ที่มา thaifreenews
ถึงจะอยู่ในระหว่างการต่อสู้ทางความคิด และอุดมการณ์เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ในช่วงงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ที่ผ่านมาเมื่อต้นเดือนนี้ พวกเราก็คงจะสนุกสนานกับบรรยากาศสรวลเสเฮฮา มีงานเลี้ยงสนุกสนานกับครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือกลุ่มเสื้อแดงที่ร่วมรบหรือต่อสู้ร่วมกันมาเป็นเวลาหลายปีด้วย รับประทานอาหารหลากหลายรสชาติ ที่เลือกสรรมาเพื่อให้ได้ลิ้มลองตามความชอบ
แต่ทว่าสำหรับนักสู้เพื่อประชาธิปไตยบางคนที่ต้องสูญเสียอิสรภาพ ช่วงวันปีใหม่ก็คงเป็นวันอันแสนทรมานไม่แพ้วันอื่นๆ เหล่านักสู้เหล่านั้นก็มีคุณดา ตอร์ปิโด ซึ่งต้องโทษจำคุกอยู่ถึง 18 ปี ตามคำตัดสินของศาลชั้นต้น และขณะนี้เธอกำลังอยู่ในระหว่างยื่นอุทธรณ์เพื่อให้ศาลพิจารณา
คงไม่ต้องพูดถึงงานเฉลิมฉลอง แค่นิยามคำว่า “อาหาร”ของคุณดารณี ก็แตกต่างจากคำว่า “อาหาร”ในความคิดของเราเป็นอย่างยิ่งแล้ว
คำว่า “อาหาร” ของคุณดา ก็คือ ข้าวครึ่งสุกครึ่งดิบ ซึ่งยากสำหรับการกลืนกินเป็นอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะเธอที่มีปัญหาอาการข้อขากรรไกรยึดติดเรื้อรังและรุนแรงกำเริบตามระยะเวลาที่ขาดการรักษาในขณะที่เธอต้องคุมขัง
คำว่า “อาหาร” ของคุณดาก็คือ ผัดผักกะหล่ำปลีอย่างหยาบๆที่ทำให้กับนักโทษในเรือนจำเป็นแรมเดือน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายการ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าผักบุ้ง ผักคะน้า ฝักทอง คงจะมีราคาแพงยิ่งนัก
คำว่า “น้ำดื่ม” ในความหมายของคุณดา ก็คือน้ำที่มีไรผสมปะปนมาอยู่เต็มไปหมด
พี่ชายคุณดาคือคุณกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุลที่รักและดูแลคุณดามาโดยตลอด เล่าให้ฟังว่าเขาต้องมอบเงินให้คุณดาไว้ใช้จ่ายซื้ออาหาร และของใช้ที่จำเป็นเช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าอนามัย และเบ็ดเตล็ด ทุกเดือน โดยที่คุณดาจะสามารถใช้เงินได้เพียงวันละ 200 บาทเท่านั้น ห้ามเกินกว่านั้น ซึ่งก็ไม่ทราบว่ากลัวนักโทษจะสะดวกสบายเกินไปหรือเปล่า หากมีเงินใช้มากกว่า 200 บาท อย่างไรก็ตาม คุณดาก็นำเงินจำนวนนี้มาประทังชีวิตขณะที่อยู่ในเรือนจำ
คุณดาได้เล่าให้กับพวกเรา กลุ่ม “พลังรวมใจ” ที่มักจะเข้าเยี่ยมเยียนพร้อมกับคุณกิตติชัย พี่ชายซึ่งเดินทางมาจากภูเก็ตทุกอาทิตย์เช่นกันว่า เงินจำนวนดังกล่าวเธอก็จะนำไปซื้ออาหาร เพื่อให้ได้ข้าวสุกที่เธอพอจะบดเคี้ยวได้บ้าง รวมทั้งกับข้าว อาทิ กระดูกเนื้อสัตว์ผัดกระเพรา ท่านผู้อ่านอ่านไม่ผิดแน่แท้ เพราะมันคือกระดูกจริงๆ จะเป็นกระดูกไก่หรืออะไรก็ตามทีเถอะ ทางเรือนจำได้นำมาผัดกับใบกระเพรา แล้วขายนักโทษที่พอมีเงินมาซื้อกิน
เพื่อนนักโทษบางคนที่ยากจน ไม่มีญาติมิตรมาเจือจุน หลายต่อหลายครั้งคุณดา ก็แบ่งปันเงินทองที่มีอย่างจำกัดให้แก่เพื่อนๆนักโทษที่อยู่ห้องเดียวกัน ด้วยความสงสารทั้งที่ตนเองก็อยู่ในสภาพที่แย่กว่าในด้านสุขภาพ นี่เองทำให้เราเข้าใจว่าทำไมคุณดาถึงพยายามเชิญชวนเพื่อนๆเสื้อแดงไปช่วยอุดหนุนสินค้าที่ผลิตโดยนักโทษ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะช่วยจุนเจือให้เขามีเงินซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นบ้างนั่นเอง
คุณดา ก็ยังคงเป็นคุณดา คนเดิม ที่มักจะนึกถึงคนอื่นอยู่ตลอดเวลา แม้ในยามที่ตนเองลำบากแสนสาหัส
เมื่อดูจากสภาพอาการข้อขากรรไกรของคุณดาแล้ว ก็ให้กังขาว่าคุณดาจะยังทาน “อาหาร” ที่ทางเรือนจำจัดให้ หรือ แม้กระทั่งที่ทำขายก็ตามที เธอก็ตอบชี้แจงว่า ส่วนใหญ่ก็จะซื้อนม หรือ เครื่องดื่ม ทานแทนอาหารทุกมื้อ เพราะเรื่องสุขภาพที่มีปัญหาด้วย นี่เองที่ทำให้เราเห็นน้ำหนักเธอลดอย่างฮวบฮาบ และก็เป็นห่วงไม่อยากให้ผ่ายผอมไปกว่าที่เป็นอยู่
และเมื่อเร็วๆนี้ทางคุณกิตติชัย พี่ชายคุณดา พร้อมคุณหมอที่รู้จักเป็นการส่วนตัว (ขอสงวนนาม) ได้ไปเยี่ยมดา ตอร์ปิโด ที่เรือนจำกลาง ซึ่งทางคุณหมอได้อ่านผล CT Scan ที่ทางเรือนจำได้ส่งดา ตอร์ปิโด ไปทำการตรวจที่ศูนย์ MRI ประชาชื่น ผลตรวจออกมา ปรากฏว่า ....ข้อต่อขากรรไกรอักเสบรุนแรง คุณหมอท่านดังกล่าวได้อธิบายรายละเอียดว่า ข้อต่อขากรรไกรนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถอ้าปากขึ้นลงได้ตามปกติ แต่ในกรณีของคุณดานั้น ข้อต่อขากรรไกรอักเสบนี้ ก่อให้เกิดการยุบตัวลง และขาดการรักษา จึงทำให้เกิดอาการอักเสบรุนแรง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณดาไม่สามารถอ้าปากได้อย่างคนปกติ และตอนที่เข้าไปเยี่ยม คุณหมอได้ให้คุณดาลองอ้าปากให้ดู ปรากฏว่าคุณดาอ้าปากได้เพียง 2 เซนติเมตร เท่านั้น แล้วดาเองก็เล่าว่าไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ ส่วนเวลาแปรงฟันก็ต้องกระทุ้งแปรงสีฟันเข้าไปข้างใน เนื่องจากอ้าปากไม่ได้ ซึ่งคุณหมอได้ให้คำแนะนำว่า ในกรณีของดา ต้องรีบผ่าตัดโดยด่วน
ได้รับฟังแล้วรู้สึกอเน็จอนาถกับสิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งนัก มีผู้ใหญ่บางท่านเล่าว่า หลังจากไปเยี่ยมคุณดาแล้วกลับออกมา ถึงกับกลั้นความรู้สึกไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาทันที ทั้งที่เป็นผู้ชายอกสามศอก แต่ก็อดสงสารเพื่อนมนุษย์ที่ต้องได้รับการปฏิบัติเยี่ยงนี้
จากวันที่ถูกจับกุมลิดรอนอิสรภาพตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2551 จนกระทั่งบัดนี้ กุมภาพันธ์ 2553 คุณดารณียังจะต้องทนทุกข์ทรมานจากปัญหาสุขภาพที่เจ้าตัวได้ร้องขออย่างน่าเวทนาในการออกมารักษาอย่างถูกต้องกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นั้น แต่ก็ยังหามีผลไม่ ทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอนที่ล่าช้า โดยมิได้นำพาแต่ประการใดต่อความทุกข์ทรมานของมนุษย์ตาดำๆที่ไม่มีทางสู้คนหนึ่ง
เรา “กลุ่มพลังรวมใจ” ขอให้ทุกท่านที่รักประชาธิปไตยและความยุติธรรม ช่วยกันออกมาเรียกร้องเพื่อให้ผู้ที่หมดอิสรภาพสามารถมีชีวิตอยู่ในที่คุมขังตามหลักสิทธิมนุษยชน ตามกฎบัตรสากล อย่างเช่นกฎบัตรฉบับต่างๆ ที่ผ่านการรับรองของที่ประชุมสมัชชาใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ ต่างก็รับรองสิทธิด้านสุขภาพของนักโทษในฐานะมนุษย์คนหนึ่งไว้ต่างกรรมต่างวาระกัน ยกตัวอย่างเช่น หลักการว่าด้วยจรรยาบรรณของแพทย์และที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยเฉพาะแพทย์ ในการคุ้มครองนักโทษ และผู้ต้องขังให้ปลอดพ้นจากการทรมาน และการปฏิบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ผิดมนุษยธรรมและดูหมิ่นศักดิ์ศรี ซึ่งมีการรับรองตามมติที่ 37/194 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2525 ในหลักการที่ 1 ระบุไว้ว่า
“เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะแพทย์ ซึ่งมีหน้าที่ให้การดูแลรักษาแก่นักโทษ และผู้ต้องขัง มีหน้าที่จะต้องให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพและการรักษาทางกาย และใจ ต่อโรคต่างๆ ด้วยคุณภาพเช่นเดียวกับผู้ที่ไม่ถูกคุมขังหรือต้องโทษได้รับ”
คุณดา ซึ่งถึงแม้จะเป็นผู้ต้องขังหรือในขณะที่เป็นจำเลย ก็ย่อมมีสิทธิของตนเองด้วยที่จะได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพอย่างเช่น การได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมในยามที่เจ็บป่วย
เราขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในทางที่มนุษย์ผู้หนึ่งสมควรได้รับการดูแล ตามกฎหลักสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
ทางกลุ่มพลังรวมใจจะติดตามข่าว และเป็นสื่อกลางในการส่งความห่วงใยจากผู้คนทั่วทุกมุมโลกไปถึงคุณดา เพื่อให้กำลังใจแก่เธอ
ส่งการ์ดหรือจดหมาย ได้ที่ “ตู้ ปณ 58 ปณศ (พ) พระโขนง กรุงเทพ 10110 (ไม่ต้องระบุชื่อผู้รับ) หรือ ส่ง อีเมล์, E-Card มาให้กำลังใจได้ที่ wemissyouda@gmail.com
