WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 12, 2010

ยุทธการเขายายเที่ยง คือ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจองคมนตรีครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยคนเสื้อแดง

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย


ก็จบไปแล้วครับสำหรับยุทธการเขายายเที่ยง ที่ฝ่ายตรงข้ามอาจสบประมาทว่าทำไมอยู่คืนเดียว ไม่เห็นทำอะไรได้

หากคิดว่าคนเสื้อแดงต้องยึดบ้านสุรยุทธ์คืน ต้องเผาบ้านสุรยุทธ์ นั่นเป็นความ ไร้เดียงสาทางการเมืองอย่างยิ่งของสมุนอำมาตย์

ที่จริงสิ่งที่คนเสื้อแดงต้องการทำคือ การประจาน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลลานนท์ องคมนตรี ในทางการเมืองคือ “การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ในสถานที่เกิดเหตุจริง ท่ามกลางประชาชนกว่า 20,000 คน และคนดู People Channel อีกนับล้าน

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ การเอาข้อมูลหลักฐานขึ้นมาให้ประชาชนดูถึงการทุจริต ไร้จริยธรรมของนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจทางการเมือง ผลทางการเมืองนั้นรุนแรงกว่าผลทางด้านกฎหมาย หรืออื่นๆ ซึ่งมันจะส่งผลถึงความไม่ไว้วางใจและการเสื่อมศรัทธาของคนในองค์กรนั้น และต่อองค์กรนั้น หากไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม หรือพยายามปกป้องกันเอง หรือแสดงความไม่สนใจ ไม่แคร์ การเสี่อมศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรนั้น มีผลต่อการอยู่รอดและความเชื่อมั่นต่อองค์กรนั้น

ในทางการเมือง และทางสังคมนั้น พล.อ. สุรยุทธ์ จุลลานนท์ ถือว่าได้ตายเป็นซากศพส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วแล้ว ทำให้คนที่อุ้มนั้น เหม็นตามหรือเสื่อมศรัทธาไปด้วย ยิ่งเข้าช่วยเหลือ ความไม่เชื่อมั่น ความเสื่อมศรัทธาก็จะลามไปเรื่อยๆ

นี่คือ น้ำผึ้งหยดเดียว หรือไม้ขีดก้านเดียว ก็จะเผาป่าทั้งป่าให้ราบพนาสูรได้ นั่นคือ “ป่าแห่งความศรัทธา” ที่เพียรสร้างกันมาอย่างยาวนานด้วยความซาบซึ๊งต่างๆ หากองค์กรที่สุรยุทธ์ จุลลานนท์เป็นสมาชิกยังอุ้มกระเตงอยู่ ก็อย่าได้ประมาทความศรัทธาของประชาชน การโปรประกันดาในยุคนี้มันไม่มีผลเท่าใดแล้ว เพราะสื่อสามารถสื่อได้ทั้งสองทาง

ภาพที่เห็นนั้น มันอธิบายตัวมันเองได้ดียิ่งกว่าโวหารหรือการตะแบงทั้งหลาย

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยยุคใหม่นะครับ ที่มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ “องคมนตรี” นอกสภา ประจานออกไปทั่วประเทศ และทั่วโลก มีการถ่ายทอดผ่านทีวี ไม่มีการประท้วงหรือเซ็นเซอร์แม้แต่น้อย

ยุทธการเขายายเที่ยง คือการแสดงให้เห็นในเชิงสัญญลักษณ์ ถึงความอยุติธรรมในสังคม การใช้อำนาจที่ไร้คุณธรรม และความไม่มีศีลธรรมของกลุ่มคนที่อ้าง จริยธรรมและคุณธรรมเพื่อทำลายคนอื่น นี่คือ การตอบโต้หรือ counter-attack กลุ่มอำมาตย์ที่อ้างคุณธรรมตลอดเวลาอย่างได้ผลที่สุด และเป็นรูปธรรมมากที่สุด

ผมไม่สนใจว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จะคืนที่ดินให้รัฐหรือไม่ หรือจะแก้ตัวอย่างไร เพราะมันไม่มีความหมายอะไรแล้ว หากสุรยุทธ์ไม่ลาออกจากองคมนตรี ก็จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อสถาบันนั้นๆ อย่างแน่นอน

ความน่าเชื่อถือก็จะไม่มีอีกต่อไป แม้มันจะไม่เกิดผลในทันที แต่มันก็ได้บ่อนเซาะไปเรียบร้อยแล้ว

การโจมตี หรือพยายามทำลาย ทักษิณ หรือคนเสื้อแดง ด้วยอำนาจทางกฎหมายอย่างไม่ชอบธรรมหรือสองมาตรฐาน มันก็จะยิ่งตอกย้ำภาพความสองมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ยิ่งทำลายศรัทธาองค์กร โครงสร้างทางการเมืองที่ล้าหลังมากยิ่งขึ้น

ยุทธการเขายายเที่ยง ผลทางการเมืองของมันสมบูรณ์แล้ว

ผมคิดว่าคนเสื้อแดง คงไม่หยุดเพียงแค่นี้ แต่จะเดินหน้าเปิดแผลอำมาตย์ ให้เห็นถึงความสองมาตรฐานและความไร้จริยธรรม การใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมากยิ่งขึ้น ได้ข่าวว่ามีการรุกป่าสงวนที่อื่นๆ อีก ซึ่งคงมีการประจานตามมา แต่คงไม่ต้องถึงกับไปชุมนุมบนนั้นแบบเขายายเที่ยง แค่เอามาเปิดอภิปรายใน People Channel ก็พอ

ในการสงครามนั้น จะต้องรุกไปตามช่องว่างและจุดอ่อนของศัตรู สำหรับศัตรูที่เข็มแข็งนั้น “การโจมตีตรงหน้า” หรือใช้ แข็งกระทบแข็ง เราก็จะแตก แต่กาใช้อ่อนหยุ่นสยบแกร่งกร้าว การโจมตีในจุดที่พวกเขาป้องกันไม่ได้ หรือทำได้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นการบ่อนเซาะทำลาย “รากฐานความเข็มแข็งของศัตรู” เมื่อศัตรูอ่อนแอแล้วจึงจะโจมตีทำลายในภายหลัง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร

อำมาตยาธิปไตย สร้างรากฐานมากว่าค่อนศตวรรษ ด้วยการสร้างความศรัทธา ให้ประชาชนเห็นว่า พวกเขามีคุณธรรม จริยธรรมสูงส่งกว่าผู้อื่น สมควรได้ปกครองผู้อื่น ดังนั้นการทำลายล้าง จึงต้องบ่อนเซาะความศรัทธาหรือ “ภาพแห่งคุณธรรม” นี้ แสดงให้ประชาชนเห็นว่า อันที่จริงพวกเขาไร้คุณธรรมมากกว่านักการเมืองเสียอีก พวกเขาเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม อุ้ม ช่วยเหลือกัน สร้างความไม่เท่าเทียมกันอย่างมาก

