ที่มา thaifreenews
โดย ThaiRedNews
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, January 16, 2010
ทักษิณ ก็ลับลวงพราง เจ้าเล่ห์ เพทุบายเป็นเหมือนกัน
ที่มา thaifreenews
โดย...ลูกชาวนาไทย
เวลาไปชุมนุมเสื้อแดงทีไร และคุณทักษิณโฟนอินเข้ามาเมื่อปีที่แล้ว คนเสื้อแดงจำนวนมาก จะรู้สึกคับข้องใจอยู่อย่างหนึ่งคือ "บทสวดบูชาเทพ" ที่คุณทักษิณมักสวดเป็นประจำ คนฟังก็ได้แต่เลยตามเลย รู้ว่านี่เป็นพิธีกรรม แต่ก็รู้สึกคับข้องใจว่าคุณทักษิณ ไม่สวดคาถาบูชาเทพ จะได้ไหม
เป็นความรู้สึกร่วม แต่ไม่รู้จะระบายได้อย่างไร
มีคนเล่าให้ผมฟังที่เชื่อถือได้ว่า มีคนเสื้อแดงไปเยี่ยมท่านทักษิณที่ดูไบ หลังจากสนทนาปราศรัยกันอย่างสนุกสนาน คนที่ไปเยี่ยมคนหนึ่ง ซึ่งรู้สึกคับข้องใจเรื่อง คาถาสวดบูชาเทวดา นี้มาก ก็เลยถามท่านทักษิณว่า ท่านจะพูดอะไรไปทำไมต้องสวดคาถาบูชาเทวดา เงียบๆ ไปได้ไหม ไม่ต้องสวดบ่อยนักก็ได้
เขาเล่าว่าคุณทักษิณ หัวเราะด้วยความชอบใจแบบเด็กๆ เลยแล้วตอบว่า "ผมรู้ว่าชาวบ้านคิดยังไง" (ตอบแบบเสียงสูงอารมณ์ขัน)
นิทานเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก แค่พอยืนยันได้ว่าคุณทักษิณนั้น น่าจะตาสว่างนานแล้ว แต่สถานการณ์ Time-space กาละเทศะ มันยังไม่อาจแสดงอะไรได้มาก คนที่ตาสว่างคนแรกๆ มักไม่รอด ดังนั้นแม้จะรู้สึกตัว ก็ต้องทำเป็นแกล้วหลับตาเอาไว้ก่อน
แต่เมื่อประชาชนตาสว่างจนถึงจุด "มวลวิกฤติ" หรือ "ลิงตัวที่ร้อยลืมตาแล้ว" ก็ค่อยลืมตาพร้อมๆ กับคนอื่นก็ได้ เพราะ เขาจ้อง คนๆ นี้อยู่ว่า ลืมตาเมื่อไหรก็โดนทันที
เอาเป็นว่าเท่าที่ผมรู้สึก หลัง 10 ธันวาคม 2552 มานี้ ท่านทักษิณ เริ่มรี่ตาขึ้นมาเยอะพอสมควรแล้ว
การเอาจักรภพมาอยู่ด้วย คือการเลือกที่จะเดินทางใดที่ชัดเจนแล้ว
พระตำหนักใหม่ล่าสุด...สร้างเสร็จแล้ว
ที่มา thaifreenews
โดย Porsche
by astute
http://sameskyboard.com/index.php?showtopic=41691
ไปเจอมาในเวบเด็กดี
Cat_Night
Posted Yesterday, 06:03 PM
http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1565314
พระราชวังไทย..แห่งใหม่. สร้างเสร็จแล้ว
Thanks: ฝากรูปฟรี ดิกชันนารีออนไลน์ ข้อมูลท่องเที่ยว
พระราชวังไทยถิ่นใต้ Southern Royal Palace
เนื่องด้วยเหล่าพสกนิกรชาวปากพนังรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ทรงพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง ประชาชนชาวปากพนังจึงพร้อมใจกันจัดสร้างพระตำหนักปากพนัง
เพื่อเป็นพระตำหนักแปรพระราชฐานเสด็จทรงงาน ณ ลุ่มน้ำปากพนัง
พระตำหนักประกอบด้วยห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ......นาถ
พระตำหนัก ...วงศานุวงศ์ ท้องพระโรง ห้องจัดพระราชทานเลี้ยง
และบ้านพักรับรองสำหรับเหล่ามหาดเล็ก และข้าราชบริพาร ผู้ตามเสด็จ
พระตำหนักปากพนังตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำปากพนังล้อมรอบด้วยแม่น้ำ
มีลักษณะสถาปัตยกรรมของภาคใต้อย่างโดดเด่นชัดเจน
โดยใช้หลังคาทรง " บรานอร์ " และใช้หลังคาสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีอันเป็นสัญลักษณ์ของพระมหา...
โดยในอนาคตทางจังหวัดจะพัฒนาพระตำหนักให้มีความสวยงาม โดยการจัด " สวนดอกไม้เมือง ร้อน"
( เหมือนสวนดอกไม้เมืองร้อนที่สิงค์โปร์ มาเลเซีย ) ให้พระตำหนักมีความงดงามเช่นเดียวกับ
ภูพิงค์ราชนิเวศ ซึ่งเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาว
" บรานอร์ " คือลักษณะหลังคาบ้านไทยถิ่นใต้ มาเลย์ อินโด บรูไน และฟิลิปปินส์
สวยงามมากกกก
ทรงพระเจริญ
ปก... อัญมณี สีชาติ
http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/15230
หนัง Matrix การเมืองไทย กับข้อเปรียบเทียบเชิงพุทธ
ที่มา thaifreenews
รวบรวมเรียบเรียงโดย Ice angel
ต่อจากเวปบอร์การเมืองที่นายกทักษิณเขียนข้อความไว้ในทวิตเตอร์ว่า
อดีตนายกฯ ยังทวิตเพื่อตอบคำถามแฟนคลับถึงกระแสข่าวว่ารัฐบาลไทยจะทำสนธิสัญญาส่งตัว ผู้ร้ายข้ามแดนกับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)เพื่อส่งพ.ต.ท.ทักษิณ กลับไทย ว่า
“ทุกรัฐบาลที่เขามายูเออีก็เพื่อจะมาชวนเขาไปลงทุนบ้าง มาขอซื้อน้ำมันบ้าง
ใครมาเรื่องไร้สาระ เรื่องการเมือง เขาไม่ให้ความสำคัญหรอกครับ”
พร้อมกล่าวถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่าง 2 มาตราฐาน ว่า
“ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เลิกต่อสู้
และจะขอผลัดยมบาลก่อนว่าจะยังไม่ขอตาย
จนกว่าจะได้ประชาธิปไตยและความเป็นธรรมคืนมา” และ
“ได้ดูหนังเรื่องmatrixไหมครับที่เขาให้เลือกยาให้กินระหว่างเม็ดสีน้ำเงิน
และเม็ดสีแดงตอนนี้คนไทยเจอยาสีน้ำเงินเห็นแต่ความเพ้อฝัน”
Ice angel ก็เคยได้ยินบรรดาปรมจารย์ กูรูทางการเมืองที่วิเคราะห์การเมืองเก่งๆ หลายคน เขาก็พูดถึงหนังเรื่อง Matrix ด้วยเเหมือกันและความสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไรกันกับเรื่องการเมืองในบ้านเรา เลยไปหาข้อมูลเกี่ยวกับหนัง
มีเวปหนึ่งเขาวิเคระห์ชี้ประเด็นให้แง่มุมในเนื้อหาของหนังเรื่อง Matrix ได้น่าสนใจน่าเอามาให้ได้อ่านต่อๆ กัน ตามนี้
The Matrix - Reloaded เป็นภาคที่ 2)
มีแง่มุมชวนคิดหลายอย่าง อาทิ คำถามเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของตัวตน อะไรคือความจริง การเข้าถึงสัจจะและการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ บทความนี้จึงเขียนขึ้นมาเพื่อชวนกันวิเคราะห์ภาพยนตร์ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา พี่น้องตระกูลวาโชว์สกี ซึ่งเป็นผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวว่า "มีอะไรหลายอย่างที่โดดเด่น และน่าสนใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและคณิตศาสตร์ ซึ่งติดตราตรึงใจเรามานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกฎควอนตัมฟิสิกส์ และในแง่ที่ศาสตร์ทั้งสองมาบรรจบพบกัน"
บทความนี้พยายามที่จะสะท้อนให้เห็นว่าแต่ละฉากในภาพยนตร์มีความพยามยามดำเนินเรื่องให้สอดคล้องกับหลักพุทธศาสนาอย่างไรก่อนอื่นใคร่ขอบอกว่า นี่เป็นเพียงการเชื่อมโยงอย่างคร่าว ๆ เท่านั้น และไม่ได้มุ่งเน้นความถูกต้องตามหลักปริยัติอย่างเคร่งครัด
Matrix คือสังสารวัฏฏ์
Matrix เทียบได้กับอะไร Matrix เปรียบเสมือนมายาหรือสังสารวัฏฏ์ (คือ เราอาศัยอยู่ในโลกแต่เรารับรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างไม่ถูกต้อง ด้วยจิตใจที่หลงผิดของเราเอง) การถูก Matrix ปิดบังให้มืดบอดไม่ใช่สิ่ง ที่เป็นไปไม่ได้ เหมือนกับสมัยนี้ ถ้าเราไม่ได้รับการศึกษา เราก็คงจะเข้าใจว่าโลกแบน
(เพราะตามันเห็นว่าแบนจริง ๆ ) หรือไม่ก็เข้าใจว่าพระอาทิตย์สว่างตอนเช้าแล้วดับตอนกลางคืน เพราะเชื่อสายตาของตนเอง
โลกนี้ช่างเต็มไปด้วยสิ่งลวงตาลวงใจมากเหลือเกิน!
