WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, February 22, 2010

เมื่อเปาบุ้นจิ้นถูกตัดสินประหารชีวิต

ที่มา thaifreenews


เปาบุ้นจิ้นเป็นภาพยนตร์ซีรี่ส์ที่น่าดูมากเรื่องหนึ่ง..ซึ่งเมื่อได้ดูแล้วก็จะพากันชื่นใจกับความเที่ยงธรรมในการตัดสินคดีความของเปาบุ้นจื้น จนถึงกับกลายเป็นเอกลักษณ์ไปแล้วว่า ถ้าพูดถึง เปาบุ้นจิ้น หมายถึงการตัดสินคดีความอย่างเที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา ไม่เอนเอียงเข้าข้างใด แม้ว่าตนเองจะต้องเสี่ยงภัย หรือได้รับโทษสถานใดก็ตาม.. แม้กระทั่งเคยตัดสินคดีพิพากษาลงโทษโบย ฮ่องเต้ ก็เคยทำมาแล้ว เช่นในคดี “สับเปลี่ยนรัชทายาท” (รายละเอียดเป็นอย่างไรลองไปหาซีดีมาดูกัน..รับรองสนุกครับ)....

ตลอดสัปดาห์นี้คงจะไม่มีข่าวใดที่ตื่นเต้นและน่าติดตามเท่ากับข่าวการที่ “ศาลอาญาแผนกผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง” จะอ่านคำพิพากษาเพื่อที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทของท่านนายกทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้...การตัดสินพิพากษาในคดีนี้จะเป็นเสมือน “ฟางเส้นสุดท้ายที่หล่นลงบนหลังอูฐ” หรือไม่ จะต้องติดตามดูกันอย่างใกล้ชิด...

“เงินของผม ผมสร้างของผมมาตลอดชีวิต”... กับทฤษฎี “วัวตัวอ้วน” สิ่งใดจะเป็นที่ยอมรับของศาลฯ มากกว่ากัน...โดยทั้งสองฝ่ายต่างก็มีกองกำลังให้การสนับสนุนด้วยกันทั้งสิ้น...

คงไม่จำเป็นต้องท้าวความถึงที่มาที่ไปของการยึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทในครั้งนี้อีก.. เพราะมีข่าวสารในด้านนี้ออกมาจากทุกสื่อให้ได้พิจารณากันอย่างมากมายแล้ว แต่สิ่งทีน่าจะนำมาพิจารณาก็คือ ผลที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลังจากการตัดสินพิพากษาแล้วต่างหากว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง...

ที่แน่ ๆ ก็คือการตัดสินในคดียึดทรัพย์นี้จะมีผลออกมาได้เพียง 4 แนวทางเท่านั้นคือ
1. ท่านนายกทักษิณไม่มีความผิดตามฟ้อง “ยกคำร้องคืนทรัพย์ทั้งหมดให้กับท่านนายกทักษิณ พร้อมดอกเบี้ย”
2. ท่านนายกทักษิณมีความผิดฐานใช้อำนาจรัฐทำให้ได้ทรัพย์เพิ่มมาโดยมิชอบ “ตัดสินยึดทรัพย์ส่วนที่ได้เกินมาโดยมิชอบให้ตกเป็นสมบัติของแผ่นดิน..ส่วนที่เป็นทรัพย์เดิมให้คืนไป”
3. ท่านนายกทักษิณใช้อำนาจรัฐในการฉ้อโกงและบิดเบือนให้ได้มาซึ่งทรัพย์อันมิชอบซึ่งทรัพย์นั้นไม่สามารถแบ่งแยกได้ “ตัดสินยึดทรัพย์ทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดิน”
4. ท่านนายกทักษิณใช้อำนาจรัฐในการฉ้อโกงและบิดเบือนให้ได้มาซึ่งทรัพย์อันมิชอบ และทำให้รัฐเกิดความเสียหาย “ตัดสินยึดทรัพย์ทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดิน และให้ท่านนายกทักษิณต้องเสียค่าปรับในการก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น”

การตัดสินในคดีนี้จะว่าไปแล้วเป็นเรื่องใหญ่และจะส่งผลกระทบมากกว่า การตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทย และพลังประชาชน ในอดีตเสียด้วยซ้ำ เพราะในขณะนั้นความขัดแย้งที่มีของคนในประเทศนั้นยังไม่ได้รับการพัฒนาไปจนถึงขั้นการเตรียมพร้อมด้านมวลชนมากขนาดนี้ ในขณะที่มีการตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย และพลังประชาชน แม้จะมีความขัดแย้งและแสดง
การต่อต้าน แต่ก็ยังไม่มีการรวมกลุ่มชนได้หนาแน่นและเป็นระบบได้เช่นปัจจุบันนี้...การตัดสินในคดียึดทรัพย์ครั้งนี้เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางว่า เป็นเหมือนบันไดขั้นสุดท้ายในการปิดประตูเพื่อมิให้ ท่านนายกทักษิณจะสามารถกลับมามีพลังในการต่อสู้ทางการเมืองได้อีก เพราะอมาตย์มีความเชื่อว่า เมื่อท่านนายกทักษิณมีคดีความติดตัว..ไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้..และถูกยึดทรัพย์...ก็จะหมดอำนาจบารมีและไม่สามารถกลับมาต่อสู้ทางการเมืองได้อีก...

ความคิดในรูปแบบนี้มิใช่ความคิดใหม่ เพราะกลุ่มอมาตย์ที่ถืออำนาจครอบครองประเทศนี้อยู่นั้นได้ใช้วิธีนี้ในการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองมาตลอดหลายสิบปี และก็เป็นผลสำเร็จเสียด้วย..

แต่ทว่าในครั้งนี้สถานการณ์ต่างไปโดยสิ้นเชิง เพราะข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ได้ถูกเปิดเผยมากขึ้นจนกระทั่งประชาชนชาวบ้านโดยทั่วไปต่างก็เข้าถึง และเห็นถึงความจริงที่ได้เกิดขึ้นว่า...การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา...การยุบพรรคไทยรักไทย, พลังประชาชน, การตั้งรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์, รวมถึงการจะตัดสินคดียึดทรัพย์ในครั้งนี้ ล้วนมาจากสาเหตุก็คือ การที่กลุ่มอมาตย์ที่ถืออำนาจครอบครองประเทศนี้อยู่ ต้องการจะทำลายความเป็นประชาธิปไตย และสิทธิอำนาจของประชาชนในระดับล่างให้ต้องอยู่ภายใต้การปกครองตามระบอบ “อมาตยาธิปไตย” ไปจนชั่วลูกชั่วหลานนั่นเอง...

เวลานี้ทุกสายตาของประชาชนกำลังจับจ้องไปยังวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เพราะไม่ว่าผู้พิพากษาจะตัดสินออกมาในรูปแบบใด ภาพที่สังคมได้ให้เครื่องหมายการค้าเอาไว้ว่าผู้พิพากษาคือ “เปาบุ้นจิ้น” นั้นจะต้องถูกทดสอบอย่างรุนแรง..... ซึ่งหมายความว่าวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ จริงแล้ว ๆ ผู้ที่จะเข้าสู่การพิพากษามิใช่คดีของท่านนายกทักษิณ แต่กลับเป็นผู้พิพากษาทั้ง 9 คนที่เป็นองค์คณะของการตัดสินในคดีนี้ต่างหาก...

1. เป็นไปไม่ได้ที่องค์คณะจะตัดสินว่าท่านนายกทักษิณไม่ได้กระทำผิดและ “ยกคำร้อง”เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็แสดงว่า คตส. ปปช. และองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่ คณะรัฐประหารแต่งตั้งขึ้นมาก็จะกลายเป็นจำเลยของสังคมทันที..รวมถึงอมาตย์ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังก็จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของคณะอมาตย์ที่ต้องการล้มล้างอำนาจของท่านนายกทักษิณ... เหตุนี้การตัดสินในกรณีที่ 1 จึงเลิกคิดไปได้เลย ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
2. การตัดสินในกรณีที่สองคือ “ยึดทรัพย์บางส่วน” กรณีนี้ก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพราะในที่สุดแล้วก็จะเป็นเหมือนการ “ตีงูเพียงแค่หลังหัก” ทำให้ท่านนายกทักษิณยังคงมีกำลังที่จะกลับมาต่อสู้ทางการเมืองได้อีก...ซึ่งก็มิใช่เป้าหมายที่คณะอมาตย์ต้องการเช่นกัน
3. การตัดสินโดย “ยึดทรัพย์ทั้งหมด” มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้นตามแนวทางนี้ เพราะเป็น “ธง” ที่ถูกคณะรัฐประหารและกลุ่มอมาตย์ได้วางธงเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว.. เพราะแนวทางนี้เป็นแนวทางที่เชื่อกันว่าจะทำให้ท่านนายกทักษิณหมดหนทางที่จะกลับมาต่อสู้เพื่อทวงอำนาจคืนได้อีก...
4. ตัดสินในกรณีสุดท้ายคือ “ยึดทรัพย์ทั้งหมด และยังให้ท่านนายกทักษิณต้องเสียค่าปรับเพื่อเป็นค่าเสียหายต่อประเทศชาติอีกด้วย” โอกาสที่องค์คณะผู้พิพากษาจะตัดสินออกมาทำนองก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นกัน...เพราะเป็นเสมือนการ “ผูกมัด” ท่านนายกทักษิณเอาไว้ มิให้มีโอกาสกลับมาต่อสู้ได้อีก โดยเอาเรื่องทางคดีความปิดกั้นเอาไว้...

