WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, February 13, 2010

วงการสื่อเสื้อแดงสูญเสีย2นักข่าวประชาชน อุบัติเหตุรถยนต์พรากสมาชิกสื่อเพื่อเสรีภาพไทย

ที่มา Thai E-News




สูญเสีย-คุณสลักจิต แสงเมือง นักข่าวสตรีสังกัดกองบรรณาธิการTHAIFREEDOM และสมาชิกชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ได้เสียชีวิตลงเป็นรายที่ 2 จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางไปทำข่าวสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ(ในภาพ คุณสลักจิตเข้าร่วมประชุมกับชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทยเมื่อ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา)


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
13 กุมภาพันธ์ 2553

*เรื่องเกี่ยวเนื่อง:วิถีคนกล้า ความตายของบางคนหนักแน่นดุจภูเขา บางคนเบาดุจขนนก

เสรีภาพไทย-นิตยสารTHAIFREEDOM ฉบับที่ 2 ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายของชมรมผู้สื่อข่าวเสรีภาพไทย ที่มีจุดยืนสนับสนุนคนเสื้อแดง-ฝ่ายประชาธิืปไตย ต่อต้านอำมาตย์เผด็จการ โดยนักข่าวอาสาประชาชน แต่ได้เกิดความสูญเสียขึ้นในอุบัติเหตุทางรถยนต์ในการออกไปทำข่าวฉบับที่ 3



เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่นำความสูญเสียมาสู่วงการนักข่าวสื่อเสื้อแดง โดยเกิดอุบัติเหตุที่จังหวัดสระบุรี ยังผลให้คุณสุพิศ ศรีเจริญ เสียชีวิตในอุบัติเหตุทันที ส่วนคุณสลักจิต แสงเมือง ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลา 5 นาฬิกาของวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์

ส่วนคุณไพโรจน์ จันทรนิมิ และนักข่าวสตรีอีกราย ที่เดินทางไปในรถคันเดียวกันได้รับบาดเจ็บ แต่พ้นขีดอันตราย

ทั้งสี่เป็นผู้สื่อข่าวสังกัดกองบรรณาธิการนิตยสารรายปักษ์THAIFREEDOM ซึ่งเป็นนิตยสารรายปักษ์ที่ได้จัดพิมพ์มาแล้ว 2 ฉบับ และทั้งหมดเป็นสมาชิกชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย(Thai Freedom Press Club) อุบัติเหตุทางรถยนต์เกิดขึ้นขณะที่เดินทางไปทำข่าวและมุ่งหน้าเดินทางกลับกรุงเทพฯ รถยนต์ที่นั่งมาเกิดอุบัติเหตุพุ่งไปชนท้ายรถน้ำมันที่จอดอยู่ ทำใ้หเกิดเรื่องน่าเศร้าสลดขึ้น

ชมรมผู้สื่อข่าวเสรีภาพไทย ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2552 ที่ผ่านมาเพื่อร่วมมือกันผลิตสื่อที่มีแต่ความจริง ไร้การบิดเบือนสู่ประชาชน และตอบโต้การนำเสนอข้อมูลข่าวสารโฆษณาชวนเชื่อที่บิดเบือนขาวเป็นดำ (black propaganda) หรือการสร้างกระแสข่าวให้ประชาชนเกิดความไขว้เขวสับสนออกไปจากสถานการณ์ที่แท้จริงของประเทศ ของบรรดาสื่อกระแสหลักที่ละเลยจุดยืนของการทำหน้าที่สื่อที่เป็นกลาง และสื่อที่ขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพ

การจัดตั้งชมรมมีขึ้นภายหลังการประชุมของผู้แทนสื่อมากกว่า 50 ราย ส่วนมากเป็น"นักรบไซเบอร์" หรือผู้ต่อสู้เผยแพร่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการในโลกอินเตอร์เน็ต โดยมีนายไพโรจน์เป็นประธาน( อ่านรายละเอียด ชมรมผู้สื่อข่าวเพื่อเสรีภาพไทย คลิ้กที่นี่)

ชมรมสื่อเพื่อเสรีภาพไทยมีแนวความคิดจะสร้างสื่อมืออาชีพที่จะเป็นสื่อกระแสทวนต่อสื่อกระแสหลักที่ครอบงำสังคมไทย และมีจุดยืนสนับสนุนความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตยในหลายช่องทาง และได้เริ่มต้นด้วยการผลิตหนังสือนิตยสารการเมืองรายปักษ์ชื่อTHAIFREEDOMตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยออกมา 2 ฉบับ และกำลังทำข่าวเพื่อจัดทำฉบับที่ 3 ก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น

สำหรับคุณสุพิศ ศรีเจริญ ที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุ นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOM ยังเป็นนักเขียนนวนิยายมืออาชีพ มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่หลายเล่ม และเป็นเจ้าของเวบบล็อก http://suchada-supits.blogspot.com/

ส่วนคุณสลักจิต แสงเมือง ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOMแล้ว ก็ทำธุรกิจส่วนตัว และเข้าร่วมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตอนเหตุการณ์สงกรานต์เลือดที่ชุมนุมยืนหยัดจนนาทีสุดท้ายที่ทำเนียบรัฐบาล และท้องสนามหลวง

*คุณสลักจิต แสงเมือง ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ และเสียชีวิตในเช้ามืดวันเสาร์ที่13ก.พ.

คุณสลักจิตมีแรงบันดาลใจสำคัญจากการที่สื่อกระแสหลักรายงานข่าวอย่างบิดเบือน จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย

ในเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชนตอนเมษาเลือดปีกลาย เธอให้สัมภาษณ์สำนักข่าวIPS ว่า
"พวกเราไม่สามารถไว้ใจนักข่าวได้ เพราะสิ่งที่พวกเรารู้ไม่ถูกรายงาน"
สลักจิต แสงเมือง กล่าว เธอเป็นนักธุรกิจหญิง และเช่นเดียวกับสมชาย เธอเข้าร่วมกับกลุ่ม "เสื้อแดง" ประมาณ 500 คนที่มาชุมนุมกันที่สนามหลวง บริเวณที่เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯในวันที่ 14 เมษายน เธอได้ข้อสรุปว่าการเคลื่อนไหวของพวกเธอพ่ายแพ้ต่อกองทัพที่พร้อมจะปราบปราม "พวกเราอาศัยการสื่อสารบนเว็บไซด์และข่าวต่างประเทศ"(อ่านรายละเอียด คลิ้ก)

คุณไพโรจน์กล่าวว่า พิธีศพทางศาสนาของคุณสุพิศและคุณสลักจิตจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่คุณไพโรจน์ 086-4142694 หรือthailand.inc@gmail.com


บทกวี:วิถีคนกล้า

โดย สุชาดา (นามปากกาของสุพิศ ศรีเจริญ)

หนึ่งธุลี มีค่า น่ายกย่อง
ลุงนวม ผ่องผุด ดุจโคมฉาย
เขาอุทิศ ชีวิตให้ ไม่เสียดาย
เพื่อท้าทาย เหล่าปีศาจ อำมาตย์มาร

ขับรถยนต์ ชนรถถัง อย่างคนกล้า
ด้วยศรัทธา มวลมหา ประชาหาญ
ด้วยสำนึก ผนึกแห่ง อุดมการณ์
ยืนหยัดต้าน โจรกบฎ กดขี่คน

ไม่ร้องรอ ขอฟ้า มายุติ
ตั้งสติ ที่ใจ ไม่สับสน
ไม่วนวก สกปรก แฝงเล่ห์กล
จักดั้นด้น ชนดะ ระยะยาว

หลับเถิด เกิดใหม่ ในชาติหน้า
อาจดีกว่า ชาตินี้ ที่ปวดร้าว
ผู้ยังอยู่ สู้ต่อ ทุกเรื่องราว
ต้นลมหนาว เฝ้าคิดถึง มิเว้นวาย

จัดตั้งเสื้อแดงระหว่างประเทศเพื่อมาตุภูมิ

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 กุมภาพันธ์ 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:นปช.USAได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งเพื่อจัดตั้งองค์กรเสื้อแดงระหว่างประเทศ โดยเชิญชวนคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศทั่วโลก และคนไทยในประเทศผนึกกำลังเข้าเป็นสมาชิกเพื่อประสานงานเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง โดยเฉพาะบางประเด็นที่เคลื่อนไหวภายในประเทศไทยไม่ได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย


แถลงการการจัดตั้งองค์กรเสื้อแดงระหว่างประเทศ
RED SHIRT INTERNATIONAL ORGANIZATION (RSIO)


