WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, February 15, 2010

จดหมายเปิดผนึก วิพากษ๋ บทบรรณาธิการเสียงอีสาน เรื่อง อย่าทำสังคมนิยมให้เป็นสังคมรังเกียจ

ที่มา ประชาไท


เรียนกองบรรณาธิการเสียงอีสาน http://www.esaanvoice.net
เนื่องด้วยผู้เขียนได้อ่านบทบรรณาธิการเว็บไซต์เสียงอีสาน เรื่องอย่าทำสังคมนิยมให้เป็นสังคมรังเกียจแล้วทำให้เกิดข้อคิดเห็นที่แตกต่างในหลายประเด็น และโดยเบื้องแรกต้องขออนุญาตนำบทความของท่านขึ้นมานำเสนอก่อน

อย่าทำสังคมนิยมให้เป็นสังคมรังเกียจ
การขับรถหรือใช้ยวดยานบนท้องถนนของอีสานในเวลานี้ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ หาไม่ก็อาจจะเสยเอากลุ่มคนหรือรถขบวนของ “คนเสื้อแดง” ซึ่งใช้คนอีสานเป็นฐานสำคัญได้

การเคลื่อนไหวของพี่น้องคนอีสานในเวลานี้ เข้มข้นขึ้นทั้งในพื้นที่ของอีสานและต่างพื้นที่ นัยว่าเวลา “แตกหัก” ใกล้เข้ามาทุกที วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ... รออยู่ข้างหน้า

๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ คือ วันอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากไม่มีการเลื่อนคดี หรือเป็นไปตามการวิเคราะห์ของหลายฝ่าย สถานการณ์ของประมุขฝ่ายเสื้อแดงน่าจะถึงขั้นโคม่า ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของพลพรรคจึงเข้มและข้นเป็นลำดับตามคำชี้นำ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นว่านั้น

การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้แสดงอาการเจ็บป่วยทางจิตในหลายรูปลักษณ์ ซึ่งขัดแย้งกับพื้นฐานอุปนิสัยของคนอีสาน ไม่ว่าคนอีสานนั้นจะล้าหลังอยู่กับฝ่ายอำนาจรัฐ หรือคนอีสานที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอำนาจรัฐในห้วงสงครามเย็น สงครามลัทธิ

คนอีสานเป็นคนสุขุมลุ่มลึก โดยเฉพาะคนอีสานที่ศึกษาทฤษฎีทางสังคม แต่คนอีสานของเสื้อแดง ที่พยายามสื่อสารกับสังคมในห้วงระยะการเพาะเชื้อ “ไข้ทักษิณ” กลับเป็นคนมุทะลุดุดัน ไร้เหตุไร้ผล ทำอะไรก็ได้ที่ “เขาสั่ง” ภายใต้หลักสูตรหรือการเรียนการสอนของโรงเรียนการเมืองของเสื้อแดง น่าสังสัยว่า เป็นการ “สอน” หรือการ “เสี้ยม” หรือใส่ยาพิษขนานใดลงไป

และน่าวิเคราะห์ให้ลึกลงไปอีกด้วยว่า บุคลากรที่ทำการสอนนั้น เป็นสังคมนิยมแบบไหนกัน ทำไมเลียนการ “แบ่งแยก” แล้ว “ปกครอง” ของชนชั้นนายทุน หรือใช้ทฤษฎีใดจำแนกคนในสังคมจึงผิดไปจากทฤษฎี แนวทาง หรือเป็นสังคมนิยมได้ถึงเพียงนั้น

แท้จริงแล้ว มันเป็นเพียงการใช้คราบสังคมนิยม เป็นดั่งหนังราชสีห์ห่มคลุมให้แก่ลา แล้วร้องบอกคนอีสานว่า นี่คือ ราชสีห์ นี่คือการต่อสู้ทางชนชั้น แต่แท้จริงเป้าหมายคือทำเพื่อ “ทักษิณ”

แล้ว ฯพณฯ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณนั้น เป็นสังคมนิยมที่ตรงไหน?
หรือหากเป็นเพียงการ “เกาะชายผ้าเหลืองทักษิณ” หรือใช้ทักษิณเป็นเพียงพาหนะเพื่อเกาะยึดไปสู่เป้าหมายแห่งการเปลี่ยนแปลง ของสังคมไทย ซึ่งการกระทำเยี่ยงนี้ เป็นชุดความคิดเดียวกันกับที่คนกลุ่มหนึ่งที่เข้าช่วยงานบริษัทโครงการ เหมืองแร่โพแทชที่อุดรธานี แล้วบอกว่า จะใช้ทุนสู้ทุน เป้าหมายสูงสุด เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมในประเทศไทย แต่แท้จริง มันคือ การทำมาหารับประทาน โดยใช้คราบและเกียรติภูมิของพรรคอย่างผิดๆ เท่านั้นเอง

ถามว่า หากทำได้จริง โดยเสื้อแดงได้รับชัยชนะ ชัยชนะนี้จะเป็นเช่นชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์จีน พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม หรือพรรคปฏิวัติประชาชนลาวล่ะหรือ?

ความเป็นธรรม ความสง่างาม เกียรติภูมิ แนวทาง หลักยึด คุณค่าแห่งสังคมนิยม ความเป็นธรรม หรือสังคมอุดมธรรม ความรักชาติ รักประชาชนอยู่ที่ตรงไหน ... แล้วจะจัดการอย่างไรกับคนที่ไม่ได้เป็นเสื้อแดงในสังคมไทย

ขนาด พล พต ปฏิวัติยึดกุมอำนาจรัฐในกัมพูชาที่ทำภายใต้ความเชื่อในความเป็นธรรม ความสง่างาม เกียรติภูมิ แนวทาง หลักยึด คุณค่าแห่งสังคมนิยม ความรักชาติ รักประชาชน ยัง “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในเวลาได้ชัยชนะ แล้วหากเสื้อแดงที่มีพื้นฐานแบ่งแยกประชาชน นำคนไปในทิศทางที่ผิด ผิดทั้งทฤษฎีและผิดทั้งทำนองคลองธรรมของสังคมไทย ก็ก่อม็อบขึ้นชนม็อบ ทำร้ายทำลายประชาชนที่ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทั้งในส่วนกลางและหนองประจักษ์ และการออกมาสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่เข่นฆ่าประชาชนที่หน้ารัฐสภา เพียงเพราะคนเหล่านั้นเป็น “เสื้อเหลือง” ที่ต่อต้านทักษิณ แล้วเสื้อแดงจะไม่ยิ่งกว่าพล พต ล่ะหรือ?

