WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 23, 2010

เหลิม ฉะ กกต. ท้าอภิชาติ ยกคำร้องยุบปชป.

ที่มา ประชาไท

เฉลิมปูด ปชป.เอาเงิน กกต. ไปหาเสียงเลือกตั้ง ผู้ว่ากทม. เผยเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์-กษิต ท้ามาร์คยุบสภา ถ้าสนธิ ลิ้มทองกุลได้เสียงข้างมากก็เป็นนายกฯ ไป

22 ม.ค. เวลา 13.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อมาให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการในกรณีถูกร้องเรียนว่าปราศรัยหาเสียงระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สมัยที่ตนไปหาเสียงให้พรรคเพื่อไทย ที่ จ.สกลนคร ตนได้ปราศรัยแบบประชดประชันเพราะพรรคเพื่อไทยถูกดูหมิ่น ดูแคลนจากฝ่ายการเมืองหลายพรรคว่าเป็นพรรคหัวขาด เป็นพรรคไม่มีหัวหน้าพรรค เป็นพรรคที่เดินหน้าต่อไปไม่ได้ ตนจึงได้พูดประชดไปว่าไม่ต้องมาถามหาหัวหน้าพรรคหรอกเพราะหัวหน้าพรรคอยู่ที่นครดูไบ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะข้อแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี ข้อที่สองท่านพำนักอยู่ต่างประเทศ และสามท่านถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี

“สิ่งที่ผมได้ปราศรัย มันเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นไปไม่ได้ เหมือนกรณีที่ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาว่า จำเลยกล่าวหาโจทก์ว่าโง่เหมือนควาย ศาลก็บอกว่าไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะคนจะเป็นควายไม่ได้ ซึ่งนี่ก็เช่นเดียวกัน จะไปพูดยังไงก็ไม่มีใครเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง เพราะโดยทางนิตินัย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ท่านเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอยู่ และที่สำคัญ ผมก็เห็นหลายคนที่ถูกเว้นวรรคทางการเมือง ก็ไปกอดกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งรัฐบาลชุดนี้”

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ ก็ได้เข้าไปพบผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นนาย บรรหาร ศิลปอาชา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และได้กอดกลมดิกกับนายเนวิน ชิดชอบ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอตนปราศรัยเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมีคนมาร้องเรียน ซึ่ง กกต. ก็ต้องทำตามหน้าที่จึงได้เรียกมาสอบสวน เช่นเดียวกับ กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอิน วีดีโอลิงค์เข้ามาที่พรรคเพื่อไทย โอ้โหจะเป็นจะตายจะยุบพรรคเพื่อไทย แล้วทีผู้ถูกตัดสิทธิ์ฯ ที่อยู่ในพรรคร่วมประชุมกันเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับไม่มีคนมาร้องเรียนทั้งที่ชัดเจนมากกว่ากรณีพรรคเพื่อไทย

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรมาปรับทุกข์ผูกมิตรให้กำลังใจสมาชิกพรรคและ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า พรรคพลังประชาชนเคยโหวตโนแสดงความไม่เห็นด้วยกับ รธน. 50 ไปแล้วเท่านี้กลับมีคนจะเป็นจะตายจะยุบพรรคเพื่อไทย ก็แบบนี้สังคมจะอยู่ไม่ได้เพราะ อีกฝ่ายทำอะไรได้หมด ไปประชุมกันที่บ้านพิษณุโลก โดยอภิสิทธิ์เป็นประธาน เปิดโรงแรมสามรอบสิบรอบ กินข้าวกันกลับทำได้ไม่เป็นอะไร ทีพรรคเพื่อไทยทำไม่ได ก็จะได้รู้กันว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ว่าไป

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า กรณีเงิน 258 ล้าน ที่พรรคประชาธิปัตย์ รับจากบริษัท ทีพีไอ จำกัดมหาชน ผ่านนอมินี บริษัทเมซไซอะ และเงิน 29 ล้านจาก กกต. แท้ๆ ซึ่งนายประจวบ สังข์ขาว ก็บอกแล้วว่า เงินที่จ่ายมาไม่ได้ทำป้ายหาเสียง แต่พรรคประชาธิปัตย์ขอร้องให้นายประจวบ ออกบิลให้ กกต. กลับไม่ดำเนินการโดยเร็ว

“ผมขอฝากไปยังนายอภิชาต ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้อ่านสำนวนที่ดีเอสไอส่งมาโดยละเอียด เพราะผมไม่ใช่คนร้องเรียนเรื่องยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่ดีเอสไอได้สอบสวนพบ ว่ามีการกระทำผิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ จึงได้ดำเนินคดีไปส่วนหนึ่ง และเมื่อพบว่าพรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาคแล้วไม่แจ้งและพบว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาเงิน กกต.ไปใช้ผิดประเภท จึงได้แจ้งมายัง กกต. ถ้าอย่างนี้ประธาน กกต.ยังอ่านกฎหมายไม่รู้ดูกฎหมายไม่เป็น บ้านเมืองมีปัญหาแน่ ผมบอกเลยว่าผมไม่เคยเล่นการเมืองนอกสภา แต่ถ้า กกต. ละเลยเรื่องอย่างนี้ แล้วมาเข้มงวดกวดขันกับพวกผม อะไรเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย อะไรเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ละไม่ได้ ไอ้อย่างนี้มันไม่ยุติธรรม ผมขอถามว่าทำไมนายอภิชาต ไม่เรียก ดีเอสไอ มาสอบว่าเพราะอะไรจึงมากล่าวโทษให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมไม่เรียกกรมสรรพากร มาตรวจสอบว่านายประจวบได้ออกบิลเท็จออกใบกำกับภาษีปลอมจริงไหม เพราะนายประจวบได้รับสารภาพแล้ว”

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ประธานกกต. อ่านกฎหมายไม่รู้เรื่องหรือ ทั้งที่เงิน 29 ล้าน เป็นเงิน กกต.แท้ๆและนายประจวบก็บอกว่าไม่ได้มีการเอาเงินไปทำป้ายหาเสียงอะไร

“ที่สำคัญที่สุด ดีเอสไอเขาสอบชัดว่าเงินจากทีพีไอ เอามาทำป้ายหาเสียงเลือกตั้ง สก.สข. เอามาทำป้ายรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่ากทม. นี่มันเป็นการประเมินทรัพย์สินอันสามารถประเมินได้ ว่าประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์ ทีอย่างนี้โอ้เอ้วิหารลาย สักวันหนึ่งเขาจะมาด่าหน้า กกต.อีก ขอให้ตัดสินใจไปเลย เพราะนานแบบนี้คนเขาก็ติฉินนินทา เกิดความเสื่อม” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญที่สุด ตนคิดว่านายอภิชาต ก็ความจำเสื่อม เพราะในอดีตเคยมีผู้พิพากษาผู้ใหญ่คนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เคยมาบอกตนว่านายอภิชาต เป็นคนดี และเสนอให้เป็นอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ จ.เชียงใหม่ ตนในฐานะรมว.ยุติธรรมในขณะนั้น ก็นำเสนอให้เข้าคณะกรรมการตุลา การ หรือ กต. เมื่อ กต.อนุมัติเห็นชอบ ตนก็เห็นชอบตาม ไม่ได้วีโต้ แต่นายอภิชาต กลับบอกว่า รมว.ยุติธรรม สมัยตนมีหน้าที่แค่นำรายชื่อกราบบังคมทูลเท่านั้น ทั้งที่สมัยนายอนันต์ มีเรื่องทะเลาะเกือบจะมีฆ่ากันตายเพราะรมว.ยุติธรรมไม่เห็นด้วยกับ กต.

“นายอภิชาต แหมม ให้สัมภาษณ์ลอยหน้าลอยตาบอกว่า บอกว่า โอ้ย ไม่เคยมาวิ่งเต้น คุณไม่เคยมาวิ่งเต้นกับผมหรอก แต่มีคนมาบอกผมว่าคุณเป็นคนดี และผมไม่ได้มีหน้าที่แค่นำความกราบบังคมทูล ไอ้ตรงนี้ไงความจำเสื่อม เลยทำให้ยุ่งไง ” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวและว่า ตนฝากบอกนายอภิชาตว่าอย่าพูดแต่เรื่องเงิน 258 ล้าน แต่ขอให้ตรวจสอบเงิน 29 ล้านบาทที่ประชาธิปัตย์เอามาจาก กกต. โดยขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ ก็เป็น กรรมการบริหารพรรคตอนขอเงินด้วย ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกรอบ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ตนขออวยพรให้นายอภิชาต หายจากโรคความดันและอย่ามีโรคใหม่คือโรคดันทุรัง ตนเคยชื่นชมชื่นชอบนายอภิชาต และไม่คาดคิดคนเป็นอดีตผู้พิพากษาจะบอกว่ารมว.ยุติธรรมสมัยนั้น ไม่มีหน้าที่อื่นนอกจากนำความกราบบังคมทูล พูดออกมาได้ยังไง ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะเอาไม้เรียวเฆี่ยนก้นสัก 3 ที พูดมาได้ยังไงสะเปะสะปะ

เมื่อถามว่า กรณีประธานกกต.ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยุบพรรคประชาธิปัตย์ จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยนำข้อมูลมาให้เพิ่มเติม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่ามาเอาข้อมูลจากตนเพราะตนให้ไปหมดแล้ว และคนที่ร้องเรื่องนี้คือดีเอสไอ ตนถือว่าที่นายอภิชาตพูดแบบนี้แสดงว่าไม่มีความรับผิดชอบ แสดงว่าอ่านสำนวนไม่สะเด็ดน้ำ เพราะคนกล่าวโทษเรื่องนี้คือดีเอสไอ กกต.ทำไมไม่เรียกคนที่เกี่ยวข้องมาสอบ ไม่ต้องรอสามวันเจ็ดเพราะแค่ชั่วโมงเดียวก็ก็จบแล้ว ไม่ต้องรอเรียกตน

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าหากประธาน กกต.ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมและยืนตามมติเดิมคือให้ยกคำร้อง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของท่านไม่ใช่เรื่องของตน

“ถ้าท่านทำผิด ท่านก็เตรียมเข้าคุก ถ้าทำถูกก็ปลอดภัย ซึ่งปกติเมื่อท่านเป็นนายทะเบียน ท่านสวมหมวก 2 ใบนะ ถ้านายทะเบียนรับคำร้องแล้วเห็นว่า ไม่มีมูล ก็ยกคำร้องไปเลย จะเอาไปเข้าที่ประชุมกกต.ทำไม เพราะเมื่อเอาเข้าที่ประชุม กกต.รับรู้แล้วก็ตั้งอนุฯ ซึ่งอนุฯ บอกไม่ผิด ที่ประชุมกกต.ก็ต้องตัดสิน ไม่ใช่ให้เอากลับมาที่ท่านใหม่อีกรอบ ทำงานยังไงกันเขาถึงด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง”

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า กรณีการร้องเรียนให้ยุบพรรคการเมือง ไม่มีครั้งไหนที่พยานแวดล้อมชัดเจนเท่าครั้งนี้ที่ร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพยานเอกสาร พยานบุคคล

“เอาเถอะน่า ถ้ากกต.แน่จริง ก็ยกคำร้องสิ กล้าๆหน่อย อย่ามาเก็บเอาไว้เฉยๆ สุด ท้ายก็เสื่อม ไม่มีคนเชื่อถือ วันนี้ไปไหนเนี่ยต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้ว เพราะอะไรก็รู้อยู่เต็มอก ผมถามว่าคุณเชื่อดีเอสไอไหม ถ้าเชื่อก็เรียกเขามาถามว่าบ้าหรือเปล่าทำไมร้องประชาธิปัตย์ เรียกสรรพกรมาถามว่านายประจวบทำบิลปลอมจริงไหม ก็จบแล้วเขาเป็นหน่วยราชการ แน่จริงยกสิ แล้วผมจะทำอะไรให้เห็นบ้าง งานนี้ไม่มียอม ไม่ใช่ข่มขู่นะแต่ มีเอกสารหลักฐานทั้งหมด ถ้ายกคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอให้ยุบดีเอสไอไปด้วย”

เมื่อถามว่ามีการวิ่งขอไม่ให้ยุบประชาธิปัตย์หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าตนไม่ทราบว่าวิ่งร้อยเมตรหรือพันเมตร

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ทางพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ส่วนกระทรวงที่ทุจริตมากที่สุด ถ้าจะตรวจสอบว่าใครทุจริตมากกว่ากันต้องวัดเป็นความดันโลหิต ระหว่างกระทรวงพานิชย์และกระทรวงคมนาคม สูสีจริงๆ ส่วนจะเอาใครเดี๋ยวจะบอกส่วนจะอภิปรายใครเพิ่มหรือไม่ ยื่นตอนไหนทางพรรคจะมีการหารืออีกครั้ง

