WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 24, 2010

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย วิพากษ์วิจารณ์

ที่มา thaifreenews


วันนี้ (23 ก.พ.) ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ที่ต้องให้ความเห็นในเรื่องนี้เพราะเห็นว่ามีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกรณีนี้ และรู้สึกว่าเหมือนกับมีการรุมรังแกกันอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด รวมทั้งเป็นห่วงว่าถ้าการตัดสินนี้ออกมาไม่ยุติธรรมขัดกับหลักนิติธรรม จะกระทบต่อความเชื่อถือต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง ทั้งจากสังคมไทย และจากประชาคมโลก ชนิดที่ยากจะกอบกู้กลับมาได้ และอาจจะกลายเป็นต้นเหตุ และพื้นฐานสำคัญของความแตกแยกในสังคมที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม ชนิดที่ยากแก่การเยียวยา เนื่องจากผู้คนจำนวนมากไม่อาจจะพึ่งระบบและกฎหมาย แต่หาทางออกโดยวิธีอื่น

“ที่แสดงความเป็นห่วงอย่างนี้มีเหตุผลข้อเท็จจริงรองรับตลอด เพราะได้มีการชี้นำสังคม กดดันศาล แม้กระทั่งหมิ่นศาลอย่างชัดเจน เพื่อให้มีผลต่อการตัดสินคดีและทำลายล้างคู่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เป็นการกระทำโดยรัฐบาล คนสำคัญคือรัฐบาล สื่อของรัฐ โดยสมคบร่วมมือกับอดีต คตส.บางคน และพันธมิตรฯ รัฐบาลได้พยายามโยงทุกเรื่องที่จะโยงได้เข้ากับคดียึดทรัพย์ ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริงรัฐบาลยังได้พยายามสร้างความเกลียดชัง ให้เกิดขึ้นกับผู้ที่ตกเป็นจำเลย และผู้สนับสนุน โดยการกล่าวหาที่เป็นเท็จอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นรัฐบาลยังไม่วางตัวเป็นกลาง แสดงความเห็นในทางให้ร้าย และใช้สื่อของรัฐในการให้ข้อมูลด้านเดียวทุกวัน โดยไม่เปิดให้อีกฝ่ายหนึ่งให้ข้อมูล ทั้งๆ ที่เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล” นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ตามหลักแล้วที่ถูกต้องแล้ว รัฐบาลและสื่อของรัฐจะต้องเป็นกลาง แต่ไม่ได้แสดงความเป็นกลางเลย อย่างต่อเนื่องทุกวันทุกคืน ส่วน คตส.ก็กระทำผิดประเพณีปฏิบัติ ผิดจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน หรืออดีตพนักงานสอบสวน แสดงความเห็นในทางให้ร้ายจำเลย ทั้งๆ ที่เรื่องอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ใช้ความเห็นแบบไม่ได้อิงหลักกฎหมายอย่างที่บอกว่า “วัวกินหญ้า” เป็นการพูดแบบไม่สอดคล้องหลักนิติธรรมเลย เหมือนอย่างที่พูดไปบ้างแล้วว่า เหมือนกับ “คนกินหญ้า” เสียมากกว่า แต่ว่าการที่ยังพูดอย่างต่อเนื่อง ใช้สื่อของรัฐในการให้ร้ายจำเลยอย่างต่อเนื่องก็เปรียบเหมือนกับว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศกินหญ้ากันไปหมดแล้ว นอกจากนั้นในส่วนของพันธมิตรฯ ล่าสุด นอกจากพยายามให้ร้ายชี้นำกดดันศาล

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ล่าสุดการพูดของพันธมิตรฯ และพรรคการเมืองใหม่ที่บอกว่ามีการใช้เงิน 5 พันล้านมาติดสินบนศาล และยังได้พูดเลวร้ายกว่านั้นมี 4 คนรับไปแล้ว เหลืออยู่คนเดียว การพูดว่า 4 คนรับไปแล้ว หรือติดสินบน 5 พันล้าน มี 4 คนรับไปแล้ว ก็แสดงว่าเป็นการพูดว่ามีผู้พิพากษาอย่างน้อย 4 คนรับไปแล้ว อันนี้เป็นการพูดลักษณะหมิ่นศาลอย่างชัดเจน น่าแปลกว่าการพูดเหล่านี้ไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ทั้งๆ ที่เป็นหมิ่นศาลอย่างชัดเจน ก็เท่ากับว่าผู้เกี่ยวข้องต้องการให้มีการพูดแบบนี้เพื่อกดดันศาล โดยทำให้สังคมคิดว่าถ้าใครไม่วินิจฉัยยึดทรัพย์เท่ากับรับสินบน ถ้าใครวินิจฉัยยึดทรัพย์ก็ไม่รับสินบน ขณะนี้การพิจารณาคดีนี้จึงเป็นการพิจารณาคดีที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของการพิจารณาคดีทั้งหลายในประเทศไทย หรืออาจจะในโลกด้วย

“รัฐบาลสร้างข่าวว่าจะเกิดความวุ่นวายเพื่อล้มคดี หรือเพื่อกดดันศาล ซึ่งก็ไม่เป็นความจริงมาตลอด แต่ในความเป็นจริงกลับปรากฏว่า ขณะนี้ล้อมๆ ศาลมีเครื่องขยายเสียงหลายสิบล้านเครื่องทั่วประเทศ คือทีวีทุกด้าน โฆษณาไปในทางเดียว คือโฆษณาว่าทรัพย์สินนี้ไม่ชอบต้องยึดเท่านั้น และเมื่อยึดแล้วจะเกิดความวุ่นวายต่างๆ ตามมา เป็นการโฆษณาเพื่อที่จะกดดันศาล ชี้นำสังคม และทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง ผ่านเครื่องขยายนับสิบล้านเครื่องรอบศาล ผมจึงได้บอกว่า ได้เกิดความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นแล้วในการพิจารณาคดีนี้ เพราะฉะนั้นก็เหลือแต่การตัดสิน ซึ่งผมคิดว่า การตัดสินเป็นเรื่องสำคัญ ขณะนี้ จะยึดทรัพย์อะไรหรือไม่ จะเกิดอะไรกับคุณทักษิณและครอบครัว หรือคุณทักษิณจะทำอะไรต่อไป ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดในสังคม แต่ประเด็นสำคัญที่สุดในสังคมคือ การตัดสินจะเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือขัดต่อหลักนิติธรรม จะเกิดอะไรขึ้นกับระบบยุติธรรมและต่อสังคมไทย หลังการตัดสินคดีนี้”

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า เรื่องการทำลายสถานที่ ใช้ความรุนแรงในวันตัดสิน ตนว่าไม่น่าเป็นห่วง ถ้ารัฐบาลป้องกันให้ดี และอย่าสร้างสถานการณ์ก็คงไม่มีอะไรมาก แต่ที่น่าเป็นห่วงคือผลตัดสินจะออกมาอย่างไร ถ้าขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่ยุติธรรม จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิดกัน คือจะกระทบต่อความเชื่อถือ ความยุติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง ทั้งจากสังคมไทยและประชาคมโลกชนิดที่ยากที่จะกอบกู้กลับมาได้ จะเป็นต้นเหตุสำคัญของความแตกแยกในสังคม ที่หนักหนาสาหัสที่ยากต่อการเยียวยา เนื่องจากผู้คนจำนวนมากอาจไม่หวังพึ่งระบบ และกฎหมาย แต่จะหาทางออกวิธีอื่น จึงอยากจะเรียกร้องนอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกที่กดดันศาล สร้างสถานการณ์ สร้างความเกลียดชังฝ่ายตรงข้าม หรือคู่ต่อสู้ทางการเมือง หยุดการกระทำนั้นเสีย โดยเฉพาะรัฐบาล คตส. และพันธมิตรฯ กับพรรคการเมืองใหม่ และอยากเรียกร้องให้สังคมหาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการพิจารณาและการตัดสินคดีนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งหาโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมในโอกาสต่อไป โดยเฉพาะถ้าเห็นว่า มีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ก็ต้องยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินก็ได้