แล้ววันนั้น... เราจะอยู่ร่วมสังคมนี้กันอย่างไร?

http://www.esaanvoice.net/esanvoice/know/showart.php?Category=bot&No=12113

ต้องออกตัวสักเล็กน้อยว่าผู้เขียนอาจจะไม่ได้แตกตื่นหรือชื่นชมทั้งในประเด็นหรือเทคนิคการเขียนใดๆในงานเขียนชิ้นนี้หากว่าบทความชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ในฐานะบทบรรณาธิการของสื่อกระแสหลักรายวัน แต่สิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นประเด็นที่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนก็คือ บทความชิ้นนี้ออกในนามบทบรรณาธิการของเว็บไซต์เสียงอีสาน ซึ่งถือว่าเป็นกระบอกเสียงทางอินเตอร์เน็ตเพียงหนึ่งเดียวของคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อการพัฒนาชนบทภาคอีสาน ( กป.อพช.อีสาน )
ผู้เขียนคิดว่าเป็นเรื่องป่วยการไปแล้วที่จะถกถึงท่าทีจุดยืนทางการเมืองของNGOsอีสานว่าควรจะยืนอยู่ในจุดไหน แต่ความกังขาที่ยังคงวนเวียนอยู่ในศีรษะของผู้เขียนก็คือ อะไรเหตุผลที่ทำให้ผู้ที่มักจะกล่าวอ้างว่าตนเองเป็นผู้ที่สละตัวเพื่อคนยากคนจน ผู้ที่ประกาศว่าจะให้อำนาจตกอยู่ในมือของประชาชนแต่กลับปฏิบัติในทางตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตนเฝ้าพร่ำบอก...
เมื่อได้อ่านบทความชิ้นนี้จึงทำให้ผู้เขียนได้ข้อสรุปที่แจ่มชัดขึ้นถึงทัศนะของพวกท่านที่มีต่อคนยากจนคนอีสาน ผู้เขียนขอตั้งคำถามว่า...ความเดือดร้อนต่อผู้สัญจรไปมาบนท้องถนนะ อันเนื่องมาจากกิจกรรมทางการเมืองของคนเสื้อแดงอีสานตามที่พวกท่านเขียนในบทความมันแตกต่างอย่างไรกับความเดือดร้อนต่อผู้สัญจรไปมาจากการเคลื่อนไหวบนท้องถนนของภาคประชาชนในการกำกับของพวกท่าน (NGO)
คนอีสานที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างไปจากแนวคิดทางการเมืองของพวกท่านพอจะมีโอกาสได้รับเกียรติให้เรียกขานเป็นภาคประชาชนหรือไม่...??? การเคลื่อนไหวของพวกเขาพอที่จะได้รับการยอมรับหรืออย่างน้อยก็น่าจะไม่ใช้ภาษาในลักษณะหมิ่นแคลนพาดพิงถึงใช่หรือไม่..???
การที่พวกท่านอ้างตัวเสมอว่าเป็นผู้ที่ทุ่มเททำงานเกาะติดพื้นที่ เกาะติดประชาชนผู้ยากไร้ในอีสานมาอย่างยาวนาน สิ่งที่พวกท่านน่าจะทำได้มากกว่านี้ก็คือการศึกษาและพยายามอธิบายต่อสังคมภายนอกให้ได้ถึงปัจจัยต่างๆที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของขบวนคนเสื้อแดงอีสานขึ้น แต่ในทางกลับกันคำพูดที่พวกท่านใช้อธิบายคนเสื้อแดงในอีสานผ่านบทความนี้คือ ”การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้แสดงอาการเจ็บป่วยทางจิตในหลายรูปลักษณ์ ซึ่งขัดแย้งกับพื้นฐานอุปนิสัยของคนอีสาน” หรือ“ คนอีสานของเสื้อแดง ที่พยายามสื่อสารกับสังคมในห้วงระยะการเพาะเชื้อ “ไข้ทักษิณ” กลับเป็นคนมุทะลุดุดัน ไร้เหตุไร้ผล ทำอะไรก็ได้ที่ “เขาสั่ง”
นี่หรือคือทัศนะของผู้ที่อุปโลกน์ตัวเอง ว่าเป็นคนที่ทำงานพัฒนาเข้าถึงคนอีสานมากกว่าใคร ...??? เคารพในภูมิปัญญาของคนอีสานมากกว่าใคร...???ยืนยันในสิทธิและเสรีภาพของคนอีสานมากกว่าใคร...???

การทำงานบุกเบิกในยุคแรกของ NGOsอีสาน นอกจากสายตาหวาดระแวงของชาวบ้านที่มีต่อพวกท่านแล้วยังมีสายตาที่ไม่เป็นมิตรของผู้มีอิทธิพลทั้งในและนอกเครื่องแบบในพื้นที่ การถูกป้ายสีว่าเป็นขบวนการสังคมนิยมหรือเป็นคอมมิวนิสต์เป็นสิ่งที่พวกท่าน NGOs ผู้สูงศักดิ์ในปัจจุบันไม่ปรารถนาที่จะเผชิญ แต่น่าขันพวกท่านกลับพยายามเสียเหลือเกินที่จะเชื่อมโยงคนเสื้อแดงอีสานเข้าสู่คำว่า”สังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์” และที่ชวนให้เกิดอารมณ์ขันอย่างเจ็บปวดใกล้เคียงกันก็คือ แม้แต่ในปัจจุบัน พวกท่าน ก็ยังแสดงความเจ็บปวดที่ถูกกล่าวหาว่า”รับเงินต่างชาติ”แต่ในขณะเดียวกันพวกท่านก็ได้กล่าวหาว่าคนอีสานว่ารับหรือสู้เพื่อ”เงินของทักษิณ”
พวกท่านมักจะวิพากษ์วิจารณ์ความเข้าใจของ คนชั้นกลาง ข้าราชการ ที่มีต่อคนจนในชนบทว่ามีลักษณะฉาบฉวยตื้นเขิน แต่เมื่อมองจากบทความชิ้นนี้แล้ว เราจะเห็นได้ว่าถึงที่สุดแล้ว ทัศนะคติของท่านที่มีต่อคนยากคนจนก็ไม่ได้ต่างจากกลุ่มคนที่พวกท่านวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างไร
หากจะมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ท่านมีความต่างจากคนชั้นกลางกลุ่มอื่นๆนั่นก็คือ เกียรติและอภิสิทธิ์ต่างๆ รวมถึงค่าครองชีพที่ท่านได้รับล้วนต้องได้อาศัยคำว่า"คนจน คนอีสาน" ประดับอยู่บนเรียวปากและบนหน้ากระดาษขาวที่มีตัวอักษรขึ้นต้นสะกดออกเสียงเป็นคำว่า”โครงการ”

ถอดความจาก Asia Sentinel: ข่าวลือรัฐประหาร! อีกครั้ง

ที่มา ประชาไท


ฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านทักษิณทำสถานการณ์ปั่นป่วนอีกแล้ว

