WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, February 28, 2010

รายการทางออกประเทศไทย 28 ก.พ. 2553

ที่มา thaifreenews


โดย Porsche

จากคุณ : เกียรติมุข


รายการทางออกประเทศไทย สถานีประชาชนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 น่าฟังครับ
พิเคราะห์ยึดทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ ฟังข้อมูลอีกแง่มุมนึง

ไฟล์ .wmv 45.53 MB
DL ที่http://www.tempfiles.net/download/201002/86092/PChanel28Feb10.html



http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8930313/P8930313.html

เปิดเบื้องลึก วันรัฐประหาร

ที่มา thaifreenews


ค่ำคืนแห่งการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อ 19 กันยายน 2549 ของคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ใน ความทรงจำของ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ขณะนั้นเป็นความทรงจำที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายแต่กระนั้นก็เป็นความทรงจำเพียง 11 วัน ในฐานะผู้ร่วมปฏิวัติ

เมื่อถึงกำหนดเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายน หลังจากนั้น พล.อ.เรืองโรจน์ ก็ไม่ตกเป็นข่าวอีกเลยทิ้งไว้แต่เพียงข่าวลือ ถึงความขัดแย้งกัน ในเหล่าทัพ ที่ไม่เคยได้แพร่งพรายออกจากปากของผู้ที่อยู่ใน "ที่เกิดเหตุ" สักครั้งเดียวและต้องเป็นเรื่องฮือฮาไม่น้อย ที่การเปิดตัว ต่อมาของ พล.อ.เรืองโรจน์ คือตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองภายใต้การต่อท่อน้ำเลี้ยงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกล้มอำนาจ

พล.อ.เรืองโรจน์เปิดใจว่า การปฏิวัติใน ค่ำคืนอันยาวนานนั้น มองเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความสงบเรียบร้อย บ้านเมืองจะได้นิ่ง เพราะปัจจัยแรก ของการปฏิวัติคือ ความสงบสุขของประชาชน

"เรื่องปฏิวัตินั้น เคยนั่งคุยกันเล่นๆ ผมก็บอกไปว่าต้องอ่านประวัติศาสตร์เยอะๆ เพราะการปฏิวัตินั้นไม่เป็นผลดีต่อประเทศ เศรษฐกิจถดถอย บ้านเมืองเจ๊ง ผมก็ไม่ได้ห้าม แต่นั่งคุยกันว่าถ้าจะปฏิวัติต้องอ่านประวัติศาสตร์ ว่าถ้าปฏิวัติแล้วดีไหม ผลบวกหรือผลลบที่จะ เกิดต่อประเทศ"


แม้จะไม่เห็นด้วย แต่อดีต ผบ.สส.กล่าวว่า ทุกวันนี้เมื่อเจอเพื่อนๆ ก๊วนตีกอล์ฟ อย่าง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ก็จะไม่คุยเรื่อง ความหลังกัน

"ผมไม่ได้โกรธกับใคร เจอกันก็คุยกัน อย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เจอกันก็ไหว้ทักทายกัน แต่เขาไม่ค่อยมีเวลา"

เมื่อย้อนไปถึงคืนนั้น พล.อ.เรืองโรจน์ ในฐานะ ผบ.สส. ยอมรับว่า เป็นนายทหาร ระดับสูงเพียงคนเดียวที่ พ.ต.ท.ทักษิณไว้ใจ มากที่สุด ประกอบกับตำแหน่งทำให้ได้รับการ แต่งตั้งจาก พ.ต.ท.ทักษิณที่อยู่ต่างประเทศ ให้เป็นผู้ดูแลกองทัพ หลังจากมีคำสั่งปลดฟ้าผ่า พล.อ.สนธิ เมื่อตรวจสอบแน่นอนแล้วว่า มีการรัฐประหารแน่นอน

"ผบ.ทบ.มีกำลังอยู่ในมือ การปฏิวัตินั้น ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นสิ่งล้าสมัย และ พ.ต.ท.ทักษิณเอง ก็ชัวร์ว่าไม่มีอะไร ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ การปฏิวัติจะไม่สำเร็จ คืนนั้นถ้าสู้กัน ตายเละเทะ ผมไม่อยากเห็นลูกน้องตายเป็นเบือ เลยไม่อยากทำ ผมยอม ไม่อยากให้เข้าใจว่ายอมแพ้ แต่ยอมที่จะไม่ให้มีการนองเลือดในประเทศไทย ไม่ใช่ยอมแพ้
กำลังในมือผมสู้กันได้ และมั่นใจ ว่าผมชนะ แต่ทุกคนจะไม่มีที่อยู่ จับได้ เนรเทศอย่างเดียว แต่ผมใช้เวลาคิดแป๊บเดียว ว่ายอม"


นับเป็นการแบ่งคนละขั้วอย่างชัดเจน ที่อดีต ผบ.สส.กล่าวว่า นั่งกันคนละที่ และหาก จะสู้ก็สู้เลย แต่เมื่อการแต่งตั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่ง พล.อ.เรืองโรจน์ไม่ทำตาม ทุกอย่างจึงจบ ทั้งนี้เพราะไม่ต้องการเห็นทหารกับทหาร ทหารกับตำรวจ "ฟาดกันตาย"

หลังจากนั่งอยู่ใน คปค. 11 วัน เมื่อเกษียณอายุราชการ พล.อ.เรืองโรจน์ บอกว่า กลับไปอยู่บ้าน เลี้ยงหลาน ปลูกต้นไม้ อยู่ช่วงหนึ่ง

"ผมกลับมามองว่าบ้านเราแตกแยก ต้องออกมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อจะช่วยปรับความถี่เข้าหากันได้ ก็เห็นว่าควรเล่นการเมืองดีที่สุดตามระบอบประชาธิปไตย ถามว่าทำไมถึงเลือกพรรคพลังประชาชน ผมไม่ได้เลือก แต่มีการนั่งคุยกันไป ผมมีเพื่อนอยู่ในพรรคพลังประชาชนเยอะ การที่เราจะทำงานด้วยกันต้องมีอุดมการณ์ตรงกัน ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ มีพวกก่อนแล้วจึงจะมีพรรค"

อุดมการณ์ของ พล.อ.เรืองโรจน์ จึงถูกถอดรหัสออกมาว่า คือการต่อต้านเผด็จการ ซึ่งแม้จะไม่ตอบโดยตรง แต่ พล.อ.เรืองโรจน์ ก็กล่าวว่า

"หรือคุณชอบเผด็จการ ไปถามใครก็ได้ ไม่มีใครชอบเผด็จการ ไม่ว่าพรรคการเมืองไหน การที่จะสร้างความสมานฉันท์คืออุดมการณ์ ที่ผมคิด ทุกคนที่เจอก็มีความคิดอย่างนี้ เรามีแนวคิดเดียวกัน คือ สร้างความสามัคคี พรรคพลังประชาชน เราไม่อาฆาตมาดร้าย ว่าใครทำอะไรต่ออะไร ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล เราจะไม่รื้อฟื้น เรื่องบ้าๆ บอๆ แต่จะมุ่งหน้าทำอนาคตให้ดี ฝากไปบอกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ด้วยว่า เราคงไม่ไล่กระทืบ"

อดีต ผบ.สส.กล่าวและว่าเป็นคนไม่เชื่อเรื่องดวง คนเราอยู่ที่กรรม หากบ้านเมืองจะกลับมาได้ อยากให้เป็นไป ตามครรลอง หลังผลการเลือกตั้งใครได้เสียง ข้างมากก็จัดตั้งรัฐบาลไป มีรัฐบาลดำเนินการปกครอง ทุกอย่างก็จบ แต่ต้องไม่มีการ ตัดขากัน

"ผมเป็นทหารมาทั้งชีวิต และจะเป็น นักการเมืองแบบทหาร คือ ทหารมีความมั่นคง ซื่อตรง ตรงนี้เปลี่ยนไม่ได้ เราถูกอบรมสั่งสอน กันมาอย่างนี้ ปากกับใจตรงกัน ทำอะไรซื่อสัตย์ นักการเมืองต้องเป็นแบบนี้ เรื่องที่ว่าจะเปลืองตัวนั้น นั่งนิ่งๆ อย่าไปโกหก หากมองนักการเมือง ว่าปลิ้นปล้อนโกหก ภาพนักการเมืองก็จะไม่ดี อย่าไปมองนักการเมืองเลวหมด ต้องปรับความถี่ ถ้าผมทำไม่ดีมาด่าผมเลย แต่ถ้าผมทำดีแล้วมา ด่าผมจะฟาดกลับ"

ทั้งนี้ พล.อ.เรืองโรจน์กล่าวว่า การตัดสินใจ ลงเล่นการเมืองครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะ เป็นตำแหน่งอะไร และไม่กลัวถูกหลอก ให้เสียคน

"อายุกันขนาดนี้แล้วถ้าโง่ให้หลอกก็ช่วยไม่ได้ เราอย่าตั้งความฝันทะเยอทะยาน ถ้าไม่อย่างนั้นจะถูกหลอกอย่าไปตั้งทะเยอทะยานอยากมี อำนาจ ผมมีความมุ่งมั่นช่วยเหลือประเทศ ความตั้งใจหนึ่งของผมคือ อยู่กับพรรคการเมืองถึงจะช่วยได้"

คืออุดมการณ์ทางการเมือง ที่ พล.อ.เรืองโรจน์หวังที่จะพาพรรคพลังประชาชนกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในตำแหน่ง "รองหัวหน้าพรรค" และอดีต ผบ.สส.

ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน : นักวิชาการประชาธิปไตยและสังคมนิยม

ที่มา Thai E-News




ที่มา หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้
28 กุมภาพันธ์ 2553

กลางดึกคืนวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยถูกมือปืนไม่ต่ำกว่า ๒ คนยิงฟุบลงและเสียชีวิตในที่สุด

นี่เป็นการลอบสังหารทางการเมือง โดยฝ่ายปฏิกิริยาอนุรักษ์นิยมที่มิใช่รายแรกและรายสุดท้าย หลังจากที่ผู้นำชาวนา กรรมกร นิสิตนักศึกษาและนักการเมืองหัวก้าวหน้าถูกปลิดชีพไปแล้วหลายราย จนในที่สุดก็เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙

การเสียชีวิตของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เป็นสัญญานอันตรายที่ฝ่ายปฏิริยาอนุรัษ์นิยมส่งออกมาเพื่อบอกว่า สังคมไทยไม่อาจจะก้าวหน้าไปบนหนทางประชาธิปไตยและความเป็นธรรมอย่างสันติได้ แม้ว่าจะเป็นหนทางที่ประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศได้เลือกก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ผู้รักประชาธิปไตยที่ต้องการมีสิทธิ์มีเสียงมีส่วนร่วมทางการเมืองจึงตัดสินใจเลือกการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน แทนการต่อสู้ในแนวทางสันติบนวิถีทางรัฐสภา อย่างที่ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน มุ่งหวังและยึดมั่นตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

ผู้คนหลายหมื่นคนได้เดินเท้าจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อันเป็นที่ทำงานทางวิชาการของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยานมายังวัดตรีทศเทพอันเป็นสถานที่จัดงานศพด้วยความเสียใจอาลัยระคนคับแค้นขมขื่น บางคนถืือป้ายผ้าแสดงความรู้สึกที่พลุ่งพล่านและตะโกนคำขวัญปลุกใจ เพื่อนที่ยังอยู่ให้แปรความคับแค้นเป็นพลัง ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และสืบทอดภารกิจของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ต่อไปอย่างไม่ลดละ

ศาสตราจารย์ คาร์ล เอ ทร๊อกกี (Carl A. Trocki) เพื่อนสนิทของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ได้เขียนถึงเพื่อนผู้นี้ว่า

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นการลอบสังหารทางการเมือง เพราะชนชั้นนำที่มีอำนาจแทบจะไม่ได้แสดงความเสียใจและกระตือรือล้นที่จะจับฆาตกรมาลงโทษเลย คงมีแต่ภรรยาและลูกสาวสองคน เพื่อนนักวิชาการและประชาชนไทยเท่านั้นที่อาลัยต่อการจากไปของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน


ดร.บุญสนอง บุณโยทยานเป็นนักวิชาการที่มีผลงานยอดเยี่ยมที่เดินลงมาจากหอคอยงาช้างเพื่อนำความรู้มาสู่การปฏิบัติที่เป็นจริงของการต่อสู้เพื่ออุดมคติอันสูงส่ง ในฐานะผู้ก่อตั้งและเลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ดร.บุญสนองเป็นกำลังสำคัญในการทำนโยบายและแนวทาง ตลอดจนแผนการดำเนินงานของพรรคฯ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยภายใต้เผด็จการทหารที่ครอบงำประเทศไทยมายาวนาน คนไทยไม่มีสิทธิเสรีภาพในการศึกษาค้นคว้าและแสดงความคิดเห็น

ทั้งพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ยังเป็นพรรคการเมืองแบบใหม่ที่เสนอแนวทางนโยบายที่ก้าวหน้าที่ให้ความสำคัญกับคนยากคนจนและมุ่งขจัดการเอารัดเอาเปรียบและความไม่เป็นธรรมทั้งปวง จึงตกเป็นเป้าหมายของการทำลายล้างทุกวิถีทาง ทั้งการใส่ร้ายป้ายสี การกลั่นแกล้งจับกุม การก่อกวน การโจมตีด้วยระเบิด จนถึงการลอบสังหาร

ด้วยความที่เป็นนักสังคมวิทยาที่ผ่านการศึกษาอบรมจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างเช่น มหาวิทยาลัยแคนซัส มหาวิทยาลัยคอร์แนล มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด มหาวิทยาลัยฮาวายอิ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ได้ศึกษาค้นคว้าสังคมไทยอย่างลึกซึ้งในหลายด้านหลายมิติ เช่น เรื่องสถานภาพและบทบาทของคนจีนในสังคมไทย เรื่องสิทธิของชนกลุ่มน้อยและคนชายขอบ เรื่องปัญหาอันเกิดจากการพัฒนาเศรษฐกิจ เรื่องโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เป็นต้น

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ทำงานวิจัย ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ได้สร้างผลงานทางวิชาการจำนวนมาก หลายชิ้นได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำ เช่น Sociology Bulletin, Journal of Contemporary Asia, Bulletin of Concerned Asian Scholar, Social Forces, Southeast Asian Affairs เป็นต้น

แม้จนเมื่อ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตลาออกจากราชการแม้ยังใช้ทุนศึกษาต่อไม่หมด เพื่อมาร่วมก่อตั้งและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในฐานะเลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย และได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒ ครั้ง เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปในปี ๒๕๑๘ ภายหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ แต่ ดร.บุญสนองก็ไม่ได้ทิ้งงานวิชาการที่ตนรักและถนัด

ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย ดร.บุญสนองได้ริเริ่มให้มีการประชุม สัมมนา ตลอดจนการฝึกอบรมในที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ นอกเหนือจากการชุมนุมปราศรัยที่ทำกันอยู่แล้ว

นอกจากนั้น ดร.บุญสนอง ยังได้เข้าร่วมการประชุมทางวิชาการและสัมมนาทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกหลายครั้ง ทั้งในฐานะตัวแทนพรรคฯ และในฐานะนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับ รวมทั้งที่ได้รับเชิญให้เป็นผู้เสนอผลงานวิจัยอีกด้วย

ในช่วงนี้เองที่ ดร.บุญสนอง ได้นำเสนองานวิจัยที่มุ่งจะตอบคำถามว่า สังคมไทยควรเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดและอย่างไร ซึ่งคำตอบก็คือ สังคมไทยควรเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยและสังคมนิยม

ดร.บุญสนอง อธิบายว่า ประชาธิปไตยที่คนไทยจำนวนมากร่วมกันต่อสู้และหวังกันว่าจะได้มาในเร็ววันนี้ คือโอกาสและเสรีภาพที่จะเสนอหลักและวิธีดำเนินการในทางการเมืองเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และนำสังคมของเราไปสู่อนาคตที่แจ่มใสกว่าและดีกว่า

โอกาสและเสรีภาพที่ว่านี้ คือโอกาสและเสรีภาพที่จะรวมพลังเป็นพรรคการเมือง แล้วพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็จะเสนอแนวนโยบายของตนให้มหาชนเป็นผู้ชี้ขาดว่าเขาต้องการอะไร กล่าวคือต้องให้พรรคที่สัญญาว่าจะจัดการสังคมวิธีไหน และวางรากฐานเพื่ออนาคตแบบใดเข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารโดยเป็นรัฐบาล

ความคับแค้นของมหาชนต่อการขาดสิทธิเสรีภาพและโอกาสที่จะเลือกวิถีทางและอนาคตแบบที่ตัวต้องการเป็นสิ่งที่มหาชนไม่ได้เก็บไว้แต่ในใจของคนแต่ละคน มหาชนมีการแสดงออกซึ่งการต่อต้านสภาพสังคมที่กดขี่ในรูปแบบต่างๆ ในด้านนักศึกษาการปฏิวัติเดือนตุลาคม ๒๕๑๖ มิใช่อุบัติเหตุหรือไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีพื้นฐาน แต่เป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งของการดิ้นรนเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ได้ก่อตัวขึ้นมาตามธรรมชาติเพราะความไม่พอใจในสภาพที่เป็นอยู่

การตัดสินใจทิ้งงานวิชาการที่ตนรักและถนัดมาสู่เวทีทางการเมืองนี้ ดร.บุญสนอง เป็นหนึ่งในจำนวนนักวิชาการไม่กี่คนที่ทำเช่นนั้น ซึ่งศาสตราจารย์คาร์ล เอ ทร๊อกกี อธิบายว่า เป็นการประพฤติที่เบี่ยงเบนไปจากแบบแผนของนักวิชาการที่เป็นชนชั้นนำในสังคมไทย ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่มีสถานะมั่นคง มีโอกาสหน้าที่ที่จะทำงานที่ได้เล่าเรียนมา มีบทบาทอย่างมากในสังคม อันทำให้มีแนวโน้มในทางอนุรักษ์นิยมเมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากพื้นฐานทางสังคมของ ดร.บุญสนอง ที่เป็นลูกพ่อค้าคนจีนในอำเภอเล็กๆ ที่ห่างไกลของจังหวัดเชียงราย แต่ที่ก้าวหน้าทางการศึกษามาได้ก็เพราะเป็นคนหัวดี เรียนเก่ง มีความรู้ภาษาอังกฤษดีมาก จนสามารถสอบชิงทุนเล่าเรียนต่อระดับปริญญาโทในสหรัฐอเมริกาได้ หลังจากจบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในช่วงที่ศึกษาในสหรัฐอเมริกาที่กำลังทำสงครามเวียดนาม และมีการเคลื่อนไหวต่อต้านสงครามของนักศึกษาประชาชนจำนวนมาก วงการวิชาการก็มีการเคลื่อนไหวจัดตั้งคณะกรรมการนักวิชาการด้านเอเซียผู้ห่วงใย (Committee of Concerned Asian Scholars) ซึ่งประกอบด้วยสถาบันศึกษาวิจัยทางด้านเอเซียหลายแห่งเข้าร่วม รวมทั้งมหาวิทยาลัยคอร์แนลที่ ดร.บุญสนอง กำลังทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกอยู่

ในการประชุมครั้งที่ ๒ ของคณะกรรมการนักวิชาการด้านเอเซียผู้ห่วงใย ดร.บุญสนอง ได้เสนอรายงานเรื่อง สมมติฐานที่ผิดพลาด : รากเหง้าของปัญหาจากการพัฒนาเศรษฐกิจ

ต่อมาไม่นาน ดร.บุญสนอง ก็ได้ข้อสรุปว่าแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและการเมืองที่เป็นมาภายใต้ระบอบเผด็จการทหารนั้นเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และมีข้อผิดพลาดบกพร่องเชิงโครงสร้าง หลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ไม่กี่วัน ดร.บุญสนอง ก็เดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบินเที่ยวแรกจากญี่ปุ่น หลังจากได้นำเสนอรายงานวิจัยเรื่อง สังคมนิยมและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในประเทศไทย3 ต่อที่ประชุมวิชาการ

