WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 6, 2010

วาทะสุดกินใจจากท่านทักษิณ (5)

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : สาละวิน


....สู้มัน...ท่านทักษิณ !


สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(6มี.ค.):โหมโรง

ที่มา Thai E-News


กราบ!-องค์กรเลี้ยวซ้ายขอเชิญร่วมประชุม วันอาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม เวลา 10.30 น. ห้องกระจก ชั้น 2 ตึก 2 รัฐศาสตร์ จุฬา หัวข้อศึกษาชนชั้นกลางเป็นพลังนำการปฏิวัติ ได้หรือไม่ อย่างไร? +วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดย วัฒนะ วรรณ หลังจากประชุมเสร็จ เชิญเข้าร่วมเวทีเสวนา ของสมัชชาสังคมก้าวหน้า เรื่องการยกเลิกกฎหมายเผด็จการ ที่ห้องประชุม 13 ชั้น 2 ตึก 3 ในเวลา 13.00 น.


โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
6 มีนาคม 2553

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง โดยนักข่าวชาวรากหญ้า ประจำวันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2553 เป็นบรรยากาศโหมโรงเตรียมพร้อมกับการเคลื่อนพลทั้งแผ่นดินในช่วง12-14มีนาคมศกนี้ หากอำมาตย์และข้าทาสบริวารอ่านคอลัมน์นี้ต่อไปดีๆก็จะได้รู้ว่าไม่ได้มีแต่คนจนคนชนบทเข้าร่วมกิจกรรมหนนี้...พี่น้องที่อยากส่งข่าวสาร กิจกรรมต่างๆแจ้งมาที่thaienews99@googlegroups.com จ้า***

***โหมโรงเมืองไทย-นปช.แดงทั้งแผ่นดิน โหมโรงปราศรัยที่โคราชเมื่อค่ำวันที่ 5 มีนาคมที่ลานย่าโม มีพี่น้องชาวโคราช และเสื้อแดงภาคอีสาน 19 จังหวัดเข้าร่วมแน่นขนัด

จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม นี้ขอเชิญชวนพี่น้องเสื้อแดงระยอง และจังหวัดใกล้เคียงรวมพลังฟังการปราศรัย ที่หลังห้างแหลมทอง อ.เมือง ระยอง และชมถ่ายทอดสดทีวีทางช่องสถานีประชาชน ( พีเพิล แชนนัล ) ตั้งแต่เวลา 17.00 น เป็นต้นไป***

***แดงสงขลา ขอเชิญร่วมบริจาคทุนทรัพย์และสิ่งของตามกำลังสมควร เพื่อเป็นเสบียงใช้ในการเดินทางร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่อำมาตยาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 6 มีนาคม 2553 ตั้งแต่เวลา 13.00-18.00 น. ณ ห้องเสน่หา โรงแรมพิงค์เลดี้ ชั้น 2 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ขวัญและกำลังใจอันดีแก่มวลชนคนเสื้อแดงจังหวัดสงขลา ที่จะเข้าร่วมชุมนุมและเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้มวลชนผู้มีกำลังทรัพย์ได้แสดงความจริงใจ ได้สนับสนุนกิจกรรมของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดการเดินทางในวันนั้นด้วย/ นกไฟ รายงาน***

***เสวนาที่ริมหาดหัวหิน-เรื่องวิกฤตเศรษฐกิจของชาติภายใต้รัฐธรรมนูญปี2550โดย ศุภรัตน์ นาคบุญนำ , อ.คนิณ บุญสุวรรณ และ ดร. สุชาติ ธาดาธำรงเวช ที่ อ. หัวหิน วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 13.00-17.00 น. ณ นาวีภิรมย์ สโมสรทหารเรือ ริมหาดหัวหิน จ.ประจวบฯ สนใจสอบถามที่ อ.สหัสชัย อนันต์เมฆ ผู้ดำเนินรายการ 087-6652856***


โหมโรงเมืองนอก-พี่น้องคนไทยที่รักประชาธิปไตยในต่างประเทศก็โหมโรงเช่นกัน ในภาพคุณนำชัย ประธานกลุ่ม redjapan truth to day และคุณ เจี๊ยบแจแปน ประธานกิตติมศักดิ์ พร้อมกับพี่น้องแนวร่วมชาวไทยเสื้อแดงญี่ปุ่น ได้ไปยื่นหนังสือต่อสถานทูตไทยในญี่ปุ่ย เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2553 กรณีนายกฯทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลที่มีสองมาตรฐาน และเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้แก่ประชาชน

ข่าวจากญี่ปุ่นแจ้งว่า ในตอนแรกเราก็จะมีมวลชนมากันหลายจังหวัดจะมีการพากันมาทางรถบัสอีกสองคัน แต่ด้วยการประสานงานทางสถานทูตที่คลุมเครือ เราจึงต้องลดจำนวนลง ขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นที่ได้ให้ความร่วมมือ และอำนวยความสะดวกแก่พวกเรามาก และพี่น้องคนไทยเสื้อแดงของเราที่มาก็น่ารัก ตามประสาคนเสื้อแดง จนทางตำรวจชอบใจมากๆเพราะ เราอธิบายให้ตำรวจว่าเรามา เพราะเรารักบ้านเมืองประเทศชาติของเรา และอยากบอกพี่น้องที่อยู่ทั่วโลกว่าเราถึงเวลาแล้วที่พี่น้องเราจะลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวไทย***

***สำหรับ"กลุ่มแดงญี่ปุ่นความจริงวันนี้" หรือ Red Japan Truth Today มีประธานกลุ่ม คือคุณนำชัย และประธานกิติมศักดิ์ คือคุณเจี๊ยบเจแปน ประชาสัมพันธ์ คุณสมคิด คุณธนา คุณไชยา แกนนำในพื้นอีกหลายพื้นที่ ต่อไปนี้เป็นแถลงการณ์ที่ยื่นต่อสถานทูตไทย


***พี่น้องเสื้อแดงไทยในต่างประเทศหลายแห่ง นอกจากญี่ปุ่นแล้วหลายประเทศก็ออกมาเคลื่อนไหวในโอกาสการชุมนุมใหญ่ที่จะถึงนี้ด้วย รวมทั้งเสื้อแดงไทยในสหรัฐฯ กลุ่มแดงยูเอสเอ/พลังไทย/เรดนิวส์ นัดพบผู้รักประชาธิปไตย คนเสื้อแดง หรือผู้สนใจเพื่อหนุนช่วยการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในประเทศไทย

สถานที่:ร้านอาหารเสริมมิตร 4814 Melrose Ave. Los Angeles, CA 90029 วันเสาร์ที่ 13 March 2010
เวลา: 7:00 p.m. เป็นต้นไป

ขอเชิญคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยทุกท่านมาร่วม War Room เพื่อประเมินสถานะการณ์ในการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 13 มีนาฯ ณ ร้านอาหารเสริมมิตร บนถนน Melrose, California ตั้งแต่เวลา หนึ่งทุ่มเป็นต้นไป.. อาหาร เครื่องดื่มฟรี ..ใครที่อยู่ในแอลเอ หรือเมืองใกล้เคียงขอเชิญทุกท่านเลยจ้า....มาช่วยกันสร้างประวัติศาตร์ร่วมกับพี่น้องคนเสื้อแดงทางเมืองไทยด้วยกัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณเนตร 562/ 139-5652 คุณสนั่น เมลโรส 323/ 286-8722 คุณเบญจะ310/ 706-7023***

***กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลียออกแถลงการณ์ต่อต้านการรัฐประหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพไทยและรัฐบาล หากมีการระดมกำลังของกองทัพทำการรัฐประหาร หรือมีการปราบปรามประชาชนผู้รักประชาธิปไตย พวกเราและคนไทยที่รักประชาธิปไตยในออสเตรเลียทุกคน จะออกมารวมตัวกันที่บริเวณ Archibald Fountain(น้ำพุ) ของHyde Park, Sydney ด้าน St. James railway station โดยจะร่วมกันประกาศประนาม ให้ประชาชนและสื่อมวลชน รวมทั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศออสเตรเลียทราบ

รวมถึงจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐบาลออสเตรเลียให้ทราบถึงการกระทำที่เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพไทยและกลุ่มอำมาตย์ โดยจะใช้สิทธิ์ของความเป็นคนไทย ดำเนินการในทุกวิถีทาง เพื่อต่อต้านการรัฐประหารในครั้งนี้จนถึงที่สุด

กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยในออสเตรเลีย พร้อมทั้งคนไทยและคนในประเทศออสเตรเลียผู้รักประชาธิปไตย รวมถึงเครือข่ายของคนไทยที่รักประชาธิปไตยทั่วโลก จะร่วมกันดำเนินการต่อต้านการรัฐประหารหรือการเข้ามามีอำนาจใดๆโดยไม่ผ่านวิถีทางประชาธิปไตย และจะร่วมสนับสนุนการต่อสู้ของขบวนการประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในประเทศไทย เพื่อให้ได้มาของระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ และเพื่อปกป้องชีวิตพี่น้องร่วมชาติที่จะถูกกองทัพและกลุ่มอำมาตย์ละเมิดสิทธิมนุษยชนจนถึงที่สุดเช่นเดียวกัน***

***ขอเชิญชาวเสื้อแดงไทยในเยอรมันรอบ ๆ แคว้น NRW (Nordrhein-Westfalen)และพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงานวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม คศ.2010
เสื้อแดงไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เขตเมือง Dortmund จัดชุมนุม (อาหารฟรี เครื่องดื่มจ่ายเอง)เวลา 12.00 น.-19.00 น. ณ ร้าน BAKUDA,Weisenburger str.8, 44137 Dortmund สนทนาเรื่องประชาธิปไตยกับ อาจารย์ ไจ อึ๊งภากรณ์ มีวิดิโอฉายเรื่องราวการต่อสู้ -เอกสารความรู้ประชาธิปไตยในงาน

มิตรเสื้อแดงต่างถิ่น ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียด คุณอำนวย Dockweiler มือถือ 0176 3818 74 07 ทุกวัน***

***การชุมนุมนับแสนโดยสันติ ...สืบเนื่องจากการที่ผู้คนจำนวนมากกำลังคิดและพยายามหาทางออกเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองและทางสังคมด้วยวิธีการต่างๆ ทางสถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ ได้ปรึกษาหารือร่วมกับทางคณะนิเทศน์ศาสตร์เกี่ยวกับบทบาทของสื่อสารมวลชนในเรื่องนี้ ทั้งได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นร่วมกันว่า ควรจะได้มีการรวบรวมข้อคิดรวมถึงการเน้นถึงการรำลึกถึงสติและความไม่รุนแรง ซึ่งเป็นภาระหน้าที่หนึ่งของสถาบันฯ จึงได้ดำริที่จะจัดการอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อคิดต่างๆ อันเป็นที่มาของข้อเสนอในการจัดอภิปรายหัวข้อ “การชุมนุมนับแสนโดยสันติ : ข้อคิดและการจัดการ” ในวันอังคารที่ 9 มีนาคม 2553 เวลา 9.30 -12.00 น. ณ ห้องประชุม คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหายัพ โดยมีรายละเอียดดังนี้


เสวนาหัวข้อ “การชุมนุมนับแสนโดยสันติ” : ข้อคิดและการจัดการ”...
วิทยากร
- ดร.มารค ตามไท - ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง - รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล - อ.ศรีธรณ์ โรจนสุพจน์ หรือผู้แทนวงการสื่อมวลชน - อ. ณัฐกรณ์ วิทิตานนท์ และ คุณลัขณาปันวิชัย (คำ ผกา)

- ดร.ไชยันต์ รัชชกูล: ผู้ดำเนินการอภิปราย…


จัดโดย สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ... วันอังคารที่ 9 มีนาคม 2553 เวลา 9.30 -12.00 น. ...ณ ห้องประชุม คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ...ถ่ายทอดโทรทัศน์อินเตอร์เนต โดย สมาพันธ์ชาวเหนือเพื่อประชาธิปไตย ที่http://www.newskythailand.us***

***กลุ่ม "คนเสื้อแดงราชบุรี "โหมโรง-นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี แจ้งข่าวขอเชิญทุกท่านเชิญร่วมฟัง ร่วมคิด ร่วมเสวนา “ความจริงประเทศไทย ประชาธิปไตยและความยุติธรรม มีจริงหรือ” วัน พฤหัส ที่ 11 มีนาคม ณ โรงแรมเวสเทิร์นแกรนด์ ถนนเพชรเกษมสายเก่า อ.เมือง จ.ราชบุรี ตั้งแต่เวลา 13.00น. ถึง 16.00น. พบวิทยากร
-คุณ พงศ์เทพ เทพกาญจนา
-ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช
-ดร.สุนัย จุลพงศธร
-ดำเนินรายการโดย คุณ ศุภรัตน์ นาคบุญนำ


หลังเสร็จสิ้นการสัมมนา ขอเชิญคนเสื้อแดงราชบุรีทุกท่านร่วมประชุมพูดคุยเพื่อเตรียมการเข้าร่วม ชุมนุมใหญ่ ( 16.00-17.00น)

ขอเชิญ ทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ สร้างปัญญา หาทางออกให้กับประเทศร่วมกัน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายจัดโดย กลุ่ม”คนเสื้อแดงราชบุรี” และเครือข่าย รายละเอียดติดต่อ 081-494-9984 081-494-9984 และ 084-342-3386 084-342-3386***

***ขบวนรถของ นปช.แดงเชียงใหม่ ทะลุ 500 คันแล้ว-จากการรวบรวมรถและรายชื่อมวลชนที่จะเดินทางเข้า กทม. ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ นับถึงค่ำวันศุกร์ที่5มีนาคม ยอดจำนวนรถส่วนตัวเกิน 500 คันไปแล้ว คาดว่างานนี้น่าจะเกินหลัก 1,000 คันแน่นอน ตอนนี้กำลังรวบรวมรายชื่อกันอย่างคึกคัก

นปช.แดง อ.เมือง ลงชื่อได้ที่ สถานีวิทยุ 4 จุด

1. วิทยุเสรีชน 89.25 MHz. อาคารอังเกตุพาวิลเลี่ยน ข้าง ม.พายัพ
2. วิทยุรถแดง 95.75 MHz. ประตูหายยา ( ประกาศนำรถสี่ล้อแดงเข้า กทม. 100 คัน )
3. วิทยุปูนิ่มเรดิโอ 99.00 MHz. เวียงกุมกาม
4. วิทยุนกมหวรรณ 105.50 MHz. หลังตลาดสดแม่เ...๊ยะ

นปช.แดงสันกำแพง ลงชื่อที่แม่น้อย ในตลาดสดสันกำแพง
นปช.แดงแม่ออน ลงชื่อที่คุณสมบัติ ศูนย์แม่ออน
นปช.แดงดอยสะเก็ด ลงชื่อที่คุณประสิทธิ์ ศูนย์ฯ ข้างสหกรณ์
นปช.แดงสันทราย ลงชื่อที่ พ.ต.ท.สุพล
นปช.แดงแม่ริม ลงชื่อที่ร้านปลาชานเมือง
นปช.แดงหางดง ลงชื่อที่เจ้ม่วย น้ำแพร่
นปช.แดงสันป่าตองลงชื่อที่ คุณโอ๋มะขามหลวง , เจ้น้อยโรงน้ำแข็งทุ่งเสี้ยว
นปช.แดงแม่วางลงชื่อที่ อ้ายคำบ้านกาด , อ้ายเสริฐแม่วิน
นปช.แดงสายใต้ ดอยหล่อ จอมทอง ฮอด ดอยเต่า อมก๋อย แม่แจ่ม ลงชื่อที่คุณบุญช่วยจอมทอง
นปช.แดงแม่แตง ลงชื่อที่อ้ายเฮือน
นปช.แดงเชียงดาวลงชื่อที่คุณเปี๊ยก บ้านถ้ำ
นปช.แดงลุ่มน้ำฝาง แม่อาย ไชยปราการ ลงชื่อที่ลุงหนานปัน
นปช.แดงนครหริภูญชัย ลงชื่อที่คุณสว่าง , คุณมาลี
และส่งรายชื่อ ลงรายชื่อ ได้ที่งานทอดผ้าป่าสามัคคี ที่เวทีปราศรัยใหญ่ บ้านร่องขุ่น วันที่ 9 มีนาคม นี้***

*** ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ จัดเวทีประชาธิปไตย และหาเงินทุนใช้สำหรับเดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 12 – 14 มีนาคม โดยการตั้งกองผ้าป่าสามัคคี รวมพลังสามัคคี นปช.แดงเชียงใหม่ทุกกลุ่มทอดถวาย โดนนิมนต์พระสงฆ์มารับผ้าป่า ณ . เวทีประชาธิปไตยพื้นที่ 15 ไร่ ข้างป้อมตำรวจบ้านร่องขุ่น ติดถนนสายสันกำแพงสายเก่า ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง เชียงใหม่ ในวันอังคาร ที่ 9 มีนาคม 2553

16.00 น. ทำพิธีทอดถวายผ้าป่า
17.00 น. เริ่มเวทีประชาธิปไตย

บนเวที ท่านจะได้พบกับการปราศรัยของมวลชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่ สลับกับการ ถ่ายทอดภาพและเสียงแกนนำ นปช. จากเวทีจังหวัดแพร่ ขอเชิญ เพื่อน พี่ น้อง คนรักความยุติธรรม และรักประชาธิปไตย ทุกท่านร่วมงานบุญ และร่วมบริจาคสมทบทุน ในครั้งนี้
ติดต่อสอบถามที่ รองเลขาธิการศูนย์ประสานงานกลางฯ ทั้ง 2 ท่าน คุณ พีรพล มรกต 086 – 9110208 พ.ต.ท.สุพล ฟูมูลเจริญ 081 - 9527723สนับสนุน ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่

ชื่อบัญชี นปช.แดงเชียงใหม่
เลขที่บัญชี 02 0012142 65 7
ธนาคารออมสิน สาขาบวกครกหลวง
***

***ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ รักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ ต่อต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ สร้างขวัญกำลังใจและความสุขเพื่อปวงชน กำหนดการ การเดินทางวันที่ 12 มีนาคม 2553

06.00 น. สักการะ ครูบาศรีวิชัย ณ.ลานครูบาเชิงดอยสุเทพ
07.00 น. สักการะ อนุเสาวรีย์ 3 กษัตริย์ สี่แยกกลางเวียง
08.00 น. สักการะ สุสานบรรพชนล้านนา (ก่อนถึงสุสานจีนข่วงสิงห์)
08.00 - 10.00 รวมพลที่แยกดอนจั่น (หัวขบวนอยู่ที่เชิงสะพานลอยบายพาสสายกลาง หางขบวนต่อแถวไปทางบิ๊กซี)
10.00 น.เมื่อขบวนรถสายเหนือ ฝาง แม่อาย ไชยปราการ มาถึง เริ่มประกาศศึกออกเดินทาง
พิธีฟ้อนอวยพร ตีกลองสะบัดชัย พระสงฆ์แผ่เมตตาอวยชัยให้พร จุดประทัด 999 ดอก เริ่มออกเดินทางโดย ขบวนรถมอเตอร์ไซด์ และ ขบวนรถยนต์เป็นลำดับ
ในขบวน มีรถบริการดังนี้

1. รถพยาบาล รถตู้ 2 คัน รถมอเตอร์ไซด์ 2 คัน
2. รถช่าง บริการงานซ่อม
3. รถบริการน้ำดื่ม
4. รถเครื่องเสียง 5 คัน***


***ส ม า ค ม ช า ว เ ห นื อ โ ด ย คุ ณ ลั ด ด า วั ล ย์ ว ง ศ รี ว ง ค์ขอเชิญชวนพี่น้องเสื้อแดงร่วมทอดผ้าป่าเพื่อเป็นทุนค่าน้ำมันรถให้พี่น้องชาวเหนือในการเดินทาง ร่ ว ม บ ริ จ า ค ติ ด ต่ อ ที่089-030-5322, 089-009-9436, 089-012-4076***



***ประกาศจากหน่วยแพทย์พยาบาลสนาม FARED และ RSR ยังคงคอยดูแลผู้ชุมนุมเหมือนเดิม และยังต้องการกำลังคุณหมอ คุณพยาบาล และบุคคลกร ทางการแพทย์ที่ไปร่วมชุมนุม หากจะกรุณามาชุมนุมกันที่เต้นท์ FARED (First Aid RED shirt) และ RSR พวกเรายินดีต้อนรับ และอยากขอความกรุณาเป็นกำลังสำคัญช่วยดูแล เวลามีคนเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้อุ่นใจว่ามี บุคคลากรทางการแพยท์อยู่ด้วยหลายๆ ท่านอุ่นใจดี...คุณหมอคุณพยบาลที่มาประจำ ๆ จะได้มีเวลาพักหรือสับเปลี่ยนกัน ไม่เหนื่อยเกินไป และประชาชนมั่นใจว่ามีหมอตลอดเวลา***

***นอกจากนี้แล้ว คุณไตรภพ USA แจ้งข่าวมา ชุมนุมใหญ่นี้ ต้องการพยาบาลอาสา ด่วน อีกกลุ่มที่ประกาศอาสา คือกลุ่มพยาบาลอาสาไนติงเกลซึ่งเป็นกลุ่มที่คอยดูแลปฐมพยาบาลชาวเสื้อแดงทุกครั้งที่มีการชุมนุมกัน ได้แจ้งมาว่าในวันชุมนุมใหญ่วันที่ 12-14 มีนาคม นี้ อาจมีเสื้อแดงมาชุมนุมเรือนล้าน ทางกลุ่มจึงต้องการพยาบาลอาสาจำนวนมาก เพื่อมาช่วยปฐมพยาบาลในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บหรือล้มป่วย ท่านที่ไม่มีประสบการณ์ทางด้านการดูแลพยาบาล แต่อยากอาสาเข้าช่วย ทางเราจะเปิดคอร์สอบรมพยาบาลขั้นพื้นฐานให้ 1 วัน เสื้อแดงท่านใดที่สนใจและต้องการอาสา กรุณาติดต่อคุณจันทร์เพ็ญ (084) 903-8778 หรือคุณไก่ (081) 686-9882 ***

***นปช. ไผ่แดง'52 หนองแขม แดงทั้งแผ่นดิน (ภาคประชาชน) แจ้งข่าวมาว่า จะทำการขอรับบริจาค เงิน และอาหารเพื่อเป็นเสบียง ใช้ในการร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่อำมาตยา และในขณะเดียวกันทางกลุ่มไผ่แดง จะมีซุ้มทำอาหารแจกฟรีให้กับคนเสื้อแดงที่มาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกคน เพื่อเป็นการสนับสนุน นปช.ส่วนกลาง เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่วันที่4 มีนาคมเป็นต้นไปจนถึงวันที่11 มีนาคม 2553 ตั้ง เวลา 16.00 -20.00 น. ที่ศูนย์ไผ่แดง'52 หนองแขม ถนนเพชรเกษม114 อำเภอหนองแขม จังหวัดกรุงเทพฯ หากไม่สะดวกจะนำของมาแจกให้ทางกลุ่ม ก็ติดต่อได้ที่เบอร์คุณณี ไผ่แดง 080-5961384 ***

***นปช.ไผ่แดง'52 หนองแขม ยังขาดทุนทรัพย์. อาหาร และยาซึ่งทุกๆครั้ง เราจะจัดหาไปกันเอง แต่งานครั้งนี้จะมีผู้คนเดินทางมาร่วมชุมนุมกันจำนวนมาก เกรงว่าการบริการและช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ดังนั้นเราจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ ผู้ที่ไม่มีเวลาออกมาต่อสู้ หรือมีทรัพย์สินพอที่จะเจียดมาช่วยเหลือ และเล็งเห็นถึงความสำคัญของนโยบายนปช. แห่งชาติ(แดงทั้งแผ่นดิน) ที่จะให้ประเทศชาติ มีประชาธิปไตยของประชาชนเต็มใบเสียที ขอเชิญติดต่อเลยครับ***

***นปช. อุตรดิตถ์ เปิดโรงเรียน นปช. ขึ้นใน วันที่ 9 มีนาคม 2553ตั้งแต่เวลา 08:00-16:00 น. ณ สถานที่ อาคารก่อนถึงประตู ทางเข้าเมืองลับแล ( ศึกษาภัณฑ์ ) บัตรราคา 50 บาทสนใจ ติดต่อ คุณฟาง 087-849-9272 พบกับแกนนำ ชุดใหญ่ นำทีมโดยวีระ มุสิกพงศ์ และมีอีก หนึ่งโครงการ คือโครงการสองล้อประชาธิปไตย ปั่นจักรยาน นำทีมโดยคุณแป๊ะ บางสนาน จาก อุตรดิตถ์ ถึง เเพร่ ระยะทาง ประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมง เพื่อเพื่อเป็นการหาทุน บริจาค ซื้อจานดาวเทียม และจะมอบให้กับ ทางจังหวัดแพร่ สนใจ เข้าร่วมโครงการ สองขา เพื่อประชาธิปไตย ติดต่อ คุณฟาง โทร 087-849-9272 จนถึง วันที่ 9 มีนาคม 2553 นี้***

***ปิดท้ายสาวเสื้อแดงวันนี้ ขอลงซ้ำคงไม่มีใครว่านะจ๊ะ โอ้!wow!!แอบเซ็กซี่เล็กๆ เธอคือสาวกิ๊ฟเก๋สาวสวยประจำม็อบฝ่ายประชาธิปไตย ตั้งแต่นู้นนน ยุคที่ยังไม่มีเสื้อแดงให้ใส่กันโน่น สมัยยังเป็นคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการโน้นนน(นานนนนนมาก อิอิอิ) รูปเซ็กซี่เล็กๆนี้สาวกิ๊ฟเก๋ไปโพสต์ให้ช่างภาพรางวัลถ่ายภาพระดับเอเชีย(ดูคลิ้ปเบื้องหลังรูปนี้ คลิ้กโลด)แล้วอย่าลืมตามไปดูผลงานของช่างภาพเบิร์ดทำไมคว้ารางวัลถ่ายภาพระดับเอเชีย คลิ้กที่นี่ นอกจากฝีไม้ลายมือระดับรางวัลเอเชียแล้ว เขายังเป็นคนที่มีคารมคมคายมุมมองเฉียบคมแห่งเวบบอร์ดคนเหมือนกันอีกด้วยนะครับ***

กรณ์โกหก

ที่มา Thai E-News


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
6 มีนาคม 2553

กรณ์โกหกว่าไม่ได้สนับสนุนรัฐประหาร ๑๙ กันยา(รายละเอียด)
แต่เราทราบว่าไม่กี่วันหลังรัฐประหารเขาสนับสนุนรัฐประหาร ชม คมช. และสุรยุทธ์ ในบทสัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศดังนี้

Korn Chatikavanij said that “there was no constitutional” method of getting rid of Taksin. Korn then went on to praise Prime Minister Gen. Surayud, saying that the new appointed government was “not a military government”. He also said that he “respected” the junta for trying to establish political “stability”.

(Interviews with ABC news 20 September 2006, International Herald Tribune 29 September 2006 and with Bangkok Business Day 22 September2006.)

ข้อมูล 'การเตรียมตัวสำหรับผู้มาชุมนุม' แกนนำทุกกลุ่มช่วยกันกระจายข่าวด้วย

ที่มา Thai E-News


โดย คุณแมวอ้วนอ้วน
ที่มา เวบไซต์ thaifreenews
6 มีนาคม 2553

เนื่องจากการชุมนุมใหญ่ คนมาเป็นจำนวนมาก มาเป็นล้านคน เพื่อให้การชุมนุมมีความพร้อม มีความสนุก ไม่เจ็บป่วยล้มไข้ การดูแลตนเอง และกลุ่มของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ทาง RSR ร่วมกับ FARED จึงได้จัดทำข้อมูลการเตรียมตัวสำหรับผู้ชุมนุม ฝากให้แกนนำแต่ละกลุ่มที่นำมวลชน มาร่วมชุมนุม ช่วยกระจายข้อมูลนี้ออกไปด้วย

1. ถ้ามียาประจำตัวให้นำไปด้วย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรค เบาหวาน , ความดัน , หัวใจ ,หอบหืด ซึ่งต้องเป็นยาเฉพาะของแต่ละคน

2. สวมใส่เสื้อผ้าที่กระชับ (ไม่ใช่รัดติ้วนะครับ) รองเท้าควรเป็นผ้าใบ ไม่ควรใส่รองเท้าแตะ หรือ รองเท้าคัทชู หรือ ส้นสูง กางเกงควรเป็นขายาว เสื้อก็ควรเป็นแขนยาว หรือหากมีปลอกแขนกันแดดก็ใช้ได้ เพื่อป้องกันแก๊สน้ำตา ไม่ให้สัมผัสผิวหนังได้โดยตรงควรสวมหมวก เพื่อกันแดด ฝน ความร้อน

3. เตรียมเสื้อสะอาด 1 ตัว ใส่ถุงพลาสติก และปิดให้แน่นหนา 2 ชั้นได้ยิ่งดี เพื่อประโยชน์ในการเดินทางกลับบ้าน ทีีสำคัญคือ เอาไว้เปลี่ยนเมือโดนแก๊สน้ำตา และนำเสื้อผ้าที่โดนแก๊ส ใส่ในถุงแทน รัดแน่นหนา เพื่อนำกลับไปซักต่อไป ( ก่อนซัก ให้ผึ่งเสื่้อผ้าที่โดนแก๊สไว้ ประมาณ 1-2 วัน )

4. ทุกคนควรมีกระเป๋าเป้สะพายหลัง หรือแบบอื่นที่ไม่ต้องใช้มือของเราถือ ในกระเป๋าควรมี เสื้อผ้าตามข้อ 3, ขวดน้ำดื่มสะอาดต้องมีติดตัวตลอด เพื่อใช้ดื่ม และล้างหน้าตาหากโดนแก๊ส ผ้าขนหนู หรือผ้าขาวม้า(สารพัดประโยชน์) เพื่อชุบน้ำเย็นลดความร้อน คลุมหัวกันความร้อน กันแก๊ส อาหารให้พลังงานที่เรียกว่า Energy Bar หรือ ลูกกวาด ติดไว้ตลอดเช่นกัน เพื่อเวลาที่ถูกปิดล้อม ส่งเสบียงเข้าที่ชุมนุม ไม่ได้ ไม่มีอาหารหน้ากากอนามัย ไว้กันแก๊สได้ระดับหนึ่ง , แว่นตากันน้ำ ดำน้ำ หรือที่ใส่ว่ายน้ำ เพื่อกันแก๊สน้ำตา ควรเป็นพลาสติกชนิดดี หากเป็นแบบถูก ๆ อาจเป็นอันตรายต่อตา เมื่อโดนกระสุนยางในระยะอันตราย หรือโดนกระสุนจากหนังสติ๊ก หัวน๊อต ฯลฯ

5. สำหรับผู้หญิง ควรมีผ้าอนามัย ชนิดแผ่น ติดกระเป๋าเอาไว้ด้วย เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง และหากมีผู้บาดเจ็บใกล้ตัวเรา ในกรณีแผลฉกรร ใช้โปะ ห้ามเลือดระหว่างติดต่อ หน่วยพยาบาล หรือนำส่ง รพ. ข้อควรจำสำหรับ ผู้หญิง คือ หากมีรอบเดือน อย่าใช้ผ้่าอนามัยแบบสอด เพราะหากถูกปิดล้อม หรือถูกจับกุม หาโอกาสเปลี่ยนไม่ได้ จะเป็นอันตราย เพราะหากใช้แบบสอด นานเกินกว่า 5 ชั่วโมง ร่างกายจะติดเชื้อจากผ้าอนามัย หากใช้โลชั่นกันแดด หรือโลชั่นใด ๆ ที่มีส่วนผสมของออยล์ จะเป็นตัวกักเก็บแก๊สให้ติดอยู่กับผิวหนังได้มากขึ้น นานขึ้น ควรใช้โลชั่นกันแดด ชนิดที่มีส่วนผลมของ แอลกอฮอล์ ดีกว่า

6. ผู้ที่สวมคอนแทคเลนซ์ ควรถอดออก หากมีการสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา เพราะตัวเลนซ์ จะดูดเก็บแก๊สไว้ที่ตาได้อย่างดี

7. ผู้ที่ป่วย เป็นโรค หอบหืด และถุงลมโป่งพอง ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสแก๊ส โดยทันที เพราะจะเป็นอันตรายมาก หากโดนมาก ๆ อาจถึงแก่ชีวิตได้