ประเทศไทยป่วนอีกครั้งด้วยข่าวลือเรื่องรัฐประหาร ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการเหตุผลในการเคลื่อนไหว และสื่อที่ต้องการข่าวเป็นผู้สร้างให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเสียเป็นส่วนใหญ่ บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างพากันออกมาปฏิเสธว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ แต่คำพูดเหล่านั้นไม่มีความหมายอะไร เนื่องจากพวกเขาก็ออกมาพูดทำนองนี้ก่อนที่จะทำรัฐประหารโค่นอำนาจอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ลงเมื่อปี 2549

โชคร้ายของเหล่าทหาร ที่ยังไม่มีอะไรสาบสูญไปไหน ทั้งข่าวลือเรื่องรัฐประหาร และมหาเศรษฐีซีอีโอ ผู้ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาได้รับการแต่งตั้งโดยสมเด็จฮุนเซ็นให้เป็น “ที่ปรึกษาพิเศษด้านเศรษฐกิจ” แค่ข้ามพรมแดนไปในกัมพูชาเท่านั้น การกำจัดอิทธิพลของทักษิณให้สิ้นซากน่าจะเป็นเหตุผลที่พอสันนิษฐานได้ของการทำรัฐประหารอีกครั้ง กองทัพน่าจะเข้าคุมอำนาจและกำจัดทักษิณออกไปเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะไม่อาจทำให้การทำรัฐประหารลดความสำคัญลงโดยสิ้นเชิงได้ แต่การทำรัฐประหารในตอนนี้มีความเสี่ยงอย่างสูง และยากจะกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ทั้งนี้ น่าจะเลวร้ายกว่าเมื่อสี่ปีก่อนมาก

การทำรัฐประหารในช่วงเวลานี้เป็นไปได้ว่าจะนำไปสู่การนองเลือด การประท้วงบนท้องถนนโดยกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ต่อต้านทักษิณ และกลุ่มคนเสื้อแดงที่นิยมทักษิณในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยอาวุธต่างๆ ที่มีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นไม้กอล์ฟ ปืน และระเบิดปิงปอง กองทัพเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าประชาชนจะยอมรับการยึดอำนาจครั้งใหม่นี้ได้โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านหรือไม่ ฝ่ายที่นิยมทักษิณในกองทัพอาจก่อการจลาจลอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ และทำให้การบริหารประเทศเป็นไปอย่างยากลำบากยิ่ง บรรดานักลงทุนซึ่งไม่พอใจอยู่แล้วกับกฎหมายประหลาดๆ ซึ่งมักปรากฏอยู่เสมอในรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากการรัฐประหารก็จะมีเหตุผลมากยิ่งขึ้นในการทุ่มเงินลงทุนไปที่เวียตนามแทน

ยิ่งไปกว่านั้น กองทัพก็ได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการไปแล้ว แผนการสืบทอดอำนาจสำหรับ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ก็เข้าที่เข้าทางแน่นอนแล้ว นายกฯ อภิสิทธิ์ก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วในหลายๆ เรื่องว่ายืนอยู่ฝ่ายเดียวกัน และการเขี่ยอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งนายกฯ ก็อาจจะทำให้บรรดาผู้สนับสนุนเขา ซึ่งหลายๆ คนเคยให้การหนุนหลังการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 เกิดอาการหมางใจ การยึดอำนาจครั้งใหม่นี้อาจจะนำกองทัพกลับไปสู่การเป็นจุดสนใจทางการเมืองซึ่งกองทัพพยายามที่จะหลีกเลี่ยงมาตลอด นับตั้งแต่การบริหารประเทศอันเลวร้ายที่นำโดย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลลานนท์ อดีต ผบ.ทบ.เมื่อปี 2550 ในเวลาเช่นนี้อภิสิทธิ์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

สุดท้าย ผลกระทบที่ตามมาในทางระหว่างประเทศอาจจะมีอย่างมหาศาล บรรดามิตรประเทศในซีกโลกตะวันตกอาจจะเข้าแทรกแซงทางการทหารอีกครั้งในลักษณะเดียวกับที่ทำเมื่อทักษิณถูกยึดอำนาจ การเลือกช่วงเวลานี้ทำรัฐประหารคงจะเป็นที่อึดอัดใจเป็นพิเศษสำหรับสหรัฐฯ ซึ่งมีทหารกว่า 10,000 นาย อยู่ในเมืองไทยจนกระทั่งถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เพื่อเข้าร่วมการฝึกคอบรา โกลด์ ซึ่งกองทัพไทย เจ้าภาพทำการฝึกร่วมกับกองทัพอเมริกา, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก และผู้บังคับการกองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกก็อยู่ในเมืองไทย และในสัปดาห์นี้ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ก็กำลังอยู่ในระหว่างการเข้าเยี่ยมคารวะเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ

ผู้ที่ได้ประโยชน์จากข่าวลือเรื่องรัฐประหารมากที่สุดก็คือ กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งต้องการแรงผลักดันก่อนการพิพากษาของศาลในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ซึ่งเป็นรายได้จากการขายชินคอร์ปเปอเรชั่น กิจการโทรคมนาคมของครอบครัวชินวัตร ให้แก่ เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ ของสิงคโปร์ในปี 2549 ทักษิณจะได้เงินคืนเท่าไหร่เป็นเครื่องบ่งชี้สุดท้ายว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

เช่นเดียวกับคดีของทักษิณส่วนใหญ่ที่ศาลมีคำพิพากษาหลังการรัฐประหาร คดียึดทรัพย์นี้เกี่ยวข้องกับการเมืองมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของกฎหมาย ใครๆ ก็อาจคาดเดาได้ว่าคำพิพากษาจะออกมาในลักษณะใด นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานคำแนะนำให้บรรดาผู้พิพากษาแก้ปัญหาการเมืองในประเทศเมื่อปี 2549 เป็นต้นมา เกือบจะทุกๆ คำวินิจฉัยทางกฎหมายก็เป็นไปในทางที่เป็นผลเสียต่อทักษิณทั้งสิ้น ศาลได้สั่งให้การเลือกตั้งที่เขาชนะเป็นโมฆะ ยุบพรรคการเมือง 2 พรรค ที่เชื่อมโยงกับตัวเขา ห้ามเขาและ ส.ส.ที่เกี่ยวข้องราว 200 คน ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และสั่งจำคุก 2 ปี ถ้าหากทักษิณปรากฏตัวในเมืองไทยจริงๆ อีกครั้ง ในข้อหาใช้อำนาจไปในทางมิชอบ นอกจากนั้นแล้ว พนักงานอัยการยังมีคดีอาญาอีกอย่างน้อย 3 คดี ที่ยังเก็บไว้รอการพิจารณาของศาลต่อไป