ดร.บุญสนอง กล่าวถึงบรรยากาศความตื่นตัวต่อแนวคิดสังคมนิยมในขณะนั้นว่า เมื่อไม่นานมานี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำรัสที่สำคัญในบริบทของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ไม่เคยมีมาก่อน ความว่า สังคมนิยมอาจเป็แนวทางที่เหมาะสมต่อการแก้ไขปัญหาของสังคมก็ได้ พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสนี้เพียงหนึ่งวันหลังจากได้รับฟังการสัมมนาเรื่อง สังคมนิยมกับสังคมไทยซึ่งจัดโดยสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เดือนธันวาคม ๒๕๑๕) ซึ่งวิทยากรทั้ง ๔ ท่านมาจากชนชั้นนำของสังคมรวมทั้งผู้ใกล้ชิดกับราชสำนักด้วย (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)

ดร.บุญสนอง กล่าวว่า สังคมอนุรักษ์นิยมอย่างสังคมไทย พลังของผู้ปกครองที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาก้าวหน้านั้นเข้มแข็งและเหนียวแน่น ดังจะเห็นได้จากเมื่อการปฏิวัติ ๒๔๗๕ ได้ล้มเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้ว แต่ความพยายามของคณะราษฎรที่มี ดร.ปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้นำในอันที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปในแนวทางสังคมนิยมที่มุ่งขจัดความไม่เป็นธรรมและความไม่เสมอภาคอย่างค่อยเป็นค่อยไปดังที่ปรากฎใน “เค้าโครงเศรษฐกิจ” กลับถูกขัดขวางต่อต้านอย่างรุนแรง จน ดร.ปรีดี พนมยงค์ ต้องเดินทางออกนอกประเทศ ตามมาด้วยการออกกฎหมายปราบปรามคอมมิวนิสต์ครั้งแรกในปี ๒๔๗๖ และชนชั้นปกครองก็ใช้กฎหมายนี้เล่นงานผู้มีแนวคิดสังคมนิยมอย่างรุนแรงเรื่อยมา

อย่างไรก็ดี ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เชื่อว่าสังคมไทยกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีกว่า ที่สำคัญคือ นอกจากจะมีการเปลี่ยนแปลงทางปริมาณในองค์ประกอบความสัมพันธ์ทางการผลิตและโครงสร้างส่วนบนแล้ว ยังมีกระแสการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพหรือการเปลี่ยนแปลงแบบปฏิวัติเกิดขึ้นด้วย โดย ดร.บุญสนอง ได้อ้างข้อเขียนของ สุพจน์ ด่านตระกูล มาอธิบายกระแสการปฏิวัตินี้ว่า ความเคลื่อนไหวนี้เป็นการอภิวัฒน์เมื่อส่วนที่ก้าวหน้าในสังคมได้ผนึกกำลังกันอย่างแน่นแฟ้นทั้งในด้านการกระทำและจิตสำนึกเพื่อโจมตีศัตรูด้วยจุดมุ่งหมายที่จะขุดรากถอนโคนระบอบเก่าแล้วสร้างระบอบใหม่ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในแง่คุณภาพ

แต่อย่าได้นำเอาจุดมุ่งหมายของการอภิวัฒน์ไปปะปนกับวิธีการที่จะบรรลุเป้าหมาย การอภิวัฒน์ไม่จำเป็นต้องประสบผลสำเร็จโดยวิธีการรุนแรงหรือสงครามกลางเมืองเสมอไป วิธีการบรรลุเป้าหมายของการอภิวัฒน์อาจะมีได้หลายวิธี แม้แต่การต่อสู้ทางรัฐสภาก็อาจเป็นหนทางการอภิวัฒน์ได้

ในทางตรงกันข้าม สงครามกลางเมืองบางครั้งก็มิใช่เป็นสงครามปฏิวัติ แต่เป็นสงครามปฏิกิริยาถอยหลัง เช่น สงครามกลางเมืองในสเปนที่จบลงด่้วยการแทนที่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ด้วยระบอบเผด็จการทหาร หรือ สงครามกลางเมืองในไทยเมื่อปี ๒๔๗๖ ที่เกิดจากกบฏบวรเดช ก็เป็นสงครามปฏิกิริยาถอยหลัง

ในทำนองเดียวกับโครงสร้างส่วนบน การเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ทางการผลิตก็อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ปฏิกิริยาถอยหลัง หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าที่ปฏิวัติได้เหมือนกัน ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ทางการผลิตหรือโครงสร้างพื้นฐานเป็นแรงผลักดันสำคัญของสังคม

การเปลี่ยนแปลงทางสถาบันการเมืองและสังคม (ซึ่งเป็นส่วนต่อยอดของโครงสร้างทางเศรษฐกิจ) ก็่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางวัตถุของสังคมด้วย เช่น การปฏิวัติ ๒๔๗๕ ที่ล้มเลิกระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เมื่อพิจารณาโดยผิวเผินเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นในระดับความสัมพันธ์ทางการผลิตได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพในการผลิตและการจำหน่ายจ่ายแจกของสังคมที่มีลักษณะก้าวหน้าด้วย เช่น เปลี่ยนรูปแบบกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เป็นของกษัตริย์ทั้งหมดมาเป็นของกรรมสิทธิ์เอกชน และยังยกเลิกกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าของที่ดินสามารถริบทรัพย์สิน เครื่องมือการผลิต ผลผลิต และลูกเมียของชาวนาได้

การล้มเลิกกฎหมายทำนองนี้ได้ยกระดับความสัมพันธ์ทางการผลิตของชาวนาและเจ้าที่ดินไปสู่ระบบทุนนิยม กฎหมายภาษีที่ล้าหลังที่เรียกว่า “ส่วย” ได้ถูกยกเลิกไปในปี ๒๔๘๒

ดร.บุญสนอง เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในประเทศไทยนั้นยังอาจอธิบายด้วยแนวคิดของ นีล สเมลเซอร์ (Neil Smelser) นักสังคมวิทยาที่เรียกว่า ล้ำหน้า-ล้าหลัง (Lead-lag) ซึ่งอธิบายว่า สังคมทุกสังคมมีลักษณะที่แสดงออกโดยความขัดแย้งและความตึงเครียด ต่างจากแนวคิดของมาร์กซที่เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานความสัมพันธ์ทางสังคมของการผลิตแบบทุนนิยมเป็นรากเหง้าของความขัดแย้ง สเมลเซอร์แย้งว่า การเกิดขึ้นของกลุ่มใหม่ในระหว่างการจัดรูปแบบใหม่และการหลอมรวมโครงสร้างทางสังคมต่างๆ นี้เป็นต้นตอของสภาพความขัดแย้งและความตึงเครียด

องค์กรทางการเมืองหรือรัฐบาลมักจะตอบสนองต่อสภาพความขัดแย้งนี้โดยพยายามสร้างความลงตัวให้กับกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่โดยใช้ทุกวิธีการที่มีและสามารถใช้ได้ เช่น การปราบปราม การยอมรับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง การเจรจาประนีประนอม หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมือง ถ้ามองในแง่นี้ การเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณในสังคมไทยนั้นเป็นอาจเป็นผลมาจากการกระทำของผู้มีอำนาจทางการเมืองที่ตอบโต้ต่อแรงกดดันทั้งในประเทศและต่างประเทศ4

ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ไม่เพียงแต่จะเป็นหนึ่งในนักวิชาการจำนวนน้อยที่กระโดดลงมาจากหอคอยงาช้างสู่ปฏิบัติการการเคลื่อนไหวทางสังคมการเมืองร่วมกับประชาชนส่วนใหญ่ที่ไร้สิทธิไร้เสียง โดยหวังว่าจะนำความรู้ประสบการณ์ที่มีมาช่วยค้นคว้าหาแนวทางนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม และร่วมผลักดันประเทศไปสู่การสร้างสังคมที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องมัวแต่รอคอย

นอกจากนี้ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ยังเป็นนักวิชาการไม่กี่คนที่ผันมาเป็นนักการเมืองแล้วยังคงความนักวิชาการที่ยึดมั่นในหลักการและแสวงหาความรู้ความจริงอย่างไม่เสื่อมคลาย

ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของนักการเมืองที่ยึดมั่นหลักการ ใช้ความรู้และความจริงเป็นหลักเหตุผลในการต่อสู้ทางความคิด และยึดถือเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองคิดตนเองทำอย่างเสมอต้นเสมอปลายเสียยิ่งกว่าผู้ที่เรียกตนเองเป็น “นักวิชาการ” เสียอีก
*********

"กลุ่มนักคิดนักเขียนเพื่อชีวิตและสังคม" ขอเชิญร่วมงาน "ปลุกชีวิต บุญสนอง บุณโยทยาน ตื่นตระหง่านเดินสู่สังคมนิยม"

เพื่อรำลึกถึงการครบรอบ 34 ปีของการสูญเสียดร.บุญสนองบุณโยทยาน

ร่วมรำลึกโดยผู้ร่วมอุดมการณ์

-จรัล ดิษฐาอภิชัย
-วัฒน์ วัลยางกูร
และ ทองธัช เทพารักษ์

หลังจากนั้น เชิญฟังการพูดคุยในหัวข้อ "บุญสนอง บุณโยทยาน อยู่ตรงไหนในใจนักคิดนักเขียนไทยร่วมสมัย"

โดย ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ และ คำ ผกา
ดำเนินรายการโดย วาด รวี

ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00-17.00 น.

