WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 8, 2010

คนไทยต่างแดนทั่วโลกลุกฮือต้านฉุกเฉิน ประจานสากลรัฐบาลเผด็จการ

ที่มา Thai E-News



*ชาวไทยในสหราชอาณาจักร(อังกฤษ)ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการออกพรก.ฉุกเฉิน และประกาศจะประจานรัฐบาลเผด็จการทางสากล

*ชาวไทยในสหรัฐฯร่วมชุมนุมกันที่หน้าสถานกงสุลไทยในสหรัฐฯเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง และต่อต้านรัฐเผด็จการออกประกาศฉุกเฉิน และปิดกั้นเสรีภาพทางด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

*คนไทยในฝรั่งเศสออกมาชุมนุมคัดค้านการประกาศฉุกเฉินในปารีส และระดมทุนมาช่วยเสื้อแดงในประเทศไทย

0000000

แถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลและกองทัพไทยให้คืนอำนาจอธิปไตยแก่ประชาชนไทย

ตามที่แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปช. พร้อมกับมวลชนไทยจำนวน หลายแสนคนได้ร่วมกันแสดงเจตนารมย์เรียกร้องให้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนและให้ประชาชนได้มี สิทธิ์ใช้เสียงของตัวเองในการเลือกตั้งกำหนดทิศทางเดินของประเทศต่อไปอันจะเป็น การแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติโดยวิถีทางประชาธิปไตยเพียงวิถีเดียวนั้น

มวลชนไทยจำนวนหลายแสนคนได้ร่วมกันนัดชุมนุมครั้งล่าสุดตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ศกนี้จนถึงบัดนี้นับเป็นเวลากว่าสามสัปดาห์แล้ว แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ยังคงเพิกเฉย และตั้งเงื่อนไขในการยุบสภาทำให้ความพยายามในการเจรจาเพื่อหาทางออกของประ เทศอย่างสงบและสันติยุ่งยากยิ่งขึ้นไปอีก

พี่น้องชาวไทยในต่างแดนจากหลายประเทศรู้สึกห่วงใยในสถานการณ์ทางการเมือง ของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินในวันที่ 7 เมษายนศกนี้ อันจะเป็นการเปิดโอกาส ให้รัฐบาลสามารถใช้กองกำลังทหารและตำรวจเข้ามาปราบปรามแยกสลายการชุมนุม ของพี่น้องประชาชนที่กำลังชุมนุมกันอยู่อย่างสงบ สันติและปราศจากอาวุธได้

พวกเราจึงเห็นพ้องต้องกันที่จะประนามการประกาศพระราชกำหนดฉุกเฉินดังกล่าวของนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นการกระทำทำที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ให้ประชาชนชุมนุมกันได้โดยสันติ และขอเรียกร้องให้นายทหารทุกระดับโดยเฉพาะระดับล่างที่ถูกสั่งการให้ ปราบปรามประชาชนโปรดฝ่าฝืนคำสั่งในการฆ่าประชาชนคนไทยด้วยกันครั้งนี้้เสีย

การประกาศพระราชกำหนดฉุกเฉินของนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ ยิ่งแสดงให้ประจักษ์อีกครั้งหนึ่งว่านายอภิสิทธิ์หมดความชอบธรรมจากจิตใจของประชาชนคนไทยทั่วโลกโดยสิ้นเชิง นอกเหนือจากการหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ด้วยเหตุผลสำคัญ ต่างๆ ดังนี้

1) นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบจากกองทัพ และฝ่ายอนุรักษ์นิยม และปราศจากความเห็นชอบจากประชาชนส่วนใหญ่

2) นายอภิสิทธิ์ เป็นเพียงตัวแทนของฝ่ายอนุรักษ์นิยม และเป็นบุคคลซึ่งไร้จิตวิญญาณ เพื่อประชาธิปไตย และเพื่อมวลชนคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ตกทุกข์ได้ยาก พฤติ กรรม ”อภิสิทธิ์ชน”ผ่านการหนีทหาร การแทรกแซงสื่อวิทยุโทรทัศน์และสื่อสิ่งพิมพ์ ห้ามไม่ให้สื่อรายงานข่าวของฝ่ายประชาธิปไตย การออกพระราชกำหนดฉุกเฉิน เพื่อปราบปรามมวลชนคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน 2552และการบิดเบือนข่าว สารว่าไม่มีการใช้ความรุนแรงต่อมวลชนในเหตุการณ์ดังกล่าว

3) รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ มีพฤติกรรมบริหารประเทศโดยการทุจริตคอรัปชั่นนับตั้งแต่บริหารประเทศเป็นระยะกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมามีรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิ ปัตย์ถึงสามคนจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและมนุษย์ และอดีต รองนายกรัฐมนตรีที่จำต้องลาออกจากตำแหน่งเพราะถูกเปิดโปงการคอรัปชั่น

4) นายอภิสิทธิ์ ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสร้างความสมานฉันทน์ ภายในประเทศได้นายอภิสิทธิ์ใช้มาตรการกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในวงเงินกู้ ที่สูงสุดกว่าสมัยรัฐบาลชุดก่อน จากเดิมวงเงินกู้ที่ 10% กลายเป็น 20 % ของงบ ประมาณรายจ่าย หรือคิดเป็นวงเงินกู้กว่าสี่แสนล้านบาท ส่วนปัญหาความแตกแยก ของคนไทยในสังคมนั้นก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข นายอภิสิทธิ์ไม่เคยมีความพยายาม อย่างเป็นรูปธรรมในอันที่จะสร้างความสมัครสมานสามัคคีระหว่างคนไทยด้วยกันเลย

แถลงการณ์ในนาม พี่น้องชาวไทยในต่างแดนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกทั้งอเมริกา คานาดา ออสเตรเลีย อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน จีน รัสเซีย ซาอุดิอาระเบีย และ อิสราเอล เห็นพ้องต้องกันว่าทางออกของประเทศ ไทยจากวิกฤติการณ์ครั้งนี้มีเพียง ทางเดียวคือ การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะได้ ประกาศยุบสภาโดยทันทีเท่านั้น.

โปรดให้โอกาสสุดท้ายแก่สันติภาพ

ที่มา Thai E-News




ได้โปรดให้โอกาสแก่สันติภาพที่ยังไม่ถึงทางตัน ได้โปรดดำเนินการทุกวิถีทางที่จำเป็นดังนี้

1.ยกเลิก และหรือยุติการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้ก่อน โดยเฉพาะการปราบปรามสลายการชุมนุม ยกเลิกการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร เช่น ที่กำลังมีการปิดกั้นพีเพิลแชนัล วิทยุแท็กซี่ และเวบไซต์ประชาไท

2.เปิดโอกาสสุดท้ายให้แก่สันติภาพ ด้วยการเปิดเจรจารอบใหม่ ซึ่งทำได้โดยทันที ในเมื่อรัฐบาลอ้างว่าจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยเริ่มต้นจากการเจรจาก่อน ขณะที่แกนนำและผู้จัดการการชุมนุมต้องไม่ปิดตายหนทางการเจรจา ต้องถนอมรักมวลชนให้มาก ไม่ยอมให้เกิดการสูญเสียใดๆ และเปิดการเจรจาหาทางออกอย่างสันติ

3.ผู้สนับสนุนกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายต้องยุติการยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าแตกหัก ซึ่งสะใจในระยะเฉพาะหน้า แต่สูญเสียในระยะยาวอย่างร้าวลึก และสมควรต้องสนับสนุนหนทางการเจรจาโดยสันติ


สถานการณ์ชุมนุมในเวลานี้ยังไม่อาจชี้ขาดแพ้-ชนะได้ โดยทั้งสองฝ่าย มีแนวโน้มจะก่อความรุนแรงได้ ยิ่งภายหลังจากที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไทยอีนิวส์ขอแสดงจุดยืนดังต่อไปนี้

1.รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และเตรียมการปราบปรามผู้ชุมนุมอันไม่สอดคล้องต่อสถานการณ์ เนื่องจากผู้ชุมนุมยังเคลื่อนไหวเรียกร้องโดยสันติ แต่รัฐบาลกลับไม่ใช้ความอดกลั้นที่ได้พยายามมาด้วยดีโดยตลอด

2.ผู้สนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะสื่อกระแสหลัก และสื่อที่มีจุดยืนต่อต้านทักษิณ ได้ออกมาชี้นำตลอดให้ใช้กำลังจัดการปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด และแสดงท่าทีแข็งกร้าวว่าหากรัฐบาลไม่ยอมจัดการปราบปรามสลายการชุมนุม กลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้ก็อาจลงมือจัดการต่อผู้ชุมนุมเอง ในลักษณะม็อบชนม็อบ หรือลอบก่อการร้าย อันเป็นการยั่วยุและบีบคั้นกดดันให้รัฐบาลต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

3.ผู้นำและผู้จัดการประท้วง ยังไม่ได้แสดงความพยายามอย่างถึงที่สุดในการที่จะแสวงหาทางออกด้วยวิธีการเจรจา การประกาศว่าตายเป็นตายพร้อมพลีชีพ หรือประกาศว่าพร้อมรับมือการปราบปราม หากไม่มาปราบก็จะบุกไปจัดการต่อฝ่ายรัฐบาลนั้น เป็นการปลุกเร้าที่อาจนำไปสู่การสูญเสีย แกนนำการชุมนุมและผู้จัดการการชุมนุมยังไม่ได้แสดงออกว่าถนอมรักมวลชนอย่างที่ควรต้องทำ

