WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 4, 2010

นปช. แถลงผู้สื่อข่าวเทศ “หากจะรุนแรง จะระดมคนครึ่งล้านออกมาทำไม”

ที่มา ประชาไท


นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ นปช. แถลงที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่ายังไม่มีใครรู้ว่าจะเอาชนะรัฐบาลด้วยวิธีใด แต่เชื่อมั่นคนชุมนุมเกินห้าแสน เป้าหมายเดียวให้อภิสิทธิ์ยุบสภา

เวลาประมาณ 15.30 น. นายจรัล ดิษฐาอภชัย นายประชัญ บุญประคอง นางดารุณี กฤตบุญญาลัย และน.พ.เหวง โตจิราการ ได้ร่วมกันแถลงข่าวที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) อาคารมณียา ถ.เพลินจิต ถึงการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในช่วงนี้ไปจนถึงวันที่ 12 มี.ค. โดยนายจรัลกล่าวว่า ในช่วงวันที่ 12 มี.ค. คาดว่าจะมีรถปิ๊กอัพประมาณ 60,000-70,000 คันเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมเข้าสู่กรุงเทพฯ หลังจากที่ผู้ให้บริการรถบัสปฏิเสธให้บริการขนส่งคน เขาเชื่อว่าจะมีคนกรุงเทพฯ เข้าร่วมประมาณ 30,000 คน และจะมีผู้ชุมนุมไม่ต่ำกว่า 500,000 คน นอกจากนี้ มีแผนการชุมนุมในหลายจังหวัดก่อนที่จะถึงวันที่ 12 มี.ค. เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเข้ามาชุมนุมต่อในกรุงเทพฯ

นายจรัลกล่าวว่า แกนนำได้แลกเปลี่ยนกันหลายชั่วโมงว่า จะมีเป้าหมายในการชุมนุมที่ใดและเวลาใด ในที่สุดได้ตัดสินใจกันว่า จะเริ่มต้นการชุมนุมที่สนามหลวงและเดินขบวนมายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยกำหนดการในวันที่ 12 มี.ค. จะเริ่มในเวลา 12.00 น.

นายจรัลเปิดเผยด้วยว่า การจัดการการชุมนุมครั้งนี้ จะมีการเตรียมการจัดการมวลชนอย่างรัดกุมมากขึ้น โดยจะแบ่งผู้ชุมนุมออกเป็นกลุ่มๆ ตามจังหวัดที่เข้าร่วม และกำหนดเขตให้อยู่ในพื้นที่ของตนเอง จะมีหน่วยรักษาความปลอดภัยทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของผู้ชุมนุม โดยนายจรัลยืนยันว่า แกนนำเสื้อแดงยังคงยึดมั่นยุทธศาสตร์ไม่ใช่ความรุนแรง พร้อมกับยอมรับว่า ในการชุมนุมที่ผ่านๆ มานั้น แกนนำยังขาดประสบการณ์ในการจัดการการชุมนุม จึงเกิดเหตุการณ์เช่นที่พัทยา หรือเหตุการณ์เดือนเมษายน 2552 ขึ้น เนื่องจากไม่สามารถควบคุมผู้ชุมนุมบางส่วนได้ แต่ครั้งนี้แกนนำได้ถอดบทเรียนแล้ว และขอยืนยันว่า แกนนำจะจัดการชุมนุมอย่างสงบและรัดกุมได้อย่างแน่นอน

ด้านนายแพทย์เหวง โตจิราการ กล่าวเสริมว่า นปช. ยังคงยืนยัน 6 หลักการ ประการแรก นปช.ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประการที่ 2 ต้องการล้มระบบอำมาตย์ซึ่งทำให้ประเทศถอยหลังทางเศรษฐกิจ และขัดขวางการพัฒนาประเทศ ประการที่ 3 ไม่ใช้ความรุนแรง ประการที่ 4 นำหลักนิติรัฐกลับมา ประการที่ 5 เป็นการต่อสู้ของประชาชน ประการที่ 6 นำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 กลับมาใช้

“เรายึดมั่นในแนวทางดังกล่าวนี้อย่างเคร่งครัด ดังนั้นใครที่ไม่ดำเนินตามแนวทางนี้ แม้แต่เพียงขาดไปข้อเดียวก็ถือว่าไม่ใช่นปช.” น.พ. เหวง กล่าว และอธิบายต่อไปว่า สำหรับแนวทางการจัดการมวลชนนั้นมี 3 มาตรการหลักๆ คือ 1.จัดโซนผู้เข้าร่วมชุมนุมแยกตามภูมิภาคอย่างเคร่งครัด โดยคาดว่าจะมีบล็อกของผู้ชุมนุมจากภูมิภาคและจังหวัดต่างๆ ประมาณ 17 บล็อก

ประการที่ 2 การชุมนุมจะไม่เกิดความรุนแรงอย่างที่ผ่านมา โดยจะกำหนดให้ชัดเจนว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร และเวลาไหน

ประการที่ 3 การ์ดคนเสื้อแดงจะทำหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุม และจะไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ที่กำหนด

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามถึงค่าใช้จ่ายและจำนวนของการ์ดคนเสื้อแดงว่าจะมีจำนวนเท่าใด นายจรัลตอบว่า อาจจะมีการ์ดประมาณ 6,000 คน โดยการ์ดเหล่านี้เป็นอาสาสมัครและไม่ได้ว่าจ้าง นอกจากนี้ เงินที่ใช้ในการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาค

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายจรัลกล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าจะเอาชนะได้อย่างไร ซึ่งอาจจะทำให้การชุมนุมต้องยืดเยื้อเป็นเวลาหลายวัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงมีเป้าหมายอย่างไร นายจรัลกล่าวว่า เป้าหมายของคนเสื้อแดงเป็นเป้าหมายเล็กๆ เท่านั้นคือ ให้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา โดยที่นายกฯ มีทางเลือก 2 ทางคือ หากไม่จัดการกับคนเสื้อแดงก็ต้องยุบสภา

นายจรัลกล่าวย้ำถึงแนวทางด้วยว่า จะไม่มีทางรุนแรง เพราะหากจะใช้แนวทางรุนแรง ก็คงไม่ต้องระดมคนออกมาถึงหลายแสนคน เพียงแค่จัดตั้งคนสัก 20,000 คนและฝึกอบรมก็เพียงพอแล้ว โดยนายจรัลคาดหวังว่า จะมีถึง 1 ล้านคน หรืออย่างน้อยที่สุด 500,000 คน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นเสื้อแดง และที่ผ่านมา แกนนำเสื้อแดงก็ได้เข้าไปทำความเข้าใจและสร้างเครือข่ายตามหน่วยทหารจำนวนมากด้วย

“นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะมีทางเลือกเพียง 2 ทางคือ จัดการกับคนเสื้อแดงหรือยุบสภา ขอยืนยันว่า ความรุนแรงจะไม่เริ่มจากคนเสื้อแดง แต่ถ้านายกอภิสิทธิ์เลือกการปราบคนเสื้อแดง ก็อาจมีสงครามกลางเมืองเกิดขึ้น และคงไม่มีการเลือกตั้งอีก 5-10 ปี” นายจรัลกล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว

ฝากให้แกนนำแต่ละกลุ่มที่นำมวลชน มาร่วมชุมนุม ได้กระจายข้อมูลนี้ออกไป

ที่มา thaifreenews


โดย แมวอ้วนอ้วน

เนื่องจากการชุมนุมใหญ่คนมาเป็นจำนวนมาก มาเป็นล้านคน
เพื่อให้การชุมนุมมีความพร้อม มีความสนุก ไม่เจ็บป่วยล้มไข้
การดูแลตนเอง และกลุ่มของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ทาง RSR ร่วมกับ FARED จึงได้จัดทำข้อมูลการเตรียมตัวสำหรับผู้ชุมนุม


ฝากให้แกนนำแต่ละกลุ่มที่นำมวลชน มาร่วมชุมนุม ช่วยกระจายข้อมูลนี้ออกไปด้วย

1. ถ้ามียาประจำตัวให้นำไปด้วย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรค เบาหวาน , ความดัน , หัวใจ ,หอบหืด ซึ่งต้องเป็นยาเฉพาะของแต่ละคน

2. สวมใส่เสื้อผ้าที่กระชับ (ไม่ใช่รัดติ้วนะครับ)
รองเท้าควรเป็นผ้าใบ ไม่ควรใส่รองเท้าแตะ หรือ รองเท้าคัทชู หรือ ส้นสูง
กางเกงควรเป็นขายาว
เสื้อก็ควรเป็นแขนยาว หรือหากมีปลอกแขนกันแดดก็ใช้ได้ เพื่อป้องกันแก๊สน้ำตา ไม่ให้สัมผัสผิวหนังได้โดยตรง
ควรสวมหมวก เพื่อกันแดด ฝน ความร้อน

3. เตรียมเสื้อสะอาด 1 ตัว ใส่ถุงพลาสติก และปิดให้แน่นหนา 2 ชั้นได้ยิ่งดี เพื่อประโยชน์ในการเดินทางกลับบ้าน ทีีสำคัญคือ เอาไว้เปลี่ยนเมือโดนแก๊สน้ำตา และนำเสื้อผ้าที่โดนแก๊ส ใส่ในถุงแทน รัดแน่นหนา เพื่อนำกลับไปซักต่อไป ( ก่อนซัก ให้ผึ่งเสื่้อผ้าที่โดนแก๊สไว้ ประมาณ 1-2 วัน )

4. ทุกคนควรมีกระเป๋าเป้สะพายหลัง หรือแบบอื่นที่ไม่ต้องใช้มือของเราถือ ในกระเป๋าควรมี เสื้อผ้าตามข้อ 3 ,
ขวดน้ำดื่มสะอาดต้องมีติดตัวตลอด เพื่อใช้ดื่ม และล้างหน้าตาหากโดนแก๊ส
ผ้าขนหนู หรือผ้าขาวม้า(สารพัดประโยชน์) เพื่อชุบน้าเย็นลดความร้อน คลุมหัวกันความร้อน กันแก๊ส
อาหารให้พลังงานที่เรียกว่า Energy Bar
หรือ ลูกกวาด ติดไว้ตลอดเช่นกัน เพื่อเวลาที่ถูกปิดล้อม ส่งเสบียงเข้าที่ชุมนุม ไม่ได้ ไม่มีอาหาร
หน้ากากอนามัย ไว้กันแก๊สได้ระดับหนึ่ง , แว่นตากันน้ำ ดำน้ำ หรือที่ใส่ว่ายน้ำ เพื่อกันแก๊สน้ำตา ควรเป็นพลาสติกชนิดดี หากเป็นแบบถูก ๆ อาจเป็นอันตรายต่อตา เมื่อโดนกระสุนยางในระยะอันตราย หรือโดนกระสุนจากหนังสติ๊ก หัวน๊อต ฯลฯ

5. สำหรับผู้หญิง ควรมีผ้าอนามัย ชนิดแผ่น ติดกระเป๋าเอาไว้ด้วย เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และหากมีผู้บาดเจ็บใกล้ตัวเรา ในกรณีแผลฉกรร ใช้โปะ ห้ามเลือดระหว่างติดต่อ หน่วนพยาบาล หรือนำส่ง รพ.
ข้อควรจำสำหรับ ผู้หญิง คือ หากมีรอบเดือน อย่าใช้ผ้่าอนามัยแบบสอด เพราะหากถูกปิดล้อม หรือถูกจับกุม หาโอกาสเปลี่ยนไม่ได้ จะเป็นอันตราย เพราะหากใช้แบบสอด นานเกินกว่า 5 ชั่วโมง ร่างกายจะติดเชื้อจากผ้าอนามัย
หากใช้โลชั่นกันแดด หรือโลชั่นใด ๆ ที่มีส่วนผสมของออยล์ จะเป็นตัวกักเก็บแก๊สให้ติดอยู่กับผิวหนังได้มากขึ้น นานขึ้น ควรใช้โลชั่นกันแดด ชนิดที่มีส่วนผลมของ แอลกอฮอล์ ดีกว่า

6. ผู้ที่สวมคอนแทคเลนซ์ ควรถอดออก หากมีการสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา เพราะตัวเลนซ์ จะดูดเก็บแก๊สไว้ที่ตาได้อย่างดี

7. ผู้ที่ป่วย เป็นโรค หอบหืด และถุงลมโป่งพอง ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแก๊ส โดยทันที เพราะจะเป้นอันตรายมาก หากโดนมาก ๆ อาจถึงแก่ชีวิตได้

