้อีกหนึ่งฉายาดังว่า “เป็ด หัวยักษ์” ซึ่งในที่สุดแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็งัวเงียขี้ตากรัง ออกมาแถลงว่าได้รับเรื่อง และตั้งอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนตามข้อกล่าวหา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิริรวม 2 คดี ด้วยกัน ได้ข่าวล่าสุดว่า ผู้ที่ผมกล่าวอ้างไว้ในบทความอย่าง พล.ต.ต.เสวก “อัศวินดำ” ปิ่นสินชัน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ กำลังทยอยกันเข้าให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมการแล้ว ได้ข่าวล่าสุดว่า ผู้ที่ผมกล่าวอ้างไว้ในบทความอย่าง พล.ต.ต.เสวก “อัศวินดำ” ปิ่นสินชัน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ กำลังทยอยกันเข้าให้ปากคำต่อคณะอนุกรรมการแล้ว


อีกรายหนึ่ง คือนายวิชา มหาคุณ พระเอกประจำ ป.ป.ช. ซึ่งต้องขอให้ท่านผู้อ่าน ย้อนไปดูคอลัมน์ของ “วาทตะวัน” ชื่อ “บอกตรงๆว่า รับไม่ได้ กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุด ‘ไอ้บัง’ จริงๆ!!!” ซึ่งลงเว็บ www.vattavan.com และหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ไปตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นกรณีเกี่ยวข้องกับ พันตำรวจเอก ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ หรือ ฤทธิรงค์ เทพจันดา หรือที่รู้จักกันในฉายาว่า “โอ๋ สืบหก” (เพราะเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจนครบาล ที่ 6) ซึ่งถูก ป.ป.ช.ดำเนินคดี กรณีคนไปร้องด่านายกทักษิณชินวัตร ที่ศูนย์การค้าพารากอน ปทุมวัน แล้วถูกชาวบ้านอัดเอา จนตำรวจต้องแยกเอาตัวหลบไปโรงพัก ซึ่ง ป.ป.ช. ความเห็นว่า “โอ๋ สืบหก” เป็นเจ้าพนักงานละเว้นในการปฏิบัติตามหน้าที่ ส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนนายตำรวจผู้นี้
ต้องถูก ‘ไล่ออก’ จากราชการไป!

แต่ท่านผู้อ่านครับ

เกมไม่ได้จบลงง่ายๆ แค่นั้น เพราะ “โอ๋ สืบหก” นั้นเป็นนายตำรวจสายเลือดดี เป็นตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หลายปี ผ่านการรบกันยิงกันมาพอตัว มีเลือดนักสู้เต็มหัวใจ เมื่อเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ้าตัวก็ฟ้องศาลปกครองเข้าให้ ต่อสู้กันยาวนานนับปี จนในที่สุดศาลปกครองท่านก็มีคำสั่งว่า

อนุกรรมการไต่สวนมีลักษณะต้องห้าม กระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการไต่สวนไม่ถูกต้อง และการปรับข้อเท็จจริงไม่เข้ากับบทกฎหมาย มติของคณะกรรมการ ที่ชี้มูลความผิด “โอ๋ สืบหก” จึงมิได้เป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้ และไม่มีผลบังคับ!

คำพิพากษานี้ ถึงที่สุดแล้ว เพราะผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง ป.ป.ช. ผู้บัญชาการต้นสังกัด และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ต่างก็ไม่อุทธรณ์คำพิพากษา ทำให้นายตำรวจที่ตั้งใจทำงานตามหน้าที่ อย่าง “โอ๋ สืบหก” ซึ่งมีตำแหน่งสูงขึ้นเป็น ‘รองผู้บังคับการ’ แล้วได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง และเข้ารับการฝึกอบรมจนสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรผู้บริหารชั้นสูง มีคุณสมบัติครบถ้วน ที่จะโอกาสก้าวหน้าเป็น ‘นายพล’ ได้แล้ว