ถ้าหากศาลตัดสินให้ทักษิณพ้นความผิด และคืนเงิน 7.6 หมื่นล้านให้เขา ก็จะเป็นการทำลายเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ใช้ในการโค่นอำนาจเขาในครั้งนั้น และก็จะไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับ “คลังกระสุน” ของเขาสำหรับสนามการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไปในทันที นี่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์พลิกผันอย่างสิ้นเชิงซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ถ้าหากศาลสั่งยึดทรัพย์ของทักษิณทั้งหมด เขาก็จะไม่มีอะไรให้เสียอีกต่อไป และอาจจะทวีความเข้มข้นในการต่อสู้กับสถาบันกษัตริย์และองคมนตรีขึ้นอีก อะไรบางอย่างที่เป็นกลางๆ ระหว่าง 2 ทางนี้ น่าจะเป็นไปได้มากกว่า การโยนเงินให้เขาซักก้อนหนึ่ง ในขณะที่ยึดก้อนใหญ่ไว้อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายพอใจ อันที่จริง ในหลวงทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้พิพากษาเมื่อเดือนก่อนว่าให้ “อยู่ตรงกลาง” ซึ่งทักษิณเองอาจจะพอใจกับการได้เงินคืนอย่างน้อย 3.8 หมื่นล้านบาท

การขู่ของคนเสื้อแดงว่าคำวินิจฉัยของศาลจะก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นนั้นน่าจะเป็นแค่คำขู่เท่านั้น บรรดาแกนนำเสื้อแดงเห็นแล้วว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2552 ซึ่งบีบให้การประชุมสุดยอดของอาเซียนต้องยกเลิกไปและทำให้ประเทศไทยเสียหน้านั้น ทำให้พวกเขาเองสูญเสียความนิยมไป และความรุนแรงครั้งใหม่ก็น่าจะถูกปราบในลักษณะเดียวกัน แกนนำคนเสื้อแดงออกมาเตือน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี นายทหารนอกราชการ ในทันที หลังจากที่เขาประกาศว่าจะช่วยนำกองทัพประชาชนที่สนับสนุนทักษิณ แทนที่จะกระตุ้นให้เกิดความวุ่นวาย การตัดสินของศาลน่าจะได้รับการตอบรับด้วยความยินดีจากการประท้วงบนท้องถนน ในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นตัวจุดกระแสให้เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่ยิ่งขึ้นในเดือนต่อๆ ไป

อภิสิทธิ์อาจจะวิตกกังวลเกี่ยวกับการอภิปรายที่เขาไม่มีความมั่นใจที่จะมาถึงในเดือนนี้หรือเดือนถัดไปมากกว่า เขาฉุนพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เลือกที่จะไม่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสนใจกับการเลือกตั้งด้วยในบางส่วน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งช่วยขับไล่รัฐบาลที่เป็นพรรคพวกของทักษิณด้วยการประท้วงปิดสนามบินเมื่อปี 2551 โดยได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นนำในกรุงเทพฯ นั้น บัดนี้ ได้ตั้งพรรคการเมืองแล้ว และจะลงแข่งขันในสนามเลือกตั้งกับพรรคประชาธิปัตย์ การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ทำให้พันธมิตรฯ อารมณ์เสียอย่างแน่นอน และเป็นไปได้มากที่อภิสิทธิ์จะไม่ต้องการเปิดตัวเองเป็นคู่ต่อสู้กับพันธมิตรฯ ก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งในครั้งหน้า เก้าอี้ ส.ส.จำนวนหนึ่งที่พรรคของพันธมิตรฯ จะได้รับในการเลือกตั้งครั้งหน้ามีแนวโน้มว่าจะชิงมาจากที่นั่งของประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์คุม 172 เสียง ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกสภาฯ จำนวนทั้งสิ้น 475 คน พรรคเพื่อไทยซึ่งสนับสนุนทักษิณมี 189 เสียง และที่เหลืออีก 114 เสียง แบ่งกันในระหว่างพรรคเล็กๆ อีก 7 พรรค พรรคเล็กๆ เหล่านี้ ไม่น่าที่จะทอดทิ้งอภิสิทธิ์ เนื่องจากทางเลือกใหม่อาจจะมีต้นทุนสูงกว่า พรรคภูมิใจไทย ที่นำโดยเนวิน ชิดชอบ อดีตคนใกล้ชิดของทักษิณ กำลังต่อสู้กับเพื่อไทยในภาคอีสานซึ่งเป็นฐานที่มั่นของพรรค บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคตัวจริงของชาติไทยพัฒนา ก็ออกมาพูดแล้วว่า เขาจะไม่ดึงพรรคออกจาการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคอื่นๆ ที่เหลือก็อ่อนแอยิ่งกว่า และเป็นการยากที่จะบอกว่าพรรคเหล่านี้จะได้รับอะไรจากรัฐบาลที่นำโดยเพื่อไทย การเลือกตั้งหนึ่งครั้งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล และพวกเขาน่าจะมีความสุขกับการใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีแสวงหาผลประโยชน์ให้มากที่สุด ขณะที่รอคอยให้อภิสิทธิ์ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ประเทศไทยต้องมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ภายในสิ้นปีหน้า

จากที่เชื่อได้ว่ากองทัพและพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ทิ้งเขา ทำให้อภิสิทธิ์ดูเหมือนจะสามารถฟันฝ่าการประท้วงใดๆ ไปได้ตลอดเดือนหน้า สัปดาห์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเป้าหมายว่าจะได้ 240 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า เป็นการยืนยันถึงความมั่นใจของเขา ซึ่งนั่นเป็นจำนวน ส.ส.ที่มากที่สุดที่พรรคประชาธิปัตย์เคยได้ในช่วง 10 มานี้ และเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญจากจำนวน ส.ส. 165 ที่นั่งที่ได้มาในการเลือกตั้งปี 2550 ซึ่งประชาธิปัตย์กวาดที่นั่งจากใน กทม.และภาคใต้มา กล่าวอีกอย่างก็คือ ถ้าทักษิณชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง เป็นไปได้ว่าจะทำให้ประเทศหมุนวนกลับสู่ความวุ่นวายต่อ อย่างที่เคยมีการรัฐประหารและการยึดสนามบินมาขับไล่รัฐบาลสองชุดที่นำโดยฝ่ายทักษิณให้ออกไป การกำจัดพวกเขาออกไปอีกในครั้งต่อไปยากที่จะจินตนาการออกว่าจำเป็นต้องใช้วิธีการแบบใด สถานการณ์ต่างๆ จะยิ่งตึงเครียดมากขึ้นถ้าหากการ (...) ใกล้มาถึง

ถึงแม้ว่าการต่อสู้ในเชิงอำนาจในเมืองไทยจะยังคงไม่ได้รับการแก้ปัญหาจากจุดใดๆ แต่อภิสิทธิ์ก็น่าจะสามารถนำพารัฐบาลให้อยู่ได้ตลอดปี 2553 แม้จะไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก โดยปราศจากหายนะภัยครั้งใหญ่ใดๆ ก่อนที่เขาจะถูกกดดันให้ประกาศให้มีการเลือกตั้งในปีหน้า เพียงแต่ทั้งหมดนี้เป็นไปด้วยวิถีทางที่พัฒนาการทางการเมืองในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นมา นั่นคือ ขึ้นอยู่กับกองทัพเป็นหลัก

