
โดย นักข่้าวชาวรากหญ้า
4 มีนาคม 2553
***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง ประจำวันอังคารที่ 2 มีนาคม 2553 อัดแน่นแต่เบาสบายๆด้วยข่าวภาพกิจกรรมของแวดวงคนเสื้อแดง ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยทั้งในไทยและทั่วทุกมุมโลกเช่นเคย ท่านใดอยากฝากข่าวคราวเชิญส่งมาที่thaienews99@googlegroups.com ***
***เห่ารับกันเป็นทอดๆ โหมกระแสให้ร้ายเสื้อแดงว่านิยมความรุนแรงจะก่อเหตุรุนแรงต่างๆต่อเป้าหมายฝ่ายรัฐบาล และผู้สนับสนุนยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากการโหมกระแสว่า"เคทอง"คนใกล้ชิดเสธ.แดงเคยขู่ลอบวางระเบิด ปุ๊บปั๊บออกหมายจับ ตามมาด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อ้างว่ามีคำขู่จะทำร้ายลูกเมียครอบครัวของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ล่าสุดมีการสร้างกระแสว่า คนเสื้อแดงได้ขึ้นบัญชีดำกาหัว 53 รายชื่ออีกด้วย
เริ่่มเปิดข่าวที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 3 มีนาคม รายงานว่า ในเว็บไซต์ www.sae-dang.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์บรรดาผู้ที่ชื่นชอบ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิลผล หรือเสธ.แดง มีการตั้งกระทู้หนึ่งในที่ผู้โพสต์ใช้นามว่า "จ.ส.อ.ลุงนวม รหัสเกียกกาย 7485" โดยใช้ชื่อกระทู้ว่า "53 รายชื่อ ในบัญชีดำที่คนเสื้อแดง "กาหัว"
จากนั้นมวลชนเสื้อเหลืองก็เอาไปขยายผลส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ ปิดท้ายด้วยกนก-ธีระ ค่ายเนชั่นเอาไปเล่าข่าวว่าตัวเองก็ตกเป็นเป้าบัญชีดำ53รายชื่อด้วย
การกระทำของพวกที่เห่ากันเป็นทอดๆนี้ ก็เพื่อหวังปูทางนำไปสู่การล้อมปราบกวาดล้างเสื้อแดงชุมนุมใหญ่14มีนาฯ แต่พอรู้ที่ไปที่มาแล้วก็น่าขำก๊าก เพราะที่แท้แล้ว53บัญชีดำที่ว่านี้ เป็นบัญชีบุคคลอัปรีย์แห่งปีที่ไทยอีนิวส์เคยลงประจานไว้ว่าเป็นพวกทำลายประชาธิปไตยเมื่อตอนสิ้นปี'52(คลิ้กดูที่นี่)***
***วันนี้เริ่มต้นที่การซักซ้อมแผน"12 มี.ค.เคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน"ภายใต้ธงรบ "โค่นล้มระบอบอำมาตย์และเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน"
ก่อนจะมีเคลื่อนขบวนมาที่กรุงเทพฯ ทางกลุ่มนปช.จะมีการตั้งเวทีปราศรัยตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อเป็นการโหมโรง เพื่อเชิญชวนพี่น้องกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็น ประชาธิปไตย มาร่วมทัพคนเสื้อแดง
วันที่ 5 มี.ค. จะมีการปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมา
งานเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ( ย่าโม ) บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองเป็นการเอาฤกษ์ เอาชัย โหมโรง ก่อนจะออกรบครั้งใหญ่ พร้อมกับตั้งเวทีปราศรัย ที่จะมีแกนนำแดงทั้งแผ่นดิน 3 เกลอ พร้อมแกนนำคนอื่น ชี้แจงข้อมูล ความจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น ไฮไลท์ จะมีวีดีโอลิงค์ ของ พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาในเวลา 20.30 น. กิจกรรมวันนี้จะมีขึ้นวันเดียว โดยจะเลิกในเวลา 00.00 น. งานนี้อาจจะมีการเคลื่อนไปยังบ้านแม่ทัพ บ้านพัก ของเปรมในโคราช ที่ริม ถนนสืบศิริ ด้วย เป็นการประกาศจุดยืนอีกครั้ง ที่อำมาตย์จะต้องลาออก และห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมือง คาดจะมีจะระดมมวลชนเรือนหมื่น จากภาคอีสานมาร่วมงานนี้
วันที่ 7 มี.ค. ที่จังหวัดระยอง
วันที่ 8 มี.ค. ที่จังหวัดอ่างทอง
วันที่ 9 มี.ค. ที่จังหวัดแพร่***
***ส่วนการชุมนุมใหญ่เพื่อขับไล่รัฐบาลของคนเสื้อแดงจะมีตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. เวลา 12.00 น. โดยจะเรียกระดมพลในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ มารวมตัวกันในสถานที่ที่สะดวก เช่น หน้าศาลากลางจังหวัด ลานอเนกประสงค์ หอนาฬิกา
เมื่อรวมกลุ่มจนครบแล้ว จะทยอยขึ้นรถกระบะและรถส่วนตัว ตั้งขบวนแห่ไปตามถนนสายหลักของแต่ละจังหวัดรอบเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และเป็นพลังหนุนมาร่วมชุมนุมให้มากขึ้นด้วย
จาก นั้นเวลา 24.00 น. ของวันที่ 12 มี.ค. ถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 13 มี.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนขบวนแบบคาราวานคนจน พร้อมทั้งริ้วขบวนธงรบสีแดง มีทั้งรถปิกอัพ รถเก๋ง รถอีแต๋นและการเดินเท้าไหลรวมเป็นแม่น้ำสีแดงสายย่อย มารวมตัวกันที่ตัวแทนจังหวัดแต่ละภาค เป็นพลังเพื่อเคลื่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ในช่วงเช้าของวันที่ 14 มี.ค.***
***แยกออกเป็นทัพบกและทัพเรือ
ภาคเหนือ จะไหลมารวมที่จังหวัดนครสวรรค์ ตรงนั้นจะมี พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย และกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เป็นแกนนำ
ภาคอีสาน จะไหลรวมกันที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นำโดย นายขวัญชัย ไพรพนา นายนิสิต สินธุไพร และนายสุทิน คลังแสง
ภาคกลางและภาคตะวันตก จะไหลรวมกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และ นายพายัพ ปั้นเกตุ
ภาคตะวันออก จะไหลรวมกันที่พัทยา จังหวัดชลบุรี นำโดย นายสำเริง ประจำเรือ สมาชิกอบจ.จันทบุรี แกนนำคนเสื้อแดงภาคตะวันออก
ภาคใต้ จะไหลรวมกันที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำโดย นายจรัล ดิษฐาภิชัย และ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย
ส่วน กทม. นำโดย น.พ.เหวง โตจิราการ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และขบวนคนรักแท็กซี่ แบ่งออกเป็น 10 จุด ซึ่งแต่ละจุดมีคนเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคน***
คือ
1.บริเวณพระบรมรูปพระเจ้าตากสินมหาราช
2.สี่แยกหลักสี่
3.บริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี
4.สน.ทุ่ง สองห้อง
5.สี่แยกบางนา
6.สนามไทยญี่ปุ่น-ดินแดง
7.หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี
8.บริเวณคลอง 4 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
9.บริเวณคลอง 4 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
10.ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ
ในแต่ละจุดจะเคลื่อนมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สนามหลวงและลานพระบรมรูปทรงม้า***
ทัพเรือจะมีหัวขบวนอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมริ้วธงรบประจำภาคประดับอยู่ในขบวนเรือ เป็นธงรบสีแดง และขบวนเรือ ซึ่งมีเรือขนาดเล็กและใหญ่กว่า 1,000 ลำ จะเคลื่อนขบวนมาสิ้นสุดเพื่อขึ้นฝั่งที่ท่าพระจันทร์ กทม.
และแยก กลุ่มผู้ชุมนุมไป 3 จุดใหญ่ คือ
1.สนามหลวง
2.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
และ 3.ลานพระบรมรูปทรงม้า
โดยมีการตั้งเวทีปราศรัยในแต่ละจุด ตั้งเต็นท์พักอาศัยและโรงครัว พร้อมทั้งมีแกนนำสลับเดินสายไปตามเวทีต่างๆ***
***ในเบื้องต้นขอกำชับท่านที่เข้าร่วมชุมนุมให้เตรียมอาหารแห้ง เสื้อผ้าไว้อย่างน้อย 7 วัน ถ้าใน 7 วัน นายอภิสิทธิ์ ไม่ลาออกหรือยุบสภา เราจะกดดันโดยชุมนุมต่อ มีกองทัพชุด 2 ชุด 3 สลับหมุนเวียนไปเรื่อยๆ
ดังนั้น คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นการรวมตัวของประชาชนที่ทรงพลังมากที่สุด ในวันที่ 14 มี.ค. ที่ถนนราชดำเนิน ส่วนที่รัฐบาลบอกว่ากลุ่มนปช.อ่อนแรงอ่อนล้าแตกแยกหรือไม่ได้การตอบรับจากสังคม วันนั้นรัฐบาลจะได้เห็นความจริง***
***มีพี่น้องเสนอแนะความเห็นต่อการชุมนุมใหญ่หนนี้หลายอย่าง คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดงจะทยอยนำมาลง อันแรกทำเป็นจดหมายถึงแกนนำ นปช.เสนอมาน่าฟังดังนี้เรียน แกนนำ น.ป.ช.
กระผมและพรรคพวกอยากขอเสนอแนวทางการเพิ่มจำนวนของผู้ชุมนุม โดยมีเหตุและผลดังต่อไปนี้
1.ต้องประกาศเชิญชวนพี่น้องปชช. ที่ใส่เสื้อทุกสีร่วมในการชุมนุม ซึ่งสีเสื้ออื่นๆนี้ไม่ได้ลดความสำคัญของคนเสื้อแดงแต่อย่างใดกลับเป็นภาพที่ดีสำหรับคนเสื้อแดง และทำให้คนที่เฝ้าดูเหตุการณ์เข้าใจว่า คนที่ไม่ใช่เสื้อแดงก็เห็นด้วยกับการขับไล่อำมาตย์
2.ทำให้ฝ่ายผู้ปฏิบัติการที่มีหน้าที่จะล้อมปราบปชช.เกิดความลังเลสับสน เพราะเป้าหมายจะไม่ชัดเจน และถ้าผู้ปราบกระทำการอันใดที่ไม่ควรก็จะมีผลกระทบทางจิตใจมากกว่าหลายเท่า
3.ปชช.บางกลุ่มบางเหล่าที่ไม่สามารถใส่เสื้อสีแดงเข้าร่วมการชุมนุมด้วยเหตุผลนาๆประการ ก็จะเข้าร่วมโดยไม่มีความรู้สึกว่าเป็นคนละพวกกับคนเสื้อแดง
4.ปชช.ที่ไม่ใส่เสื้อสีแดงจะผ่านด่านสกัดกั้นได้ง่ายกว่าและมีความปลอดภัยมากกว่า
เนื่องจากเวลาที่ร่างจดหมายนี้มีจำกัด กระผมและพรรคพวกอาจจะมองไม่เห็นข้อเสียในการชักชวนคนสีเสื้ออื่นเข้าร่วมชุมนุม ดังนั้นกระผมและพรรคพวกจึงใคร่ขอให้ท่านแกนนำนปช.โปรดนำข้อเสนอนี้ไปพิจารณาด้วยครับ ทั้งนี้พวกกระผมมีเป้าประสงค์เพียงอย่างเดียวคือให้ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นฝ่ายกุมอำนาจของรัฐให้ได้ ***
***ประกาศจากหน่วยแพทย์พยาบาลสนาม FARED และ RSR ยังคงคอยดูแลผู้ชุมนุมเหมือนเดิม และยังต้องการกำลังคุณหมอ คุณพยาบาล และบุคคลกร ทางการแพทย์ที่ไปร่วมชุมนุม หากจะกรุณามาชุมนุมกันที่เต้นท์ FARED (First Aid RED shirt) และ RSR พวกเรายินดีต้อนรับ และอยากขอความกรุณาเป็นกำลังสำคัญช่วยดูแล เวลามีคนเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้อุ่นใจว่ามี บุคคลากรทางการแพยท์อยู่ด้วยหลายๆ ท่านอุ่นใจดี...คุณหมอคุณพยบาลที่มาประจำ ๆ จะได้มีเวลาพักหรือสับเปลี่ยนกัน ไม่เหนื่อยเกินไป และประชาชนมั่นใจว่ามีหมอตลอดเวลา***
***นอกจากนี้แล้ว คุณไตรภพ USA แจ้งข่าวมา ชุมนุมใหญ่นี้ ต้องการพยาบาลอาสา ด่วน อีกกลุ่มที่ประกาศอาสา คือกลุ่มพยาบาลอาสาไนติงเกลซึ่งเป็นกลุ่มที่คอยดูแลปฐมพยาบาลชาวเสื้อแดงทุกครั้งที่มีการชุมนุมกัน ได้แจ้งมาว่าในวันชุมนุมใหญ่วันที่ 12-14 มีนาคม นี้ อาจมีเสื้อแดงมาชุมนุมเรือนล้าน ทางกลุ่มจึงต้องการพยาบาลอาสาจำนวนมาก เพื่อมาช่วยปฐมพยาบาลในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บหรือล้มป่วย ท่านที่ไม่มีประสบการณ์ทางด้านการดูแลพยาบาล แต่อยากอาสาเข้าช่วย ทางเราจะเปิดคอร์สอบรมพยาบาลขั้นพื้นฐานให้ 1 วัน เสื้อแดงท่านใดที่สนใจและต้องการอาสา กรุณาติดต่อคุณจันทร์เพ็ญ (084) 903-8778 หรือคุณไก่ (081) 686-9882 ***
***ช่วงนี้ข่าวคราวเสื้อแดงทั่วประเทศก็คึกคักไปด้วยการเตรียมเสบียง และทุนเข้าร่วมชุมนุมพลครั้งใหญ่ งานแรกMeeting Democracy For Deang Chiangmai ขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ “ นักรบไซเบอร์ ” ทุกๆท่านร่วมงาน สังสรรค์ประชาธิปไตยเพื่อหัวใจสีแดง เพื่อหาทุนให้ ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่ ใช้ดำเนินกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย วันเสาร์ ที่ 6 มีนาคม 2553 เวลา 15.00 น เป็นต้นไป ณ ร่มเย็นการ์เดนรีสอร์ท ถนนเชียงใหม่-เชียงราย ซ.วัดวาลุการาม(ป่าแง) ม.1 ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ราคาค่าอาหารและเครื่องดื่ม 150 บาท / ท่าน
ร่วมพูดคุย ทานอาหาร ร่วมกันกับเพื่อนพ้องน้องพี่ “ นักรบไซเบอร์ ” และร่วมบริจาคเงินสมทบทุนให้ ศูนย์ประสานงานกลาง นปช. แดงเชียงใหม่ ใช้ดำเนินกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย สำรองที่นั่ง คุณติ้ม (เวปฅนไท) 081-5953207***