แต่ท่านผู้อ่านครับ

“โอ๋ สืบหก” ก็ไม่ได้หยุดยั้งแต่เพียงเท่านั้น เขายังได้ฟ้องร้องนายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานอนุกรรมการ ป.ป.ช. กับพวกรวม 5 คน ซึ่งได้สอบสวนดำเนินการกับเขาอย่างไม่ชอบธรรม ต่อศาลอาญาในข้อหากระทำผิดต่อตำแน่งหน้าที่ราชการ และศาลนัดไต่สวนคำร้องเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว และนัดไต่สวนฝ่ายโจทก์ต่อ ในวันจันทร์ ที่ 11 มกราคม 2553 (เพราะครั้งที่แล้วไต่สวนไม่เสร็จ)

ที่น่าสนใจมาก คือ ฝ่ายโจทก์ยังได้อ้างตุลาการศาลเชียงใหม่ ผู้ตัดสินคดีนี้มาเป็นเบิกความในชั้นไต่สวนด้วย ผมจึงเห็นว่าเป็นกรณีที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะ ป.ป.ช. ที่ดูเหมือนว่า ใหญ่โตคับฟ้านั้น

ถูกฟ้องเป็นจำเลยได้!

ถ้าผู้ถูก ป.ป.ช.กระทำ เขาเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ว่าเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ถูกต้องชอบธรรม

จึงอยากชักชวนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเพื่อนข้าราชการอื่น ที่ว่างราชการ ไปฟังการสืบพยาน ในวันจันทร์ที่ 11 ม.ค.ที่จะถึงนี้ จะได้เป็นความรู้ไว้ เผื่อในวันข้างหน้า ท่านอาจต้องตกอยู่ในฐานะเดียวกับ “โอ๋ สืบหก” จะได้รู้ลู่ทางที่จะดำเนินการต่อสู้กับ ป.ป.ช. และหากท่านไม่ได้ความเป็นธรรม จากการสอบสวนของ ป.ป.ช.ที่ไม่ได้เป็นไปตามหลัก “ศุภนิติกระบวน” อย่างที่ “โอ๋ สืบหก” โดนเข้าอย่างจัง จะได้รู้แนวทางเอาไว้สู้รบปรบมือ ไม่ใช่ปล่อยให้คนพวกนี้มาย่ำยีเอากับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมือง ได้แต่เพียงฝ่ายเดียว และเพื่อแสดงให้เห็นว่า

คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็พร้อมที่จะตอบโต้ด้วยความรุนแรง หนักแน่น ในสัดส่วนหรืออัตราเดียวกันกับผู้ที่รุกรานเขา!

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวนายวิชา มหาคุณ นั้น ยังต้องมีการบ้านอีกแยะ เพราะ “โอ๋ สืบหก” ได้ร้องไปยังพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เรื่องที่ตัวเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวนของนายวิชา มหาคุณ และขอให้ยื่นถอดถอนบุคคลผู้นี้ ออกเสียจากความเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งบัดนี้ ปรากฏว่า

เรื่องราวเพื่อการถอดถอนนายวิชา มหาคุณ ก็ผ่านขั้นตอนการสอบทานของประธานวุฒิสภา ไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่ว่าศาลอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ท่านจะมีดำเนินการไปตามกระบวนการที่มีอยู่!

ผมสงสัยว่า นายวิชาฯ ก็คงร้อนใจไม่น้อย เพราะมีสายข่าวรายงานเข้ามาให้ทราบว่า ตัวนายวิชาฯ ต้องมุดเข้าบ้าน “ป๋า” หลายครั้งหลายหน แต่ข่าวเขาไม่ได้บอกว่า มุดเข้าบ้าน “ป๋า” คนไหน? ผมจะลองไปสืบเสาะดู แล้วนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง

เรื่องของ “โอ๋ สืบหก” และนายวิชา มหาคุณ นั้น เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม กระพริบตาเมื่อไหร่ อาจพลาดช่วงสำคัญไป จึงต้อง “แหกตา” ดูกันชนิดไม่กลัวลมโกรก จนตาอักเสบ เพราะเรื่องมันน่าติดตามจริงๆ!

Friday, January 8, 2010

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2553

1 ปฏิวัติ 2 รัฐประหาร

อาการป่วย"อภิชาต"ดีขึ้นคาดออกร.พ.ได้วันนี้ หลังถูกกดดันหนักคดีเงินบริจาค258ล.ถูกหามส่งโรงหมอ

ช่วย“อภิสิทธิ์”ด้วย!