พวกเขาเหมือนปลา เมื่อทำลายน้ำ หรือความศรัทธา ปลาต่อให้เป็นฉลามหรือปลาวาฬ ก็เกยตื้นตายในที่สุด

ตอนนี้ผมคิดว่าพวกเขาผะอืดพะอมเต็มที่ ไม่ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต รากฐานที่บรรพบุรุษสร้างให้หลายร้อยปี ก็โดนทำลายไปในที่สุด จะตัดอวัยวะรักษาชีวิต ก็ทำใจไม่ได้ เพราะนี่คือทายาทอสูรของอำมาตย์หัวขาว

เขายายเที่ยง คือ ก้าวแรกๆ ของการทำลายจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ พลังบ่อนเซาะต่อศรัทธามันรุนแรงอย่างยิ่ง

เปิดศักราช 2553 คุยกับคนสร้างสื่อใหม่(ตอนที่ 1):ไทยอีนิวส์

ที่มา Thai E-News



ไทยอีนิวส์ เว็บไซต์ที่เสื้อสีไหนก็อยากอ่าน แต่ผู้อ่านไม่มีโอกาสรู้จักที่มาที่ไป ประชาไทจับเข่าคุย‘สมศักดิ์ ภักดิเดช’ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง เจาะลึกวิธีคิด วิธีการทำงาน และการนิยามตัวเอง


ที่มา หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
12 มกราคม 2553

ประชาไทเปิดศักราชใหม่ ด้วยการแลกเปลี่ยนมุมมองกับเหล่าคนทำสื่อในโลกไซเบอร์ ว่าเขานิยามการทำงานของตัวเองอย่างไร ประเดิมบทสัมภาษณ์แรกด้วย “สมศักดิ์ ภักดิเดช” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งไทยอีนิวส์

ความตื่นตัวของการมีส่วนร่วมทางสังคมผ่านโลกออนไลน์ที่เติบโตขึ้น ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารและการแสดงพลังทางสังคมของผู้คนทั้งในประเทศไทยและระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากจำนวนของ citizen journalist หรือ cyber activist ที่คืบคลานเข้ามาสู่โลกแห่งการสื่อสารแบบใหม่นี้ ไม่ว่าคุณจะสนองตอบต่อความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วยความหวาดระแวงคลางแคลงใจ หรือชื่นชมยินดีก็ตาม มันก็เข้ามามีบทบาทในโลกจริงแล้วอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

การตรากฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นตัวอย่างชั้นดีของการตอบสนองจากรัฐต่อช่องทางการสื่อสารใหม่นี้ ขณะที่สื่อหนังสือพิมพ์หลักของประเทศต้องปรับกลยุทธ์แบ่งสรรเนื้อหาออนไลน์กับฉบับตีพิมพ์อย่างชัดเจน หลังยอดขายเริ่มส่งสัญญาณในทางลบ

ไม่เพียงการเปลี่ยนแปลงเรื่องผลตอบแทน หากแต่วัฒนธรรมใหม่ที่มาพร้อมอินเตอร์เน็ตคือ ไม่มีใครเป็นผู้ยึดกุมความถูกต้อง สิ่งนี้ท้าทายขนบธรรมเนียมการสื่อสารแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง ที่เชื่อว่าสื่อสามารถกำหนดวาระทางสังคม ปรากฏการณ์ข่าวเจาะจากเว็บพันทิปโดยผู้เล่นอินเตอร์เน็ต เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนว่า ผู้เล่นอินเตอร์เน็ตสามารถกำหนดวาระสื่อได้เช่นกัน

ประชาไทเปิดศักราชใหม่ด้วยการแลกเปลี่ยนมุมมองกับเหล่าคนทำสื่อในโลกไซเบอร์ ว่าเขานิยามการทำงานของตัวเองอย่างไร อะไรเป็นแรงผลักดันให้หันมาใช้สื่อใหม่เหล่านี้ เขามีข้อสังเกตอะไรบ้างต่อพื้นที่ออนไลน์ และมันช่วยเติมเต็มเสรีภาพในการสื่อสารได้จริงหรือไม่ เพียงใด


000
เจาะลึก ‘ไทยอีนิวส์’ สื่อกระแสทวนในยุคสมัยแห่งความขัดแย้ง

ไทยอีนิวส์ เว็บไซต์ที่เสื้อสีไหนก็อยากอ่าน แต่ผู้อ่านไม่มีโอกาสรู้จักที่มาที่ไป ประชาไทจับเข่าคุย‘สมศักดิ์ ภักดิเดช’ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง เจาะลึกวิธีคิด วิธีการทำงาน และการนิยามตัวเอง

-------------------------------------------------


“Thai E-News
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ”


นี่คือคำประกาศ (โฆษณา) ของเว็บบล็อกยอดนิยมลำดับต้นๆ ในบรรดาเว็บข่าวสารการเมือง ....“ไทยอีนิวส์”

เว็บนี้เป็นเว็บเนื้อหาล้วน ไม่มีเว็บบอร์ดให้แลกเปลี่ยน ที่สำคัญ ไม่กระมิดกระเมี้ยนว่า “แดง” กระนั้นก็ยังเป็นแดงที่มีกลิ่นประหลาด และมักนำเสนอประเด็นต่างๆ ของทุกแวดวงอย่างแหลมคมให้ฮือฮาอยู่เสมอ

ไทยอีนิวส์เกิดขึ้นมาอย่างเงียบๆ ดำรงอยู่อย่างลึกลับ และไม่รู้ว่าแวดวงสื่อมวลชนจะนิยามมันอย่างไร อาจเป็น “สื่อเทียม” “เครื่องมือนักการเมือง” “ตัวอย่างของการใช้สื่อสร้างสงครามการเมือง” ฯลฯ รู้แต่เพียงมันเป็นพื้นที่ข้อมูลข่าวสารในอีกด้านหนึ่งที่ไม่มีใครนำเสนอบนเว็บบล็อกอันแสนธรรมดา แต่มีคนคลิ๊กอ่านเฉลี่ยแล้วกว่า 40,000 ครั้งต่อวัน

วันนี้เราจะเขยิบเข้าไป “อ่าน” ให้ใกล้อีกนิด อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อทำความเข้าใจปรากฎการณ์การสื่อสารในโลกไซเบอร์ ซึ่งมีจุดแข็งปั๋งตรงที่อำนาจในการผลิตและเสพสื่ออยู่ที่สองมือของคนทุกคนอย่างเท่าเทียม


“สมศักดิ์ ภักดิเดช” เป็นนามแฝงของหนึ่งในผู้ก่อตั้งไทยอีนิวส์ ผู้ซึ่งไม่เคยมีความรู้เรื่องไอที อาศัยแต่เพียงเป็น ACTIVE CITIZEN ผู้ฝักใฝ่การเมือง ประชาธิปไตย และการแลกเปลี่ยนในเว็บบอร์ด !