4.ผู้สนับสนุนทักษิณและสนับสนุนการชุมนุม ก็เชื่อมั่นอย่างสุดจิตสุดใจเกินไปว่าการยกระดับการชุมนุม และออกนอกแนวทางสันติในบางครั้ง เช่น กรณีบุกเข้าไปในที่ทำการรัฐสภา จะสามารถกดดันให้รัฐบาลตัดสินใจยุบสภา หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สามารถปกครองบริหารประเทศได้ ซึ่งก็สุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ปัญหาอื่นๆที่ยุ่งยากกว่า เช่น เปิดช่องให้เกิดการทำรัฐประหาร หรือการปราบปราม ม็อบชนม็อบ หรือวิถีที่ห่างไกลจากข้อเรียกร้องออกไป

ในเมื่อข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นเป็นเพียงขอให้รัฐบาลยุบสภา ไม่ใช่การโค่นล้มขับไล่รัฐบาล ซึ่งแกนนำผู้ชุมนุมก็ย่อมทราบดีว่าเป็นเพียงข้อต่อสู้เรียกร้องในระดับที่ต่ำที่สุด และเป็นไปได้ที่สุดที่จะพลิกสถานการณ์มาเป็นฝ่ายชนะได้ด้วยการชี้ขาดของประชาชาติไทยในการเลือกตั้งครั้งใหม่ ดังนั้นการดำเนินการชุมนุมต่อไป โดยปลุกเร้าให้มีการยอมเสียสละชีพ หรือด้วยยุทธวิธีที่เรียกกันว่า"ยกระดับชุมนุม"ก็รังแต่จะทำให้สุ่มเสี่ยงจะเพลี่ยงพล้ำทั้งขบวนได้

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลและกลไกรัฐ ทั้งตำรวจและทหารก็ต้องทราบด้วยว่า ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนั้นผู้ที่ก่อความรุนแรงและสร้างความสูญเสียทุกครั้งคือฝ่ายกุมอำนาจรัฐนั่นเอง ไม่ใช่ประชาชนที่ปราศจากอาวุธ

หนทางการกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาจึงเป็นทางเลือกที่ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม และรัฐบาลควรเดินหน้าต่อไปมากที่สุดในสถานการณ์นี้โดยไม่ชักช้า และโดยไม่ต้องกลัวเสียหน้า โดยในเมื่อฝ่ายผู้ชุมนุมเสนอไป 15 วัน ฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธและเสนอกลับมา 9 เดือน ก็สมควรจะต้องเจรจากันในยกที่สามต่อไป ซึ่งฝ่ายผู้ชุมนุมก็ชอบที่จะผ่อนปรนข้อเสนอตามสมควร เช่น อาจพิจารณาตามข้อเสนอของกลุ่มนักวิชาการเครือข่ายสันติประชาธรรมที่กำหนดให้ยุบสภาใน 3 เดือน ให้ทุกฝ่ายยอมรับในกติกา ให้เคารพผลการเลือกตั้ง และไม่ต้องจัดทำประชามติ เป็นต้น

ทั้งนี้หากฝ่ายรัฐบาลยังคงยืนกรานที่ 9 เดือน โดยไม่ขยับลดกรอบเวลายุบสภาลงมา ความชอบธรรมในการจัดการชุมนุมแบบเอาแพ้เอาชนะก็จะมีความชอบธรรม หรือได้รับแรงสนับสนุนจากสาธารณชนมากขึ้น ขณะที่หากฝ่ายรัฐบาลยืนกรานที่ 9 เดือนก็จะเสียการสนับสนุนจากสาธารณชน เช่นกัน

เราขอเรียกร้องต่อทั้งฝ่ายรัฐบาลและผู้สนับสนุน กับฝ่ายผู้ชุมนุมและผู้สนับสนุน ได้โปรดให้โอกาสแก่สันติภาพที่ยังไม่ถึงทางตัน หลีกเลี่ยงการใช้กำลังอาวุธ ความรุนแรง การยั่วยุใดๆ รวมทั้งทุกภาคส่วนที่ปรารถนาสันติภาพได้โปรดดำเนินการทุกวิถีทางที่จำเป็นดังนี้

1.ยกเลิกประกาศฉุกเฉิน ยุติการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้ก่อน โดยเฉพาะการปราบปรามสลายการชุมนุม ชุมนุม ยกเลิกการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร เช่น ที่กำลังมีการปิดกั้นพีเพิลแชนัล วิทยุแท็กซี่ และเวบไซต์ประชาไท



2.เปิดโอกาสสุดท้ายให้แก่สันติภาพ ด้วยการเปิดเจรจารอบใหม่ ซึ่งทำได้โดยทันที หากรัฐบาลจะอ้างว่าจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยเริ่มต้นจากการเจรจาก่อน ขณะที่แกนนำและผู้จัดการการชุมนุมต้องไม่ปิดตายหนทางการเจรจา ต้องถนอมรักมวลชนให้มาก ไม่ยอมให้เกิดการสูญเสียใดๆ และเปิดการเจรจาหาทางออกอย่างสันติ
3.ผู้สนับสนุนกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายต้องยุติการยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้าแตกหัก ซึ่งสะใจในระยะเฉพาะหน้า แต่สูญเสียในระยะยาวอย่างร้าวลึก และสมควรต้องสนับสนุนหนทางการเจรจาโดยสันติ


ยกเว้นแต่กลุ่มผู้ชุมนุม และฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการทางออกที่สันติ ปิดทางสันติภาพทั้งที่ยังไม่หมดโอกาส นั่นก็เป็นเคราะห์กรรมของประเทศ และประชาชาติไทยมีราคาที่ต้องจ่ายแสนแพง

กองบรรณาธิการไทยอีนิวส์

คมหอกและกระบอกปืนไม่อาจทำให้หวั่นไหว เมื่อประชาชนมาไกลเกินจะหันหลังกลับ

ที่มา Thai E-News



เชิญร่วมงานอ่านบทกวี

“คมหอกและกระบอกปืนไม่อาจทำให้หวั่นไหว เมื่อประชาชนมาไกลเกินจะหันหลังกลับ”


พบกับ


วัฒน์ วรรลยางกูร

กริช เหลือละมัย

ประกาย ปรัชญา (อยู่ระหว่างรอคำยืนยัน)

เดือนวาด พิมวนา (อยู่ระหว่างรอคำยืนยัน)

นายชั้น ทุนน้อย

วฒน

อาณัติ แสนโท

ปิยะชาติ จองทอง

และกวีหนุ่มสาว ฯลฯ



และวงดนตรี

ฮาเมอร์ ซาลวาลา

Homo erectus


วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2553 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา หกโมงเย็นเป็นต้นไป
000000000

เชิญร่วมเวทีเสวนาหัวข้อ
“ ทางแพร่งการเมืองไทย ”

โดย ไชยันต์ รัชชกูล สถาบันสันติภาพฯ มหาวิทยาลัยพายัพ
ธเนศว์ เจริญเมือง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ดำเนินรายการโดย พิษณุ ไชยมงคล


วันที่ 8 เมษายน 2553 เวลา 13.00-16.00 น.
ณ ห้องประชุมกระจก
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


จัดโดย
กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ
กลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ(นกน.)
กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ 40 เชียงใหม่
สำนักกระจายอำนาจและปกครองตนเอง
ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือตอนล่าง

นักศึกษา-นักวิชาการ-ประชาชน ฮือต้านกฎหมายมาร์คติดหนวด จี้ยกเลิกประกาศฉุกเฉินทันที

ที่มา Thai E-News


บันไดลง?-รัฐบาลอภิสิทธิ์+สุเทพเลือกบันไดลงด้วยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แทนที่จะเลือกหนทางเจรจานำไปสู่การยุบสภา แต่ดูเหมือนฝ่ายเสื้อแดงไม่สนใจประกาศนี้นัก เพราะจำนวนผู้ชุมนุมมากขึ้น รวมทั้งประกาศฉุกเฉินก็ได้รับแรงต้านอย่างกว้างขวาง


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 เมษายน 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:นักวิชาการ ประชาชนได้ออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)ออกำแถลงการณ์อีกฉบับที่มีน้ำเสียงตำหนิรัฐบาลอย่างรุนแรง ดังรายละเอียดต่อไปนี้


เรียน คณะรัฐมนตรี
เรื่อง ขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงทันที

ข้าพเจ้า ผู้มีรายชื่ออยู่ท้ายจดหมายฉบับนี้ ขอแสดงเจตจำนงต่อต้านการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงที่รัฐบาลภายใต้ การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 7 เม.ย. 2553 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่มีใจความสรุปว่า แม้ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามรักษาสถานการณ์ภายใต้การประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง แต่การเคลื่อนไหวของประชาชนเสื้อแดงได้พัฒนาไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย เกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมอย่างกว้างขวาง รวมถึงกระทบต่อภาพลักษณ์ในประชาคมโลก นอกจากนั้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาผู้ชุมนุมยังขัดขืนเจ้าหน้าที่และบุกรุกเข้าไปในรัฐสภา ฉะนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการรับมือแก่ผู้ชุมนุมใหม่ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง

ข้าพเจ้าฯ เห็นว่าข้ออ้างเพื่อประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ขาดเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือที่เรียกว่า “คนเสื้อแดง” เป็นไปอย่างสงบ สันติและปราศจากอาวุธ ที่ได้รับความคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ หากแต่ความล้มเหลวในการจัดการกับผู้ชุมนุมนั้นเป็นความล้มเหลวในการบริหาร จัดการของฝ่ายรัฐบาลเอง มิได้เกิดจากการก่อความไม่สงบของผู้ชุมนุมแต่อย่างใด การชุมนุมที่ดำเนินมายังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่จะใช้เป็นหลักฐานได้ว่าการชุมนุมได้ละเมิดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมให้รัฐบาลยุบสภา มิได้ขัดต่อระบอบประชาธิปไตย และมิได้มีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงของรัฐดังที่รัฐบาลได้กล่าวอ้างแต่อย่างใด ข้ออ้างของรัฐบาลที่ใช้ในการสลายการชุมนุม จึงไม่มีเหตุผลที่ชอบธรรม เนื่องจากผู้ชุมนุมมิได้พกพาอาวุธ หรือแสดงพฤติกรรมอันชัดเจนว่ามีจุดประสงค์ที่ต้องการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิต ทำลายทรัพย์สินของราชการหรือเอกชน ในทางตรงข้าม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายรัฐบาลได้ใช้มาตรการที่สร้างความตึงเครียดและกดดันการชุมนุม ส่วนการอ้างว่าผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในพื้นที่ของรัฐสภานั้น รัฐบาลไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการประกาศพรก.ฉุกเฉินได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมถูกยั่วยุจากการขว้างระเบิดแก๊สน้ำตามาจากภายในรัฐสภา รวมถึงภายหลังผู้ชุมนุมยังตรวจพบระเบิดแก๊สน้ำตา พร้อมปืนขนาด 11 ม.ม. 2 กระบอก และปืนเอ็ม 16 อีกหนึ่งกระบอก ซึ่งมีการซุกซ่อนไว้ภายในรัฐสภาด้วย จากเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบกับการปล่อยให้มีผู้พกพาอาวุธเข้าไปในบริเวณ อาคารรัฐสภาด้วย

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรงของรัฐบาล นอกจากไม่เป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแล้ว ยังเป็นการยกระดับความขัดแย้งให้มีความตึงเครียดและเปราะบางเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังทำให้รัฐบาลกลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับผู้ชุมนุม เป็นการขยายวงของความขัดแย้งกับประชาชนออกไปกว้างมากขึ้น และเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยทั่วไปโดยไม่มีความจำเป็น

ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมาในข้างต้น ข้าพเจ้าดังมีรายนามต่อท้ายจดหมายนี้ จึงไม่อาจยอมรับการประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงว่ามีความชอบธรรม และขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศฉบับดังกล่าวในทันที หากรัฐบาลยังเพิกเฉย ข้าพเจ้าจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอความคุ้มครองจากการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบของรัฐบาลต่อไป


ด้วยความเคารพ

อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์
ธงชัย วินิจจะกุล
เทวฤทธิ์ มณีฉาย
พัชรี แซ่เอี้ยว
นครินทร์ วิศิษฎ์สิน
ธนาวิ โชติประดิษฐ
กิตติกร นาคทอง
บัณฑิต เอื้อวัฒนานุกูล
พีระยุทธ เลขะวณิชย์
ธนพล ทรงพุฒิ
รวินทร์ คำโพธิ์ทอง
ขวัญระวี วังอุดม
พินผกา งามสม
วิวรรธน์ กุลปวโรภาส
บุญยืน สุขใหม่
ศิริภาส ยมจินดา
อิสรา ยมจินดา
ไพโรจน์ นิมิบุตร
สมศักดิ์ ภักดิเดช
ธัญสก พันสิทธิวรกุล
ศาสวัต บุญศรี
ทูนธรรม เหรียญทอง
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
สายสัมพันธ์ รัตนปรีดากรณ์
ชญานิน เตียงพิทยากร
ไชยันต์ รัชชกูล สถาบันศาสนา วัฒนธรรมและสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ
ธนกร มาณะวิท
พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ
ชนรดา นราวศินชัย
อรรถพล ปะมะโข
สมชาย เหลืองสุขวิมล
นภัทร สาเศียร
กานต์ ทัศนภักดิ์
สมบัติ บุญงามอนงค์
สายชล แมดพิมาย
Supanutt Sasiwuttiwat
อุเชนทร์ เชียงเสน นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ณัฐเมธี สัยเวช
ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง
ศุภรัตน์ เหมือนปราสาท
วิทย์ ประสมปลื้ม
อดิศร เกิดมงคล
นรินทร์ เจริญสุข
เนตรดาว เถาถวิล
ปรียาภรณ์ ศรีสุวรรณ์
อารีรัตน์ ถิ่นเพาะ
พิชัย วงศ์หาญ
ภาวิดา ฉวีวงศ์
ดวงดาว ศิลปดนตรี
Pavida Chaweevong
Solawan Luckchonlatee
ดร. อภินภัส รุจิวัตร์
สุข์ปราณีย์ คันธะชัย
เมษ จารุอมรจิต
หัทยา ชื่นขำ
สิทธิ แทนประเสริฐสุข
จักรทอง อุบลสูตรวนิช
ไชยวัฒน์ ตระการรัตน์สันติ สมัชชาสังคมก้าวหน้า
ปรียาภรณ์ กันทะลา
สาโรช คงคาประเสริฐสิน
อารยา ภาคภูมิเกียรติคุณ
มัทนา โกสุมภ์
อรชพร นิมิตกุลพร
สุชาติ เศรษฐมาลินี
สุขชัย ไตรกิศยาโสภณ
Vutiporn Moob
อติเทพ ไชยสิทธิ์
ชาติ ไชยสิทธิ์
พรทิพย์ ไชยสิทธิ์
มธุรส ภิรมย์รักษ์
Soonyata Mianlamai
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
Kiraphat Boom Khianthongkul
มธุรส ภิรมย์รักษ์
โกวิท แก้วสุวรรณ
บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์
ชาญณรงค์ บุญหนุน
เชษฐา พวงหัตถ์
ภิภัทร์ภรณ์ ทองศรี
สุลักษณ์ หลำอุบล


สนนท. แถลงค้าน พรก. ฉุกเฉิน

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ออกแถลงการณ์คัดค้านการประกาศพระราชกำหนดการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ประ๊ณามรัฐบาลอภิสิทธิ์เผยธาตุเผด็จการ เดิมที่มาไม่ชอบธรรมอยู่แล้ว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

000

แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
ขอคัดค้านการประกาศพระราชกำหนดการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง
ขอเคียงข้างผู้รักประชาธิปไตยต่อสู้เผด็จการจนถึงที่สุด


เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553 รัฐบาลเผด็จการภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ได้เผยธาตุแท้ของตนเองออกมา ด้วยการประกาศพระราชบัญญัติการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และเตรียมพร้อมในการปราบปรามคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยที่ชุมนุมอย่างสงบสันติมาโดยตลอดเวลา 3 อาทิตย์ รัฐบาลที่เป็นเผด็จการเท่านั้น ที่จะแสดงออกซึ่งการกระทำเช่นนี้ต่อประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพของตนตามระบอบประชาธิปไตย

รัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ไม่มีความชอบธรรมมาอยู่แต่ก่อนแล้ว เมื่อได้กระทำการอันเป็นเผด็จการเช่นนี้ จึงไม่มีความชอบธรรมยิ่งขึ้นไปอีก และสมควรแก่กาลอย่างยิ่งแล้ว ที่จะต้องคืนอำนาจให้แก่ประชาชนเจ้าของประเทศที่แท้จริงได้ตัดสินอนาคตตนเอง รัฐบาลอภิสิทธิ์จะต้องยกเลิกการประกาศพระราชกำหนดการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และจะต้องคืนอำนาจให้แก่ประชาชนโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ อำนาจที่รัฐบาลหุ่นเชิดอำมาตยาธิปไตยกำลังใช้อยู่ขณะนี้คืออำนาจเถื่อนที่ประชาชนมากกว่าครึ่งประเทศไม่ให้การยอมรับอีกต่อไปแล้ว ทหาร ตำรวจ และกลไกข้าราชการของรัฐ มีสิทธิเต็มที่ทุกประการที่จะไม่ยอมรับ ตลอดจนต่อต้านคำสั่งเถื่อนที่ให้ปราบปรามประชาชนนี้และก้าวมายืนเคียงข้างฝ่ายประชาชน

แต่อย่างไรก็ตาม สันดานของเผด็จการย่อมเป็นสันดานของมันเช่นนั้นอยู่วันยังค่ำ มันย่อมจะต่อต้านและบ่อนทำลายการลุกขึ้นสู้ของประชาชนอย่างถึงที่สุดโดยไม่สนใจชีวิตคน สิทธิ เสรีภาพ หรือประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลเผด็จการนี้ได้กระทำมาโดยตลอดเวลาอยู่แล้ว ดังนั้นภารกิจการนำประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ การยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และการคืนอำนาจสู่มือประชาชน ย่อมเป็นภารกิจและภาระหน้าที่ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยโดยแท้ และย่อมจะต้องได้มาจากการต่อสู้ มิใช่ด้วยการกราบไหว้ร้องขอ ซึ่งการประกาศพระราชกำหนดเผด็จการฉบับนี้ออกมา ได้ทำให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ได้รวมกำลังกันทั่วประเทศคัดค้านรัฐบาลเผด็จการอยู่ในขณะนี้อย่างเข้มแข็งและพร้อมที่จะแตกหักกับการปราบปรามประชาชนอย่างไม่ท้อถอย

“สงครามประชาชน” เป็นสิ่งที่ยังคงหลีกเลี่ยงได้ หากรัฐบาลเผด็จการจะฝืนสันดานของตนดูสักครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย พวกเราสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยและเครือข่ายเพื่อนพ้อง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จงประกาศยุบสภาโดยทันที หากไม่เช่นนั้นแล้วย่อมจะต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่ต่างจากจอมเผด็จการของโลกจำนวนมากที่ต้องจบอนาคตลงโดยการถูกลงโทษจากประชาชน และหากมีการปราบปรามโดยการใช้กำลังจนเกิดการสูญเสีย รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบอย่างไม่มีเงื่อนไข และขอให้นักศึกษาผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศร่วมกันออกมาต่อสู้ร่วมกับมวลมหาประชาชนในจุดชุมนุมที่ใกล้ที่สุด

และเรา ยังขอเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตย ทำการต่อสู้กับเผด็จการจนถึงที่สุด ได้เวลาแล้วที่เราจะร่วมกันทวงสิทธิ ศักดิ์ศรีของประชาชนกลับคืนมา ไม่มีการต่อสู้ครั้งใดที่ผ่านมาในอดีต จะชี้ขาดอนาคตประเทศไทยได้มากกว่าการต่อสู้ในวันนี้วันพรุ่งอีกแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องมีแต่ชัยชนะเท่านั้น จงสามัคคีร่วมกันถอนรากเผด็จการอำมาตยาธิปไตยให้ถึงที่สุด ด้วยกำปั้นและฝ่าเท้าของมวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตย

ประชาธิปไตยและการต่อสู้ของประชาชนจงเจริญ! เผด็จการจงพินาศดับสูญ!

