รถจยย.นับหมื่นคัน และรถกระบะอีกราว 7 พันคัน ระหว่างทางไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.
ใช้เวลา 8 ช.ม.เดินรอบกรุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางตามเส้นทางถนนเพชรบุรี ผ่านแยกอโศกมนตรี
เข้าสู่ถนนรัชดาห้วยขวาง ตัดเข้าถนนลาดพร้าว ผ่านเดอะมอลล์บางกะปิ
แยกลำสาลี มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนตัดเข้าแยกคลองตัน เข้ากล้วยน้ำไท
ผ่านถนนสุขุมวิท เข้าถนนพระรามสี่ ก่อนแยกไปทางถนนพระราม 3 ข้ามสะพานกรุงเทพ ไปยังบุคคโล ผ่านแยกมไหสวรรค์ ผ่านเดอะมอลล์ท่าพระ วนรอบวงเวียนใหญ่
จากนั้นข้ามสะพานสาทร ผ่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เข้าสีลม สวนลุมพินี ผ่านเยาวราช พาหุรัด สำเพ็ง ก่อนกลับเข้าสู่เวทีชุมนุมที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEl4TURNMU13PT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHdNeTB5TVE9PQ==
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, March 21, 2010
แดงเคลื่อนพล58กม
เหตุเกิดที่เยาวราช เมื่อวานนี้
ที่มา thaifreenews
เยาวราช แดง
เชิญชมภาพ จากเยาราชเมื่อวานนี้ครับ
แนะนำให้เปิดเสียงดังๆหน่อย จะได้อารมณ์
Friday, March 19, 2010
วันพฤหัสบดีที่ 18 และศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2553
เสื้อแดงเตรียมเรดมาร์ช การต่อสู้ข้ามผ่านทักษิณ
"พัลลภ"ซัด รบ.กุข่าวสังหารนายกฯ หวังปลุกกระแสป้ายสีฝ่ายตรงข้าม ตร.ได้ภาพยิงเอ็ม 79 "ร.1พัน1รอ." แล้ว
"ทักษิณ"ท้านายกฯ ฟ้องคลิปเสียง พร้อมพิสูจน์ความจริง ซัดกก.สิทธิฯ "องค์กรฝักถั่ว"
สภาป่วน-ปิดฉากทางออกวิกฤต?
วัดใจทหาร
จอมชะเลียร์มาแล้ว
เรื่องเล่าจากบันนังสตา
แดงดีเดย์ พรุ่งนี้เคลื่อนขบวนทั่วกรุง
สนุกกับหนังม้วนเก่า
มาร์คทิ้งโอกาส
"หมอเหวง"คุยคาราวานดาวกระจายต้านรบ.ยาวที่สุดในโลก
ทักษิณ - อภิสิทธิ์
1 สัปดาห์‘คนเสื้อแดง’ ขับไล่อำมาตย์!
พระสงฆ์จากบุรีรัมย์ขึ้นเวที"เสื้อแดง"ขับไล่รัฐบาล
ต้นไม้ของพระภูมิ
แม้วยื่นอุทธรณ์ คดียึดทรัพย์ เร็วสุด22มี.ค.
"แม้ว"ลั้นลา โชว์รูปควง 2ลูกสาว-ลูกชาย ชมธุรกิจโรงแรมหรู ริมทะเลสวย ที่มอนเตเนโกร
แฉแพทย์พันธมิตรกรี๊ดลั่นก่อนตามบี้ลูกหมอเหวง วอนสอบทหารติดเครื่องหมายกาชาดยิงประชาชนมั่ง
ที่มา Thai E-News

แพทย์จุฬางานเข้า-(ภาพบน)นิสิตแพทย์จุฬาฯ น.ศพ.สลักธรรม โตจิราการ พาทีมแพทย์เจาะเลือดคนเสื้อแดงอย่างถูกหลักวิชาเพื่อประท้วงรัฐบาลโดยสันติ ถูกผู้อ้างเป็นศิษย์เก่าแพทย์จุฬายื่นเรื่องแพทยสภาไม่ให้ออกใบประกอบวิชาชีพแพทย์ให้ อ้างนำเครื่องหมายกาชาดไปใช้ในทางผิด (ภาพล่าง)กองกำลังทหารติดเครื่องหมายกาชาดบนไหล่ถือปืนออกยิงประชาชนเมื่อเมษาเลือดปีกลาย หลายฝ่ายวอนศิษย์เก่าแพทย์จุฬาให้รีบๆประท้วง เพราะผ่านมาเป็นปีแล้ว
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 มีนาคม 2553
*วีระประณามผู้อ้างเป็นศิษย์เก่าแพทย์จุฬ่ารังแกนักศึกษาแพทย์ลูกหมอเหวงช่วยเสื้อแดงเจาะเลือด
นายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดงเมื่อดึกคืนวานนี้ว่า ขอประณามการกระทำของผู้อ้างว่าเป็นศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯที่ออกมาระบุว่า ได้ร้องเรียนให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบกรณีนายสลักธรรม โตจิราการ บุตรชายของ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.ที่แต่งชุดมีเครื่องหมายของสภากาชาดไทย เจาะเลือดให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มีวุฒิภาวะพอ ไม่เป็นผู้ใหญ่พอ ไม่มีความคิด ไม่สมควรที่จะให้ประชาชนเคารพนับถือ
นายวีระ กล่าวว่านายสลักธรรม ตอนนี้เป็นนิสิตแพทย์ปี 6 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นบุตรชายของ น.พ.เหวง มาดูแลขั้นตอนการดำเนินการเจาะเลือดเพื่อให้ถูกต้องตามวิธีการและขั้นตอนสากลเพื่อให้เกิดความปลอดภัย กำลังจะถูกกลั่นแกล้งโดยกลุ่มแพทย์สายอำมาตย์และเตรียมชงเรื่องให้แพทยสภา เป็นการกลั่นแกล้ง ทั้งๆที่ความจริงไม่ได้กระทำความผิดใดๆ ทุกคนล้วนสมัครใจ และเป็นสิทธิส่วนบุคคล ประชาชนทุกคนเซ็นยินยอมก่อนเจาะเลือดทุกราย