สำหรับผู้ที่ต้องการจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้คุณดารณี กรุณาส่งที่บัญชีชื่อ นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนพูนผล จ.ภูเก็ต บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 297-1-25805-5
พลังรวมใจ
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, February 4, 2010
ความเป็น"คน"ที่ไม่เท่ากันของดา ตอปิโด และ สนธิ ลิ้ม
เสธแดงไปดูไบ- ด้านประชาชนชุมชนออนไลน์สนับสนุนทักษิณเดินหน้า
ที่มา thaifreenews
"เสธ.แดง"หารือ"ทักษิณ"ที่ดูไบ วางแผนต่อสู้ขั้นแตกหัก ก่อนตัดสินคดียึดทรัพย์ ปัดรับเงิน ด้านประชาชนชุมชนออนไลน์เชียร์นายกทักษิณเดินหน้า
พล.ต.ขัตติยะ กล่าวด้วยว่า การเดินทางไปพบ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่ดูไบ ไม่ได้ไปรับเงินเพื่อเคลื่อนไหว ค่าตั๋วเครื่องบินยังออกกันเองเลย คนอย่างตนเองไม่มีเรื่องรับเงินอยู่แล้ว เรามีอุดมการณ์ในการต่อสู้ มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ใช่เรื่องเงิน ทำเพื่อความยุติธรรม เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ยอมรับว่ามาประชุมหารือกันว่า แนวทางการต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเอาอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และพร้อมเจรจากับรัฐบาล ไม่ใช่ต่อรองเรื่องคดียึดทรัพย์ แต่ต้องการให้มีการยุบสภา นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ แล้วเลือกตั้งกันใหม่ พวกตนเข้าใจท่าน ซึ่งท่านไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ขอเวลาก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ เพื่อรอให้รัฐบาลติดต่อเจรจาเข้ามา แต่คงมีเวลาให้แค่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถ้าช่วงนี้คุยกันได้ก็ดี แต่ถ้าเลยจากนี้เป็นขั้นการปลดปล่อยกองทัพประชาชนแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่สามารถควบคุมม็อบได้แล้ว เพราะเราตกลงกันแล้วว่า ถ้าพวกเราเดินหน้าท่านก็ไม่สามารถมาหยุดได้ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะรุนแรงหรือไม่ หากมีการชุมนุมใหญ่แล้ว ตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาสั่งหยุดอะไรไม่ได้แล้ว เราจะเดินหน้าเต็มที่
ความเห็นประชาชนชุมชนออนไลน์ ล๊อกอิน nainara
เดินหน้าเถอะครับท่านนายกทักษิณ
เปลี่ยนประเทศที่ถูกครอบงำด้วยมือที่มองไม่เห็นได้แล้วครับ คนไทยอยากได้การปกครองจากมือสะอาด มือประชาธิปไตย
ถ้านายกทักษิณและที่ปรึกษายังคิดว่า มหาอำมาตย์และลิ่วล้อต้องการประนีประนอมนั้น คิดผิด และเสียเวลารอป่าวๆ
ยิ่งท่านรอ ท่านก็ยิ่งเสียโอกาส ประเทศก็ยิ่งบอบช้ำ
เพราะถ้าพวกมันอยากเจรจาจริงๆ มันไม่ทำรายำกับประเทศและลากให้บอบช้ำมาได้ถึงสามปีหรอกครับ
ดังนั้น ถ้าอยากเห็นประเทศไทยกลับมาเจริญวัฒนาสถาพร
ไม่ใช่มีแต่ความแตกแยกไร้กฏเกณฑ์แบบนี้ ท่านเดินหน้าเถอะครับ
ถ้ามันจะต้องรุนแรง เลือดตกยางออก แต่ถ้าสามารถทำให้ประเทศกลับมาเริ่มเดินได้ใหม่ในทิศทางแห่งประชาธิปไตย ทิศทางแห่งการพัฒนา เดินหน้าเถอะครับ อย่าห่วงหน้าพะวงหลัง
เปลี่ยนประเทศที่ถูกครอบงำด้วยมือที่มองไม่เห็นได้แล้วครับ คนไทยอยากได้การปกครองจากมือสะอาด มือประชาธิปไตย ไม่ใช่พวกขี้ขลาดที่แอบหลบอยู่ในที่ซ่อน วันๆเอาแต่เที่ยวพร่ำสอนคนอื่นให้ทำดีอย่างนั้น รักชาติอย่างนี้ ถือแต่คุณธรรมจริยธรรมอย่างโน้น แต่ขอโทษ สอนลูกสอนหลานตนเอง รวมถึงบริวารลิ่วล้อให้เป็นคนดีอย่างที่ปากพร่ำสอนคนอื่นไม่ได้
ประเทศไทยถึงเวลาต้องเดินหน้าต่อแล้วครับท่านนายก
เราเสียเวลา เสียโอกาส เสียเงินภาษีอากรของประชาชนไปกับผู้ดีจอมปลอมมานานแล้ว ตัณหาอุปาทานของคนเหล่านี้ ประชาชนเติมให้แค่ไหนก็ไม่มีทางเต็มหรอกครับ
ถ้าหมดคนกลุ่มนี้ไปได้ ประเทศเราจะได้เป็นเสรีประชาธิปไตยที่แท้จริง
ไม่ใช่ประชาธิปไตยซ่อนรูปแบบหลายสิบปีที่ผ่านมา
ภาษีอากรทุกบาททุกสตางค์ที่ประชาชนคนไทยเสีย
จะได้ถูกนำไปพัฒนาประเทศได้ตามเจตจำนงค์ของประชาชน ตามหลักวิชาการ ไม่ใช่ต้องนำไปตอบสนองความต้องการส่วนตัว หรือตัณหาส่วนตัวของคนเพียงกลุ่มเล็กๆเท่านั้น
อยากให้ประเทศไทยและคนไทย ปลดแอกตัวเองให้เหมือนกับนานาอารยประเทศเสียที
เพื่อที่คนไทย จะได้เป็นผู้มีอำนาจเต็ม ในการกำหนดอนาคตและทิศทางเดินของตนเองรวมถึงของลูกหลาน
หลายหัวช่วยกันคิด ช่วยกันกำหนด ย่อมดีกว่าปล่อยให้หัวล้าน หัวขาว หัวเถิก หัวเหม่งเพียงไม่กี่คนมานั่งเจ้ากี้เจ้าการชี้นิ้วสั่งซ้ายสั่งขวาได้ตามใจปรารถนา
เดินหน้าเถอะครับ ท่านนายกทักษิณ
ที่มา ห้องราชดำเนินพันทิป
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(4ก.พ.):เลียบค่ายข่มนาม

*ติดตามชมการถ่ายทอดสดชุมนุม"ตบตีนต้านรัฐประหารทั้งแผ่นดิน"คลิ้กที่นี่ รับฟังการถ่ายทอดสดคลิ้กที่นี่ ***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 สถานการณ์ความเคลื่อนไหวคึกคักเข้มข้นกันเช่นเคย ท่านใดประสงค์จะแจ้งข่าวคราวกิจกรรมใดๆ ทั้งภาพถ่ายและข่าวสารส่งมาที่ thaienews99@googlegroups.com เหมือนเดิม...แต่ใครจะไปปาขี้ใส่บ้านใคร เชิญตามอัธยาศัย ไม่ต้องแจ้งมาก็ได้ 5555****
***เริ่มจากกำหนดการ "ตบตีนต้านรัฐประหารทั้งแผ่นดิน" 4 ก.พ.2553 ทั่วประเทศ ดังนี้ :
- พิษณุโลก 9.00 น.หน้าสถานีรถไป ก่อนเคลื่อนพลไปค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ บชร.3
- นครสวรรค์ 9.30 น. รวมพลหน้าค่ายจิรประวัติ
- เชียงราย 9.30 น. รวมพลหน้าค่ายเม็งรายฯ
- สระบุรี 8.00 น.รวมตัวตรงข้ามอาชีวะฯ ก่อนเคลื่อนพล
- ชลบุรี 9.00 น. รวมพลหน้าค่ายนวมินทร์ ร.21
- อ่างทอง 10.00 น. รวมพลหน้าศาลากลางจังหวัด
- อยุธยา 10.00 น.เจอกันที่ช่างแสง ต.หันตรา
- ภูเก็ต จะไปฐานทัพเรืออ่าวมะขาม ติดต่อคุณอ๋อย 081-3962977
- เพชรบุรี 9.00 น. พร้อมกันที่หน้าค่าย กองพันล่าง (ร.11 )ข้ามทางรถไฟ สอบถาม พรทิพย์ ปักษานนท์ 081-8575762
- เชียงใหม่ 10.00 น. ระดมพลแดงทุกกลุ่ม ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกเครือข่ายสถานีวิทยุ หน้าค่ายกาวิละ
-แดงตะวันตกนัดรวมพล หน้ากองพันล่าง ร.11เพชรบุรี
-จังหวัดขอนแก่น ดาวกระจายไป 4 แห่ง ประกอบด้วย ค่ายศรีพัชรินทร์ ถ.กสิกรทุ่งสร้าง , ค่าย ร.8 สีหราชเดโชชัย ถ.มะลิวัลย์ และค่ายเปรม ติณสูลานนท์ อ.น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งค่ายทหารในพื้นที่ อ.ชุมแพ จังหวัดขอนแก่นด้วย
-อุบลราชธานี หน้าค่ายสรรพสิทธิ์ประสงค์ เวลา08.00 น.
-กรุงเทพฯ หน้าค่าย พัน 2 ราบ11(ถนนวิภาวดีฯ) เริ่มชุมนุม8โมงที่ราบ 1 รอ.ถนนวิภาวดีครับ อยู่ตรงสนามกีฬากองทัพบกเลยแยกสุธิสารมา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ไปกันเช้าๆนะครับ แกนนำจะใปรออยู่
***เมื่อวานนี้พี่น้องเสื้อแดงไปชุมนุมหน้ากลาโหมถามเรื่องปฏิวัติรัฐประหารก่อนหน้านั้น31มกราคมคนขอนแก่น50,000คนชุมนุมต้านรัฐประหาร หากเกิดรัฐประหารก็น่าหวั่นใจว่าอาจจะได้ศาลากลางหลังใหม่ และเมื่อ 1ก.พ.2553กลุ่มคนเสื้อแดงอุบลฯและส.ส.เดวิดกุ่ย ได้ร่วมกันจัดเวทีแดงอุบลฯรวมพลังโค่นอำมาตย์ งานเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา16.00น.-24.00น. พี่น้องเสื้อแดงจากอำเภอต่างๆทยอยมาร่วมงานจนล้นสนามฟุตบอลของโรงเรียนสามัคคีมีภาพบางส่วนมาให้ชมครับ

หากยังไม่จุใจ เชิญชมคลิปเสื้อแดงอุบลฯของ คุณTuxedo เจ้าเก่าขาประจำครับ
http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/18547***
***RED USA ส่งสมาชิกที่อยู่ระหว่างเดินสายเมืองไทยคุณลิซ่า แดงอเมริกา ร่วมออกรายการเรื่องประชาธิปไตยในมุมมองของชาวไทยในอเมริกากับดร.วิบูลย์ แช่มชื่น ทางพีเพิ่ลชแนลวันก่อน ส่วนRED USAออกแถลงการณ์(ไม่)ต้อนรับอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ที่ไปโผล่กบาลที่L.A.เมื่อคืนนี้ ด้วยบรรยากาศครึกครื้น(ดูภาพข่าวRED USAขับไล่อลงกรณ์ คลิ้กที่นี่) ***