การก่อตัวของเว็บนี้ค่อนข้างจะแปลกประหลาด เพราะทีมงานที่มีไม่กี่คนนั้นไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลย พวกเขามีภูมิลำเนาดั้งเดิมอยู่ที่เว็บบอร์ดพันทิป ห้องราชดำเนิน พูดคุยเรื่องการเมืองกันมาตั้งแต่ปี 48-49 และมีแนวคิด แนวทางใกล้เคียงกัน

“นโยบายของเราคือ ไม่ต้องรู้จักกัน ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ แต่รู้จักความคิดกันและกัน”

“อันที่จริง ในห้องราชดำเนินก็มีทั้ง pro ทั้ง con คุณทักษิณ สำหรับตัวผมเอง ก่อนหน้านั้นผมอยู่ฝ่ายคัดค้าน ผมก็คัดค้านคุณทักษิณเหมือนกับที่เอ็นจีโอคัดค้านนั่นแหละ ตั้งแต่เรื่องตากใบ เรื่องconflict of interest หลายกรณี”

เมื่อเห็นสนธิ ลิ้มทองกุล เคลื่อนขบวนมาถึงช่วงใกล้รัฐประหาร พวกเขาเริ่มเป็นกลุ่มก้อนที่เหนียวแน่นมากขึ้นด้วยความรู้สึกว่า ขบวนการนี้ “เกินเลย” ไปจากบทบาทของภาคประชาชน กระทั่งถึงฟางเส้นสุดท้ายเมื่อหัวค่ำของวันที่ 19 กันยายน 2549

ไทยอีนิวส์ถือกำเนิดในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2549 หรือ หลังรัฐประหารประมาณเดือนครึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศแสนอึดอัด เพราะพันทิปมีนโยบายปิดบอร์ดราชดำเนิน “เพื่อความปลอดภัย”

“ช่วงรัฐประหารหลายคน ทั้งโปรประชาธิปไตย ทั้งโปรทักษิณ ไม่มีที่ไป ก็เลยแห่เข้าไปยึดเว็บบอร์ดประชาไท ผมก็เป็นคนหนึ่งในนั้น”

สมศักดิ์บอกว่า จุดเริ่มต้นของการลงมือสร้างพื้นที่ไทยอีนิวส์อีกประการหนึ่งก็คือมองเห็นปัญหาใหญ่มากในเรื่องของ “สื่อ” ซึ่งเขาเห็นว่า สื่อกระแสหลักล้วนชัดเจนว่ามีอคติในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร

“ฝ่ายทักษิณทำอะไรก็เป็นดำไปหมด เราจึงอยากจะสร้างสื่อ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่สื่อทางเลือกด้วย แต่เป็นสื่อกระแสทวน คือทวนต่อทิศทางที่เป็นกระแสหลัก ซึ่งเป็นเครื่องมือเครื่องไม้ให้ระบอบเผด็จการ”


นิยามของสื่อกระแสทวน ก็คือ “อันไหนไม่เป็นข่าวในสื่อกระแสหลัก ที่นี่จะเป็นข่าวให้ อันไหนเป็นข่าวกระแสหลักที่เป็น propaganda หรือ black propaganda เราจะทวนกระแสโต้ตอบ แล้วเอาความจริงอีกมุมหนึ่งมานำเสนอ เอากันง่ายๆ บทสัมภาษณ์คุณทักษิณในไทมส์ออนไลน์ เมื่อแปลตัวบทอย่างเคร่งครัดก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าทักษิณพูดอย่างหนึ่ง ขณะที่สื่อกระแสหลักไปนำเสนอว่าทักษิณจะล้มสถาบันอย่างนู้นอย่างนี้ เราก็มีหน้าที่แปลทั้งหมดออกมานำเสนอซะ”

“อย่างไรเสีย จุดยืนของเราคือ Pro ประชาธิปไตย ส่วน Pro ทักษิณนั้นเป็นเรื่องรอง”

ในด้านเนื้อหาที่ปรากฏ บนเว็บบล็อกที่เนื้อหาทุกเรื่องเรียงลงมาอย่างทื่อๆ เราจะเห็นความหลากหลายคล้ายแกงโฮะหม้อใหญ่ ตั้งแต่บทวิเคราะห์การเมือง บทความประวัติศาสตร์การเมือง บทวิพากษ์วิจารณ์ภาคประชาชน สื่อมวลชน ข่าวที่ไม่ใช่การเมืองอย่างข่าวยูเอฟโอที่สุดท้ายกลายเป็นแค่ลูกโป่ง ข่าวความเคลื่อนไหวคนเสื้อแดง กระทั่งการประกาศขายบ้าน ขายอสังหาริมทรัพย์ของคนเสื้อแดง ฯลฯ

“ไอ้ที่เห็นมีการประกาศขายของนั้น เพราะเราเห็นแล้วว่าการชุมนุม การรวมกันแต่ละครั้งของเสื้อแดงมีแต่ต้องควักตังค์ ต้องระดมทุน จึงมีคนเสนอว่าควรให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนการทำมาค้าขายกันซักหน่อย มันก็คล้ายๆ ข่าวสังคม ไทยรัฐหน้า4 ส่วนเรื่องกิจกรรมนั้นคนขยันส่งมาเยอะ ทุกมุมของประเทศ รวมไปถึงต่างประเทศด้วย และพอเขามีกิจกรรมแล้ว เจ้าภาพก็ต้องส่งข้อมูล ส่งข่าวมา เพราะเราไม่มีนักข่าวไปทำ”

เนื้อหาทั้งหมดนี้อาศัยเพียงอีเมล์คุยกันในกลุ่มคนทำงาน และต่างคนต่างทำตามที่ตัวเองถนัด บางคนมีฝีมือทางการเขียน การวิเคราะห์ บางคนถนัดการแปล บางคนเก่งเรื่องเทคนิค บางคนชอบท่องเว็บต่างๆ แล้วรู้ว่าแหล่งไหนมีอะไรน่าสนใจที่จะดึงมา

“ตัวผมเองมีประสบการณ์ทำงานสื่อมาหลากหลาย ผมรู้จักสื่อ และรู้จักธรรมชาติของสื่อดี และเราก็เป็นกระแสทวนในทุกวงการ นอกเหนือจากสื่อแล้ว เราจะเห็นว่าในแวดวงอื่นก็น่าตกใจ เช่น แวดวงเอ็นจีโอ นักสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม นักวิชาการ ซึ่งโดยธรรมชาติ โดยความเป็นมา ประสบการณ์ที่เรารับรู้ น่าจะเป็นฝ่ายโปรประชาธิปไตย ดังนั้นจึงเริ่มต้นการวิเคราะห์ว่าทำไมพวกเขาส่วนใหญ่จึงเห็นดีเห็นงาม รับใช้เผด็จการ คนที่เขาเขียนมาก็เขียนให้เห็นที่ไปที่มา เครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน รวมถึงผลประโยชน์ที่เขาได้รับ”