แต่ไม่ว่าองค์คณะจะตัดสินในคณะนี้เช่นไร ก็เสมือนกับว่า “เปาบุ้นจิ้นในคดีนี้ได้เข้าสู่การพิพากษาตัดสินประหารชีวิต” ไปเรียบร้อยแล้ว... เพราะถ้าผลการตัดสินออกมาในทางที่ 1 หรือ 2 กลุ่มอมาตย์ก็จะไม่พอใจและจะใช้อำนาจมืดในการเข้าข่มขู่, คุกคาม เพื่อจะให้เป็นไปตามธงที่ตนเองตั้งเอาไว้ให้ได้.... แต่ทำนองเดียวกันถ้าองค์คณะผู้พิพากษาตัดสินออกมาในทางที่ 3 หรือ 4 ก็จะยิ่งเหมือนกับการเติมเชื้อแห่งความไม่พอใจ และความอยุติธรรมให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งกำลังของประชาชนของผู้ที่รักประชาธิปไตยก็นับวันจะเติบโตแกร่งกล้ามากขึ้นทุกวัน... ความขัดแย้งก็จะยิ่งรุนแรงและส่อที่จะนำไปสู่การปะทะกันด้วยกำลัง.. ซึ่งเชื่อได้อย่างแน่นอนว่าในที่สุดแล้ว “ประชาชนก็จะต้องได้รับชัยชนะในบั้นปลายที่สุดอย่างแน่นอน” และเมื่อถึงเวลานั้น องค์คณะชุดนี้ก็จะถูกนำตัวเข้ามาดำเนินการอยู่ดี...

ด้วยเหตุนี้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ผู้ที่จะเข้าสู่การตัดสินพิพากษาจึงมิใช่ท่านนายกทักษิณ หรือทรัพย์สินของท่าน แต่กลับกลายเป็น องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนที่ต้องตัดสินในคดีนี้ต่างหาก... ในภาพยนตร์ “เปาบุ้นจิ้นเมืองจีน” กล้าหาญและสัตย์ซื่อ แม้กระทั่งยอมที่จะให้ตนเองต้องรับอันตราย ถ้าการตัดสินนั้นเป็นไปตามกฏหมายอย่างเที่ยงธรรม... แต่วันนี้ “เปาบุ้นจิ้นเมืองไทย” จะกล้าหาญพอที่จะเสี่ยงภัยอันตราย เพื่อการผดุงเอาไว้ถึงความเที่ยงธรรมตามกฏหมายหรือไม่ ? คงจะต้องดูกันในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

แน่นอนว่าคนที่ใจระทึกที่สุดมิใช่ท่านนายกทักษิณ แต่เป็นองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คนต่างหาก... ขอให้ทุกท่านโชคดี....

ปูนนก

พวกฮาร์ดคอร์ระวังจะจ๋อย เมื่อเจอหน่วย riot police เหล่านี้จ้องตา

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

by sarapaheylo


REUTERS PICTURES 1 DAY AGO
Thai female paratroopers in riot gear take part in an exercise in an army base in Bangkok's suburbs February 20, 2010.
Thai security forces, army and police organized a joint exercise to prepare for possible anti-government protests in the country.


ภาพนี้คนที่ 3 จากขวาก็น่าจะเป็นหญิงเนาะ ดูจากแขนเล็กๆ


แต่ถ้าเจอหน่วยยิงกวางแบบนี้ ก็ตัวใครตัวมันนะคร้า

ร้อนสิคับเพ่ ดูซิคับปะมันทั่วร่างเยย

http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/22959

แผนนองเลือด

ที่มา Thai E-News




โดย จิตร พลจันทร์
ที่มา : คอลัมน์ คมความคิด จิตร พลจันทร์ นิตยสาร Voice of Taksin ฉบับที่ 15

มันสั่งว่า เมื่อประกาศยึดทรัพย์แล้ว มวลชนเตรียมออกมากันแล้ว ก็ให้ออกมากันให้เต็มที่ก่อน จากนั้นจะส่งทีมนรกเข้าไปประชิดตัวผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ทีละคน แล้วยิงทิ้งเลย สร้างภาพเสมือนว่าฝ่ายนายกทักษิณและเสื้อแดงเป็นคนลงมือทำ และแล้ว... มันก็จะลงมือปราบปรามมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างโหดเหี้ยมรุนแรงชนิดเลือดท่วมท้องช้าง


โอ๊ย... เกิดมาเป็นคนไทยอย่างจิตร ใครมันจะนึกว่าวันอย่างนี้จะมาถึง

เกิดมาก็นึกว่าคนบางคนเค้าใจดีมีเมตตา เขารักประชาชนพลเมือง ที่ไหนได้ล่ะ วันนี้เขาเคาะเปรี้ยงลงมาแล้วว่าให้เตรียมเชือดคนเป็นแสนๆ ได้เลย เขาจะหานักฆ่ามืออาชีพจากเมืองนอกเมืองนามาช่วย เขาบอกซะด้วยว่าคนพวกนี้มันรักทักษิณ บางคนไม่ได้รักทักษิณมากมันก็รักประชาธิปไตยมาก เอามันไว้ไม่ได้ จะฆ่ากันเป็นล้านศพก็ไม่ว่า ขอให้ครอบครัว (กู) รอดก่อน

ฝ่ายอำมาตย์มันก็ไม่ได้เลวไปซะทุกคนหรอกท่าน บางคนรู้ข่าวก็ใจเต้นโครมคราม เผ่นแน่บมาเล่าให้จิตรฟัง เพื่อให้จิตรส่งข่าวต่อไปยังพระเดชพระคุณตัวจริงคือมวลมหาประชาชน

คนหนึ่งเล่าไปน้ำตาไหลไปว่า มันเลวอะไรหยั่งงี้ เมื่อก่อนหลงเชื่อว่ามันรักประชาชน ยุให้พวกโจรห้าร้อยเข้ามาโค่นทำลายประชาธิปไตยก็เพราะทักษิณไม่ดี

แต่ตอนหลังรู้ว่าทักษิณเขาดีและเขาไม่ผิด แทนที่จะหยุดยั้ง แกกลับสั่งฆ่าหนักกว่าเก่า ก็เลยรู้เช่นเห็นชาติว่า โคตรตระกูลนี้มันก็เหมียนกันทั้งนั้น ต้นตระกูลก็เป็นลูกน้องเขา เขาเอามาชุบเลี้ยงจนเป็นใหญ่เป็นโต (เหมือนทักษิณเลี้ยงเนวิน สุรเกียรติ์ วิษณุ บวรศักดิ์ อนุทิน และนายเหนือหัวของคนพวกนี้) พอได้ทีก็โค่นนายตัวเอง จับนายไปจองจำ ซัดว่าสติไม่ดี ดูแลบ้านเมืองไม่ได้ แล้วก็จับลงถุงแดง ฆ่าทิ้งอย่างทารุณ

โคตรตระกูลไหนที่มือเปื้อนเลือดขนาดนั้นจะให้มันจบดีกระไรได้ แต่จิตรก็ไม่นึกว่าเรื่องมันตั้งสองร้อยกว่าปีแล้ว กรรมจะมาสนองกรรมเอาในตอนนี้

ความจริงการฆ่าหมู่หรือฆ่าเดี่ยวนั้น คนแก่โรคจิตบางคนมันคิดของมันมานานแล้วล่ะท่าน จิตรเคยรู้มาไม่กี่เรื่อง พอมาได้ยินจาก “คุณข้างใน” ผู้มีใจเป็นธรรมเข้า เลยต่อเรื่องได้ทะลุปรุโปร่งทีเดียว ขนาดลำดับ “แผนฆ่า” ได้เลยล่ะท่าน

- ใช้พวกมาเฟียชั้นต่ำ ระดับสัมภเวสี ฆ่าคุณทักษิณแทนให้ เรื่องก็ออกมาเป็นการระเบิดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของการบินไทยที่คุณทักษิณฯ จะนั่งไปเชียงใหม่ในปีแรกที่เป็นนายกฯ

- ใช้คนไร้อนาคต หมดความหวังในชีวิตอย่างสนธิ ลิ้มทองกุล มาก่อหวอตทำลายชื่อเสียงคุณทักษิณให้สิ้นก่อนต่อไปก็ลงมือฆ่าง่าย ป้ายสีเขาว่าเป็นคนไม่ดี กะว่าเขาหมดชื่อเสียงแล้วตัวก็สบายตายไปคนก็ไม่สนใจ เหมือนที่ทำกับอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ครูบาศรีวิชัย ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน พระพิมลธรรม เป็นต้น นั่นแล

- ใช้ทหาร ตำรวจ มือปืนรับจ้าง (ระดับมืออาชีพ) มาลงมือ ทหารก็ต้องหมวกแดงป่าหวายโน่น อย่างไอ้คนที่เตรียมยิงจากต้นไม้ที่ลพบุรี แต่นายกฯ เปลี่ยนแผนขึ้นเหนือนั่นแหละ

-ตำรวจก็ไปขุดเอาจากขุมนรก ก็พวกประวัติเลวๆ ที่วิ่งมากราบตีนขอให้ช่วยชีวิตอย่างสมคิด เป็นต้น

-มือปืนก็เลือกพวกที่ กอ.รม.นวย สั่งได้มาใช้งาน กลายเป็นการเตรียมฆ่าผู้นำของระบอบประชาธิปไตยถึง ๘ ครั้ง ๘ หน

-รวมทั้งแผนระเบิดรถยนต์ที่บางพลัดที่ไอ้พวกสื่อมวลสัตว์บางตัวอย่าง “เนชั่ว” มันเอามาโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นเรื่องตลกหรือ “คาร์บ๊อง” เพื่อให้คนทั่วโลกเขาไม่สนใจนั่นแหละ

-พวกนี้เลวถึงขนาดจะให้ยิงจรวดใส่บ้านที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ของคุณทักษิณฯ และครอบครัวก็ไม่ใช่ใครหรอก ไอ้ “เขายายเที่ยง” นั่นล่ะท่านที่เป็นตัวการคิดอะไรนรกๆ แบบนี้ เดชะบุญที่นายทหารใหญ่คนที่ต่อมาได้เป็นพลเอกและย้ายมาอยู่ฝั่งประชาธิปไตยเขาเซย์โน บอกว่าจะฆ่าใครก็เอาเฉพาะตัวเขา ฆ่าลูกฆ่าเมียเขาด้วยมันผิดหลักการ

- ใช้ทหาร ตำรวจ และพวกเศษมนุษย์ที่เลียตีนรับใช้กันอยู่เดินทางไปต่างประเทศ เก็บข้อมูลว่าคุณทักษิณอยู่ไหนอย่างไร เตรียมลอบสังหาร ที่อังกฤษก็ทำ ขนาดมาถึงกัมพูชาแล้วก็ยังทำ โชคดีว่าประเทศแถบนี้เขาไม่เล่นเกมโสโครกด้วย เวียดนามก็เป็นเจ้าภาพจับตัวเอาไว้ได้ ๓ คน ไม่นานนี้เอง ตอนนี้ได้ข่าวว่าหัวหายไปแล้ว

