ที่มา thaifreenews โดย..ลูกชาวนาไทย
และเมื่อคิดลึกต่อไปอีก คนที่ส่งมาใ้ห้ คงมีเส้นสายที่ลึกพอสมควรทีเดียวถึงได้เช็คนี้มา
มันก็เลยมีคำถามสะดุดใจผมขึ้นมาว่า "นี่เกลือเป็นหนอนหรือเปลี่ยนม้ากลางศึกกันแน่"
เรื่องเกลือเป็นหนอนนั้น ผมคิดว่าคงยาก เพราะการได้เช็คมา คงมีการวางแผนกันหลายคนพอสมควร
แต่การเปลี่ยนม้ากลางศึกนี่ซิน่าสงสัย เพราะ ม้าที่แก่แล้ว ย่อมไม่มีประโยชน์ และตอนนี้ม้ากำลังรำบาก เป็นโรคท่าทางจะไปไม่ไหว อยู่ไปเป็น "ต้นทุนมากกว่าำกำไร" และทำท่าจะพาคนขี่จมน้ำกลางลำธารไปด้วย
หากเราพิจารณาสงครามในภาพรวมแล้ว ทั้งเปรมทั้งสุรยุทธ์นั้น ในทางศึกถือว่าตายไปแล้ว ไม่อาจใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป หากไม่สลัดทิ้ง ก็จะทำให้ลามทำลายองคาพยพหลักด้วย
สภาพของ พล.อ.เปรมตอนนี้เหมือนมะเร็งร้ายระยะสุดท้ายแล้ว
จึงน่าสงสัยว่าเรื่ืองเช็คนี้มาได้อย่ืางไร
พอดีคิดเรื่องด่าเรื่องเช็ค 3.6 ล้าน เลยไม่ทันคิดแบบพินิจพิเคราะห์ถึงที่มาของเช็คว่ามาได้อย่างไร ผมว่าอยู่ๆ คุณณัฐวุฒิคงไม่ได้เิดินไปเก็บได้ตามถนนแน่ๆ ต้องมีคนส่งมาให้อย่างแน่นอน
และเมื่อคิดลึกต่อไปอีก คนที่ส่งมาใ้ห้ คงมีเส้นสายที่ลึกพอสมควรทีเดียวถึงได้เช็คนี้มา
มันก็เลยมีคำถามสะดุดใจผมขึ้นมาว่า "นี่เกลือเป็นหนอนหรือเปลี่ยนม้ากลางศึกกันแน่"
เรื่องเกลือเป็นหนอนนั้น ผมคิดว่าคงยาก เพราะการได้เช็คมา คงมีการวางแผนกันหลายคนพอสมควร
แต่การเปลี่ยนม้ากลางศึกนี่ซิน่าสงสัย เพราะ ม้าที่แก่แล้ว ย่อมไม่มีประโยชน์ และตอนนี้ม้ากำลังรำบาก เป็นโรคท่าทางจะไปไม่ไหว อยู่ไปเป็น "ต้นทุนมากกว่าำกำไร" และทำท่าจะพาคนขี่จมน้ำกลางลำธารไปด้วย
หากเราพิจารณาสงครามในภาพรวมแล้ว ทั้งเปรมทั้งสุรยุทธ์นั้น ในทางศึกถือว่าตายไปแล้ว ไม่อาจใช้ประโยชน์ได้อีกต่อไป หากไม่สลัดทิ้ง ก็จะทำให้ลามทำลายองคาพยพหลักด้วย
สภาพของ พล.อ.เปรมตอนนี้เหมือนมะเร็งร้ายระยะสุดท้ายแล้ว
จึงน่าสงสัยว่าเรื่ืองเช็คนี้มาได้อย่ืางไร
หากข้อสมมุติฐานเป็นจริง ผมคิดว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงทางยุทธวิธีครั้งใหญ่ของกลุ่มอำมาตยาธิปไตยที เีดียว นี่คือสัญญาณการถอยทางยุทธศาสตร์แน่นอน
หากมีการเลื่อนการพิจารณาคดียึดทรัพย์ออกไปอีก นั้นคือสัีญญาณการถอยอีกอันหนึ่งทีเดียว
แต่เสื้อแดงอย่าเพิ่งดีใจนะครับว่า "การถอยของพวกเขาจะเป็นการแพ้" สงครามยังอีกยาวนาน แม้วันที่เยอรมันถอยออกไปจากนอร์มังดีในสงครามโลกครั้งที่สอง กว่าจะแพ้ก็ยังกินเวลาอีกปีกว่าทีเดียว และเยอรมันก็ยังพยายามรุกกลับอีกด้วยยุทธการบัลจ์ เป็นการเสี่ยงดวงครั้งสุดท้าย
อำมาตย์ก็คงไม่แตกต่างกัน แม้นี่เป็นการถอย ก็คงต้องถอย เพราะไม่อย่างนั้นก็ตาย มันเป็นหมากเกมส์บังคับ
พล.อ.เปรม
พล.อ.สุรยุทธ์
พล.อ.พิจิตร
ตายพร้อมกันทีเดียวสามคน นับเ็ป็นการสูญเสียแม่ทัพใหญ่ในการรบ ท่ามกลางสงครามที่กำลังร้อนแรงทีเดียว
เรื่องเช็คนี้ ยิ่งแก้ตัว ก็คงป้องกันได้ยาก เพราะมันจะมีตามมาอีกระรอกใหญ่ ทีเีดียว
สงครามจบแล้วสำหรับ พล.อ.เปรม ที่เหลือเป็นการ "ดิ้นหนีตายอย่างสิ้นหวังของทหารเฒ่า"
ผมคิดว่าหากหลักฐานมาจากฝั่งคนให้ ไม่ได้หลุดมาจากธนาคาร นี่งานใหญ่เลยทีเดียวครับ
ต้องรอดูว่าวันพุธ คุณณัฐวุฒิจะเอาออกมาแฉต่ออีก เป็นรายเดียวกันหรือไม่ หากไม่ใช่ ผมคิดว่างานนี้คือการเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์อย่างรุนแรงเลยทีเดียว เป็นการ "สละม้ากลางลำธาร" อย่างแน่นอน ไม่งั้นจมน้ำตายไปด้วยกันทั้งแก๊งค์
คงเป็นแผนสละอวัยวะเพื่อรักษาชีัิวิตนั่นแหละ
ผมคิดว่า หลักฐานวันพุธของณัฐวุฒินี้จะหนักและแรงกว่านี้อีก เพราะที่เปิดเผยมาน่าจะเป็น "ส่วนนำ" มาก่อนเท่านั้น ของจริงน่าจะมัดตัวได้แน่นกว่านี้แน่นอน เหมือนกรณี หลักฐานของจตุพรกรณี คมช.
เอกสาร 37 หน้า ก็โผล่ออกมาในช่วงเดียวกัน
น่าจะทำกันเป็นขบวนการใหญ่ เพื่อ Disposition ของฝ่ายอำมาตย์ หรือปรับกำลังเพื่อประเมินสถานการณ์ศึกใหม่
จะสังเกตุเห็นเปรมเงียบไปตั้งแต่กรณีเขาสอยดาว เป็นการเงียบจนผิดสังเกตุ จนผมเริ่มสงสัยตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้ตั้งเป็นกระทู้เสียที
หากให้ประเมินสภาพตอนนี้ จากคนที่มองดูอยู่วงนอก
ผมประเมินว่านี่คือ "การถอยเพื่อประเมินกำลัง" ครั้่งใหญ่ของฝ่ายอำมาตย์
เพราะศึกครั้งนี้ ในทางยุทธศาสตร์มันไปไม่ได้แล้วสำหรับอำมาตย์ ยิ่งลากไปยิ่งเขาไปสู่กับดักแห่งความรุนแรงที่ หากเกิดขึ้นอำมาตย์ก็ไม่มีทางชนะ และจะแย่หนักขึ้นไปอีก
เกมต่อไปของเขาน่าจะเป็นการเจรจา ผ่อนคลายสถานการณ์
อาจเป็นการ "เดินเกม" ของฝ่าย "สายพิราบ" ของฝ่ายอำมาตย์ก็ได้ เพราะสายเหยี่ยวบุกมากว่า 3 ปีแล้ว แต่ทำให้เสียหายหนักขึ้นเืรื่อยๆ ผู้คนลุกขึ้นมาเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง
นี่เป็นสัญญาณมรณะของอำมาตย่าธิปไตย เดินเส้นนี้มีแต่แพ้กับแพ้
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, February 16, 2010
เรื่อง เช็ค 3.6 ล้านนี่ออกมาได้ยังไง น่าสงสัย "จะเปลี่ยนม้ากลางศึกอย่างนั้นหรือ"
พลเอกเปรม บุรุษ(ไม่ใช่ซิ)ผู้มามืดๆ แต่น่าจะไปแบบสว่างหลังจากนี้ไป
ล่อนจ่อน โปร่งใส ไร้ข้อสงสัยต่อสังคมไทย อีกต่อไป
ท่านพูดน้อย จนได้ฉายาเตมีใบ เอ๊ยใบ้
ท่านเป็นคนมักน้อย เหมาะกับตัวอย่างให้คนทั้งชาติดู ว่า
พอเพียง พอในสิ่งที่มี ขนาดไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟ เหรอ!!(เด็กถาม)
ท่านคือแบบอย่างสอนคนอื่นให้ทำตามได้ ได้
ท่านวางตัวได้ดี ได้อย่างนุ่มนวล ละเมียดละมัย เนียบ
ท่านเป็นคนเพรียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมสูงสุดกว่าคนธรรมดา ทั้งปวง
นั้นคือ ภาพก้อนน้ำแข็งที่โชว์ให้คนอื่นเห็น ได้
แต่สิ่งที่ไม่ได้เจอกับแสงแดด อยู่ในที่มืด ทุกๆคนจะมี แม้แต่เจ้าตัวเองก็อาจไม่รู้
เรียกว่าถูกเก็บอยู่ในจิตใต้สำนึก นี้แหละเขาเรียกว่า ส่วนมืดของคนเรา
ตามทฤษฏี ควายกินหญ้า เอ๊ย ภูเขาน้ำแข็งลอยน้ำ


เหมือน ภูเขาน้ำแข็ง ลอยในมหาสมุทร
ส่วนลอยเหนือน้ำต้อง แสงสว่างและอากาศ ปรากฏแก่ สายตาโลก คือ
จิต หรือ พฤติกรรม ที่อยู่ในความควบคุมของ ความสำนึกตัว
ส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำ (ซึ่งปริมาณมากกว่า) อยู่ใน ความมืดกว่า ไม่ปรากฏแก่สายตาโลก คือ
จิตใต้สำนึก อันเป็นภาคสะสม ประสบการณ์ในอดีตมากมาย ถูกบีบอัด เก็บกด
หรือคอย เพื่อให้สม ปรารถนา เพื่อให้ได้ จังหวะเหมาะ สำหรับตอบสนองสิ่งเร้า อันยังไม่ได้ทำ
หรือทำ ไม่ได้ในภาวะปกติ (เช่น กฎหมายห้าม, ประเพณีไม่ยอมรับ ว่าถูก, สังคมไม่นิยม ฯลฯ)
แต่ พลเอกเปรม ท่านเป็นคนมีบุญวาสนายิ่ง
คนเสื้อแดง มาขุด เอ๊ย ช่วยสะท้อนแสงแดดช่วย เข้าไปสู่ที่มืดให้เร็วขึ้น
ท่านก็จะได้รู้ตัวเอง สักทีว่า อ้อ เราเป็นคนเช่นนี้เหรอ
ประชาชน คนไทย ก็ได้รับรู้ทั่วบ้านทั่วเมืองเช่นกัน
ท่านหมดความมืดในชีวิตแล้ว มีแต่ความสว่าง
ท่านใช้เวลาดังภูเขาน้ำแข็งลอยตามน้ำมากว่า90ปี
วันนี้ความระเหิดระเหย จากสายลมและแสงแดด
ตลอด90กว่าปี น้ำแข็งที่จมน้ำ ก็เหลือน้อยลงเรื่อยๆ
ตอนนี้พลเอกเปรม ล่วงเลยมาจากภูเขาใหญ่ กลายเป็น
ก้อนน้ำแข็งมือ เหลือแต่วันละลายหมดไปในที่สุด
เสื้อแดง ได้ทำให้ ท่านไม่เหลือมุมมืด ส่วนมืดอีกต่อไปแล้ว
ท่านต้องขอบคุณเสื้อแดง น่ะครับ
http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/21587
เมื่อหัวหน้าพรรคปาขี้ มาโดนดีซะเอง
ที่มา วโรทาห์
เลยต้องทำเป็นลับ ลวง พลาง ส่งสมุนที่ไร้สมอง เที่ยวสร้างสถานการณ์ป่วนบ้านป่วนเมือง จนวุ่นวายกันไปหมด
สถานการณ์ยุ่งเหยิงอย่างนี้ จะหยิบจะจับเอาอะไรมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ จึงไม่ค่อยถนัด เพราะว่ายังไม่ทันจะขยับ ก็กลายเป็นข่าวเก่าไปซะฉิบ อย่ากระนั้นเลย สู้เมดเล่ย์จับฉ่ายเล่นมันไปทุกเรื่อง เอามายำใหญ่ใส่พริกมะนาว ให้เผ็ดแซบซี้ดซ้าด ยังจะเข้าท่ากว่ากันเยอะแยะ