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า ถ้าหากเห็นว่าไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือต้องใช้สติปัญญา ใช้ความรู้ เหตุผล แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมเพื่อหาทางแก้ไขปรับปรุงระบบยุติธรรมของประเทศ เพื่อหาทางออกให้กับสังคมแบบสันติวิธี พยายามใช้ความอดทนอดกลั้น ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความไม่ยุติธรรม ควรใช้ความอดทน อดกลั้นและใช้สติปัญญา ใช้เหตุผลในการปรับปรุงระบบยุติธรรมในประเทศนี้ แทนที่จะไปแสดงออกด้วยการใช้ความรุนแรงเล็กๆ น้อยๆ อะไรก็ตาม ซึ่งจะเป็นเหยื่อของรัฐบาลชุดนี้ เพราะรัฐบาลจะฉวยโอกาสขยายความให้ใหญ่มากขึ้น ทำให้เห็นว่า เป็นเรื่องของคนเลวร้าย เป็นเรื่องของคนไม่ยอมรับกติกาใดๆ และก็จะขยายความ จนคนส่วนใหญ่ลืมประเด็นการตัดสินว่ายุติธรรมหรือไม่ยุติธรรม ก็อยากเรียกร้องต่อสังคม และเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของสังคมไทย และเป็นหัวเหลียวหัวต่อของระบบยุติธรรมของไทย ถ้าไม่สนใจกันอย่างจริงจัง ผลเสียจะตามมาอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าจะใช้ช่องทางของศาลโลกในการดำเนินการหากไม่ได้รับความยุติธรรมในคดียึดทรัพย์ นายจาตุรนต์กล่าวว่า คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้วิธีอะไรต่อไป ไม่ได้ความสำคัญ หรือสนใจอะไรเลย แต่กำลังสนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับระบบความยุติธรรมของประเทศ และคนส่วนใหญ่จะทำกันอย่างไรต่อไป รัฐบาลเมื่อตัดสินออกมาแล้ว รัฐบาลอาจจะโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ในทางชื่นชมสดุดี ถ้าเขาเห็นว่าตรงกับใจเขา ต้องถามทางศาลว่าทำได้หรือเปล่า และถ้าคนไม่เห็นด้วย จะแสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมบ้าง ถามว่าทำได้หรือเปล่า ภาพเหตุการณ์อย่างนั้น ภาพเหตุการณ์ที่รัฐบาลจะโหมประโคมข่าวสดุดีชื่นชมกับคำตัดสินไปในทางเดียว และไม่ออกข่าวอีกทางหนึ่งเลย ในขณะที่จำเลยเขาอาจจะอุทธรณ์ต่อมา เท่ากับเป็นการกดดันศาลซ้ำเติมอีก และจะทำให้เกิดความอัดอั้นตันใจให้กับคนที่ต้องการจะแสดงความคิดเห็นบ้าง ไม่มีโอกาสให้เขาแสดงความคิด มันก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ความคิดเห็นที่รุนแรงขึ้น ไม่สนใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเอายังไงต่อไป แต่สนใจว่า สังคมไทยจะเอายังไงต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังวันที่ 26 ก.พ.เสื้อแดงจะชุมนุมมองว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า หลังวันที่ 26 กุมภาฯ ถ้าให้แนะนำประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ตนคิดว่า ยังไม่ควรมีการชุมนุมหรือเคลื่อนไหวเร็วไปนัก เพราะการชุมนุมนั้นจะมีจุดอ่อนอย่างสำคัญก็อาจจะมีคนที่โกรธแค้นอัดอั้นตันใจ และควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จนอาจจะขว้างโน่นปานี่ เกิดเป็นความรุนแรงขึ้น ความรุนแรงนั้นอาจจะบานปลาย ถูกสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น นั้นจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลปัจจุบันนี้อย่างมาก เพราะเขาได้เตรียมแผนไว้หมดแล้วที่จะขยายความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 26 ก.พ.และจะทำให้เกิดเป็นผลเสียต่อการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเพื่อความเป็นธรรมต่อไป

นายจาตุรนต์กล่าวว่า เพราะฉะนั้นตนยังคิดว่าควรจะมาตั้งหลักกันถ้าฝ่ายที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ฝ่ายที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในประเทศนี้ ควรจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งทำความเข้าใจในเรื่องนี้ว่าเกิดความยุติธรรมขึ้นหรือไม่ มีเหตุมีผลอย่างไร และคิดอย่างไรก็ชี้แจงต่อประชาชนโดยสันติ โดยยังไม่เคลื่อนไหวชุมนุมอะไรมาก เมื่อตั้งหลักได้ดี เกิดความเข้าใจอย่างดีแล้วสังคมมีความเข้าใจ สังคมเห็นใจ เห็นปัญหาความไม่ยุติธรรม การเคลื่อนไหวที่จะมีต่อไปควรเป็นการเคลื่อนไหวที่ใช้สันติวิธี มุ่งไปที่การทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยและเกิดความยุติธรรม แทนที่จะเป็นเรื่องบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ตนยังอยากเห็นการทิ้งช่วงระยะหนึ่ง ก็จะหาทางเสนอต่อผู้ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเสื้อแดงด้วย

เมื่อถามว่าหลังการตัดสินวันที่ 26 ก.พ.แล้ว มองว่าการเมืองและเศรษฐกิจของไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป นายจาตุรนต์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับคำตัดสินและปฏิกิริยาของฝ่ายต่างๆ ที่จะมีต่อคำตัดสิน ขณะนี้เป็นไปได้ทั้งสงบเรียบร้อยราบรื่น และเป็นไปได้ทั้งเกิดความไม่พอใจ เกิดความไม่เชื่อถือต่อระบบยุติธรรมของประเทศ คนไม่มาลงทุน เกิดความขัดแย้งรุนแรงต่อไปในสังคม เป็นไปได้ทั้งนั้น ฉะนั้นจึงขึ้นกับคำตัดสิน และปฏิกิริยาหลังการตัดสิน โดยเฉพาะบทบาทของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลซ้ำเติมฝ่ายเดิมสร้างสถานการณ์เพิ่มเติมเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง เรื่องถึงไม่จบ

นายจาตุรนต์ได้แถลงอีกครั้งโดยเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะถูกตัดสินยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทอย่างแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาทั้งบุคคลที่อยู่ในรัฐบาลกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ได้ออกมากระทำในลักษณะกดดันศาลและชี้นำสังคมว่า จะเกิดความรุนแรง อีกทั้ง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังรับรององค์กรอิสระที่ถูกตั้งขึ้นจากคณะรัฐประหาร และยอมรับการรัฐประหารด้วย

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ตนขอเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี รัฐบาล ยุติการกระทำดังกล่าว พร้อมให้ประชาชน ได้มีส่วนร่วมในประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขณะที่กลุ่มต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเองก็ต้องยึดมั่นต่อสู้ด้วยสันติวิธี อย่างไรก็ตาม การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้หวังผลทางคดีและไม่ได้กดดันศาลแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการให้สังคมกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

ข่าวลือสินบนค่าหัวคนเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News



โดย Pegasus
24 กุมภาพันธ์ 2553

ปกติบทความที่เคยเขียนจะไม่อาศัยเรื่องข่าวลือต่างๆ แต่ครั้งนี้เป็นข้อยกเว้น ด้วยมีข่าวลือว่าคนเสื้อแดงมีค่าหัวเสียแล้ว

แต่ก็ต้องกล่าวย้ำอีกทีว่าเป็นเรื่องข่าวลือ ดังนั้นขอให้ท่านผู้อ่านอย่าถือเป็นเรื่องจริงจังเ พราะฟังดูแล้วเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากเกินกว่าที่จะเป็นจริงไปได้

