WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, March 7, 2010

‘จรัล’ ลั่นนปช.สันติวิธีแน่ ตัดพ้อประชาสังคมอคติเสื้อแดง-ยอมรับกม.มั่นคง

ที่มา ประชาไท


7 มี.ค.53 ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดเสวนา “ลดอำนาจ กองทัพ ร่วมกันยกเลิกกฎหมายความมั่นคงภายใน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก” โดยกลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้า มีผู้อภิปราย ได้แก่ จรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.), ไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติ สมัชชาสังคมก้าวหน้า และอาเต็ฟ โซ๊ะโก อดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
จรัล แกนนำน นปช. กล่าวว่า เมื่อวานนี้อาจารย์โคมทม อารียา นักสันติวิธีคนสำคัญได้โทรมาสอบถามด้วยความห่วงใยว่าการชุมนุมจะมีความรุนแรงไหม ซึ่งตนได้บอกกับอาจารย์โคทมไปว่าจะแสดงความวิตกกับเสื้อแดงฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องส่งข้อความนี้ไปยังรัฐบาลด้วย และได้ข่าวจะมีคนกลุ่มหนึ่งออกมารณรงค์ติดสติ๊กเกอร์ “ชุมนุมก็ได้ ถ้าไม่ใช้ความรุนแรง” อย่างนี้เป็นการว่าฝ่ายเดียว ต้องเพิ่มประโยคท้ายด้วยว่า “รัฐอย่าปราบประชาชน”
จรัลกล่าวต่อว่า ตนได้คาดการณ์ให้อาจารย์โคมทมฟังว่ารัฐบาลอาจประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในสัปดาห์หน้า ปรากฏว่าอาจารย์โคทมเห็นว่ารัฐบาลสามารถประกาศใช้ได้ ตนจึงโต้แย้งไปว่าประกาศใช้ไม่ได้ จนกว่าเกิดเหตุความรุนแรงแล้ว และตนยังคาดต่อไปอีกว่าวันที่ 12 มี.ค.ตอนบ่ายรัฐบาลจะประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งอาจารย์โคทมกล่าวว่าหากประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะออกมาคัดค้าน
“จะเห็นว่ากฎหมายความมั่นคงที่เป็นปัญหามาก ไม่ใช่เพราะทหารออกมามาก แต่ปัญหาใหญ่คือ สังคมการเมืองไทยไม่รู้สึกอะไร เห็นด้วย แถมยังด่าพวกเราอีก ประเทศไทยกลับหัวกลับหาง ในประเทศอื่นถ้ารัฐบาลประกาศใช้กฎหมายแบบนี้ สังคมการเมืองจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แต่ประเทศไทย สังคมการเมืองกลับถามว่าทำไมต้องจัดชุมนุมด้วย เนื่องจากว่าสังคมการเมืองไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะใน กทม.อยู่ฝ่ายรัฐบาล อังคารหน้า ถ้ารัฐบาลประกาศใช้กฎหายพวกนี้ผมก็อยากรู้ว่า สื่อมวลชน เอ็นจีโอ องค์กรสิทธิต่างๆ จะว่าอย่างไร โดยเฉพาะผู้นำเอ็นจีโอที่ตอนนั้นปีนรั้วรัฐสภาไม่ให้กฎหมายนี้ผ่านวาระสาม พวกเขาจะรู้สึกยังไง” จรัล กล่าว
จรัลยังกล่าวด้วยว่า ในบรรดาแกนนำ นปช.นั้นมีความเป็นเอกภาพในเรื่องหลักสันติวิธี คนเสื้อแดงเป็นขบวนการทางสังคมที่ใหม่และใหญ่มากแบบที่เมืองไทยไม่เคยมีมาก่อน มวลชนมีความคิดอุมดการณ์ที่ก้าวหน้า และแกนนำจำต้องถนอมมวลชนเหมือนแก้วตา ไม่ให้ต้องประสบกับความสูญเสีย พ่ายแพ้ เพราะไม่เช่นนั้นอาจต้องใช้เวลาอีกยาวนานมากกว่าขบวนการประชาชนจะฟื้นตัว
“หนึ่ง ทำไมคราวนี้เราตั้งเป้าล้านหนึ่ง เพราะเราใช้สันติวิธี การต่อสู้ด้วยสันติวิธีมันชี้ขาดที่จำนวนคน ขนาดเดือนเมษาคนสองแสนกว่ายังไม่สำเร็จ ปริมาณคนจะชี้ขาดชัยชนะของการต่อสู้ด้วยสันติวิธี ถ้า นปช.ไม่ใช้สันติวิธี ไม่ต้องใช้คนเยอะขนาดนั้น สองหมื่นคนฝึกดีๆ ก็สู้กันได้แล้ว สอง นปช.ได้แถลงข่าวหลายครั้งหลายหน เมื่อมีข่าวว่า เสธ.แดงจะไปตั้งกองทัพประชาชน เราก็บอกไม่ใช่ นปช. คนละมุมกัน สาม ในช่วงเกือบเดือนที่ผ่านมา เราประชุมกันหลายครั้งมาก เราใช้เวลาถกเถียงกันเรื่องสันติวิธีเยอะ ทุกคนก็บอกต้องสันติวิธี ฉะนั้น ความรุนแรงถ้าจะเกิด ไม่ได้เกิดจาก นปช.แน่นอน” จรัลกล่าวและว่าการเคลื่อนไหวใหญ่ครั้งนี้มีเป้าหมายเล็กนิดเดียว เพียงต้องการให้รัฐบาลยุบสภา และมีการเลือกตั้งใหม่ตามระบอบประชาธิปไตย
จรัลกล่าวด้วยว่า การมีกฎหมายความมั่นคงนั้นเป็นไปเพื่อรองรับองค์กรอย่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งเปลี่ยนชื่อมาจากกองบังคับการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิวต์ และตั้งแต่ปี 2517 ก็ไม่มีกฎหมายรองรับ จากนั้นมีความพยายามจะออกกฎหมายมารองรับหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งสำเร็จในสมัยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
“การเคลื่อนไหวรณรงค์เพื่อให้ยกเลิกกฎหมายเหล่านี้ ต้องอาศัยหนึ่งหมื่นชื่อ ต้องเสนอเอาเอง และคงใช้เวลานานมาก แต่เราก็ต้องทำ ไม่ใช่เพราะเราจะเคลื่อนไหวสัปดาห์หน้า แต่เป็นหลักการว่าถ้ารัฐบาลประกาศใช้ ต้องต่อต้านคัดค้าน” จรัล กล่าวและว่าหากมีการยุบสภา มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยสิ่งที่รัฐบาลต่อไปควรจะต้องทำคือการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมกันขนานใหญ่
ไชยวัฒน์ จากสมัชชาสังคมก้าวหน้า กล่าวว่า การใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงทั้ง 3 ฉบับมักอ้างข่าวลือเรื่องความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และมักประกาศใช้ก่อนการชุมนมุ นอกจากนี้ยังนิยามสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยความมั่นคง ไว้อย่างคลุมเครือเปิดโอกาสให้รัฐสามารถตีความได้ตามใจชอบว่าจะใช้เมื่อไร อย่างไร ส่วนองค์กรที่จะใช้อำนาจ สำหรับกฎอัยการศึกนั้น เพียงผู้บังคับบัญชาการทหารที่คุมกำลังไม่น้อยกว่า 1 พันคน ก็สามารถประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ได้ ขณะที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้อำนาจนายกฯ โดยความเห็นชอบของ ครม. ซึ่งอาจารย์สมชาย ปรีชาศิลปกุล จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เคยตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายนี้นี้เกิดในในสมัยจอมพลป. ช่วงที่รัฐบาลไม่สามารถคุมทหารได้ จึงต้องสร้างเครื่องมือที่จะคุมสถานการณ์ได้ ส่วน พ.ร.บ.ความมั่นคง เกิดในสมัย คมช. กฎหมายฉบับนี้เสริมสร้างให้กลไกกองทัพแทรกแซงระบบบริหารราชการแผนดินได้เต็มที่ และทำให้ กอ.รมน มีกฎหมายรอบรับและมีบทบาทขึ้นอย่างมาก
ตัวแทนจากสมัชชาสังคมก้าวหน้า กล่าวต่อว่าไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงทั้ง 3 ฉบับนี้ เนื่องจากในส่วนของ พ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น ก่อนหน้านี้ 10 ปีก็ไม่มีกฎหมายทำนองนี้ ประชาชนก็สามารถอยู่ได้ เมื่อมีกฎหมายนี้หลังการรัฐประหารจึงมีความไม่สงบมากขึ้น ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นในทางปฏิบัติ พลเรือนก็ไม่มีอำนาจบังคับใช้ สั่งทหารไม่ได้อยู่แล้ว เช่นในช่วงรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือนายสมัคร สุนทรเวช ขณะที่กฎอัยการศึกหากจะประกาศใช้ก็ควรเป็นสถานการณ์สงครามกลางเมือง แต่เราก็พิสูจน์แล้วว่า การใช้ทหารปะทะกับความไม่พอใจของประชาชนตั้งแต่ยุคพรรรคคอมมิวนิสต์จนถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน ไม่สามารถแก้ไขข้อขัดแย้งได้ ที่สำคัญ สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำฝ่ายค้านก็เคยให้เหตุผลโต้แย้งกฎหมายนี้และต้องการให้ปรับแก้ตามที่หลายฝ่ายแสดงความวิตกกังวล
อาเต็ป โซ๊ะโก อดีตเลขาธิการ สนนท. และแกนนำนักศึกษาที่ลงไปทำงานรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เล่าถึงประสบการณ์ชาวบ้านในพื้นที่ว่า แม้จะต้องอยู่กับกฎหมายทั้ง 3 ฉบับมาเป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว แต่คนในพื้นที่ไม่มีความรู้ในรายละเอียดมากนัก บางทีชาวบ้านเชื่อว่ากฎหมายเหล่นี้เอื้อให้จับไปซ้อมทรมานได้ เพราะมีการอ้างกฎหมายเพื่อทำการเหล่านั้นในพื้นที่ หรือย่างที่มีการอ้าง พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อนำตัวไปล้างสมอง 6 เดือน
“ตั้งแต่ปี 47 มีการปล้นปืน กองทัพคุมไม่ได้ แต่หลังจากใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปี 48 นำสู่ยุทธการพิทักษ์ นำมาพร้อมกับ จีที 200 เราพูดตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าการใช้เครื่องมืออย่างจีที 200 เป็นการอ้างความชอบธรรมในการล้อมพื้นที่ควบคู่กับการประกาศใช้อัยการศึก จนเป็นข่าวเป็นคราว และถึงขณะนี้ก็ยังใช้กันอยู่”
อาเต็ฟกล่าวว่า พื้นที่มีทหารถึง 7 หมื่นกว่าคน มีกฎหมายรองรับ 3 ฉบับ จะทำอะไรก็ทำได้ นักศึกษาที่ลงไปทำงานในพื้นที่เรื่องสิทธิมนุษยชนก็ถูกจับกุมโดยทหารพราน ใครที่ใส่ชุดทหารพวกเขาต่างก็รู้สึกมีอำนาจ แต่โชคดีที่ตนเป็นคนเดียวที่ไม่ถูกซ้อมทรมานในช่วงที่โดนจับกุมไปขังในค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส หลังจากออกมาได้มีการสร้างคาราวานสอนกฎหมายประชาชนในพื้นที่ นำมาสู่การจับนักศึกษาราชภัฏยะลา 7 คน พวกเขาถูกซ้อมทรมานจนบางคนถึงกับเพี้ยนไป นำมาสู่การฟ้องกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก เป็นการฟ้องแพ่ง เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ฟ้องอาญา นี่เป็นสิ่งที่เราเจ็บปวดที่สุดที่ไม่สามารถฟ้องอาญากับคนที่ทำผิดได้ ทั้งนี้ เมื่อปี 2550 นักศึกษาเคยรณรงค์รวบรวมรายชื่อ เพื่อยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ แต่ไม่ใช่การยกเลิกกฎหมาย ขณะนั้นรวบรวมรายชื่อได้ 7 พันกว่าคน แต่ทหารใช้อำนาจจากกฎอัยการศึกไปยึดเอกสารนั้นไปแล้วเหตุเกิดที่จังหวัดยะลา