ภาษาฟุตบอลเขาเรียกว่ากึ่งยิงกึ่งผ่าน ไม่ได้ตั้งใจยิง แต่เผลอเมื่อไหร่เป็นมุดเข้าประตูไป ไม่ทันรู้ตัว
ประเดิม กันด้วยข่าวขี้ๆ กับคนขี้ๆ ที่กลายเป็นคู่เวรคู่กรรมคู่ใหม่กันไปซะแล้ว นาทีนี้ถ้าใครบอกว่ากำขี้ดีกว่ากำตด คงไม่มีทางที่มาร์คจะเห็นด้วยเป็นอันขาด หลังจากเจอเข้าไปหลายงาน ชักจะเกิดดวงตาเห็นธรรม ใครจะว่ายังไงก็ช่าง มาร์คยังขอกำตดดีกว่ากำขี้
โดยเฉพาะงานล่าสุดนี้ ที่ออกจะทำใจลำบากอยู่ซักหน่อย ก็พ่อเจ้าประคุณลุนช่อง เล่นจัดโปรโมชั่นพิเศษ มากันเป็นแพ็คคู่ 4 ถุงซ้อน ดีลิเวอรี่ส่งตรงถึงหลังคาบ้าน เล่นเอารปภ.อกสั่นขวัญแขวน ออกจับมือคนดมกันให้วุ่น ดีที่ว่า คนบ้านนี้ เขาชินชากันซะแล้ว เลยไม่ค่อยตื่นเต้นซักเท่าไหร่
ก็แหงละ โดนเข้าไปถี่ยิบ ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถ้ายังไม่ชิน ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว
ทำเป็นเล่นไป ในขณะที่ทุกคนลงความเห็นว่าเป็นถุงขี้ แต่ยังมีกุ๊ยกษิตที่เถียงขาดคอเป็นเอ็น ว่าเป็นถุงก๋วยเตี๋ยว มิน่าล่ะ ถ้าพี่กุ๊ยบอกว่าจะหิ้วก๋วยเตี๋ยวไปฝากใคร เป็นได้เผ่นหนีกันป่าราบ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเหลียวหลัง
กับถ้อยวาจาของน้าฮุนฯที่ว่า “อุจจาระมีค่ามากในประเทศไทย เพราะว่าชาวไทยให้มันเป็นของขวัญ แก่นายกรัฐมนตรี..." ไปๆมาๆอาจจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นซะแล้ว เมื่อมีแนวโน้มว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอ อาจจะแจ็คพ็อทออกมาว่าเป็น..ขี้ทักษิณ
ถ้าไม่รีบออกตัวว่าขอรับเอาไว้ตรวจสอบราคา มีหวังว่าน่าจะงานเข้า เจอคดีรับของขวัญเกิน 3 พันกันเห็นๆ ยิ่งน้าแม้วเขาขึ้นชื่ออยู่ด้วยว่า มือดี..ทำขี้ให้เป็นทอง
สรุปว่า ลงทุนปลูกถั่วเอาไว้ ย่อมต้องได้ฟาดถั่วต้มเป็นธรรมดา มีที่ไหน ปลูกถั่วแล้วจะได้รับประทานสตรอเบอรี่ หวาน กรอบ อร่อย ดังใจปรารถนา
ทีตอนที่พวกมารลุกขึ้นยืน 2 ขา ด่านายกฯทักษิณฉอดๆ เห็นกระดี๊กระด๊ากันใหญ่ ยกให้เป็นวีรสตรีสีลม โดยไม่ต้องสนใจผิดชอบชั่วดี แล้วทำไมตอนนี้จะมาไล่บี้ตำรวจ ให้พลิกแผ่นดินตามล่าหาวีรบุรุษปาขี้กันให้ควั่ก
อะไรไม่ว่า ไล่เลี่ยกันยังไม่ทันไร นายปณิธานปากมอม ก็ออกมาปาถุงขี้นำร่องเข้าใส่ชาวเสื้อแดงซะเละไปหมด บอกว่ามีเงินโอนจากตะวันออกกลาง มาเข้าบัญชีแกนนำ หลังจากนั้นก็ตามน้ำกันใหญ่ ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาฯพรรค และสมาชิกพรรค ต่างพร้อมใจกันออกมา ระดมปาขี้ใส่ประชาชนเสื้อแดง อย่างเอาเป็นเอาตาย
เล่นกันสกปรกยิ่งกว่าขี้อย่างนี้ ยังไม่เห็นมีใครไปไล่จิกไล่ตี ว่าคนพรรคนี้ ทำไมมันถึงขยันปาขี้ใส่หัวชาวบ้านอยู่เป็นประจำ
จึงเป็นการสมควรอย่างที่สุด ที่โดนจอมพลฮุนเซน จิกหัวด่าอย่างสาดเสียเทเสีย โดยไม่มีประชาชนคนไทยหน้าไหนออกมาปกป้องให้ แม้แต่คนเดียว ทั้งๆที่จะว่าไปแล้ว ขานั้นก็เกินไปนิด แต่ยังน้อยไปหน่อย เมื่อเทียบกับความต่ำช้า ไร้มาตรฐาน ไร้สติ ไร้ปัญญาของนายกฯโจร แห่งสารขัณฑ์ประเทศ
กลายเป็นนายกฯขี้ ที่ประชาชนเกลียดที่สุดตลอดกาล ชนิดที่ถนอมประภาสต้องชิดซ้ายลงคู กู่ไม่กลับไปซะแล้ว ที่เป็นเช่นนี้ คงต้องโทษบุพการี ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง อยากให้ลูกหลานได้เป็นนายกฯ จนไม่คำนึงถึงวิธีการที่จะได้มา แม้จะต้องสมคบกับอำมาตย์ ให้ช่วยปล้นตำแหน่งเอามาประเคนให้ ก็ยังไม่เกี่ยง
เมื่อได้ตำแหน่งมา เพราะอำมาตย์อุปถัมภ์ จึงเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่ไม่เคยเห็นหัวประชาชน วันๆเอาแต่เกาะโพเดียม จ้อเอาโล่ห์ กับไล่ล่าทักษิณอย่างเดียว ประชาชนคนไทย จะเป็นจะตายยังไงก็ช่าง
กระโดดข้ามห้วยไปที่คิวหักดิบ ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลโจร ที่เล่นเอางงเต้กไปตามๆกัน เมื่อหัวหน้าโจรไปได้ยาดีจากอภิมหาโจรเฒ่า เจ้าของรัฐบาล งานนี้เลยชักจะมีหือ ออกมาประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมแก้รัฐธรรมนูญมันดื้อๆ
ถ้าจะอ้างสัญญาลูกผู้ชาย ขอให้ไปไกลๆหน่อย เพราะว่าที่นี่คือพรรคแมลงสาบ รับรองได้ว่า ไม่มีลูกผู้ชายซักกะคน
เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับแมลงสาบ เลยต้องเจ๊กอั้ก นั่งน้ำตาตกในกันเป็นแถว ทั้งปู้จิ้น หลานเนรฯ แถมพ่วงด้วยปู่เติ้งอีกคน ต่างกอดคอกันร่ำไห้อย่างน่าเวทนา เรียกว่าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไปไม่เป็นกันจริงๆ อยากสลัดรักจนเต็มแก่ แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ เพราะว่าติดคิวงาบอีกบานเบิก เข้าตำรา "คับที่อยู่ได้ คับใจก็จะอยู่"
เรื่องที่จะถอนยวง ปล่อยให้งาบกันสะดือปลิ้นอยู่พรรคเดียวนั้น อย่าได้หวังเป็นอันขาด
จะมีรัฐบาลไหนอีก ที่ได้รับใบอนุญาตโกงตลอดชีพ โกงได้ไม่มีขีดจำกัด โกงไม่บันยะบันยัง โกงโดยที่ไม่มีใครอ้าปากซักกะแอะ ก็ดูแต่เครื่อง จีที200 ที่มีมือดีผ่าออกมาดูแล้ว ปรากฏว่าchipหายไปทั้งแถบ มีแต่เครื่องเปล่าๆ แต่จนแล้วจนรอด ปปช.ยังนั่งอมสาก ไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้น
จึงจำเป็นอยู่ดี ที่ต้องตื๊ออยู่เพื่อร่วมงาบกันต่อไป โดยไม่มีกำหนด ของดีๆทั้งนั้น ขืนทำหมูหกไป คงต้องเสียดายแย่
ส่งท้ายปีเก่าลูกหลานมังกร จับกระแสตรุษจีนสีชมพู แถวไชน่าทาวน์เยาวราช ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นสีชมพูเต็มพรื่ดไปทั้งถนน อย่างกับนัดแนะกันมา ยังไงยังงั้น จะมีสีอื่นแซมมาบ้างก็แค่เล็กน้อย อย่างเช่นสีส้ม และสีน้ำเงิน ที่มีอยู่ประปราย ส่วนสีแดงนั้นไม่ต้องไปหา นอกจากแดงน้ำเงินที่ยังพอมีให้เห็น แต่ก็นานๆครั้ง
นี่ว่ากันเฉพาะแท็กซี่สีชมพู ที่เป็นเทรนด์ใหม่ กำลังแรงจัด
ส่วนมนุษย์ขี้เหม็น ที่เห็นเดินฉุยฉายสวนกันไปมานั้น กลับตรงกันข้าม อย่างหน้ามือกับหลังเท้า เคยแดงยังไง ก็ยังแดงยังงั้น ไม่มีเปลี่ยนแปลง อาจจะมีบ้างที่สะเหล่อออกมาในเสื้อสีชมพู แต่ไม่น่าถึง 1%ด้วยซ้ำไป จึงกลายเป็นของแปลก หาดูได้ยากไปซะฉิบ เสียแรงที่ลงทุนโหมโฆษณาซะแทบตาย แต่ผลที่ได้ ต้องถือว่าขาดทุนป่นปี้ ไม่มีหูรูด
ไหนโจมตีกันจังว่า กีฬาสีทำให้คนแตกแยก แต่รัฐบาลกลับปากว่าตาขยิบ ขยันโปรโมทสีใหม่ขึ้นมาทาบรัศมีสีแดง ไม่เว้นแต่ละวัน
สุดท้ายคนเป็นนายกฯ ซึ่งเกลียดเสื้อแดงอย่างกับวัวกระทิง ยังต้องมานั่งใส่เสื้อแดง ทำหน้าเหมือนคนอยากจะตาย
แต่เอาเถอะ ไม่ว่าจะสีอะไรก็คนไทยด้วยกัน สำคัญว่าไพร่ต่างสีอย่าไปเสียค่าโง่ ให้อำมาตย์มันปั่นหัวออกมาฆ่ากันเอง ก็คงไม่เป็นปัญหา ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ที่มันเข้าใกล้กลียุค ก็เพราะอำมาตย์มันทำทั้งนั้น
ถ้าความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีก็คงยากที่จะเกิด ถ้าลงว่าตุลาการโดดก๋าออกมาเป็นคู่กรณีซะเอง ก็อย่าหวังว่าจะเห็นความยุติธรรม
ถ้าเหตุการณ์ยังเป็นอย่างนี้ ประชาชนก็มีความชอบธรรมอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะยืนโซ้ยกับอำมาตย์ อย่างสมน้ำสมเนื้อ ถ้าลงว่าอำมาตย์คิดจะกวาดประชาชนลงทะเล การนองเลือดก็คงเลี่ยงได้ยากแล้ว ถึงวันนี้ ยังพอมีเวลาเหลืออยู่เล็กน้อย น่าที่จะคิดใหม่ทำใหม่ซะให้ถี่ถ้วน
ที่ผ่านมานั้น ฝ่ายอำมาตย์ประเมินประชาชนต่ำไป ส่วนฝ่ายประชาชนก็ประเมินอำมาตย์สูงไป มันเลยพอกันทั้งคู่ แต่บทเรียนที่ผ่านมาทำให้ประชาชนปรับตัวไปมาก แต่อำมาตย์ยังคงดักดานอยู่ อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถ้าจะแลกกันอีกครั้ง ผลคงต่างไปจากเดิมอย่างแน่นอน
ที่สำคัญคือ ประชาชนนั้น ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็ยังมีที่ยืน แต่อำมาตย์นั้น อย่าได้แพ้เป็นอันขาด เพราะว่าเดิมพันมันถึงตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร ถึงสูญสิ้นเผ่าพันธุ์กันเลยทีเดียว ศาลประชาชนนั้นโหดขนาดไหน ลองไปศึกษาประวัติศาสตร์แถวยุโรปดู
!!! แล้วจะหนาวไปถึงกระดูก !!!