เผย"หมอพีร์"สายพันธมิตร-อำมาตย์เป็นตัวตั้งตัวตี ส่งเสียง"กรี๊ด!"ก่อนเล่นงานลุกหมอเหวง
มีรายงานว่าแกนนำแพทย์จุฬ่าที่ดำเนินการเรื่องนี้ชื่อนายแพทย์พีร์ เหมะรัชตะ ซึ่งเวบไซต์ASTVผู้จัดการเคยนำมาลงยกย่องในฐานะบัณฑิตแพทย์ดีเด่นมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ ตอนนี้เป็นอาจารย์คณะแพทย์จุฬาฯ โดยหมอพีร์เป็นผู้ที่สนับสนุนพันธมิตรฯอย่างเปิดเผย
มีผู้เขียนเล่าในเวบบอร์ดคนเหมือนกันว่า
เรื่องมีอยู่ว่าใน facebook ของหมอเสื้อเหลืองคนนึง ได้เขียนโน้ตเอาไว้ เพื่อทำการเรียกร้องให้คณะแพทย์จุฬาฯ ลงโทษ จนถึงขั้นไม่ให้ออกใบประกอบวิชาชีพ ให้กับลูกชาย ของหมอเหวง ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในปีที่หก (ปีสุดท้าย) ของคณะแพทย์จุฬาฯ เพราะกล่าวหาว่า เขาใส่เสื้อของจุฬาฯ (เสื้อตราสภากาชาด) ออกไป ช่วยเจาะเลือดให้กับเสื้อแดง เป็นการทำให้สังคมเข้าใจคณะแพทย์ จุฬาฯ ผิด ๆ และเป็นการผิดจริยธรรม ฯลฯ ใน facebook ก็มีพวกหมอเสื้อเหลืองออกมาแสดงความเห็นด่าทอ ตำหนิ นายสลักธรรม กันอย่างมากมาย ที่น่าเกลียดคือ หมอคนนี้ (ชื่อว่า นพ.พีร์ เหมะรัชตะ) เขาเป็นอาจารย์ที่จุฬาฯ ได้ทุน"อานันทมหิดล" ไปเรียนต่อที่อเมริกา เขาก็ได้พยายามจะดำเนินเรื่องให้เร็ว เพื่อที่จะเข้าไปสู่ที่ประชุมของอาจารย์จุฬาฯ ได้ทันเวลา เรียกว่าเป็นการใช้ความเป็นอาจารย์ (รุ่นเด็ก) ในการทำลายนิสิตแพทย์ เนื่องด้วยความไม่พอใจเป็นการส่วนตัวในบทบาททางการเมืองของเขา ที่ตลกคือหมอคนนี้เป็นพวกบ้าพันธมิตรเกลียดทักษิณ เหมือนกับหมอจาก ร.พ.จุฬาฯ หลาย ๆ คน
เท่าที่อ่านจากใน comment ก็มีคนบอกว่า เขาได้ไปแจ้งอาจารย์แล้ว แต่อาจารย์ที่ปรึกษา กลับบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของ นิสิตแพทย์สลักธรรม ทำให้พวกแพทย์เสื้อเหลืองไม่ค่อยจะพอใจ เลยพยายามรวบรวมรายชื่อ มีการประกาศไปยังสมาคมศิษย์เก่า ฯลฯ เพื่อจะเอาผิดกับ นศพ.สลักธรรมผู้นี้ให้ได้
ทั้งนี้มีผู้นำหลักฐานไปลงในเวบบอร์ดชุมชนคนเหมือนกัน(ดังภาพข้างบน)ว่าก่อนนายแพทย์พีร์ออกมาเป็นตัวตั้งตัวตีคราวนี้มีเพื่อนของหมอพีร์ที่เป็นพันธมิตรหัวรุนแรงนำเรื่องนี้ไปลงเฟสบุ๊ค แล้วหมอพีร์เข้ามาเขียนแสดงความเห็นว่า"กรี๊ดๆๆๆจริงเหรอเนี่ย น้องคณะฉานนนน ตัดขาดกันไปเลยดีไหมเนี่ย" จากนั้นก็มาออกหนังสือเคลื่อนไหวโดยน.พ.พีร์ ไปนั่งร่าง จม. เพื่อจะเอาไว้โจมตีลูกชายของหมอเหวง ทั้งในฐานะที่เป็นอาจารย์คณะแพทย์จุฬาฯ ที่มีคอนเน็คชั่น สามารถยื่นเรื่องได้ และในฐานะผู้ร่วมอุดมการณ์พันธมิตรชาตินิยม
สำหรับหนังสือที่ลงชื่อกันมีรายละเอียดดังต่อไปนี้เรียน คณะผู้บริหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ
เนื่องด้วยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อต่างๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ต ได้เผยแพร่ข่าวนำเสนอว่า นายสลักธรรม โตจิราการ นิสิตปีหก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ไปตั้งตนเป็นแกนนำ ดำเนินการอำนวยความสะดวกในการเจาะโลหิตให้ผู้ประท้วงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งสื่อได้นำเสนอภาพของนายสลักธรรม สวมเสื้อกาวน์สั้น มีเครื่องหมายกาชาดและชื่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่อกเสื้ออย่างชัดเจนมือข้างหนึ่งถือแกลลอนพลาสติกบรรจุโลหิตของผู้ประท้วง