8. ผู้สูงอายุ เด็ก หรือผุ้ที่มีโรคประจำตัว ควรมีข้อความสั้น ๆ บอก ชื่อ นามสกุล ตัวเองโรคที่เป็น กรุ๊บเลือด เบอร์โทร.ญาติ สถาน พยาบาลที่รักษาประจำ กับแพทย์คนใดอยู่ ใส่ซองพลาสติกกันน้ำ ห้อยคอไว้ตลอด เพื่อประโยชน์ หากท่านหมดสติ หรือไม่สามารถ สื่อสารด้วยคำพูดได้ ในกรณีบาดเจ็บรุนแรง

9. หากจัดหาได้ไม่ยุ่งยาก ควรมีหมวกกันกระแทก หรือหมวกกันน๊อค ไว้ใส่ในกรณีเหตุชุลมุน หรือถูกสลายการขุมนุม เพื่อกันหัวน๊อต กระสุนยางระยะอันตราย

10. ผู้นำกลุ่ม หรือแกนนำ กลุ่มต่าง ๆ ควรจัดหา ยารักษาโรคที่จำเป็น เช่น พารา , ยาดม ยาหม่อง ยาธาตุ และเวชภันณ์ทำแผลเบื้องต้น เช่น ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ปิดแผล โพรวิดีนแบบขวดเล็ก ๆ ผ้าพันแผล ทั้งแบบทำแผล และแบบ elastic สำลี เพื่อให้การช่วยเหลือภายในกลุ่มของตัวเอง ในระดับหนึ่ง เพราะหน่วย RSR และ FARED อาจจะมีไม่เพียงพอ เพราะผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก

================================================

วิธีการรับมือ และข้อปฏิบัติ กรณี จนท.ใช้อาวุธพิเศษ ( Non-Leathal Weapon )

1. แก๊สน้ำตา หาก จนท.ใช้แก๊สน้ำตายิง หรือขว้างมา ให้รีบใช้ผ้าห่มหนา ๆ ตัดสี่เหลี่ยมจตุรัีส ด้านละ ประมาณ 1 เมตร ชุบน้ำให้โชก คลุมกระป๋องแก๊สทันที ( ใครฮาร์ดคอร์ และสวมรองเท้าหนา ๆ จะเตะกระป๋องแก๊สกลับไปหาคนยิง ก็ไม่ว่ากัน เพราะ เสื้อแดงได้รับเกียรติให้ใช้แก๊สจาก USA รับประกันไม่มีขาขาด ) แก๊สจะอยู่กับเรานาน 30 นาที ถึงหลายชั่วโมงแล้วแต่ชนิด

เมื่อโดนแก๊ส ให้รีบหลบเลี่ยงออกจากกลุ่มแก๊ส พยายามกลั้นหายใจให้ได้นานที่สุด อย่าสูดแก๊สเข้าไป และอยูในที่อากาศถ่ายเทสะดวก หากเป็นที่ตา ใช้น้ำเกลือ Normal Saline หรือน้ำดื่มสะอาด ๆ รดจากหัวตาแต่ละข้าง ออกไปทางหางตา นานประมาณ ข้างละ 10 นาที เพื่อให้น้ำชะล้างแก๊สออกได้ในระดับปลอดภัย ข้อควรระวังคือ อย่าฉีดน้ำเข้าตาใกล้เกินไป แรงเกินไป เพราะจะทำลายเยื่อบุตาได้ ใช้พัดลม หรือลม หรือดูทิศทางลมให้ดี ให้ลมเป่าที่ตา หรือตามร่างกาย ไล่แก๊สก็สามารถทำได้ แล้วรีบหาหน่วยพยาบาลให้เร็วทีี่สุด ( ในกรณีนี้ หน่วยพยาบาลคงเดินเพ่นพ่านให้เห็นกันบ้าง RSR พร้อมรับมือสถานการณ์เช่นนี้ในแนวปะทะอยู่แล้ว ) เพื่อใ้ห้การดูแลอย่างถูกวิธีต่อไป

หากโดนแก๊สตามผิวหนัง ให้รีบใช้น้ำสะอาด หรือน้ำสบู่ ล้างออกโดยเฉพาะบริเวณข้อพับ อย่าเกา หรือขยี้ตาเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้แก๊สขยายวงกว้างออกไปและยิ่งซืมเข้าผิวหนังได้มากขึ้น การสระผมก็อาจทำให้แสบหนังศรีษะได้

ถ้าอยู่ในวิถีของ แก๊สที่ยิงมา ให้วิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศยิง จะพ้นระยะแก๊สได้ ไม่ควรวิ่งออกด้านข้าง เพราะอาจยังไม่พ้นระแก๊ส ในเวลานั้นทัศนวิสัยจะพร่ามัว ระวัง อย่าวิ่งเข้าหา จนท. ทำใจให้สงบ อย่าตกใจ มองรอบ ๆ ตัวก่อนแล้ววิ่งเข้าหาที่ปลอดภัย

2. กระสุนยาง ระยะอันตรายคือ 10-12 เมตร ให้รักษาระยะหากเห็นว่าจะมีการ ใช้กระสุนยาง สังเกตว่าปืนที่ จนท.ถ้าเป็น ตร.ไทย จะใช้ ปืนลูกซองยาว หรือปืินเล็กยาว โดยปกติ จนท.จะไม่ยิงเข้าจุดสำคัญ (แต่รัฐบาลนี้ ไม่เคยมีมาตรฐานใด ๆ อยุ่แล้ว โดยเฉพาะกับคนเสื้อแดง ดังนั้น อย่าไปหวังผลเลิศ ว่า จนท.โดยเฉพาะ ทหาร ) ดังนั้นควรสวมหมวกกันกระแทก และแว่นตาี่ที่เป็นพลาสติกอย่างดี ไม่ใช่พลาสติกแข็งบาง เพราะถ้ายิงโดนตา พลาสติกจะแตกและทำอันตรายดวงตาเราได้ อาจถึงตาบอด

หากโดนยิงเข้าที่ท้องในระยะอันตราย คนโดนจะถ่ายเป็นเลือดนานหลายวัน เพราะอวัยวะภายในถูกกระแทกจากกระสุนยาง

หากโดนยิงที่ศรีษะ ในระยะอันตราย อาจถึงเลือดคั่งในสมองได้ ( ไม่ต้องพูดถึงหากโดนน้องชายในกางเกง )

3. เครื่องยิงแหบุคคล ปกติใช้จับคนบ้า อาละวาด ลักษณะ เครื่องยิงจะเล้ายกระบอกไฟฉาย ขนาดใหญ่ เมื่อยิงออกมาให้ระวังส่วนที่เป็น ตัวถ่วงตาข่าย จะฟาดโดนศรีษะ เมื่อเราโดน หรือคนข้าง ๆ โดน คนทีีโดน อย่าตกใจ และอย่าดิ้น เพราะยิ่งดิ้นยิ่งแน่น ให้ตั้งสติ ใช้กรรไกร หรือหากมีใฟแช๊คก็ได้ ค่อย ๆ ตัดตาข่ายออก แล้วหลบหนีออกมา หรือหากเป็นไปได้ ก็อุ้มคนที่โดน หลบหนีออกมาก่อนระยะหวังผลของเครื่องนี้ก็ประมาณ 5-6 เมตร แต่จะให้ปลอดภัยทีี่สุด อย่าเข้าใกล้ จนท. เกิน 10 เมตร ปลอดภัยสุด

4. LRAD เครื่องส่งเสียงดังรบกวนระไกล ส่งเสียงเริ่มต้นที่ประมาณ 90 เดซิเบล จนถึง 146 เดซิเบล ส่งเสียงได้ไกลประมาณ 300 เมตร คือระยะหวังผล หากอยู่ใกล้ ต่ำกว่า 7 เมตร ถือว่าอันตรายมาก เพราะได้ยินและทนยืนอยุ่กับที่นาน หูจะดับถาวรได้ แต่ทุกคนที่ไม่ได้ป้องกัน อาจจะหูดับชั่วคราว ใช้ที่หูฟังกันเสียงสำหรับใส่ยิงปืน หรือโฟมอุดหูสำหรับยิงปืน ช่วยกรองเสียงได้ระดับหนึ่ง แล้วต้องรีบวิ่งออกจากบริเวณนั้น ๆ ทันที

ข้อเสียของเครื่องนี้ คือ ถ้าใช้ในเมือง เมื่อโดนผนังตึก อาจสะท้อนกลับหาคนยิงได้

ลักษณะ เครื่อง LRAD ที่ หน่วย คฝ.ของไทยใช้ จะเป็นจาน รูป สี่เหลี่ยมมน ขนาดเล็กกว่าจานดาวเทียม ( จานแดง ทรู ) นิดหน่อย เป็นสีไข่ไก่ผสมเทา ติดบนรถกระบะ หรือรถ ขนผู้ต้องหา

แถลงการณ์กระตุกสื่อวันนักข่าว:ขอให้ยุติสงครามข่าวจุดชนวนปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
5 มีนาคม 2553

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง:
-ม.ล.ปลื้ม: สื่ออำมาตย์หล่อหลอมมวลชนให้เกลียดนักการเมือง-เบื่อการเลือกตั้ง
-สัมภาษณ์ประวิตร โรจนพฤกษ์ ในวันที่ 'สื่อ' ไม่ได้กุมความถูกต้องแต่ผู้เดียว

แถลงการณ์ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย:ในโอกาสวันนักข่าว 5 มีนาคม 2553

ขอเรียกร้องให้สื่อยุติการทำสงครามข่าวเพื่อจุดชนวนนำไปสู่การปราบปรามกลุ่มเสื้อแดง และขอเรียกร้องให้รัฐยุติการใช้สื่อของรัฐบิดเบือนยั่วยุสร้างความเกลียดชังแตกแยกในสังคม และยุติการคุกคามสื่อใหม่ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ


ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย ซึ่งเป็นองค์กรกลางประสานงานของผู้สื่อข่าวที่เคลื่อนไหวเพื่อให้ผู้สื่อข่าวนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้วยความเป็นกลาง ไร้การบิดเบือน และสนับสนุนประชาธิปไตย คัดค้านเผด็จการเห็นว่า บทบาทของสื่อสารมวลชนทั้งของรัฐ และเอกชนในปัจจุบัน กำลังหมิ่นเหม่ต่อการตกเป็นเครื่องมือของผู้กุมอำนาจรัฐ และนำเสนอข่าวชี้นำสังคมไปในทางที่มีอคติต่อกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือแม้แต่การใช้สื่อสร้าง"สงครามข่าว"เป็นการชี้นำสาธารณชนให้เกิดการเกลียดชัง ก่อความรุนแรงได้ จึงขอเรียกร้องดังนี้

1.สื่อมวลชนกระแสหลักนำเสนอข่าวโดยขาดการตรวจสอบในกรณีที่เสนอข่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงได้ขึ้นบัญชีดำต่อบุคคล 53 รายที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาล หรือสนับสนุนรัฐบาล รวมทั้งสื่อที่มีบทบาทสนับสนุนรัฐบาล และโจมตีต่อกลุ่มเสื้อแดงด้วยความอคติบิดเบือน โดยสื่อบางค่ายเช่น ผู้จัดการASTVนำเสนอว่าบุคคลทั้ง53รายตกเป็นเป้าการสังหารของคนเสื้อแดง

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงการไปโพสต์ข้อความในเวบไซต์เสธ.แดง โดยข้อความดังกล่าวไม่ได้บอกว่าบุคคลทั้ง53รายเป็นเป้าหมายการสังหาร หรือขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายแต่อย่างใด เป็นเพียงการวิพากษ์วิจารณ์ว่าบุคคลทั้ง53รายนั้น สนับสนุนระบอบเผด็จการอำมาตย์ และทำลายประชาธิปไตย และต่างก็ประสบเคราะห์กรรมตามหลักพุทธศาสนาไปแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นการติชมโดยสุจริตและเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

แต่การนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชนกลับขาดการตรวจสอบ และนำไปขยายผลว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะประสงค์ร้ายต่อกลุ่มบุคคลทั้ง53ราย ซึ่งสุ่มเสี่ยงมากว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้วยความอคติลำเอียง และมีจุดประสงค์สร้างความเกลียดชังคนเสื้อแดง และอาจรวมไปถึงการสร้างกระแสเพื่อจุดชนวนให้ปราบปรามประชาชนที่จะจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่14มีนาคมนี้ได้

ลักษณะดังกล่าวไม่แตกต่างไปจากกรณีหนังสือพิมพ์ดาวสยาม และบางกอกโพสต์ตกแต่งภาพรัชทายาท และเป็นชนวนสำคัญนำไปสู่การปราบปรามนักศึกษาประชาชนในกรณี6ตุลาคม2519 แต่คราวนี้ย่ำแย่กว่ามากนัก เพราะไม่ได้มีเพียง2ฉบับ แต่สื่อมวลชนกระแสหลักแทบทั้งหมดกำลังบิดเบือน ตกแต่งข่าวป้ายสีและอาจเป็นชนวนเหตุนำไปสู่การปราบปรามประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยได้

จึงขอเรียกร้องให้ยุติการทำสงครามข่าวเพื่อจุดประสงค์ปูทางหรือจุดชนวนนำไปสู่การปราบปรามประชาชนโดยทันที

2.ที่ผ่านมาสื่อมวลชนกระแสหลักทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมาก ได้แสดงตนอย่างเด่นชัดว่าขาดจากสถานภาพการเป็นสื่อสารมวลชนที่เป็นกลาง และนำเสนอข่าวเยี่ยงนักวิชาชีพไปแล้ว เพราะนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ทัศนะที่สนับสนุนระบอบอำมาตย์เผด็จการ ให้ร้ายป้ายสีสร้างความเกลียดชัง ชี้นำให้มีการปราบปรามทำลายล้างประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย กลุ่มคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่อง

จึงขอเรียกร้องต่อองค์กรวิชาชีพสื่อ ทั้งสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็นต้น ได้มีมาตรการกำชับหรือบังคับอย่างมีประสิทธิภาพให้สมาชิกขององค์กรของตนให้ธำรงตนอยู่ในความเป็นกลาง เสนอข่าวอย่างรอบด้าน ไร้อคติ ปราศจากการบิดเบือนชี้นำ และองค์กรวิชาชีพเหล่านี้ต้องแสดงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีด้วย

3.ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยุติการใช้สื่อของรัฐบิดเบือนสร้างความเกลียดชัง และยั่วยุให้เกิดความรุนแรงตลอดทั้งยุติการคุกคามปิดกั้นสื่อที่นำเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่ง เช่น วิทยุชุมชน โทรทัศน์ดาวเทียม สื่อใหม่ทางวอินเตอร์เน็ตช่องทางต่างๆ ที่ใช้สิทธิวิพากษ์วิจารณ์มใต้กรอบรัฐธรรมนูญ

4.ขอเรียกร้องต่อหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนทั้งของรัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนช่วยกันเรียกร้องกดดัน และติดตามตรวจสอบให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อข้างต้น

ด้วยจิตเจตนาที่เป็นกลาง และสงบสันติ สมานฉันท์

นายไพโรจน์ นิมิบุตร

ประธานชมรม นักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย

ติดต่อ:อีเมล์thailand.inc@gmail.com

Friday, March 5, 2010

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2553

ล้มพรรค-ล้มทุน

การ์ตูน เซีย 05/03/53

ภาพถ่ายที่หายไป

สู้-ไม่สู้ก็ตาย

สาทิตย์ สั่งนครบาล ลุยทีวีเสื้อแดงปลุกระดม

แฟชั่น"อึ"

"สุเทพ" สั่ง จนท.ตั้งด่านตรวจเข้มผู้ร่วมชุมนุมเสื้อแดง

นักการเมืองหัวใจทรราช?