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
ที่มา thaifreenews ที่มา ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/view_news.php ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช.แดงทั้งแผ่นดิน เปิดใจถึงความเป็นเอกภาพ ตลอดจนปัญหาท่อน้ำเลี้ยงไว้ดังนี้
ความเป็นเอกภาพคนเสื้อแดง
การเกิดขึ้นและการรวมตัวของคนเสื้อแดงไม่ได้มีลักษณะจัดตั้งมาตั้งแต่ต้น แต่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของเสรีชนที่มีความเห็นตรงกันทางการเมืองและประชาธิปไตย ทุกกลุ่มรวมตัวกันมาเองหมดเป็นกลุ่มแดงต่าง ไม่มีใครบอกให้ทำ ไม่มีใครไปสั่ง แกนนำต่างจังหวัดใกล้ชิดกับแกนนำส่วนกลางคนไหนก็ประสานกับคนนั้น
แต่เมื่อผ่านเหตุการณ์สงกรานต์เลือดมา เรามานั่งคิดกันใหม่ว่าต้องจัดตั้งเป็นองค์กร แกนนำส่วนกลางมีการประชุมทุกสัปดาห์ มีนายวีระ มุสิกพงศ์ เป็นประธาน ผมเป็นเลขาธิการ มีมวลชนสัมพันธ์ระหว่างภาค ประสานกับส่วนภูมิภาค
จุดแข็งอย่างหนึ่งของคนเสื้อแดงคือเป็นเสรีชน มวลชนไม่ได้เดินตามตัวบุคคล แต่เดินตามหลักประชาธิปไตย แกนนำคนไหนออกนอกลู่นอกทาง เขาก็ไม่ตาม คนๆ นั้นก็หายไป
ดังนั้น ข่าวที่ปรากฏว่าคิดไม่เหมือนกัน มันไม่ใช่ความขัดแย้ง อย่างนายขวัญชัย ไพรพนา มีวิวาทะกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ คนมองว่าแตกแยกแต่สุดท้ายนำไปสู่ความเข้าใจที่แนบแน่น หรือกรณี นายจักรภพ เพ็ญแข หรือนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เมื่อทุกฝ่ายทบทวนเหตุผล ก็เข้าใจกัน ต่างฝ่ายต่างเดินแนวทางของตัวเอง ไม่มีการปะทะใดๆ กันอีก
ล่าสุด พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี กับพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ก็มีวิวาทะ สุดท้ายนำมาสู่ความเข้าใจ วันนี้ทั้ง 2 คนเข้าใจว่าแนวทางเราเป็นอย่างไร ถ้ายอมรับแนวทางของเราก็เชิญเข้ามา แต่ถ้าเห็นว่ามีวิธีใดที่เหมาะมากกว่า ก็เดินไปตามแนวทางของท่าน เรารับผิดชอบการเคลื่อนไหวของเรา ท่านก็รับผิดชอบการเคลื่อนไหวของท่าน
ที่ทำโกรธกันเพื่อลับลวงพราง หากเกิดความรุนแรง นปช.จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบหรือไม่
ไม่ได้โกรธกัน ไม่มีเรื่องต้องลับลวงพราง เราประกาศแนวทางสันติวิธีตั้งแต่ต้น รัฐบาลยัดเยียดว่าเราสร้างความรุนแรงอยู่แล้ว ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงทุกครั้ง ใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เอาทหารมาไล่ยิงเราที่แยกดินแดง เอาเสื้อน้ำเงินมาไล่ตีเราที่พัทยา เราเจอทุกอย่างอยู่แล้ว
ฉะนั้น ถ้าพล.อ.พัลลภ หรือเสธ.แดงเข้ามา ก็ไม่มีอะไรแตกต่าง รัฐบาลทำเหมือนเดิม ดังนั้น เราจะลับลวงพรางเพื่อหลอกใคร
เสธ.แดงบอกว่าทำตามคำสั่งพ.ต.ท.ทักษิณ จุดยืนทั้งหมดคือทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณใช่หรือไม่
ถ้าเสธ.แดง จะทำเพื่ออะไรอย่างไรเป็นเรื่องของท่าน แต่เราทำเพื่อประชาธิปไตย เพื่อโค่นล้มอำมาตยาธิปไตย
นปช.ไม่ได้ต่อสู้เพื่อคนๆ เดียวใช่หรือไม่
นี่เป็นข้อโจมตีเพื่อทำลายความชอบธรรมของเรา ถ้าเขาไม่พูดอย่างนี้ เขาก็ไม่เหลือความชอบธรรม ถ้าเขายอมรับว่าเราเป็นขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เท่ากับเขาเป็นฝ่ายตรงข้ามของประชาธิปไตย
มีความกังวลเรื่องความรุนแรงเพราะวิทยุชุมนุมประกาศเผาสถานที่ราชการ
ประชาชนเจ็บปวดกับการกระทำของฝ่ายเผด็จการมาหลายปี เขาเห็นคนส่วนหนึ่งออกมาชุมนุมทำอะไรได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ของเราขยับนิดหน่อยก็หมายเรียก-หมายจับ มันเป็นความเจ็บปวด ความคับแค้นที่ไม่ได้รับความยุติธรรม จนเกิดเป็นพลังต่อสู้มหาศาล ปรากฏออกมาเป็นคำพูด เป็นวาทะกรรม แต่ไม่มีพฤติกรรม
รองเลขาธิการนายกฯระบุมีการโอนเงินจากตะวันออกกลางมาเคลื่อนไหว
ยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีการโอนเงินจากต่างประเทศ ไม่มีใครหิ้วมา ไม่รู้เรื่องเลย ตอนนี้เรารอหลักฐานจากคนในรัฐบาลนี้อยู่ แต่ผมเชื่อว่าสุดท้ายเรื่องนี้จะค่อยๆ เงียบไป เหมือนเรื่องแรงงานต่างด้าวที่จะมาชุมนุม เหมือนเรื่องลำเลียงอาวุธ แม้กระทั่งเรื่องปาอุจจาระ ที่บอกว่าคนเสื้อแดงทำ บางคนเลยเถิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จ้างมา 3 ล้านบาทด้วยซ้ำไป สุดท้ายความจริงปรากฏ เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำคือการใช้ความจริงเป็นอาวุธสำคัญต่อสู้
หากไม่ท่อน้ำเลี้ยงแล้วเอาเงินที่ไหนมาเคลื่อนไหว
มันต้องใช้เงินอะไรมากมาย เรารับบริจาค ขายเสื้อ ทำกิจกรรมต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อมาหล่อเลี้ยงการต่อสู้ เมื่อถึงเวลาชุมนุมใหญ่ ผมไม่เคยห่วงเรื่องเงินเลย เพราะทุกอย่างจะมีในมวลชน เงิน ข้าว คุณต้องการเท่าไหร่ แป๊บเดียวเดี๋ยวมา เหมือนตอนสงกรานต์ ทุกอย่างมันมีอยู่ในมวลชนอยู่แล้ว
มีคนบอกว่าเสื้อแดงสู้แล้วรวย
ผมรำคาญข้อกล่าวหานี้ บ้านหลังนี้ผมซื้อด้วยเงินของผมเองตั้งแต่ปี 2548 เวลานั้นผมไม่ได้ใกล้ชิดกับพ.ต.ท. ทักษิณเลย อย่าว่าแต่ได้บ้านเลย ตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ก็ไม่มี ตอนนี้ยังผ่อนอยู่ รถยนต์ผมก็ซื้อมา ทรัพย์สินที่บ้านเกิด บนเขาพลายดำเป็นของญาติ ผมไม่มีต้นยางสักต้นเดียว ถ้าจะมีก็เป็นของครอบครัวภรรยาที่สุราษฎร์ธานี ไม่เกี่ยวกับผมเพราะเป็นสมบัติดั้งเดิมของเขา
ผมไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอก มีสติปัญญาทำมาหากิน อายุ 24-25 ปีหาเงินได้เดือนละ 3-4 แสนจากการเป็นนักพูด แล้วครอบครัวผมพอจะมีทรัพย์สมบัติตกทอดมาให้ต่อยอดขยายผลไปบ้าง
ไอ้คนที่โจมตีผมว่าสู้แล้วรวย ต้องถามว่าแล้วคุณมีอย่างผมหรือเปล่า ผมมีต้นทุนมา ไม่ได้อับจนถึงต้องขายวิญญาณรับใช้ใคร
ถ้าถามว่าคนอย่างผมมีบ้าน จตุพรมีทาวน์เฮาส์เล็กๆ วีระมีบ้านอยู่ที่อังกฤษ บอกว่าสู้แล้วรวย อย่างคุณชวน หลีกภัย เป็นผู้แทนฯ มาตั้งแต่ปี 2512 เป็นนายกฯ 2 หน บ้านยังไม่มีอยู่ ผมถามว่าคนอย่างผมกับคุณชวน ใครน่าตรวจสอบมากกว่ากัน สังคมต้องคิด
เสื้อแดงเร่งออกมาตอนนี้เพราะคดียึดทรัพย์พ.ต.ท. ทักษิณหรือไม่
ผมเคยโทรศัพท์คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องนี้ ท่านพูดชัดว่าเรื่องคดียึดทรัพย์ไม่ต้องห่วง อย่าเอามาโยงกัน เสื้อแดงเดินไปเลย เรื่องนี้ให้เป็นเรื่องของผม จะเกิดอะไรขึ้นรับได้หมด
ส่วนการนัดชุมนุมใหญ่ ไม่มีปัจจัยของผลการตัดสินคดีมาเกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่ยึดทรัพย์ก็ไม่ต้องชุมนุม หรือถ้ายึดต้องชุมนุมรุนแรง ทุกอย่างเดินไปตามยุทธศาสตร์ น้ำหนัก ส่วนสูง เท่าเดิมหมด
แต่ตอนนี้เดินสายถี่ เพราะก่อนจะรบใหญ่ เราต้องเปิดทุกแผลของทุกองค์กรที่เป็นส่วนประกอบของระบอบอำมาตยาธิปไตย เราไปสะกิดแผลทุกแผลที่ตกสะเก็ดไปแล้วให้กลายเป็นแผลเปิด
มีข่าวนปช.แย่งนำมวลชนกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่
ไม่ได้รับสัญญาณนั้นจากคนในพรรค วันนี้พรรคเพื่อไทยได้ความอบอุ่นจากคนเสื้อแดง ขณะที่คนเสื้อแดงตั้งความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทยว่าถ้าเราสู้จนชนะ อำนาจกลับมาอยู่ในมือประชาชน บ้านเมืองมีการเลือกตั้ง คนเสื้อแดงจะรณรงค์กันทั่วประเทศให้พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงมากที่สุดในสภา เพราะเราหวังจะให้อำนาจที่ประชาชนมอบให้พรรคเพื่อไทยเป็นเครื่องมือสร้างประชาธิปไตยต่อไป