แดงออสเตรเลียต้่านมาร์คเยือนแดนจิงโจ้ ยื่นหนังสือนายกฯออสซี่-นัดชุมนุมตามขับไล่ทุกที่

ที่มา Thai E-News




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 มีนาคม 2553

แถลงการณ์กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย

สืบเนื่องจากการที่ กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย ได้ออกแถลงการณ์เพื่อประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่ ในการต่อต้านและคัดค้านการทำรัฐประหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2553 ทางกลุ่มได้ติดตามสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง และซึ่งมีข้อมูลและหลักฐานแสดงอันเชื่อได้ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ได้ร่วมมือกับกองทัพ สร้างสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศ เพื่อเป็นข้ออ้างให้เกิดความชอบธรรมในการทำรัฐประหารและยึดอำนาจจากประชาชนอีกครั้ง รวมถึงการใช้เป็นข้ออ้าง ในการปราบปรามประชาชน ซึ่งออกมาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการเรียกร้องประชาธิปไตยคืนหลังจากถูกทหารยืดไปตั้งแต่ 19 ก.ย. 2549

การที่นาย อภิสิทธิ เวชชาชีวะ ยืนยันที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ในช่วงที่ประเทศกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตเช่นปัจจุบัน อันอาจนำไปสู่การเสียเลือดเนื้อของพี่น้องคนไทยในชาตินั้น แสดงให้เห็นภาวะผู้นำที่บกพร่อง ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจะต้องกำกับดูแล และแก้ไขปัญหาของประเทศในภาวะวิกฤต แต่นายอภิสิทธิ์ กลับเลือกที่จะเดินทางมาเยือนประเทศออสเตรเลียแทน ดังนั้น การเดินทางมาออสเตรเลียในครั้งนี้ จึงไม่สามารถพิจารณาเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากแสดงให้เห็นถึงเจตนาของนายอภิสิทธิ์ ฯ ดังนี้

1. เปิดโอกาสให้กลุ่มทหารที่กระหายอำนาจในกองทัพกระทำการรัฐประหารโดยสะดวก เพื่อเป็นหนทางในการลงจากอำนาจแบบชอบธรรม เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ฯ เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้เลยในระยะเวลาที่ได้บริหารประเทศมา และเพื่อ อำพรางตนเองว่าไม่ได้เป็นพวกเดียวกับทหารที่ทำการรัฐประหาร

2. เพื่อหลบเลี่ยง หน้าที่และความรับผิดชอบกรณีเกิดความรุนแรงขึ้น อันจะนำไปสู่การยอมจำนนและประกาศยุบสภา ตามเสียงเรียกร้องของประชาชนจำนวนมาก ที่แสดงการไม่ยอมรับการบริหารงานของรัฐบาล

3. เพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการให้อยู่ต่อไป

4. มีพฤติกรรมในการขอลี้ภัยทางการเมืองกรณีเกิดรัฐประหารไม่สำเร็จซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วเป็นการหลบหนีคดีอาญาเนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ได้ทำร้ายและฆ่าประชาชนจำนวนมาก

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย จึงขอคัดค้านการเดินทางมาเยือนออสเตรเรียของนาย อิภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ระหว่าง 13 - 17 มีนาคม 2553 โดยจะดำเนินการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพภายใต้กฎหมายของประเทศออสเตรเลีย ดังนี้

1. ยื่นจดหมายถึง นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อคัดค้านการมาเยือนของ นาย อภิสิทธิ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทสไทย โดยมีเหตุผลในการยื่นคัดค้านดังนี้

• พรรคการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับฉันทานุมัติ จากเสียงสนับสนุนของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เป็นผู้บริหารประเทศจากการเลือกตั้ง

• นายอภิสิทธิ์ ฯ ได้รับการสนับสนุนในทางลับ จากการดำเนินการของคณะทหารที่ร่วมกันทำรัฐประหาร โค่นล้มรัฐธรรมนูณ ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยถูกต้องของประชาชน ตามหลักการประชาธิปไตยที่สากลประเทศ รวมทั้งประเทศออสเตรเลียยอมรับ เมือวันที่ 19 กันยายน 2549

• รัฐบาลโดยการนำของนายอภิสิทธ์ สังให้มีการการปราบปรามประชาชนผู้บริสุทธิ์ ด้วยการใช้อาวุธเข่นฆ่าเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2552 โดยไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดหรือตามที่สากลยอมรับ

• เป็นรัฐบาลซึ่งไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย เรื่องพื้นฐานทางด้านสิทธิมนุษย์ชน ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกขององค์กรสหประชาชาติ จะต้องยอมรับและปฎิบัติตาม

• คนไทยในประเทศออสเตรเลียไม่ประสงค์จะให้รัฐบาลออสเตรเลียนำภาษีที่ได้จากประชาชนซึ่งส่วนหนึ่งเป็นภาษีที่เก็บจากคนไทยที่มีถิ่นอาศัยและประกอบอาชีพในประเทศออสเตรเลียไปใช้ในการต้อนรับผู้นำที่มาจากเผด็จการ


2. นัดหมายกลุ่มคนไทยผู้รักประชาธิปไตยที่เห็นด้วยกับการคัดค้านการเดินทางมาเยือนของนายอภิสิทธิ์ ฯ ในวันระหว่างวันที่ 13-17 มีนาคม 2553 เพื่อแสดงออกถึงการไม่ยอมรับผู้นำที่มาจากระบบเผ็ดจการ ในทุกสถานที่ ที่นายอภิสิทธิ์ ฯ มีกำหนดการในประเทศออสเตรเลีย

ทั้งนี้จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน

THAI RED AUSTRALIA

7 มีนาคม 2553

“๖ ตุลา” แห่ง พ.ศ.๒๕๕๓

ที่มา Thai E-News




โดย จิตร พลจันทร์
ที่มา คอลัมน์คมความคิด จิตร พลจันทร์ นิตยสาร Voice of Taksin ฉบับที่ 16

จิตรงัด “แผนนองเลือด” มาแฉคราวก่อน ก็เพื่อให้พี่น้องผองเพื่อนได้เตรียมตัวเตรียมใจ มัวแต่หลอกคนดูว่าเขาสู้กับตาเปรม ตาสุรยุทธ์ ตาปีย์ ตาประยุทธ์ หรือพวกลูกตะขบนี้อยู่ จะพามวลชนไปซวยเสียเปล่าๆ

คู่ต่อสู้ตลอดมาและคู่ต่อสู้ในบัดนี้ของชาวประชาธิปไตย ไม่ได้เปี๊ยนไป๋แต่ประการใดเลย ยังเป็น “หลวงนฤบาล” แห่ง “โรงแรมผี” ตนเดิมนั่นแหละเจ้า

ผีตัวนี้มันร้ายนัก สิงสู่เมืองไทยหยั่งกะลิงจับหลัก ไม่ยอมไปผุดไปเกิดเสียที ขนาดนรกรอรับอยู่ไม่ต่ำกว่าสามขุม คือขุมฆาตกรรม ขุมสูบเลือดประเทศ และขุมโกหกพกลม (ว่าเป็นคนดีแสนดี) ก็ยังด้านเล่นยี่เกอยู่นั่นแล้ว ถึงคนดูถอดเกือกขว้างกบาลก็ยังไม่พอ ต้องช่วยกันรื้อเวทีไล่แล้วเอาน้ำร้อนราดตามนั่นแหละ

แฉแล้วจิตรก็นึกขึ้นได้ว่า คนรุ่นหลังๆ ที่ไม่รู้แผนนองเลือดฉบับปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ คงจะมีอีกแยะ นั่นเป็นหนึ่งในสูตรสำเร็จของแผนนองเลือดเลยนะจะบอกให้


เหตุการณ์ไทยฆ่าไทยด้วยกันอย่างทารุณครั้งนั้น ที่เรียกว่า “เหตุการณ์ ๖ ตุลา” เหมือนเป็นแบบฝึกหัดของ “หลวงนฤบาล” ว่าถ้าจะลงมือฆ่าคนจำนวนมากๆ และฆ่ากลางเมืองชนิดไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนกันอีกแล้วนั้น ต้องทำจะได๋ จิตรว่าคนที่ร่วมเหตุการณ์หรือคนที่มาตามอ่านตามค้นทีหลัง จะรู้ทันทีว่า “ปิศาจ” ตนนี้มันชอบนองเลือดนัก

ถ้าเข้าใจว่าเหตุการณ์เมื่อสามทศวรรษที่แล้วเกิดเพราะอะไร เกิดอย่างไร และจบด้วยอะไร จะรู้เลยว่าอำมาตย์ในวันนี้คิดอะไรอยู่ในใจ

จิตรออกตัวซะก่อนว่า คนที่รู้ดีกว่าจิตรมีอีกเป็นพะเรอเกวียน ตรงไหนผิดพลาดตกหล่น ก็อย่าชี้อยู่ห่างๆ เลย บอกกล่าวเล่าสิบกันมั่งเถิดนะเจ้า

ต้องย้อนกลับไป พ.ศ.๒๕๐๑ โน่น ตอนนั้น “หลวงนฤบาล” แกไปสอพลอทหารใหญ่ที่ลุ่มหลงในแนวความคิดเรื่อง “ที่สูงที่ต่ำ” คือ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ให้กลืนน้ำลายตัวเอง ด้วยการโค่นนายเลิฟที่ตัวไปสบถสาบานว่าจะรักและจงรักภักดียิ่งกว่าหมาที่จูงมาให้ในวันเกิด แล้วฟูขึ้นเป็นเผด็จการคับบ้านคับเมือง

หลวงนฤบาลแกก็ใช้อำนาจผ่านอีตาจอมพลผ้าขะม้าแดง (ต้องนุ่งผ้าขะม้าอยู่ตลอดเพราะแกมีเซ็กส์เกือบตลอดอย่างคนโรคจิตติดเซ็กส์) ใช้อำนาจฆ่าคนหัวเอียงซ้ายที่แกกลัวจะมาโค่นแก แถมมีกฎหมายออกมาตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนตัว แล้วตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๑ แกก็หาเงินเข้าพกเข้าห่อขนาดหนักเพื่อสร้างฐาน ช่วงนั้นเมืองไทยเป็นเผด็จการเสียยิ่งกว่าช่วงไหนๆ ก็เผด็จการทหารกับเผด็จการโบราณมันผสมพันธุ์กันนัวออกหยั่งงั้น