นปช. แถลงภาพรวมการชุมนุมใน กทม. '12 มีนา เคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน'

ทนายเสื้อแดงแสดงเจตจำนงวุฒิถอดถอน 2 ตุลาการ

ยิ่งไร้ทางออก

รายงาน : แอบดูนิสิตจุฬาฯ แก้ไขรัฐธรรมนูญ

ที่มา ประชาไท


เมื่อนิสิตจุฬาฯ ภาควิชาการปกครองปี 3 ร่วมกันจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ พวกเขาเสนอให้นายกฯ จากการเลือกตั้งโดยตรง มีสภาที่ 3 จากวิชาชีพและโควต้าเพื่อแต่งตั้งรัฐมนตรี ให้อำนาจประชาชนทำประชามติล้มคำพิพากษาศาลฎีกาที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์อันนำมาซึ่งความไม่ยุติธรรม

วิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองที่ดำรงอยู่ และจะเกิดอีกต่อเนื่องนับจากนี้ มีเหตุสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า เกิดจากโครงสร้างทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงอำนาจของประชาชนที่ไม่เท่ากัน อันมีรัฐธรรมนูญเป็นใจกลางของการออกแบบโครงสร้างนี้

ไม่ว่าปัญหานี้จะได้ดำเนินการแก้ไขหรือไม่แก้ไขอย่างไร และไม่ว่าเรื่องของรัฐธรรมนูญจะถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก ที่ไม่ยอมพูดถึง หรือถูกทำให้ไม่ต้องพูดถึง กระทั่งไม่ว่าจะแก้หรือไม่แก้ไข ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันได้เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนชนชั้นหนึ่งๆ อยู่นั่นเอง

“การบ้าน” ของนิสิตจุฬา วิชาการเมืองไทยสมัยใหม่ ภาควิชาการปกครองชั้นปีที่ 3 เรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนิสิตจุฬาฯ กลไกเข้มข้น ประชาชนมีกิน” จึงน่าสนใจ เพราะนอกจากมันจะสะท้อนภาพความคิดของคนในวันเรียนแล้ว มันยังได้กระตุ้นให้สังคมได้รู้ด้วยว่า รัฐธรรมนูญยังเป็นปัญหาที่ไม่อาจจะละเลย และ ใครๆ ก็มีส่วนร่างรัฐธรรมนูญได้

‘ประชาไท’ ได้รับเชิญจาก พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ แห่งรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้เข้าไปแอบดู แต่ไม่แอบรายงาน

0 0 0

การแก้ไขรัฐธรรมนูญของ นิสิตฯ ครั้งนี้ เป็นแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางส่วน โดยมีจุดประสงค์เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญนั้น ถูกร่างโดยให้ความสนใจเฉพาะด้านการเมือง และใช้แก้ปัญหาได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการเมือง จนละเลยและไม่สนใจปัญหาสังคมในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะปัญหาความยากจนและปากท้องของชาวบ้าน หรือแบบแผนความสัมพันธ์ของคนในสังคมที่ยังไม่มีการถกเถียงกันว่า ชนชั้นล่างจะได้ประโยชน์อะไรจากรัฐธรรมนูญบ้าง

ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของนิสิตฯจึงเน้นที่การข้ามให้พ้นปัญหาเดิมที่กล่าวมาข้างต้น และไม่ได้แก้ไขที่ตัวระบบหรือตัวนักการเมืองเป็นหลัก แต่พวกเขาได้ให้ความสนใจกับเรื่องอื่นๆ ด้วย เพราะพวกเขามองว่ารัฐธรรมนูญต้องใช้ได้จริงๆ

สำหรับหมวดต่างๆ ที่ถูกแก้ไขนั้น มีดังนี้

หมวดที่1 ทั่วไป นิสิตฯ เสนอว่า รัฐไทยเป็นรัฐเดี่ยว, ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, ไม่นำเรื่องศาสนามาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ, การรักษาราชการแทนเป็นอำนาจรวมของทั้งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ส่วนการเสนอชื่อพระมหากษัตริย์เป็นอำนาจของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่, และการสืบราชสมบัติภายใต้หลักอเนกนิกรสโมสรมติ

หมวดที่ 2 พลเมือง เสนอว่า ควรใช้ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก เนื่องด้วยมีความเป็นสากลและเพื่อให้บุคคลมีสิทธิเสรีภาพและไม่ถูกล่วงละเมิด, พลเมืองมีหน้าที่ปฏิบัติตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้, มีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม โดยได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม, ได้รับการจัดสรรทรัพยากรสวัสดิการสังคมจากรัฐที่เพียงพอจากรัฐ, พลเมืองมีสิทธิในการมีส่วนร่วมและหน้าที่ในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนของตน, พลเมืองมีสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองต่างๆ, และพลเมืองมีสิทธิในการพิทักษ์ไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญด้วยสันติวิธี เพื่อมิให้ใครมาล้มล้าง

หมวดที่ 3 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เสนอว่า ควรสร้างระบบสวัสดิการถ้วนหน้า, ลดช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวยลงโดยใช้ระบบจัดเก็บภาษีแบบก้าวหน้า ภาษีมรดก และภาษีที่ดิน เพื่อนำรายได้มาสร้างสวัสดิการคืนให้ประชาชนทุกคน, สร้างระบบเศรษฐกิจภายในประเทศให้แข็งแกร่ง, กระจายอำนาจให้กับชุมชนท้องถิ่น ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในชีวิตของตนอย่างแท้จริง รวมถึงการยกเลิกระบบภูมิภาค, และเปิดพื้นที่ให้กลุ่มอัตลักษณ์ เพศที่ 3 คนชายขอบ ได้มีสิทธิมีเสียงโดยปราศจากการกีดกัน

หมวดที่ 4 บริหาร เสนอว่า ควรเปลี่ยนคำเรียกชื่อจากคณะรัฐมนตรี เป็น ‘คณะประชามนตรี’, นายกประชามนตรีมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน, ประชามนตรี (ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด) มาจากสมัชชาประชาชนเป็นผู้คัดเลือก แต่ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือเสนอรายชื่อใหม่, การพ้นจากตำแหน่ง โดยประชาชนทำประชามติถอดถอนนายกประชามนตรี หรือในกรณีประชามนตรี สภาสมัชชาประชาชนเป็นผู้ถอดออกจากตำแหน่ง, และมีการกำหนดโครงสร้าง หลักการ และกรอบการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้คณะประชามนตรียึดเป็นหลักในการบริหารประเทศ

หมวดที่ 5 นิติบัญญัติและรัฐสภา เสนอว่า ควรเป็นรัฐสภา 3 ขา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสภาสมัชชาประชาชน, เน้นสร้างระบบตัวแทนจากระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง, สภาที่ 3 : ตัวแทนจากชีวิตจริง ระบบโควตา และการจับฉลาก, ระบบการตรวจสอบและกลไกเข้มข้น จากสภาและประชาชน, กระบวนการทางกฎหมายทำได้โดยประชาชนโดยตรง หมวดพลเมืองและนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐใช้บังคับได้โดยไม่ต้องผ่านระบบตัวแทน, การเลือกตั้งและลงประชามติเป็นสิทธิ, และอำนาจที่ลอยหรือกระจายบนอากาศต้องถูกนำมาใช้ได้โดยประชาชน

หมวดที่ 6 ศาล เสนอว่า ศาลต้องเป็นองค์กรที่มีอิสระในการตัดสินคดี ในขณะเดียวกันต้องไม่ไปแทรกแซงการทำงานขององค์กรอื่นเพื่อแก้ไขปัญหาตุลาการณ์ภิวัฒน์, ประมุขของแต่ละศาลต้องถูกตรวจสอบจากสภาประชาชน ศาลต้องเป็นองค์ที่มีอิสระและตรวจสอบได้ตามหลักการ Check and Balance, เปิดให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสามารถมีมติเพื่อล้มคำพิพากษาที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์อันนำมาซึ่งความไม่ยุติธรรมได้, เปิดให้ประชาชนสามารถทำประชามติเพื่อล้มคำพิพากษาศาลฎีกาที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์อันนำมาซึ่งความไม่ยุติธรรม, และให้สิทธิแก่ประชาชนในการยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยกรณีที่กฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญในทุกกรณี ซึ่งเมื่อก่อนให้สิทธิเฉพาะแก่คู่ความในคดี และบุคคลในกรณีที่ละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้นั้น

และหมวดสุดท้าย หมวดที่ 7 องค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เสนอว่า องค์กรอิสระมีความเป็นอิสระโดยแท้จริง มีความเป็นกลางทางการเมืองมากยิ่งขึ้น เพิ่มความชอบธรรมในที่มาขององค์กรอิสระด้วยระบบการทำประชามติรับรองจากประชาชนทั้งประเทศ, ยกเลิกผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องจากการปฏิบัติงานมีความซ้ำซ้อนและไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในปัจจุบัน, ยกเลิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากมีความซ้ำซ้อน และเนื้องานไม่มีความจำเป็นที่ต้องจัดตั้งเป็นองค์กรอิสระ, และยุบรวมองค์กรอิสระที่มีมากเกินไปจนนำไปสู่ความซ้ำซ้อนในการทำงาน เพื่อความมีเอกภาพและทิศทางในการทำงานร่วมกัน โดยรวม ป.ป.ช.และ ค.ต.ง.เข้าด้วยกัน กลายเป็นองค์กรใหม่ เรียกว่า คณะกรรมการตรวจสอบและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ โดยเน้นเป้าหมายการทำงานในการตรวจสอบการทำงานทั้งนักการเมืองและข้าราชการ

บทวิจารณ์ โดย จรัส-นครินทร์-ไชยยันต์
ในการนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ได้ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาวิจารณ์ ซึ่งในมุมมองของอาจารย์หลายท่านที่มีต่อการแก้ไขรัฐธรรมฉบับนี้นั้น ศ.จรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ตั้งคำถามว่า หมวดที่ 5 ในส่วนตัวแทนที่เป็นของประชาชนจริงๆ นั้น จะมีวิธีการเลือกอย่างไร, หมวดที่ 4 จะควบคุมนายกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงอย่างไร

หมวดที่ 3 ในด้านของรัฐสวัสดิการนั้น จะต้องใช้จำนวนเงินมากแค่ไหนเพื่อให้ครบในทุกด้าน เนื่องจากการเก็บภาษีนั้นมันไม่สามารถทำได้ตามที่ต้องการ เพราะรายได้เฉลี่ยของคนไทยนั้นเป็นรายได้นอกระบบถึง 52 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหมวดที่ 2 และ 1 นั้น หลายส่วนก็ไม่มีปัญหาอะไร

สำหรับ รศ.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอข้อคิดว่า ไม่ควรคิดว่ารัฐธรรมนูญจะสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง เช่น เศรษฐกิจนอกระบบก็ไม่ได้อยู่ในรัฐธรรมนูญ, ในการเลือกนายกฯโดยตรงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เขตอำนาจของนายกฯอยู่ตรงไหน และถ้านายกได้เสียงข้างน้อยในสภา เขาจะทำงานอย่างไร, นอกจากนั้น รัฐเดี่ยวยังไม่เหมาะสำหรับการเลือกตั้งนายกฯโดยตรง หากต้องการระบบนี้ จำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นแบบสหรัฐอเมริกา

และ รศ.ไชยันต์ ไชยพร หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคำถามกับนิสิตฯว่า การสร้างวัฒนธรรมให้ไล่ตามรัฐธรรมนูญนั้น จะมีที่ไปที่มาอย่างไร, การให้อำนาจประชาชนมากเกินไปจะทัดทานอำนาจของประชาชนอย่างไร และได้เสนอแนะว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสามารถทำได้ แต่ไม่สามารถละเมิดรัฐธรรมนูญ และยกตัวอย่างว่า อิตาเลียนสเตทนั้น ล่มสลายเพราะการเลือกตั้งเจ้าเมือง ซึ่งมีคะแนนเสียงที่เท่ากันจึงทำให้ทะเลาะกันตลอด ดังนั้นหากต้องการนายกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ต้องคิดด้วยว่า หากแต่ละฝ่ายได้คะแนนเสียงเท่ากัน จะมีวิธีการตัดสินอย่างไร

นปช. แถลงภาพรวมการชุมนุมใน กทม. '12 มีนา เคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน'

ที่มา ประชาไท


คนเสื้อแดง เริ่มด้วยเวทีย่อย 6 จุดทั่ว กทม. เริ่มการชุมนุมด้วยพิธีสงฆ์ โคลงศรีปราชญ์ ที่อนุสาวรีย์ปราบกบฏ หลักสี่ ก่อนเคลื่อนพลทั่วประเทศยึดผ่านฟ้าตั้งเวที

4 มีนาคม นายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำคนเสื้อแดง เปิดเผยถึงภาพรวมของการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. โดยมีเวทีย่อยทั่ว กทม. 6 จุดคือ อนุสาวรีย์ปราบกบฎ ย่านหลักสี่, สน.ทุ่งสองห้อง, สี่แยกบางนา, สวนลุมพินี, สามเหลี่ยมดินแดง, วงเวียนใหญ่

นายชินวัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า การชุมนุมจะเริ่มด้วยพิธีที่อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช.จะนำทำพิธีสงฆ์ พิธีพราหมณ์ ตั้งแต่ช่วงเช้า และจะมีพิธีเผาพริก เผาเกลือสาปแช่งคนที่ทำลายประชาธิปไตย พร้อมกับอ่านโคลงของศรีปราชญ์

หลังประกาศเคลื่อนพล คนเสื้อแดงที่ทำพิธี 6 จุดใน กทม.จะเคลื่อนพลมายังสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ในช่วงเย็น เพื่อเข้ายึดเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ พร้อมกับตั้งเวทีใหญ่ที่สุด เพื่อรอรับกองทัพเสื้อแดงจากต่างจังหวัดที่จะเคลื่อนพลมาสมทบในเช้าวันที่ 14 มีนาคม โดยเวทีใหญ่บริเวณแยกผ่านฟ้านี้จะหันหลังให้ป้อมพระกาฬ ซึ่งถือเป็นชัยภูมิสำคัญ

วาทะสุดกินใจจากท่านทักษิณ(4)

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

จากคุณ : สาละวิน

อนิจจา....ไฉนอำมาตย์ใหญ่ช่างเลวร้ายนัก ถึงขนาดอ้างในหลวงว่าทรงรับรู้กับการวางแผนชั่วนี้ด้วยกระนั้น

การที่กลุ่มบุคคลระดับอำมาตย์ใหญ่นับตั้งแต่องคมนตรี ประธานศาลฎีกา(สมัยนั้น) คนของฝ่ายตุลาการ และนักวิชาการ รวมตัวกันวางแผนยึดอำนาจประชาชน เป็นอะไรแบบสุดๆของความสามานย์ที่เราท่านคนไทยยุคศตวรรษที่ 21 ไม่ควรสยบยอมเสียโดยง่าย

ต้องเรียกร้องเอาสิทธิ์และอำนาจปกครองตนเองของประชาชนกลับคืนมา

สูู้มัน....ท่านทักษิณ !