เราประเมินแล้วว่าคงเป็นศึกหนักอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่ศึกเลือกตั้ง แต่นี่คือมหาสงครามระหว่างประชาชนกับอำมาตยาธิปไตย คนเสื้อแดงจะเดินเต็มกำลัง เพราะถือว่าเป็นการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจรัฐมาให้กับพรรคที่เราไว้ใจ
จุดหมายสุดท้ายของนปช.คือเอาพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาหรือไม่
เราต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เมื่อเป็นประชาธิปไตยเมื่อไหร่ พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมา เมื่อเลือกตั้งเสร็จ เพื่อไทยได้เสียงส่วนใหญ่ ต้องแก้รัฐธรรมนูญ เอาปี 2540 คืนมา ส่วนจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรืออภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณในคดีที่ตัดสินไปแล้วหรือไม่ คงต้องมาดู ผลที่เกิดขึ้นหลังจากปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ต้องหยิบมาพูดคุยกันใหม่อีกครั้ง
ผมมั่นใจว่าชนะได้เพราะมันเป็นสิ่งใหม่ เป็นพลังรากหญ้าที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เราจึงชนะได้
ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยจะยอมหรือ หากแพ้เท่ากับเสียที่ยืนในสังคม
ผมก็ไม่ยอมเขาเหมือนกัน
ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอาจเกิดความรุนแรงขึ้นได้
ต้องถามว่าทำไมสังคมถึงมาเรียกร้องเอาแต่กับพวกผมว่าอย่ารุนแรง ต้องสันติ อย่าป่วนบ้านเมือง แต่ทำไมไม่มีใครไปบอกคนในระบอบอำมาตย์ว่าอย่าทำร้ายประชาชน
พวกผมมีกำลังยังไงก็ไม่เท่ากองทัพ จะมีอาวุธก็ไม่เท่ากองทัพ ซึ่งพวกเขามีทุกอย่าง มีอำนาจรัฐ มีทหารอยู่ในมือ ทำไมสังคมไม่ถามคนเหล่านั้นว่าชุมนุมใหญ่เที่ยวนี้จะรุนแรงกับพวกผมหรือเปล่า คุณกล้าถามคนในระบอบอำมาตย์หรือไม่ว่าคิดยังไง จะฆ่าเขาไหม เขาเดินมาจากบ้านมือเปล่าเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย พวกเขาต้องตายหรือเปล่า ผมอยากได้ยินคำพวกนี้จากพล.อ.เปรม (ติณสูลานนท์) และลูกน้องว่าเขาจะสันติวิธี เขาจะสู้กับเราอย่างแฟร์ๆ
เมื่อมีความขัดแย้งต้องมองคู่กรณี ไม่ใช่ตั้งเป้าแล้วยิงคำ ถามไปโดยจงใจไม่เหลียวมองอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่กล้าพูด ไม่กล้าถาม ไม่กล้าวิจารณ์ ถ้าคุณไม่ให้ความเป็นธรรมกับตัวเอง ก็จะไม่เข้าใจสถานการณ์และก็อยู่กับความจริงครึ่งเดียวอย่างนี้ต่อไป
[GT200] Judgment Day เจษฎา นักวิชาการอิสระ
ที่มา thaifreenews เจษฎา นักวิชาการอิสระ 14 กุมภาพันธ์ 2553 และแล้วในที่สุดก็มาถึงวันนี้ เวลาที่รอคอยมากว่า 4 เดือน หลายๆ คนนอกวงเสวนาพวกเรา (หรือพูดให้ชัด ก็คนในต้นสังกัดผม) คิดว่าผมและคุณจุฬาออกมาร้องแรกแหกกระเชอหวังดังตามกระแสบีบีซี แต่เค้าคงไม่รู้หรอกว่าเราต้องผ่านอะไรหนักๆ กันมากกว่าจะถึงวันนี้ วันที่หลายคนไปสนุกกับการจับจ่ายใช้สอยตรุษจีน หรือไปเที่ยวกับแฟนวันวาเลนไทน์ แต่เรากำลังจะเก็บตัวอยู่กับชายหนุ่มร่างกำยำอีกกว่า 30 ชีวิตในตึกปิดร้างด้วยกัน ... ไม่คิดว่าเหมือนหนัง Die Hard ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ฮะฮะ (โปรดอ่านคำสัมภาษณ์ผมใน เนชั่น สุดสัปดาห์ เล่มที่แล้ว จะเข้าใจอีกเยอะว่าพวกเราไม่ได้อยากจะเป็นฮีโร่ แบบเสี่ยงชีวิต เสี่ยงชื่อเสียงอย่างนี้เลย) ความกังวลใจในตอนนี้ ที่ไม่ได้น้อยลงเลย แต่มีเพิ่มขึ้นอยู่ทุกวัน ว่าเทพธิดาแห่งโชคจะอยู่ข้างเราหรือไม่ ... ตลอดสัปดาห์ที่แทบจะพูดอะไรไม่ได้ เพราะดันโดนดึงให้เข้าไปเป็นคณะกรรมการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องจีที 200 ด้วย แล้วกลายเป็นแค่คนเดียวใน 20 คนที่คัดค้านเครื่องลวงโลกพวกนี้ หลายครั้งที่ไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการฯ แต่ก็พูดมากไม่ได้ ต้องให้โฆษกแถลงเท่านั้น (จนแม่ผมบ่นว่า ทำไมในทีวียังเห็นออกข่าวโปรโมตความเทพ ของทั้งจีที200 ทั้งอัลฟ่า6 กันโครมๆ ได้ล่ะ) หลายท่านคงงงงวยกับการใช้กล่องแค่ 4 กล่องในการทดสอบ double blind ครั้งนี้ จริงๆ แล้ว พวกผมเสนอเป็นกล่อง 6 กล่องตั้งแต่แรก (ใส่ของ 5 กล่อง + ไม่ใส่เลยอีก 1 กล่อง) แต่ก็ถูกขอให้ประนีประนอมวิธีการทดสอบให้เข้มงวดน้อยลงเรื่อยๆ อย่างเช่นที่ให้เหลือกล่องซ่อนแค่ 4 กล่อง ตัวผมจะไปฝืนยืนกรานก็ไม่ได้ เพราะไม่งั้นก็ต้องยกเลิกการทดสอบไปเลย ความพยายามที่ผ่านมาก็จะล้มหายไปกับตา / พอๆ กับที่ตอนนี้ระเบิดที่จะเอามาซ่อน มันไม่ใช่ก้อนเล็กๆ แค่ 20 กรัมนะครับ มันขนาด หนึ่ง 1/4 ปอนด์แล้ว ประมาณว่าระเบิดตึกทิ้งได้เลย แล้วผมต้องเป็นคนถือไปซ่อนซะด้วยซิ บรื๋ออ... / ที่เราพอจะผลักดันได้สำเร็จคือการขอให้มีการทำซ้ำ 20 ซ้ำ (ขอไปตอนแรก 30 ซ้ำ) แต่ 20 ซ้ำแบบใช้ทีมหา 10 ทีม ทำทีมละ 2 ครั้งอย่างนี้ ผมก็ไม่รู้จะคำนวณสถิติอย่างไรเหมือนกัน อีกเรื่องคือประเด็นการผ่าพิสูจน์ ตอนแรกที่ผมได้รับการติดต่อให้มาเป็นกรรมการทดสอบฯ ผมได้รับคำชี้แจงว่าจะมีทั้งการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่อง และศึกษาหาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ว่าเครื่องนี้ทำงานได้อย่างไร รวมทั้งการผ่าทดสอบด้วย แต่กลายเป็นว่า ข้อสรุปของคณะกรรมการฯ คือจะไม่มีการผ่าเครื่องหรือทดสอบทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเลย (ถ้าสนใจอยากทำต่อ ก็ไปทำกันเอาเอง) คือ จริงๆ ผมก็ไม่ได้คิดว่าต้องผ่าพิสูจน์อะไรนะ เพราะทางบีบีซีเค้าก็ทำไปแล้ว ให้เห็นแล้วว่ามันไม่มีอะไรอยู่ในเครืองนั้น จริง จริงงงง ตอนนี้ชัดเจนว่าเครื่องลวงโลกพวกนี้ทำงานด้วยหลักการลวดเดาว์ซิง ซึ่งก็ไม่ได้อาศัยพลังพิเศษเหนือธรรมชาติแต่ประการใด เป็นเพียงแค่การที่ผู้ถือโยกเอียงเครื่องไปทางซ้ายขวาหรือหน้าหลังช้าๆ เพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกในการหมุนเสาอากาศเท่านั้น (มาลองเล่นซักครั้ง แล้วจะเข้าใจทันที แต่ถึงวันนี้ผมเริ่มเห็นด้วยว่าน่าจะเรียกร้องให้ทางรัฐ ผ่าโชว์กันจะๆ ไปเลย (แต่อย่าไปโดนหลอกให้รวมเงินกันซื้อเองนะ) เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้เห็นภาพข้างในที่ว่างเปล่าของตัวเครื่องอย่างชัดเจน รวมทั้งยังขาดความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ที่อธิบายลวดเดาว์ซิงเหล่านี้ ขณะที่ตัวแทนของทางเหล่าทัพในคณะกรรมการทดสอบฯ กลับไม่ยอมให้ผ่าพิสูจน์เครื่อง โดยอ้างว่าเป็นครุภัณฑ์ที่มีราคาสูง หรือแม้แต่ไม่ยอมให้เอ็กซเรย์เครื่องหลังการทดสอบ ตามที่ผมกังวลว่าจะมีการแอบนำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ใส่เข้าไปในเครื่องหรือไม่ โดยอ้างว่าถ้าเอ็กซเรย์แล้วเครื่องเสียไป ใครจะรับผิดชอบ เอาเป็นว่าขอให้ทุกคนช่วยกันจับตามอง รายงานสรุปผลการทดสอบ ที่จะออกมาในวันจันทร์นี้ก่อนจะเข้า ครม. ในวันอังคาร ผมถูกสั่งไว้แล้วว่าเมื่อมีข้อสรุปออกมาอย่างไรก็ตาม ผมจะต้องยอมรับและหยุดตอบโต้ในเรื่องนี้อีก ... แต่หวังว่าจากที่ได้จุดประกายไว้ให้ทั้งหมดนี้ จะมีใครอีกคน สองคน สิบคน หรืออีกมากมาย ที่ออกมาสานต่อภารกิจนี้ต่อไป จะทั้งบนดินหรือใต้ดินก็ได้ ผมเองก็คงจะพยายามเข้าไปในคณะนิติศาสตร์และคณะอื่นๆ (ที่ไม่ใช่คณะวิทยาศาสตร์ เพราะเค้าไม่ได้อยากฟังเราพูด) เพื่อกระตุ้นให้ความรู้เรื่องนี้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน ที่เราเอาเครื่องมือที่คนใช้สามารถสั่งชี้ถูกชี้ผิดใครก็ได้ตามใจชอบ มาไว้ในกระบวนการยุติธรรมของไทย ที่มา www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8879467/X8879467.html