นี่ล่ะท่านคือผลงานนองเลือดของไอ้พวกเหี้ยม ม. หาย ความเป็นคนมันไม่มีเหลืออยู่กับตัวแล้ว ไม่ว่าจะไอ้แก่มากหรือไอ้แก่น้อย อยู่บ้านคงลงเดินสี่ตีน เพราะคุณธรรมมันไม่มีเหลือหลอ

แต่แผนการอุบาทว์ชาติชั่วที่เล่ามา ยังไม่เท่าความมืดดำของแผนใหม่ที่เพิ่งเคาะกันลงมาจากตึกสูงๆ ของโรง...มีชื่อแห่งหนึ่งของเมืองไทยซึ่งจิตรต้องเล่าให้ท่านฟัง จะได้รู้ว่าเมืองพุทธของเรา เดี๋ยวนี้มันได้กลายเป็น “ระบอบสัตวาธิปไตย” คือได้ฝูงสัตว์มาปกครองแทนคนอย่างไร

ในวันตัดสินคดีทรัพย์สินของนายกทักษิณและครอบครัว หรือคดี ๗๖,๐๐๐ ล้านนั่นแหละ ฝ่ายชั่วมันเตรียมจะยึดทรัพย์ให้หมดเกลี้ยง เพราะมันกลัวนายกทักษิณจะเหลือทุนมาทำงานการเมือง แล้วคิดโค่นทำลายรังของพวกมัน มันก็เลยโหมโรงโฆษณาว่าเงินนั้นมาจากไหนยังไง หวังให้คนเขาเคลิบเคลิ้มเห็นดีด้วยกับการยึดทรัพย์

แต่มันก็รู้ว่ากระแสเสื้อแดงที่เร่าร้อนรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์นั้น ดับไม่ไหว มวลมหาประชาชนเหล่านี้เขาไม่ได้ห่วงเงินของคุณทักษิณ แต่เขาไม่ยอมนั่งเฉยให้ไอ้พวกโจรมหาโจรมันเข้าปล้นครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก็ต้องออกมาแสดงพลังต่อต้าน

ตรงนี้ล่ะท่านที่รักทั้งหลาย ปิศาจตัวใหญ่ที่ใครก็มองไม่ออก เพราะเป็นประเภท “ตีนที่มองไม่เห็น” ก็ออกโรงมาอีกคราหนึ่ง เหมือนเมื่อคราวเหตุการณ์ฆ่านักศึกษาและประชาชนในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่องคุลีเดียว

ปิศาจตนนี้มันสั่งว่า เมื่อประกาศยึดทรัพย์แล้ว มวลชนเตรียมออกมากันแล้ว ก็ให้ออกมากันให้เต็มที่ก่อนจากนั้นจะส่งทีมนรกเข้าไปประชิดตัวผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ทีละคน แล้วยิงทิ้งเลย สร้างภาพเสมือนว่าฝ่ายนายกทักษิณและเสื้อแดงเป็นคนลงมือทำ โดยเฉพาะคำพูดของ “เสธ.แดง” ที่เตือนให้ระวังการสังหารผู้พิพากษามาก่อนนี้ มันก็จะเอามาอ้าง จากนั้นมันก็จะโหมข่าวไปทั่วประเทศและทั่วโลกว่าฝ่ายทักษิณเป็นคนสั่งฆ่าผู้พิพากษา

และแล้ว... มันก็จะลงมือปราบปรามมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างโหดเหี้ยมรุนแรงชนิดเลือดท่วมท้องช้าง

ฝ่ายอำมาตย์บางคนมันไปติดต่อกับประเทศมหาอำนาจลูกพี่มันไว้แล้วด้วย ขอความช่วยเหลือในการปราบปรามประชาชน ไอ้ฝ่ายโน้นก็พูดไม่ออก ดันทำตัวเป็นลูกพี่เขามาตั้งแต่สงครามเย็นโน่น จะทำดัดจริตย้ายมาข้างประชาธิปไตยก็ไม่ทัน ก็เลยเตรียมช่วยเหลือเชิงกำลังพล (บางส่วน) อุปกรณ์เครื่องมือบางอย่าง และข่าวกรอง ละเอียดลงไปถึงขั้นว่าทหารที่มาฝึกซ้อมรบอยู่ในเมืองไทยช่วงนี้ถึงเวลาก็ยังไม่ให้กลับ ให้ซุ่มรอเวลาอยู่อีกอย่างน้อยสามเดือนเผื่อจะต้องรบจริง

เห็นไหมล่ะท่าน... พวกมันเตรียมการกันถึงขนาดนี้ จิตรเป็นคนชอบพูดทีเล่นทีจริง งานนี้ยังต้องพูดด้วยเสียงดังฟังชัดว่าเมื่อพวกมันมองเห็นประชาชนเป็นผักเป็นปลา คิดจะฆ่าจะแกงกันขนาดนี้แล้ว ประชาชนเราจะนั่งรอให้มันฆ่าก็กระไรอยู่

ก็ต้องพิจารณาว่าจะเอาไงกะมันนะพระคุณท่าน!

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(22ก.พ.):หยุดตอแหลแลนด์

ที่มา Thai E-News




โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
22 กุมภาพันธ์ 2553

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 อัดแน่นแต่เบาสบายๆด้วยข่าวภาพกิจกรรมของแวดวงคนเสื้อแดง ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยทั้งในไทยและทั่วทุกมุมโลกเช่นเคย ท่านใดอยากฝากข่าวคราวเชิญส่งมาที่thaienews99@googlegroups.com ***

***ใกล้วันตัดสินคดียึดทรัพย์เข้ามา ก็เจอข่าวพวกโง่แล้วขยันเขียนภาพปีศาจให้เสื้อแดงทุกวัน ทั้งรัฐมาร นักวิชามาร ประสานกับโพลล์ และสื่อสารมารชนว่าเสื้อแดงจะก่อเหตุใหญ่เผาบ้านเผาเมืองในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ กลัวไม่สมจริงสมจัง ออกแผน 37 หน้ามาเสร็จสรรพว่าคนเสื้อแดงจะบุกไปโรงพยาบาลศิริราช เลยเตรียมปราบขนานใหญ่...โถ! แกนนำเสื้อแดง3เกลอเขาประกาศบอกว่าวันที่ 26 ไม่มีชุมนุมใหญ่ ไม่มีนัดหมายอะไร เอ้า!แบบนี้ก็มุกแป้กกันไปหละสิคะร้าบ***

***เสื้อแดงเขาไม่้สนหรอกครับว่า พวกมึงจะยึดเงินทักษิณหรือไม่ยึดจะยึดหมด76,000ล้าน หรือไม่ยึดซักแดง เพราะตราบใดที่อยู่ใต้ระบอบปกครองเผด็จการอำมาตย์ และสังคมแบบตอแหลแลนด์อย่างนี้ พวกมึงจะทำห่าอะไรตามอำเภอใจของพวกมึงมันได้ทั้งนั้น คนเสื้อแดงเขาหมดข้อสงสัยไปตั้งนานแล้ว พวกคุณรัฐบาล สื่อสารมารชน โพลล์มารๆพากันเต้นแร้งเต้นกากันไปเองว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ร้ายแรง จลาจลเผาบ้านเผาเมือง ลอบสังหารไอ้มาร์ค และสารพัดที่จะสำรากออกมา***

***คนเสื้อแดงเขาสนเฉพาะว่าเมื่อไหร่จะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงเมื่อไรจะเกิดความยุติธรรมในบ้านเมือง เพราะหากเกิดประชาธิปไตยและความยุติธรรมเกิดขึิื้นในบ้านเมือง ทักษิณก็เช่นเดียวกับประชาชนพลเมืองไทยทุกคน ก็จะได้รับความยุติธรรมไปด้วย...เรื่องมันก็ง่ายๆแค่นี้แหละครับใครจะยกพวกมาม็อบเพื่อเงิืนทักษิณ76,000ล้าน ประสาทกันไปหมดแล้วพวกคุณทั้งหลาย***


***แต่พวกที่ทำตัวสะตอบอแหลว่า ให้ยอมรับคำตัดสิน อย่าเอะอะโวยวาย จะกระทบการค้าการลงทุน กระทบต่อความเชื่อมั่น ขอให้หยุดทำร้ายประเทศไทย...โถ!แล้วตอนที่พันธมิตรป่วนเมืองมา3ปีเต็มๆ ทั้งยึดทำเนียบ ยึดสภา ยึดNBT ยึดสนามบิน คนพวกนี้ทำไมไม่เคยออกมาเรียกร้องให้หยุดทำร้ายประเทศไทย ตอนนั้นเห็นแหกปากแต่ว่า"รัฐอย่ารุนแรงกับผู้ชุมนุม"... ตอนนี้ดันมาเรียกหาความสามัคคี...NO JUSTICE , NOPEACE ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร (คิดสิคิด)***

***แต่เอาเถอะ ไม่ทำอะไรเลยก็กระไร ว่าแล้วสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำกลุ่มแดงสยามเลยจะจัดเวทีปราศรัยซะหน่อยในช่วงวันที่25 26 และ 27 กุมภาพันธ์นี้ที่สนามหลวง เริ่ม 5 โมงเย็น หากใครอยากไปฟังก็ไป ไม่ต้องถืออะไรไปด้วยนะ ไปฟังเฉยๆโดยสงบปราศจากอาวุธก็พอ...***

***กลุ่มกรุงเทพ 50 จะจัดเสวนาทิศทางประเทศไทย ปี 53 วันที่ 22 ก.พ. เวลา 18.00-22.00 น.ในรูปแบบโต๊ะจีน 200 โต๊ะ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ โดยเชิญนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต สสร.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งไฮไลท์สำคัญคือการวีดิโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

การจัดเสวนาดังกล่าวมีขึ้นก่อนจะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท เพียง 4 วัน จะได้รู้ถึงจิตใจของอดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งวิเคราะห์ว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป สำหรับรายได้ในการจัดงานจะมอบให้สาธารณะกุศล บางส่วนจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยประเทศเฮติ มูลนิธิเด็กพิการซ้ำซ้อน มูลนิธิเด็กปัญญาอ่อน***