หลักการและเหตุผล

การเคลื่อนไหวเพื่อ ต่อต้านการทำรัฐประหารของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในประเทศไทย และต่างประเทศ ภายหลังวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนา และเติบโต เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังเหตุการณ์ การสลายการชุมนุม ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา มีเว็บไซต์เสื้อแดง วิทยุชุมชน และสื่อต่างๆ ของฝ่ายเสื้อแดง เกิดขึ้นอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ โดยการเกิดขึ้นของสื่อต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเกิดขึ้นมาจากความตั้งใจ และการจัดตั้งกันเอง ด้วยความสมัครใจ ด้วยงบประมาณส่วนตัวของกลุ่มคนเหล่านั้น

ที่ผ่านมาการเคลื่อน ไหวของประชาชนในประเทศไทย ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ อันเนื่องจากมีกฎหมายบางมาตราควบคุมอยู่ และมีบทลงโทษที่รุนแรง ดังนั้น จึงทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อการเผยแพร่ข้อเท็จจริงบางอย่าง ไม่สามารถที่จะนำเสนอได้อย่างอิสระ เป็นผลทำให้ประชาชนส่วนหนึ่ง ยังคงมีความคิด ความเชื่อ และเข้าใจในด้านการเมืองการปกครองของไทยผิดไปจากความเป็นจริง อันนำมาสู่ความด้อยพัฒนา ของระบอบประชาธิปไตยของไทย และจะยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป หากประชาชนไทยส่วนใหญ่ ยังคงไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงได้

การสร้างความ เข้าใจในที่มาที่ไปของระบอบประชาธิปไตยในเมืองไทย และระบอบศักดินาของไทย ที่เป็นตัวปัญหาต่อความล้าหลังของประชาธิปไตยในเมืองไทย จึงเป็นสิ่งสำคัญ เราเองมีบุคลากรที่ได้เสียสละเวลา และอิสระภาพของตนเอง ผลิตชิ้นงานเพื่อเผยแพร่แนวคิดด้านประชาธิปไตยที่ถูกต้อง อยู่มากมายหลายท่าน ทั้งที่เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทยเอง และอยู่ในต่างประเทศ และมีสื่อเพียงไม่กี่กลุ่ม ที่กล้าจะนำเสนอความจริง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศทั้งนั้น

เมื่อการเคลื่อนไหว ภายในประเทศไทย ในการเผยแพร่ข้อมูลด้านประชาธิปไตยเป็นไปได้ยาก ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องอาศัยพลังมวลชนชาวไทย ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนการเผยแพร่ความรู้ดังกล่าว ซึ่งปัจจุบัน มีคนไทยที่รักประชาธิปไตยฝ่ายเสื้อแดง กระจัดกระจายอยู่หลายประเทศทั่วโลก ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีศูนย์กลางของคนไทยเสื้อแดงทั่วโลก เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างเป็นเอกภาพต่อไป

วัตถุประสงค์ของโครงการ

เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูล (Information Center) ของคนไทยเสื้อแดง ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ และเพื่อสร้างความเข้มแข็ง เป็นปึกแผ่น ของคนไทยเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยในต่างแดน



เป้าหมายของโครงการ

1. เป็นศูนย์กลางการกระจายข้อมูลข่าวสารด้านประชาธิปไตย ที่ไม่สามารถเผยแพร่ได้ในประเทศไทย ให้กับคนไทยในประเทศไทย โดยคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ

2. เป็นศูนย์กลางข้อมูลคนไทยในต่างประเทศ เพื่อการจัดตั้งกลุ่มคนไทยเสื้อแดงในประเทศต่างๆ อย่างเป็นระบบ และมีพลัง

วิธีดำเนินการ

1. จัดทำฐานข้อมูลคนไทยในประเทศต่างๆ โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ และสื่อเสื้อแดงเท่าที่มี เพื่อรวบรวมรายชื่อคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ เข้าด้วยกัน จากนั้นประสานงานให้กลุ่มคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ใกล้กัน ได้พบกันและทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่วมกัน

2. สนับสนุนให้เกิดกลุ่มคนไทยที่รวมตัวกันได้แล้ว จัดตั้งเป็นองค์กร อย่างเป็นรูปธรรม และประกาศประชาสัมพันธ์ให้คนไทยทั่วโลกได้รับรู้ถึงการเติบโตของกลุ่มนั้นๆ

3. ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลด้านประชาธิปไตย โดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ของคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ถูกปิดกั้นด้วยกฎหมายบางมาตราเหมือนกับประเทศไทย

ระยะเวลาในการดำเนินการ

สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที จนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย และแม้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว เราก็จะยังคงองค์กรนี้ต่อไป เพื่อรองรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต


ผู้รับผิดชอบโครงการ

ทีมงาน นปช.ยูเอสเอ โดย คุณวูดไซด์ นิวยอร์ก

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. มีการจัดตั้งกลุ่มเสื้อแดงในแต่ละประเทศ อย่างมีทิศทาง และเป็นระบบ เพื่อเป็นพลังตัวแทนของคนเสื้อแดงในประเทศไทย ในกรณีที่คนเสื้อแดงในประเทศไทยถูกคุกคาม

2. มีการเผยแพร่ความรู้ด้านประชาธิปไตยให้กับประชาชนอย่างแพร่ หลายมากขึ้น ในแง่มุมที่ไม่สามารถนำเสนอได้ในเมืองไทย

3. เกิดการเปลี่ยนแปลง.. ด้วยความเข้าใจ และมั่นคง โดยมวลชนเสื้อแดง ที่มีความเข้าใจ และมีความต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง


จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน

ทีมงาน นปช.ยูเอสเอ


** สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมองค์กร RSIO สามารถอีเมล์มาสมัครได้ที่ RSIO@norporchorusa.com (กรุณาแจ้ง รัฐ จังหวัด หรือเมือง และประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการจัดกลุ่มเพื่อดำเนินการปฏิบัติการต่อไป)

สมาชิกที่เข้าร่วมกับ RSIO แล้วขณะนี้มี 19 ประเทศ 12 รัฐในอเมริกา และ 11 จังหวัดในประเทศไทย

แดงเยอรมันเยือนดูไบ:ประชาธิปไตยที่กินได้

ที่มา Thai E-News


แดงเยอรมันเยือนดูไบ-ระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตัวแทนกลุ่มแดงเยอรมนี(3คนด้านขวา)ไปเยือนนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่พำนักดูไบบุรี ในโอกาสนี้ได้ร่วมบันทึกเทปหัวข้อเรื่อง"สตรีกับผลกระทบการเมืองไทย"ดำเนินรายการโดยเจ๊ดา-ดารุณี กฤตบุญญาลัย เตรียมออกอากาศเผยแพร่ในวันตรุษจีนนี้


โดย คุณ Rojana Treiling รายงานจากดูไบ
12 กุมภาพันธ์ 2553


ระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2010 "แดงแจ๊ด"พร้อมกลุ่มตัวแทนคนเสื้อแดงไทยจากเยอรมนี ได้เดินทางไปเข้าเยี่ยมเยือน ดร.ทักษิณ ชินวัตร ณ คฤหาสน์ดูไบบุรี ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น


ในการนี้ได้บันทึกเทปรายการกับเจ๊ดาเพื่อเตรียมเผยแพร่ในวันตรุษจีนนี้ทางสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนัลด้วย โดยคุณ"แดงแจ๊ด"กล่าวตอนหนึ่งในการบันทึกเทปรายการว่า

"หนูผิดหวังทุกอย่างในชีวิต ครอบครัวก็ยากจน ในช่วงนั้นแม่ของหนู พี่สาว และหนู จึงพากันไปยืมเงินกองทุนหมู่บ้านคนละหมื่นห้า
รวบรวมให้หนูเดินทางมาทำงานในร้านอาหารไทยประเทศเยอรมนี

หนูจบการศึกษาทางด้านนาฏศิลป์ นั่งตีขิมในร้านอาหารไทยในเยอรมันได้เงินเดือน 500 ยูโร ร้านจ่ายค่าจ้างบ้าง ถูกเบี้ยวบ้าง บางวันหนาวหิมะเต็มถนน หนูไม่มีเงินขึ้นรถ ต้องเดินต่อ

จนต่อมาพบคุณ Rafe และได้สมรส สามีทำงานมีบริษัทเอง และหนูช่วยงานสามีด้วย จึงมีเงินใช้เอง และเมื่อติดตามข่าวเมืองไทยท่านทักษิณได้รับความอยุติธรรม หนูจึงทุ่มเทช่วยต่อสู้ให้ท่านทักษิณได้กลับบ้าน

เพราะหนูประทับใจที่ได้มีชีวิตใหม่ ทั้งที่แสนยากลำบากก็เพราะเงินกองทุนหมู่บ้าน หนูจึงอยากมาเยี่ยมท่านทักษิณ และจะร่วมต่อสู้กับคนไทยเสื้อแดงให้ท่านได้รับความยุติธรรม"

เธอคือ 1 ในกลุ่มเสื้อแดงไทยในเยอรมันผู้ร่วมต่อสู้วันนี้ กับความประทับใจในการทำงานของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้ยกระดับชีวิตเธอ


เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า"หนูอาจจะไม่รู้จักประชาธิปไตย แต่หนูสู้เพื่อท่านนายกทักษิณของคนจน เพราะกองทุนหมู่บ้านให้ชีวิตใหม่แก่หนู
เพราะกองทุนหมู่บ้านในสมัยท่านดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้ยกระดับชีวิตของหนูและครอบครัวได้จริง"

ใช้เงินมหาศาลของประชาชนปกป้องตัวเอง เกรงใจคนเสียภาษีบ้าง มาร์คหลักลอย

ที่มา Thai E-News



โดย คุณ ป้าปากเกร็ด
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
12 กุมภาพันธ์ 2553

ข่าวที่นายกอร์ปศักดิ์ออกมาบอกว่า "จะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีที่บ้านพักของนากรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นกล้องที่เคลื่อนย้ายได้ โดยตั้งงบประมาณในการติดตั้งไว้ที่ 900,000บาท เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยผู้นำเป็นมาตรฐานสากล ส่วนพื้นที่รอบนอกโดยเฉพาะตึกสูง จะขอความร่วมมือเจ้าของอาคาร ให้แจ้งชื่อบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านและเข้าออก ซึ่งจะมีการติดตั้งกล้องบริเวณตึกสูงเหล่านั้นด้วยสำหรับทีมรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ที่เดิมมี 7 คน ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทีมที่ทำหน้าที่อยู่ แต่จะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเท่าตัวเพื่อรองรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง"

เก้าแสนบาทนะครับพี่น้อง เงินภาษีทั้งนั้น การใช้เงินจำนวนมหาศาลนี้ เพียงเพื่อปกป้องนายกฯ ที่ไหนว่า คนรักกันทั้งบ้านทั้งเมือง มันสมควรหรือ ไม่นับรวมค่าจ้างทีมปกป้องอีกเท่าตัว

การรักษาความปลอดภัยผู้นำระดับสากลนั้น ก็ถูกต้องอยู่ แต่ขอโทษไอ้ควาย เมิงไม่รู้หรือว่า ในระดับสากลน่ะ เขาทำได้ เพราะผู้นำเขามีที่พักเป็นหลักเป็นแหล่ง เช่นของอเมริกา ไม่ว่าใครเป็นประธานาธิบดี เขาก็ต้องย้ายเข้าไปอยู่ในทำเนียบไวท์เฮ้าส์ ส่วนของอังกฤษ นายกฯเขาก็ย้ายไปอยู่บ้านเลขที่10 ถนนดาวน์นิ่ง จนเป็นที่รู้กัน ในพื้นที่นั้นๆ จะรักษาความปลอดภัยอย่างไร ก็ตามสะดวก เพราะเมื่อพ้นหน้าที่ไป คนใหม่ก็ย้ายเข้ามาอยู่

ไม่ใช่แบบของไทยนี่ เพ่ ที่ไม่ยอมย้ายไปอยู่ (เพราะกลัวผี) กะจะอยู่บ้านตัวเอง เอาความสะดวกสบายเข้าว่า แต่มันเดือดร้อนชาวบ้านนี่นา เพราะนายกฯไทย อยู่ไม่นานแล้วก็ไป พอมีคนใหม่ ก็ต้องย้ายหน่วยและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยไปอย่างนั้นหรือ

แล้วนี่ มันกะจะอยู่ที่นี่เป็นไอ้นายกฯเด็กเวรไปอีกนานเท่าไหร่ ถึงต้องลงทุนกันขนาดนี้

ตั้งแต่มีนายกฯมา ก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนกันขนาดนี้ ทำอะไรไว้ให้คนเขาเกลียดนักเกลียดหนาล่ะ ขนาดสมัยท่านนายกฯสมัคร ที่ว่าไอ้เสื้อเหลืองเรืองอำนาจ เกลียดนักหนา ยังไม่ต้องป้องกันกันขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ไอ้เสื้อเหลืองน่ะ ประวัติความถ่อย ชอบใช้ความรุนแรงน่ะ มากกว่าพวกเสื้อแดงที่ยึดหลักสันติอหิงสาตั้งไม่รู้เท่าไหร่

แล้วจะมาปกป้องอะไรกันนักหนาขนาดนี้ เกรงใจคนเสียภาษีบ้างสิวะ

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(12ก.พ.):ปปช.=ปชป.

ที่มา Thai E-News



ปปช.=ปชป.-วันนี้ตั้งแต่เที่ยงเป็นต้นไป เสื้อแดงบุกปปช.ทวงถามยุติธรรม 2 มาตรฐาน พรรคพลังประชาชนโดนจ้างพยานเท็จรีบสั่งยุบ แต่ปชป.คดี258ล้านหลักฐานชัด กลับเตะถ่วงยื้อสุดขีดไม่ยอมยุบ รวมทั้งการที่ปปช.เข้าข้างม็อบผู้ก่อการร้ายพันธมิตรสุดๆ ติดตามการถ่ายทอดสด คลิ้กที่นี่ หรือ คลิ้กที่นี่


โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
12 กุมภาพันธ์ 2553

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 ฝากข่าวคราว กิจกรรม รูปถ่าย คลิปข่าวได้ตามเคยที่ thaienews99@googlegroups.com เหมือนเดิม...ลงฟรีๆไม่มีเสียตังค์จ้า***

***กิจกรรมสังคมข่าวชาวเสื้อแดงวันนี้นปช.อุตรดิตถ์ โดยการนำของนางมัณฑนา(ป้าแป๋ว) เชียงไฝ และจสอ.จำนงค์ ต๊ะโค พบปะมวลชนคนเสื้อแดงเพื่อจัดตั้งแกนนำระดับตำบลและหมู่บ้าน ตามโครงสร้างของนปช.อุตรดิตถ์โดยยึดรูปแบบการขยายมวลชนสู่ฐานรากของสังคมคือหมู่บ้าน ดังนี้

11 ก.พ. 53 (18.00-22.00 น.) บ้านตลิ่งต่ำ ม.4 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
12 ก.พ. 53 (18.00-22.00 น.) บ้านม่อนนาแหลม(บ้านน็อคดาวน์) ม.4 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
14 ก.พ. 53 (18.00-22.00 น.) บ้านต้นเกลือ ม.4และม.10 ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์


พบกับพิธีกรวัยรุ่นน้องบลูและน้องฟางแสนสวยและน่ารัก ทั้งวิทยากร(สว.)อายุรวมกันประมาณ 553 ปี สุดมันส์ เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามภารกิจของคนเสื้อแดงในพื้นที่ คนเสื้อแดงที่อยู่ใกล้เคียงเชิญเข้าร่วมไม่เสียค่าใช้จ่าย มีแต่ได้ความรู้เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริงเป็นอาวุธ***

***นปช.กลุ่มที่4ภาคตะวันตก (แดงทั้งแผ่นดิน) โดยการนำของ สจ.สุทัศน์ ในฐานะประธานกลุ่มฯ ขอเชิญแกนนำกลุ่มต่างๆในเขตภาคตะวันตก ร่วมประชุม ซึ่งมีวาระการประชุมต่างๆเพื่อวางยุทธศาสตร์และกำหนดยุทธวิธีแนวทางในการเคลื่อนไหวและการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง จึงขอเรียนแจ้งประกาศมาถึงแกนนำกลุ่มต่างๆทุกกลุ่มเพื่อทราบ และเข้าประชุมโดยพร้อมเพียงกัน ในวันที่ 11กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศาลาเขาแก่นจันทร์ เมืองราชบุรีเวลา 13.00น. (มองข้ามทุกสิ่งผ่าน อุดมการณ์คนเสื้อแดง..ความรู้บวกวุฒิภาวะ จักลดละแย่งหน้าตากัน)ติดต่อคุณบริบูรณ์081-8907921***

***วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเชิญองค์กรพัฒนาเอกชนและผู้สนใจ ร่วมเสวนา“การบริหารการระดมทุนในงานวัฒนธรรม ” แนะนำการแสวงหาแหล่งทุน การเสนอโครงการ(Project Management)การสร้างทีม การรณรงค์และการบริหารการระดมทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

วันพฤหัสที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ระหว่างเวลา 13.00 น.-16.30 น. ณ ห้องบรรยาย C5 ชั้น 5 อาคารหอสมุดเดิม
วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

โดยวิทยากร

คุณชินชัย ชี้เจริญ ผู้เชี่ยวชาญการระดมทุน รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์

และ คุณกวิน ชุติมา ผู้เชี่ยวชาญงานอนุรักษ์ พัฒนา และระดมทุน อดีตรองผู้อำนวยการมูลนิธิกองทุนไทย