"ขวัญชัย"ประกาศขนแดง 3 พันปักหลักชุมนุมเขายายเที่ยง

อัยการไม่สั่งฟ้อง ขาดเจตนา รุกเขายายเที่ยง

จตุพรจวกอสส.ไม่ฟ้องเขายายเที่ยงยันเสื้อแดงบุกแน่

ตัวแทนอำนาจ

‘อภิสิทธิ์’ นักบุญ หรือ ปีศาจซาตาน?

เสื้อแดง "วิทยุชุมชนคนแท็กซี่" 40 คน ทวงกกต. คดีจ้างพยานเท็จยุบพรรคทรท.

ที่มา ประชาไท

ในช่วงบ่ายของวันที่ 8 ม.ค. กลุ่มเสื้อแดง “วิทยุชุมชนคนแท็กซี่” ประมาณ 40 คน นำโดยนายวุฒิ สุนทรเดช หรือ “อาจารย์ฮกหลง” ผู้ดำเนินรายการวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ เดินทางมายังสำนักงาน กกต. เพื่อยื่นหนังสือต่อนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีนายอิสระ เสียงเพราะดี ผอ.สำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้รับเรื่อง ขณะที่แกนนำ อาทิ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายชินวัฒน์ หาบุญพาดและนายสุพร อัตถาวงศ์ ไม่ได้เดินทางมาด้วย

นายวุฒิ กล่าวว่า ตนมาติดตามเรื่องที่ได้เคยยื่นไว้เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. เพื่อร้องเรียนให้ประธาน กกต. ดำเนินการต่อผู้ว่าจ้างให้พยานเบิกความเท็จส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทย ซึ่งขณะนี้ครบรอบ 1 เดือนที่ตนได้ยื่นหนังสือแล้ว จึงต้องการให้ทาง กกต. โปรดแจ้งผลความคืบหน้ามาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย อย่างไรก็ตาม วุฒิยืนยันว่ากลุ่มตนมาเคลื่อนไหวเพียงเรื่องคดียุบพรรคไทยรักไทยเท่านั้น โดยไม่ได้มาติดตามเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเรื่องเงินบริจาค 258 ล้านนั้น เป็นเรื่องที่กลุ่มนายสุพร อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ เป็นผู้ติดตามเรื่องดังกล่าว

จากการรายงานของผู้สื่อข่าวทำให้ทราบว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าว เรียกตัวเองว่า “แดงบูรพา” ซึ่งเดินทางมาจากเขตต่างๆ อาทิ ร่มเกล้า มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง รวมถึงเขตอื่นๆ ทางด้านฝั่งตะวันออกของกทม. ทั้งหมดเดินทางไปและกลับโดยรถแท็กซี่ ซึ่งนำมาจอดไว้บริเวณลานจอดรถหน้าอาคารบี ประมาณ 10 คัน แต่ไม่ได้กีดขวางทางจราจร

ต่อมา นายวุฒิ ผู้เป็นตัวแทนเข้ามายื่นหนังสือในศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนสำนักงาน กกต. กลับออกมาประกาศแก่ผู้ชุมนุมโดยไม่มีเครื่องขยายเสียง ว่าหากอีก 1 เดือนยังไม่มีความคืบหน้าก็จะเดินทางกลับมาอีกโดยอาจแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา จากนั้นการชุมนุมจึงสิ้นสุดลงในเวลาประมาณ 15.00 น.

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมโล่ประมาณ 250 นายและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสังเกตุการณ์บริเวณหน้าอาคารที่ตั้งสำนักงานกกต. นอกจากนั้นยังมีการนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณประตูทางเข้า ด้านทิศตะวันออกของอาคาร ตั้งแต่ช่วงเช้า และเมื่อกลุ่มเสื้อแดงเดินทางมาในช่วงบ่าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งแถวหน้ากระดานถือโล่ ป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาภายในอาคาร ทั้งนี้เนื่องจากผู้ชุมนุมมีจำนวนน้อย จึงไม่มีการปะทะและไม่มีเหตุการณ์ยั่วยุหรือเหตุการณ์วุ่นวายแต่อย่างใด