เมื่อถามว่าหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้น ได้เตรียมชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตรงนี้ยังไม่พิจารณากัน คราวที่แล้วใส่ชื่อตนก็ไม่เห็นแผ่น ดินจะทรุด ส่วนพรรคจะใส่ชื่อใครก็แล้วแต่ แต่ต้องไม่ใช่คนนอกพรรค ซึ่งถ้าเห็นว่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ หรือ การุณ โหสกุล เหมาะก็ใส่ชื่อไปใครก็ได้แต่ต้องเป็นพรรคเพื่อไทย

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนขอเสนอแนวทางที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ว่านายอภิสิทธิ์ ต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกพรรคการเมือง กลุ่มเสื้อเหลือง กลุ่มเสื้อแดง พรรคการเมืองใหม่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ มาหารือจากนั้นให้ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งถ้าผลการเลือกตั้งออกมาใครได้เสียงข้างมาก ก็ให้เป็นรัฐบาลและทุกฝ่ายต้องยุติไม่ต้องมาประท้วงกัน ถ้านายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เสียงข้างมากก็ให้เป็นนายกฯไป ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะผมหานายกฯได้

ภาพเหตุการณ์ล่าสุด จากเขาสอยดาว

ที่มา thaifreenews

โดย ThaiRedNews

วันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อดูความ เคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงปรากฏว่า วันนี้ได้มีแกนนำ นปช.นำโดยนายณัฐวัฒน์ ไสยเกื้อและนายอริสมัน พงษ์เรืองรองได้เดินทางมาพักที่จังหวัดจัน ทบุรีแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการลงพื้นที่บริเวณสนามกอล์ ฟเขาสอยดาวไฮแลนด์แต่อย่างไร

เพียง แต่ได้สั่งการให้กลุ่มคนเสื้อแดงมีกา รจัดตั้งเวทีการปราศรัยใหญ่ให้พร้อมไว้โดย ทางกลุ่มคนเสื้อแดงได้เลือกเอาพื้นที่ในสน ามกอล์ฟเป็นจุดรวมการชุมนุมใหญ่ที่จะมีการ ปราศรัยในวันพรุ่งนี้ โดยในขณะนี้เริ่มมีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงจา กหลายจังหวัดทยอยเดินทางเข้ามาในพื้นที่สน ามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์กันบางแล้วคาดว่าในวั นนี้จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางเข้ามาในพื ้นที่จังหวัดจันทบุรีอย่างต่อเนื่องในเบื้ องต้นการจัดเวทีปราศรัยต้องประสบปัญหากับฝ นที่ตกลงมาแต่กลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังคงมีการ ดำเนินการช่วยกันทำเวทีโดยไม่ได้กลัวฟ้าฝน แต่อย่างไร

ขณะที่ทหารจาก กองทัพเรือจังหวัดชลบุรีได้ม ีการลงพื้นที่จำนวน 1 กองร้อยแล้วคาดวันนี้ทางกองบังคับการตำรวจ ภูธรจังหวัดจันทบุรีจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตชด.และกำลัง อส.อปพร.ลงพื้นที่เพื่อดูความสงบเรียบร้อย ให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งนี้เพื่อป้องกัน มือที่ 3 เข้ามาก่อความวุ่นวายแต่ถึงอย่างไรในวันนี ้ทางอำเภอโป่งน้ำร้อนและสถานีตำรวจภูธรโป่ งน้ำร้อนได้มีการเปิดศูนย์ส่วนหน้าเพื่อรั บมือกับกลุ่มคนเสื้อแดงไว้พร้อมหมดแล้ว

ในขณะที่รายงานอยู่ยังคงมีฝน ตกลงมาอย่างต่ อเนื่องทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่มีอยู่จำนวน 400-500 คนที่เดินทางมาก่อนหน้านี้ต้องมีการหาที่ห ลบฝนกันอย่างโกลาหลคาดว่าไม่ได้เป็นอุปสรร คต่อกลุ่มคนเสื้อแดงแต่อย่างไร


เกาะติดยุทธการเขาสอยดาว..สอยอำมาตย์

ที่มา Thai E-News


เจ้าของสนาม-พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานคณะที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพ ถ่ายภาพร่วมกับ นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงเทพ (ซ้ายสุด)นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (ขวาสุด)โดยมีนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ที่2จากซ้าย)ร่วมชักภาพในงานกิจกรรมหนหนึ่งของธนาคารกรุงเทพ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 มกราคม 2553
*รับชมการถ่ายทอดสดการชุมนุมที่เขาสอยดาว คลิ้ก
*รับฟังการถ่ายทอดสดการชุมนุมที่เขาสอยดาว คลิ้ก
*วิดิโอคลิปเสื้อแดงบุกเขาสอยดาว คลิ้ก

*แผนที่จุดชุมนุมสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์กอล์ฟคลับ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

นายสมหวัง อัสราษี แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยถึง การเตรียมความพร้อมของการชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้คืนสนามกอล์ฟ สอยดาวไฮแลนด์ ที่บุกรุกป่าสงวนบนเขาสอยดาว รวมพื้นที่กว่า 482 ไร่ ว่า ช่วงเช้าวันนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำเสื้อแดง จากจังหวัดต่างๆ จะทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมด้วย คาดการณ์ว่า จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่ต่ำกว่า 50,000 คน เนื่องจาก ภาคตะวันออกเป็นฐานเสียงของกลุ่มเสื้อแดง พร้อมยืนยันว่า การชุมนุมจะเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีการทำลายสิ่งของใดๆ ให้เกิดความเสียหาย โดยจะจัดทีมรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม กว่า 1,500 นาย

ส่วนการปราศรัยในวันนี้ เนื้อหาอยู่ที่การให้ประชาชนรับรู้ว่า สาเหตุใด อัยการจึงไม่สามารถดำเนินการเอาผิดกับนายทุนที่บุกรุกได้ ทั้งที่ กรมป่าไม้มีการยื่นฟ้องมาแล้ว ตั้งแต่ปี 2546 หรือ เป็นเพราะเกรงกลัวบารมี หรือมีใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันแน่ นอกจากนั้นแล้ว ในเวลา 20.00 น.จะมีการโฟนอิน จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากนั้น จะสลายการชุมนุมอย่างสงบในช่วงเช้าของวันที่ 24 มกราคม
รู้จักสนามกอล์ฟสอยดาวฯ



แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกที่ดินเขาดอยดาว จ.จันทบุรี และนำมาจัดสรรในเชิงพาณิชย์ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดเมื่อปี 2548 แต่จนถึงขณะนี้กรมป่าไม้ไม่กล้ายึดที่ดินคืน เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานที่ปรึกษา

โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทคือกลุ่มกรรณสูต และกลุ่มโสภณพนิช โดยเปิดให้บริการธุรกิจโรงแรมและสนามกอล์ฟเมื่อปี 2536

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลบริษัทจดทะเบียน พบว่า บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนนิติบุคคลกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อปี 2533 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นหลัก 8 ราย ประกอบด้วย นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล ,นาย นภดล รมยะรูป(เขยของตระกูลโสภณพนิช เจ้าของแบงก์กรุงเทพ) , นาย ชาลี โสภณพนิช กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซิตี้เรียลตี้ จำกัด , นาย โชติชัย อรรถวิภัชน์ ,นาย เปรมชัย กรรณสูต , นาง นิจพร จรณะจิตต์ , นาง พิไลจิตร เริงพิทยา และ นาย ยุทธชัย จรณะจิตต์

สนามกอล์ฟสอยดาวฯมีบริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด เป็นเจ้าของ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 49 อาคารเอเซียเสริมกิจ ชั้น 6 ซ.พิพัฒน์ ถ.สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพ

พลเอกเปรม เป็นประธานที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพในปัจจุบัน



กลุ่มคนเสื้อแดงได้เดินทางไปเริ่มจับจองพื้นที่ฟังการปราศรัย ที่บริเวณข้างสนามกอล์ฟ สอยดาวไฮแลนด์กอล์ฟคลับ แอนด์รีสอร์ท อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ที่ทางกลุ่มกล่าวว่า มีการบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ตั้งแต่หัวค่ำวันที่ 22 มกราคม โดยการชุมนุมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23-24 มกราคม นี้ เมื่อ 22 ม.ค.

เมื่อกลุ่มนปช.เดินทางไปถึง นายชินวัตรได้เจรจากับพล.ท.ภารวี ชาญเลขา ผู้จัดการทั่วไปของสนามกอล์ฟ ประมาณ 30 นาที จนได้ข้อตกลงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการชุมนุมได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องรักษาความสะอาด อำนวยความสะดวกให้รถที่จะเข้ามาใช้บริการสนามกอล์ฟ ไม่รบกวนหรือก่อกวนความวุ่นวาย ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมต้องการแสดงออกในเรื่องประชาธิปไตย ทางสนามกอล์ฟจะไม่แจ้งความดำเนินคดีใดๆ หลังเจรจาเสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมจัดเตรียมอุปกรณ์เวทีบริเวณหน้าสำนักงานสนามกอล์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวสนามกอล์ฟประมาณ 300 เมตร พร้อมทั้งจัดตั้งเต๊นท์ขนาดใหญ่ 2 หลัง จากนั้นก็กระจายออกไปกางเต๊นท์บริเวณพื้นที่รอบๆ ที่มีประมาณ 4-5 ไร่

"วีระ"ลั่นชุมนุมคืนเดียวจบ

ด้านนายวีระ มุกสิกพงษ์ ประธาน นปช. –แดงทั้งแผ่นดิน แถลงผลการประชุมแกนนำคนเสื้อแดงที่ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิร์ล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ว่า แกนนำคนเสื้อแดงได้หารือกันถึงการเตรียมพร้อมการชุมนุมที่สนามกอล์ฟ อ.โป่งน้ำร้อน ในวันที่ 23 มกราคม โดยเตรียมสถานที่และตั้งเวทีแล้ว แต่ขณะเดียวกันกลับมีการส่งกำลังทหารรวม ทั้งรถยีเอ็มซีไปรักษาความปลอดภัยสนามกอล์ฟนับพันนาย โดยไม่รู้ว่ากำลังทหารเหล่านี้มีภารกิจอะไร กลุ่มคนเสื้อแดงได้บันทึกภาพเอาไว้แล้วหมดแล้ว แต่อยากจะถามว่าทหารมีหน้าที่ไปอารักขาสนามกอล์ฟด้วยหรือ เพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดงจะเริ่มเวลา 12.00 น. วันที่ 23 มกราคม หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็จะยุติลงในเช้าวันที่ 24 มกราคมนี้ เพราะเราต้องการพิสูจน์ถึงการใช้กฎหมายสองมาตรฐานและการเลือกใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มอำมาตยาธิปไตย

ขู่ปลุกแดงถอนเงิน แบงค์กรุงเทพฯ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวไปชุมนุมบริเวณเขาสอยดาวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.เปรม พยายามจะส่งคนออกมาบอกว่าป๋าไม่เกี่ยว แต่ขอถามพล.อ.เปรมว่าไปตีกอล์ฟที่สนามนี้กี่ครั้ง และเหตุใดภายในสนามจึงต้องสร้างห้องรัฐบุรุษให้ด้วย ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกให้ไปซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวและถูกหลอกให้ขายที่ดินราคาให้กลุ่มนายทุนเจ้าของสนามกอล์ฟ ได้ไปฟ้องศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และจะตัดสินในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งวันเดียวกับที่จะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ หากการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 23 มกราคมนี้มีการขัดขวางและใช้กำลังทำร้าย เราพร้อมที่จะประกาศให้ลูกค้าธนาคารกรุงเทพฯ ที่เป็นคนเสื้อแดงไปถอนเงินออกจากธนาคารทันที

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุว่า ขณะนี้พบว่ามีทหารกว่า 1,000 นาย เข้าไปอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวแล้ว จึงขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ทบทวนคำสั่ง เนื่องจากพื้นที่บนเขาสอยดาวมีความชัดเจน ทั้งนี้ หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นในที่ชุมนุม แกนนำกลุ่มเสื้อแดงจะประชุมและกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวทันที ส่วนการจะไปชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือไม่นั้น จะมีการหารือของพรรคหลังจากกลับจากการชุมนุมที่เขาสอยดาวแล้ว

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ระบุว่าเตรียมดำเนินคดีแจ้งจับนายทหารกว่า 1,000 นาย ที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่เขาสอยดาว เนื่องจากเป็นการปกป้องบุคคลที่กระทำผิดในการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน

**********บทความเคียงข่าว*********

“เขาสอยดาว” สู่การปฏิรูปการจัดการป่าไม้ที่ดินในสังคมไทย

โดย ประชา ธรรมดา



ยุทธการเปิดโปงกรณีเขาสอยดาว ของคนเสื้อแดง ได้ตอกย้ำให้สังคมไทยได้เห็นถึงเหล่าอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย ที่เข้าครอบครองทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติของแผ่นดินเหมือนเช่นเขาสอยดาว

ยุทธการเปิดโปงกรณีเขาสอยดาว ของคนเสื้อแดง ได้ตอกย้ำให้สังคมไทยได้เห็นถึงการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ

ยุทธการเปิดโปงกรณีเขาสอยดาว ของคนเสื้อแดง ได้ตอกย้ำให้สังคมไทยได้เห็นถึงอำนาจการจัดการป่าโดยอำนาจผูกขาดของกรมป่าไม้ ย่อมนำสู่การฉ้อฉลได้ไม่ยากนัก

ยุทธการเปิดโปงกรณีเขาสอยดาว ของคนเสื้อแดง ได้ตอกย้ำให้สังคมไทยได้เห็นถึงกฎหมายป่าไม้ที่ล้าหลังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ป่าไม้

ยุทธการเปิดโปงกรณีเขาสอยดาว ของคนเสื้อแดง ได้ตอกย้ำให้สังคมไทยได้เห็นถึงความเป็นคนดีมีศีลธรรม คนร่ำคนรวย คนมีหน้ามีตาในสังคมที่น่าตรวจสอบกันยิ่งนัก

ยุทธการเปิดโปงกรณีเขาสอยดาว ของคนเสื้อแดง ได้ตอกย้ำให้สังคมไทยได้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมและสองมาตรฐานในสังคมไทย

กรณีเขาสอยดาว ในอีกด้านหนึ่งย่อมสะท้อนให้เห็นถึง ความขัดแย้งในการจัดการปัญหาป่าไม้ที่ดินในประเทศไทยซึ่งเมื่อมีกระบวนการตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์และการใช้ประโยชน์ที่ดินในหลายพื้นที่

พบว่า มีกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบ เช่น การออกเอกสารสิทธิ์ในที่สาธารณะประโยชน์ การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ป่าชุมชนที่ชาวบ้านดูแลร่วมกัน การออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของคนอื่นที่มี ส.ค.1 อยู่แล้ว การปลอมแปลงเอกสารเพื่อออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ทีดินรกร้างว่างเปล่ารอเก็งกำไรจากการขาย ที่ดินรกร้างว่างเปล่าติดหนี้ธนาคาร เป็นต้น

ซึ่งมีรูปแบบการฉ้อโกง เช่น กรณี ส.ค.บินมาจากต่างที่ กรณีการกล่าวอ้างการได้สิทธิโดยมีชื่อมาจากคนตาย หรืออ้างชื่อเจ้าของสิทธิว่าตายไปแล้วทั้ง ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ปัจจุบัน รวมทั้งกรณีการออก สปก.4-01 ให้นายทุนอิทธิพลมิใช่เกษตรกร เป็นต้น

ล้วนแล้วเป็นขบวนการโกงที่ดินโดยการร่วมมือกันของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนนายทุนอิทธิพล เจ้าที่ดิน นักการเมือง ทหาร ข้าราชการใหญ่ ฉ้อฉลกับข้าราชการกรมป่าไม้ กรมที่ดิน สปก.บางหน่วยบางคนทั้งสิ้นซึ่งประชาชนคนธรรมดาคงมิอาจทำได้แน่นอน

และพวกเขาเหล่านั้นที่โกงที่ดินก็ล้วนร่ำรวยและมีที่ดินจำนวนไม่น้อยอยู่แล้ว

ขณะที่ชาวบ้านผู้ยากจน ผู้ลงแรงบุกเบิกที่ทำกินทำการผลิตเพื่อมีชีวิตอยู่รอดในสังคมเกษตรกรรม กลับถูกกฎหมายกรมป่าไม้หลายฉบับ อ้างว่าบุกรุกพื้นที่ป่าทั้งๆที่กฎหมายมาทับที่ชาวบ้านผู้ยากจนในภายหลัง หรือแม้แต่ชาวบ้านอาจจะมาอยู่ภายหลังการประกาศพื้นที่ป่าด้วยเงื่อนไขความจำเป็นของชีวิต

หรือการพัฒนาที่สร้างปัญหาให้กับพวกเขาต้องหลุดจากที่ทำกินเดิม จำต้องบุกเบิกที่ทำกินเพื่อมีชีวิตอยู่รอด ภายใต้ที่รัฐไทยไม่มีนโยบายปฏิรูปที่ดินหรือกระจายการถือครองที่ดิน กลับถูกกฎหมายบังคับกับพวกเขายังกับพวกเขาเป็นดั่งอาชญกร เหมือนเช่นขณะนี้ที่กรมป่าไม้ที่กำลังฉวยโอกาสอ้างมาตรฐานเดียวกับคนจนที่เขายายเที่ยง หรือชาวบ้านกลุ่มใดเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลในการยึดครองที่ดินโดยมิชอบก็ต้องถูกสังหารเหมือนเช่นกรณี นายสมพร พัฒนภูมิ คนจนไร้ที่ดิน จังหวัดสุราษฎธานีย์

สรุปรวบรัดได้ว่า นอกจากต้องจัดการเหล่าอภิสิทธิ์ชน ทั้งหลายในการยึดครองทรัพยากรป่าไม้ที่ดินแล้ว

ถึงเวลาปฏิรูปการจัดการป่าไม้ที่ดินในสังคมไทย โดยไม่ปล่อยให้กรมป่าไม้ กรมที่ดิน สปก. ผูกขาดอำนาจจัดการแต่เพียงฝ่ายเดียว

และต้องมีนโยบายปฏิรูปที่ดินหรือกระจายการถือครองที่ดิน เพื่อความยุติธรรมในสังคมด้วย

ใช่หรือไม่?

ปี 2553 ปีแห่งการเลิกไพร่ สู่ 'ไท'

ที่มา Thai E-News


โดย คุณ pookim
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
23 มกราคม 2553

ช่วงนี้ผมถือว่า การเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาชน ไม่บุ่มบ่ามกระโตกกระตาก ทั้งนี้ไม่นับความเห็นในเวบบอร์ดการเมืองมาเป็นตัวชี้วัดนะครับ

การเดินหน้าเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนเสื้อแดงที่เห็นเป็นฉากหน้านั้น ได้ผลดีกว่าที่คาดไว้ ทำให้กลุ่มอำมาตยาต้องขยับตัวออกลูกดุจนเกมส์แตก ซึ่งพวกมันพยายามรักษารูปมวยมาเสมอ แต่มาครั้งนี้ ภาพที่ปรากฏทำให้พอรู้ว่า ข้างในมันหัวฟัดหัวเหวี่ยงกันน่าดู เสียอาการไปเยอะ

มวลชนเสื้อแดงที่ผมเรียกว่าฉากหน้านั้น เป็นเสมือนแค่คลื่นลมปกติของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย แต่มีอีกหลายท่านของฝ่ายประชาชน ที่เริ่มเก็บตัว และหายหน้าไป ปล่อยให้ เสธ.แดงออกมาล่อเป้าอยู่คนเดียว ในขณะที่การขับเคลื่อนแนวทาง ยังมีคนคอยกำหนดยุทธศาสตร์อยู่เงียบๆ

อำมาตยาจึงพยายามอาละวาดเอากับฉากหน้า หารู้ไม่ว่าฉากหลัง ในท้องมหาสมุทร ปริมาณประชาชนมหาศาลเริ่มก่อตัวแล้ว ต่อให้บ้าอำนาจ ออกแรงฟาดฟันยอดคลื่นจนแตกกระจาย แต่ทันทีที่คลื่นใหญ่หนุนเข้าหาฝั่ง เมื่อนั้นสภาพ ราพนาสูร จะบังเกิด

สภาวะสึนามิประชาชนนั้น ก่อนเกิดเหตุ แกนกลางขุมกำลังของแรงตึงเครียด จะสงบนิ่งจนผิดปกติ เช่นเดียวกับการสงบเงียบและเร้นกายหายไปของคนระดับกุนซือแดงหลายคน

การประลองกำลังกันครั้งนี้ ได้กระทำผ่านนอมินี ซึ่งผลปรากฏว่า กับแค่ฉากหน้า อำมาตย์ยังต้องใช้พลังมหาศาลเข้าต้าน ฉะนั้นถ้าเป็นประชาชนตัวจริงลุกขึ้นยืนเทียบหมัดต่อหมัดแล้ว ผมยืนยันได้ว่า เปรมคว่ำ เปรมไม่อาจต้านทางพลังคลื่นมหาประชาชน ซึ่งนั่นเป็นการบีบให้เปรมจำเป็นต้องยึดอำนาจก่อนที่ประชาชนจะยกทัพ

แต่น่าเสียใจ ที่การยึดอำนาจของเปรมนั้น จะกลายเป็นสาเหตุที่ง่ายที่สุด ที่ประชาชนจะลากเปรมมาลงโทษ ง่ายที่สุดที่จะกวาดล้างลิ่วล้อรากฝอยอำมาตยาแบบขุดรากถอนโคน

นาทีนี้ ผมไม่ห่วงอะไรกับอธิปไตยของประชาชนแล้วครับ ช้าหรือเร็ว วันแตกหักต้องมาถึงคลื่นประชาชนถาโถมวันใด ประชาชนต้องได้อธิปไตยวันนั้น ใครที่ร่วมเป็นลูกป๋ามือตีนป๋า หยิบฉวยอะไรทัน ให้รีบหนีซะ เอาไปเท่าที่เอาได้ รักษาชีวิตไว้ วันหน้าบ้านเมืองเข้าที่เข้าทาง เก็บกวาดซากปรักหักพังแล้ว ค่อยมาคุยกันใหม่ว่า จะมาร่วมเป็นประชาชนผู้ไม่มีอภิสิทธิหรือไม่

จากช่วงนี้ไป จับตาดูให้ดี ไอ้ลิ้มจะเคลื่อนไหว และจะขอพักเรื่องพรรคการเมืองใหม่ชั่วคราว เพื่อลบเงื่อนไขที่มัดตัวเองไว้กับสังคม จะได้หันกลับมาเล่นนอกสภาอีกครั้ง พร้อมปลุกกระแสระดมแนวต้านออกมา ยึดพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ไว้ก่อน

ส่วนพวกแมงสาป ไม่ต้องไปสนมัน ปล่อยให้มันบ้าอำนาจ นั่งเก้าอี้นอมินีอำมาตย์ไป ถึงจุดหนึ่ง มันจะมีสภาพเป็นอัมพาต ขยับไม่ได้ทางเรารณรงค์เรื่องเดิม ตีอำมาตย์ และย้ำให้สังคมเห็นว่า พอได้ทีก็ขี่แพะไล่ พอเพลี่ยงพล้ำทีไร สามัคคีกันเถอะทุกที นิสัยกระเทยชัดๆ ลูกผู้ชายไทยทำไมหน้าตัวเมีย

ส่วนคนเมืองเหลือง อาจรวมพลังแล้วชนะทหารได้ แต่กับคลื่นประชาชนจริงๆ คนเมืองเหลืองไม่ใช่คู่ต่อสู้ ผมยังยืนยันว่ามันคือพวกอำนาจนิยม ใครชนะมันยอมก้มหัวให้ ถ้าประชาชนชนะเมื่อไร คนเมืองจึงจะเข้าใจความเท่าเทียมกัน และศักด์ศรีของตาสีตาสาบ้านนอกว่า เท่ากับพวกมันเช่นกัน

วันนี้สภาวะสงบเงียบของสึนามิประชาชน เริ่มก่อตัวแล้ว อีกไม่นาน หลังวาเลนไทน์ เตรียมตัวเตรียมใจให้กับภาพที่คุณไม่คิดว่า ชาตินี้จะได้เห็น (อีกครั้ง) ซึ่งครั้งนี้เป็นการกวาดล้างอำมาตย์และชนชั้นนำ ที่จะถูกจารึกจนรุ่นลูกหลาน

พวก 2.4 ที่คิดจะมาเอิ๊กๆ และเหยียดหยามเอาชนะด้วยวาทกรรม เชิญตามสบายครับ ด้วยตัวหนังสือ คุณอาจเขียนให้ชนะและสะใจกันเองได้ แต่ความจริงที่จะเกิดนั้น เปลี่ยนแปลงไม่ได้

ท้ายนี้ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า 2553 เป็นปีแห่งสงครามเลิกไพร่สู่ไท

ความเนรคุณ คือ ลักษณะประจำของเผด็จการทุกชนิด

ที่มา Thai E-News

โดย คุณจักรภพ เพ็ญแข
ที่มา หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์วิวาทะ Thai Red News ปีที่ 1 ฉบับที่ 34
23 มกราคม 2553

การเชือด พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๕ โดยย้อนความผิดที่ได้อุ้มฆ่าชาวซาอุดิอาระเบียเมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นตัวอย่างที่ดีของวิถีโจรในระบอบอำมาตยาธิปไตย จับขึ้นมาขึงพืดบูชายัญ เป็นแพะถูกเชือด เพื่อไม่ให้ถึงตัวมหาอำมาตย์ห รือทำให้ระบอบอำมาตย์เสียหาย ทั้งที่ใช้วิชาโจรและสันดานดิบของฆาตกร ช่วยทำงานให้กับอำมาตย์มาไม่น้อยกว่าลูกหาบคนอื่นๆ