สิ่งที่ผมกับคุณจุฬากลัวกันมาก คือการตีความว่าถ้าทำได้ประมาณ 25% หรือสูงกว่านั้นหน่อย แล้วจะบอกว่าเครื่องมีประสิทธิภาพใช้ได้ ทั้งที่นั้นมาก็แค่เท่ากับการเดาสุ่ม คำว่า "มีดีกว่าไม่มี" มันหลอกหลอนพวกเรามาก เพราะมันจับใจเจ้าหน้าที่และคนทั่วไปมากกว่าที่เราจะไปคัดค้านด้วยหลักสถิติ หรือ ค่านัยสำคัญมากนัก ... จากประสบการณ์การข้ามห้วย จากนักวิทยาศาสตร์ มาเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ จนมากเป็น activist ทางวิทยาศาสตร์อย่างนี้ เราจำเป็นจะต้องหาคำพูดอย่างอื่นที่สื่อให้เข้าใจง่ายๆ ว่า ในการค้นหาระเบิดตามความเป็นจริงแล้ว ปฏิบัติการที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเช่นนี้ ค่าประสิทธิภาพของเครื่องมือตรวจควรจะแม่นยำเป็น 80-90% ด้วยซ้ำ ถ้าอุปกรณ์ที่ใช้มีความถูกต้องเพียงแค่ใกล้กับค่าเดาสุ่ม เจ้าหน้าที่และประชาชนของเรานั้นจะตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง
สำหรับวันนี้ ก็ขอให้ทุกท่านหลับฝันดี เจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ
อ้วนเสี้ยว..ผู้มีบารมีที่โง่เขลา
ที่มา thaifreenews บทความโดย...ปูนนก สามก๊กแม้จะเป็นหนังสือที่ได้รับการเขียนมาในเชิงวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์... ซึ่งจะออกมาในรูปของสิ่งที่เกินจริงอยู่บ้างในบางเรื่อง แต่สามก๊กก็เป็นวรรณกรรมที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสุดยอดของวรรณกรรมในเชิงกลยุทธทุกรูปแบบที่มนุษย์จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้... แม้วันเวลาจะผ่านไปนานนับเป็นพัน ๆ ปีแล้ว แต่สามก๊กและตัวละครที่อยู่ในวรรณกรรมเล่มนั้นก็ยังได้รับการกล่าวขานอยู่อย่างไม่รู้จบสิ้น... มีคำกล่าวว่า “ผู้ใดยังไม่มิได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่” ผมเชื่อว่า หัวหน้าอมาตย์คนสำคัญที่สุด คงไม่เคยได้อ่านหนังสือสามก๊ก เป็นแน่ หรือถ้าอ่านก็คงไม่เคยได้พิจารณาถึงตัวละครที่ปรากฏอยู่ในสามก๊กอย่างละเอียด“อ้วนเสี้ยว” เป็นชื่อหนึ่งของผู้ทรงอำนาจที่ปรากฏอยู่ในสามก๊ก จะว่าไปอันที่จริงแล้ว อ้วนเสี้ยวเป็นผู้มีอำนาจบารมียี่งใหญ่เกือบจะเท่าเทียมกับ ฮ่องเต้ ในเวลานั้นเลยทีเดียว ค่าที่ตนเองเป็นผู้ครอบครองกองกำลังของกองทัพอันใหญ่โต และทรงอำนาจที่สุดในเวลานั้น ขณะเดียวกันตนเองก็ครอบครอง“ตราประจำพระองค์ของฮ่องเต้” เอาไว้ด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ ทั้งอำนาจกองทัพ... และอำนาจทางการปกครองอยู่ในมือของอ้วนเสี้ยวจนหมดสิ้น ในยุคที่ อ้วนเสี้ยว เรืองอำนาจนั้นทั้ง “เล่าปี, ซุกเซ็ก (พี่ชายซุนกวน),และโจโฉ” ต่างก็อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของ อ้วนเสี้ยว ทั้งสิ้น แต่ด้วยความที่ อ้วนเสี้ยว ไม่เคยไว้ใจใคร, ไม่รู้จักใช้คน และมีจิตใจโลเล ทำให้ทั้ง3 คนซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผู้ครองอำนาจอย่างยิ่งใหญ่ในยุคสามก๊ก นั้นต้องปลีกตัวออกไป และต่อมาภายหลังด้วยความเย่อหยิ่ง ยะโส ของอ้วนเสี้ยว ที่คิดว่าตนมีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ และมีอำนาจมากทีสุดในแผ่นดิน ทำให้ต้องพ่ายแพ้แก่กองทัพเล็ก ๆ แต่มีผู้ทำที่ฉลาดปราดเปรื่อง อย่างกองทัพของโจโฉ...ด้วยเหตุเพราะความประมาทและความหยิ่งผยองในอำนาจของตนเองแท้ ๆ และสุดท้าย อ้วนเสี้ยว ก็คลั่งแค้นจนต้องกระอักเลือดตาย เวลานี้มหาอมาตย์ใหญ่ต่างก็เชื่อว่าเขาได้ครอบครองสิทธิอำนาจ, และกำลังกองทัพเอาไว้จนหมดสิ้น ไม่มีใครในแผ่นดินเทียบเคียงได้โดยแสดงออกมาจากหลายทาง ทั้งระบบยุติธรรมทีสองมาตรฐาน แค่ปิดถนนติดคุก-ยึดสนามบิน (ทำเนียบ) เป็นผู้ก่อการดี, บุกรุกที่เชิงเขาติดคุก-บุกรุกที่บนเขาเป็นองคมนตรี, ทำหลักฐานเท็จศาลเชื่อได้ว่า ตัดสินยุบพรรค-หลักฐานทุจริตยักยอกชัด ๆ บอกหลักฐานไม่พอต้องรอสอบเพิ่ม..ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ใช้อำนาจรัฐที่ตนเองมีอำนาจครอบครองอยู่ แบ่งปันผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องตนเองโดยการยักยอกผลประโยชน์ของชาติไปเป็นของตนเองอย่างโจ่งแจ้ง... สามก๊กแม้จะเป็นหนังสือที่ได้รับการเขียนมาในเชิงวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์... ซึ่งจะออกมาในรูปของสิ่งที่เกินจริงอยู่บ้างในบางเรื่อง แต่สามก๊กก็เป็นวรรณกรรมที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสุดยอดของวรรณกรรมในเชิงกลยุทธทุกรูปแบบที่มนุษย์จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้... แม้วันเวลาจะผ่านไปนานนับเป็นพัน ๆ ปีแล้ว แต่สามก๊กและตัวละครที่อยู่ในวรรณกรรมเล่มนั้นก็ยังได้รับการกล่าวขานอยู่อย่างไม่รู้จบสิ้น... มีคำกล่าวว่า “ผู้ใดยังไม่มิได้อ่านสามก๊ก อย่าพึงคิดการใหญ่” ผมเชื่อว่า หัวหน้าอมาตย์คนสำคัญที่สุด คงไม่เคยได้อ่านหนังสือสามก๊ก เป็นแน่ หรือถ้าอ่านก็คงไม่เคยได้พิจารณาถึงตัวละครที่ปรากฏอยู่ในสามก๊กอย่างละเอียด“อ้วนเสี้ยว” เป็นชื่อหนึ่งของผู้ทรงอำนาจที่ปรากฏอยู่ในสามก๊ก จะว่าไปอันที่จริงแล้ว อ้วนเสี้ยวเป็นผู้มีอำนาจบารมียี่งใหญ่เกือบจะเท่าเทียมกับ ฮ่องเต้ ในเวลานั้นเลยทีเดียว ค่าที่ตนเองเป็นผู้ครอบครองกองกำลังของกองทัพอันใหญ่โต และทรงอำนาจที่สุดในเวลานั้น ขณะเดียวกันตนเองก็ครอบครอง“ตราประจำพระองค์ของฮ่องเต้” เอาไว้ด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ ทั้งอำนาจกองทัพ... และอำนาจทางการปกครองอยู่ในมือของอ้วนเสี้ยวจนหมดสิ้น ในยุคที่ อ้วนเสี้ยว เรืองอำนาจนั้นทั้ง “เล่าปี, ซุกเซ็ก (พี่ชายซุนกวน),และโจโฉ” ต่างก็อยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของ อ้วนเสี้ยว ทั้งสิ้น แต่ด้วยความที่ อ้วนเสี้ยว ไม่เคยไว้ใจใคร, ไม่รู้จักใช้คน และมีจิตใจโลเล ทำให้ทั้ง3 คนซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผู้ครองอำนาจอย่างยิ่งใหญ่ในยุคสามก๊ก นั้นต้องปลีกตัวออกไป และต่อมาภายหลังด้วยความเย่อหยิ่ง ยะโส ของอ้วนเสี้ยว ที่คิดว่าตนมีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ และมีอำนาจมากทีสุดในแผ่นดิน ทำให้ต้องพ่ายแพ้แก่กองทัพเล็ก ๆ แต่มีผู้ทำที่ฉลาดปราดเปรื่อง อย่างกองทัพของโจโฉ...ด้วยเหตุเพราะความประมาทและความหยิ่งผยองในอำนาจของตนเองแท้ ๆ และสุดท้าย อ้วนเสี้ยว ก็คลั่งแค้นจนต้องกระอักเลือดตาย เวลานี้มหาอมาตย์ใหญ่ต่างก็เชื่อว่าเขาได้ครอบครองสิทธิอำนาจ, และกำลังกองทัพเอาไว้จนหมดสิ้น ไม่มีใครในแผ่นดินเทียบเคียงได้โดยแสดงออกมาจากหลายทาง ทั้งระบบยุติธรรมทีสองมาตรฐาน แค่ปิดถนนติดคุก-ยึดสนามบิน (ทำเนียบ) เป็นผู้ก่อการดี, บุกรุกที่เชิงเขาติดคุก-บุกรุกที่บนเขาเป็นองคมนตรี, ทำหลักฐานเท็จศาลเชื่อได้ว่า ตัดสินยุบพรรค-หลักฐานทุจริตยักยอกชัด ๆ บอกหลักฐานไม่พอต้องรอสอบเพิ่ม..ฯลฯ ขณะเดียวกันก็ใช้อำนาจรัฐที่ตนเองมีอำนาจครอบครองอยู่ แบ่งปันผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องตนเองโดยการยักยอกผลประโยชน์ของชาติไปเป็นของตนเองอย่างโจ่งแจ้ง...
เข้าแก๊งไหน หัวหน้าตายหมด!