***สมัชชาสังคมก้าวหน้าเชิญร่วมเสวนา"จากเขายายเที่ยง สู่เขาสอยดาวเราจะปฏิรูปที่ดินกันอย่างไร?"
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม 12 ตึก 3 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ วิทยากร
สุรพล สงฆ์รักษ์ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย
รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
วิศรุต บุญยา เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน
ตัวแทนกลุ่มกรรมกรแดงเพื่อประชาธิปไตย
พัชณีย์ คำหนัก สมัชชาสังคมก้าวหน้า
ประเด็น
1. ทำไมต้องมีการปฏิรูปที่ดิน
2. รูปแบบการปฏิรูปที่ดินมีอะไรบ้าง
3. การปฏิรูปที่ดินเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยอย่างไร
4. ปัญหาการปฏิรูปที่ดินที่ผ่านร่วม 50 ปี มันอยู่ที่ไหนแน่
สอบถามรายละเอียด เล็ก 085 8530329 โบ 083 4430758***
***ขอเชิญชาวเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน ณ ท้องถิ่นเมืองสุพรรณ เวทีใหญ่ไปครบครัน พบแกนนำ3เกลอวีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ณ วัดป่าเลย์ไลยก์ - 15.00 ถึง 24.00 น. ถ้าจะทำบัตร นปช.โปรดรีบไป บรรหาร ควรตั้งสัจจะ และกตัญญูต่อใคร กราบหลวงพ่อโตแล้วไซร้ แล้วจับจองที่นั่งไว้ เพื่อฟังอภิปรายให้ชื่นบาน ไปงานไม่ถูกมีแผนที่เดินทางครับพ้ม***
***ในวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 จะมีการสัมมนาเชิงวิชาการ ในการจุดประเด็น “อารยธรรมการเมืองไทยสมัยใหม่” ซึ่งนับว่าเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการขยายแนวความคิดให้เข้าไปสู่ในหมู่ นิสิตนักศึกษา โดยโครงการนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เชิญนายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ หรือดีเจอ้น ชัยนรินทร์ ดีเจจากคลื่นวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ FM 107.75 และนายกำพล จำปาพันธ์ นักวิชาการอิสระ อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วิทยานิพนธ์ดีมาก ) ซึ่งทั้งสองจะไปสัมมนาเพื่อเปิดมุมมองด้านประชาธิปไตยและให้ความรู้แก่นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีกำหนดการดังนี้
วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 12.30 – 14.30 น. ณ มหาวิทยาลัยรังสิต วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต หมู่บ้านเมืองเอก ปทุมธานี
หัวข้อในการสัมมนา “อารยธรรมการเมืองไทยสมัยใหม่"
1. วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี อำมาตย์ในการเผด็จศึกคนเสื้อแดง โดย นายกำพล จำปาพันธ์
2. รัฐประหารและหรือปฏิวัติ สร้างประชาธิปไตยได้หรือไม่ โดย นายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ (ดีเจอ้น ชัยนรินทร์ วิทยุชุมชนคนแท็กซี่)
สอบถามรายละเอียดที่ ดีเจอ้น ชัยนรินทร์ 083-8125659 ***
***
น้ำใจแดงต่างแดน และความเป็นยูนิตี้ที่มีให้กันนั้นน่าชื่นชม คุณแป๊ะ บางสนาน เจ้าของโครงการ2ขาเพื่อประชาธิปไตยแจ้งมาว่า หลังทราบข่าวว่าแกนนำแดงประเทศอิตาลี โดนข้อหาโบราณว่าแจกเงิน50ยูโรต่อหัวจัดตั้งเสื้อแดงRED ITALYแล้ว ทางคุณพอธี อำมาตยา แกนนำRED HOLLAND ได้ส่งจดหมายน้อยผ่านคุณแป๊ะ บางสนานไปถึงคุณอิสรีย์ แกนนำRED ITALYว่าขอความกรุณาช่วยส่งเมล์นี้ให้คุณอิสรีย์แกนนำกลุ่มเรดอินอิตาลี ด้วยนะคะ" สวัสดีคะ มาทำความรู้จักและเสนอตัวไว้ เผื่อทาง แดงอิตาลี อาจจะมีอะไรให้ทางเรดอินฮอลแลนด์ ได้รับใช้นะคะ อย่าได้เกรงใจนะคะ เราจะได้รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ปรึกษาหารือกัน เป็นพลังที่แข็งแกร่งในยุโรปเพื่อการต่อสู้เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันคะ แวะมาให้กำลังใจเรดอินอิตาลีคะ คุณอิสรีย์ ." ด้วยความนับถือยิ่ง จาก พอกันธี อำมาตยา ( ผู้ประสานงานกลุ่ม เรดอินฮอลแลนด์ )***
***เสื้อแดงอิลลินอย USA ฝากแจ้งข่าวว่า หนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์ ลงข่าวคลาดเคลื่อน โดยบทความ ม่านฟ้าชิคาโก ประจำฉบับที่ 443 ย่อหน้าที่ 1 "กลุ่มคนรักประชาธิปไตยในรัฐ อิลลินอยส์ พบปะสังสรรค์กัน ณ ร้านดรามาการ์เดน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. ได้รับเงินบริจาคประมาณ 100 เหรียญ ส่งไปให้ Red Cross, U.S.A. " ทางกลุ่มขอเรียนให้ทราบว่า ยอดเงินบริจาคที่ถูกต้องนั้นคือ $1,000.00 โปรดดูได้จาก PDF attached file ที่แนบมาด้วยกับ email แสดง หมายเลขเช็คส่วนตัวบริจาคและ Money-order ที่ส่งไปให้ Red Cross. ดูรายละเอียดได้ที่http://illinoisredshirts.blogspot.com/***
***นอกจากนั้นจากย่อหน้าเดียวกัน จากข้อความที่ว่า "งานนี้ขอติงนิดเกี่ยว กับการประชาสัมพันธ์ และการประสานงานของคนในกลุ่มผู้จัดด้วย ถ้าคิดว่าเป็นการจัดเฉพาะกลุ่ม" ทางกลุ่มขอเรียนให้ทราบว่า จุดประสงค์ของการพบปะสังสรรค์ในวันนั้น มิใช่การพบปะสังสรรค์เพื่อปรึกษาทางด้านแนวทางการเมือง แต่จุดประสงค์ของการพบปะสังสรรค์ในวันนั้น คือการพบปะที่ ไม่จำกัดไม่ว่าทั้ง สี, ชนชาติหรือเชื้อชาติ และหัวใจของการพบปะสังสรรค์ก็คือการรวบรวมทุนเพื่อไปช่วยพี่น้องชาวเฮติเท่านั้น ทางกลุ่มขอแสดงความเสียใจที่ทำให้พี่น้องบางท่านเกิดความไม่สบายใจ และขอยืนยันว่าจะดำเนินการ "fund raising" เพื่อช่วยเหลือผู้ประสพภัยเช่นนี้ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ที่จำเป็น***
แดงกังหันลม-แดงเนเธอร์แลนด์ เป็นเสื้อแดงอินเตอร์ประเทศล่าสุดที่เปิดตัวจัดกิจกรรมสามัคคีพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยชาวไทย และคนไทยทั่วโลกในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริืงให้มาตุภูมิ โดยจะจัดกิจกรรมในวันที่20ก.พ.นี้ เชิญพี่น้องไทยในเนเธอร์แลนด์และประเทศยุโรปใกล้เคียงเข้าร่วมงาน
***ข่่าวจากเรดอินฮอลแลนด์ พร้อมแล้วที่จะแสดงพลังร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงคนรักประชาธิปไตยจากทั่วทุกมุมโลก เรายินดีและปรารถนาที่จะร่วมงาน ประสานงาน กับพี่น้องชาวเสื้อแดงทุกกลุ่ม เพื่อจะได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงกลับคืนมาสู่ประเทศไทย
พร้อมกันนี้เราได้จัดงานจิบน้ำชา พร้อมเสวนา ทางวิชาการ ในหัวข้อ"ประชาธิปไตย แบบไหน บ้านเมืองจึงเจริญ" ในวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ร้านอาหาร Top Thai ถนน HERENSTRAAT เลขที่ 28 กรุงอัมสเตอรดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเวลา 11.00 นาฬิกา ด้วยบรรยากาศอบอุ่นแบบพี่ๆ น้อง ของคนรักประชาธิปไตย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ท่านที่เดินทางมาจากประเทศใกล้เคียง เรามีที่พักรับรอง
ท่านที่ประสงค์จะมาร่วมงานกรุณาแจ้งความจำนงมาได้ที่ คุณ พอกันธี อำมาตยา ผู้ประสานงานกลุ่มเรดอินฮอลแลนด์ +31 624 15 4693 หรือ email: rednederland@gmail.com***
***แดงออสเตรเลียขอเชิญพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงาน"สังสรรค์ประสานใจThai RED AUSTRALIA กิน ฟ้อน ร้อง รำ"ในงานพบกับโฟนอินจากนายกฯทักษิณ 7 กุมภาพันธ์นี้ที่Petersham tawnhall(ใกล้สถานีรถไฟPetersham)17.00-22.30น. ติดต่อซื้อบัตรโทร0403 979 889 บัตรราคา$15(ไม่รวมเครื่องดื่ม)***
***สาวเสื้อแดงวันนี้ เป็นสาวสวย2วัย คุณแม่กับคุณลูกที่เข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยของสาวเสื้อแดงจ้า***![]()
ทักษิณตั้งกองทัพแดงให้จิ๋วเป็นผบ.สูงสุด
ที่มา Thai E-Newsกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (กปช.)?-มีผู้นำภาพดังกล่าวนี้ลงเผยแพร่ในเวบบอร์ดประชาไท พร้อมกับเขียนระบุว่า"ด่วน! ภาพกองกำลัง "ทหารเสื้อแดง" รวมตัวกันแล้วที่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว" อย่างไรก็ตามไม่มีรายละเอียดใดเพิ่มเติม และไม่มีข้อมูลว่าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยที่พลเอกพัลลภอ้างว่าได้จัดตั้งขึ้น
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 กุมภาพันธ์ 2553
เวบเสธ.แดง-มีผู้โพสต์กระทู้อ้างว่าเป็นเสธ.แดงเขียนกระทู้พร้อมกับโพสต์ภาพประกอบว่า ที่ประชุมดูไบมีมติเรียก กองทัพประชาชนแห่งชาติ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีอดีตนายกทักษิณเป็นผู้นำ มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้นำกองทัพประชาชน
เมื่อครบแก้ว ๓ ประการ ในการต่อสู้ คือ พรรค แนวร่วม กองกำลังติดอาวุธ
พรรค...คือ พรรคเพื่อไทย
แนวร่วม...คือ ประชาชนเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน
กองกำลังติดอาวุธ คือ กลุ่มการ์ด และอดีตทหารพราน และแกนนำฮาร์ดคอร์ เพิ่ม อีก ๒ คน
อริสมันต์ และ แรมโบ้ อีสาน เช กูวาร่า มาจากหมอฟัน อริสมันต์ มาจากนักร้อง...ศึกหน้านัดล้างตา ของกองทัพแดง
อย่างไรก็ตามท่านผู้อ่านควรตรวจสอบข่าวนี้ให้ชัดเจนต่อไปด้วย ทั้งนี้ไทยอีนิวส์ยังไม่ยืนยันข่าวนี้ เพราะเป็นการรายงานจากแหล่งข่าวเบื้องต้นเท่านั้น
สื่อกระแสหลักได้นำเสนอข่าวเมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า นายทหารนอกราชการนำโดยพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ร่วมมือกับพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล-เสธ.แดง ก่อตั้งกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (กปช.) โดยมีมติที่จะให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด
ทั้งนี้มติชนออนไลน์รายงานข่าวว่า "ทักษิณ"ตั้ง"บิ๊กจิ๋ว"เป็นผบ.สส.กองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อปชต.สู้รัฐบาล
มติชนออนไลน์รายงานว่า พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการเดินทางไปดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า ได้หารือกันว่า ตอนนี้ทุกส่วนที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และฝ่ายที่เห็นความไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐานในประเทศ ได้มาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว จึงตั้งเป็นกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (กปช.) โดยมีมติที่จะให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ของกองทัพประชาชนนี้ เพื่อนำการต่อสู้นำความสงบสุขและประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืนมา แต่เราจะต่อสู้กันในแนวทางของเรา เพราะทนไม่ไหวกับสภาพบ้านเมือง
มติชนออนไลน์รายงานเพิ่มเติมว่า พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงการเดินทางไปดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต ว่า ตอนนี้ถือว่า พวกเราสมบูรณ์รวมเป็นหนึ่ง ทั้งพรรค แนวร่วม และกองกำลัง เพราะวันนี้มี พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี และตนเอง ที่จะมาช่วยดูแลเรื่องยุทธศาสตร์และยุทธวิธีต่อสู้ จนตั้งเป็นกองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (กปช.) เพราะตอนนี้ประชาชนแม้แต่ทหาร ตำรวจ ล้วนมีความเป็นสีแดงอยู่ภายในใจ แต่ยังไม่มีโอกาสแสดงออกเท่านั้น เพราะต่างก็เห็นความไม่ยุติธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย และสองมาตรฐาน จะมาร่วมกองทัพประชาชนในการต่อสู้ ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำกลุ่มเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย หารือถึงแผนการต่อสู้ในเดือนนี้ ก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ และมีมติจัดตั้ง กปช. ประกาศพร้อมเจรจากับรัฐบาล ก่อนแตกหักในปลายเดือนนี้
พลตรีขัตติยะ กล่าวด้วยว่า การเดินทางไปพบ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่ดูไบ ไม่ได้ไปรับเงินเพื่อเคลื่อนไหว ค่าตั๋วเครื่องบินยังออกกันเองเลย คนอย่างตนเองไม่มีเรื่องรับเงินอยู่แล้ว เรามีอุดมการณ์ในการต่อสู้ มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่ใช่เรื่องเงิน ทำเพื่อความยุติธรรม เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ยอมรับว่ามาประชุมหารือกันว่า แนวทางการต่อสู้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเอาอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และพร้อมเจรจากับรัฐบาล ไม่ใช่ต่อรองเรื่องคดียึดทรัพย์ แต่ต้องการให้มีการยุบสภา นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ แล้วเลือกตั้งกันใหม่ พวกตนเข้าใจท่าน ซึ่งท่านไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ขอเวลาก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ เพื่อรอให้รัฐบาลติดต่อเจรจาเข้ามา แต่คงมีเวลาให้แค่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถ้าช่วงนี้คุยกันได้ก็ดี แต่ถ้าเลยจากนี้เป็นขั้นการปลดปล่อยกองทัพประชาชนแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่สามารถควบคุมม็อบได้แล้ว เพราะเราตกลงกันแล้วว่า ถ้าพวกเราเดินหน้าท่านก็ไม่สามารถมาหยุดได้ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะรุนแรงหรือไม่ หากมีการชุมนุมใหญ่แล้ว ตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะมาสั่งหยุดอะไรไม่ได้แล้ว เราจะเดินหน้าเต็มที่
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(3ก.พ.):เลียบค่ายทั้งแผ่นดิน
***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 สถานการณ์ความเคลื่อนไหวคึกคักเข้มข้นกันเช่นเคย ท่านใดประสงค์จะแจ้งข่าวคราวกิจกรรมใดๆ ทั้งภาพถ่ายและข่าวสารส่งมาที่ thaienews99@googlegroups.com เหมือนเดิม...แต่ใครจะไปปาขี้ใส่บ้านใคร เชิญตามอัธยาศัย ไม่ต้องแจ้งมาก็ได้ 5555****
***เริ่มจากกำหนดการ "ตบตีนต้านรัฐประหารทั้งแผ่นดิน" 4 ก.พ.2553 ทั่วประเทศ ดังนี้ :
- พิษณุโลก 9.00 น.หน้าสถานีรถไป ก่อนเคลื่อนพลไปค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ บชร.3
- นครสวรรค์ 9.30 น. รวมพลหน้าค่ายจิรประวัติ
- เชียงราย 9.30 น. รวมพลหน้าค่ายเม็งรายฯ
- สระบุรี 8.00 น.รวมตัวตรงข้ามอาชีวะฯ ก่อนเคลื่อนพล
- ชลบุรี 9.00 น. รวมพลหน้าค่ายนวมินทร์ ร.21
- อ่างทอง 10.00 น. รวมพลหน้าศาลากลางจังหวัด
- อยุธยา 10.00 น.เจอกันที่ช่างแสง ต.หันตรา
- ภูเก็ต จะไปฐานทัพเรืออ่าวมะขาม ติดต่อคุณอ๋อย 081-3962977
- เพชรบุรี 9.00 น. พร้อมกันที่หน้าค่าย กองพันล่าง (ร.11 )ข้ามทางรถไฟ สอบถาม พรทิพย์ ปักษานนท์ 081-8575762
- เชียงใหม่ 10.00 น. ระดมพลแดงทุกกลุ่ม ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกเครือข่ายสถานีวิทยุ หน้าค่ายกาวิละ
-แดงตะวันตกนัดรวมพล หน้ากองพันล่าง ร.11เพชรบุรี
-จังหวัดขอนแก่น ดาวกระจายไป 4 แห่ง ประกอบด้วย ค่ายศรีพัชรินทร์ ถ.กสิกรทุ่งสร้าง , ค่าย ร.8 สีหราชเดโชชัย ถ.มะลิวัลย์ และค่ายเปรม ติณสูลานนท์ อ.น้ำพอง จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งค่ายทหารในพื้นที่ อ.ชุมแพ จังหวัดขอนแก่นด้วย
-อุบลราชธานี หน้าค่ายสรรพสิทธิ์ประสงค์ เวลา08.00 น.