***" งานรวมพลคนเสื้อแดง พัทยา ภาคตะวันออก และคนเสื้อแดงทั่วประเทศ "
ก่อนคืนที่จะถูกตัดสินยึดทรัพย์ งานนี้พบกับการแสดงละครเวที พร้อมแสงสีเสีงแบบอลังการงานสร้าง เรื่อง " ยึดทรัพย์ & ปล้นทรัพย์ " ของทักษิณ ชินวัตร .....นำแสดงโดย คุณอริสมันต์ - คุณวรชัย - คุณอารีย์ - แกนนำคนเสื้อแดงภาคตะวันออก ฯลฯ

พร้อมด้วยการ โฟนอินจาก ทักษิณ ชินวัตร และพบกับพิธีกรความจริงวันนี้ คุณวีระ มุสิกพงษ์ - คุณจตุพร พรหมพันธ์ - คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ - คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง - นิสิต สินธุไพร - คุณอดิศร เพียงเกษ - สุรชัย แซ่ด่าน - นพ.เหวง - คุณก่อแก้ว - พตท.ไวพจน์ - พตท.สุทิน - คุณพายัพ - คุณวรชัย (แรมโบ้ อีสาน) - คุณสมชาย ไพบูลย์ - คุณวิสา คัญทัพ - คุณสุนัย - คุณไพจิตร อักษรณรงค์ - คุณดารุณี - คุณอารีย์ - ทีมงานคนรักประชาธิปไตยเมืองพัทยา และแกนนำภาคตะวันออก ฯลฯ

ในวันพฤหัสบดี ที่ 25 กพ.นี้ ณ ลานประชาธิปไตย ตรงปากซอยเขาตะโล ถนนสุขุมวิท เยื้องสามแยกเทพประสิทธิ์ พัทยาใต้ งานนี้ " ฟรี " ตลอดทั้งงาน.... เริ่มงานเวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ... ถ่ายทอดสดทาง People Channel

ติดต่อสอบถาม Tel. 038-422-114 .... คุณจุรีพร 080-646-4678, 085-282-9517, 081-862-6857, 081-819-9183
จันทบุรี สจ.สำเริจ 086-338-4988 ... ระยอง คุณระพิน 081-256-1233 ... ปราจีนบุรี นพ.สง่า 087-108-3483 ... แดงสัมพันธ์ คุณอี๊ด 081-864-2463 ... ตราด คุณชูชีพ 081-945-3535 ... ชลบุรี ดาบแดง 083-828-7665 ... ฉะเชิงเทรา คุณกาน 087-133-3522 ... สระแก้ว ปัญญา 081-864-1533 ... ศรีราชา จิ๋ม 081-723-7130 ... บางพระ คุณอ๋อ 081-113-144 ... หนองปรือ สุวัฒ 081-821-6564 ... ตะเคียนเตี้ย-โรงโป๊ะ ไก่ 083-257-5159 ... บอวิน บุญยัง 086-070-5102 ...

เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ คุณทักษิณ ชินวัตร ก่อนคืนที่จะถูกตัดสินยึดทรัพย์ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่www.pattayared.com / FM 89 MHz***

***นปช.สุรินทร์ แดงทั้งแผ่นดิน (เราคือภาคประชาชน) แจ้งช่าวมา จะทำการขอรับบริจาค เงิน และอาหารเพื่อเป็นเสบียง ใช้ในการร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่อมาตยา สนับสนุน นปช.ส่วนกลาง ในวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 16.00 -20.00 น. โดยประมาณ ณ ร้านอาหาร ส.ปลาเผา ปั๊ม ปตท. หน้าเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อสร้างความสัมพันธ์กำลังใจอันดีแก่ผู้นำมวลชนทุกอำเภอที่จะนำทัพร่วมชุมนุม และเป็นการเปิดโอกาสให้มวลชนผู้มีกำลังทรัพย์ได้แสดงความจริงใจสนับสนุนกิจกรรมของ นปช.แห่งชาติ

นปช.สุรินทร์คณะผู้ดำเนินงานยังขาดทุนทรัพย์ และ อาหาร จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ ผู้มีอุปการคุณที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของนโยบายนปช. แห่งชาติ(แดงทั้งแผ่นดิน) ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์ สิ่งของตามกำลังสมควร พร้อมกันนี้ขอเชิญร่วมรับประทานอาหารค่ำ ทำบัตรสมาชิก นปช. แดงทั้งแผ่นดิน พบปะคนมีอุดมการณ์เดียวกันในวันและเวลาดังกล่าว***

***ชัยอนันต์ สมุทวณิช บัญญัติ บรรทัดฐาน และเจิมศักดิ์ ปิ่นทองพากันไปสุมหัวออกรายการช่อง11หอยม่วง เมื่อเวลาทุ่มกว่าๆวันก่อน แล้วพากันตอหลดตอแหลว่า เชื่อว่าเสื้อแดงมีกองจรยุทธของอดีต พคท.สนับสนุนอยู่จริง จึงขอให้เร่งปราบปราม สอดรับกับการตระเตรียมของสถาบันการเงิน หอการค้า และกลุ่มทุน (ห้างสรรพสินค้า-โรงแรม)ต่างๆ ซักซ้อมรับมือวิกฤต บัญญัติ บรรทัดฐานย้ำว่าพวกเสื้อแดงมักกล่าวอ้างถึงคำว่าสงครามครั้งสุดท้าย ก็คือที่คอมมิวนิสต์ใช้ในเพลงสากล (แต่ที่อ้างมามันผิดสี เพราะพวกพันธมิตรเสื้อเหลืองพูดเรื่อง"สงครามครั้งสุดท้าย"มาก่อนตั้งนานแล้ว และทำเป็นแบ็คดร็อปบนเวทีด้วย ไม่หาข้อมูลเลย เจิมศักดิ์หน้าหงาย เอ๊ะ...ด่าพวกเดียวกัน***

***ส่วน ASTV ช่วงบ่ายวันก่อนทำสกู๊ปเรื่องล้มเจ้าย้อนอดีต โดยบอกว่าจุด Start อยู่ที่จดหมายแดงสยามของ ใจ อึ๊งภากรณ์ ตั้งแต่นั้นมาก็แผ่ขยายเป็นวงกว้าง และมีคนรุ่นหนุ่มสาวถูกกระแสล้มเจ้า ชักชวนให้ไม่เคารพสถาบันกษัตริย์มากขึ้นเรื่อยๆ มีการสัมภาษณ์พลเดช ปิ่นประทีป อดีตคนตุลาที่ติดสอยห้อยตาม ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม จนได้ดีเป็นถึงรัฐมนตรียุค คมช. เสนอว่ารัฐต้องขุดรากถอนโคน พวกเสื้อแดงโดยเร่งด่วน และต้องแทรกการเชิดชูสถาบัน+พระมหากรุณาธิคุณความดีของกษัตริย์ไทยในแบบเรียนตั้งแต่ชั้นประถม ...อันนี้ก็สะท้อนภาพอดีต พคท.ที่ต้องการฟอกตัวอย่างหมอพลเดช ก็จะยิ่งแสดงด้านที่ปฏิกิริยาเพื่อเรียกความเชื่อจากพวกอำมาตย์ที่ตนเองพึ่งพิงอยู่ ในที่สุดคงต้องชี้เบาะแส หาเหยื่อมาสังเวยอำมาตย์ที่กำลังกระหายเลือดและกลัวคอมมิวนิสต์ กลัวเสื้อแดงจนหางจุกตูด เข้าทำนองปั้นน้ำ(ลาย)เป็นตัว แล้วเชื่อเอง กลัวเอง***

***เรื่องของหมอพลเดชนี่ ทำให้"สหายเก่า"ของอดีตสหายหมอพลเดชเขากังขา.....ทำให้หวนนึกถึงสมัยสงครามเวียดนามคนที่ต้องการเอาตัวรอดก็จะแจ้งให้ทางการไปจับคนข้างบ้าน ทั้งๆทีเคยมีชีวิตร่วมกัน ไปมาหาสู่เป็นมิตรกันตลอดมา คงไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมอดีต พคท. และ อดีตคนตุลาจึงด่าทอคอมมิวนิสต์ และปลุกระดม ให้เชิดชูเจ้าได้เอกอุกว่าพวกฝ่ายขวาที่เป็น Ultra Royalist ตัวจริงเสียอีก***


ยึดเขย่าเมือง-เวบThailandmirrorและนิตยสารTaksinvoiceเชิญร่วมงานเสวนาวิเคราะห์สถานการณ์"ยึดเขย่าเมือง ล่าขุมทรัพย์76,000ล้าน 26 กุมภาพันธ์เส้นแบ่งแห่งความยุติธรรม"ในวันที่23ก.พ.ที่ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ 13.00-17.00 น.พบกับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พงศ์เทพ เทพกาญจนา สุนัย จุลพงศธร จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ สอบถาม0811048842 0892059513


เล่มนี้อิ่มอาบ เล่มหน้าซาบซึ้ง-นิตยสารVOICE OF TAKSINเล่มล่าสุด(ขวา)ว่าด้วยการตัดสินลงโทษผู้พิพากษาตุลาการที่ทำตัวเป็นสมุนบริวารตัดสินคดีตามใบสั่งเผด็จการฮิตเลอร์ พร้อมเผยรายชื่อองค์คณะผู้พิพากษาคดี76,000ล้าน ส่วนเล่มหน้า"ซาบซึ้ง"(ซ้าย)โปรดอดใจรอ



รถถังพิพากษา เกมพลิกแผ่นดิน-นิตยสารTHAIFREEDOM ฉบับที่ 3 ของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย โฟกัสไปที่คดียึดทรัพย์ และฉายภาพครบทุกมุมมอง รวมทั้งเรื่องเด็ดในเล่ม เซีย ไทยรัฐ รู้เช่นเห็นชาติเปรมจึงต้องชักธงรบ, SIAM PARK สยามในสเปนที่ซ่อนนัย,34ปีที่มืดมนคดีลอบสังหาร ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน พบกันทุกแผงทั่วประเทศในราคาน่าคบหาเพียง 40 บาท