อย่าปล่อยให้สมุนอำมาตย์ใหญ่ไม่กี่คนข่มขืนประเทศไทยอีกต่อไป

ที่มา Thai E-News


โดย คุณ Bugbunny
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
28 กุมภาพันธ์ 2553

ข้อเสนอต่อไปนี้ เพื่อวางระบบตุลาการใหม่ทั้งหมด

เพราะชัดเจนแล้วว่า คนที่อยู่ในระบบอยุติธรรม ยอมรับว่า การยึดอำนาจและรัฐประหารเป็นสิ่งถูกต้อง

การอ้างคำสั่ง คปค ของพวกอำมาตย์และพวกทำรัฐประหาร มาเป็นเหตุผลในการพิจารณาพิพากษาถือได้ว่าเข้าถึงจุดต่ำที่สุดแล้ว ไม่มีค่าพอที่จะได้รับการยอมรับนับถืออีกต่อไป ต้องล้างบางองค์กรนี้ เปลี่ยนแปลงทั้งระบบทันทีที่ประชาชนขับไล่พวกอำมาตย์ทุกระดับ ออกจากการครอบครองประเทศไทยได้สำเร็จ ขอเสนอการจัดการกับขบวนการตุลาการวิบัติดังต่อไปนี้

1. ต้องกำหนดอย่างชัดเจนว่า ตุลาการจะต้องทำการพิจารณาพิพากษาคดี ด้วยอำนาจที่ได้รับมอบจากประชาชนเท่านั้น

2. ให้มีคณะกรรมการตุลาการเป็นผู้บริหารสูงสุดของอำนาจนี้ มาจากการเสนอชื่อของนายกรัฐมนตรี และได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมรัฐสภา

3. ให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองตุลาการ รัฐบาลและรัฐสภาร่วมกันเสนอชื่อ ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา ให้มีอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรองคัดเลือกแต่งตั้งตุลาการ ที่หน่วยงานของอำนาจตุลาการส่งมาให้อนุมัติ รวมทั้งมีอำนาจเรียกตัวตุลาการที่ถูกประชาชนร้องเรียนว่า ประพฤติตนไม่ถูกต้องมาสอบสวนและให้คุณให้โทษได้ด้วย

4. ผู้จะเข้าทำงานในตำแหน่งตุลาการได้ นอกจากต้องมีความรู้และผ่านงานด้านกฎหมายแล้ว ยังต้องพิสูจน์ตนเองได้แจ่มชัดว่า มีทั้งคุณธรรม ความรอบรู้ และความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ

5. ให้ตุลาการมีอำนาจ เฉพาะการวินิจฉัยข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ให้วินิจฉัยในข้อเท็จจริง

6. กำหนดให้ประชาชนทุกคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ต้องเข้ารับหน้าที่เป็นลูกขุน และคณะลูกขุนเท่านั้น ที่มีอำนาจวินิจฉัยในข้อเท็จจริง ไม่ใช่ตุลาการ ฯลฯ

ต้องจัดการทันทีที่ทำได้ จะล้มระบบไล่ออกหมดก็ต้องทำ เพราะสิ่งที่คนพวกนี้กระทำมาหลายครั้งหลายหน แสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่เชื่อถือในระบอบประชาธิปไตย และพลังของประชาชนแม้แต่น้อย

คดีต่าง ๆ มากมายที่ผ่านมา เช่น คดียุบพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน คดีให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะหันหลังออกจากคูหา คดีทำกับข้าวถูกปลดของนายสมัคร ฯลฯ ขบวนการอยุติธรรมได้สร้างความกังขาจากประชาชนมาตลอด ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม ไม่เคารพต่อเสียงเรียกร้องของประชาชนและหลักนิติธรรมสากล ยอมตนเป็นข้ารับใช้ของพวกอมาตยาธิปไตย และเป็นสมุนรับใช้พวกเผด็จการอย่างเปิดเผย

มั่นใจว่า จะได้เห็นระบบยุติธรรมที่เป็นประชาธิปไตย เกิดขึ้นในเมืองไทยเร็ววันนี้

ในหลวงแย้มพระโอษฐ์สดชื่นแจ่มใส เสด็จสวนจิตรลดาปฎิบัติพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์

ที่มา Thai E-News




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 กุมภาพันธ์ 2553

เมื่อเวลา 21.05 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถเข็นไฟฟ้า ลงจากอาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้นที่ 16 โรงพยาบาลศิริราชโดยพระองค์มีสีพระพักตร์ที่สดชื่น แจ่มใสอยู่ในฉลองพระองค์แจ็กเก็ตสีชมพู พระสนับเพลาสีดำ และในพระหัตถ์ขวาทรงถือสายจูง คุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยงซึ่งสวมเสื้อกล้ามสีฟ้าขลิบขาว

ทรงสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิศลาธิเบศร์อดุยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ก่อนเสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนต์พระที่นั่งกลับสู่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ราชวังดุสิต ทั้งนี้พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ และแย้มพระโอษฐ์ทักทายพสกนิกรที่เฝ้ารอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้สร้างความปลื้มปิติแก่พสกรนิกร

การนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รองศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีนิน หัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เข็นรถพระที่นั่งถวายไปยังที่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกโดยทรงนำพวงมาลัยถวายสักการะสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราชบิดา

ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถเข็นไฟฟ้าผ่านตามเส้นทางพระราชดำเนิน มีประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวต่างมารอเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรอรับเสด็จ หลายคนที่ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดต่างมีความปลาบปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้ ต่างพนมมือและก้มกราบพร้อมเปล่งเสียง “ ทรงพระเจริญ ” ดังก้อง

จากนั้นรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีนิน ได้เข็นรถพระที่นั่งผ่านทางลาดด้านอาคาร 100ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์และเสด็จ ฯ ยังศาลาศิริราช 100 ปี เพื่อนำพวงมาลัยถวายราชสักการะพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประทับรถเข็นพระที่นั่งไฟฟ้าและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รองศาสตราจารย์นายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีนิน หัวหน้าสำนักงานศูนย์โรคหัวใจสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เข็นรถพระที่นั่งถวาย ไปยังที่ท่าน้ำศิริราชเพื่อเสด็จฯไปสักการะ พระพุทธเมตตาคุณากร และใช้เวลาช่วงหนึ่งประทับบนรถเข็นพระที่นั่งประทับเพื่อทอดพระเนตรสายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาและทัศนียภาพโดยรอบ กระทั่งเวลา 21.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ประทับรถยนต์พระที่นั่งเพื่อเสด็จฯไปปฎิบัติพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

อย่างไรก็ตาม สำนักพระราชวัง แจ้งว่า สำนักพระราชวังยังคงเปิดให้ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ศาลาศิริราช 100 โรงพยาบาลศิริราชต่อไป

ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน

ที่มา Thai E-News



ความสำเร็จในแวดวงวิชาการ สามารถช่วยให้ก้าวเข้าไปเป็นชนชั้นนำของสังคมไทยได้ หากแต่ บุญสนองได้เลือกทางเดินที่ไม่มีใครเดิน โดยจัดตั้งพรรคสังคมนิยมขึ้น ซึ่งนั่นเหมือนกับการทรยศต่อชนชั้นตัวเอง และด้วยความผิดนี้นี่เองที่ทำให้ บุญสนอง ถูกลอบสังหาร


โดย ดร.ทักษ์ เฉลิมเตียรณ , อิทากะ นิวยอร์ค
27 กุมภาพันธ์ 2553

ภายหลังจากการลอบสังหาร บุญสนอง บุณโยทยาน เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ ได้ไม่นาน เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเขาคือ คาร์ล ทรอกกี (Carl Trocki) ได้เขียนคําไว้อาลัยที่ลึกซึ้งและกินใจไว้ในวารสาร Bulletin of Concerned Asian Scholars (Vol.9, 1977) ที่ครอบคลุมความเป็นนักวิชาการ นักกิจกรรม และนักการเมืองผู้มีอุดมคติ ของ บุญสนอง บุณโยทยาน

รวมทั้งได้รวมคำสัมภาษณ์ของ นอร์แมน พีแกม แห่งวารสารฟาร์อิสเทอร์นอิคอนอมิครีวิว ทั้งคำสัมภาษณ์และบทความของ คาร์ล ทรอกกี ได้ยืนยันถึงความยอดเยี่ยมทางวิชาการของบุญสนอง แต่ที่สำคัญคือได้แสดงให้เห็นถึง การมีปฏิภาณอันเฉียบแหลม ไม่หวาดหวั่น มีความเป็นมนุษย์ และมีจิตใจที่เป็นธรรม

บทความนั้นแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในแวดวงวิชาการที่สามารถช่วยให้ก้าวเข้าไปเป็นชนชั้นนำของสังคมไทยได้ หากแต่ บุญสนองได้เลือกทางเดินที่ไม่มีใครเดิน โดยจัดตั้งพรรคสังคมนิยมขึ้น ซึ่งนั่นเหมือนกับการทรยศต่อชนชั้นตัวเอง และด้วยความผิดนี้นี่เองที่ทำให้ บุญสนอง ถูกลอบสังหาร

การสังหาร บุญสนอง อย่างเหี้ยมโหดนั้นเป็นการกระทำที่มุ่งหวังจะสั่งสอน

ทั้งนักศึกษา อาจารย์ และปัญญาชนที่ก้าวหน้าให้รู้ว่าพวกเขาไม่ควรจะกระทำการทรยศต่ออำนาจผูกขาดของชนชั้นนำ ขุนนางและพลพรรคที่เป็นนายทุน

แม้เวลาจะผ่านไปแล้ว ๓๔ ปี แต่สภาพความเหลื่อมล้ำทางสังคมเศรษฐกิจที่มองด้วยแนวทางการเมืองของ บุญสนอง แทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปสักกี่มากน้อย รอยร้าวและความแตกแยกในสังคมยิ่งทวีความเลวร้ายมากขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมืองที่หาข้อยุติได้ยากในบรรดากลุ่มหรือชนชั้นต่างๆ ในสังคม

การหวนรำลึกถึง บุญสนอง ในวันนี้อาจทำให้เราทบทวนและพิจารณาถึงความมีปัญญาของ บุญสนอง ที่จะนำไปสู่การคิดด้วยการตั้งคำถาม “ถ้า...อย่างนั้น ถ้า...อย่างนี้” ที่จะช่วยเสนอเป็นแนวทางที่จะนำสังคมไทยหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ได้

ความเรียงอย่างสั้นนี้ต้องการจะหวนรำลึกถึงชีวิตของ บุญสนอง ที่พึงจะจดจําเขาในฐานะที่เป็นบุคคลหนึ่ง เป็นพ่อ เป็นสามี และเป็นเพื่อน

ข้าพเจ้าต่างจากคนอื่นที่สนิทกับบุญสนองเป็นอย่างดีมานาน ตรงที่ข้าพเจ้าได้รู้จักบุญสนองเพียงชั่วเวลาไม่กี่ปี (๒๕๑๑-๒๕๑๙)

ในยามที่เราทั้งสองยังเป็นหนุ่ม และทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าดูสดใส น่ายินดี มีโอกาส และมีความหวัง เมื่อข้าพเจ้าไปถึงมหาวิทยาลัยคอร์แนลเพื่อศึกษาต่อปริญญาเอกในปี๒๕๑๑ นั้น บุญสนอง อยู่ที่นั่นแล้วเช่นเดียวกับนักศึกษาไทยอีกหลายคนที่มาศึกษาต่อก่อนหน้า