นอกจากนั้นก็อาศัยเครือข่ายที่จะส่งงานมาลง หรือกระทั่งค้นข้อมูลจาก “นักข่าวไซเบอร์” ทั้งหลายตามเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งไปร่วมเหตุการณ์สำคัญแล้วบันทึกภาพ บันทึกเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ รวมถึงข้อสังเกตต่างๆ เช่นกรณีการค้นพบว่าผู้หญิงเสื้อแดงที่โดนจิกหัวนั้นไม่ใช่บริเวณแฟลตดินแดง และไม่ใช่เพราะชาวแฟลตดินแดงทนไม่ไหวตามที่สื่อกระแสหลักรายงาน

“มันมีเรื่องให้กระแสทวนต้องเหนื่อยเป็นประจำ ต้องสืบค้น ต้องหาข้อมูลมาเปรียบเทียบ กรณีของผู้หญิงที่ถูกจิกหัว สุดท้ายก็ได้ภาพข่าวดีเด่นรางวัลอิศราฯ อะไรด้วย..”

“ส่วนที่อาศัยรูปแบบของบล็อก็เพราะฟรีและง่าย ใช้แค่สองอย่าง คือ แรงกับใจ ไม่มีค่าใช้จ่ายก็ไม่ต้องหารายได้ และมันง่ายขนาดคนไม่รู้ไอทีอะไรเลยยังทำได้”

เมื่อชัดเจนถึงจุดยืนทวนกระแสแล้ว คำถามสำคัญของมือกระบี่ไร้กระบวนท่าอย่างไทยอีนิวส์ก็คือ ไทยอีนิวส์เป็นการ propaganda ในด้านกลับกันหรือไม่

“เราถูกตั้งคำถามเรื่องนี้อยู่มาก เราเองก็ตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ (หัวเราะ)”

“ความจริงแล้วเรามีความเป็นห่วงอยู่ 2-3 เรื่อง หนึ่งคือ ความน่าเชื่อถือ เราก็จะโค้ดที่ไปที่มาค่อนข้างละเอียด อย่างน้อยก็น่าจะช่วยได้บ้าง สอง คนอาจว่าเป็น propaganda สู้กับ propaganda ผมกับทีมคุยเรื่องนี้กันอยู่มาก ถ้าเขาเป็นดำเราเป็นขาว ถ้าเขาเป็นขาวเราเป็นดำ มันก็ไม่ต่างกัน ในสิ่งที่เราคิดเห็นคือ อย่างน้อยเราไม่ควรจะทำ black propaganda ชนิดที่เอาความมดเท็จมานำเสนอ เราไม่เคยทำ ถ้าเสื้อแดงทำอะไรเลวๆ ซักอย่างแล้วเราจะไปบอกว่าเสื้อแดงทำดีมาก เราก็ไม่เคยทำ”

“ยกตัวอย่างวันที่ 7 ตุลา ที่พันธมิตรฯ มาชุมนุมกัน มันเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ แต่มันมีคนขาขาด มีคนตาย เราต้องนำเสนอไปตามนั้นว่ามีคนตายคนบาดเจ็บ เพราะเห็นกันอยู่ ขณะที่หลายๆ คนในบอร์ดต่างๆ ไปนำเสนอว่าคนนี้เป็นคนขาด้วนมาก่อน”

“แต่ถ้าจะบอกว่าเรา propaganda อีกด้านเพื่อสู้อีกด้าน ก็อาจว่าได้ ในเมื่อสื่อกระแสหลักมันโถมเป็นกระแสใหญ่ซัดใส่สังคมขนาดนั้น แล้วเราเห็นว่ามันเป็นเท็จ แล้วเรานำเสนอจากฝ่ายประชาธิปไตยว่าความจริงมันเป็นอีกแบบ ถ้าจะเรียกว่านี่เป็น propaganda เราก็คงต้องมีภาระจำยอมที่ต้องทำอย่างนี้ไปก่อน”

อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะนับรวมภารกิจนี้อยู่ในขบวนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงอย่างชัดเจน แต่ก็สะท้อนความเป็นอิสระ และเป็นตัวของตัวเองพอสมควร โดยยกตัวอย่างของการแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวบางส่วนของคนเสื้อแดง เช่น การออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยที่จะไปบ้านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อ 19 ก.ย.52 เพราะพล.อ.เปรมไม่ได้อยู่ที่บ้าน หากเคลื่อนขบวนไปก็เสี่ยงต่อโดนปราบเปล่าๆ สมศักดิ์ว่านั่นนับเป็นการออกแถลงการณ์ฉบับแรกตั้งแต่ตั้งไทยอีนิวส์มา

“ถ้าทักษิณเกิดทำอะไรบ้าๆ บอๆ นอกลู่นอกรอย หรือเสื้อแดงทำอะไรที่เราว่าไม่เข้าท่า เราก็มีอิสระจะวิพากษ์วิจารณ์ เราไม่ควรติดเรื่องเสียขบวน ถ้ามัวแต่กลัวเรื่องนี้มันจะยิ่งหนักกว่าการเสียขบวน”



สมศักดิ์ยังวิเคราะห์กลุ่มคนอ่านของเขาว่า น่าจะเป็น “นักปฏิรูป” เพราะดูจากผลการสำรวจความคิดเห็นเรื่องทางการเมืองต่างๆ แนวคิดอย่างที่ต้องการสาธารณรัฐนั้นมีน้อย ส่วนใหญ่เพียงต้องการรัฐธรรมนูญ 40 การเลือกตั้งใหม่ ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาอ่าน มาจาก กทม.45% ต่างประเทศ 10% และต่างจังหวัด 35%

นอกจากนี้ยังพบผลสำรวจที่ทำขึ้นบนหน้าเว็บในช่วงการถวายฎีกาด้วยว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 75% และเห็นด้วยกับการถวายฎีกาเพื่อให้ทักษิณเพียง 2%

“เราเชื่อว่าคนก้าวข้ามทักษิณแล้ว อย่างน้อยในบริบทคนอ่านไทยอีนิวส์” สมศักดิ์กล่าว

นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติตั้งแต่เมษายน 2550 จนปัจจุบัน ไทยอีนิวส์ถูกคลิ๊กไปแล้วกว่า 13.5 ล้านคลิ๊ก เฉลี่ยแล้ววันละ 40,000คลิ๊ก และจะพุ่งเป็นแสนกว่าคลิ๊กช่วงสถานการณ์ร้อน