***ภาพกิจกรรมโครงการ สองขาเพื่อประชาธิปไตย

ภาพที่ ๑. เป็นบรรยากาศก่อนเริ่มปั่นในตัวเมืองจันทบุรี ซึ่งมีพี่ดารุณี กฤตบุญญาลัย, พี่พิศ, พี่สุ, พี่วินัย มาร่วมสร้างสีสันประชาธิปไตยกับทีมสองขา ฯ ขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ

ภาพที่ ๒. เขาสอยดาว ซึ่งมีพี่น้องจากจันทบุรีมาร่วมสมทบอีก ๔ ท่าน และมาช่วยประคองผมอีกต่างหาก ขอบคุณในความกรุณาครับ

และในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ก.พ. บรรยากาศแบบนี้จะไปเกิดที่ หนองตาโล อ.พัทยา จ.ชลบุรี

ซึ่งทั้งสองรายการล้อหมุนเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. และได้รับความกรุณาจากwww.newskythailand.com โดยน้อง ซาล่า ถ่ายทอดสดครับ

เพื่อเป็นสีสันของการรณงค์เรียกร้องประชาธิปไตย จึงขอเรียนเชิญพี่น้องที่สนใจจะเข้าร่วมกิจกรรมติดต่อได้ที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ พิพุต โทร.๐๘๙-๒๒๘-๐๗๐๘ หากท่านใดสนใจร่วมสมทบทุนบริจาคเพื่อจัดซื้อจานดาวเทียมมเพื่อชมทีวีประชาธิปไตยพีเพิลแชนัล ก็เรียนเชิญครับ

ทีมเราหวังว่าเมื่อสองล้อหมุุนไป ประชาธิปไตยต้องเติบโต***

***นปช.อุตรดิตถ์ โดยการนำของนางมัณฑนา(ป้าแป๋ว) เชียงไฝและคนายปัณณวัฒน์ นาคมูลพบปะมวลชนคนเสื้อแดงเพื่อจัดตั้งแกนนำระดับตำบลและหมู่บ้าน ตามโครงสร้างของนปช.อุตรดิตถ์โดยยึดรูปแบบการขยายมวลชนสู่ฐานรากของสังคมคือหมู่บ้าน ดังนี้

24 ก.พ. 53 (19.00 น.) บ้านแกนนำ ม.3 ต.นานกกก อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์


พบกับพิธีกรวัยรุ่นน้องบลูและน้องฟางแสนสวยและน่ารักทั้งวิทยากร(สว.)สุดมันส์เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามาภระกิจของดนเสื้อแดงในพื้นที่คนเสื้อแดงที่อยู่ใกล้เคียงเชิญเข้าร่วมไม่เสียค่าใช้จ่ายมีแต่ได้ความรู้เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริงเป็นอาวุธ***


***ปิดท้ายสาวเสื้อแดงวันนี้ มี 2 หนุ่มประกบติดแน่น หนุ่มๆคนไหนอยากฝ่าด่านเข้าไป ต้องข้ามศพ เอ๊ย!ฝ่าด่านหินนี้เข้าไปให้ได้ก่อน อิอิอิ***

Sunday, February 21, 2010

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553

10 มหานครทั่วโลกที่ยิ่งใหญ่โด่งดังจนน่าเหลือเชื่อว่าจะไม่ใช่เมืองหลวง

อดีตรองปลัดมท. แฉซ้ำ ผ่อนส่งเก้าอี้ผู้ว่า

เพื่อไทยตีปี๊บ"คนมีสี"ซีกรัฐ เตรียมสร้างสถานการณ์ 5 วันก่อนตัดสินคดียึดทรัพย์ หวังโยนบาป"เสื้อแดง"

"เฉลิม"ดีใจโพลหนุนเป็นผู้นำซักฟอก วอน "พท."ให้เกียรติ-ไว้วางใจ บอกเสนอ"บิ๊กจิ๋ว"เป็นนายกฯ ไม่ได้

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(21ก.พ.):อยากจะยึดก็ยึดไป

ที่มา Thai E-News



รถถังพิพากษา เกมพลิกแผ่นดิน-นิตยสารTHAIFREEDOM ฉบับที่ 3 ของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย โฟกัสไปที่คดียึดทรัพย์ และฉายภาพครบทุกมุมมอง รวมทั้งเรื่องเด็ดในเล่ม เซีย ไทยรัฐ รู้เช่นเห็นชาติเปรมจึงต้องชักธงรบ, SIAM PARK สยามในสเปนที่ซ่อนนัย,34ปีที่มืดมนคดีลอบสังหาร ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน พบกันทุกแผงทั่วประเทศในราคาน่าคบหาเพียง 40 บาท


***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 อัดแน่นแต่เบาสบายๆด้วยข่าวภาพกิจกรรมของแวดวงคนเสื้อแดง ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยทั้งในไทยและทั่วทุกมุมโลกเช่นเคย ท่านใดอยากฝากข่าวคราวเชิญส่งมาที่thaienews99@googlegroups.com ***

***ใกล้วันตัดสินคดียึดทรัพย์เข้ามา ก็เจอข่าวพวกโง่แล้วขยันเขียนภาพปีศาจให้เสื้อแดงทุกวัน ทั้งรัฐมาร นักวิชามาร ประสานกับโพลล์ และสื่อสารมารชนว่าเสื้อแดงจะก่อเหตุใหญ่เผาบ้านเผาเมืองในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ กลัวไม่สมจริงสมจัง ออกแผน 37 หน้ามาเสร็จสรรพว่าคนเสื้อแดงจะบุกไปโรงพยาบาลศิริราช เลยเตรียมปราบขานใหญ่...โถ! แกนนำเสื้อแดง3เกลอเขาประกาศบอกว่าวันที่ 26 ไม่มีชุมนุมใหญ่ ไม่มีนัดหมายอะไร เอ้า!แบบนี้ก็มุกแป้กกันไปหละสิคะร้าบ***

***เสื้อแดงเขาไม่้สนหรอกครับว่า พวกมึงจะยึดเงินทักษิณหรือไม่ยึดจะยึดหมด76,000ล้าน หรือไม่ยึดซักแดง เพราะตราบใดที่อยู่ใต้ระบอบปกครองเผด็จการอำมาตย์ และสังคมแบบตอแหลแลนด์อย่างนี้ พวกมึงจะทำห่าอะไรตามอำเภอใจของพวกมึงมันได้ทั้งนั้น คนเสื้อแดงเขาหมดข้อสงสัยไปตั้งนานแล้ว พวกคุณรัฐบาล สื่อสารมารชน โพลล์มารๆพากันเต้นแร้งเต้นกากันไปเองว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ร้ายแรง จลจลเผาบ้านเผาเมือง ลอบสังหารไอ้มาร์ค และสารพัดที่จะสำรากออกมา***

***คนเสื้อแดงเขาสนเฉพาะว่าเมื่อไหร่จะได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงเมื่อไรจะเกิดความยุติธรรมในบ้านเมือง เพราะหากเกิดประชาธิปไตยและความยุติธรรมเกิดขึิื้นในบ้านเมือง ทักษิณก็เช่นเดียวกับประชาชนพลเมืองไทยทุกคน ก็จะได้รับความยุติธรรมไปด้วย...เรื่องมันก็ง่ายๆแค่นี้แหละครับใครจะยกพวกมาม็อบเพื่อเงิืนทักษิณ76,000ล้าน ประสาทกันไปหมดแล้วพวกคุณทั้งหลาย***

***แต่เอาเถอะ ไม่ทำอะไรเลยก็กระไร ว่าแล้วสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำกลุ่มแดงสยามเลยจะจัดเวทีปราศรัยซะหน่อยในช่วงวันที่25 26 และ 27 กุมภาพันธ์นี้ที่สนามหลวง เริ่ม 5 โมงเย็น หากใครอยากไปฟังก็ไป ไม่ต้องถืออะไรไปด้วยนะ ไปฟังเฉยๆโดยสงบปราศจากอาวุธก็พอ...***

***ชัยอนันต์ สมุทวณิช บัญญัติ บรรทัดฐาน และเจิมศักดิ์ ปิ่นทองพากันไปสุมหัวออกรายการช่อง11หอยม่วง เมื่อเวลาทุ่มกว่าๆวันก่อน แล้วพากันตอหลดตอแหลว่า เชื่อว่าเสื้อแดงมีกองจรยุทธของอดีต พคท.สนับสนุนอยู่จริง จึงขอให้เร่งปราบปราม สอดรับกับการตระเตรียมของสถาบันการเงิน หอการค้า และกลุ่มทุน (ห้างสรรพสินค้า-โรงแรม)ต่างๆ ซักซ้อมรับมือวิกฤต บัญญัติ บรรทัดฐานย้ำว่าพวกเสื้อแดงมักกล่าวอ้างถึงคำว่าสงครามครั้งสุดท้าย ก็คือที่คอมมิวนิสต์ใช้ในเพลงสากล (แต่ที่อ้างมามันผิดสี เพราะพวกพันธมิตรเสื้อเหลืองพูดเรื่อง"สงครามครั้งสุดท้าย"มาก่อนตั้งนานแล้ว และทำเป็นแบ็คดร็อปบนเวทีด้วย ไม่หาข้อมูลเลย เจิมศักดิ์หน้าหงาย เอ๊ะ...ด่าพวกเดียวกัน***

***ส่วน ASTV ช่วงบ่ายวันก่อนทำสกู๊ปเรื่องล้มเจ้าย้อนอดีต โดยบอกว่าจุด Start อยู่ที่จดหมายแดงสยามของ ใจ อึ๊งภากรณ์ ตั้งแต่นั้นมาก็แผ่ขยายเป็นวงกว้าง และมีคนรุ่นหนุ่มสาวถูกกระแสล้มเจ้า ชักชวนให้ไม่เคารพสถาบันกษัตริย์มากขึ้นเรื่อยๆ มีการสัมภาษณ์พลเดช ปิ่นประทีป อดีตคนตุลาที่ติดสอยห้อยตาม ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม จนได้ดีเป็นถึงรัฐมนตรียุค คมช. เสนอว่ารัฐต้องขุดรากถอนโคน พวกเสื้อแดงโดยเร่งด่วน และต้องแทรกการเชิดชูสถาบัน+พระมหากรุณาธิคุณความดีของกษัตริย์ไทยในแบบเรียนตั้งแต่ชั้นประถม ...อันนี้ก็สะท้อนภาพอดีต พคท.ที่ต้องการฟอกตัวอย่างหมอพลเดช ก็จะยิ่งแสดงด้านที่ปฏิกิริยาเพื่อเรียกความเชื่อจากพวกอำมาตย์ที่ตนเองพึ่งพิงอยู่ ในที่สุดคงต้องชี้เบาะแส หาเหยื่อมาสังเวยอำมาตย์ที่กำลังกระหายเลือดและกลัวคอมมิวนิสต์ กลัวเสื้อแดงจนหางจุกตูด เข้าทำนองปั้นน้ำ(ลาย)เป็นตัว แล้วเชื่อเอง กลัวเอง***