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

Wednesday, April 7, 2010

ตลกร้าย..ของสังคมตอแหล..โดย คุณวษณ ราชดำเนิน

ที่มา thaifreenews


1. วาทกรรม? ผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ตน?
ถูกผลิตขึ้นจากนักการเมืองที่ ?ไม่ทำอะไร?

เพื่อกีดกัน ทิ่มแทงบุคคลปกติทั่วไป ไม่ให้เข้ามามีส่วนในอำนาจการเมือง
เพราะว่าบุคคลปกติทั่วไปย่อมต้องประกอบอาชีพทำธุรกิจ มีทรัพย์สิน

ซึ่งการดำเนินการต่างๆของอำนาจทางการเมือง ล้วนย่อมต้องมีผลกระทบเกี่ยวข้อง กับการประกอบอาชีพ
ธุรกิจทรัพย์สิน ของบุคคลปกติทั่วไป

2.
ไม่ทำอะไร? เพื่อสร้างภาพให้ดูเหมือนว่า ขาวสะอาด ?บังหน้า? พรรคพวกเบื้องหลัง
ให้เรียกทรัพย์ เรียกผลประโยชน์ จากผู้ที่จำเป็นต้องประกอบอาชีพทำธุรกิจ มีทรัพย์สิน ?
บังหน้า? พรรคพวกเบื้องหลังให้ทำการทุจริต ฉ้อฉล ต่างๆ

3.
แม้จะดูเหมือนว่า ขาวสะอาด แต่ก็?ไม่มีผลงานคุณประโยชน์อันใด?
เป็นเล่ห์กล ?หุ่นเชิดบังหน้า?ที่ปัจจุบันพัฒนามาสู่รุ่นที่สามารถ? ปากว่าตาขยิบ? ด้วย
หากจะหาบุคคลที่มีประสบการณ์เพียงพอ มีความสามารถ มีความพร้อมมีศักยภาพ มาบริหารประเทศ

โดยที่เป็นบุคคลไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่มีผลประโยชน์เชิงนโยบาย ไม่มีผลเอื้อประโยชน์ตนหรือพรรคพวก
ไม่มีทรัพย์สินที่จะมีผลกระทบเกี่ยวข้อง คงหาได้ยากยิ่งและคงได้แต่พวก ?ไม่ทำอะไร? บังหน้า เท่านั้นมาบริหารประเทศ

4.
ถ้าเป็นผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของส่วนรวมของประชาชนของประเทศ
ใครจะมีผลพลอยได้ไปด้วยก็ไม่เห็นจะต้องเดียดฉันท์
ไม่แน่ว่านักการเมืองที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับของประชาชนของประเทศ
อาจเป็นนักการเมืองที่น่าพึงปรารถนาให้เข้ามาทำงานให้แก่ชาติบ้านเมือง

5.
กรณีการดำเนินการของรัฐบาลทักษิณที่ถูกตัดสินให้เป็นเหตุยึดทรัพย์ทักษิณ ทั้ง 5 กรณี
ล้วนเป็นผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของส่วนรวมของประชาชนของประเทศ
ผลประโยชน์ของครอบครัวทักษิณเป็นผลพลอยได้ ที่ครอบครัวทักษิณพลอยได้ด้วย

ทำไมเราจึงเอื้อประโยชน์ชาวต่างชาติได้ เชื้อเชิญด้วยเงื่อนไขเอื้อประโยชน์เป็นพิเศษ
สารพัดให้เขามาลงทุนต่างๆ ทำไมเราเอื้อประโยชน์คนในชาติของเราเองไม่ได้ ทั้งยังกดขี่ด้วย
เงื่อนไขเอารัดเอาเปรียบอย่างหฤโหดสารพัดบางครั้งหนักหนาถึงขั้นล้มละลายถ้าพลั้งพลาด

เขาเป็นคนในชาติของเราเองเขาอุตสาหะ มานะ พยายาม พากเพียร เหนื่อยยาก สร้างความเจริญ
ให้ชาติของเราเอง จะเลือกเอาอย่างไหน ระหว่างการที่
ประเทศล้าหลัง ประเทศเจริญก้าวหน้า มีดาวเทียมเป็นของเราเอง

6.
กรณีใช้เครือข่ายร่วมและใช้บัตรจ่ายเงินค่าโทรศัพท์ล่วงหน้า
ทำให้ประชาชนได้ใช้โทรศัพท์ในราคาถูกลง การใช้โทรศัพท์สะดวกมากขึ้น
สามารถใช้โทรศัพท์ได้อย่างแพร่หลายกว้างขวางส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศ
รัฐได้รายได้รวมทั้งหมดมากขึ้นจากการที่มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก

7.
กรณีการแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต ยังคงต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินเท่าเดิมไม่ได้ลดลง
แต่ทำให้กระทรวงการคลังได้รับเงินทันทีทุกเดือนนำเงินไปใช้บริหารประเทศได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอ TOT และCAT นำส่งให้ตอนสิ้นปี

ที่สำคัญคือทำให้กระทรวงการคลังได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยนำเงินไปใช้บริหารประเทศ
ได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องถูก TOT และCAT เก็บไว้บางส่วนไปเป็นโบนัสและสวัสดิการของ TOT และ CAT

8.
กรณีให้เงินกู้แก่พม่า
เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประเทศไทยมีผลประโยชน์ในทรัพยากรของประเทศพม่า
ทั้งเป็นความจำเป็นต่อความสงบสุขเพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้านมีพรมแดนติดกัน

ภาครัฐและเอกชนของพม่าหลายหน่วยงาน
ได้ซื้อบริการดาวเทียมและอุปกรณ์จากไทยคมมาตั้งแต่ปี 2541
และมีบริษัทเอกชนที่ใช้อุปกรณ์ไอพีสตาร์ตั้งแต่ปี 2546

พม่าซื้อสินค้าจากไทยคมและไอพีสตาร์ตามปกติเช่นที่เคยปฏิบัติมาก่อนแล้วไม่ใช่
เพิ่งมาซื้อเมื่อได้เงินกู้จากไทย อย่างที่พยายามกล่าวหาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ไทยคมและไอพีสตาร์

ไม่ว่ากิจการของคนไทยคนใดจะได้ประโยชน์ ในที่สุดก็จะส่งผลได้สืบเนื่องต่อๆไปสู่คนไทยด้วยกันเองทั้งหมด
ไม่ควรที่จะกินแหนงแคลงใจอิจฉาริษยาคนในชาติควรร่วมมือร่วมใจส่งเสริมกัน ต่างก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ย่อมต้องดีกว่าต่างก็ขัดขวางกัน


9.
เหตุรวยผิดปกติ ไม่ปรากฏที่มาที่ไปของทรัพย์ ผลจึงยึดทรัพย์สิน
แต่เพราะว่าครอบครัวทักษิณรวยปกติมีที่มาที่ไปชัดเจนจากการขายหุ้น
ที่ราคาหุ้นสูงขึ้นอย่างปกติเช่นเดียวกับบริษัทเกือบทั้งหมดในตลาดหุ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

ผลประกอบการในเวลานั้นก็เป็นไปอย่างงดงาม
ผลประกอบการของผู้รับช่วงต่อก็ปรากฏสอดคล้องกันว่าเป็นไปได้
ไม่สามารถกล่าวอ้างได้ว่ารวยผิดปกติ จึงต้องโมเมสาดโคลนใส่ให้มัวหมองก่อน
ว่าเอื้อประโยชน์ตนเองหรือไม่ ? แล้วจึงโมเม ต่อว่าน่าจะรวยผิดปกติลวงให้ดูเหมือนว่าน่าจะรวยผิดปกติ หรือไม่ ?

10.
ทำไมอำนาจตุลาการไม่กี่คนที่ซึ่ง?เป็นอำนาจตุลาการที่มาอย่างทุจริต
จากอภิสิทธิ์ชนคนกลุ่มเล็กๆไม่กี่คนของประเทศ ที่ไม่พอใจการถูกขัดผลประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ไม่พอใจการถูกขัดผลประโยชน์ที่จะได้จากการจัดซื้ออาวุธ

เป็นอำนาจตุลาการที่พิพากษาด้วยกฎหมายที่บัญญัติผูกซ่อนเงื่อนต่างๆ
โยงกันมาอย่างเฉพาะของอภิสิทธิ์ชน สามารถก้าวล่วงอำนาจบริหารทั้งคณะ
ก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติทั้งคณะ ที่ซึ่ง? เป็นอำนาจบริหารที่มาอย่างสุจริต
จากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น

เป็นอำนาจนิติบัญญัติที่มาอย่างสุจริตจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
ด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นเป็นอำนาจตุลาการไม่กี่คนที่มาอย่างทุจริต ที่พิพากษา
อำนาจบริหารทั้งคณะ อำนาจนิติบัญญัติทั้งคณะที่มาอย่างสุจริค ว่าเอื้อประโยชน์แก่ครอบครัวทักษิณ

การสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมส่วนใหญ่ของชาติของรัฐบาลทักษิณ
เผื่อแผ่ผลพลอยได้เอื้อแก่ครอบครัวทักษิณไปด้วย ไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเสียหาย
ผ่านการพิจารณาอนุมัติของอำนาจบริหารทั้งคณะและอำนาจนิติบัญญัติทั้งคณะ
เป็นทั้งคณะที่มาอย่างสุจริต จากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น

11. ทำไมคนบางกลุ่ม เอื้อประโยชน์แก่พรรคพวกตนเองได้
ทั้งไม่ก่อประโยชน์อันใดแก่ชาติ ทั้งกลับสร้างแต่ความเสียหายแก่ชาติ
ทำไม ทำได้ ? ทำไม ?