เมื่อคุณอ่านข่าวสาร บทความ บทวิเคราะห์ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็คงไม่สามารถจะแลกเปลี่ยนที่ท้ายชิ้นงาน หรือวิจารณ์ในเว็บบอร์ดได้ เพราะที่นี่ไม่เปิดเว็บบอร์ด โดยผู้ก่อตั้งชี้แจงว่าเพราะไม่เชี่ยวชาญด้านนั้น และไม่ได้มุ่งเน้นในการสร้างพื้นที่การสื่อสารสองทางอย่างที่เว็บที่มีเนื้อหาการเมืองส่วนใหญ่เป็น

“ถ้าเปิดให้แสดงความคิดเห็นแล้วดูแลยาก ทำให้ต้องเสียแรงเยอะมากกับตัวป่วน ที่สำคัญต้องหาคนมาดูแล ซึ่งสร้างภาระและไม่สอดคล้องกับโครงสร้างที่ไม่มุ่งหารายได้แม้แต่น้อย”

เมื่อถามถึงเป้าหมาย หรือการประเมินตัวเองต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น คนทำไทยอีนิวส์ออกตัวอย่างถ่อมตน “คนที่อ่านเราถือว่าน้อยมาก คนเหล่านี้จะก่อความเปลี่ยนแปลงได้ขนาดไหน ผมก็ไมได้หวังมากมายนัก แต่อย่างน้อยคนโปรประชาธิปไตยก็อ่านเรา คนเกลียดทักษิณมากๆ ก็อ่านเรา เราจะนำเสนออย่างไรไม่ให้คนก่อสงครามกลางเมือง เพราะรูปการณ์ตอนนี้มันนำไปสู่เรื่องนั้นนะ เทียบกับตอนสงกรานต์ เสื้อแดงมีแต่นักพูด เวลานี้มีทหารเข้ามา มีคุณพัลลภ เตรียมทหาร 10 ใครต่อใคร มีการพูดว่า คราวนี้กูจะไม่ให้พวกมึงยิงพวกกูฟรีแล้ว มึงยิงมากูยิงกลับเหมือนกัน ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งที่เขาครองอำนาจรัฐอยู่ เขาพร้อมจะใช้ความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา ตลอดประวัติศาสตร์เราเห็นอยู่ว่าพวกนี้นิยมจะใช้ความรุนแรงกับขบวนการประชาธิปไตย ไม่พอยังเสือกใช้สื่อกระแสหลักบิดเบือนอีกว่า พวกมึงพวกสร้างความรุนแรง นิยมความรุนแรง ทำอย่างไรจะห้ามทัพได้ ทางสันติก็มีอยู่ เช่น แก้รัฐธรรมนูญเสีย ทำปฏิญญาว่าจะเคารพเสียงประชาชนอะไรทำนองนี้”

ถามว่า ถ้าสถานการณ์คลี่คลายไทยรักไทยกลับมาเป็นรัฐบาลได้ ภารกิจของไทยอีนิวส์จะสิ้นสุดลงหรือไม่

“เรายึดหลักประชาธิปไตยเป็นด้านหลัก เรื่องของทักษิณเป็นด้านรอง ในแวดวงของสื่อเสื้อแดงมีหลายเฉด มีแดงแจ๊ด แดงระเรื่อ แดงอมชมพู ของเราจะยืนในเรื่องหลักประชาธิปไตย สิ่งที่เราพยายามนำเสนอมาตลอดก็คือนี่เป็นสายธารประชาธิปไตย เราชอบที่จะยกอ้างหลักประชาธิปไตยจากคณะราษฎร และปรีดี และจะไปข้างหน้ายังไง หลักประชาธิปไตยก็อย่างที่โสเครตีสพูดไว้ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน หลักเสรีภาพ หลักความเสมอภาค หลักนิติรัฐ หลักการเคารพเสียงข้างมาก ไม่ละเมิดเสียงข้างน้อย

“ถามว่าเลือกตั้งใหม่ ทักษิณ กลับมา ทีมเราคิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ปัญหาใหญ่ก็คือ เมื่อใดประเทศนี้จะเคารพในหลักประชาธิปไตย ทำตามกฎกติกาประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่เราควรจะยอมรับได้ เลือกตั้งวันพรุ่งนี้พรรคภูมิใจไทยชนะเราก็ควรจะยอมรับเขา เอแบคโพลล์บอกว่าคุณอภิสิทธิ์ได้รับความนิยม 70% ถ้าเขาเลือกตั้งชนะก็ต้องยอมรับเขา แต่ปัญหาในบ้านเมืองของเรามันเป็นรัฐซ้อนรัฐ เราละเมิดหลักประชาธิปไตยอยู่ทุกข้อ”

“หากสภาพมันกลับคืนสู่ปกติ เป็นประชาธิปไตย สื่อทำหน้าที่ของตัวเอง กระแสทวน ก็ไม่รู้จะทวนอะไร”

“แต่ตอนนี้ อาจเป็นยุคที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเสรีภาพ มีคนโดนจับกุมคุมขังด้วยข้อหาทางความคิดเยอะมาก”

“อย่างวันนี้ผมควรจะบอกได้ว่าผมเป็นใคร และสิ่งที่ผมคิดได้ แต่ผมก็บอกไม่ได้”

นี่คือทั้งหมดของไทยอีนิวส์ อีกหนึ่งเว็บบล็อกการเมืองฝีมือ active citizen กลุ่มหนึ่ง ส่วนการนิยามว่ามันคืออะไร ในยุคที่ความหมายของ ซ้าย ขวา ขาว ดำ ต่ำ สูง เคลื่อนย้ายไปมาสับสนอลหม่าน คงให้เป็นหน้าที่ของคนอ่าน

วิกฤตของนายกฯทักษิณในวันนั้น สร้างโอกาสให้คนไทยในวันนี้

ที่มา Thai E-News


โดย คุณ nainara
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
12 มกราคม 2553


วิบากกรรมของนายกฯทักษิณ ที่เดินไปเหยียบตาปลาของพวกเหล่ามหาอำมาตย์ และเหล่าสาวกอำมาตย์ ทำให้ท่านต้องถูกกลั่นแกล้งต่างๆ นาๆ มาเป็นเวลากว่าสามปี

หลายคนมองว่า ท่านตกระกำลำบาก
หลายคนว่า ท่านสิ้นเนื้อประดาตัว
หลายคนว่า ท่านต้องระเหเร่ร่อน ไร้แผ่นดินจะอยู่

แต่ถ้าเรานึกถึงสัจธรรมความจริงที่ว่า ในโลกใบนี้ ไม่มีอะไรจะมีด้านเดียวเสมอ เมื่อมีดี ก็ย่อมมีเสีย คู่กันแบบนี้เสมอ

วิบากกรรมของท่านนายกฯทักษิณ ได้ทำให้คนไทยในวันนี้ ได้เห็นว่า ประเทศไทย หาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่คือประชาธิปไตยซ่อนรูป