ต่อมาสฤษดิ์ตาย คนที่นายสฤษดิ์ปั้นไว้ก็มานั่งแป้นแล้นแทน กลายเป็นระบอบเผด็จการถนอม-ประพาส-ณรงค์ในเวลาต่อมา พอถึง พ.ศ.๒๕๑๖ “หลวงนฤบาล” แกชักรู้สึกว่าหมารับใช้ฝูงนี้มันชักจะมากเรื่อง ที่สำคัญคือ “กร่าง” เหลือกำลังลาก ขนาดพันเอกณรงค์ กิตติขจร ทำท่าจะเทียบรัศมีลูกชายเจ้าปัญหาของคุณหลวงเลยทีเดียวเชียว อีตาประพาสก็โกยเงินโกยทองหยั่งกะคนบ้า “หลวงนฤบาล” แกก็เลยโค่นซะ

โดยหลบอยู่หลังขบวนการที่มีประชาชนลุกฮืออยู่ข้างหน้า เอา คึกฤทธิ์ ปราโมช มาทำประชาสัมพันธ์ออกข่าว ทำจิตวิทยามวลชน เอา พลเอกกฤษณ์ สีวะรา มาคอยโค่นถนอมจากในกองทัพบก เบ็ดเสร็จแล้วเอาคนของตัวมาเป็นรัฐบาลเสียสองสมัยรวด ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชน (ชั่วคราว) เอา “หลวงตา” ของสัญญา ธรรมศักดิ์มาทำให้หุ้น “ความซื่อสัตย์” มันขึ้นราคาซะหน่อย (หลวงตาแกซื่อสัตย์จริงจิตรไม่เถียง แต่หลวงนฤบาลแกเล่นหลอกหลวงตาอีกต่อหนึ่งน่ะสิ)

ทีนี้พอรัฐบาลเลือกตั้งเข้ามาสวมแทน คุณหลวงปิศาจก็ทำการกวนแข้งตลอด ไม่ว่าจะรัฐบาลเสนีย์ คึกฤทธิ์ และกลับมาเสนีย์อีกสมัยหนึ่ง โอ๊ย...แกกวนไม่หยุด โชคดีที่ไปเจอคนกวนเมืองพอๆ กันคือคึกฤทธิ์ พอคุณหลวงโรคจิตแกสั่งให้ลาออก เพื่อจะเอาคนการเมืองที่แกเตรียมไว้มาเป็นแทน “เฒ่าสารพัดพิษ” คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ตวัดหางประกาศยุบสภาทันทีทันควัน คุณหลวงแกก็เลยงงไม่เสร็จ

เรียกว่าความรอบจัดของแกยังไม่เท่าพวกนี้ คุณหลวงผีสิงแกก็เลยเล่นเกมใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดเปื้อนเลือดที่แกชอบใจนักหนา และคงขุดซากกลับมาใช้ใหม่ใน พ.ศ.๒๕๕๓ แกจัดตั้งมวลชนขวาจัดขึ้นมาอย่างเงียบๆ ให้ขึ้นกับแกโดยตรง เครือข่ายลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง นวพล ผุดขึ้นพร้อมกับคนพันธุ์เดียวกันอย่าง ดร.วัฒนา เขียววิมล พลเอกประพันธ์ กุลพิจิตร พลเอกสำราญ แพทยกุล พลตรีสุตสาย หัสดิน มีหน่วยงานของพระติดอาวุธอย่างสำนักจิตตภาวันวิทยาลัย ของพระเทพกิตติปัญญาคุณ หรือนายกิติศักดิ์ กิตติวุฑโฒ ที่เรียกกันติดปากว่า กิตติวุฑโฒ นั่นด้วย

พอจบกระบวนการเตรียมตัวแล้ว แกก็เริ่ม “แหย่” ฝ่ายประชาธิปไตยด้วยการกวักมือเรียก จอมพลประพาส จารุเสถียร กลับมาเมืองไทยแบบลับๆ ก่อน อยู่บ้านแถวโรงงานยาสูบใกล้ช่อง ๗ เพราะตาประพาสแกมีบุญคุณอยู่กับช่อง ๗ เอาทหารตำรวจไปล้อมบ้านไว้เต็ม พอทำท่าจะไม่ดี แกก็ให้กลับไปต่างประเทศก่อน

ต่อมาอีกไม่นานก็แหย่ใหม่ คราวนี้เล่นแรงเลย เอาตัวจอมพลถนอมบวชเณรกลับมาอยู่ที่วัดบวรอย่างสง่าผ่าเผย วัดบวรของใครก็รู้อยู่ จิตรคงไม่ต้องสอนหนังสือสังฆราช (จะสังฆราชชื่ออะไรก็ช่างเหอะ) เรื่องนี้เล่นเอารัฐบาลหม่อมเสนีย์ ปราโมชถึงขั้นเดินไม่เป็น ตอนหลังก็พลาดท่าเสียทีทั้งนอกรัฐบาลและในคณะรัฐมนตรีเอง

เพราะพรรคชาติไทยที่ร่วมรัฐบาลเป็นลูกกะเป๋งของหลวงนฤบาลตอนนั้น จนนายกเสนีย์ทำท่าจะสะดุดขาตัวเองหัวฟาดพื้นอยู่แล้ว หลวงนฤบาลแกก็ใช้ฝ่ายขวาของแกเข้าพิฆาตซ้าย ซึ่งความจริงไม่ใช่ซ้ายแต่เป็นชาวประชาธิปไตยทั้งนั้น ที่ลานโพธิ์ ธรรมศาสตร์ เพราะฝ่ายต่อต้านจอมพลถนอมไปรวมอยู่ที่นั่น สังหารโหดลูกหลานร่วมชาติอย่างเลือดเย็นที่สุด จิตรกราบขอร้องให้ทุกคนที่ไม่เคยเห็นไปหาภาพถ่ายสมัยนั้นมาดูด้วยตา จะรู้ว่ามันแผ่นดินธรรม-แผ่นดินทอง หรือ “แผ่นดินดำ-แผ่นดิน (เลือด) นอง” กันแน่

ในการทำลายฝ่ายประชาธิปไตยเพื่อยึดอำนาจที่แกนึกว่าเป็นของแกคืนนั้น แกเริ่มใช้สูตรของการยึดอำนาจในระดับสูงสุดที่ตอนหลังแกชำนาญมาก

ขั้นตอน “แผน ๖ ตุลา” ของแกมีดังนี้

๑. ตั้งเครือข่ายคนรัก (ความจริงคลั่ง) ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ขึ้นมา ให้เงิน ให้อาวุธ และให้กำลังใจ (เช่น พระเครื่อง เป็นต้น)

๒. ใช้สื่อทำลายภาพฝ่ายตรงข้ามให้เลวระยำ สมัยนั้นบอกนักศึกษาเป็นลูกญวนลูกแกว ติดอาวุธจะยึดเมืองไทย รัฐบาลเสนีย์เป็นคอมมิวนิสต์ หรือมีคอมมิวนิสต์อยู่ในคณะรัฐมนตรี สมัยนี้ใช้วิธีตอแหลว่าฝ่ายประชาธิปไตยคิดล้มเจ้า จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง คดโกงสารพัด

๓. แหย่ให้เกิดสถานการณ์ เป็นเงื่อนไขให้ใช้ความรุนแรงได้ ตอนนั้นคือให้ถนอมกับประพาสเข้าเมืองอย่างลับๆ มาเป็นตัวล่อ ตอนนี้ใช้การยึดทรัพย์คุณทักษิณมายั่วอารมณ์คน ถ้าไม่สำเร็จก็คงจะหาอย่างอื่นมายั่วต่อไปตามสูตร

๔. ซ่อนตัวให้มิดชิด

๕. เตรียมรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีพิเศษ พ.ศ.๒๕๑๙ เตรียมศาสตราจารย์กฎหมายขวาตกขอบชื่อ ธานินทร์ กรัยวิเชียร เอาไว้ เข้ามาได้ก็ประกาศว่าจะพัฒนาประชาธิปไตยยาวนาน ๑๒ ปี (โดยเป็นเผด็จการในระหว่างที่คอย) ตอนนี้คุณหลวงสั่งโปรโมท พลากร สุวรรณรัฐ พอขบวนการประชาธิปไตยถูกทำลายจนล้มคว่ำลงแล้ว ก็คงเอาคนใหม่ขึ้นหิ้งแทน

๖. เตรียมรัฐธรรมนูญฉบับฟื้นฟูอำนาจตัวเอง ซ่อนอำนาจเผด็จการไว้ให้แนบเนียน พ.ศ.๒๕๑๙ ก็ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๑๗ ที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยมาก แล้วไปงัดฉบับ พ.ศ.๒๕๒๑ มาใช้ จนเกิดรัฐบาลแบบรัฐบาลเปรมครอบงำเมืองไทยมาอีกเป็นสิบปี

จิตรขอป่าวประกาศว่าเมืองไทยขณะนี้อยู่ที่ “ข้อ ๓” เจ้าข้าเอ๊ย!

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง(7มี.ค.):เรามาจากทุกทั่วสารทิศ

ที่มา Thai E-News




กรณ์โกหก-ว่าไม่ได้สนับสนุนรัฐประหาร ๑๙ กันยา(รายละเอียด)
แต่เราทราบว่าไม่กี่วันหลังรัฐประหารเขาสนับสนุนรัฐประหาร ชม คมช. และสุรยุทธ์ ในบทสัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศดังนี้

Korn Chatikavanij said that “there was no constitutional” method of getting rid of Taksin. Korn then went on to praise Prime Minister Gen. Surayud, saying that the new appointed government was “not a military government”. He also said that he “respected” the junta for trying to establish political “stability”.

(Interviews with ABC news 20 September 2006, International Herald Tribune 29 September 2006 and with Bangkok Business Day 22 September2006.)-จับผิดโกหกโดย โดย ใจ อึ๊งภากรณ์***


โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
7 มีนาคม 2553

***สังคมข่าวชาวเสื้อแดง โดยนักข่าวชาวรากหญ้า ประจำวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 เป็นบรรยากาศโหมโรงเตรียมพร้อมกับการเคลื่อนพลทั้งแผ่นดินในช่วง12-14มีนาคมศกนี้ หากอำมาตย์และข้าทาสบริวารอ่านคอลัมน์นี้ต่อไปดีๆก็จะได้รู้ว่าไม่ได้มีแต่คนจนคนชนบทเข้าร่วมกิจกรรมหนนี้...พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยที่อยากส่งข่าวสาร กิจกรรมต่างๆแจ้งมาที่thaienews99@googlegroups.com จ้า***


กราบ!-องค์กรเลี้ยวซ้ายขอเชิญร่วมประชุม วันอาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม เวลา 10.30 น. ห้องกระจก ชั้น 2 ตึก 2 รัฐศาสตร์ จุฬา หัวข้อศึกษาชนชั้นกลางเป็นพลังนำการปฏิวัติ ได้หรือไม่ อย่างไร? +วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดย วัฒนะ วรรณ หลังจากประชุมเสร็จ เชิญเข้าร่วมเวทีเสวนา ของสมัชชาสังคมก้าวหน้า เรื่องการยกเลิกกฎหมายเผด็จการ ที่ห้องประชุม 13 ชั้น 2 ตึก 3 ในเวลา 13.00 น.