ดำเนินรายการโดย อ.วิภา ดาวมณี

สอบถามรายละเอียด ที่ อ.วิภา ดาวมณี โทร. 081-6134792 อีเมล์ csi_edu@yahoo.com สำรองที่นั่ง clickhttp://www2.itu.tu.ac.th/itu/web/?q=node/609***

***คุณเอ๋ อินไซด์ เชิญเยี่ยมชมบล็อกข่าวท้องถิ่นเพื่อคนรักประชาธิปไตยphuketenews.com หนึ่งในเครือหนังสือพิมพ์ "อินไซด์ภูเก็ต"รู้ลึกรู้จริงเรื่องภูเก็ตแน่ๆ พร้อมกันนี้ก็ยินดีตอบรับทุกข้อมูลข่าวสารเพื่อสาระและเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น และน้อมรับคำติชมทุกท่าน***

***แดงเชียงใหม่เปิดเวบบล็อกข่าวสารน่าสนใจ เชิญแวะเยี่ยมชมได้http://deangchiangmai.blogspot.comตอนนี้มีบทความเด่นๆเช่น ทฤษฎีการปฏิวัติประชาธิปไตยทุนนิยม ,ลำดับความขัดแย้ง - แตกแยก - แตกหัก !! ,วิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. 2549-2552 ผลพวงของระบอบรัฐในอดีต ***

**กลุ่มกรุงเทพ 50 จะจัดเสวนาทิศทางประเทศไทย ปี 53 วันที่ 22 ก.พ. เวลา 18.00-22.00 น.ในรูปแบบโต๊ะจีน 200 โต๊ะ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ โดยเชิญนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต สสร.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งไฮไลท์สำคัญคือการวีดิโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

การจัดเสวนาดังกล่าวมีขึ้นก่อนจะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท เพียง 4 วัน จะได้รู้ถึงจิตใจของอดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งวิเคราะห์ว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป สำหรับรายได้ในการจัดงานจะมอบให้สาธารณะกุศล บางส่วนจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยประเทศเฮติ มูลนิธิเด็กพิการซ้ำซ้อน มูลนิธิเด็กปัญญาอ่อน***


***ข่่าวจากเรดอินฮอลแลนด์ พร้อมแล้วที่จะแสดงพลังร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงคนรักประชาธิปไตยจากทั่วทุกมุมโลก เรายินดีและปรารถนาที่จะร่วมงาน ประสานงาน กับพี่น้องชาวเสื้อแดงทุกกลุ่ม เพื่อจะได้ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงกลับคืนมาสู่ประเทศไทย

พร้อมกันนี้เราได้จัดงานจิบน้ำชา พร้อมเสวนา ทางวิชาการ ในหัวข้อ"ประชาธิปไตย แบบไหน บ้านเมืองจึงเจริญ" ในวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ร้านอาหาร Top Thai ถนน HERENSTRAAT เลขที่ 28 กรุงอัมสเตอรดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเวลา 11.00 นาฬิกา ด้วยบรรยากาศอบอุ่นแบบพี่ๆ น้อง ของคนรักประชาธิปไตย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ท่านที่เดินทางมาจากประเทศใกล้เคียง เรามีที่พักรับรอง

ท่านที่ประสงค์จะมาร่วมงานกรุณาแจ้งความจำนงมาได้ที่ คุณ พอกันธี อำมาตยา ผู้ประสานงานกลุ่มเรดอินฮอลแลนด์ +31 624 15 4693 หรือ email: rednederland@gmail.com***

***นปช.กำหนดการจัดโรงเรียน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ครั้งที่ 2 ของภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเจ้าภาพ ในวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ นี้ ที่เขาพรายดำรีสอร์ท อำเภอสิชล นครศรีธรรมราช โดยจะจัดการเรียน หลักสูตรประชาธิปไตย เพียง 1 วัน ช่วงเย็น จะมีการเปิดปราศรัยของแกนนำ นปช. ท่านใดที่มีญาติพี่น้องในภาคใต้ีี่่ บอกกล่าวไปยังพี่น้องด้วย สนใจเข้าอบรมโรงเรียน นปช. ติดต่อที่ ประชาสัมพันธ์ ของรีสอร์ท เขาพรายดำ โทร. 075-771-111 และที่ คุณธนวุฒิ เลขา นปช. นครศรีธรรมราช 086-684-6569 ลงทะเบียนตั้งแต่ 7.30 - 8.30 น.

บรรยากาศของ เขาพรายดำรีสอร์ท อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช บ้านของ ณัฐวุฒิเอง บริการเต็มที่

***

***ขอเชิญชาวเสื้อแดงไทยในเยอรมันรอบ ๆ เขตเมือง Dortmund และพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงานวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม คศ.2010


เสื้อแดงเมือง Dortmund จัดชุมนุม (อาหารฟรี เครื่องดื่มจ่ายเอง)เวลา 12.00 น.-19.00 น. ณ ร้าน BAKUDA,Weisenburger str.8, 44137 Dortmund มีวิดิโอฉายเรื่องราวการต่อสู้ -เอกสารความรู้ประชาธิปไตยในงาน มิตรเสื้อแดงต่างถิ่น ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดมือถือ 0176 38187407 ทุกวัน***


***นสพ.เลี้ยวซ้าย ฉบับที่ 56 ก.พ. 53 : "เพศ" ประชาธิปไตย เสรีภาพ..คลิ้กอ่านที่นี่

พบกับ :
- เพศกับการเมือง : กับแนวคิดสามกระแสเรื่องเพศ โดย เทอดไท
- ทำไมกรรมกร "ต้องแดง" และต้อง "ไม่เหลือง" : ทัศนะอันเผ็ดร้อนจาก เปลวเทียน ส่องแสง
- ฝ่ายซ้ายต้องสร้างแนวร่วมกับขบวนการเคลื่อนไหว GLBT : โดย ภาวิณี รัตนดารา
- ความสำคัญของ "ทฤษฎีมูลค่าแรงงาน" ต่อการเข้าใจโลก : โดย ลั่นทมขาว
- ห้าม สิทธิ์ทำแท้ง เท่ากับ ละเมิด สิทธิสตรี : พบบทสัมภาษณ์มันๆ ของ จิตรา คชเดช โดย ภูวน หงดิน
-และอื่นๆ อีกเพียบบ
***


***ข่าวสังคมค้าขาย ต้องการขายกิจการศูนย์บริการพร้อมอาคารพานิชย์ที่หัวหิน นำเงินไปรักษาแม่ครับ

ต้องการขายกิจการธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และศูนย์บริการเครื่องพิมพ์ชื่อดังหลายยี่ห้อ เจ้าของต้องการขายเพื่อนำเงินไปรักษาพ่อกับแม่ซึ่งป่วยเป็นโรคไตและเบาหวาน มีสองสาขาที่ปราณบุรีและที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สาธารณูปโภคพร้อม โทรศัพท์ 6 สาย พร้อมอินเตอร์เน็ต


ที่หัวหินมีอาคารพานิชย์ 24 ตรว.5 ขั้น ตกแต่งพร้อม ใกล้ที่ชุมชน เลยวิกหัวหินไปเล็กน้อย ติดถนนใหญ่ ใกล้ซอยหัวหิน 91 ประมาณ 50 ม. มอบทรัพย์สิน วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ประกอบอาชีพอีกมากมาย ให้ทั้งหมด ผู้ชื้อสามารถประกอบกิจการต่อได้เลย ราคา 6,500,000 บาท (ค่าโอนออกให้พร้อม)เจ้าของขายเอง ท่านจะซื้อไว้เก็งกำไรก็คุ้ม อยู่อาศัยเองก็ดี วิวสวย อากาศดีครับ สนใจติดต่อ พจน์ 081-7029131 e-mail : hanuman_pink@hotmail.com***

***ปิดท้ายด้วย น้องใส่เสื้อแดง แข็งแรงจริงหนอหัวใจ รุ่นกลางรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ร่วมใจต้านเผด็จการ ขอบคุณรูปภาพจากthaifreenews.orgจ้า***

Friday, February 12, 2010

แม้วเปิดปูมลิ้มเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด

ที่มา Thai E-News




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา thaksinlive
12 กุมภาพันธ์ 2553

ทักษิณจัดวิทยุเทอล์กอะราวนด์เดอะเวิลด์แฉเจ้ากรรมนายเวรเรียงตัว ไล่เป็นลูกระนาดนับแต่สนธิลิ้ม สุทธิชัยหยุ่น ประสงค์สุ่น ปราโมทย์ปฏิญญาฟินแลนด์ โต้งไกรศักดิ์

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จัดรายการ “ทอล์ก อะราวด์ เดอะเวิลด์" ผ่านทางเว็บไซต์ thaksinlive เมื่อค่ำวานนี้(11ก.พ.) โดยเผยว่าจะดำเนินรายการนี้วันละครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลาประมาณ 20.30-21.30 น.