กระเทือนใจอย่างแสนสาหัสไปจนถึงคนเป็นพี่ อย่าง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้ออกโรงมาตลอดจนบัดนี้ ก็เพราะต้องการช่วยเหลือสมคิด ให้พ้นภัยจากคดีฆ่าชาวซาอุฯ พอสุดท้ายพบว่า ตัวเองและน้องชาย เป็นเพียงแพะบูชายัญของมหาอำมาตย์ ป่านนี้ก็คงนอนก่ายหน้าผากรำพึงว่า ไม่น่าเลย ทำลายโคตรตระกูลบุญถนอม เพราะไปเชื่อว่าอำมาตย์เขาจะจริงใจด้วย

เรื่องนี้เป็นอนุสติล่าสุดของคนที่ยึดมั่นถือมั่นในระบอบเผด็จการอำมาตยาธิปไตย และมีปกติวิสัยวิ่งไปกราบตีนเขา

ถ้าอ่านประวัติศาสตร์กันสักเล็กน้อย จะรู้ทันทีว่า การหลอกให้คนมาเป็นพวก และใช้งานเขาจนน้ำแห้งไปทั้งตัว เหลือเพียงกากหรือซากก่อนจะโยนทิ้งอย่างไม่แยแส เป็นธรรมชาติของมหาอำมาตย์ไทย ที่ได้ทำต่อเนื่องมานานแล้ว จนเป็นมากกว่านิสัย ถ้าไม่ใช่สันดอนก็ต้องเป็นสันดานไปแล้ว

คนในวัยรุ่นที่มีจิตใจปกติธรรมดา ถ้ากระทำความผิดขนาดทำให้คนตายโหงไปต่อหน้า เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากคนที่รักเขาและผูกพันกับเขาจนถึงขั้นเข้ารับความผิดแทน หรือช่วยปกปิดความผิดจนมิดชิด มักจะสำนึกบุญคุณของคนๆ นั้น หรือคนเหล่านั้นไปจนตาย หรืออาจใช้หนี้กรรมข้ามชาติข้ามภพเลยด้วยซ้ำ

แต่ถ้ามีจิตใจชนิดผิดปกติ นอกจากไม่สำนึกในบุญคุณแล้ว ยังจับไปฆ่าจนตาย เพื่อกำจัดพยานรู้เห็น ยึดเอาความอยู่รอดของตัวเป็นที่ตั้ง ทำลายทั้งชีวิตและจิตใจของผู้คนเหล่านั้น ตลอดจนครอบครัวของเขาขนาดไหน หรือกี่ชั่วอายุคนก็ช่าง

คนบางคนเห็นแก่ตัวชนิดข้นคลั่ก มองทะลุไปจนถึงหัวใจสีดำและความโหดเหี้ยมเลือดเย็น แววตาที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกรู้สมที่เพียงเห็นก็ขนลุก เมื่อเวลาผ่านไป เขี้ยวยาวขึ้น ก็รู้จักเอาใจคนหนึ่ง ไปฆ่าอีกคนหนึ่งในทางการเมือง ดร.ปรีดี พนมยงค์ เตียง ศิริขันธ์ ดร.ทองเปลว ชลภูมิ ทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ถวิล อุดล จำลอง ดาวเรือง จอมพลแปลก พิบูลสงคราม จิตร ภูมิศักดิ์ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ถนอม กิตติขจร-ประพาส จารุเสถียร กฤษณ์ สีวะรา เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ประจักษ์ สว่างจิตร ณรงค์เดช นันทโพธิเดช ฯลฯ สูญเสียชีวิตหรือโอกาสที่จะได้รับใช้บ้านเมืองเช่นนี้ทั้งนั้น นี่ยกเฉพาะผู้มีชื่อเสียงเท่านั้น คนทั่วไปที่ไม่โด่งดังและต้องล้มหายตายจากไปด้วยแรงตัณหา (ความกระเสือกกระสนเอาตัวรอด) ของมหาอำมาตย์ ยังมีอีกมากมายเหลือคณานับ

ก่อนกรณีของ สมคิด บุญถนอม ก็มีเรื่องของ สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งรับใช้เขาด้วยการใช้สติปัญญาที่มีมาตลอดชีวิต และไปลากเครือข่ายทั้งหมดที่ตัวสร้างไว้มารองรับ จนประสบความสำเร็จในการทำลายระบอบประชาธิปไตยในระยะตั้งไข่ได้ เมื่อถึงคราววางบิล และวางโฉ่งฉ่างแบบสนธิชอบทำ เขาก็พร้อมลืมผลงานเหล่านั้น และส่งลูกตะกั่วมาฝังไว้ในหัวให้แทน

แต่กรณีของคุณสนธิ น่าเห็นใจน้อยกว่า เพราะคุณสนธิทำโดยคาดคะเนผลประโยชน์ของตนแล้วอย่างเต็มที่ ทำสัญญากับปิศาจ แล้วโดนปิศาจหักหลังเข้าให้ จะไปร้องแรกแหกกระเชอกับใครได้เล่า นรกขุมนี้เป็นของมหาอำมาตย์ อสุรกายน้อยใหญ่เป็นของเขาทั้งสิ้น ถึงคุณสนธิจะเลี้ยงตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักการเมือง มาขนาดไหน ถึงเวลาที่อำมาตย์เขาเรียกตรวจแถว คนที่คุณสนธิเผลอคิดว่าเป็นเด็กของตัว มักเป็นคนแรกๆ ที่อาสาเข้ามาเด็ดชีพของคุณสนธิเสียเอง

คติของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า ระบอบเผด็จการ มันก็คือระบอบเผด็จการวันยังค่ำครับ เราอาจเผลอไผลคิดไปว่า เผด็จการทหารหนักกว่าพลเรือนเพราะมีกำลังสรรพาวุธ หรือเผด็จการพลเรือนโลกแคบอย่างสมัยองคมนตรีธานินทร์ กรัยวิเชียร น่าจะอันตรายยิ่งกว่า

แต่ในที่สุดแล้วเผด็จการต่างมีธรรมชาติ (สันดาน) อย่างเดียวกันหมด ระบอบเผด็จการต้องมีผู้เผด็จการ ซึ่งอาจใหญ่โตอยู่คนเดียว ไม่แบ่งลูกแบ่งเมีย ไม่มีใครร่วมใช้อำนาจด้วย (ตามแนว The Prince ของนิโคโล แมคเคียเวลลี่) หรือใช้อำนาจกันเป็นหมู่คณะ (power-sharing) แต่ก็ต้องมีศูนย์อำนาจที่จะ “ฟันธง” ได้เมื่อจำเป็น ตรงศูนย์อำนาจนี่ล่ะที่คนจะวิ่งกันเข้าไปเอาอกเอาใจ เสนอตัวทำงานและอาสาประสานประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจ ไม่ต่างนักกับวิถีของรัฐบาลประชาธิปไตย

แต่ระบอบเผด็จการจบที่ตัวผู้เผด็จการ ไม่มีใครต่อรองได้อีก แต่ระบอบประชาธิปไตยไปจบลงที่ประชาชนส่วนใหญ่ เพราะโครงสร้างบังคับให้ต้องคิดถึงผลประโยชน์ของคนทั้งหลายก่อนตัวเองและพรรคพวก ถ่วงน้ำหนักอย่างเหมาะสมระหว่างคนมี (the haves) และคนไม่มี (the havenots)

ในสังคมนั้น ผู้เผด็จการก็จะเลือกและทดลองใช้คน ด้วยความที่มีตัวเลือกมาก ก็เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะงานสกปรกและงานใต้ดินต่างๆ ที่ต้องใช้คนที่มีความสามารถอำพรางตัวเองสูง อย่างที่เกิดมาตลอดในช่วงสามปีเศษที่ผ่านมา และเมื่องานจบแล้ว คนเหล่านั้นต้องการรางวัลตอบแทนเกินกว่าที่จะให้ได้ ก็จะเรียกคนใหม่มาฆ่าคนเก่า หรือทำลายทิ้งอย่างเลือดเย็น เหมือนกับการฆ่าหมู่ยิวสมัยนาซี

ใครก็ตามที่มีความต้องการแรงกล้าที่จะได้อำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะของประชาชน ไม่มีทางลัดด้วยการสถาปนาตนเองเป็นผู้เผด็จการ หรือเกาะหางเผด็จการไปสู่อำนาจรัฐ ต้องนอบน้อมถ่อมตัวและเข้าหามวลชน ให้มวลชนตัดสินว่า ตนสมควรจะได้รับโอกาสหรือไม่ จึงจะได้มาซึ่งอำนาจและใช้อำนาจนั้นได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องใช้วิธีมืดดำอย่างเผด็จการในการประคองตัว หรือต้องคิดกำจัดคู่แข่งทางการเมือง

ผมรู้มาว่า มหาอำมาตย์ไทยจะกำจัดลูกหาบของตนอีกหลายคน เพราะความดื้อรั้นของตัวเอง ได้นำบ้านเมืองเข้าสู่ทางตัน จนลูกหาบทั้งหลายเริ่มละล้าละลัง จะทำงานต่อก็ไม่กล้า จะย้อนไปล้างความผิดที่กระทำมาตลอดช่วงปีที่ผ่านมานี้ก็ทำไม่ได้ จึงเริ่มคิดที่จะโดดเรือหนี เพื่อให้ชีวิตอยู่รอด แต่ก็สายเกินไป ทั้งสำหรับลูกน้องและเจ้านาย คนบางคนจึงต้องถูกทำลายทิ้ง เพราะเป็นพิษ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความเนรคุณ คือลักษณะประจำของเผด็จการทุกชนิด รวมทั้งไม้ตายซากในเมืองไทยด้วย

ยุทธการเขาสอยดาว

ที่มา Thai E-news


เจ้าของสนาม-พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานคณะที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพ ถ่ายภาพร่วมกับ นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงเทพ (ซ้ายสุด)นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (ขวาสุด)โดยมีนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ที่2จากซ้าย)ร่วมชักภาพในงานกิจกรรมหนหนึ่งของธนาคารกรุงเทพ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 มกราคม 2553
*รับฟังการถ่ายทอดสดการชุมนุมที่เขาสอยดาว คลิ้ก


*แผนที่จุดชุมนุมสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์กอล์ฟคลับ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี(คลิ้ก)


นายสมหวัง อัสราษี แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เปิดเผยถึง การเตรียมความพร้อมของการชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้คืนสนามกอล์ฟ สอยดาวไฮแลนด์ ที่บุกรุกป่าสงวนบนเขาสอยดาว รวมพื้นที่กว่า 482 ไร่ ว่า ช่วงเช้าวันนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำเสื้อแดง จากจังหวัดต่างๆ จะทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมด้วย คาดการณ์ว่า จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่ต่ำกว่า 50,000 คน เนื่องจาก ภาคตะวันออกเป็นฐานเสียงของกลุ่มเสื้อแดง พร้อมยืนยันว่า การชุมนุมจะเป็นไปด้วยความสงบ ไม่มีการทำลายสิ่งของใดๆ ให้เกิดความเสียหาย โดยจะจัดทีมรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม กว่า 1,500 นาย

ส่วนการปราศรัยในวันนี้ เนื้อหาอยู่ที่การให้ประชาชนรับรู้ว่า สาเหตุใด อัยการจึงไม่สามารถดำเนินการเอาผิดกับนายทุนที่บุกรุกได้ ทั้งที่ กรมป่าไม้มีการยื่นฟ้องมาแล้ว ตั้งแต่ปี 2546 หรือ เป็นเพราะเกรงกลัวบารมี หรือมีใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันแน่ นอกจากนั้นแล้ว ในเวลา 20.00 น.จะมีการโฟนอิน จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากนั้น จะสลายการชุมนุมอย่างสงบในช่วงเช้าของวันที่ 24 มกราคม
รู้จักสนามกอล์ฟสอยดาวฯ



แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกที่ดินเขาดอยดาว จ.จันทบุรี และนำมาจัดสรรในเชิงพาณิชย์ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดเมื่อปี 2548 แต่จนถึงขณะนี้กรมป่าไม้ไม่กล้ายึดที่ดินคืน เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานที่ปรึกษา

โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทคือกลุ่มกรรณสูต และกลุ่มโสภณพนิช โดยเปิดให้บริการธุรกิจโรงแรมและสนามกอล์ฟเมื่อปี 2536

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลบริษัทจดทะเบียน พบว่า บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนนิติบุคคลกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อปี 2533 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นหลัก 8 ราย ประกอบด้วย นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล ,นาย นภดล รมยะรูป(เขยของตระกูลโสภณพนิช เจ้าของแบงก์กรุงเทพ) , นาย ชาลี โสภณพนิช กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซิตี้เรียลตี้ จำกัด , นาย โชติชัย อรรถวิภัชน์ ,นาย เปรมชัย กรรณสูต , นาง นิจพร จรณะจิตต์ , นาง พิไลจิตร เริงพิทยา และ นาย ยุทธชัย จรณะจิตต์

สนามกอล์ฟสอยดาวฯมีบริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด เป็นเจ้าของ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 49 อาคารเอเซียเสริมกิจ ชั้น 6 ซ.พิพัฒน์ ถ.สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพ

พลเอกเปรม เป็นประธานที่ปรึกษาธนาคารกรุงเทพในปัจจุบัน



กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มจับจองพื้นที่ฟังการปราศรัย ที่บริเวณข้างสนามกอล์ฟ สอยดาวไฮแลนด์กอล์ฟคลับ แอนด์รีสอร์ท อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ที่ทางกลุ่มกล่าวว่า มีการบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ตั้งแต่หัวค่ำวันที่ 22 มกราคม โดยการชุมนุมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23-24 มกราคม นี้ เมื่อ 22 ม.ค.

กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประมาณ 200 คน นำโดย นายชินวัตร หาบุญพาด เดินทางด้วยรถบรรทุก รถกระบะและรถบัส ไปถึงสนามกอล์ฟสอยดาว ไฮแลนด์ กอล์ฟ คลับ แอนด์ รีสอร์ท ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 มกราคม เพื่อเตรียมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 มกราคม เพื่อพิสูจน์ถึงการใช้กฎหมายสองมาตรฐานและการเลือกใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มอำมาตยาธิปไตย และจะทำให้เห็นว่าอำมาตย์เกี่ยวกันกับพื้นที่ป่าสงวนเขาสอยดาวอย่างไร


เมื่อกลุ่มนปช.เดินทางไปถึง นายชินวัตรได้เจรจากับพล.ท.ภารวี ชาญเลขา ผู้จัดการทั่วไปของสนามกอล์ฟ ประมาณ 30 นาที จนได้ข้อตกลงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการชุมนุมได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องรักษาความสะอาด อำนวยความสะดวกให้รถที่จะเข้ามาใช้บริการสนามกอล์ฟ ไม่รบกวนหรือก่อกวนความวุ่นวาย ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมต้องการแสดงออกในเรื่องประชาธิปไตย ทางสนามกอล์ฟจะไม่แจ้งความดำเนินคดีใดๆ หลังเจรจาเสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมจัดเตรียมอุปกรณ์เวทีบริเวณหน้าสำนักงานสนามกอล์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวสนามกอล์ฟประมาณ 300 เมตร พร้อมทั้งจัดตั้งเต๊นท์ขนาดใหญ่ 2 หลัง จากนั้นก็กระจายออกไปกางเต๊นท์บริเวณพื้นที่รอบๆ ที่มีประมาณ 4-5 ไร่

แกนนำคุยร่วมชุมนุม 3 หมื่น

นายชินวัตร กล่าวว่า จะมีประชาชนทยอยมาจากจังหวัดต่างๆ เพื่อร่วมชุมนุมอีกจำนวนมาก คาดว่าจะมีผู้ชุมนุมประมาณ 3 หมื่นคน โดยในคืนนี้จะพักผ่อนก่อน แล้ววันที่ 23 มกราคม จะไฮปาร์กตลอดทั้งวัน โดยประเด็นที่พูดจะเน้นความผิดเรื่องการออกเอกสารทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติ และชี้ให้สังคมรู้ว่าสนามกอล์ฟที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี มาเป็นประธานเปิดนี้เป็นพื้นที่รุกพื้นที่ป่าซึ่งผิดกฎหมาย สุดท้ายต้องการให้พื้นที่นี้กลับไปเป็นของแผ่นดินเหมือนกรณีเขายายเที่ยง


ด้านพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยภิญโญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่าได้จัดเตรียมกำลังประมาณ 300 นาย ร่วมกับฝ่ายปกครองและอาสาสมัครอีกประมาณ 400 นาย ซึ่งร่วมดูแลความสงบในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น .

"วีระ"ลั่นชุมนุมคืนเดียวจบ

ด้านนายวีระ มุกสิกพงษ์ ประธาน นปช. –แดงทั้งแผ่นดิน แถลงผลการประชุมแกนนำคนเสื้อแดงที่ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิร์ล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ว่า แกนนำคนเสื้อแดงได้หารือกันถึงการเตรียมพร้อมการชุมนุมที่สนามกอล์ฟ อ.โป่งน้ำร้อน ในวันที่ 23 มกราคม โดยเตรียมสถานที่และตั้งเวทีแล้ว แต่ขณะเดียวกันกลับมีการส่งกำลังทหารรวม ทั้งรถยีเอ็มซีไปรักษาความปลอดภัยสนามกอล์ฟนับพันนาย โดยไม่รู้ว่ากำลังทหารเหล่านี้มีภารกิจอะไร กลุ่มคนเสื้อแดงได้บันทึกภาพเอาไว้แล้วหมดแล้ว แต่อยากจะถามว่าทหารมีหน้าที่ไปอารักขาสนามกอล์ฟด้วยหรือ เพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดงจะเริ่มเวลา 12.00 น. วันที่ 23 มกราคม หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็จะยุติลงในเช้าวันที่ 24 มกราคมนี้ เพราะเราต้องการพิสูจน์ถึงการใช้กฎหมายสองมาตรฐานและการเลือกใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มอำมาตยาธิปไตย

เหตุเสียงแตก-ไม่บุก"สุวรรณภูมิ"

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่ม นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวถึงแนวคิดการเคลื่อนไหวไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ตนเสนอเรื่องนี้ให้กับแกนนำคนเสื้อแดงแล้ว ทุกคนก็เห็นด้วย แต่จะไม่ใช่การเคลื่อนไหวไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่จะชุมนุมโดยสงบ ไปในสถานที่อื่นๆ ซึ่งอาจเป็นทำเนียบรัฐบาลหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมโดยสงบ เพื่อทวงถามการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น ทั้งอาทิตย์เกี่ยวกับคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยเฉพาะ เนื่องจากชัดเจนว่ากลุ่มพันธมิตรฯมีความผิดข้อหาก่อการร้ายสากล และพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นพวกเดียวกัน

ขู่ปลุกแดงถอนเงิน แบงค์กรุงเทพฯ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวไปชุมนุมบริเวณเขาสอยดาวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.เปรม พยายามจะส่งคนออกมาบอกว่าป๋าไม่เกี่ยว แต่ขอถามพล.อ.เปรมว่าไปตีกอล์ฟที่สนามนี้กี่ครั้ง และเหตุใดภายในสนามจึงต้องสร้างห้องรัฐบุรุษให้ด้วย ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกให้ไปซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวและถูกหลอกให้ขายที่ดินราคาให้กลุ่มนายทุนเจ้าของสนามกอล์ฟ ได้ไปฟ้องศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และจะตัดสินในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งวันเดียวกับที่จะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ หากการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 23 มกราคมนี้มีการขัดขวางและใช้กำลังทำร้าย เราพร้อมที่จะประกาศให้ลูกค้าธนาคารกรุงเทพฯ ที่เป็นคนเสื้อแดงไปถอนเงินออกจากธนาคารทันที

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุว่า ขณะนี้พบว่ามีทหารกว่า 1,000 นาย เข้าไปอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวแล้ว จึงขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ทบทวนคำสั่ง เนื่องจากพื้นที่บนเขาสอยดาวมีความชัดเจน ทั้งนี้ หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นในที่ชุมนุม แกนนำกลุ่มเสื้อแดงจะประชุมและกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวทันที ส่วนการจะไปชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือไม่นั้น จะมีการหารือของพรรคหลังจากกลับจากการชุมนุมที่เขาสอยดาวแล้ว

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ระบุว่าเตรียมดำเนินคดีแจ้งจับนายทหารกว่า 1,000 นาย ที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่เขาสอยดาว เนื่องจากเป็นการปกป้องบุคคลที่กระทำผิดในการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน

ทัพหน้ายึดเขาสอยดาวรอทัพหลวง

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชนออนไลน์
22 มกราคม 2553


*แผนที่จุดชุมนุมสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์กอล์ฟคลับ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี(คลิ้ก)

รู้จักสนามกอล์ฟสอยดาวฯ



แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่ามีกลุ่มนายทุนบุกรุกที่ดินเขาดอยดาว จ.จันทบุรี และนำมาจัดสรรในเชิงพาณิชย์ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดเมื่อปี 2548 แต่จนถึงขณะนี้กรมป่าไม้ไม่กล้ายึดที่ดินคืน เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งมี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานที่ปรึกษานั้น

โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทคือกลุ่มกรรณสูต และกลุ่มโสภณพนิช โดยเปิดให้บริการธุรกิจโรงแรมและสนามกอล์ฟเมื่อปี 2536

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลบริษัทจดทะเบียน พบว่า บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนนิติบุคคลกับกระทรวงพาณิชย์เมื่อปี 2533 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นหลัก 8 ราย ประกอบด้วย นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล ,นาย นภดล รมยะรูป(เขยของตระกูลโสภณพนิช เจ้าของแบงก์กรุงเทพ) , นาย ชาลี โสภณพนิช กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซิตี้เรียลตี้ จำกัด , นาย โชติชัย อรรถวิภัชน์ ,นาย เปรมชัย กรรณสูต , นาง นิจพร จรณะจิตต์ , นาง พิไลจิตร เริงพิทยา และ นาย ยุทธชัย จรณะจิตต์


กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มจับจองพื้นที่ฟังการปราศรัย ที่บริเวณข้างสนามกอล์ฟ สอยดาวไฮแลนด์กอล์ฟคลับ แอนด์รีสอร์ท อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ที่ทางกลุ่มกล่าวว่า มีการบุกรุกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ตั้งแต่หัวค่ำวันที่ 22 มกราคม โดยการชุมนุมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23-24 มกราคม นี้ เมื่อ 22 ม.ค.

กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประมาณ 200 คน นำโดย นายชินวัตร หาบุญพาด เดินทางด้วยรถบรรทุก รถกระบะและรถบัส ไปถึงสนามกอล์ฟสอยดาว ไฮแลนด์ กอล์ฟ คลับ แอนด์ รีสอร์ท ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 มกราคม เพื่อเตรียมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 มกราคม เพื่อพิสูจน์ถึงการใช้กฎหมายสองมาตรฐานและการเลือกใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มอำมาตยาธิปไตย และจะทำให้เห็นว่าอำมาตย์เกี่ยวกันกับพื้นที่ป่าสงวนเขาสอยดาวอย่างไร


เมื่อกลุ่มนปช.เดินทางไปถึง นายชินวัตรได้เจรจากับพล.ท.ภารวี ชาญเลขา ผู้จัดการทั่วไปของสนามกอล์ฟ ประมาณ 30 นาที จนได้ข้อตกลงว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในการชุมนุมได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องรักษาความสะอาด อำนวยความสะดวกให้รถที่จะเข้ามาใช้บริการสนามกอล์ฟ ไม่รบกวนหรือก่อกวนความวุ่นวาย ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมต้องการแสดงออกในเรื่องประชาธิปไตย ทางสนามกอล์ฟจะไม่แจ้งความดำเนินคดีใดๆ หลังเจรจาเสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมจัดเตรียมอุปกรณ์เวทีบริเวณหน้าสำนักงานสนามกอล์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวสนามกอล์ฟประมาณ 300 เมตร พร้อมทั้งจัดตั้งเต๊นท์ขนาดใหญ่ 2 หลัง จากนั้นก็กระจายออกไปกางเต๊นท์บริเวณพื้นที่รอบๆ ที่มีประมาณ 4-5 ไร่

แกนนำคุยร่วมชุมนุม 3 หมื่น

นายชินวัตร กล่าวว่า จะมีประชาชนทยอยมาจากจังหวัดต่างๆ เพื่อร่วมชุมนุมอีกจำนวนมาก คาดว่าจะมีผู้ชุมนุมประมาณ 3 หมื่นคน โดยในคืนนี้จะพักผ่อนก่อน แล้ววันที่ 23 มกราคม จะไฮปาร์กตลอดทั้งวัน โดยประเด็นที่พูดจะเน้นความผิดเรื่องการออกเอกสารทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติ และชี้ให้สังคมรู้ว่าสนามกอล์ฟที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี มาเป็นประธานเปิดนี้เป็นพื้นที่รุกพื้นที่ป่าซึ่งผิดกฎหมาย สุดท้ายต้องการให้พื้นที่นี้กลับไปเป็นของแผ่นดินเหมือนกรณีเขายายเที่ยง


ด้านพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยภิญโญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่าได้จัดเตรียมกำลังประมาณ 300 นาย ร่วมกับฝ่ายปกครองและอาสาสมัครอีกประมาณ 400 นาย ซึ่งร่วมดูแลความสงบในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้น .