ที่มา Thai E-News
เพื่อนซี้ต่างวัย-การที่สื่อเครือผู้จัดการ นำเสนอสกู๊ปข่าวเรื่อง เปิดมิตรภาพ“ป๋าเปรม-เนวิน” เพื่อนต่างวัยนั้น ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ท้ายบทความมากว่าไม่สมควร และยิ่งมิบังควรเมื่อพิจารณาว่าพลเอกเปรม เป็นประธานองมนตรี รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 กุมภาพันธ์ 2553
ผู้จงรักภักดี?

เนวิน เปิดแถลงข่าวพาดพิงว่าทักษิณไม่จงรักภักดี น้ำตาไหลหยาดแก้ม จากนั้นก็มีบทบาทในการทำงานที่อ้างว่าเพื่อเทิดพระเกียรติสถาบัน และปกป้องสถาบัน
กอดมรณะ!

ก่อนหน้านี้ไม่นาน เนวินเพิ่งสวมบทผู้ภักดีสุดชีวิตต่อทักษิณ เป็นที่น่าสังเกตว่าเขาโผเข้าสวมกอดใครน้ำตาไหลพราก ไม่นาน"นาย"ที่โดนกอดก็เป็นอันตกต่ำลงทันตาเห็น
เตียบเตี้ยบ
เนวิน แจ้งเกิดทางการเมืองในพรรคชาติไทย สวมกอดบรรหารว่ารักเหมือนพ่อ ต่อมาเขาด่าบรรหารว่า"เตียบเตี้ยบ"(ไอ้เตี้ย)ก่อนโผมาอยู่กับทักษิณ
อินกับจัน
ตอนนี้กำลังทำท่าเป็นกอดมรณะอีกราย พรรคเนวินหาเหตุว่าอภิสิทธิ์ไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญอาจตีจากอีกราย
ทำบุญร่วมชาติ
อดีตคู่แค้นจากยุคแบงก์บีบีซี คดีกู้หนี้เน่ากลับมาเป็นคนทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน แต่จะไปกันได้กี่น้ำ ยังน่าสงสัย
บนดินกับใต้ดิน

งานบนดินของเนวินตอนนี้คือทำงานที่อ้างว่าเทิดพระเกียรติและปกป้องสถาบัน ส่วนงานใต้ดินคือใช้สถาบันเป็นเครื่องมือทำลายล้างทักษิณกับเสื้อแดง
เข้าแก๊งไหน หัวหน้าตายหมด
ใคร...จะเป็นคิวต่อไป..?!
อาคมซิดนีย์โต้ข่าวเสียชีวิตโชว์ตัวยันค่ำนี้
ที่มา Thai E-Newsบุกกกต.-เชิญรับชมการถ่ายทอดสดเสื้อแดงบุกสำนักงาน กกต.คลิ้กที่นี่ ทวงยุติธรรม 2 มาตรฐาน คดียุบพลังประชาชนพยานเท็จรีบยุบ แต่คดี258ล้านของปชป.หลักฐานแน่น แต่กลับดองคดีถ่วงเวลา แถมประธานกกต.แสดงท่าทีไม่ยุบ
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
15 กุมภาพันธ์ 2553
ลดธงครึ่งเสา-ฝ่ายประชาธิปไตยบนโลกอินเตอร์เน็ตพบกับความสูญเสีย โดยอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อค่ำวันศุกร์ได้ทำให้2นักข่าวหญิงที่เคลื่อนไหวประชาธิปไตยคือคุณสลักจิต แสงเมือง กับคุณสุพิศ ศรีเจริญ เสียชีวิต ทำให้มีการปล่อยข่าวลือว่าล่าสุดเมื่อคืนนี้นามปากกาชื่อดัง"อาคมซิดนีย์"เสียชีวิตจากโรคเส้นโลหิตในสมองแตก ล่าสุดคุณอาคมออกมายืนยันปฏิเสธข่าวแล้ว
ฉวยโอกาสปล่อยข่าวนักรบไซเบอร์สูญเสียอาคม ซิดนีย์อีกราย
หลังจากข่าวอุบัติเหตุทำให้นักรบไซเบอร์ และ 2 นักข่าวหญิงสื่อเสื้อแดงถึงแก่ชีวิต ได้มีผู้ฉวยโอกาสปล่อยข่าวทางอินเตอร์เน็ต และการส่งอีเมล์ไปยังคนเสื้อแดงบนโลกอินเตอร์เน็ตว่า "อาคม ซิดนี่ย์"เจ้าของนามปากกานักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการบนโลกอินเตอร์เน็ต เสียชีวิตแล้วด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก ภายหลังจากที่ญาตินำส่งร.พ. St George Hospital กลางนครซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย ได้ไม่ถึงชั่วโมง ตามเวลาประเทศไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา
อาคม ซิดนีย์ เป็นนามปากกาคนไทยที่มีถิ่นพำนักในนครซิดนีย์ และได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการทำรัฐประหาร 19 กันยายนนับแต่ต้น ผ่านการเขียนบทความที่ส่งมาเผยแพร่ในอิยเตอร์เน็ตของฝ่ายประชาธิปไตย รวมทั้งบันทึกเป็นเสียงในระยะหลัง บทความของอาคมนับว่าทรงพลังต่อการปลุกเร้าให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้เห็นสัจจะว่า ปัญหารากฐานที่แท้จริงของระบบการเมืองไทยมาจากไหน และใครเป็นผู้ฉุดรั้งการพัฒนาประชาธิปไตยในไทย และฝ่ายประชาธิปไตยต้องมุ่งไปที่จุดใดในการเคลื่อนไหวครั้งนี้( อ่านผลงานของอาคมได้ที่http://www.arkomsydney.com)
ระบุเป็นข่าวปล่อยของฝ่ายอำมาตย์
ไทยอีนิวส์ได้สอบถามไปยังคุณอาคม ซิดนีย์ และได้รับการปฏิเสธว่า "ข่าวเท็จครับ ไม่มีมูลความจริง ผมสบายดีและอยู่ระหว่างการเดินทาง คืนนี้ผมจะออกอากาศที่วิทยุเสรีชนเวลา หนึ่งทุ่มตรง (เวลาเมืองไทย)/อาคม ซิดนี่ย์"
ก่อนหน้านั้นคนเสื้อแดงในอเมริกาหลายราย ได้แจ้งในเวบบอร์ดประชาไทว่า คุณอาคม ปลอดภัย สบายดี ไม่ได้เสียชีวิต ตามข่าว จากตัวคุณอาคม ยืนยันเอง ตอนนี้อยู่ระหว่างเดินทางจึงไม่สะดวกออกมาชี้แจงข่าวเอง
ขณะเดียวกันมีการแจ้งจากเวบไซต์เสรีชนว่า วันนี้พลาดไม่ได้ 19.00 น. รับฟัง รายการ"เสียงจากลุงผึ้ง" (ภาคพิเศษ
สัมภาษณ์สด คุณอาคม ซิดนี่ย์ กรณีการปล่อยข่าวลือ ว่าเสียชีวิต ทางwww.serichon.com
นักรบโลกไซเบอร์ลดธงครึ่งเสาไว้อาลัย2นักข่าวหญิงเสื้อแดง
นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ และคนเสื้อแดงในโลกอินเตอร์เน็ตพากันร่วมไว้อาลัยต่อ"นักรบไซเบอร์" และนักข่าวสตรี 2 รายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา และให้คำมั่นว่าจะสานภารกิจและความใฝ่ฝันของทั้งสองให้บรรลุผลสำเร็จต่อไป
เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่นำความสูญเสียมาสู่วงการนักข่าวสื่อเสื้อแดง และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ โดยเกิดอุบัติเหตุที่จังหวัดสระบุรี ยังผลให้คุณสุพิศ ศรีเจริญ เสียชีวิตในอุบัติเหตุทันที ส่วนคุณสลักจิต แสงเมือง บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลา 5 นาฬิกาของวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์
ญาติได้นำศพคุณสุพิศไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสนามเหนือ ปากเกร็ด นนทบุรี โดยเริ่มสวดศพตั้งแต่วันที่ 13ก.พ.เป็นต้นไป และกำหนดฌาปณกิจศพในเวลา 16.00 น.วันที่ 16 กุมภาพันธ์
ส่วนศพของคุณสลักจิต ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดเทียนถวาย สี่แยกบางคูวัด ปทุมธานี ให้ญาติมิตรรดน้ำศพวันเดียวในช่วงบ่ายวันที่ 14 ก.พ. และจะฌาปณกิจศพในวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. เวลา 16.00 น.