ฝันร้ายของ Neo แม้ว่า Neo จะหวาดผวากับฝันร้ายซ้ำซากว่า Trinity ถูกยิง ตอนที่เธอจะ"ตาย" แต่เขาก็เชื่อว่า "มันจะไม่สิ้นสุด จนกว่ามันจะสิ้นสุด" เขาเชื่อเช่นนี้ เพราะเขายังไม่ได้เห็นเธอตายจริง ๆ ข้อนี้ช่วยให้เราระลึกได้ว่า แม้สิ่งต่าง ๆ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นตามกฎแห่งกรรม แต่ก็อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ ตราบใดที่เรามี"ความเพียร"ในการกอบกู้สถานการณ์ให้เปลี่ยนแปลงไป และตอนหนังใกล้จบ Neo ก็สามารถทำให้ Trinity ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้หลังจากที่เขาสามารถเข้าถึงภาวะใกล้ตายของเธอได้สำเร็จ
Neo ผู้มีเมตตาแต่ขาดปัญญาแม้ Neo จะมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่าเขาเป็น The One ที่สามารถช่วยทุกคนให้รอดพ้นจาก Matrix ได้ แต่ Neo ก็บอกกับ Trinity ว่า "ผมเพียงอยากรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง"
Neo จึงเปรียบได้กับผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกรุณา แต่ขาดปัญญา ไม่รู้ว่าจะนำพาสรรพสัตว์หลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์ (การเวียนว่ายตายเกิด) ได้อย่างไร ตรงนึ้เท่ากับช่วยย้ำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาปัญญาควบคู่ไปกับ ความกรุณา อุปมาเหมือนกับนกที่จะต้องมีสองปีก จึงสามารถบินได้
ศรัทธาที่มืดบอดของ Morpheus หลายคนสงสัยว่า ทำไม Morpheus จึงเชื่อมั่นในคำทำนายของ Oracle ยิ่งนัก เขาเชื่อตั้งแต่ภาคแรก และยืนยันความเชื่อที่ปราศจากเหตุผลรองรับ มาจนถึงภาค Reloaded ด้วยความเชื่ออันงมงายของ Morpheus ลูกเรือทุกคนต่างเต็มใจปฏิบัติตามคำบัญชาของเขาด้วยความเชื่อมั่นและไว้ใจในตัวเขา เขาคือผู้ที่ทำให้ประชาชนชาว Zion มีความหวัง แต่แล้วในตอนจบของหนัง มันได้กลับกลายเป็นความสิ้นหวังไป (แต่เราก็หวังว่า Neo จะสามารถช่วยชีวิตชาว Zion ได้ในภาคที่ 3) ความเชื่อมั่นในคำทำนายของ "Oracle" เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นในความยึดมั่นถือมั่นของ Morpheus ทำให้ได้เห็นความต้องการลึกๆ และความเชื่อมั่นของเขา อย่างไรก็ตามในที่สุด ความ(ไม่)จริงก็ได้ปรากฏตามที่มันเป็น(ไม่ได้เป็นไปตามความเชื่อของใครๆ) ตรงนี้ถ้าพิจารณาให้ดี จะเห็นว่าคนเราทั่วๆไปก็เหมือนกัน คืดจะเชื่อในสิ่งที่เราต้องการเชื่ออยู่แล้ว
ถ้าเป็นเช่นนี้จริง เราจำเป็นต้องการให้ Oracle มาบอกเราให้เชื่อในสิ่งที่เราเชื่อ หรือต้องการเชื่ออยู่แล้วหรือ! ไม่จำเป็นเลย ใช่ไหม
Left to right: Agents Brown, Smith, and Jones
ฉะนั้นอย่าตกเป็นเหยื่อของการหลอกตัวเอง เพราะขาดปัญญา Smith คือ"มาร" Smith ซึ่งไล่ล่า Neo อย่างไม่ลดละ อาจเปรียบได้กับมารในตัว Neo เอง ที่พยายาม "ฆ่า" เขาด้วยการขัดขวางไม่ให้เขาบรรลุเป้าหมาย (คือการรู้แจ้งสัจธรรม) ในภาคแรก Neo ไม่ได้ ทำลายล้าง Smith ให้สิ้นซาก เขาจึงกลับมาได้ในภาค 2 ตรงนี้บอกให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการกำจัดกิเลสมาร (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) ในตัวเราให้หมดสิ้นไป |
การที่ Smith สามารถ "เนรมิตกาย" ขึ้นมาตั้งมากมาย อาจเทียบได้กับการที่เรายอมให้กิเลสมารเกิดขึ้นในใจของเราอย่างง่ายดายและรวดเร็ว เพราะไม่ได้ฝึกจิตใจให้เข้มแข็งพอและมักทำอะไรตามความเคยชิน ไม่ทำด้วยความมีสติ เหตุการณ์ที่ซ้ำรอยเดิม ตอนที่ Neo หนี Smith อีกครั้ง Smith พูดว่า
"มันกำลังเกิดขึ้นอีกแล้ว เหมือนครั้งก่อนเลย"
"Everything that has a beginning has and end"
แต่ "กายเนรมิต" ของเขากลับพูดว่า "ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว" ตรงนี้บอกเราว่า การเวียนว่ายตายเกิด ทำให้เราต้องประสบเรื่องทำนองเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงกระนั้นเรื่องแต่ละเรื่องก็ไม่เหมือนกันเสียทั้งหมด และมีหลายครั้งที่เราสามารถพัฒนาเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ได้ ความเป็น SuperMan ของ Neo การที่ Neo เหาะได้เหมือนSuperMan สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของจิตใจที่มีอำนาจเหนือวัตถุ (ฤทธิ์) สามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อ (และดูเหมือนท้าทายกฎทาง Physics) ได้ อย่างไรก็ตามความสามารถนี้อย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจาก Matrix ได้โดยเด็ดขาดเพราะอำนาจจิตไม่ได้นำมาซึ่งการรู้แจ้ง แต่เป็นเพียงผลพลอยได้ในกระบวนการฝึกจิตเท่านั้น

ถล่มเขายายเที่ยง บิ๊กเกาะช้าง ไอซียู
ภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของนภดล ศรีสุข ปลัดจังหวัดตราด ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับและดูแลโรงแรมและรีสอร์ต เข้าตรวจโรงแรมและรีสอร์ตบนพื้นที่เกาะช้าง ที่ไม่ได้รับอนุญาตเมื่อช่วงบ่ายวานนี้
พล.อ.สุรยุทธ์ |
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นตามคำสั่งของแก่นเพชร ช่วงรังษี ผวจ.ตราด ที่ให้นโยบายว่าต้องการให้โรงแรม-รีสอร์ต บังกะโลบนเกาะช้าง ปฏิบัติตามกฎหมายโดยให้มีใบอนุญาตถูกต้องทั้งหมด แต่พบว่าโรงแรมบนเกาะช้าง ที่มีกว่า 200 แห่งไม่มีใบอนุญาตมากกว่า 100 แห่ง
แม้การตรวจสอบจะดำเนินคดีแก่โรงแรม-รีสอร์ตเพียง 3 ราย หนึ่งในนั้นคือโรงแรมของ เจเน็ต เขียว ดาวตลกหญิงชื่อดัง และโรงแรมของอดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด แต่ที่สร้างผลสะเทือนกว่านั้น คือบรรดาผู้ประกอบการโรงแรม-รีสอร์ต “ขาใหญ่” บนเกาะช้างครึ่งเกาะกว่า 100 ราย พากันงดให้บริการปิดประตูไม่รับลูกค้าที่จะเข้าพัก เพื่อเลี่ยงมิให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ เพราะใช้วิธีล่อซื้อ โดยทำทีเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไปติดต่อที่พัก เมื่อตกลงเข้าพักแล้วจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอดูใบอนุญาต
เมื่อผู้ประกอบการเกือบ 100 รายปิดโรงแรมหนี นักท่องเที่ยวที่เข้าพักจึงถูกไล่ออกมา ต้องระเห็จหอบข้าวของสัมภาระหาที่อยู่ใหม่วุ่นวายกันไปทั้งเกาะ ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของเกาะช้างเป็นอย่างยิ่ง
โสภณ จันเดิม ประธานชมรมโรงแรมและรีสอร์ตเกาะช้าง กล่าวว่า ปัญหานี้ทางจังหวัดรู้ดีว่าโรงแรมบนเกาะช้างส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องที่ดิน ซึ่งที่ดินบนเกาะช้างส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ โฉนด หรือน.ส.3 ก ส่วนใหญ่จะมี ส.ค.1 หรือ ภบท.5 ซึ่งไม่สามารถนำไปขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมได้ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจะก่อสร้างไปก่อนแล้วขออนุญาตในภายหลัง ซึ่งเกิดปัญหาตามมาคือไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่เกิดเฉพาะที่ จ.ตราด แต่ทุกจังหวัดก็เกิดในลักษณะเช่นนี้
“การกระทำของจังหวัดครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะช้างอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศหนีอากาศหนาวเย็นมาท่องเที่ยวที่เกาะช้างเต็มทั้งหมด หากจังหวัดเข้มงวดโรงแรม ทุกแห่งที่ไม่มีใบอนุญาตอาจจะต้องปิดกิจการชั่วคราว” โสภณ กล่าว
ปฏิบัติการกวาดล้างโรงแรม-รีสอร์ตซึ่งก่อสร้างบนที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิครั้งนี้ น่าสังเกตว่าเกิดขึ้นก่อนที่สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการชุดนโยบาย ในคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย จะเดินทางมาตรวจสอบปัญหาที่ดินเกาะช้างในวันที่ 20 ม.ค.นี้
ขณะเดียวกันก็เพิ่งผ่านกรณีการครอบครองที่ดิน “เขายายเที่ยง” อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กลุ่มเสื้อแดงยกขึ้นมาเป็นประเด็นการเมือง ว่ารัฐบาลดำเนินการ 2 มาตรฐาน รวมทั้งการเตรียมยกพลไปชุมนุมที่เขาสอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อให้กรมป่าไม้ยกเลิกที่ดินสนามกอล์ฟที่กลุ่มทุนซึ่งใกล้ชิดกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี ได้มาโดยมิชอบเพราะเป็นเขตป่าสงวน
ประเด็นที่น่าจับตาคือ การเปิดเกมรุกไล่ผู้ประกอบการโรงแรม-รีสอร์ตเกาะช้างครั้งนี้ จะโยงไปถึงกลุ่มทุนใหญ่ที่มีเส้นสายเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจเก่าหรือไม่ เพราะเป็นที่ทราบดีว่า นักการเมือง แกนนำสายอำนาจเก่ามีรีสอร์ตหรูอยู่บนเกาะช้าง และเชื่อมโยงไปถึงเกาะกูดหลายราย
งานนี้พ่อเมืองตราดกำหนดเป้าหมายการตรวจสอบไว้ 3 ประเด็น คือ การปลูกสร้างบนที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ การปลูกสร้างรุกล้ำไปในทะเล และการปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต
แม้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นมาตรการที่ฝ่ายรัฐบาลสั่งการมาเพื่อป้องปรามแกนนำและกลุ่มทุนเสื้อแดง แต่การตรวจสอบการถือครองที่ดินก็เข้มข้นขึ้น ดังนั้นหลังการเดินทางมาตรวจสอบกรณีปัญหาที่ดินเกาะช้างของสาทิตย์ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ จึงน่าจับตาอย่างยิ่งว่า จะมีสิ่งใดเกิดขึ้นตามมาหรือ ไม่!?