ข่าวลือที่ว่าคือ มีการลงขันให้สินบนทหารในการสังหารคนเสื้อแดง

ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหนสุดที่จะคาดคะเน เพราะเครือข่ายขุมอำนาจของอำมาตย์นั้นสุดที่จะหยั่งคาดทีเดียว ถามว่าสินบนเท่าไร น่าตกใจยิ่งนัก ผู้พัน 10 ล้านบาท ผู้กอง 1 ล้านบาท ผู้หมวด 5 แสนบาท นายสิบ 1 แสนบาท พลทหาร 5 หมื่นบาท

การบอกเรื่องสินบนนี้ข่าวว่าได้มีการประชุมทหาร โดยบอกว่าถ้าเสื้อแดงชนะจะมีการข่มขืน ฆ่าครอบครัวของทหารแต่ถ้าทหารสังหารคนเสื้อแดงได้ก็จะได้เงินสินบนดังกล่าว

ข่าวลือดังกล่าวมีข้อบกพร่องน่าคิดอยู่หลายประการ ในกรณีที่ข่าวลือนี้มีมูลความจริง คำถามคือจะมีการจ่ายเงินกันจริงหรือไม่เพราะแม้แต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทหารที่ออกมายึดอำนาจก็ยังไม่ได้เงินส่วนแบ่งจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ แต่นายๆของทหารกลับมีบ้านใหญ่โต บางคนถึงกับตั้งพรรคการเมืองได้ด้วยเงินจากไหนก็เป็นที่น่าสงสัย

สิ่งน่าคิดต่อไปคือถ้าทำงานสำเร็จรู้ได้อย่างไรว่า จะมีการจ่ายเงินถึงทหารเกณฑ์ เพราะครั้งก่อนก็ดูเหมือนว่านายๆ เก็บเงินไว้หมด และนี่จะเป็นการหลอกหรือไม่ เพราะบทเรียนครั้งก่อนก็ยังมีอยู่

เท่าที่ดูวงเงินคงเป็นการประชุมทหารระดับกรม หรือ กองพัน เพราะกำหนดราคาไว้ที่ผู้พันเป็นตำแหน่งแรก คิดคร่าวๆก็ตกกองพันละ 22 – 24 ล้าน กำลังทั้งหมดที่ออกมา ประมาณคร่าวๆ 100 กองร้อย ก็ตกเป็นเงินประมาณ 800 ล้านบาทเท่านั้น

จริงอยู่ไม่มากเลยสำหรับอำมาตย์และผลประโยชน์ที่ขูดรีดประชาชนไปปีละหลายหมื่นล้าน ลำพังภาพยนตร์เรื่องอวตารก็รับรายได้ไปแล้วมากกว่า 2.5 หมื่นล้านบาทแล้ว หรือไม่แน่ ใช้การเก็บค่ากรีนที่เขาสอยดาวเพิ่มอีกสักหน่อยก็คงคืนทุนแล้วกระมัง

สิ่งที่น่าคิดต่อไปคือถ้าข่าวนี้จริงเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีการหักหลังไม่จ่ายเงิน เพราะว่าการทำงานเสร็จไปแล้ว ทุกอย่างจบลง การจ่ายเงินก็หมดความจำเป็นลง ในทางตรงข้ามเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการขอมัดจำเงินเหล่านี้ก่อนเพื่อเป็นหลักประกัน แล้วใครจะเปิดตัวมาให้ส่วนแบ่งครึ่งแรกนี้เพราะต้องเห็นหน้า เห็นหนวดกัน แต่ถ้าให้เงินมัดจำไปแล้วเกิดทหารไม่ทำตามสัญญาจะมาตามทวงคืนได้หรือไม่ หลักประกันในเรื่องแบบนี้ต้องอาศัยความไว้วางใจกันอย่างมาก แล้วจะมีความไว้วางใจได้หรือไม่ในเมื่อเหตุในอดีตไม่น่าเชื่อถือ

คำถามสำหรับทหารคือ เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้หรือไม่ ถ้าไม่เคยได้ยินมาก่อนแสดงว่ามีการพูดคุยกันเพียงบางหน่วยเป็นรายหน่วยทหารเพื่อลดต้นทุนการจ่ายเงินครั้งนี้

ถ้าเป็นเช่นนี้ข่าวลือน่าจะกระจายไปในหน่วยทหารแล้ว ถ้าเช่นนั้นทหารที่ไม่มีใครมาให้คำสัญญาล่ะจะทำงานเพื่อใคร ทำงานเพื่อทหารที่ได้รับคำมั่นสัญญา และรอรับเงินอยู่พวกเดียวกระนั้นหรือ แล้วทำไมหน่วยทหารของเราจึงไม่มีใครมาพูดอย่างนั้น หรือมีการพูดกันแล้วแต่หัวหน้าหน่วยทหารนั้นๆต้องการเก็บเรื่องเงียบ ซึ่งไม่ใช่เพื่อการเก็บความลับ แต่อาจเป็นเรื่องซ้ำรอยเดิมคือการเก็บเงินไว้ที่นายๆเช่นเดิม ส่วนลูกน้องก็กินอุดมการณ์เข้าไปเอาให้อิ่ม

เรื่องดังกล่าวจะจริงหรือไม่ ก็ไม่เป็นปัญหาสำคัญสำหรับชาวเสื้อแดง อันที่จริงชาวเสื้อแดงอาจจะคิดว่าช่วยให้เงินมากๆหน่อยจะได้ออกมาสังหารได้เต็มไม้เต็มมือเสียทีรอมานานแล้ว กระสุนปืนที่ลั่นครั้งนี้จะได้เป็นการจบระบอบอำมาตย์ที่กดขี่ ขูดรีด เอารัดเอาเปรียบประชาชนลง พวกเส้นสาย ฝากเนื้อฝากตัว ธุรกิจหนี้นอกระบบ ยาเสพย์ติด มาเฟียครองเมืองจะได้ยุติลงอย่างเด็ดขาดเสียที จากนั้นธุรกิจการค้าขาย จะได้ไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ การซื้อขายตำแหน่งจะได้หมดไป รายได้จะได้สูงขึ้น รายจ่ายลดลง ราคาสินค้าถูกลง รายได้ประชาชนมากขึ้น ความเจริญของบ้านเมืองจะมาอย่างรวดเร็วและก้าวหน้าอย่างมากอย่างไม่เคยมีมาก่อนเนื่องจากพ้นจากการกดไว้ของฝ่ายอำมาตย์

สิ่งที่คาดหวัง ก็มีแต่ว่าคนไทยจะไม่หลงผิดฆ่าฟันกันเองเพื่อความสุขสบายของเหล่าอำมาตย์ที่ไม่เคยมองเห็นความทุกข์ยากของประชาชน ซึ่งรวมถึงทหารด้วย และหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น


************

จาตุรนต์:รัฐบาล พธม. สื่อกดดันศาลขยี้ยุติธรรม

ที่มา Thai E-News




รัฐบาลสร้างข่าวว่าจะเกิดความวุ่นวายเพื่อล้มคดี หรือเพื่อกดดันศาล ซึ่งก็ไม่เป็นความจริงมาตลอด แต่ในความเป็นจริงกลับปรากฏว่า ขณะนี้ล้อมๆ ศาลมีเครื่องขยายเสียงหลายสิบล้านเครื่องทั่วประเทศคือทีวี ทุกด้านโฆษณาไปในทางเดียว คือ โฆษณาว่า ทรัพย์สินนี้ไม่ชอบต้องยึดเท่านั้น และเมื่อยึดแล้วจะเกิดความวุ่นวายต่างๆ ตามมา เป็นการโฆษณาเพื่อที่จะกดดันศาล ชี้นำสังคม และทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง ผ่านเครื่องขยายนับสิบล้านเครื่องรอบศาล ผมจึงได้บอกว่า ได้เกิดความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นแล้วในการพิจารณาคดีนี้


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
24 กุมภาพันธ์ 2553

บันทึกคำต่อคำ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงข่าวกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องในคดียึดทรัพย์ 7.6 พันล้าน เวลา 10.00 น.