ที่มา: แปลจาก Thai Coup Rumor Recur, Asia Sentinel, Monday, 08 February 2010

รักษาการ ผบ.ตร. ชี้วางบึ้มศาลฏีกา อย่าเพิ่งโยงเรื่องทักษิณ

ที่มา thaifreenews

โดย ThaiRedNews

บ่ายวันนี้ ( 14 ก.พ.53 ) พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ รรท.รักษาการ ผบ.ตร กล่าวให้สำภาษณ์เรื่องเหตุการณ์ คนร้ายซุกบึ้มซีโฟร์ หนัก 3 ปอนด์ ข้างศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะเดินทางมาร่วมแถลงข่าว สตม.กวาดล้างแรงงานต่างด้าว และ แก๊งขอทาน พร้อมกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรื

พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ รรท.รักษาการ ผบ.ตร กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้รับรายงานแล้ว ส่วนประเด็นต่าง ๆ ต้องรอฟังผลจาก ตำรวจนครบาล ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการเร่งสืบสวนสอบสวน โดยยังไม่มีการมุ่งเป้าไปในเรื่องใดเรื่อง หนึ่ง ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่อง จะเกี่ยวข้องกับคดีทักษิณหรือไม่ รรท.ผบ.ตร. รีบตอบทันทีว่า อย่างเพิ่งโยงเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนก่อน


แฉ งัดเช็ค 2 ใบ พลเอก เปรมได้ทุนใหญ่จาก..

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย


โหลดมาจากประชาไท



งัดเช็ค2ใบแฉ พล.อ.เปรม ได้จากทุนใหญ่


งัดเช็ค2ใบแฉ พล.อ.เปรม ได้จากทุนใหญ่
เสื้อแดง ปูดเช็ค 2 ใบจากกลุ่มทุนใหญ่สั่งจ่าย "ป๋าเปรม" จี้รัฐบาลตรวจสอบพวก "ใหญ่แล้วรวย" ย้อนถาม จ่ายภาษีอย่างไร -เลี่ยง ปปง.ตรวจสอบหรือไม่ พร้อมไล่"อภิสิทธิ์" พ้นเก้าอี้นายกฯ ชี้หมดภาวะผู้นำแล้ว

ที่ พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 10.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำสำเนาเช็ค 2 ใบที่มีการระบุชื่อผู้สั่งจ่าย ชื่อผู้รับ ชื่อธนาคาร เลขที่เช็ค เลขที่บัญชี และจำนวนเงินที่ชัดเจนมาประกอบการแถลงถึงเส้นทางการเงินถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษว่า ว่า ได้ติดตามเส้นทางการเงินของพล.อ.เปรม ในฐานะที่เป็นประมุขของระบอบอำมาตยาธิปไตย พบว่าในขณะดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้มีความสัมพันธ์อันดีกับ บุคคลชั้นนำในสังคม และกลุ่มทุน รวมถึงกลุ่มธุรกิจใหญ่ในประเทศไทยมากมาย หลายบริษัทหลายองค์กรพล.อ.เปรมยังดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษา กลุ่มคนเสื้อแดงเคยถามไปว่าได้รับเงินเดือนจากตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ แต่ไร้คำตอบ จึงนำหลักฐานมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะประชาชนต้องการคำอธิบายจากพล.อ.เปรมว่า เงินดังกล่าว เป็นค่าอะไร และเหมาะสมหรือบังควรหรือไม่ต่อสถานะที่พล.อ.เปรมดำรงอยู่ในปัจจุบัน
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า พล.อ.เปรมคบหาผู้คนมากมายหนึ่งในนั้นเป็นกลุ่มทุนที่ใช้นามว่าคณะ 11 ประกอบด้วยบุคคล เช่น ม.ล.ตรีทศยุทธ เทวกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เทวา สตูดิโอ จำกัด นายชาตรี โสภณพนิช ธนาคารกรุงเทพ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เครือดุสิตธานี และนางกัลยาณี พรรณเชษฐ์ ประธานบริษัทเอ็มเอ็มซี สิทธิผล จากความสัมพันธ์ตรงนี้ เมื่อสืบสาวลงไปพบข้อมูลว่า พล.อ.เปรมมักเป็นประธานที่ปรึกษาองค์กรคณะ 11 พื้นฐานนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็นที่ปรึกษาบริษัทเอ็มเอ็มซีสิทธิผลด้วย โดยนางกัลยาณี ที่ปัจจุบันได้มอบบทบาทให้กับทายาทดำเนินการในองค์กรแทนไปแล้วนั้น นางกัลยาณีได้จ่ายเช็คของธนาคารกรุงเทพ สาขาหัวหมากให้ พล.อ.เปรม ไม่ทราบว่ามีการจ่ายแบบนี้มานานหรือยัง รวมทั้งต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้หรือไม่ โดยมีเช็คทั้ง 2 ใบ สั่งจ่ายระบุชื่อพล.อ.เปรมใบละ 1.8 ล้านบาท ใบแรกเช็คเลขที่ 3745366 ลงวันที่ 8 ธ.ค. 2546 และใบที่ 2 เป็นเช็คเลขที่ 3748879 ลงวันที่ 5 มี.ค. 2547 ทั้ง 2 ใบถูกสั่งจ่ายจากบัญชีของนางกัลยาณี เลขที่ 1803028669
แกนนำ นปช. กล่าวต่ออีกว่า มีคำถามว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้รับเป็นค่าตอบแทนในฐานะที่ปรึกษาขององค์กรใช่ หรือไม่ ถ้าใช่ต้องถามว่าการสั่งจ่ายเช็คเหล่านี้จ่ายมาตั้งแต่เมื่อไหร่และจ่ายให้ จนถึงเมื่อไหร่ เพราะมั่นใจว่าไม่ได้มีแค่ 2 ใบ รวมทั้งน่าจะมีจนถึงวันนี้ด้วยหรือไม่ เพราะหากเป็นรายรับของพล.อ.เปรมในฐานะที่ปรึกษาของบริษัทแล้วมีการดำเนินการ ทางภาษีอย่างไร สั่งจ่ายภาษีตามกฎหมายในฐานะผู้มีเงินได้หรือไม่อย่างไร และถ้าไม่ใช่ค่าที่ปรึกษาก็ต้องถามว่าเป็นค่าอะไร ในฐานะประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษไปรับเงินจากบริษัทเอกชนที่มีเป้าหมายแสวง หากำไรได้หรือไม่ เหมาะสมและบังควรหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า เมื่อพิจารณาจากยอดเงินของเช็คทั้ง 2 ใบ เหมือนกับกรณีของยอดเงินที่นายประจวบ สังข์ขาว เคยถอนเงินแล้วหิ้วไปให้ผู้บริหารของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งละ 1.8 ล้าน 1.9 ล้านบาท ที่นายประจวบจงใจหลีกเลี่ยงการถอนเงินเกิน 2 ล้านบาทที่ต้องแจ้งต่อคณะกรรมป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) การที่นางกัลยาณีจ่ายเช็คจำนวน 1.8 ล้านบาท เป็นเหตุผลเดียวกันด้วยหรือไม่ และถ้าใช่ก็แสดงว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ปิดบังอำพรางใช่หรือไม่