***แดงสงขลา ขอเชิญร่วมบริจาคทุนทรัพย์และสิ่งของตามกำลังสมควร เพื่อเป็นเสบียงใช้ในการเดินทางร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่อำมาตยาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. ณ ห้องเสน่หา โรงแรมพิงค์เลดี้ ชั้น 2 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ขวัญและกำลังใจอันดีแก่มวลชนคนเสื้อแดงจังหวัดสงขลา ที่จะเข้าร่วมชุมนุมและเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้มวลชนผู้มีกำลังทรัพย์ได้แสดงความจริงใจ ได้สนับสนุนกิจกรรมของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดการเดินทางในวันนั้นด้วย/ นกไฟ รายงาน***
***ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ จัดเวทีประชาธิปไตย และหาเงินทุนใช้สำหรับเดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 12 – 14 มีนาคม โดยการตั้งกองผ้าป่าสามัคคี รวมพลังสามัคคี นปช.แดงเชียงใหม่ทุกกลุ่ม ทอดถวาย โดยนิมนต์พระสงฆ์มารับผ้าป่า ณ เวทีประชาธิปไตย พื้นที่ 15 ไร่ ข้างป้อมตำรวจบ้านร่องขุ่น ติดถนนสายสันกำแพงสายเก่า ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง เชียงใหม่
ในวันอังคาร ที่ 9 มีนาคม 2553
16.00 น. ทำพิธีทอดถวายผ้าป่า
17.00 น. เริ่มเวทีประชาธิปไตย
บนเวที ท่านจะได้พบกับการปราศรัยของมวลชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่ สลับกับการ ถ่ายทอดภาพและเสียงแกนนำ นปช. จากเวทีจังหวัดแพร่ ขอเชิญ เพื่อน พี่ น้อง คนรักความยุติธรรม และรักประชาธิปไตย ทุกท่าน ร่วมงานบุญ และร่วมบริจาคสมทบทุน ในครั้งนี้
ติดต่อสอบถามที่ รองเลขาธิการศูนย์ประสานงานกลางฯ ทั้ง 2 ท่าน คุณ พีรพล มรกต 086 – 9110208 พ.ต.ท.สุพล ฟูมูลเจริญ 081 - 9527723***
***นปช. ไผ่แดง'52 หนองแขม แดงทั้งแผ่นดิน (ภาคประชาชน) แจ้งข่าวมาว่า จะทำการขอรับบริจาค เงิน และอาหารเพื่อเป็นเสบียง ใช้ในการร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่อำมาตยา และในขณะเดียวกันทางกลุ่มไผ่แดง จะมีซุ้มทำอาหารแจกฟรีให้กับคนเสื้อแดงที่มาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกคน เพื่อเป็นการสนับสนุน นปช.ส่วนกลาง เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่วันที่4 มีนาคมเป็นต้นไปจนถึงวันที่11 มีนาคม 2553 ตั้ง เวลา 16.00 -20.00 น. ที่ศูนย์ไผ่แดง'52 หนองแขม ถนนเพชรเกษม114 อำเภอหนองแขม จังหวัดกรุงเทพฯ หากไม่สะดวกจะนำของมาแจกให้ทางกลุ่ม ก็ติดต่อได้ที่เบอร์คุณณี ไผ่แดง 080-5961384 ***
***นปช.ไผ่แดง'52 หนองแขม ยังขาดทุนทรัพย์. อาหาร และยา ซึ่งทุกๆครั้ง เราจะจัดหาไปกันเอง แต่งานครั้งนี้จะมีผู้คนเดินทางมาร่วมชุมนุมกันจำนวนมาก เกรงว่าการบริการและช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ดังนั้นเราจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ ผู้ที่ไม่มีเวลาออกมาต่อสู้ หรือมีทรัพย์สินพอที่จะเจียดมาช่วยเหลือ และเล็งเห็นถึงความสำคัญของนโยบายนปช. แห่งชาติ(แดงทั้งแผ่นดิน) ที่จะให้ประเทศชาติ มีประชาธิปไตยของประชาชนเต็มใบเสียที ขอเชิญติดต่อเลยครับ***
***ขอเชิญชาวเสื้อแดงไทยในเยอรมันรอบ ๆ แคว้น NRW (Nordrhein-Westfalen)และพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงานวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม คศ.2010

เสื้อแดงไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เขตเมือง Dortmund จัดชุมนุม (อาหารฟรี เครื่องดื่มจ่ายเอง)เวลา 12.00 น.-19.00 น. ณ ร้าน BAKUDA,Weisenburger str.8, 44137 Dortmund สนทนาเรื่องประชาธิปไตยกับ อาจารย์ ไจ อึ๊งภากรณ์ มีวิดิโอฉายเรื่องราวการต่อสู้ -เอกสารความรู้ประชาธิปไตยในงาน
มิตรเสื้อแดงต่างถิ่น ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียด คุณอำนวย Dockweiler มือถือ 0176 3818 74 07 ทุกวัน***
***นปช. อุตรดิตถ์ เปิดโรงเรียน นปช. ขึ้นใน วันที่ 9 มีนาคม 2553ตั้งแต่เวลา 08:00-16:00 น. ณ สถานที่ อาคารก่อนถึงประตู ทางเข้าเมืองลับแล ( ศึกษาภัณฑ์ ) บัตรราคา 50 บาทสนใจ ติดต่อ คุณฟาง 087-849-9272 พบกับแกนนำ ชุดใหญ่ นำทีมโดย วีระ มุสิกพงศ์ และมีอีก หนึ่งโครงการ คือโครงการสองล้อประชาธิปไตย ปั่นจักรยาน นำทีมโดยคุณแป๊ะ บางสนาน จาก อุตรดิตถ์ ถึง เเพร่ ระยะทาง ประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมง เพื่อเพื่อเป็นการหาทุน บริจาค ซื้อจานดาวเทียม และจะมอบให้กับ ทางจังหวัดแพร่ สนใจ เข้าร่วมโครงการ สองขา เพื่อประชาธิปไตย ติดต่อ คุณฟาง โทร 087-849-9272 จนถึง วันที่ 9 มีนาคม 2553 นี้***
***อาสาประชาชน (อสป.) ควันหลงจากวันก่อน ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุมประธานและรองประธานฯ อสป. (อาสาประชาชน) ซึ่งเป็นการเมืองภาคประชาชน สังกัดพรรคเพื่อไทย ทุกรุ่น มีสมาชิกมาเข้าร่วมประชุมจำนวนมาก ในการประชุมมครั้งนี้ได้มีเลือกประธานและรองประธานชุดใหญ่ โดยคัดจากผู้ที่เป็นประธานรุ่นทุกรุ่น จำนวน 20 ท่าน ผลของการเลือกตั้งมีดังนี้

คุณประจักษ์ (แม็ก) วิบูลย์จักร ได้เป็นประธาน
ส่วนรองประธานฯ มี 3 ท่าน ดังนี้
1. คุณ จูลี่ สว่างอารุณ
2. คุณอำพล ตันศิริ
3. คุณไตรภพ สุวรรณสุภา
และจะมีการประชุม อสป. ชุดใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 5 มีนาคม นี้***
***ข่าวศิลปวัฒนธรรม ที่วัดหนังวรวิหาร ธนบุรี จะมีงานแต่งบรรยากาศย้อนยุคให้ไปเที่ยวไปวันที่ 4-7 มีนาคม นี้ ช่วงเย็น ทางพิพิธภัณฑ์มาจัดสร้างกระต๊อบแสดงวิถีชีวิตชาวบ้าน(ชาวสวน) และเครื่องมือทำสวน กับนิทรรศการภาพเก่าเล่าอดีต รวมถึงมีการออกร้านขายอาหาร-ของว่างโบราณ และการเสวนารำลึกอดีต รวมทั้งการแสดงและกิจกรรมเพียบ เลยส่งรายละเอียดมาให้ เผื่อแนะนำคนที่สนใจไปเที่ยวหรือไปฟังเรื่องเก่าเล่าอดีต
.jpg)
สนใจดูภาพและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์วัดหนังฯ ดูได้ที่www.watnang.com/museum/museum_02.html ช่วงนี้ปิดชั่วคราวเพราะจัดเตรียมงานเล่าขานฯ เปิดอีกที 8 มีนาคม
กิจกรรมในงานประกอบด้วย.jpg)
- กราบนมัสการพระประธานในพระอุโบสถและพระเจ้า ๕ พระองค์ในพระวิหาร (ที่ไม่เคยเปิดให้เข้าชมมาก่อน)
- กราบนมัสการหุ่นขี้ผึ้งพระภาวนาโกศลเถร(หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร)
- สักการะพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีสุราลัย พระชนนีในล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๓
- ชมนิทรรศการภาพถ่าย"ย้อนอดีตวัดหนัง" พร้อมฟังคำบรรยาย
- ชมพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่"ย้อนรอยวิถีชาวสวน ย้อนทวนชีวิตริมคลอง"
- ชมการสาธิตการจารอักขระมหามงคล สาธิตการทำยาเป่าตำรับพระสุนทรศีลสมาจาร(หลวงพ่อผล)
- บูชาวัตถุมงคลของวัดหนัง ราชวรวิหาร , ปิดทองพระพุทธรูปและรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาส
- ชมการสาธิตวิธีทำและจำหน่ายอาหารโบราณ อาทิ สายไหม ดอกจอก ขนมบัว น้ำสมุนไพร เป็นต้น
- ร่วมก่อพระเจดีย์ทราย บูชาพระรัตนตรัย และบำเพ็ญกุศลรูปแบบต่าง***
***ปิดท้ายสาวเสื้อแดงวันนี้ โอ้!wow!!แอบเซ็กซี่เล็กๆ เธอคือสาวกิ๊ฟเก๋สาวสวยประจำม็อบฝ่ายประชาธิปไตย ตั้งแต่นู้นนน ยุคที่ยังไม่มีเสื้อแดงให้ใส่กันโน่น สมัยยังเป็นคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการโน้นนน(นานนนนนมาก อิอิอิ) รูปเซ็กซี่เล็กๆนี้สาวกิ๊ฟเก๋ไปโพสต์ให้ช่างภาพรางวัลถ่ายภาพระดับเอเชีย(ดูคลิ้ปเบื้องหลังรูปนี้ คลิ้กโลด)แล้วอย่าลืมตามไปดูผลงานของช่างภาพเบิร์ดทำไมคว้ารางวัลถ่ายภาพระดับเอเชีย คลิ้กที่นี่ นอกจากฝีไม้ลายมือระดับรางวัลเอเชียแล้ว เขายังเป็นคนที่มีคารมคมคายมุมมองเฉียบคมแห่งเวบบอร์ดคนเหมือนกันอีกด้วยนะครับ***

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, March 4, 2010
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(4มี.ค.):เซ็กซี่เล็กๆ
ใจ อึ๊งภากรณ์:ปฏิกริยาต่อบทสัมภาษณ์ของเกษียร เตชะพีระ กรณีวิกฤตหลัง 26 กุมภาฯ
ที่มา Thai E-Newsปัญหาของการวิเคราะห์ของ อ.เกษียรมาจากกรอบมุมมองประเภท “ชนชั้นนำ” และกรอบมุมมองแบบ “พคท.” (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) ที่เสนอว่าการปฏิวัติทุนนิยมในไทยยังไม่สมบูรณ์
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
4 มีนาคม 2553การที่คนเสื้อแดงจำนวนมาก “รักทักษิณ” หรือ “สู้เพื่อปกป้องทักษิณ” เพราะเห็นชอบกับนโยบาย ไทยรักไทย ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็น “ลูกน้องทักษิณ” และ “สู้ตามคำสั่งและเงินของทักษิณ” แต่อย่างใด และมันไม่ได้หมายความว่าเขา “แค่สู้เพื่อทักษิณ” เพราะเราจะเห็นว่าคนเสื้อแดงสู้เพื่อ “ประชาธิปไตยแท้” และ “ต้านอำมาตย์” ด้วย
บทสัมภาษณ์อาจารย์เกษียร เตชะพีระ เรื่อง"วิกฤตหลัง 26 กุมภาฯ" ใน มติชน มีข้อดีหลายประการ คือ อธิบายว่าคำตัดสินของศาลในคดีทักษิณเป็นเรื่องที่แยกออกไม่ได้จากการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา
คือเป็นการให้ความชอบธรรมกับรัฐประหารดังกล่าว อ.เกษียรพูดว่า “ถ้าไม่ยึดเลย เท่ากับทำลายความชอบธรรม ว่าที่ทำมาตลอด 4-5 ปีมันขี้หมาทั้งหมด หลอกทั้งเพ” ชัดเจนมาก และมีการอธิบายต่อไปว่าการทำรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหาคอร์รับชั่นไม่ใช่แนวทางที่ถูก และเสี่ยงกับการนำไปสู่การทำลายความชอบธรรมทั้งปวงของระบบศาล อย่างที่เราเห็นในเรื่องสองมาตรฐานเกี่ยวกับการยึดสนามบินของฝ่ายพันธมิตรฯ ฯลฯ
ที่จริงแล้วถ้าจะว่าการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา “เสี่ยง” กับการทำลายความชอบธรรมของศาล ผมว่ามันทำลายไปนานแล้ว และศาลไทยไม่เคยมีความชอบธรรมในสายตาพลเมืองที่เป็นกรรมาชีพและคนจนเลย เพียงแต่ว่าคนไทย รวมถึง อ.เกษียรเอง ไม่มีเสรีภาพที่จะวิจารณ์ศาลอย่างที่เขาทำได้ในประเทศประชาธิปไตย เพราะศาลมีกฎหมายหมิ่นฯไว้บังคับ เหมือนกฎหมายหมิ่นกษัตริย์