โลภ ฉ้อฉล ... สุรยุทธ์ เขายายเที่ยง จาก ‘เชอร์ชิลล์’ กลายเป็น ‘ชูชก’ !?
ที่มา Thai E-News
โดย คุณ วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ที่มา เวบไซต์ vattavan
16 มกราคม 2553
การชุมนุมที่เขายายเที่ยง หน้าบ้านของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ได้จบลงด้วยดี โดยไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ผู้คนทั้งบ้านทั้งเมือง ได้รับรู้ความจริงในการครอบครองที่ดินขององคมนตรีผู้อื้อฉาว ซึ่งเป็นที่ดินแปลงสวยงาม อากาศเย็นสบาย วิวทิวทัศน์ดูน่ารื่นรมย์ก็ตาม แต่ความจริงแล้ว มันเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ผืนป่า’ อันเป็นสมบัติของบ้านเมือง ซึ่งประชาชนคนไทยทุกคน มีสิทธิขึ้นไปชมความงดงามตามธรรมชาติ แต่กลับมีอันต้องตกมาอยู่ในความครอบครอง ของคนใหญ่คนโตในบ้านเมือง (ที่มีอดีตเป็น ผบ.ทบ. อดีต ผบ.สูงสุด อดีตองคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันได้กลับมาเป็นองคมนตรีอีกครั้ง) โดยท่านได้ไปปลูกบ้านใหญ่โตโอฬาร เสมือนเป็นการเสริมบารมีของผู้มีบุญมากอย่างตัวท่านนี้เอง
การชุมนุมของคนเสื้อแดงครั้งนี้ ได้จุดประกายความคิดของประชาชน ให้หันไปพิจารณาดูการกระทำของผู้ที่มีอำนาจวาสนาในบ้านนี้เมืองนี้ ที่สามารถนำทรัพยากรของชาติไปถือคอรง และใช้ได้ในกิจการอันเป็นการส่วนตัว อย่างหน้าเฉยตาเฉย แถมเมื่อมีเรื่องมีราว เพราะประชาชนเขาเริ่มทวงความชอบธรรมคืน กลับดันมีรูเลี้ยวทางกฎหมายให้หลุดรอดไปเสียอีก
มีข่าวจากไทยรัฐออนไลน์วันที่ 11 มกราคม 2553 เขาลงบอกว่า พล.อ.นินนาท เบี้ยวไข่มุก นายทหารคนสนิทของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่าตัวท่านองคมนตรี รู้ตั้งแต่ตอนซื้อที่ดินเขายายเที่ยง แล้วว่าไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของ แต่หวังใช้สิทธิเพื่อทำประโยชน์ และที่ผ่านมา ไม่เคยนำพื้นที่ไปใช้สร้างผลประโยชน์ในทางธุรกิจ ยืนยัน พร้อมคืนพื้นที่ทันที หากทางราชการต้องการ
อยากจะบอกกับท่านนายพลนินนาทฯว่า ปัญหาเรื่องนี้ มันอยู่ที่ตัวพล.อ.สุรยุทธ์ฯเองต่างหาก ซึ่งท่านองคมนตรียังเป็นปุถุชนที่ยังมี “กิเลส” อัดอยู่หนาแน่น จนเกิดความละโมบ อยากได้ที่ดินแปลงนี้เอาไว้ในความครอบครองของตนเอง ซึ่งนิติกรรมต่างๆ ที่ทำกันมาจนท่านได้ที่ป่ามารอบครอง และปลูกบ้านพักโอ่อ่าขึ้นมานั้น
บัดนี้ เบื้องหลังของมันได้ถูกถลกออก แบหราโชว์ให้ผู้คนได้เห็น จนรู้กันทะลุปรุโปร่งไปทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วว่า ที่มาที่ไปของมันนั้น
โปร่งใส หรือกระดำกระด่างอย่างไรกัน!?
ผมเองเคยเขียนเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียด ลำดับความเป็นมาของเรื่องเอาไว้ในบทความชื่อ “ความเป็นธรรม...แล้วแต่ใครกำหนด!” (ความเป็นธรรมกับความยุติธรรม มันคนละเรื่องกันเลยนะ!) ซึ่งลงใน ‘ผู้จัดการออนไลน์’ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2550 ในตอนนั้นกระแสเรื่องนี้กำลังแรง
คนที่กำลังดังจากการขับไล่ทักษิณอย่าง “ประสงค์ สุ่นศิริ” หลังจากการรัฐประหารของ “ไอ้บัง กบฏ” หนังสือพิมพ์พากันคาดว่า ‘เฒ่าสงค์’ อาจได้รับตำแหน่ง ‘นายกรัฐมนตรี’ ในยุคไอ้บังกับพวกกำลังเรืองอำนาจ ตาเฒ่ารายนี้ถึงกับฝันหวาน แต่ก็พลาดไปเพราะชื่อของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ถูกหยิบยกขึ้นมาตัดหน้า ฝันของบุรุษเฒ่า ‘หน้าแหลมฟันดำ’ มีอันพังครืนลงไป
อีตาเฒ่ารายนี้เลยสำแดงฤทธิ์ ฟาดงวงฟาดงาใส่ พล.อ.สุรยุทธ์ฯ อย่างแรง ในกรณีที่ดินเขายายเที่ยง จนถึงขั้นมีการตั้งกรรมการที่อุตส่าห์กะโผลกกะเผลก ไปตรวจสอบกันถึงเขายายเที่ยง จนเป็นข่าวฮือฮากันไปใน พ.ศ.นั้นแต่ก็แค่ตดยังไม่หายเหม็น เรื่องก็จางหายไป เหมือนกับอีกหลายๆเรื่อง ที่เคยเกิดขึ้น...ในประเทศนี้!
เรื่องที่ดินเขายายเที่ยง กลับมาโผล่เอาอีกครั้ง ก็เพราะคนเสื้อแดงหยิบยกเอามาเป็นประเด็น คราวนี้ความเคลื่อนไหวของมวลชนกลุ่มนี้ เกิดเป็นความฉาวโฉ่ทั่วแผ่นดิน เพราะดันมีคำสั่ง “ไม่ฟ้อง” ของอัยการสูงสุด ได้ออกมาตัดหน้าการเคลื่อนพลของคนเสื้อแดง ที่กำลังพาเหรดขึ้นเขาไป เพื่อชุมนุมหน้าบ้านเจ้าปัญหาของ พล.อ.สุรยุทธ์ฯ บนเขายายเที่ยง
ชาวบ้านก็มองว่า การสั่งคดีของฝ่ายอัยการครั้งนี้ มีเงื่อนงำเพื่อลดกระแสของคนเสื้อแดง แต่ยังดีที่อัยการอุตส่าห์ชี้ประเด็นห้อยติ่งเอาไว้หน่อยหนึ่งว่า
พล.อ.สุรยุทธ์ฯนั้น ไม่มีสิทธิ์ ‘ครอบครอง’ ที่ดินผืนดังกล่าว! (แต่ผู้ชุมนุมยังไม่รู้ว่า มีอีกหนึ่งคดี คือคดีตัดถนนตรงไปยังบ้านของ พล.อ.สุรยุทธ์ฯ ซึ่งผมจะเปิดเผยเพิ่มเติมภายหลัง!)
ความจริงแล้ว หาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ฟังเหตุผล ตามที่ผมเคยเขียนไว้ในผู้จัดการออนไลน์สักหน่อย ท่านก็คงจะไม่ต้องมาร้อนรุ่มกลุ้มใจอย่างทุกวันนี้
ได้เขียนเอาไว้ตอนนั้นว่า หากเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตัวผมก็จะอภิปรายเรื่องบ้านเขายายเที่ยงของท่านสุรยุทธ์ อย่างนี้ครับ
...คนอย่างท่านนายกฯ (พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์) ไม่รู้เลยหรือครับว่า ไอ้เจ้าเอกสาร ภบท.๕ นั้น ความมุ่งหมายของทางราชการ ให้เฉพาะชาวบ้านที่ ‘ยากจน’ ไม่มีที่ทำกิน ได้มีโอกาสเข้าไปทำมาหากิน ในที่ดินของรัฐ เขาไม่ได้มีความประสงค์ ให้คนที่มีฐานะดี เข้าไปถือครองเป็นประโยชน์ส่วนตัวเลย คนรวยที่เข้าไปถือครองอย่างท่านนายกฯ นั้น เป็นพวกที่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นใจคนจน!
“ศีลธรรมจรรยา ความรับผิดชอบชั่วดี หายไปไหนหมดครับ...ท่านนายก!!?”
ถ้าเจ้าของคฤหาสน์เขายายเที่ยง ปฏิเสธว่า “ผมไม่รู้” ในฐานะผู้อภิปราย จะย้อนถามกลับอีก ว่า
...ตอนที่ท่านนายกฯ ยังรับราชการอยู่กองทัพภาคที่ ๒ พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และใกล้เคียง อยู่ในความดูแลของกองทัพภาค ที่นายกฯเคยเป็น ‘แม่ทัพ’ และผิดชอบโดยตรง ซึ่งท่านมีทั้ง ฝ่าย สธ.๒ นายทหารแผนที่ นายทหารภูมิอากาศ เจ้าหน้าที่รวบรวมข่าวสารอีกแผงใหญ่ ทำหน้าที่วิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการให้
ท่านไม่ทราบเลยหรือครับ ว่า ที่ดินแปลงนี้เป็น ‘ป่า’ ซึ่งคนเป็นแม่ทัพอย่างท่าน มีหน้าที่ปกปักรักษาเอาไว้ ให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน สำหรับลูกไทยหลานไทยในวันข้างหน้า หรือให้คนจนได้อาศัยทำกิน สมดังความมุ่งหมายของทางราชการ
ทำไมกลับปล่อยให้ภริยาตัวเอง เข้าไปถือครองเป็นประโยชน์ตนเอง ได้ลงคออย่างนี้... “ไม่รู้จัก ‘เกรงใจ’ ชาวบ้านตาดำๆ บ้างเลย หรือครั...บท่านนายก!?”...