โดยเนื้อหาในรายการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมาได้เล่าท้าวความหลังถึงสมัยอดีตเมื่อครั้งก่อนจะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่า ได้สร้างฐานะและความร่ำรวยโดยสุจริตจากการทำธุรกิจ

ในตอนหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดเรื่องความสัมพันธ์ที่เคยมีต่อ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ว่า "ตอนผมรู้จัก สนธิ ลิ้มทองกุล ผมเจอนายสนธิครั้งแรกที่บ้านของคุณไชยทัศน์ เตชะไพบูลย์ หรือที่เรียกว่าโป้ยเสี่ย ซึ่งเป็นลูกของคุณอุเทน ประธานมหานครทรัสต์ ที่ผมเคยเล่าว่า ผมเคยกู้เงินจากเขา เพื่อมาซื้อที่ตรงตึกแถวราชวัตร ก็ตอนนั้นผมเป็นลูกหนี้เขา และเข้าใจว่าคุณสนธิ ก็คงเป็นลูกหนี้เขาเช่นกัน โดยวันนั้นได้มีการดื่มและรับประทานอาหารร่วมกัน คุณไชยทัศน์ได้แนะนำให้รู้จักกัน ตอนนั้นก็รู้สึกเฉยๆ กับคุณสนธิ ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกัน จนมาอีกที ตอนผมทำธุรกิจแล้ว คุณสนธิขอให้ไปลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ จนมารู้จักกันมากหน่อยตอนที่ไปทำบริษัท ไออีซี ซึ่งอยู่ในเครือปูนซิเมนต์ไทย แล้วเขามีแผนอยากปรับโครงสร้างตัวเอง จึงปรับบริษัทที่ไม่เกี่ยวกับสายธุรกิจหลักออก ซึ่งบริษัท ไออีซี เป็นหนึ่งในนั้น โดยคุณสนธิ ตอนนั้นได้บอกผมว่า อย่าเข้าไปยุ่ง แล้วเดี๋ยวมาถือหุ้นร่วมกัน ก็ในที่สุด คุณสนธิให้ผมถือหุ้นร่วม 10% สาเหตุตอนนั้นผมทำเอไอเอสแล้ว และไออีซีเป็นบริษัทขายโทรศัพท์มือถือโนเกีย แต่ทั้งนี้ ผมคิดว่าเป็นการพึ่งพาอาศัยกัน" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

จากนั้นนายสนธิ เอาหุ้นมาให้ตนถือหุ้น 10% แล้วนำบริษัทดังกล่าวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งในที่สุดตนก็ขายหุ้นทิ้ง พร้อมกับดึง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หนึ่งคณะกรรมการบริษัทไออีซี ให้มาช่วยงานเป็นที่ปรึกษาชินคอร์ปฯ

ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวถึงการทำธุรกิจเคเบิลทีวีที่ชื่อ ไอบีซี และทำธุรกิจร่วมกับนายสนธิอีกครั้ง

"ตอนนั้น ผมทำไอบีซี คุณสนธิก็ทำผู้จัดการรายวัน ผมก็เลยได้เข้ามาทำการตลาด แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เล่นการเมืองนะครับ ซึ่งแนวคิดผมช่วงนั้น คือ การลด แลก แจก แถม คือ ถ้าใครสมัครสมาชิกบริษัท ไอบีซี ผมก็จะแถมหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันให้ โดยทางด้านคุณสนธิ ก็ขายสมาชิกแบบเหมาให้บริษัทไอบีซี ในราคาถูกลงหน่อย เพราะถึงอย่างไร บริษัท ไอบีซี ช่วยทำการตลาดให้แก่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ จะได้เผยแพร่ออกไป ซึ่งความสัมพันธ์ของผมกับคุณสนธิ ช่วงนั้นเป็นไปในทางเชิงธุรกิจ ต่อจากนั้น ก็ได้ชวนกันมาทำงานต่อ จนสุดท้ายก็แตกหักกัน เป็นไงครับประเทศไทย ยุ่งเหยิงดีไหมจริงๆ"พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวต่อถึงช่วงที่ดำเนินธุรกิจชินคอร์ปฯ ว่า ในช่วงวิกฤตปี2540 หลายบริษัทล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับชินคอร์ปฯ ที่สมัยนั้นขาดทุนถึง 4,000 ล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจอื่นๆขาดทุนเป็นหลักหมื่นล้านบาท ถามว่าทำไมถึงขาดทุนแค่นั้น ก็เพราะชินคอร์ปฯ กู้เงินจากต่างประเทศน้อย แต่ถ้าถามว่ากำไรตอนนั้นมีมากหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่มี เพียงแค่ไม่ขาดทุนเท่านั้น

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อถึงสมัยที่ชินคอร์ปฯ เข้าไปเทกโอเวอร์ซื้อหุ้นไอทีวี ว่า ไอทีวีที่มีการประมูลกันในสมัยนายกฯอานันท์ ปันยารชุนนั้น กำหนดให้แต่ละบริษัทถือหุ้นไม่เกิน 10% ก็ปรากฏว่ากลุ่มที่ประมูลได้มีเครือเนชั่นอยู่ด้วย รวมทั้งธนาคารไทยพาณิชย์ แต่พอเนชั่นบริหารขาดทุนทำให้เป็นหนี้ธนาคารไทยพาณิชย์อยู 3 พันกว่าล้าน ทางธนาคารก็มาชวนให้ชินคอร์ปฯ เข้าไปซื้อหุ้นไอทีวีเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดทุน ซึ่งตนเห็นว่าไทยพาณิชย์ก็เคยช่วยเหลือกันมาก่อนจึงให้เข้าไปซื้อหุ้นไอทีวี โดยใช้มติ ครม.ยกเลิกเงื่อนไขห้ามถือหุ้นเกิน 10% พอชินคอร์ปฯ เข้าไป ตนโดนโจมตีอย่างหนัก โดยเฉพาะจากกลุ่มเนชั่น หาว่าต้องการซื้อสื่อมาเป็นพวกของตัวเอง เพราะตอนนั้นกำลังตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งต่อมาก็ปรากฏว่า ไอทีวี ในยุคนั้นกลายมาเป็นสื่อที่โจมตีพรรคไทยรักไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลสุดท้ายแล้วในที่สุดก็มีการยึดไอทีวี และเนชั่นก็ได้กลับเข้ามาบริหาร โดยใช้เงินหลวงเป็นทุน เป็นทีพีบีเอสทุกวันนี้

"เห็นไหมครับว่านี่คือเรื่องของผลประโยชน์ในประเทศไทย ผมสร้างศัตรูโดยที่ไม่มีเจตนาสร้างเลย มีแต่เจตนาดีๆ ทั้งนั้น ในเมื่อเขามาขอให้ช่วยแบงก์ ก็ไปช่วย เลยมีศัตรูโดยไม่รู้ตัว ตอนเข้าพรรคพลังธรรม ลุงจำลองขอให้ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ทำเลยทำให้ไปเป็นศัตรูกับคุณประสงค์ (สุ่นศิริ)" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงกรณีที่ขัดแย้งกับนายปราโมทย์ นาครทรรพ เรื่องปฏิญญาณฟินแลนด์ ว่า ประมาณปี 2541 ตนเดินทางไปฟินแลนด์พร้อมกับนายภูมิธรรม เวชชยชัย นายเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ และนายอำนวยชัย ที่เคยช่วยเหลือตนมาก่อน ซึ่งการเดินทางไปครั้งนั้นก็ไปตามคำเชิญของบริษัทในสวีเดนและฟินแลนด์เพื่อไปดูงานด้านเทคโนโลยีและไปเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน แต่นายปราโมทย์ กุเรื่องว่าไปทำปฏิญญาฟินแลนด์ เพื่อจะล้มล้างสถาบัน ซึ่งมันนับเป็นการปั้นน้ำเป็นตัว โดยตนรู้สึกตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่ตอนนั้นไม่มีอะไรเลยที่เป็นประเด็นทางการเมือง แต่พอกลับมาเสร็จกลับกลายเป็นว่ามีปฏิญญาฟินแลนด์ ซึ่งตนก็ฟ้องร้องเรื่องนี้ ซึ่งศาลก็สั่งลงโทษ ตอนนี้คาดว่าคดีจะอยู่ในขั้นอุทธรณ์ ไม่ทราบว่าคดีคืบหน้าถึงไหนแล้ว