"วีระ"ลั่นชุมนุมคืนเดียวจบ

ด้านนายวีระ มุกสิกพงษ์ ประธาน นปช. –แดงทั้งแผ่นดิน แถลงผลการประชุมแกนนำคนเสื้อแดงที่ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิร์ล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ว่า แกนนำคนเสื้อแดงได้หารือกันถึงการเตรียมพร้อมการชุมนุมที่สนามกอล์ฟ อ.โป่งน้ำร้อน ในวันที่ 23 มกราคม โดยเตรียมสถานที่และตั้งเวทีแล้ว แต่ขณะเดียวกันกลับมีการส่งกำลังทหารรวม ทั้งรถยีเอ็มซีไปรักษาความปลอดภัยสนามกอล์ฟนับพันนาย โดยไม่รู้ว่ากำลังทหารเหล่านี้มีภารกิจอะไร กลุ่มคนเสื้อแดงได้บันทึกภาพเอาไว้แล้วหมดแล้ว แต่อยากจะถามว่าทหารมีหน้าที่ไปอารักขาสนามกอล์ฟด้วยหรือ เพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดงจะเริ่มเวลา 12.00 น. วันที่ 23 มกราคม หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็จะยุติลงในเช้าวันที่ 24 มกราคมนี้ เพราะเราต้องการพิสูจน์ถึงการใช้กฎหมายสองมาตรฐานและการเลือกใช้กฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อกลุ่มอำมาตยาธิปไตย

เหตุเสียงแตก-ไม่บุก"สุวรรณภูมิ"

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่ม นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวถึงแนวคิดการเคลื่อนไหวไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ตนเสนอเรื่องนี้ให้กับแกนนำคนเสื้อแดงแล้ว ทุกคนก็เห็นด้วย แต่จะไม่ใช่การเคลื่อนไหวไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่จะชุมนุมโดยสงบ ไปในสถานที่อื่นๆ ซึ่งอาจเป็นทำเนียบรัฐบาลหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมโดยสงบ เพื่อทวงถามการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้น ทั้งอาทิตย์เกี่ยวกับคดีของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยเฉพาะ เนื่องจากชัดเจนว่ากลุ่มพันธมิตรฯมีความผิดข้อหาก่อการร้ายสากล และพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นพวกเดียวกัน

ขู่ปลุกแดงถอนเงิน แบงค์กรุงเทพฯ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวไปชุมนุมบริเวณเขาสอยดาวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.เปรม พยายามจะส่งคนออกมาบอกว่าป๋าไม่เกี่ยว แต่ขอถามพล.อ.เปรมว่าไปตีกอล์ฟที่สนามนี้กี่ครั้ง และเหตุใดภายในสนามจึงต้องสร้างห้องรัฐบุรุษให้ด้วย ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกให้ไปซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวและถูกหลอกให้ขายที่ดินราคาให้กลุ่มนายทุนเจ้าของสนามกอล์ฟ ได้ไปฟ้องศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และจะตัดสินในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งวันเดียวกับที่จะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ หากการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 23 มกราคมนี้มีการขัดขวางและใช้กำลังทำร้าย เราพร้อมที่จะประกาศให้ลูกค้าธนาคารกรุงเทพฯ ที่เป็นคนเสื้อแดงไปถอนเงินออกจากธนาคารทันที

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุว่า ขณะนี้พบว่ามีทหารกว่า 1,000 นาย เข้าไปอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวแล้ว จึงขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ทบทวนคำสั่ง เนื่องจากพื้นที่บนเขาสอยดาวมีความชัดเจน ทั้งนี้ หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นในที่ชุมนุม แกนนำกลุ่มเสื้อแดงจะประชุมและกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวทันที ส่วนการจะไปชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือไม่นั้น จะมีการหารือของพรรคหลังจากกลับจากการชุมนุมที่เขาสอยดาวแล้ว

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ระบุว่าเตรียมดำเนินคดีแจ้งจับนายทหารกว่า 1,000 นาย ที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่เขาสอยดาว เนื่องจากเป็นการปกป้องบุคคลที่กระทำผิดในการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน

ซีรีส์ลากไส้สื่อเห้:กลับมาตบเกรียน

ที่มา Thai E-News


โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
22 มกราคม 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ล่าสุดผู้เขียนได้ปรับปรุงเพิ่มเติมเป็นภาค 2 ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใดสื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ

พอผมเขียนเรื่องลากไส้สื่อเห้ออกมา โอ้โหเป็นเรื่องเป็นประเด็นใหญ่โตในแวดวง ตอนนี้ก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวไปหมด แต่แทนที่พวกมันจะพูดว่า แม่งระยำจินๆพวกเราเนี่ย กรูว่าพวกเรามากลับตัวกลับใจเหอะนะ มันจะได้เลิกด่าพวกเรา เสือกถามหาแซ่ดว่า "ใครวะ? ใครวะ!ด่าพวกกู"...อ่าว!ไอ้เชี่ย มึงจะสนใจไปทำไมว่าใครด่ามึง สนแค่ว่าที่กรูด่ามาทั้งหมดเนี่ย มันใส่สีใส่ไข่ไหมลูกอีดอก หรือกรูเนื้อๆเน้นๆ...เอาว่าเพราะพวกมึงไม่ยอมกลับตัวกลับใจ พวกมึงเลยต้องเจอเรียงเม็ดอีกยก ในภาคสองนี่ไง


มหากาพย์ลากไส้สื่อเหี้ย จากสงกรานต์เลือดไขปมไปสู่ไส้ทุกขดในวงการ

ไอ้ที่ผมได้เขียนเรื่องมหากาพย์ลากไส้ถลกหนังสื่อเหี้ยมาให้กากินนี่ ต้นเรื่องก็มาจากว่า ตอนพวกเสื้อแดงม็อบกันแล้วบานปลายเป็นเหตุการณ์สงกรานต์เลือดปี2552นะแหละ

พวกเสื้อแดงก็คับอกข้องใจเหลือคณาว่า ทำไมพวกสื่อทำตัวได้เหี้ยม ม.ม้าหายกันขนาดนี้ คือรุมกระทืบเสื้อแดงซะตายคาตีน ทีกับตอนพวกม็อบพันธมิตรเสื้อเหลืองทำไมมันถึงอวยกันจัง...สื่อทำไมมี2มาตรฐานวะ สัดดด!!?

คนนอกวงการก็คงได้แต่เดาส่งเดชกันไปว่าเพราะยังงุ้นเพราะยังงี้ อย่ากระนั้นเลยผมคนในแท้ๆ ไม่เอามาแฉให้ฟังนี่มันจะเป็นบาปกรรมตกแก่ตัว ก็เลยได้ลากไส้กันให้ฟังให้อ่าน ให้เสพ

มีคนถามอีกว่าทำไมไม่เขียนดีๆ ทำไมเขียนไปด่าแม่พวกสื่อเหี้ยไป...ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็เป็นคนดีๆเหมือนคุณๆคนอ่านนี่แหละ ดีมาก็ดีด้วย แต่ใครมันเหี้ย ก็เบื่อจะพูดกับมันดีๆ ก็มีแค่นี้เอง

ถามต่อไปว่าทำไมพวกสื่อมันถึงออกลายเหี้ย ผมก็สรุปไว้เป็นประเด็นว่า เรื่องนี้มันมีทั้งปัจจัยผลัก(คือโดนเฮียเหลี่ยมเล่น จริงๆคือก็เล่นกันไปเล่นกันมา ผลัดกันเล่น)

กับปัจจัยดูด คือสื่อต้องไปพึ่งพาคนที่คุมอำนาจ ทรงพลัง ดลบันดาลสัมปทานคลื่น ความถี่ โฆษณาให้ได้ เพื่อที่สื่อจะได้เลิกไส้แห้ง มันก็ต้องแลกด้วยการไปเชียร์พวกนี้ บังเอิญพวกนี้ก็เป็นศัตรูเหลี่ยมด้วย

พูดถึงตอนนี้มิตรรักแฟนเหลี่ยม หรือพวกเสื้อแดงแจ๋อาจจะไม่ชอบใจ แต่ฟังเอาไว้เถอะเพราะดันเป็นเรื่องจริง...คือเหลี่ยมมันก็ดันไปทำแสบกับไอ้พวกสื่อไว้เยอะมั้กมาก มันก็เลยโดนเขาเอาคืน

จริงๆแล้วคุณๆหากอ่านที่ผมเขียนด่ามาให้ดีจะพบข้อสำคัญอยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่า สื่อพวกนี้มันก็ใช่ว่าเกิดมาแล้วเป็นเหี้ยหางแดงเลยนะ...

มันก็มีมูลเหตุจูงใจ มีความเป็นไปเป็นมาทุกตัว ภาษาวิชาการเขาเรียกว่า"ปัจจัยผลัก-ปัจจัยดึง" ภาษาผมคือ"ปัจจัยถีบ-ปัจจัยดูดจ๊วบ"

ถ้าภาษาคอมมูนิสต์เขาเรียกว่า"คับแค้นทางจิตใจ ยากไร้ทางวัตถุ"เป็นปัจจัยให้คนมันลุกขึ้นมาสู้

ปัจจัยดูดจ๊วบนี่ไม่ต่างกันหรอก คือสื่อก็อยากหนีจากสภาพสื่อไส้แห้งมามีเงินมีทองเหมือนอาชีพอื่นๆเขามั่ง จะเบ่งให้พองหรือเข้าตลาดหุ้นก็ว่ากันไป แต่ความซวยของบ้านเมืองเราคือความที่เป็นประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ กับโครงสร้างทางสังคมแบบระบบอุปถัมภ์(แหม่...ชักจะวิชาการมากไปแล้วมั๊ยสัดดด) มันก็ต้องไปเลียตีนทหาร,ป๋า,เจ้าของคอกม้าเพื่อเอาสัมปทานคลื่น,ความถี่,โคดสะนา,เวลาออกอากาศ แล้วก็ต้องไปรับใช้เขา แล้วก็ทำร้ายประเทศชาติบ้านเมือง

พวกนี้มันวิวัฒนาการมาเป็นเหี้ยหมดแล้วแบบที่ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์เคยว่าไว้..เหี้ยเอากับเหี้ยนึกออกใช่มั๊ย?

มันสมประโยชน์กัน อุปถัมภ์กันไปมา ไอ้พวกกลุ่มพลังอำนาจและอำนาจลึกลับก็อยากหาคนช่วยเชียร์ หาหมาไว้เห่าไว้กัดศัตรู ไอ้พวกสื่อก็อยากได้คลื่น ได้สัมปทานทีวี วิทมยุ อยากได้โฆษณา มันก็สมประโยชน์กัน กับไอ้พวกสื่อมันก็มีคดีเก่ากับไอ้เหลี่ยมอยู่เยอะ มันอยากเช็กบิลอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

อย่างตอนสงกรานต์ทมิฬที่สื่อยำตีนพวกม็อบเสื้อแดง คนก็ไปสงสัยว่าเพราะสื่อกลัวพรก.ฉุกเฉินมั่ง เพราะสื่อถูกรัฐกดดันให้ต้องเสนอข่าวเข้าข้างรัฐบาลมั่ง...พูดตรงๆรัฐจะไปทำอะไรไปบีบอะไรสื่อหละ คือเทียบกับว่าสื่อเป็นผู้หญิง รัฐเป็นผู้ชาย แค่รัฐแตะขาเบาๆ สื่อแม่งก็ถ่างซะจนน้ำบานแล้ว...ไม่รู้จะเทียบกับอะไร เลยเทียบให้แม่งจัญไรอย่างนี้แหละ

ส่วนปัจจัยถีบนี่ไปดูแต่ละเคสย้อนหลังที่ผมเล่ามาเลย เหมือนกันทุกตัว

-อย่างโล้นเนชั่นนี่เหลี่ยมก็เข้าไปเทกโอเวอร์ITV เข้าใจว่าคงเทกแบบไม่เป็นมิตร แบบที่ฝรั่งเรียกว่าhostile takeoverคือพวกหยุ่นก็วงแตกหนีหัวซุกออกจากITV(สมมุติขี่ไทม์แมชชีนไปแก้ไขได้ ทำไมไม่ทำข้อตกลงว่า กูจ่ายตังค์ ให้หยุ่นเป็นคนใส่content มันก็จบแบบwin-win) พอหยุ่นหัวซุกออกไปซบTTVพอมีช่องหายใจนิดๆหน่อยๆ เหลี่ยมตามไปตื้บซ้ำกะเอาให้เขาจมดินอีก

หยุ่นมันก็ต้องแค้นตาแม้น มีลูกบอกลูกมีหลานบอกหลาน พอดีไอ้แก๊งเด็กนรกเนชั่น จอมขวัญ ธีระ กนก หรือสรยุทธ์มันก็หัวอ่อนอย่างผมเขียนเล่ามา ประกอบกับมันเป็นพวกกากี่นั้ง อาจจะดูหนังกำลังภายในมาก มันก็ประกาศสิว่า"ข้าจะแก้แค้นให้ท่านพ่อ..."แล้วพวกมันอาจเผลอคิดไปว่ามันกำลังเป็นบู๊ลิ้มยุทธจักรออกตามล่าล้างแค้นจอมมารอสูรอยู่ ลืมไปว่ามึงกำลังทำหน้าที่ของสื่ออยู่นะสัดดด แม่งก็จะตามล้างแค้นให้ท่านพ่อเป็นหลัก...ไอ่เหี้ยเอ๊ย ก็ไอ้หยุ่นพอ่พวกมึงยังไม่ตาย มึงจะแค้นอะไรกันนักหนาวะ ไอ้หนก ไอ้ธีระ ไอ่สัดดด