8. ผู้สูงอายุ เด็ก หรือผุ้ที่มีโรคประจำตัว ควรมีข้อความสั้น ๆ บอก ชื่อ นามสกุล ตัวเองโรคที่เป็น กรุ๊บเลือด เบอร์โทร.ญาติ สถาน พยาบาลที่รักษาประจำ กับแพทย์คนใดอยู่ ใส่ซองพลาดติกกันน้ำ ห้อยคอไว้ตลอด เพื่อประโยชน์ หากท่านหมดสติ หรือไม่สามารถ สื่อสารด้วยคำพูดได้ ในกรณีบาดเจ็บรุนแรง

9. หากจัดหาได้ไม่ยุ่งยาก ควรมีหมวกกันกระแทก หรือหมวกกันน๊อค ไว้ใส่ในกรณีเหตุชุลมุน หรือถูกสลายการขุมนุม เพื่อกันหัวน๊อต กระสุนยางระยะอันตราย

10. ผู้นำกลุ่ม หรือแกนนำ กลุ่มต่าง ๆ ควรจัดหา ยารักษาโรคที่จำเป็น เช่น พารา , ยาดม ยาหม่อง ยาธาตุ และเวชภันณ์ทำแผลเบื้องต้นเช่น ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ปิดแผล โพรวิดีนแบบขวดเล็ก ๆ ผ้าพันแผล ทั้งแบบทำแผล และแบบ elastic สำลี เพื่อให้การช่วยเหลือภายในกลุ่มของตัวเอง ในระดับหนึ่ง เพราะหน่วย RSR และ FARED อาจจะมีไม่เพียงพอ เพราะผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก

วิธีการรับมือ และข้อปฏิบัติกรณี จนท.ใช้อาวุธพิเศษ( Non-Leathal Weapon )

1. แก๊สน้ำตา หาก จนท.ใช้แก๊สน้ำตายิง หรือขว้างมา ให้รีบใช้ผ้าห่มหนา ๆ ตัดสี่เหลี่ยมจตุรัีส ด้านละ ประมาณ 1 เมตร ชุบน้ำให้โชก คลุมกระป๋องแก๊สทันที ( ใครฮาร์ดคอร์ และสวมรองเท้าหนา ๆ จะเตะกระป๋องแก๊สกลับไปหาคนยิง ก็ไม่ว่ากัน เพราะ เสื้อแดงได้รับเกียรติให้ใช้แก๊สจาก USA รับประกันไม่มีขาขาด ) แก๊สจะอยู่กับเรานาน 30 นาที ถึงหลายชั่วโมงแล้วแต่ชนิด
เมื่อโดนแก๊ส ให้รีบหลบเลี่ยงออกจากกลุ่มแก๊ส พยายามกลั้นหายใจให้ได้นานที่สุด อย่าสูดแก๊สเข้าไป และอยุ่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก หากเป็นที่ตา ใช้น้ำเกลือ Normal Saline หรือน้ำดื่มสะอาด ๆ รดจากหัวตาแต่ละข้าง ออกไปทางหางตา นานประมาณ ข้างละ 10 นาที เพื่อให้น้ำชะล้างแก๊สออกได้ในระดับปลอดภัย ข้อควรระวังคือ อย่าฉีดน้ำเข้าตาใกล้เกินไป แรงเกินไป เพราะจะทำลายเยื่อบุตาได้
ใช้พัดลม หรือลม หรือดูทิศทางลมให้ดี ให้ลมเป่าที่ตา หรือตามร่างกาย ไล่แก๊สก็สามารถทำได้ แล้วรีบหาหน่วยพยาบาลให้เร็วทีี่สุด ( ในกรณีนี้ หน่วยพยาบาลคงเดินเพ่นพ่านให้เห็นกันบ้าง RSR พร้อมรับมือสถานการณ์เช่นนี้ในแนวปะทะอยู่แล้ว ) เพื่อใ้ห้การดูแลอย่างถูกวิธีต่อไป
หากโดนแก๊สตามผิวหนัง ให้รีบใช้น้ำสะอาด หรือน้ำสบู่ ล้างออกโดยเฉพาะบริเวณข้อพับ อย่าเกา หรือขยี้ตาเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้แก๊สขยายวงกว้างออกไปและยิ่งซืมเข้าผิวหนังได้มากขึ้น การสระผมก็อาจทำให้แสบหนังศรีษะได้
ถ้าอยู่ในวิถีของ แก๊สที่ยิงมา ให้วิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศยิง จะพ้นระยะแก๊สได้ ไม่ควรวิ่งออกด้านข้าง เพราะอาจยังไม่พ้นระแก๊ส
ในเวลานั้นทัศนวิสัยจะพร่ามัว ระวัง อย่าวิ่งเข้าหา จนท. ทำใจให้สงบ อย่าตกใจ มองรอบ ๆ ตัวก่อนแล้ววิ่งเข้าหาที่ปลอดภัย

2. กระสุนยาง ระยะอันตรายคือ 10-12 เมตร ให้รักษาระยะหากเห็นว่าจะมีการ ใช้กระสุนยาง สังเกตว่าปืนที่ จนท.ถ้าเป็น ตร.ไทย จะใช้ ปืนลูกซองยาว หรือปืินเล็กยาว โดยปกติ จนท.จะไม่ยิงเข้าจุดสำคัญ ( แต่รัฐบาลนี้ ไม่เคยมีมาตรฐานใด ๆ อยุ่แล้ว โดยเฉพาะกับคนเสื้อแดง ดังนั้น อย่าไปหวังผลเลิศ ว่า จนท.โดยเฉพาะ ทหาร ) ดังนั้นควรสวมหมวกกันกระแทก และแว่นตาี่ที่เป็นพลาสติกอย่างดี ไม่ใช่พลาสติกแข็งบาง เพราะถ้ายิงโดนตา พลาสติกจะแตกและทำอันตรายดวงตาเราได้ อาจถึงตาบอด
หากโดนยิงเข้าที่ท้องในระยะอันตราย คนโดนจะถ่ายเป็นเลือดนานหลายวัน เพราะอวัยวะภายในถูกกระแทกจากกระสุนยาง
หากโดนยิงที่ศรีษะ ในระยะอันตราย อาจถึงเลือดคั่งในสมองได้ ( ไม่ต้องพูดถึงหากโดนน้องชายในกางเกง )

3. เครื่องยิงแหบุคคล ปกติใช้จับคนบ้า อาละวาด ลักษณะ เครื่องยิงจะเล้ายกระบอกไฟฉาย ขนาดใหญ่ เมื่อยิงออกมาให้ระวังส่วนที่เป็น ตัวถ่วงตาข่าย จะฟาดโดนศรีษะ เมื่อเราโดน หรือคนข้าง ๆ โดน คนทีีโดน อย่าตกใจ และอย่าดิ้น เพราะยิ่งดิ้นยิ่งแน่น ให้ตั้งสติ ใช้กรรไกร หรือหากมีใฟแช๊คก็ได้ ค่อย ๆ ตัดตาข่ายออก แล้วหลบหนีออกมา หรือหากเป็นไปได้ ก็อุ้มคนที่โดน หลบหนีออกมาก่อน
ระยะหวังผลของเครื่องนี้ก็ประมาณ 5-6 เมตร แต่จะให้ปลอดภัยทีี่สุด อย่าเข้าใกล้ จนท. เกิน 10 เมตร ปลอดภัยสุด

4. LRAD เครื่องส่งเสียงดังรบกวนระไกล ส่งเสียงเริ่มต้นที่ประมาณ 90 เดซิเบล จนถึง 146 เดซิเบล ส่งเสียงได้ไกลประมาณ 300 เมตร คือระยะหวังผล หากอยู่ใกล้ ต่ำกว่า 7 เมตร ถือว่าอันตรายมาก เพราะได้ยินและทนยืนอยุ่กับที่นาน หูจะดับถาวรได้ แต่ทุกคนที่ไม่ได้ป้องกัน อาจจะหูดับชั่วคราว
ใช้ที่หูฟังกันเสียงสำหรับใส่ยิงปืน หรือโฟมอุดหูสำหรับยิงปืน ช่วยกรองเสียงได้ระดับหนึ่ง แล้วต้องรีบวิ่งออกจากบริเวณนั้น ๆ ทันที
ข้อเสียของเครื่องนี้ คือ ถ้าใช้ในเมือง เมื่อโดนผนังตึก อาจสะท้อนกลับหาคนยิงได้
ลักษณะ เครื่อง LRAD ที่ หน่วย คฝ.ของไทยใช้ จะเป็นจาน รูป สี่เหลี่ยมมน ขนาดเล็กกว่าจานดาวเทียม ( จานแดง ทรู ) นิดหน่อย เป็นสีไข่ไก่ผสมเทา ติดบนรถกระบะ หรือรถ ขนผู้ต้องหา

แก๊สน้ำตามีผลต่อสุขภาพเราอย่างไร? ป้องกัน และ ปฐมพยาบาล

ที่มา thaifreenews


โดย แมวอ้วนอ้วน

ที่มา http://medicarezine.com/2010/02/tear-gas/

ในสถานะการณ์บ้านเมืองของเราที่มีความขัด แย้งกัน ในด้านความคิดอุดมการณ์กันอย่างมากมาย การชุมนุมทางการเมืองจึงเป็นสิ่งที่เราได้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง ในบางครั้งก็มีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมกันบ้าง ครั้งนี้ผมจึงขอนำเสนอบทความ เกี่ยวกับแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยในเรื่องที่เกี่ยวกับผลที่อาจจะเกิดกับสุขภาพของคนเราและการป้องกัน การแก้พิษ การปฏิบัติตัวเมื่อโดนแก๊สน้ำตา มาติดตามกันครับ

tear gas

tear gas grenade

การปกป้องตนเองจากแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย

สิ่งแรกที่ท่านควรระลึกไว้เสมอก็คือ การโดนแก๊สน้ำตาไม่ ใช่สิ่งที่แย่ที่สุดที่ท่านจะได้รับ แม้ว่าสถานการณ์ขณะนั้นจะดูน่ากลัวหรือน่าตกใจเพียงใด ถ้าท่านระมัดระวัง และองอาจ ท่านจะสามารถอยู่รอดได้อย่างมีปัญหาน้อยที่สุด ข้อมูลที่จะกล่าวถึงนี้ได้รับมาจากการสนทนากับผู้เชี่ยวชาญ และจากประสบการณ์ตรงของผู้เชี่ยวชาญด้านแก๊สน้ำตาจากหลายๆ แหล่ง (ข้อมูลหลักๆ มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา)
อะไรคือแก๊สน้ำตา

แก๊สน้ำตา (CS, CN, CX) และ สเปรย์พริกไทย (OC) เป็นสารเคมีที่เป็นอาวุธ ที่ใช้โดยตำรวจหรือทหารเพื่อใช้ในการสลายฝูงชน หรือทำให้ฝูงชนอ่อนกำลังลง มันเป็นสารที่ทำให้เยื่อบุต่างๆ เช่นในช่องปาก จมูก คอ และผิวหนังเกิดการระคายเคือง มันผสมอยู่ในตัวทำละลาย และถูกขับเคลื่อนออกมาโดยตัวยิงหรือตัวขับเคลื่อน สารบางอย่างที่เป็นองค์ประกอบได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถก่อให้เกิดมะเร็ง ความผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือแม้แต่การกลายพันธุ์ของยีนส์ ในเมืองซีแอตเทิล (Seattle, USA) สารแก๊สน้ำตามีองค์ประกอบของ Methylene Chloride ที่เป็นสารที่มีพิษมากสามารถทำให้เกิด อาการสติมึนงง ปวดหัว ปวดเสียวแขนขา ใจสั่น เห็นภาพหลอน หูแว่ว รอบเมนส์ผิดปกติ แท้งกะทันหัน และมีผลต่างๆ ต่อระบบทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ
มันจะถูกใช้อย่างไร

แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยอาจ จะถูกฉีดออกมาจาหัวฉีดเล็กๆ หรือหัวฉีดใหญ่ๆ แบบหัวฉีดดับเพลิงก็ได้ แก๊สน้ำตามักนิยมบรรจุในกระป๋องแล้วยิงเข้ามาในหมู่คน บางครั้งก็โดนตัวคนตรงๆ โปรดจำไว้ว่า

อย่าหยิบกระป๋องแก๊สน้ำตาโดยใช้มือเปล่าโดยไม่สวมถุงมือ เพราะมันร้อนมาก

และจงจำไว้ว่าในขณะที่คุณหยิบมันขึ้นมาขว้างออกไป ขณะนั้นคุณอาจจะได้รับควันของแก๊สน้ำตาจำนวนมากได้
แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยมีผลต่อเราอย่างไร

แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย เป็นสารระคายเคืองต่อผิวหนัง ก่อให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน มีน้ำและสารคัดหลั่งจำนวนมากไหลจากตา จมูก ปาก และทางเดินหายใจ สเปรย์พริกไทยเป็นสารที่นิยมกันมากเพราะมันก่อให้เกิดความเจ็บปวดได้อย่าง ทันที และยากที่จะกำจัดออกจากผิวหนัง และสามารถก่อให้เกิดแผลแบบไฟไหม้น้ำร้อนลวก ระดับที่ 1 ได้
ถ้าคุณโดนแก๊สน้ำตาหรือสเปรย์พริกไทย คุณจะมีอาการ

* ปวดแสบปวดร้อนที่ ตา จมูก ปาก ผิวหนัง
* มีน้ำตาไหลออกมากทำให้การมองเห็นแย่ลง
* น้ำมูกไหล
* น้ำลายไหลออกมาก
* ไอ หายใจลำบาก
* สับสน งุนงง บางครั้งเอะอะโวยวาย
* อาการโกรธหงุดหงิดอย่างรุนแรง เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยเมื่อโดนสเปรย์พริกไทย การเตรียมตัวเตรียมใจไว้ การมีสติจะช่วยให้เราหายจากอาการได้เร็ว และกลับมาทำภารกิจของเราต่อได้อย่างรวดเร็ว

ข่าวดีก็คือ อาการทั้งหมดที่ว่ามานี้ในคนส่วนใหญ่จะเป็นเพียงชั่วคราวเท่า นั้นไม่มีผลตกค้างถาวร อาการไม่สบายจากแก๊สน้ำตา จะดำรงอยู่ประมาณ 5-30 นาทีแล้วหายไปเอง แต่อาการไม่สบายจากสเปรย์พริกไทยจะ อยู่ประมาณ 20 นาที ถึง 2 ชั่วโมง จึงจะหาย อาการจากทั้งสองสารจะหายเร็วขึ้นถ้าได้รับการดูแลรักษา (สเปรย์พริกไทยจะซึมจากผิวหนังเข้าสู่ปลายประสาทจนทำให้เกิดอาการ อาการจึงจะดำรงอยู่ต่ออีกเป็นชั่วโมงแม้ว่าได้รับการล้างออกจากผิวหนังไป แล้วก็ตาม)
การป้องกัน

ในคนที่มีสุขภาพดีส่วนใหญ่ อาการที่เกิดจากแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยจะเป็นอยู่ชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม ในคนบางคนผลดังกล่าวอาจจะตกค้างอยู่นานมาก หรือแม้แต่อันตรายต่อชีวิตก็ได้

บุคคลที่มีภาวะดังต่อไปนี้ ควรระวังและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้ โดยการไม่เสี่ยงที่จะได้รับสารแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย และจงจำไว้ว่า ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด พฤติกรรมของตำรวจและทหารนั้นไม่สามารถคาดเดาได้เลย เพราะฉะนั้นการที่เราจะหลีกเลี่ยงการโดนแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

บุคคลที่มีภาวะดังต่อไปนี้ ควรระวังและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้ คือ

* มีประวัติโรคทางปอดอยู่เดิม เช่นโรคหอบ โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เพราะมีความเสี่ยงที่โรคจะกำเริบหรือมีผลเสียหายถาวรได้เมื่อได้รับ แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย
* ผู้ที่อ่อนแอทั้งหลายเช่น เด็กทารก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ
* ใครก็ตามที่มีโรคที่ต้องได้รับยาที่ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ เช่น การได้รับยากดภูมิ การได้ยาเคมีบำบัด การได้รับการฉายแสงรักษามะเร็ง
* ผู้หญิงที่อาจจะตั้งครรภ์ หรือพยายามที่จะตั้งครรภ์ เพราะอาจจะแท้งกะทันหันหรือมีลูกออกมาพิการได้
* มารดาที่ให้นมบุตร อาจส่งต่อสารพิษเข้าไปให้ลูกได้
* คนที่เป็นโรคผิวหนัง เช่น สิวชนิดรุนแรง โรคสะเก็ดเงิน โรคภูมิแพ้ผิวหนัง อาจเกิดอาการกำเริบรุนแรงขึ้นได้
* โรคทางตา เช่น โรคตาอักเสบ อาจเกิดอาการกำเริบรุนแรงขึ้นได้
* คนที่ใส่ Contact Lens อาจจะเกิดการระคายเคืองตาอย่างรุนแรงได้ จากการที่สารเคมีโดนเก็บกักไว้ใต้ Contact Lens ทำให้กระจกตามีโอกาสโดนสารเคมีนานขึ้น

การปกป้อง

* หลีกเลี่ยงการใช้ น้ำมัน โลชั่น เพราะมันอาจจะเก็บกักสารเคมีไว้ในผิวได้นานขึ้นทำให้เราได้รับการระคายเคือง จากสารเคมีมากขึ้น ควรสระผมอาบน้ำล้างตัวด้วยสบู่อ่อนก่อนการเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่จลาจล พื้นที่ชุมนุม (เพื่อลดน้ำมันที่ ผิวกาย)
* แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดแบบไม่มีน้ำมันผสม แทนการใช้แบบมีน้ำมันผสม แต่จะให้เลือกระหว่างการไม่ใช้เลยกับการใช้แบบมีน้ำมันผสม ควรเลือกแบบใช้ เพราะการโดนแก๊สน้ำตาบนผิวที่มีการไหม้จากแดด เป็นสิ่งที่แย่ยิ่งกว่า
* เราแนะนำให้ใส่เสื้อผ้าให้ปกปิดผิวหนังมากที่สุด เพื่อที่จะปกป้องเราจากแสงแดดและสารเคมี
* หน้ากากกันแก๊สน้ำตาใช้ได้ผลดีมาก ในกรณีที่เราใส่ให้แนบแน่นกับหน้าอย่างดี ถ้าไม่มีอาจใช้แว่นตาสำหรับว่ายน้ำแทนก็อาจจะช่วยได้บ้าง

ถ้าโดนโจมตีด้วยแก๊สน้ำตาแล้วเราควรต้องทำอย่างไร

* พยายามสงบสติอารมณ์ การตื่นเต้นตกใจจะยิ่งเพิ่มการระคายเคืองจากสารเคมี พยายามหายใจช้าๆ และจำไว้ว่ามันจะมีอาการแค่ชั่วคราวเท่านั้น
* ถ้าคุณเห็นแก๊สน้ำตากำลังพุ่งเข้ามา รีบเตือนเพื่อนๆ และรีบพยายามสวมใส่สิ่งป้องกันตัว และถ้าสามารถหนีได้ควรหนี และควรหนีขึ้นไปที่เหนือลม
* เมื่อโดนสารเคมีเข้าไปแล้วให้รีบไปล้างจมูก บ้วนปาก ไอเอาเสมหะออกมา พยายามอย่ากลืน
* ถ้าคุณใส่ Contact Lens ควรพยายามถอดออก หรือให้คนอื่นช่วยถอดออกให้ (ด้วยนิ้วมือที่สะอาด)
* อย่าเช็ดหรือถูผิวหนังที่โดนแก๊สน้ำตา

สูตรในการแก้พิษ (สำหรับสเปรย์พริกไทย)

แม้ว่าจะไม่ได้ผลอย่าง 100% แต่มันจะช่วยให้ดีขึ้นเร็วขึ้นบ้าง
สำหรับปากและตา

เราแนะนำใช้สารละลายที่เกิดจาก ยาลดกรด (Antacid) ครึ่งหนึ่งผสมกับน้ำครึ่งหนึ่ง ใส่ลงในขวดที่มีจุกสเปรย์หรือจุกริน ใช้เทล้างตาข้างที่โดนสารเคมี โดยให้ผู้บาดเจ็บนอนตะแคงหน้าด้านนั้นลงแล้วเทน้ำยาที่เตรียมไว้ลงไปล้างตา จากด้านในออกไปด้านนอก (ผู้บาดเจ็บอาจจะลืมตาเองไม่ได้ เราอาจจะต้องช่วยเปิดตาให้ แม้ว่าการเปิดตาจะสร้างความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นบ้างแต่เมื่อล้างแล้ว ผู้บาดเจ็บนั้นก็จะสบายขึ้น) สำหรับในช่องปากเราสามารถเอาสารละลายนี้มาอมบ้วนปากได้เช่นกัน
สำหรับผิวหนัง

เราแนะนำให้ใช้ Canola Oil ที่ชุบชุ่มในผ้าก็อสหรือเศษผ้า เช็ดผิวหนังที่โดนสารเคมี แล้วตามด้วยการเช็ดด้วยผ้าชุบแอลกอฮอล์ที่สำหรับใส่แผลอีกที แต่ระวังอย่าให้เข้าตาเพราะแอลกอฮอล์เข้าตาจะแสบมาก

หลังจากนี้ แนะนำให้สั่งน้ำมูก ล้างจมูก ไอเพื่อเอาเสมหะออกมา (คุณคงไม่อยากกลืนมันลงไป) เดินโดยการกางแขนออกไปทั้งสองข้าง พยายามอย่าเอามือไปสัมผัสที่หน้าหรือตาของตนเอง ถอดเสื้อผ้าที่เลอะสารเคมีออก อาบน้ำฝักบัวด้วยน้ำเย็น จนร่างกายสะอาดปราศจากสารเคมีที่มีอันตรายนี้

ข้อมูลนี้มาจากทีมงานปฐมพยาบาลซึ่งประกอบ ด้วยนักเคลื่อนไหวสากลซซึ่งทำหน้าที่จัดหาและสนับสนุนการดูแลสุขภาพบนท้อง ถนนในเมืองทั้งหลาย รวมทั้งซีแอตเทิล (Seattle), วอชิงตัน ดีซี (Washington DC), ลอนดอน (London), ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia), วิเซอร์ (Windsor), คานาดอ (Canada) และ สอสแองเจลลีส (Los Angeles)

ที่มา http://medicarezine.com/2010/02/tear-gas/

การเมืองระบบขั้ว (Political Polarization) อย่าไปกังวลศัตรูจะใส่ร้าย

ที่มา thaifreenews


บทความโดย..ลูกชาวนาไทย


คือหลายคนวิตกกังวลว่ารัฐบาลจะสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง เนื่องจากรัฐบาลคุมสื่อหมดแล้ว

ประเด็นเหล่านี้ผมไม่ค่อยวิตกกังวลสักเท่าใด เพราะรัฐบาลและอำมาตย์ก็ใส่ร้ายคนเสื้อแดง ใช้สื่อบิดเบือนมากว่า 3 ปีแล้ว ผลก็คือ คนเสื้อแดงจากที่ไม่มีเลยเมื่อสามปีก่อน มีเพิ่มขึ้นจนเต็มแผ่นดินไปหมดแล้ว ดังนั้น หากวัดประสิทธิผลของสื่อกระแสหลัก ฟันธงได้เลยว่า "ไร้ค่าและไร้ความหมาย"

คนเสื้อแดงเติบโตในช่วงสามปีนี้ ภายใต้สถานการณ์ การปิดล้อมทางสื่อ การบิดเบือนข้อมูล การใส่ร้ายป้ายสี การสร้างสถานการณ์ การระดมนักวิชาการต่างๆ มาชักจูงชี้นำ ตั้งแต่อธิการบดี ราษฎรอาวุโส องคมนตรี ข้าราชการใหญ่ๆ ทั้งหลาย เรียกว่า ระดมมาหมดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ แต่ผลก็คือ "คนเสื้อแดงเติบโตในอัตราแบบโปแนลเชียล" หากเป็นการรักษาโรค บอกได้เลยว่า "ยาที่อำมาตย์ให้ทั้งหลาย" เป็นยาที่ไปส่งเสริมให้เชื้อโรคขยายตัวขึ้น เพิ่มปริมาณมากขึ้น

เมื่อดูผลของการบิดเบือน การใส่ร้าย การปิดล้อมทางสื่อ การใช้อำนาจรัฐกลั่นแกล้ง การใช้กำลังทหารเข้าปราบ การใช้ กอ.รมน. และปฎิบัติการ ปจว.ต่างๆ แล้วเราจะไปกลัวทำไม กับมาตรการต่างๆ ของอำมาตย์ เพราะมันทำให้คนเสื้อแดง "เติบโตขึ้น" หาได้ลดน้อยลงไปไม่