***ทะลึ่ง!กองปราบรวบเสธ.แดงนอนซังเต ตอนพาเคทองไปมอบตัว ด้วยคดีว่าพาเคทองหนี.. เหมือนๆจะไปแหย่ให้เสธ.แดงทนไม่ไหว ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงยังไงยังงั้น ทีหัวโจกพันธมิตรทำไมตำรวจกลัวหัวหด ทั้งที่โดนกระทืบสารพัด***

***นิตยสารVoice of Taksinจะเปิดแถลงข่าวบ่ายวันนี้ หลังจากโดนประชาธิปัตย์ให้ร้ายป้ายสีว่าทำหนังสือไปในทางหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อย่าลืมแถลงข่าวขอบคุณทางเวบผู้จัดการและพันธมิตรที่ช่วยโฆษณาหนังสือนะฮะ...***

***ประกาศฉบับที่ 1 เรื่องตั้งศูนย์ประสานงานและรับแจ้งเหตุช่วยเหลือคนเสื้อแดง-ตอนนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุ และช่วยเหลือคนเสื้อแดง มีเจ้าหน้าที่ 3-4 คนคอยรับโทรศัพท์ 24 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. จนกว่าจะสิ้นสุดการชุมนุม หมายเลขประสานงาน โทร 0-2962-6683 หรือ 08-4711-9121 พร้อมมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วมอเตอร์ไซค์ 4-5 คันคอยตระเวนตลอดการชุมนุม เพื่อดูแลคนเสื้อแดง และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานกรณีมีการใส่ร้ายคนเสื้อแดงว่าสร้างสถานการณ์ จากนั้นจะมีทีมนักกฎหมายไว้ช่วยเหลือ โดยมีนายคารม พลทะกลาง ทีมทนายความคนเสื้อแดงเป็นผู้ประสานงาน***

***โหมโรงเมืองไทย-หลังจากนปช.แดงทั้งแผ่นดิน โหมโรงปราศรัยที่โคราชเมื่อค่ำวันที่ 5 มีนาคมที่ลานย่าโม มีพี่น้องชาวโคราช และเสื้อแดงภาคอีสาน 19 จังหวัดเข้าร่วมแน่นขนัด

สถานที่โหมโรงถัดไปจัดในอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม นี้ขอเชิญชวนพี่น้องเสื้อแดงระยอง และจังหวัดใกล้เคียงรวมพลังฟังการปราศรัย ที่หลังห้างแหลมทอง อ.เมือง ระยอง และชมถ่ายทอดสดทีวีทางช่องสถานีประชาชน ( พีเพิล แชนนัล ) ตั้งแต่เวลา 17.00 น เป็นต้นไป***

***เสวนาที่ริมหาดหัวหิน-เรื่องวิกฤตเศรษฐกิจของชาติภายใต้รัฐธรรมนูญปี2550โดย ศุภรัตน์ นาคบุญนำ , อ.คนิณ บุญสุวรรณ และ ดร. สุชาติ ธาดาธำรงเวช ที่ อ. หัวหิน วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 เวลา 13.00-17.00 น. ณ นาวีภิรมย์ สโมสรทหารเรือ ริมหาดหัวหิน จ.ประจวบฯ สนใจสอบถามที่ อ.สหัสชัย อนันต์เมฆ ผู้ดำเนินรายการ 087-6652856***


โหมโรงเมืองนอก-พี่น้องคนไทยที่รักประชาธิปไตยในต่างประเทศก็โหมโรงเช่นกัน ในภาพคุณนำชัย ประธานกลุ่ม redjapan truth to day และคุณ เจี๊ยบแจแปน ประธานกิตติมศักดิ์ พร้อมกับพี่น้องแนวร่วมชาวไทยเสื้อแดงญี่ปุ่น ได้ไปยื่นหนังสือต่อสถานทูตไทยในญี่ปุ่ย เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2553 กรณีนายกฯทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลที่มีสองมาตรฐาน และเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้แก่ประชาชน

ข่าวจากญี่ปุ่นแจ้งว่า ในตอนแรกเราก็จะมีมวลชนมากันหลายจังหวัดจะมีการพากันมาทางรถบัสอีกสองคัน แต่ด้วยการประสานงานทางสถานทูตที่คลุมเครือ เราจึงต้องลดจำนวนลง ขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นที่ได้ให้ความร่วมมือ และอำนวยความสะดวกแก่พวกเรามาก และพี่น้องคนไทยเสื้อแดงของเราที่มาก็น่ารัก ตามประสาคนเสื้อแดง จนทางตำรวจชอบใจมากๆเพราะ เราอธิบายให้ตำรวจว่าเรามา เพราะเรารักบ้านเมืองประเทศชาติของเรา และอยากบอกพี่น้องที่อยู่ทั่วโลกว่าเราถึงเวลาแล้วที่พี่น้องเราจะลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวไทย***

***สำหรับ"กลุ่มแดงญี่ปุ่นความจริงวันนี้" หรือ Red Japan Truth Today มีประธานกลุ่ม คือคุณนำชัย และประธานกิติมศักดิ์ คือคุณเจี๊ยบเจแปน ประชาสัมพันธ์ คุณสมคิด คุณธนา คุณไชยา แกนนำในพื้นอีกหลายพื้นที่ ต่อไปนี้เป็นแถลงการณ์ที่ยื่นต่อสถานทูตไทย


***พี่น้องเสื้อแดงไทยในต่างประเทศหลายแห่ง นอกจากญี่ปุ่นแล้วหลายประเทศก็ออกมาเคลื่อนไหวในโอกาสการชุมนุมใหญ่ที่จะถึงนี้ด้วย รวมทั้งเสื้อแดงไทยในสหรัฐฯ กลุ่มแดงยูเอสเอ/พลังไทย/เรดนิวส์ นัดพบผู้รักประชาธิปไตย คนเสื้อแดง หรือผู้สนใจเพื่อหนุนช่วยการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในประเทศไทย

สถานที่:ร้านอาหารเสริมมิตร 4814 Melrose Ave. Los Angeles, CA 90029 วันเสาร์ที่ 13 March 2010
เวลา: 7:00 p.m. เป็นต้นไป

ขอเชิญคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยทุกท่านมาร่วม War Room เพื่อประเมินสถานะการณ์ในการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 13 มีนาฯ ณ ร้านอาหารเสริมมิตร บนถนน Melrose, California ตั้งแต่เวลา หนึ่งทุ่มเป็นต้นไป.. อาหาร เครื่องดื่มฟรี ..ใครที่อยู่ในแอลเอ หรือเมืองใกล้เคียงขอเชิญทุกท่านเลยจ้า....มาช่วยกันสร้างประวัติศาตร์ร่วมกับพี่น้องคนเสื้อแดงทางเมืองไทยด้วยกัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณเนตร 562/ 139-5652 คุณสนั่น เมลโรส 323/ 286-8722 คุณเบญจะ310/ 706-7023***

***เสื้อแดงมลรัฐอิลลินอยส์ USAขอเชิญพี่น้องสมาชิกทุกท่าน ร่วมชุมนุมพูดคุย + ที่ร้านอาหาร และระดมทุน(fundraising) สมทบทุนช่วยหน่วยปฐมพยาบาลเสื้อแดง ที่จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในเดือน มีนาคมนี้ พบโฟนอินจากนายกฯทักษิณ(Phone-in from the P.M. TS) สถานที่ Dharma Garden Thai 3109 W Irving Park (between Albany Ave & Troy St) Chicago, IL 60618
(773) 588-9140 วันเสาร์ 13 มีนาคม 2553 เวลาดินเนอร์ 6 โมงเย็น รายละเอียดhttp://illinoisredshirts.blogspot.com/***


***กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลียออกแถลงการณ์ต่อต้านการรัฐประหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพไทยและรัฐบาล หากมีการระดมกำลังของกองทัพทำการรัฐประหาร หรือมีการปราบปรามประชาชนผู้รักประชาธิปไตย พวกเราและคนไทยที่รักประชาธิปไตยในออสเตรเลียทุกคน จะออกมารวมตัวกันที่บริเวณ Archibald Fountain(น้ำพุ) ของHyde Park, Sydney ด้าน St. James railway station โดยจะร่วมกันประกาศประนาม ให้ประชาชนและสื่อมวลชน รวมทั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศออสเตรเลียทราบ

รวมถึงจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐบาลออสเตรเลียให้ทราบถึงการกระทำที่เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพไทยและกลุ่มอำมาตย์ โดยจะใช้สิทธิ์ของความเป็นคนไทย ดำเนินการในทุกวิถีทาง เพื่อต่อต้านการรัฐประหารในครั้งนี้จนถึงที่สุด

กลุ่มพลังประชาธิปไตยไทยในออสเตรเลีย พร้อมทั้งคนไทยและคนในประเทศออสเตรเลียผู้รักประชาธิปไตย รวมถึงเครือข่ายของคนไทยที่รักประชาธิปไตยทั่วโลก จะร่วมกันดำเนินการต่อต้านการรัฐประหารหรือการเข้ามามีอำนาจใดๆโดยไม่ผ่านวิถีทางประชาธิปไตย และจะร่วมสนับสนุนการต่อสู้ของขบวนการประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในประเทศไทย เพื่อให้ได้มาของระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ และเพื่อปกป้องชีวิตพี่น้องร่วมชาติที่จะถูกกองทัพและกลุ่มอำมาตย์ละเมิดสิทธิมนุษยชนจนถึงที่สุดเช่นเดียวกัน***

***ขอเชิญชาวเสื้อแดงไทยในเยอรมันรอบ ๆ แคว้น NRW (Nordrhein-Westfalen)และพี่น้องผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยร่วมงานวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม คศ.2010
เสื้อแดงไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เขตเมือง Dortmund จัดชุมนุม (อาหารฟรี เครื่องดื่มจ่ายเอง)เวลา 12.00 น.-19.00 น. ณ ร้าน BAKUDA,Weisenburger str.8, 44137 Dortmund สนทนาเรื่องประชาธิปไตยกับ อาจารย์ ไจ อึ๊งภากรณ์ มีวิดิโอฉายเรื่องราวการต่อสู้ -เอกสารความรู้ประชาธิปไตยในงาน

มิตรเสื้อแดงต่างถิ่น ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียด คุณอำนวย Dockweiler มือถือ 0176 3818 74 07 ทุกวัน***

***การชุมนุมนับแสนโดยสันติ ...สืบเนื่องจากการที่ผู้คนจำนวนมากกำลังคิดและพยายามหาทางออกเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองและทางสังคมด้วยวิธีการต่างๆ ทางสถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ ได้ปรึกษาหารือร่วมกับทางคณะนิเทศน์ศาสตร์เกี่ยวกับบทบาทของสื่อสารมวลชนในเรื่องนี้ ทั้งได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นร่วมกันว่า ควรจะได้มีการรวบรวมข้อคิดรวมถึงการเน้นถึงการรำลึกถึงสติและความไม่รุนแรง ซึ่งเป็นภาระหน้าที่หนึ่งของสถาบันฯ จึงได้ดำริที่จะจัดการอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อคิดต่างๆ อันเป็นที่มาของข้อเสนอในการจัดอภิปรายหัวข้อ “การชุมนุมนับแสนโดยสันติ : ข้อคิดและการจัดการ” ในวันอังคารที่ 9 มีนาคม 2553 เวลา 9.30 -12.00 น. ณ ห้องประชุม คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหายัพ โดยมีรายละเอียดดังนี้


เสวนาหัวข้อ “การชุมนุมนับแสนโดยสันติ” : ข้อคิดและการจัดการ”...
วิทยากร
- ดร.มารค ตามไท - ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง - รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล - อ.ศรีธรณ์ โรจนสุพจน์ หรือผู้แทนวงการสื่อมวลชน - อ. ณัฐกรณ์ วิทิตานนท์ และ คุณลัขณาปันวิชัย (คำ ผกา)