ภาพของนายสลักธรรมในเครื่องแบบของสภากาชาดไทย พร้อมทั้งเนื้อข่าวที่ระบุชัดเจนว่านายสลักธรรม เป็นนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวางในทุกสื่อ และนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ว่าแท้จริงแล้ว คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีความเห็นชอบและสนับสนุนการเรียกร้องในลักษณะดังกล่าวของกลุ่ม นปช. หรือไม่ ทั้งนี้หากติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า ก่อนหน้านี้ สถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์หลายสถาบัน ได้ออกมาแสดงจุดยืนว่าไม่สนับสนุนแผนการเรียกร้องในลักษณะดังกล่าวของกลุ่ม นปช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากพิจารณาให้ถี่ถ้วนตามหลักจริยธรรมการแพทย์แล้ว การนำโลหิตของบุคคลใดออกจากร่างกาย เพื่อจุดประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากเพื่อการวินิจฉัย รักษาพยาบาล หรือบริจาคให้ผู้ป่วยรายอื่นๆ นับเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ โลหิตยังจัดเป็นสิ่งมีค่ายิ่งสำหรับผู้ป่วยและแพทย์ที่ต้องให้การรักษา การนำโลหิตมาเททิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรประพฤติปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง ทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันอันมุ่งหมายที่จะผลิตแพทย์ที่มีความรู้คู่คุณธรรม ใฝ่รู้และมีเจตคติในการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ตามพันธกิจของคณะ รวมไปถึงสภากาชาดไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่บริหารจัดการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ย่อมต้องมีความเข้าใจในข้อเท็จจริงนี้เป็นอย่างดี
แต่จากเหตุการณ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่า นายสลักธรรม ซึ่งเป็นนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับแสดงพฤติกรรมที่สวนทางกับหลักกาชาดสากล และยังนำเอาสัญลักษณ์ของสภากาชาดไทย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ติดตัวออกไปนำเสนอต่อสื่อด้วย ซึ่งจัดเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และสร้างความเสียหายให้แก่ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นอย่างยิ่ง หากทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่กระทำการใดๆ เพื่อชี้แจงต่อสังคม ว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่ได้รับการสนับสนุนจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างถาวรต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือขององค์กรต่อเนื่องไปได้
จากเหตุผลเหล่านี้ กลุ่มศิษย์เก่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเรียกร้องให้คณะผู้บริหาร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ นำตัวนายสลักธรรม โตจิราการ มาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมรับการตักเตือนตามสมควร ต่อหน้าสื่อมวลชน และสมควรพิจารณาส่งเรื่องให้แพทยสภาเพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติมถึงความเหมาะสมในการรับใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่สนับสนุนการกระทำเช่นนี้ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งเกียรติของพระนามจุฬาลงกรณ์ ตลอดจนชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมไปถึงศักดิ์ศรีความบริสุทธิ์ของวิชาชิพแพทย์อีกด้วย
จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดพิจารณา
วอนเสื้อแดงอย่าเหมารวมเพราะจุฬาแดงก็มาก
จุฬาฯก็เสื้อแดง-จากกรณีดังกล่าว มีเสียงวิจารณ์เชิงเหมารวมว่าแพทย์จุฬาฯผิดจรรยาบรรณ โดยยกกรณีที่มีแพทย์จุฬ่าฯขึ้นป้ายไม่รับรักษาตำรวจ ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯปิดล้อมสภาเมื่อ7ตุลาคม2551 ทำให้คนเสื้อแดงมีอคติต่อจุฬาฯ
อย่างไรก็ตามชาวจุฬาฯจำนวนมากก็ยืนอยู่ฝ่ายประชาชน ทั้งนี้แพทย์ศิษย์เก่าจุฬาฯรายหนึ่งเขียนข้อความในกระทู้ที่เวบบอร์ดคนเหมือนกันว่าอาจารย์หมอบางคนมันก็เหี้ยได้ใจจริงๆหนะแหละ ผมก็จบแพทย์จุฬาฯรุ่น 53 ใครเข้าไปเรียนจะรู้ว่าที่นี่มันวัฒนธรรมศักดินาใช้ได้เลย
ยังไงๆก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องจบมาให้ได้ก่อนนะ มีรุ่นพี่แพทย์จุฬาฯเสื้อแดงเยอะแยะ เดี๋ยวแนะนำให้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่ทำงาน
เหตุผล7ประการ ทำไมคนกรุงเทพฯต้องร่วมขบวนคนเสื้อแดงเสาร์20มีนาคมเพื่อสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ ?