"พล.อ.เปรมที่สร้างภาพสมถะมาตลอด พักอาศัยในบ้านหลวง ค่าน้ำค่าไฟไม่ต้องจ่าย ชีวิตดูสุขสบาย มีค่าตอบแทนจากการเป็นประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษตามที่กฎหมายกำหนดแล้วยัง ต้องการเงินไปทำอะไรอีก ไม่เพียงพอตามที่เคยประกาศยึดแนวทางพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรืออย่างไร วรรคทองที่พล.อ.เปรมระบุตลอด คือ เกิดมาต้องทดแทนบุญคุณแผ่นดิน ประเมินตัวพล.อ.เปรมได้ว่ามีความยึดมั่นกตัญญู ตอบแทนผู้มีบุญคุณ จึงเกิดคำถามว่า เมื่อนางกัลยาณีมอบเงินจำนวนมหาศาลนี้ให้ ถือว่ามีบุญคุณต่อกัน แล้วมีแนวทางที่จะทดแทนบุญคุณนี้อย่างไร"นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวต่ออีกว่า พล.อ.เปรมที่มีหลักฐานว่าได้รับเงินจากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ ขอถามองคมนตรีทั้งหลายว่า จะไม่พิจารณาเรื่องนี้และแสดงหลักคิดหรือแนะนำความคิดต่อสังคมในเรื่องเหล่า นี้บ้างหรือ รวมถึงองคมนตรีคนอื่นๆ ทั้งพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ครอบครองที่ดินป่าสงวนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัจจุบันกรมป่าไม้ยึดที่ดินคืนไปแล้ว พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี ที่สร้างบ้านรุกล้ำบึงน้ำสาธารณะของหมู่บ้านปัฐวิกรณ์ 2 ไม่คิดที่จะแสดงท่าที อธิบายความให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้เข้าใจอีกหรือ พล.อ.พิจิตร ที่ทางคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรได้ทำหนังสือเชิญให้มาชี้แจง พล.อ.พิจิตรก็ได้ทำหนังสือมาชี้แจงว่า เพื่อป้องกันคนภายนอกมาตกปลา เหตุผลนี้ออกมาจากคนที่เป็นองคมนตรีได้อย่างไร

แกนนำเสื้อแดง กล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลสนใจที่จะให้หน่วยงานใดมาตรวจสอบ ก็หยุดสร้างเรื่องเท็จเพื่อทำลายกลุ่มคนเสื้อแดง แล้วนำความจริงมาสู้กัน หรือว่ารัฐบาลไม่สนใจที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ สังคมถามมาตลอดว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไปเอาเงินมาจากไหน แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกสู้แล้วรวย คนเสื้อแดงถูกหาว่าเป็นม็อบรับจ้าง ดังนั้นวันนี้ประชาชนธรรมดาอย่างพวกตนจะพูดว่าใหญ่แล้วรวยบ้างจะว่าอย่างไร และเรื่องนี้หวังว่าจะไม่เงียบหายลับไปกับสายลม เพราะสังคมต้องได้รับคำชี้แจงที่พอรับฟังได้ โดยเฉพาะจากพล.อ.เปรม ส่วนกรณี นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงเส้นทาง 3 ช่องทางสนับสนุนการเงินให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง รัฐบาลหวังทำลายความเชื่อมั่น ความชอบธรรมของกลุ่มคนเสื้อแดง ต้องการป้ายสีว่าเป็นผู้ชุมนุมรับจ้าง หรือหวังผลประโยชน์จากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้การสู้รบ 2 ฝ่ายล้วนต้องการชนะ กลุ่มเสื้อแดงขอยืนยันจะเคลื่อนไหวโดยสันติ เปิดเผยตรงไปตรงมาอย่างที่ลูกผู้ชายทำกัน ไม่มีหยิก ข่วน สร้างความเท็จมาทำลายกัน หากรัฐบาลไม่มีหลักฐานจริงๆก็ขอให้พูดออกมาตรงๆ สังคมจะได้เข้าใจ

"วันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หมดราคาสิ้นภาวะความเป็นผู้นำไปแล้ว เป็นนายกรัฐมนตรีมา 1 ปีมีแต่ข่าวทุจริตของคนในรัฐบาล มีรัฐมนตรีในโควตาของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องออกจากตำแหน่งด้วยข้อหาทุจริต ไปแล้วถึง 3 คน และยังมีปัญหาเรื่องการใช้งบในหน่วยงานความมั่นคงอีก มติของ ก.ตร.ก็หักหน้านายอภิสิทธิ์อยู่ทุกวัน ไม่เหลือภาวะความเป็นผู้นำแล้ว มีปัญหากับเพื่อนบ้าน ชีวิตส่วนตัวก็เผชิญกับเหตุการณ์สารพัดรูปแบบ"นายณัฐวุฒิ กล่าว และว่า เหตุการณ์ ที่มีคนขับรถยนต์พยายามปาดเข้าไปขบวนของนายกรัฐมนตรี ถึง 2 ครั้ง รวมทั้งเหตุการณ์ปาอึเข้าไปในบ้านนายกฯนั้น ทำให้วันนี้บ้านนายกรัฐมนตรี ถูกเรียกว่าเป็นบ้าน 4 ถุงเท่าจำนวนของกลางไปแล้ว และยังการกั้นตาข่ายสูงเหมือนสวนนก ขอถามว่า ผู้นำที่อยู่ในสภาพนี้ยังอยู่ได้อีกหรือ นายอภิสิทธิ์ถึงแก่กรรมทางการเมืองไปนานแล้ว แต่ที่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะอำมาตย์ฉีดฟอร์มาลีนให้จึงดูสดใส ดูใหม่อยู่ วันนี้นายอภิสิทธิ์ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่เป็นฟอร์มาลีนแมนที่ทำงานอยู่ในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อยากให้คุยกับตัวเองว่า ควรออกจากตำแหน่งก่อนที่จะเน่าเฟะไปมากกว่านี้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่ารถยนต์ที่พยายามปาด เข้าขบวนของนายกรัฐมนตรี มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นรถของกลุ่มคนเสื้อแดง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า แท็กซี่ที่มาร่วมต่อสู้กับกลุ่มคนเสื้อแดง มีจำนวนมาก แต่เราไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปตรวจสอบ คนเขาคงหมั่นไส้ว่า เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่ชอบธรรมแล้วยังทำงานอะไรไม่ได้อีก ส่วนกรณีมองว่าเป็นแผนของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อสร้างความปั่นป่วน นั้น เราถูกกล่าวหามาตลอด หลายเรื่องก็ไม่เป็นความจริง รัฐบาลต้องนักเลง สู้แบบสุภาพบุรุษหน่อย สู้กับคนเสื้อแดง แต่ใช้วิธีสีม่วง แบบนี้มันใช้ไม่ได้

ภาพ เก่ง เมธี อมรวุฒิกุลแต่งงานกับ.......หนูเปรมิกา .