-ลิ้มเลียอยู่ดีๆว่า"ทักษิณเป็นนายกฯดีที่สุดที่ไทยเคยมีมา"ตอนที่มันยังเอากันอยู่ ต่อมาเหลี่ยมก็หักเขา(จะหักเพราะเรื่องรัยก็ว่าอีกเรื่อง..)เช่น ไม่ต่อวีซ่าให้เฮียช้อยเป็นเอ็มดีแบงก์กรุงไทยเพื่อเคลียร์หนี้เน่าให้,ไม่ยก11news1
ให้,ปลดออกช่อง9เมืองไทยรายสัปดาห์,ฟ้องหมิ่นประมาทเรียก1,500ล้าน,ฟ้องคดีหมิ่นฯลฯ....ปัจจัยถีบให้ลิ้มมันประกาศตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง

-หรือพวกลูกน้องลิ้มอย่างกรณีสำราญ ที่ผมเล่าให้ฟังว่าสำราญไปช่วยปราบกบฎITVให้ ต่อมาก็อยากใช้เขาเป็นกระบอกเสียง เป็นหมาช่วยเห่าก็ไปบีบเขาเกิน คือเขาก็มีศักดิ์มีศรีของเขา พอเขาไม่ทำก็ปลดเขากลางอากาศ ตกงานตอนยังไม่แก่...สำราญก็ต้องวิ่งไปหาลิ้ม แล้วเอาคืน

-เปลวไทยโพสต์ เหลี่ยมก็ให้สตง.ไปตรวจเงินเขา ไปบีบไม่ให้โรงพิมพ์พี่วิรับพิมพ์หนังสือพิมพ์เขา ไล่เขาไปจนตรอก...เขาก็ต้องหันกลับมาสู้

-จารย์เจิมก็ไปปลดเขาออกช่อง9มีรายการวิทยุก็ตามไปบี้เขา...แกก็ต้องไปออกASTV ไปออกเก้าสิบสองสลึงกับประชัย

-มติชนของพี่ช้าง เขาก็ด่าเปิงว่าจะไปเทกโอเวอร์เขา ทั้งที่มันเป็นสมบัติพระศุลีที่เขาสร้างมา หรือpostก็ไปซื้อเขาจะไปเทกเขา เพราะไม่พอใจที่โพสต์เขียนหนังสือพิมพ์ด่าให้ฝรั่งอ่าน(ไอ้ดิษฐ์เลขาสมาคมนักข่าว หยุดทำร้ายประเทศไทยมันก็กินเงินเดือนที่นี่ ไอ้ภัทระนายกสมาคมนักข่าวที่เอาสมาคมไปขายให้บัง มันก็กินเงินเดือนอยู่นี่ พวกนี้ก็แค้นว่าจะไปทุบหม้อข้าวพวกมัน)

-ฯลฯ

ว่าไปแล้วเรื่องพรรค์อย่างนี้ เพราะสังคมไทยเรามันไม่มีวุฒิภาวะกันเท่าที่ควร หากเราจะแปรความขัดแย้งในเรื่องเหลี่ยมกับสื่อให้มันไปสู่ทิศทางที่ก้าวหน้าขึ้น ผมว่าก็น่าจะพอไปได้ เช่น ก็มีการปฏิรูปไปซะว่า ระหว่างนักการเมืองกับสื่อต้องมีเส้นกั้นกลางอยู่แค่ไหน อย่าให้ล้ำเส้นกัน หรือวงการสื่อเองต้องปฏิรูปยังไง เช่นเรื่องใบอนุญาต หรือการมีหน่วยงานregulatorขึ้นมากำกับควบคุม เช่น หมอมีแพทยสภา วิดวะมีสภาวิศวกร พวกแบงก์เกอร์หรือวงการหุ้นมีกลต.กำกับ...หนังสือพิมพ์ก็ต้องมีถึงจะควร

สื่อกับนักการเมืองเรื่องของเหี้ยกัดเหี้ย

มีคนสงสัยถามมาเรื่องการคุกคามสื่อ กับการแทรกแซงสื่อมันเหมือนหรือต่างกันยังไง จะขอโม้ให้ฟังหน่อยนึง

คุกคามสื่อนี่ก็คือทางกายภาพหนะนะ ยิงตายนี่ก็สมัยรุ่นพ่อคุณอารีย์ ลีวีระ สมัยอัศวินเผ่านู้น หรือจับขังคุกรุ่นๆจิตร ภูมิศักดิ์ อุทธร พลกุล ช่วง2500+/- เอาโซ่ไปล็อกแท่นพิมพ์สมัยสฤษดิ์-ถนอม ช่วงกลางๆก็มีส่งคนไปตีกบาลแบบชัชรินทร์เจอ หรือยิงแบบลิ้มเจอ(หากคุณนับว่าลิ้มเป็นสื่อ)หรือพี่เปลวเจอบุกโรงพิมพ์มีเผารถกันอะไรกัน

หรือสมัยน้าชาติ เหลิมเป็นรมต.คุมสื่อไม่พอใจไทยรัฐด่ารัฐบาล กูเล่นมึงตรงๆไม่ได้กูให้ตำรวจไปปิดนาซ่าของป๊ะซะเลย ทุบหม้อข้าวแม่งซะ อะไรยังงี้

เบาๆลงมาก็เปิดโต๊ะขอเคลียร์ ในชีวิตผมเจอมา2หน มีตัวกลางขาใหญ่มาคนนึง มีขาใหญ่วงการหนังสือพิมพ์มาคนนึง มีไอ้คนที่โดนเราเล่นมาคนนึง มีทหารที่ชอบเอามือตะปบเอวเหมือนแม่งโดนมดกัดแถวเอวเรื่อยอีกตัว2ตัว แล้วก็บอกว่างานนี้เฮียขอเถอะวะ พรรคพวกกันทั้งนั้น อย่ามีเรื่องกันเลย

เบาๆนิ่มๆก็แบบเหลี่ยมเคยสั่งปปง.ตรวจสอบเงินทองของพี่เปลว หยุ่น หย่อง โสภณ องค์การณ์อะไรงี้...ที่เรียกว่าคุกคามเพราะมึงไปจ้องทุบหม้อข้าวเล่นล้วงกระเป๋าตังค์เขาเลย

ส่วนที่ฟ้องกันไปฟ้องกันมานี่จะไปหาว่ามันคุกคามก็คงไม่ได้ แต่ที่ผมเห็นนะ เอะอะแค่จะฟ้องหมิ่นประมาท หรือปชป.ไปโวยวายว่าเซีย ไทยรัฐเขียนการ์ตูนเล่นไอ่มาร์คทุกวัน จะไปร้องสภาการนสพ. อันนี้มาโวยว่าคุกคามไม่ได้หรอก ถือว่าเล่นกันตามกติกา

ส่วนแทรกแซงนี่คงเป็นใช้อำนาจ บารมี อิทธิพล เงินนะไปแทรกแซง เช่น ข่าวเหลี่ยมไปเทกมติชน บางกอกโพสต์อะไรงี้ คือหากเป็นเรื่องธุรกิจล้วนๆเห็นเป็นบริษัทในตลาดหุ้นเข้าเทกซะคงว่ากันไม่ได้ แต่เหลี่ยมแสดงชัดว่ากูไม่พอใจมติชนเล่นข่าวด่ากู โพสต์ก็ด่ากูเสียๆหายๆให้ฝรั่งอ่าน สำนักข่าวเมืองนอกก็โคว้ดจากโพสต์ไปด่ากูกทอด งั้นกูมีตังค์จะเทกโอเวอร์แม่งเลย...อันนี้ผมว่าแทรกแซง ความเป็นอิสระของสื่อ

แต่กรณีเหลี่ยมเทกไอทีวี ผมว่าสมควรแก่เหตุ เพราะตอนขอสัมปทานนั้น หยุ่นกลัวไม่ได้ก็เสนอค่าต๋งไปเป็นแสนล้าน แม่งบ้า พอไปไม่รอด เอาทรัพย์สินมาถือหุ้น เขาจะไปแตะอะไรก็ไม่ได้ บอกอิสระของกองบรรณาธิการ ทรัพย์สินก็เห็นทางข้างหน้าว่ากูเจ๊งแน่ต้องรีบปล่อยออก ตอนนั้นเหลี่ยมก็เข้ามาเทกฯ เขาก็ย่อมเทกได้เพราะเขายังไม่ใช่นักการเมือง เป็นเศรษฐีเฉยๆ เขาเข้ามาก็ต้องเป็นไปตามนโยบายของเขา หยุ่นก็ตั้งแง่จะด่าแม่เขาอย่างเดียว นักข่าวทะเลาะกับนายทุนสื่อทีไร นักข่าวมึงก็ต้องตกงานตลอดอยู่แล้ว เป็นกันงี้มาแต่โบราณ เป็นกันมาทั่วโลก จะหาว่าเขาแทรกแซงแม่งก็เลยฟังไม่ขึ้น

อย่างอื่นที่ว่าแทรกแซงเช่น เหลี่ยมบอกใครไม่ด่ากู หรือเชียร์กู กูให้โคดสะนาเครือชินคอร์ป แถมโคดสะนารัฐวิสาหกิจทั้งหลายที่รัฐบาลคุม ใครเล่นกู ก็ถอนโคดสะนาเอาแม่งตาย หรือไปบีบโรงพิมพ์ไม่ให้พิมพ์หนังสือเขาแบบกรณีพี่เปลว อันนี้ถือว่าแทรกแซงแกมคุกคาม

สรุปว่าเรื่องสื่อกับเหลี่ยมนี่มันเป็นปัญหาประเทศด้อยพัฒนา คือตอนที่มันฮั้วกันได้แม่งก็แบ่งๆกันแดก พอน้ำแตกก็แยกทาง แต่วันดีคืนดีเสือกหักกัน ด้วยผลประโยชน์ก็ฟัดกัน ไม่ได้มีปัญหาเฉพาะพวกมัน ดันมาก่อปัญหาให้ชาวบ้านร้านช่องพลอยซวยไปด้วย เหมือนบทกวีนิรนามที่ว่า

เหี้ยมาเกิดบรรเจิดมาภาษาเหี้ย
เหี้ยต่อเหี้ยพึ่งพาอัฌชาศัย
เหี้ยต่อเหี้ยกัดกันย่อมบรรลัย
เหี้ยหนึ่งไปเหี้ยหนึ่งอยู่คู่ฟ้าดิน


ยังพอมีหวังกับนักข่าวรุ่นหลัง เพราะพวกมันยังเขี้ยวไม่งอก

นักข่าวรุ่นหลังผมก็ชื่นชมพวกเขาครับอย่างน้อยพวกเขามีจุดยืนมีหลักการ รู้ว่าอะไรเหี้ยอะไรไม่เหี้ย อย่างตอน19กันยา พวกนายกสมาคมสื่อต่างๆ พวกคนหนังสือพิมพ์หัวหงอกหัวขาวสั่นระริกอยากเป็นสมาชิกสภาลากตั้งสนช. พวกน้องๆนักข่าวทำงานใต้ถุนสภาก็ยังมีใจเข้าชื่อกัน50กว่าคนไปคัดค้านให้พวกนายกสมาคมสื่อถอนตัว

แต่ไอ้พวกหัวหงอกหัวขาวมันด้าน แถมไปลากหัวโล้นหัวหลิมขาใหญ่วงการ นายจ้างของพวกน้องๆนักข่าวสนามมาเป็นกรรมการห้ามมวย ไอ่กรรมการแม่งก็ต้องซูเอี๋ยไอ่พวกหัวหงอกหัวขาวให้ได้เป็นสมาชิกสภาลากตั้งกันจนสำเร็จความใคร่ มีบางตัวก็อย่างไอ้เอ๋ ไอ้นูณแม่งสำเร็จความใคร่หนเดียวไม่พอ มันกระทำชำเธอประเทศชาติเป็นวุฒิลากตั้งต่ออีก...สันดาน!!