ผู้ที่อาวุโสกว่าได้จัดงานพบปะสังสันท์ให้กับนักศึกษาใหม่อย่างข้าพเจ้า พวกเราส่วนใหญ่ที่มาถึงในปีนั้นหรือเวลาใกล้เคียง (เช่น ฉลาดชาย รมิตานนท์, ยุพา คลังสุวรรณ, บัณฑร อ่อนดำ, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ปรานี วงษ์เทศ) ต่างก็ทึ่งในความสำเร็จของรุ่นพี่อย่าง บุญสนอง บุณโยทยาน ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ วารินทร์ วงศ์หาญเชาวน์ และปราโมทย์ นาครทรรพ

ซึ่งกลุ่มหลังนี้มักจะเป็นผู้สร้างบรรยากาศและคิดหัวข้อการสนทนาในวงเสวนาที่ทำกันเป็นประจำที่หอพักเมเปิลวูดส์ ย่านชานเมืองมหาวิทยาลัยที่วารินทร์พำนักอยู่

เวลานั้นเป็นยุคทศวรรษ ๖๐ และ ๗๐ (1960-1970) ซึ่งคนหนุ่มสาวพากันตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจ และให้ความสนใจกับเรื่อง ความยุติธรรม ความเท่าเทียมกัน ประชาธิปไตย การต่อสู้ทางชนชั้น และลัทธิทหาร เป็นต้น

สงครามเวียดนามถึงจุดสูงสุดและประเทศไทยก็เข้าไปพัวพันอย่างลึกซึ้งกับสงครามของอเมริกา นักศึกษาไทยในคอร์แนลไม่พอใจกับการเข้าร่วมสงครามของไทย โดยเฉพาะการใช้ฐานทัพในประเทศไทยในการทิ้งระเบิดเวียดนาม ลาวและกัมพูชา หลายคนได้เข้าร่วมกับขบวนการต่อต้านสงครามทั้งในมหาวิทยาลัยและที่อื่นๆ

เรามีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทยถ้าหากอเมริกาต้องถอนตัวออกจากภูมิภาคนี้ พวกเราที่เข้าร่วม” การสัมมนา” ประจำสัปดาห์ที่หอพักของวารินทร์เห็นพ้องต้องกันว่าเผด็จการถนอม-ประภาสต้องรับผิดชอบต่อการนำประเทศไปสู่หนทางอันตรายโดยยืนข้างอเมริกา และประเทศไทยต้องขจัดเผด็จการทหารออกไป

เราพูดคุยถึงสิ่งที่พอจะทำได้และควรจะทำเพื่อให้ประเทศดีขึ้นหลังจากเราจบการศึกษาและกลับไป

ทำงานในประเทศไทยแล้ว เราพูดคุยถึงเรื่องการเมือง การปฏิรูป มหาวิทยาลัย การจัดตั้งสถาบันวิจัยที่เป็นอิสระ การเขียนบทความการเมืองและสังคมลงตีพิมพ์ในวารสาร และอื่นๆ

เมื่อใดก็ตามที่บุญสนองอยู่ด้วยเขาจะเป็นจุดเด่นของวงเสวนาด้วยเสียงอันดังและการโต้แย้งอย่างมีน้ำหนัก ทำให้คนอื่นต้องเป็นฝ่ายฟังเป็นส่วนใหญ่ ข้าพเจ้ายอมรับว่าสิ่งที่พูดคุยในวงเสวนานี้ตรงกับใจข้าพเจ้าและยิ่งชื่นชอบมากขึ้น เมื่อผนวกกับการจิบไวน์มาเทรียสอย่างไม่อั้น

เราแน่ใจว่าการประชุมของเราเป็นเรื่องสำคัญและเราเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง และเราไม่ธรรมดาเพราะเราดื่มไวน์ ส่วนพวกเราจะมีคุณูปการต่อสังคมไทยมากน้อยแค่ไหนให้เป็นเรื่องที่ผู้อื่นจะตัดสินเอง ข้าพเจ้าเพียงต้องการจะระลึกถึงเพื่อนของข้าพเจ้า บุญสนอง บุณโยทยาน


นักศึกษาปริญญาโทและเอกไทยในเวลานั้นส่วนใหญ่มีครอบครัวแล้ว และหลายคนมีลูกเล็กด้วย บุญสนองและพี่ทัศนีย์มีลูกสาวชื่อ ‘กุ๊กไก่’ ซึ่งมีอายุไล่เลี่ยกับ ‘ทวน’ ลูกของเรา ข้าพเจ้ามักจะพบถ้าไม่บุญสนองก็พี่ทัศนีย์เมื่อเราไปส่งลูกที่สถานรับเลี้ยงเด็ก จำได้ว่าเจ้าของบ้านที่เปิดเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กย่านกลางเมืองเป็นหญิงผิวดำใจดีซึ่งทุกคนเรียกเธอว่า ‘คุณยายคันนิ่งแฮม’

บุญสนองกับข้าพเจ้ามักจะได้สนทนากันสั้นๆ เกือบทุกเช้าที่บ้านของมาม่าคันนิ่งแฮม ในระหว่างที่บุญสนองพยายามหว่านล้อมกุ๊กไก่ให้เลิกกอดขาพ่อแล้วไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ซึ่งต่างจากทวนซึ่งไม่เคยรีรอที่จะไปเล่นกับเพื่อนๆ ในบ้านคุณยายคันนิ่งแฮม แต่กุ๊กไก่ไม่อาจทำใจที่จะแยกจากพ่อแม่ของเธอ

ข้าพเจ้ายังจำได้อีกว่า บุญสนอง ชอบที่จะแหย่และยั่วเพื่อนผู้มาใหม่

เหตุการณ์หนึ่งที่ข้าพเจ้าจำได้ดีเมื่อปลายทศวรรษที่ ๗๐ บุญสนอง ชวนข้าพเจ้านั่งรถไปกับเขาเพื่อร่วมงานสังสันทน์กับนักศึกษาไทยที่มหาวิทยาลัยซีราคิวส์ซึ่งอยู่ห่างไปทางเหนือของอิทะกะ ๖๐ ไมล์ อาจารย์เจริญ คันธวงศ์เป็นประธานสมาคมนักเรียนไทยในซีราคิวส์ บุญสนองยังได้ชวนนักศึกษาที่เพิ่งมาใหม่อีกคนคือ อานันท์ กาญจนพันธ์ ซึ่งเพิ่งมาถึงคอร์แนล เพื่อศึกษาวิชาประวัติศาสตร์

บุญสนอง ใช้เวลาทั่งชั่วโมงตลอดการเดินทางเพื่อ “ อัด” อานันท์ผู้น่าสงสารเรื่องคุณค่าของวิชาประวัติศาสตร์ เขายืนยันว่ามีการเขียนประวัติศาสตร์ไทยไว้มากมายเพียงพอแล้วทั้งโดยนักวิชาการไทยและต่างประเทศ “ จะมีอะไรเหลือให้ศึกษาอีก” เขาถามพร้อมกับขยิบตา อานันท์ผู้ไม่เคยจนแต้มมาก่อนกล่าวตอบโต้อย่างเผ็ดร้อนถึงคุณค่าอันน่าสงสัยของวิชาสังคมวิทยาและสังคมศาสตร์อื่นๆ เขาย้อนถามว่า “ แล้วทฤษฎีนามธรรมมันดียังไง”

นั่นเป็นช่วงก่อนที่อานันท์จะเลิกเรียนประวัติศาสตร์ แล้วหันไปศึกษามานุษยวิทยาในอีกหลายปีต่อมา ข้าพเจ้าได้แต่นั่งฟังอย่างมีความ
สุขกับการโต้เถียงกันนี้ บุญสนองเองก็สนุกสนานกับการโต้เถียงนี้ แต่อานันท์คงไม่ค่อยจะสนุกเท่าไหร่นัก


ข้าพเจ้าได้ติดต่อกับบุญสนองครั้งสุดท้ายที่คอร์แนลเมื่อเราทราบว่าเขาได้รับเลือกให้ไปทำวิจัยรับเชิญที่มหาวิทยาลัยฮาวาย สมัยนั้นมิใช่เรื่องง่ายที่นักศึกษาไทยจะได้รับงานที่มีเกียรติเช่นนั้น พวกเราภูมิใจในตัวบุญสนองมาก แต่ลึกๆแล้ว หลายคนคงรู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง อย่างไรก็ดีบุญสนองได้ชี้ให้เราเห็นหนทางที่จะสร้างชื่อเสียงในวงวิชาการระหว่างประเทศเช่นเดียวกับเขา ข้าพเจ้าจำได้ว่าพวกเรายังเรียกตำแหน่งใหม่เขาอย่างล้อเล่นว่า “นักวิจัยรับเชิญ” (Visiting Fellow)

จากการที่ได้งานใหม่นี้ บุญสนองต้องจากอิทากะไปก่อนที่หอพักของเขาจะหมดเวลาเช่า เป็นโชคดีที่ข้าพเจ้าก็กำลังหาที่พักใหม่ภายในมหาวิทยาลัยเช่นกันจึงได้เข้าไปอยู่ต่อแทน สมัยนั้นหอพักฮาสบรูกถูกออกแบบให้สำหรับนักศึกษาปริญญาโทและเอกที่มีครอบครัวแล้ว โดยเฉพาะผู้มีที่มีลูก แต่ทุกวันนี้หอพักเหล่านี้ได้เปิดกว้างสำหรับนักศึกษาทุกคนอันเป็นผลจากกฎหมายห้ามการแบ่งแยก

เมื่อ บุญสนอง และพี่ทัศนีย์ได้ย้ายออกไป ได้ทิ้งเครื่องครัวและจานเมลามีนหลายชิ้นและชามอีกหนึ่งใบไว้ เชื่อหรือไม่ว่า ผ่านมา ๔๐ ปีแล้วข้าพเจ้าก็ยังมีจานเมลามีนและชามใบนั้นอยู่ ของเหล่านี้ได้ติดตามข้าพเจ้าไปหลายที่ที่ข้าพเจ้าย้ายไป น่าอัศจรรย์ที่จานชามนี้ได้กลับมาอยู่ที่อิทากะ นิวยอร์ค อีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้ายังคงใช้จานชามเหล่านี้อยู่เป็นประจำ แม้มีรอยบิ่นขีดข่วนแต่ก็ยังใช้การได้


บุญสนองโปรดปรานการพูดคุยสนทนาที่ออกรสออกชาด ชอบการสมาคม เป็นคนที่พูดคุยด้วยได้ง่าย และหามิตรใหม่ได้เสมอ และเขามักจะได้เพื่อนแบบที่ดูจะ ‘เหลือเชื่อ’