12.
กรณีสารพัดโกงเข้มแข็ง จากโครงการกู้เงินเข้มแข็ง
ผู้รับผิดชอบโดยตรง รับโทษโดยการย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม
ส่วนผู้รับผิดชอบระดับสูงกว่า โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบสูงสุดรับผิดชอบโดยการลอยตัว ไม่เกี่ยวข้อง
แต่?ทักกกกกกกกกษิณ ออกไป!!!

13.
กรณีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจำนวนหลายร้อยและหลายพันเครื่อง
ที่ซื้อในราคาแพงมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงล้านกว่าบาทต่อเครื่อง
จากที่เคยมีการทดลองซื้อมาใช้งาน 4 เครื่อง ในราคาหลักหมื่นต่อเครื่อง
แม้จะอ้างว่ามีอุปกรณ์เพิ่มในการตรวจวัตถุได้มากกว่า
แต่ล้วนเป็นสิ่งไร้ค่า
เพราะความแม่นยำในการใช้งานน้อยกว่าใช้วิธีโยนหัวก้อยเสี่ยงทาย

14.
เปรียบเทียบกรณีการพิพากษากรณีซื้อที่ดินรัชดา
ที่ซื้อในราคา 772 ล้านบาทสูงกว่าต้นทุน 107 ล้านบาท
โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล้วนชี้แจงก่อนซื้อแล้วว่าไม่ผิดระเบียบไม่ผิดกฎหมาย
ถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
แต่กรณียึดที่ดินป่าสงวนเขายายเที่ยง
รับโทษโดยการคืนที่ดิน และยอมคืนก็ต่อเมื่อถูกเรียกร้องอย่างหนัก
แต่กรณีรับงาช้าง รับแหวนทองคำ
รับโทษโดยการคืนงาช้างและแหวนทองคำ และยอมคืนก็ต่อเมื่อถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง
แต่กรณีแจกฟรีที่ดิน สปก.4-01 ให้แก่สามีของ สส. ของพรรคที่แจก ซึ่งมีฐานะระดับคหบดีของจังหวัด
รับโทษโดยการคืนที่ดิน และยอมคืนก็ต่อเมื่อถูกเปิดโปงอย่างกว้างขวางรุนแรง

15.
กรณีพรรคไทยรักไทย ที่ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งมาอย่างท่วมท้น
ถูกพิพากษายุบพรรคอย่างเคลือบแคลง
ว่าจ้างพรรคเล็กลงแข่งขัน เพื่อให้มีผู้แข่งขันตามรัฐธรรมนูญ
จากการที่พรรคที่เปรียบตนเองกับแมลงสาบไม่ยอมลงเลือกตั้งแข่งขัน
ด้วยรู้ดีว่าไม่สามารถชนะเลือกตั้งได้ และเจตนาก่อกวนให้บ้านเมืองตีบตันวุ่นวาย (สมควรถูกยุบพรรคยิ่งกว่าหรือไม่ ?)
แม้ปรากฏหลักฐานบุคคลของพรรคแมลงสาบกำลังเจรจาอย่างลับกับพรรคเล็กผู้กล่าวหาว่าได้รับว่าจ้าง
แต่ศาลกลับไม่รับพิจารณาว่าอาจเป็นการใส่ความโดยพรรคแมลงสาบร่วมมือกับพรรคเล็กนั้น

16.
กรณีพรรคพลังประชาชน
ที่สมาชิกพรรคไทยรักไทยที่เหลืออยู่ จัดตั้งขึ้น
ยังคงได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น
ถูกจองล้างพิพากษายุบพรรคอีกครั้ง
โดยพิจารณาจากพยานเพียงคนเดียวที่กล่าวหาว่ารับเงินซื้อเสียงจากพรรคพลังประชาชน

ยื่งไปกว่านั้น กรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนทั้งหมด ยังต้องโทษด้วยกฎหมายที่ออกย้อนหลัง
ให้มีโทษห้ามมีบทบาทยุ่งเกี่ยวทางการเมืองใดๆ

17.
กรณียุบพรรคครั้งแล้วครั้งเล่า
ล้วนพิพากษาอย่างรวดเร็ว
ด้วยพยานที่เต็มไปด้วยความน่าเคลือบแคลง
ด้วยกฎหมายที่ส่อความอยุติธรรมอย่างเด่นชัด (ดังจะเห็นได้จากกรณีย้อนหลังให้มีโทษ)

ยุบพรรคที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างท่วมท้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ยังทำลายล้างไม่สำเร็จ จึงหาเหตุปลดนายสมัคร สุนทรเวช ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ด้วยข้อหาเป็นลูกจ้างทำกับข้าวออกรายการโทรทัศน์
แต่ผู้เป็นหนึ่งในคณะผู้พิพากษาให้ปลดนายสมัคร
เป็นลูกจ้างพูดหน้าห้องเรียน และลูกจ้างจัดรายการวิทยุ
อ้างว่าเป็นการให้ความรู้ ไม่มีความผิด ไม่ต้องปลดออก

ม็อบแอบอ้างเสื้อเหลืองก่อกวนรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มาแทนนายสมัคร
บางคนถูกระเบิดปิงปองมือขาด โดยที่มืออีกข้างยังกำระเบิดอีกลูก
บางคนถูกระเบิดเป็นแผลฉกรรจ์ในซอกรักแร้ที่น่าจะเป็นการหิ้วถุงใส่ระเบิดไว้ที่ซอกแขน
บางคนถูกระเบิดที่บรรทุกมาจำนวนมากภายในรถตนเอง
แต่ใช้เครื่องจีที 200 (ที่เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำน้อยกว่าใช้เหรียญโยนหัวก้อยทายเอา) ตรวจไม่พบสารระเบิด
โมเมสรุปว่า จึงเป็นการระเบิดจากการใช้แก๊สน้ำตา ที่ใช้สลายการชุมนุม
แม้ผู้ถูกระเบิดจะอยู่ต่างสถานที่จากบริเวณชุมนุม ที่มีการใช้แก๊สน้ำตา
แล้วดำเนินคดีข้อหาอุกฉกรรจ์ต่อนายสมชาย นายกรัฐมนตรีที่มาแทนนายสมัคร

18.
เมื่อยังทำลายล้างพรรคที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างท่วมท้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่สำเร็จ
ก็สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง จากยึดทำเนียบ ถึงขั้นปิดสนามบิน
แล้วใช้เป็นข้ออ้างว่าบ้านเมืองวุ่นวาย ทำการยึดอำนาจ ดำเนินการรัฐประหาร

19.
ปลด กกต. ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน
ด้วยข้อหาจัดการเลือกตั้งให้ผู้ลงคะแนนเสียงหันก้นออกไปทางหน้าห้องลงคะแนน ไม่หันหน้าออก
แล้วหาทางเอาพรรคพวกตนเข้ามาเป็น กกต. แทน

กรณีพรรคที่เปรียบเทียบตนเองกับแมลงสาบรับสินบน 258 ล้านบาท มีหลักฐานชัดเจน
กกต. ชุดหันหน้าออกไม่หันก้นออก ที่มาแทนชุดเดิม
ให้ประธาน กกต. เป็นผู้พิจารณาว่าจะส่งเรื่องให้ศาลหรือไม่
เพราะว่าประธาน กกต. พิจารณาให้ยกคำร้อง
เมื่อถูกวิจารณ์อย่างหนัก
ประธาน กกต. ก็เก็บเรื่องไว้อย่างยาวนานแทน อ้างว่ายังพิจารณาไม่หมด ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อน
อ้างว่ายังพิจารณาไม่หมด ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อน แต่กลับยกคำร้องเสียแต่ต้น


20.
กรณีม็อบแอบอ้างเสื้อเหลือง
ปิดสนามบิน ยึดทำเนียบ ยึดสถานีโทรทัศน์ พกระเบิด พกอาวุธ
การดำเนินคดีไม่มีการดำเนินการใด จนถูกเรียกร้องอย่างหนัก ก็ขยับอย่างเสียไม่ได้
แต่ยังคงแทบไม่มีการดำเนินการเช่นเดิม
กรณีม็อบเสื้อแดงปิดถนน ปาไข่ ถูกจับดำเนินคดีทันที

กรณีไอ้โม่งปิดหน้าตา สวมเสื้อเกราะ เผารถเมล์
จนถึงขับรถแก๊สมาขวางถนนแล้วสวมชุดมนุษย์ค้างคาวมาขับออกไป
ใส่ความกลุ่มคนเสื้อแดงว่าเป็นผู้กระทำ
แม้จะถูกท้าทายให้จับตัวมาถ้าเป็นคนเสื้อแดงจริง ก็มีแต่ความนิ่งเฉย
แต่ม็อบเสื้อแดงทุบรถนายอภิสิทธิ์ ถูกจับดำเนินคดีทันที ข้อหาในเบื้องต้นคือพยายามฆ่า