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P8948979/P8948979.html

อนาถใจ5มีนาฯวันนักข่าวกลับขาวเป็นดำ สื่อมรณะป้ายสีเสื้อแดงขึ้นบัญชีดำสังหาร53รายชื่อ

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
5 มีนาคม 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:การทำสงครามข่าวสารด้วยการโฆษณาชวนเชื่อแบบblack propagandaของสื่อไทยที่มีจุดยืนอยู่ข้างเผด็จการอำมาตย์เป็นไปอย่างไม่ต้องปกปิดเขินอาย ในโอกาสวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งเป็นวันนักข่าว เวบASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงของพันธมิตรฯได้นำเสนอสกู๊ปข่าวชิ้นหนึ่ง เรื่อง “บัญชีดำ” คนเสื้อแดง บังอาจกาหัว 53 รายชื่อ โดยระบุว่า รายชื่อที่อยู่ในบัญชีเหยื่อต้องสังหาร นั้นเป็นการบิดเบือนมากเพียงใด

เดิมบทความเรื่อง53บุคคลอันตรายนี้ ไทยอีนิวส์เคยเผยแพร่เมื่อ30ธันวาคม2552 โดยได้นำเสนอว่าบุคคลเหล่านี้มีบทบาททำลายประชาธิปไตยอย่างไร และได้รับเคราะห์กรรมไปแล้วอย่างไรบ้าง ส่วนที่นำเสนอ53รายเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังก้าวขึ้นปีใหม่2553 ต่อมามีผู้นำไปโพสต์ต่อในเวบเสธ.แดงก็ไม่มีถ้อยคำใดๆในทางที่ส่อไปในทางจะปองร้ายบุคคลเหล่านี้

ในโอกาสวันนักข่าว 5 มีนาฯ นี่อาจเป็นเครื่องสะท้อนคุณภาพของนักข่าวไทย และสะท้อนถึงคุณภาพสังคมไทย


สกู๊ปข่าวจากเวบผู้จัดการASTVป้ายสี53บุคคลเป็นเป้าสังหาร(คลิ้กอ่านต้นฉบับ)

วันนักข่าวศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 ได้เกิดข่าวที่คนในแวดวงสื่อสารมวลชนหลายคน มีชื่ออยู่ใน

“53 รายชื่อในบัญชีดำที่คนเสื้อแดงกาหัว”

ในเว็บไซต์ เสธแดงดอตคอม www.sae-dang.com ของพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล นายพลผู้เอาเกียรติของทหารไปศิโรราบให้กับนักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร

สื่อมวลชนดังกล่าวประกอบด้วย สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อในเครือผู้จัดการและแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่, คำนูณ สิทธิสมาน-สำราญ รอดเพชร, ชัยอนันต์ สมุทวณิช, อัญชะลี ไพรีรัก, ปราโมทย์ นาครทรรพ ภูวดล ทรงประเสริฐ บุคคลเหล่านี้คือคอลัมนิสต์แห่งเครือหนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ


กนก รัตน์วงศ์สกุล, ธีระ ธัญไพบูลย์ สองผู้ดำเนินรายการแห่งเครือเนชั่น , เทพชัย หย่อง แห่งสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ทีวีสาธารณะและ สุทธิชัย หยุ่น เจ้าของและคอลัมนิสต์เครือเนชั่น, เปลว สีเงิน เจ้าของและคอลัมนิสต์ชื่อดังหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย ผู้ดำเนินรายการวิทยุเครือผู้จัดการ และคอลัมนิสต์นิตยสาร Vote สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้เขียนหนังสือตีแผ่พฤติกรรมล้มเจ้าของ ทักษิณ ชินวัตร และเจ้าของสำนักข่าวทีนิวส์ ทางช่อง 11 ที่เคยถูก ส.ส.เพื่อไทยนำไปด่ากลางสภาหลายครั้ง เป็นต้น

แน่นอนว่า สื่อมวลชนทุกคนที่ปรากฏอยู่ในบัญชีดำดังกล่าวของคนเสื้อแดง ไม่มีใครหวาดกลัวหรือหวั่นเกรงภัยอันตรายใดๆที่จะตามมา เพราะทุกคนที่อยู่ในวงการสื่อต่างมีความสุจริตใจและตั้งใจจริงในการทำหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน

การข่มขู่หรือแม้แต่คิดจะทำร้ายลงมือจริง เชื่อว่าไม่ได้ทำให้สื่อมวลชนที่อยู่ในบัญชีดำเสธ.แดง หรือสื่อทุกคนที่ต่อสู้มาเพื่อบ้านเมือง จะมีใครสติแตกแต่อย่างใด หากแต่จะต้องทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์กาสังคมต่อไป ขู่ได้ก็ขู่ไป

ยิ่งกับข่าวที่ปรากฏตรงกับช่วงวันนักข่าวเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้สื่อมวลชนทุกคนต่างยิ่งรวมใจกันทำหน้าที่หนักหน่วงยิ่งขึ้น ในการทำหน้าที่ตรวจสอบสิ่งผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง

คำขู่ของคนเสื้อแดงที่ปรากฏในเว็บไซต์เสธแดงจึงเหมือนกับเสียงเห่าหอนของสุนัขบ้าข้างทางเท่านั้น

เห็นได้จากพอมีการเสนอข่าว 53 บัญชีดำคนเสื้อแดง ก็ปรากฏว่ามีการลบและตัดข้อความทั้งหมดในเว็บไซต์ออกอย่างรีบด่วน คงเพราะไม่คิดว่าจะมีคนอื่นที่ไม่ใช่คนเสื้อแดงด้วยกันเข้ามาตรวจสอบความชั่วร้ายในเว็บไซต์แห่งนี้ พอโดนจับได้เลยต้องรีบกลบเกลื่อนทำลายหลักฐาน

ขณะเดียวกัน อีกหลายสิบรายชื่อที่อยู่ในบัญชีเหยื่อต้องสังหารซึ่งอยู่นอกวงการสื่อ ก็น่าเชื่อเช่นกันว่าคงไม่มีใครหวั่นไหวหรือเกรงกลัวภัยอันตรายที่จะตามมา

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มซีก คตส.อย่าง แก้วสรร อติโพธิ-คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑะกา และผู้คนอีกหลายวงการ อาทิ จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสว.กรุงเทพมหานคร, พล.ต. จำลอง ศรีเมือง และพิภพ ธงไชย, สมศักดิ์ โกศัยสุข, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สุริยะใส กตะศิลา แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

และเครือข่ายชาวพันธมิตร เช่น ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, ศิริชัย ไม้งาม, ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, แซมดิน เลิศบุศย์, วีระ สมความคิด, มาลีรัตน์ แก้วก่า, สุรชัย จันทิมาธร หรือหงา คาราวาน

ณรงค์ โชควัฒนา อดีต สนช.และนักธุรกิจค่ายสหพัฒน์, ดุสิต นนทนาคร นักธุรกิจจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, ธีรยุทธ บุญมี นักวิชาการจากค่ายธรรมศาสตร์, เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย, นพดล กรรณิการ์ ผอ.เอแบคโพลล์

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี, ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา คนดังที่ถูกกล่าวหาอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์คาร์บ๊อง, ประสงค์ สุ่นศิริ อดีต สนช.แกนนำคนรู้ทันทักษิณยุคแรกๆ, ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เจ้าของคลื่นวิทยุ 92.25 และทีพีไอ, นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส สมณโพธิรักษ์แห่งกองทัพธรรมและสำนักสันติอโศก

รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพมหานคร วัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์ ผู้ร่วมต่อสู้กับกลุ่มพันธมิตรฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี, สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีธรรมศาสตร์, สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ แห่งนิด้า, พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ., อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.

รวมถึง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

จะเห็นได้ว่าเกือบทั้งหมด เว้นแต่ สุเทพ-เนวิน-อนุพงษ์-อภิสิทธิ์ ล้วนคือผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบ-ตีแผ่ ด้านมืดของระบอบทักษิณมาตั้งแต่ในยุคยังเรืองอำนาจ คุมกลไกการเมืองทุกอย่างแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนหลายคนที่แม้อึดอัดใจกับระบอบทักษิณแต่เมื่อกล้าออกมาสู้ ก็จำต้องเปลี่ยนสี

แต่บุคคลเหล่านี้กลับยืนยันต่อสู้กับอำนาจอันชั่วร้ายของระบอบทักษิณมาเป็นเวลาหลายปี ชนิดตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊งเช่น สนธิ ลิ้มทองกุล

มาวันนี้ เมื่อเสื้อแดงเตรียมนัดชุมนุมเผาบ้านเผาเมือง ในวันที่ 14 มีนาคม และเชื่อว่าคงมีปฏิบัติการใต้ดินหลายอย่างในช่วงดังกล่าว และหนึ่งในแผนการที่ต้องทำแน่นอน คือการเช็คบิลกลุ่มตรงข้ามกับระบอบทักษิณในลักษณะข่มขวัญ-ข่มขู่ให้หวาดกลัว และอาจจะใช้ความรุนแรงจริง

จึงสมควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งกองทัพ-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ-สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เตรียมการป้องกันอย่างรัดกุมไม่ให้กลุ่มอำนาจมืดจากแก๊งเสธแดงมาทำร้ายคนทั้ง 53 รายชื่อในบัญชีดำดังกล่าว

ไม่ให้เกิดอันตรายกับคนกล้าและเสียสละเหล่านี้ หากมีใครคนหนึ่งคนใดต้องตกเป็นเหยื่อจากการคุกคามของอำนาจชั่ว ก็ต้องถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างใหญหลวงของรัฐบาล



53อัปรีย์พล่าน-ขี้ข้าอำมาตย์ดิ้นพล่านโยนขี้เสื้อแดงจะก่อเหตุรุนแรง โหมไฟไล่ตั้งแต่"เคทอง"มายันเทพเทือกปูดลูกเมียครม.ตกเป็นเป้าทำร้าย ล่าสุดอ้างเวบเสธ.แดงขึ้นบัญชีดำ53รายชื่อตกเป็นเป้าโดนเสื้อแดงกาหัว หวังปูทางนำไปสู่การล้อมปราบกวาดล้างเสื้อแดงชุมนุมใหญ่14มีนาฯ เผยที่แท้แล้วเป็นบัญชีบุคคลอัปรีย์แห่งปีที่ไทยอีนิวส์เคยลงประจานไว้ว่าเป็นพวกทำลายประชาธิปไตยเมื่อตอนสิ้นปี'52


เห่ารับกันเป็นทอดๆใส่ไฟเสื้อแดงก่อเหตุรุนแรง ปูทางกวาดล้างชุมนุมใหญ่14มีนาฯ

การโหมกระแสให้ร้ายเสื้อแดงว่านิยมความรุนแรง จะก่อเหตุรุนแรงต่างๆต่อเป้าหมายฝ่ายรัฐบาล และผู้สนับสนุนยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากการโหมกระแสว่า"เคทอง"คนใกล้ชิดเสธ.แดงเคยขู่ลอบวางระเบิด แล้วออกหมายจับแบบทันใจตามคำชี้แนะของASTV ตามมาด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อ้างว่ามีคำขู่จะทำร้ายลูกเมียครอบครัวของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ล่าสุดมีการสร้างกระแสว่า คนเสื้อแดงได้ขึ้นบัญชีดำกาหัว 53 รายชื่ออีกด้วย

ก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนาคมนี้ ฝ่ายอำมาตย์และข้าทาสบริวารได้โหมสร้างกระแสให้ร้ายเสื้อแดงอย่างต่อเนื่องว่าเป็นพวกที่จะก่อเหตุรุนแรง คาดเป็นการปูทางไปสู่การปราบปรามประชาชนที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

วานนี้นายสุเทพ เทือกสุึบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ประกาศกลางที่ประชุมสภาว่าต้องจัดการกลุ่มเสื้อแดงที่จะก่อความรุนแรง โดยระบุชื่อนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เสธ.แดงและเคทอง

ช่วงบ่ายวันเดียวกันศาลมีนบุรีได้อนุมัติหมายจับเ้คทอง หลังจากที่สื่อเครือASTVของสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวหาว่านายเคทองได้อัดเทปผ่านรายการห้องแครมฟร็อก ทำนายว่าจะเกิดเหตุระเบิด หลังศาลตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ

นายกนก รัตน์วงศ์สกุล และนายธีระ ธัญไพบูลย์ 2นักเล่าข่าวค่ายเนชั่น ได้เล่าข่าวทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นว่า ทั้งสองได้ตกเป็นเป้าหมายกาหัวถูกคนเสื้อแดงขั้นบัญชีดำในจำนวนทั้งหมด 53 รายชื่อ โดยนายกนกอยู่ในบัญชีดำลำดับที่ 3 ส่วนนายกนกอยู่ในลำดับที่ 18 และพูดทีเล่นทีจริงว่า สงสัยต้องหารถกันกระสุนมานั่งเพื่อความปลอดภัย จากนั้นพากันกล่าวหาว่ากลุ่มคนเสื้อแดงเป็นพวกที่นิยมใช้ความรุนแรงในการต่อสู้

ไทยโพสต์หน้าไม่อายอ้างเป็นตุเป็นตะ53บัญชีดำที่คนเสื้อแดงกาหัว

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 3 มีนาคม รายงานว่า ในเว็บไซต์www.sae-dang.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์บรรดาผู้ที่ชื่นชอบ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิลผล หรือเสธ.แดง มีการตั้งกระทู้หนึ่งในที่ผู้โพสต์ใช้นามว่า "จ.ส.อ.ลุงนวม รหัสเกียกกาย 7485" โดยใช้ชื่อกระทู้ว่า "53 รายชื่อ ในบัญชีดำที่คนเสื้อแดง "กาหัว"" ซึ่งในจำนวนนั้นมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายกษิต, นายจรัญ ภักดีธนากุล, คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา, นายธีรยุทธ บุญมี, นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการเครือแปซิฟิก และมีบรรดาแแแกนนำพันธมิตรฯ รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีนายเทพชัย หย่อง, นายโรจ งามแม้น หรือ เปลว สีเงิน ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์รวมอยู่ด้วย

จากนั้นมวลชนเสื้อเหลืองในอินเตอร์เน็ต ก็นำเรื่องนี้ไปกระจายต่อ เช่น ในบล็อกแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อหัวข้อเรื่อง 53 รายชื่อในบัญชีดำที่คนเสื้อแดงกาหัวจากนั้นก็มีการจัดทำฟอร์เวิร์ดเมล์กระจายออกไปทั่ว เพื่อให้ร้ายภาพลักษณ์คนเสื้อแดงว่าเป็นพวกนิยมใช้ความรุนแรง ซึ่งคาดว่าจะเป็นการปูพื้นในช่วงก่อนการชุมนุมใหญ่14มีนาคม เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการปราบปรามกวาดล้างคนเสื้อแดงที่ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย

ที่แท้มั่วความจริงที่มาของบุคคลอัปรีย์คือบัญชีดำพวกทำลายประชาธิปไตย

สาเหตุที่มีการมั่วเรื่องนี้ขึ้นมาน่าจะมาจากสมาชิกเวบไซต์ของเสธ.แดงนำบทความที่ไทยอีนิวส์เคยนำเสนอเมื่อตอนสิ้นปี โดยได้ลงชื่อ 53 บุคคลที่เข้าข่ายทำลายประชาธิปไตยมาลงเผยแพร่เพื่อประจาน สาเหตุที่ประจาน 53 รายชื่อก็เพื่อให้สอดคล้องกับปีใหม่2553 ซึ่งเป็นเวลาที่ลงบทความในตอนนั้น ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้



53 บุคคลอันตรายแห่งปี-ไทยอีนิวส์รวบรวม 53 บุคคลอันตรายที่สุดต่อระบอบประชาธิปไตยแห่งปี'52 โดยที่บุคคลอัปรีย์ดังกล่าวส่วนใหญ่ยังคงครองตำแหน่งไว้เหนียวแน่น ต่อเนื่องจากการจัดอันดับในปีที่แล้ว และมี"หน้าใหม่"ที่เป็นบุคคลอันตรายถูกจัดไว้ในบัญชีใหม่ในปีนี้จากผลงานอัปรีย์ต่อระบอบประชาธิปไตย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 ธันวาคม 2552

ปีพ.ศ. 2552 กำลังก้าวผ่านไป ย่างเข้าปีใหม่'53 คนไทยยังเผชิญทุกข์สาหัสกับสภาพบ้านเมืองที่แตกแยกออกเป็นเสี่ยง ต่อไปนี้คือ"53 MOST WANTED" หรือผู้ที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้กับประเทศไทยอย่างหนัก ประชาชนชาวไทยจึงต้องจารึกชื่อพวกเขาไว้ในบัญชีหนังสุนัข แต่ไม่ต้องรอวันชำระบัญชี เพราะทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนี้คนพวกนี้กำลังเสวยกรรมชั่วอย่างแสนสาหัสอยู่แล้ว


โดยจะขอไล่เรียงเป็นประนามานุกรม 53 บุคคลอันตรายสำหรับประชาธิปไตยไทย เรียงลำดับตามอักษรดังต่อไปนี้

1.กษิต ภิรมย์

ก่อกรรม-ร่วมมือกับโจรก่อการร้ายพันธมิตรโค่นล้มรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย ขึ้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจากแรงหนุนของ"เส้นใหญ่" แล้วก่อเรื่องกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน ออกแผนกำจัดทักษิณ ชินวัตร ที่ประชาชนเลือกเป็นนายกฯ

ผลกรรม-เจออัปยศตลอดปี นับแต่ต้องเผ่นลงเรือหนีในสภาพน่าสังเวชตอนอาเซียนซัมมิต ตอนกลางปีโดนตั้งข้อหาเป็น1ในผู้ก่อการร้ายยึสนามบิน มาปลายปีสื่อทำเนียบตั้งฉายาให้เป็นไส้ติ่งรัฐบาล ถูกรัฐบาลกัมพูชากล่าวหาว่าเป็นตัวการล้วงความลับจนนำไปสู่การ"จับแพะ"นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ แต่นายกษิตหลบหน้าสังคมเกาะเก้าอี้แน่น ทำหน้าที่ให้เกียรติภูมิของชาติตกต่ำ