ถามกันตรงๆอย่างนี้ ไม่รู้ว่าเจ้าของยายเที่ยงแมนชั่น จะตอบคนถามเขาว่าอย่างไร? ผมเองก็อยากรู้จริงๆ...
นั่นเป็นส่วนหนึ่งของข้อเขียนของผม ดังนั้น การที่ พล.อ.นินนาท เบี้ยวไข่มุก ออกมาแก้ต่างแบบเบี้ยวๆ แทนเจ้านาย นอกจากไม่ได้แสดงความฉลาด หรือทำให้เหตุการณ์เบาบางลง แต่ยังได้เปิดช่องให้ผู้คน เขากระแทกซ้ำได้อีกว่า
“ทำไมคนอย่างท่านสุรยุทธ์ เส้นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของท่าน ถึงอยู่ลึกนัก!”
ท่านผู้อ่านครับ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นว่าสำคัญมากคือความเป็น “สุภาพบุรุษ” ของคนที่เป็นผู้ชาย (คำว่า ‘สุภาพบุรุษ’ นี้ คุณเปรมชอบใช้) เขาไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลากมากดี เศรษฐีมหาเศรษฐี หรือมีตำแหน่งแห่งที่ เป็นแม่ทัพนายกอง รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี หรอกครับ เพราะพระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ทรงตรัสสอนเอาไว้ว่า “ขอทาน...ก็เป็นสุภาพบุรุษได้!”
ผมว่า ถ้าพล.อ.สุรยุทธ์ฯ มีความเป็นสุภาพบุรุษเพียงพอ ท่านไม่เอาหรอกครับ สมบัติของชาติซึ่งเป็นที่ป่าที่เขาอย่างนี้ หากใครมาอ้างว่า
“เฮ้ย ใครๆ เขาก็เอากันทั้งนั้น ท่านสุรยุทธ์ฯ เอานิดเอาหน่อยจะเป็นไรไป!”
ใครที่พูดหรือคิดอย่างนี้ ผมก็อยากจะเอ่ยถึงนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นเดียวกับท่านองคมนตรีสุรยุทธ์ฯ แหละ บุคคลผู้นี้นี้ชื่อว่า ‘พล.ต.ท.ล้วน ปานรสทิพย์’ ครับ
นายตำรวจเกษียณราชการ รุ่นเดียวกับ พล.อ.สุรยุทธ์ท่านนี้ คือ พล.ต.ท.ล้วนฯ มีบิดาชื่อ พล.ต.ต.เลื่อน ปานรสทิพย์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองคดี กรมตำรวจ
พล.ต.ต.เลื่อน ปารสทิพย์ มีความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาเป็นอย่างยิ่ง ท่านทำงานเข้าและเลิกตรงเวลา ทำให้ลูกน้องต้อง ทำตาม ตำรวจกองคดียุคนั้นถือว่าวินัยดีมาก
ความตงฉินของท่าน ดูได้จากการใช้รถประจำตำแหน่ง ซึ่งท่านใช้รถเฉพาะจากบ้านไปที่ทำงานจริงๆ หากระหว่างเดินทางกลับบ้าน บังเอิญมีธุระส่วนตัว ท่านก็จะบอกให้คนขับรถหยุด และสั่งให้นำรถไปบ้าน ท่านก็ขึ้นแท็กซี่ไปทำธุระ...ขนาดนี้เลย!
ท่านให้เหตุผลว่า “รถหลวง ใช้เฉพาะงานหลวง ไปงานส่วนตัว ต้องนั่งรถอื่น!” อย่างนี้จริงๆ!!
พล.ต.ท.ล้วน ปานรสทิพย์ สืบสายเลือดความซื่อสัตย์จากบิดา ตำรวจเรียกท่านว่า “ล้วน...ดีล้วน!”
ท่านเคยไปเป็นผู้บังคับกองเมือง จว.ชลบุรี พล.ต.ท.ล้วนฯก็ปฏิบัติตัวตรงไปตรงมา ผู้กว้างขวางในเมืองซึ่งเคยวิ่งเต้นตำรวจได้ต่างเกรงใจ ไม่กล้าขวางทางท่าน หรือทำผิดแบบเย้ยกฎหมาย เสี่ยระดับเจ้าพ่อ(ตอนนี้ตายแล้ว) ถึงกับพูดว่า
“ผู้กองล้วน เป็นข้าราชการที่อั๊ว ‘ไหว้’ ได้สนิทใจ”
ความดีของท่าน เมื่อถึงคราวโยกย้าย ผู้มีอิทธิพลในเมืองรายหนึ่ง ยกที่ดินให้ผู้กองล้วนหลายไร่ มีเอกสารสิทธิพร้อม เพื่อตอบแทนคุณงามความดี ที่ท่านทำความสงบสุขให้เมืองชลบุรี แต่ท่านตอบปฏิเสธ ไม่ขอรับโดยบอกสั้นๆว่า “ผมมีบ้านแล้ว!”
เรื่องนี้มีหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน เคยกล่าวขวัญกันเกรียวกราวนานมาแล้ว แต่มาวันนี้ ผมต้องยกขึ้นมาอ้างเป็นตัวอย่างอีกครั้ง เพื่อให้ผู้คนในบ้านในเมืองรู้กันว่า
คนที่เขาไม่ “มักได้” และมีความเป็นอยู่อย่าง “พอเพียง” อย่าง พล.ต.ท.ล้วน ปานรสทิพย์ หรือ “ผู้กองล้วน” ของคนชลบุรี นั้น ก็ยังมีอยู่อยู่ในเมืองไทย เพียงแต่ผู้คนไม่ค่อยรู้ หรือรู้แต่ลืมแล้วที่มีมา...นานแล้วด้วย!
ไม่ใช่มาสอนให้ผู้คนเขารู้จักความ “พอเพียง” แต่เสือกขี่ ‘เฟอรารี่’ โชว์ชาวบ้าน!
ในทางกลับกัน เมื่อบ้านเรามีคนดีๆ อย่าง “ผู้กองล้วน” ของคนเมืองชล แต่ก็ยังมีคนที่สร้างปัญหา ความขุ่นเคืองใจให้กับสังคมไทยแบบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในพฤติกรรมเข้าครอบครองที่ดินอันเป็นผืนป่า โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะยึดถือไว้เพื่อตน ทั้งๆ ที่ตัวเองเคยเป็นแม่ทัพ แถมยังเคยเป็นประธานปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า และในฐานะแม่ทัพ ท่านต้องรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่า ป่านั้นเป็นสมบัติของชาติ เป็นทรัพยากรของของลูกไทย หลานไทยเราทุกคน
ดังนั้น การที่ท่านองคมนตรี เอาที่ดินเขายายเที่ยง มาเป็นของตัว และยังคงดื้อด้าน ยึดถือเอาไว้จนทุกวันนี้ ช่างเป็นการทำร้ายน้ำใจคนไทยเสียจริงๆ ผลกรรมเลยส่งให้เป็น ‘ทุกขลาภ’อย่างที่เห็นกัน!
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นั้น เคยได้รับการปั่นกระแสโฆษณาชวนเชื่อ จาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ถึงความเก่งกล้าสามารถ โดยท่านบอกว่า “บิ๊กแอ้ด” ของท่านนั้น ยิ่งใหญ่เปรียบเทียบได้กับ ท่านเซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลล์ มหาบุรุษแห่งเกรทบริเตน ขนาดนั้นเลยทีเดียวเชียว!
ที่แปลก คือ คุณป๋าของหนูแอ้ดไม่เคยให้รายละเอียดว่า หนูแอ้ดนั้นเหมือนท่านเชอร์เชอร์ชิลล์ตรงไหนกัน? อยู่ๆ ก็พูดขึ้นมาลอยๆ คล้ายๆ เห็นคนหัวโล้น แล้วก็บอกว่าเหมือน ‘พระอรหันต์’ พิกลจริงเชียว...ป๋านี่!
คุณป๋าของหนูแอ้ด อ่านประวัติของท่านเชอร์เชิลล์บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้? เพราะขนาดเด็กๆ นักเรียน อ่านประวัติท่านเชอร์เชิลล์ แค่ในวิกีพีเดียเท่านั้น ยังสงสัยกันว่า มันเหมือนตรงไหน เพราะดูยังไงก็ไม่มีเหมือนสักมุมเดียว แต่อย่างว่าละครับ มุมมองของคุณป๋าอาจไม่เหมือนคนอื่น ถึงได้อยากให้ท่านมาบอกให้ชัดว่าเหมือนตรงไหน(หว่า)
ใช่แต่แค่นั้นนะ
‘บิ๊กแอ้ด’ ยังได้รับการยกย่อง (จากกลุ่มเดียวกันอีกนั่นแหละ) ว่า เป็นคนดี มีศีลธรรม เป็นตัวอย่างที่ดีกับผู้คน แต่กรณีเขายายเที่ยงนั้น ทำให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี กลายเป็น ‘ผู้ร้าย’ ในสายตาของผู้คนจำนวนมาก แทบจะทันที หลังจากที่ความจริง ถูกเผยให้กับสาธารณะชนทราบ!