อ.เกษียรพูดถูกเมื่อเสนอว่าเรา “ไม่สามารถพูดได้เต็ม 100% เกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของรัฐบาลคุณทักษิณ” ใช่เลยและผมก็เป็นหนึ่งในหลายคนที่วิจารณ์นโยบายละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคใต้และสงครามยาเสพติดสมัยนั้น และเราปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาล ไทยรักไทย เคยพยายามครอบงำสื่อ
แต่ในขณะเดียวกัน การเสนอโดย อ.เกษียร ว่ารัฐบาลทักษิณ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งและเสียงข้างมากของประชาชน เป็น “ทรราชย์” ไม่สมเหตุสมผล การที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่ใช่เพราะรัฐบาลนั้นไม่ได้โหดร้ายทารุณ เพราะมีความโหดร้ายทารุณในกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่มันไม่สมเหตุสมผลเพราะรัฐบาลเอาออกได้ ผ่านการเลือกตั้งในกระบวนการประชาธิปไตย และเราเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลได้อีกด้วย เพราะไม่ได้มีการห้ามการประท้วง เซ็นเซอร์สื่อ หรือใช้กองกำลังปราบปรามพร้อมกฎหมายเผด็จการหลายชุด อย่างที่เราเห็นในกรณีรัฐบาล คมช. หรือรัฐบาลอภิสิทธิ์ปัจจุบัน
ปัญหาของการวิเคราะห์ของ อ.เกษียรมาจากกรอบมุมมองประเภท “ชนชั้นนำ” และกรอบมุมมองแบบ “พคท.” (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) ที่เสนอว่าการปฏิวัติทุนนิยมในไทยยังไม่สมบูรณ์
แนวคิดแบบชนชั้นนำ เป็นกระแสหลักในวิชาการไทยมานาน ตั้งแต่สมัยที่มีการเสนอเรื่อง “รัฐข้าราชการ” ที่เน้นแต่บทบาททางสังคมของคนชั้นสูง โดยไม่พิจารณาบทบาทของคนส่วนใหญ่ในสังคมเลย สำนักคิดนี้ในไทยเติบโตมาจากงานของ Fred Riggs[1] ในยุคเผด็จการสฤษดิ์ ที่เสนอว่าไทยเป็นรัฐข้าราชการ และคนส่วนใหญ่ในสังคมไม่สนใจและไม่มีบทบาททางการเมือง
งาน “สองนคราประชาธิปไตยไทย” ของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ก็คล้อยตามแนวนี้พอสมควร เพราะมองว่าคนจนในชนบทคิดเองไม่เป็น
อ.เกษียร เป็นส่วนหนึ่งของปัญญาชนไทยที่มีจุดยืนทำนอง “ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารโดยหลักการ แต่ ไม่รู้จะจัดการกับ ‘ทรราชย์ทักษิณ’ อย่างไรนอกจากการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา” มันเป็นการสนับสนุนรัฐประหารในรูปธรรมเพราะมองไม่ออกว่ามีทางเลือกอื่น และ อ.เกษียรก็ไม่เสนอทางเลือกอื่นเลย แต่ในขณะเดียวกันมันเป็นการฟอกตัวให้ดูขาวสะอาด
การเชื่อว่า “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรัฐประหาร ๑๙ กันยา” มาจากความเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือก ไทยรักไทย “เข้าไม่ถึงข้อมูล” (โง่) “ถูกครอบงำจนต้องพึ่งพาทักษิณ” (ไม่มีวุฒิภาวะ) และ “ไม่ได้เลือก ไทยรักไทย อย่างเสรี” (คิดเองไม่เป็น) แต่ความจริงมันตรงข้าม มีการพิสูจน์แล้วพิสูจน์อีกในการเลือกตั้งหลายรอบ และพิสูจน์ต่อในลักษณะการจัดตั้งและเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวเองเพื่อประชาธิปไตย โดยไม่ได้อาศัยการจ้างมาโดยเงินทักษิณ แต่พวกเสื้อเหลืองก็พูดเหมือนนกแก้วว่าคนเสื้อแดงเป็นแค่เครื่องมือของทักษิณ และนักวิชาการจำนวนมากมองว่าตนเองมีวุฒิภาวะมากกว่าประชาชน
การที่คนอย่าง อ.เกษียรไม่เชื่อว่าเราสามารถเอารัฐบาลทักษิณออกด้วยวิธีประชาธิปไตย ก็เพราะหมดความศรัทธาในการสร้างพรรคการเมืองของประชาชนชั้นล่างหลังการล่มสลายของ พคท. ซึ่งความคิดแบบนี้เป็นกระแสเดียวกับการเปลี่ยนจากการเชื่อมั่นในมวลชนคนชั้นล่าง และหันไปตั้งความหวังใน “ผู้ใหญ่” ซึ่งเกิดขึ้นในขบวนการ เอ็นจีโอ และทั้งๆ ที่ อ.เกษียรไม่สบายใจกับการตั้งความหวังกับผู้ใหญ่และมองว่ามันมีปัญหา แต่เขาไม่มีข้อเสนอว่าจะแก้ไขสถานการณ์แบบนี้อย่างไรเป็นรูปธรรม นอกจากการโทษคนไทยด้วยกัน ถ้าเราจะแก้ปัญหานี้เราต้องทำงานจัดตั้งและทำงานเคลื่อนไหวพร้อมๆกับการเป็นนักวิชาการ ซึ่งไม่ง่ายและอาจเห็นผลช้า แต่เป็นเรื่องจำเป็น
การที่คนเสื้อแดงจำนวนมาก “รักทักษิณ” หรือ “สู้เพื่อปกป้องทักษิณ” เพราะเห็นชอบกับนโยบาย ไทยรักไทย ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็น “ลูกน้องทักษิณ” และ “สู้ตามคำสั่งและเงินของทักษิณ” แต่อย่างใด และมันไม่ได้หมายความว่าเขา “แค่สู้เพื่อทักษิณ” เพราะเราจะเห็นว่าคนเสื้อแดงสู้เพื่อ “ประชาธิปไตยแท้” และ “ต้านอำมาตย์” ด้วย
เป็นเรื่องดีที่ อ.เกษียรไม่ได้มองแบบตื้นเขินและกลไกเหมือนพวกเสื้อเหลือง เพราะเขาเสนอว่า “ถึงที่สุด ผมไม่เชื่อว่า ทักษิณคุมเสื้อแดง” แต่ในขณะเดียวกัน อ.เกษียรยังให้ความสำคัญไม่พอกับ “ลักษณะการเป็นประชาสังคมเพื่อประชาธิปไตย” ของคนเสื้อแดง เขาไม่พูดถึงข้อแตกต่างที่เสื้อแดงมีกับพันธมิตรฯ ซึ่งในกรณีพันธมิตรอาจนำตนเองบ้าง แต่ประเด็นสำคัญคือสู้เพื่อเผด็จการและระบบอำมาตย์
เสื้อแดงกับเสื้อเหลืองไม่ใช่พลังประชาชนที่แค่อยู่ฝ่ายตรงข้าม เพราะฝ่ายหนึ่งสู้เพื่อประชาธิปไตย และอีกฝ่ายสู้เพื่ออำมาตย์ ทั้งๆที่เสื้อแดงก็ไม่ใช่เทวดา เป็นแต่ประชาชนธรรมดาที่อาจผิดพลาดกันได้
การวิเคราะห์ของนักวิชาการที่อาศัยกรอบแนว “สตาลิน-เหมา” ของ พคท. เสนอว่าไทยเป็น “กึ่งศักดินา” เพราะการปฏิวัตินายทุนยังไม่สมบูรณ์ อ.เกษียรและคนอื่นมองว่าความขัดแย้งที่นำไปสู่รัฐประหาร ๑๙ กันยาว่าเป็นความขัดแย้งระหว่าง “นายทุนโลกาภิวัตน์สมัยใหม่”(ทักษิณ) กับ “ทุนเก่าจากระบบกึ่งศักดินาของอำมาตย์”[2] มันเป็นมุมมองที่เสนอการปฏิวัตินายทุนและขั้นตอนของประวัติศาสตร์ในลักษณะกลไก เป็นการสวมประวัติศาสตร์ศตวรรษที่ 18 ในยุโรปทับสถานการณ์บ้านเมืองในไทยปัจจุบัน
มีการพยายามแสวงหาการปฏิวัติในไทยที่มีรูปแบบเหมือนการปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 และเมื่อหาไม่เจอ ก็สรุปว่ายังไม่ได้เกิดขึ้นหรือยังไม่สำเร็จโดยสมบูรณ์ ยิ่งกว่านั้นมันเสี่ยงกับการสร้างนิยายว่านายทุนบริสุทธิ์สมัยใหม่หรือแนวเสรีนิยมส่งเสริมประชาธิปไตย
หลังค.ศ. 1848 ชนชั้นนายทุนในยุโรปได้ประนีประนอมกับอำนาจขุนนางเก่า ซึ่งอ่อนแอลงเนื่องจากการขยายตัวของทุนนิยม ดังนั้นชนชั้นนายทุนสามารถครองอำนาจได้โดยไม่ต้องปฏิวัติแบบเก่าอีก และที่สำคัญคือการปฏิวัติแบบ 1789 ในฝรั่งเศสเสี่ยงต่อการที่ชนชั้นล่าง โดยเฉพาะกรรมาชีพในเมือง จะตื่นตัวร่วมปฏิวัติและจะเดินหน้าโค่นล้มนายทุนไปด้วย อย่างที่เกิดในรัสเซียในปี 1917 นี่คือสาเหตุที่ คาร์ล มาร์คซ์ มองว่านายทุนหลัง 1848 เป็นชนชั้นที่ขี้ขลาดไม่กล้านำการปฏิวัติ ในประเทศด้อยพัฒนา(ในยุคนั้น)อย่าง เยอรมัน ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ไทย ชนชั้นปกครองเก่าทำการปฏิวัติเอง เพื่อเปิดทางให้ทุนนิยมพัฒนาเต็มที่ และแปลงตัวเป็นนายทุน สิ่งนี้เกิดในไทยในช่วงรัชกาลที่ ๕ และศักดินาก็หมดไป
สำนักคิด สตาลิน-เหมา ที่ พคท. ใช้ในการวิเคราะห์สังคมไทย เป็นแนวคิดที่มองว่าประเทศด้อยพัฒนายังเป็น “กึ่งศักดินา-กึ่งเมืองขึ้น” อยู่ ทั้งนี้เพื่อเสนอว่าการต่อสู้ขั้นตอนต่อไปในประเทศเหล่านี้ต้องเป็นขั้นตอน “ประชาชาติประชาธิปไตย” หรือขั้นตอน “สถาปนาทุนนิยม” นั้นเอง มันเป็นทฤษฏีที่สร้างความชอบธรรมกับการทำแนวร่วมระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับชนชั้นนายทุนรักชาติ ซึ่งในภายหลังมีการตีความต่อไปว่าควรทำแนวร่วมกับทักษิณ “เพื่อต่อต้านศักดินา”
อย่างไรก็ตาม ทักษิณ ยืนยันอยู่ตลอดว่าเขารักและจงรักภักดีต่อกษัตริย์ เหมือนกับที่กลุ่มทุนใหญ่ในยุโรปก็อ้างความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ของเขา ไม่ว่าจะอังกฤษหรือฮอลแลนด์ ฯลฯ ประเด็นคือสถาบันกษัตริย์เป็นสัญลักษณ์ของ “ความชอบธรรม” ในการอนุรักษ์ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นที่ “มอบลงมาจากพระเจ้า” หรือ “เป็นลักษณะดั้งเดิมของไทย” ที่ฝ่าฝืนไม่ได้
อ.เกษียร พูดว่า “หัวใจของทุนนิยมคือกรรมสิทธิ์ แต่คำตัดสินวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้พาดเข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม กล่าวคือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง รัฐสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้ เหมือนเชือดไก่ให้ลิงดู” แต่อำมาตย์เป็นนายทุนเหมือนทักษิณ และไม่มีวันต้องการทำลายระบบทุนนิยมและกรรมสิทธิ์ปัจเจก
แนวคิดแบบนี้มองข้ามลักษณะการเป็นนายทุนสมัยใหม่ของเครือข่ายอำมาตย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพฯ บริษัทซีพี ฯลฯ ซึ่งอยู่ในเครือข่ายอำมาตย์ เป็นทุนโลกาภิวัตน์สมัยใหม่ และเป็นทุนไทยข้ามชาติมาก่อนที่ทุนทักษิณจะเจริญเติบโตอีกด้วย แนวเศรษฐศาสตร์การเมืองของอำมาตย์ โดยเฉพาะของรัฐบาลทหารตั้งแต่สมัยสฤษดิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบัน คือแนวเสรีนิยมกลไกตลาดสุดขั้ว เขาปล่อยวางไม่ยอมใช้รัฐพัฒนาสังคมอย่างเป็นระบบ ไทยจึงเหลื่อมล้ำสูงและกรุงเทพฯจึงมีปัญหาจราจรที่ไม่ยอมแก้
พรรคประชาธิปัตย์และนักวิชาการเสื้อเหลืองโจมตีการใช้งบประมาณของรัฐสมัยทักษิณ เพราะ “ขัดกับวินัยทางการคลัง” และ “สร้างระบบอุปถัมภ์” ศัพท์เสรีนิยมทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญปี ๕๐ ของ คมช. เพิ่มการเน้นนโยบายกลไกตลาดเสรี และพิสูจน์ให้เห็นว่า เศรษฐกิจพอเพียง ไปได้สวยกับทิศทางกลไกตลาดเสรี ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทักษิณใช้ทั้งเสรีนิยมกลไกตลาด และรัฐพัฒนาเศรษฐกิจ (แนวเคนส์รากหญ้า) ซึ่งเรียกกันว่าแนวเศรษฐกิจ “คู่ขนาน”
แนวความคิดเรื่อง “ทุนใหม่” กับ “ทุนเก่า” ที่สืบรากมาจากการวิเคราะห์ของ พคท. แต่ถูกใช้โดยคนที่ปฏิเสธ พคท. นั้นไม่ตรงกับข้อมูลในโลกจริง เป็นมุมมองของคนที่ขี้เกียจมองออกไปข้างนอก
ความขัดแย้งหลักระหว่างอำมาตย์กับทักษิณจึงไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่าง “ทุนเก่า” ในลักษณะกึ่งศักดินา กับ “ทุนใหม่” ในลักษณะทุนสมบูรณ์แบบโลกาภิวัตน์สมัยใหม่ แต่ความขัดแย้งเกิดจากแนวร่วมระหว่างนักการเมืองทุนนิยมในรูปแบบทักษิณ กับ พลเมืองจำนวนมากที่ยากจน
ปัญหาคือ อ.เกษียร มองว่าแนวร่วมนี้มีลักษณะ “ทักษิณจูงคนจน” มากกว่าการเป็นแนวร่วมระหว่างกลุ่มพลังสองกลุ่ม ถ้ามันเป็นแค่ทักษิณจูงคนจน มันจะไม่เป็นแนวร่วมเลย แต่ อ.เกษียรพูดว่า “นโยบายเอื้ออาทรก็อุ้มคนเหล่านี้” เหมือนอุ้มเด็กทารกที่สู้เองไม่ได้
ข้อขัดแย้งกับอำมาตย์คือแนวร่วมนี้มีพลังจากทักษิณและรากหญ้าพร้อมกัน คู่แข่งที่เป็นกลุ่มอำนาจเก่าหรือคนที่เคยครองอำนาจการเมืองมานาน ไม่สามารถแข่งกับอำนาจทางการเมืองแบบนี้ได้ เพราะทักษิณสามารถปลุกใจพลเมืองไทยรากหญ้าให้กล้ามีสิทธิ์มีเสียง ในขณะที่กลุ่มอำนาจเก่าเคยชินกับการปกครองสั่งลงมาอย่างเดียว
และสาเหตุที่ทักษิณสามารถนำการต่อสู้ของคนชั้นล่างในรูปแบบผิดเพี้ยนแบบนี้ได้ ก็เพราะความอ่อนแอของฝ่ายซ้ายตั้งแต่การล่มสลายของ พคท.