ว่า ประเทศไทยในวันนี้ หาได้ปกครองด้วยอธิปไตยของปวงชนชาวไทย แต่ด้วยอธิปไตยของเหล่ามหาอำมาตย์และสาวกเพียงหยิบมือ

ว่าประเทศไทยในวันนี้ มีแต่พวกผู้ดีตินแดง แต่ตะแคงตินเดิน มีคุณธรรมจริยธรรมจอมปลอม มีคุณธรรมจริยธรรมเพียงที่ปาก ที่พร้อมที่จะพร่ำสอนแต่คนอื่น แต่พวกตัวกลับหาได้ทำได้อย่างที่ปากพูดและพร่ำสอนคนอื่นไม่

วิบากกรรมของทักษิณ ทำให้ประชาชนชาวไทย หูตาสว่างมากขึ้นๆ หลายคนถูกกระชากหน้ากากผู้ดี ต่อหน้าประชาชี

จากที่เคยเป็นที่รัก ที่ศรัทธา ก็กลายเป็นที่รังเกียจเดียจฉันท์ เพราะแสดงตนอย่างเปิดเผยว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปล้นอธิปไตยของปวงชน

จากที่ไม่เคยมีใครคิดจะแตะต้อง ก็ถูกขุดคุ้ย วิจารณ์ สงสัย สอบถาม ก่นด่า ประณาม ไม่ว่าจะต่อหน้าคือตามเวปไซด์ เวปบอร์ดต่างๆ จนถึงลับหลัง คือการพูดกันในหมู่ครอบครัวและเพื่อนฝูง

วิบากกรรมของทักษิณ ถึงแม้จะมีผลกระทบกับท่าน แต่ก็ส่งผลสะท้อนไปยังมหาอำมาตย์เฉกเช่นเดียวกัน

ประเทศไทยในวันนี้ จึงไม่เหมือนกับประเทศไทยเมื่อสามปีที่แล้วอีกต่อไป

นับจากวันนี้ต่อไป ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม มหาอำมาตย์ได้ทำให้ตะกอนที่เคยนอนนิ่งๆ อยู่ใต้น้ำ กระเพื่อม และฟุ้งกระจายออกมา

วันนี้ หลายสิ่งหลายอย่างในประเทศไทยจึงเปลี่ยนไป

นี่คือสิ่งท้าทายทิศทางประชาธิปไตยของประเทศไทยว่า จะเดินไปในทางใด และคำตอบ ก็จะชัดเจนเมื่อฝุ่นตะกอนนั้น ค่อยๆ จางลง และตกตะกอนอีกครั้ง

เมื่อนั้น เราก็จะได้รู้ ว่าใครจะอยู่ ใครจะไป

ไม่อำมาตย์ไป ก็ประชาธิปไตยที่ยังไม่เต็มใบต่อไป

แต่ในทุกที่ทั่วโลก ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า ไม่ว่าจะเนิ่นนานเพียงใด ในท้ายที่สุด อำมาตย์เท่านั้น ที่เป็นฝ่ายไป และประชาธิปไตยเท่านั้น ที่จะอยู่ยั้งยืนยง

วิกฤตของทักษิณ จึงเป็นโอกาสของประเทศไทย

เป็นพัฒนาการทางประชาธิปไตยที่ประชาชน ออกมาเรียกร้องหาความยุติธรรม และอำนาจที่แท้จริงของตัวเอง ไม่ใช่อำนาจจอมปลอม ภายใต้อุ้งเท้าและการบงการของมหาอำมาตย์

วิบากกรรมของทักษิณ จึงเป็นเหมือนตัวกระตุ้นกระบวนการพัฒนาการทางประชาธิปไตยของไทย เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกอำนาจซ่อนรูปที่แฝงอยู่ในระบอบประชาธิปไตยจอมปลอมของไทย

ว่าิสีงเหล่านั้น มีตัวตนอยู่จริง และทักษิณ ได้ชี้ให้คนไทยได้เห็นกันจะๆ ด้วยคำง่ายๆ สั้นๆ แต่แฝงไปด้วยนัยยะอย่างชัดเจนในนาม ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ

วันนี้ คนไทยได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของมันผู้นั้นว่า แท้จริง มันคือเหลือบไรของประชาธิปไตย ที่เกาะกุมดูดกินผลประโยชน์ และเิงินภาษีของประชาชน

เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมจอมปลอม ที่พร้อมจะกระทืบและเหยียบคนที่ไม่เห็นด้วย ใ้ห้จมธรนีไปต่อหน้าต่อตา

ทักษิณร่ำรวย มีอำนาจมีบารมีขนาดไหน ยังโดนมันเล่นได้ขนาดนี้

แล้วถ้าตาสีตาสาที่ไม่มีแบบทักษิณ ไปเหยียบตาปลาพวกมันเข้า จะเหลืออะไร

วันนี้ เรายังจะยอมหมอบกราบให้กับพวกนอกรัฐธรรมนูญแบบนี้อยู่ต่อไปอีกหรือ

ลูกหลานของพวกเราอีกกี่ชั่วอายุคน ที่จะต้องทนแบบนี้ต่อไป

เราจะส่งผ่านประชาธิปไตยจอมปลอมแบบนี้ ต่อไปให้ลูกให้หลานหรือ

นี่คือคำถามที่ท้าทายคนไทยรุ่นนี้ว่า อะไร จะคืออนาคตของลูกหลานในรุ่นต่อไป

ถ้าบนเขายายเที่ยง คือบ้านพักทักษิณ คงติดคุกตั้งแต่ทราบเรื่องแล้ว !!!

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ kajokkub
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
12 มกราคม 2553

ผมลองสมมุติว่า ถ้าบนเขายายเที่ยง คือบ้านพักทักษิณ

คงจะติดคุก ตั้งแต่ ทราบเรื่องแล้วล่ะน่ะ คงไม่ต้อง คิดอะไรต่อเลย 55555555

ขนาดเมียซื้อประมูล จากกองทุนฟื้นฟูฯ ดินร้อนเงิน เร่ออกขายทิ้งแท้ๆ ซื้อมากกว่าราคาแท้ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับ โกงเงินโกงทรัพย์ชาติบ้านเมือง หอกอะไร แถมที่ดิน ก็นำไปใช้ประโยชน์อะไร ไม่เคยได้

ยังมีคุณอุตสาห์ ไปขู่กองทุนฟื้นฟู ที่เขาอุตส่ห์ดีใจขายออก ได้เงินเข้าหลวงเยอะว่า ให้รีบดำเนินการ แจ้งความซะ แล้วก็มีกระบวนการจะเอาผิด ผลิตเรื่อง และหลักฐานอะไรอื่นๆ ไว้รอไว้แล้ว จนถึงขึ้นสุดท้าย ติดคุกนั้นเอง
......................