นายจาตุรนต์ - ที่ต้องให้ความเห็นในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ามีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกรณีนี้ และรู้สึกว่าเหมือนกับมีการรุมรังแกกันอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด

รวมทั้งเป็นห่วงว่า ถ้าการตัดสินนี้ออกมาไม่ยุติธรรมขัดกับหลักนิติธรรมจะกระทบต่อความเชื่อถือต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง ทั้งจากสังคมไทย และจากประชาคมโลก ชนิดที่ยากจะกอบกู้กลับมาได้

และอาจจะกลายเป็นต้นเหตุ และพื้นฐานสำคัญของความแตกแยกในสังคมที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม ชนิดที่ยากแก่การเยียวยา เนื่องจากผู้คนจำนวนมากไม่อาจจะพึ่งระบบ และกฎหมาย แต่หาทางออกโดยวิธีอื่น

ที่แสดงความเป็นห่วงอย่างนี้มีเหตุผลข้อเท็จจริงรองรับตลอด เพราะได้มีการชี้นำสังคม กดดันศาล แม้กระทั่งหมิ่นศาลอย่างชัดเจน เพื่อให้มีผลต่อการตัดสินคดี และทำลายล้างคู่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง


ทั้งหมดนี้เป็นการกระทำโดยรัฐบาล คนสำคัญคือรัฐบาล สื่อของรัฐ โดยสมคบร่วมมือกับอดีตคตส.บางคนและพันธมิตรฯ รัฐบาลได้พยายามโยงทุกเรื่องที่จะโยงได้เข้ากับคดียึดทรัพย์ ทั้งๆที่ไม่เป็นความจริง รัฐบาลยังได้พยายามสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับผู้ที่ตกเป็นจำเลย และผู้สนับสนุน โดยการกล่าวหาที่เป็นเท็จอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้นรัฐบาลยังไม่วางตัวเป็นกลาง แสดงความเห็นในทางให้ร้าย และใช้สื่อของรัฐในการให้ข้อมูลด้านเดียวทุกวัน โดยไม่เปิดให้อีกฝ่ายหนึ่งให้ข้อมูล ทั้งๆที่เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ตามหลักแล้วที่ถูกต้องแล้ว รัฐบาล และสื่อของรัฐจะต้องเป็นกลาง แต่ไม่ได้แสดงความเป็นกลางเลยอย่างต่อเนื่องทุกวันทุกคืน ส่วนคตส.ก็กระทำผิดประเพณีปฏิบัติ ผิดจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน หรืออดีตพนักงานสอบสวน แสดงความเห็นในทางให้ร้ายจำเลย ทั้งๆที่เรื่องอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ใช้ความเห็นแบบไม่ได้อิงหลักกฎหมายอย่างที่บอกว่า “วัวกินหญ้า” เป็นการพูดแบบไม่สอดคล้องหลักนิติธรรมเลย เหมือนอย่างที่ผมพูดไปบ้างแล้วว่า เหมือนกับ “คนกินหญ้า”เสียมากกว่า

แต่ว่าการที่ยังพูดอย่างต่อเนื่อง ใช้สื่อของรัฐในการให้ร้ายจำเลยอย่างต่อเนื่องก็เปรียบเหมือนกับว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศกินหญ้ากันไปหมดแล้ว นอกจากนั้นในส่วนของพันธมิตรฯล่าสุด นอกจากพยายามให้ร้ายชี้นำกดดันศาล


ล่าสุดการพูดของพันธมิตรฯและพรรคการเมืองใหม่ ที่บอกว่ามีการใช้เงิน 5 พันล้านมาติดสินบนศาล และล่าสุดยังได้พูดเลวร้ายกว่านั้นมี 4 คนรับไปแล้ว เหลืออยู่คนเดียว การพูดว่า 4 คนรับไปแล้ว หรือติดสินบน 5 พันล้าน และมี 4 คนรับไปแล้ว ก็แสดงว่า เป็นการพูดว่า มีผู้พิพากษาอย่างน้อย 4 คนรับไปแล้ว อันนี้เป็นการพูดลักษณะหมิ่นศาลอย่างชัดเจน น่าแปลกว่า การพูดเหล่านี้ไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ทั้งๆที่เป็นหมิ่นศาลอย่างชัดเจน

ก็เท่ากับว่า ผู้เกี่ยวข้องต้องการให้มีการพูดแบบนี้เพื่อกดดันศาล โดยทำให้สังคมคิดว่า ถ้าใครไม่วินิจฉัยยึดทรัพย์เท่ากับรับสินบน ถ้าใครวินิจฉัยยึดทรัพย์ก็ไม่รับสินบน ขณะนี้การพิจารณาคดีนี้จึงเป็นการพิจารณาคดีที่แปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ของการพิจารณาคดีทั้งหลายในประเทศไทย หรืออาจจะในโลกด้วย

รัฐบาลสร้างข่าวว่าจะเกิดความวุ่นวายเพื่อล้มคดี หรือเพื่อกดดันศาล ซึ่งก็ไม่เป็นความจริงมาตลอด แต่ในความเป็นจริงกลับปรากฏว่า ขณะนี้ล้อมๆ ศาลมีเครื่องขยายเสียงหลายสิบล้านเครื่องทั่วประเทศคือทีวี ทุกด้านโฆษณาไปในทางเดียว คือ โฆษณาว่า ทรัพย์สินนี้ไม่ชอบต้องยึดเท่านั้น และเมื่อยึดแล้วจะเกิดความวุ่นวายต่างๆ ตามมา เป็นการโฆษณาเพื่อที่จะกดดันศาล ชี้นำสังคม และทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง ผ่านเครื่องขยายนับสิบล้านเครื่องรอบศาล ผมจึงได้บอกว่า ได้เกิดความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นแล้วในการพิจารณาคดีนี้ เพราะฉะนั้นก็เหลือแต่การตัดสิน

ซึ่งผมคิดว่า การตัดสินเป็นเรื่องสำคัญ ขณะนี้จะยึดทรัพย์อะไรหรือไม่ จะเกิดอะไรกับคุณทักษิณและครอบครัว หรือคุณทักษิณจะทำอะไรต่อไป ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดในสังคม แต่ประเด็นสำคัญที่สุดในสังคมคือ การตัดสินจะเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือขัดต่อหลักนิติธรรม จะเกิดอะไรขึ้นกับระบบยุติธรรมและต่อสังคมไทยหลังการตัดสินคดีนี้

เรื่องการทำลายสถานที่ ใช้ความรุนแรงในวันตัดสิน ผมว่าไม่น่าเป็นห่วง ถ้ารัฐบาลป้องกันให้ดีและอย่าสร้างสถานการณ์ ก็คงไม่มีอะไรมาก แต่ที่น่าเป็นห่วงคือผลตัดสินจะออกมาอย่างไร ถ้าขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่ยุติธรรม จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิดกัน คือจะกระทบต่อความเชื่อถือ ความยุติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง ทั้งจากสังคมไทยและประชาคมโลกชนิดที่ยากที่จะกอบกู้กลับมาได้ จะเป็นต้นเหตุสำคัญของความแตกแยกในสังคม ที่หนักหนาสาหัสที่ยากต่อการเยียวยา เนื่องจากผู้คนจำนวนมากอาจไม่หวังพึ่งระบบและกฎหมาย แต่จะหาทางออกวิธีอื่น