ถ้าคุณไม่วิเคราะห์แบบชนชั้นและไม่ให้ความสำคัญกับมวลชนรากหญ้าเพียงพอ คุณจะมองไม่เห็นภาพนี้ และคุณจะอัมพาตทางการเมือง เลือกข้างประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยไม่ได้
--------------------------------------------------------------------------------
[1] Fred Riggs (1966) Thailand. The Modernisation of a bureaucratic polity. East West Press.
[2] ดู เกษียร เตชะพีระ (๒๕๕๐) “ทางแพร่งแห่งการปฏิวัติกระฎุมพีไทย” เสวนาในวันที่๑๖ กันยายน ๒๕๕๐ จัดโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ โพสธ์ในเวป์ ประชาไท ๑๗ กันยายน ๒๕๕๐ and ปาฐกถา ๑๔ ตุลาประจำปี ๒๕๕๐ หัวข้อ ‘จากระบอบทักษิณสู่รัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ วิกฤตประชาธิปไตยไทย’
--
ติดตามงานของใจ อึ๊งภากรณ์
http://siamrd.blog.co.uk/
http://wdpress.blog.co.uk/
http://redsiam.wordpress.com/
see YOUTUBE videos by Giles53
เลขาศาลฯขู่ฟ้องประชาชนที่ลงชื่อถอดถอนศาล แต่ก่อนที่ท่านจะฟ้องเรา ฟังข้าพเจ้าพูดถึงหลักตุลาการหน่อยได้ไหม ?
ที่มา Thai E-News
โดย คุณ เสรีชน
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
4 กุมภาพันธ์ 2553
เมื่อประชาชนรวมตัวจะยื่นถอดถอนเก้าผู้พิพากษา สะเทือนเกียรติประวัติของศาลฎีกาอย่างร้ายแรง
โดยเฉพาะตัดสินเสร็จต้องให้คนมาเชียร์ ต้องขอให้ผู้คนยอมรับศาล แต่เหตุผลของศาลแต่ละข้ออ่อนยวบ โต้ฝ่ายที่กล่าวแก้ศาลไม่ได้เลย ไม่มีใครชม ก็ชมกันเอง เจ้าเก่าทั้งนั้น สภาหอการค้า ประธานการท่องเที่ยวบอกว่า ศาลตัดสินมีเหตุผลทุกข้อ เป็นคำพิพากษาค้อนทอง แต่คนพวกนี้ไม่เคยอ่านความเห็นจากประชาชนที่ชัดเจนขนาดชี้ได้ว่า คำพิพากษานี้ละเมิดกฎหมายเอาเลยทีเดียว เมื่อผู้คนทั่วประเทศไม่ยอมรับหนักขึ้นถึงขั้นจะถอดถอนศาล นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานยุติธรรม ทำตัวเป็นผู้พิทักษ์ค้อนเคลือบสนิม ก็ออกมาขู่ว่า ใครลงชื่อถอดถอนตุลาการ ถ้าไม่มีเหตุผลจะโดนฟ้องกลับ
ผมเห็นว่า นายวิรัช กำลังอวดดี และหลงต่ออำนาจ นายวิรัชคนนี้ ดูตามประวัติก็ไม่ใช่คนเก่ง หรืออัจฉริยะอะไรหนักหนา จบ มศ 5 โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยา ราชบุรี สอบเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในยุคที่คะแนนเอนทรานซ์คณะนิติ มธ สุดต่ำ จบ มธ มาได้เกียรตินิยม แต่ทำไมมี ยุคที่การแข่งขันของนักเรียนกฎหมายสมัยนั้นต่ำ คนหัวดีๆ ไม่ไปเรียนคณะนิติ แถมจบมา ท่านก็ไม่เคยสอบชิงทุนไปนอกอะไร ไม่ได้แสดงปัญญาความสามารถในฐานนักเรียนนอกที่มีดีกรีนักเรียนทุน พูดง่ายๆ ใช้การท่องตำราแล้วสอบเข้าศาล ความรู้ในการพัฒนากฎหมายของท่าน จึงเป็นที่สงสัยแก่ผู้คน
แต่เอาล่ะ จะเก่งไม่เก่งคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ คนเก่งหลายคนทำงานไม่เป็น คนเรียนนอกหลายคนทำงานแล้วโง่บรม อย่างนายกรัฐมนตรีออกฟอร์ดคนนี้ ก็เห็นๆ กันอยู่ เรียนนอก แต่ทำงานไม่เข้าตา ศก ก็แย่ การต่างประเทศมีแต่ศัตรู สังคมมีแต่ยาบ้าหาง่ายกว่ายาแก้ปวดหัว มันก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ประเด็นคือ ปัญหาที่ท่านวิรัช ยกยอตุลาการพวกท่านหนักหนา แต่ผมก็มีข้อสงสัยในความบริสุทธิ์ของศาลที่อยากจะทบทวนความทรงจำและเป็นข้อสังเกตกับผู้อ่าน ดังนี้ ผมจะยกเป็นข้อๆ
ประเด็น : ศาลอาจไม่ได้เป็นกลาง หรือมีแนวโน้มจะเป็นกลาง อย่างที่นายวิรัชหรือพวกหอการค้าพยายามสร้างภาพ ทบทวนความจำกันสักนิด
1.ตอนรัฐประหาร 19 กันยา ศาลใหญ่อย่างนายจรัญ ภักดีธนากุล คู่ซี้ของนายวิรัชไปร่วมอะไรกับทหารที่ก่อรัฐประหาร ทั้งที่ตอนนั้น นายจรัญยังเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะอุทธรณ์ ยังอยู่ในตำแหน่งศาล ไปร่วมร่างประกาศ คปค วางแผนให้คณะปฎิวัติ ให้นายมีชัย มือกฎหมายของทหาร จนที่สุด นายจรัญได้ดิบได้ดี เป็นปลัดยุติธรรมและต่อมา เป็นศาลรัฐธรรมนูญ2. วันที่ 6 พฤษภาคม 2549 ที่บ้านนายปีย์ มาลากุล เจ้าพ่อช่องห้า และจส 100 มีการพูดคุยกันของคนสำคัญของบ้านเมือง ประกอบด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ พล.อ.พัลลภ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา นายจรัญ ภักดีธนากุล เลขาธิการประธานศาลฎีกา นายปราโมทย์ นาครทรรพ และนายปีย์เจ้าบ้าน .คุยกันเรื่องการเมือง การหาทางล้มรัฐบาลทักษิณ และมีการพูดถึงขนาดจะทำให้ทักษิณหายไปจากโลกยังไง คือ การฆ่าท่านทักษิณ ถามว่า นายอักขราทร นายชาญชัย นายจรัญ ล้วนเป็นคนใหญ่ในศาลใช่หรือไม่ อาจมีผู้ไม่รู้มาแย้งว่า แต่เก้าคนที่ตัดสิน ไม่ใช่คนที่ไปประชุมบ้านนายปีย์นี่ แบบนี้ก็อ่านข้อ 3 หาความเกี่ยวโยงกัน
3. เมื่อมีการร่าง รธน ปี 50 กลุ่มผู้พิพากษาพวกนี้ ได้วางแผนสิบปี เพื่อบล้อกการกลับมาของท่านทักษิณแบบมีเชิงแฝงไว้ในรัฐธรรมนูญ กล่าวคือ เดิมตาม รธน 40 ศาลเกษียณอายุ 60 แล้วได้รับตั้งเป็นผู้พิพากษาอาวุโส ให้ทำหน้าที่ในศาลชั้นต้น เพื่อบรรเทาความแออัดของคดี แต่พอปี 50 นายชาญชัย นายจรัญ และพวก แก้กฎหมายใหม่ ให้ศาลที่เกษียณมา ทำหน้าที่ผู้พิพากษาอาวุโส โดยตัดสินคดีในศาลเดิมคือ ศาลฎีกาได้ ดูมาตรา 306 ของ รธน 50 อย่าลืมว่า ผู้พิพากษาในศาลฎีกาเหล่านั้น เคยร่วมกับท่านชาญชัย ในการไม่แต่งตั้ง กกต เพิ่มเติมตาม รธน 40 ซึ่งเป็นการขัด รธน และนายชาญชัยเคยบอกว่า ตอนนี้ ต้องใช้กฎหมายธรรมชาติ คือ ยอมรับว่า ไม่เป็นไปตามตัวบท แต่จะขอใช้กฎหมายธรรมชาติ คือ ความยุติธรรมที่ชาญชัยคิดว่ามี และเป็นยุติธรรมแบบนายชาญชัย ศาลพวกนี้จึงเป็นคนที่มีทัศนะตรงข้ามกับทักษิณมาแทบทั้งนั้น ถามว่า เราจะยอมรับได้อย่างไร สำหรับศาลที่ไม่เป็นกลาง ร่วมกันทำลายหลักเกณฑ์ใน รธน 40 มาตัดสินคดีทักษิณ แต่สื่อไม่ออกข่าวนี้ แต่แกล้งชมว่า ศาลเป็นกลาง ทั้งที่มีที่มาที่ไปด้วยการดันของนายชาญชัย ทำให้ผู้พิพากษาอาวุโสที่สงสัยว่ามีอคติกับท่านทักษิณ เข้ามานั่งพิจารณาคดีนี้ด้วย
4. มีหลักการทางกฎหมายในเรื่องความเป็นกลางของผู้พิพากษา ที่ตัดสินคดีว่า ศาลต้องไม่เคยเกี่ยวข้องกับคดี หรือรู้ที่มาที่ไปของคดีมาก่อน (impartiality) เพราะจะถือว่า มีอคติกับคู่ความได้ง่าย แต่ในคดีนี้ผู้พิพากษา 6 จาก 9 คน เคยทำคดีทักษิณมาแล้วทั้งสิ้น
นายสมศักดิ์ คดีที่ดินรัชดา
ธานิศ ทำคดียุบพรรค
พงษ์เทพ และกำพล คดีหวยบนดิน
ไพโรจน์ กับประทีป คดีแปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต
รายละเอียดดูความจริงวันนี้ 26 กพ-1 มีค 53 หน้า 8-9 รายละเอียดลึกๆ หาดูจากบล้อก หรือที่มีคนเขียนตามเวปไซด์ต่าง ๆ ก็มี
ซึ่งถือว่า เป็นการขัดหลักการความเป็นกลางในการทำหน้าที่ของศาลอย่างมาก ในยุโรป มีคดีในศาลสิทธิมนุษยชนของสหภาพยุโรป ชื่อคดี Piersack v. Belgium ขนาดคนเป็นอัยการแล้ว ย้ายมาเป็นศาล ตัดสินคดีที่ตนเคยสอบจำเลย ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปยังบอกว่า ผู้พิพากษาท่านนั้น เปิดช่องให้สงสัยในความยุติธรรมและเป็นกลางได้ ศาลถือว่า คำตัดสินของศาลเบลเยี่ยมในคดีนี้ ไม่ชอบ
แต่นี่ของเรา คนเป็นศาลในคดีที่ผู้ถูกกล่าวหามีเรื่องมาแล้ว ตัดสินมาแล้ว แล้วมาตัดสินในอีกคดี ยิ่งร้ายแรงกว่าคดีในยุโรป เราจะยอมรับได้อย่างไร
เรื่องแบบนี้ท่านวิรัช ไม่เคยทราบเลยใช่ไหม เพราะไม่มีในฎีกา แต่มันมีสอนในประเทศพัฒนาแล้ว เขาถือเป็น progressive law ด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ไม่เชื่อที่ผมพูด ท่านวิรัชลองไปศึกษาจากhttp://www.concourt.am/hr/ccl/vestnik/2.12-2001/wildhaber-eng.htm หรือไปหาอ่านวิกิพีเดียที่ไหน ก็คงมีให้อ่านไม่ยากหรอก ตำราไทยไม่มี ฎีกาไทยไปไม่ถึง เพราะเราเรียนแบบท่องจำ แต่ในยุโรป อเมริกา เขาสอนกันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเขานับถือสิทธิมนุษยชนมาก แต่ของไทย นอกจากผู้พิพากษาจะไม่ถอนตัวเองตามมรรยาท ยังกลับไปอ้างว่า ทำหน้าที่ได้ ไปบอกว่า คนขึ้นเวทีพันธมิตรไล่ทักษิณ แล้วภายหลังมาเป็นกรรมการ คตส ไม่มีอคติ พูดตรงๆ นี่ไม่ใช่หลักกฎหมายที่สากลเขาใช้กัน นอกจากศาลไทย
5. ข้อสำคัญ คุณวิรัช คุณควรจะตอบคำถามเกี่ยวกับเทปลับ ที่คุณจักรภพนำมาแฉ โดยมีข้อความที่คุณสนทนาทางโทรศัพท์กับ พตอ พีรพันธ์ เกี่ยวกับบทบาทของศาล ที่จะให้ กกต ชุดวาสนาลาออก รับรองว่า จะเป็นผลดีกับคดีที่ถูกฟ้องในศาลอาญา
คุณเป็นศาล พูดแบบนั้นได้อย่างไร และผู้พิพากษาเจี๊ยบ หรือไพโรจน์ ที่ทำหน้าที่คนกลางระหว่างศาลกับเปรม เรื่องจริงหรือไม่ ท่านวิรัช ท่านชาญชัยไม่เคยปฎิเสธ แต่ดันไปฟ้องสามเกลอในเรื่องดักฟังโทรศัพท์แทน โอล่ะพ่อ !!! เนื้อหาไม่เอา มาเอาวิธีการ
ฉะนั้น การที่ท่านวิรัชจะออกมาพูดอะไร ออกมาขู่อะไร ขอให้ท่านพิจารณาการกระทำของคณะศาลตามที่ผมกล่าวมาข้างต้นว่า แบบนี้หรือ ที่จะให้ผมเชื่อตามที่พวกท่านโฆษณาว่า ศาลไม่เอียง ศาลมีความเป็นกลาง จะผิดหรือไม่ ที่ผมจะกราบเรียนคณะศาลตามตรงว่า กระผมไม่เชื่อว่า พวกท่านเป็นกลาง และที่มาที่ไปในการทำหน้าที่ในคดียึดทรัพย์ มันขัดต่อหลักสากล ในเรื่อง impartiality อย่างชัดเจน
นี่ยังไม่ต้องลงลึกในเนื้อหา การยอมจำนนต่อประกาศคณะปฎิวัติ การไม่ยึดถือตามคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ ในการตีความพระราชกำหนดแปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ที่เรา ประชาชน จะร่วมลงชื่อถอดถอนคณะผู้พิพากษาในคดีนี้ในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยอันแท้จริง
ฮา!ป้ายขี้เสื้อแดงขึ้นบัญชีดำกาหัว53บุคคลอัปรีย์
ที่มา Thai E-News53อัปรีย์พล่าน-ขี้ข้าอำมาตย์ดิ้นพล่านโยนขี้เสื้อแดงจะก่อเหตุรุนแรง โหมไฟไล่ตั้งแต่"เคทอง"มายันเทพเทือกปูดลูกเมียครม.ตกเป็นเป้าทำร้าย ล่าสุดอ้างเวบเสธ.แดงขึ้นบัญชีดำ53รายชื่อตกเป็นเป้าโดนเสื้อแดงกาหัว หวังปูทางนำไปสู่การล้อมปราบกวาดล้างเสื้อแดงชุมนุมใหญ่14มีนาฯ เผยที่แท้แล้วเป็นบัญชีบุคคลอัปรีย์แห่งปีที่ไทยอีนิวส์เคยลงประจานไว้ว่าเป็นพวกทำลายประชาธิปไตยเมื่อตอนสิ้นปี'52