-กรุงเทพฯ หน้าค่าย พัน 2 ราบ11(ถนนวิภาวดีฯ) เริ่มชุมนุม8โมงที่ราบ 1 รอ.ถนนวิภาวดีครับ อยู่ตรงสนามกีฬากองทัพบกเลยแยกสุธิสารมา ตรงข้าม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ไปกันเช้าๆนะครับ แกนนำจะใปรออยู่
***เมื่อวานนี้พี่น้องเสื้อแดงไปชุมนุมหน้ากลาโหมถามเรื่องปฏิวัติรัฐประหารก่อนหน้านั้น31มกราคมคนขอนแก่น50,000คนชุมนุมต้านรัฐประหาร หากเกิดรัฐประหารก็น่าหวั่นใจว่าอาจจะได้ศาลากลางหลังใหม่ และเมื่อ 1ก.พ.2553กลุ่มคนเสื้อแดงอุบลฯและส.ส.เดวิดกุ่ย ได้ร่วมกันจัดเวทีแดงอุบลฯรวมพลังโค่นอำมาตย์ งานเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา16.00น.-24.00น. พี่น้องเสื้อแดงจากอำเภอต่างๆทยอยมาร่วมงานจนล้นสนามฟุตบอลของโรงเรียนสามัคคีมีภาพบางส่วนมาให้ชมครับ

หากยังไม่จุใจ เชิญชมคลิปเสื้อแดงอุบลฯของ คุณTuxedo เจ้าเก่าขาประจำครับ
http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/18547***
***RED USA ส่งสมาชิกที่อยู่ระหว่างเดินสายเมืองไทยคุณลิซ่า แดงอเมริกา ร่วมออกรายการเรื่องประชาธิปไตยในมุมมองของชาวไทยในอเมริกากับดร.วิบูลย์ แช่มชื่น ทางพีเพิ่ลชแนลวันก่อน ส่วนRED USAออกแถลงการณ์(ไม่)ต้อนรับอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ที่ไปโผล่กบาลที่L.A.เมื่อคืนนี้ ด้วยบรรยากาศครึกครื้น(ดูภาพข่าวRED USAขับไล่อลงกรณ์ คลิ้กที่นี่) ***
***สมัชชาสังคมก้าวหน้าเชิญร่วมเสวนา"จากเขายายเที่ยง สู่เขาสอยดาวเราจะปฏิรูปที่ดินกันอย่างไร?"
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม 12 ตึก 3 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ วิทยากร
สุรพล สงฆ์รักษ์ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย
รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
วิศรุต บุญยา เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน
ตัวแทนกลุ่มกรรมกรแดงเพื่อประชาธิปไตย
พัชณีย์ คำหนัก สมัชชาสังคมก้าวหน้า
ประเด็น
1. ทำไมต้องมีการปฏิรูปที่ดิน
2. รูปแบบการปฏิรูปที่ดินมีอะไรบ้าง
3. การปฏิรูปที่ดินเกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยอย่างไร
4. ปัญหาการปฏิรูปที่ดินที่ผ่านร่วม 50 ปี มันอยู่ที่ไหนแน่
สอบถามรายละเอียด เล็ก 085 8530329 โบ 083 4430758***
***ขอเชิญชาวเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน ณ ท้องถิ่นเมืองสุพรรณ เวทีใหญ่ไปครบครัน พบแกนนำ3เกลอวีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ณ วัดป่าเลย์ไลยก์ - 15.00 ถึง 24.00 น. ถ้าจะทำบัตร นปช.โปรดรีบไป บรรหาร ควรตั้งสัจจะ และกตัญญูต่อใคร กราบหลวงพ่อโตแล้วไซร้ แล้วจับจองที่นั่งไว้ เพื่อฟังอภิปรายให้ชื่นบาน ไปงานไม่ถูกมีแผนที่เดินทางครับพ้ม***
***ในวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 จะมีการสัมมนาเชิงวิชาการ ในการจุดประเด็น “อารยธรรมการเมืองไทยสมัยใหม่” ซึ่งนับว่าเป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการขยายแนวความคิดให้เข้าไปสู่ในหมู่ นิสิตนักศึกษา โดยโครงการนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เชิญนายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ หรือดีเจอ้น ชัยนรินทร์ ดีเจจากคลื่นวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ FM 107.75 และนายกำพล จำปาพันธ์ นักวิชาการอิสระ อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (วิทยานิพนธ์ดีมาก ) ซึ่งทั้งสองจะไปสัมมนาเพื่อเปิดมุมมองด้านประชาธิปไตยและให้ความรู้แก่นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีกำหนดการดังนี้
วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 12.30 – 14.30 น. ณ มหาวิทยาลัยรังสิต วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต หมู่บ้านเมืองเอก ปทุมธานี
หัวข้อในการสัมมนา “อารยธรรมการเมืองไทยสมัยใหม่"
1. วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี อำมาตย์ในการเผด็จศึกคนเสื้อแดง โดย นายกำพล จำปาพันธ์
2. รัฐประหารและหรือปฏิวัติ สร้างประชาธิปไตยได้หรือไม่ โดย นายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ (ดีเจอ้น ชัยนรินทร์ วิทยุชุมชนคนแท็กซี่)
สอบถามรายละเอียดที่ ดีเจอ้น ชัยนรินทร์ 083-8125659 ***
***
น้ำใจแดงต่างแดน และความเป็นยูนิตี้ที่มีให้กันนั้นน่าชื่นชม คุณแป๊ะ บางสนาน เจ้าของโครงการ2ขาเพื่อประชาธิปไตยแจ้งมาว่า หลังทราบข่าวว่าแกนนำแดงประเทศอิตาลี โดนข้อหาโบราณว่าแจกเงิน50ยูโรต่อหัวจัดตั้งเสื้อแดงRED ITALYแล้ว ทางคุณพอธี อำมาตยา แกนนำRED HOLLAND ได้ส่งจดหมายน้อยผ่านคุณแป๊ะ บางสนานไปถึงคุณอิสรีย์ แกนนำRED ITALYว่าขอความกรุณาช่วยส่งเมล์นี้ให้คุณอิสรีย์แกนนำกลุ่มเรดอินอิตาลี ด้วยนะคะ" สวัสดีคะ มาทำความรู้จักและเสนอตัวไว้ เผื่อทาง แดงอิตาลี อาจจะมีอะไรให้ทางเรดอินฮอลแลนด์ ได้รับใช้นะคะ อย่าได้เกรงใจนะคะ เราจะได้รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ปรึกษาหารือกัน เป็นพลังที่แข็งแกร่งในยุโรปเพื่อการต่อสู้เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันคะ แวะมาให้กำลังใจเรดอินอิตาลีคะ คุณอิสรีย์ ." ด้วยความนับถือยิ่ง จาก พอกันธี อำมาตยา ( ผู้ประสานงานกลุ่ม เรดอินฮอลแลนด์ )***
***เสื้อแดงอิลลินอย USA ฝากแจ้งข่าวว่า หนังสือพิมพ์ไทยทาวน์ ยูเอสเอนิวส์ ลงข่าวคลาดเคลื่อน โดยบทความ ม่านฟ้าชิคาโก ประจำฉบับที่ 443 ย่อหน้าที่ 1 "กลุ่มคนรักประชาธิปไตยในรัฐ อิลลินอยส์ พบปะสังสรรค์กัน ณ ร้านดรามาการ์เดน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. ได้รับเงินบริจาคประมาณ 100 เหรียญ ส่งไปให้ Red Cross, U.S.A. " ทางกลุ่มขอเรียนให้ทราบว่า ยอดเงินบริจาคที่ถูกต้องนั้นคือ $1,000.00 โปรดดูได้จาก PDF attached file ที่แนบมาด้วยกับ email แสดง หมายเลขเช็คส่วนตัวบริจาคและ Money-order ที่ส่งไปให้ Red Cross. ดูรายละเอียดได้ที่http://illinoisredshirts.blogspot.com/***
***นอกจากนั้นจากย่อหน้าเดียวกัน จากข้อความที่ว่า "งานนี้ขอติงนิดเกี่ยว กับการประชาสัมพันธ์ และการประสานงานของคนในกลุ่มผู้จัดด้วย ถ้าคิดว่าเป็นการจัดเฉพาะกลุ่ม" ทางกลุ่มขอเรียนให้ทราบว่า จุดประสงค์ของการพบปะสังสรรค์ในวันนั้น มิใช่การพบปะสังสรรค์เพื่อปรึกษาทางด้านแนวทางการเมือง แต่จุดประสงค์ของการพบปะสังสรรค์ในวันนั้น คือการพบปะที่ ไม่จำกัดไม่ว่าทั้ง สี, ชนชาติหรือเชื้อชาติ และหัวใจของการพบปะสังสรรค์ก็คือการรวบรวมทุนเพื่อไปช่วยพี่น้องชาวเฮติเท่านั้น ทางกลุ่มขอแสดงความเสียใจที่ทำให้พี่น้องบางท่านเกิดความไม่สบายใจ และขอยืนยันว่าจะดำเนินการ "fund raising" เพื่อช่วยเหลือผู้ประสพภัยเช่นนี้ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ที่จำเป็น***
แดงกังหันลม-แดงเนเธอร์แลนด์ เป็นเสื้อแดงอินเตอร์ประเทศล่าสุดที่เปิดตัวจัดกิจกรรมสามัคคีพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยชาวไทย และคนไทยทั่วโลกในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริืงให้มาตุภูมิ โดยจะจัดกิจกรรมในวันที่20ก.พ.นี้ เชิญพี่น้องไทยในเนเธอร์แลนด์และประเทศยุโรปใกล้เคียงเข้าร่วมงาน