***เรื่องของหมอพลเดชนี่ ทำให้"สหายเก่า"ของอดีตสหายหมอพลเดชเขากังขา.....ทำให้หวนนึกถึงสมัยสงครามเวียดนามคนที่ต้องการเอาตัวรอดก็จะแจ้งให้ทางการไปจับคนข้างบ้าน ทั้งๆทีเคยมีชีวิตร่วมกัน ไปมาหาสู่เป็นมิตรกันตลอดมา คงไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมอดีต พคท. และ อดีตคนตุลาจึงด่าทอคอมมิวนิสต์ และปลุกระดม ให้เชิดชูเจ้าได้เอกอุกว่าพวกฝ่ายขวาที่เป็น Ultra Royalist ตัวจริงเสียอีก***


***สังคมข่าวดีๆ พี่น้องนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแดงบ้านโป่งทุกท่านโปรดทราบ ขอเชิญพี่น้องมวลชนแดงบ้านโป่งร่วมกันสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมบวงสรวงศาลฯก่อนที่จะถึงวันนัดชุมนุมใหญ่เพื่อเผด็จศึก และจะทำพิธีสาบานตนพร้อมกันว่าจะยึดมั่นในอุดมการณ์คนเสื้อแดงในฐานะลูกหลานพระเจ้าตาก จะต่อสู้ให้ได้มาซึ่งชัยชนะร่วมกัน จะไม่ทอดทิ้งกัน จะร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วมกัน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องแดงบ้านโป่งได้มีความฮึกเหิมพร้อมที่จะร่วมชุมนุมใหญ่จนกว่าจะได้ชัยชนะ จึงขอเชิญพร้อมกัน ณ อนุเสาวรีย์-ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายบางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม 21 กพ.เวลา 13.00น.ประสานงาน0817561133 ***


ยึดเขย่าเมือง-เวบThailandmirrorและนิตยสารTaksinvoiceเชิญร่วมงานเสวนาวิเคราะห์สถานการณ์"ยึดเขย่าเมือง ล่าขุมทรัพย์76,000ล้าน 26 กุมภาพันธ์เส้นแบ่งแห่งความยุติธรรม"ในวันที่23ก.พ.ที่ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ 13.00-17.00 น.พบกับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พงศ์เทพ เทพกาญจนา สุนัย จุลพงศธร จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ สอบถาม0811048842 0892059513


เล่มนี้อิ่มอาบ เล่มหน้าซาบซึ้ง-นิตยสารVOICE OF TAKSINเล่มล่าสุด(ขวา)ว่าด้วยการตัดสินลงโทษผู้พิพากษาตุลาการที่ทำตัวเป็นสมุนบริวารตัดสินคดีตามใบสั่งเผด็จการฮิตเลอร์ พร้อมเผยรายชื่อองค์คณะผู้พิพากษาคดี76,000ล้าน ส่วนเล่มหน้า"ซาบซึ้ง"(ซ้าย)โปรดอดใจรอ



***ภาพกิจกรรมโครงการ สองขาเพื่อประชาธิปไตย

ภาพที่ ๑. เป็นบรรยากาศก่อนเริ่มปั่นในตัวเมืองจันทบุรี ซึ่งมีพี่ดารุณี กฤตบุญญาลัย, พี่พิศ, พี่สุ, พี่วินัย มาร่วมสร้างสีสันประชาธิปไตยกับทีมสองขา ฯ ขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ

ภาพที่ ๒. เขาสอยดาว ซึ่งมีพี่น้องจากจันทบุรีมาร่วมสมทบอีก ๔ ท่าน และมาช่วยประคองผมอีกต่างหาก ขอบคุณในความกรุณาครับ

และในวันอาทิตย์ที่ ๒๑ ก.พ.๕๓ บรรยากาศแบบนี้จะไปเกิดที่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ก.พ.๕๓ ที่หนองตาโล อ.พัทยา จ.ชลบุรี

ซึ่งทั้งสองรายการล้อหมุนเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. และได้รับความกรุณาจากwww.newskythailand.com โดยน้อง ซาล่า ถ่ายทอดสดครับ

เพื่อเป็นสีสันของการรณงค์เรียกร้องประชาธิปไตย จึงขอเรียนเชิญพี่น้องที่สนใจจะเข้าร่วมกิจกรรมติดต่อได้ที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ พิพุต โทร.๐๘๙-๒๒๘-๐๗๐๘ หากท่านใดสนใจร่วมสมทบทุนบริจาคเพื่อจัดซื้อจานดาวเทียมมเพื่อชมทีวีประชาธิปไตยพีเพิลแชนัล ก็เรียนเชิญครับ

ทีมเราหวังว่าเมื่อสองล้อหมุุนไป ประชาธิปไตยต้องเติบโต***

***นปช.อุตรดิตถ์ โดยการนำของนางมัณฑนา(ป้าแป๋ว) เชียงไฝและคนายปัณณวัฒน์ นาคมูลพบปะมวลชนคนเสื้อแดงเพื่อจัดตั้งแกนนำระดับตำบลและหมู่บ้าน ตามโครงสร้างของนปช.อุตรดิตถ์โดยยึดรูปแบบการขยายมวลชนสู่ฐานรากของสังคมคือหมู่บ้าน ดังนี้

21 ก.พ. 53 (19.00 น.) บ้านแกนนำ ม.3 ต.หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์
24 ก.พ. 53 (19.00 น.) บ้านแกนนำ ม.3 ต.นานกกก อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์


พบกับพิธีกรวัยรุ่นน้องบลูและน้องฟางแสนสวยและน่ารักทั้งวิทยากร(สว.)สุดมันส์เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามาภระกิจของดนเสื้อแดงในพื้นที่คนเสื้อแดงที่อยู่ใกล้เคียงเชิญเข้าร่วมไม่เสียค่าใช้จ่ายมีแต่ได้ความรู้เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริงเป็นอาวุธ***

***นปช.กำหนดการจัดโรงเรียน นปช. แดงทั้งแผ่นดิน ครั้งที่ 2 ของภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเจ้าภาพ ในวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ นี้ ที่เขาพรายดำรีสอร์ท อำเภอสิชล นครศรีธรรมราช โดยจะจัดการเรียน หลักสูตรประชาธิปไตย เพียง 1 วัน ช่วงเย็น จะมีการเปิดปราศรัยของแกนนำ นปช. ท่านใดที่มีญาติพี่น้องในภาคใต้ีี่่ บอกกล่าวไปยังพี่น้องด้วย สนใจเข้าอบรมโรงเรียน นปช. ติดต่อที่ ประชาสัมพันธ์ ของรีสอร์ท เขาพรายดำ โทร. 075-771-111 และที่ คุณธนวุฒิ เลขา นปช. นครศรีธรรมราช 086-684-6569 ลงทะเบียนตั้งแต่ 7.30 - 8.30 น.



บรรยากาศของ เขาพรายดำรีสอร์ท อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช บ้านของ ณัฐวุฒิเอง บริการเต็มที่***


***กลุ่มกรุงเทพ 50 จะจัดเสวนาทิศทางประเทศไทย ปี 53 วันที่ 22 ก.พ. เวลา 18.00-22.00 น.ในรูปแบบโต๊ะจีน 200 โต๊ะ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ โดยเชิญนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต สสร.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา และนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งไฮไลท์สำคัญคือการวีดิโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

การจัดเสวนาดังกล่าวมีขึ้นก่อนจะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท เพียง 4 วัน จะได้รู้ถึงจิตใจของอดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งวิเคราะห์ว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรต่อไป สำหรับรายได้ในการจัดงานจะมอบให้สาธารณะกุศล บางส่วนจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยประเทศเฮติ มูลนิธิเด็กพิการซ้ำซ้อน มูลนิธิเด็กปัญญาอ่อน***

***ปิดท้ายสาวเสื้อแดงวันนี้ "น้องยิ้ม"วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ดาวสภาและดาวเสื้อแดง ซึ่งกำลังเปลี่ยนนามสกุลเป็นอมรวิวัฒน์ เพราะเพิ่งเข้าพิธีสมรสกับจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยไปเมื่อวานก่อน(19กุมภา เดือนวาเลนไทน์) ขอให้รักหวานชื่นนานๆจ้า ***

'ใบตองแห้ง' ออนไลน์ : ความยุติธรรมกับกล่องเซียมซี

ที่มา ประชาไท


หนังสือพิมพ์บางฉบับจับเอาวันที่ 26 มาบวกกับ GT200 ก็ตลกดี จะว่าไม่เกี่ยวกันก็ไม่เชิง แต่จะเกี่ยวเสียทีเดียวก็ไม่ใช่

เข้าใจว่าคนที่โยงคงโยงให้เข้ากับข่าวรัฐประหาร แต่มองอีกมุมหนึ่งมันก็คือความพยายามจัดการกับ “ระบอบทักษิณ” ในขณะที่ “ระบอบไม่เอาทักษิณ” ก็กำลังปั่นป่วนจะเอาตัวไม่รอด

ผมดูข่าวกองทัพระดมทหารมานั่งเต็มจอ แล้วอดหัวเราะไม่ได้ เพราะคุณปลื้มเปรียบว่า บรรยากาศย้อนยุคเหมือนสมัย คมช.ยึดอำนาจ ที่จริงก็น่าคิดนะครับว่าข้าราชการหน่วยอื่นมีสิทธิใช้ทีวีปกป้องตัวเองอย่างนี้หรือเปล่า