"มีช่วงหนึ่งที่ผมเว้นวรรคจากการเมือง แล้วรู้ติดหนี้คุณภูมิธรรม (เวชยชัย) คุณอำนวยชัย (ปฏิพัทรเผ่าพงศ์) และคุณเกรียงกมล (เลาหไพโรจน์) เพราะ 3 คนนี้ เคยมาช่วยผมคิดและวิเคราะห์งานการเมือง และได้เป็นที่ปรึกษาให้ผมสมัยเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม ดังนั้น ตอนนั้น ผมเลยชวนไปดูงานที่บริษัท อีริคสันฯ ประเทศสวีเดน และบริษัทโนเกีย ที่ประเทศฟินแลนด์ โดยงานนี้ตลอดทริปเน้นเฮฮาอย่างเดียวครับ ไปดูงาน ไปฟังเขาพูดเรื่องเทคโนโลยี พูดคุยกันสนุกสนาน ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่พออยู่มาได้ไม่นาน จนเป็นนายกฯ สักพัก ไอ้เจ้าปราโมทย์ นาครทรรพ คนที่ไปร่วมประชุมกับปีย์ มาลากุล และพล.อ.สุรยุทธ์ (จุลานนท์) ในการแผนจะจัดการกับผม ตอนนั้น พล.อ.พัลลภ ก็ไปด้วย คนนี้แหละที่กุเรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ขึ้นมา" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ช่วงสุดท้ายของการจัดรายการ พ.ต.ท.ทักษิณ ย้ำอีกหลายครั้งว่า มีขบวนการปั้นน้ำเป็นตัว โดยแม้จะหันไปพึ่งกระบวนการยุติธรรมก็ทำได้ยาก เพราะเวลานี้ เขาแบ่งกันไปหมด มีทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง นับว่าเป็นช่วงที่น่าห่วง โดยถ้าถามว่าตนเป็นคนพูดยากหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นหนูเพียงตัวเดียวที่เขาเผาบ้านเพื่อจะไล่จับ ทั้งที่ในความความจริง ไม่มีอะไรเลย หนูตัวนี้คุยรู้เรื่อง แต่ไม่ยอมคุย กลับยอมเผาบ้าน

"ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไงแล้ว ผมก็เสียดายบ้านผมนะ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นส่วนน้อยนิดในบ้าน แต่ว่าการที่จะเผาบ้านหลังนี้ มันเผาผมได้ไหม มันเผาไม่ได้อยู่ดี เพียงแต่ว่ามันทำให้ผมต้องหลบไปนอนโพลงบ้านบ้าง นี่คือสิ่งที่มันร่วมกันเป็นแก๊งเพื่อจะจัดการกับผม ด้วยความไม่มีคุณธรรม จึงถือเป็นกติกาที่ยอมทำลายทุกระบบ และผลสุดท้ายที่บอกว่าปกป้องสถาบัน รักเจ้านาย ก็จะระคายพระองค์ท่าน พวกนี้ทำเสียหายหมด จริงๆ แล้ว ทุกคนรักเจ้านาย รักพระเจ้าอยู่หัว ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รักพระเจ้าอยู่หัว แต่พวกนี้ พยายามจะสร้างความดีความชอบให้แก่ตัวเอง" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ช่วงท้ายสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หยิบยกประเด็นความบาดหมางกับนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ขึ้นมาพูดว่า พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ ซึ่งเป็นบิดาของนายไกรศักดิ์ เคยชวนให้ตนไปเป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาแต่ตนไม่ตอบรับเพราะกลัวจะมีปัญหาเหมือนตอนเป็นหัวหน้าพรรคพลังธรรม ตอนที่ พล.อ.ชาติชายป่วยและไปรักษาตัวที่ลอนดอน ตนเดินทางไปเยี่ยม นายไกรศักดิ์ก็มาหาที่อพาร์ทเมนต์และทวงถามตนเรื่องที่ พล.อ.ชาติชายเชิญให้เป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แต่ตนบอกว่าเอาไว้ทีหลัง แต่นายไกรศักดิ์ก็คะยั้นคะยอจะเอาคำตอบให้ได้ ต่อมา หลังจาก พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เสียชีวิตไปแล้ว ตอนนั้นตนก็ได้ไปร่วมงานศพ จึงรู้ว่า นายไกรศักดิ์ มีอะไรที่โกรธเคืองอยู่ โดยเฉพาะช่วงที่นายไกรศักดิ์เป็น ส.ว. และเป็นประธานกรรมาธิการต่างประเทศ แล้วตนเป็นนายกรัฐมนตรี พอทำเนียบฯ มีการจัดงาน ตนก็เชิญมา แต่ตอนนั้นนายไกรศักดิ์ วิพากษ์วิจารณ์ถึงแต่รัฐบาล ทำให้เกิดความเสียหาย ตนจึงไม่เชิญนายไกรศักดิ์มาอีก ก็คงเป็นสาเหตุทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553

"โกร่ง"ฟันธงศก.ฟื้นไม่จริง เตือน "ไตรรงค์"คิดให้ดี"เอ็กซิท สตราทิจี้" ทีดีอาร์ไอเชียร์รัฐมาถูกทาง

"เทศกาลเลมอน"ไอเดียแปลง" เหลืองแปร๊ด -ส้มจี๊ด"สุดเก๋กู๊ด ที่ใครเห็นแล้วต้อง ทึ่ง!

"จตุพร"กร้าวให้"ปณิธาน"ขอโทษหากหาหลักฐานเส้นทางโอนเงินมาแสดงไม่ได้

แนวทางประชาธิปไตย ‘ฝ่ายประชาชน’ ตอนที่ 1

เรากับเขา

เตรียมทำสงคราม

เฝือจนเกินธรรมชาติ

ยึดไม่ให้เหลืออะไรที่ตระกูลชินวัตรมี????

ที่มา thaifreenews


โดย ป้าพลอย

โหลดมาจากประชาไท


แต่เที่ยวนี้ผมอยากแชร์ความสงสัยบางประการ จากการถกเถียงกันมาพอสมควรว่า เงิน 76,000 ล้านจะถูกยึดหมดทั้งก้อนหรือไม่?

ในความคิดของผมนั้น ผมคิดว่าการยึดทรัพย์คุณทักษิณครั้งนี้

ไม่ใช่ยึดแค่บางส่วน

ไม่ใช่ยึดแค่ทั้งก้อน

แต่น่าจะยึดมากกว่านั้น คือมากกว่า 76,000 ล้าน ยึดให้หมดเท่าที่ครอบครัวชินวัตรยังมี พูดง่ายๆ คือเอากันให้ตายกันไปข้างนึงเลย

ผลการพิจารณาหรือพิพากษา มันสามารถจะออกมาได้ในแบบที่เราไม่คาดคิด และยิ่งมีอัยการออกมาพูดว่าหลักฐานบางอย่างเกี่ยวข้องกับคดีซุกหุ้น หากผิดจริงสามารถเอาผิดเพิ่มขึ้นและติดคุกเพิ่มได้อีกนี่ยิ่งทำให้น่าสงสัย

หากย้อนไปก่อนหน้านี้มีใครบางคนพูดว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจจะมีมูลค่ามากกว่า 76,000 ล้าน

ก่อนหน้านี้ มีการพิทักษ์ทรัพย์กรณีที่ดินรัชดา

ก่อนหน้านี้มีการจุดประเด็น ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์

จากสิ่งที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมเริ่มเกิดความสงสัยตามมา

ผมกำลังสงสัยว่าเป็นไปได้ไหมว่า คำวินิจฉัยอาจจะออกมาในระดับที่รุนแรงถึงรุนแรงมาก

มากในระดับที่ 76,000 ล้านที่อายัดไว้ อาจจะไม่พอให้ยึด อาจจะมีการตีค่าความเสียหายสูงยิ่งกว่าเงินก้อนนี้และจะนำมาสู่การยึดทรัพย์ อื่นๆที่ได้มาอย่างสุจริตของตระกูลชินวัตร

ทรัพย์ใดๆที่ครอบครัวชินวัตรครอบครองอยู่และไม่เกี่ยวข้องกับคดี อาจจะถูกยึดเพิ่มเพื่อนำมาชดใช้ความเสียหายที่ตีมูลค่าสูงจนเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นบัญชี เงินฝาก ที่ดิน อาคาร หรือทรัพย์สินอื่นๆ พูดง่ายๆว่าอะไรที่ยังมีอยู่ถ้ายึดได้ก็จะถูกยึดทั้งหมด

ถามว่าเพื่ออะไร? ก็เพื่อเหยียบทักษิณให้จม ให้ทักษิณไม่เหลืออะไรในประเทศนี้อีก

"อาจจะ" เพื่อล้างแค้นที่สูญเสียบ้านพักบนยอดเขา เอาคืนที่คนเสื้อแดงบุกเขาสอยดาวจนนายทุนอำมาตย์ยับเยินจนหมดความน่าเชื่อถือ

การตัดสินอาจเกิดการขยายผลในคดีอื่นเพื่อมิให้โอกาสที่ทักษิณจะกลับมาเหยียบประเทศไทยในขณะที่พวกเขายังมีอำนาจอยู่

ผมเชื่อ เชื่อในความอำมหิตของคนพวกนี้ อะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้น ขนาดสุมหัวกันคิดวางแผนฆ่าเขายังกล้าคิด และกล้าทำ