ที่มา Thai E-Newsคนกรุงหนุนเสื้อแดงสู้-บรรยากาศคนกรุงเทพฯในย่านธุรกิจสุขุมวิท และเพลินจิตให้การต้อนรับและให้กำลังใจขบวนคนเสื้อแดงอย่างท่วมท้น ในวันเสาร์ที่ 20 มีนาคมนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะจัดขบวนเดินทางขอบคุณรอบกรุงและเชิญชวนชาวกรุงเทพฯร่วมขบวนเรียกร้องอภิสิทธิ์ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน
โดย แนวร่วมคนเสื้อแดง
19 มีนาคม 2553
คนกรุงเทพฯ คนในเมือง คนชั้นกลาง ผู้รักความเป็นธรรม และรักประชาธิปไตย ทั้งหลาย ควรสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง เพื่อสร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์
เพราะว่า
1.การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อรักษาระบบประชาธิปไตย ที่ประชาชนทุกคนต้องเคารพหลักการและกติกาประชาธิปไตย ที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมกันของพลเมือง สะท้อนผ่านสิทธิในการออกหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเพื่อทำหน้าที่ในรัฐสภา มีวาระการเลือกตั้งผู้บริหารประเทศที่แน่นอน ภายใต้ระบบประชาธิปไตย ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพตรวจสอบ ถ่วงดุลอำนาจรัฐ และร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตยในสังคมไทยให้ก้าวหน้าสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
2.รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้มาจากชัยชนะในการเลือกตั้ง แต่เป็นพรรคการเมืองเสียงข้างน้อย แม้รัฐบาลอภิสิทธิ์จะอ้างว่าเป็นรัฐบาลผสมของพรรคการเมืองในระบบรัฐสภา แต่การเปลี่ยนขั้วกลับข้างของพรรคการเมืองเดิมที่เคยร่วมกับพรรคเพื่อไทย มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์เกิดจากการหนุนหลังของเหล่าอำมาตย์และกองทัพ การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์จึงขัดกับเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ผู้ออกเสียงเลือกตั้ง และสวนทางกับหลักประชาธิปไตยที่ให้รัฐบาลมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน การใช้อำนาจนอกระบบรัฐสภาเพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนขั้วย้ายข้างมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นการทำลายหลักการประชาธิปไตย และทำให้รัฐบาลอภิสิทธ์ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนจำนวนมาก
3. การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้เรียกร้องให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 ข้อเรียกร้องนี้จึงแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของการต่อต้านการรัฐประหารอย่างสันติวิธี กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มาจาการผลักดันของคณะรัฐประหารที่นิยมอำนาจแบบเผด็จการ ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางเหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 แต่ให้อำนาจกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ เป็นกลุ่มคนในเครือข่ายของคณะรัฐประหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบอบอำมาตยาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ 50 ได้ทำให้ระบบรัฐสภาล้าหลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกตั้งไม่มีความหมายแต่อย่างใด เพื่อให้การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นรัฐประหารครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และเพื่อให้ระบอบอำมาตยาธิปไตยยุติการครอบงำการเมืองไทย