21. เหตุการณ์ต่างๆ เต็มไปด้วยความคลุมเครือ
บางส่วนไม่ถูกต้อง บางส่วนดูเหมือนถูกต้องอยู่บ้าง
แต่เมื่อพิจารณาภาพจริงแล้ว คือความเท็จอย่างหนึ่ง เป็นการอยุติธรรมอย่างหนึ่ง
เป็นเล่ห์ทุศโลบายศรีธนญชัยสองมาตรฐาน ที่ถูกนำมาใช้อย่างหนักในเวล?9 ไม่ครบถ้วน ขาดแหว่ง พร่องไป
ซึ่งเหตุผลหรือข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน ไม่ครบถ้วน ขาดแหว่ง พร่องไป นั้น
แท้จริงแล้ว คือความเท็จอย่างหนึ่ง เป็นการอยุติธรรมอย่างหนึ่ง
เป็นเล่ห์ทุศโลบายศรีธนญชัยสองมาตรฐาน ที่ถูกนำมาใช้อย่างหนักในเวลานี้
ดังจะเห็นได้จากกรณีต่างๆมากมาย ที่ได้กล่าวมาข้างต้นเพียงบางส่วน

22.
รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ใช้เป็นแม่บทของกฎหมายทั้งปวง
ก็แฝงความชั่วร้ายไว้เสียแต่ต้น
ทั้งยกเว้นความผิดให้ตนเอง
ทั้งย้อนหลังไปให้มีโทษแก่ผู้อื่น
ทั้งล่วงหน้าไปยกเว้นความผิดพรรคพวก
จัดแบ่งเขตเลือกตั้งเอาจังหวัดที่อยู่ต่างภาคเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน
เพื่อให้ผลรวมคะแนนเสียงได้ สส. เป็นของพรรคที่กำหนดไว้
จัดแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อให้คนในพื้นที่ ที่เลือกพรรคที่กำหนดไว้ หนึ่งเสียงเลือก สส. ได้มากกว่าหนึ่งคน
จัดแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อให้คนในพื้นที่ ที่ไม่เลือกพรรคที่กำหนดไว้ หนึ่งเสียงเลือก สส. ได้คนเดียว
ข่มขู่ให้ยอมรับรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้น จะเลือกใช้รัฐธรรมนูญตามอำเภอใจ

23.
จะไม่มีใครสามารถทำเช่นนี้ได้
ถ้าไม่มีความรักอย่างใหญ่หลวงและความเทิดทูนอย่างสูงล้ำ
ต่อผู้อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
ภาพนี้บอกยิ่งกว่าล้านคำบรรยาย

(
ภาพคณะกษัตริย์ทั่วโลกร่วมฉายพระฉายาลักษณ์ในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
กับคำบอกเล่าของท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ถึงความใฝ่ฝันของทักษิณ ชินวัตร ที่จะจัดงานนี้)

24.
ยุคสมัยแห่งสื่อเป็นฐานันดรที่ตระหนักตนชัดเจนว่า
พวกตนนั้นมีอิทธิพลต่อสังคมทั้งอย่างอนันต์และอย่างมหันต์เพียงใด

สื่อจึงบันดาลโทสะ ลุแก่โทสะ ที่ไม่ได้รับการสนองผลประโยชน์อย่างที่ต้องการ
ในความต้องการแผ่ขยายเครือข่ายธุรกิจไปสู่การก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ของตน
อันได้แก่สื่อในเครือ MGR

สื่อจึงบันดาลโทสะ เคียดแค้น ที่พลาดหวังการครอบครองกลับคืน ในสถานีโทรทัศน์ที่ตนก่อตั้งขึ้น
แล้วไม่สามารถรักษาไว้ได้จากเงื่อนไขอันเข้มงวด ที่ตนเองเป็นผู้เสนอเองเพื่อก่อตั้งสถานี
แต่ยังหวังที่จะได้กลับคืนในเงื่อนไขที่เป็นผลได้แก่ตนมากกว่าที่เคยเป็น
อันได้แก่สื่อในเครือ NT

เมื่อสองค่ายสื่อถือเอานายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เป็นศัตรู ด้วยข้อหาไม่สนองและขัดความต้องการของตน
จึงไม่น่าแปลกใจที่สองสื่อจะดำเนินการล้างสมองผู้บริโภคสื่อของตนอย่างหนักและต่อเนื่อง
พยายามสร้างกระแสเกลียดชังหวังผลทำลายผู้ถูกยึดถือเป็นปรปักษ์

25.
วันที่ 25 ธันวาคม 2550

ศาลอาญาชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา
โดยศาลพิจารณาเห็นว่า นายสนธิเปิดประเด็นกล่าวหานายกฯ ทักษิณ อย่างต่อเนื่อง
ให้เป็นที่สงสัยกำกวม หวังสร้างกระแสโค่นล้มนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง
การกระทำกระทบโครงสร้างทางสังคมครั้งใหญ่
เกิดความขัดแย้งอย่างมากระหว่างผู้สนับสนุนสองฝ่าย ต่างมุ่งห้ำหั่นล้างผลาญกัน
สถานภาพสังคมไทยเกิดความสูญเสีย ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง

พฤติการณ์กล่าวปราศรัยของนายสนธิ
การแต่งกายของนายสนธิที่ใช้เสื้อสีเหลือง
และข้อตวามที่เสื้อว่า เราจะสู้เพื่อในหลวง
ล้วนพยายามสร้างภาพของทักษิณ ชินวัตร และประชาชนผู้สนับสนุน
ให้ยืนอยู่ตรงข้ามสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
เป็นการแยกประชาชนคนไทยให้เป็นฝ่ายตรงข้ามสถาบันฯ
นับเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ

การที่นายสนธิพยายามดึงสถาบันอันเป็นที่รักเคารพ เทิดทูนสูงสุดของประชาชนทุกหมู่เหล่า
มาเป็นเครื่องมือในการกำจัดนายกฯ ทักษิณกับพวกในทางการเมือง
พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง
เพื่อไม่ไห้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
จึงพิพากษาจำคุกนายสนธิเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

หลังฟังคำพิพากษา นายสนธิกล่าวว่าจะยื่นขอประกันตัวและจะอุทธรณ์สู้คดี

26.
วันที่ 22 ก.ย.51

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือพิมพ์เครือเดอะเนชั่นกรุ๊ป
ตีพิมพ์คำขอโทษอย่างเป็นทางการตามคำสั่งศาล ในกรณีที่ได้แสดงความเท็จ
กล่าวหาว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด CTX เพื่อใช้ในสนามบินสุวรรณภูมิ
ซึ่งกลุ่ม พธม. ได้ใช้เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในการโจมตีรัฐบาลในขณะนั้น
สร้างเงื่อนไขให้ทหารทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

27.
เรื่องราวแอบอ้างเสื้อสีเหลือง
เรื่องราวเท็จของ CTX
เป็นอดีตเพียงช่วงเริ่มต้นๆ ของการทำร้ายและทำลายโดยใช้สื่อใส่ความ
สำแดงอิทธิพลให้ประจักษ์โดยทั่วไป
ให้ยำเกรงต่อการกรรโชกเรียกร้อง

28.
ความผยอง อหังการ ของสื่อ
เห็นได้จากการกระทำของผู้ที่แม้เป็นเพียงสื่อตัวเล็กๆ
แต่ความบังอาจโอหังที่แสดงออก อย่างไม่เกรงใจความรู้สึกของประชาชน
ดังเช่นกรณีนายวิศาล ที่ไม่รู้ว่าชูวิทย์ไม่มีข้อด้อย มีแต่ข้อศอก

เสียงตอบโต้วิจารณ์ สะท้อนกลับนายวิศาล อย่างกว้างขวางต่อกรณีที่เกิดขึ้น

29.
การหลอกลวงว่าทรัพย์สินของครอบครัวชินวัตรเพิ่มขึ้นหลายหมื่นล้านบาท
มาจากการโกงนั้น ง่ายต่อการหลอกให้เชื่อ
ง่ายต่อการสร้างความอิจฉาริษยา เคียดแค้น ชิงชัง ให้เกิดขึ้นแก่ผู้ถูกยุยงปลุกปั่น

กลุ่มธุรกิจต่างๆในตลาดหลักทรัพย์ หลังจากทักษิณ ชินวัตร เข้าบริหารประเทศ
มูลค่าธุรกิจต่างเติบโตขึ้น 2 ถึง 6 เท่า เป็นส่วนใหญ่ จากราคาหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้น
มูลค่าธุรกิจของกลุ่มปูนซีเมนต์ไทย กลุ่ม ปตท. กลุ่ม ทีพีไอ กลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์
เติบโตขึ้น 5-6 เท่า
มูลค่าธุรกิจในระดับยอดหญ้าต่างเติบโตขึ้น
รวมถึงมูลค่าธุรกิจของครอบครัวชินวัตรที่เติบโตขึ้นประมาณ 2.6 เท่า
ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นเป็นเจ็ดหมื่นกว่าล้านบาทของกลุ่มชินวัตรเป็นเรื่องปกติ
และไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมายแต่อย่างใดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ

เมื่อเศรษฐกิจของประเทศแข็งแกร่ง
มูลค่าธุรกิจต่างๆของประเทศก็เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงมูลค่าธุรกิจของครอบครัวชินวัตร
การที่ผู้ใดสร้างผลประโยชน์แก่ประเทศ แล้วตนเองได้รับผลประโยชน์ไปด้วย
ถูกประดิษฐ์ถ้อยคำกล่าวหาให้เกิดอคติว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน
ถ้าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนเช่นนี้ กลับสมควรสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง

30.
รัฐบาลทักษิณฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติจากวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ. 2540
สามารถใช้หนี้คืน IMF และสามารถสำรองเงินของประเทศไว้ได้เป็นจำนวนมาก
ซึ่งส่งผลให้ในเวลาต่อๆมา จนถึงวันนี้ (พฤศจิกายน 2551) ประเทศไทยของเรา ยังมีเงินสำรองของประเทศ
มากกว่าแสนล้านดอลลาร์
แม้วันนี้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว
แต่คุณูปการนี้ ยังค้ำจุนประเทศไว้
ท่ามกลางกระแสวิกฤติเศรษฐกิจโลก
และกระแสการเมืองทำลายประเทศ ที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจประเทศตนเองอย่างหนัก
(
กฏหมายป้องกันไม่ให้รัฐบาลต่อๆมา เข้าเกี่ยวข้องเงินทุนสำรองของประเทศโดยพละการได้)

31. เศรษฐกิจของประเทศฟื้นฟูขึ้นจากวิกฤติได้อย่างไร
การเกื้อหนุนให้ประชากรทางเศรษฐกิจระดับรากหญ้ามีกำลังประกอบอาชีพ สามารถจับจ่ายใช้สอย
จะส่งผลต่อๆไปยังประชากรทางเศรษฐกิจที่อยู่ชั้นบนขึ้นไป
ทำนองนี้?