ถ้าสมมุติ แปลว่า เป็นไปไม่ได้ หรืออธิบายให้เห็นชัดๆ ถ้าคนนั้นไม่นรกส่งมาเกิดจริงๆ ไม่ไปขู่ชาวบ้านแล้ว เอามาเป็นของตนเอง เฉยๆ แบบไม่มีเจตนา

สมมุติว่า ทักษิณ สลับจาก องคมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ อดีตนายกไทย ยุกคมช.. ไปมีบ้านพักตากอากาศ อยู่บนเขายายเที่ยง

คงมีพวกลาภ ยศหนักศักดิ์ใหญ่ ทั้งหมดในแผ่นดิน และองคมนตรีทั้งหมด ออกมาลงชื่อ เรียงหน้าประณามจากทุกชาติตระกูลใดๆ

นักวิชาการทั้งหมด อธิการบ่ดี ทุกมหาวิทยาลัย ออกมาประท้วง

พรรค ปชป ตั้งแต่แม่บ้าน คนสวน จนถึง ที่ปรึกษาพรรค ต้องออกมาด่า กล่าวหาใส่ร้าย อย่างสาดเสียเทเสีย

สื่อจริยธรรมสูงในประเทศไทย ต้องออกมาลากใส้ ทุกต้นชั่วโมง

กระบวนการตุลาการทั้งหมด คงออกมาให้ข้อคิดทางกฏหมายว่า ผิดแน่นอน

ประมวลความได้แล้ว ทักษิณ น่าจะ ได้รับผลการมีที่พักตากอากาศ สูงสุด คือ ประหาร 7 ชั่วโคตร
............................

คุณเบื่อไหม ที่ดูข่าว ตอนนี้ จะมีการบอกว่า

ผู้ใกล้ชิดพลเอกสุรยุทธ์ บอกว่า จะคืน ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะคืนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะคืนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

มาวันนี้ คนไทย ไม่มีใครเชื่อ มัน เอ๊ย ท่านอีกแล้วละครับ

ถ้าจะคืน ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว กระมัง

จำได้ไหม ที่ สปก 4-01 พรรคควายที่ไหนเกี่ยวข้องขนาดศาลสั่งให้ คืนเพราะผิด

คนโง่ๆ ควายๆ ที่เป็นคนแจก ไม่ปรากฏว่า มีความผิดอะไรจนป่านนี้

คงเชื่อว่า ไม่เจตนาแจกคนรวยพวกเดียวกันนั้นเอง

ทั้งๆ ที่ ความผิด มันเกิดขึ้น หมดแล้ว

สุดยอดไหมละ ประเทศไทย

Monday, January 11, 2010

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ.2553

คุณปู่ พิชัย สอน"ไอ้หลานมาร์ค" ทำงานกันไม่กี่คน.. ทำไมไม่รู้จักใช้คน(หือ)

บุกเขายายเที่ยง แดงปักหลัก หน้าบ้านสุรยุทธ์

ฟางเส้นสุดท้าย

"มาร์ค"สวนก.ตร. ล้มคดี7ตค.ไม่ได้

ทักษิณ ตัวเป็นไทย ใจเป็นซาอุฯ

ที่มา thaifreenews
โดย...ลูกชาวนาไทย





นอกจากตัวเป็นไทยใจเป็นเขมรแล้ว ต่อไปทักษิณหน้าจะโดนด่าอีกว่า “ตัวเป็นไทยใจเป็นซาอุฯ” อีกกระมังครับ กับกรณีที่ทักษิณจะไปเป็นกรรมการให้กับโครงการสร้างเมืองใหม่ของซาอุฯ กษิต ภิรมย์ ควรชิง “ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับซาอุฯก่อน และให้ ปตท. ทบทวนการซื้อน้ำมันดิบจากซาอุดิอารเบีย ( 30-40% เอง)

ผมว่าหมากนี้ของซาอุฯ รุนแรงและตอกหน้ารัฐบาลไทยอย่างหนัก บอกให้รู้ว่า ไม่มีประเทศใดแคร์ กับรัฐบลของอำมาตย์นี้ และไม่สนใจไทยเสียด้วย

ที่จริง “บทบาทของไทยในเวทีโลก” ได้ลดลงและไร้เกียรติภูมิตั้งแต่หลังรัฐประหารมาแล้ว กลายเป็นประเทศแถวสองที่ไม่มีบทบาทในเวทีโลกเลย ไม่ว่าเรื่องอะไร การไปประชุมต่างๆ ก็เป็นเพียงแต่ตัวประกอบเท่านั้น

อีกอย่างหนึ่ง ฐานะทางเศรษฐกิจไทยค่อนข้างอ่อนแอและไร้แรงดึงดูดนักลงทุนหรือต่างชาติมากมายแล้ว เขาคิดกันว่ายังเป็นประเทศที่ “มีปัญหาทางการเมือง” และการลงทุนหรือข้อตกลงต่างๆ ก็ควรที่จะ “ชะลอเอาไว้ก่อน”

ในทางตรงกันข้าม บทบาทของทักษิณในฐาน “อดีตผู้นำที่มีความเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ” และมีคอนเน็คชั่นกับประเทศต่างๆ จำนวนมาก มีคุณค่าต่อธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง เป็นทูตทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้ “องค์กรธุกิจใหญ่ๆ” ระดับโลกต้องการเป็นอย่างยิ่ง
โลกล้อมอำมาตย์ในทางยุทธศาสตร์แล้ว มันบรรลุผลมากแล้ว

เดินขึ้นเขายายเที่ยง ไม่ต้องเดินตลอด 10.5 กม.ก็ได้สำหรับทุกคน

ที่มา thaifreenews

โดย...ลูกชาวนาไทย





จุดประสงค์คือ การสร้างข่าวให้ทั่วโลกเห็นความอยุติธรรมของสังคม ดังนั้นจากจุดเริ่มต้นควรจัดเป็นขบวนเดิน จะมีกลุ่มที่ถือจอบ ถือเสียม เขาแถวเป็นกลุ่มๆ ก็ได้ จัดรถอีแต๋นเป็นขบวนตามหลังไป สำหรับคนที่เดินไม่ไหว

ทุกคนไม่ต้องเถรตรง เดินขึ้นทั้งสิบ กม. ก็ได้ คนที่เดินไหวก็เดินขึ้นไปเป็นแบบเดินมาราธอน สำหรับคนที่ไปจากกรุงเทพฯ คนชั้นกลาง หากเดินไม่ไหวก็เดินไปสักสามสี กม. แล้วก็ขึ้นรถไป

ความสำคัญมันอยู่ที่ช่วงเริ่มต้น

ที่จริงใครถึงคนแรก (เดิน) ก็ได้รับรางวัลจากแกนนำไป เช่น อาจให้เหรียญหรืออะไรก็ได้ หรือขึ้นไปโชว์ตัวบนเวทีก็ได้