หลังจากกลับมาทำวิจัยเพื่อทำวิทยานิพนธ์ในไทยได้ปีหนึ่งข้าพเจ้าก็เดินทางกลับไปอิทากะโดยผ่านทางฮาวายเมื่อปี ๒๕๑๕ ขณะนั้นบุญสนองได้กลับไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว โฮโนลูลูเป็นด่านแรกของการเข้าสู่ประเทศอเมริกา การเดินทางเที่ยวนั้นข้าพเจ้าต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรที่สนามบิน ข้าพเจ้าเป็นกังวลที่จะต้องผ่านด่านตรวจ เพราะในบรรดาข้าวของของข้าพเจ้ามีหม้อดินเผาสังคโลกที่ซื้อไว้ตอนไปเที่ยวสุโขทัย ที่แม้ของชิ้นนี้จะเล็กและไม่มีค่าอะไร แต่ข้าพเจ้าก็ยังกลัวว่าจะโดนริบหรือเก็บอากรขาเข้าในอัตราที่สูง

หลังจากกวาดตามองช่องทางผ่านด่านต่างๆแล้ว ข้าพเจ้าก็เลือกเอาช่องที่มีเจ้าหน้าที่ผิวดำประจำอยู่ โดยหวังว่าเขาจะให้ความเห็นใจต่อบุคคลที่เป็นชนกลุ่มน้อยเช่นกัน

เจ้าหน้าที่คนนี้ร่างใหญ่ราวกับหมีสูงกว่าหกฟุตสี่นิ้วและหนักประมาณสามร้อยปอนด์ ข้าพเจ้าคิดผิด เจ้าหน้าที่บอกให้เปิดกระเป๋าและตรวจดูของทุกชิ้น เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับข้าพเจ้า แต่อาจจะเป็นเพราะได้ข่าวมาว่าจะมีการขนยาเสพติดมาจากดอนเมือง เจ้าหน้าที่จึงได้รับคำสั่งให้เปิดกระเป๋าตรวจทุกใบที่น่าสงสัยที่มาจากประเทศไทย หนวดเคราและผมเผ้ายาวของข้าพเจ้าอาจเป็นสาเหตุให้ถูกตรวจค้น ไม่ว่าจะอย่างไร ชายร่างใหญ่ผิวดำนี้ตะคอกถามถึงหม้อดินเผาสังคโลก ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้อธิบายว่าคืออะไร และกำลังจะรับสารภาพว่า ข้าพเจ้าไม่ทราบว่านี่เป็นของหนีภาษีหรือไม่

แต่เจ้าหน้าคนนั้นก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า วัตถุโบราณนี้สามารถนำเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องเสียภาษี แล้วในทันใดเขาก็ถามข้าพเจ้าด้วยภาษาไทยอันชัดเจนว่า “คุณรู้จักบุญสนองหรือเปล่า”

ลองนึกถึงสีหน้าประหลาดใจของข้าพเจ้าในตอนนั้น ข้าพเจ้านิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ชายที่ดูน่ากลัวนี้หัวเราะออกมาดังลั่นบอกว่า คุณต้องรู้จักบุญสนองแน่เพราะอยู่คอร์แนล หลังจากรวบรวมสมาธิได้ข้าพเจ้าก็พูดคุยอย่างสนุกสนานกับเขา ถึงชีวิตทหารช่วงสงครามเวียดนาม และเป็นมาอย่างไรจึงได้รู้จักบุญสนองในฮาวายจนกลายเป็นเพื่อนกัน แย่หน่อยที่ข้าพเจ้าได้ลืมชื่อเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไปเสียแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงจะมีเรื่องเล่ามากมายมาเล่าให้ฟัง


หลังจากที่ข้าพเจ้ากลับไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว บุญสนองจะแวะแวียนมาหาที่คณะรัฐศาสตร์อยู่เนืองๆ เพื่อรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่โรงอาหารของคณะ ขณะนั้นเขาได้ตัดสินใจที่จะลงสู่เวทีการเมืองแล้ว

เขาไม่ได้มาคุยเรื่องการเมือง เพียงแต่จะได้มาเจอกันไม่ห่างหายไปเท่านั้น ส่วนมากเขาจะออกมาจากห้องทํงาานที่คณะรัฐศาสตร์ของปราโมทย์ นาครทรรพ ทั้งบุญสนอและปราโมทย์เป็นเพื่อนเรียนมาด้วยกันตั้งแต่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ทั้งคู่ตัดสินใจทิ้งงานวิชาการเพื่อเข้าสู่การเมือง

ข้าพเจ้าก็เช่นเดียวกับเพื่อนอีกหลายคน ที่ประหลาดใจกับความมุ่งมั่นต่อภารกิจเพื่อมวลชนของบุญสนองที่จะจัดตั้ง และนำพาพรรคสังคมนิยมในประเทศที่อนุรักษ์นิยมอย่างยิ่งเช่นประเทศไทย

เราทุกคนทราบดีถึงอันตรายแต่บุญสนองยืนยันว่า เขาไม่หวาดหวั่นและมีปืนพกติดตัวไว้ป้องกันตัว พวกเราเป็นห่วงกังวลความปลอดภัยของเขาแต่ก็นับถือความมุ่งมั่นและการอุทิศตัวของเขา

การลอบสังหารเขาในเวลาต่อมานำความเศร้าโศกเสียใจมายังพวกเราทุกคน แม้จะมีผลทำให้พวกเราเศร้าหมองแต่ก็ยิ่งเพิ่มความมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งในขบวนเหยียดยาวของเพื่อนฝูง ผู้นิยมชมชอบ และนิสิตนักศึกษาที่ไปร่วมพิธีศพ

ความตายของบุญสนองให้บทเรียนสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เราอาจจะไม่มีความกล้าหาญหรือกล้าเผชิญอย่างบุญสนอง แต่เราก็สามารถทำสิ่งเล็กๆ ตามความเชื่อที่เรายึดมั่นได้ พวกเราหลายคนพยายามจะทำอะไรที่มีความหมาย มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมและการเมืองภายในระบบราชการ ข้าพเจ้าก็ทำเช่นนั้นแต่เพียงชั่วเวลาสั้นๆ ประสบการณ์นั้นสร้างความผิดหวังให้กับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงเลือกทางออกที่ง่ายๆ โดยตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตการทำงานที่เหลือในสถาบันการศึกษาที่มีบรรยากาศที่ปลอดภัย

ข้าพเจ้าลาออกจากงานที่ธรรมศาสตร์และรัฐบาลเปรม แล้วกลับไปที่คอร์แนลเพื่อสอนนักศึกษาให้รู้จักมีศรัทธาความเชื่อมั่นและการค้นหาความจริง ความเชื่อมั่นที่มีต่อความยุติธรรมในสังคมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่บุญสนองให้แรงบันดาลใจกับข้าพเจ้านี้ ได้ถูกย้ำเตือนปลูกขึ้นใหม่ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าหยิบจานเมลามีนและชามใบนั้นที่บุญสนองทิ้งไว้ให้

หลายปีผ่านไปข้าพเจ้ายังนึกถึงรอยยิ้มและเสียงอันดังกังวานของเขา
*******************

"กลุ่มนักคิดนักเขียนเพื่อชีวิตและสังคม" ขอเชิญร่วมงาน "ปลุกชีวิต บุญสนอง บุณโยทยาน ตื่นตระหง่านเดินสู่สังคมนิยม"

เพื่อรำลึกถึงการครบรอบ 34 ปีของการสูญเสียดร.บุญสนองบุณโยทยาน

ร่วมรำลึกโดยผู้ร่วมอุดมการณ์

-จรัล ดิษฐาอภิชัย
-วัฒน์ วัลยางกูร
และ ทองธัช เทพารักษ์

หลังจากนั้น เชิญฟังการพูดคุยในหัวข้อ "บุญสนอง บุณโยทยาน อยู่ตรงไหนในใจนักคิดนักเขียนไทยร่วมสมัย"

โดย ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ และ คำ ผกา
ดำเนินรายการโดย วาด รวี

ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 13.00-17.00 น.

แม่นไหมไม่ทราบ ประจำวันที่ 27 ก.พ. – 5 มี.ค. 53

ที่มา ประชาไท


โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์


เช้านี้ป้านึ้งกับน้าตังออกมานั่งเก้าอี้อาบแดดตามปกติ


น้องอองก็นั่งมั่ง


อ้าว พี่โด้ก็นั่งด้วย


แต่น้องอองว่านะ...



พี่โด้อย่าเพิ่งหลับดีกว่า (จุ๊บเอาใจไปก่อน)


ไม่อยากฟังน้องอองเหรอ (พี่โด้ทำหน้าเซ็ง)


นอกจากเซ็งแล้วพี่โด้ก็คิด...