มาตรการเหล่านี้ ไร้ผล ไร้ค่า และไร้ราคา โดยสิ้นเชิง ยิ่งปราบยิ่งโต ยิ่งตียิ่งขยายตัว



ตอนนี้การเมืองไทยเข้าสู่ระบบที่นักวิชาการตะวันตกทั้งหลายเรียกว่า"การเมืองระบบขั้ว" หรือ Political Polarization ผลของสถาพการเมืองในรูปแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ฝ่ายเป็นกลางมีอิทธิผลน้อยลง อำนาจรัฐด้อยอิทธิผลลงไป สื่อต่างๆ ที่อยู่ขั้วตรงกันข้ามทางการเมือง จะมีผลต่อประชาชนในขั้วตรงกันข้ามน้อยมาก เพราะประชาชน จะเลือกรับข้อมูลข่าวสาร ความคิด อุดมการณ์ต่างๆ จากขั้วของตนเท่านั้น สื่อกระแสหลัก จะเสื่อมอิทธิพลลงไปอย่างเห็นได้ชัด

ตัวอย่างที่ชัดเจนในสังคมไทยคือ กรณีคนภาคใต้ที่เลือกขั้วประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะดี เลว หรือทำผิดพลาดอะไร คนใต้เหล่านี้ก็ไม่เปลี่ยนขั้ว ไม่สนใจข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับความไม่ดีของพรรคประชาธิปัตย์ อิทธิพลความคิดของฝ่ายเป็นกลาง และขั้วอื่นๆ มีผลต่อการตัดสินใจของคนภาคใต้น้อยมาก

กรณี "ขบวนการคนเสื้อแดง" ก็เหมือนกัน เพิ่งฟอร์มตัวเป็น "ขั้วทางการเมืองที่มั่นคงเข็มแข็ง" เทียบเท่ากับ "ขั้วของคนใต้" เมื่อสองสามปี ในช่วงวิกฤติการณ์ทางการเมืองนี้เอง และผลของการปิดล้อมทางสื่อ และการบิดเบือนใส่ร้ายของสื่อกระแสหลัก ที่ทำตัวเป็น "ขั้วตรงข้ามกับคนเสื้อแดง" ส่งผลให้เกิดสื่อของคนเสื้อแดง และสื่อกระแสรองขึ้น ซึ่งในที่สุดคนเสื้อแดง ก็เลิกรับความคิด จากสื่อกระแสหลักไปโดยสิ้นเชิง

นับได้ว่าทุกวันนี้ สื่อกระแสหลัก เป็นเสื่อที่มีอิทธิพลทางการเมืองน้อยมาก อาจมีอยู่บ้างกับพวกที่เป็น "ขั้วที่สาม" คือ พวกที่ไม่เอาทั้งแดงทั้งเหลือง ซี่งเป็นชนกลุ่มน้อยในสังคมระบบขั้วตอนนี้ ไม่มีอิทธิพลทางความคิดต่อคนทั้งสองขั้วมากนัก


เราเห็นอิทธิพลของสื่อ และผลจากการสร้างสถานการณ์และการป้ายสีคนเสื้อแดงที่มีผลน้อยชัดเจน ในกรณี "สงกรานต์เลือด" ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติ ก่อนปี 2549 ผมคิดว่าป่านนี้อำมาตย์ชนะราบคาบไปแล้ว แต่เพราะประชาชนได้ "แบ่งขั้ว" ไปเรียบร้อยแล้ว การใส่ร้าย ปราบ การสร้างสถานการณ์จึงมีผลน้อยมาก

การเมืองระบบขั้ว จะนำไปสู่ความรุนแรงทางการเมือง

อันนี้เป็นผลเสียของการแบ่งขั้ว แต่เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว ยากที่จะกลับไปแบบไร้ขั้วได้อีกต่อไป ยิ่งการต่อสู้ทางการเมืองเข็มข้นขึ้น "ความอดกลั้น" ของคนในแต่ละขั้วและแต่ละสีจะน้อยลงไปเรื่อยๆ

ความแตกแยกความคิดสองขั้วที่เราเห็นชัดเจนในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติของคนในประเทศเดียวกันคือ สงครามกลางเมืองอเมริกัน ที่ขัดแย้งกันในประเด็นเรื่องทาส (ที่จริงฝ่ายใต้เขาสู้เพื่อรักษาสิทธิในการ กำหนดใจตนเอง เรื่องทาสเป็นประเด็น แต่อุดมการณ์ที่สนับสนุนคือ เรื่องการกำหนดใจตัวเอง) ผลของการแตกแยกคือ สงครามที่มีคนตายกว่า500,000 คน (คิดเป็น 8% ของประชากร)

การเมืองไทยตอนนี้แบ่งขั้วชัดเจนและไม่มีทางกลับไปสู้ระบบที่ไร้ขั้วได้อีกแล้ว การใช้กำลังและความรุนแรงเข้าปราบ จะนำไปสู่สงครามกลางเมือง และไม่สิ้นสุด และสุดท้ายก็จะเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง อาจถอนรากถอนโคน

วิธีแก้ไขการเมืองระบบขั้ว ไม่ใช่การมุ่งสลายขั้ว (ซึ่งไม่มีทางทำได้แน่นอน ไม่ว่าจะคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ขนาดไหน) แต่ต้องมุ่งสร้าง "กติกา" ที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย และให้ทั้งสองฝ่ายยอมรับ อย่างเต็มใจ (ไม่ใช่บังคับ ซึ่งบังคับก็ไม่ได้อยู่ดี) ก็เหมือนฟุตบอล คือ กติกาต้องเป็นธรรม

วันนี้ ยังไม่ถึงจุดนั้น ดังนั้นการต่อสู้จะยังคงดำเนินต่อไป ฝ่ายเป็นกลาง จะโดนเขี่ยออกไปจากเวทีทางการเมือง

ผมฟันธงได้เลยว่า "สถาบันต่างๆ จะมีผลต่อการชี้นำ" ทางการเมืองลดลง และจะเสื่อมอิทธิพลลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสถาบันที่เราไม่กล้าพูดถึง

วันนี้ไม่ใช่วันที่ประเทศไทยจะพูดถึง “ความสามัคคีและความสมานฉันทน์” แต่ต้องพูดถึง “กติกาที่เป็นธรรม”

ไม่อย่างนั้นเมืองไทย ก็ไม่มีวันสงบไปได้

ก็เหมือนกับที่ผมได้ยินเด็กนักศึกษากล่าวว่า “การเมืองต้องแปลงจากเด็กช่างกลตีกัน ไปเป็นกีฬาสี” คือ มีกติกา และกฎเกณฑ์ ไม่ใช่มุ่งให้เด็กมาปรองดองกัน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้

หากยังคิดว่า จะปราบคนเสื้อแดงให้สิ้นซาก ผมฟันธงอีกว่า จะสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินแทน ก่อนคนเสื้อแดงจะสิ้นซาก


อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤา
สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์ ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง

เห่ารับกันเป็นทอดๆใส่ไฟเสื้อแดงขึ้นบัญชีดำ53บุคคลอัปรีย์ ปูทางปราบม็อบ14มีนา

ที่มา Thai E-News

สงครามข่าวสาร-ขี้ข้าอำมาตย์ดิ้นพล่านโยนขี้เสื้อแดงจะก่อเหตุรุนแรง โหมไฟไล่ตั้งแต่"เคทอง"มายันเทพเทือกปูดลูกเมียพ่อแม่ครม.ตกเป็นเป้าทำร้าย ล่าสุดอ้างเวบเสธ.แดงขึ้นบัญชีดำ53รายชื่อตกเป็นเป้าโดนเสื้อแดงกาหัว กระจายทางฟอร์เวิร์ดเมล์ กนก-ธีระขยายผล โฆษกรัฐบาลปิดเกม หวังปูทางนำไปสู่การล้อมปราบกวาดล้างเสื้อแดงชุมนุมใหญ่14มีนาฯ เผยที่แท้แล้วเป็นบัญชีบุคคลอัปรีย์แห่งปีที่ไทยอีนิวส์เคยลงประจานไว้ว่าเป็นพวกทำลายประชาธิปไตยเมื่อตอนสิ้นปี'52


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 มีนาคม 2553
ข่าวเกี่ยวเนื่อง: นปช. แถลงผู้สื่อข่าวเทศ “หากจะรุนแรง จะระดมคนครึ่งล้านออกมาทำไม?"

ระบอบอำมาตย์ได้โหมกระแสทำสงครามข่าวสารเพื่อปิดล้อมฝ่ายประชาธิปไตย โดยให้ร้ายเสื้อแดงว่านิยมความรุนแรง จะก่อเหตุรุนแรงต่างๆต่อเป้าหมายฝ่ายรัฐบาล และผู้สนับสนุนยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากการโหมกระแสว่า"เคทอง"คนใกล้ชิดเสธ.แดงเคยขู่ลอบวางระเบิด แล้วออกหมายจับแบบทันใจตามคำชี้แนะของASTV ตามมาด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อ้างว่ามีคำขู่จะทำร้ายลูกเมียครอบครัวของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ล่าสุดมีการสร้างกระแสว่า คนเสื้อแดงได้ขึ้นบัญชีดำกาหัว 53 รายชื่ออีกด้วย

เห่ารับกันเป็นทอดๆใส่ไฟเสื้อแดงก่อเหตุรุนแรง ปูทางกวาดล้างชุมนุมใหญ่14มีนาฯ

ก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ฝ่ายอำมาตย์และข้าทาสบริวารได้โหมสร้างกระแสให้ร้ายเสื้อแดงอย่างต่อเนื่องว่าเป็นพวกที่จะก่อเหตุรุนแรง คาดเป็นการปูทางไปสู่การปราบปรามประชาชนที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

วันนี้นายสุเทพ เทือกสุึบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ประกาศกลางที่ประชุมสภาว่าต้องจัดการกลุ่มเสื้อแดงที่จะก่อความรุนแรง โดยระบุชื่อนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เสธ.แดงและเคทอง

ช่วงบ่ายวันเดียวกันศาลมีนบุรีได้อนุมัติหมายจับเ้คทอง หลังจากที่สื่อเครือASTVของสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวหาว่านายเคทองได้อัดเทปผ่านรายการห้องแครมฟร็อก ทำนายว่าจะเกิดเหตุระเบิด หลังศาลตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ

นายกนก รัตน์วงศ์สกุล และนายธีระ ธัญไพบูลย์ 2นักเล่าข่าวค่ายเนชั่น ได้ขยายผลด้วยการเล่าข่าวทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นว่า ทั้งสองได้ตกเป็นเป้าหมายกาหัวถูกคนเสื้อแดงขั้นบัญชีดำในจำนวนทั้งหมด 53 รายชื่อ โดยนายกนกอยู่ในบัญชีดำลำดับที่ 3 ส่วนนายกนกอยู่ในลำดับที่ 18 และพูดทีเล่นทีจริงว่า สงสัยต้องหารถกันกระสุนมานั่งเพื่อความปลอดภัย จากนั้นพากันกล่าวหาว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นพวกที่นิยมใช้ความรุนแรงในการต่อสู้ ดังนั้นรัฐบาลต้องจัดการขั้นเด็ดขาดอย่าให้ก่อความรุนแรงได้ในการชุมนุมใหญ่14มีนาคมนี้

จากนั้นนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวปิดเกมว่า รัฐบาลพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ทั้งที่ทำงาน และที่บ้านพัก หลังเสื้อแดงเปิดบัญชีดำ 53 รายชื่อ โดย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้ดูแลในเรื่องนี้

ไทยโพสต์หน้าไม่อายอ้างเป็นตุเป็นตะ53บัญชีดำที่คนเสื้อแดงกาหัว

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 3 มีนาคม เป็นตัวเปิดเกมเรื่องนี้ โดยรายงานว่า ในเว็บไซต์www.sae-dang.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์บรรดาผู้ที่ชื่นชอบ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิลผล หรือเสธ.แดง มีการตั้งกระทู้หนึ่งในที่ผู้โพสต์ใช้นามว่า "จ.ส.อ.ลุงนวม รหัสเกียกกาย 7485" โดยใช้ชื่อกระทู้ว่า "53 รายชื่อ ในบัญชีดำที่คนเสื้อแดง "กาหัว"" ซึ่งในจำนวนนั้นมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายกษิต, นายจรัญ ภักดีธนากุล, คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา, นายธีรยุทธ บุญมี, นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการเครือแปซิฟิก และมีบรรดาแแแกนนำพันธมิตรฯ รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีนายเทพชัย หย่อง, นายโรจ งามแม้น หรือ เปลว สีเงิน ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์รวมอยู่ด้วย