ประชากรทางเศรษฐกิจระดับรากหญ้าซื้อของจากร้านค้า
ร้านค้าซื้อของจากเอเย่นต์
เอเย่นต์ซื้อของจากผู้ผลิต
ผู้ผลิตจ้างงานและซื้อวัตถุดิบจากประขากรระดับรากหญ้า

การเกื้อหนุนให้ชนชั้นรากหญ้ามีกำลังประกอบอาชีพ สามารถจับจ่ายใช้สอย
เป็นผลให้ชนชั้นทางเศรษฐกิจที่อยู่สูงขึ้นไปยิ่งมีรายได้มากกว่าเป็นทบเท่าทวี
เพราะว่าเงินที่จับจ่ายใช้สอยโดยจำนวนมากของประชากรระดับรากหญ้า
หมุนเวียนขึ้นไปสู่จำนวนน้อยของประชากรระดับสูงกว่า
ดังเช่น

ประชากรระดับรากหญ้ามี 8 คน
ประชากรระดับร้านค้ามี 4 คน
ประชากรระดับเอเย่นต์มี2 คน
ประชากรระดับผู้ผลิตมี 1 คน


ข้อที่สำคัญยิ่งคือการที่รากหญ้าต้องมีกำลังประกอบอาชีพเองได้อย่างยั่งยืน
ไม่ใช่การได้รับอย่างต้องพึ่งพาไปตลอดทั้งสิ้น

32.
จากประเทศลูกหนี้ IMF กลับกลายเป็นประเทศมั่นคงทางเศรษฐกิจ
มีเงินสำรองของประเทศจำนวนมาก ในสมัยรัฐบาลนายกฯ ทักษิณ บริหารประเทศ
ประเทศต่างๆที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจของโลก
ให้เงินกู้แก่ประเทศอื่น เป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยด้วย
และมักกำหนดเงื่อนไข ให้ประเทศที่เป็นลูกหนี้ต้องใช้เงินกู้นั้นซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ให้เงินกู้
เป็นการส่งเสริมกิจการต่างๆของประเทศตน และสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
ดังเช่นญี่ปุ่นให้เงินกู้แก่ไทยสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ กำหนดให้ไทยต้องใช้บริษัทญี่ปุ่นร่วมก่อสร้าง
ดังเช่น IMF กำหนดให้ไทยต้องขายทรัพย์สินแก่ประเทศให้เงินกู้

33.
กลุ่มอำมาตยาธิปไตย เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพวกอภิสิทธิ์ชนธิปไตย
คือกลุ่มคนผู้ต้องการระบอบอภิสิทธิ์ชน-อำมาตยาธิปไตย
คือระบอบการปกครองที่เป็นของอภิสิทธิ์ชน โดยอภิสิทธิ์ชน เพื่ออภิสิทธิ์ชน เฉพาะกลุ่มของตน
อันต้องไม่มีการพัฒนาใดๆไปสู่ความเป็นของราษฎร โดยราษฎร เพื่อราษฎร เป็นอันขาด
ต่างก็เข้ารวมหัวกัน เป็นตัวการเบื้องหน้า ผู้สนับสนุน ตัวการเบื้องหลัง และไอ้โม่งในมุมมืด
ร่วมมือกันโค่นล้มนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร
เพื่อที่จะคงไว้ซึ่งการยึดกุมควบคุมอำนาจทางการเมือง คงอภิสิทธิ์กดขี่เหนือประชาชนธรรมดาปกติทั่วไป
และการเกาะสูบเอาผลประโยชน์ต่างๆแก่ตนไว้

34.
ศาลผู้พิจาณาตัดสินคดี เป็นผู้ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม สมควรแก่การเคารพในคำตัดสินพิพากษา
แต่ผู้ที่ถูกจัดสรรมา โดยการเอาพรรคพวกที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์เป็นศัตรูกับทักษิณ
มาดำเนินกระบวนการตัดสิน เอาผิดกับทักษิณ
ถูกบอกว่าสมควรแก่การเคารพในคำตัดสินพิพากษาเช่นกัน
ความจริงคือ ต่างกระบวนการ ต่างคณะ ต่างบุคคล ซึ่งต่างกันกับผู้ตัดสินและกระบวนการตัดสินอย่างยุติธรรม

ในเวลานี้กระบวนการพิพากษามีสองภาค แฝงร่างซ่อนเร้นอยู่
หนึ่งเป็นกระบวนการอันยุติธรรม
อีกหนึ่งเป็นกระบวนการแอบแฝงหลอกลวง
ดังเช่น กระบวนการพิพากษาส่วนหนึ่งถูกจัดตั้งโดย คมช.
เต็มไปด้วยบุคคลอคติ บุคคลเป็นศัตรู บุคคลมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้อง บุคคลขัดแย้งผลประโยชน์
ทำไปได้ถึงขนาด
ออกกฎหมาย...ย้อนหลังไปให้มีความผิดมีโทษในอดีต
ไม่เพียงเท่านั้น
ยังออกกฎหมาย...ล่วงหน้าไปยกเว้นการกระทำผิดของพวกฝ่ายตน
อย่างครอบจักรวาล

35.
จัดรายการชิมไปบ่นไป
อ้างพจนานุกรมว่าเป็นลูกจ้าง ได้เงินตอบแทน
เอาโทษถึงปลดนายกฯ สมัคร จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
แต่ผู้ร่วมกระบวนการพิพากษา
ไปบรรยายเลคเชอร์เป็นงานพิเศษ ไปจัดรายการวิทยุ ได้เงินตอบแทน
บอกว่าไม่เป็นลูกจ้าง แต่เป็นการประสิทธิ์ประสาทให้วิชาความรู้

ถูกยุบพรรค อย่างไม่เลิกรา หาทางจะยุบอีกครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างชวนพิศวง
แต่อีกฝ่ายคือพรรคเก่าแก่ ที่เปรียบเทียบตนเองเหมือนแมลงสาบ
ในความสามารถดำรงเผ่าพันธุ์มาได้อย่างยาวนานนั้น
ลอยนวลอย่างน่าสนเท่ห์

36.
กฎหมายที่บัญญัติด้วยอคติ
โดยองค์กรที่ถูกบิดเบือนล่อลวงให้ยอมรับเป็นรัฐาธิปัตย์ เช่น คมช.
แท้จริงคือองค์กรโมฆะ
ไม่อาจยอมให้ถือเป็นรัฐาธิปัตย์ได้ด้วยที่มาจากการขู่เข็ญ
ที่ต้องชำระล้างการกระทำไม่บริสุทธิ์ให้หมดสิ้น

37.
กรณีซื้อที่ดินที่ถนนรัชดาภิเษก
.........
หากดูที่การกระทำอย่างเปิดเผยบริสุทธิ์
คุณหญิงพจมานกระทำการซื้อขายโดยเปิดเผยสุจริต
โดยได้มีการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ
ซึ่งก็ได้รับการตอบรับยืนยันว่าสามารถกระทำการซื้อที่ดินผืนนี้ได้

.........
หากดูที่อำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง
กองทุนฟื้นฟูอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย
นอกเหนืออำนาจใดๆของนายกรัฐมนตรี
ซึ่งการเบิกความของศาลให้อดีตนายกรัฐมนตรี 3 ท่านชี้แจง
อดีตนายกฯ บรรหาร อดีตนายกฯ ชวน และอดีตนายกฯ ชวลิต
ต่างให้การเช่นเดียวกันหมดว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจสั่งการใดเหนือธนาคารแห่งประเทศไทยได้

.........
หากดูที่การก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศหรือไม่
จากเดิมที่ประกาศขาย ไม่มีใครสนใจจะซื้อ
จนกระทั่งคุณหญิงพจมานแสดงความประสงค์เสนอซื้อ
ได้เสนอซื้อในราคา 772 ล้านบาท
สูงกว่าที่กลุ่มโนเบิลเสนอ 750 ล้านบาท
สูงกว่าที่กลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์เสนอ 730 ล้านบาท
แม้มีการพยายามสร้างเรื่องว่าราคาประเมินคือ 840 ล้านบาท
แต่รวมเอาส่วนพื้นที่เป็นถนนและคลองสาธารณะไว้ด้วย
โดยที่ต้นทุนของกองทุนฟื้นฟูทั้งหมด 107 ล้านบาท
ความจริงคือไม่มีสิ่งใดเป็นความเสียหาย
ตรงข้ามกลับมีส่วนช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ

.........
หากดูที่เจตนา
จากที่กล่าวมาข้างต้น ย่อมเห็นได้ชัดเจนว่า
การซื้อที่ดินที่ถนนรัชดาภิเษก ไม่ได้มีการฉ้อโกงใดๆ และไม่มีเจตนาฉ้อโกงใดๆ
การที่ถูกพิพากษาความผิดในแง่มุมเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ก็เป็นการกระทำตามกฎระเบียบที่คู่สมรสต้องให้ความยินยอมในการทำนิติกรรม