เนี่ยนักข่าวรุ่นใหม่เขาก็มีอุดมการณ์ ส่วนไอ่พวกหัวขาวหัวหงอกแม่งก็อุดมกามกันเป็นหลัก

เสียดายแต่ว่าทำงานข่าวเจาะข่าวสืบข่าวสีพกันไม่เก่งอย่างรุ่นก่อน อาจเป็นเพราะสื่อตอนนี้มันต้องการเอาไวเข้าว่า มาเร็วเอาไมค์จ่อปากเร็ว ส่งเข้าโรงพิมพ์หรือทีวีให้เร็ว...ไม่รู้มันจะแย่งกันเร็วไปทำห่าอะไรกันหนักหนา

ข่าวแนวเจาะแนวสีพแนวสืบที่เป็นอมตะอย่างคดีวอเตอร์เกทของเมกา หรือข่าวของไทยแบบที่ได้รางวัลอิศราอะไรนี่หากทำกันมั่ง เอาซัก10-20%ของปริมาณที่เสนอๆกันก็จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว

ตัวอย่างการทำงานแบบนักวิชาชีพข่าวจริงๆจังๆที่ผมชื่นชมก็อย่างประชาชาติธุรกิจ

ประชาชาติทำงานดีมาตลอด โดยเฉพาะข่าวเจาะข่าวสืบข่าวสีพ('sive) ไม่ว่าตอนชลิตดูอยู่หรือตอนที่ประสงค์ วิสุทธิ์ดูแลเต็มๆ

ประสงค์นี่ของจริง แม้ชื่อเล่นของมันจะชื่อว่าเก๊ ในกระทู้นี้ผมชมไป2ครั้งแล้ว นี่เป็นหนที่สาม

เขาไม่เข้าออกใครด้วย คดีซุกหุ้นของเหลี่ยมนี่ก็ข่าวฝีมือของนายเก๊ ข่าวเสหนั่นซุกหนี้จนต้องนั่งพักไป5ปีก็ฝีมือของเขา

ดังนั้นพวกทีมประชาชาติธุรกิจเลยจะได้อิทธิพลไปจากนายเก๊เยอะพอสมควร ผมก็ว่ามีความหวังกับนักข่าวพันธุ์นี้

ส่วนนายเก๊มันจะเจาะข่าวตีเหลี่ยมซุกหุ้น หรือเสธ.หนั่นซุกหนี้ ไม่ใช่ธุระของผมหรือของใครจะไปโกรธนายเก๊มัน หากเรื่องนั้นมันเป็นความจริง เพราะแม้แต่นายเหลี่ยมก็ยังหนีไม่ออกต้องเอาตัวรอดไปด้วยความและคำว่า"บกพร่องโดยสุจริต"

ขณะเดียวกันเสธ.หนั่นที่โดนใบแดง5ปีเพราะฝีมือนายเก๊ ก็ไม่เห็นต้องมาด่านักข่าวเหมือนกัน

หากต่างคนต่างทำหน้าที่ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพของตัวเอง มีความเป็นนักวิชาชีพเต็มตัว ใครเค๊าจะไปด่า กรูก็ไม่ด่า เห็นมั๊ยทำดีอย่างไอ่เก๊กรูก็ชมเหมือนกานน

เสนอล้อมคอกสื่อเหี้ยต้องมีใบอนุญาตต้องมีบทลงโทษชัดๆแบบอาชีพอื่น

เมื่อไหร่บ้านเมืองเราแม่งจะทำอะไรให้เข้าเค้าซะที

คนเขาเป็นหมอ วิดวะ ถาปนิก พยาบาล แม้กระทั่งเป็นยามนี่เขาต้องอบรมร่ำเรียนมา มีหน่วยงานกลางออกใบอนุญาต ทำผิดพลาดมานี่โดนยึดใบอนุญาตตกงาน จับเข้าคุก

ไอ้นักข่าวนี่ไม่มีเหี้ยอะไรซักอย่าง ใบนุญาตเหี้ยอะไรไม่ต้องมี ผิดมาก็ไปลงหน้าในๆตัวเท่าหอยมด ไม่ต้องมีใครยึดใบนุญาต ไม่ต้องเจอคุก แล้วอ้างเสรีภาพสื่อ

เสรีภาพส้นตีนสิ จะได้ทำเหี้ยๆตามอำเภอใจ

ภาระหน้าที่อันใหญ่ยิ่งย่อมต้องมาควบคู่กับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ พวกมึงไม่เคยได้ยินรึไง

มีอาชีพเหี้ยนี่แหละชี้เป็นชี้ตายให้บ้านเมือง ชี้ให้ดาราคนไหนเป็นเทวดา ใครต้องดับ เกี่ยวข้องกับประชาชนพลเมือง65ล้านคน ไม่ต้องรับยผิดชอบเหี้ยอะไรซักเรื่อง...

หลังจากผมเขียนเรื่องนี้ไปเป็นที่ฮือฮา ก็ฮือฮาอยู่พักนึง ไอ้พวกนี้แม่งทำชั่วอีกแระ ล่าสุดนี่ไอ้ต้อยนักข่าวร้อยล้านไปใช้ช่องหอยม่วงของไอ้เตี้ยหมาตื่นปลุกผีคอมมิวนิสต์ บอกว่าคนเสื้อแดงล้มเจ้า ส่วนไอ่สุนันท์ ศรีจันทราไปออกวิทยุคลื่นเก้าสิบสองสลึงปลุกพวกเหี้ยเหลืองให้ออกมาฆ่าเสื้อแดง...ไอ้หยุ่นหัวโล้นก็เลวหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ

วันดีคืนดีบอกให้หยุดทำร้ายประเทศไทย ไอ้พวกส้นตีนแม่yeด

Friday, January 22, 2010

วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ.2553

ก.ตร.อารยะขัดขืน

กฎหมายกับเครื่องมือ

ใหญ่จริงๆ

บิ๊กแอ้ดกับยายเที่ยง

สงบยาก!?

พิชัยสงคราม

แดนเถื่อน

ค้นบ้าน “เสธ.แดง” และลูกน้องพบอาวุธสงคราม เจ้าตัวลั่นแค่ “คิดได้ พูดได้ แต่ทำไม่ได้”

ที่มา ประชาไท

ตำรวจนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้าน “เสธ.แดง” และลูกน้องคนสนิทพบอาวุธสงคราม ด้านเจ้าตัวระบุไม่มีเอี่ยวยิง “อนุพงษ์” ชี้ไร้หลักฐานจับ ย้ำทำได้แค่สโลแกน “คิดได้ พูดได้ แต่ทำไม่ได้”

21 ม.ค. 53 – เว็บไซต์คมชัดลึก รายงานว่าหลังจากที่คนร้ายยิงอาวุธสงครามแบบเอ็ม 79 เข้าไปยังบริเวณห้องทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก บริเวณอาคาร 1 ชั้น 6 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ ได้เชิญ พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท. ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) พล.ต.ท. ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ท. คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางมาที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อประชุม และประเมินสถานการณ์ พร้อมกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก โดยมีนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เดินทางมาร่วมประชุมด้วย โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชม.30 นาที

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พล.อ.อนุพงษ์ ได้เรียกประชุม 5 เสือ ทบ. ซึ่งประกอบไปด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ได้ประชุมร่วมกันก่อนเพื่อประเมินสถานการณ์ จากนั้นจึงประชุมร่วมกับนายสุเทพ และผู้บัญชาการตำรวจจาก 3 หน่วยงานดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบในจุดที่เกิดเหตุด้วย

หลังจากนั้น ในเวลาประมาณ 17.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ ได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นบ้านพักของ “เสธ.แดง” พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่อยู่ภายในกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน 4 รอ.) แยกเกียกกาย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินแล้วว่า พล.ต.ขัตติยะ อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการสรุปอาวุธสงครามที่ใช้ยิงมาบริเวณดังกล่าวด้วย โดยมีการคาดว่าลูกระเบิดเอ็ม 79 อาจจะยิงมาจาก 3 ที่ คือ สะพานพระราม 8 ตึกสวัสดิการของ ทบ. ที่อยู่ด้านหลังของกองบัญชาการกองทัพบก และ บริเวณแฟลตทหารที่อยู่บริเวณด้านข้างตึกบัญชาการกองทัพบก

ทั้งนี้ หลังการเข้าค้นเบื้องต้นได้พบของกลางจำนวนหนึ่งที่อาจเกี่ยวพันกับการยิงเอ็ม 79 ใส่ บก.ทบ. แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่สามารถที่จะดำเนินการด้านคดีได้ จึงได้ประสานทางตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นและยึดของกลางมาตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป

ภายหลังการเข้าตรวจค้นบ้านพัก เสธ.แดงดังกล่าว พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาท รักษาราชการ ผบก.ป. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนายได้เดินทางไปยังจุดที่ตำรวจและทหารเข้าตรวจค้นบ้านพัก เสธ.แดง ตามด้วยตำรวจสันติบาลจำนวนหนึ่ง โดยกันกลุ่มผู้สื่อข่าวไว้บริเวณหน้า ม.พัน 4

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าตรวจค้นบ้านพักของ เสธ.แดง ปรากฏว่าในบ้านพักไม่พบสิ่งผิดปกติ จากนั้นได้ทำการตรวจค้นภายในรถเบนซ์ ซึ่งเป็นรถตู้ หมายเลขทะเบียน ศข 121 กทม. บริเวณเบาะหลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบระเบิดลูกเกลี้ยง M26 และอาวุธปืนขนาด .32 และเครื่องกระสุน โดยในการเข้าตรวจค้นครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความร่วมมือจากทางทหารเป็นอย่างดี

ส่วน พล.ต.ขัตติยะ หรือ เสธ.แดง ไม่ได้อยู่ที่บ้านพัก นอกจากนี้ตำรวจได้ทำการขยายผลตรวจค้นไปยังบ้านพักของลูกน้องเสธ.แดง ซึ่งเป็นอาคารแฟลต 5 ชั้น ชื่อจ่าสิบเอกนัฐสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ ที่อยู่ในละแวกดังกล่าว เบื้องต้นพบอาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมาก มีทั้ง เอ็ม 72 จำนวน 60 ลูก ระเบิดเอ็ม 79 ปลอกกระสุน และระเบิดที่ใช้แล้ว จำนวนมาก เหมือนกับเป็นคลังอาวุธที่ถูกนำมาซุกซ่อนไว้โดยการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ 1 ราย แต่ยังไม่ทราบชื่อ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างทำการสอบปากคำ ว่าเชื่อมโยงกับ เสธ.แดง อย่างไรหรือไม่

พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เพียงสั้น ๆ ว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประเมินสถานการณ์ทั่วไปประจำสัปดาห์ตามปกติ ผู้บัญชาการทหารบกไม่ได้แสดงความกังวลหรือห่วงใยเรื่องใดเป็นพิเศษ และที่ประชุมไม่ได้หารือกรณีคนร้ายยิงระเบิดเข้ามาที่กองบัญชาการกองทัพบก

ขณะที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เปิดเผยความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า พ.อ.สุรพล ตาปนานนท์ ผู้อำนวยการส่วนสนับสนุนกองบัญชาการกองทัพบก ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มาตรวจพื้นที่เกิดเหตุแล้ว

“เสธ.แดง” ย้ำไม่เอี่ยวยิง“อนุพงษ์”ชี้ไร้หลักฐานจับ ย้ำตนเอง “คิดได้ พูดได้ แต่ทำไม่ได้”

พล.ต.ขัตติยะให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ภายหลังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้น บ้านพักภายในกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน 4 รอ.) ว่า ขณะนี้ตนอยู่ที่ จ.สงขลา แต่ทราบเบื้องต้นว่า มีทหาร ตำรวจ มาล้อมบ้านตน เพียงแต่ไม่ได้นำอาวุธมา ซึ่งการมาครั้งนี้ของตำรวจน่าจะมาเพื่อค้นบ้านของตนเอง เนื่องจากคิดว่า ตนเป็นคนยิงห้อง ผบ.ทบ. แต่ค้นไปก็เท่านั้น เพราะบ้านตนไม่มีอาวุธสงคราม อาจจะมีแค่ปืนลูกกรดและพวกของที่ระลึก เนื่องจากตนเป็นทหารก็มีของที่ระลึกจากการไปฝึกอบรมทางทหาร แต่พวกเอ็ม 79 หรือ เอ็ม 16 จรวดอะไรตนไม่มี

เมื่อถามว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทำอะไรต้องดูก่อนว่าเขาจะทำอะไรตนบ้าง เพราะตนไม่ผิดอะไร จะมาโทษตน แต่ไม่มีหลักฐานทำไม่ได้ ทำเหมือนผู้หญิงมาค้นบ้านตน การมาค้นบ้านทหารด้วยกันไม่อายหรือ จับอะไรก็ไม่ได้ บ้านตนก็มีแค่ตนกับลูกสาวเท่านั้น และมีพลทหารมาคอยเฝ้าบ้าน พล.อ.อนุพงษ์ก็มีลูกสาวมาทำอย่างนี้ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ

“คนที่ทำอาจจะเป็นพวกที่ไม่ชอบพล.อ.อนุพงษ์ หรืออาจจะเป็นพวกมือที่ 3 ทีมาคอยป่วนเมืองหรือไม่ แล้วมาโทษผม และหากจะมาจับผมก็ทำได้แค่ออกหมายเรียกเท่านั้น แต่จะมาออกหมายจับไม่ได้ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด พล.อ.อนุพงษ์ไม่มีหลักฐานอะไร จะมาจับผม การทำแบบนี้ถือว่าไม่มีศักดิ์ศรีมาค้นบ้านทหารด้วยกัน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องเป็น เสธ.แดงอาจจะเป็นคนอื่นทำ ถ้าเสธ.แดงทำจริง เสธ.แดงเอาชีวิตเลยไม่ดีกว่ารึ แต่เราก็เป็นเพื่อนกัน ผมจะทำไปทำไม อย่างผมทำได้แค่พูดตามสโลแกนเสธ.แดงคิดได้ พูดได้ แต่ทำไม่ได้ “ เสธ.แดงกล่าว

ด้าน สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.ต.ขัตติยะ จะเดินทางกลับจากภาคใต้คืนนี้เวลา 21.30 น.




ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: เว็บไซต์คมชัดลึก, สำนักข่าวไทย