จากนั้นมวลชนเสื้อเหลืองในอินเตอร์เน็ต ก็นำเรื่องนี้ไปกระจายต่อ เช่น ในบล็อกแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อหัวข้อเรื่อง 53 รายชื่อในบัญชีดำที่คนเสื้อแดงกาหัวจากนั้นก็มีการจัดทำฟอร์เวิร์ดเมล์กระจายออกไปทั่ว เพื่อให้ร้ายภาพลักษณ์คนเสื้อแดงว่าเป็นพวกนิยมใช้ความรุนแรง ซึ่งคาดว่าจะเป็นการปูพื้นในช่วงก่อนการชุมนุมใหญ่14มีนาคม เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการปราบปรามกวาดล้างคนเสื้อแดงที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย

ที่แท้มั่วความจริงที่มาของบุคคลอัปรีย์คือบัญชีดำพวกทำลายประชาธิปไตย

สาเหตุที่มีการมั่วเรื่องนี้ขึ้นมาน่าจะมาจากสมาชิกเวบไซต์ของเสธ.แดงนำบทความที่ไทยอีนิวส์เคยนำเสนอเมื่อตอนสิ้นปี โดยได้ลงชื่อ 53 บุคคลที่เข้าข่ายทำลายประชาธิปไตยมาลงเผยแพร่เพื่อประจาน สาเหตุที่ประจาน 53 รายชื่อก็เพื่อให้สอดคล้องกับปีใหม่2553 ซึ่งเป็นเวลาที่ลงบทความในตอนนั้น ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้



53 บุคคลอันตรายแห่งปี-ไทยอีนิวส์รวบรวม 53 บุคคลอันตรายที่สุดต่อระบอบประชาธิปไตยแห่งปี'52 โดยที่บุคคลอัปรีย์ดังกล่าวส่วนใหญ่ยังคงครองตำแหน่งไว้เหนียวแน่น ต่อเนื่องจากการจัดอันดับในปีที่แล้ว และมี"หน้าใหม่"ที่เป็นบุคคลอันตรายถูกจัดไว้ในบัญชีใหม่ในปีนี้จากผลงานอัปรีย์ต่อระบอบประชาธิปไตย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 ธันวาคม 2552

ปีพ.ศ. 2552 กำลังก้าวผ่านไป ย่างเข้าปีใหม่'53 คนไทยยังเผชิญทุกข์สาหัสกับสภาพบ้านเมืองที่แตกแยกออกเป็นเสี่ยง ต่อไปนี้คือ"53 MOST WANTED" หรือผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับประเทศไทยอย่างหนัก ประชาชนชาวไทยจึงต้องจารึกชื่อพวกเขาไว้ในบัญชีหนังสุนัข แต่ไม่ต้องรอวันชำระบัญชี เพราะทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนี้คนพวกนี้กำลังเสวยกรรมชั่วอย่างแสนสาหัสอยู่แล้ว


โดยจะขอไล่เรียงเป็นประนามานุกรม 53 บุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย เรียงลำดับตามอักษรดังต่อไปนี้

1.กษิต ภิรมย์

ก่อกรรม-ร่วมมือกับโจรก่อการร้ายพันธมิตรโค่นล้มรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย ขึ้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจากแรงหนุนของ"เส้นใหญ่" แล้วก่อเรื่องกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ออกแผนกำจัดทักษิณ ชินวัตร ที่ประชาชนเลือกเป็นนายกฯ

ผลกรรม-เจออัปยศตลอดปี นับแต่ต้องเผ่นลงเรือหนีในสภาพน่าสังเวชตอนอาเซียนซัมมิต ตอนกลางปีโดนตั้งข้อหาเป็น1ในผู้ก่อการร้ายยึสนามบิน มาปลายปีสื่อทำเนียบตั้งฉายาให้เป็นไส้ติ่งรัฐบาล ถูกรัฐบาลกัมพูชากล่าวหาว่าเป็นตัวการล้วงความลับจนนำไปสู่การ"จับแพะ"นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ แต่นายกษิตหลบหน้าสังคมเกาะเก้าอี้แน่น ทำหน้าที่ให้เกียรติภูมิของชาติตกต่ำ

2.แก้วสรร อติโพธิ

ก่อกรรม-อิงอำนาจคณะรัฐประหารตั้งให้เป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย โดยไม่อิงหลักกฎหมาย แต่เต็มไปด้วยอคติ
ผลกรรม-โดนสนธิ ลิ้มทองกุล หักหลังตัดหางปล่อยวัด สั่งสาวกพันธมิตรฯไม่ให้เลือกเป็นผู้ว่าฯกทม. ขณะที่ชาวกรุงเทพฯไม่ไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯ แวดวงวิชาการตั้งข้อรังเกียจว่ารับใช้คณะรัฐประหาร เป็นแค่เนติบริกรเผด็จการ

3.กนก รัตน์วงศ์สกุล

ก่อกรรม-ผู้เล่าข่าวเครือNATIONไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร โฆษกกระบอกเสียงเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ขาดความเชื่อถือจากฝ่ายประชาธิปไตย และผู้ชมทั่วประเทศ กนกโผล่ปั๊บ คนกดรีโมตหนีพร้อมยี้กันทั่วประเทศ ล่าสุดทำตัวน่าเกลียดโฆษณาขายหุ้นจองเครือเนชั่น(NBC)ว่าใครจองหุ้นตัวนี้จะรวยเละ แต่ปรากฎว่าคนที่จองซื้อไว้ซวยเละเพราะหลุดจอง จึงโดนกลต.อยู่ระหว่างตรวจสอบ มีฐานความผิดปั่นหุ้นและโฆษณาอันเป็นเท็จ ระวางโทษจำคุกถึง3ปี

4.เครือข่ายแวดวงนักข่าวสื่อเห้-คลิ้กดูรายละเอียด

กรรมที่ก่อ-ขาดจรรยาบรรณ ไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร ใกล้ชิดเผด็จการ ระรานประชาธิปไตย โฆษณาชวนเชื่อให้ระบอบอำมาตย์

ผลกรรม-ขาดความเชื่อจากฝ่ายประชาธิปไตย ประชาชนเลิกอุดหนุนซื้อหา หันไปติดตามสื่อต่างประเทศ และสื่อทางเลือกแทน บางรายล้มละลายคือเครือผู้จัดการ บางรายต้องขายของเก่ากินเช่นเครือเนชั่น ฝ่ายประชาธิปไตยมองเป็นแค่"สื่อมวลชั่ว"หมดสิ้นความเชื่อถือ

5.คำนูณ สิทธิสมาน(อ่านบทประนามฯจากดาวแดงถึงผ้าพันคอสีฟ้าคลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นสมุนรับใช้สนธิลิ้มทั้งในกระบอกเสียงพันธมิตรคือผู้จัดการ และเป็นหัวโจกกลุ่ม40สว.ทาสเผด็จการ เป็นหัวหอกกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า ดึงสถาบันเบื้องสูงลงมาเป็นเครื่องมือการเมือง

ผลกรรม-ถูกบันทึกชื่อในฐานะผู้ทรยศต่อชาติและประชาธิปไตยฝ่ายประชาชน ไปเป็นสมุนกากเดนศักดินา

6.จรัญ ภักดีธนากุล

ก่อกรรม-ร่วมมือกับพันธมิตร ตัดสินพิพากษาโดยขาดหลักนิติธรรม ลำเอียงโดยอคติ เปิดพจนานุกรมลากเอาผิดฝ่ายปฏิปักษ์การเมืองของอำมาตย์
ผลกรรม-ถูกแฉว่ามีพฤติการณ์เดียวกับจำเลยที่ถูกตัดสิน คือไปรับจ้างเอกชน แต่สีข้างเข้าถูกไม่ต้องรับผิด ต้องเสื่อมเกียรติยศ ถูกแฉว่าภรรยามีพฤติการณ์ในทางชั่ว

7.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง(อ่านรายละเอียด เสือเจ็บไม่ร้อง หมาเจ็บร้องเอ๋งคลิ้กที่นี่

ก่อกรรม-ทำลายล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รับใช้เผด็จการ ประสานงานพันธมิตร ใกล้ชิดสื่อโจร
ผลกรรม-หมดความน่าเชื่อถือทั้งในฐานะนักวิชาการ สื่อ นักการเมือง ถูกตีตราเป็นเป็นเพียงข้ารับใช้เผด็จการหมดราคา

8.จำลอง ศรีเมือง(ดูรายละเอียดใน9กบฎพันธมิตร คลิ้ก)

ก่อกรรม-เป็นหัวหน้าโจรก่อการร้ายพันธมิตรอันดับ2นำโจรยึดทำเทียบ ไฮแจ็คสนามบิน ทำลายความสามัคคีในชาติ
ผลกรรม-ทำให้ชาติแตกแยกเป็นสามัคคีเพท สั่นคลอนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ส่วนจำลองหมดความนับถือจากคนที่เคยศรัทธา แม้แต่พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เพื่อนซี้ก็ตีจากเพราะเดินทางผิด ถูกดำเนินคดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน ถูกการบินไทยฟ้องเรียกค่าเสียหาย500ล้านบาท

9.จารุวรรณ เมณฑะกา

ก่อกรรม-เป็นเครื่องมือเผด็จการคมช.ตรวจสอบยึดทรัพย์รัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยกฎหมายที่ตราขึ้นโดยเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกตรวจสอบกลับว่ามีพฤติการณ์มิชอบทั้งตั้งลูกกินเงินเดือนปปง. พาลูกเที่ยวเมืองนอก จ้างเพื่อนรับงานราชการ สร้างคฤหาสถ์ใหญ่โตแต่อ้างว่าค่าสร้างแค่4ล้าน


10.ชัยอนันต์ สมุทวนิช(อ่านรายละเอียด อ.ย.ม.ชัยอนันต์ คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นกูรูและนักคิดให้กับสนธิลิ้มและพันธมิตรหลายเรื่อง รวมทั้งการเมืองใหม่ นายกฯม.7 ทำลายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ศักดินา กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าจะตั้งสาธารณรัฐประเทศไทยอย่างไร้มูล
ผลกรรม-เสื่อมความนับถือในวงวิชาการทั้งนานาชาติและในประเทศ ถูกแฉว่าอยากเป็นองคมนตรีจนเอาเกียรติยศเข้าแลก

11.ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์

ก่อกรรม-เป็นม้าใช้ให้สนธิกับจำลองเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย พยายามสร้างองค์กรจัดตั้งในภาคอีสาน แต่จุดไม่ติด
ผลกรรม-จัดตั้งองค์กรหน้าม้าในอีสานล้มเหลว ลงส.ส.สอบตกแต่ขี้แพ้ชวนตี เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในตอนพฤษภา35 ถูกจับข้อหากบฎยึดทำเนียบ ถูกดำเนินคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน

12.ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย

ก่อกรรม-อดีตคนเดือนตุลา เคยรับใช้ไกรศักดิ์และพล.อ.ชาติชายตอนนี้มารับใช้สนธิลิ้ม และพาลูกชายอ้วนดำโน้ต-ยุรชัฎมาเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตย ไส่ไฟว่าฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า
ผลกรรม-คนเดือนตุลาต่างก็ตั้งข้อรังเกียจชัชวาลย์ที่ขายตัวให้กับสนธิและพวกกากเดนศักดินาทำลายประชาธิปไตย

13.แซมดิน เลิศบุศย์

ก่อกรรม-เป็นหัวการ์ดพันธมิตร สายสันติอโศก เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดหอบังคับการบิน

ผลกรรม-ถูกดำเนินคดี1ใน36ผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน

14.ณรงค์ โชควัฒนา

ก่อกรรม-เครือสหพัฒน์เป็นสปอนเซอร์ให้พันธมิตรออกนอกหน้า เพื่อแลกกับให้สนธิลิ้มโจมตีโมเดิร์นเทรด เพื่อปกป้องธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคผูกขาดของตน
ผลกรรม-ประชาชนไทยหันไปซื้อของห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น สหพัฒน์ทำท่าจะเป็นเสือลำบาก และเสือโหยในปีเสือนี้

15.ดุสิต นนทนาคร

ก่อกรรม-อาศัยเส้นใหญ่ศักดินาขึ้นเป็นประธานหอการค้าแบบข้ามหัวแคนดิเดตอย่างน่าเกลียด เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์ ต่อต้านประชาธิปไตย หนุนหลังรัฐบาลหุ่นเชิด กล่าวหาว่าฝ่ายประชาธิปไตยทำลายชาติ

ผลกรรม-ถูกวงการหอการค้าและวงการพ่อค้านินทาว่ามีที่มาอย่างขาดความชอบธรรม ไม่ได้เคลื่อนไหวปกป้องวงการค้า แต่เอาหัวโขนไปรับใช้อำมาตย์

16.เทพชัย หย่อง

ก่อกรรม-หลังจากร่วมกับสุทธิชัย หยุ่น พี่ชายก่อหนี้ในITVล้นพ้นตัว และใช้อิทธิพลคมช.ทุบITVทิ้งแล้วแปลงมาเป็นTPBSก็กลับเข้ามายึดกุมอีกครั้ง โดยที่ทิ้งขี้สัมปทานหลายหมื่นล้านของITVไว้เบื้องหลัง และน้ำตาของผู้ถือหุ้นรายย่อย
ใช้TPBSเป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์โฆษณาชวนเชื่อ ดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-หย่องบอกว่าจะมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการแค่ช่วงก่อตั้ง แต่แล้วก็สมัครเข้ามาเป็นผู้อำนวยการหลังจากล็อกสเป็กให้ตัวเองเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งก่นด่าของฝ่ายประชาธิปไตย และขี้เหล้าขี้ยาที่ผลาญภาษีย่ำยีปชต.