ที่น่าคิดยิ่งกว่าคือ ทหารปกป้อง GT 200 เพราะกลัวข้อหาคอรัปชั่น หรือกลัวข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมไม่เชื่อว่าทหารจะเดือดร้อน ถ้าถูกสอบสวนเรื่องการซื้อเครื่อง เพราะงบประมาณไม่กี่ร้อยล้านเป็นเรื่องขี้หมาสำหรับคนในรั้วสีเขียว

แต่ถ้ายอมรับว่า GT 200 เป็นแค่กล่องเซียมซีอย่างเสธ.แดงเรียก เรื่องมันก็โกโซบิ๊ก เพราะในภาคใต้ ทหารเอา “กล่องเซียมซี” ไปเที่ยวชี้ๆ ชาวบ้าน หาอะไรไม่เจอ ก็ยังใช้กฎอัยการศึกกับ พรก.ฉุกเฉิน เอาตัวเขาไปควบคุมฟรีๆ ได้ตั้งนาน

ถ้าถูกเช็กบิลย้อนหลัง ถูกทวงถามความยุติธรรม หรืออาจถูกฟ้องร้อง มันจะยุ่งขนาดไหนลองคิดดู

เพราะภาพที่มองย้อนไป กระบวนการยุติธรรมที่ใช้แก้ปัญหาภาคใต้ มันจะกลายเป็น “ความยุติธรรมในกล่องเซียมซี” คุณเอากล่อง “ไฟฟ้าสถิต” ไปชี้ตัวคน แล้วใช้กฎอัยการศึกกับ พรก.ฉุกเฉิน เอาเขามาควบคุมเป็นผู้ต้องสงสัย โดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหา ไม่ต้องขอหมายศาล เพียงเพราะ “เชื่อได้ว่า” มันเป็นโจร

แล้วอย่างนี้ ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ที่คน 3 จังหวัดมีน้อยอยู่แล้ว จะหลงเหลืออยู่สักแค่ไหน

ย้อนขึ้นมาดูวันที่ 26 ก็คือเรื่องของความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม เพราะการที่เกิดความวิตกกังวลล่วงหน้าว่าจะเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรง การต่อสู้ขั้นแตกหัก สงครามกลางเมือง ฯลฯ ทั้งที่ความจริงยังไม่มีใครรู้เลยว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ริบ ? ไม่ริบ ? ริบบางส่วน ? มันแปลว่าความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมตกต่ำ จนเกือบจะถึงขีดสุด (หรือถึงไปแล้วก็ไม่ทราบ) โดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยของตุลาการ 9 คนในคดีนี้

เพราะถ้าสังคมส่วนใหญ่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม หรือต่อให้มีแค่ทักษิณกับพวกเสื้อแดงที่ไม่เชื่อมั่น แต่คนส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่น คุณจะต้องไปวิตกกังวลอะไร้

พูดอีกอย่าง ตุลาการทั้ง 9 ก็น่าเห็นใจ เพราะต้องแบกรับภาระที่มองไม่เห็น ที่เกิดจากความอยุติธรรม 2 มาตรฐาน ตลอด 4 ปี มากดทับอยู่บนบ่า สมมติคำวินิจฉัยกระทบความรู้สึกผู้คน ไม่ต้องมากหรอก นิดเดียวเท่านั้น ก็อาจเหมือนจุดไม้ขีดลนแก้วน้ำที่ร้อนอยู่แล้ว 99 องศา

จะออกหัวออกก้อย จะกินหัวกินหางหรือกินกลางตลอดตัว ไปทางไหนก็จะมีคนไม่พอใจทั้งนั้น

ปลายสัปดาห์ก่อนอ่านข้อเขียนของคอลัมนิสต์ที่ผมเคารพ ท่านดูอัยการ คตส. และ สว.พธม.ชี้แจงข้างเดียว (ในรายการของสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ – อุบาทว์ที่สุดก็ตรงนี้แหละ อ.สัญญาท่านเป็นปูชนียบุคคลเป็นที่ยกย่องในความเที่ยงธรรม แต่สถาบันนี้มาจัดรายการกล่าวหาข้างเดียว) ท่านดูแล้วบอกว่าท่านเชื่อมั่นในคำวินิจฉัยของศาล ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรก็ตาม ท่านเชื่อว่านับแต่นี้สังคมไทยจะ “ตั้งลำ” และเดินไปข้างหน้า

บังเอิ๊ญว่าคอมพ์ผมเสีย และใช้แลบทอปไม่คล่อง (เลยได้แต่อัดอั้นไม่ได้เขียนลงประชาไทยมาหลายวัน) แต่ก็เก็บประเด็นนี้ไว้คาใจ และขอเอามาพูดล่วงหน้า 7 วัน ไม่ว่าอะไรจะเกิด

กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่ น่าจะหลังรัฐประหารใหม่ๆ ผมเคยสัมภาษณ์พี่พิภพ ธงไชย พี่เปี๊ยกบอกว่าอยากเห็นทักษิณขึ้นศาล และได้รับการตัดสินตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ตาม ขอให้มีการพิจารณาคดีเพื่อให้เป็นแบบอย่าง เหมือนกับที่อเมริกาเขาเอานิกสันขึ้นศาล เหมือนที่เกาหลีเขาลงโทษชุนดูฮวานกับโรห์แตวู เหมือนที่ฟิลิปปินส์ อินโด มาร์กอส ซูฮาร์โต หรือประธานาธิบดีไต้หวัน

ความคิดนี้ถูกต้องนะครับ ผมเห็นด้วยในหลักการ เพราะสังคมอุปถัมภ์แบบไทยๆ ชอบจัดการปัญหาด้วยวิธีการนอกระบบ ไม่เคยสะสางให้กระจ่างด้วยกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ยุคถนอม ประภาส 14 ตุลา 6 ตุลา มาจนพฤษภาทมิฬ หรือย้อนไปก่อนนั้น เช่นยุคอัศวินผยอง กบฎแมนฮัตตัน

ทหาร นักการเมือง ผู้มีอำนาจ ทำผิดแล้วลอยนวลกันหมด แม้ถนอม ประภาส ถูกยึดทรัพย์ แต่ก็ไม่เคยมีการสะสางว่าใครฆ่าประชาชนเมื่อ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภา 35 ขณะที่อเมริกา เกาหลี เขาลงโทษนิกสัน ชุนดูฮวาน โรห์แตวู แล้วนิรโทษกรรมก็จริง แต่นั่นคือชี้ถูกชี้ผิดด้วยกระบวนการยุติธรรมแล้วค่อยนิรโทษ ไม่ใช่นิรโทษแบบซุกไว้ใต้พรม

ความเป็นสังคมที่ไม่เคยแยกแยะถูกผิดให้กระจ่าง หยวนๆ ยอมๆ เลิกแล้วต่อกัน ทำให้วัฒนธรรมของสังคมไทย ตั้งแต่ระดับบนลงมาถึงข้างถนน มันกลายเป็นวัฒนธรรมที่ฉี่ไม่สุด สังคมไทยไม่ได้อยู่ด้วยกฎกติกา ไม่ได้อยู่ด้วยความเชื่อมั่นในความเป็นธรรม ความยุติธรรม ที่เป็นไปตามระบบ แต่อยู่ด้วยความเชื่อในธรรมาภิบาลนอกระบบ

ตั้งแต่ 14 ตุลามาถึงวันนี้ เมืองไทยเราล้มรัฐบาลมาแล้วกี่ครั้ง ไม่ว่าม็อบ รัฐประหาร หรือสังคมกดดัน แต่พอได้คนใหม่ก็จบ เรื่องที่แล้วมาก็แล้วกันไป แต่ถ้าเทียบกับเกาหลี ชุนดูฮวานกับโรห์แตวูเข่นฆ่าประชาชนที่เมืองกวางจูในปี 2523 ทั้งคู่ครองอำนาจนาน 13 ปี แต่ก็ยังถูกนำตัวขึ้นศาลจนได้ในปี 2539 ตัดสินประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต แม้ต่อมาจะได้นิรโทษกรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับประชาชนเกาหลีใต้คือ ความเชื่อมั่นว่าคนทำผิดจะได้รับการตัดสินลงโทษ

เรื่องแบบนี้เคยมีไหมในประเทศไทย อย่าแปลกใจว่าทำไมเกาหลีเขาไปไกลกว่าเราลิบ

สังคมไทยจึงต้องสถาปนาความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรม และได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรม ไม่ว่ายากดีมีจน สูงส่ง ร่ำรวย เรืองอำนาจ ทำผิดแล้วต้องรับโทษ ไม่เช่นนั้น สังคมไทยก็จะสิ้นหวัง เราจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เราจะล่มจมจากการคอรัปชั่น เล่นเส้นสาย พวกพ้อง แสวงประโยชน์โดยเชื่อว่าตนเองจะไม่ถูกลงโทษ ขณะที่คนอื่นๆ ก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ธุระไม่ใช่ คนไทยรักสงบ อย่าเอาไม้สั้นไปรันขี้

ฉะนั้นที่พี่เปี๊ยกพูดจึงถูกต้องในหลักการ ถ้าสามารถเอาทักษิณ ซึ่งเป็นที่สุดแห่งผู้ที่มีทั้งเงินและอำนาจ ขึ้นศาลตัดสินลงโทษอย่าง “ยุติธรรม” มันก็เป็นโอกาสสำคัญที่จะสถาปนาความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมศักดิ์สิทธิ์ ใครจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ไม่สามารถลอยนวล

แล้วหลังจากนั้น สังคมไทยก็จะ “ตั้งลำ” เดินไปสู่ความก้าวหน้า

แต่.... เสียใจที่ต้องบอกว่าแต่ เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นตรงกันข้าม นั่นคือแทนที่นี่จะเป็นโอกาสของการสถาปนาความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม มันกลับกลายเป็นทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ที่ก่อนหน้านี้ก็มีน้อยอยู่แล้ว ให้น้อยลงไปอีก กระทั่งกลายเป็นวิกฤติ

เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นความทับซ้อน ระหว่างการต่อสู้เอาชนะทางการเมือง กับการแยกแยะความถูกผิดอย่างยุติธรรม