4. ระบบรัฐสภา ปัจจุบันถึงเวลาต้องปฎิรูปกันใหม่ ดังจะเห็นได้ว่า สภาล่มในหลายๆ ครั้ง เนื่องจากมีอำนาจนอกระบบรัฐสภาเข้าแทรกแซงนักการเมือง นักการเมืองบางส่วนบางพรรค มักการเล่นเกมชิงไหวชิงพริบทางการเมือง มากกว่าคิดถึงการแก้ไขปัญหาของประชาชน อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาทางการเมืองต้องแก้ด้วยระบบรัฐสภา ไม่ใช่แก้โดยการใช้อำนาจที่มาจากนอกระบบรัฐสภา
5.การบริหารประเทศของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก่อให้เกิดการคอรัปชั่น และใช้งบประมาณไม่เหมาะสม เช่น โครงการจัดซื้ออุปกรณ์ทางแพทย์ จนทำให้ต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี การจัดซื้อ GT 200 ของกองทัพ ที่มีราคาแพงและไร้ประสิทธิภาพ
6. ทางออกต่อวิกฤตความขัดแย้งในสังคมการเมืองปัจจุบัน ต้องมีการขจัดเงื่อนไขต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง เช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เรื่องปัญหาความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม เรื่องปัญหาสองมาตรฐานในการใช้กฎหมาย การยุบสภาเพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนในการตัดสินใจแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าว นับเป็นทางออกภายใต้ระบบ การยุบสภา เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปิดโอกาสไม่ให้มีการใช้อำนาจนอกระบบเข้ามาแก้ไขปัญหาทางการเมือง ปิดโอกาสไม่ให้มีการรัฐประหารซ้ำ ซึ่งจะทำให้ความขัดแย้งบานปลายมากขึ้น
7 และท่ามกลางการขับเคลื่อนในประเด็น แก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ 50 จะแก้ทั้งฉบับหรือบางมาตรา ที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคแต่ละส่วนมีข้อเสนอแตกต่างขัดแย้งกันอยู่นั้น ก็ควรให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเข้ามีส่วนร่วมตัดสินใจ โดยการผลักดัน ให้พรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงสถานการณ์การเลือกตั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังมีการยุบสภานั้น ควรชูธงแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 หรือไม่ ? ว่าจะแก้ไม่แก้ไขอย่างไร ? มีกระบวนการมีส่วนร่วมเหมือนรัฐธรรมนูญปี40 ไหม? เพื่อเป็นนโยบายหาเสียงที่สำคัญเพื่อให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยพิจารณาเลือก และให้ประชาชนทุกคน ทุกฝ่ายการเมือง ต้องยอมรับผลการเลือกตั้งที่ยุติธรรม เพื่อยอมรับกติกาประชาธิปไตยในสังคมไทย
ดังนั้น ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงแสดงพลังประชาธิปไตยรอบกรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม นี้ คนกรุงเทพฯ ควรออกมาร่วมชุมนุมแสดงพลัง หนุนช่วยด้านต่างๆ กับคนเสื้อแดง เพื่อเป็นพลังประชาธิปไตย โค่นอำมาตยาธิปไตย สร้างประชาธิปไตยให้สมบูรณ์
เพื่อไม่ปล่อยให้รัฐบาลอภิสิทธิ์เมินเฉย และอ้างว่าคนเสื้อแดง เป็นเพียงคนส่วนน้อยในสังคมไทย
ทักษิณทวิตอ้างอยู่ดูไบ
ที่มา thaifreenews
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์ในช่วงเช้าที่ผ่านมา อ้างอยู่ดูไบ ส่งความปรารถนาดี หวังว่าประชาธิปไตยและความยุติธรรมจะคืนสู่สังคมไทย
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20100319/105895
ที่นี่
http://twitter.com/Thaksinlive/statuses/10706165437
มีแม่สื่อแบบนี้เรื่องก็ไม่จบ !!!
ที่มา thaifreenews
แถลงการณ์ว่า ประธาน( กสม.) และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
จะมาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างมาร์ค กับ นปช.