- ดร.ไชยันต์ รัชชกูล: ผู้ดำเนินการอภิปราย…


จัดโดย สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ... วันอังคารที่ 9 มีนาคม 2553 เวลา 9.30 -12.00 น. ...ณ ห้องประชุม คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ...ถ่ายทอดโทรทัศน์อินเตอร์เนต โดย สมาพันธ์ชาวเหนือเพื่อประชาธิปไตย ที่http://www.newskythailand.us***

***กลุ่ม "คนเสื้อแดงราชบุรี "โหมโรง-นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี แจ้งข่าวขอเชิญทุกท่านเชิญร่วมฟัง ร่วมคิด ร่วมเสวนา “ความจริงประเทศไทย ประชาธิปไตยและความยุติธรรม มีจริงหรือ” วัน พฤหัส ที่ 11 มีนาคม ณ โรงแรมเวสเทิร์นแกรนด์ ถนนเพชรเกษมสายเก่า อ.เมือง จ.ราชบุรี ตั้งแต่เวลา 13.00น. ถึง 16.00น. พบวิทยากร
-คุณ พงศ์เทพ เทพกาญจนา
-ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช
-ดร.สุนัย จุลพงศธร
-ดำเนินรายการโดย คุณ ศุภรัตน์ นาคบุญนำ


หลังเสร็จสิ้นการสัมมนา ขอเชิญคนเสื้อแดงราชบุรีทุกท่านร่วมประชุมพูดคุยเพื่อเตรียมการเข้าร่วม ชุมนุมใหญ่ ( 16.00-17.00น)

ขอเชิญ ทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ สร้างปัญญา หาทางออกให้กับประเทศร่วมกัน ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายจัดโดย กลุ่ม”คนเสื้อแดงราชบุรี” และเครือข่าย รายละเอียดติดต่อ 081-494-9984 081-494-9984 และ 084-342-3386 084-342-3386***

***ขบวนรถของ นปช.แดงเชียงใหม่ ทะลุ 500 คันแล้ว-จากการรวบรวมรถและรายชื่อมวลชนที่จะเดินทางเข้า กทม. ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ นับถึงค่ำวันศุกร์ที่5มีนาคม ยอดจำนวนรถส่วนตัวเกิน 500 คันไปแล้ว คาดว่างานนี้น่าจะเกินหลัก 1,000 คันแน่นอน ตอนนี้กำลังรวบรวมรายชื่อกันอย่างคึกคัก

นปช.แดง อ.เมือง ลงชื่อได้ที่ สถานีวิทยุ 4 จุด

1. วิทยุเสรีชน 89.25 MHz. อาคารอังเกตุพาวิลเลี่ยน ข้าง ม.พายัพ
2. วิทยุรถแดง 95.75 MHz. ประตูหายยา ( ประกาศนำรถสี่ล้อแดงเข้า กทม. 100 คัน )
3. วิทยุปูนิ่มเรดิโอ 99.00 MHz. เวียงกุมกาม
4. วิทยุนกมหวรรณ 105.50 MHz. หลังตลาดสดแม่เ...๊ยะ

นปช.แดงสันกำแพง ลงชื่อที่แม่น้อย ในตลาดสดสันกำแพง
นปช.แดงแม่ออน ลงชื่อที่คุณสมบัติ ศูนย์แม่ออน
นปช.แดงดอยสะเก็ด ลงชื่อที่คุณประสิทธิ์ ศูนย์ฯ ข้างสหกรณ์
นปช.แดงสันทราย ลงชื่อที่ พ.ต.ท.สุพล
นปช.แดงแม่ริม ลงชื่อที่ร้านปลาชานเมือง
นปช.แดงหางดง ลงชื่อที่เจ้ม่วย น้ำแพร่
นปช.แดงสันป่าตองลงชื่อที่ คุณโอ๋มะขามหลวง , เจ้น้อยโรงน้ำแข็งทุ่งเสี้ยว
นปช.แดงแม่วางลงชื่อที่ อ้ายคำบ้านกาด , อ้ายเสริฐแม่วิน
นปช.แดงสายใต้ ดอยหล่อ จอมทอง ฮอด ดอยเต่า อมก๋อย แม่แจ่ม ลงชื่อที่คุณบุญช่วยจอมทอง
นปช.แดงแม่แตง ลงชื่อที่อ้ายเฮือน
นปช.แดงเชียงดาวลงชื่อที่คุณเปี๊ยก บ้านถ้ำ
นปช.แดงลุ่มน้ำฝาง แม่อาย ไชยปราการ ลงชื่อที่ลุงหนานปัน
นปช.แดงนครหริภูญชัย ลงชื่อที่คุณสว่าง , คุณมาลี
และส่งรายชื่อ ลงรายชื่อ ได้ที่งานทอดผ้าป่าสามัคคี ที่เวทีปราศรัยใหญ่ บ้านร่องขุ่น วันที่ 9 มีนาคม นี้***

*** ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ จัดเวทีประชาธิปไตย และหาเงินทุนใช้สำหรับเดินทางเข้าร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 12 – 14 มีนาคม โดยการตั้งกองผ้าป่าสามัคคี รวมพลังสามัคคี นปช.แดงเชียงใหม่ทุกกลุ่มทอดถวาย โดนนิมนต์พระสงฆ์มารับผ้าป่า ณ . เวทีประชาธิปไตยพื้นที่ 15 ไร่ ข้างป้อมตำรวจบ้านร่องขุ่น ติดถนนสายสันกำแพงสายเก่า ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง เชียงใหม่ ในวันอังคาร ที่ 9 มีนาคม 2553

16.00 น. ทำพิธีทอดถวายผ้าป่า
17.00 น. เริ่มเวทีประชาธิปไตย

บนเวที ท่านจะได้พบกับการปราศรัยของมวลชนคนเสื้อแดงเชียงใหม่ สลับกับการ ถ่ายทอดภาพและเสียงแกนนำ นปช. จากเวทีจังหวัดแพร่ ขอเชิญ เพื่อน พี่ น้อง คนรักความยุติธรรม และรักประชาธิปไตย ทุกท่านร่วมงานบุญ และร่วมบริจาคสมทบทุน ในครั้งนี้
ติดต่อสอบถามที่ รองเลขาธิการศูนย์ประสานงานกลางฯ ทั้ง 2 ท่าน คุณ พีรพล มรกต 086 – 9110208 พ.ต.ท.สุพล ฟูมูลเจริญ 081 - 9527723สนับสนุน ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่

ชื่อบัญชี นปช.แดงเชียงใหม่
เลขที่บัญชี 02 0012142 65 7
ธนาคารออมสิน สาขาบวกครกหลวง
***

***ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ รักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ ต่อต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ สร้างขวัญกำลังใจและความสุขเพื่อปวงชน กำหนดการ การเดินทางวันที่ 12 มีนาคม 2553

06.00 น. สักการะ ครูบาศรีวิชัย ณ.ลานครูบาเชิงดอยสุเทพ
07.00 น. สักการะ อนุเสาวรีย์ 3 กษัตริย์ สี่แยกกลางเวียง
08.00 น. สักการะ สุสานบรรพชนล้านนา (ก่อนถึงสุสานจีนข่วงสิงห์)
08.00 - 10.00 รวมพลที่แยกดอนจั่น (หัวขบวนอยู่ที่เชิงสะพานลอยบายพาสสายกลาง หางขบวนต่อแถวไปทางบิ๊กซี)
10.00 น.เมื่อขบวนรถสายเหนือ ฝาง แม่อาย ไชยปราการ มาถึง เริ่มประกาศศึกออกเดินทาง
พิธีฟ้อนอวยพร ตีกลองสะบัดชัย พระสงฆ์แผ่เมตตาอวยชัยให้พร จุดประทัด 999 ดอก เริ่มออกเดินทางโดย ขบวนรถมอเตอร์ไซด์ และ ขบวนรถยนต์เป็นลำดับ
ในขบวน มีรถบริการดังนี้

1. รถพยาบาล รถตู้ 2 คัน รถมอเตอร์ไซด์ 2 คัน
2. รถช่าง บริการงานซ่อม
3. รถบริการน้ำดื่ม
4. รถเครื่องเสียง 5 คัน***


***ส ม า ค ม ช า ว เ ห นื อ โ ด ย คุ ณ ลั ด ด า วั ล ย์ ว ง ศ รี ว ง ค์ขอเชิญชวนพี่น้องเสื้อแดงร่วมทอดผ้าป่าเพื่อเป็นทุนค่าน้ำมันรถให้พี่น้องชาวเหนือในการเดินทาง ร่ ว ม บ ริ จ า ค ติ ด ต่ อ ที่089-030-5322, 089-009-9436, 089-012-4076***



***ประกาศจากหน่วยแพทย์พยาบาลสนาม FARED และ RSR ยังคงคอยดูแลผู้ชุมนุมเหมือนเดิม และยังต้องการกำลังคุณหมอ คุณพยาบาล และบุคคลกร ทางการแพทย์ที่ไปร่วมชุมนุม หากจะกรุณามาชุมนุมกันที่เต้นท์ FARED (First Aid RED shirt) และ RSR พวกเรายินดีต้อนรับ และอยากขอความกรุณาเป็นกำลังสำคัญช่วยดูแล เวลามีคนเจ็บไข้ได้ป่วย จะได้อุ่นใจว่ามี บุคคลากรทางการแพยท์อยู่ด้วยหลายๆ ท่านอุ่นใจดี...คุณหมอคุณพยบาลที่มาประจำ ๆ จะได้มีเวลาพักหรือสับเปลี่ยนกัน ไม่เหนื่อยเกินไป และประชาชนมั่นใจว่ามีหมอตลอดเวลา***

***นอกจากนี้แล้ว คุณไตรภพ USA แจ้งข่าวมา ชุมนุมใหญ่นี้ ต้องการพยาบาลอาสา ด่วน อีกกลุ่มที่ประกาศอาสา คือกลุ่มพยาบาลอาสาไนติงเกลซึ่งเป็นกลุ่มที่คอยดูแลปฐมพยาบาลชาวเสื้อแดงทุกครั้งที่มีการชุมนุมกัน ได้แจ้งมาว่าในวันชุมนุมใหญ่วันที่ 12-14 มีนาคม นี้ อาจมีเสื้อแดงมาชุมนุมเรือนล้าน ทางกลุ่มจึงต้องการพยาบาลอาสาจำนวนมาก เพื่อมาช่วยปฐมพยาบาลในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บหรือล้มป่วย ท่านที่ไม่มีประสบการณ์ทางด้านการดูแลพยาบาล แต่อยากอาสาเข้าช่วย ทางเราจะเปิดคอร์สอบรมพยาบาลขั้นพื้นฐานให้ 1 วัน เสื้อแดงท่านใดที่สนใจและต้องการอาสา กรุณาติดต่อคุณจันทร์เพ็ญ (084) 903-8778 หรือคุณไก่ (081) 686-9882 ***

***นปช. ไผ่แดง'52 หนองแขม แดงทั้งแผ่นดิน (ภาคประชาชน) แจ้งข่าวมาว่า จะทำการขอรับบริจาค เงิน และอาหารเพื่อเป็นเสบียง ใช้ในการร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่อำมาตยา และในขณะเดียวกันทางกลุ่มไผ่แดง จะมีซุ้มทำอาหารแจกฟรีให้กับคนเสื้อแดงที่มาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกคน เพื่อเป็นการสนับสนุน นปช.ส่วนกลาง เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่วันที่4 มีนาคมเป็นต้นไปจนถึงวันที่11 มีนาคม 2553 ตั้ง เวลา 16.00 -20.00 น. ที่ศูนย์ไผ่แดง'52 หนองแขม ถนนเพชรเกษม114 อำเภอหนองแขม จังหวัดกรุงเทพฯ หากไม่สะดวกจะนำของมาแจกให้ทางกลุ่ม ก็ติดต่อได้ที่เบอร์คุณณี ไผ่แดง 080-5961384 ***