เด็กนี่ไม่ละความพยายาม (อ้อมมาอีกทาง)


หนูชักมีน้ำโหแล้วนะพี่โด้ (ว่าแล้วเชียว)


มานี่ๆ พี่โด้จะบอกอะไรให้ (กระซิบว่า ขอเวลาส่วนตัวหน่อยเถอะน้อง)


ตรอมใจ...น้องอองตรอมใจ (ต้องหลบไปขึ้นเตียง เขี่ยหัวใจให้หล่นลง)


ราศีเมษ Aries (13 เมย.-13 พค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ King of Pentacles การเงินที่มั่งคั่ง การจัดการเรื่องทรัพย์สิน หรือทำงานร่วมกับคนที่มีฐานะ เก่งด้านเศรษฐกิจ-การเงิน ต้องบริหารของมีมูลค่าในมือ
ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Swords มีเรื่องให้คุณขุ่นเคืองใจ ระหว่างคู่รักมีข้อทะเลาะเบาะแว้ง ระมัดระวังการใช้อารมณ์ต่อกันให้มากค่ะ
สถานการณ์การเงิน The Tower ค่ะ เรื่องพลิกล็อค การเสียทรัพย์โดยไม่คาดฝัน ปัญหาที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เหตุที่ชวนตกใจ
ธุรกิจ การงาน The Empress ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง การเป็นเจ้าของครอบครองอาณาจักร ความมั่งคงทางวัตถุ หมายถึงการงานที่ยั่งยืน ผลตอบแทนดี กรณีมีผู้หญิงเป็นนายใหญ่จะได้รับการอุปถัมภ์
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Chariot การขับเคี่ยวอย่างหนักเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่ไปผิดทาง

คำแนะนำพิเศษ Justice ความยุติธรรมมีอยู่จริง และคุณจะได้รับมันตามข้อเท็จจริงสิ่งสมควร หากมีปัญหาด้านเอกสารหรือเรื่องทางกฎหมายใดๆให้ใช้ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง

ราศีพฤษภ Taurus (14 พค.-13 มิย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Queen of Swords การยืนหยัดปกป้องสิทธิของตนเอง การต้านรับอุปสรรคอย่างเข้มแข็ง บางคนแสดงถึงความแข็งแกร่งภายในจิตใจไม่ว่าจะเจอเรื่องลำบากแค่ไหน
ความรัก ความสัมพันธ์ The Devil อาจมีความสัมพันธ์เร้นลับซับซ้อน ผูกพันธนาการกับคนที่มีคู่แล้ว ไปเป็นมือที่สาม หรือมีมือที่สามที่มองไม่เห็นเข้ามาเสียเอง บ้างแอบรักใครสักคนสุดจะห้ามใจ
สถานการณ์การเงิน The Star ราบรื่นสมหวังค่ะ สิ่งที่ฝันใฝ่จะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หากเจ็บไข้ได้ป่วยจะมีเงินรักษาเยียวยา เดือดร้อนขาดแคลนเพื่อนฝูงจะยื่นมือมาช่วย
ธุรกิจ การงาน Knight of Swords ต้องเหนื่อยกับการต้องโถมไปข้างหน้า ออกเหงื่อออกแรงไม่เท่าไหร่ ที่ต้องฝ่าฟันกับกำหนดเวลานี่สิ ดูท่าจะมีงานบางอย่างเรียกร้องให้คุณต้องพุ่งไปให้เร็วที่สุด
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น King of Cups หากเป็นบุคคลมักหมายถึงคนมีอายุ หรือมีประสบการณ์ชำนาญเรื่องรัก มีศิลปะจูงใจสูงแต่อารมณ์ไม่แน่นอน ด้านสถานการณ์คือสิ่งที่ดูเหมือนสวยงามแต่ก็หาความยั่งยืนไม่ได้

คำแนะนำพิเศษ Knight of Cups ไพ่ใบสุดท้ายบอกคุณว่า รักหรือความสัมพันธ์ในรูปแบบใดก็ตามไม่ใช่ปัญหา ถ้าหากคุณมีความสุขกับมัน

ราศีเมถุน Gemini (14 มิย.-14 กค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Strength ความเข้มแข็ง พลังในตัวเอง การต่อสู้ฟาดฟันกับอุปสรรคต่างๆ อย่างแข็งแกร่ง ชิงลงมือจัดการก่อน ตลอดจนการเข้าปะทะผู้คนหรือสถานการณ์แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ความรัก ความสัมพันธ์ Page of Pentacles ในคู่รักมีผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นแรงจูงใจบางประการ ในคนโสดมองหาช่องทางทำมาหาเงินดีกว่า
สถานการณ์การเงิน Death รายได้บางส่วนอาจสิ้นสุดลง หรือมีเหตุให้เสียเงินก้อนใหญ่ ใช้จ่ายเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพหรือการสูญเสีย ต้องใช้เงินเข้าแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ
ธุรกิจ การงาน Queen of Wands แต่งานคุณเด่นค่ะ จัดการสิ่งต่างๆ ได้ดี มีประสิทธิภาพ ได้รับความไว้วางใจ ได้คำชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายหรือลูกน้องก็มีผลงานโดดเด่น
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Judgement คำประกาศที่ไม่ได้เป็นผลดีกับคุณ


คำแนะนำพิเศษ
Page of Wands หากคุณกำลังสนใจกิจกรรมใหม่ๆ งานอดิเรก การเรียนการศึกษา การกลับไปเป็นเด็กโข่งอีกครั้ง จะนำคุณไปสู่ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีมาก

ราศีกรกฎ Cancer (15 กค.-16 สค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Nine of Cups สิ่งที่ซ่อนเร้นในใจ ความรักความสัมพันธ์ที่ไม่เปิดเผย เรื่องทุกข์สุขที่เก็บงำตามลำพัง บางคนใฝ่ฝันถึงความสุขกับรักสวยงาม แต่ก็ไปไม่ถึงบันไดขั้นสุดท้าย
ความรัก ความสัมพันธ์ Ace of Swords ในคู่รักมักมีเรื่องต้องตัดสินใจเด็ดขาด หากทะเลาะเบาะแว้งกันก็ไม่มีใครยอมใคร ปัญหาหลักจะมาจากเรื่องความเป็นตัวตนของคนๆ นั้น ในคนโสดฟันฝ่าปัญหาต่างๆ ก็เหนื่อยแล้ว
สถานการณ์การเงิน Five of Pentacles ระวังปัญหาด้านการเงินไว้บ้างค่ะ รายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เสียสุขภาพจิต มีความกังวล รู้สึกตัวเองขาดแคลน ในข้อหลังนี้บางทีอาจเป็นแค่ “ความรู้สึก” ก็ได้
ธุรกิจ การงาน The World ข่าวดีค่ะ หมายถึงบรรยากาศดีๆ การต่ออายุสัญญางาน การจบงานเก่าแล้วก็เริ่มโครงการต่อไปทันที มีความสุขกับบรรยากาศแวดล้อม มีคุณภาพชีวิตที่ดี
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Pentacles การเงินใหม่ๆ ไม่ว่ารับหรือจ่ายระวังให้มาก


คำแนะนำพิเศษ
Eight of Wands จะมีงานที่ต่อยอดจากของเดิม ได้ใช้ประสบการณ์หรือทักษะเพิ่มประสิทธิภาพ คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวจะมีข่าวดี ได้ขยับขยายงานออกไปอีก

ราศีสิงห์ Leo (17 สค.-16 กย.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Two of Swords ระวังปัญหาด้านการสื่อสารให้มาก รวมถึงช่องทางการสื่อสารขัดข้อง คำพูดเป็นบ่อเกิดของความยุ่งยากเล็กๆ น้อยๆ อาจได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ การตัดสินใจไม่ค่อยดีนัก
ความรัก ความสัมพันธ์ Nine of Swords มีเรื่องให้กลุ้ม ความสัมพันธ์ไม่ราบรื่น หรือได้คู่รักคู่สัมพันธ์ที่มองโลกในแง่ลบ จิตตกง่าย มีความเศร้าเป็นเจ้าเรือน อยู่ด้วยกันแล้วหดหู่เป็นพักๆ ส่วนคนโสดก็ยังมีแนวโน้มอกหัก (เอ๊ะ ยังไง)
สถานการณ์การเงิน Queen of Cups มีความสุขค่ะ มักได้รับความสะดวกสบาย ได้ผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร บางคนทำงานหรือทำกิจกรรมที่ได้ความสุขทางใจมากกว่าเป็นตัวเงิน
ธุรกิจ การงาน Six of Cups คุณอาจได้โชคลาภหรือได้งานดีๆ จากเพื่อนเก่า บุคคลที่รู้จักกันมานาน หรือมีความสัมพันธ์พิเศษมาแต่ครั้งอดีต บางคนแสดงถึงการกลับไปทำงานที่เก่า อย่างน้อยๆ ก็ได้ทำในสิ่งที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Wands ปัญหาหน้างานที่มีให้คุณแก้ไขอยู่เรื่อยๆ

คำแนะนำพิเศษ Seven of Pentacles สิ่งที่เคยเหน็ดเหนื่อยมาจะผลิดอกออกผลให้คุณชื่นใจ แต่ความสำเร็จยังไม่ได้มีแค่นี้ คุณจะก้าวไปได้อีกมาก ขอเพียงอย่าท้อ หมายเหตุว่าไพ่ใบนี้เกี่ยวกับสิ่งดีๆ ที่จะได้รับต่อเมื่อเหนื่อยสุดๆ มาแล้ว


ราศีกันย์ Virgo (17 กย.-16 ตค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Knight of Wands การเร่งรุดไปสู่เป้าหมาย ช่วงเวลาตื่นตัวกระฉับกระเฉง การกระโจนสู่สนามรบข้างหน้า มีความกระตือรือร้น อยากเดินทางหรือมีการเดินทางเกิดขึ้น
ความรัก ความสัมพันธ์ Two of Pentacles ต้องปรับตัวปรับใจกันอยู่ทุกขณะ ในคู่รักอาจมีปัญหาทางการเงินร่วมกัน หรือการจัดสรรเวลายังไม่ค่อยลงตัว เป็นไพ่ของการพลิกแพลงเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขัน
สถานการณ์การเงิน The Sun โอ้โห ยินดีด้วยค่ะ ไพ่การเงินเด่นขนาดนี้ มีแววจะได้ทรัพย์รับเงิน ได้โชคลาภ เกียรติยศชื่อเสียง สมหวังในสิ่งปรารถนา บ้างได้ของประดับมีราคา
ธุรกิจ การงาน Wheel of Fortune เรียกแบบบ้านๆ ว่า ดวงกำลังขึ้นค่ะ จะมีรายได้งาม ได้จังหวะตักตวงผลประโยชน์ต่างๆ หากค้าขายหรือทำธุรกิจ จะเป็นช่วงทำมาค้าขึ้น
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Four of Wands รากฐานที่ดี นำมาซึ่งโครงสร้างที่ดี ดูแลอย่าให้ส่วนสำคัญเกิดข้อบกพร่อง

คำแนะนำพิเศษ Ace of Cups ไพ่ของความสุข ความสะดวกสบาย ความสมบูรณ์พร้อม การขึ้นบ้านใหม่ มีรักที่ดื่มด่ำ ได้ความสดชื่นจิตใจฟ่องฟู ฯลฯ กล่าวโดยรวมๆ คุณจะได้รับสิ่งดีๆ อย่ากังวลใจไปเลย

ราศีตุลย์ Libra (17 ตค.-15 พย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Temperance การโยกย้ายเปลี่ยนแปลงแผนงาน การจัดสมดุลให้กับชีวิตด้านต่างๆ การใช้เงินตามความจริง ใช้จ่ายอย่างมีสติ ตลอดจนการยืดหยุ่นเพื่อยืนหยัดให้ได้
ความรัก ความสัมพันธ์ Three of Cups มีเรื่องยินดีค่ะ ในคู่รักอาจได้สรวญเสเฮฮา เปิดตัวกับเพื่อนฝูง พาแฟนไปให้เพื่อนรู้จัก แนะนำกับครอบครัว ฯลฯ ส่วนคนโสดก็สุขเหมือนกัน ยังไงๆ ก็ไม่ขาดเพื่อน
สถานการณ์การเงิน Ten of Pentacles ข่าวดีอีกค่ะ จะได้ทรัพย์รับเงิน หรือครอบครัวหยิบยื่นโอกาสและโชคลาภให้ ค่าใช้จ่ายในบ้านเรือนจะเป็นไปเพื่อความสะดวกสบาย ได้ใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคคลอันเป็นที่รัก
ธุรกิจ การงาน Six of Pentacles หากต้องการความช่วยเหลือคุณจะได้รับ มีปัญหาใดๆ ก็จะมีผู้ยื่นมือมาช่วยเหลือค่ะ หากต้องกู้เงิน ขอเครดิต จะผ่านโดยราบรื่น
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Seven of Swords มีลับลวงพรางเรื่องใด ระวังความลับแตก

คำแนะนำพิเศษ Page of Cups จิตใจที่ละเอียดอ่อนจะพาคุณไปสู่ความงาม


ราศีพิจิก Scorpio (16 พย.-15 ธค.)

เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Eight of Pentacles ได้ทรัพย์รับเงินเช่นกันค่ะ จะได้เงินจากงานฝีมือ ทักษะพิเศษเฉพาะตัว ยิ่งขยันก็ยิ่งรายได้มาก เป็นไพ่ของการฝึกฝนพัฒนาตนด้วยนะคะ กับค่าตอบแทนที่มากับความมุ่งมั่น
ความรัก ความสัมพันธ์ Knight of Pentacles คู่รักคู่ครองจะนำโชคลาภมาให้ หรือมีการลงทุน การทำธุรกิจ มีเป้าหมายทางการเงินในอนาคตร่วมกัน อย่างไรก็ดีไพ่ใบนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในความสัมพันธ์ด้วย หากคบหาคนใหม่ๆ ดูกันนานๆ
สถานการณ์การเงิน Three of Wands คุณจะมีรายได้จากใหม่ๆ หรืองานเดิมที่ขยายแวดวงออกไปอีก สายสัมพันธ์ใหม่ๆ จะนำโชคลาภมาให้ด้วยนะ
ธุรกิจ การงาน Queen of Pentacles การเงินคุณขึ้นเรื่องงาน ส่วนการงานคุณขึ้นเรื่องเงิน แต่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกัน คุณอาจกำลังร่วมงานกับบุคคลที่มีฐานะ หรือมีอำนาจทางการเงิน เป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือคุณได้ดี มีโอกาสงามๆ ให้คุณ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Ace of Wands งานใหม่ๆ อะไรก็ตาม อย่าเพิ่งเล็งผลเลิศเกินไป

คำแนะนำพิเศษ Two of Cups สดชื่น สมหวัง ได้รับในสิ่งที่ทำให้จิตใจเบิกบาน คนโสดจะได้คู่ คนมีคู่จะได้ฮันนิมูน

ราศีธนู Sagittarius (16 ธค.-13 มค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Ten of Cups ความสุขในครอบครัว ความสมบูรณ์พูนสุข ช่วงเวลาดีๆ ของคู่รักคู่ครอง บ้างมีแผนการเกี่ยวกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัย
ความรัก ความสัมพันธ์ The High Priestess ดูเหมือนความสัมพันธ์จะซับซ้อน เปราะบาง หรือมีบางอย่างยากแก่การทำความเข้าใจ ในคู่รักบางคนเจอคนมีโลกส่วนตัวสูงมากๆ
สถานการณ์การเงิน The Magician ไพ่ของการเล่นแร่แปรธาตุ การค้าขาย ความรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผลตอบแทนจากสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะทำเป็นมาก่อน ได้ตังค์แน่นอนค่ะ
ธุรกิจ การงาน Ten of Wands เอี๊ยดเลยค่ะ งานเยอะ งานมาก ต้องแบกภาระความรับผิดชอบอีกยาวไกล อาจได้ร่วมทีมกับคนหมู่มาก ขับเคลื่อนงานไปข้างหน้าร่วมกัน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Five of Cups ได้ของมีตำหนิ มีเรื่องผิดหวัง ได้อะไรมาก็ไม่สาสมใจ

คำแนะนำพิเศษ The Moon สำรวจตัวเองดูค่ะ ว่าจิตตกง่ายไปมั้ย หรือการอยู่ในโลกส่วนตัวที่มืดมน มองอะไรก็พร่าเลือน ลองหาทางก้าวออกมาสู่แสงสว่าง ความระแวงที่มีต่อเพื่อนมนุษย์บางทีมีมากไปก็บั่นทอนตัวเอง

ราศีมังกร Capricorn (14 มค.-12 กพ.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้
Four of Swords อาจมีการเลื่อน การชะลองาน ต้องพักผ่อนด้วยเหตุจำเป็นทางสุขภาพ มีความตึงเครียดสูงซ่อนอยู่ภายใน
ความรัก ความสัมพันธ์ King of Swords ไพ่ของมนุษย์ที่ไม่ค่อยมีใครยอมใครค่ะ เธอปะฉันฉะ เธอขวางหน้าฉันฟัน ใช้ความมาดมั่นเข้าต่อกรกันไปมา คนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมักมาเจอกัน
สถานการณ์การเงิน Four of Pentacles มีกังวลหรือเปล่าคะ หรือว่าขี้เหนียวเป็นปกติ อยู่ในช่วงที่ระมัดระวังค่าใช้จ่ายอย่างมาก เงินตึงมือได้แต่อย่าให้ใจตึงตาม
ธุรกิจ การงาน The Hermit มีสองแบบค่ะ อย่างหนึ่งหมายถึงการทำงานอย่างโดดเดี่ยว ต้องไปอยู่ต่างถิ่นแดนไกล แต่ถ้าเป็นงานด้านการเรียนการสอนการวิจัยจะให้ผลสำเร็จดี อีกอย่างคืออยู่ระหว่างเหนื่อยล้า อยากหาที่พักใจไกลจากผู้คน
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Two of Wands ได้เพื่อนร่วมงานที่ไม่สอดคล้องกัน หรือทำงานบางอย่างหัวเดียวกระเทียมลีบ เหงาจัง

คำแนะนำพิเศษ Eight of Cups หากมีปัญหาใดๆ ในช่วงนี้ มีคำแนะนำให้หาที่พักผ่อนเพื่อผ่อนคลายค่ะ เอาที่ไกลๆ เป็นธรรมชาติ อยู่กับตัวเองหรือคนที่รักให้มีความสุขที่สุด

ราศีกุมภ์ Aquarius (13 กพ.-13 มีค.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Eight of Swords ระวังปัญหาที่ไม่ได้ก่อ แต่ก็บีบล้อมเข้ามา เหมือนถูกมัดมือชก จำใจตกในสถานการณ์บางอย่างที่ไม่พึงพอใจ ถูกดดันด้วยสภาพแวดล้อม
ความรัก ความสัมพันธ์ Four of Cups อาจมีความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ ลังเลระหว่างสิ่งที่ดีกับสิ่งที่ร้าย คนที่คิดว่าใช่อาจไม่ใช่ คนที่คิดว่าไม่ใช่อาจอยู่ในความคำนึงถึง บางคนอยากเปลี่ยนแฟนเอาดื้อๆ
สถานการณ์การเงิน Five of Wands หากต้องรอการเบิกจ่ายเกี่ยวข้องกับคนหมู่มากจะเกิดข้อขัดข้อง ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเงินแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย มีเรื่องยุ่งยากต้องใช้เงินเข้าแก้ไข
ธุรกิจ การงาน Six of Wands งานใดที่ทำมานานจะได้รับความสำเร็จในไม่ช้านี้แล้วค่ะ การสอบการแข่งขันจะได้รับข่าวดี ขอเพียงมีวินัยในตัวเองให้มาก
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น King of Wands ร่วมงานกับคนเคยเก่ง หรือไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่แสดงออก

คำแนะนำพิเศษ The Hierophant คุณจะก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้ด้วยสติปัญญา ผู้อาวุโสที่มีประสบการณ์มาก่อนจะให้ข้อคิดที่ดี นำไปใช้ได้ประโยชน์

ราศีมีน Pisces (14 มี ค.-12 เมย.)


เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Page of Swords ข่าวลือ ข่าวลวง เรื่องป่วนๆ รอบตัวอาจทำให้คุณจิตตกเป็นระยะ ปัญหามักมาจากคำพูด การสื่อสาร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญมาก
ความรัก ความสัมพันธ์ The Fool ประตูบานใหม่อยู่ที่ใจคุณเองค่ะ ถ้าอยากก้าวออกไปเผชิญโชคก็ลองดู อาจมีสัมพันธ์ใหม่หวือหวา คบหากับคนอายุน้อยกว่า มีความรื่นเริงสุขสันต์ แต่อย่าเพิ่งคาดหวังมากกับอนาคต
สถานการณ์การเงิน Seven of Cups แม้มีรายได้ดีก็จะมีการใช้จ่ายมาก ช็อปเก่งว่างั้นเถอะค่ะ หรือไม่มีตังค์ก็ยังฝันอยากได้โน่นได้นี่ มีความสุขก็ฝันไปน้า
ธุรกิจ การงาน The Emperor งานมั่นคงดีค่ะ หรือได้ผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง มีอำนาจ อาจได้ร่วมงานในระดับนโยบาย ได้เข้าเป็นผู้นำทีม ผู้บริหาร ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ทำงานกับองค์กรใหญ่ๆ
คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Hanged Man สิ่งที่หมักหมมอยู่ภายใน การตัดขาดไม่สำเร็จ รู้สึกว่าสูญเสียหรือเสียดายสิ่งที่ได้สละไป

คำแนะนำพิเศษ Nine of Wands ทำงานตรงหน้าให้เต็มที่ค่ะ หากมีความต้องการจะเปลี่ยนแปลงใดๆ จังหวะยังไม่เปิดในช่วงนี้ จิตใจสับสนระส่ำระสายไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น แบ่งงานให้คนอื่นทำด้วยก็ได้ อย่างน้อยจะได้พักมากอีกนิด