WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 9, 2010

พันตรีเหงียนมาร์ค เวชากำป๊อป กับ ด๊อกหญิงพูเดิ้ล ตะแบง เรื่อง ไม้ชี้ผี GT200

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

by 12narika

พันตรีเหงียนมาร์ค เวชากำป๊อป กับ ด๊อกหญิงพูเดิ้ล ตะแบง เรื่อง ไม้ชี้ผี มาดูข้อเท็จจริง

GT200 ไม้ชี้ผี รับรองโดย ด๊อกหญิงพูเดิ้ล

และ

พันตรีเหงียนมาร์ค เวชกำป๊อป

ผลงาน GT200 ไม้ชี้ผี

อ้าวไหนบอกว่าไม่มีระเบิด

นี้ไง ตรงนี้มีระเบิด และ มีคราปเลือดด้วย
ไหนบอกว่ามีระเบิด สงสัยเสามันสกปรก เช็ดๆๆๆๆ
มันชี้อีแล้วครับ กระบะคันนี้งานเข้า
หาระเบิดกันใหญ่เลย ปรากฏว่า ไม่มี
จากคำบอกเล่าของทหาร
... " ตอนที่นำมาใช้ใหม่ๆ ผมและชุด ชป.ได้เข้าไปตรวจบริเวณสวนยางแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ต้องสงสัยว่าคนร้ายนำระเบิดมาฝังไว้เตรียมก่อเหตุ ไม่รู้กี่ครั้งเครื่อง Gt200
มันชี้แต่"จอมปลวก" ในสวนยางแห่งนั้น เล่นเอาเหนื่อย
และสงสัยมากว่าทำไม เครื่องชี้ไปที่จอมปลวกทั้งที่ เมื่อขุดดูแล้วก็ไม่พบระเบิดแต่อย่าใด สุดท้ายต้องนำดินที่จอมปลวกแห่งนั้นไปตรวจสอบ เลยได้ข้อสรุปว่า ปลวกมันกิน"ปุ๋ยยูเรีย"ที่ชาวบ้านนำมาใส่ให้ต้นยางเข้าไป
เนื่องจากยุเรียเป็นสารเคมีตัวตั้งต้นผลิตระเบิดชนิดหนึ่ง เครื่องGt200เลยชี้เอาแต่จอมปลวก "...


มาฟังบทความ แถ...

จีที 200 เป็นเครื่องมือตรวจหาสารวัตถุระเบิดที่ผลิตจากประเทศอังกฤษ โดยใช้หลักการของสนามแม่เหล็กเชื่อมโยงกับสารไดอาร์พารา
และสสารที่ต้องการจะ ตรวจจับ เช่นวัตถุระเบิด ยาเสพติด
เมื่อตรวจพบสารวัตถุระเบิดเสาอากาศก็จะชี้ไปยังทิศทางที่ตรวจพบกลาย เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบหาสาเหตุให้ชัดเจนอีก 1 เรื่อง...
สำหรับเรื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200ที่เกิด “เจ๊ง”
ขณะตรวจหาระเบิดกลางเมืองสุไหงโก-ลกนราธิวาส เมื่อ
วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านเป็นเหตุให้เกิดระเบิดคาร์บอมบ์...คร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว 1 ราย
เรื่องนี้เองหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างกองทัพภาคที่ 4
โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าที่ต้องรับหน้าที่เคลียร์ ปมปริศนา ว่าเหตุใดเจ้าเครื่อง จีที 200 จึงไม่ทำงานปฏิบัติงานจนพลาดเป้าได้มากมายขนาดนี้!

พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจทหาร (ผบ.พตท.)
กล่าวว่า...เครื่องจีที 200 ที่นำมาใช้ในพื้นที่เป็นเครื่องที่ทำงานขึ้นอยู่กับไฟฟ้าในตัวคนเพราะฉะนั้น มีโอกาสที่ว่า...บางครั้งคนที่ใช้ร่างกายจะอ่อนแอ เมื่อไฟฟ้าในร่างกายน้อยลงทำให้ประสิทธิภาพในการใช้เครื่องน้อยลง ซึ่งได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยจัดเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คน ประจำเครื่องในพื้นที่ภาคใต้
เครื่องจีที 200 ถือเป็นตัวช่วยอีกหนึ่งตัว

ที่สามารถให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น
และยังสะดวกในการทำงานกับพื้นที่เสี่ยงภัย
เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ปิดล้อมหรือ ตรวจค้นแหล่งต้องสงสัย จีที 200
จะสามารถบีบพื้นที่กว้างๆ ให้เหลือ “พื้นที่ต้องสงสัย” ว่า...จะมีวัตถุระเบิดในวงจำกัดได้ ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ประหยัดเวลาและมีความปลอดภัยมากขึ้นปัจจุบันมี
เครื่องจีที 200 กระจายอยู่ในพื้นที่ประมาณ48 เครื่อง
และจะมีการ “จัดซื้อเพิ่มเติม” อีกตามนโยบาย
ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
ซึ่งเห็นว่าทุกหน่วยควรจะมีไว้ใช้งานสนนราคาของตัวเครื่องบวกกับ
การ์ด อยู่ที่ 1.1-1.6ล้านบาท!อย่างไรก็ตาม...แม้เครื่องจีที 200 จะมีประสิทธิภาพสูงลํ้า แต่หากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานไม่ได้ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี
ก็จะไม่ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
และร้ายกว่านั้นอาจทำให้เกิดความ “ผิดพลาด”จนส่งผลกระทบต่อ “ผู้บริสุทธิ์” ได้โดยเจ้าหน้าที่ของไทยที่ผ่านการฝึกอบรมกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษมี เพียง “กรมสรรพาวุธทหารบก”เท่านั้นแต่ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานที่ไม่มีความรู้ความ เชี่ยวชาญเพียงพอ แต่อยากมีเครื่องจีที 200 ไว้ใช้งานจึงก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาดังนั้นกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด ที่สันนิษฐานว่าอาจมาจากเครื่องที่ไม่พร้อมทำงาน
และการใช้งานของกำลังที่อาจ จะไม่พร้อมสอดคล้องกับ แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมซึ่งมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ
การใช้เครื่อง จีที 200ให้ข้อมูลว่า...
เครื่องมือชนิดนี้จัดเป็น “เครื่องชี้เป้า”ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก

โอกาสที่ตรวจแล้วไม่เจอเป็นไปได้ 2 อย่างเท่านั้นคือ
1.ผู้ใช้มีความเหนื่อยล้า ไม่มีความพร้อมเพียงพอ กับ
2.ใส่การ์ดผิดชนิด

“เรื่องใส่การ์ดผิดชนิดคงเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย
เพราะระยะหลังมีการฝึกอบรมการใช้งานเครื่องจีที 200 อย่างชัดเจนแล้ว ฉะนั้นสาเหตุของความผิดพลาดน่าจะมาจากตัวผู้ใช้ที่อาจมีความเหนื่อยล้า เนื่องจาก
จีที 200 ใช้พลังสนามแม่เหล็กจากตัวคนใช้เพื่อค้นหาสนามแม่เหล็กของสสารที่ต้องการ ตรวจจับ ด้วยเหตุนี้คนใช้งานต้องมีร่างกายพร้อม ถ้าเหนื่อยล้า อดนอน
หรือเมื่อคืนไปดื่มเหล้ามาจะใช้ไม่ได้ผลเลย” หมอพรทิพย์ กล่าวเรื่องนี้
ทำให้ฝ่ายปกครองอย่าง สมเกียรติ สุวรรณนิมิตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก ได้ออกมา ระบุว่า...ประชาชนเป็นหัวใจที่มีส่วนสำคัญในการเฝ้าระวังเหตุไม่สงบขณะที่ เครื่องจีที 200 เป็นหัวใจด้านเทคนิคเครื่องมือในการตรวจตราการทำงาน ทั้งสองสิ่งนี้ต้องสอดรับกันอย่างมีระบบเพื่อให้มีประสิทธิภาพขึ้น ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องมือด้วยขณะที่ แหล่งข่าวจาก พตท.ที่ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงความบกพร่องของเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่ อ.สุไหงโก-ลก
เผยว่าผลสอบเบื้องต้นออกมาแล้วว่า ความผิดพลาดไม่ได้เกิดจากตัวเครื่อง“เครื่องมือไม่ได้เสียแน่นอน เพราะก่อนออกปฏิบัติการก็ยังทดลองใช้อยู่ พบว่าใช้ได้
และหลังจากเกิดเหตุระเบิดไปแล้ว ได้นำเครื่องเดียวกันมาทดลองใช้อีกครั้ง
ปรากฏว่าเครื่องมือทำงาน ฉะนั้นความผิดพลาดน่าจะเกิดจากตัวผู้ใช้ แต่ก็อยากให้สังคมเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด” แหล่งข่าว กล่าวแม้ผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการจะออกมาเช่นใดทั้งผิดที่เครื่อง หรือผิดที่คน ล้วนแต่เป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นทั้งสิ้นบทเรียนราคาแพง ครั้งนี้คงจะทำให้กองทัพนำมาปรับปรุงการทำงานให้ดีต่อไป

GT200 ของแท้ เป็นอย่างงี้ครับ ผมรับรอง คุณภาพ

Suzuki GT200

ถูก ดี มี จริงครับ

หมา ปะทะ GT200

หมา บอกว่า ไม่มี

GT200 บอกว่ามี
ผลสรุป

กระเป๋าเอกสาร เจ้าของลืมไว้

อาย หมามันไหม น่ะ......

http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/20026

****รัฐบาลอภิสิทธิ์น่าจะใกล้พังเต็มที่แล้ว...****

ที่มา thaifreenews


โดย Porsche

จา่ก คุณขนมต้ม

ความจริงมีหลายเรื่องที่จะตั้งกระทู้ แต่ขอรวม ๆ พูดในกระทู้นี้ก็แล้วกัน

นั่งดูสถานการณ์ทั่วไป คิดว่าการล่มสลายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ น่าจะใกล้เข้ามาแล้ว

1. การที่ทั้ง พล.อ.เปรม และ พล.อ.อ.กำธน ออกมาพูดเมื่อวันก่อน ดูแล้วคล้ายกับตอนที่ พล.ร.อ.สงัด เตรียมปฏิวัติรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร เพราะอุ้มไม่ไหว

แม้รัฐบาล จะพยายามระดมกองทัพ และหน่วยวอร์รูม เตรียมถล่มคนเสื้อแดง
(อ้างอิงจากข่าว ที่ให้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ลงพื้นที่ตั้งด่านสะกัดเเสื้อแดง 38 จังหวัด)
ก็ไม่ทราบว่า เอากฎหมายข้อไหนมาสะกัดกั้นการเดินทางสัญจรของประชาชนตามปรกติ

ซึ่งทั้งหมดนี้ น่าจะมาจากการหารือกันของสภาความมั่นคง ฯ
ที่เกิดขึ้นหลังจากการดอดเข้าพบ พล.อ.เปรม เมื่อวันก่อนของอภิสิทธิ์

2. การเริ่มเบื่อหน่ายของข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่ต้องทำงานกับรัฐบาลที่ไม่มีวิสัยทัศน์ และมักจะโยนความผิดให้กับข้าราชการประจำ

อย่าง กรณี ตั้ง ผบ.ตร. ซึ่งนี่ผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่มีผู้นำตัวจริง
และการแต่งตั้ง ผู้กำกับ และผู้บัญชาการทั้งหลายแหล่ ก็ไม่ได้ผ่านมติที่ชอบธรรม จากคณะกรรมการ ฯ ที่เคยถือเป็นประเพณีปฏิบัติ

3. การที่พรรคร่วมรัฐบาล เล่นเกมในการยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทราบมาว่า ประธานรัฐสภา ได้บรรจุวาระการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ หมอเหวง เข้าที่ประชุมสภาเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ คิดว่า พรรคร่วม ฯ กำลังรอดูจังหวะ หลังวันที่ 26 ก.พ. นี้ เพื่อประเมินท่าทีของ ดร.ทักษิณ ว่า จะมีเงินเหลือพอแค่ไหนในการเลือกตั้งที่จะถึง..

4. ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลเอง

ปัญหานี้ ไม่อยากจะพูดเลย เพราะมีเยอะ จนไมู่รู้ว่าจะว่าเรื่องไหนก่อน
ทุกวันนี้ คิดว่ารัฐบาลนี้ มีการโกงกินอย่างมโหฬาร กินแบบหน้าด้าน ๆ ไม่อายฟ้าดินยิ่งกว่ารัฐบาลไหน ๆ แถมการบังคับใช้กฎหมาย ยังเป็นแบบเล่นพรรคเล่นพวก แถมยังเป็นประเภท มือใครยาวสาวได้สาวเอา


อภิสิทธิ์ มาแบบมะม่วงบ่มแก็ส ก็คงจะไปอย่างมะม่วงถูกลมแล้งพัดเหมือนกัน
บัญชีนั้น คิดว่า น่าจะมีคนคิดไว้แล้ว

รัฐบาลมาแล้วก็ไป

อยากให้อภิสิทธิ์จำกรณี "เด็กถือเตารีด" ไว้ให้ดีก็แล้วกัน

กฏข้อที่สามของนิวตัน บอกว่า แรงกด เท่า กับ แรงต้าน

ยิ่งผมเห็นรัฐบาลชุดนี้
กดเสื้อแดงมากแค่ไหน ก็ยิ่งเห็นแรงต้านมากขึ้นเท่านั้น
ขนาดรัฐบาลทหารตั้ง อย่างรัฐบาลขิงแก่ ยังทนเสื้อแดงไม่ไหว
จน พล.อ.สุรยุทธ์ ต้องบอกตอนท้ายว่า ถ้าเลือกได้ไม่ขอเป็นนายก ฯ

พวกที่บอกว่า เสื้อแดงจะแผ่ว หรือ อะไรทั้งหลายแหล่นั้น ก็ปล่อยให้เขาคิดไปเถอะครับ
เพราะเท่าที่นั่งดูอยู่นี่ คนพวกนี้หลอกตัวเองทั้งนั้น


http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8860119/P8860119.html

มาแล้วววววววว Mv เพลง GT200 โดย Nakara เจ้าเก่าอีกแล้วครับท่าน

ที่มา thaifreenews


โดย nakara_b

เพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายในชุด หมีน่าฮ๊าก แต่งเพลงแปลงมา 4 ชุด 40 เพลง
แต่งมาแล้วทั้ง ลูกทุ่ง สตริง ฮิพฮ็อพ เพื่อชีวิต หมอลำ เพลงฉ่อย เพลงโคราช
ตอนนี้ไม่เหลือความท้าทายในการแต่งเพลงแปลงแล้ว ท่านใดที่อยากแต่งเพลงการเมือง
ผมมีข้อแนะนำเล็กๆน้อย เป็นเคล็ดลับในการแต่งเพลงของผมครับ
1 เนื้อหาต้องทันสมัย
2 จะด่าใครต้องมีเหตุผล
3 คำหยาบโลนไม่ควรมี
4 ถ้าให้ดีต้องมีอารมณ์ขัน
5 ช่วยสร้างสรรประชาธิปไตย
ปล.ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการฟังเพลงครับ

http://www.youtube.com/watch?v=KPNa-h--anA

เพลง จีที 200
คำร้อง Nakara
ทำนอง ฮักสาวอีเลคโทน
ชุด หมีน่าฮ๊าก

เพลงอื่นที่เกี่ยวข้อง
เพลง ยุทธการเขายายเที่ยง
http://www.youtube.com/watch?v=FZkGHXwnVUc

เพลง กู้โกง
http://www.youtube.com/watch?v=ulcgHLnKrVk

เพลงอื่นของ nakara
http://www.youtube.com/user/nakaramusic/

ปลายทางความรุนแรง : หายนะคนเสื้อแดงและประชาธิปไตยไทย

ที่มา thaifreenews


ปลายทางความรุนแรง : หายนะคนเสื้อแดงและประชาธิปไตยไทย [i]

(ปลายทางสันติวิธี : จุดจบระบอบอำมาตย์และกลุ่มอำนาจการเมืองฉ้อฉล)

รองศาสตราจารย์ ดร. วรพล พรหมิกบุตร

คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติศัพท์ไทยคำว่า วิวัฒน์เทียบเคียงกับคำภาษาอังกฤษว่า“EVOLVE” (ดูหนังสือ บัญญัติศัพท์ของคณะกรรมการบัญญัติศัพท์, จัดพิมพ์โดยราชบัณฑิตยสถาน , พ.ศ. ๒๕๑๗) แต่คำว่า ปฏิวัติ มีผู้ใช้ในภาษาไทยเทียบเคียงกับคำภาษาอังกฤษว่า“REVOLUTION” มาก่อนปี พ.ศ. ๒๕๑๗ แล้ว โดยผู้ใช้คำดังกล่าวท่านแรกน่าจะเป็นหม่อมเจ้าวรรณไวทยากร (พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ จากเนื้อหาปาฐกถา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งการใช้คำภาษาไทยว่า รัฐประหาร เทียบเคียงกับคำภาษาฝรั่งเศสว่า “COUP D’ETAT”

ในหนังสือ ความเป็นอนิจจังของสังคม โดย ดร. ปรีดี พนมยงค์ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๐๐) มีการเสนอให้ถ่ายทอดคำภาษาอังกฤษว่า“REVOLUTION” เป็นคำไทยว่าอภิวัฒน์ (ดูรายละเอียดการอภิปรายความเป็นมาของเรื่องที่เกี่ยวข้องนี้ในบทความเรื่อง ความเป็นมาของศัพท์ไทยปฏิวัติ รัฐประหาร วิวัฒน์ อภิวัฒน์ ในหนังสือรวมข้อเขียนของปรีดีพนมยงค์ เรื่อง ปรีดี พนมยงค์กับสังคมไทย, จัดพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๖) แต่คำว่า อภิวัฒน์ นั้นไม่ปรากฏว่าราชบัณฑิตสถาน ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ กำหนดให้นำมาใช้เป็นคำไทยเทียบเคียงความหมายคำว่า “REVOLUTION” ในภาษาอังกฤษ

บทความชิ้นนี้จะใช้คำว่า ปฏิวัติ ที่หม่อมเจ้าวรรณไวทยากรทรงริเริ่มใช้และเทียบเคียงความหมายกับกระบวนเหตุการณ์ที่มีพลังพลวัตต่อเนื่องยาวนานของ การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ ในทวีปยุโรป

..............................................................................

จนถึงขณะนี้ เป็นเวลากว่า ๓ ปีหลังเหตุการณ์ รัฐประหาร ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ,ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มอำนาจเบื้องหลังการรัฐประหารข้างต้นร่วมกับพรรคการเมืองและรัฐบาลในกำกับอำนาจของกลุ่มดังกล่าวฝ่ายหนึ่ง กับกลุ่มพลังการเมืองภาคประชาชนและพรรคการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มอำนาจดังกล่าว อีกฝ่ายหนึ่ง ยังคงเป็นความขัดแย้งที่ไม่มีผลยุติชัดเจนให้เห็นได้ในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าผลในทางสมานฉันท์หรือผลในทางยกระดับขัดแย้งแตกหัก

การจัดตั้งรัฐบาลผสมพรรคพลังประชาชนเข้าบริหารประเทศ ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นความสำเร็จของกลุ่มพลังฝ่ายหลัง ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาลผสมพรรคประชาธิปัตย์ได้สำเร็จ ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ถึงปัจจุบัน (ตุลาคม ๒๕๕๒) เป็นความสำเร็จของกลุ่มอำนาจฝ่ายแรก

บนพื้นฐานการวิเคราะห์เหตุการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ทั้งก่อนและหลังการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน ผู้เขียนได้นำเสนอเผยแพร่ความเห็นไปบ้างแล้ว ทั้งต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศและในเวทีอภิปรายของไทยว่า พลวัตการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย ของกลุ่มพลังภาคประชาชนภายในเครือข่าย นปช. ทั่วประเทศที่มีพ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีผู้ถูกกระทำรัฐประหารข้างต้นเป็นแนวร่วม สามารถดำเนินต่อเนื่องได้โดย อาจถูกถ่วงรั้งชะลอ แต่ไม่มีอำนาจใดสามารถหยุดพลวัตประชาธิปไตยนั้นได้ พลังถ่วงรั้งชะลอการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั้น นอกจากจะหมายถึงการใช้อำนาจทางตรงโดยองค์กรตามกฎหมายและอำนาจทางอ้อมตาม บารมีนอกรัฐธรรมนูญของกลุ่มคณาธิปไตย ตามที่ นปช. ทั่วประเทศเรียกกันว่า อำมาตยาธิปไตยแล้วยังรวมถึงพลังบั่นทอนขบวนการ นปช. ที่มาจากการเผยแพร่นำเสนอความคิดเรื่อง ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยอาศัยเวทีสาธารณะของ นปช. และเวทีข่าวสารข้อมูลอื่นเป็นพื้นที่เผยแพร่ความคิดดังกล่าว ทั้งนี้ตามที่มีนักวิชาการนักปฏิบัติการเคลื่อนไหวมวลชน และกลุ่มประชาชนที่สามารถเชื่อมโยงตนเองเข้ากับขบวนการ คนเสื้อแดง จำนวนหนึ่งเข้าร่วมสนับสนุนการเผยแพร่ความคิดดังกล่าว