ต้องเรียนให้ท่านผู้อ่าน ทราบว่า ที่แน่นอนคือ ท่านเชอร์ชิลล์นั้น ไม่เคยมีประวัติในการฉ้อฉลเอาที่ดินของรัฐมาเป็นของตัวเอง มีแต่เสียงร่ำลือ แซ่ซ้องกันว่า เป็นผู้ซื่อสัตย์ กล้าหาญ องอาจดุจสิงโตแห่งเจ้าป่าใหญ่ รับใช้บ้านเมืองยามคับขันได้เป็นอย่างดี จนพาอังกฤษฟันฝ่าอุปสรรค ชนะศึกสงครามต่อเยอรมันได้ในที่สุด ถึงเวลาไม่อยู่ในตำแหน่งยังต้องเขียนหนังสือกิน เพราะเงินทองท่านไม่ค่อยจะพอใช้
ส่วน ‘บิ๊กแอ้ด’ นั้น เฉพาะเครื่องเพชรภรรยา (เท่าที่แจ้ง ป.ป.ช.) ก็ปาเข้าไปเกือบ 30 ล้านบาทแล้ว โอ้..หล่า..ล้า...
หากวิญญาณเลดี้เคลเมนไทน์ ภริยาท่านเชอร์เขอร์ชิลล์ รู้เข้า ท่านคงตกกะใจพิลึก ที่ภริยานายกฯในประเทศด้อยพัฒนา ร่ำรวยถึงปานนี้ เพราะตัวเลดี้เองนั้น ตอนแก่ๆ ท่านต้องขายรูปวาดฝีมือของสามีกิน เพราะไม่ค่อยจะมีสตางค์ ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนนักการเมืองไทยบ้านเรา
หากจะให้เปรียบว่าพล.อ.สุรยุทธ์ฯ เหมือนใคร คนที่ชอบฟังเทศน์มหาชาติอย่างผม กลับเห็นว่า
“บิ๊กแอ้ด” นั้น เหมือนตัวอีตา “ชูชก” ในเรื่องพระเวสสันดร มากกว่า
ในกัณฑ์มหาราชนั้น แม้พระเจ้ากรุงสัญชัยจะทรงประทานรางวัลให้ตาเฒ่า เป็นบำเหน็จในการนำพระนัดดาทั้งสอง คือ ‘กัณหา-ชาลี’ มาถวายแล้ว แต่อีตาชูชกนักภิกขาจารก็ตะกลามมาก กินอาหารพระราชทานเข้าไปเกินขนาด จนเตโชธาตุไม่ย่อย ให้อึดอัดคัดข้องเหลือกำลัง ให้ทุรนทุรายถึงขั้นพยุงชีวิตตนเองเอาไว้ไม่ได้ จนถึงกาลดับจิต สิ้นชีวิตไปในที่สุด
พล.อ.สุรยุทธ์ฯ เองได้รับราชการ จนมีตำแหน่งสูงสุด ได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดเงินเดือนทหาร แถมยังได้รับเงินในตำแหน่งอื่นอีกมาก ทรัพย์สินที่มีอยู่ตามบัญชีที่ท่านได้แถลงกับ ป.ป.ช. ก็มีกว่าร้อยล้านแล้ว
แต่เมื่อยามอัศดงแห่งชีวิต ท่านกลับต้องตกมาเป็นขี้ปากชาวบ้าน ถูกเขาสาปแช่ง ก่นด่า แค่ดูจากป้ายที่ผู้คนเขาถือไปชุมนุมที่หน้าบ้านท่านบนเขายายเที่ยง ก็ถึงกับ ‘ผงะ’ แล้ว เพราะแสบสันเหลือกำลังลาก จนไม่ต้องไปฟังคำปราศรัย เชือดเฉือนอีกด้วยซ้ำไป
ขนาดมีเรื่องราวฉาวโฉ่ ตั้งแต่ตอนที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกฯ แต่ตัวท่านก็ยังไม่ยินยอมสละที่ดินเจ้าปัญหา แต่กลับยังสู้อุตส่าห์ยึดยื้อ ถือเอา ‘ที่ป่า’ ซึ่งเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน เอาไว้เป็นของตัวเองต่อไป แทนที่จะตัดใจคืนไป เพื่อตัดปัญหาให้หมดไป
นี่เป็นเพราะ...แรงมิจฉาทิฐิโดยแท้!
‘เชอร์ชิลล์’ ไทยแลนด์ เลยต้องกลายเป็น “ชูชก” ชักแหงกๆ แดดิ้นสิ้นชื่อเสียงไปเลย!!
เตโชธาตุของท่านสุรยุทธ์ ย่อย ‘ผืนป่า’ ไม่ไหว ดังนั้น แม้จะไม่ตายอย่างเฒ่าชูชก แต่เกียรติยศที่เคยสะสมไว้ ดูเหมือนจะพลอยตาย มลายหายไปสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ พฤติกรรมของท่าน ทำให้สถาบันองคมนตรี พลอยเสื่อมเสีย...... อันเป็นการระคายเคือง ไปถึงเบื้องพระยุคลบาทอีกด้วย!!
ผมจึงเชื่อสนิทว่า ประชาชนคนไทยรับไม่ได้กับพฤติกรรมของ พล.อ.สุรยุทธ์ฯ และด้วยพฤติกรรมอย่างนี้แหละ เมื่อถึงคราวที่ท่านต้องตายจริงจากโลกนี้ไป ชาวบ้านเขาคงไม่สรรเสริญเกียรติคุณ พากันไปงานศพกันแน่นวัดจนล้นหลาม เหมือนอย่างงานของคุณสมัคร สุนทรเวช เป็นแน่แท้
นอกจากนั้น ยังเชื่อต่อไปอีกด้วยว่า...
ชาวบ้านจะพากันด่าส่ง แม้กระทั่งไฟเผาร่างท่านมอดไหม้ไปแล้ว เสียงก่นด่าเรื่องที่ดินเขายายเที่ยง ก็ยังคงดังกึกก้องสังคมไทย ต่อไปอีกนานเท่านาน
จำเป็นตัวอย่าง เอาไปสอนลูกหลานบ้าง...ก็คงจะดี!!!
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(15ม.ค.):แดงทั้งเดือน
ที่มา Thai E-News

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 วันนี้มีกิจกรรมเต็มเหยียดให้ตรวจกำหนดการสถานที่ ท่านที่อยากแจ้งข่าวคราวกิจกรรมใดๆไม่ต้องเกรงใจแจ้งมาที่thaienews99@googlegroups.com***
***ควันหลงสั่งพักราชการเสธ.แดง พี่น้องผู้รักความเป็นธรรมพากันไปประท้วงทั้งที่กองทัพบก และกระทรวงกลาโหม ทางแดงอเมริกา-RED USA.โดยคุณศิริวรรณ และคุณลิซ่าที่เดินทางจากอเมริกามาไทยตั้งแต่ช่วงเคาต์ดาวน์ปีใหม่ ชวนทีมพี่น้องเสื้อแดงในไทยไปเรียกร้องความเป็นธรรรมด้วย ในฐานะคนที่อยู่อาศัยในประเทศประชาธิปไตยในอเมริกาก็ได้แต่กังขาว่า ทำไมพลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ลูกป๋าไปขึ้นเวทีพันธมิตร ไปกร่างสารพัดไม่เคยผิด แต่เสธ.แดงยืนข้างฝ่ายประชาธิปไตยทำไมโดนสั่งพักราชการ แสดง2มาตรฐานชัดเจน แล้วอย่างนี้จะหาความยุติธรรมได้จากไหนในประเทศนี้...***
***อีกภาพเป็นควันหลงยุทธการเขายายเที่ยง คุณทิฟฟี่USAส่งข่าวมา สมาชิกRED USAไปบุกป่าฝ่าฟันร่วมกับพี่น้องแดงไทยด้วย ในภาพคุณลิซ่านำป้าย"หามเข้า"ไปปักที่ประตูทางเข้าบ้านพลเอกสุรยุทธ์ เป็นนัยๆว่าบ้านเขายายเที่ยงนี้ซักวันจะต้องหามเจ้าของบ้านเข้าแหงๆ หากยังเป็น2มาตรฐานอยู่เยี่ยงนี้***
***ไปเขายายเที่ยงหนนี้คุณลิซ่าทำกล้องถ่ายรูปดิจิตัล นิค่อน สีบร็อนซ์หายไป ข้างในเป็นการถ่ายรูปกิจกรรมเสื้อแดงทั้งในอเมริกา และในไทย เตรียมจะนำไปลงเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์RED NEWS USA เลยขอแจ้งข่าวพี่น้องท่านใดที่ไปร่วมยุทธการเขายายเที่ยงเก็บได้ โปรดส่งคืนที่เจ้าตัว ตอนนี้ยังอยู่ที่เมืองไทย ติดต่อได้ที่โทร.089-1110562จะเป็นพระคุณอย่างแรงจ้า***
***ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงข่าวถึงมติแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ว่า ได้กำหนดปฎิทินการเคลื่อนไหวเพื่อประกาศสงครามระหว่างคนเสื้อแดงกับรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย โดยในวันที่ 15 มกราคม นายสุพร อัตถาวงศ์ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เดินทางไปยังกรมป่าไม้ เรียกร้องให้รังวัดที่ดินเขายายเที่ยงซึ่งครอบครองโดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เนื่องจากคนเสื้อแดงมีข้อมูลที่น่าเชื่อว่า พล.อ.สุรยุทธ์ครอบครองที่เดินเกิน 21 ไร่ ***
***จากนั้นวันที่ 17 มกราคม นายสุพรจะเดินทางไปยังกองบังคับการกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.อ.สุรยุทธ์ ในข้อหาบุกที่เดินป่าสงวนแห่งชาติ และในวันที่ 18 มกราคม แกนนำ นปช.จะเดินทางไปยังทำเนียบองคมนตรี เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินป่าสงวนโดยมิชอบของ พล.อ.สุรยุทธ์ ซึ่งหวังว่าองคมนตรีจะมีคำตอบเรื่องนี้ เพื่อเป็นหลักยึดให้ประชาชนเข้าใจตรงกันถึงคุณสมบัติขององคมนตรี ***
***จากนั้นแกนนำนปช.จะเดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ข้อหาปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหรน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีการดึงเรื่อง หรือหน่วงเหนี่ยวฎีกาของคนเสื้อแดง***
***ต่อไปวันที่ 21 มกราคม จะเดินทางไปยังสำนักราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง เพื่อสอบถามถึงวิธีปฎิบัติ เกี่ยวกับการยื่นถวายฎีกาของคนเสื้อแดง***
***จากนั้นวันที่ 23-24 มกราคม จะมีการชุมนุมใหญ่ที่สนามกอล์ฟเขาสอยดาว จ.จันทบุรี เนื่องจากคนเสื้อแดงเชื่อว่าที่ดินสนามกอล์ฟ 400 ไร่ ถูกครอบครองโดยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ทั้งนี้ยืนยันว่าจะชุมนุมโดยสงบ เพื่อทวงคืนสมบัติชาติ***
***คิวกิจกรรมของทีมนปช.แดงทั้งแผ่นดิน วันนี้-สิ้นเดือนมกราคม 2553
ศุกร์ 15 มกราคม 18.00-24.00 น. นปช.สัญจร ถ่ายทอดสดพีเพิลแชนัล ที่อำเภอเมือง ชัยนาท นำทีมปราศรัยโดยแกนนำนปช.