2.แก้วสรร อติโพธิ

ก่อกรรม-อิงอำนาจคณะรัฐประหารตั้งให้เป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินรัฐบาลจากระบอบประชาธิปไตย โดยไม่อิงหลักกฎหมาย แต่เต็มไปด้วยอคติ
ผลกรรม-โดนสนธิ ลิ้มทองกุล หักหลังตัดหางปล่อยวัด สั่งสาวกพันธมิตรฯไม่ให้เลือกเป็นผู้ว่าฯกทม. ขณะที่ชาวกรุงเทพฯไม่ไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าฯ แวดวงวิชาการตั้งข้อรังเกียจว่ารับใช้คณะรัฐประหาร เป็นแค่เนติบริกรเผด็จการ

3.กนก รัตน์วงศ์สกุล

ก่อกรรม-ผู้เล่าข่าวเครือNATIONไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร โฆษกกระบอกเสียงเผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย
ผลกรรม-ขาดความเชื่อถือจากฝ่ายประชาธิปไตย และผู้ชมทั่วประเทศ กนกโผล่ปั๊บ คนกดรีโมตหนีพร้อมยี้กันทั่วประเทศ ล่าสุดทำตัวน่าเกลียดโฆษณาขายหุ้นจองเครือเนชั่น(NBC)ว่าใครจองหุ้นตัวนี้จะรวยเละ แต่ปรากฎว่าคนที่จองซื้อไว้ซวยเละเพราะหลุดจอง จึงโดนกลต.อยู่ระหว่างตรวจสอบ มีฐานความผิดปั่นหุ้นและโฆษณาอันเป็นเท็จ ระวางโทษจำคุกถึง3ปี

4.เครือข่ายแวดวงนักข่าวสื่อเห้-คลิ้กดูรายละเอียด

กรรมที่ก่อ-ขาดจรรยาบรรณ ไม่เป็นกลาง เอียงข้างพันธมิตร ใกล้ชิดเผด็จการ ระรานประชาธิปไตย โฆษณาชวนเชื่อให้ระบอบอำมาตย์

ผลกรรม-ขาดความเชื่อจากฝ่ายประชาธิปไตย ประชาชนเลิกอุดหนุนซื้อหา หันไปติดตามสื่อต่างประเทศ และสื่อทางเลือกแทน บางรายล้มละลายคือเครือผู้จัดการ บางรายต้องขายของเก่ากินเช่นเครือเนชั่น ฝ่ายประชาธิปไตยมองเป็นแค่"สื่อมวลชั่ว"หมดสิ้นความเชื่อถือ

5.คำนูณ สิทธิสมาน(อ่านบทประนามฯจากดาวแดงถึงผ้าพันคอสีฟ้าคลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นสมุนรับใช้สนธิลิ้มทั้งในกระบอกเสียงพันธมิตรคือผู้จัดการ และเป็นหัวโจกกลุ่ม40สว.ทาสเผด็จการ เป็นหัวหอกกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า ดึงสถาบันเบื้องสูงลงมาเป็นเครื่องมือการเมือง

ผลกรรม-ถูกบันทึกชื่อในฐานะผู้ทรยศต่อชาติและประชาธิปไตยฝ่ายประชาชน ไปเป็นสมุนกากเดนศักดินา

6.จรัญ ภักดีธนากุล

ก่อกรรม-ร่วมมือกับพันธมิตร ตัดสินพิพากษาโดยขาดหลักนิติธรรม ลำเอียงโดยอคติ เปิดพจนานุกรมลากเอาผิดฝ่ายปฏิปักษ์การเมืองของอำมาตย์
ผลกรรม-ถูกแฉว่ามีพฤติการณ์เดียวกับจำเลยที่ถูกตัดสิน คือไปรับจ้างเอกชน แต่สีข้างเข้าถูกไม่ต้องรับผิด ต้องเสื่อมเกียรติยศ ถูกแฉว่าภรรยามีพฤติการณ์ในทางชั่ว

7.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง(อ่านรายละเอียด เสือเจ็บไม่ร้อง หมาเจ็บร้องเอ๋งคลิ้กที่นี่

ก่อกรรม-ทำลายล้างรัฐบาลจากการเลือกตั้ง รับใช้เผด็จการ ประสานงานพันธมิตร ใกล้ชิดสื่อโจร
ผลกรรม-หมดความน่าเชื่อถือทั้งในฐานะนักวิชาการ สื่อ นักการเมือง ถูกตีตราเป็นเป็นเพียงข้ารับใช้เผด็จการหมดราคา

8.จำลอง ศรีเมือง(ดูรายละเอียดใน9กบฎพันธมิตร คลิ้ก)

ก่อกรรม-เป็นหัวหน้าโจรก่อการร้ายพันธมิตรอันดับ2นำโจรยึดทำเทียบ ไฮแจ็คสนามบิน ทำลายความสามัคคีในชาติ
ผลกรรม-ทำให้ชาติแตกแยกเป็นสามัคคีเพท สั่นคลอนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ส่วนจำลองหมดความนับถือจากคนที่เคยศรัทธา แม้แต่พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เพื่อนซี้ก็ตีจากเพราะเดินทางผิด ถูกดำเนินคดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน ถูกการบินไทยฟ้องเรียกค่าเสียหาย500ล้านบาท

9.จารุวรรณ เมณฑะกา

ก่อกรรม-เป็นเครื่องมือเผด็จการคมช.ตรวจสอบยึดทรัพย์รัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยกฎหมายที่ตราขึ้นโดยเผด็จการ
ผลกรรม-ถูกตรวจสอบกลับว่ามีพฤติการณ์มิชอบทั้งตั้งลูกกินเงินเดือนปปง. พาลูกเที่ยวเมืองนอก จ้างเพื่อนรับงานราชการ สร้างคฤหาสถ์ใหญ่โตแต่อ้างว่าค่าสร้างแค่4ล้าน


10.ชัยอนันต์ สมุทวนิช(อ่านรายละเอียด อ.ย.ม.ชัยอนันต์ คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-เป็นกูรูและนักคิดให้กับสนธิลิ้มและพันธมิตรหลายเรื่อง รวมทั้งการเมืองใหม่ นายกฯม.7 ทำลายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ศักดินา กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าจะตั้งสาธารณรัฐประเทศไทยอย่างไร้มูล
ผลกรรม-เสื่อมความนับถือในวงวิชาการทั้งนานาชาติและในประเทศ ถูกแฉว่าอยากเป็นองคมนตรีจนเอาเกียรติยศเข้าแลก

11.ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์

ก่อกรรม-เป็นม้าใช้ให้สนธิกับจำลองเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย พยายามสร้างองค์กรจัดตั้งในภาคอีสาน แต่จุดไม่ติด
ผลกรรม-จัดตั้งองค์กรหน้าม้าในอีสานล้มเหลว ลงส.ส.สอบตกแต่ขี้แพ้ชวนตี เสื่อมเกียรติภูมิที่เคยสร้างไว้ในตอนพฤษภา35 ถูกจับข้อหากบฎยึดทำเนียบ ถูกดำเนินคดีก่อการร้ายยึดสนามบิน

12.ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย

ก่อกรรม-อดีตคนเดือนตุลา เคยรับใช้ไกรศักดิ์และพล.อ.ชาติชายตอนนี้มารับใช้สนธิลิ้ม และพาลูกชายอ้วนดำโน้ต-ยุรชัฎมาเคลื่อนไหวต่อต้านประชาธิปไตย ไส่ไฟว่าฝ่ายประชาธิปไตยเป็นขบวนการล้มเจ้า
ผลกรรม-คนเดือนตุลาต่างก็ตั้งข้อรังเกียจชัชวาลย์ที่ขายตัวให้กับสนธิและพวกกากเดนศักดินาทำลายประชาธิปไตย

13.แซมดิน เลิศบุศย์

ก่อกรรม-เป็นหัวการ์ดพันธมิตร สายสันติอโศก เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดหอบังคับการบิน

ผลกรรม-ถูกดำเนินคดี1ใน36ผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน

14.ณรงค์ โชควัฒนา

ก่อกรรม-เครือสหพัฒน์เป็นสปอนเซอร์ให้พันธมิตรออกนอกหน้า เพื่อแลกกับให้สนธิลิ้มโจมตีโมเดิร์นเทรด เพื่อปกป้องธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคผูกขาดของตน
ผลกรรม-ประชาชนไทยหันไปซื้อของห้างโมเดิร์นเทรดมากขึ้น สหพัฒน์ทำท่าจะเป็นเสือลำบาก และเสือโหยในปีเสือนี้

15.ดุสิต นนทนาคร

ก่อกรรม-อาศัยเส้นใหญ่ศักดินาขึ้นเป็นประธานหอการค้าแบบข้ามหัวแคนดิเดตอย่างน่าเกลียด เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์ ต่อต้านประชาธิปไตย หนุนหลังรัฐบาลหุ่นเชิด กล่าวหาว่าฝ่ายประชาธิปไตยทำลายชาติ

ผลกรรม-ถูกวงการหอการค้าและวงการพ่อค้านินทาว่ามีที่มาอย่างขาดความชอบธรรม ไม่ได้เคลื่อนไหวปกป้องวงการค้า แต่เอาหัวโขนไปรับใช้อำมาตย์

16.เทพชัย หย่อง

ก่อกรรม-หลังจากร่วมกับสุทธิชัย หยุ่น พี่ชายก่อหนี้ในITVล้นพ้นตัว และใช้อิทธิพลคมช.ทุบITVทิ้งแล้วแปลงมาเป็นTPBSก็กลับเข้ามายึดกุมอีกครั้ง โดยที่ทิ้งขี้สัมปทานหลายหมื่นล้านของITVไว้เบื้องหลัง และน้ำตาของผู้ถือหุ้นรายย่อย
ใช้TPBSเป็นกระบอกเสียงให้อำมาตย์โฆษณาชวนเชื่อ ดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-หย่องบอกว่าจะมาเป็นกรรมการผู้อำนวยการแค่ช่วงก่อตั้ง แต่แล้วก็สมัครเข้ามาเป็นผู้อำนวยการหลังจากล็อกสเป็กให้ตัวเองเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งก่นด่าของฝ่ายประชาธิปไตย และขี้เหล้าขี้ยาที่ผลาญภาษีย่ำยีปชต.

17ธีรยุทธ บุญมี(ดูรายละเอียดใน กาฝาก 14 ตุลาและ"ปัญญาชนบริกร" )


ก่อกรรม-วิพากษ์วิจารณ์กัดติดประดิดประดอยถ้อยคำด่าทอรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน แล้วยกยอพวกเผด็จการจากรัฐประหาร ยิ่งพอเป็นรัฐบาลเผด็จการอำมาตย์หุ่นเชิดอย่างในปัจจุบันก็ทำตัวเงียบหาย ไม่ออกมาวิจารณ์เลย

ผลกรรม-ถูกคนเดือนตุลาให้ฉายาว่าเป็นกาฝาก14ตุลาและปัญญาชนบริกร สิ้นไร้ความนับถือตกเป็นที่สาบแช่งของญาติวีรชน14ตุลาฯ

18.ธีระ ธัญไพบูลย์

ก่อกรรม-เล่าข่าวทางเนชั่น ช่อง 3 ช่อง9แบบเป็นกองเชียร์เผด็จการ ระรานฝ่ายประชาธิปไตย ฝักใฝ่ไสยศาสตร์ ออกนอกหน้าและน้ำเสียง ครั้งหนึ่งเคยใส่เสื้อเหลืองออกทีวีชวนเชิญคนทั้งประเทศให้ทำตาม อ้างว่าแก้คุณไสยเขมร เล่นตามที่พวกม้อบโกเต๊กซ์นิยมไสยดำ
ผลกรรม-คนดูเรียกขานว่าชินจัง ทำให้ต้นตำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นเดือดร้อนมาก เพราะคนชังมากกว่าคนชอบแบบชินจังในการ์ตูน

19.เนวิน ชิดชอบ

ก่อกรรม-ทำตนเป็นหมาหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ตอนหนีจากนายบรรหารก็ด่าว่า"เตียบเตี้ยบ" หนีจากทักษิณก็ว่า"มันจบแล้วครับนาย" ตอนเล่นงานคมช.ก็อ้างว่าทหารปฏิวัติเสร็จพาขึ้นรถตู้ปล่อยลงมาถอดเสื้อผ้าหมดต้องหนีตายแบบโทงเทง จัดตั้งเสื้อสีน้ำเงินกอ่เหตุมือที่3ล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ขนรถแก๊สมาแฟลตดินแดงตอนสงกรานต์เลือด แล้วป้ายขี้ให้เสื้อแดง เคลื่อนไหวเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย โดยไม่ถูกยุบพรรคหรือสั่งห้าม
ผลกรรม-หากผลกรรมที่จะเกิดขึ้นก็คงเป็น"นายใหม่"ไม่ว่าจะเป็นแฝดอินจันอภิสิทธิ์ หรือนายอนุพงษ์ และนายหญิงใหญ่ เร็วๆนี้

20.นพดล กรรณิการ์

ก่อกรรม- ใช้เอแบคโพลล์เป็นเครื่องมือหนุนรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดอำมาตย์แบบเปิดปุ๊บติดปั๊บ ฝืนมติมหาชนที่แท้จริง ขนาดคู่แข่งอย่างกรุงเทพโพลล์ให้รัฐบาลหุ่นเชิดสอบตกได้คะแนน3.87เต็ม10 แต่เอแบคโพลล์ดั้นเมฆว่าคนไทยหนุนอภิสิทธิ์เพิ่มเป็น70%

ผลกรรม-ถูกแฉว่าเข้าไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับงานจากนายอภิสิทธิ์เป็นประจำ ทำให้ผลโพลล์หมดความน่าเชื้อถือ

21.เปรม ติณสูลานนท์

ก่อกรรม-มหาอำมาตย์ใหญ่นายพลอาวุโสเปรมชอบบอกว่าให้ตอบแทนแผ่นดิน ซึ่งแปลว่าตอบแทนคนๆเดียวหรือตระกูลเดียว แล้วย่ำยีคนทั้งแผ่นดิน ชอบพูดเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แปลว่าการเล่นพรรคเล่นพวกระบบอุปถัมภ์ ให้ทำดี แปลว่า ทำชั่วได้ทุกอย่างหากเปรมเห็นว่าดีแล้ว ชอบพูดว่าคนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งความหมายจริงๆก็คือโชคร้ายที่สุด ชอบกล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่าทรยศชาติ ซึ่งแปลว่าคนไทยกำลังสร้างชาติสร้างประชาธิปไตย

ผลกรรม-จากที่มีฐานะอยู่สูงเป็นถึงประธานองคมนตรี คนกราบไหว้เหมือนอยู่บนหิ้ง ก็ลงมาต่ำเป็นขี้ปากชาวบ้านร้านตลาด เป็นเป้าหมายของการสาปแช่ง หมดแล้วซึ่งความขลังศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ลูกน้องเก่าอย่างบิ๊กจิ๋วหรือขุนทหารก็พากันตีจากมาต่อต้าน มีแต่รอวันถูกโค่นล้มหรือเสื่อมสลายในฐานะมาสเตอร์มายด์ของฝ่ายอำมาตย์


22.ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา


ก่อกรรม-เป็นล็อบบี้ยิสต์ตัวกลางให้นายใหญ่ของขบวนการอำมาตย์ในการกำจัดทักษิณทุกทาง โดยถูกพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี กล่าวหาว่ารวมทั้งวางแผนลอบสังหาร และสั่งการให้แวดวงตุลาการขจัดพรรคการเมืองที่สนับสนุนทักษิณที่บ้านซอยสุขุมวิท รวมทั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายการสร้างpropagandaให้กับคนๆเดียว

ผลกรรม--ถูกแฉว่าเป็นตัวกลางในการประสานงานฝ่ายทหาร ตุลาการ เครือข่ายอำมาตย์ในการกำจัดขบวนการประชาธิปไตย ปลูกฝังลัทธินิยมอำมาตย์เผด็จการศักดินาให้หยั่งรากถาวรในไทย

23.ประสงค์ สุ่นศิริ

ก่อกรรม-แค้นในอดีตที่จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรมปลดออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วตั้งทักษิณเป็นแทนจึงตามจองล้างจองเวรไม่สิ้นสุด ทั้งบนดินใต้ดิน ทั้งทำให้ชาติพินาศย่อยยับ และวางแผนวินาศกรรม ลอบสังหาร ยึดอำนาจ ชั่วๆมาจากสมองของคนๆนี้
ผลกรรม-กินแห้วมาตลอด ลุ้นตำแหน่งนายกฯยุคคมช.ก็อด ลุ้นประธานสภาสสร.ก็แห้ว ล่าสุดทวงบุญคุณว่าประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลเพราะพันธมิตร(ภายใต้การวางแผนของสงค์เสี้ยม)ลงทุนยึดทำเนียบ ปิดสภา บุกตีบชน. ไฮแจ็คสนามบิน แต่ก็แห้วตามเคย