พลังถ่วงรั้งบั่นทอนเหล่านั้นในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา มักยั่วยุหรือนำเสนอให้ นปช. (หรือ นปก. ตามชื่อเรียกเดิม) ตัดสินใจดำเนินยุทธวิธีที่จะใช้พลังมวลชนดำเนินการต่อสู้ตอบโต้กับ อำมาตย์ ด้วยยุทธวิธีรุนแรง (แต่ขณะนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าพลังมวลชน นปช.สามารถยืนหยัดตอบโต้ด้วยแนวทาง สันติวิธี ต่อสู้กับความก้าวร้าวทางกฎหมายและการคุกคามด้วยอาวุธจาก ระบอบอำมาตย์ ได้ตลอด ๓ ปีที่ผ่านมาโดยยังสามารถสะสมกำลังมวลมหาประชาชนเพิ่มขึ้นหลายเท่าทวีคูณเมื่อคำนวณจากฐานมวลชนระยะแรกที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมของเวที พีทีวี ที่ท้องสนามหลวงหลังการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙)

หากจะมีการหันเหขบวนการ นปช. ให้เลือกวิถีความรุนแรงในช่วงเวลาปัจจุบัน (ทั้งนี้โดยมีการเร่งเร้าค่อนข้างชัดแจ้งอยู่ในกระบวนวิธีบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลปัจจุบัน เช่น การเร่งเร้ายั่วยุผ่านกระบอกเสียงของพรรคการเมืองในสังกัด และคำแถลงสื่อมวลชนจากรัฐมนตรีทั้งในและนอกสำนักนายกรัฐมนตรีบางท่าน นอกจากนั้นยังมีการเร่งเร้าแบบผสมกลมกลืนอยู่ในกลุ่มพลังภาคประชาชนที่ถ่วงรั้งบั่นทอนสันติวิธีตามที่กล่าวถึงข้างต้น) พลังผลักดันการปฏิวัติทางการเมืองให้เป็น ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งได้สะสมศักยภาพและพลานุภาพเพิ่มพูนขึ้นเป็นอันมากจากการทำงานทั้งในอดีตและปัจจุบันของ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร จากพรรคไทยรักไทย จากพรรคพลังประชาชน จากพรรคเพื่อไทยและจากเครือข่ายมวลมหาประชาชนทั่วประเทศภายใต้ธงนำ นปช. วันนี้ อาจกลายสภาพเป็น เบี้ยล่าง ตามยุทธศาสตร์กวาดล้างและทำลายของกลุ่มอำมาตย์ ๒๕๔๙ ที่สืบทอดอุดมการปกครองมาจากอดีตอำมาตย์ ๒๕๑๙ ซึ่งมีสมาชิกแกนนำคนสำคัญของคณะรัฐประหารวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ได้รับการส่งมอบอำนาจและส่งผ่าน บารมีนอกรัฐธรรมนูญ ดำเนินกระบวนยุทธวิธีทั้งการเมืองและการทหารส่งผลในการขัดขวางการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยสืบเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

หากมีการหันเหมวลชน นปช. เข้าหาวิถีแห่งความรุนแรงในห้วงเวลาต่อไปนี้ การเมืองไทยจะเริ่มเปิดฉากเข้าสู่ครรลองคล้ายคลึงกับสภาพการณ์ที่ พลังประชาธิปไตย ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ถูกบั่นทอนลงก่อนเหตุการณ์ วันนองเลือด ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ แต่ผลปลายทางของครรลองการบั่นทอนพลังประชาธิปไตยครั้งใหม่นี้อาจเกิดขึ้นได้อย่างน้อยใน ๒ ฉากอนาคต

ฉากความล้มเหลว ๒ แบบของวิถีแห่งความรุนแรง

ข้อเขียนนี้ไม่มีวัตถุประสงค์จะพยายามแนะนำคำตอบตายตัวสำเร็จรูปว่า การปฏิวัติประชาธิปไตยอย่างสันติวิธี จะต้องใช้เทคนิควิธีอะไรบ้าง (แม้ว่าเทคนิควิธีเหล่านั้นจะมีปรากฏให้หยิบฉวยประยุกต์ใช้ตลอดเวลา) แต่ข้อเขียนนี้ร่างขึ้นด้วยความพยายามจะชี้ให้เห็นว่าความล้มเหลวของกระบวนการประชาธิปไตยอาจเกิดขึ้นได้ หากมีการเลือกใช้วิถีแห่งความรุนแรงแทนที่วิถีทางแบบ สันติและปราศจากอาวุธ ตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล

หากมีการตัดสินใจหันเหทิศทางการเคลื่อนไหวมวลชน นปช. ไปสู่วิถีการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธ[1] ตอบโต้กับพลังอำนาจที่ นปช. เรียกว่า อำมาตยาธิปไตย ในขั้นตอนสำคัญนับจากนี้ต่อไป , พลังประชาธิปไตยของขบวนการ นปช. ที่สะสมพอกพูนได้มากมายมหาศาลถึงปัจจุบันจะกลายเป็นความล้มเหลวได้อย่างไร?

การฉายภาพอนาคต (scenario) ด้วยข้อเขียนเชิงสังเขปนี้มีภาพความล้มเหลวของกระบวนการประชาธิปไตย ๒ แบบให้พิจารณาความเป็นไปได้

ภาพแรกเป็นภาพความล้มเหลวรุนแรง นองเลือด และเฉียบพลันแบบกรณีเหตุการณ์วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๙

ภายในประเทศไทย องค์กรที่มีการสะสมอาวุธสังหารร้ายแรงมากที่สุดและทรงพลานุภาพสังหารคนในประเทศมากที่สุด คือกองทัพไทย ซึ่งได้รับการพัฒนา ฝึกฝน และสนับสนุนช่วยเหลือทั้งในด้านยุทโธปกรณ์และยุทธวิธีปราบปรามพิเศษมาจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาตามเอกสารข้อตกลงความช่วยเหลือทางการทหารระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๔๙๓ ในยุคสงครามเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพบกและกองทัพอากาศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ปลายยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม แล้วทวีแสนยานุภาพมากขึ้นในยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร

ภายในประเทศไทยเช่นเดียวกัน บุคคลและกลุ่มบุคคลที่มี อำนาจจริง ในการเข้าถึงและสั่งการทางยุทธวิธีให้นำแสนยานุภาพกองทัพออกมาใช้ในการปราบปรามพิเศษภายในประเทศ คือ บุคคลและกลุ่มบุคคลในองค์กรทหารเครือข่าย ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ

พระมหากษัตริย์ในฐานะ จอมทัพไทย ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มิได้มีอำนาจตามกฎหมายในการบังคับบัญชาสั่งการเคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธสังหารร้ายแรงดังกล่าวแต่ประการใด ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายกำลังพล ออกหรือเข้า กรมกองก่อนและหลังการปฏิบัติการปราบปรามพิเศษที่มีชีวิตประชาชนเป็นเบี้ยล่าง

ในทางตรงข้าม แกนนำ นปช. และมวลชน นปช. ไม่มีแสนยานุภาพการต่อสู้ด้วยอาวุธสังหารเทียบเท่าแม้แต่ประมาณ ๑ ใน ๑๐๐ ของกองทัพไทย รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยแสดงจุดยืนเจตนาที่สามารถประสานงานกับกองทัพในการเคลื่อนแสนยานุภาพสังหารครั้งใหญ่ซึ่งส่งผลให้เกิด กรณีคลิปเสียงอื้อฉาวเรื่องการสร้างสถานการณ์ภาวะฉุกเฉิน ที่ยังไม่มีข้อสรุปมาครั้งหนึ่งแล้วในเดือนเมษายน ๒๕๕๒ แต่ฉากการนองเลือดสังหารหมู่ประชาชนครั้งนั้นมีอันต้องหยุดชะงักล้มเหลวไปเนื่องจากแกนนำ นปช. ประกาศให้ประชาชนสลายการชุมนุมทันท่วงทีก่อนการสังหารนองเลือดขนาดใหญ่กว่าเหตุการณ์ที่สามเหลี่ยมดินแดงจะเกิดขึ้นตามมา

วันนี้แสนยานุภาพสังหารของกองทัพมิได้ลดลง แสนยานุภาพอาวุธสงครามของ นปช.ไม่ปรากฎว่ามี แต่อุดมการสังหารของกลุ่มผู้มีอำนาจบารมีที่สามารถสั่งการเคลื่อนไหวพลานุภาพอาวุธสงคราม ทั้งจากภายในและภายนอกราชการกองทัพไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

อันที่จริง กลุ่มผู้มีอำนาจบารมีขับเคลื่อนพลานุภาพอาวุธดังกล่าวนั้นคงจะยินดีสนับสนุนและส่งทั้งคนเสริมทั้งทุน เพื่อการลับ-ลวง-พรางหนุนหลัง กลุ่มเสื้อแดง ที่ฝักใฝ่ความรุนแรงให้รีบหาทางกระตุ้นใช้ความรุนแรงในการเคลื่อนไหวมวลชนจำนวนมากขึ้น สำหรับการยกระดับสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ฉากความล้มเหลวเฉียบพลันของ ขบวนการ นปช. ให้เร็วที่สุดก่อนที่รัฐบาลและพรรคการเมืองในกำกับของกลุ่มอำนาจอำมาตย์จะยับเยินไม่มีชิ้นดีทางการเมืองยิ่งไปกว่านี้

ถ้าหาก วันเสียงปืนแตก จะเกิดขึ้นจากผลของความพยายามทำให้แกนนำ นปช. และมวลชน นปช. เชื่อว่าประชาชนจำนวนมากมายมหาศาลสามารถเอาชนะ อำมาตย์โดยการต่อสู้ด้วยวิถีรุนแรงเด็ดขาดกับกองทัพที่มีกำลังพลน้อยกว่ามวลมหาประชาชน , วันนั้นมวลมหาชนจะ ตายเป็นเบือ

ฉากที่สองเป็นภาพการยกระดับสถานการณ์ภาคใต้ทั่วประเทศ

ข้อเสียเปรียบในเรื่องพลานุภาพอาวุธสงครามไม่เทียบเท่ากองทัพ มักจะทำให้มีผู้พิจารณาทางเลือกการต่อสู้ยืดเยื้อแบบ การก่อการร้าย โดยอาศัยกลุ่มขนาดเล็กกระจัดกระจายปฏิบัติการเป็นครั้งเป็นคราว โดยไม่สามารถคาดคะเนได้ว่า สงครามก่อการร้าย ที่ริเริ่มขึ้นนั้นจะจบลงด้วยภาวะความเป็น ประชาธิปไตย เมื่อไรและอย่างไรในอนาคต