และก็เห็นผู้หญิงผมขาวๆ นั่งข้างๆ มาร์ค ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอคือใคร ปัดโธ่เอ๋ย ที่แท้ก็คือ ศ.ดร.อมรา พงศาพิฃญ์
อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ทีีอดีตก็เคยเป็นตัวตั้งตัวตี ล่ารายชื่อ อาจารย์ นักศิกษามหาลัยจุฬา
เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ข้ิิอหาขาดความชอบธรรมและจริยธรรมของผู้นำ อันเนื่องมาจากวิกฤตหุ้นชินภาพอดีตวันที่ 2 กุมภา 2549 ตั้งโต๊ะแถลงการล่ารายชื่อไล่ทักษิณ
เห็นข้อเท็จจริงอย่างนี้แล้วจะมาบอกสังคมว่าเป็นแม่สื่อคนกลาง
เจราจาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมได้อย่างไร
งานนี้ขอตั้งข้อสังเกตุว่าสงกะสัย กสม.คณะนี้คงจะมาเป็นที่ปรึกษาว่า มาร์คว่ามีวิธีการอย่างไรที่่
จะสลายการชุมนุมได้โดยไม่ให้ละเมิดสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
‘สันติอาสาสักขีพยาน’ฉันมา ฉันเห็น
ที่มา Thai E-Newsการได้เห็นความตั้งใจของคนกลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ และเกิดความเข้าใจมากขึ้น หรือช่วงหนึ่งเกิดความรู้สึกร่วมว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ในฐานะเป็นคนบ้านนอกเหมือนกัน และเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศไทย จึงมองว่า หากรัฐบาลไม่ยอมรับฟังหรือจัดการกับกลุ่มเหล่านี้ มันอาจจะมีความรุนแรงเหมือนพื้นที่ภาคใต้ก็เป็นได้
โดย รอฮานี จือนารา
ที่มา ประชาไท
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:
-หน.โครงการสันติอาสาสักขีพยาน ระบุ 7 วันไร้ความรุนแรง
-รู้จักโครงการสันติอาสาสักขีพยาน ซึ่งเยาวชนจาก3จังหวัดชายแดนใต้ทำหน้าที่เป็นพยานข้อเท็จจริงจากที่ชุมนุมเสื้อแดง
“เรามาเพื่อแสดงพลังอำนาจของประชาชน”
ผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงคนหนึ่ง เปรยกับเพื่อนที่นั่งอยู่บนฟุตบาทบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากได้เดินขบวน ขณะที่หัวขบวนกำลังบุกล้อมกรมทหารราบที่ 11 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2553
วันแรก (วันที่ 14 มีนาคม 2553) รู้สึกหวั่น ๆ และหวาดกลัวเมื่อหัวหน้าโครงการ ‘นารี เจริญผลพิริยะ’ เสนอในที่ประชุมในห้อง “peace room” ว่า สันติอาสาสักขีพยาน จะเข้าไปสังเกตการณ์ แต่คิดกันว่า หากเราคนนอกพื้นที่จะเข้าไปในพื้นที่ของการชุมนุม คงต้องอาศัยคนในพื้นที่ที่ผู้ชุมนุมไม่สงสัย เช่นเดียวกับ การทำงานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากคนนอกพื้นที่ ต่างศาสนา ต่างพื้นที่ จะเข้าไปเยี่ยม หรือสังเกตการณ์ในพื้นที่เสี่ยง ก็คงต้องการคนในพื้นที่ที่ได้รับความไว้วางใจระดับหนึ่ง หรือสามารถสื่อสารกับชาวบ้าน อีกทั้งเส้นทางก็เป็นสิ่งจำเป็น หากไม่อย่างนั้น อาจเป็นที่ต้องสงสัยของเจ้าหน้าที่ หรือชาวบ้านได้
อีกครั้งที่ได้เรียนรู้ว่า ความกลัว ความหวาดระแวง ที่ประสบนั้น หากจะให้เลือนหายไปได้ ก็คือ การได้สัมผัสกับความจริง เพราะเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น คงไม่เกินความสามารถของเรา ดั่งอัลกุรอานบทหนึ่ง ความว่า “อัลลอฮ์จะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใด นอกจากตามความสามารถของชีวิตนั้นเท่านั้น (อัลลอฮ์ได้ทรงใช้ให้แต่ละคนปฏิบัติเท่าที่เขามีความสามารถเท่านั้น) อัลบากอเราะห์ อายะห์ ที่ 286
เป็นเวลา 3 วัน ที่คณะสันติอาสาสักขีพยานจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ไปสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่บริเวณถนนราชดำเนิน สะพานผ่านฟ้า และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสังเกตการณ์ ความกลัวที่บดบังเริ่มเลือนหายไป เมื่อได้เผชิญหน้ากับกลุ่มพี่ๆ เสื้อแดง แม้ว่าไม่ได้พูดคุยอะไรมากมาย แต่การได้เห็นความตั้งใจของคนกลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ และเกิดความเข้าใจมากขึ้น หรือช่วงหนึ่งเกิดความรู้สึกร่วมว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