***นปช.ไผ่แดง'52 หนองแขม ยังขาดทุนทรัพย์. อาหาร และยา ซึ่งทุกๆครั้ง เราจะจัดหาไปกันเอง แต่งานครั้งนี้จะมีผู้คนเดินทางมาร่วมชุมนุมกันจำนวนมาก เกรงว่าการบริการและช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ดังนั้นเราจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ ผู้ที่ไม่มีเวลาออกมาต่อสู้ หรือมีทรัพย์สินพอที่จะเจียดมาช่วยเหลือ และเล็งเห็นถึงความสำคัญของนโยบายนปช. แห่งชาติ(แดงทั้งแผ่นดิน) ที่จะให้ประเทศชาติ มีประชาธิปไตยของประชาชนเต็มใบเสียที ขอเชิญติดต่อเลยครับ***

***นปช. อุตรดิตถ์ เปิดโรงเรียน นปช. ขึ้นใน วันที่ 9 มีนาคม 2553ตั้งแต่เวลา 08:00-16:00 น. ณ สถานที่ อาคารก่อนถึงประตู ทางเข้าเมืองลับแล ( ศึกษาภัณฑ์ ) บัตรราคา 50 บาทสนใจ ติดต่อ คุณฟาง 087-849-9272 พบกับแกนนำ ชุดใหญ่ นำทีมโดย วีระ มุสิกพงศ์ และมีอีก หนึ่งโครงการ คือโครงการสองล้อประชาธิปไตย ปั่นจักรยาน นำทีมโดยคุณแป๊ะ บางสนาน จาก อุตรดิตถ์ ถึง เเพร่ ระยะทาง ประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมง เพื่อเพื่อเป็นการหาทุน บริจาค ซื้อจานดาวเทียม และจะมอบให้กับ ทางจังหวัดแพร่ สนใจ เข้าร่วมโครงการ สองขา เพื่อประชาธิปไตย ติดต่อ คุณฟาง โทร 087-849-9272 จนถึง วันที่ 9 มีนาคม 2553 นี้***


***ปิดท้ายสาวเสื้อแดงวันนี้ จากฝีมือของคุณวาซาบิเจ้าเก่าขาประจำแห่งเวบnewskythailand เก็บภาพมาจากงานโหมโรงชุมนุมที่โคราชก่อนเคลื่อนพลใหญ่เข้ากรุงเทพฯ 12 มีนาคมนี้ แน่นอน!***

ขอเป็นจิ้งจกทักสามเกลอก่อนชุมนุมใหญ่

ที่มา Thai E-News




ผมไม่เห็นด้วยกับการเร่งแตกหัก เพราะขณะนี้ “ฝ่ายประชาธิปไตยของเรายังไม่พร้อม“ อะไรคือสิ่งที่เรายังไม่พร้อม คำตอบคือ“ แม่ทัพ “ ส่วนด้าน"ยุทธวิธี"นั้น 3เกลอกำลังใช้ยุทธวิธี 14 ตุลา 2516 + 17 พฤษภา 2535 ซึ่ง 3 เกลอไม่รู้จริงๆหล่ะหรือ ว่ามันไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย สถานการณ์ ตุลา2516 + พฤษภา2535 นั้นเป็นการต่อสู้ช่วงชิงกันระหว่างชนชั้นเดียวกัน ส่วนการต่อสู้ครั้งนี้เป็น “สงครามชนชั้น” แต่3เกลอกลับใช้ยุทธวิธีเก่าๆ "แม่ทัพที่วิเคราะห์สถานการณ์อย่างหนึ่ง พูดอย่างหนึ่ง และทำอีกอย่างหนึ่ง จะพาไพร่พลไปชนะสงครามได้อย่างไร"


โดย kidykidy
ที่มา บอร์ดประชาไท

ข้อความที่ปรากฏต่อไปนี้ น่าจะมีประโยชน์สำหรับฝ่ายประชาธิปไตยไม่มากก็น้อย เนื่องจากเป็นการติเพื่อก่อ และไม่มีเจตนาที่จะตำหนิสามเกลอ

และต่อไปนี้

1.เพื่อให้ง่ายต่อการพิมพ์ จะใช้คำว่า 3G แทนคำว่าสามเกลอ

2.บทความนี้จะอ้างอิงตำราพิชัยสงคราซุนวูเป็นระยะๆ ดังนั้นจะใช้ตัวย่อแหล่งอ้างอิงว่า ซว. และใช้ บ.แทนบรรพ

"อันการสงครามนั้น เป็นเรื่องใหญ่ของรัฐ คือวิถีแห่งการคงอยู่หรือล่มสลายของประเทศชาติ เกี่ยวพันถึงชีวิตของไพร่พลและราษฎร จะไม่พินิจพิเคราะห์หาได้ไม่ ผู้ที่ไม่เข้าใจผลร้ายของการทำสงครามอย่างถ่องแท้ จึงไม่อาจเข้าใจผลดีของการทำสงครามอย่างแจ่มแจ้ง ผู้สันทัดในการทำสงคราม จึงไม่เกณฑ์พลซ้ำสอง ไม่เกณฑ์เสบียงซ้ำสาม"
ซว.บ2"การทำสงคราม"

1.ว่าด้วยเรื่อง "แม่ทัพ"

แม่ทัพผู้ชำนาญการสงคราม จึงเป็นผู้ตัดสินการคงอยู่หรือล่มสลายของประเทศชาติ และกุมความเป็นตายของปวงประชาราษฎร์ ซว.บ2 "การทำสงคราม"

อันการสงครามนั้น วิธีหยั่งรู้ว่าฝ่ายใดชนะ มีอยู่ 5 ประการคือ

1.ฝ่ายใดรู้ว่าควรรบหรือไม่ควรรบ ฝ่ายนั้นชนะ
2.ฝ่ายใดรู้ว่าควรใช้กำลังทหารมากน้อยเท่าใด ฝ่ายนั้นชนะ
3.ฝ่ายใดเบื้องบนกับเบื้องล่างมีเจตนารมณ์ตรงกัน ฝ่ายนั้นชนะ
4.ฝ่ายใดเตรียมพร้อมรับมือข้าศึกที่ไม่เตรียมพร้อม ฝ่ายนั้นชนะ
5.และฝ่ายใดแม่ทัพมีสติปัญญาความสามารถ*** อีกทั้งกษัตริย์ไม่แทรกแทรงกิจการของกองทัพ ฝ่ายนั้นชนะ
นี่คือวิธีหยั่งรู้ชัยชนะ ห้า ประการ จึงกล่าวกันว่า
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยคราว,
รู้เขาไม่รู้เรา รบชนะบ้างแพ้บ้าง,
ไม่รู้เขาไม่รู้เรา รบทุกครั้งแพ้ทุกครั้ง

ซว.บ3 "ยุธโทบายเชิงรุก"

เมื่อได้เห็นความสำคัญของ"แม่ทัพ"แล้ว จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะได้เสนอแนะทักท้วง ในการกำหนดยุทธศาสตร์ของแม่ทัพ เพื่อให้ผลแห่งการสงครามนี้ ฝ่ายเราเป็นผู้กำชัยอย่างแท้จริง

และนี่คือความเห็นของผมกรณีมีฝ่ายประชาธิปไตยบางท่านเสนอให้ทำการรบยืดเยื้อ

ผมไม่เห็นด้วยกับ “การรบยืดเยื้อ “

"การรบยืดเยื้อควรใช้ในสถานการณ์ที่เราเป็นฝ่ายตั้งรับ เสบียงกรังพรักพร้อม ขวัญกำลังใจไพร่พลเข้มแข็ง
ค่ายคูประตูหอรบลั่นดาลแน่นหนา แต่สถานการณ์ตอนนี้เปรียบเสมือนเราถูกข้าศึกยึดเมืองไปแล้ว
พวกเขากินเสบียงของเรา นอนบนเตียงของเรา และเผลอๆก็กำลังเอาเมียเราอยู่"


แล้วจะรบยืดเยื้อได้อย่างไร

….

การที่เราปล่อยให้ระบอบเผด็จการเติบโตขึ้นนั้น ก็เท่ากับเราเองด้อยกำลังลง มันไม่ได้เติบโตขนานกัน

ถ้าเราเข้มแข็ง เขาจะอ่อนแอ
ถ้าเราอ่อนแอ เขาจะเข้มแข็ง


ยกตัวอย่างกรณีประเทศพม่า จากการที่เคยได้ชื่อว่าเป็น“ไข่มุกแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เพราะได้รับระบอบการศึกษาจากอังกฤษ และมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย แต่เพียงแค่ 50 ปี ที่เผด็จการทหารยึดครองประเทศ ฝ่ายประชาธิปไตยก็อ่อนแอลงจนยากที่จะฟื้นตัว

เมื่อฝ่ายเผด็จการครอบครองประเทศ พวกเขาก็ดูดทรัพยากรของชาติไปแสวงหาผลประโยชน์และกระจุกตัวกันในหมู่พวกเขาเท่านั้น (เช่นเดียวกับกรณีเขายายเที่ยง เขาสอยดาว การขายน้ำมันในราคาแพง การฉ้อโกงในโครงการชุมชนพอเพียง การฉ้อโกงในการจัดซื้อเครื่อง GT200 การฉ้อโกงในการจัดซื้อของกระทรวงสาธารณะสุขในโครงการรัฐบาลเข้มแข็ง"แต่ประเทศชาติอ่อนแอ" เป็นต้น )
ส่วนประชาชนก็พากันอดอยากยากแค้น รุ่นคนที่เคยมีการศึกษาก็ค่อยๆหมดไปตามธรรมชาติ แล้วคนรุ่นปัจจุบัน แม้กระทั่งจะมีอาหารกินครบ 3 มื้อยังทำไม่ได้ นับประสาอะไรกับการต่อสู้เรียกร้องทางการเมือง

เมื่อปี 2550 รัฐบาลทหารพม่าประกาศขึ้นค่าเชื้อเพลิง 500% โดยไม่บอกล่วงหน้า เมื่อประชาชนออกมาประท้วง พวกเขาก็เข่นฆ่าประชาชน และเมื่อประชาชนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ก็จะยิ่งทำให้ฝ่ายประชาชนยิ่งอ่อนแอลงไปอีก

แต่แม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยกับการรบยืดเยื้อ ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการเร่งแตกหักในขณะที่ฝ่ายเรายังไม่พร้อมด้วยเช่นเดียวกัน
และขณะนี้ “ฝ่ายประชาธิปไตยของเรา ก็ยังไม่พร้อม“ อะไรคือสิ่งที่ผมบอกว่าเรายังไม่พร้อม

นั่นคือ “ แม่ทัพ “

3G นั้น กำลังใช้ยุทธวิธี 14 ตุลา 2516 + 17 พฤษภา 2535 ซึ่งผมไม่รู้ว่า 3G ไม่รู้จริงๆล่ะหรือ ว่ามันไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย

สถานการณ์ ตุลา2516 + พฤษภา2535 นั้น เป็นการต่อสู้ช่วงชิงกันระหว่างชนชั้นเดียวกัน

เราจะสังเกตได้ง่ายๆว่า ฝ่ายเผด็จการทรราชที่เข่นฆ่าสังหารประชาชน เมื่อเทียบกับคุณทักษิณ (สมมติว่าคุณทักษิณโกงชาติจริงๆ)

ผลลงเอยที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับต่างกันอย่างกะฟ้ากับเหว เพราะอะไรถ้าไม่ใช่เป็นเพราะพวกอภิสิทธิ์ชนจะไม่ฆ่าอภิสิทธิ์ชนด้วยกัน
"เป็นไปได้อย่างไรที่ประเทศหนึ่งจะลงโทษคนโกงชาติด้วยความรุนแรง แต่กลับปล่อยให้ทรราชที่เข่นฆ่าประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างมีเกียร์ติและไม่ได้รับผลกรรมใดๆเลย"

3G นั้นมักจะพูดอยู่เสมอ ( และเป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย ) ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ เป็น “สงครามชนชั้น” แต่กลับใช้ยุทธวิธีเก่าๆที่เป็นแค่ความขัดแย้งระหว่างชนชั้นเดียวกัน

"แม่ทัพที่วิเคราะห์สถานการณ์อย่างหนึ่ง พูดอย่างหนึ่ง และทำอีกอย่างหนึ่ง จะพาไพร่พลไปชนะสงครามได้อย่างไร"

อีกอย่าง ผมไม่เถียงว่า 3G เป็นคนกล้าหาญและเสียสละ และได้ทำการ “ปลุก“ ประชาชนให้ตื่นขึ้น แต่การปลุกประชาชนก็ไม่ได้หมายความว่า 3G จะทำตัวเป็น “เจ้าของประชาชน”เสียเอง คนอื่นคิดต่างไม่ได้เลย

ทีวีของ 3G เวทีของ 3G สื่อสิ่งพิมพ์ของ 3G จะต้องไม่มี เสธ.แดง ไม่มีสุรชัย ไม่มีจักรภพ...