แนวทางการใช้ความรุนแรงขนาดเล็กแต่ยืดเยื้อแบบขบวนการก่อการร้ายดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลดังต่อไปนี้ (๑) การขยายฉาก สถานการณ์ ๓ จังหวัดภาคใต้ ขึ้นเป็นสถานการณ์ทั่วประเทศ (๒) การสูญเสียแนวร่วมมวลมหาชนของ นปช. ภายในระยะเวลาไม่น่าจะเกิน ๑ ปี เพราะประชาชนไม่สามารถจะยินดีกับสภาพการดำเนินชีวิตที่ไม่ปลอดภัยและไม่สามารถคาดคะเนชะตากรรมของตนได้ว่าจะบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอาวุธของฝ่ายใดเมื่อไรในการดำเนินชีวิตประจำวันหรือในการเดินทางออกมาร่วมชุมนุมกับ นปช. ต่อไป (๓) การช่วยให้ระบอบอำมาตย์ ชุดปัจจุบันมีข้ออ้างความชอบธรรมทางการเมืองทั้งภายในและการเมืองระหว่างประเทศในอันที่จะเร่งสร้าง รัฐทหารเลียนแบบรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร (๔) การช่วยเชื้อเชิญองค์กรตาม นโยบายปราบปรามการก่อการร้าย จากรัฐบาลสหรัฐและประชาคมอาเซียนเข้าสู่ประเทศไทยในเงื่อนไขที่สนับสนุนรัฐบาลเพิ่มเติม ทั้งในด้านการค้าอาวุธสงครามที่สร้างภาระงบประมาณและเงินกู้ภาครัฐ และในด้านการสนับสนุนข้อแนะนำทางยุทธวิธีต่อต้านขบวนการก่อการร้ายที่กองทัพสหรัฐเป็นองค์กรเชี่ยวชาญระดับโลก(๔) การยืดอายุการครองอำนาจตามระบอบอำมาตยาธิปไตยที่มีพลเรือนหรืออดีตทหารสืบทอดอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกยาวนานเกินกว่าจะคาดคะเน ทั้งนี้ โดยอาศัย รัฐธรรมนูญ หรือธรรมนูญการปกครอง ซึ่งจะแก้ไขเพิ่มเติมครั้งต่อไปอย่างไรก็เป็นการแก้ไขภายใต้สถานการณ์ก่อการร้ายที่เป็นคุณกับอำนาจแบบอำมาตย์และเป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มแสนยานุภาพสังหารของกองทัพต่อไป และ (๕) สังคมไทยหันเหทิศทางเป็น สังคมแบบอิรักหลังสมัยประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซ็น แทนที่จะเข้าใกล้ความเป็นสังคมประชาธิปไตย ตามที่นักยุทธวิธีมวลชนนิยมความรุนแรงอธิบายสนับสนุนแนวทางของตนก่อนการเริ่มต้นฉากความล้มเหลวอันเนื่องมาจากการใช้ความรุนแรงในทางปฏิบัติ

วิสัยทัศน์สันติวิธีปฏิวัติการเมืองไทย [ii]

ในวิถีทางสร้างประชาธิปไตยที่แตกต่างไปจากแนวโน้มการก่อความรุนแรงทั้ง ๒ แบบข้างต้น พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี (จากการเลือกตั้งก่อน ก่อนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐) นำเสนอวิสัยทัศน์ การสร้างประชาธิปไตยโดยสันติวิธี[2] โดยกล่าวในเบื้องต้นว่า ผู้มีอำนาจหรือรัฐบาลทุกยุคสมัย ต่างก็เห็นสอดคล้องกันว่า จะสร้างประชาธิปไตยขึ้นให้ได้ โดยการสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย โดยไม่ได้ศึกษาหรือเหลียวมองดูเลยว่า ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วทั้งหลาย เขาสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาอย่างไร นั่นคือการสร้างประชาธิปไตยขึ้นก่อน หลังจากนั้นจึงยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยของเขาไว้ หลังจากนั้นพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ให้คำอรรถาธิบายเพิ่มเติมในข้อเขียนดังกล่าวว่าฉะนั้นภารกิจอันดับแรกของแนวทางแก้ปัญหาชาติ คือ การศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง และอธิบายว่า รัฐธรรมนูญนั้นมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่เป็นความสำคัญสูงสุด ไม่สำคัญมากมากกว่าการสร้างระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็นเรื่องหลัก

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันว่า ;

พูดให้ถึงที่สุด ก็คือการต่อสู้กันของขบวนการของระบบเผด็จการกับขบวนการของระบบประชาธิปไตย หรือขบวนการปฏิวัติประชาธิปไตยและอีกขบวนหนึ่งซึ่งมีเฉพาะในเมืองไทยก็คือขบวนการรัฐธรรมนูญที่มุ่งใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือของการรักษาอำนาจไว้ให้มั่นคงที่สุด

พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่าง ๒ ขบวนการดังกล่าวว่า ;

การแก้ไขปัญหาเพื่อสมานฉันท์ในสภาวะปัจจุบัน ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะทำให้คู่กรณีของความขัดแย้งสร้างความสมานฉันท์ขึ้นได้โดยปราศจากคนกลางที่มีความรอบรู้ มีความเข้าใจเหตุแห่งปัญหา ท่านนั้นจะต้องมีประสบการณ์ ผู้มีฐานะสูง สูงกว่าคู่กรณี มีบารมีมากพอ และเป็นที่ยอมรับนับถือ เคารพรักโดยบุคคลทั่วไปอีกด้วย

ดังนั้น คนกลาง และกระบวนการสร้างภาวะสมานฉันท์ตามแนวทางดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นความจำเป็นในขั้นรากฐานการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งปัจจุบัน ซึ่งถ้าหากสังคมไทยประสบความสำเร็จในการยอมรับให้ คนกลาง ดังกล่าวช่วยสร้างภาวะสมานฉันท์ต่อไปแล้วพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ชี้แนะถึงสิ่งที่จำเป็นจะต้องกระทำต่อเนื่องไปเพื่อ การสร้างประชาธิปไตยก่อนการสร้างรัฐธรรมนูญ สำหรับการรักษาประชาธิปไตยที่สร้างขึ้นนั้นว่า ;

เมื่อประเทศมีความสมานฉันท์แล้ว ภารกิจสำคัญคือการสถาปนาระบอบประชาธิปไตย โดยใช้รัฐบาลเฉพาะกาลที่มีคนกลางเพื่อสร้างระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ

ผู้เขียนเห็นว่าวิสัยทัศน์สันติวิธี ตามที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นำเสนอเป็นข้อแนะนำสาธารณะนั้นเป็นวิถีทางที่สามารถนำไปสู่ การปฏิวัติประชาธิปไตย ที่เป็นจริงในสังคมและการเมืองของไทยได้ทั้งนี้บนพื้นฐานของ การศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง โดยประชาชนส่วนรวมของประเทศ และโดยบุคคลากรทางการเมืองแขนงต่าง ๆ ในระบบการเมืองและราชการของไทย

การทำให้ การปฏิวัติประชาธิปไตยด้วยสันติวิธี ตามวิสัยทัศน์ข้างต้นเป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากกลุ่มพลังมวลชน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีบทบาทสำคัญของกลุ่มพลังมวลชนในเครือข่ายแนวร่วม นปช. ปัจจุบัน) ในอันที่จะใช้ความอดทน อดกลั้น หลีกเลี่ยงมิให้เกิดวิถีแห่งความรุนแรงในครรลอง ภาพอนาคตที่ผู้เขียนกล่าวถึงในตอนต้น ทั้งวิถีความรุนแรงที่อาจเป็นฝ่ายริเริ่มขึ้นเองและวิถีความรุนแรงที่กระทำตอบโต้การยั่วยุความรุนแรงจากฝ่ายตรงข้ามที่ขัดแย้งกัน

เพราะหากเกิดสภาพความรุนแรงขึ้นก่อน การสร้างประชาธิปไตยด้วยแนวทางสันติวิธี ตามวิสัยทัศน์ดังกล่าวจะมีผลสัมฤทธ์ การเมืองไทยก็จะสูญเสียโอกาสสำคัญทางประวัติศาสตร์ (ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นโอกาสที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด) ในอันที่จะบรรลุถึงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกครั้งหนึ่งโดยมีการเมืองระบอบคณาธิปไตยเข้าคั่นกลางต่อเนื่องไปแต่ท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งแฝงเร้นอันเป็นที่ขัดขวางความเจริญเติบโตของประเทศในประชาคมโลกต่อไป

*******************



[1] (เชิงอรรถเพิ่มเติม วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) ความพยายามของพลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล และ พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี (นายทหารซึ่งเคยมีส่วนร่วมดำเนินการเป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรงต่อ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ทั้งจากกรณีการสังหารหมู่ในมัสยิดภาคใต้และกรณีการดักวางระเบิดสังหารในรถยนต์ ก่อนการรัฐประหาร ๒๕๔๙) ในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ต่อเนื่องถึงต้นปีพ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นความพยายามในการโน้มน้าวให้มวลชนเสื้อแดงหันเหไปใช้วิถีแห่งความรุนแรง

[2] (เชิงอรรถเพิ่มเติมวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ พลเอก พัลลภ ปิ่นมณี พยายามดำเนินการเป็นแกนนำผลักดันการจัดตั้ง กองทัพประชาชน สำหรับขบวนการ นปช. ใช้ต่อสู้ด้วยวิถีอาวุธรุนแรง โดยอ้างว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้จัดตั้งโดยให้ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้บัญชาการสูงสุด แต่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ แถลงปฏิเสธ และยืนยันแนวทางสันติวิธี ทั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ยังมิได้แถลงอย่างเป็นทางการว่าได้อนุมัติหรือเห็นด้วยกับการจัดตั้ง กองทัพประชาชน (ที่ส่อไปในทางการกระทำผิดกฎหมายหลายฉบับ) ตามที่พลเอกพัลลภกล่าวอ้างและสื่อมวลชนกระแสหลักช่วยกันประโคมเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศจริงหรือไม่



[i] บทความเผยแพร่ครั้งแรกในชื่อเรื่อง สันติวิธีกับการปฏิวัติการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทย เพื่อเป็นเอกสารประกอบการบรรยายในการสัมมนา เรื่อง ร่วมกันสร้างประชาธิปไตยโดยสันติวิธี จัดโดย หนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิร์ลด์ ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

[ii] เนื้อหาข้อเขียนส่วนนี้ เขียนต่อจากเนื้อหาตอนต้น หลังจากที่ผู้เขียนได้อ่านบทความ โดย พณฯ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่อง การสร้างประชาธิปไตยโดยสันติวิธีในหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒๒ วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ , หน้า ๑๐ -๑๑ ในขณะที่ผู้เขียนได้ไปร่วมการบรรยายข้างต้น

โรงเรียน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ครั้งที่ 2 ภาคใต้ นครศรีธรรมราช เจ้าภาพ

ที่มา Thai E-News


โดย คุณนะโม
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
9 กุมภาพันธ์ 2553

แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กำหนดการจัดโรงเรียน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ครั้งที่ 2 ของภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเจ้าภาพ

กำหนดเปิดโรงเรียนกัน ในวันที่อาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ ที่ เขาพรายดำรีสอร์ท อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยจะจัดการเรียน หลักสูตรประชาธิปไตย เพียง 1 วัน

ช่วงเย็น จะมีการเปิดปราศรัยของแกนนำ นปช.