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
3 มีนาคม 2553
การโหมกระแสให้ร้ายเสื้อแดงว่านิยมความรุนแรง จะก่อเหตุรุนแรงต่างๆต่อเป้าหมายฝ่ายรัฐบาล และผู้สนับสนุนยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากการโหมกระแสว่า"เคทอง"คนใกล้ชิดเสธ.แดงเคยขู่ลอบวางระเบิด ตามมาด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อ้างว่ามีคำขู่จะทำร้ายลูกเมียครอบครัวของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ล่าสุดมีการสร้างกระแสว่า คนเสื้อแดงได้ขึ้นบัญชีดำกาหัว 53 รายชื่ออีกด้วย
ไทยโพสต์หน้าไม่อายอ้างเป็นตุเป็นตะ53บัญชีดำที่คนเสื้อแดงกาหัว
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 3 มีนาคม รายงานว่า ในเว็บไซต์www.sae-dang.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์บรรดาผู้ที่ชื่นชอบ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิลผล หรือเสธ.แดง มีการตั้งกระทู้หนึ่งในที่ผู้โพสต์ใช้นามว่า "จ.ส.อ.ลุงนวม รหัสเกียกกาย 7485" โดยใช้ชื่อกระทู้ว่า "53 รายชื่อ ในบัญชีดำที่คนเสื้อแดง "กาหัว"" ซึ่งในจำนวนนั้นมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายกษิต, นายจรัญ ภักดีธนากุล, คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา, นายธีรยุทธ บุญมี, นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการเครือแปซิฟิก และมีบรรดาแแแกนนำพันธมิตรฯ รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีนายเทพชัย หย่อง, นายโรจ งามแม้น หรือ เปลว สีเงิน ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์รวมอยู่ด้วย
จากนั้นมวลชนเสื้อเหลืองในอินเตอร์เน็ต ก็นำเรื่องนี้ไปกระจายต่อ เช่น ในบล็อกแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อหัวข้อเรื่อง 53 รายชื่อในบัญชีดำที่คนเสื้อแดงกาหัวจากนั้นก็มีการจัดทำฟอร์เวิร์ดเมล์กระจายออกไปทั่ว เพื่อให้ร้ายภาพลักษณ์คนเสื้อแดงว่าเป็นพวกนิยมใช้ความรุนแรง ซึ่งคาดว่าจะเป็นการปูพื้นในช่วงก่อนการชุมนุมใหญ่14มีนาคม เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการปราบปรามกวาดล้างคนเสื้อแดงที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย
ที่แท้มั่วความจริงที่มาของบุคคลอัปรีย์คือบัญชีดำพวกทำลายประชาธิปไตย
สาเหตุที่มีการมั่วเรื่องนี้ขึ้นมาน่าจะมาจากสมาชิกเวบไซต์ของเสธ.แดงนำบทความที่ไทยอีนิวส์เคยนำเสนอเมื่อตอนสิ้นปี โดยได้ลงชื่อ 53 บุคคลที่เข้าข่ายทำลายประชาธิปไตยมาลงเผยแพร่เพื่อประจาน สาเหตุที่ประจาน 53 รายชื่อก็เพื่อให้สอดคล้องกับปีใหม่2553 ซึ่งเป็นเวลาที่ลงบทความในตอนนั้น ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้53 บุคคลอันตรายแห่งปี-ไทยอีนิวส์รวบรวม 53 บุคคลอันตรายที่สุดต่อระบอบประชาธิปไตยแห่งปี'52 โดยที่บุคคลอัปรีย์ดังกล่าวส่วนใหญ่ยังคงครองตำแหน่งไว้เหนียวแน่น ต่อเนื่องจากการจัดอันดับในปีที่แล้ว และมี"หน้าใหม่"ที่เป็นบุคคลอันตรายถูกจัดไว้ในบัญชีใหม่ในปีนี้จากผลงานอัปรีย์ต่อระบอบประชาธิปไตย
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 ธันวาคม 2552ปีพ.ศ. 2552 กำลังก้าวผ่านไป ย่างเข้าปีใหม่'53 คนไทยยังเผชิญทุกข์สาหัสกับสภาพบ้านเมืองที่แตกแยกออกเป็นเสี่ยง ต่อไปนี้คือ"53 MOST WANTED" หรือผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับประเทศไทยอย่างหนัก ประชาชนชาวไทยจึงต้องจารึกชื่อพวกเขาไว้ในบัญชีหนังสุนัข แต่ไม่ต้องรอวันชำระบัญชี เพราะทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนี้คนพวกนี้กำลังเสวยกรรมชั่วอย่างแสนสาหัสอยู่แล้ว
โดยจะขอไล่เรียงเป็นประนามานุกรม 53 บุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย เรียงลำดับตามอักษรดังต่อไปนี้
1.กษิต ภิรมย์
ก่อกรรม-ร่วมมือกับโจรก่อการร้ายพันธมิตรโค่นล้มรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย ขึ้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจากแรงหนุนของ"เส้นใหญ่" แล้วก่อเรื่องกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ออกแผนกำจัดทักษิณ ชินวัตร ที่ประชาชนเลือกเป็นนายกฯ
ผลกรรม-เจออัปยศตลอดปี นับแต่ต้องเผ่นลงเรือหนีในสภาพน่าสังเวชตอนอาเซียนซัมมิต ตอนกลางปีโดนตั้งข้อหาเป็น1ในผู้ก่อการร้ายยึสนามบิน มาปลายปีสื่อทำเนียบตั้งฉายาให้เป็นไส้ติ่งรัฐบาล ถูกรัฐบาลกัมพูชากล่าวหาว่าเป็นตัวการล้วงความลับจนนำไปสู่การ"จับแพะ"นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ แต่นายกษิตหลบหน้าสังคมเกาะเก้าอี้แน่น ทำหน้าที่ให้เกียรติภูมิของชาติตกต่ำ
2.แก้วสรร อติโพธิ
ก่อกรรม-อิงอำนาจคณะรัฐประหารตั้งให้เป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย โดยไม่อิงหลักกฎหมาย แต่เต็มไปด้วยอคติ
ผลกรรม-โดนสนธิ ลิ้มทองกุล หักหลังตัดหางปล่อยวัด สั่งสาวกพันธมิตรฯไม่ให้เลือกเป็นผู้ว่าฯกทม. ขณะที่ชาวกรุงเทพฯไม่ไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯ แวดวงวิชาการตั้งข้อรังเกียจว่ารับใช้คณะรัฐประหาร เป็นแค่เนติบริกรเผด็จการ
3.กนก รัตน์วงศ์สกุล
ก่อกรรม-ผู้เล่าข่าวเครือNATIONไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร โฆษกกระบอกเสียงเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ขาดความเชื่อถือจากฝ่ายประชาธิปไตย และผู้ชมทั่วประเทศ กนกโผล่ปั๊บ คนกดรีโมตหนีพร้อมยี้กันทั่วประเทศ ล่าสุดทำตัวน่าเกลียดโฆษณาขายหุ้นจองเครือเนชั่น(NBC)ว่าใครจองหุ้นตัวนี้จะรวยเละ แต่ปรากฎว่าคนที่จองซื้อไว้ซวยเละเพราะหลุดจอง จึงโดนกลต.อยู่ระหว่างตรวจสอบ มีฐานความผิดปั่นหุ้นและโฆษณาอันเป็นเท็จ ระวางโทษจำคุกถึง3ปี
4.เครือข่ายแวดวงนักข่าวสื่อเห้-คลิ้กดูรายละเอียด
กรรมที่ก่อ-ขาดจรรยาบรรณ ไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร ใกล้ชิดเผด็จการ ระรานประชาธิปไตย โฆษณาชวนเชื่อให้ระบอบอำมาตย์
ผลกรรม-ขาดความเชื่อจากฝ่ายประชาธิปไตย ประชาชนเลิกอุดหนุนซื้อหา หันไปติดตามสื่อต่างประเทศ และสื่อทางเลือกแทน บางรายล้มละลายคือเครือผู้จัดการ บางรายต้องขายของเก่ากินเช่นเครือเนชั่น ฝ่ายประชาธิปไตยมองเป็นแค่"สื่อมวลชั่ว"หมดสิ้นความเชื่อถือ
5.คำนูณ สิทธิสมาน(อ่านบทประนามฯจากดาวแดงถึงผ้าพันคอสีฟ้าคลิ้กที่นี่)
ก่อกรรม-เป็นสมุนรับใช้สนธิลิ้มทั้งในกระบอกเสียงพันธมิตรคือผู้จัดการ และเป็นหัวโจกกลุ่ม40สว.ทาสเผด็จการ เป็นหัวหอกกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า ดึงสถาบันเบื้องสูงลงมาเป็นเครื่องมือการเมือง
ผลกรรม-ถูกบันทึกชื่อในฐานะผู้ทรยศต่อชาติและประชาธิปไตยฝ่ายประชาชน ไปเป็นสมุนกากเดนศักดินา
6.จรัญ ภักดีธนากุล
ก่อกรรม-ร่วมมือกับพันธมิตร ตัดสินพิพากษาโดยขาดหลักนิติธรรม ลำเอียงโดยอคติ เปิดพจนานุกรมลากเอาผิดฝ่ายปฏิปักษ์การเมืองของอำมาตย์
ผลกรรม-ถูกแฉว่ามีพฤติการณ์เดียวกับจำเลยที่ถูกตัดสิน คือไปรับจ้างเอกชน แต่สีข้างเข้าถูกไม่ต้องรับผิด ต้องเสื่อมเกียรติยศ ถูกแฉว่าภรรยามีพฤติการณ์ในทางชั่ว
7.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง(อ่านรายละเอียด เสือเจ็บไม่ร้อง หมาเจ็บร้องเอ๋งคลิ้กที่นี่
ก่อกรรม-ทำลายล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รับใช้เผด็จการ ประสานงานพันธมิตร ใกล้ชิดสื่อโจร
ผลกรรม-หมดความน่าเชื่อถือทั้งในฐานะนักวิชาการ สื่อ นักการเมือง ถูกตีตราเป็นเป็นเพียงข้ารับใช้เผด็จการหมดราคา
8.จำลอง ศรีเมือง(ดูรายละเอียดใน9กบฎพันธมิตร คลิ้ก)
ก่อกรรม-เป็นหัวหน้าโจรก่อการร้ายพันธมิตรอันดับ2นำโจรยึดทำเทียบ ไฮแจ็คสนามบิน ทำลายความสามัคคีในชาติ
ผลกรรม-ทำให้ชาติแตกแยกเป็นสามัคคีเพท สั่นคลอนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ส่วนจำลองหมดความนับถือจากคนที่เคยศรัทธา แม้แต่พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เพื่อนซี้ก็ตีจากเพราะเดินทางผิด ถูกดำเนินคดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน ถูกการบินไทยฟ้องเรียกค่าเสียหาย500ล้านบาท
9.จารุวรรณ เมณฑะกา
ก่อกรรม-เป็นเครื่องมือเผด็จการคมช.ตรวจสอบยึดทรัพย์รัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยกฎหมายที่ตราขึ้นโดยเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกตรวจสอบกลับว่ามีพฤติการณ์มิชอบทั้งตั้งลูกกินเงินเดือนปปง. พาลูกเที่ยวเมืองนอก จ้างเพื่อนรับงานราชการ สร้างคฤหาสถ์ใหญ่โตแต่อ้างว่าค่าสร้างแค่4ล้าน
10.ชัยอนันต์ สมุทวนิช(อ่านรายละเอียด อ.ย.ม.ชัยอนันต์ คลิ้กที่นี่)
ก่อกรรม-เป็นกูรูและนักคิดให้กับสนธิลิ้มและพันธมิตรหลายเรื่อง รวมทั้งการเมืองใหม่ นายกฯม.7 ทำลายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ศักดินา กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าจะตั้งสาธารณรัฐประเทศไทยอย่างไร้มูล
ผลกรรม-เสื่อมความนับถือในวงวิชาการทั้งนานาชาติและในประเทศ ถูกแฉว่าอยากเป็นองคมนตรีจนเอาเกียรติยศเข้าแลก
11.ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์
ก่อกรรม-เป็นม้าใช้ให้สนธิกับจำลองเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย พยายามสร้างองค์กรจัดตั้งในภาคอีสาน แต่จุดไม่ติด
ผลกรรม-จัดตั้งองค์กรหน้าม้าในอีสานล้มเหลว ลงส.ส.สอบตกแต่ขี้แพ้ชวนตี เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในตอนพฤษภา35 ถูกจับข้อหากบฎยึดทำเนียบ ถูกดำเนินคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน
12.ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย
ก่อกรรม-อดีตคนเดือนตุลา เคยรับใช้ไกรศักดิ์และพล.อ.ชาติชายตอนนี้มารับใช้สนธิลิ้ม และพาลูกชายอ้วนดำโน้ต-ยุรชัฎมาเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตย ไส่ไฟว่าฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า
ผลกรรม-คนเดือนตุลาต่างก็ตั้งข้อรังเกียจชัชวาลย์ที่ขายตัวให้กับสนธิและพวกกากเดนศักดินาทำลายประชาธิปไตย