กะอีแค่เหยียบครอบครัวชินวัตรให้จมด้วยอำนาจตุลาการ ให้สาสมกับที่คุณทักษิณบังอาจคิดสู้ไม่เลิก แค่นี้ทำไมพวกเขาจะทำไม่ได้

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ผมคิดและสงสัยจะเป็นจริงหรือไม่ แต่ทางเดียวที่คุณทักษิณจะได้ทรัพย์สินคืน ทางนั้นมีอยู่ทางเดียว

นั่นคือ การนำอธิปไตยให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

ท้องฟ้าต้องสาดแสงสีทองผ่องอำไพ หากยังสาดเพียงแค่แสงสีเหลืองเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวี่วัน ก็ไม่มีทางที่คุณทักษิณจะได้รับทรัพย์สินและความชอบธรรมกลับคืนมา

เพราะความหวังทั้งหมดของคุณทักษิณ มันผูกอยู่กับชัยชนะของประชาชน

และ "อำมาตย์" คือสถานะที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับสถานะ "พลเมือง" ได้ นี่คือสมการที่เราปฏิเสธมันไม่ได้อีกแล้ว

ฉากสุดท้าย ถ้าเราชนะเขา "ไม่หมด"

มันก็ไม่ต่างอะไรจาก "เราไม่ได้ชนะ" นั่นเอง

ทักษิณเขาไม่ต้องการคุยกับท่าน "ชื่อเสียงเกียรติภูมิของท่าน" ต่างหากที่คุกคามเขา

ที่มา thaifreenews


โดย..ลูกชาวนาไทย



ผมเพิ่งฟังคุณทักษิณพูดว่า พร้อมที่จะคุยด้วย เป็นคนคุยง่าย และคุณทักษิณเป็นหนูที่เขาเผาบ้านเพื่อไล่ฆ่า

คุณทักษิณยังงงๆ อยู่ว่าเพื่อฆ่าหนูตัวเล็กๆ ตัวเดียว ทำไมต้องเผาบ้าน และท่านก็เป็นคนคุยง่าย ไม่ยากอะไร ทำไมพวกเขาต้องทำลายระบบทุกอย่าง เพื่อจัดการคนๆ เดียว

ผมขอบอกนะครับ "พวกเขาไม่ได้ต้องการจ้ัดการ ตัวท่านทักษิณ" แต่สิ่งที่คุกคามพวกเขาหรือ ระบอบอำมาตยาธิปไตยเลยก็ว่าได้คือ "ชื่อเสียงเกียรติภูมิของท่าน" จะรวมๆ เรียกว่า "ระบอบทักษิณ" อะไรก็แล้วแต่

ระบอบทักษิณ คือ ระบบการคิด ที่คุกคาม ระบอบอำมาตยาธิปไตยครับ

เหมือนมาร์กซิสต์ ตัวของ มาร์กเอง คงคุกคามใครไม่ได้ แต่ "แนวคิดของมาร์กต่างหาก" ที่คุกคามระบอบทุกนิยม ระบอบทุนนิยม เลยต้องสู้กับมาร์กซิสต์ (ที่เป็นระบอบ ไม่ใช่ตัวคาล มาร์ก)

มาร์กซิสต์ มันชัดเจนที่แนวคิด

แต่ ระบอบทักษิณเกียรติภูมิทักษิณ มันผูกพันกับตัวท่านด้วย พวกเขาจะทำลายระบอบทักษิณ ต้องทำลายชื่อเสียงของท่านเสียก่อน เพื่อไม่ให้มีคนนิยม เพราะหากไม่มีคนนิยม มันก็ไม่คุกคามต่อระบอบอำมาตย์ฯ

ดังนั้น ท่านจะเจรจา อยากคุยหรือไม่ มันไม่สำคัญ สำคัญคือ พวกเขาจะกำจัด การคุกคามของระบอบทักษิณออกไปได้อย่างไร ไม่ทำลายชื่อเสียง เกียรติภูมิ ชีวิตของท่านแล้ว มันจะกำจัดไปได้อย่างไร

นี่เป็นผลสืบเนื่อง

ระบอบทักษิณ คืออะไร มันก็รวมๆ คือสิ่งที่ "คนรากหญ้าต้องการอยู่ทุกวันนี้แหละครับ" คือสิ่งที่ท่านทำตอนเป็นรัฐบาลและคนนิยมนั่นแหละครับ

มันทำให้คนรากหญ้าตื่น และ "นิยมทักษิณมากเกินไป" จนคุกคามต่อสถานภาพของ "คนบางกลุ่มบางคน"

ท่านต้องตาย และเสียชื่อ พวกเขาจึงจะยอมครับ

ท่านมีทางเลือกสองทางในวิกฤติครั้งนี้คือ

สู้ให้ชนะ
หรือยอมให้เขาฆ่าครับ

ไม่มีเส้นทางสายอื่นหรอกครับ
หากท่านเหนื่อย และเบื่อ อยากจบ ก็ยอมให้พวกเขาฆ่าเสีย มันก็จบ กลับมาติดคุกก็ไม่ได้ครับ เพราะประชาชน ก็จะเกินขบวนประท้วง คนเสื้อแดงก็จะช่วยท่านอีก ต้องตายอย่างเดียวครับ

อยู่ต่างประเทศก็ไม่ได้ เพราะชื่อเสียงบารมีของท่านมัน "ขายได้ในทางการเมือง" นักการเมืองฝ่ายเสื้อแดง เขาก็ต้องไปเข็น หรือเอาท่านมาหาเสียง เืืพื่อสร้า่งความนิยม อำมาตย์ก็จะระแวง สุดท้ายท่านก็ต้องถูกคุกคามอยู่ดี

หากไม่สู้ให้จบ ก็ต้องยอมตายไปเสียนั่นแหละจึงจะจบ

“บุญเลิศ ช้างใหญ่ มติชน”: อัด“สื่อหลัก”

ที่มา thaifreenews


“บุญเลิศ ช้างใหญ่ มติชน”: อัด“สื่อหลัก”ไม่เสนอ“ความจริง” ทำ“ประเทศไทย”ใกล้“บรรลัย”เข้าไปทุกที !

สื่อเมืองไทยเข้าไม่ถึง “ความจริง”

โดย บุญเลิศ ช้างใหญ่

ขอแสดงความชื่นชมด้วยความจริงใจต่อสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่เสนอ “รายงานสถานการณ์สื่อปี 2552 ปีแห่งการใช้สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง” ได้อย่างตรงไปตรงมา

และขอบคุณสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทยที่นำรายงานนี้ไปลงเว็บไซต์ของสมาคม เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่คนสนใจแวะเวียนเข้ามาดูได้รับรู้ว่า สถานการณ์สื่อปีที่แล้ว ทางสมาคมนักข่าวฯ ในฐานะเพื่อนพ้องร่วมวิชาชีพสื่อมวลชนแต่คนละแขนงเขาว่าอย่างไร

สาระสำคัญของรายงานสถานการณ์สื่อปี 2552 ปีแห่งการใช้สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง อยู่ตรงที่สมาคมนักข่าวฯ ระบุว่า

“ในปี 2552 สื่อการเมืองหลายประเภทถูกสร้างขึ้นมาอย่างมากมาย และถูกนำมาใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองได้นำเสนอความคิดเห็นและความเชื่อมากกว่า “ความจริง” ไม่ได้นำเสนอข้อเท็จจริงที่มีข้อมูลอย่างรอบด้าน ในทางตรงกันข้าม มีการนำเสนอในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ มีความลำเอียง มีอคติ ยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก เกลียดชัง จนถึงขั้นทำลายล้างต่อฝ่ายที่มีจุดยืนและความคิดเห็นที่แตกต่างกับฝ่ายของตัวเอง”

“…สมาคมนักข่าวฯ เห็นว่าปี 2552 แต่ละฝ่ายได้ใช้ “สื่อเพื่อสร้างสงครามการเมือง” ส่งผลให้สังคมมองบทบาทสื่อมวลชนโดยรวมว่า เป็นสื่อที่นำไปสู่วิกฤตการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองและนำมาซึ่งปัญหายุ่งยากในการหาทางออกของวิกฤตประเทศในครั้งนี้”

ต้องยอมรับว่าปี 2552 ไม่เพียงแต่สื่อการเมืองที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ทางการเมืองของแต่ละฝ่าย ซึ่งมีทั้งวิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ ฯลฯ ที่เป็นปัญหาดังที่สมาคมนักข่าวฯ สะท้อนภาพให้เห็น แต่สื่อกระแสหลักโดยเฉพาะวิทยุและโทรทัศน์ก็มีปัญหาอยู่ในตัวเองไม่น้อยไปกว่าสื่อการเมืองสักเท่าไร