ที่มา thaifreenews

โดย หงส์ศาลาแดง

วันนี้มีขบวนขันหมากของหนุ่มรูปหล่อ เก่งเมธี
ซึงบรรยายสรรพคุณตัวเองว่า สูง 180 อายุ 39 ออกกำลังกายทุกวัน
ไม่เคยผ่านมือชายมาก่อน ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม









ยกขบวนขันหมากไปขอสาวเปรมิกาที่บ้านสี่เสา
งานนี้เล่นเอาผู้การแต้มคนเก่งปวดหัว
เพราะไม่มีข่าวล่วงหน้าแต่ทั้งหมดก็ผ่านไปด้วยดี
สาเหตุที่คุณเก่ง เมธียอมสละชีวิตวัยหนุ่มอันงดงามนั้น
ก็เพื่อจะหยุดหนูเปรมิกาไม่ให้มายุ่งกับบ้านเมือง
โดยยอมสละชีวิตโสดของตนเอง จุมพิต
ตามไปชมภาพที่ picasa นะครับ

ระวัง..พวกแต๋วแตกกำลังเร่งเครื่องชนเสื้อแดง!!!!

ที่มา thaifreenews

โดย ป้าพลอย


ว๊าว..ตอนนี้ทำสถิติกันยกใหญ่ เร่งเครื่องชนแหลกหวังป้ายสีให้เสื้อแดง มีทั้งกล่าวหาว่าแดงปาขี้ใส่บ้านนายก เดี๋ยวคงกล่าวหาว่าแดงขับรถปาดหน้าขบวนคุ้มกันนายก อีกทั้งเอาแท็กซี่มาก่อกวนขบวนนายก แล้วก็กล่าวหาว่ามีการวางระเบิดข้างๆศาล แหมเสื้อแดงเนี่ย ทำไมมันทำอะไรโง่ๆอย่างนี้นะ? ขำขี้แตกขี้แตน...โถ..อ้ายห่วยเอ๋ย..ทำอะไรกันก็ไม่เนียบเนียนสักอย่าง ตอนนี้เร่งทำชั่วเพื่อใส่ความเสื้อแดง มันช้าไปเสียแล้วพ่อคุณ ใครๆเขาก็รู้ว่าอ้ายมุกตื้นๆแบบนี้ แม้แต่เด็กเพิ่งหย่านม มันยังรู้ทันเลย

ว่าทำเองชงเองแล้วป้ายขี้ให้คนอื่น เหมือนที่แล้วๆมาเพื่อหวังจะให้ประชาชนเข้าข้างโธ่..เอ๋ย..น่าสมเพช..ตอนนี้ประชาชนกลับกระกระทืบซ้ำกับวิธีโง่ๆใส่ร้ายคนอื่น แล้วใหนละเงินที่ไหลมาจากตะวันออกกลาง มาเป็นท่อน้ำเลี้ยงคนเสื้อแดงยังไม่เคยมีใครเห็นสักบาท? ป้าพลอยเย้วๆมา 2 ปีแล้วแม้แต่สลึงเดียวก็ยังไม่เห็นเงาเลยว่า หน้าตาเงินท่อน้ำเลี้ยงมันเป็นอย่างไร? แล้วอ้ายพวกอัปรีย์จังไรมันใช้ปากปีจอพูดพร่ำใส่ร้ายไม่หยุด จนคนเกลียดไปทั่วกับปากเน่าๆของพวกมันนี่เอง ตอนนี้กำลังเร่งเครื่องยนต์ชนคนเสื้อแดงในเผาพวกมัน เดี๋ยวคงได้สมกับที่มันต้องการ ใช้วิธีเร่งเครื่องแบบนี้จบเร็วเลย

เฮ้อ.วิธีแบบหมาจนตรอกที่เอาออกมาใช้กำลังจะฆ่าตัวเอง ทำเองชงเองแล้วโยนความผิดให้ฝ่ายตรงกันข้าม ตอนนี้ไร้ผลเพราะทุกครั้งที่ทำเสื้อแดงจับได้ไล่ทัน ก็ออกมาบอกว่าไม่อยากให้เรื่องมันยืดเยื้อขอให้จบ มันช่างทุเรศเสียจังกับคำพูดที่ปฏิเสธอย่างหน้าด้านๆ คนด่าแช่งไปทั่ว ยังหน้าด้านหน้าทน ออกมาให้เขาด่าเป็นวัวเป็นควายทุกวัน ไม่มีความรู้สึกเลยเหลือเชื่อจริงๆ ด้านกันทั้งก๊กและก็ด้านทนยิ่งกว่าหนังช้าง ไม่เคยเลยในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ประเทศไทยจะตกอับเท่าครั้งนี้

เพราะมีพวกอัปรีย์ครองประเทศจึงพากันล่มจม ตกเหว ตกบ่อฉุดไม่ขึ้น แล้วพวกอัปรีย์มันยังช่วยกันทำต่อไป แทนที่จะหยุดแทนที่รับผิดชอบในสิ่งที่ตนกระทำ กลับกระหน่ำลงไปอีก ช่วยกันซ้ำเติมกันเข้าไปอีก ใช้วิธีทำเองแล้วใส่ร้ายผู้อื่นกำลังออกมาอาระวาด คงคิดว่าคนไทยยังโง่เป็นควายก็ทำมันเข้าไป คนที่ถูกมองอย่างเกลียดชังไม่ใช่ฝ่ายเสื้อแดง แต่เป็นฝ่ายคนที่กระทำ แล้วจะเห็นคนสีแดงออกมามากกว่าเดิมเพราะทนกันไม่ได้กับการถูกกลั่นแกล้งฝ่ายเดียว ตอนนี้ให้ระวังการปลอมเป็นเสื้อแดง แล้วทำการชั่วๆจากนั้นใส่ร้ายว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้กระทำ เนื่องจากตอนนี้ภาพลักษณ์ของคนที่อยู่เบื้องหลังเสื่อมสลายลง ตอนนี้สู้แบบสุนัขบ้าคือชนดะก่อนที่จะสิ้นใจไปเองเพราะพิษบ้าที่รุมตัวเองกำลังสุกงอมอย่างหนัก แล้วเราก็จะได้เห็นในเวลาอันใกล้นี้