13.แซมดิน เลิศบุศย์
ก่อกรรม-เป็นหัวการ์ดพันธมิตร สายสันติอโศก เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดหอบังคับการบิน
ผลกรรม-ถูกดำเนินคดี1ใน36ผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน
14.ณรงค์ โชควัฒนา
ก่อกรรม-เครือสหพัฒน์เป็นสปอนเซอร์ให้พันธมิตรออกนอกหน้า เพื่อแลกกับให้สนธิลิ้มโจมตีโมเดิร์นเทรด เพื่อปกป้องธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคผูกขาดของตน
ผลกรรม-ประชาชนไทยหันไปซื้อของห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น สหพัฒน์ทำท่าจะเป็นเสือลำบาก และเสือโหยในปีเสือนี้
15.ดุสิต นนทนาคร
ก่อกรรม-อาศัยเส้นใหญ่ศักดินาขึ้นเป็นประธานหอการค้าแบบข้ามหัวแคนดิเดตอย่างน่าเกลียด เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์ ต่อต้านประชาธิปไตย หนุนหลังรัฐบาลหุ่นเชิด กล่าวหาว่าฝ่ายประชาธิปไตยทำลายชาติ
ผลกรรม-ถูกวงการหอการค้าและวงการพ่อค้านินทาว่ามีที่มาอย่างขาดความชอบธรรม ไม่ได้เคลื่อนไหวปกป้องวงการค้า แต่เอาหัวโขนไปรับใช้อำมาตย์
16.เทพชัย หย่อง
ก่อกรรม-หลังจากร่วมกับสุทธิชัย หยุ่น พี่ชายก่อหนี้ในITVล้นพ้นตัว และใช้อิทธิพลคมช.ทุบITVทิ้งแล้วแปลงมาเป็นTPBSก็กลับเข้ามายึดกุมอีกครั้ง โดยที่ทิ้งขี้สัมปทานหลายหมื่นล้านของITVไว้เบื้องหลัง และน้ำตาของผู้ถือหุ้นรายย่อย
ใช้TPBSเป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์โฆษณาชวนเชื่อ ดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-หย่องบอกว่าจะมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการแค่ช่วงก่อตั้ง แต่แล้วก็สมัครเข้ามาเป็นผู้อำนวยการหลังจากล็อกสเป็กให้ตัวเองเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งก่นด่าของฝ่ายประชาธิปไตย และขี้เหล้าขี้ยาที่ผลาญภาษีย่ำยีปชต.
17ธีรยุทธ บุญมี(ดูรายละเอียดใน กาฝาก 14 ตุลาและ"ปัญญาชนบริกร" )
ก่อกรรม-วิพากษ์วิจารณ์กัดติดประดิดประดอยถ้อยคำด่าทอรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน แล้วยกยอพวกเผด็จการจากรัฐประหาร ยิ่งพอเป็นรัฐบาลเผด็จการอำมาตย์หุ่นเชิดอย่างในปัจจุบันก็ทำตัวเงียบหาย ไม่ออกมาวิจารณ์เลย
ผลกรรม-ถูกคนเดือนตุลาให้ฉายาว่าเป็นกาฝาก14ตุลาและปัญญาชนบริกร สิ้นไร้ความนับถือตกเป็นที่สาบแช่งของญาติวีรชน14ตุลาฯ
18.ธีระ ธัญไพบูลย์
ก่อกรรม-เล่าข่าวทางเนชั่น ช่อง 3 ช่อง9แบบเป็นกองเชียร์เผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ออกนอกหน้าและน้ำเสียง ครั้งหนึ่งเคยใส่เสื้อเหลืองออกทีวีชวนเชิญคนทั้งประเทศให้ทำตาม อ้างว่าแก้คุณไสยเขมร เล่นตามที่พวกม้อบโกเต๊กซ์นิยมไสยดำ
ผลกรรม-คนดูเรียกขานว่าชินจัง ทำให้ต้นตำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นเดือดร้อนมาก เพราะคนชังมากกว่าคนชอบแบบชินจังในการ์ตูน
19.เนวิน ชิดชอบ
ก่อกรรม-ทำตนเป็นหมาหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ตอนหนีจากนายบรรหารก็ด่าว่า"เตียบเตี้ยบ" หนีจากทักษิณก็ว่า"มันจบแล้วครับนาย" ตอนเล่นงานคมช.ก็อ้างว่าทหารปฏิวัติเสร็จพาขึ้นรถตู้ปล่อยลงมาถอดเสื้อผ้าหมดต้องหนีตายแบบโทงเทง จัดตั้งเสื้อสีน้ำเงินกอ่เหตุมือที่3ล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ขนรถแก๊สมาแฟลตดินแดงตอนสงกรานต์เลือด แล้วป้ายขี้ให้เสื้อแดง เคลื่อนไหวเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย โดยไม่ถูกยุบพรรคหรือสั่งห้าม
ผลกรรม-หากผลกรรมที่จะเกิดขึ้นก็คงเป็น"นายใหม่"ไม่ว่าจะเป็นแฝดอินจันอภิสิทธิ์ หรือนายอนุพงษ์ และนายหญิงใหญ่ เร็วๆนี้
20.นพดล กรรณิการ์
ก่อกรรม- ใช้เอแบคโพลล์เป็นเครื่องมือหนุนรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดอำมาตย์แบบเปิดปุ๊บติดปั๊บ ฝืนมติมหาชนที่แท้จริง ขนาดคู่แข่งอย่างกรุงเทพโพลล์ให้รัฐบาลหุ่นเชิดสอบตกได้คะแนน3.87เต็ม10 แต่เอแบคโพลล์ดั้นเมฆว่าคนไทยหนุนอภิสิทธิ์เพิ่มเป็น70%
ผลกรรม-ถูกแฉว่าเข้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับงานจากนายอภิสิทธิ์เป็นประจำ ทำให้ผลโพลล์หมดความน่าเชื้อถือ
21.เปรม ติณสูลานนท์
ก่อกรรม-มหาอำมาตย์ใหญ่นายพลอาวุโสเปรมชอบบอกว่าให้ตอบแทนแผ่นดิน ซึ่งแปลว่าตอบแทนคนๆเดียวหรือตระกูลเดียว แล้วย่ำยีคนทั้งแผ่นดิน ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แปลว่าการเล่นพรรคเล่นพวกระบบอุปถัมภ์ ให้ทำดี แปลว่า ทำชั่วได้ทุกอย่างหากเปรมเห็นว่าดีแล้ว ชอบพูดว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งความหมายจริงๆก็คือโชคร้ายที่สุด ชอบกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าทรยศชาติ ซึ่งแปลว่าคนไทยกำลังสร้างชาติสร้างประชาธิปไตย
ผลกรรม-จากที่มีฐานะอยู่สูงเป็นถึงประธานองคมนตรี คนกราบไหว้เหมือนอยู่บนหิ้ง ก็ลงมาต่ำเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาด เป็นเป้าหมายของการสาปแช่ง หมดแล้วซึ่งความขลังศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ลูกน้องเก่าอย่างบิ๊กจิ๋วหรือขุนทหารก็พากันตีจากมาต่อต้าน มีแต่รอวันถูกโค่นล้มหรือเสื่อมสลายในฐานะมาสเตอร์มายด์ของฝ่ายอำมาตย์
22.ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา
ก่อกรรม-เป็นล็อบบี้ยิสต์ตัวกลางให้นายใหญ่ของขบวนการอำมาตย์ในการกำจัดทักษิณทุกทาง โดยถูกพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี กล่าวหาว่ารวมทั้งวางแผนลอบสังหาร และสั่งการให้แวดวงตุลาการขจัดพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณที่บ้านซอยสุขุมวิท รวมทั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายการสร้างpropagandaให้กับคนๆเดียว
ผลกรรม--ถูกแฉว่าเป็นตัวกลางในการประสานงานฝ่ายทหาร ตุลาการ เครือข่ายอำมาตย์ในการกำจัดขบวนการประชาธิปไตย ปลูกฝังลัทธินิยมอำมาตย์เผด็จการศักดินาให้หยั่งรากถาวรในไทย
23.ประสงค์ สุ่นศิริ
ก่อกรรม-แค้นในอดีตที่จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรมปลดออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วตั้งทักษิณเป็นแทนจึงตามจองล้างจองเวรไม่สิ้นสุด ทั้งบนดินใต้ดิน ทั้งทำให้ชาติพินาศย่อยยับ และวางแผนวินาศกรรม ลอบสังหาร ยึดอำนาจ ชั่วๆมาจากสมองของคนๆนี้
ผลกรรม-กินแห้วมาตลอด ลุ้นตำแหน่งนายกฯยุคคมช.ก็อด ลุ้นประธานสภาสสร.ก็แห้ว ล่าสุดทวงบุญคุณว่าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะพันธมิตร(ภายใต้การวางแผนของสงค์เสี้ยม)ลงทุนยึดทำเนียบ ปิดสภา บุกตีบชน. ไฮแจ็คสนามบิน แต่ก็แห้วตามเคย
24.ประชัย เลี่ยวไพรัตน์
ก่อกรรม-เป็นสปอนเซอร์ให้เผด็จการ สนับสนุนพันธมิตร เพื่อหวังจะคว้าTPIไว้ เนื่องจากเสียประโยชน์หาว่ารัฐบาลทักษิณไม่โอบอุ้ม พอโค่นรัฐบาลได้ก็ตั้งพรรคมัฌชิมาประชาธิปไตย แต่ล้มเหลว ตอนนี้เป็นนายทุนให้วิทยุคลื่นเก้าสิบสองสลึง
ผลกรรมตั้งพรรคมัฌชิมา ถูกป๋าเหนาะเย้ยว่าเป็นอนุบาลการเมือง หมดเปลืองเงินไปร่วมพันล้านแต่ตัวเองกับลูกทีมสอบตกกราวรูด ได้เป็นส.ส.เฉพาะกลุ่มก๊วนนายสมศักดิ์ และถูกลูกน้องสมศักดิ์เฉดพ้นพรรคแบบเจ็บแสบ
25.ปราโมทย์ นาครทรรพ
ก่อกรรม-เป็นนักวิชาการร่วมรุ่นของชัยอนันต์ มีบทบาทเขียนบทความใส่ไคล้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ กับหนุนระบบศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย มาปีนี้ผุดเรื่องปฏิญญาดูไบอีกรอบ
ผลกรรม-ถูกประนามหยามหมิ่นว่านำชื่อเสียงเกียรติคุณที่เคยอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยในอดีตมาทำป่นปี้ตอนแก่
26.เปลว สีเงิน
ก่อกรรม-ทำหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มีจุดยืนมั่นคงคือเป็นใบปลิวโจมตีทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร และทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับพันธมิตรกับฝ่ายเผด็จการ หลังๆก็เอียงข้างศักดินาๆไปด้วย ล่าสุดปลด"ใบตองแห้ง"คอลัมนิสต์ที่นำเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นที่รอบด้าน เพราะเปลวอยากให้ไทยโพสต์เป็นกระบอกเสียงอำมาตย์อย่างเดียว
ผลกรรม-ทำหนังสือพิมพ์เจ๊ง ยอดขายไม่พอหล่อเลี้ยงตัว โฆษณาไม่เข้า แต่ได้รัฐบาลระบอบอำมาตย์ขุนเอาไว้แลกกับการเป็นกองเชียร์ระบอบหุ่นเชิด ถูกวงการและนักสิทธิสื่อประณามที่คุกคามสื่อ"ใบตองแห้ง"อย่างไร้ยุติธรรม
27.ประเวศ วะสี-
ก่อกรรม-สถาปานาตัวเป็นราษฎรอาวุโส กล่าวร้ายว่าทักษิณควรยุติบทบาททางการเมือง ยอมจำนนต่อการปฏิวัติรัฐประหาร หากเคลื่อนไหวอยู่ก็เป็นไปเพื่อคนๆเดียว
ผลกรรม-เปิดเผยธาตุแท้ล่อนจ้อนว่าเป็นเครือข่ายอำมาตย์ ไม่ศรัทธาฝ่ายประชาธิปไตย ดูแคลนความเคลื่อนไหวพลังของประชาชน ทำให้เสื่อมเสียความเชื่อถือทั้งในและนานาประเทศ
28.พิภพ ธงชัย
ก่อกรรม-พิภพทิ้งหมู่บ้านเด็กเมืองกาญจน์และสังคมอุดมคติไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวมาเป็น1ในแกนนำพันธมิตรที่มีทัศนะนโยบายล้าหลังคลั่งศักดินา ฉุดรั้งประชาธิปไตยถอยลงคลอง เสนอการเมืองระบบอภิสิทธิชน70:30หมิ่นแคลนสิทธิ์เสียงประชาชน หลังยึดสนามบินนำไปสู่การโค่นรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งแล้ว พิภพได้โบนัสจากลิ้มให้ไปทัวร์อียิปต์10วันเป็นรางวัลตอบแทน
ผลกรรม-นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจำนวนมากประกาศตัดหางพิภพออกจากขบวนการ และให้เลิกอ้างว่าเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชนอีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบพันธมิตรที่เคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งศักดินาจารีตด้วย
29.โพธิรักษ์
ก่อกรรม-สมณะโพธิรักษ์นักบวชหัวรุนแรงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ไปเป็นสังคมชาวพุทธในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง ปฏิเสธต่อต้านทุนนิยม ทำลายความเป็นปุถุชนของมนุษย์ ถึงขั้นตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีนโยบายแบบการเมืองใหม่ และใช้ชาวอโศกผู้ศรัทธาเป็นสันหลังของม็อบ193วัน เพราะคนเหล่านี้ทุ่มกายถวายชีวิตให้ศาสดาโพธิรักษ์