จึงอยากจะเรียกร้องนอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกที่กดดันศาล สร้างสถานการณ์ สร้างความเกลียดชังฝ่ายตรงข้ามหรือคู่ต่อสู้ทางการเมือง หยุดการกระทำนั้นเสีย โดยเฉพาะรัฐบาล คตส. และพันธมิตรฯกับพรรคการเมืองใหม่ และอยากเรียกร้องให้สังคมหาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการพิจารณาและการตัดสินคดีนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งหาโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมในโอกาสต่อไป โดยเฉพาะถ้าเห็นว่า มีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ก็ต้องยืนยันว่าประชาชนมีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินก็ได้

ถ้าหากเห็นว่าไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือต้องใช้สติปัญญา ใช้ความรู้ เหตุผล แสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมเพื่อหาทางแก้ไขปรับปรุงระบบยุติธรรมของประเทศ เพื่อหาทางออกให้กับสังคมแบบสันติวิธี พยายามใช้ความอดทน อดกลั้น

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับความไม่ยุติธรรม ควรใช้ความอดทน อดกลั้นและใช้สติปัญญา ใช้เหตุผลในการปรับปรุงระบบยุติธรรมในประเทศนี้ แทนที่จะไปแสดงออกด้วยการใช้ความรุนแรงเล็กๆน้อยๆอะไรก็ตาม ซึ่งจะเป็นเหยื่อของรัฐบาลชุดนี้ เพราะรัฐบาลจะฉวยโอกาสขยายความให้ใหญ่มากขึ้น ทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องของคนเลวร้าย เป็นเรื่องของคนไม่ยอมรับกติกาใดๆและก็จะขยายความจนคนส่วนใหญ่ลืมประเด็นการตัดสินว่ายุติธรรมหรือไม่ยุติธรรม

อยากเรียกร้องต่อสังคม และเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของสังคมไทย และเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของระบบยุติธรรมของไทย ถ้าไม่สนใจกันอย่างจริงจัง ผลเสียจะตามมาอย่างมาก


ผู้สื่อข่าว - กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า จะใช้ช่องทางของศาลโลกในการดำเนินการหากไม่ได้รับความยุติธรรมในคดียึดทรัพย์


จาตุรนต์ - พ.ต.ท.ทักษิณจะใช้วิธีอะไรต่อไป ผมไม่ไห้ความสำคัญ หรือสนใจอะไรเลย แต่กำลังสนใจว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับระบบความยุติธรรมของประเทศ และคนส่วนใหญ่จะทำกันอย่างไรต่อไป

เมื่อผลการตัดสินออกมาแล้ว รัฐบาลอาจจะโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ในทางชื่นชมสดุดี ถ้าเขาเห็นว่าตรงกับใจเขา ต้องถามทางศาลว่าทำได้หรือเปล่า และถ้าคนไม่เห็นด้วย จะแสดงความคิดเห็นอย่างเหมาะสมบ้าง ถามว่าทำได้หรือเปล่า ภาพเหตุการณ์อย่างนั้น ภาพเหตุการณ์ที่รัฐบาลจะโหมประโคมข่าวสดุดีชื่นชมกับคำตัดสินไปในทางเดียว และไม่ออกข่าวอีกทางหนึ่งเลย

ในขณะที่จำเลยเขาอาจจะอุทธรณ์ต่อมา เท่ากับเป็นการกดดันศาลซ้ำเติมอีก และจะทำให้เกิดความอัดอั้นตันใจให้กับคนที่ต้องการจะแสดงความคิดเห็นบ้าง ไม่มีโอกาสให้เขาแสดงความคิด มันก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ความคิดเห็นที่รุนแรงขึ้น

ผมไม่สนใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเอายังไงต่อไป แต่สนใจว่าสังคมไทยจะเอายังไงต่อไป


ผู้สื่อข่าว - หลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์เสื้อแดงจะชุมนุม มองว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงหรือไม่


จาตุรนต์ - หลังวันที่ 26 กุมภาฯ ถ้าให้แนะนำประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ผมคิดว่า ยังไม่ควรมีการชุมนุมหรือเคลื่อนไหวเร็วไปนัก เพราะการชุมนุมนั้นจะมีจุดอ่อนอย่างสำคัญ

อาจจะมีคนที่โกรธแค้นอัดอั้นตันใจ และควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จนอาจจะขว้างโน้น ปานี้ เกิดเป็นความรุนแรงขึ้น ความรุนแรงนั้นอาจจะบานปลาย ถูกสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นนั้นจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลปัจจุบันนี้อย่างมาก เพราะเขาได้เตรียมแผนไว้หมดแล้วที่จะขยายความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 26 กุมภาพันธ์

และจะทำให้เกิดเป็นผลเสียต่อการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเพื่อความเป็นธรรมต่อไป


เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าควรจะมาตั้งหลักกัน ถ้าฝ่ายที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ฝ่ายที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในประเทศนี้ ควรจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งทำความเข้าใจในเรื่องนี้ว่าเกิดความยุติธรรมขึ้นหรือไม่ มีเหตุมีผลอย่างไรและคิดอย่างไร ก็ชี้แจงต่อประชาชนโดยสันติ โดยยังไม่เคลื่อนไหวชุมนุมอะไรมาก

เมื่อตั้งหลักได้ดี เกิดความเข้าใจอย่างดีแล้วสังคมมีความเข้าใจ สังคมเห็นใจ เห็นปัญหาความไม่ยุติธรรม การเคลื่อนไหวที่จะมีต่อไปควรเป็นการเคลื่อนไหวที่ใช้สันติวิธี มุ่งไปที่การทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยและเกิดความยุติธรรม แทนที่จะเป็นเรื่องบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผมยังอยากเห็นการทิ้งช่วงระยะหนึ่ง ก็จะหาทางเสนอต่อผู้ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเสื้อแดงด้วย


ผู้สื่อข่าว - หลังการตัดสินวันที่ 26 ก.พ.แล้ว มองว่าการเมืองและเศรษฐกิจของไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป


จาตุรนต์ - ขึ้นอยู่กับคำตัดสินและปฏิกิริยาของฝ่ายต่างๆ ที่จะมีต่อคำตัดสิน ขณะนี้เป็นไปได้ทั้งสงบเรียบร้อยราบรื่น และเป็นไปได้ทั้งเกิดความไม่พอใจ เกิดความไม่เชื่อถือต่อระบบยุติธรรมของประเทศ คนไม่มาลงทุน เกิดความขัดแย้งรุนแรงต่อไปในสังคม เป็นไปได้ทั้งนั้น


ฉะนั้นจึงขึ้นกับคำตัดสิน และปฏิกิริยาหลังการตัดสิน โดยเฉพาะบทบาทของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลซ้ำเติมฝ่ายเดิม สร้างสถานการณ์เพิ่มเติมเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง เรื่องถึงไม่จบ



0000

ท่านเปาโต้พรรคมารกุข่าวสินบน5พันล้าน

ที่มา Thai E-News



องค์คณะผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์-9ผู้พิพากษา องค์คณะผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์7.6หมื่นล้าน อยู่ภายใต้แรงกดดันรอบด้าน ล่าสุดพรรคการเมืองใหม่ออกมาปูดว่าถูกเสนอสินบนตัดสินให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นผิด แต่ผู้แืทนขององค์คณะออกมายืนยันว่าเป็นเพียงการกุข่าวเท่านั้น


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 กุมภาพันธ์ 2553


*ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล

ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล รองประธานศาลฎีกา หนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน กล่าวถึงกรณีที่นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่ กล่าวย้ำข่าวลือการเสนอสินบนผู้พิพากษาองค์คณะคดียึดทรัพย์ว่าขณะนี้ได้เสียงผู้พิพากษาแล้ว 4 คน และก่อนหน้านี้เคยวิ่งเต้นเสนอเงิน 200 ล้านบาท แต่ไม่ได้ผลจนต้องเพิ่มวงเงินว่า “ เรื่องนี้ไม่มีอะไร ไม่เคยมีใครมาเสนอ เป็นเรื่องกุข่าว เพื่อสร้างสถานการณ์”