เสาร์ที่ 16 มกราคม 18.00-24.00น. ปราศรัยใหญ่ที่อำเภอเจริญศิลป์ สกลนคร โดยณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ,ชินวัฒน์ หาบุญพาด,พายัพ ปั้นเกตุ,วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และโฆษกสมชาย
เสาร์ที่ 16 มกราคม เวลา18.00-24.00 มีงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่อำเภอปรางค์กู่ ศรีษะเกษ นำทีมปราศรัยโดยวีระ มุสิกพงษ์ ,จตุพร พรหมพันธุ์,อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง,แรมโบ้อีสาน,เจ๋ง ดอกจิก,เจ๊ดา,วรชัย,สมหวัง,รังสี เสรีชัย
อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 18.00-24.00 งานปราศรัยใหญ่มีถ่ายทอดสดทางพีเพิลแชนัล 18.00-24.00 โดยวีระ,จตุพร,พายัพ,ไวพจน์,อริสมันต์,แรมโบ้อีสาน,เจ๋งเจ๊ดารุณี,วรชัย,สมหวัง,รังสี
อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 18.00-24.00 น.ปราศรัยที่อำเภอเชียงคำ พะเยา โดยณัฐวุฒิ,ชินวัฒน์,วิภูแถลง,สมชาย,ดร.ประแสง,วิสา คัญทัพ,ไพจิตร อักษรณรงค์,นาวิน
จันทร์ที่ 18 มกราคม 18.00-24.00 อำเภอเมือง เลย ปราศรัยโดย ณัฐวุฒิ,นิสิต สินธุไพร,แรมโบ้อีสาน,เจ๋ง,อริสมันต์,วันชนะ เกิดดี
พฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 18.00-24.00 อำเภอเลิงนกทา ยโสธร ปราศรัยโดยณัฐวุฒิ,นิสิต,แรมโบ้อีสาน,เจ๋ง,อริสมันต์,วันชนะ
ศุกร์ที่ 22 มกราคม 18.00-24.00 งานเลี้ยงโต๊ะจีน อำเภอประทาย นครราชสีมา ปราศรัยนำทีมโดย ณัฐวุฒิ,นิสิต,แรมโบ้,อริสมันต์,วันชนะ
อาทิตย์ที่24 มกราคม 18.00-24.00 น. ปราศรัยที่ปทุมธานี นำทีมโดยวีระ,จตุพร,ณัฐวุฒิ,แรมโบ้,อริสมันต์,วิภูแถลง,ชินวัฒน์
ศุกร์ 29 มกราคม 18.00-24.00 น. ปราศรัยที่อำเภออินทร์บุรี สิงห์บุรี นำทีมโดย ณัฐวุฒิ,อริสมันต์,แรมโบ้,เจ๋ง,วันชนะ,ไวพจน์,อุดมรัตน์,พายัพ
เสาร์30มกราคม 18.00-24.00 น. อำเภอเมือง กาญจนบุรี นำทีมปราศรัยโดยวีระ,จตุพร,ณัฐวุฒิ,อริสมันต์,พายัพ,วิสา,ไพจิตร
อาทิตย์ 31 มากราคม 18.00-24.00 อำเภอเมือง ขอนแก่น ปราศรัยใหญ่ถ่ายทอดสดพีเพิลแชนัล นำทีมโดยวีระ,จตุพร,ณัฐวุฒิ,อริสมันต์,พายัพ,วิสา,ไพจิตร,นิสิต,แรมโบ้,เจ๋ง ดอกจิก
***ไปสังคมข่าวดีๆกันมั่ง ยังเดินหน้าต่อไปด้วยความคึกคักสำหรับโครงการ"สองขาเพื่อประชาธิปไตย"ของหนุ่มนักปั่น"แป๊ะ บางสนาน"กับทีมงานน่องเหล็กและหัวใจเสริมใยเหล็ก
***
โครงการนี้คือการรณรงค์ปั่นจักรยานไปทั่วประเทศเพื่อระดมทุนจัดซื้อจานดาวเทียมให้พี่น้องไทยในชนบทได้รับชมรายการโทรทัศน์เพื่อประชาธิปไตย แหวกม่านมายาสื่อกระแสหลักจอมบิดเบือนไร้ความเป็นกลางขาดจรรยาบรรณทั้งหลายแหล่ เพราะยังมีพี่น้องอีกมากที่ต้องการยาหยอดตาชนิดพิเศษ ที่หยอดแล้วเห็นความจริง ที่หยอดแล้วตาสว่าง
วันอาทิตย์ที่ ๑๗ ม.ค.๕๓ เวลา ๐๘.๐๐ น.ทีม "สองขาเพื่อประชาธิปไตย" จะร่วมสร้างสีสันประชาธิปไตย ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ช่วงเวลา ๐๘.๐๐ น. จะเริ่มปั่นในตัวเมือง จ.เพชรบุรี แล้วมุ่งหน้าเข้า อ.ชะอำ ในเวลา ๑๒.๐๐ น. ทานข้าวเที่ยงร่วมกัน
เวลา ๑๘.๐๐ น. ร่วมงานปราศรัยกับทีม นปช.ชุดใหญ่ ที่นำโดยคุณวีระ ฯ, คุณจตุพร ฯ, คุณก่อแก้ว ฯ, คุณณัฐวุฒิ ฯ
พี่น้องเสื้อแดงหรือพี่น้องที่สนใจร่วมรณรงค์กิจกรรม "สองขาเพื่อประชาธิปไตย" สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ ฯ (พี่เล็ก) ๐๘๙-๒๒๘-๐๗๐๘ สำหรับพี่น้องที่มีจิตกรุณาบริจาคยาหยอดตา (จานรับสัญญาณดาวเทียม)ร่วมกับโครงการเชิญได้ที่
บัญชี ธ.กรุงไทย ๑๘๖ ๐๑๐ ๖๒๗๗ ออมทรัพย์ สาขาเซนต์หลุยส์ ซ.๓ (ชื่อบัญชี พิธาน ทรงกัมพล)หรืออยากสอบถามรายละเอียดก็ตามเบอร์โทรที่แจ้งไว้***
***ในภาพ เป็นภาพเก็บตกเมื่อวันที่ ๓๑ ธ.ค.๕๒ เวลา ๐๘.๐๐ น.
การปั่นจักรยานเพื่อรณรงค์ประชาธิปไตย ร่วมกันระหว่างทีมพี่น้องเสื้อแดงเชียงใหม่ กับ ทีม "สองขาเพื่อประชาธิปไตย" กรุงเทพ ฯ ซึ่งสวยงามมาก คุณแป๊ะฝากขอขอบคุณ คุณทับทิม ปิงคำ, คุณต่อง และทีมสองขา ฯ ที่เชียงใหม่ทุกท่านที่มาร่วมรณรงค์ ในครั้งนี้ น่ารักมาก***
***กลับมาพบกันอีกครั้งกับการแข่งขันกอล์ฟเชื่อมความสามัคคีของเราชาวเสื้อแดงในครั้งที่ 3 จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 20 มกราคม 2553 ที่สนามกอล์ฟ เลควูด บางนา หนึ่งในสนามชั้นนำของเมืองไทย และถูกใช้จัดการแข่งขันระดับอาชีพมาแล้วหลายครั้ง

การแข่งขันวันที่ 20 นี้ จัดให้มีการชิงถ้วย ฯพณฯ พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร และฯพณฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ของเรา โดยจัดแข่งขันในแบบ 36 system หักลบแต้มต่อ แบ่งออกเป็น Flight A B C Lady และ Senior
กติกาการแข่งขัน
1.จัดการแข่งขันแบบ Stroke Play 18 หลุม หักลบแต้มต่อ โดยใช้กฏ Lacal Rules
2. Flight A แต้มต่อ 0-9, Flight B 10-18, Flight C 19-36 และ Senior
อายุ 55 ปีขึ้นไป
3. กรณีผลคะแนนและแฮนดิแคปออกมาเท่ากัน จะใช้วิธี Count Back หาผู้ชนะ
4. ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเขียนชื่อ-นามสกุลให้ชัดเจน และมีมาร์คเกอร์
5. ห้าม เขียนเครื่องหมายใดๆลงในสกอร์การ์ด ต้องเขียนคะแนนเป็นตัวเลขเท่านั้น
6. ต้องส่งสกอร์การ์ดก่อนเวลา 18.00 น.
** สกอร์การ์ดที่ไม่มีชื่อผู้แข่งขัน หรือ มีเครื่องหมายใดๆนอกจากตัวเลขคะแนน จะไม่ถูกนำมาคิดคะแนน **
รางวัลการแข่งขัน

1. ถ้วยรางวัลชนะเลิศของแต่ละ Flight จาก ฯพณฯ พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร และ ฯพณฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์
2. รางวัล Hole in One หลุมพาร์ 3 หลุมใดหลุมหนึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบวันแข่งขัน
3. รางวัลตีใกล้ธงหลุมพาร์ 3 ทุกหลุม และ รางวัลตีไกล-ใกล้เส้นหลุม พาร์ 5
4. ของรางวัลจากการจับฉลากในงาน
การสมัครเข้าแข่งขัน
1. ดาวน์โหลดใบสมัครจาก ใบสมัครแข่งขันกอล์ฟ
2. สมัครผ่านทางอีเมล์ redshirtsgolfclub@gmail.com
3. ขอทราบรายละเอียดและสมัครแข่งขันได้ที่ โทร 089 669 3546 หรือ http://www.redshirtsgolf.com ***
ทำไมชาว เฮติ ถึงยากจน ขณะที่ประชาชนถูกซ้ำเติมด้วยแผ่นดินไหว?