ท่านใดที่มีญาติพี่น้องในภาคใต้ีี่่ บอกกล่าวไปยังพี่น้องด้วย

สนใจเข้าอบรมโรงเรียน นปช. ติดต่อที่ ประชาสัมพันธ์ ของรีสอร์ท เขาพรายดำ โทร. 075-771-111
และที่ คุณธนวุฒิ เลขา นปช. นครศรีธรรมราช 086-684-6569

ลงทะเบียนตั้งแต่ 7.30 - 8.30 น.

บรรยากาศของ เขาพรายดำรีสอร์ท อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช บ้านของ ณัฐวุฒิเอง บริการเต็มที่


ประหารรัฐ

ที่มา Thai E-News





ข่าวลือเรื่องรัฐประหารยังบานเบิก
เหมือนได้ฤกษ์ผีออกมาหลอกหลอน
ลากอาวุธเอามาฆ่าในนาคร
เหมือนนรกเร่าร้อนในตอนเย็น

ประชาธิปไตยเมืองใดเล่า
ปล่อยให้เขาข่มขู่เหมือนรู้เห็น
อวดเป็นศาลเจ้าอยู่เป็นปู่เย็น
กลับไม่เห็นทัดทานให้บานปลาย

สนุกหรือถืออาวุธจุดปะทัด
อำนาจรัฐปล้นดิบก็ฉิบหาย
ปัญญาชนคนรู้อย่าดูดาย
หยุดให้ท้ายทหารชั่วผู้กลัวคน

คนเขาเลือกรัฐบาลเป็นศาลหลัก
อำมาตย์โจรโค่นหักจนหลักหล่น
นี่คือราษฎร์มิใช่หลวงของปวงชน
โค่นมหาประชาชนก็จนใจ

เกียรติยศกองทัพคือจับศึก
ศัตรูฮึกหาญบุกก็รุกไล่
ปกป้องคนอยู่ข้างหลังกำลังใจ
อธิปไตยไทยจึงอยู่คู่ยศตรา

หากกองทัพกลับมาฆ่าคนไทย
แม้โจรไร้ศักดิ์ศรียังดีกว่า
เป็นเครื่องมือปิศาจอำมาตยา
คุณค่านักรบก็จบลง

หากทหารคู่กับรัฐประหาร
เหมือนขอทานคู่กะลาพากันหลง
ไม่ปรับปรุงตนเองให้เกินธง
คือเก็บวงจรอุบาทว์พิฆาตไทย

ขอทหารทุกทุกนายอย่าขายชาติ
ยึดอำนาจปวงชนทนไม่ไหว
หันกระบอกปืนจี้นั้นจี้ใคร
ก็พี่น้องผองไทยในไส้ตน

เขาออกมาชุมนุมเพราะกลุ้มกลัด
ทั่วทั้งรัฐเสื้อแดงทุกแห่งหน
เขามิได้ใฝ่หาจลาจล
เขาถูกปล้นไปทั้งตัวและหัวใจ

เตรียมจะยิงคนอย่างนี้หรือที่รัก
อาวุธหนักเอามาเคลื่อนเป็นเงื่อนไข
ไร้แม้เงาไพรีมีแต่ไทย
ยิงออกไปใจไม่นิ่งเหมือนยิงตน

พลทหารพันผูกลูกชาวบ้าน
แม้คนที่บัญชาการมันฉ้อฉล
ถึงสั่งฆ่าคนไทยวัดใจตน
ก็จักเห็นกำลังพลไม่ฆ่าไทย

รัฐประหารคืองานประหารรัฐ
ตระบัดสัตย์บรรพบุรุษสุดแก้ไข
คนเบื้องหลังสั่งการให้ผลาญไทย
ลูกหลานให้สตินำอย่าทำตาม

ถึงขัดแย้งขนาดไหนใช้เหตุผล
ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนอย่ามองข้าม
อันจิตใจและสมองของสวยงาม
ใช้สู้ความดิบเถื่อนในเรือนใจ

รัฐประหารเมื่อใด...สู้ใจขาด
“คณะราษฎร์” เก่าก่อนจะเกิดใหม่
ให้รู้เช่นเห็นชาติอำนาจใคร
จะ “ราษฎร์ประหาร” ย้อนใส่ไม่เกรงกลัว.



จักรภพ เพ็ญแข

ที่มา:คอลัมน์ ร้อยรักอักษราเป็นอาวุธ นสพ.วิวาทะ ไทยเรดนิวส์ ฉบับที่ 36

----------------------------

TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน) Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)

ลากไส้เสี่ยต้อยนักข่าวร้อยล้านผนึกเตี้ย ใช้สำนักเต้าข่าวT-NEWSยึดช่องหอยม่วงป้ายสีเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News



แผนสมคบคิด?-สนธิญาณ หนูแก้ว เคยมี"ภารกิจลับระดับสูง"ในการใช้สื่อวิทยุของเขาที่ได้ทุนจากสำนักงานทรัพย์สินฯเปิดประเด็นสกัดไม่ให้ณรงค์ วงศ์วรรณ ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ"บิ๊กสุ"ได้เสียสัตย์เพื่อชาติเป็นนายกฯ นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จากนั้นเขาก็เป็นคนวิ่งเต้นเส้นสายให้อานันท์ ปันยารชุน กลับมาเป็นนายกฯพระราชทานรอบ 2 และเข้าไปประมูลสถานีโทรทัศน์itvจากรัฐบาลอานันท์ชนะ การกลับมามีบทบาทกล่าวหาเสื้อแดงล้มสถาบันคราวนี้ของสื่อในมือเสี่ยต้อยในนามสำนักข่าวT-NEWSผ่าน"ช่องหอยม่วง"หรือจะเป็น"ภารกิจลับระดับสูง"ซ้ำรอยพฤษภาทมิฬ...?



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 กุมภาพันธ์ 2553

นักข่าวร้อยล้าน-เสี่ยต้อยกับชีวิตพอเพียงในคฤหาสถ์พื้นที่ 1 ไร่ริมทะเลสาบ และทรัพย์สินที่มีมากกว่า 100 ล้านในวันนี้


สำนักข่าวT-NEWSของสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม หรือสนธิญาณ หนูแก้ว ได้ปักหลักทำสกู๊ปทาง"ช่องหอยม่วง"โทรทัศน์ช่อง 11 ในกำมือ"เตี้ย"สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ให้ร้ายว่าเสื้อแดงเคลื่อนไหวล้มสถาบันเบื้องสูง อย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ทุกวันจันทร์เวลา21.00น.

น่าประหลาดที่ว่าชายผู้นี้ในอดีตเคยคุยกับใครต่อใครว่าเคยเข้าป่าจับปืนกับพรรคคอมมิวนิสต์ฯหวังพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน สร้างสังคมใหม่ที่ไม่มี"เจ้า" วันนี้เมื่อเป็นนักข่าวที่มีคำว่า"เสี่ย"100ล้านนำหน้า กลับใช้ข้อหาเดียวกับที่พวกฝ่ายขวาสุดโต่งเคยใช้เมื่อยุค30กว่าปีก่อน มาให้ร้ายขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเสื้อแดง...

นอกจากการทำสกู๊ปข่าวป้ายสีผ่านช่องหอยม่วงแล้ว เวบไซต์ tnewsของเสี่ยต้อยร้อยล้านก็โหมกระพือเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

กลางใจอำมาตย์-เมื่อไวๆนี้สนธิญาณให้สัมภาษณ์สื่อว่าเขาเป็นสื่อที่เลือกข้างน้อยที่สุดแล้ว ค่อนข้างจะเป็นกลางมากที่สุด

ในซีรีส์ชุด"ลากไส้สื่อเหี้ย"อันลือลั่นที่เคยลงเผยแพร่ในไทยอีนิวส์ ผู้เขียนคือคุณ"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"กล่าวในเชิงตั้งข้อสงสัยว่า สนธิญาณ หนูแก้ว ดูจะมี"ภารกิจลับ"ในการใช้สื่อวิทยุของเขาที่ได้ทุนจากสำนักงานทรัพย์สินฯในการเปิดข่าวสกัดไม่ให้ณรงค์ วงศ์วรรณ ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ"บิ๊กสุ"ได้เสียสัตย์เพื่อชาติเป็นายกฯ นำไปสู่การประท้วงขับไล่สุจินดาออก จากนั้นเขาก็เป็นคนวิ่งเต้นเส้นสายให้อานันท์ ปันยารชุน ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีพระราชทานรอบ 2 และเขาเข้าไปประมูลสถานีโทรทัศน์itvจากรัฐบาลอานันท์ได้ แต่หุ้นส่วนแตกคอกันเสียก่อน

การกลับมาของสนธิญาณหนนี้ในการใช้สื่อช่อง 11 โจมตีว่าเสื้อแดงจะล้มสถาบัน และประกาศโจมตีทางเวบไซต์tnewsของเขาจึงน่าจับตามองว่าต้อยสนธิญาณได้รับภารกิจลับระดับสูงอะไรมาอีกหรือไม่?

ด้านล่างนี้คัดมาจากซีรีส์ลากไส้สื่อเหี้ย ตอน"จากไดโนเสาร์วิวัฒนาการมาเป็นเหี้ย"

*นอกจากรายการทีวีทางช่องหอยม่วงแล้ว เสี่ยต้อยร้อยล้านยังออกหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คให้ร้ายขบวนการประชาธิปไตยด้วย


สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม(หนูแก้ว) ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวINNซึ่งมีบทบาทสกัดไม่ให้ณรงค์ วงศ์วรรณขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ในที่สุดบิ๊กสุต้องเสียสัตย์เพื่อชาติมาเป็น นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และเขาต้องตามไปแก้ไขในตอนจบของเหตุการณ์แบบลึกลับ

ทีนี้เพื่อตอบคำถามว่าทำไมชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ เพื่อนผู้พี่ของต้อย ตอนนี้ดูจะออกแนวเหลืองๆ ผมก็เลยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เป็นเรื่องที่ชัชรินทร์เคยบอกคนใกล้ชิดว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ให้ตายไปกับตัว ...