24.ประชัย เลี่ยวไพรัตน์

ก่อกรรม-เป็นสปอนเซอร์ให้เผด็จการ สนับสนุนพันธมิตร เพื่อหวังจะคว้าTPIไว้ เนื่องจากเสียประโยชน์หาว่ารัฐบาลทักษิณไม่โอบอุ้ม พอโค่นรัฐบาลได้ก็ตั้งพรรคมัฌชิมาประชาธิปไตย แต่ล้มเหลว ตอนนี้เป็นนายทุนให้วิทยุคลื่นเก้าสิบสองสลึง

ผลกรรมตั้งพรรคมัฌชิมา ถูกป๋าเหนาะเย้ยว่าเป็นอนุบาลการเมือง หมดเปลืองเงินไปร่วมพันล้านแต่ตัวเองกับลูกทีมสอบตกกราวรูด ได้เป็นส.ส.เฉพาะกลุ่มก๊วนนายสมศักดิ์ และถูกลูกน้องสมศักดิ์เฉดพ้นพรรคแบบเจ็บแสบ

25.ปราโมทย์ นาครทรรพ

ก่อกรรม-เป็นนักวิชาการร่วมรุ่นของชัยอนันต์ มีบทบาทเขียนบทความใส่ไคล้เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ กับหนุนระบบศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย มาปีนี้ผุดเรื่องปฏิญญาดูไบอีกรอบ
ผลกรรม-ถูกประนามหยามหมิ่นว่านำชื่อเสียงเกียรติคุณที่เคยอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยในอดีตมาทำป่นปี้ตอนแก่

26.เปลว สีเงิน

ก่อกรรม-ทำหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์มีจุดยืนมั่นคงคือเป็นใบปลิวโจมตีทักษิณมาแต่ไหนแต่ไร และทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับพันธมิตรกับฝ่ายเผด็จการ หลังๆก็เอียงข้างศักดินาๆไปด้วย ล่าสุดปลด"ใบตองแห้ง"คอลัมนิสต์ที่นำเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นที่รอบด้าน เพราะเปลวอยากให้ไทยโพสต์เป็นกระบอกเสียงอำมาตย์อย่างเดียว

ผลกรรม-ทำหนังสือพิมพ์เจ๊ง ยอดขายไม่พอหล่อเลี้ยงตัว โฆษณาไม่เข้า แต่ได้รัฐบาลระบอบอำมาตย์ขุนเอาไว้แลกกับการเป็นกองเชียร์ระบอบหุ่นเชิด ถูกวงการและนักสิทธิสื่อประณามที่คุกคามสื่อ"ใบตองแห้ง"อย่างไร้ยุติธรรม

27.ประเวศ วะสี-

ก่อกรรม-สถาปานาตัวเป็นราษฎรอาวุโส กล่าวร้ายว่าทักษิณควรยุติบทบาททางการเมือง ยอมจำนนต่อการปฏิวัติรัฐประหาร หากเคลื่อนไหวอยู่ก็เป็นไปเพื่อคนๆเดียว

ผลกรรม-เปิดเผยธาตุแท้ล่อนจ้อนว่าเป็นเครือข่ายอำมาตย์ ไม่ศรัทธาฝ่ายประชาธิปไตย ดูแคลนความเคลื่อนไหวพลังของประชาชน ทำให้เสื่อมเสียความเชื่อถือทั้งในและนานาประเทศ

28.พิภพ ธงชัย

ก่อกรรม-พิภพทิ้งหมู่บ้านเด็กเมืองกาญจน์และสังคมอุดมคติไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวมาเป็น1ในแกนนำพันธมิตรที่มีทัศนะนโยบายล้าหลังคลั่งศักดินา ฉุดรั้งประชาธิปไตยถอยลงคลอง เสนอการเมืองระบบอภิสิทธิชน70:30หมิ่นแคลนสิทธิ์เสียงประชาชน หลังยึดสนามบินนำไปสู่การโค่นรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งแล้ว พิภพได้โบนัสจากลิ้มให้ไปทัวร์อียิปต์10วันเป็นรางวัลตอบแทน

ผลกรรม-นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอจำนวนมากประกาศตัดหางพิภพออกจากขบวนการ และให้เลิกอ้างว่าเคลื่อนไหวในนามภาคประชาชนอีกต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้วิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบพันธมิตรที่เคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งศักดินาจารีตด้วย

29.โพธิรักษ์

ก่อกรรม-สมณะโพธิรักษ์นักบวชหัวรุนแรงที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ไปเป็นสังคมชาวพุทธในอุดมคติที่ไม่มีอยู่จริง ปฏิเสธต่อต้านทุนนิยม ทำลายความเป็นปุถุชนของมนุษย์ ถึงขั้นตั้งพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีนโยบายแบบการเมืองใหม่ และใช้ชาวอโศกผู้ศรัทธาเป็นสันหลังของม็อบ193วัน เพราะคนเหล่านี้ทุ่มกายถวายชีวิตให้ศาสดาโพธิรักษ์
ผลกรรม-ประชาชนผู้รักชาติ และพิทักษ์พุทธศาสนาที่เดินสายกลางไม่หัวรุนแรงพากันต่อต้านศาสนาโพธิรักษ์แผ่กว้างออกไปทั่วประเทศ ทั้งที่บึงกุ่ม นครปฐม อุบลราชธานี และศรีษะเกษบ้านเกิดโพธิรักษ์

30.ไพศาล พืชมงคล(อ่านรายละเอียด จาก"โค่นล้มศักดินา"ถึง"โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมแก้ว" คลิ้ก )

ก่อกรรม-จากนักประชาธิปไตยเคลื่อนไหวเพื่อกรรมกรในอดีต ไพศาลมารับใช้ขุนศึกอำมาตย์ เป็นหัวสมองให้พันธมิตร เขียนประกาศคณะรัฐประหารให้คมช. จากที่เคยเขียนเพลง"เสียงครวญของมวลกรรมกร"มาเขียนเชิดชูบทบาทศักดินาใหญ่ที่ไปงานศพคนของพันธมิตร
ผลกรรม-เช่นเกียวกับนักต่อสู้นักเคลื่อนไหวในอดีตที่เปลี่ยนสีแปรธาตุ ทำให้ประชาชนต้องสาปแช่ง

31.ภูวดล ทรงประเสริฐ(อ่านรายละเอียด มือเผา14ตุลาฯเปี๊ยนไป๋! คลิ้กที่นี่)

ก่อกรรม-จากเลขาธิการสมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่แน่นเหนียวกับชัยอนันต์ คนกินเงินเดือนของสนธิลิ้ม ทำให้ภูวดลปักหลักบนเวทีพันธมิตร ด้วยการด่าชนิดแม่ค้าปากตลาดอาย ทำให้พันธมิตรฮาร์ดคอร์ชื่นชมมีแม่ยกติดเกรียว
ผลกรรม-อย่างไรก็ตามจำลอง ศรีเมือง ขาใหญ่เบอร์2พันธมิตรไม่ถูกหู สั่งปิดไมค์ของภูวดล แล้วไล่ลงเวที ภูวดลเครียดจัดเป็นอัมพาตครึ่งตัว ตอนนี้ยังนอนพักรักษาตัวยาวอยู่ที่โรงพยาบาล พูดจาด่าใครไม่ได้อีกแล้ว

32.มาลีรัตน์ แก้วก่า

ก่อกรรม-จากอดีตนักกิจกรรมยุค6ตุลา เข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์พบรักกับ"อ๋า"ธัญญา ผู้นำนักศึกษายุค14ตุลา ต่อมาชาวสกลนครเลือกให้เป็นส.ส. ก่อนจะวิญญาณนักเคลื่อนไหวเก่าเข้าสิงสู่ มาประจำเวทีพันธมิตร
ผลกรรม-มาลีรัตน์ก็เช่นเดียวกับพวกพันธมิตรหลายคนคือเมื่อมาเป็นพธม.ก็ถูกปฏิเสธจากประชาชน จนสอบตกในการเลือกตั้ง(เช่นเดียวกับการุณ ใสงาม,สำราญ รอดเพชร,ประพันธ์ คูณมี,พิเชียร อำนาจวรประเสริฐ,อมร อมรรัตนานนท์,ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ฯลฯ)แต่แทนที่จะสำนึกที่ประชาชนสั่งสอนบทเรียน กลับหันไปสมคบกับนายทุน ขุนศึก ศักดินาคร่าทำลายประชาธิปไตย และเรียกหาการเมืองใหม่70:30เหมือนจะแก้แค้นที่ประชาชนไม่ยอมเลือกพวกตนเข้าสภา

33.รสนา โตสิตระกูล

ก่อกรรม-รสนาเคยเป็นเพียงปัญญาชนสายที่สาม คือไม่ขวาไม่ซ้าย เป็นแบบalternativeที่ใกล้ชิดไปทางส.ศิวรักษ์ที่เน้นเรื่องอุดมคติทางศาสนาพุทธแบบปัญญาชน ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ มามีชื่อเสียงจากการตรวจสอบเรื่องทุจริตยา แต่รสนาเป็นนักการเมืองที่แย่ คือเอียงขวาสุด ผูกติดกับพันธมิตร เป็นปี่เป็นขลุ่ยกับเผด็จการ 1ใน40สว. ต่อต้านฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-รสนาเข้าไปโหวกเหวกด่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย ในสภาพ"ซุกสามี"สันติสุข โสภณศิริ ลูกศิษย์ใกล้ชิดส.ศิวรักษ์ และเป็นเพื่อนน้ำมิตรของเปี๊ยก-พิภพ ธงชัยอีกคน ขณะที่ในลีลาบรรยากาศแบบเดียวกันของการแถลงนโยบายรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากไม่โวยวายแล้ว รสนายังชื่นชมจนออกนอกหน้าอีกด้วย รสนายังถูกแฉว่าต่อต้านปตท.ไม่ให้อยู่ในตลาดหุ้น แต่พวกตนกลับกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องมีหุ้นปตท.ซะเอง

34.วัชระ เพชรทอง

ก่อกรรม-แจ็คเป็นอดีตนักศึกษาโข่งรามคำแหง ร่วมรุ่นกับตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ แข่งขันกันตั้งแต่อยู่รั้วพ่อขุน จนออกมาสู่สนามใหญ่ ขณะที่ตู่ยืนอยู่บนเวทีนปช. แจ๊คไปโผล่ที่เวทีเสื้อเหลือง ควบกับเป็นบก.แนวหน้าตามราวีล้างผลาญรัฐบาลประชาธิปไตย ก่อนจะลงเลือกตั้งซ่อมได้เป็นส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังไม่ทิ้งสันดานเดิม

ผลกรรม-แจ็คเคยชื่นชมนักปฏิวัติฝ่ายซ้ายเชกูวาร่ามาก จนถึงขั้นพิมพ์หนังสือขาย มาวันนี้โลกสวิงไป180องศาถึงวันที่แจ๊คต้องเล่นบทคลั่งไคล้ใหลหลงศักดินาใหญ่เข้าให้บ้าง แต่ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือตอนนี้เขาต้องเจอตู่-จตุพร คู่กัดตลอดกาลออกมาเคลื่อนไหวขย่มรัฐบาลเทพประทานอย่างหนัก

35.วีระ สมความคิด

ก่อกรรม- เป็นมือตีนให้สนธิลิ้มเคลื่อนไหวล้าหลังคลั่งชาติจะบุกยึดเขาพระวิหารคืนจากเขมรหลายหน จากนั้นเกณฑ์กองกำลังโจรศรีวิชัยไปทำร้ายประชาชนชาวภูมิสรอลที่รักถิ่นฐานและรักสันติภาพ

ผลกรรม-ทำตัวเสมือนว่าเก่งกล้าสามารถ แต่พอเขมรจะเอาจริงก็ป๊อดมาปักธงยึดเขาพระวิหารจำลองที่บางปูแทน ทำให้เกียรติภูมของไทยตกต่ำสุดกู่เป็นตัวตลกในเวทีประชาคมโลก

36.ศิริชัย ไม้งาม

ก่อกรรม-ไม้ เป็นนักสหภาพที่นำคนสหภาพเข้าร่วมเป็นเนื้อเดียวกับพันธมิตรทุกความเคลื่อนไหว เขาขู่ตัดน้ำตัดไฟประชาชนเพื่อหวังผลชนะในการม็อบ โดยพวกสหภาพเคียดแค้นที่รัฐบาลทักษิณแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของชาติ และผู้บริโภค
ผลกรรม-ประชาชนเลิกใช้บริการของรัฐวิสาหกิจที่มีเอกชนเป็นคู่แข่งและทางเลือก เช่นบริการของTOT CAT เป็นต้น ส่วนอภิสิทธิ์เมื่อได้เป็นรัฐบาลวันแรกๆไปพูดที่ตลาดหุ้นว่ารัฐบาลของเขาจะส่งเสริมการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ส่วนศิริชัยกลายเป็นผู้ก่อการร้ายถูกดำเนินคดียึดสนามบิน

37.ศรัณยู วงศ์กระจ่าง


ก่อกรรม-เป็นดารารุ่นใหญ่ที่โดดขึ้นเวทีพันธมิตรและเอาการเอางานเคียงคู่กับเจ๊ปองอัญชลี จนได้เป็นแกนนำพันธมิตรรุ่นสองช่วงท้ายๆตอนปิดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่หลังยุติยึดสนามบินก็เกิดผลประโยชน์ไม่ลงตัวกับจอย-ศิริลักษณ์ดาราพันธมิตรอีกราย จนจอยต้องเผ่นหนี ให้ตั้วครองASTVไว้ แต่ท้ายๆก็เสื่อม แม่ยกหายหน้าหมด

ผลกรรม-ช่อง7สีปลดออกจากผู้ดำเนินรายการเรื่องจริงผ่านจอ เพราะเรทติ้งตกเนื่องจากประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยค่อนประเทศบอยคอต เช่นเดียวกับพากันบอยคอตไม่ดูหนังฟอร์มใหญ่เรื่ององค์บากภาค2ที่ศรัณยูเล่นอยู่ไม่กี่ฉาก เพราะไม่อยากสนับสนุน พอมาจัดคอนเสิร์ตล้างหนี้ที่ม.รังสิต คนก็โหรงเหรงสุดเสื่อม

38.สนธิ ลิ้มทองกุล

ก่อกรรม-สนธิเริ่มต้นจากการต่อต้านทักษิณเพราะเสียผลประโยชน์ไม่ได้อนุมัติให้รับสัมปทานโทรทัศน์NEWS1และรัฐบาลทักษิณไม่ต่ออายุให้วิโรจน์ นวลแขเพื่อมาเคลียร์หนี้เน่าให้เครือผู้จัดการ แต่เล่นเพลินไปหน่อย เขาจึงสร้างความตกต่ำให้ทุกสถาบันในประเทศไทยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับแต่ยุคเสียกรุงอยุธยาครั้งที่2เป็นต้นมา

ผลกรรม-นอกจากถูกดำเนินคดีหัวโจกผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินแล้ว บริษัทผู้จัดการก็ถูกสั่งให้ล้มละลาย และถูกสื่อค่ายมติชนแฉว่าสนธิลิ้มจึงต้องก่อม็อบเพื่อรับเงินบริจาคเข้ามูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นแล้วนำเงินไปเข้าบริษัทที่เกาะฟอกเงิน สนธิลิ้มยังจิตหลอนต้องกันไปพึ่งคุณไสยดำสารพัด และหวาดระแวงว่าจะโดนลอบฆ่าจากศัตรูรอบด้าน หลังจากถูกถล่มสังหารรอดตายมาได้ช่วงสงกรานต์ และถูกระเบิดถล่มเวทีพันธมิตร มีข่าวว่าเขาอาจปลีกวิเวกยาวในต่างประเทศ เพราะตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็ไปทับรอยปชป.ส่อว่าอาจจะเป็นพรรคต่ำสอง

39.สมศักดิ์ โกศัยสุข

ก่อกรรม-สมศักดิ์เป็นหางเครื่องของ5แกนนำพันธมิตร แต่บารมีในวงการสหภาพแรงงานก็เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว ต้องพึ่งนักสหภาพรุ่นน้องอย่างไม้เป็นหลัก ต่อมาเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ก่อนที่สนธิลิ้มหัวหน้าตัวจริงจะมาริบไป