***ข่่าวจากเรดอินฮอลแลนด์ พร้อมแล้วที่จะแสดงพลังร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงคนรักประชาธิปไตยจากทั่วทุกมุมโลก เรายินดีและปรารถนาที่จะร่วมงาน ประสานงาน กับพี่น้องชาวเสื้อแดงทุกกลุ่ม เพื่อจะได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงกลับคืนมาสู่ประเทศไทย
พร้อมกันนี้เราได้จัดงานจิบน้ำชา พร้อมเสวนา ทางวิชาการ ในหัวข้อ"ประชาธิปไตย แบบไหน บ้านเมืองจึงเจริญ" ในวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ร้านอาหาร Top Thai ถนน HERENSTRAAT เลขที่ 28 กรุงอัมสเตอรดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเวลา 11.00 นาฬิกา ด้วยบรรยากาศอบอุ่นแบบพี่ๆ น้อง ของคนรักประชาธิปไตย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ท่านที่เดินทางมาจากประเทศใกล้เคียง เรามีที่พักรับรอง
ท่านที่ประสงค์จะมาร่วมงานกรุณาแจ้งความจำนงมาได้ที่ คุณ พอกันธี อำมาตยา ผู้ประสานงานกลุ่มเรดอินฮอลแลนด์ +31 624 15 4693 หรือ email: rednederland@gmail.com***
***แดงออสเตรเลียขอเชิญพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงาน"สังสรรค์ประสานใจThai RED AUSTRALIA กิน ฟ้อน ร้อง รำ"ในงานพบกับโฟนอินจากนายกฯทักษิณ 7 กุมภาพันธ์นี้ที่Petersham tawnhall(ใกล้สถานีรถไฟPetersham)17.00-22.30น. ติดต่อซื้อบัตรโทร0403 979 889 บัตรราคา$15(ไม่รวมเครื่องดื่ม)***
***สาวเสื้อแดงวันนี้ เป็นสาวสวย2วัย คุณแม่กับคุณลูกที่เข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยของสาวเสื้อแดงจ้า***![]()
แดงอเมริกาไสหัวจ้อนลอดรูหมาหนีหัวซุก
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 กุมภาพันธ์ 2553
คุณakausa กลุ่มคนไทยเสื้อแดงRED USA ได้เล่าเหตุการณ์กลุ่มRED USA ขับไล่นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เดินทางเยือนมหานครลอสแองเจลีส โดยอ้างว่าเพื่อหารือกับนักธุรกิจไทยในL.A.เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า เป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปต่อต้านพวกอำมาตย์อย่างนี้ เสียดายที่ไม่เห็นมัน ไม่งั้นก็จะเป็นภาพหลอนสำหรับมันแน่ๆ
เพราะนายอลงกรณ์หลบหนีเข้าไปทางประตูเล็ก ทางเข้าห้องเก็บของ ก็อยากจะรู้เหมือนกันนะว่าในใจมันคิดอย่างไร คนในคณะรัฐบาลไปไหนก็โดนโห่ไล่ ไม่เว้นแม้ในต่างประเทศ ช่างสมเพชจริงๆ
วันนี้เรามีกำลังไปน้อยเพราะรู้ข่าวล่วงหน้าสองวันเท่านั้น อีกอย่างเป็นวันทำงาน คนที่มาส่วนมากมีธุรกิจส่วนตัว จึงปลีกเวลามาได้
ขอบคุณเสื้อแดงเมืองซานดิอาโก เมืองวิคเตอร์วิลล์ ที่อุตส่าห์ขับรถมาแต่ไกลมาร่วม แดงแอลเอได้ทำหน้าที่ของพวกเราแล้ว ต่อไปหากพวกมันไปประเทศไหน ก็ขอให้แดงในประเทศนั้นโห่ไล่พวกมันด้วย
ทางด้านคุณทิฟฟี่ สมาชิกRED USAเล่าบรรยากาศว่า พวกเราคอยจ้องแต่นายอลงกรณ์มันก็หลบทั้งขาเข้าและขาออก พวกเราคอยตั้งแต่สี่โมงเย็นจนถึงเกือบสี่ทุ่ม..ทางเจ้าของสถานที่กั้นไม่ให้คนเข้าในขณะที่พวกเขาอยู่..คงกลัวเสื้อแดงจะแผลงฤทธิ์..ที่มาประท้วงขับไล่นายอลงกรณ์นั้น เราต้องการให้เขารู้ว่าถ้าคณะรัฐบาลโจรของเขาเดินทางไปที่ไหนก็จะมีคนเสื้อแดงจากทุกประเทศทั่วโลกร่วมมือกันต่อต้านอย่างนี้พวกเขาอย่างนี้ทุกครั้ง
(ภาพบรรยากาศRED USAขับไล่นายอลงกรณ์ พลบุตร โผล่หน้าL.A.)



แถลงการณ์ Red in U.S.A.
เรื่อง การต่อต้านผู้แทนรัฐบาลอำมาตย์ไทยในสหรัฐ –นายอลงกรณ์ พลบุตร
พวกเราเป็นกลุ่มคนไทย ในนครลอส แองเจลีส และเมืองใกล้เคียง ในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ผู้มีความห่วงใยในอนาคตของชาติ ในระบอบการเมืองการปกครองของไทย และความกินดีอยู่ดีของประชาชนในประเทศไทย
พวกเรามีความประสงค์ ต้องการให้ระบอบการปกครองของประเทศไทยดำเนินไป ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพื่อจะทำให้ประชาชนคนไทย ได้รับประโยชน์สูงสุดจาก พวกเราขอ สนับสนุนให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทยให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงขอต่อต้าน การเดินทางมาพบปะกับนักธุรกิจไทยใน ลอส แองเจลีส ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่จะเริ่มจากวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ นี้ โดยขอคัดค้านต่อต้าน ไม่สนับสนุนให้นักธุรกิจคนไทย หรือแม้แต่คนต่างประเทศคนใด ได้ให้การต้อนรับ ผู้แทนรัฐบาลไทยชุดนี้
ด้วยเหตุผลเพราะ
1.นายอลงกรณ์ พลบุตร และรัฐบาลชุดนี้ มีที่มาไม่ชอบธรรม ตามวิถีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย เป็นเพียงผลพวงต่อเนื่องมาจาก เผด็จการและการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ สังกัดของนายอลงกรณ์ ก็ได้เป็นรัฐบาลชุดนี้ ด้วยอิทธิพลของคณะผู้นำทหาร และผู้มีอิทธิพลนอกรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่พรรคนี้ไม่ได้เป็นพรรคการเมือง ที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุด ไม่ได้เป็นเจตนารมณ์ของประชาชนคนไทยส่วนใหญ่
2.รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ชุดนี้ ได้ดำเนินการทางการเมืองโดยมิชอบ ได้กลั่นแกล้งกีดกัน และโค่นทำลายพรรคการเมืองคู่แข่งโดยใช้ พยานเท็จ สมคบกับองค์กรอิสระ ที่ดำเนินการกระบวนการยุติธรรมโดยมิชอบ ทำการบิดเบือน หลอกลวงการพิพากษาของศาล ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของพวกตนเท่านั้น โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องเป็นธรรมใดๆ
3.นอกจากรัฐบาลชุดนี้มีที่มาไม่ชอบธรรมแล้ว ยังได้บริหารบ้านเมืองโดยมิชอบ โดยพึ่งพิงอำนาจอิทธิพลของอำมาตยาธิปไตย ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย ที่เป็นพวกนอกกฎหมาย นอกหลักการแห่งประชาธิปไตย ซึ่งใช้อำนาจอิทธิพลมิชอบ เข้าไปแทรกแซง ควบคุมการปฏิบัติงานของแทบทุกองค์กรรัฐ โดยบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน และเป็นผู้ทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยตรงอีกด้วย
ด้วยเหตุผลดังกล่าว พวกเราจึงมาร่วมกันแสดงเจตน์จำนงเพื่อคัดค้านดังนี้
กลุ่มคนไทย Red in U.S.A. ที่มาชุมนุมกัน คัดค้าน ณ ที่นี้ (ทุกที่ที่นายอลงกรณ์มาพบนักธุรกิจ) เพิ่อแสดงเจตน์จำนงร่วมกันว่านายอลงกรณ์ และรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เป็นบุคคล และกลุ่มบุคคลที่ไม่ พึงปรารถนา ไม่สมควรได้รับเกียรติจากชาวลอส แองเจลีส ให้พบปะเพื่อทำการใดๆแทนประชาชนคนไทย เราจะดำเนินการต่อต้าน เช่นนี้ต่อไป ต่อนักการเมืองไทย ของรัฐบาลชุดนี้ทุกคน ที่มาดำเนินกิจการสาธารณะทุก ๆ ครั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งวันนี้และวันหน้า จนกว่ารัฐบาลจะสิ้นสุดไป
อนึ่ง เราใคร่ขอเชิญชวน ให้ชาวไทย ในลอสแองเจลีสทั้งหลาย ที่มีจิตใจรักประชาธิปไตย และต้องการเห็นการเมืองการปกครองของไทย ดำเนินไปในวิถีทางประชาธิปไตย ที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อชาติ และประชาชน จึงขอให้เราร่วมกัน คัดค้าน ต่อต้านรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมนี้ ต่อไป
ขอขอบคุณ มวลมิตรชาวไทยและชาวต่างประเทศทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ ในครั้งนี้และครั้งต่อๆไป
จากชาวไทย Red in U.S.A.