การรู้สึก ความเป็นกลุ่มเดียวกันนั้น คือ การแหกกฎ ทฤษฎีของการเป็นคนกลาง ซึ่งความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเมื่อออกจากที่ชุมนุม เห็นปฏิกิริยาของคนนอก อย่างเช่น คุณลุงซึ่งขับแท็กซี่คนหนึ่งบอกเตือนพวกเราอย่างเป็นห่วงว่า“อย่าไปสนใจกลุ่มนี้ (เสื้อแดง) หากเขาพูดอะไรมาก็อย่าโต้ตอบ …คนแก่ๆ กลุ่มเสื้อแดงทั้งนั้น ”
หากได้ฟังคำพูดเหล่านี้ปราศจากการเข้าไปสังเกตการณ์แล้ว เราอาจรู้สึกและเห็นด้วยเหมารวมกับคุณลุงด้วย แต่การได้ไปเห็นและไปสัมผัสกับผู้ชุมนุมนั้น พวกเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ลุงพูด บางคนเข้ามาพูดกับเราอย่างเป็นมิตร และพูดอย่างเป็นห่วงและยินดีให้พวกเราเข้าไปสังเกตการณ์ได้
ความเห็นใจที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเสื้อแดง อาจไม่เกิดขึ้นหากไม่ไปดูประชาชนที่ต้องเดินทางไกล ต้องทนกับแดดที่ร้อนจัด และไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ปรกติ ขณะที่ขึ้นรถเมล์ คนขับเกิดความหงุดหงิดเพราะเกรงว่า รถจะติด เพราะมีขบวนรถเสื้อแดงกำลังจะเคลื่อนกลับหลังจากที่ปิดล้อมกรมทหารราบที่ 11 และจะเคลื่อนไปอยู่ที่สะพานฟ้าเช่นเดิม รถคันหนึ่งพยายามจะแซงรถเมล์นี้ และทำให้คนขับเกิดความโมโห จนพูดขึ้นมาว่า “ดูๆ แดงทั้งคัน” เมื่อขับไปอีกสักพัก ก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ของเสื้อแดงบางคันขับอยู่บนถนน เขาก็พูดว่า “เอ้า ทำไมต้องขับผ่านทางนี้ คงไม่เคยเข้ากรุง” ตอนนั้นเริ่มรู้สึกเป็นห่วงกลุ่มเสื้อแดง เกรงว่าจะถูกทำร้าย เพราะดูอารมณ์ของคนนอกที่มีความเกลียดชัง และดูถูกเหยียดหยาม
ในฐานะเป็นคนบ้านนอกเหมือนกัน และเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศไทย จึงมองว่า หากรัฐบาลไม่ยอมรับฟังหรือจัดการกับกลุ่มเหล่านี้ มันอาจจะมีความรุนแรงเหมือนพื้นที่ภาคใต้ก็เป็นได้ สิ่งที่เสื้อแดงต้องระมัดระวัง คือ ข่าวลือที่อาจจะเกิดขึ้นทุกช่วงขณะ หากมีมือที่สามเข้าไปจุดไฟนิดหน่อย ก็ง่ายที่จะเกิดขึ้น
วันที่ไปสังเกตการณ์ที่สะพานผ่านฟ้าของวันที่ 15 มีนาคม 2553 ผู้ชุมนุมคนหนึ่งบอกว่า ให้ระวังตัวหน่อย เพราะเกรงว่าจะเกิดความรุนแรง เพราะตอนนี้มีการประกาศ พ.ร.ก. ภาวะฉุกเฉิน” ทั้งที่ยังไม่มีการประกาศจากรัฐบาล หรือการจัดการที่ค่อนข้างขาดระบบที่ดี
ในขณะที่ผู้คนที่เห็นต่าง ไม่ควรที่จะมองกลุ่มเสื้อแดงเป็นอื่น หากต้องคิดถึงความต้องการลึกๆ ของพวกเขาว่า ต้องการอะไรกันแน่ เพราะคงไม่มีใครอยากออกมาเผชิญกับความเดือดร้อน และเสียเวลาทำมาหากิน
อย่างไรก็ตาม หากแต่นั่งฟังเฉพาะคำปราศรัยของผู้นำเสื้อแดงอย่างเดียว ความรู้สึกเหล่านี้คงไม่ปรากฏ เพราะมีแต่การด่าว่าร้าย ป้ายสี ผู้อยู่ตรงกันข้าม จึงเห็นว่า กลุ่มเสื้อแดงที่มีอยู่หลาย ๆ กลุ่ม ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง คงต้องเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้พูดบนเวที ถึงความเดือดร้อนที่เป็นเหตุเป็นผล โดยไร้ความโกรธ หรือการเหยียดหยามอีกกลุ่มหนึ่ง อย่างน้อยในที่ชุมนุม ควรมีการแจกเอกสาร ซีดี ประเด็นที่ไม่เป็นธรรม โดยเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างให้ผู้คนเห็นอกเห็นใจ และเรียกมวลชนได้มากกว่า อย่างที่นักวิชาการหลายคนมองว่า กลุ่มเสื้อแดงควรต้อง ยกประเด็นความอธรรมที่เกิดขึ้นมากกว่าที่เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้นำเพียงคนเดียว
หากการต่อสู้ ปลุกระดม ที่ยกประเด็นประวัติศาสตร์อย่างเดียว โดยไร้ข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผล บวกกับอารมณ์ที่รุนแรง ย่อมยากที่จะเรียกมวลชนขึ้นมาได้ เช่นเดียวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต่อสู้ผ่านการปลุกระดมโดยใช้ประวัติศาสตร์ความเจริญรุ่งเรืองในสมัยก่อน เกิดการต่อสู้กับอารมณ์ความรู้สึกที่เกลียดชังเจ้าหน้าที่ จนขาดการวิเคราะห์ สังเคราะห์ สิ่งที่เกิดขึ้น และไม่มีความชัดเจนในความต้องการที่แท้จริง จนกระทั่งไม่เห็นการต่อสู้ที่สร้างสรรค์
ทั้งนี้รัฐบาลควรต้องทำหน้าที่เปิดโอกาส และช่องทางให้ผู้คนที่ออกมาเรียกร้องความต้องการ มานั่งพูดคุยกัน คงไม่ใช่ให้ผู้คนที่ยอมสละลุกขึ้นต่อสู้มาโดยกลับไปแล้วไม่ได้อะไร เพราะจะทำให้ความต้องการที่คงอยู่ในใจ เปลี่ยนผันเป็นความรุนแรงที่ยากต่อการแก้ไขปัญหาได้