วัดเทียนถวาย ตั้งอยู่ถนนติวานนท์ ก่อนขึ้นสะพานนวลฉวี ทางไปปทุมธานี อยู่ที่ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
(คลิ้กดาวน์โหลดแผนที่)
ญาติมิตรพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่จะไปร่วมพิธี สอบถามเพิ่มเติมที่คุณไพโรจน์ 086-4142694หรือ thailand.inc@gmail.com
ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขียนไว้อาลัยในกระทู้ของเวบบอร์ดคนเหมือนกันโดยมีสมาชิกบอร์ดเข้ามาร่วมแสดงความไว้อาลัยจำนวนมาก
"อ่านข่าวการเสียชีวิตของคุณ สลักจิต และ คุณสุพิศ ด้วยความเสียใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมานึกถึงว่า อุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการทำงานมากและพักผ่อนน้อยเกินไป (คนที่ขับรถ และเคยอยู่ในสภาพดังกล่าว คงเข้าใจว่า เรื่องแบบนี้ บางทีนึกไม่ถึงเหมือนกัน มัน "วูบ" ได้จริงๆ เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น)
ขอให้ไปสู่สุขคติ งานที่ท่านทั้งสองมีส่วนร่วมทำอยู่ ที่ยังไม่เสร็จ คนอื่นๆ จะร่วมกันทำต่อให้เสร็จแน่นอน"
ห้องสนทนาเวบบอร์ดเสธ.แดงได้มีสมาชิกบอร์ดเข้ามาแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยระบุว่าคุณสลักจิตเป็นสมาชิกบอร์ดเสธ.แดงในนามแฝง"เหรียญชัย รหัสเกียกกาย 1461"เธอเป็นนักรบจิ้มแป้น ที่มากกว่านักรบจิ้มแป้น แต่วันนี้รู้จักเธอก็ไม่อยู่กับพวกเราแล้ว ไม่เคยอวดว่าเป็นนักรบแต่เธอออกศึกทุกสนาม เมษาเลือดเธอก็เป็นหนึ่งที่ออกจากสนามเป็นขบวนสุดท้าย ขอให้วิญญาณเหรียญชัย ไปสู่สุคตินะครับ ด้วยความรักและเคารพยิ่ง
ส่วนห้องสนทนาเวบบอร์ดประชาไท ได้มีการแจ้งข่าวการเสียชีวิตดังกล่าว และแจ้งเพิ่มเติมว่าคุณสลักจิตยังเป็นเจ้าของห้องแคมฟรอกการเมือง Voice_of_change ที่ผู้เล่นแคมฟร็อกห้องการเมืองรู้จักกันดี มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เข้ามาแสดงความเสียใจไว้อาลัยจำนวนมาก
ห้องสนทนาคนไทยUK ได้มีการแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยะบุว่า สำหรับคุณสุพิศ ศรีเจริญ ที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุ นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOM และเป็นนักเขียนนวนิยายมืออาชีพ มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่หลายเล่ม ก็ยังเป็นสมาชิกในเว็บบอร์ดhttp://konthaiuk.com ในนาม supit2513 อีกด้วย
นักข่าวหญิงที่รอดชีวิตเล่านาทีอุบัติเหตุคร่าชีวิต2นักรบไซเบอร์
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนักข่าวสังกัดกองบรรณาธิการนิตยสารTHAIFREEDOMรายปักษ์ 4 คนเดินทางไปทำข่าวที่จังหวัดสระบุรี และเกิดเหตุช่วงเดินทางกลับ คุณสลักจิตซึ่งเป็นคนขับ และคุณสุพิศที่นั่งด้านหน้าติดคนขับเสียชีวิต ส่วนอีก2 คนคือคุณไพโรจน์ จันทรนิมิ และนักข่าวสตรีอีกราย ที่เดินทางไปในรถคันเดียวกัน นั่งในตำแหน่งผู้โดยสารด้านหลังได้รับบาดเจ็บ แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว
นักข่าวสตรีที่ประสบอุบัติเหตุ และพ้นขีดอันตรายเล่าว่า "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากผู้สื่อข่าวทั้ง 4 คนกลับจากสัมภาษณ์เจ้าของไร่องุ่นที่จังหวัดสระบุรี และเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยผู้เสียชีวิตทั้งสองนั่งด้านหน้า ส่วนผู้รอดชีวิต2รายนั่งด้านหลัง เมื่อมาถึงสี่แยกไฟแดง (แยกพระฉาย?)ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นโดยที่เราต่างไม่คาดคิดมาก่อนเลย คุณสลักจิตซึ่งเป็นคนขับรถคงเผลอวูบหลับในไป
ได้ยินเสียงพี่ไพโรจน์ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังคู่กับดิฉันร้องออกมาเสียงดังว่า "ระวัง" มองไปข้างหน้าเห็นรถที่เรานั่งกำลังเคลื่อนไปใกล้กับรถ18ล้อ ซึ่งเป็นรถขนกาวน้ำ จากนั้นดิฉันก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย มารู้ตัวอีกทีก็เห็นตัวเองนั่งอยู่ข้างทางกับพี่ไพโรจน์แล้ว
พี่ไพโรจน์เล่าว่าให้คนไปช่วยดิฉันออกมา เพราะเห็นนิ่งไป พี่ไพโรจน์บอกว่าตอนที่เห็นรถชนท้ายนั้น พี่เขาเก็บคางเก็บตัวในท่าปลอดภัย แล้วใช้มือกดหัวดิฉันลงกับพื้นรถ คุณสลักจิตมีอาการบาดเจ็บจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล ส่วนคุณสุพิศคอหัก เสียชีวิตทันที
พี่ไพโรจน์ดิฉันมาดูอาการที่โรงพยาบาลสระบุรีเอ๊กซเรย์กระโหลก หน้าอก แขนและขาแล้วไม่มีอะไรแตกหัก เสียหาย
แต่พี่ไพโรจน์ปากแตก ฟันหน้าหัก เย็บ18เข็ม ดิฉันมีอาการปวดและขาบวม แก้มบวมเป่งไปหนึ่งข้าง
สำหรับดิฉันแล้ว การสูญเสียครั้งนี้เป็นความทรงจำอันเลวร้ายในชีวิต เพราะเสียเพื่อนร่วมงานที่มีคุณภาพไปถึงสองคน ทั้งคุณสลักจิตและคุณสุพิศเป็นเพื่อนร่วมงานที่น่ารักมากๆ หนังสือ2เล่มที่ออกมาก่อนหน้านี้ เป็นผลงานจากการทำงานหนักของคนทั้งสอง
นักข่าวหญิงผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุ เล่าด้วยว่า "ได้พบข้อเท็จจริงที่แสนจะเจ็บปวดคือ ในห้องโดยสารไม่มีอะไรเสียหายเลย ซึ่งถ้าคุณสุ และพี่ยุ้ยคาดเข็มขัดนิรภัย ก็จะไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น
มาถึงตอนนี้แล้วอย่าตำหนิพี่ยุ้ยและคุณสุเลยนะคะ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนขับและคนนั่งทุกคนว่า. ...ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง"
เผยสุพิศเป็นนักเขียนนวนิยายแนวการเมือง-สังคม
สำหรับคุณสุพิศ ศรีเจริญ ที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุ นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOM ยังเป็นนักเขียนนวนิยายมืออาชีพ มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่หลายเล่ม และเป็นเจ้าของเวบบล็อก http://suchada-supits.blogspot.com/
สำหรับนวนิยายขนาดสั้นที่สุพิศเขียนในนามปากกาสุชาดาที่อิง หรือมีเค้าโครงจากการเมือง-สังคม ก็เช่น
-ดอกไม้กลางใจ เรื่องของครอบครัวชนชั้นกลางที่ต้องสูญเสียลูกสาวไป เนื่องจากระหว่างทางนำลูกป่วยไปโรงพยาบาลไปติดขบวนฯของอภิสิทธิ์ชนที่กำลังปิดถนนไปนวดในสปา ซึ่งอิงจากกระทู้ที่เคยลือลั่นในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกันมาแล้ว
-วิถีคนกล้า เรื่องของครอบครัวในประเทศแห่งหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อได้ขับรถกระบะรับจ้างเข้าชนรถถังเพื่อต่อต้านการทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยอิงโครงเรื่องจากวีรกรรมของลุงนวมทอง ไพรวัลย์
สลักจิตไม่ได้เป็นเพียงนักรบโลกไซเบอร์แต่เป็นนักสู้ในสนามด้วย
ส่วนคุณสลักจิต แสงเมือง ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOMแล้ว ก็ยังเป็นผู้ดำเนินรายการทางห้องแคมฟร็อก ในนาม"พี่ยุ้ย ห้องกบ Voice_of_change"อีกด้วย และทำธุรกิจส่วนตัว เข้าร่วมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตอนเหตุการณ์สงกรานต์เลือดที่ชุมนุมยืนหยัดจนนาทีสุดท้ายที่ทำเนียบรัฐบาล และท้องสนามหลวง
*คุณสลักจิต แสงเมือง ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ และเสียชีวิตในเช้ามืดวันเสาร์ที่13ก.พ.
คุณสลักจิตมีแรงบันดาลใจสำคัญจากการที่สื่อกระแสหลักรายงานข่าวอย่างบิดเบือน จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย
ในเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชนตอนเมษาเลือดปีกลาย เธอให้สัมภาษณ์สำนักข่าวIPS ว่า"พวกเราไม่สามารถไว้ใจนักข่าวได้ เพราะสิ่งที่พวกเรารู้ไม่ถูกรายงาน พวกเราต้องอาศัยการสื่อสารบนเว็บไซต์และอ่านข่าวต่างประเทศ"
เล่นแรงลืออาคมซิดนีย์นักรบไซเบอร์เสียชีวิต
ที่มา Thai E-Newsบุกกกต.-เชิญรับชมการถ่ายทอดสดเสื้อแดงบุกสำนักงาน กกต.คลิ้กที่นี่ ทวงยุติธรรม 2 มาตรฐาน คดียุบพลังประชาชนพยานเท็จรีบยุบ แต่คดี258ล้านของปชป.หลักฐานแน่น แต่กลับดองคดีถ่วงเวลา แถมประธานกกต.แสดงท่าทีไม่ยุบ
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
15 กุมภาพันธ์ 2553
ลดธงครึ่งเสา-ฝ่ายประชาธิปไตยบนโลกอินเตอร์เน็ตพบกับความสูญเสียในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อค่ำวันศุกร์ได้ทำให้2นักข่าวหญิงที่เคลื่อนไหวประชาธิปไตยคือคุณสลักจิต แสงเมือง กับคุณสุพิศ ศรีเจริญ เสียชีวิต ล่าสุดเมื่อคืนนี้มีรายงานข่าวที่ยังไม่ยืนยันว่านามปากกาชื่อดัง"อาคมซิดนีย์"เสียชีวิตจากโรคเส้นโลหิตในสมองแตก ขณะที่เสื้อแดงในอเมริกาชี้แจงว่าเป็นข่าวปล่อย และจะมีสัมภาษณ์คุณอาคมในเรื่องนี้
สะพัดนักรบไซเบอร์สูญเสียอาคม ซิดนีย์อีกราย
มีรายงานข่าวที่ไม่ยืนยันว่า"อาคม ซิดนี่ย์"เจ้าของนามปากกานักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการบนโลกอินเตอร์เน็ต เสียชีวิตแล้วด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก ภายหลังจากที่ญาตินำส่งร.พ. St George Hospital กลางนครซิดนี่ย์ ออสเตรเลีย ได้ไม่ถึงชั่วโมง ตามเวลาประเทศไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา
อาคม ซิดนีย์ เป็นนามปากกาคนไทยที่มีถิ่นพำนักในนครซิดนีย์ และได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการทำรัฐประหาร 19 กันยายนนับแต่ต้น ผ่านการเขียนบทความที่ส่งมาเผยแพร่ในอิยเตอร์เน็ตของฝ่ายประชาธิปไตย รวมทั้งบันทึกเป็นเสียงในระยะหลัง บทความของอาคมนับว่าทรงพลังต่อการปลุกเร้าให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้เห็นสัจจะว่า ปัญหารากฐานที่แท้จริงของระบบการเมืองไทยมาจากไหน และใครเป็นผู้ฉุดรั้งการพัฒนาประชาธิปไตยในไทย และฝ่ายประชาธิปไตยต้องมุ่งไปที่จุดใดในการเคลื่อนไหวครั้งนี้( อ่านผลงานของอาคมได้ที่http://www.arkomsydney.com)
อย่างไรก็ตามไทยอีนิวส์ยังไม่ขอยืนยันรายงานข่าวนี้ เนื่องจากข่าวคุณอาคมเสียชีวิตมีการส่งมาทางอีเมล์ ที่ไม่ใช่เบอร์อีเมล์ปกติที่ทีมงานคุณอาคมใช้ติดต่อ
ระบุเป็นข่าวปล่อยของฝ่ายอำมาตย์
อย่างไรก็ตามเสื้อแดงในอเมริกาหลายราย ได้แจ้งในเวบบอร์ดประชาไทว่า คุณอาคม ปลอดภัย สบายดี ไม่ได้เสียชีวิต ตามข่าว จากตัวคุณอาคม ยืนยันเอง ตอนนี้อยู่ระหว่างเดินทางจึงไม่สะดวกออกมาชี้แจงข่าวเอง
"ผมได้โทรคุยกับกลุ่ม นปชUSA เขายืนยันว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับคุณอาคมเช้านี้แล้ว และ ปกติดีครับ และตอนนี้ ผมรอ คุณอาคมon skypeอยู่ครับ"แกนนำเสื้อแดงในโลกไซเบอร์รายหนึ่งระบุ
ขณะเดียวกันมีการแจ้งจากเวบไซต์เสรีชนว่า วันนี้พลาดไม่ได้ 19.00 น. รับฟัง รายการ"เสียงจากลุงผึ้ง" (ภาคพิเศษ
สัมภาษณ์สด คุณอาคม ซิดนี่ย์ กรณีการปล่อยข่าวลือ ว่าเสียชีวิต ทางwww.serichon.com
นักรบโลกไซเบอร์ลดธงครึ่งเสาไว้อาลัย2นักข่าวหญิงเสื้อแดง
นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ และคนเสื้อแดงในโลกอินเตอร์เน็ตพากันร่วมไว้อาลัยต่อ"นักรบไซเบอร์" และนักข่าวสตรี 2 รายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา และให้คำมั่นว่าจะสานภารกิจและความใฝ่ฝันของทั้งสองให้บรรลุผลสำเร็จต่อไป
เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่นำความสูญเสียมาสู่วงการนักข่าวสื่อเสื้อแดง และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ โดยเกิดอุบัติเหตุที่จังหวัดสระบุรี ยังผลให้คุณสุพิศ ศรีเจริญ เสียชีวิตในอุบัติเหตุทันที ส่วนคุณสลักจิต แสงเมือง บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลา 5 นาฬิกาของวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์
ญาติได้นำศพคุณสุพิศไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสนามเหนือ ปากเกร็ด นนทบุรี โดยเริ่มสวดศพตั้งแต่วันที่ 13ก.พ.เป็นต้นไป
ส่วนศพของคุณสลักจิต ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดเทียนถวาย สี่แยกบางคูวัด ปทุมธานี ให้ญาติมิตรรดน้ำศพวันเดียวในช่วงบ่ายวันที่ 14 ก.พ. และจะฌาปณกิจศพในวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.