สิ่งที่ 3G ทำในวันนี้ก็ไม่ได้ต่างจากการที่เราให้เงินทหารไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันประเทศ แต่พวกมันกลับคิดว่ามันเป็นเจ้าของประเทศเสียเอง

แล้วขอร้องว่า ใครก็ตามที่รัก 3G ก็อย่าพึ่งมาด่าผม เพราะผมพูดความจริง และไม่ได้เกลียดชัง 3G เป็นการส่วนตัว ซึ่งโดยส่วนตัวผมรักชอบ 3G เสียด้วยซ้ำไป

แต่ถ้าต้องเลือกระหว่าง 3G กับชาติบ้านเมือง ผมเอาชาติบ้านเมืองก่อน

*** ต่อให้ไพร่พลพรักพร้อมแค่ไหน ถ้าแม่ทัพไร้ความสามารถ ก็ไม่มีทางชนะสงคราม ต่อให้ไพร่พลมีมากกว่าศัตรูแค่ไหน ถ้ากองทัพไร้ศักยภาพ ก็ไม่มีทางชนะสงคราม***

…………….

การทำสงครามยึดหลักรวดเร็วแม้จะหยาบบ้าง ไม่ยึดหลักชักช้าแต่บรรจงปราณีต
กองทัพทำสงครามยืดเยื้อโดยที่ประเทศชาติกลับได้ประโยชน์นั้น ยังมิเคยปรากฏเลย
พึงยึดสินทรัพย์แคว้นอริ แย่งเสบียงจากข้าศึก กองทัพจึงจะมีทรัพย์เสบียงเพียงพอ
ประเทศชาติยากจนจากการทำสงคราม ก็เพราะต้องส่งเสบียงแก่กองทัพในระยะทางไกล ทำให้ราษฎรยากจนข้นแค้น

กองทัพเคลื่อนถึงที่ใด สินค้าบริเวณนั้นจะมีราคาแพง เมื่อสินค้าแพง เงินทองในท้องพระคลังก็ร่อยหรอ จึงต้องเกณฑ์แรงและเสบียงด่วน สิ้นเปลืองกับศึกสงคราม ทำให้ทุกครัวเรือนว่างเปล่า รายได้ของราษฎรพึงถูกเกณฑ์ไปใช้ถึงเจ็ดส่วนสิบ ประเทศชาติต้องสูญเสียทรัพยากรมากมาย อาทิ รถศึกที่ชำรุด ม้า ลาพิการ เกราะหนัง หมวกเหล็ก ธนู หน้าไม้ ทวน มีดขอ ดั้งแขน โล่ วัว เกวียน ฯลฯ สิ้นเปลืองไม่ต่ำกว้าหกส่วนสิบ

เพราะฉะนั้น ขุนพลผู้กอปรด้วยสติปัญญาพึงผลักภาระเสบียงให้ข้าศึก กินเสบียงข้าศึก 1 “จง” เท่ากับประหยัดเสบียงของตน 20 “จง” เลี้ยงสัตว์พาหนะด้วยอาหารสัตว์ของข้าศึก 1 “สือ” เท่ากับประหยัดอาหารสัตว์ของตน 20 “สือ”

“ดังนั้น หากต้องการให้นักรบไพร่พลเข่นฆ่าสังหารข้าศึก จะต้องปลุกเร้าความเคียดแค้น“

3G ปลุกประชาชนขึ้นมาให้รักชาติบ้านเมือง แต่ไม่เคยตอกย้ำความเกลียดชังให้ประชาชนมีต่ออำมาตย์ ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่สนธิได้ทำกับเหล่าสาวกและประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้ นักรบไพร่พลที่ไม่เกลียดชังศัตรู จะมีพลังไปได้อย่างไร "ไม่ต่างอะไรกับการยิงธนูแต่ง้างคันธนูไม่สุดแขน แม้จะเล็งตรงเป้า แต่ก็ไม่มีพลังเพียงพอจะให้หัวธนูปักเข้าเป้าหมาย"
“หากต้องการให้นักรบไพร่พลแย่งยึดเสบียงและยุทธปัจจัยของข้าศึก จะต้องตกรางวัลเป็นทรัพย์สินเงินทอง“

อันรถศึกนั้น ถ้ายึดรถได้สิบคันขึ้นไป ควรตกรางวัลแก่ผู้เข้าแย่งยึดครองอย่างงาม แล้วเปลี่ยนธงรถศึก นำเข้าประจำการ ส่วนเชลยศึกนั้น จะต้องปฏิบัติต่อด้วยดีและช่วงใช้ตามควร จึงจะกล่าวได้ว่า ยิ่งชนะศึก ก็ยิ่งทำให้กองทัพฝ่ายตนเข้มแข็ง การทำสงคราม จึงต้องยึดหลักเผด็จศึกเร็ว ไม่ยืดเยื้อ

แม่ทัพผู้ชำนาญการสงคราม จึงเป็นผู้ตัดสินการคงอยู่หรือล่มสลายของประเทศชาติ และกุมความเป็นตายของปวงของประชาราษฎร์
ซว.บ2 "การทำสงคราม"

2. ว่าด้วยเรื่องยุทธวิธี

ในบทความข้างต้น "ว่าด้วยเรื่องแม่ทัพ" ผมวิเคราะห์ไว้ว่า"ฝ่ายประชาธิปไตยยังไม่พร้อมรบ"

โดยให้เหตุผลว่า เราขาด "แม่ทัพ" ที่เป็นนักยุทธศาสตร์สงคราม( ซึ่งจริงๆแล้วผมเห็นว่าคนๆนั้นจะต้องเก่งกว่าประธานเหมาเจ๋อตุงด้วยซ้ำ เพราะอีกฝ่ายได้ใช้อำนาจทางวัฒนธรรมเป็นเกราะ เป็นโล่ เป็นดาบ ไว้ฟาดฟันเราด้วย ซึ่งในยุคของท่านประธานเหมาไม่มีเงื่อนไขนี้ )

และทอดตามองไปทั่วแผ่นดินผมก็ยังมองไม่เห็นนักยุทธศาสตร์สงครามคนนี้ แม้แต่ท่านชวลิต หรือคุณทักษิณ

แต่คนที่อ่านมาถึงตรงนี้ก็อย่าพึ่งท้อแท้ใจ เพราะผมยังเชื่อในระบบทีมเวิร์คมากกว่าเชิดชูตัวบุคคล ขอแต่คนระดับแกนนำเปิดใจรับฟังกันและกัน แล้วค่อยจัดแบ่งงานกันให้ชัดเจน เช่น

1.คนนี้ดูงานมวลชน
2.คนนี้ดูงานการโต้ตอบทางการเมือง ( สร้างวาทะกรรมที่โดนใจ ตอบโต้ข้อกล่าวหาใส่ร้ายอย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อ หรืออินเตอร์เน็ต เช่นกรณีขึ้นบัญชีดำคนเสื้อแดง 200 กว่ารายชื่อ เรื่องนี้เรื่องที่ใหญ่มากในสังคมประชาธิปไตยระหว่างประเทศ แต่ก็เหมือนเดิม คนของคุณทักษิณและแกนนำ 3G เล่นไม่เป็น ขยายแผลไม่เป็น น่าเศร้า ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถร้องไปที่ฮิวแมนไรท์วอทซ์มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย )
3.คนนี้ดูการข่าวและการฑูตต่างประเทศ ( เด็ดดอกฟ้าสะเทือนถึงดวงดาวฉันท์ได การทำให้เสื้อแดงมีเวทีระหว่างประเทศเล่นก็ไม่มีอะไรเสียหายฉันท์นั้น ยกตัวอย่าง กรณีเฮติ ใต้หวัน ชิลี เราสามารถระดมสิ่งของ เงินทอง อะไรต่างๆในนามเสื้อแดงไปบริจาคผ่านสหประชาชาติหรือองค์กร NGO ของต่างประเทศที่ทำงานในเรื่องนี้ได้ ได้ทั้งหน้า ทั้งชื่อเสียง ทั้งภาพพจน์ที่ดี )
4.คนนี้ประสานงานหาข่าวกับตำรวจ-ทหาร ของฝ่ายศัตรู
5.คนนี้ดูงานด้านการเงิน รับบริจาค ขายสิ่งของ ( แต่ต้องทำให้โปร่งใสทุกบาททุกสตางค์ อาจจะแถลงทุกเดือน เพื่อความชอบธรรมของฝ่ายประชาธิปไตยเอง )
6.คนนี้ดูงานด้านการพัฒนากองกำลังปกป้องประชาชน ( โปรดสังเกตุคำที่ผมใช้ "กองกำลังปกป้องประชาชน"
ถ้าเรารู้จักเล่นแบบข้อ 2 เรื่องขึ้นบัญชีดำคนเสื้อแดง เราก็จะมีความชอบธรรมในการจัดตั้งกองกำลังนี้ ส่วนจะติดอาวุธหรือไม่ติดอาวุธ ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องประกาศ ยอมรับ หรือปฎิเสธ เพราะชื่อมันก็บอกหน้าที่อยู่แล้วว่าปกป้องประชาชน และน้ำลายมันคงปกป้องประชาชนไม่ได้
7.คนนี้ดูงานด้านการฑูตกับฝ่ายอำมาตย์ หลายคนอาจคิดว่าไม่จำเป็น แต่ผมคิดว่ามันจำเป็น และผมขออนุญาติเสนอแนะว่าท่านเชาวลิตเหมาะกับงายส่วนนี้
8.คนนี้ดูงานด้านกฏหมาย ช่วยเหลือฝ่ายประชาธิปไตยที่ถูกรังแก
9.คนนี้ดูงานมวลชนสีดำ ( มวลชนสีดำน่าจะเป็นใครผมคงไม่มาพูดในที่นี้ )
10.คนนี้ดูงานด้านการประสานกับฝ่ายอำนาจทางศาสนาและวัฒนธรรม แสดงให้เขารู้ว่า เรายังต้องการเขา ไม่ได้คิดโค่นล้มเขาอย่างที่ฝ่ายศัตรูกล่าวหาใส่ร้าย