รอยเตอร์ตบหน้าสื่อหลักฝรั่งบ่ยั่นแห่เที่ยวไทยคึก
ที่มา Thai E-News
ตบหน้าสื่อกระแสหลัก-นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินขนสัมภาระสิ่งของที่ได้จากการช็อปปิ้งริมถนนใจกลางกรุงเทพฯเมื่อ18มีนาคม แม้ว่าจะเกิดเหตุชุมนุมต่อต้านรัฐบาลด้วยการเทเลือดหน้าบ้านพักนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไม่อาจหยุดชาวต่างประเทศนำเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย รวมทั้งการซื้อหุ้นและพันธบัตร ค่าเงินบาททะยานสูงขึ้นในรอบ 22 เดือน ส่วนหุ้นไทยขึ้นสูงสุดในรอบ 20 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี(ภาพและคำบรรยาย:สำนักข่าวรอยเตอร์)
ทั้งนี้เมื่อวันที่18 มีนาคม นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ3,234ล้านบาท และหากนับรวมจากต้นเดือนมีนาคมถึงวันนี้ซื้อสุทธิรวม27,810ล้านบาท (ดูรายละเอียด)
-Foreign tourists walk with their belongings through a shopping street in central Bangkok March 18, 2010. Protesters poring blood on the steps of Prime Minister Abhisit Vejjajiva's home have not stopped foreign investors from pouring money into Thailand, including both stocks and bonds. Thai baht has surged to a 22-month peak and Thai stocks hit a 20-month high on Thursday.
REUTERS/Sukree Sukplang (THAILAND - Tags: POLITICS)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวรอยเตอร์
18 มีนาคม 2553
สื่อกระแสหลักของไทย รวมทั้งรายการเล่าข่าวยอดนิยมอย่าง"เรื่องเล่าเช้านี้"ในช่วงเช้าวันนี้ อ้างว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ทำให้การท่องเที่ยวไทยซบเซาลง อย่างไรก็ตามสำนักข่าวต่างประเทศชั้นนำของโลกคือรอยเตอร์ได้รายงานข่าวและภาพคำบรรยายไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ช็อปจนหมดแรง-นักท่องเที่ยวต่างชาติกับสิ่งของที่ช็อปปิ้งริมถนนในใจกลางกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 18 มีนาคม แม้ว่าจะเกิดเหตุชุมนุมต่อต้านรัฐบาลด้วยการเทเลือดหน้าบ้านพักนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไม่อาจหยุดชาวต่างประเทศนำเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย รวมทั้งการซื้อหุ้นและพันธบัตร ค่าเงินบาททะยานสูงขึ้นในรอบ 22 เดือน ส่วนหุ้นไทยขึ้นสูงสุดในรอบ 20 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี(ภาพและคำบรรยาย:สำนักข่าวรอยเตอร์)
-Foreign tourists take a break from shopping in central Bangkok March 18, 2010. Protesters poring blood on the steps of Prime Minister Abhisit Vejjajiva's home have not stopped foreign investors from pouring money into Thailand, including both stocks and bonds. Thai baht has surged to a 22-month peak and Thai stocks hit a 20-month high on Thursday.
REUTERS/Sukree Sukplang (THAILAND - Tags: POLITICS BUSINESS TRAVEL)
ฝรั่งบ่ยั่นม็อบ-นักท่องเที่ยวต่างชาติแลกเปลี่ยนเงินในใจกลางกรุงเทพฯเมื่อ18มีนาคม แม้กลุ่มเสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ในเมืองหลวง แต่ก็ไม่อาจหยุดนักลงทุนต่างประเทศให้นำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ รวมทั้งการลงทุนในหุ้นและพันธบัตร ค่าเงินบาททะยานแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 22 เดือน ส่วนหุ้นไทยขึ้นสูงสุดในรอบ20เดือน(ภาพและคำบรรยาย:สำนักข่าวรอยเตอร์)
-Tourists change money in central Bangkok March 18, 2010. Protesters poring blood on the steps of Prime Minister Abhisit Vejjajiva's home have not stopped foreign investors from pouring money into Thailand, including both stocks and bonds. Thai baht has surged to a 22-month peak and Thai stocks hit a 20-month high on Thursday.
REUTERS/Sukree Sukplang (THAILAND - Tags: POLITICS BUSINESS TRAVEL)
Photo Tools