17ธีรยุทธ บุญมี(ดูรายละเอียดใน กาฝาก 14 ตุลาและ"ปัญญาชนบริกร" )


ก่อกรรม-วิพากษ์วิจารณ์กัดติดประดิดประดอยถ้อยคำด่าทอรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน แล้วยกยอพวกเผด็จการจากรัฐประหาร ยิ่งพอเป็นรัฐบาลเผด็จการอำมาตย์หุ่นเชิดอย่างในปัจจุบันก็ทำตัวเงียบหาย ไม่ออกมาวิจารณ์เลย

ผลกรรม-ถูกคนเดือนตุลาให้ฉายาว่าเป็นกาฝาก14ตุลาและปัญญาชนบริกร สิ้นไร้ความนับถือตกเป็นที่สาบแช่งของญาติวีรชน14ตุลาฯ

18.ธีระ ธัญไพบูลย์

ก่อกรรม-เล่าข่าวทางเนชั่น ช่อง 3 ช่อง9แบบเป็นกองเชียร์เผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ออกนอกหน้าและน้ำเสียง ครั้งหนึ่งเคยใส่เสื้อเหลืองออกทีวีชวนเชิญคนทั้งประเทศให้ทำตาม อ้างว่าแก้คุณไสยเขมร เล่นตามที่พวกม้อบโกเต๊กซ์นิยมไสยดำ
ผลกรรม-คนดูเรียกขานว่าชินจัง ทำให้ต้นตำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นเดือดร้อนมาก เพราะคนชังมากกว่าคนชอบแบบชินจังในการ์ตูน

19.เนวิน ชิดชอบ

ก่อกรรม-ทำตนเป็นหมาหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ตอนหนีจากนายบรรหารก็ด่าว่า"เตียบเตี้ยบ" หนีจากทักษิณก็ว่า"มันจบแล้วครับนาย" ตอนเล่นงานคมช.ก็อ้างว่าทหารปฏิวัติเสร็จพาขึ้นรถตู้ปล่อยลงมาถอดเสื้อผ้าหมดต้องหนีตายแบบโทงเทง จัดตั้งเสื้อสีน้ำเงินกอ่เหตุมือที่3ล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ขนรถแก๊สมาแฟลตดินแดงตอนสงกรานต์เลือด แล้วป้ายขี้ให้เสื้อแดง เคลื่อนไหวเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย โดยไม่ถูกยุบพรรคหรือสั่งห้าม
ผลกรรม-หากผลกรรมที่จะเกิดขึ้นก็คงเป็น"นายใหม่"ไม่ว่าจะเป็นแฝดอินจันอภิสิทธิ์ หรือนายอนุพงษ์ และนายหญิงใหญ่ เร็วๆนี้

20.นพดล กรรณิการ์

ก่อกรรม- ใช้เอแบคโพลล์เป็นเครื่องมือหนุนรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดอำมาตย์แบบเปิดปุ๊บติดปั๊บ ฝืนมติมหาชนที่แท้จริง ขนาดคู่แข่งอย่างกรุงเทพโพลล์ให้รัฐบาลหุ่นเชิดสอบตกได้คะแนน3.87เต็ม10 แต่เอแบคโพลล์ดั้นเมฆว่าคนไทยหนุนอภิสิทธิ์เพิ่มเป็น70%

ผลกรรม-ถูกแฉว่าเข้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับงานจากนายอภิสิทธิ์เป็นประจำ ทำให้ผลโพลล์หมดความน่าเชื้อถือ

21.เปรม ติณสูลานนท์

ก่อกรรม-มหาอำมาตย์ใหญ่นายพลอาวุโสเปรมชอบบอกว่าให้ตอบแทนแผ่นดิน ซึ่งแปลว่าตอบแทนคนๆเดียวหรือตระกูลเดียว แล้วย่ำยีคนทั้งแผ่นดิน ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แปลว่าการเล่นพรรคเล่นพวกระบบอุปถัมภ์ ให้ทำดี แปลว่า ทำชั่วได้ทุกอย่างหากเปรมเห็นว่าดีแล้ว ชอบพูดว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งความหมายจริงๆก็คือโชคร้ายที่สุด ชอบกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าทรยศชาติ ซึ่งแปลว่าคนไทยกำลังสร้างชาติสร้างประชาธิปไตย

ผลกรรม-จากที่มีฐานะอยู่สูงเป็นถึงประธานองคมนตรี คนกราบไหว้เหมือนอยู่บนหิ้ง ก็ลงมาต่ำเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาด เป็นเป้าหมายของการสาปแช่ง หมดแล้วซึ่งความขลังศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ลูกน้องเก่าอย่างบิ๊กจิ๋วหรือขุนทหารก็พากันตีจากมาต่อต้าน มีแต่รอวันถูกโค่นล้มหรือเสื่อมสลายในฐานะมาสเตอร์มายด์ของฝ่ายอำมาตย์


22.ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา


ก่อกรรม-เป็นล็อบบี้ยิสต์ตัวกลางให้นายใหญ่ของขบวนการอำมาตย์ในการกำจัดทักษิณทุกทาง โดยถูกพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี กล่าวหาว่ารวมทั้งวางแผนลอบสังหาร และสั่งการให้แวดวงตุลาการขจัดพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณที่บ้านซอยสุขุมวิท รวมทั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายการสร้างpropagandaให้กับคนๆเดียว

ผลกรรม--ถูกแฉว่าเป็นตัวกลางในการประสานงานฝ่ายทหาร ตุลาการ เครือข่ายอำมาตย์ในการกำจัดขบวนการประชาธิปไตย ปลูกฝังลัทธินิยมอำมาตย์เผด็จการศักดินาให้หยั่งรากถาวรในไทย

23.ประสงค์ สุ่นศิริ

ก่อกรรม-แค้นในอดีตที่จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรมปลดออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วตั้งทักษิณเป็นแทนจึงตามจองล้างจองเวรไม่สิ้นสุด ทั้งบนดินใต้ดิน ทั้งทำให้ชาติพินาศย่อยยับ และวางแผนวินาศกรรม ลอบสังหาร ยึดอำนาจ ชั่วๆมาจากสมองของคนๆนี้
ผลกรรม-กินแห้วมาตลอด ลุ้นตำแหน่งนายกฯยุคคมช.ก็อด ลุ้นประธานสภาสสร.ก็แห้ว ล่าสุดทวงบุญคุณว่าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะพันธมิตร(ภายใต้การวางแผนของสงค์เสี้ยม)ลงทุนยึดทำเนียบ ปิดสภา บุกตีบชน. ไฮแจ็คสนามบิน แต่ก็แห้วตามเคย

24.ประชัย เลี่ยวไพรัตน์

ก่อกรรม-เป็นสปอนเซอร์ให้เผด็จการ สนับสนุนพันธมิตร เพื่อหวังจะคว้าTPIไว้ เนื่องจากเสียประโยชน์หาว่ารัฐบาลทักษิณไม่โอบอุ้ม พอโค่นรัฐบาลได้ก็ตั้งพรรคมัฌชิมาประชาธิปไตย แต่ล้มเหลว ตอนนี้เป็นนายทุนให้วิทยุคลื่นเก้าสิบสองสลึง

ผลกรรมตั้งพรรคมัฌชิมา ถูกป๋าเหนาะเย้ยว่าเป็นอนุบาลการเมือง หมดเปลืองเงินไปร่วมพันล้านแต่ตัวเองกับลูกทีมสอบตกกราวรูด ได้เป็นส.ส.เฉพาะกลุ่มก๊วนนายสมศักดิ์ และถูกลูกน้องสมศักดิ์เฉดพ้นพรรคแบบเจ็บแสบ

25.ปราโมทย์ นาครทรรพ

ก่อกรรม-เป็นนักวิชาการร่วมรุ่นของชัยอนันต์ มีบทบาทเขียนบทความใส่ไคล้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ กับหนุนระบบศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย มาปีนี้ผุดเรื่องปฏิญญาดูไบอีกรอบ
ผลกรรม-ถูกประนามหยามหมิ่นว่านำชื่อเสียงเกียรติคุณที่เคยอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยในอดีตมาทำป่นปี้ตอนแก่

26.เปลว สีเงิน

ก่อกรรม-ทำหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มีจุดยืนมั่นคงคือเป็นใบปลิวโจมตีทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร และทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับพันธมิตรกับฝ่ายเผด็จการ หลังๆก็เอียงข้างศักดินาๆไปด้วย ล่าสุดปลด"ใบตองแห้ง"คอลัมนิสต์ที่นำเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นที่รอบด้าน เพราะเปลวอยากให้ไทยโพสต์เป็นกระบอกเสียงอำมาตย์อย่างเดียว

ผลกรรม-ทำหนังสือพิมพ์เจ๊ง ยอดขายไม่พอหล่อเลี้ยงตัว โฆษณาไม่เข้า แต่ได้รัฐบาลระบอบอำมาตย์ขุนเอาไว้แลกกับการเป็นกองเชียร์ระบอบหุ่นเชิด ถูกวงการและนักสิทธิสื่อประณามที่คุกคามสื่อ"ใบตองแห้ง"อย่างไร้ยุติธรรม

27.ประเวศ วะสี-

ก่อกรรม-สถาปานาตัวเป็นราษฎรอาวุโส กล่าวร้ายว่าทักษิณควรยุติบทบาททางการเมือง ยอมจำนนต่อการปฏิวัติรัฐประหาร หากเคลื่อนไหวอยู่ก็เป็นไปเพื่อคนๆเดียว

ผลกรรม-เปิดเผยธาตุแท้ล่อนจ้อนว่าเป็นเครือข่ายอำมาตย์ ไม่ศรัทธาฝ่ายประชาธิปไตย ดูแคลนความเคลื่อนไหวพลังของประชาชน ทำให้เสื่อมเสียความเชื่อถือทั้งในและนานาประเทศ

28.พิภพ ธงชัย

ก่อกรรม-พิภพทิ้งหมู่บ้านเด็กเมืองกาญจน์และสังคมอุดมคติไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวมาเป็น1ในแกนนำพันธมิตรที่มีทัศนะนโยบายล้าหลังคลั่งศักดินา ฉุดรั้งประชาธิปไตยถอยลงคลอง เสนอการเมืองระบบอภิสิทธิชน70:30หมิ่นแคลนสิทธิ์เสียงประชาชน หลังยึดสนามบินนำไปสู่การโค่นรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งแล้ว พิภพได้โบนัสจากลิ้มให้ไปทัวร์อียิปต์10วันเป็นรางวัลตอบแทน

ผลกรรม-นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจำนวนมากประกาศตัดหางพิภพออกจากขบวนการ และให้เลิกอ้างว่าเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชนอีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบพันธมิตรที่เคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งศักดินาจารีตด้วย