3. ว่าด้วยเรื่องยุทธศาสตร์

อย่างไรก็ตาม วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากเห็น 3G ณัฐวุฒิ ปราศัยที่โคราช บอกได้คำเดียวว่า สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ
อย่างนี้สิถึงจะเรียกได้ว่า การง้างคันธนูสุดลำแขน และยิงได้ตรงเป้าณัฐวุฒินับจากวันนี้ไปจะต้องไม่เหมือนเดิม และอย่าได้ลืมกลยุทธนี้เด็ดขาด “หากต้องการให้นักรบไพร่พลเข่นฆ่าสังหารข้าศึก จะต้องปลุกเร้าความเคียดแค้น“
ซว.บ2

เพราะพลังแห่งความรักจะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดก็คือการ"สร้างสรรค์" แต่พลังแห่งความเกลียดชังจนถึงขั้นระดับเคียดแค้น จะใช้ในการ "ทำลาย"

พลังแห่งความรักชาติ และพลังแห่งความเกลียดชังคนวรรณะ "จัญไร" ที่ทำลายชาติ 2 ส่วนหนุนเสริมซึ่งกันและกันได้อย่างกับสายฝนสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารหล่อเลี้ยงทุกชีวิตบนพื้นโลก และคลื่นยักษ์สึนามิที่ทำลายสิ่งสกปรกโสโครกทุกอย่างให้พ้นไปจากแผ่นดิน

ขอชื่นชมอีกครั้ง ณัฐวุฒิ คุณยอดเยี่ยมที่สุด ถ้าคุณใช้ศักยภาพระดับนี้ แม้แต่สนธิ ลิ้มทองกุล ก็ไม่ใช่คู่ต่อกรของคุณ แต่ไม่ใช่แค่ทักษะในการปราศัยทางการเมือง สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคุณพูดความจริง ขณะที่สนธิพูดแต่เรื่องลวงโลก

จบเรื่องผู้นำ ทีนี้ก็กลับมาเข้าเรื่องของพวกเราซึ่งเป็นผู้ตาม คือเรื่องยุทธศาสตร์


ดังที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วว่าสถานการณ์วันนี้คือการทำสงครามระหว่างชนชั้น ฝ่ายหนึ่งต้องการกดขี่ผู้คนให้เป็น ไพร่ และ ทาส อีกฝ่ายต้องการสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค และ ภราดรภาพ

ซึ่งโดยแท้ที่จริงแล้ว สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพนั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนมีอยู่เดิมนับตั้งแต่เกิดมา ผู้ปกครองพึงทำหน้าที่ปกป้องสิ่งเหล่านี้ให้กับประชาชนเท่านั้น มิใช่เป็น "ผู้ให้" เสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อไม่ได้เป็นผู้ให้ และมีหน้าที่ปกป้องสิ่งเหล่านี้ให้ประชาชนแล้ว เหตุใด ยังจะมีหน้ามา "ปล้น" เอาไปจากประชาชนเสียเองอีกเล่า

เมื่อทราบสถานการณ์สงครามแล้วว่าเป็น "สงครามชนชั้น"

ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามในฝ่ายประชาธิปไตยที่มีความคิดว่าจะเอาชนะสงครามชนชั้นด้วยการเลือกตั้ง ขอให้เลิกงมงายและตื่นขึ้น โดยเฉพาะคุณทักษิณ

"6 เดือนแรก จะแก้ปัญหายาเสพติด 6 เดือนที่สอง จะปลดหนี้ 6 เดือนที่สามจะสร้างเขื่อน" พักเรื่องหาเสียงไว้ก่อนครับท่านนายกฯ เพราะสื่อฝ่ายเขาจะลงว่าท่านเพ้อเจ้อ

วันนี้ ต่อให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งได้ สส.480 เสียงเข้าสภา โดยพรรคอื่นสอบตกหมด ฝ่ายประชาธิปไตยก็ไม่ได้อำนาจในการบริหารประเทศ ฝ่ายศัตรูจะประดิษฐ์ประดอยคำว่า "เผด็จการรัฐสภา" ให้ใบเหลืองใบแดง อื่นๆอีกมากมาย

และที่สำคัญที่สุด " ประเทศไทยวันนี้อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่รัฐสภา " แต่อยู่ที่เทเวศน์

ดังนั้น ถ้าไม่เริ่มหันไปมองโมเดลต้นแบบในแนวทางอื่น เช่น

-กลุ่มเหมาอิสต์ในเนปาล
-กลุ่มพยัคทมิฬอีแลม
-กลุ่มมูจาฮีดีนผู้ปลดปล่อยอัฟกานิสถานจากสหภาพโซเวียต
-กลุ่มโคมัยนี
-และอีกมากมาย
-มาประยุกต์กับโมเดลต้นแบบในแนวทางสันติวิธี เช่น คานธี

เอาทั้งสองอย่างนี้มาผสมผสานกับ ตบไปตบมาให้ลงตัว หากไม่ศึกษาทั้งสองแนวทางแล้วกำหนดยุทธศาสตร์ขึ้นมาใหม่ ฝ่ายประชาธิปไตยจะไม่มีวันชนะ ย้ำ "ไม่มีวันชนะ"

ฝ่ายเราจะต้องไปศึกษาดู แม้แต่ฝรั่งเศส ถ้าทหารยังยืนยันในอำนาจของหลุยส์ ฝ่ายปฎิวัติก็จะไม่มีวันชนะ เพียงแต่หลุยส์ไม่กล้าพอที่จะเป็นทรราชเท่านั้นเอง แต่ผมแน่ใจว่า อำมาตย์จัญไรของพวกเรา เขากล้าทำเรื่องชั่วร้ายได้มากกว่าหลุยส์แน่

ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องเปิดใจกันตรงๆว่า ทุกวันนี้ฝ่ายศัตรู ใช้อำนาจอะไรที่แข็งแกร่งที่สุดมาสู้กับฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าไม่ใช่อ้างอิงยึดโยงกับอำนาจทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นอำนาจที่ทุกฝ่ายยอมรับ และมีพลังมากกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ใดๆ

ดังนั้นต้องทำให้อำมาตย์ไม่มีที่พิงหลัง ชัยชนะของเราจึงจะใกล้เข้ามา

ถามว่าทำยังไง ผมว่า คุณทักษิณน่าจะมีคำตอบ ถ้าไม่ปล่อยให้ชีวิตยึดดิดกับความทุกข์มากจนเกินไป สายตาก็จะกระจ่าง
คนเรา "กลัวอะไร ก็จะได้สิ่งนั้น"

คนที่เป็นมหาเศรษฐีมักมีจุดอ่อนที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือกลัวตายมากกว่าคนธรรมดาสามัญ แล้วยิ่งคนที่สร้างตัวด้วยสองมือตัวเองแบบคุณทักษิณ ( คือไม่ใช่พวก Next Generation ) ท่านก็อยากจะใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสงบ มีเงินทิ้งไว้ให้ลูกเต้าก่อนตาย ได้อยู่กับลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตา พร้อมกับเกียร์ติยศที่ทำคุณงามความดีเพื่อชาติบ้านเมืองมา ( ถ้าท่านเกิดที่อังกฤษ ท่านอาจจะได้ยศเป็นท่านเซอร์ เหมือนเอลตัน จอห์น พอล แมคคาร์ทนี แต่ท่านเกิดผิดที่ไปหน่อย )

แต่อำมาตย์พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากคุณทักษิณ

และศักยภาพที่คุณทักษิณมี แค่เปลี่ยนวิธีคิดมุมมอง ( จากชนะเลือกตั้ง เป็นชนะศึก ) ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ทำสงครามชนชั้นได้ อยู่ที่ว่าหัวใจของคุณทักษิณ พร้อมแล้วหรือยัง

แต่ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวว่ามีคุณทักษิณแล้ว เราจะชนะไม่มีคุณทักษิณแล้วเราจะแพ้นะ ไม่ใช่เช่นนั้น

แต่ฝ่ายประชาธิปไตยก็ควรต้องมีคุณทักษิณ และใช้คุณทักษิณในการทำงานบางเรื่อง เช่น เป็นกระบอกเสียงให้เราบนเวทีสื่อต่างประเทศ

กลับมาจุดเดิม คือ อย่ารบแค่เพื่อจะได้เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่สั่งใครไม่ได้

ตราบใดที่ศักยภาพในการฆ่าหรือการทำลายไม่เท่าเทียมกัน ฝ่ายที่มีศักยภาพเหนือกว่าก็ไม่นั่งเจรจากับเรา เขาเอาปืนจ่อหัวเราอยู่แต่เราเป็นฝ่ายบอกว่าพร้อมเจรจา มันเป็นไปไม่ได้ แล้วการบีบให้เจรจาก็ไม่ใช่แค่การชุมนุม "โดยสงบ"

บทความนี้อาจไม่มีคุณค่าใดๆ ทั้งทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี แต่เป็นการนำเสนอด้วยใจจริง มีติติงบ้าง ( และส่วนใหญ่ก็ติติง ) แต่คำยกยอปอปั้นคงไม่ช่วยให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะสงครามชนชั้นครั้งนี้ได้

กลอนบทนี้ ผมได้เขียนไว้จากความอัดอั้นตันใจหลังรับทราบคำพิพากษายึดทรัพย์คุณทักษิณ เคยนำมาลงไว้ ณ.ที่นี้แล้ว แต่ขอนำมาลงไว้อีกครั้งเพื่อเป็นกำลังใจกับฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหลาย

และขอให้เหล่าแม่ทัพนายกองไพร่พลทั้งหลายจงประสบชัยชนะ เพราะพวกท่านกำลังทำสงครามที่มีความ "ชอบธรรม"ที่สุดแล้วในประวัติศาสตร์ชาติไทย

แม้กาขาว จะรังแก แลกดขี่
แต่มวลชน เราต่างมี เป้าหมายใหญ่
ในวันนี้ รังแกได้ รังแกไป
จะอย่างไร สู้ไม่ถอย คอยดูกัน

จะปล้นทรัพย์ จะลอบฆ่า จะรัฐประหาร
ใช้อันธพาล ลอบทำร้าย ไม่หวั่นไหว
จะสู้ต่อ ให้มันรู้ กูคือไทย
จะสู้ไป จนชีพดับ กลับสู่ดิน

ถึงแผ่นฟ้า ไม่มีตา ข้าก็สู้
คนเดินดิน จะค้ำชู ชาติไทยไว้
สู้เพื่อชาติ เพื่อลูกหลาน เพื่อประชาธิปไตย
ไอ้จัญไร จะไม่ได้ สิ่งที่ต้องการ

คนเสื้อแดง ตาสว่าง กันทั้งโลก
ใครคือคน สับโขก กดขี่ไว้
ใครคือคน ข่มเหง รังแกไทย
ใครเป็นใคร ก็ได้รู้ กันเสียที

อยุติธรรม แผ่กระจาย ทั้งแผ่นดิน
มวลชนสิ้น ความเชื่อถือ ในกฏหมาย
ต่อไปนี้ จะสู้จน อีกฝ่ายตาย
ดีหรือชั่ว จะต้องพ่าย ได้รู้กัน

แม้จะเกิด อะไรขึ้น ก็ไม่ท้อ
อุปสรรคใดๆ ก็ จะข้ามพ้น
เราจะยืน หยัดอย่าง ทรนง
ยิ้มเย้ยสู้ อยุติธรรม เพื่อกำชัย