หมายเหตุ:กำหนดการของอลงกรณ์ในLA
แถลงการณ์ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน และกำหนดการ "ตบตีนต้านรัฐประหารทั้งแผ่นดิน" 4 ก.พ.2553
ที่มา Thai E-News ทีมข่าว ไทยอีนิวส์ ตามที่ นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งเป็นประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยและความยุติธรรมที่มีเครือข่ายขับเคลื่อนทั่วประเทศ ได้ชุมนุมกันที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2553 ตามแผน ‘ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้าน( ^o^ )อำมาตย์’ เพื่อป้องปรามการรัฐประหาร
3 กุมภาพันธ์ 2553
และต่อมาได้มีการชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้เอกสารราชการอันเป็นเท็จ สมัครเข้ารับราชการ เพื่อกระตุ้นสำนึกในการใช้กฎหมายอย่างสุจริต เที่ยงธรรมและเสมอภาคนั้น
โดยแถลงการณ์ฉบับนี้ นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน ขอแถลงให้ทราบว่า ในวันนี้ คนเสื้อแดงจะได้ชุมนุมกันอย่าง สงบ-สันติ-ปราศจากอาวุธ บริเวณหน้าค่ายทหารต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมกัน เพื่อประกาศเจตนารมณ์ความเป็นมิตรกับทหารที่แท้จริง ผู้ศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และปฏิบัติหน้าที่ตรงตามภารกิจที่กฎหมายกำหนด
พร้อมกันนั้น ก็ประกาศต่อต้านทหารบางคน บางพวกที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพแต่นิยมอำนาจเผด็จการ คอยฉกฉวยโอกาสใช้กำลังพล รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ ยึดกุมอำนาจการปกครองประเทศด้วยวิถีทางที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา นับจากมีการรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤติในทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เป็นเหตุให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ประสบความเดือดร้อน ยังไม่เห็นหนทางหลุดพ้นจากห้วงทุกข์ไปได้ เมื่อทหารก็เป็นประชาชนเช่นเดียวกัน ทหารจึงไม่อาจหลีกพ้นชะตากรรมเดียวกัน ดังที่ทหารกล้าทุกคนจะได้ประจักษ์อยู่แล้ว การจะปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปตามยะถากรรม จึงไม่ใช่วิสัยของอารยชน
นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน ขอยืนยันว่า แท้จริงทหารก็คือประชาชน อันประกอบด้วยผู้คนที่มี พ่อ-แม่-พี่และน้อง ที่อยู่ในหลากหลายสาขาวิชาชีพ ซึ่งต่างก็มีความรักใคร่ผูกพันกันอย่างมีภราดรภาพ หากทหารมีระเบียบวินัยบังคับอยู่ บางครั้งการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาโดยการขาดความไตร่ตรอง จึงทำให้ทหารกลายเป็นปฏิปักษ์กับญาติพี่น้องของตนเองโดยไม่รู้ตัว
นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน ขอแจ้งให้ทราบว่า คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ที่ทหารต้องปฏิบัติ หากคำสั่งใดเป็นคำสั่งมิชอบด้วยกฎหมาย เหล่าทหารหาญหาจำเป็นต้องปฏิบัติไม่ เพราะหากปฏิบัติไปแล้ว ผู้ปฏิบัติต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง
การทำรัฐประหาร เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทำลายประเทศทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม การต่อต้านการทำรัฐประหารเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
ดังนั้น นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน จึงขอเรียกร้องให้ทหารกล้าทั้งหลาย ปฏิเสธการทำรัฐประหารโดยเด็ดขาด และช่วยกันปกป้องประชาธิปไตยอย่างสุดชีวิต ตามที่รัฐธรรมนูญได้มีบทบัญญัติรับรองสิทธิของประชาชนข้อนี้ไว้อย่างชัดแจ้ง
หากเป็นไปได้ ก็ขอให้ปฏิเสธรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน หรือรัฐบาลสมุนรับใช้เผด็จการอีกด้วย เพราะรัฐบาลที่ว่านี้ ไม่อาจทำหน้าที่รักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นมาตรฐานเดียว โดยใช้กฎหมายกับทุกคนอย่างเสมอภาค อันเป็นต้นธารของความสามัคคีและความสงบสุขในสังคมได้
นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน ขอแสดงไมตรีจิตมิตรภาพมายังทหารกล้าทุกคน ขอให้ท่านจงมีจิตใจรักชาติ รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยอย่างเข้มแข็ง เพื่อเราจะได้ร่วมมือกัน นำประเทศออกจากห้วงวิกฤตโดยเร็ว
นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน
4 กุมภาพันธ์ 2553
กำหนดการ "ตบตีนต้านรัฐประหารทั้งแผ่นดิน" 4 ก.พ.2553
ไล่ดูจาก sms หน้าจอพีเพิลชาแนล ได้มาคร่าวๆ ดังนี้ :
- พิษณุโลก 9.00 น.หน้าสถานีรถไป ก่อนเคลื่อนพลไปค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ บชร.3
- นครสวรรค์ 9.30 น. รวมพลหน้าค่ายจิรประวัติ
- เชียงราย 9.30 น. รวมพลหน้าค่ายเม็งรายฯ
- สระบุรี 8.00 น.รวมตัวตรงข้ามอาชีวะฯ ก่อนเคลื่อนพล
- ชลบุรี 9.00 น. รวมพลหน้าค่ายนวมินทร์ ร.21
- อ่างทอง 10.00 น. รวมพลหน้าศาลากลางจังหวัด
- อยุธยา 10.00 น.เจอกันที่ช่างแสง ต.หันตรา
- ภูเก็ต จะไปฐานทัพเรืออ่าวมะขาม ติดต่อคุณอ๋อย 081-3962977
- เพชรบุรี 9.00 น. พร้อมกันที่หน้าค่าย กองพันล่าง (ร.11 )ข้ามทางรถไฟ สอบถาม พรทิพย์ ปักษานนท์ 081-8575762
- เชียงใหม่ 10.00 น. ระดมพลแดงทุกกลุ่ม ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกเครือข่ายสถานีวิทยุ หน้าค่ายกาวิละ
Wednesday, February 3, 2010
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553
คำขอของผู้ว่า
เด้ง"สุชาติ"มือสอบคดี258ล.ปชป.พ้นดีเอสไอ เข้ากรุนั่งผู้ตรวจก.ไอซีที "ธราดล"เลขาฯไตรรงค์
รอยเตอร์วิเคราะห์การเมืองไทย หากยุบสภา"พท."ผงาด "บิ๊กจิ๋ว"บอกใบ้เงิน"แม้ว"7.6หมื่นล.มียึดบางส่วน
กับดักการเมือง
เกมลึกวัดใจ ‘ห้าเสือ’
ไม้ล้างป่าช้า-น้ำมหาบำบัด
ทำอย่างไรจะไร้โกง?
"จิ๋ว"ประเมินการเมือง-คดียึดทรัพย์
ลูกผีลูกคน
ปูพรมค้นหาโมเดล ทลายกำแพงเหล็กสู่นครปัตตานี
ที่มา ประชาไท ภาคประชาสังคมชายแดนใต้จัดเวทีค้นหาโมเดลการปกครองจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หลักการกระจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญไทย ชู 3 โมเดลเป็นตุ๊กตา สังเคราะห์เป็นร่างกฎหมายเสนอผ่านสภาพัฒนาการเมือง หวังสร้างการเมืองการปกครองที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์คนมลายูชายแดนใต้ อนาคตจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้ แต่จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีความฝันถึงความสงบสุข แต่เส้นทางที่นำไปสู่ความสงบสุข จะเป็นอย่างไร ใครจะเสนอเส้นทางไหนบ้าง ก็มีความพยายามกันอยู่ อย่างเช่น ความพยายามของนักประชาสังคมกลุ่มหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พยายามเสนอรูปแบบทางการเมืองการปกครองพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในรูปแบบการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย กลุ่มดังกล่าวนำโดย พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้และสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง โดยขับเคลื่อนในนามเครือข่ายประชาสังคม 23 องค์กรและเครือข่ายการเมืองภาคพลเมืองเพื่อท้องถิ่น ล่าสุดได้ร่วมกันประชุม“แนวทางการขับเคลื่อนเชิงวิชาการในการกระจายอำนาจสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยมี สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้เป็นองค์กรร่วมสนับสนุนด้านวิชาการ ระหว่างวันที่ 20 – 21 มกราคม 2553 ที่โรงแรมหาดใหญ่พาราไดซ์ แอนด์ รีสอร์ท อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป้าหมายหลักคือการหาแนวทางในการขับเคลื่อนการหารูปแบบการปกครองท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เหมาะสมกับลักษณะพิเศษของพื้นที่ภายใต้หลักการกระจายอำนาจสูท้องถิ่น และเป็นทางออกสำหรับการแก้ปัญหาความไม่สงบได้ โดยจะนำเสนอรูปแบบหรือโมเดลไว้เป็นตุ๊กตา เพื่อรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ทั้ง 37 อำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา รวมทั้งการจัดเวทีรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ด้วย โดยรูปแบบการปกครองจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จะมีการนำเสนอ มี 3 รูปแบบ หรือ โมเดล ประกอบด้วย 1.ทบวงการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำเสนอโดย ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี จากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ 2.สามนครภายใต้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำเสนอโดยอุดม ปัตนวงษ์ รองประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ และ 3.ปัตตานีมหานคร นำเสนอโดยนายอัคคชา พรหมสูตร สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง (อ่านรายละเอียดในล้อมกรอบ) ปูพรมค้นหาโมเดลชายแดนใต้ ข้อสรุปที่ได้จากการประชุม คือ ได้จัดเตรียมทีมลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูลโดยแบ่งเป็น 2 สาย คือสายพื้นที่ 6 ทีม และสายกลุ่มอาชีพอีกประมาณ 13 กลุ่ม ครอบคุลมทั้ง กลุ่มข้าราช นักการเมือง ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำศาสนา กลุ่มนักวิชาการ นักการศึกษา เยาวชน นักศึกษา ผู้ด้อยโอกาส ผู้ได้รับผลกระทบ กลุ่มสตรี นักธุรกิจ ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร สื่อมวลชน กลุ่มคนไทยพุทธ/ คริสต์/ จีน/อื่นๆ รวมทั้งกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ โดยมอบหมายให้องค์กรเครือข่ายจะรับผิดชอบ โดยการดำเนินการในส่วนนี้สภาพัฒนาการเมือง สนับสนุนงบประมาณในการจัดเวทีระดับพื้นที่ทั้ง 37 เวทีใน 37 อำเภอ ขณะที่เวทีกลุ่มอาชีพได้รับงบประมาณสนับสนุนส่วนหนึ่งจากมูลนิธิเอเชีย ทั้งนี้ การจัดเวทีในระดับพื้นที่ได้เริ่มไปแล้วก่อนหน้านี้ 4 แห่ง ซึ่งการจัดเวทีทั้งหมดจะทยอยดำเนินการไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2553 จากนั้นจะตั้งคณะทำงานวิชาการร่วมระหว่างส่วนกลางกับส่วนพื้นที่ เพื่อรับข้อมูลจากเวทีต่างๆ กับทั้ง 3 รูปแบบดังกล่าว มาวิเคราะห์และสังเคราะห์ออกมาเป็นรูปแบบการบริหารปกครองท้องถิ่นที่ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ต้องการ และมีความเป็นไปได้ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย โดยอาจมีการตั้งคณะทำงานยกร่างกฎหมายในระยะต่อไป โดยร่างกฎหมายที่ได้จะนำเสนอในนามสภาพัฒนาการเมืองและองค์กรเครือข่ายทั้งหมด ในการเปิดเวทีในแต่ละอำเภอ ที่ประชุมได้กำหนดขั้นตอนหลักๆ คือ การรับฟังปัญหาโดยมีชุดคำถามเบื้องต้น เช่น อัตลักษณ์ความเป็นมลายูมุสลิมสามารถแสดงออกได้มากน้อยแค่ไหนในโครงสร้างการเมืองการปกครองปัจจุบัน ชาวบ้านจะควบคุมหรือกำหนดชีวิตตัวเองได้อย่างไร ตลอดจนความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ การปกครองท้องถิ่น การปกครองพิเศษและการปกครองตนเองว่าอย่างไร ขณะเดียวกัน ก็จะเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการเมืองการปกครอง รวมทั้งนำเสนอรูปแบบการบริหารปกครองท้องถิ่นทั้ง 3 รูปแบบดังกล่าว และกระบวนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนโดยประชาชน ชี้ต้นเพลิงจากโครงสร้างการเมืองเหลว แล้วโครงสร้างการเมืองการปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาจมีส่วนส่งต่อให้เกิดปัญหาความไม่สงบขึ้นด้วยนั้น มีปัญหาอะไร นั่นคือประเด็นคำถามที่มีการตั้งกันในที่ประชุมคราวนั้น ในเอกสารสรุปการประชุมได้สรุปประเด็นนี้จากการแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมไว้ดังนี้ โครงสร้างการบริหารปกครองท้องถิ่นในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบโจทย์ 1) เรื่องอัตลักษณ์มลายูปัตตานีของคนในพื้นที่ กล่าวคือ มิติของความเป็นมลายูและความเป็นอิสลามยังไม่ได้ปรากฏอยู่ในโครงสร้างการบริหารปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ไม่สามารถแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ของตนได้อย่างเต็มที่ และ 2) เรื่องการตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง - ตามโครงสร้างในปัจจุบัน ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องปฏิบัติตามกรอบและนโยบายจากส่วนกลางที่มีโครงสร้างรัฐ ซึ่งมีลักษณะรวมศูนย์และสะท้อนความเป็นไทยพุทธเป็นหลัก ซึ่งแม้จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นคนมุสลิมแล้ว เช่น นายธีระ มินทราศักดิ์ ที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา(ปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช) แต่ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เนื่องจากต้องทำงานโดยขึ้นกับโครงสร้างการบริหารปกครองส่วนกลาง ที่ยังมีความเป็นอัตลักษณ์ไทยพุทธอยู่มาก พิธีกรรมต่างๆที่เป็นอัตลักษณ์ของชาติ (ไทยพุทธ) มีความไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาของคนในพื้นที่ - แม้ว่านายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) และเทศบาล จะเป็นคนมุสลิมในท้องถิ่น ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่โครงสร้างการบริหารปกครองของอบต./อบจ./เทศบาล ก็ไม่สามารถทำให้ผู้นำองค์กรมีอำนาจในการกำหนดและตัดสินใจเชิงนโยบาย ในระดับที่สามารถจะตอบสนองต่ออัตลักษณ์และความต้องการของท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นปัญหาว่า ชุมชนไม่สามารถใช้สิทธิของตนเองได้อย่างที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิชุมชน สิทธิในการแสดงความคิดเห็น เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจาก 1. ติดขัดที่ระเบียบราชการ บางครั้ง หากจะดำเนินการอะไรจะติดระเบียบราชการที่เขียนคลุมเอาไว้ เช่น ต้องการออกแบบก่อสร้างอาคารที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นก็ไม่สามารถทำได้ เพราะจังหวัดไม่อนุมัติ ซึ่งจะเห็นได้ว่า อาคารสำนักงาน อบต.หรือเทศบาล จะมีลักษณะคล้ายๆกันหมด ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายในสังคม 2. ต้องทำตามคำสั่งจากส่วนกลาง คือ หากเป็นโครงการของรัฐบาล ท้องถิ่นจะต้องทำอย่างเร่งด่วน โดยสามารถยกเว้นระเบียบได้ ไม่ต้องผ่านการอภิปรายในที่ประชุมสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่หากเป็นโครงการที่ท้องถิ่นต้องการจะทำ เช่น โครงการที่เกี่ยวกับศาสนา กลับจะต้องมานั่งคุย (ล็อบบี้) กับนายอำเภอ ซึ่งเป็นผู้อนุมัติข้อบัญญัติขององค์ปกครองส่วนท้องถิ่น บางครั้งต้องจัดค่าคอมมิสชั่นให้ด้วย และไปไกลถึงขั้นที่จะต้องมานั่งคุยกันก่อนเลือกตั้งว่า จะให้เท่าไหร่อย่างไร นอกจากนี้ หลายสิ่งหลายอย่างในท้องถิ่นที่ดูแล้วรู้สึกไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม เช่น การไม่กำหนดพื้นที่เฉพาะสำหรับสถานบันเทิงหรือแหล่งอบายมุขต่างๆ หรือ การสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการกำหนดจากส่วนกลางที่คนในพื้นที่ไม่ได้มีส่วนร่วม - การเลือกตั้งในพื้นที่ทั้งสายการเมืองและสายศาสนา ทำให้ชุมชนเกิดความแตกแยก กลายเป็นเรื่องของเงินและผลประโยชน์ เกิดการคอร์รัปชั่น(ทุจริต) มีการแก่งแย่งชิงดีกัน ทำให้โครงสร้างการเมืองในระดับรากหญ้าเกือบจะล่มสลาย ผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นทะเลาะกัน - โดยทั่วไป ความสัมพันธ์เชิงอำนาจในท้องถิ่นระหว่างผู้ใหญ่บ้านกับอบต. มีความขัดแย้งสูงมาก ผู้ใหญ่บ้านและอบต. ไปกันคนละทาง โดยทั้งสององค์กรนี้ต่างมาจากการเลือกตั้ง โดยมีฐานเลือกตั้งของตัวเอง ปัญหานี้พบเห็นได้ทั่วประเทศ แต่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีอีกองค์กรหนึ่งที่มีอำนาจและบทบาทต่อคนในพื้นที่อย่างมาก คือ โต๊ะอิหม่าม(ผู้นำศาสนาประจำมัสยิดในชุมชนมุสลิม) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ท้องถิ่นและมาจากการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน โดยประชาชนรู้สึกเคารพอิหม่ามด้วยใจว่า เป็นผู้นำสูงสุดของเขา และเป็นตัวขับเคลื่อนในการปกครองชุมชนในอิสลาม และให้การยอมรับมากกว่าผู้ใหญ่บ้านและ อบต. โต๊ะอิหม่ามจะเป็นผู้ทำหน้าที่แก้ไขปัญหา เช่น ความขัดแย้งเรื่องมรดก ทรัพย์สิน หรือเมื่อมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น ชาวบ้านก็จะไปหาโต๊ะอิหม่ามให้ดำเนินการ แต่กฎหมายกลับไม่ได้ให้อำนาจโต๊ะอิหม่ามไว้ ทั้งที่เป็นผู้นำที่ประชาชนให้ความเคารพและยอมรับสูงสุด มากกว่าผู้ใหญ่บ้านและอบต. ซึ่งต่างจากผู้ใหญ่บ้านและอบต.ที่เป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ทำให้ประชาชนอาจเกิดความเกรงกลัว ปัจจุบัน ถ้าเป็นเรื่องปกครองก็ไปหาผู้ใหญ่บ้าน ด้านเงินก็ไปหา อบต. ส่วนด้านศาสนาก็ไปหาโต๊ะอิหม่าม - คนที่จะมาลงสมัครเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ได้ ต้องใช้เงินอย่างน้อย 1 ล้านบาท ทำให้คนเก่งๆดีๆที่สามารถชี้นำสังคมได้ดี และอยากทำงาน เข้ามาสู่ระบบการเมืองไม่ได้ สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกตั้งเพียงวิธีเดียวไม่น่าจะใช่คำตอบ อาจจะต้องมีการสรรหาด้วย - งบประมาณเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งที่ให้การกระจายอำนาจไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนกลางยังคงไม่ยอมถ่ายโอนงบประมาณมายังท้องถิ่น ทำให้ท้องถิ่นจะทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ได้ - ปัจจุบัน แม้ว่า อบจ./อบต./เทศบาล บางส่วนจะถูกมองว่า มีผู้นำหรือสมาชิกที่ไม่มีคุณภาพ แต่ในอนาคตก็มีแนวโน้มว่า จะได้คนที่มีความรู้เข้ามาพัฒนาท้องถิ่นได้มากขึ้น จึงอยากให้มองด้วยว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในขณะนี้ ก็ยังเปิดช่องและมีโอกาสที่จะช่วยเหลือชุมชนได้มาก ยังสามารถเป็นความหวังของคนในชุมชนได้อยู่ อีกทั้ง ชาวบ้านมีความรู้มากขึ้น และเริ่มที่จะมีการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกันมากขึ้นกว่าในอดีต วาดฝันอนาคตท้องถิ่นอัตลักษณ์มลายู นอกจากนี้ ในที่ประชุมเปิดให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงความเห็นและนำเสนอถึงการบริหารปกครองท้องถิ่นภายใต้รัฐธรรมนูญไทยที่ต้องการจะเห็นในอนาคต โดยหลักการ คือ ต้องเป็น “การเมืองคุณธรรม' เป็นการเมืองการปกครองที่ยึดหลักจริยธรรมและความยุติธรรม การคอร์รัปชั่นต้องหมดไป รูปแบบการบริหารปกครองจะต้องพยายามปิดโอกาสไม่ให้มีการคอร์รัปชั่นและการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง - ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศาสนาคือวิถีชีวิต ดังนั้น ศาสนาจึงมีความเกี่ยวพันกับการเมืองการปกครองอย่างใกล้ชิด จึงต้องหาจุดร่วมที่ผสมผสานผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นได้อย่างลงตัวให้ได้ - ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ จะต้องมีอำนาจในการตัดสินใจและบริหารจัดการอย่างแท้จริง ผ่านกลไกในระดับต่างๆที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสม มิใช่เป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพียงเพื่อให้อำนาจเปลี่ยนมือไปอยู่กับอีกกลุ่มบุคคลหนึ่งเท่านั้น โดยประชาชนต้องสามารถมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการคิดริเริ่ม กำหนด ตัดสินใจ และประเมินผลนโยบายที่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ซึ่งการมีส่วนร่วมนี้ จะต้องอยู่ในระดับที่สามารถสร้างความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของร่วมในนโยบายและการดำเนินงานอย่างแท้จริง - ผู้นำควรตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ เป็นตัวแทนของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง - ผู้นำชุมชน 4 เสาหลัก หมายถึง ฝ่ายปกครอง คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายบริหาร คือ นายก อบต. อบจ. และเทศบาล ผู้นำศาสนา เช่น โต๊ะอิหม่าม และผู้นำทางธรรมชาติหรือผู้นำกลุ่มในชุมชน จะต้องสามารถผสมผสานกันได้ทั้งในวิธีคิดและการทำงาน - กลไกการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองน่าจะมีความจำเป็น ซึ่งอาจจะดำเนินการในรูปของโรงเรียนผู้นำการเมืองยุคใหม่ โดยอบรมผู้ที่จะมาเป็นผู้นำชุมชนว่า สังคมอยากจะให้ผู้นำของเขาเป็นอย่างไร ในขณะที่รูปแบบการบริหารปกครองท้องถิ่นที่ต้องการเห็นนั้น เช่น - ผู้นำควรต้องเป็นคนในพื้นที่ และมาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้ การเลือกตั้งดังกล่าวอาจพิจารณาเพื่อความเหมาะสมได้ว่า ควรจะเป็นการเลือกตั้งโดยตรงเพียงครั้งเดียว ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการซื้อเสียงได้ง่าย หรือจะเลือกหลายครั้งเพื่อคัดกรองอย่างรอบคอบให้ได้ผู้ที่เหมาะสมที่สุด - การได้มาของสมาชิกสภาท้องถิ่น จะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คือ การเลือกตั้งและการสรรหา ซึ่งในส่วนของการสรรหานั้น ผู้ที่เข้ามาจะต้องเป็นผู้มีคุณธรรมและความรู้เป็นที่ประจักษ์ ไม่เป็นตัวแทนที่จะถูกชี้นำจากใคร ทั้งนี้ อาจจะนำโครงสร้างทางการบริหารปกครองของประเทศมาเลเซียและประเทศในตะวันออกกลาง มาเป็นตัวอย่างหนึ่งในการพิจารณา เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมการเมืองอิสลามในตะวันออกกลาง ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตท่านนบีมุฮัมมัด(ศาสดาแห่งอิสลาม) คือมีทั้งการเลือกตั้ง และมีสภา “ซูรอ” ซึ่งเป็นการสร้างผู้นำกลุ่ม แทนผู้นำเดี่ยว โดยใช้ระบบการปรึกษาหารือ/เสวนาพูดคุยในกระบวนการคิดและตัดสินใจ - โต๊ะอิหม่ามควรจะมีอำนาจตามกฎหมายในฐานะผู้นำชุมชน เนื่องจากในความเป็นจริงแล้ว ศูนย์รวมของการพูดคุย ซึ่งเป็นหัวใจของชุมชนคือมัสยิด - ต้องมีศาลชารีอะห์ซึ่งเป็นส่วนของกระบวนการยุติธรรมน่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ - การจัดโซนนิ่งสถานที่บันเทิงในพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็น โดยไม่ต้องยกเลิก แต่ควรมีการจัดระเบียบให้มีที่ทางอย่างชัดเจน เป็นต้น ความท้าทายที่อาจต้องเผชิญ แต่การผลักดันเพื่อก้าวข้ามไปสู่จุดที่ผู้เข้าร่วมประชุมต้องการได้นั้น ยังต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ด้วย ข้อคิดเห็นถึงความท้าทายจากที่ประชุมดังกล่าว มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยู่ เช่น รูปแบบการบริหารปกครองท้องถิ่นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปนี้ จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วยหรือไม่ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงมีความเข้าใจเรื่องการเมืองภาคพลเมือง ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาในสังคมประชาธิปไตย ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และยอมให้มีการใช้ภาษาและการปกครองตนเองภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างไร ส่วนประชาชนในพื้นที่เอง ก็ยังมีความรู้ความเข้าใจในหลักการประชาธิปไตยที่ค่อนข้างจำกัดอยู่ ดังนั้น อาจจะต้องมีการเสริมสร้างความเข้าใจ ซึ่งเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ประชาชน