ที่มา Thai E-News

โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
15 มกราคม 2553
คำตอบสั้นๆคือ “จักรวรรดินิยม” เพราะภายใต้อิทธิพลของจักรวรรดินิยมชาว เฮติ ถูกนำมาเป็นทาส ถูกปล้น ถูกกดขี่โดยเผด็จการ และเกาะเขาถูกยึดครองโดยทหารสหรัฐสามครั้ง
เกาะที่เดิมชื่อ Hispaniola ในทะเลแคริเบียนถูกแบ่งระหว่างสเปนกับฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1697 และภายใต้ระบบทาสในไร่อ้อยเกาะนี้สร้างความร่ำรวยมหาศาลให้กับชนชั้นปกครองยุคกษัตริย์ของฝรั่งเศส
แต่ในปี 1791 ซึ่งตรงกับช่วงการปฏิวัติล้มเจ้าของฝรั่งเศสเอง ทาสทั้งหลายในเฮติได้ลุกฮือกบฏ และสร้างกองทัพเพื่อปลดแอกตนเอง ผู้นำสำคัญของกองทัพทาสคือ Toussaint L’Ouverture
และในที่สุด หลังจากการต่อสู้กับกองทัพจากอังกฤษและประเทศอื่น ที่ต้องการฟื้นฟูระบบทาส ชาวเฮติก็ได้รับชัยชนะ มีการยกเลิกทาส และประกาศให้เป็นประเทศอิสระภายใต้การปกครองของอดีตทาส
อย่างไรก็ตามในปี 1825 รัฐบาลฝรั่งเศสบังคับให้เฮติจ่าย “ค่าชดเชยสำหรับสมบัติของฝรั่งเศสที่เสียไป” ถึง 150 ล้าน ฟรัง ซึ่งมีผลสำคัญที่ทำให้เฮติติดกับดักหนี้สินมาจนถึงทุกวันนี้
ในปี 1915 สหรัฐอเมริกาส่งทหารมายึดครองเฮติ และในเวลาต่อมาสหรัฐจะส่งทหารบุกเกาะนี้อีกสองครั้ง ในปี 1957 (ปีที่จอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารในไทย)
สหรัฐให้การสนับสนุนกับเผด็จการโหดร้ายของ Papa Doc Duvalier เพราะสหรัฐมองว่าเป็นแนวร่วมสำคัญในการต่อต้านคอมมิวนิสต์
Papa Doc ชอบให้ประชาชนเรียกเขาว่า “พ่อ” และกดขี่ควบคุมประชาชนด้วยกองกำลังอันธพาลชื่อ Tonton Macoute
หลังจากที่ Papa Doc ตายในปี 1971 ลูกชายที่ทุกคนเรียกว่า “Baby Doc” ก็สืบทอดอำนาจพร้อมกับได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐต่อไป
พวกอภิสิทธิ์ชนของเฮติในปัจจุบัน ประกอบไปด้วยตระกูลที่ได้ดิบได้ดีในยุคนี้ บวกกับพวกนายทหารชั้นสูง และพ่อค้า พวกนี้กอบโกยความร่ำรวยในขณะที่ประชาชนยากจน ทุกวันนี้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ในระดับต่ำกว่า 60 บาทต่อวัน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีงานทำและรายได้ต่ำกว่านี้
ในปี 1986 มีการลุกฮือของมวลชนที่สามารถโค่นล้มเผด็จการ Baby Doc นี่คือจุดเริ่มต้นของขบวนการ “Lavalas” ซึ่งชื่อ Lavalas หมายถึง “น้ำป่าท่วม” หรือ “มวลประชาชน” และเป็นขบวนการของคนยากคนจนที่ต้องเผชิญหน้ากับอภิสิทธิ์ชน หรืออำมาตย์
ผู้นำขบวนการนี้เป็นพระศาสนาคริสต์ชื่อ Jean-Bertrad Aristad และในปี 1990 Aristad ชนะการเลือกตั้งและขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีด้วยเสียงจากประชาชน 67%
คนยากคนจนแห่กันไปเลือกเขา เพราะเขาเสนอนโยบายปฏิรูปสังคมที่จะกระจายรายได้และสร้างความเป็นธรรม และแน่นอนพวกอำมาตย์เกลียดชังและโกรธแค้นในชัยชนะของ Aristad และทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางการทำงานของรัฐบาล
ในที่สุดเพียงหนึ่งปีหลังจากการเลือกตั้ง Aristad ถูกรัฐประหารทหารโค่นล้มไป พวกอำมาตย์ที่ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้รับการสนับสนุนแบบลับๆ จากสหรัฐอเมริกา
ในปี 1994 กองทัพได้บุกเข้าไปสังหารคนจนในสลัม และในที่สุดปัญหาความไม่สงบนี้กลายเป็นข้ออ้างของรัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดี Bill Clinton ที่จะส่งทหารบุกเฮติเป็นครั้งที่สอง
ในช่วงนี้อดีตประธานาธิบดี Aristad ที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ถูกสหรัฐกดดันให้ยอมรับข้อตกลงพิษ สหรัฐสัญญาว่าจะให้กลับมาดำรงตำแหน่งได้ แต่เงื่อนไขคือจะต้องใช้นโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมตามคำสั่งของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ นโยบายดังกล่าวระบุว่าต้องตัดงบประมาณรัฐที่ลดราคาสินค้าจำเป็นให้คนจน ต้องมีการตัดสวัสดิการทุกอย่างและขายรัฐวิสาหกิจให้เอกชน ประชาชนที่ยากจนอยู่แล้วจึงยิ่งยากลำบากมากขึ้น
อดีตประธานาธิบดี Clinton ที่บังคับใช้นโยบายนี้ และผู้ส่งทหารเข้าไปยึดครองเฮติ เป็นผู้ที่ถูกเสนอมาในยุคนี้ว่าจะประสานการแก้ปัญหาจากแผ่นดินไหว
สหรัฐอนุญาตให้ Aristad ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแค่หนึ่งปี และห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งหลังจากนั้น ต้องรออีกห้าปี พร้อมกันนั้นนโยบายเสรีนิยมที่ถูกนำมาใช้ได้ทำลายขบวนการ Lavalas จนเสื่อมไปจากเดิม คนจนส่วนใหญ่เริ่มหมดกำลังใจ
แต่อย่างไรก็ตามในปี 2000 Aristad ลงสมัครและชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง
หลังชัยชนะครั้งที่สองของ Aristad พวกอภิสิทธิ์ชนหรืออำมาตย์ก็เปิดศึกจับอาวุธเพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฝ่ายอำมาตย์ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐและฝรั่งเศส
และที่น่าสลดใจคือได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ประชาสังคม” และองค์กรเอ็นจีโอสากลอีกด้วย
กลุ่มที่อ้างว่าเป็น “ประชาสังคม” แท้ที่จริงเป็นกลุ่มของนักธุรกิจและนายทุนที่คัดค้านการกระจายรายได้และการปฏิรูปสังคม ส่วนเอ็นจีโอสากลมีบทบาทในการให้บริการกับประชาชนแทนรัฐบาลที่ไม่มีเงิน
เงินทุนของเอ็นจีโอเหล่านี้ได้มาจากรัฐบาลสหรัฐและคานาดา และวิถีชีวิตของนักเอ็นจีโอไม่ต่างจากวิถีชีวิตของคนชั้นสูงในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยากจน
ในที่สุดมีการทำรัฐประหารครั้งที่สองเพื่อล้ม Aristad ในปี 2004 (สองปีก่อนรัฐประหาร ๑๙ กันยาในไทย) และพวกประชาสังคมและเอ็นจีโอก็สนับสนุนรัฐประหาร (ไม่ต่างจากไทย) อย่างไรก็ตามมีนักเอ็นจีโอรากหญ้าในองค์กรเล็กๆ บางแห่งที่ใกล้ชิดประชาชนซึ่งเข้าข้าง Lavalas และประชาธิปไตย
Aristad ถูกขับออกนอกประเทศอีกครั้งในเครื่องบินของสหรัฐ และรัฐบาลสหรัฐภายใต้ George Bush ก็สั่งให้ทหารยึดครองเฮติเป็นครั้งที่สาม หลังจากนั้นสหรัฐโอนอำนาจทางทหารให้สหประชาชาติ และกองกำลังสหประชาชาติก็ถูกใช้ในการปราบปราบขบวนการ Lavalas
เราไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมประชาชนเกาะเฮติถึงยากลำบากแบบนี้ และเรื่องราวของเฮติมีบทเรียนหลายอย่างเกี่ยวกับ จักรวรรดินิยม นโยบายเสรีนิยม บทบาทสหประชาชาติ และท่าทีของเอ็นจีโอกระแสหลักต่อประชาธิปไตย
โชคดีจังเลยที่ประเทศไทยไม่ได้เหมือนเฮติเพราะเรามีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งปกป้องโดยทหาร พันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์!!
แหล่งข้อมูลและอ่านเพิ่ม: Peter Hallward (2007) Damming the Flood. Haiti, Aristide, and the Politics of Containment. Verso, London, New York.