อย่างที่ผมเล่าไปว่าชัชรินทร์ชอบคบคนไม่มีอำนาจ หรือหมดอำนาจแล้ว มันก็มีองค์กรหนึ่งเคยมีอำนาจ ดันมาหมดอำนาจเพราะป่าแตก ก็คือพรรคคอมมิวนิสต์...ชัชรินทร์ก็ไปเอาพิรุณ ฉัตรวณิชกุล กรรมการกลางพรรคฯมาลงสัมภาษณ์ในหนังสือรายสัปดาห์ของเขา พิรุณก็พูดไปหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องสมัชชา4พคท.ที่ทำให้ป่าแตก แล้วก็แนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธ

แต่ความซวยมาเยือน ทางการจับพิรุณได้พร้อมกับเมียคืออาจารย์ชล ตอนนั้นตั้งท้องแก่อยู่เป็นที่น่าอนาถมาก ชัชรินทร์ก็ต้องไปนอนคุกด้วย ตรงนี้จะเห็นว่าชัชโดนคุกข้อหาเป็น”แดง” มาวันนี้เสือกออก”เหลือง”นี่คนคงงองู2ตัวแดก

ชัชรินทร์ยังมีความสนิทสนมกับพวกป่าแตกอีกหลาย ในนั้นรวมทั้งคนเขียนหนังสือเรื่อง”จากดอยยาวถึงภูผาจิ”ชื่อนามปากกาจันทนา ฟองทะเล ฟังแล้วออกหญิงแต่แกเป็นผู้ชายนะฮะ แล้วก็ไปทำงานที่มหาลัยรังสิต กลายเป็นมือขวาดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ไป

ในยุครสช.มีการตั้งพรรคสามัคคีธรรมขึ้นพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนประธานสภาดร.อาทิตย์ได้เป็น และเป็นหนแรกในรอบหลายสิบปีที่ให้ประธานสภาผู้แทน เป็นประธานรัฐสภา มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อทูลเกล้าใครเป็นนายกฯ

ตามคิวก็ต้องเป็นพ่อเลี้ยงณรงค์ แต่พ่อเลี้ยงณรงค์ดันโดนสำนักข่าวINNที่เพิ่งตั้งได้หมาดๆแฉว่าแกค้าผงขาวตราสิงโตคู
่เหยียบลูกโลก จนอเมริกาไม่ให้วีซ่าเข้าประเทศ


สำนักข่าวINNนั้นก่อตั้งโดยเพื่อนผมคือไอ้ต้อย-สนธิญาณ หนูแก้ว(ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็นชื่นฤทัยในธรรม เพราะมันชักแก่วัด) ไอ้ต้อยนี่เป็นคนปักษ์ใต้ ตัวดำสะตอพันธุ์แท้ เข้าป่ามาออกมายังไงไม่รู้ เสือกไปสนิทกับอาจารย์จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยาซะงั้น อาจารย์จิรายุก็คือผู้อำนวยการทรัพย์สินฯไง พูดง่ายๆคือคนหาเงินให้ข้างบน

ไอ้ต้อยก็ให้อาจารย์จิรายุหนุนตั้งสำนักข่าวขึ้นมา ส่วนว่าINNไปเล่นพ่อเลี้ยงณรงค์จนชวดเก้าอี้นายกฯ เลยไปจบที่สุจินดา จนบานปลายเป็นพฤษภาทมิฬนี่ถือเป็น”แผนสมคบคิด”กันหรือเปล่า ผมก็ไม่อยากเดา เพราะไม่มีข้อมูลสนับสนุน แต่มันมีความเป็นไปเป็นมาอย่างนี้ ใครจะอยากสงสัยก็เชิญ ผมไม่เกี่ยว

พอเกิดพฤษภาทมิฬ ไอ้ต้อยก็ไปม็อบลุยกันใหญ่วันที่ยิงกันหน้าโรงแรมรอแยล ใครจะหนีก็ช่าง แต่ไม่ใช่ไอ้ต้อย ไอ้นี่บัญชาการลุยแถวหน้าเลยทีเดียว มันบอกมี"พระดี"เลยรอดมาได้

พอพฤษภาทมิฬจบ ในหลวงเรียกเด็กๆเข้าไปหมอบ แล้วฟาดก้นคนละป๊าบให้เลิก แต่ปัญหาไม่จบ เพราะต้องตั้งนายกฯใหม่ พวกพรรคสามัคคีธรรมก็หน้าด้านบอกว่า ก็พวกประท้วงอยากได้นายกฯจากการเลือกตั้งไม่ใช่เหรอ งั้นพวกกูก็ขอใช้สิทธิ์ให้หัวหน้าพรรคคนใหม่คือพล.อ.อ.สมบุญ ระหงส์ เป็นนายกฯ คนก็ยี้กันทั้งประเทศ ขอให้ยุบสภา แต่ตอนนั้นนายกฯก็ไม่มี มันก็ต้องหา หาไม่โดนใจเดี๋ยวมีม็อบภาค2อีก เพราะม็อบยังไม่แตกสนิท ไอ้ตู่จตุพรพาคนหลบไปสมรภูมิม.รามฯอยู่

อันนี้เรื่องของเรื่องเลยมาถึงบทตัวพระออกโรง คือชัชรินทร์นี่รู้จักกับจันทนา ฟองทะเล มือขวาของดร.อาทิตย์ที่เป็นประธานสภา อีกฟากก็สนิทกับไอ้ต้อย มือขวาอาจารย์จิรายุชนิดเป็นพี่น้องรักกันมาก ชัชรินทร์เลยต้องเป็นmatch makerไป

ชัชรินทร์เล่าให้คนใกล้ชิดฟังว่า เขาก็ได้ตัวประธานสภามาอยู่กับเขา แล้วเขาก็ได้ดร.จิรายุพาเข้าวัง ตอนเข้าวังไปนี่ชัชรินทร์ซึ่งเคยถูกจับข้อหาคอมฯก็บอกว่าทึ่งมาก เพราะในห้องทรงงานเต็มไปด้วยเครื่องมือเครื่องไม้ไฮเทค ชนิดที่ว่าแฟ็กซ์นี่เพิ่งมีกันในเมืองไทยตอนนั้น แต่ห้องทรงงานนั้นน่าจะมีอินเตอร์เน็ตใช้กันแล้ว...อย่าลืมว่าเป็นพ.ศ.2535นะ

ขอข้ามเรื่องวงในไป เดี๋ยวผมจะซวยฐานรู้มากแล้วเอามาเผยในที่แจ้ง สรุปก็คือตามที่คนไทยและชาวโลกตกตะลึงกันตอนนั้นคือ แทนที่รถของวังจะนำตราตั้งพระบรมราชโองการไปบ้านพล.อ.อ.สมบุญที่แต่งตัวชุดขาวรออยู่ท่ามกลางสำนักข่าวเพียบ และเสียงคนด่าแม่ทั้งประเทศ ก็ขับเลยไปบ้านนายอานันท์ ปันยารชุน และก็เรียบร้อยโรงเรียนจิตรลดาอย่างที่รู้กัน อานันท์เป็นนายกบร๊ะราชทานรอบ2!

ความสัมพันธ์ของชัชรินทร์กับสนธิญาณก็เหนียวแน่นยาวนานมาป่านนี้ ตอนนี้สนธิญาณก็ตั้งกลุ่มห่าเหวอะไรซักอย่างมั้ง ที่ให้สินบน1ล้านจับไอ้เหลี่ยมนั่นแหละ ส่วนชัชรินทร์ก็มาสัมพันธ์กับพี่เปลว ไทยโพสต์ที่แกเกลียดเหลี่ยมยังกะขี้ด้วย ก็เลยอาจจะเหลืองไปด้วย

คนหนังสือพิมพ์นี่อย่างผมด่าไปหากไม่ขายวิญญาณให้ซาตานเพราะกลายเป็นหมาหิวเงิน ก็อาจขายด้วยเหตุผลพิเศษอื่นๆ อย่างกรณีของชัชรินทร์นี่ไม่รู้ขายไปหรือยัง ก็ลองสดับดู...

และส่วนว่าไอ้ต้อยคัมแบ็คมามีบทบาททางการเมืองหนนี้มันมีมิชชั่นลับ"ระดับสูง"เหมือนตอนพฤษภาทมิฬหรือไม่ ก็คอยดูๆกันไป

ในแวดวงนักข่าวแล้วต้อยมีสายสัมพันธ์แน่นเหนียวกับชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ นอกจากนั้นก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสุนันท์ ศรีจันทรา ที่ตอนนี้จัดรายการทางทีวีวิทยุให้ร้ายฝ่ายเสื้อแดงทุกวัน และมักชวนคนดูคนฟังของสุนันท์ให้เตรียมใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง รวมทั้งสนิทสนมกับสำราญ รอดเพชร โฆษกพันธมิตรด้วย

ขณะที่ในสำนักข่าวINNในปัจจุบันยุคของ"ลุงชาวใต้"ซึ่งเป็นทายาทที่เสี่ยต้อยสร้างไว้ ดูจะได้รับอิทธิพลจากเสี่ยต้อยลูกพี่เก่าไม่น้อย สังเกตจากพาดหัวข่าว หรือข่าวที่ส่งทางSMSมักจะมีธงมีทางที่คอยดิสเครดิสเสื่อแดง ฝ่ายที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และอิงแอบแนบชิดกับอำมาตย์อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

สายสัมพันธ์สนธิญาณ+จิรายุ ผอ.สำนักงานทรัพย์สินฯ+บุญชัยอดีตเจ้าของDTAC

ฝนตกขี้หมูไหล คนอะไรมาเจอกัน-ต้อยกับเอ๋-สมชาย แสวงการ(ซ้าย)ยุคทำงานINN ปัจจุบันสมชาย หรือเอ๋ มาเป็นสว.ลากตั้งในกลุ่ม 40 สว.รับใช้อำมาตย์



ต้อย สนธิญาณเล่าให้นิตยสารwho? magazine ฟังถึงชีวิตเขาจากกุ๊ยมาเป็นนักข่าวรวยระดับ100 ล้านในวันนี้ ก็เพราะได้ไปมีความสัมพันธ์กับดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และบุญชัย เบญจรงคกุล อดีตนายใหญ่ยูคอม เจ้าของDTAC คู่แข่งคู่กัดมือถือของทักษิณ ชินวัตร ดังความข้างล่างนี้

สมัยเป็นนักศึกษารั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ชื่อว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยง ซึ่งทำให้ ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และการเป็นนักกิจกรรมนี้เองทำให้เขามีโอกาสร่วมงานกับ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกลายเป็นจุดหักเหที่ทำให้เขาได้มีโอกาส กระโดดเข้าสู่งานชิ้นสำคัญทางด้านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ

เส้นทางการก้าวเข้าสู่ชีวิต"นักข่าว"ของสนธิญาณ เริ่มต้นจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 สมัยที่ประชา มาลีนนท์ ลูกชายคนรองของ วิชัย มาลีนนท์ เป็นผู้ควบคุมดูแลงานทางด้านข่าวของสถานี จากนั้นโลดแล่น อยู่บนถนนน้ำหมึก ร่วมกับ ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ทำหนังสืออาทิตย์วิเคราะห์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขาก้าวสู่เส้น ทางธุรกิจวิทยุ จัดตั้งสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น (INN) บุกเบิกการนำเสนอข่าว 24 ชั่วโมง สร้างความฮือฮาให้กับ วงการสื่อด้านวิทยุอย่างมากในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา

จวบจนเมื่อครั้งสำนักงานทรัพย์สินฯ ก้าวเข้าสู่กิจการทางด้าน “สื่อ” ในนามของสยามทีวี แอนด์ เทเลคอมมิวนิเคชั่น เขาได้รับมอบหมายจาก ดร.จิรายุให้เข้ามารับงานชิ้นนี้ ซึ่งมีส่วนร่วมกับทีมของ จุลจิตต์ บุณยเกตุ ในการทำข้อเสนอในการยื่นประมูล จนกระทั่งสามารถคว้างานประมูลมาได้ ทำให้ก้าวกระโดด สู่สยามทีวี และเป็นสื่อประเภทเดียวที่ยังไม่มีโอกาสทำสำเร็จ เพราะมีปัญหาของผู้ถือหุ้นเสียก่อน ทั้งนี้ ในช่วงที่ไอเอ็นเอ็นไปมีสายสัมพันธ์กับมีเดียพลัส ก็เคยมีการตกลงจะผลิตข่าวป้อนให้ไทยสกายทีวีมาแล้ว แต่ความฝันต้องสลายเป็นครั้งที่ 2

ไม่นาน สนธิญาณจึงกลับไปปักหลักใหม่กับไอเอ็นเอ็นอีกครั้ง แม้ว่าคลื่นข่าวของไอเอ็นเอ็นยัง สามารถจับกลุ่มผู้ฟังได้เหมือนเดิม แต่ปัญหาครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อน เมื่อต้องมาเจอกับเรื่องเงินลงทุน เพราะสำนักงานทรัพย์สินฯ ก็บอบช้ำ เพราะขาดทุนกับธุรกิจทางด้านสื่อและโทรคมนาคมมาไม่น้อย จึงลดการ ลงทุนในธุรกิจสื่อลงทั้งหมด เขาจึงต้องหาพันธมิตรรายใหม่มาร่วมลงทุนในไอเอ็นเอ็นแทน

และเป็นเวลาเดียวกันที่กลุ่มยูคอมกำลังขยายธุรกิจทางด้านบรอดคาสติง ยูคอมจึงกลายมาเป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในไอเอ็นเอ็น ไม่นานปัญหาก็เกิดขึ้นมากมาย ทำให้เขาตัดสินใจออกมาก่อตั้งสถานีวิทยุ BUSINESS RADIO FM 96.5 จากนั้นมาตั้งสำนักข่าว ทีไอเอ็น เรดิโอ ใช้สถานีวิทยุ คลื่นหญิงพลังหญิง และคลื่นหญิงพิทักษ์เมือง จนกระทั่งมาเปิดบริษัทของตัวเองในนาม สำนักข่าว T-NEWs, บริษัท กรีน โพรเท็คท์ จำกัด และเป็นผู้บริหารคลื่นวิทยุ FM101 MHz, 102.5 MHz, 103.5 MHz, 104.5 MHz

ความเป็นธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด

ที่มา Thai E-News




โดย ธนโชติ วงศ์จันทร์ชมภู
ที่มา คอลัมน์"ผมเป็นคนไท...หัวใจสีแดง" นสพ.ไทยเรดนิวส์

ท่านผู้อ่านที่เคารพ พวกสื่อแพศยา สื่อทาสรับใช้ และพวกสมุนอำมาตย์ รวมถึงพวกสมุนรัฐบาลโจรนอมินีอำมาตยา โดยเฉพาะพวกโฆษกปากเน่าทั้งหลายมี“เทพไท” เป็นอาทิ มักจะกล่าวหา และโจมตี “คนเสื้อแดง” ว่า “เป็นขี้ข้าแม้ว เป็นไข่แม้ว” เคลื่อนไหวรับใช้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชุมนุมเพราะได้รับเงินค่าจ้างรางวัลจาก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ

คุณพวกสื่อแพศยาสื่อทาส คุณพวกทาสรับใช้อำมาตย์ และคุณพวกลูกสมุนรัฐบาลโจรโปรดทราบ การที่ประชาชนจำนวนมากออกมาเคลื่อนไหว ออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องความเป็นธรรมนั้น ใช่ว่าจะเป็นขี้ข้า ใช่ว่าจะเป็นทาสรับใช้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ อย่างที่พวกคุณคิด อย่างที่พวกคุณกล่าวหาโจมตีแต่อย่างใด

ขอบอกพวกคุณว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ เป็นเพียงสัญลักษณ์หนึ่งที่มองเห็นชัดแจ้งว่า “คนไทยคนหนึ่ง” ในประเทศนี้ “ไม่ได้รับความเป็นธรรม” จากรัฐบาลที่มาจากการปล้นอำนาจ ซึ่งเป็นนอมินีอำมาตยาสามานย์นั้นเอง

ยิ่งเนิ่นนานวันยิ่งเห็นชัดเจนว่า“พวกอำมาตยาสามานย์” มีอำนาจเหนือรัฐบาล มีอำนาจเหนือกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย อันได้แก่ ตำรวจ อัยการ ศาล ตุลาการ และองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ เช่น กกต. , ปปช. , ศาลรัฐธรรมนูญเป็นต้น

พวกคุณสื่อแพศยา พวกคุณทาสรับใช้อำมาตย์ และพวกคุณรัฐบาลโจรโปรดฟัง สถานการณ์บ้านเมือง ณ ปัจจุบัน ถึงแม้พวกคุณจะ“กำจัด” พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ให้สิ้นซาก แม้พวกคุณจะจับกุมคุมขัง แกนนำ นปช.ให้หมดเกลี้ยงทุกคนไม่เหลือหลอ "คนเสื้อแดง"ก็ยังจะต้องเคลื่อนไหว คนเสื้อแดงก็ยังจะต้องสู้ต่อไป ตราบใดที่ยังไม่ได้รับประชาธิปไตย ยังไม่ได้รับความยุติธรรมกลับคืนมา

แม้ไม่มี "จักรภพ 1" ก็จะเกิดมี "จักรภพ 2,3,4..." แม้ไม่มี "วีระ,จตุพร,ณัฐวุฒิ 1" ก็จะเกิดมี "วีระ,จตุพร,ณัฐวุฒิ 2,3,4..." แม้ไม่มี "แกนนำ นปช.1" ก็จะเกิด "แกนนำ นปช.2,3,4..." ไม่มีที่สิ้นสุด

“ยิ่งปราบปราม มีคนเจ็บ มีคนตาย ยิ่งสู้ไม่ถอย ยิ่งจับกุมดำเนินคดี ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งไม่ยอมแพ้” และตราบใดที่ “ความเป็นธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด” แน่นอน

พวกคุณสมุนอำมาตย์ทั้งหลายโปรดทราบ นี่ไม่ใช่เป็นการ "ยุยงสงเสริม" นี่ไม่ใช่เป็นการ "ปลุกระดม" แต่นี่คือการเอาความจริงมากบอกเล่า ว่าบ้านนี้เมืองนี้ภายใต้การครอบงำของอำมาตยาสามานย์ มันไม่มีความเป็นธรรม ทั้งนี้เพราะกระบวนการ “อยุติธรรม” ทาสรับใช้อำมาตยามันปฎิบัติกับพลเมืองผู้อยู่ใต้ปกครอง 2 กลุ่ม 2 พวก เป็น 2 มาตรฐานชัดเจนเห็นจะจะ

ลองมาลำดับไล่เรียงเหตุการณ์สัก 4-5 ตัวอย่าง แล้วเชิญพวกคุณสื่อแพศยาสื่อทาส และพวกคุณสมุนอำมาตย์ทั้งหลาย และท่านผู้อ่านที่รักความเป็นธรรมทั้งหลาย พิจารณาร่วมกันว่า เป็นจริงอย่างที่กล่าวหรือไม่ แม้จะซ้ำซากแต่ก็ต้องตอกย่ำ เพราะนี้คือความจริง

หนึ่ง กรณีแกนนำคนเสื้อแดงนำมวลชนบุกยื่นหนังสือ ที่โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท ที่พัทยา เมื่อเดือนเมษายน 2552 รัฐบาลใช้เวลาเพียง 3 วันในการออกหมายจับแกนนำคนเสื้อแดง แต่กับกรณีพวกสาวกพันธมารลิ้มเหลือง บุกยึดทำเนียบรัฐบาล บุกยึดสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 บุกยึดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สร้างความเสียหายหลายแสนล้านบาท กลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในเรื่องของคดี ทั้งที่เวลาล่วงเลยมาแล้วปีกว่า

สอง กรณีการตามไล่ล่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ที่กล่าวหาว่าหลบหนีคดีอาญา ถึงกับประกาศว่า “เป็นภัยคุกคามหลัก” ต้องกำจัดให้สิ้นซาก แต่กับกรณีเจ้าพ่อปากน้ำ หรือกรณีกำนันคนดังแห่งชลบุรี หรือแม้แต่ผู้หลบหนีคดีอาญาคนอื่น ๆ รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการใด ๆ ไม่มีการติดตามตัวมารับโทษ

สาม กรณียุบพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 หรือกรณียุบพรรคพลังประชาชนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 กกต.ทำงานด้วยความรวดเร็วทั้งที่พยานไม่ชัดแจ้ง ศาลรัฐธรรมนูญ ก็รวดเร็วปานสายฟ้า พิจารณาหลักฐานตอนเช้า ตัดสินคดีความตอนบ่าย เขียนคำพิพากษาก็ผิด ๆ ถูก ๆ แต่กับกรณีเงิน 258 ล้านบาท ที่บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด บริจาคให้กับพรรคประชาธิปัตย์ และกรณีพรรคประชาธิปัตย์นำเงิน 23 ล้านบาทที่รับจาก กกต. ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ทั้ง 2 กรณีหลักฐานชัดแจ้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้สรุปแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนเกี่ยวข้องชัดเจน ถึงวันนี้จะครบปีอยู่แล้ว กกต.ยังไม่มีมติว่าจะส่งเรื่องไปอัยการสูงสุด เพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

สี่ กรณีการชุมนุมของคนเสื้อแดง แค่เพียงมีข่าวว่าคนเสื้อแดงจะออกมาชุมนุม รัฐบาลโจร“หล่อหลักลอย-เทพมารดำ” ก็ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงล่วงหน้า ด้วยความรีบร้อน จนพวกเจ้าหน้าที่ธุรการพิมพ์คำสั่งแทบไม่ทัน ถูกนายด่าก็หลายหน แต่พอพวกสมุนลิ้มเหลืองออกมาชุมนุม รัฐบาลโจร“หล่อหลักลอย-เทพมารดำ” กลับนิ่งเฉย ไม่ยอมออก พ.ร.บ.ความมั่นคง