29.โพธิรักษ์

ก่อกรรม-สมณะโพธิรักษ์นักบวชหัวรุนแรงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ไปเป็นสังคมชาวพุทธในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง ปฏิเสธต่อต้านทุนนิยม ทำลายความเป็นปุถุชนของมนุษย์ ถึงขั้นตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีนโยบายแบบการเมืองใหม่ และใช้ชาวอโศกผู้ศรัทธาเป็นสันหลังของม็อบ193วัน เพราะคนเหล่านี้ทุ่มกายถวายชีวิตให้ศาสดาโพธิรักษ์
ผลกรรม-ประชาชนผู้รักชาติ และพิทักษ์พุทธศาสนาที่เดินสายกลางไม่หัวรุนแรงพากันต่อต้านศาสนาโพธิรักษ์แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศ ทั้งที่บึงกุ่ม นครปฐม อุบลราชธานี และศรีษะเกษบ้านเกิดโพธิรักษ์

30.ไพศาล พืชมงคล(อ่านรายละเอียด จาก"โค่นล้มศักดินา"ถึง"โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว" คลิ้ก )

ก่อกรรม-จากนักประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเพื่อกรรมกรในอดีต ไพศาลมารับใช้ขุนศึกอำมาตย์ เป็นหัวสมองให้พันธมิตร เขียนประกาศคณะรัฐประหารให้คมช. จากที่เคยเขียนเพลง"เสียงครวญของมวลกรรมกร"มาเขียนเชิดชูบทบาทศักดินาใหญ่ที่ไปงานศพคนของพันธมิตร
ผลกรรม-เช่นเกียวกับนักต่อสู้นักเคลื่อนไหวในอดีตที่เปลี่ยนสีแปรธาตุ ทำให้ประชาชนต้องสาปแช่ง

31.ภูวดล ทรงประเสริฐ(อ่านรายละเอียด มือเผา14ตุลาฯเปี๊ยนไป๋! คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-จากเลขาธิการสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นเหนียวกับชัยอนันต์ คนกินเงินเดือนของสนธิลิ้ม ทำให้ภูวดลปักหลักบนเวทีพันธมิตร ด้วยการด่าชนิดแม่ค้าปากตลาดอาย ทำให้พันธมิตรฮาร์ดคอร์ชื่นชมมีแม่ยกติดเกรียว
ผลกรรม-อย่างไรก็ตามจำลอง ศรีเมือง ขาใหญ่เบอร์2พันธมิตรไม่ถูกหู สั่งปิดไมค์ของภูวดล แล้วไล่ลงเวที ภูวดลเครียดจัดเป็นอัมพาตครึ่งตัว ตอนนี้ยังนอนพักรักษาตัวยาวอยู่ที่โรงพยาบาล พูดจาด่าใครไม่ได้อีกแล้ว

32.มาลีรัตน์ แก้วก่า

ก่อกรรม-จากอดีตนักกิจกรรมยุค6ตุลา เข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พบรักกับ"อ๋า"ธัญญา ผู้นำนักศึกษายุค14ตุลา ต่อมาชาวสกลนครเลือกให้เป็นส.ส. ก่อนจะวิญญาณนักเคลื่อนไหวเก่าเข้าสิงสู่ มาประจำเวทีพันธมิตร
ผลกรรม-มาลีรัตน์ก็เช่นเดียวกับพวกพันธมิตรหลายคนคือเมื่อมาเป็นพธม.ก็ถูกปฏิเสธจากประชาชน จนสอบตกในการเลือกตั้ง(เช่นเดียวกับการุณ ใสงาม,สำราญ รอดเพชร,ประพันธ์ คูณมี,พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ,อมร อมรรัตนานนท์,ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ฯลฯ)แต่แทนที่จะสำนึกที่ประชาชนสั่งสอนบทเรียน กลับหันไปสมคบกับนายทุน ขุนศึก ศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย และเรียกหาการเมืองใหม่70:30เหมือนจะแก้แค้นที่ประชาชนไม่ยอมเลือกพวกตนเข้าสภา

33.รสนา โตสิตระกูล

ก่อกรรม-รสนาเคยเป็นเพียงปัญญาชนสายที่สาม คือไม่ขวาไม่ซ้าย เป็นแบบalternativeที่ใกล้ชิดไปทางส.ศิวรักษ์ที่เน้นเรื่องอุดมคติทางศาสนาพุทธแบบปัญญาชน ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ มามีชื่อเสียงจากการตรวจสอบเรื่องทุจริตยา แต่รสนาเป็นนักการเมืองที่แย่ คือเอียงขวาสุด ผูกติดกับพันธมิตร เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเผด็จการ 1ใน40สว. ต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-รสนาเข้าไปโหวกเหวกด่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย ในสภาพ"ซุกสามี"สันติสุข โสภณศิริ ลูกศิษย์ใกล้ชิดส.ศิวรักษ์ และเป็นเพื่อนน้ำมิตรของเปี๊ยก-พิภพ ธงชัยอีกคน ขณะที่ในลีลาบรรยากาศแบบเดียวกันของการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากไม่โวยวายแล้ว รสนายังชื่นชมจนออกนอกหน้าอีกด้วย รสนายังถูกแฉว่าต่อต้านปตท.ไม่ให้อยู่ในตลาดหุ้น แต่พวกตนกลับกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องมีหุ้นปตท.ซะเอง

34.วัชระ เพชรทอง

ก่อกรรม-แจ็คเป็นอดีตนักศึกษาโข่งรามคำแหง ร่วมรุ่นกับตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ แข่งขันกันตั้งแต่อยู่รั้วพ่อขุน จนออกมาสู่สนามใหญ่ ขณะที่ตู่ยืนอยู่บนเวทีนปช. แจ๊คไปโผล่ที่เวทีเสื้อเหลือง ควบกับเป็นบก.แนวหน้าตามราวีล้างผลาญรัฐบาลประชาธิปไตย ก่อนจะลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็นส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งสันดานเดิม

ผลกรรม-แจ็คเคยชื่นชมนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเชกูวาร่ามาก จนถึงขั้นพิมพ์หนังสือขาย มาวันนี้โลกสวิงไป180องศาถึงวันที่แจ๊คต้องเล่นบทคลั่งไคล้ใหลหลงศักดินาใหญ่เข้าให้บ้าง แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือตอนนี้เขาต้องเจอตู่-จตุพร คู่กัดตลอดกาลออกมาเคลื่อนไหวขย่มรัฐบาลเทพประทานอย่างหนัก

35.วีระ สมความคิด

ก่อกรรม- เป็นมือตีนให้สนธิลิ้มเคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งชาติจะบุกยึดเขาพระวิหารคืนจากเขมรหลายหน จากนั้นเกณฑ์กองกำลังโจรศรีวิชัยไปทำร้ายประชาชนชาวภูมิสรอลที่รักถิ่นฐานและรักสันติภาพ

ผลกรรม-ทำตัวเสมือนว่าเก่งกล้าสามารถ แต่พอเขมรจะเอาจริงก็ป๊อดมาปักธงยึดเขาพระวิหารจำลองที่บางปูแทน ทำให้เกียรติภูมของไทยตกต่ำสุดกู่เป็นตัวตลกในเวทีประชาคมโลก

36.ศิริชัย ไม้งาม

ก่อกรรม-ไม้ เป็นนักสหภาพที่นำคนสหภาพเข้าร่วมเป็นเนื้อเดียวกับพันธมิตรทุกความเคลื่อนไหว เขาขู่ตัดน้ำตัดไฟประชาชนเพื่อหวังผลชนะในการม็อบ โดยพวกสหภาพเคียดแค้นที่รัฐบาลทักษิณแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของชาติ และผู้บริโภค
ผลกรรม-ประชาชนเลิกใช้บริการของรัฐวิสาหกิจที่มีเอกชนเป็นคู่แข่งและทางเลือก เช่นบริการของTOT CAT เป็นต้น ส่วนอภิสิทธิ์เมื่อได้เป็นรัฐบาลวันแรกๆไปพูดที่ตลาดหุ้นว่ารัฐบาลของเขาจะส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ส่วนศิริชัยกลายเป็นผู้ก่อการร้ายถูกดำเนินคดียึดสนามบิน

37.ศรัณยู วงศ์กระจ่าง


ก่อกรรม-เป็นดารารุ่นใหญ่ที่โดดขึ้นเวทีพันธมิตรและเอาการเอางานเคียงคู่กับเจ๊ปองอัญชลี จนได้เป็นแกนนำพันธมิตรรุ่นสองช่วงท้ายๆตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่หลังยุติยึดสนามบินก็เกิดผลประโยชน์ไม่ลงตัวกับจอย-ศิริลักษณ์ดาราพันธมิตรอีกราย จนจอยต้องเผ่นหนี ให้ตั้วครองASTVไว้ แต่ท้ายๆก็เสื่อม แม่ยกหายหน้าหมด

ผลกรรม-ช่อง7สีปลดออกจากผู้ดำเนินรายการเรื่องจริงผ่านจอ เพราะเรทติ้งตกเนื่องจากประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยค่อนประเทศบอยคอต เช่นเดียวกับพากันบอยคอตไม่ดูหนังฟอร์มใหญ่เรื่ององค์บากภาค2ที่ศรัณยูเล่นอยู่ไม่กี่ฉาก เพราะไม่อยากสนับสนุน พอมาจัดคอนเสิร์ตล้างหนี้ที่ม.รังสิต คนก็โหรงเหรงสุดเสื่อม

38.สนธิ ลิ้มทองกุล

ก่อกรรม-สนธิเริ่มต้นจากการต่อต้านทักษิณเพราะเสียผลประโยชน์ไม่ได้อนุมัติให้รับสัมปทานโทรทัศน์NEWS1และรัฐบาลทักษิณไม่ต่ออายุให้วิโรจน์ นวลแขเพื่อมาเคลียร์หนี้เน่าให้เครือผู้จัดการ แต่เล่นเพลินไปหน่อย เขาจึงสร้างความตกต่ำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับแต่ยุคเสียกรุงอยุธยาครั้งที่2เป็นต้นมา

ผลกรรม-นอกจากถูกดำเนินคดีหัวโจกผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินแล้ว บริษัทผู้จัดการก็ถูกสั่งให้ล้มละลาย และถูกสื่อค่ายมติชนแฉว่าสนธิลิ้มจึงต้องก่อม็อบเพื่อรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นแล้วนำเงินไปเข้าบริษัทที่เกาะฟอกเงิน สนธิลิ้มยังจิตหลอนต้องกันไปพึ่งคุณไสยดำสารพัด และหวาดระแวงว่าจะโดนลอบฆ่าจากศัตรูรอบด้าน หลังจากถูกถล่มสังหารรอดตายมาได้ช่วงสงกรานต์ และถูกระเบิดถล่มเวทีพันธมิตร มีข่าวว่าเขาอาจปลีกวิเวกยาวในต่างประเทศ เพราะตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็ไปทับรอยปชป.ส่อว่าอาจจะเป็นพรรคต่ำสอง

39.สมศักดิ์ โกศัยสุข

ก่อกรรม-สมศักดิ์เป็นหางเครื่องของ5แกนนำพันธมิตร แต่บารมีในวงการสหภาพแรงงานก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ต้องพึ่งนักสหภาพรุ่นน้องอย่างไม้เป็นหลัก ต่อมาเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ก่อนที่สนธิลิ้มหัวหน้าตัวจริงจะมาริบไป

ผลกรรม-นักสหภาพแรงงาน นักวิชาการด้านแรงงานตัดหางปล่อยวัดสมศักดิ์ ฐานเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย และห้ามแอบอ้างว่าทำในนามภาคประชาชน นอกนั้นก็โดนดำเนินคดีกบฎ คดียึดทำเนียบรัฐบาล และคดียึดสนามบิน

40.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

ก่อกรรม-จากนักเคลื่อนไหวในวงการครู ก้าวสู่วงการเอ็นจีโอ และวงการสื่อจากการรู้จักแนบแน่นกับสำราญ รอดเพชร และเครือเนชั่น สุดท้ายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ แต่ก็เคลื่อนไหวในนาม5แกนนำพันธมิตรด้วย

ผลกรรม-โดนดำเนินคดีกบฎ คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แถมยังโดนส.ส.ลูกพรรคเพื่อไทยเก่ง-การุณ โหสกุลกระโดดถีบ เพราะไปปากดีท้าทายว่าใครแน่เจอกันนอกห้องประชุม แต่พอเจอถีบแล้วกลับไม่แน่ วิ่งแร่ไปแจ้งความตำรวจว่าโดนทำร้ายร่างกาย

41.สุริยะใส กตะศิลา

ก่อกรรม-จากอดีตเลขาธิการนักศึกษา สนนท.ที่เป็นองค์กรฝ่ายประชาธิปไตย มาเป็นผู้ประสานงานพันธมิตร คอยเป็นหนังหน้าไฟให้กับแกนนำ ทั้งที่สุริยะใสควรได้เป็นแกนนำไปนานแล้ว แต่ที่สุดได้เฉพาะรางวัลปลอบใจคือตำแหน่ง"หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในเวทีพันธมิตร" และรางวัลไปทัวร์อียิปต์10วันหลังยึดสนามบิน

ผลกรรม-โดน สนนท.รุ่นน้องบุกไปมอบหรีดและเผาโลงประท้วง โดนคนนามสกุลเดียวกันที่ศรีษะเกษตัดญาติและเผาโลงประท้วง โดนนักข่าวบอยคอตไม่ทำข่าวหลายหนเพราะมัวแต่ไปแจกลายเซ็นแม่ยก จนมองข้ามหัวนักข่าว โดนจำลองเบรกหัวทิ่มหลายหน โดนลือว่ารวยขี่เบ๊นซ์ไปแล้ว โดนคดีกบฎ คดียึดทำเนียบ คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แต่เพื่อนคนหนึ่งชื่อ"ไผ่ ครป."โดนคดียึดNBTแต่สุริยะใสอ้างว่าไม่รู้จัก เลยโดนเพื่อนรุมด่าอย่างหนัก สรุปว่าโดนรอบด้านงานเข้ารอบตัว

42.สำราญ รอดเพชร

ก่อกรรม-สำราญเคยทำงานITVของทักษิณ ต่อมาทักษิณปลดออกในสภาพหมาล่าเนื้อ มาได้สนธิลิ้มโอบอุ้มไว้จึงต้องทุ่มทั้งชีวิตชดใช้บุญคุณ ทำหน้าที่เป็นโฆษกเวทีพันธมิตรเจ้าของประโยคฮิต"พี่น้องเอ๊ยยยยยย.."