--
ติดตามผลงานของใจอึ๊งภากรณ์
http://siamrd.blog.co.uk/
http://wdpress.blog.co.uk/
http://redsiam.wordpress.com/
ประธานคนไทยUKออกแถลงการณ์กรณีโดนโจมตี
ที่มา Thai E-News

คุณวัฒนา เอ็บเบจช์ และกลุ่มเสื้อแดงไทยในสหราชอาณาจักรไปให้กำลังใจดร.ทักษิณ ชินวัตร ช่วงไปพำนักลี้ภัยในอังกฤษ
คุณวัฒนา เอ็บเบจช์ และกลุ่มเสื้อแดงไทยในสหราชอาณาจักรไปประท้วงอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางเยือนอังกฤษ
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
15 มกราคม 2553
แถลงการณ์จากประธานเว็บไซต์ www.konthaiuk.com
โดย คุณวัฒนา เอ็บเบจช์ หรือป้าอุ๊ ไทยไทเกอร์
เว็บไซต์คนไทยยูเคดอทคอม ได้เริ่มเปิดตัว เมื่อเดือนเมษายน 2552 ซึ่งช่วงนั้น เป็นช่วงที่มีการต่อสู้ อย่างรุนแรง ทาง ICT และรัฐบาล ได้ระดมปิดเวปต่าง ๆ แต่เราได้เปิดขึ้นมาในช่วงนั้น ทำให้เป็นช่องทางการสื่อสาร และการได้รับข่าวสารของคนเสื้อแดงที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ จึงเป็นสาเหตุที่มีคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตย รู้จักเรามากมาย ในอันดับต้นๆของกลุ่มคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตย
โดยทั่วไปวันหนึ่งๆจะมีเข้าชื่อล็อคอินเพื่อมาร่วมพูดคุยหน้าเวปเป็นหลักร้อยในช่วงเวลาเกือบตลอดวัน และยังมีผู้เข้ามาร่วมฟังอีกกว่าพันรายในทุกๆวันอีกด้วย ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นเว็บไซต์จากต่างประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ
เนื่องจากปัจจุบัน ทางเว็บของเราได้ถูกโจมตีอย่างหนัก จากการฟอร์เวิดเมลล์ ไปให้สมาชิกของคนไทยยูเค และ กลุ่มคนเสื้อแดงต่าง ๆ โดยเฉพาะสมาชิกคนไทยยูเคที่เคยได้ส่งอีเมลล์เข้ามาใน อีเมล์กลางของเวป ได้โดนเข้าไปขโมย อีเมลล์แอดเดสของสมาชิก และมีการฟอร์เวิดเมล์ กล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี และโจมตีอย่างหนักโดยมุ่งเน้นที่ตัวประธานหรือเจ้าของเว็บ ซึ่งก็หมายถึงตัวป้าอุ๊นั่นเอง
ป้าอุ๊อาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปี ซึ่งก็ไม่เคยได้กลับประเทศไทย ป้าอุ๊ หรือ คุณวัฒนา เอ็บเบจซ์ แกนนำกลุ่มคนรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย มาตั้งแต่ หลัง 19 กย. 49 ได้มีการไปถือป้ายประท้วงไม่ยอมรับการรัฐประหารที่หน้าสถานทูตไทย ที่ประเทศอังกฤษ และ กิจกรรมต่าง ๆ ที่ ประเทศอังกฤษ ใช้ทุนทรัพย์ของตัวเองทั้งหมด
ฉะนั้นจึงไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับนักการเมืองคนหนึ่งคนใด อีกทั้งยังไม่เคยได้รับเงินสนับสนุนจากภาคส่วนใดด้วย ป้าอุ๊ ยังเคยให้การสนับสนุนเวปไซด์ต่าง ๆ อีกหลายเวปไซต์ ที่ร่วมกันเรียกร้องประชาธิปไตย และ ยังได้ให้การสนับสนุน กิจกรรมคนเสื้อแดง โดยการบริจาคเข้าเวทีส่วนกลาง หลายครั้ง ป้าอุ๊ใช้ทุนทรัพย์ของป้าอุ๊เองมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ป้าอุ๊ไม่เคยเรียกร้องเงินทองจากสมาชิก แม้กระทั่งมีการเปิดเวปไซต์ และ จัดกิจกรรมภาคสนามที่ประเทศไทย ก็ยังให้การสนับสนุนด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัวอยู่เสมอ ซึ่งกิจกรรมภาคสนาม ป้าอุ๊ก็ได้บริจาคร่วมกับสมาชิกทุกครั้ง อีกทั้งยังได้แสดงความจริงใจด้วยการเปิดเผยชื่อและสกุลจริงมาโดยตลอด
กลุ่มบุคคลที่กล่าวอ้างนั้น ก็ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใด อาจจะเป็นสีแดงที่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป หรือมาจากกลุ่มสีน้ำเงิน หรือสีเหลืองที่มาแอบแฝงในกลุ่มเสื้อแดงของเรานานมาแล้ว
ถึงเวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่ต้องเปิดเผยตัวออกมาทำงานอย่างขมีขมัน อย่างที่เราๆก็รู้กันว่า สงครามครั้งสุดท้ายของชาวเสื้อแดงกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้นั่นเอง พลังเสื้อแดงทั้งหมดของพวกเราจะต้องไปรวมกันในจำนวนถึงล้านคน ดังนั้น กลุ่มคนเหล่านี้จึงต้องออกมาเพื่อสร้างเรื่องราวต่างๆในอันที่จะมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือทั้งเว็บไซต์ โดยเฉพาะพุ่งเป้าที่จะดิสเครดิตป้าอุ๊ในฐานะเจ้าของเว็บ ซึ่งจะส่งผลทำให้สมาชิกขาดความเป็นเอกภาพ ขาดความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันได้ พฤติกรรมเช่นนี้ได้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างอย่างมากมายกับเว็บไซต์เสื้อแดงอย่างที่พวกเราเห็นกันอยู่
ป้าอุ๊จึงถือโอกาสนี้ขอความร่วมมือจากสมาชิกทุกๆท่านให้ช่วยกันสอดส่องดูแล และแจ้งกับเว็บไซต์ร่วมอุดมการณ์ให้ทราบโดยทั่วกัน อย่าได้ถือโกรธเว็บเสื้อแดงซึ่งกันและกัน เพราะสมาชิกบางท่านที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์กลายเป็นเครื่องมือเพื่อการลดทอนกำลังมวลชนเสื้อแดงของเรา ทำลายความไว้วางใจที่พวกเรามีให้กันและกัน
ระบบคอมพิวเตอร์ยังต้องกำจัดไวรัสอยู่เสมอ พวกเราเองก็ต้องกำจัดไวรัสแห่งการทำลายให้ได้เช่นกัน มิฉะนั้น มันอาจจะบรรลุวัตถุประสงค์อันจะส่งผลให้ความพยายามในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยอย่างยาวนานของชาวเสื้อแดงมีอันต้องเป็นไป พวกเราต้องช่วยกัน ต้องรวมพลังกัน อย่าให้คนที่ไม่หวังดีแพร่พันธุ์ทำลายล้างชาวเสื้อแดงได้อีกต่อไป
ด้วยความจริงใจในการต่อสู้กับระบอบเผด็จการทหารต่อไป
นางวัฒนา เอ็บเบจซ์
องค์กรนิรโทษกรรมสากลเพิ่งตื่นเบรกคดีหมิ่นฯ
ที่มา Thai E-News
ที่มา – สำนักข่าว AFP
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑ เวบลิเบอรัลไทย
กรุงเทพฯ – องค์กรนำในด้านสิทธิมนุษยชนกล่าวเมื่อวันพุธนี้ว่า ประเทศไทยต้องยุติวิธีการปฏิบัติอย่าง “ถอยหลังลงคลอง” ต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หลังจากคดีที่ประชาชนถูกกล่าวหาว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพกษัตริย์อันเป็นที่เคารพพุ่งสูงลิ่ว
องค์การนิรโทษกรรมสากลกล่าวว่า ได้เคยแสดงความยินดีต่อคณะกรรมาธิการชุดที่จัดตั้งของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธ์เมื่อเดือนธันวาคม ในการที่จะพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายหมิ่นฯที่เข้มงวดของประเทศไทย ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกสูงสุดถึง ๑๕ ปี
องค์กรนิรโทษกรรมสากล ซึ่งมีฐานทำการอยู่ในอังกฤษกล่าวว่า รัฐบาลควรระงับการใช้กฎหมายนี้ จนกว่าจะได้มีการตัดบทบัญญัติที่ว่าด้วยการอนุญาตให้ใครก็ตาม กล่าวหาผู้อื่นว่ากระทำการละเมิดกฎหมายนี้ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หยุดการเซ็นเซอร์เว็บไซต์ต่างๆ
แถลงการณ์ขององค์กรนิรโทษกรรมกล่าวว่า “องค์กรนิรโทษกรรมสากลสนับสนุนการริเริ่มของนายกรัฐมนตรี และส่งเสริมรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยในการแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย และมาตรฐานสากล”
องค์กรฯเน้นให้เห็นสองคดีนับตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๒ ซึ่งประชาชนชาวไทยถูกตัดสินจำคุกอย่างฉกรรจ์ต่อข้อกล่าวหาว่า ใส่ร้ายป้ายสีราชวงศ์ และกล่าวว่า ยังมีคดีอื่นๆนับร้อยคดีในข้อกล่าวหาหมิ่นฯ ที่กำลังรอการพิจารณาอยู่
แถลงการณ์กล่าวต่อว่า ประชาชนเป็นจำนวนมากถูกตั้งข้อหาหมิ่นฯ และยังถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นำไปสู่การจ้องจับผิดอย่างมโหฬารในอินเตอร์เน็ต ต่อเนื้อหาใดๆ ที่อ้างว่า ใส่ร้ายป้ายสีราชวงศ์
องค์กรฯกล่าวว่า ยังมีความวิตกว่ากฎหมายนี้ได้ถูกรัฐบาลนำมาใช้โดยอ้างว่า เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ และปล่อยให้มีการพิจารณาคดีแบบปิด
องค์กรฯกล่าวว่า ทางองค์กรฯ “รับทราบว่า ความก้าวหน้าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาติ” ของกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดชพระชนมายุ ๘๒ พรรษานี้ แต่ได้กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ทำให้เกิด “การลิดรอนเสรีภาพในการแสดงออกในเวลานี้ ย่อมสร้างความวิตกที่มากกว่า”
เรื่องต่างๆอันเกี่ยวข้องกษัตริย์ภูมิพล กษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกนั้น ถือว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนในทางการเมืองที่วุ่นวายในประเทศไทย ในขณะนี้กษัตริย์ทรงประทับรักษาพระวรกายในโรงพยาบาลนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีกลาย
เมื่อปีที่แล้ว องค์กรสิทธิต่างๆแสดงความเดือดดาลอย่างหนัก เมื่อตำรวจไทยตั้งข้อกล่าวหาบุคคล ๔ คนว่า ปล่อยข่าวลือที่เป็นเท็จเกี่ยวกับพระพลานามัยของกษัตริย์ ความกังวลในเรื่องนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยจมดิ่งลง