ห้า กรณีนายสมัคร สุนทรเวช เพียงสาธิตการทำอาหารออกโทรทัศน์ ก็ถูกปลดจากตำแหน่ง พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ลงชื่อเป็นพยานยินยอมให้ภรรยาซื้อที่ดินตามที่กฎหมายที่ดินกำหนด ก็ถูกดำเนินคดีอาญาศาลสั่งจำคุก 2 ปี แต่กับกรณี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี (ซึ่งควรมีจริยธรรมสูงยิ่งกว่าเป็นหลายเท่า เพราะเป็นถึงองคมนตรี) ยึดเขายายเที่ยง ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อัยการกลับมีคำสั่งไม่ฟ้องโดยอ้างว่า “ไม่มีเจตนา” แต่กับชาวบ้านธรรมดาทำมาหากินอยู่เชิงเขา กลับถูกศาลพิพากษา“จำคุก” เรียบร้อยโรงเรียนอำมาตย์

คุณสื่อแพศยา คุณสมุนอำมาตย์ รวมถึงพี่น้องคนไทยผู้ยังพอมีใจรักความเป็นธรรมอยู่บ้าง ที่บอกว่า“เป็นกลาง” ทั้งหลายครับ พวกท่านพอจะนึกออกหรือยังว่า ทำไมคนเสื้อแดงจึงต้องสู้ และทำไมคนเสื้อแดง จึงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมากขึ้น เลิกโกหกตัวเองได้แล้วครับ เอาความจริงมาว่ากันดีกว่า

พวกท่านสมุนอำมาตย์ทั้งหลายโปรดทราบ ต่อให้ไม่มี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ต่อให้ไม่มีแกนนำ 3 เกลอ ต่อให้ไม่มีแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ต่อให้ไม่มีนายจักรภพ ต่อให้ไม่มีนายสุรชัย ต่อให้ไม่มีหมอเหวง ต่อให้ไม่มีดร.จรัญ ต่อให้ไม่มีแรมโบ้อีสาน ฯลฯ “คนเสื้อแดง” ก็ยังต้องสู้ จนกว่าความเป็นธรรม และประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นในแผ่นนี้

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...!!! “ความเป็นธรรมไม่มี ความสามัคคีไม่เกิด”
----------------
หมายเหตุ: ผู้อ่านท่านใดสนใจ อยากอ่านรวมบทความของผู้เขียนย้อนหลัง ซึ่งเคยพิมพ์ใน นสพ. ไทยเรดนิวส์/นสพ.สารรักษ์เมือง/นิตยสารเสียงทักษิณ โปรดเข้าไปคลิ๊กดูได้ในhttp://www.redthai.org/index.php?option=com_content&view=category&id=80&Itemid=184 ขอบคุณครับ

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(8ก.พ.):เทวดาทรราช

ที่มา Thai E-News




กระตุกอัยการสูงสุด-เชิญรับชมการถ่ายทอดสดการชุมนุมหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด รัชดา เรียกร้องอย่า2มาตรฐาน ให้เร่งสั่งฟ้องกรณีองคมนตรีบุกรุกเขายายเที่ยง และเขาสอยดาว คลิ้กที่นี่หรือรับฟังการถ่ายทอดสดคลิ้กที่นี่ และในวันที่ 10 ก.พ. จะมีการไปชุมนุมที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียกร้องให้เร่งดำเนินคดีโจรก่อการร้ายพันธมิตรยึดสนามบิน ยึดทำเนียบที่ดองคดีมานานถึง 1 ปีกับ 75 วันแล้ว



THAIFREEDOM2-นิตยสารTHAIFREEDOMรายปักษ์ ของชมชมรมผู้สื่อข่าวเสรีภาพไทย วางแผงทั่วประเทศแล้ว ฉบับที่ 2 นี้ว่าด้วยเรื่อง"เทวดาทรราช" โปรดอุดหนุนทุกแผงทั่วประเทศได้แล้ววันนี้


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 สถานการณ์ความเคลื่อนไหวคึกคักเข้มข้นกันเช่นเคย ท่านใดประสงค์จะแจ้งข่าวคราวกิจกรรมใดๆ ทั้งภาพถ่ายและข่าวสารส่งมาที่ thaienews99@googlegroups.com เหมือนเดิม...ลงฟรีๆไม่มีเสียตังค์จ้า***

***ภาพเก็บตก ชาวพะเยาร่วมรายงานการเคลื่อนไหว 4 ก.พ. 53 "ผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์" ณ ค่ายขุนเจืองธรรมมิกราช จังหวัดทหารบกพะเยา โดย นปช.แดงล้านนาพะเยา นำโดย"โย จิรโรจน์"

งานนี้มี พ.ท. สมภาร มุ่งการ เป็นตัวแทนต้อนรับ โดยมึผู้เข้าร่วมเป็นทัพเสื้อแดงพะเยา 1500 คน***

***ภาพแดงใต้ไปร่วมต้อนรับ ท่านบิ๊กจิ๋ว พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ที่สนามบินหาดใหญ่ก่อนที่ท่านจะเดินทางไปยะลาต่อ /นกไฟ รายงาน***

***ภาพเก็บตกงานชุมนุมหน้ากระทรวงกลาโหม มีคุณเอ้แดงออสเตรเลีย กับคุณลิซ่าแดงอเมริกา ทั้งคู่อยู่ระหว่างกลับมาเมืองไทย เลยเข้าร่วมกิจกรรมนัดนี้ แดดก็แดดร้อนก็ร้อน เลยอาศัยช่วงว่างหลังพิงวังกับวัดพระแก้วฟังปราศรัย เห็นน้ำใจคนไทยต่างแดนที่มาร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อมาตุภูมิแล้วน่าชื่นชมจริงๆ***

***ขอเชิญชาวเสื้อแดงไทยในเยอรมันรอบ ๆ เขตเมือง Dortmund และพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงานวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม คศ.2010


เสื้อแดงเมือง Dortmund จัดชุมนุม (อาหารฟรี เครื่องดื่มจ่ายเอง)เวลา 12.00 น.-19.00 น. ณ ร้าน BAKUDA,Weisenburger str.8, 44137 Dortmund มีวิดิโอฉายเรื่องราวการต่อสู้ -เอกสารความรู้ประชาธิปไตยในงาน มิตรเสื้อแดงต่างถิ่น ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดมือถือ 0176 38187407 ทุกวัน***


***ข่่าวจากเรดอินฮอลแลนด์ พร้อมแล้วที่จะแสดงพลังร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงคนรักประชาธิปไตยจากทั่วทุกมุมโลก เรายินดีและปรารถนาที่จะร่วมงาน ประสานงาน กับพี่น้องชาวเสื้อแดงทุกกลุ่ม เพื่อจะได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงกลับคืนมาสู่ประเทศไทย

พร้อมกันนี้เราได้จัดงานจิบน้ำชา พร้อมเสวนา ทางวิชาการ ในหัวข้อ"ประชาธิปไตย แบบไหน บ้านเมืองจึงเจริญ" ในวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ร้านอาหาร Top Thai ถนน HERENSTRAAT เลขที่ 28 กรุงอัมสเตอรดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเวลา 11.00 นาฬิกา ด้วยบรรยากาศอบอุ่นแบบพี่ๆ น้อง ของคนรักประชาธิปไตย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ท่านที่เดินทางมาจากประเทศใกล้เคียง เรามีที่พักรับรอง

ท่านที่ประสงค์จะมาร่วมงานกรุณาแจ้งความจำนงมาได้ที่ คุณ พอกันธี อำมาตยา ผู้ประสานงานกลุ่มเรดอินฮอลแลนด์ +31 624 15 4693 หรือ email: rednederland@gmail.com***

***นปช.พัทยาแจ้งข่าว ตอนนี้เปลี่ยนนามสกุลของเวบไซต์นปช.พัทยามาเป็นด็อตเน็ตแล้วครับ เชิญเยี่ยมชมได้ที่www.norporchorpattaya.netมาร่วมเป็นสังคมคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยออนไลน์ทั่วโลกกับเรานะครับ***

***นปช.ยูเอสเอ แจ้งข่าว ขอเสนอช่องทางใหม่ในการรับฟังคลิปรายการที่จัดโดยเว็บ นปช.ยูเอสเอ ในแต่ละวัน (อันเนื่องมาจากขณะนี้ เว็บของนปช.ยูเอสเอทั้ง 2 แห่งถูกบล็อคอย่างถาวร โดย ICT) เพื่อไม่ให้พลาดรายการสำคัญ ทางทีมงาน นปช.ยูเอสเอ จะจัดส่งคลิปรายการของเรา ตรงถึง Inbox ของท่านเลย โดยจะเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผู้สนใจ สามารถอีเมล์มาสมัครเป็นสมาชิก เพื่อรับคลิปในแต่ละวันได้ที่news@norporchorusa.com จึงเรียนมาเพื่อทราบ***

***ขอแนะนำหนังสือวิชาการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สังคม "อะไรนะลัทธิมาร์คซ์ 2" @ 120.-

บทที่1 แถลงการณ์พรรค ฉบับทันสมัย คาร์ล มาร์คซ +เฟรเดอริค เองเกลส์
บทที่2 ว่าด้วยการต่อสู้ของกรรมาชีพ วีไอ เลนิน โรซา ลัคเซมเบอร์ค ลีออน ทรอตสกี้
บทที่3 ว่าด้วยสตรี เฟรเดอริค เองเกลส์ กุหลาบ สายประดิษฐ์
บทที่4 ว่าด้วยศาสนา วีไอ เลนิน
บทที่5 ว่าด้วยสิ่งแวดล้อม คาร์ล มาร์คซ +เฟรเดอริค เองเกลส์
บทที่6 ว่าด้วยประชาสังคม การช่วงชิงความคิด สงครามจุดยืน สงครามขับเคลื่อน อันโตนิโย กรัมซี่
บทที่7 ว่าด้วยสงคราม วีไอ เลนิน
บทที่8 ว่าด้วยวิกฤตเศรฐกิจทุนนิยม

สั่งซื้อที่ pcpthai@gmail.com พร้อมส่งทางไปรษณีย์ หรือโทร. 081-6134792***

***อันนี้สนุก ขอบอก ซีรีส์ยุทการตอแหลแห่งชาติ โดยเจ้าของนามปากกา"กาหลิบ"แห่งโลกวันนี้

คลิ้กไปอ่านได้ที่เวบบล็อก ประชาธิปไตย100% ตอนนี้ว่ามาถึงตอนที่ 9 แล้ว(อ่านตอนแรก คลิ้ก) อ่านแล้วจะได้รู้ว่าทำไม"กาหลิบ"ถึงได้โดนบีบให้เลิกเขียนให้กับหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ ของเขาร้อนจริงๆ"


***ปิดท้ายด้วย2สาวเสื้อแดง เธอมาจากไหน หรือจะเป็นใคร ใครไปชุมนุมแล้วเจอก็ถามไถ่กันเอาเองนะจ๊ะ***