ส่วนหากมีอุปสรรค์ มีการสะกัด ก็ยิ่งดีครับ มันจะได้เป็นข่าวดัง

ที่จริงมันป้องกันไม่ได้แล้ว เพราะมีคนขึ้นไปแล้ว 500 คน หรือกว่านั้นแล้ว เช้าๆ ก็คงมีคนขับรถขึ้นไปรอก่อนแล้ว เพราะจัดทีม ป้องกันต่างๆ

ส่วนการเดิน "เ็ป็นพิธีกรรม" สำหรับคนส่วนใหญ่"

ในทางยุทธศาสตร์ คนเสื้อแดงยึดไปแล้ว ตั้งแต่มีข่าวดังแล้ว

ชวลิต เผย การเอาอำนาจให้ประชาชน คือ เสาหลักที่ค้ำจุน

ที่มา thaifreenews

โดย ThaiRedNews

ชวลิต เผย การเอาอำนาจให้ประชาชนจะเป็นเสาหลักในการค้ำจุนระบอบประชาธิปไตย

ชวลิตขย่มอำมาตย์ เผย บ้านเมืองขณะนี้ยังไม่เป็นตามที่พระปกเกล้าฯมีพระราชประสงค์ไว้ เพราะบ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย

PM Chaovalit Yongjaiyu gave an exclusive interview with Thai Red News's Pakdee Tanapura.

"น้ำขึ้นให้รีบตัก" เขางาบกันยังไงมาดูกันค่ะ

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : Jampoon


"น้ำขึ้นให้รีบตัก" เขางาบกันยังไงมาดูกันค่ะ

เด็กผู้หญิง

ขอบคุณ @k0b_k0b เพื่อนทวิตเตอร์ของจำปูนที่วางลิงค์นี้ให้ค่ะ
นางเอกเลยกระจ่าง
http://www.thitinob.com/node/96



มูมมามเหลือเกิน


วันนี้ รมว.ร้องไห้ออกข่าวด้วย มาดูเบื้องหลังคราบน้ำตา



http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8750590/P8750590.html

ถ้าเรื่องจบ ขอเสนอให้จัดการพวกอำมาตย์และขี้ข้าแบบเบ็ดเสร็จด้วย

ที่มา thaifreenews

โดย Bugbunny

ป็นคนชอบมองข้ามช้อต มาถึงตอนนี้ผมว่าสถานการณ์มัน “งวด” เข้าทุกทีแล้ว เมื่อวันแห่งชัยชนะของประชาชนมาถึง ต้องวางกลยุทธจัดการแบบเด็ดขาดไว้ให้พร้อม ช่วงเสร็จสงครามนั้นประชาชนคงต้องทำหลายเรื่องเด็ดขาดแบบทหารกวาดล้างอมาตยาธิปไตยให้สิ้นซาก

ตัวอย่างเช่น

1. คนเสื้อแดงต้องทำตนเป็นองครักษ์พิทักษ์ประชาธิปไตยแบบต่อเนื่อง ต้องออกมากดดันและเหยียบย่ำพวกสมุนอำมาตย์ให้จมดิน อย่ายอมให้พวกมันออกมาปั่นป่วนรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งได้อีกโดยเด็ดขาด ต้องเป็นกองหน้าเข้าเผชิญหน้ากับมวลชนฝ่ายมัน ถ้าเสือกส่อว่าจะมีอาการแบบนั้นเกิดขึ้น

2. ลงโทษสมุนอำมาตย์และตัวอำมาตย์ทุกระดับอย่างรุนแรง ต้องเอาจริงและเอาให้หนัก ในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นต้องกดพวกนี้ให้สนิท ไม่เช่นนั้นจะหือขึ้นมาก่อกวนทันทีที่มีโอกาส ฝากกองกำลังคนเสื้อแดงด้วย

3. ล้มเลิกอภิสิทธิทุกรูปแบบ คนไทยต้องเป็นเจ้าของอำนาจปกครองประเทศอย่างแท้จริง ผ่านผู้ที่ประชาชนไว้วางใจเลือกตั้งเข้ามาเท่านั้น

4. จัดการกับเรื่องทุจริตของโจรปล้นชาติทุกคน โดยเฉพาะที่กระทำในช่วงที่พวกนี้เข้ามามีอำนาจรัฐตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา

5. จัดการกับองค์กรอิสระอัปรีย์ทั้งหลาย ตุลาการวิบัติ นักวิชาการชั่วชาติ ทหารขี้ข้าอำมาตย์ ฯลฯ เอาตัวขึ้นองค์กรยุติธรรมของประชาชน ยกเลิกองค์กรชั่วและลงโทษพวกที่ยึดกุมอำนาจเหล่านั้นในช่วงนี้อย่างรุนแรง ทุกคน ยึดทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบหลังเข้าดำรงตำแหน่งให้หมด อย่าให้เหลือโอกาสและทรัพย์สินไว้ทำลายประชาธิปไตยได้อีก

6.เรียกคืนทรัพย์สินที่ได้ไปโดยการใช้อำนาจแบบหน้าด้านเข้าเป็นสมบัติของ ชาติ หรือนำออกเปิดเผยต่อสาธารณชนแล้วให้ประชาชนให้ความเห็นว่าจะนำไปทำอะไรต่อไป เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

7. เอกชนที่ได้ประโยชน์และตำแหน่งหรือธุรกิจจากการสนับสนุนพวกกบฏต้องนำขึ้น พิจารณาคดีในฐานะผู้สมคบกันผู้ก่อการร้ายร่วมทำลายประเทศชาติ

ฯลฯ

ยังมีอีกหลายอย่างครับที่ต้องทำ อยากยกตัวอย่างที่เคยฟังมาว่า นครโฮจิมินห์ซิตี้ ในช่วงหลังสงครามปลดแอกนั้น เพื่อนที่นั่นซึ่งตอนนั้นยังเรียนประถมอยู่ ออกไปเรียนหนังสือ พบศพนอนอยู่ตามถนนหลายศพ เมื่อมองดูก็รู้ว่านั่นคือศพของพวกมาเฟียท้องถิ่นแถวบ้านและพวกอันธพาลที่เคยรีดไถค่าขนมจากเ็ด็ก ๆ อย่างพวกเขา มีป้ายติดไว้ที่ศพว่า “อาชญากรรมที่กระทำต่อประชาชนต้องได้รับการตอบโต้อย่างสาสม” ซึ่งได้ผลครับ พวกอันธพาลหรือวัยรุ่นที่เริ่มจะเป็นหัวหดหมด ไม่กล้าออกมาข่มขู่ใครเลยสองสามวันต่อมาศพพวกนั้นจึงถูกนำออกไป

หลังชัยชนะของประชาชน ถ้าจะต้องใช้วิธีเผด็จการก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นพวกมันก็จะถอยไปตั้งหลักแล้วกลับมาป่วนกันใหม่ เหมือนสมัยไอ้แป๊ะกับพวก NGO มันทำมาแล้วช่วงรัฐบาลสมัครสมชายนั่นแหละ