เมื่อถามว่าการปล่อยข่าวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการพิพากษาคดีและตัวผู้พิพากษาหรือไม่ ม.ล.ฤทธิเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มีองค์คณะท่านใดให้ความสนใจกับข่าวที่ออกมา เพราะเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ด้าน นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาก่อนการพิพากษาคดีมักจะมีการปล่อยข่าวในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการคาดเดาผลคำพิพากษา

“องค์คณะผู้พิพากษาไม่ได้หวั่นไหว ขณะที่ข่าวการวิ่งเต้นเสนอสินบนไม่เป็นจริง ทางกลับกันมองว่าเมื่อมีข่าวออกมาแรง ยิ่งทำให้ผู้พิพากษาต้องระมัดระวังการพิพากษาคดีให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ”นายวิรัชกล่าว


ผู้พิพากษาศาลฎีกา 9 คนในคดีนี้ ประกอบด้วย

1.นายไพโรจน์ วายุภาพ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
2.นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
3.นายพิทักษ์ คงจันทร์ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา
4.พงศ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
5.นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา
6. ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
7.นายประทีป เฉลิมภัทรกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
8.นายกำพล ภู่สุดแสวง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
9.นายสมศักดิ์ เนตรมัย ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

Tuesday, February 23, 2010

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553

หมดยุครัฐบาลประเสริฐ

ข้ามช็อต 7.6 หมื่นล้าน

รัฐบาลโหมไฟ

คณินตั้งฉายา รบ.7เสา แนะรีบกลับใจ

"แม้ว"เปิดใจนอนหลับโต้มาร์ค ฟ้องศาลโลกได้

"แม้ว"ฟันธงปีนี้เปลี่ยนรบ.แน่ แนะ"คนมีบารมี"อยู่เบื้องหลังออกมานั่งคุย ลั่นถึงถูกบี้ตายยังมีตัวแทน

เปิดเครือข่าย บริษัท"AVIA SATCOM"บริษัทก๊วน พล.อ.อ.แห่ง ทอ. ขาย"จีที 200" ทบ.ช๊อปกระจาย757เครื่อง

แดงสยามจัดชุมนุมรับคลื่นแฟนคลับทักษิณ

ตำนานยึดทรัพย์

ลิเกการเมือง

โง่หรือโกง

นปช. ออก 6 นโยบายเฉพาะหน้า ‘แดงทั้งแผ่นดิน’ ย้ำสันติวิธี

ที่มา ประชาไท


22 ก.พ. 52 นพ.เหวง โตจิราการ หนึ่งในแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ‘แดงทั้งแผ่นดิน’ เผยแพร่เอกสาร ในชื่อว่า “นโยบายเฉพาะหน้าของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ‘แดงทั้งแผ่นดิน’ ” โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายทางการเมืองการปกครอง คือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนไทยอย่างแท้จริง

2.สามัคคีประชาชนไทย โดยมีมวลชนพื้นฐานเป็นกำลังหลัก ประสานกับผู้รักประชาธิปไตยและรักความเป็นธรรมทุกภาคส่วน ทั้งใน ภาคธุรกิจ พรรคการเมือง องค์กรศาสนา สถาบันการศึกษา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือนเพื่อต่อสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตย ที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาการเมืองเศรษฐกิจ และสังคมของไทยให้ได้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

3.ในการเคลื่อนไหว และปฏิบัติการใช้ แนวทางสันติวิธี

4.ผนึกการต่อสู้ทางเศรษฐกิจ และการแก้ปัญหาความยากจน ร่วมกับการต่อสู้ทางการเมือง โดยชี้ให้เห็นว่าการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและทางรอดของประเทศชาติ ประชาชนไทยนั้น ต้องมาจากการเมืองที่อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชนเท่านั้น

5.ต่อสู้เพื่อให้ประเทศเป็น “นิติรัฐที่มีนิติธรรมอย่างแท้จริง”กระบวนการยุติธรรมต้องไม่ถูกแทรกแซง กดดัน โดยผู้มีอำนาจ และอำมาตย์ ต่อสู้เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสำหรับประชาชนไทยโดยเสมอหน้า“ ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่สองมาตรฐาน”

6.ยกเลิกรัฐธรรมนูญอำมาตยาธิปไตย2550 ให้นำรัฐธรรมนูญ 2540 มาปรับปรุงแก้ไข รวมทั้งกฏหมายที่ไม่เป็นธรรมต่างๆต้องยกเลิกหรือปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนโดยทั่วหน้า

แดงสยามจัดชุมนุมรับคลื่นแฟนคลับทักษิณ

ที่มา เนชั่นทันข่าว


23 กพ. 2553 13:18 น.

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม แถลงข่าวการชุมนุมของกลุ่มในระหว่างการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ทางกลุ่มจะจัดตั้งเวทีปราศรัยที่สนามหลวง 25-27 กุมภาพันธ์นี้ ตั้งแต่ 17.00-24.00 น. ของทุกวัน เพื่ออธิบายทำความเข้าใจกับสังคมเรื่องการยึดทรัพย์ และผ่อนคลายความรู้สึกของคนเสื้อแดง เพื่อไม่ให้เดินทางไปยังศาล เพราะอาจจะมีบางคนโกรธแค้น เสียใจแล้วแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม หากศาลตัดสินยึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยัน กิจกรรมชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายต่อต้านขัดขวางการพิจารณาคดียึดทรัพย์ แต่เพราะคาดว่า จะมีคนเสื้อแดงเดินทางมาติดตามผลการตัดสินในวันที่ 26 ก.พ. เป็นจำนวนมาก จึงต้องมีพื้นที่รองรับเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเวทีดังกล่าวจะอยู่ทางทิศเหนือของสนามหลวง ส่วนการรักษาความปลอดภัยไม่ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเชื่อว่าวันดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะมาดูแลเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
"ผมเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องโดนยึดทรัพย์แน่นอน เพราะนี่ไม่ใช่การยึดทรัพย์โดยกระบวนการยุติธรรมปกติ มีเจตนาต้องการถอนรากถอนโค่นพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็ไม่อยากให้พี่น้องคนเสื้อแดงเป็นโกรธเป็นแค้นแทน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะแนวทางการเรียกร้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการเปลี่ยนแปลงด้วยแนวทางสันติ" นายสุรชัย กล่าว

เกิดศาลตัดสิน ยกฟ้องล๊ะ ?

ที่มา thaifreenews


โดย..ลูกชาวนาไทย



จะเกิดอะไรขึ้น
ลองคิดกลับตาลปัตรนะครับ แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม เพราะเจ้าของเขาสั่งมาแล้ว ยากที่จะเป็นไปได้ แต่ก็ลองคิดกลับตาลปัตรมั่งก็ดี


1. มีการหักกันกลางอากาศ กำนันจะทำอย่างไร เกิดรอยแยกขึ้นหรือ
2. ผู้พิพากษา จะต้องหนีไปบวชที่อินเดีย เหมือนบางรายหรือเปล่า
3. คุณทักษิณจะเดินเกมทางการเมืองอย่างไรต่อไป เลิกแล้วไปอย่างนั้นหรือ
4. คนเสื้อเหลือง พธม. จะเดินเกมอย่างไร จะออกมาประท้วงหรือไม่
5. คนเสื้อแดงจะหยุดไปเลยหรือไม่ แล้วการเรียกร้องประชาธิปไตย จะเดินไปต่ออย่างไร

มีคำถามแบบ Anti-thesis อยู่เยอะพอสมควร และยกฟ้อง กับ ยึดหมด มันก็มีปัญหาตามมามากมายพอกัน