เทพเทือกยืนยันว่าศาลไทยมีมาตรฐานสูงที่สุดในโลก แต่ถามว่าจะอธิบายอย่างไรกับการที่เกิดรัฐประหารแล้วตุลาการกระโดดข้ามรั้วออกมาร่วมใช้อำนาจ ร่วมสืบทอดอำนาจ กับทหาร โดดข้ามรั้วมาเป็นรัฐมนตรี เป็นปลัดกระทรวง เป็นอธิบดี เป็น สนช. เป็น สสร. (บ้างก็ควบ) มีบทบาทร่างรัฐธรรมนูญที่ยึดอำนาจสรรหาวุฒิสมาชิกและองค์กรอิสระมาไว้ที่ตุลาการ

แม้แต่การตั้ง คตส. สิ่งสำคัญยิ่งกว่าข้อหาเอาคนที่เป็นศัตรูทักษิณมาเป็น คตส. ก็คือ การเอาบุคลากรในสถาบันที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินคดี มาทำหน้าที่ผู้กล่าวหา เสร็จสรรพแล้วบางรายยังเหาะกลับไปอยู่ในสถาบันที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินอีก

เหล่านี้คือการ “ข้ามเส้น” ที่บุรพตุลาการไม่เคยทำ เพราะเขารู้ว่ามันจะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการพิพากษาคดีที่ตามมา

ความยุติธรรมมีอยู่ในสามัญสำนึกของทุกคนโดยพื้นฐาน ตุลาการหรือนักกฎหมายเพียงแต่เรียบเรียงลำดับเหตุผล แสดงให้เห็นพร้อมพยานหลักฐาน ฉะนั้นใช่ว่าคำวินิจฉัยที่ขัดต่อเหตุผล จะสามารถเป็นที่ยอมรับ เพียงอ้างอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ปิดปากห้ามวิจารณ์

เหมือนเช่นการตัดสินยุบพรรคแล้วตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค โดยใช้ประกาศคณะรัฐประหารมีผลย้อนหลัง คุณอธิบายอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้ผู้คนยอมรับว่านี่คือความยุติธรรม

ผมไม่เคยปฏิเสธว่าทักษิณมีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่มันก็เป็นอะไรที่จับได้ไล่ทันไม่ง่าย และต้องยอมรับว่าบางอย่างเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม แต่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะสามารถเอาผิดทางกฎหมาย ความพยายามที่จะเอาผิด จึงกลายเป็นสิ่งที่อธิบายเป็นเหตุเป็นผลไม่ได้ เช่น ไม่ทุจริต แต่ติดคุก

หนำซ้ำ คำวินิจฉัยยังออกมา 5-4 กลายเป็นใช้ความเห็นต่างทางกฎหมายมาวินิจฉัย เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ทุจริต แต่ติดคุกด้วยมติ 5-4 ที่ตีความมาตรา 100 กฎหมาย ปปช. ต่างกัน มันจึงมีคำถามว่า สมมติเขย่าๆ เลือกองค์คณะใหม่ มติก็อาจจะเป็น 6-3, 7-2 หรือแม้แต่ 4-5, 3-6 เพียงแต่จำเลยไม่มีสิทธิขอวัดดวงใหม่ เพราะกระบวนการเบ็ดเสร็จแค่ศาลเดียว

มันจะต่างโดยสิ้นเชิงหากสามารถหาพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าทักษิณทุจริตแบบมาร์กอส ซูฮาร์โต แบบนั้นต่างหากจึงจะสามารถสถาปนาความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่บังเอิ๊ญ ทักษิณนอกจากจะจับได้ไล่ทันยากส์แล้ว มันยังไม่ได้มาจากเผด็จการแบบชุนดูฮวาน หรือโรห์แตวู แต่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 19 ล้านคน แล้วก็ถูกโค่นด้วยรถถัง

ผมเชื่อว่าถึงวันนี้ พี่เปี๊ยกก็คงรู้แก่ใจดีแล้วว่า ความหวังที่จะสถาปนาความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม มันล่มสลายโดยสิ้นเชิง และกลับตาลปัตรเป็นความยิ่งไม่เชื่อมั่น เหลือแต่ความหวังที่จะเอาชนะทางการเมือง โดยที่ความเชื่อมั่นต่อระบบ หลักการ และอำนาจทั้ง 3 ฝ่าย สูญสลาย

ไม่ว่าคำวินิจฉัยวันที่ 26 นี้จะออกมาอย่างไร ความเชื่อมั่นมันก็สูญสลายไปก่อนหน้าแล้วครับ และไม่มีทางที่สังคมไทยจะ“ตั้งลำ” แต่มันอาจจะกลายเป็นการ “ขึ้นลำ”

ต่อให้สมมติว่าศาลยก ไม่ยึดทรัพย์แม้แต่สตางค์แดงเดียว คุณคิดหรือว่าสังคมไทยจะกลับไปสู่ความสงบ สันติ สมานฉันท์ ม็อบเสื้อแดงเลิก กลับบ้านใครบ้านมัน ไม่มีทาง

แกนนำเสื้อแดงบางรายบอกด้วยซ้ำว่า ไม่ว่าออกหัวออกก้อยดีทั้งนั้น สมมติยึด มวลชนก็เดือดระอุ สมมติไม่ยึด มวลชนยิ่งเฮได้กำลังใจ

ทุกสิ่งทุกอย่างมันเลยเวลาที่จะเรียกร้องให้ “คนไทยรักสงบ” ยอมสยบให้กับความอยุติธรรมที่เห็นตำตา ยอมรับอำนาจที่เหนือกว่า ก้มหน้าก้มตาทำมาหากิน เศรษฐกิจกำลังจะดี ฯลฯ แบบที่พยายามจะท่องคาถากัน

ต่อให้มันเป็นอย่างนั้นได้ สังคมไทยก็จะ “สามานย์” ยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ที่เคยสิ้นหวัง ไม่มีความเชื่อมั่นในความเป็นธรรม ความยุติธรรม เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะครั้งนี้ “สองมาตรฐาน” มันชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

คุณจะ “ตั้งลำ” นำสังคมไปสู่ความมีจริยธรรม เป็นธรรม ได้อย่างไร ในเมื่อเห็นกันโต้งๆว่าใครมีอำนาจ ผู้นั้นเป็นผู้กำหนดถูกผิด ใครสวามิภักดิ์ผู้มีอำนาจ ผู้นั้นได้ดี อย่างเนรวิน หรือเนติบริกร

คุณมีแต่จะสร้างสังคมที่ทรามกว่านี้ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เพราะคนรุ่นต่อไปจะสอนลูกสอนหลานให้เอาเยี่ยงอย่าง ว่าใครมีอำนาจก็เกาะคนนั้น พอมันหมดอำนาจก็โดดไปเกาะหลังคนใหม่ ให้รู้จักลู่ตามลม ถึงจะเอาตัวรอด (ถ้ารักจะเป็นยักษ์ใหญ่ก็ต้องเอาอย่างซีพี มีเขยเป็นรัฐมนตรีได้ทุกรัฐบาล)

มันจะมีสักกี่คน ที่สอนลูกสอนหลานให้เอาอย่างพี่เปี๊ยก ที่ไม่ได้อะไรกับใครเขา ขณะที่มองซ้ายมองขวาก็เห็นหาผลประโยชน์กันครึกครื้น เตะหมูเข้าปากหมา แถมยังถูกด่าเปล่าๆ

คนที่เป็นอาจารย์ เป็นนักวิชาการ ต่อไปก็ต้องเอาเยี่ยงอย่างนิติไกรพจน์ จึงจะประสบความสำเร็จ มีหน้ามีตา เป็นที่ยอมรับนับถือ คนที่เป็นสื่อ คุณก็ต้องเอาอย่างสนธิ ลิ้ม รายการเมืองไทยรายสัปดาห์เชียร์ทักษิณอยู่แหม็บๆ อ้าว เผลอแผล็บเดียวกลายเป็นศาสดาเสื้อเหลืองไปซะแล้ว ใครๆ ก็แกล้งลืมด้วย

ผมยังยืนยันว่าสังคมไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง “ตั้งลำ” สถาปนาความเป็นธรรม ความยุติธรรม ความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่แท้จริง ความเชื่อมั่นในหลักการกติกา ของระบอบเสรีประชาธิปไตย มากกว่าการเอาชนะกันทางการเมือง ไม่ว่าข้างไหน

เพราะไม่เช่นนั้น เราจะเป็นสังคมที่สิ้นหวังยิ่งกว่าที่แล้วๆ มา เน่าเฟะ หมดอนาคต และทำใจได้เลยว่า อยู่อย่างเอาตัวรอดไปเสียดีกว่า

เพียงแต่ถ้าการสถาปนาความยุติธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระบบที่เป็นอยู่ มันก็จำเป็นต้องต่อสู้ เพื่อทำลายอำนาจศักดิ์สิทธิ์แบบขุนนาง ให้เกิดอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากความเชื่อมั่นในความถูกต้องเที่ยงธรรม ตรวจสอบ วิจารณ์ได้ และมีที่มายึดโยงกับประชาชน

ถ้าย้อนกลับไปคิดถึงตอนที่คุยกับพี่เปี๊ยก ผมเชื่อว่าสิ่งที่พี่เปี๊ยกต้องการเห็นก็คือความยุติธรรม-การสถาปนาความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เพราะความโกรธเกลียดทักษิณเป็นส่วนตัว ไม่ใช่เพราะทักษิณไปเข่นฆ่าญาติโกโหติกาพี่เปี๊ยกมาแต่ชาติปางก่อน

ฉันใดก็ฉันนั้น ทักษิณไม่ใช่ญาติโกโหติกาผม จะเหลือเงิน 7.6 หมื่นล้านหรือกะลาใบเดียวก็ช่างหัวมันปะไร ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับผม

เพียงแต่ผมอยากเห็นความยุติธรรม และผมทนไม่ได้ถ้าเห็นความไม่ยุติธรรม ไม่ว่ามันจะเกิดกับใคร

เรากำลังจะ “วัดใจ” กันว่าถ้าเกิดความไม่ยุติธรรมแล้ว สังคมไทยจะยอมรับได้หรือไม่ ถ้าได้ ประเทศนี้ก็จบเห่

ติ๊กต็อก... ติ๊กต็อก...