นั่นก็คือ สื่อกระแสหลักเลือกที่จะเสนอความจริงเพียงบางส่วน บางแง่บางมุม ไม่จำเป็นต้องพูดถึงวิทยุที่เป็นหน่วยราชการต่างๆ ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองบัญชาการทหารสูงสุด อสมท. ฯลฯ การเสนอข่าวสารการบ้านการเมืองเป็นอย่างไรก็เห็นๆ กันอยู่ สิ่งที่เคยถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันมานานนับสิบๆ ปีก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้นในยุคปัจจุบัน

สำหรับโทรทัศน์ที่บริษัทเอกชนได้รับสัมปทานเข้าดำเนินการ (ช่อง 3 ช่อง 7) โทรทัศน์ของกองทัพบก(ช่อง 5) โทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์(เอ็นบีที) โทรทัศน์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจแต่รัฐบาลก็ยังกำกับดูแลอยู่ (ช่อง 9 ) โทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์(ช่อง 11-เอ็นบีที) โทรทัศน์สาธารณะ (ไทยพีบีเอส) การนำเสนอข่าว รายงานและการวิเคราะห์วิจารณ์ข่าวก็ไม่สู้จะแตกต่างกันมากนัก

“ยกเว้นเอ็นบีที ที่ถูกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอามาใช้โฆษณาชวนเชื่อเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามโดยไม่กระดากและละอายใจเลยแม้แต่น้อย ว่าการกระทำเช่นนั้นกระทบต่อการทำหน้าที่ของวิชาชีพสื่ออย่างร้ายแรง”

เท่าที่สังเกตพบว่าในรอบปี 2552 ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ บทบาทของสื่อวิทยุและโทรทัศน์กระแสหลักเหล่านี้ เวลาเสนอข่าวจะเลือกเสนอเพียงบางประเด็นที่คิดว่าจะไม่ทำให้รัฐบาลขุ่นข้องหมองใจหรือโกรธเคือง นั่นคือเรื่องราวของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจะถูกตัดทิ้งไป ไม่นำเสนอหรือหากจะเสนอก็เสนออย่างเสียไม่ได้ เป็นต้นว่าพูดสรุปสั้นๆ ไม่ลงรายละเอียด ไม่มีภาพประกอบ หรือให้ดูภาพประกอบแต่ไม่ปล่อยเสียงคนพูดให้ผู้ชมได้ยิน ไม่พูดถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ผลกระทบเป็นอย่างไรก็ไม่กล่าวถึง ทางออกของปัญหาควรจะเป็นอย่างไรก็ไม่สนใจ

สรุปแล้ว ข่าวที่ได้ดูทางโทรทัศน์ในแต่ละวัน แต่ละเหตุการณ์จะเป็นไปอย่างผิวเผิน ฉาบฉวย มองเห็นแต่เปลือกนอกเฉพาะบางเสี้ยวบางส่วน (หนักไปในทางที่จะเป็นผลบวกกับรัฐบาล) เท่านั้น นี่เองทำให้ “ความจริง” ของเหตุการณ์และสถานการณ์ทางการเมืองถูกปกปิดไว้อย่างจงใจของคนทำสื่อ

สถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) คนเสื้อแดง ขัดแย้งกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยดำเนินมา 3-4 ปีแล้ว เกิดจลาจลเข้าขั้นกลียุค มีคนเจ็บคนตายไปมากมาย ความขัดแย้งแตกแยกรอวันแตกหักที่อาจเกิดความสูญเสียในหลายด้านจนมิอาจตีค่าเป็นเงินได้

แต่ลองไปสอบถามชาวบ้านที่ไม่ได้เป็นพวกเสื้อแดง เสื้อเหลืองว่า รู้ไหมสังคมไทยยามนี้เกิดอะไรขึ้น ในประเด็นใครขัดแย้งกับใคร ขัดแย้งด้วยเรื่องอะไร ประเด็นขัดแย้งในข้อกฎหมายและการเมืองคืออะไร ใครฝ่ายไหนมีความชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรมอย่างไร อะไรคือสาเหตุ การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผิดหรือถูกอย่างไรตามที่แต่ละฝ่ายกล่าวอ้าง วิกฤตของประเทศจะมีทางออกอย่างไร หากปล่อยให้ความขัดแย้งเนิ่นนานล่าช้าออกไปจะเกิดผลกระทบด้านใดบ้าง

สถาบันองคมนตรี สถาบันกองทัพ กระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ อัยการ ศาล) องค์กรตรวจสอบต่างๆ รัฐธรรมนูญ พรรคการเมือง ฯลฯ ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงและล่อแหลมต่อการพังทลาย เพราะเหตุแห่งการไม่ยอมรับของคนบางส่วน กระทั่งถูกเรียกขานว่า 2 มาตรฐานหรือไม่อย่างไร?

กรณียุบพรรค สั่งพักราชการเสธ.แดง การตรวจสอบกรณีที่ดินเขายายเที่ยง สนามกอล์ฟเขาสอยดาว การทวงถามฏีกาคนเสื้อแดง การพิพากษาคดียึดทรัยพ์ 7.6 หมื่นล้าน การปฏิบัติ 2 มาตรฐาน ความอยุติธรรมต่างๆ ฯลฯ

คนไทยหมู่เหล่าต่างๆ จากภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก ตะวันตก ใต้ เข้าใจกรณีต่างๆ เหล่านี้อย่างไร จะเป็นชนวนนำไปสู่ความรุนแรงถึงขั้นเกิดสงครามกลางเมืองหรือไม่ รับรองว่าคนไทยจำนวนมากจะพูดกันไปคนละเรื่องละราวและอธิบายไม่ถูกว่าเวลานี้เกิดอะไรขึ้น

หากวิทยุและโทรทัศน์เสนอข่าวอย่างรอบด้าน ให้โอกาสกับทุกฝ่าย นำเสนอความจริงในทุกมิติเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน คำถามที่ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร เมื่อไรจะจบเสียที ใครจะแพ้ใครจะชนะ พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับเมืองไทยหรือไม่ ฯลฯ คงจะไม่ดังอื้ออึงเหมือนกำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้ ทั้งนี้ เนื่องมาจากไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริงของเหตุการณ์ต่างๆ อย่างครบถ้วนนั่นเอง ได้ยินได้ฟังสื่อนำเสนอข่าวสัมภาษณ์คนโน้นคนนี้แบบหยาบๆ เล่นสำนวนโวหารตอบโต้กันไปมาทุกวันๆ เปรียบได้กับคนทะเลาะ ทุบตีทำร้าย เข่นฆ่ากัน ไม่มีอะไรเป็นโล้เป็นพาย
ผู้ชมผู้ฟังเห็นแต่ปรากฏการณ์เล็กๆ กระจัดกระจายไม่สามารถพยากรณ์แนวโน้มได้ว่ามีเงื่อนไขและปัจจัยที่จะนำไปสู่ข้อยุติหรือความรุนแรง

"เปรียบได้ก็เหมือนกับสังคมไทยเวลานี้ป่วยไข้อยู่ในขั้นโคมา แต่เนื้อหาที่ได้จากโทรทัศน์และวิทยุกระแสหลัก กลับไม่มีคำวินิจฉัยโรคว่ากำลังอยู่ในภาวะอันตราย ทำให้ผู้คนในสังคมตายใจและเอาแต่สรวลเสเฮฮาอย่างมีความสุข สนุกสนาน ทั้งๆ ที่ความจริง บ้านเมืองกำลังเดินไปสู่ห้วงเหวแห่งหายนะ"

เป็นความรับผิดชอบของใคร ถ้าไม่ใช่สื่อวิทยุและโทรทัศน์กระแสหลักที่ไม่ทำหน้าที่ของตนให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ ในเมื่อสื่อวิทยุและโทรทัศน์ต่างเบี่ยงเบนไปจากการแสดงบทบาทหน้าที่ที่ควรจะเป็น ผู้คนเลือกอยู่ข้างสีเหลือง สีแดง ต่างพากันปฏิเสธการรับสื่อกระแสหลัก แล้วหันไปบริโภคข่าวสารจากโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมโดยลงทุนซื้อจานดาวเทียมมาติดที่บ้าน อ่านสิ่งพิมพ์และดูเว็บไซต์ของพวกตัวเอง ขณะเดียวกันก็โจมตีสื่อกระแสหลักและพาลไม่ฟังวิทยุและไม่เปิดดูโทรทัศน์ช่องต่างๆ

ข้อเรียกร้องของสมาคมนักข่าวฯ ที่มีต่อสื่อกระแสหลักตามที่เขียนไว้ในรายงานให้สื่อมีความเป็นมืออาชีพที่ค้นหาความจริงมาตีแผ่ ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ คงจะเป็นแค่ตัวอักษรบนกระดาษ เพราะดูเหมือนไม่มีสื่อกระแสหลักที่ไหนให้ความสนใจ!

(ที่มา มติชนรายวัน , 21 มกราคม 2553)