ยกเว้นว่า .. จะยอมลงและถอยไป
ผมว่าเขาไม่แน่นอน

หมดเรื่องยึดทรัพย์แล้ว ก็จะเหลือเรื่องของอำมาตย์กับประชาชน หรือเรื่องของมรึงกับก

ที่มา thaifreenews


โดย..ลูกชาวนาไทย



ก็ขอยืมคำของ คุณสายลมรักเพื่อนรักกันสักหน่อยนะครับว่า หลังวันที่ 26 กพ.แล้ว ก็จะเหลือแต่เรื่องของ “มรึงกับกรู” เท่านั้น ส่วนเรื่องยึดทรัพย์ทักษิณ มรึงอยากทำอะไรก็ทำ ไม่เกี่ยวกับกรู เป็นประชาธิปไตยเมื่อไหร่

ประชาชนก็จะคืนทรัพย์ให้เขาทั้งหมดเอง ไม่มีปัญหาอะไร หากคิดว่าจะครองอำนาจตลอดไป ไม่ตายเลยก็ให้มันรู้ไป

ตอนนี้ก็เหลือแต่เรื่องประชาชนต้อง “ยึดประชาธิปไตย” ที่ถูกปล้นกลับคืนมาครับ

เมื่อคืนฟังทักษิณพูดในการ “สัมมนาทิศทางประเทศไทยปี 2553” โดยผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนส์ แล้ว มีคนถามว่า หากท่านได้ทรัพย์คืน จะยังยืนอยู่ข้างประชาชนหรือเปล่า ทักษิณพูดชัดเจนว่าเรื่อง ส่วนตัวไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่เรื่องของประเทศชาตินั้นสำคัญกว่า ทุกข์ของตนไม่มีความหมายอะไรมากนัก เมื่อเทียบกับทุกข์ของประชาชน และยืนยันว่าจะยืนข้างคนเสื้อแดงตลอดไป

สรุปคือ เชิญยึดเลย เอาไปให้หมด เพราะสุดท้ายในอนาคตประชาชน ก็จะออกกฎหมายคืนทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบธรรม ให้กับเขาไปเอง รัฐไม่มีสิทธิ์ใดๆ ที่จะเอาสมบัติของประชาชนที่ไม่มีความชอบธรรม

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(23ก.พ.):ยุบ ยัด ยึด ยุ่ง

ที่มา Thai E-News



ยึดเขย่าเมือง-เชิญชมการถ่ายทอดสดงานเสวนาวิเคราะห์สถานการณ์"ยึดเขย่าเมือง ล่าขุมทรัพย์76,000ล้าน 26 กุมภาพันธ์เส้นแบ่งแห่งความยุติธรรม"ในวันนี้ 23ก.พ.ที่ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ 13.00-17.00 น. คลิ้กชมที่นี่ พบกับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พงศ์เทพ เทพกาญจนา สุนัย จุลพงศธร จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์สอบถาม0811048842 0892059513


โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
23 กุมภาพันธ์ 2553

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 อัดแน่นแต่เบาสบายๆด้วยข่าวภาพกิจกรรมของแวดวงคนเสื้อแดง ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยทั้งในไทยและทั่วทุกมุมโลกเช่นเคย ท่านใดอยากฝากข่าวคราวเชิญส่งมาที่thaienews99@googlegroups.com ***

***เริ่มจากภาพข่าวเก็บตกโรงเรียนนปช.แดงทั้งแผ่นดินที่นครศรีธรรมราช เมื่อ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา บรรยากาศการปักธงในภาคใต้ที่บ้านเกิดของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นไปด้วยคคึกคักและคึกครื้น

ภาพแรก ทีมหาดใหญ่ 52 ที่เข้าร่วมกิจกรรมหนนี้ นำเอาหนังตะลุงไอ้เท่งใส่เสื้อแดง แถมยังมีเครื่อง GT-200 จับเห้..มาสร้างสีสัน

*ภาพสอง บรรยากาศงานเปิด รร.นปช.ที่นครศรีธรรมราช

*ภาพสาม บรรยากาศการปราศรัยในตอนค่ำที่ริมชายทะเล ณ รีสอร์ตเขาพรายดำ อ.สิชล นครศรีธรรมราช***

***ใกล้วันตัดสินคดียึดทรัพย์เข้ามา ก็เจอข่าวพวกโง่แล้วขยันเขียนภาพปีศาจให้เสื้อแดงทุกวัน ทั้งรัฐมาร นักวิชามาร ประสานกับโพลล์ และสื่อสารมารชนว่าเสื้อแดงจะก่อเหตุใหญ่เผาบ้านเผาเมืองในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ กลัวไม่สมจริงสมจัง ออกแผน 37 หน้ามาเสร็จสรรพว่าคนเสื้อแดงจะบุกไปโรงพยาบาลศิริราช เลยเตรียมปราบขนานใหญ่...โถ! แกนนำเสื้อแดง3เกลอเขาประกาศบอกว่าวันที่ 26 ไม่มีชุมนุมใหญ่ ไม่มีนัดหมายอะไร เอ้า!แบบนี้ก็มุกแป้กกันไปหละสิคะร้าบ***

***แต่สันติบาลเขาเก่งครับ ออกมาให้ข่าวว่า ในวันที่ 28 ก.พ. กลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน นัดชุมนุมใหญ่ที่ถนนราชดำเนิน โดยเวทีอยู่ระหว่างพิจารณาจะจัดตั้งที่แยกมัฆวาน หรือแยกสวนมิกสกวัน โดยการจัดชุมนุมใหญ่มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1.ต้องการนำ รธน.ปี 2540 กลับมาใช้ โดยไม่มีเงื่อนไข 2.ให้มีการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังการทำรัฐประหาร เมื่อ 19 ก.ย.2549 3.ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม โดยไม่แบ่งฝ่าย 4.จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด 5.ให้ทุกฝ่ายที่มีความขัดแย้งทางการเมืองร่วมกันทำสัตยาบันยอมรับผลการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น นอกจากนั้นกลุ่ม นปช.ในต่างจังหวัด ได้นัดหมายชุมนุมใหญ่วันที่ 28 ก.พ.เช่นเดียวกัน...ส่วนของจริงจตุพร พรหมพันธุ์แถลงแล้วช่วงเที่ยงวันนี้ว่า เดือนกุมภาฯไม่มีชุมนุม ค่อยไปว่ากันในเดือนมีนาคม...อ้าวสันติบาบก็หน้าแหกสิเนี่ย!***

***แต่เอาเถอะ ไม่ทำอะไรเลยก็กระไร ว่าแล้วสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำกลุ่มแดงสยามเลยจะจัดเวทีปราศรัยซะหน่อยในช่วงวันที่25 26 และ 27 กุมภาพันธ์นี้ที่สนามหลวง เริ่ม 5 โมงเย็น หากใครอยากไปฟังก็ไป ไม่ต้องถืออะไรไปด้วยนะ ไปฟังเฉยๆโดยสงบปราศจากอาวุธก็พอ...ส่วนรายละเอียดกำหนดการวันนี้ซักพระเพล หรือเที่ยงๆสุรชัยจะเปิดแถลงไขข่าว***

***" งานรวมพลคนเสื้อแดง พัทยา ภาคตะวันออก และคนเสื้อแดงทั่วประเทศ "
ก่อนคืนที่จะถูกตัดสินยึดทรัพย์ งานนี้พบกับการแสดงละครเวที พร้อมแสงสีเสีงแบบอลังการงานสร้าง เรื่อง " ยึดทรัพย์ & ปล้นทรัพย์ " ของทักษิณ ชินวัตร .....นำแสดงโดย คุณอริสมันต์ - คุณวรชัย - คุณอารีย์ - แกนนำคนเสื้อแดงภาคตะวันออก ฯลฯ

พร้อมด้วยการ โฟนอินจาก ทักษิณ ชินวัตร และพบกับพิธีกรความจริงวันนี้ คุณวีระ มุสิกพงษ์ - คุณจตุพร พรหมพันธ์ - คุณณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ - คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง - นิสิต สินธุไพร - คุณอดิศร เพียงเกษ - สุรชัย แซ่ด่าน - นพ.เหวง - คุณก่อแก้ว - พตท.ไวพจน์ - พตท.สุทิน - คุณพายัพ - คุณวรชัย (แรมโบ้ อีสาน) - คุณสมชาย ไพบูลย์ - คุณวิสา คัญทัพ - คุณสุนัย - คุณไพจิตร อักษรณรงค์ - คุณดารุณี - คุณอารีย์ - ทีมงานคนรักประชาธิปไตยเมืองพัทยา และแกนนำภาคตะวันออก ฯลฯ