ผลกรรม-ประชาชนผู้รักชาติ และพิทักษ์พุทธศาสนาที่เดินสายกลางไม่หัวรุนแรงพากันต่อต้านศาสนาโพธิรักษ์แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศ ทั้งที่บึงกุ่ม นครปฐม อุบลราชธานี และศรีษะเกษบ้านเกิดโพธิรักษ์
30.ไพศาล พืชมงคล(อ่านรายละเอียด จาก"โค่นล้มศักดินา"ถึง"โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว" คลิ้ก )
ก่อกรรม-จากนักประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเพื่อกรรมกรในอดีต ไพศาลมารับใช้ขุนศึกอำมาตย์ เป็นหัวสมองให้พันธมิตร เขียนประกาศคณะรัฐประหารให้คมช. จากที่เคยเขียนเพลง"เสียงครวญของมวลกรรมกร"มาเขียนเชิดชูบทบาทศักดินาใหญ่ที่ไปงานศพคนของพันธมิตร
ผลกรรม-เช่นเกียวกับนักต่อสู้นักเคลื่อนไหวในอดีตที่เปลี่ยนสีแปรธาตุ ทำให้ประชาชนต้องสาปแช่ง
31.ภูวดล ทรงประเสริฐ(อ่านรายละเอียด มือเผา14ตุลาฯเปี๊ยนไป๋! คลิ้กที่นี่)
ก่อกรรม-จากเลขาธิการสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นเหนียวกับชัยอนันต์ คนกินเงินเดือนของสนธิลิ้ม ทำให้ภูวดลปักหลักบนเวทีพันธมิตร ด้วยการด่าชนิดแม่ค้าปากตลาดอาย ทำให้พันธมิตรฮาร์ดคอร์ชื่นชมมีแม่ยกติดเกรียว
ผลกรรม-อย่างไรก็ตามจำลอง ศรีเมือง ขาใหญ่เบอร์2พันธมิตรไม่ถูกหู สั่งปิดไมค์ของภูวดล แล้วไล่ลงเวที ภูวดลเครียดจัดเป็นอัมพาตครึ่งตัว ตอนนี้ยังนอนพักรักษาตัวยาวอยู่ที่โรงพยาบาล พูดจาด่าใครไม่ได้อีกแล้ว
32.มาลีรัตน์ แก้วก่า
ก่อกรรม-จากอดีตนักกิจกรรมยุค6ตุลา เข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พบรักกับ"อ๋า"ธัญญา ผู้นำนักศึกษายุค14ตุลา ต่อมาชาวสกลนครเลือกให้เป็นส.ส. ก่อนจะวิญญาณนักเคลื่อนไหวเก่าเข้าสิงสู่ มาประจำเวทีพันธมิตร
ผลกรรม-มาลีรัตน์ก็เช่นเดียวกับพวกพันธมิตรหลายคนคือเมื่อมาเป็นพธม.ก็ถูกปฏิเสธจากประชาชน จนสอบตกในการเลือกตั้ง(เช่นเดียวกับการุณ ใสงาม,สำราญ รอดเพชร,ประพันธ์ คูณมี,พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ,อมร อมรรัตนานนท์,ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ฯลฯ)แต่แทนที่จะสำนึกที่ประชาชนสั่งสอนบทเรียน กลับหันไปสมคบกับนายทุน ขุนศึก ศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย และเรียกหาการเมืองใหม่70:30เหมือนจะแก้แค้นที่ประชาชนไม่ยอมเลือกพวกตนเข้าสภา
33.รสนา โตสิตระกูล
ก่อกรรม-รสนาเคยเป็นเพียงปัญญาชนสายที่สาม คือไม่ขวาไม่ซ้าย เป็นแบบalternativeที่ใกล้ชิดไปทางส.ศิวรักษ์ที่เน้นเรื่องอุดมคติทางศาสนาพุทธแบบปัญญาชน ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ มามีชื่อเสียงจากการตรวจสอบเรื่องทุจริตยา แต่รสนาเป็นนักการเมืองที่แย่ คือเอียงขวาสุด ผูกติดกับพันธมิตร เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเผด็จการ 1ใน40สว. ต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-รสนาเข้าไปโหวกเหวกด่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย ในสภาพ"ซุกสามี"สันติสุข โสภณศิริ ลูกศิษย์ใกล้ชิดส.ศิวรักษ์ และเป็นเพื่อนน้ำมิตรของเปี๊ยก-พิภพ ธงชัยอีกคน ขณะที่ในลีลาบรรยากาศแบบเดียวกันของการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากไม่โวยวายแล้ว รสนายังชื่นชมจนออกนอกหน้าอีกด้วย รสนายังถูกแฉว่าต่อต้านปตท.ไม่ให้อยู่ในตลาดหุ้น แต่พวกตนกลับกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องมีหุ้นปตท.ซะเอง
34.วัชระ เพชรทอง
ก่อกรรม-แจ็คเป็นอดีตนักศึกษาโข่งรามคำแหง ร่วมรุ่นกับตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ แข่งขันกันตั้งแต่อยู่รั้วพ่อขุน จนออกมาสู่สนามใหญ่ ขณะที่ตู่ยืนอยู่บนเวทีนปช. แจ๊คไปโผล่ที่เวทีเสื้อเหลือง ควบกับเป็นบก.แนวหน้าตามราวีล้างผลาญรัฐบาลประชาธิปไตย ก่อนจะลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็นส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งสันดานเดิม
ผลกรรม-แจ็คเคยชื่นชมนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเชกูวาร่ามาก จนถึงขั้นพิมพ์หนังสือขาย มาวันนี้โลกสวิงไป180องศาถึงวันที่แจ๊คต้องเล่นบทคลั่งไคล้ใหลหลงศักดินาใหญ่เข้าให้บ้าง แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือตอนนี้เขาต้องเจอตู่-จตุพร คู่กัดตลอดกาลออกมาเคลื่อนไหวขย่มรัฐบาลเทพประทานอย่างหนัก
35.วีระ สมความคิด
ก่อกรรม- เป็นมือตีนให้สนธิลิ้มเคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งชาติจะบุกยึดเขาพระวิหารคืนจากเขมรหลายหน จากนั้นเกณฑ์กองกำลังโจรศรีวิชัยไปทำร้ายประชาชนชาวภูมิสรอลที่รักถิ่นฐานและรักสันติภาพ
ผลกรรม-ทำตัวเสมือนว่าเก่งกล้าสามารถ แต่พอเขมรจะเอาจริงก็ป๊อดมาปักธงยึดเขาพระวิหารจำลองที่บางปูแทน ทำให้เกียรติภูมของไทยตกต่ำสุดกู่เป็นตัวตลกในเวทีประชาคมโลก
36.ศิริชัย ไม้งาม
ก่อกรรม-ไม้ เป็นนักสหภาพที่นำคนสหภาพเข้าร่วมเป็นเนื้อเดียวกับพันธมิตรทุกความเคลื่อนไหว เขาขู่ตัดน้ำตัดไฟประชาชนเพื่อหวังผลชนะในการม็อบ โดยพวกสหภาพเคียดแค้นที่รัฐบาลทักษิณแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของชาติ และผู้บริโภค
ผลกรรม-ประชาชนเลิกใช้บริการของรัฐวิสาหกิจที่มีเอกชนเป็นคู่แข่งและทางเลือก เช่นบริการของTOT CAT เป็นต้น ส่วนอภิสิทธิ์เมื่อได้เป็นรัฐบาลวันแรกๆไปพูดที่ตลาดหุ้นว่ารัฐบาลของเขาจะส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ส่วนศิริชัยกลายเป็นผู้ก่อการร้ายถูกดำเนินคดียึดสนามบิน
37.ศรัณยู วงศ์กระจ่าง
ก่อกรรม-เป็นดารารุ่นใหญ่ที่โดดขึ้นเวทีพันธมิตรและเอาการเอางานเคียงคู่กับเจ๊ปองอัญชลี จนได้เป็นแกนนำพันธมิตรรุ่นสองช่วงท้ายๆตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่หลังยุติยึดสนามบินก็เกิดผลประโยชน์ไม่ลงตัวกับจอย-ศิริลักษณ์ดาราพันธมิตรอีกราย จนจอยต้องเผ่นหนี ให้ตั้วครองASTVไว้ แต่ท้ายๆก็เสื่อม แม่ยกหายหน้าหมด
ผลกรรม-ช่อง7สีปลดออกจากผู้ดำเนินรายการเรื่องจริงผ่านจอ เพราะเรทติ้งตกเนื่องจากประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยค่อนประเทศบอยคอต เช่นเดียวกับพากันบอยคอตไม่ดูหนังฟอร์มใหญ่เรื่ององค์บากภาค2ที่ศรัณยูเล่นอยู่ไม่กี่ฉาก เพราะไม่อยากสนับสนุน พอมาจัดคอนเสิร์ตล้างหนี้ที่ม.รังสิต คนก็โหรงเหรงสุดเสื่อม
38.สนธิ ลิ้มทองกุล
ก่อกรรม-สนธิเริ่มต้นจากการต่อต้านทักษิณเพราะเสียผลประโยชน์ไม่ได้อนุมัติให้รับสัมปทานโทรทัศน์NEWS1และรัฐบาลทักษิณไม่ต่ออายุให้วิโรจน์ นวลแขเพื่อมาเคลียร์หนี้เน่าให้เครือผู้จัดการ แต่เล่นเพลินไปหน่อย เขาจึงสร้างความตกต่ำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับแต่ยุคเสียกรุงอยุธยาครั้งที่2เป็นต้นมา
ผลกรรม-นอกจากถูกดำเนินคดีหัวโจกผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินแล้ว บริษัทผู้จัดการก็ถูกสั่งให้ล้มละลาย และถูกสื่อค่ายมติชนแฉว่าสนธิลิ้มจึงต้องก่อม็อบเพื่อรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นแล้วนำเงินไปเข้าบริษัทที่เกาะฟอกเงิน สนธิลิ้มยังจิตหลอนต้องกันไปพึ่งคุณไสยดำสารพัด และหวาดระแวงว่าจะโดนลอบฆ่าจากศัตรูรอบด้าน หลังจากถูกถล่มสังหารรอดตายมาได้ช่วงสงกรานต์ และถูกระเบิดถล่มเวทีพันธมิตร มีข่าวว่าเขาอาจปลีกวิเวกยาวในต่างประเทศ เพราะตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็ไปทับรอยปชป.ส่อว่าอาจจะเป็นพรรคต่ำสอง
39.สมศักดิ์ โกศัยสุข
ก่อกรรม-สมศักดิ์เป็นหางเครื่องของ5แกนนำพันธมิตร แต่บารมีในวงการสหภาพแรงงานก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ต้องพึ่งนักสหภาพรุ่นน้องอย่างไม้เป็นหลัก ต่อมาเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ก่อนที่สนธิลิ้มหัวหน้าตัวจริงจะมาริบไป
ผลกรรม-นักสหภาพแรงงาน นักวิชาการด้านแรงงานตัดหางปล่อยวัดสมศักดิ์ ฐานเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย และห้ามแอบอ้างว่าทำในนามภาคประชาชน นอกนั้นก็โดนดำเนินคดีกบฎ คดียึดทำเนียบรัฐบาล และคดียึดสนามบิน
40.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
ก่อกรรม-จากนักเคลื่อนไหวในวงการครู ก้าวสู่วงการเอ็นจีโอ และวงการสื่อจากการรู้จักแนบแน่นกับสำราญ รอดเพชร และเครือเนชั่น สุดท้ายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ แต่ก็เคลื่อนไหวในนาม5แกนนำพันธมิตรด้วย
ผลกรรม-โดนดำเนินคดีกบฎ คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แถมยังโดนส.ส.ลูกพรรคเพื่อไทยเก่ง-การุณ โหสกุลกระโดดถีบ เพราะไปปากดีท้าทายว่าใครแน่เจอกันนอกห้องประชุม แต่พอเจอถีบแล้วกลับไม่แน่ วิ่งแร่ไปแจ้งความตำรวจว่าโดนทำร้ายร่างกาย
41.สุริยะใส กตะศิลา
ก่อกรรม-จากอดีตเลขาธิการนักศึกษา สนนท.ที่เป็นองค์กรฝ่ายประชาธิปไตย มาเป็นผู้ประสานงานพันธมิตร คอยเป็นหนังหน้าไฟให้กับแกนนำ ทั้งที่สุริยะใสควรได้เป็นแกนนำไปนานแล้ว แต่ที่สุดได้เฉพาะรางวัลปลอบใจคือตำแหน่ง"หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในเวทีพันธมิตร" และรางวัลไปทัวร์อียิปต์10วันหลังยึดสนามบิน
ผลกรรม-โดน สนนท.รุ่นน้องบุกไปมอบหรีดและเผาโลงประท้วง โดนคนนามสกุลเดียวกันที่ศรีษะเกษตัดญาติและเผาโลงประท้วง โดนนักข่าวบอยคอตไม่ทำข่าวหลายหนเพราะมัวแต่ไปแจกลายเซ็นแม่ยก จนมองข้ามหัวนักข่าว โดนจำลองเบรกหัวทิ่มหลายหน โดนลือว่ารวยขี่เบ๊นซ์ไปแล้ว โดนคดีกบฎ คดียึดทำเนียบ คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แต่เพื่อนคนหนึ่งชื่อ"ไผ่ ครป."โดนคดียึดNBTแต่สุริยะใสอ้างว่าไม่รู้จัก เลยโดนเพื่อนรุมด่าอย่างหนัก สรุปว่าโดนรอบด้านงานเข้ารอบตัว
42.สำราญ รอดเพชร
ก่อกรรม-สำราญเคยทำงานITVของทักษิณ ต่อมาทักษิณปลดออกในสภาพหมาล่าเนื้อ มาได้สนธิลิ้มโอบอุ้มไว้จึงต้องทุ่มทั้งชีวิตชดใช้บุญคุณ ทำหน้าที่เป็นโฆษกเวทีพันธมิตรเจ้าของประโยคฮิต"พี่น้องเอ๊ยยยยยย.."