ผลกรรม-สอบตกส.ส.เขตบางกะปิเช่นเดียวกับประพันธ์ คูณมีและพรรคพวกร่วมอุดมการณ์พันธมิตรที่ถูกปฏิเสธจากประชาชนเจ้าของประเทศ สนธิลิ้มจะให้รางวัลปลอบใจไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ถูกรุมต่อต้านจนกินแห้ว

43.สุทธิชัย หยุ่น

ก่อกรรม-หยุ่นชงเรื่องตั้งโทรทัศน์ITVหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาลทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น

ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์เขาใช้สื่อเครือเนชั่นเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลหุ่นเชิด โดยได้สิทธิจากพลเอกเปรมให้เข้าไปยึดครองช่วงข่าวช่องฟรีทีวีทุกช่อง แลกกับการได้ผลประโยชน์ค่าโฆษณาและรายได้จากการจัดอีเว้นต์ให้มาร์คไปเกาะโพเดี้ยมตลอดปี

ผลกรรม-ประชาชนไม่นิยมอ่านหรือชมเพราะเป็นสื่อเอียง ทำให้ขายโฆษณาไม่ได้ ในที่สุดได้ประกาศขายตึกNATIONบางนาเพื่อให้รอดภาวะล้มละลายตามค่ายผู้จัดการของลิ้ม เมื่อนำหุ้นทีวีเนชั่น(NBC)ขายเข้าตลาดหุ้น ก็ไม่มีใครจองซื้อ ต้องแบกรับไว้เอง หากรัฐบาลหุ่นเชิดไม่อยู่ หยุ่นจะรอดไปได้กี่น้ำ ยังต้องลุ้นระทึก เพราะตอนนี้เริ่มปลดลูกน้องกันระนาวแล้ว

44.สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว)


ก่อกรรม-"เสี่ยต้อยนักข่าว100ล้าน"ก่อร่างสร้างตัวมาจากการได้ทุนจากจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทรัพย์สินฯทำสื่อทางวิทยุ SMS และล่าสุดรุกเข้าทางช่อง11ผลิตรายการสกู๊ปในนามสำนักข่าวทีนิวส์กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่า เป็นขบวนการของระบอบทักษิณสมคบคอมฯหลงยุคเป็นขบวนการล้มเจ้า

ผลกรรม-หมดความเชื่อถือจากประชาชน เพราะเคลื่อนไหวรับใช้ระบอบอำมาตย์บิดเบือนทำblack propaganda

45.สุเทพ เทือกสุบรรณ

ก่อกรรม-กำนันสุเทพพาประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลสำเร็จในรอบ9ปี โดยวิธีเดิมคือไปฉกลูกพรรคอื่น คือกลุ่มเพื่อนเนวินมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี แอบซุ่มมุบมิบทำโครงการหมื่นล้านสร้างโรงพัก-แฟลตตำรวจ โดยไม่โดนสื่อตรวจสอบ ขณะที่มีข้อครหากระหึ่ม

ผลกรรม-ผลกรรมของกำนันเทพนั้นมีมากนับไม่หมดไม่ถ้วน แต่ที่เสวยกรรมไปในไวๆนี้ก็คือพรรคประชาธิปัตย์เคยทำกับรัฐบาลทักษิณไว้อย่างไรโดนย้อนศรคืนทุกเม็ด รวมทั้งไปโดนชาวไทยขับไล่ในทุกที่ที่ไปโผล่หน้า ล่าสุดใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆคดียุบพรรค

46.สุรพล นิติไกรพจน์

ก่อกรรม-สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกที่ทิ้งจุดยืนประชาธิปไตยอันแน่วแน่ มาอยู่เคียงข้างพันธมิตร เคียงข้างเผด็จการทหาร เสนอให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งมายุบสภา แต่ทีกับรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดกลับเงียบเฉย

ผลกรรม-ถูกลูกศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ยกพวกนำพวงหรีดไปประท้วง ถูกแฉว่ามาจากการแต่งตั้งของนายสุเมธ ตันติเวชกุล เครือข่ายอำมาตย์ ทำให้ต้องรับใช้อำมาตย์ ส่วนมหาวิทยาลัยก็ตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีกรณีอาจารย์ให้นักศึกษาหญิงอมนกเขาแลกเกรด จนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคของสุรพลถูกล้อเลียนว่าเป็นมหาวิทยาลัยนกเขา นับเป็นความเสื่อมเพราะสุรพล

47.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

ก่อกรรม-เป็นอธิการของNIDAที่แสดงจุดยืนเคียงข้างพันธมิตร และผู้นำกองทัพอย่างเหนียวแน่น ละเลยหลักการประชาธิปไตยที่พร่ำสอนนักศึกษา

ผลกรรม-โดนกลุ่มนักศึกษานิด้าประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ประนามอย่างหนัก และเสนอให้หยุดพฤติการณ์ให้ท้ายพันธมิตร แต่ยังคงรับใช้อำมาตย์อย่างเหนียวแน่น

48.หงา คาราวาน

ก่อกรรม-ทิ้งจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนคนยากจนยากไร้ ขึ้นเวทีพันธมิตรที่ใกล้ชิดไฮโซราชนิกุล มีแนวนโยบายรุกรานเพื่อนบ้านในอินโดจีน นอกจากนี้ศิลปินหลายคนเช่น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อังคาร กัลยาณพงศ์ ไพวรินทร์ ขาวงาม วงโฮ้ป เป็นอาทิ ต่างก็มีพฤติกรรมทำนองเดียวกับหงา

ผลกรรม-โดนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในอดีตทั้งวิสา คัญทัพ และจรัล ดิษฐาอภิชัย ออกมาแฉชีวิตส่วนตัวและอุดมการณ์อย่างหมดเปลือก เสื่อมความเชื่อถือจากแฟนๆขาประจำทั้งประเทศ

49.อัญชลี ไพรีรักษ์

ก่อกรรม-เจ๊ปองเคยเป็นอดีตผู้อ่านข่าวช่อง 7 ต่อมาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร เจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร ทำงานรับใช้นายวัฒนา อัศวเหม คนปากน้ำด้วยกัน

ผลกรรม-ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมประจำเวทีพันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ แถมโดนแมงลือใส่ไคล้เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราชายรุ่นใหญ่ขาประจำเวทีพันธมิตรให้อีก ทั้งที่อีกฝ่ายมีลูกเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว

50.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ก่อกรรม-เป็นกำลังหลักในการทำรัฐประหารยึดอำนาจ19กันยายน49 มีบทบาทโดดเด่นในฐานะทหารเสือราชินี ออกมาสำทับให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งยุบสภา-ลาออกผ่านทางโทรทัศน์ถึง2ครั้ง สุดท้ายต้อนก๊วนเนวินเข้าไปหาที่บ้านพักในร.11พร้อมกับยื่นเงื่อนไขจาก"บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้"ให้เนวินสลายขั้วมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ไม่ยอมทำหน้าที่สลายการชุมนุมของพันธมิตรทั้งที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งสั่งการถึง2ครั้ง แต่พอรัฐบาลหุ่นเชิดสั่งก็นำทหารออกมาปราบปรามประชาชนตอนเมษาเลือด

ผลกรรม-ถูกนานาชาติ ทั้งทูต ทูตทหาร สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีว่าเหตุใดทหารไม่เป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบในประเทศ ทั้งในตอนรัฐบาลนายสมัครประกาศฉุกเฉินตั้งให้อนุพงษ์ควบคุมเหตุการณ์ความไม่สงบในตอนวันที่2กันยายน2551 และตอนที่พันธมิตรยึดสนามบิน แต่พอทีกลุ่มเสื้อแดงเดินขบวนโดยสงบในช่วงสงกรานต์ กลับเคลื่อนรถถังและทหารออกปราบปรามอย่างป่าเถื่อน ทำให้กองทัพไทยถูกมองว่าเป็นกองทัพของประเทศด้อยพัฒนา แทรกแซงทำลายประชาธิปไตย แต่ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้

51.อานันท์ ปันยารชุน

ก่อกรรม-เป็นเครือข่ายอำมาตย์ระดับสูงเชื่อมประสานระหว่างฝ่ายอำมาตย์กับวงการเอ็นจีโอ ผ่านการให้ทุน วงการสื่อสารมวลชน ทำลายฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-ไปร่วมงานศพสารวัตรจ๊าบ ทำให้ประชาชนทั่วประเทศรุมประณามว่าเป็นพวกอีแอบอยู่เบื้องหลังฝ่ายอำมาตย์ที่ต่อต้านประชาธิปไตย

52.อภิชาต สุขัคคานนท์

ก่อกรรม-เป็นเครื่องมืออำมาตย์เผด็จการยุบพรรคเพื่อไทยและอีก2พรรค ทั้งที่พยานหลักฐานไม่ชัดเจน ต่อมาคนที่รับจ้างเป็นพยานเท็จออกมาแฉว่าถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณจ้างวานแล้วเบี้ยว แต่พอกรณีพรรคประชาธิปัตย์258ล้านชัดเจน แต่นายอภิชาตกลับมีความเห็นว่าให้ยกคำร้องไม่ต้องยุบ

ผลกรรมประชาชนทั้งประเทศจับตามองนายอภิชาตอยู่ว่าจะก่อ2มาตรฐาน ตอกย้ำวลีที่ว่า"ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด"ต่อไปอีกหรือไม่...


53.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ก่อกรรม-ต่อต้านรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งไม่ลืมหูลืมตา เข้าข้างให้ท้ายพันธมิตรอย่างไม่เกรงใจใคร ร่วมมือกับผู้นำเหล่าทัพปล้นอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง เพื่อตัวเองจะได้ตั้งรัฐบาลแทน

ผลกรรม-อภิสิทธิ์ต้องชดใช้ผลกรรมที่ก่อแบบที่โดนฝ่ายประชาธิปไตยย้อนศรทุกเม็ด นับแต่การแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นต้นไป แม้ได้เป็นนายกฯ แต่ก็ไร้เกียรติภูมิเพราะคนทั้งโลกเห็นว่าเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของอำมาตย์ พันธมิตร กองทัพ อสิทธิ์ชนในประเทศไทย ไม่ใช่ตัวแทนที่ภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย และฝ่ายเสื้อแดงประกาศว่าอย่าหวังความเป็นสุขในการทำงาน ตราบที่ไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นก็ไม่มีสันติภาพที่จีรัง แต่พอเป็นนายกฯระบอบหุ่นเชิดแล้วกลับไร้ผลงาน ผลโพลล์ให้สอบตก เพราะเกาะโพเดี้ยมเป็นอาชีพหลัก สื่อทำเนียบตั้งฉายาว่า"หล่อหลักลอย"