พอเดาออกว่าใคร วางระเบิดข้างศาล

ที่มา thaifreenews


โดย ป้าพลอย

โหลดมาจากประชาไท


พอเดาออกว่าใคร วางระเบิดข้างศาล

เป็นคนกลุ่มใดไม่ได้ นอกจากพวกทำลายเสื้อแดง และคิดทำลายทักษิณ แน่นอน

งวดเข้ามา ยิ่งขาสั่นคิดทำสงครามข่าวสารพื้นฐานง่ายๆ ให้สังคมที่เสพแต่สื่อพวกมัน

ให้คิดไปในแนวทางฝ่ายดังกล่าวต้องการนั้นเอง

จะบอกว่ามีข่าวนี้ เพื่อทำให้รัฐบาลเสียหาย รึ

จะบอกว่ามีข่าวนี้ จะนำให้เสื้อแดงดูดีขึ้น รึ

เสื้อแดง ประกาศจนตายว่า ถ้าคิดจะทำรุนแรงเลวๆแบบนี้

จะทนชุมนุมอย่างสงบ มาจนถึงเวลานี้ทำหอกอะไร

ทำไมเสื้อแดง ต้องอดทน ไม่เผาบ้านเผาเมือง ไม่ยึดนั้นยึดนี้
เลียนแบบพวกสัตว์นรกที่ใส่เสื้อเหลืองทำไปก่อนนี้ แม้รู้ว่าทำแล้วยังไม่ผิดจนป่านนี้ก็ตาม

ดังนั้นการวางระเบิด แบบนี้

ไม่ต้องคิดให้สลับซับซ้อน คือคนคิดทำลาย เสื้อแดง และทักษิณ นั้นเอง

ถ้าวางเอาจริง จะให้จับได้ ทำไม

เมื่อวานก็จัดฉาก เอามาร์คไข่ในหินไป วิ่งกินลมบนทางด่วนง่ายๆ ไปแล้ว

ไม่รู้ว่า บังเอิญ อุบัติเหตุ หรือจัดฉาก แต่เล่นข่าวกันสนุก เพื่ออะไร

จะะมีอะไรอีก ไหม

สังเกต ว่า ก่อนจะถึง26 กุมภา เรื่องทำลายเสื้อแดง และทักษิณ มันกลับเกิดขึ้นเรื่อยๆถี่ยิบ

เพื่ออะไร ตอบได้เลยว่า ให้คิดไปตอน เมษาเลือดให้ดี

ทำไม ต้องสร้างเรื่อง จัดฉากให้เสื้อแดง รุนแรง เลว ชั่ว เผา ยิง จะทำลายมัสยิด ให้ได้

ก็เพื่อจะสร้างให้เสื้อแดง ชั่วพอที่จะ ฆ่าทิ้ง โดยไม่ผิดนั้นเอง

จับตากลุ่มกำลังทำลายเสื้อแดง ให้ดี

เปรมงานเข้า ณัฐวุฒิโชว์สำเนาเช็คผู้บริหาร MNC สั่งจ่าย 3.6 ล้าน<--- องคมนตรี

ที่มา thaifreenews


โดย...ลูกชาวนาไทย




ผมได้รับข่าวจาก "ความจริงวันนี้" ผ่าน Short message เมื่อครู่ ที่จริงได้ยินณัฐวุฒิพูดถึงตั้งแต่วันศุกร์ ที่หน้า ปปช.

ตอนนี้ องคมนตรีกลุ่มนี้ ก็ทองลอกแล้วหมดสิ้น ครับ หน้ากากคุณธรรมโดนกระชากไม่เว้นแต่ละวัน และเชื่อแน่ว่าจะมีมาอีกเรื่อยๆ เพราะพวกนี้ครองอำนาจนอกระบบมาอย่างยาวนาน ในสังคมอุปถัมป์ ที่เอื้อประโยชน์กันเป็นเส้นสาย

แต่ก่อนโดนปกปิดไว้ด้วยอำนาจบารมี ใครไม่กล้าวิจารณ์ เพราะจะถูกกล่าวหาว่า "จ๊าบจ้วงเบื้องสูง" แต่งตั้งมาจากสถาบัน ไม่ควรละเมิด ทำให้คนกลุ่มนี้ทำอะไรไม่เคยเห็นกฎหมายอยู่ในสายตา

วันนี้ เมื่อความข้ดแย้งทางการเมืองมาถึงจุดสูงสุด ก็ไม่ีมีใครกลัวใคร เมื่อเล่นคนอื่นเรื่องคุณธรรม ตอนนี้ก็โดนไล่ล่าบ้าง

แม้ว่าในทางกฎหมายคงจะใช้พรรคพวกปกป้องกันเอง ไม่อาจเอาผิดได้ แต่ในทางการเมืองถือว่า "เสียมวลชน" ซึ่งจะพาไปสู่การสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในสงครามการเมือง

แก๊งค์เหล่านี้จะโดนกระชากหน้ากากทุกวัน จนไม่มีใครกล้าออกมาปกป้องแล้ว

เฮ้อ กรรมไล่ตามทันในชาตินี้

ต้องจากไปแบบ "ตั๋งโต๊ะ" ที่ีคนแช่งสิบทิศ"

เฮ้อ เปรม เอ็งไม่น่าทำตัวแบบนี้เลย แทนที่จะจากไปแบบรัฐบุรุษ กลับเป็นทรราชย์ไปเสียได้


ตรุษจีนใส่สีชมพู 555 พี่ๆ ผมใน FARED เขาหมั่นใส่เขาจะใส่สีแดงเดินเยาวราชกัน ใครไปถ่ายรูปที่เยวราชกันหน่อยครับ

นักธุรกิจที่เป็นเสื้อแดงมีเยอะ แต่ไม่ออกหน้าก็มาก ดังนั้นมีบางคนรณรงค์ให้ใส่สีชมพู มันก็เกิดชนกับเสื้อแดงอย่างจัง

ที่จริงพวกใส่สีชมพูก็คือ พวกเสื้อเหลืองปลอมตัวที่ไม่กล้าใส่เสื้อเหลืองแล้วนั้นเอง ตอนนี้กำลังจะรีแบนด์ใส่สีชมพูกัน

พวกพี่ๆ ใน FARED ทั้งหลายพี่สี่สาว และอีกหลายคนเขาจะใส่เสื้อแดงเดินโชว์ที่เยาวราชกัน 555 ผมว่าใครใส่สีชมพูก็คงสะเร่อ

ใครว่างลองถ่ายรูปที่เยาวราชมาให้ดูหน่อยครับว่าสีชมพูกับสีแดงเทียบกันแล้วมีมากไหม