เพื่อให้มีความเข้มแข็งและความสามารถในการตรวจสอบผู้นำของตนเอง มิให้ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยแม้จะมาจากการเลือกตั้ง แต่ก็อาจจะไม่ฟังเสียงของประชาชน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ถึงแม้จะมีรูปแบบการบริหารปกครองท้องถิ่นที่เหมาะสมกับคนในพื้นที่เพียงไหนก็คงจะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด สิ่งที่ต้องตระหนักและคำนึงถึงอยู่เสมอคือ รูปแบบการบริหารปกครองท้องถิ่นจะต้องมาจากความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ห้ามไปคิดแทน มิเช่นนั้น เรื่องนี้จะกลายเป็นแค่เรื่องของชนชั้นนำเพียงไม่กี่คนเท่านั้น สุดท้ายชาวบ้านไม่ได้อะไรที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ สิ่งที่อาจจะต้องระมัดระวังในอนาคต คือ หากมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่แล้ว สถานการณ์อาจเปลี่ยนเป็นความขัดแย้งระหว่างส่วนกลางกับพื้นที่ หรือกลายมาเป็นการต่อสู้กันเองอย่างรุนแรง ระหว่างกลุ่มต่างๆในพื้นที่ ไม่ว่ากลุ่มอิทธิพล กลุ่มขบวนการ กลุ่มอำนาจเก่า กลุ่มข้าราชการเก่า ฯลฯ การขับเคลื่อนที่จะเข้มข้นของภาคประชาสังคมในพื้นที่หนนี้ จะสามารถทลายกำแพงเหล็กที่กั้นระหว่างอำนาจรัฐไทยกับฝ่ายที่ต้องการแยกเป็นรัฐอิสระ ที่กำลังห้ำหั่นกันอยู่ จะสร้างจุดเชื่อมร้อยที่เป็นไปได้ของทั้งสองฝ่ายและตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ได้หรือไม่ เชื่อว่าหลายฝ่ายกำลังเฝ้าติดตามอยู่ว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแต่ไหน อย่างน้อยก็เป็นจังหวะและโอกาสหนึ่งที่อาจมีไม่ง่ายนัก ที่เรื่องการเปลี่ยนโครงสร้างการปกครองชายแดนใต้ขนานใหญ่ถูกปลุกกระแสขึ้นในสังคม กลายเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งนั่นอาจเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำในการผลักดันเรื่องนี้ อย่างที่ “อัคคชา พรหมสูตร” ผู้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารราชการปัตตานีมหานคร พ.ศ.... บอกว่า "เพราะการเมืองอ่อนปวกเปียกอยู่ แต่ถ้าการเมืองเข้มแข็งมากการเสนอเรื่องนี้อาจเป็นไปไม่ได้เลย” 000 3 โมเดลตุ๊กตาค้นหาของจริง? ต่อไปนี้คือ หลักการและเหตุผลของการกระจายอำนาจทั้ง 3 รูปแบบที่มีการนำเสนอเพื่อการปกครองชายแดนใต้ 000 1. ทบวงการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โมเดลนี้เป็นผลมาจากการวิจัยที่ใช้เวลารวมแล้วประมาณ 3 ปี โดยดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อต้นปี 2551 รูปแบบนี้ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ 1) เน้นเรื่องการสร้างความสมดุลในกลุ่มผู้นำฝ่ายต่างๆ รวมทั้งประชาชนกลุ่มต่างๆในพื้นที่ รูปแบบการบริหารปกครองที่เหมาะสมกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ทบวงการบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นองค์กรบริหารแบบพิเศษ อำนวยการการแก้ปัญหาและการกระจายอำนาจ อาศัยโครงสร้างกระทรวงในการดูแลพื้นที่ โดยมี รัฐมนตรีทบวง ซึ่งมาจากระบบรัฐสภาปกติทำหน้าที่ในการกำกับดูแล ปลัดทบวง ที่เป็นข้าราชการประจำ ทำหน้าที่คล้ายกับผอ.ศอ.บต.ในการดูแลข้าราชการประจำต่างๆ รองปลัดทบวง จะมาจากผู้ว่าฯประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะที่นายอำเภอจะเป็นนายอำเภอเหมือนเดิมหรือเป็นผอ.เขตก็ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายของทบวง เช่นเดียวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ได้ยกเลิกไป เพียงแต่จะขึ้นอยู่กับทบวงนี้ สมัชชาประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นส่วนของภาคประชาชน ซึ่งจะสะท้อนความหลากหลายในพื้นที่ โดยเป็นตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ ที่มาจากการสรรหา ทำหน้าที่ควบคุมและกลั่นกรองการทำงานของทบวงอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะต่างจากสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต.เพราะจะมีอำนาจสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น องค์กรปกครองท้องถิ่น คือ อบจ./อบต./เทศบาล ที่มีอยู่เดิมจะคงไว้ แต่จะเพิ่มองค์ประกอบทางด้านศาสนาวัฒนธรรมและชาติพันธุ์เข้ามาให้เข้มแข็งขึ้น คือ มีสภาซูรอ หรือสภาผู้นำทางจิตวิญญาณเข้ามาอยู่ด้วย (กึ่งๆ สภาวัฒนธรรม) ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการจัดการท้องถิ่นกับสภาของท้องถิ่น สามารถออกกฎหมาย และออกกฎบัญญัติของตัวเองได้ โดยไม่ได้รื้อสภาท้องถิ่นของเดิมที่มีอยู่ออก ทำให้มีจุดเชื่อมต่อประสานกันทั้งของเก่าที่มีอยู่เดิม (อบต.) และของใหม่ (สภาซูรอ) รูปแบบนี้จะเป็นการถ่ายโอนอำนาจ (Devolution) อย่างเต็มรูป เพราะจะผ่านมาทางทบวงโดยตรง โดยมีสมัชชาประชาชนฯควบคุมอยู่ด้วย อำนาจของกระทรวงมหาดไทยจะถูกแทนที่โดยทบวงนี้ ผู้ว่าฯ นายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน จะถูกโอนมาสังกัดทบวงนี้ ซึ่งจะทำให้บทบาทของท้องถิ่นมีมากขึ้น การถ่ายโอนอำนาจสู่ท้องถิ่นจะถูกจัดการโดยทบวงนี้เพียงผู้เดียว ทำให้เป็นไปโดยง่ายขึ้น รูปแบบนี้เป็นการดัดแปลงมาจากโมเดลของอังกฤษและญี่ปุ่น ให้เข้ากับโครงสร้างการปกครองของบ้านเรา เราอาจจะต้องมาถกเถียงพูดคุยเพื่อตกลงกันทางการเมืองก่อนว่าโครงสร้างนี้จะเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่ ซึ่งหากยอมรับได้แล้ว เราจะต้องมานั่งคิดในรายละเอียดกันต่อไป เพื่อหาสูตรในการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้รัฐ หรือภาษีจะจัดการอย่างไร จะมีเงินอุดหนุนหรือไม่อย่างไร งบประมาณที่มาจากภาษีท้องถิ่นจะเป็นอย่างไร 000 2. สามนครภายใต้ ศอ.บต. อำนาจในการปกครองควรจะต้องอยู่ในมือของประชาชน ประชาชนจะต้องมีสิทธิและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเองได้ ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ เป็นการปกครองโดยผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นตัวแทนอำนาจที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลางมาโดยตลอด โครงการต่างๆจึงมาจากส่วนกลางทั้งสิ้น ประชาชนแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมคิดร่วมทำ รูปแบบการบริหารปกครองที่เหมาะสมกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นครปัตตานี นครยะลา และนครนราธิวาส ภายใต้ศอ.บต. โดยในแต่ละนครจะมี ผู้ว่านคร มาจากการเลือกตั้ง เหมือนผู้ว่าฯกทม. สามารถที่จะกำหนดนโยบายเองได้ เช่น เรื่องการศึกษา เป็นต้น สภานคร โดยสมาชิกจะมาจากการเลือกตั้ง สภาอาวุโส (สภาซูรอ) โดยสมาชิกจะมาจากการสรรหา เพื่อกำกับดูแลการทำหน้าที่ของสมาชิกสภานครอีกชั้นหนึ่ง ผอ.เขต มาจากการแต่งตั้งโดยผู้ว่านคร ซึ่งเขตนี้ได้ปรับมาจากอำเภอเดิม ผอ.แขวง มาจากการแต่งตั้งโดยผู้ว่านคร ซึ่งแขวงนี้ได้ปรับมาจากตำบลเดิม นครทั้งสามนี้จะอยู่ภายใต้ศอ.บต. ซึ่งมีนายกฯเป็นผอ.และผู้ว่าฯเดิมในพื้นที่เป็นรองผอ.ศอ.บต. ซึ่งถือว่าเป็นส่วนกลางที่ทำหน้าที่กำกับดูแลไม่ให้ไม่ให้ท้องถิ่นออกนอกลู่ นอกทาง ทั้งนี้ แม้ผู้ว่านครจะอยู่ภายใต้ศอ.บต. แต่ก็จะมีอิสระเหมือนผู้ว่ากทม. การอยู่ใต้ศอ.บต.นี้เป็นเพียงเรื่องของสายการกำกับดูแล ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา โดยภายในศอ.บต.นี้ จะมี สภาประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้(รวมสามจังหวัด) ทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติการกำหนดนโยบายและจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลาง ข้าราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่ทั้งหมด เช่น ป่าไม้ เกษตร เป็นต้น ที่โอนมาขึ้นกับศอ.บต.เพื่อ ให้การใช้งบประมาณของกระทรวงต่างๆ มีเอกภาพ เกิดบูรณาการมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาคไปเลย แต่อาจจะยกเลิกนายอำเภอไป รูปแบบนี้เป็นการตัดการปกครองส่วนภูมิภาคออกไป โดยให้ส่วนท้องถิ่นไปขึ้นตรงกับส่วนกลางเลย เช่นเดียวกับกทม.ที่ขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองท้องถิ่น คือ อบจ./อบต./เทศบาล ควรยกเลิกไป เนื่องจากมีความซ้ำซ้อนทั้งในเรื่องของงบประมาณและพื้นที่การบริหารจัดการ โดยองค์กรปกครองท้องถิ่นขณะนี้ มีเป็นจำนวนมากไม่น้อยกว่า 50 องค์กร ทั้ง อบจ. อบต. เทศบาลภายในจังหวัดเดียวกัน ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในเรื่องของงบประมาณและพื้นที่การบริหารจัดการ เช่น อบจ.มีบทบาทในการดูแลประชาชนน้อยมาก งบประมาณก็น้อย อีกทั้ง อบจ.ก็ไม่มีพื้นที่ของตัวเอง เพราะพื้นที่ทั้งหมดเป็นของเทศบาลและอบต. อบจ.จึงไม่มีบทบาทหน้าที่จริง และในแง่กฎหมาย อบจ. ถือเป็นนิติบุคคลที่ซ้อนนิติบุคคลคืออบต.และเทศบาล นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่าสมาชิก อบจ.นั้น เป็นผู้แทนของประชาชนในส่วนใดในเมื่อพื้นที่ทั้งหมด เขาก็มีผู้แทนประชาชนแล้ว ทำให้มีผู้แทนซ้อนผู้แทน เพราะทั้งนายก อบจ. อบต. และเทศบาล และสมาชิกก็มาจากเลือกตั้งกันหมด ในขณะที่เทศบาลแต่ละจังหวัด ก็มีทั้งเทศบาลนคร เมือง และตำบลมากมาย งบประมาณที่รัฐอุดหนุนจึงถูกสับเป็นเบี้ยหัวแตกหมดในการจัดสรรให้แต่ละ เทศบาลไปบริหารจัดการในอาณาจักรของตนเองเท่านั้น ซึ่งก็ต้องจัดสรรงบไปในส่วนของเงินเดือนเสียส่วนใหญ่ อีกทั้งประชาชนในแต่ละพื้นที่ก็ได้รับบริการไม่เท่าเทียมกันอีก คนในเทศบาลนครได้รับการดูแลที่ดีกว่าในเมืองและตำบล ความไม่เท่าเทียมเหล่านี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ 000 3. ปัตตานีมหานคร ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารราชการปัตตานีมหานคร พ.ศ.... ลอกแบบมาจากพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 รูปแบบการบริหารปกครองที่เหมาะสมกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานีมหานคร ซึ่งรวมพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา โดยมี ผู้ว่าปัตตานีมหานคร มาจากการเลือกตั้ง เหมือนผู้ว่าฯ กทม. สภาปัตตานีมหานคร ซึ่งสมาชิกสภาจะมาจากการเลือกตั้ง 20 คน และการสรรหา (10 คน) ที่มาจากหลากหลายอาชีพ ทั้งผู้นำศาสนา นักวิชาการ ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน ทหาร ตำรวจ นักกฎหมาย นักการศึกษา ผู้นำชุมชน นักธุรกิจ เป็นต้น โดยสามารถออกข้อบัญญัติของท้องถิ่น เช่น เรื่องการศึกษาและวัฒนธรรมได้ สภาเขต ซึ่งสมาชิกสภาจะมาจากการเลือกตั้ง โดยเขตนี้ได้ปรับมาจากอำเภอเดิม ผอ.เขต มาจากการแต่งตั้งโดยผู้ว่านคร ผอ.แขวง มาจากการแต่งตั้งโดยผู้ว่านคร ซึ่งแขวงนี้ได้ปรับมาจากตำบลเดิม รูปแบบนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับของกทม. ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันได้ประการหนึ่งว่ารูปแบบดังกล่าวนี้สามารถเป็นไปได้จริง ในทางปฏิบัติตามกรอบของรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาได้ และการที่รวมพื้นที่ทั้งหมดเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ก็เพื่อที่จะให้สามารถจัดหา งบประมาณได้มากขึ้นทั้งนี้ทั้งนั้น รูปแบบดังกล่าวนี้เป็นเพียงตุ๊กตาที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อีกมากในช่วงระหว่างการรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตรภิรมย์ศรี
2) ต้องสะท้อนสำนึกทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ ศาสนา และชาติพันธุ์
3) ต้องสอดคล้องเข้ากันกับโครงสร้างรัฐที่มีอยู่ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากอำนาจรัฐ และสามารถปฏิบัติได้จริง
นายอุดม ปัตนวงษ์
นายอัคคชา พรหมสูตร