ผลกรรม-นักสหภาพแรงงาน นักวิชาการด้านแรงงานตัดหางปล่อยวัดสมศักดิ์ ฐานเคลื่อนไหวทำลายประชาธิปไตย และห้ามแอบอ้างว่าทำในนามภาคประชาชน นอกนั้นก็โดนดำเนินคดีกบฎ คดียึดทำเนียบรัฐบาล และคดียึดสนามบิน

40.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

ก่อกรรม-จากนักเคลื่อนไหวในวงการครู ก้าวสู่วงการเอ็นจีโอ และวงการสื่อจากการรู้จักแนบแน่นกับสำราญ รอดเพชร และเครือเนชั่น สุดท้ายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ แต่ก็เคลื่อนไหวในนาม5แกนนำพันธมิตรด้วย

ผลกรรม-โดนดำเนินคดีกบฎ คดีบุกยึดทำเนียบรัฐบาล คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แถมยังโดนส.ส.ลูกพรรคเพื่อไทยเก่ง-การุณ โหสกุลกระโดดถีบ เพราะไปปากดีท้าทายว่าใครแน่เจอกันนอกห้องประชุม แต่พอเจอถีบแล้วกลับไม่แน่ วิ่งแร่ไปแจ้งความตำรวจว่าโดนทำร้ายร่างกาย

41.สุริยะใส กตะศิลา

ก่อกรรม-จากอดีตเลขาธิการนักศึกษา สนนท.ที่เป็นองค์กรฝ่ายประชาธิปไตย มาเป็นผู้ประสานงานพันธมิตร คอยเป็นหนังหน้าไฟให้กับแกนนำ ทั้งที่สุริยะใสควรได้เป็นแกนนำไปนานแล้ว แต่ที่สุดได้เฉพาะรางวัลปลอบใจคือตำแหน่ง"หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในเวทีพันธมิตร" และรางวัลไปทัวร์อียิปต์10วันหลังยึดสนามบิน

ผลกรรม-โดน สนนท.รุ่นน้องบุกไปมอบหรีดและเผาโลงประท้วง โดนคนนามสกุลเดียวกันที่ศรีษะเกษตัดญาติและเผาโลงประท้วง โดนนักข่าวบอยคอตไม่ทำข่าวหลายหนเพราะมัวแต่ไปแจกลายเซ็นแม่ยก จนมองข้ามหัวนักข่าว โดนจำลองเบรกหัวทิ่มหลายหน โดนลือว่ารวยขี่เบ๊นซ์ไปแล้ว โดนคดีกบฎ คดียึดทำเนียบ คดีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน แต่เพื่อนคนหนึ่งชื่อ"ไผ่ ครป."โดนคดียึดNBTแต่สุริยะใสอ้างว่าไม่รู้จัก เลยโดนเพื่อนรุมด่าอย่างหนัก สรุปว่าโดนรอบด้านงานเข้ารอบตัว

42.สำราญ รอดเพชร

ก่อกรรม-สำราญเคยทำงานITVของทักษิณ ต่อมาทักษิณปลดออกในสภาพหมาล่าเนื้อ มาได้สนธิลิ้มโอบอุ้มไว้จึงต้องทุ่มทั้งชีวิตชดใช้บุญคุณ ทำหน้าที่เป็นโฆษกเวทีพันธมิตรเจ้าของประโยคฮิต"พี่น้องเอ๊ยยยยยย.."

ผลกรรม-สอบตกส.ส.เขตบางกะปิเช่นเดียวกับประพันธ์ คูณมีและพรรคพวกร่วมอุดมการณ์พันธมิตรที่ถูกปฏิเสธจากประชาชนเจ้าของประเทศ สนธิลิ้มจะให้รางวัลปลอบใจไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี แต่ถูกรุมต่อต้านจนกินแห้ว

43.สุทธิชัย หยุ่น

ก่อกรรม-หยุ่นชงเรื่องตั้งโทรทัศน์ITVหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ2535ขึ้นไปให้รัฐบาลอานันท์ แล้วเข้ารับสัมปทานด้วยข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานแพงลิบ แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา พยายามจะให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ลดให้ แต่ต่อมารัฐบาลทักษิณเข้าขวางไว้ และทักษิณเข้าเทกโอเวอร์ITVพวกหยุ่นต้องระเห็จออกไปทำNation Channelกับไกรวัฒน์ลูกน้องเก่าทักษิณ เป็นความตกต่ำอย่างที่สุดของหยุ่น

ในที่สุดทหารทำรัฐประหาร หยุ่นสามารถยึดITVกลับมาในฉลากใหม่คือTPBSโดยที่ทิ้งขี้ ค่าสัมปทานITVไว้เบื้องหลัง และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่พินาศขาดทุนยับเยิน แถมเขาส่งเทพชัย หย่อง น้องชายกลับไปกุมบังเหียนTPBSแบบที่รัฐต้องควักเงินจากภาษีบาปมาอุดหนุนปีละ2พันล้าน ให้ทำทีวีเนชั่นสาขา2แบบจ้องระรานฝ่ายประชาธิปไตย โปรพันธมิตร-เผด็จการเต็มที่ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์เขาใช้สื่อเครือเนชั่นเป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลหุ่นเชิด โดยได้สิทธิจากพลเอกเปรมให้เข้าไปยึดครองช่วงข่าวช่องฟรีทีวีทุกช่อง แลกกับการได้ผลประโยชน์ค่าโฆษณาและรายได้จากการจัดอีเว้นต์ให้มาร์คไปเกาะโพเดี้ยมตลอดปี

ผลกรรม-ประชาชนไม่นิยมอ่านหรือชมเพราะเป็นสื่อเอียง ทำให้ขายโฆษณาไม่ได้ ในที่สุดได้ประกาศขายตึกNATIONบางนาเพื่อให้รอดภาวะล้มละลายตามค่ายผู้จัดการของลิ้ม เมื่อนำหุ้นทีวีเนชั่น(NBC)ขายเข้าตลาดหุ้น ก็ไม่มีใครจองซื้อ ต้องแบกรับไว้เอง หากรัฐบาลหุ่นเชิดไม่อยู่ หยุ่นจะรอดไปได้กี่น้ำ ยังต้องลุ้นระทึก เพราะตอนนี้เริ่มปลดลูกน้องกันระนาวแล้ว

44.สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว)


ก่อกรรม-"เสี่ยต้อยนักข่าว100ล้าน"ก่อร่างสร้างตัวมาจากการได้ทุนจากจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทรัพย์สินฯทำสื่อทางวิทยุ SMS และล่าสุดรุกเข้าทางช่อง11ผลิตรายการสกู๊ปในนามสำนักข่าวทีนิวส์กล่าวหาฝ่ายประชาธิปไตยว่า เป็นขบวนการของระบอบทักษิณสมคบคอมฯหลงยุคเป็นขบวนการล้มเจ้า

ผลกรรม-หมดความเชื่อถือจากประชาชน เพราะเคลื่อนไหวรับใช้ระบอบอำมาตย์บิดเบือนทำblack propaganda

45.สุเทพ เทือกสุบรรณ

ก่อกรรม-กำนันสุเทพพาประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาลสำเร็จในรอบ9ปี โดยวิธีเดิมคือไปฉกลูกพรรคอื่น คือกลุ่มเพื่อนเนวินมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี แอบซุ่มมุบมิบทำโครงการหมื่นล้านสร้างโรงพัก-แฟลตตำรวจ โดยไม่โดนสื่อตรวจสอบ ขณะที่มีข้อครหากระหึ่ม

ผลกรรม-ผลกรรมของกำนันเทพนั้นมีมากนับไม่หมดไม่ถ้วน แต่ที่เสวยกรรมไปในไวๆนี้ก็คือพรรคประชาธิปัตย์เคยทำกับรัฐบาลทักษิณไว้อย่างไรโดนย้อนศรคืนทุกเม็ด รวมทั้งไปโดนชาวไทยขับไล่ในทุกที่ที่ไปโผล่หน้า ล่าสุดใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆคดียุบพรรค

46.สุรพล นิติไกรพจน์

ก่อกรรม-สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอธิการบดีคนแรกที่ทิ้งจุดยืนประชาธิปไตยอันแน่วแน่ มาอยู่เคียงข้างพันธมิตร เคียงข้างเผด็จการทหาร เสนอให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งมายุบสภา แต่ทีกับรัฐบาลระบอบหุ่นเชิดกลับเงียบเฉย

ผลกรรม-ถูกลูกศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ยกพวกนำพวงหรีดไปประท้วง ถูกแฉว่ามาจากการแต่งตั้งของนายสุเมธ ตันติเวชกุล เครือข่ายอำมาตย์ ทำให้ต้องรับใช้อำมาตย์ ส่วนมหาวิทยาลัยก็ตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มีกรณีอาจารย์ให้นักศึกษาหญิงอมนกเขาแลกเกรด จนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยุคของสุรพลถูกล้อเลียนว่าเป็นมหาวิทยาลัยนกเขา นับเป็นความเสื่อมเพราะสุรพล

47.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์

ก่อกรรม-เป็นอธิการของNIDAที่แสดงจุดยืนเคียงข้างพันธมิตร และผู้นำกองทัพอย่างเหนียวแน่น ละเลยหลักการประชาธิปไตยที่พร่ำสอนนักศึกษา

ผลกรรม-โดนกลุ่มนักศึกษานิด้าประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ประนามอย่างหนัก และเสนอให้หยุดพฤติการณ์ให้ท้ายพันธมิตร แต่ยังคงรับใช้อำมาตย์อย่างเหนียวแน่น

48.หงา คาราวาน

ก่อกรรม-ทิ้งจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยและประชาชนคนยากจนยากไร้ ขึ้นเวทีพันธมิตรที่ใกล้ชิดไฮโซราชนิกุล มีแนวนโยบายรุกรานเพื่อนบ้านในอินโดจีน นอกจากนี้ศิลปินหลายคนเช่น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อังคาร กัลยาณพงศ์ ไพวรินทร์ ขาวงาม วงโฮ้ป เป็นอาทิ ต่างก็มีพฤติกรรมทำนองเดียวกับหงา

ผลกรรม-โดนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในอดีตทั้งวิสา คัญทัพ และจรัล ดิษฐาอภิชัย ออกมาแฉชีวิตส่วนตัวและอุดมการณ์อย่างหมดเปลือก เสื่อมความเชื่อถือจากแฟนๆขาประจำทั้งประเทศ

49.อัญชลี ไพรีรักษ์

ก่อกรรม-เจ๊ปองเคยเป็นอดีตผู้อ่านข่าวช่อง 7 ต่อมาทำธุรกิจรายการวิทยุแล้วตามด่าทักษิณ เลยโดนปลดออกจากคลื่น หม้อข้าวโดนทุบจึงไปเข้าแก๊งกับเอกยุทธ อัญชัญบุตร เจ้าพ่อแชร์ชาร์เตอร์ ต่อมาก็มาประจำการที่เวทีพันธมิตรเป็นการถาวร ทำงานรับใช้นายวัฒนา อัศวเหม คนปากน้ำด้วยกัน

ผลกรรม-ได้ชื่อในเรื่องเป็นพิธีกรปากมอมประจำเวทีพันธมิตร แม้แต่แฟนคลับก็ยังอ่อนอกอ่อนใจ แถมโดนแมงลือใส่ไคล้เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดาราชายรุ่นใหญ่ขาประจำเวทีพันธมิตรให้อีก ทั้งที่อีกฝ่ายมีลูกเมียเป็นตัวเป็นตนแล้ว

50.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ก่อกรรม-เป็นกำลังหลักในการทำรัฐประหารยึดอำนาจ19กันยายน49 มีบทบาทโดดเด่นในฐานะทหารเสือราชินี ออกมาสำทับให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้งยุบสภา-ลาออกผ่านทางโทรทัศน์ถึง2ครั้ง สุดท้ายต้อนก๊วนเนวินเข้าไปหาที่บ้านพักในร.11พร้อมกับยื่นเงื่อนไขจาก"บุคคลที่ไม่อาจปฏิเสธได้"ให้เนวินสลายขั้วมาหนุนอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ไม่ยอมทำหน้าที่สลายการชุมนุมของพันธมิตรทั้งที่รัฐบาลจากการเลือกตั้งสั่งการถึง2ครั้ง แต่พอรัฐบาลหุ่นเชิดสั่งก็นำทหารออกมาปราบปรามประชาชนตอนเมษาเลือด

ผลกรรม-ถูกนานาชาติ ทั้งทูต ทูตทหาร สื่อมวลชนต่างประเทศโจมตีว่าเหตุใดทหารไม่เป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบในประเทศ ทั้งในตอนรัฐบาลนายสมัครประกาศฉุกเฉินตั้งให้อนุพงษ์ควบคุมเหตุการณ์ความไม่สงบในตอนวันที่2กันยายน2551 และตอนที่พันธมิตรยึดสนามบิน แต่พอทีกลุ่มเสื้อแดงเดินขบวนโดยสงบในช่วงสงกรานต์ กลับเคลื่อนรถถังและทหารออกปราบปรามอย่างป่าเถื่อน ทำให้กองทัพไทยถูกมองว่าเป็นกองทัพของประเทศด้อยพัฒนา แทรกแซงทำลายประชาธิปไตย แต่ไม่มีปัญญาแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้

51.อานันท์ ปันยารชุน

ก่อกรรม-เป็นเครือข่ายอำมาตย์ระดับสูงเชื่อมประสานระหว่างฝ่ายอำมาตย์กับวงการเอ็นจีโอ ผ่านการให้ทุน วงการสื่อสารมวลชน ทำลายฝ่ายประชาธิปไตย

ผลกรรม-ไปร่วมงานศพสารวัตรจ๊าบ ทำให้ประชาชนทั่วประเทศรุมประณามว่าเป็นพวกอีแอบอยู่เบื้องหลังฝ่ายอำมาตย์ที่ต่อต้านประชาธิปไตย

52.อภิชาต สุขัคคานนท์

ก่อกรรม-เป็นเครื่องมืออำมาตย์เผด็จการยุบพรรคเพื่อไทยและอีก2พรรค ทั้งที่พยานหลักฐานไม่ชัดเจน ต่อมาคนที่รับจ้างเป็นพยานเท็จออกมาแฉว่าถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณจ้างวานแล้วเบี้ยว แต่พอกรณีพรรคประชาธิปัตย์258ล้านชัดเจน แต่นายอภิชาตกลับมีความเห็นว่าให้ยกคำร้องไม่ต้องยุบ

ผลกรรมประชาชนทั้งประเทศจับตามองนายอภิชาตอยู่ว่าจะก่อ2มาตรฐาน ตอกย้ำวลีที่ว่า"ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด"ต่อไปอีกหรือไม่...


53.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ก่อกรรม-ต่อต้านรัฐบาลจากประชาชนเลือกตั้งไม่ลืมหูลืมตา เข้าข้างให้ท้ายพันธมิตรอย่างไม่เกรงใจใคร ร่วมมือกับผู้นำเหล่าทัพปล้นอำนาจรัฐบาลที่ประชาชนเลือกตั้ง เพื่อตัวเองจะได้ตั้งรัฐบาลแทน

ผลกรรม-อภิสิทธิ์ต้องชดใช้ผลกรรมที่ก่อแบบที่โดนฝ่ายประชาธิปไตยย้อนศรทุกเม็ด นับแต่การแถลงนโยบายรัฐบาลเป็นต้นไป แม้ได้เป็นนายกฯ แต่ก็ไร้เกียรติภูมิเพราะคนทั้งโลกเห็นว่าเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดของอำมาตย์ พันธมิตร กองทัพ อสิทธิ์ชนในประเทศไทย ไม่ใช่ตัวแทนที่ภาคภูมิใจของประชาชนชาวไทย และฝ่ายเสื้อแดงประกาศว่าอย่าหวังความเป็นสุขในการทำงาน ตราบที่ไม่มีความยุติธรรม ตราบนั้นก็ไม่มีสันติภาพที่จีรัง แต่พอเป็นนายกฯระบอบหุ่นเชิดแล้วกลับไร้ผลงาน ผลโพลล์ให้สอบตก เพราะเกาะโพเดี้ยมเป็นอาชีพหลัก สื่อทำเนียบตั้งฉายาว่า"หล่อหลักลอย"