วัดเทียนถวาย ตั้งอยู่ถนนติวานนท์ ก่อนขึ้นสะพานนวลฉวี ทางไปปทุมธานี อยู่ที่ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
(คลิ้กดาวน์โหลดแผนที่)
ญาติมิตรพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่จะไปร่วมพิธี สอบถามเพิ่มเติมที่คุณไพโรจน์ 086-4142694หรือ thailand.inc@gmail.com
ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขียนไว้อาลัยในกระทู้ของเวบบอร์ดคนเหมือนกันโดยมีสมาชิกบอร์ดเข้ามาร่วมแสดงความไว้อาลัยจำนวนมาก
"อ่านข่าวการเสียชีวิตของคุณ สลักจิต และ คุณสุพิศ ด้วยความเสียใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมานึกถึงว่า อุบัติเหตุดังกล่าว ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการทำงานมากและพักผ่อนน้อยเกินไป (คนที่ขับรถ และเคยอยู่ในสภาพดังกล่าว คงเข้าใจว่า เรื่องแบบนี้ บางทีนึกไม่ถึงเหมือนกัน มัน "วูบ" ได้จริงๆ เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น)
ขอให้ไปสู่สุขคติ งานที่ท่านทั้งสองมีส่วนร่วมทำอยู่ ที่ยังไม่เสร็จ คนอื่นๆ จะร่วมกันทำต่อให้เสร็จแน่นอน"
ห้องสนทนาเวบบอร์ดเสธ.แดงได้มีสมาชิกบอร์ดเข้ามาแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยระบุว่าคุณสลักจิตเป็นสมาชิกบอร์ดเสธ.แดงในนามแฝง"เหรียญชัย รหัสเกียกกาย 1461"เธอเป็นนักรบจิ้มแป้น ที่มากกว่านักรบจิ้มแป้น แต่วันนี้รู้จักเธอก็ไม่อยู่กับพวกเราแล้ว ไม่เคยอวดว่าเป็นนักรบแต่เธอออกศึกทุกสนาม เมษาเลือดเธอก็เป็นหนึ่งที่ออกจากสนามเป็นขบวนสุดท้าย ขอให้วิญญาณเหรียญชัย ไปสู่สุคตินะครับ ด้วยความรักและเคารพยิ่ง
ส่วนห้องสนทนาเวบบอร์ดประชาไท ได้มีการแจ้งข่าวการเสียชีวิตดังกล่าว และแจ้งเพิ่มเติมว่าคุณสลักจิตยังเป็นเจ้าของห้องแคมฟรอกการเมือง Voice_of_change ที่ผู้เล่นแคมฟร็อกห้องการเมืองรู้จักกันดี มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เข้ามาแสดงความเสียใจไว้อาลัยจำนวนมาก
ห้องสนทนาคนไทยUK ได้มีการแสดงความไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยะบุว่า สำหรับคุณสุพิศ ศรีเจริญ ที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุ นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOM และเป็นนักเขียนนวนิยายมืออาชีพ มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่หลายเล่ม ก็ยังเป็นสมาชิกในเว็บบอร์ดhttp://konthaiuk.com ในนาม supit2513 อีกด้วย
นักข่าวหญิงที่รอดชีวิตเล่านาทีอุบัติเหตุคร่าชีวิต2นักรบไซเบอร์
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนักข่าวสังกัดกองบรรณาธิการนิตยสารTHAIFREEDOMรายปักษ์ 4 คนเดินทางไปทำข่าวที่จังหวัดสระบุรี และเกิดเหตุช่วงเดินทางกลับ คุณสลักจิตซึ่งเป็นคนขับ และคุณสุพิศที่นั่งด้านหน้าติดคนขับเสียชีวิต ส่วนอีก2 คนคือคุณไพโรจน์ จันทรนิมิ และนักข่าวสตรีอีกราย ที่เดินทางไปในรถคันเดียวกัน นั่งในตำแหน่งผู้โดยสารด้านหลังได้รับบาดเจ็บ แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว
นักข่าวสตรีที่ประสบอุบัติเหตุ และพ้นขีดอันตรายเล่าว่า "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากผู้สื่อข่าวทั้ง 4 คนกลับจากสัมภาษณ์เจ้าของไร่องุ่นที่จังหวัดสระบุรี และเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยผู้เสียชีวิตทั้งสองนั่งด้านหน้า ส่วนผู้รอดชีวิต2รายนั่งด้านหลัง เมื่อมาถึงสี่แยกไฟแดง (แยกพระฉาย?)ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นโดยที่เราต่างไม่คาดคิดมาก่อนเลย คุณสลักจิตซึ่งเป็นคนขับรถคงเผลอวูบหลับในไป
ได้ยินเสียงพี่ไพโรจน์ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังคู่กับดิฉันร้องออกมาเสียงดังว่า "ระวัง" มองไปข้างหน้าเห็นรถที่เรานั่งกำลังเคลื่อนไปใกล้กับรถ18ล้อ ซึ่งเป็นรถขนกาวน้ำ จากนั้นดิฉันก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย มารู้ตัวอีกทีก็เห็นตัวเองนั่งอยู่ข้างทางกับพี่ไพโรจน์แล้ว
พี่ไพโรจน์เล่าว่าให้คนไปช่วยดิฉันออกมา เพราะเห็นนิ่งไป พี่ไพโรจน์บอกว่าตอนที่เห็นรถชนท้ายนั้น พี่เขาเก็บคางเก็บตัวในท่าปลอดภัย แล้วใช้มือกดหัวดิฉันลงกับพื้นรถ คุณสลักจิตมีอาการบาดเจ็บจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล ส่วนคุณสุพิศคอหัก เสียชีวิตทันที
พี่ไพโรจน์ดิฉันมาดูอาการที่โรงพยาบาลสระบุรีเอ๊กซเรย์กระโหลก หน้าอก แขนและขาแล้วไม่มีอะไรแตกหัก เสียหาย
แต่พี่ไพโรจน์ปากแตก ฟันหน้าหัก เย็บ18เข็ม ดิฉันมีอาการปวดและขาบวม แก้มบวมเป่งไปหนึ่งข้าง
สำหรับดิฉันแล้ว การสูญเสียครั้งนี้เป็นความทรงจำอันเลวร้ายในชีวิต เพราะเสียเพื่อนร่วมงานที่มีคุณภาพไปถึงสองคน ทั้งคุณสลักจิตและคุณสุพิศเป็นเพื่อนร่วมงานที่น่ารักมากๆ หนังสือ2เล่มที่ออกมาก่อนหน้านี้ เป็นผลงานจากการทำงานหนักของคนทั้งสอง
นักข่าวหญิงผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุ เล่าด้วยว่า "ได้พบข้อเท็จจริงที่แสนจะเจ็บปวดคือ ในห้องโดยสารไม่มีอะไรเสียหายเลย ซึ่งถ้าคุณสุ และพี่ยุ้ยคาดเข็มขัดนิรภัย ก็จะไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น
มาถึงตอนนี้แล้วอย่าตำหนิพี่ยุ้ยและคุณสุเลยนะคะ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนขับและคนนั่งทุกคนว่า. ...ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง"
เผยสุพิศเป็นนักเขียนนวนิยายแนวการเมือง-สังคม
สำหรับคุณสุพิศ ศรีเจริญ ที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุ นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOM ยังเป็นนักเขียนนวนิยายมืออาชีพ มีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่หลายเล่ม และเป็นเจ้าของเวบบล็อก http://suchada-supits.blogspot.com/
สำหรับนวนิยายขนาดสั้นที่สุพิศเขียนในนามปากกาสุชาดาที่อิง หรือมีเค้าโครงจากการเมือง-สังคม ก็เช่น
-ดอกไม้กลางใจ เรื่องของครอบครัวชนชั้นกลางที่ต้องสูญเสียลูกสาวไป เนื่องจากระหว่างทางนำลูกป่วยไปโรงพยาบาลไปติดขบวนฯของอภิสิทธิ์ชนที่กำลังปิดถนนไปนวดในสปา ซึ่งอิงจากกระทู้ที่เคยลือลั่นในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกันมาแล้ว
-วิถีคนกล้า เรื่องของครอบครัวในประเทศแห่งหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อได้ขับรถกระบะรับจ้างเข้าชนรถถังเพื่อต่อต้านการทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยอิงโครงเรื่องจากวีรกรรมของลุงนวมทอง ไพรวัลย์
สลักจิตไม่ได้เป็นเพียงนักรบโลกไซเบอร์แต่เป็นนักสู้ในสนามด้วย
ส่วนคุณสลักจิต แสงเมือง ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากเป็นผู้สื่อข่าวTHAIFREEDOMแล้ว ก็ยังเป็นผู้ดำเนินรายการทางห้องแคมฟร็อก ในนาม"พี่ยุ้ย ห้องกบ Voice_of_change"อีกด้วย และทำธุรกิจส่วนตัว เข้าร่วมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตอนเหตุการณ์สงกรานต์เลือดที่ชุมนุมยืนหยัดจนนาทีสุดท้ายที่ทำเนียบรัฐบาล และท้องสนามหลวง
*คุณสลักจิต แสงเมือง ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุ และเสียชีวิตในเช้ามืดวันเสาร์ที่13ก.พ.
คุณสลักจิตมีแรงบันดาลใจสำคัญจากการที่สื่อกระแสหลักรายงานข่าวอย่างบิดเบือน จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย
ในเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชนตอนเมษาเลือดปีกลาย เธอให้สัมภาษณ์สำนักข่าวIPS ว่า"พวกเราไม่สามารถไว้ใจนักข่าวได้ เพราะสิ่งที่พวกเรารู้ไม่ถูกรายงาน พวกเราต้องอาศัยการสื่อสารบนเว็บไซต์และอ่านข่าวต่างประเทศ"
Monday, February 15, 2010
วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553
ชำแหละการเมือง
รัฐเตรียมขึ้นภาษี?
เร้ากระแส 'หมั่นไส้'
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ "แดง"เปิดแนวรุกเข้มทวงคืนปชต.
อย่าพลาดซ้ำ
บ้าน"มาร์ค"ในกรงนก แดงยกขันหมากขอ"ป๋า"
"พระเทพฯ" เสด็จฯ เปิดงานตรุษจีนที่เยาวราช ทรงทอดปาท่องโก๋รูปหัวใจ พร้อมรับสั่ง "อร่อยดี"
'เสธ.แดง'ฉะยับระเบิดตอแหล ชี้รัฐบาลสร้างกระแส
'พรรณเชษฐ์'รับ จ่ายเช็คชื่อป๋า เข้าวัดสวนแก้ว
นักวิชาการ2ค่ายเห็นแย้ง เอ็ม79,ซีโฟร์ ก่อกวน-สร้างเงื่อนไข
ตั้งคตม.เฝ้าติดตาม สกัดม็อบแดงป่วนเมือง
"ณัฐวุฒิ"โชว์เช็ค2ใบอ้าง"เปรม"รับเงินจากกลุ่มธุรกิจใหญ่"คณะ11"นับล้าน ถามประชดจะทดแทนบุญคุณอย่างไร