ผลกรรม-สอบตกส.ส.เขตบางกะปิเช่นเดียวกับประพันธ์ คูณมีและพรรคพวกร่วมอุดมการณ์พันธมิตรที่ถูกปฏิเสธจากประชาชนเจ้าของประเทศ สนธิลิ้มจะให้รางวัลปลอบใจไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ถูกรุมต่อต้านจนกินแห้ว
43.สุทธิชัย หยุ่น
ก่อกรรม-หยุ่นชงเรื่องตั้งโทรทัศน์ITVหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาลทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น
ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์เขาใช้สื่อเครือเนชั่นเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลหุ่นเชิด โดยได้สิทธิจากพลเอกเปรมให้เข้าไปยึดครองช่วงข่าวช่องฟรีทีวีทุกช่อง แลกกับการได้ผลประโยชน์ค่าโฆษณาและรายได้จากการจัดอีเว้นต์ให้มาร์คไปเกาะโพเดี้ยมตลอดปี
ผลกรรม-ประชาชนไม่นิยมอ่านหรือชมเพราะเป็นสื่อเอียง ทำให้ขายโฆษณาไม่ได้ ในที่สุดได้ประกาศขายตึกNATIONบางนาเพื่อให้รอดภาวะล้มละลายตามค่ายผู้จัดการของลิ้ม เมื่อนำหุ้นทีวีเนชั่น(NBC)ขายเข้าตลาดหุ้น ก็ไม่มีใครจองซื้อ ต้องแบกรับไว้เอง หากรัฐบาลหุ่นเชิดไม่อยู่ หยุ่นจะรอดไปได้กี่น้ำ ยังต้องลุ้นระทึก เพราะตอนนี้เริ่มปลดลูกน้องกันระนาวแล้ว
44.สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว)
ก่อกรรม-"เสี่ยต้อยนักข่าว100ล้าน"ก่อร่างสร้างตัวมาจากการได้ทุนจากจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทรัพย์สินฯทำสื่อทางวิทยุ SMS และล่าสุดรุกเข้าทางช่อง11ผลิตรายการสกู๊ปในนามสำนักข่าวทีนิวส์กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่า เป็นขบวนการของระบอบทักษิณสมคบคอมฯหลงยุคเป็นขบวนการล้มเจ้า
ผลกรรม-หมดความเชื่อถือจากประชาชน เพราะเคลื่อนไหวรับใช้ระบอบอำมาตย์บิดเบือนทำblack propaganda
45.สุเทพ เทือกสุบรรณ
ก่อกรรม-กำนันสุเทพพาประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลสำเร็จในรอบ9ปี โดยวิธีเดิมคือไปฉกลูกพรรคอื่น คือกลุ่มเพื่อนเนวินมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี แอบซุ่มมุบมิบทำโครงการหมื่นล้านสร้างโรงพัก-แฟลตตำรวจ โดยไม่โดนสื่อตรวจสอบ ขณะที่มีข้อครหากระหึ่ม
ผลกรรม-ผลกรรมของกำนันเทพนั้นมีมากนับไม่หมดไม่ถ้วน แต่ที่เสวยกรรมไปในไวๆนี้ก็คือพรรคประชาธิปัตย์เคยทำกับรัฐบาลทักษิณไว้อย่างไรโดนย้อนศรคืนทุกเม็ด รวมทั้งไปโดนชาวไทยขับไล่ในทุกที่ที่ไปโผล่หน้า ล่าสุดใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆคดียุบพรรค
46.สุรพล นิติไกรพจน์
ก่อกรรม-สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกที่ทิ้งจุดยืนประชาธิปไตยอันแน่วแน่ มาอยู่เคียงข้างพันธมิตร เคียงข้างเผด็จการทหาร เสนอให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งมายุบสภา แต่ทีกับรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดกลับเงียบเฉย
ผลกรรม-ถูกลูกศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ยกพวกนำพวงหรีดไปประท้วง ถูกแฉว่ามาจากการแต่งตั้งของนายสุเมธ ตันติเวชกุล เครือข่ายอำมาตย์ ทำให้ต้องรับใช้อำมาตย์ ส่วนมหาวิทยาลัยก็ตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีกรณีอาจารย์ให้นักศึกษาหญิงอมนกเขาแลกเกรด จนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคของสุรพลถูกล้อเลียนว่าเป็นมหาวิทยาลัยนกเขา นับเป็นความเสื่อมเพราะสุรพล
47.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์
ก่อกรรม-เป็นอธิการของNIDAที่แสดงจุดยืนเคียงข้างพันธมิตร และผู้นำกองทัพอย่างเหนียวแน่น ละเลยหลักการประชาธิปไตยที่พร่ำสอนนักศึกษา
ผลกรรม-โดนกลุ่มนักศึกษานิด้าประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ประนามอย่างหนัก และเสนอให้หยุดพฤติการณ์ให้ท้ายพันธมิตร แต่ยังคงรับใช้อำมาตย์อย่างเหนียวแน่น
48.หงา คาราวาน
ก่อกรรม-ทิ้งจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนคนยากจนยากไร้ ขึ้นเวทีพันธมิตรที่ใกล้ชิดไฮโซราชนิกุล มีแนวนโยบายรุกรานเพื่อนบ้านในอินโดจีน นอกจากนี้ศิลปินหลายคนเช่น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อังคาร กัลยาณพงศ์ ไพวรินทร์ ขาวงาม วงโฮ้ป เป็นอาทิ ต่างก็มีพฤติกรรมทำนองเดียวกับหงา
ผลกรรม-โดนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในอดีตทั้งวิสา คัญทัพ และจรัล ดิษฐาอภิชัย ออกมาแฉชีวิตส่วนตัวและอุดมการณ์อย่างหมดเปลือก เสื่อมความเชื่อถือจากแฟนๆขาประจำทั้งประเทศ
49.อัญชลี ไพรีรักษ์
ก่อกรรม-เจ๊ปองเคยเป็นอดีตผู้อ่านข่าวช่อง 7 ต่อมาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร เจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร ทำงานรับใช้นายวัฒนา อัศวเหม คนปากน้ำด้วยกัน
ผลกรรม-ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมประจำเวทีพันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ แถมโดนแมงลือใส่ไคล้เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราชายรุ่นใหญ่ขาประจำเวทีพันธมิตรให้อีก ทั้งที่อีกฝ่ายมีลูกเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว
50.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ก่อกรรม-เป็นกำลังหลักในการทำรัฐประหารยึดอำนาจ19กันยายน49 มีบทบาทโดดเด่นในฐานะทหารเสือราชินี ออกมาสำทับให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งยุบสภา-ลาออกผ่านทางโทรทัศน์ถึง2ครั้ง สุดท้ายต้อนก๊วนเนวินเข้าไปหาที่บ้านพักในร.11พร้อมกับยื่นเงื่อนไขจาก"บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้"ให้เนวินสลายขั้วมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ไม่ยอมทำหน้าที่สลายการชุมนุมของพันธมิตรทั้งที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งสั่งการถึง2ครั้ง แต่พอรัฐบาลหุ่นเชิดสั่งก็นำทหารออกมาปราบปรามประชาชนตอนเมษาเลือด
ผลกรรม-ถูกนานาชาติ ทั้งทูต ทูตทหาร สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีว่าเหตุใดทหารไม่เป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบในประเทศ ทั้งในตอนรัฐบาลนายสมัครประกาศฉุกเฉินตั้งให้อนุพงษ์ควบคุมเหตุการณ์ความไม่สงบในตอนวันที่2กันยายน2551 และตอนที่พันธมิตรยึดสนามบิน แต่พอทีกลุ่มเสื้อแดงเดินขบวนโดยสงบในช่วงสงกรานต์ กลับเคลื่อนรถถังและทหารออกปราบปรามอย่างป่าเถื่อน ทำให้กองทัพไทยถูกมองว่าเป็นกองทัพของประเทศด้อยพัฒนา แทรกแซงทำลายประชาธิปไตย แต่ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้
51.อานันท์ ปันยารชุน
ก่อกรรม-เป็นเครือข่ายอำมาตย์ระดับสูงเชื่อมประสานระหว่างฝ่ายอำมาตย์กับวงการเอ็นจีโอ ผ่านการให้ทุน วงการสื่อสารมวลชน ทำลายฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ไปร่วมงานศพสารวัตรจ๊าบ ทำให้ประชาชนทั่วประเทศรุมประณามว่าเป็นพวกอีแอบอยู่เบื้องหลังฝ่ายอำมาตย์ที่ต่อต้านประชาธิปไตย
52.อภิชาต สุขัคคานนท์
ก่อกรรม-เป็นเครื่องมืออำมาตย์เผด็จการยุบพรรคเพื่อไทยและอีก2พรรค ทั้งที่พยานหลักฐานไม่ชัดเจน ต่อมาคนที่รับจ้างเป็นพยานเท็จออกมาแฉว่าถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณจ้างวานแล้วเบี้ยว แต่พอกรณีพรรคประชาธิปัตย์258ล้านชัดเจน แต่นายอภิชาตกลับมีความเห็นว่าให้ยกคำร้องไม่ต้องยุบ
ผลกรรมประชาชนทั้งประเทศจับตามองนายอภิชาตอยู่ว่าจะก่อ2มาตรฐาน ตอกย้ำวลีที่ว่า"ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด"ต่อไปอีกหรือไม่...
53.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อกรรม-ต่อต้านรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งไม่ลืมหูลืมตา เข้าข้างให้ท้ายพันธมิตรอย่างไม่เกรงใจใคร ร่วมมือกับผู้นำเหล่าทัพปล้นอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง เพื่อตัวเองจะได้ตั้งรัฐบาลแทน
ผลกรรม-อภิสิทธิ์ต้องชดใช้ผลกรรมที่ก่อแบบที่โดนฝ่ายประชาธิปไตยย้อนศรทุกเม็ด นับแต่การแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นต้นไป แม้ได้เป็นนายกฯ แต่ก็ไร้เกียรติภูมิเพราะคนทั้งโลกเห็นว่าเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของอำมาตย์ พันธมิตร กองทัพ อสิทธิ์ชนในประเทศไทย ไม่ใช่ตัวแทนที่ภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย และฝ่ายเสื้อแดงประกาศว่าอย่าหวังความเป็นสุขในการทำงาน ตราบที่ไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นก็ไม่มีสันติภาพที่จีรัง แต่พอเป็นนายกฯระบอบหุ่นเชิดแล้วกลับไร้ผลงาน ผลโพลล์ให้สอบตก เพราะเกาะโพเดี้ยมเป็นอาชีพหลัก สื่อทำเนียบตั้งฉายาว่า"หล่อหลักลอย"