ในวันพฤหัสบดี ที่ 25 กพ..นี้ ณ ลานประชาธิปไตย ตรงปากซอยเขาตะโล ถนนสุขุมวิท เยื้องสามแยกเทพประสิทธิ์ พัทยาใต้ งานนี้ " ฟรี " ตลอดทั้งงาน.... เริ่มงานเวลา 16.00 น.เป็นต้นไป ... ถ่ายทอดสดทาง People Channel

ติดต่อสอบถาม Tel. 038-422-114 .... คุณจุรีพร 080-646-4678, 085-282-9517, 081-862-6857, 081-819-9183
จันทบุรี สจ.สำเริจ 086-338-4988 ... ระยอง คุณระพิน 081-256-1233 ... ปราจีนบุรี นพ.สง่า 087-108-3483 ... แดงสัมพันธ์ คุณอี๊ด 081-864-2463 ... ตราด คุณชูชีพ 081-945-3535 ... ชลบุรี ดาบแดง 083-828-7665 ... ฉะเชิงเทรา คุณกาน 087-133-3522 ... สระแก้ว ปัญญา 081-864-1533 ... ศรีราชา จิ๋ม 081-723-7130 ... บางพระ คุณอ๋อ 081-113-144 ... หนองปรือ สุวัฒ 081-821-6564 ... ตะเคียนเตี้ย-โรงโป๊ะ ไก่ 083-257-5159 ... บอวิน บุญยัง 086-070-5102 ...

เพื่อเป็นกำลังใจให้กับ คุณทักษิณ ชินวัตร ก่อนคืนที่จะถูกตัดสินยึดทรัพย์ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่www.pattayared.com / FM 89 MHz***

***นปช.สุรินทร์ แดงทั้งแผ่นดิน (เราคือภาคประชาชน) แจ้งช่าวมา จะทำการขอรับบริจาค เงิน และอาหารเพื่อเป็นเสบียง ใช้ในการร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่อมาตยา สนับสนุน นปช.ส่วนกลาง ในวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 16.00 -20.00 น. โดยประมาณ ณ ร้านอาหาร ส.ปลาเผา ปั๊ม ปตท. หน้าเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อสร้างความสัมพันธ์กำลังใจอันดีแก่ผู้นำมวลชนทุกอำเภอที่จะนำทัพร่วมชุมนุม และเป็นการเปิดโอกาสให้มวลชนผู้มีกำลังทรัพย์ได้แสดงความจริงใจสนับสนุนกิจกรรมของ นปช.แห่งชาติ

นปช.สุรินทร์คณะผู้ดำเนินงานยังขาดทุนทรัพย์ และ อาหาร จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ ผู้มีอุปการคุณที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของนโยบายนปช. แห่งชาติ(แดงทั้งแผ่นดิน) ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์ สิ่งของตามกำลังสมควร พร้อมกันนี้ขอเชิญร่วมรับประทานอาหารค่ำ ทำบัตรสมาชิก นปช. แดงทั้งแผ่นดิน พบปะคนมีอุดมการณ์เดียวกันในวันและเวลาดังกล่าว***

***คุณหลุยส์ เรดอินเจแปนแจ้งข่าวจากญี่ปุ่น กลุ่มเรดอินเจแปน จะได้มีการจัดงานในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 เริ่มเวลา9.30น.(เวลาท้องถิ่น)ขอเชิญผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านในญี่ปุ่นและทั่วทุกมุมโลกร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อขยายฐานข้อมูลข่าวสาร และประเมินสถานการณ์ในประเทศไทยกับเราชาวเรดอินเจแปน งานนี้นายกฯทักษิณ ชินวัตร และจักรภพ เพ็ญแข โฟนอินมาร่วมงาน พบกันที่ร้านอาหารไทยดาวอุดร อำเภอโชชิ จังหวัดชิบะ

วิทยากรร่วมโฟนอินวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์การเมืองไทยปัจจุบัน

ช่วงเช้า10.00น.-11.00น. อ.ชูพงษ์ ถี่ถ้วน
11.15น.-12.00น. อ.สุรชัย แซ่ด่าน
12.00น.-13.00น. ผู้มาร่วมชุมมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
13.15น.-14.15น. ดร.จักรภพ เพ็ญแข
15.00น.- นายกฯทักษิณ ชินวัตรโพนอิน
หลังจากนายกทักษิณโฟนอินจบ คุณขวัญชัย ไพรพนา คุณอริสมัน พงษ์เรืองรอง ร่วมให้เกียรติโฟนอินให้กำลังใจชาวเรดอินเจแปน
" ประชาธิปไตยจะต้องเป็นของปวงชนชาวไทยตลอดไป "

ปล.มีการถ่ายทอดสัญญาณเสียงผ่านทางเวบไซต์นปช.USA และเครือข่าย ต่างๆ(ผังรายการเป็นเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่นซึ่งจะเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 2ชั่วโมง


ติดต่อสอบถามคุณพิทักษ์ 090 6143 7059 คุณดาว 090 2436 6491 คุณอำนวย 080 6649 5102 คุณเป็ด 0479 25 7608 คุณอมร 090 7719 5949 คุณหลุยส์ 090 7416 4123***

***จดหมายข่าวจากพลังไทยออสเตรเลีย หรือแดงไทยในออสเตรเลีย มีกิจกรรมกันคึกคักในการจัดชุมนุมพลครั้งล่าสุด(คลิ้กที่ภาพเพื่อขยาย)


ในงานนี้นายกฯทักษิณ ชินวัตรได้โฟนอินเข้ามาร่วมเช่นเคย รายละเอียด เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอามาให้ได้ดูกัน***


เล่มนี้อิ่มอาบ เล่มหน้าซาบซึ้ง-นิตยสารVOICE OF TAKSINเล่มล่าสุด(ขวา)ว่าด้วยการตัดสินลงโทษผู้พิพากษาตุลาการที่ทำตัวเป็นสมุนบริวารตัดสินคดีตามใบสั่งเผด็จการฮิตเลอร์ พร้อมเผยรายชื่อองค์คณะผู้พิพากษาคดี76,000ล้าน ส่วนเล่มหน้า"ซาบซึ้ง"(ซ้าย)โปรดอดใจรอ



รถถังพิพากษา เกมพลิกแผ่นดิน-นิตยสารTHAIFREEDOM ฉบับที่ 3 ของชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย โฟกัสไปที่คดียึดทรัพย์ และฉายภาพครบทุกมุมมอง รวมทั้งเรื่องเด็ดในเล่ม เซีย ไทยรัฐ รู้เช่นเห็นชาติเปรมจึงต้องชักธงรบ, SIAM PARK สยามในสเปนที่ซ่อนนัย,34ปีที่มืดมนคดีลอบสังหาร ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน พบกันทุกแผงทั่วประเทศในราคาน่าคบหาเพียง 40 บาท




***ปิดท้ายสาวเสื้อแดงวันนี้ ด้วยภาพควันหลงชุมนุมหน้าแบงก์กรุงเทพสำนักงานใหญ่สีลม พวกพันธมิตรอุตส่าห์ยุให้พนักงานออฟิศถนนสีลมสาดน้ำไล่เสื้อแดง แต่ 2 สาวออฟฟิศนี่กลับสาดน้ำใจให้กับคนเสื้อแดงซะงั้น แถมบอกว่าพวกเราเป็นแฟนคลับคุณณัฐวุฒิ ก็เลยชักภาพไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย...พันธมารอิจฉาหละซี้... อิอิอิ***