โทษที่พิพากษาถึงจำคุกสองปี ไม่รอลงอาญา
รุนแรงมากจนเกินกว่าความยุติธรรมไปหรือไม่

38.
เปรียบเทียบกับการซื้อที่ดินที่ถนนรัชดาภิเษกกับการแอบแจกที่ดิน สปก.
โดยพรรคการเมืองเก่าแก่ ให้แก่ผู้มีฐานะมั่งคั่งระดับเศรษฐี
ถูกบอกว่าเป็นการแจกให้ฟรีตามสิทธิอันสมควร

39.
การขายหุ้นของกลุ่มชินฯ ในราคาสูง แก่ต่างชาติ
ด้วยเจตนาเพื่อพยายามให้ครอบครัวของตนปลอดจากธุรกิจให้มากที่สุดของทักษิณ ชินวัตร
และเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกโจมตีจากกลุ่มคนที่ต้องการโค่นล้มให้ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ถูกบอกว่าเป็นการขายสมบัติชาติ
การขายหุ้นที่เป็นเจ้าของสัมปทานสิทธิในธุรกิจโทรศัพท์มือถือและสัมปทานสิทธิในดาวเทียม
ไม่ใช่การขายสมบัติชาติ
เปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆ เหมือนให้เช่าที่ดินไปสร้างตึกหาผลประโยชน์
เมื่อหมดเวลา ก็จะต้องกลับคืนมา
โดยที่ผู้ซื้อรับช่วงต่อจากกลุ่มชินฯ มีภาระต้องสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพิ่มขึ้นเพื่อการแข่งขันทางธุรกิจ
รัฐได้ทั้งค่าสัมปทาน ได้ทั้งระบบโทรศัพท์มือถือและดาวเทียมเป็นสมบัติของชาติเมื่อหมดสัญญา


40.
การขายหุ้นของกลุ่มชินฯ เป็นจำนวนเงิน 76, 000 ล้านบาท
จากต้นทุน 29,000 ล้านบาท ที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 2.6 เท่า
เป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศ ทั้งยังเป็นการให้ต่างชาติมาลงทุนสร้างความเจริญแก่ประเทศ
ต้องสร้างและพัฒนาเครือข่ายระบบโทรคมนาคมต่อไป เพื่อการแข่งขันทางธุรกิจ
คนในชาติควรชื่นชม และช่วยกันสนับสนุน ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันส่งเสริม
ไม่ใช่อิจฉาริษยา จงเกลียดจงชัง กีดกันกลั่นแกล้งขัดขวางทำลายล้าง
อย่างหน้ามืดตามัว

น่าเสียดายโอกาส
ที่เงิน 76,000 ล้านบาท จะได้สร้างดอกผล
ทั้งจากการลงทุนในประเทศ หรือไปลงทุนในต่างประเทศ
เพื่อสร้างรายได้งอกเงยต่อๆไปกลับเข้ามาสู่ประเทศไทย

41. การสร้างระบบโทรคมนาคมดาวเทียม การสร้างระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือ
เป็นการสร้างความเจริญ สร้างการพัฒนาแก่ประเทศ
ทั้งยังต้องจ่ายค่าสัมปทานเป็นก้อนและเป็นงวด
เป็นการอุดหนุนเจือจุนประเทศ
ควรเป็นคุณูปการที่คนในชาติช่วยกันสนับสนุนส่งเสริม
ไม่ใช่ชิงชัง เกลียดแค้น ทำลาย เหยียบย่ำ อย่างที่ถูกปลุกปั่นยุยงอย่างที่เป็นมา

42.
ผู้ที่เกิดมาทันยุคสมัยแต่ก่อนนี้
ที่การจะมีโทรศัพท์ใช้ได้สักเลขหมาย เลือดตาอาจแทบกระเด็น
จะซาบซึ้งแก่ใจ ถึงผลดีของการให้สัมปทานโทรศัพท์ต่อการพัฒนาประเทศ
อย่างที่วัยรุ่นยุคมือถืออาจนึกไม่ถึง
ว่ารสชาติความขมขื่นแต่ก่อนนั้นเป็นอย่างไร

โครงการเมกะโปรเจกต์ ที่จะให้สัมปทานต่างชาติเข้ามาพัฒนาประเทศ
หากสำเร็จ จะมีทั้งรายได้แก่รัฐเป็นค่าสัมปทาน
และได้ทั้งระบบสาธารณูปโภคที่พัฒนาก้าวหน้าเป็นสมบัติชาติไว้ใช้สืบไป
กลับต้องพังทลายลง
อย่างน่าเสียดายเวลาและโอกาสอันดีที่ผ่านไปยิ่ง
คงยากที่จะหาใครกล้าทำกล้าคิดสร้างสรรค์อีก
เพราะเกรงภัยการถูกใส่ร้ายป้ายสียัดข้อหาขายชาติ
ถูกโจมตีทำลายจนเสียผู้เสียคนได้
อีกทั้งต่อไปนี้คงยากที่จะหาผู้เข้ามารับสัมปทานด้วยเช่นกัน
ใครจะกล้าเสี่ยงกับความไม่แน่นอนของภัยการเมืองและภัยจากสื่อไร้สำนึกต่อชาติ
ที่จะยุยงปลุกปั่นเพียงเพื่อผลประโยชน์ตนได้ทุกเมื่อ

43.
การขายหุ้นของกลุ่มชินฯ ซึ่งตามกฎหมายไม่ต้องเสียภาษี
ถูกบอกว่าขายหุ้นเป็นเงินถึง 76,000 ล้านบาท ไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว
เป็นการสร้างกระแสโทสะเกลียดชังอย่างได้ผลราวกับราดน้ำมันใส่กองเพลิง

แต่การจ่ายภาษีส่วนบุคคลของทักษิณ ชินวัตร กว่าสามพันล้านบาท
และการจ่ายภาษีจากการทำธุรกิจของกลุ่มชินฯ ซึ่งถ้ารวมค่าสัมปทานด้วยแล้ว
จะเป็นเงินถึงกว่าสองแสนล้านบาท
ถูกปิดบังเงียบ ไม่เคยมีการกล่าวถึงร่วมด้วย
โดยเจตนาสร้างภาพบิดเบือนให้เข้าใจผิดว่าเป็นการทำธุรกิจที่ไม่ได้จ่ายภาษีเลย

ทั้งๆที่กลุ่มผู้ร่วมกล่าวหารวมตลอดถึงสื่อทั้งหลาย
ล้วนต่างได้เคยขายหุ้นโดยไม่จ่ายภาษีแม้แต่บาทเดียว
อย่างที่บิดเบือนกล่าวร้ายทักษิณมาแล้วทั้งสิ้น
44.
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หรือการนำรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน
กระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ ยังคงเป็นเจ้าของกิจการ
สามารถออกหุ้นเพิ่มทุน เพื่อเอาเงินมาลงทุนขยายกิจการ
ไม่ต้องกู้เงินมาลงทุน
ไม่ต้องแบกรับดอกเบี้ยเงินกู้
ไม่ต้องแบกรับภาระต้องใช้คืนเงินกู้
(
ถ้ากู้เงินมาแล้วขาดทุน อาจถูกฟ้องร้องยึดทรัพย์ของกิจการอีกต่างหาก)
มีกำไรแล้วจะจ่ายปันผลมากน้อยเท่าไรก็ได้แล้วแต่จะพิจารณา
หากขาดทุนก็ไม่ต้องจ่ายปันผล
ทหารจะเข้ามาเกาะกินไม่ค่อยสะดวกเหมือนรัฐวิสาหกิจเพราะมีสายตาผู้ถือหุ้นจับจ้องอยู่
ผู้บริหารมีแรงจูงใจสร้างผลงานให้ปรากฏแก่ผู้ถือหุ้น
ทำให้ผู้บริหารพยายามสร้างกิจการให้เติบโตงอกงาม
แต่ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ กลับถูกบอกว่าเป็นการจะขายสมบัติชาติ

45.
เปรียบเทียบการขายทรัพย์สิน ยุค ปรส.
โดยพรรคการเมืองเก่าแก่ผู้เปรียบเทียบพรรคตนเองเหมือนแมลงสาบ
ในราคาแสนต่ำ แก่ต่างชาติ ทั้งห้ามและกีดกันคนไทยซื้อ
ถูกบอกว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาของชาติ
และถูกบอกว่าเป็นการป้องกันคนไทยไม่ให้เสียนิสัยจากการทำธุรกิจขาดทุนแล้วซื้อคืนได้ในราคาถูก
ความจริงแล้ว คนไทยไม่ได้ทำขาดทุนเอง
แต่ถูกทำให้ขาดทุน โดยพรรคการเมืองผู้เปรียบเทียบพรรคตนเองเหมือนแมลงสาบ
วางนโยบายผิดพลาด เปิดช่องทางให้ต่างชาติ
แล้วพรรคทานตะวันมาทำให้เกิดจุดอ่อนง่ายต่อการโจมตีของต่างชาติยิ่งขึ้น
นอกจากจะห้ามคนไทยเจ้าของกิจการซื้อ
ยังกีดกันโดยการขายนั้นไม่ขายเฉพาะกิจการ
สำนวนที่พูดกันในเวลานั้นคือมัดรวมเป็นกำ ขายรวมเป็นก้อนขนาดใหญ่
จะมีผู้ซื้อใดที่ประสงค์เอาไปทำธุรกิจจริงๆ ซื้อรวมมาทั้งหมด
และในเวลานั้น จะหาคนไทยผู้ใดมีเงินมากเพียงพอที่จะซื้อหลายกิจการรวมกันเช่นนั้นได้
การขายทรัพย์สิน ยุค ปรส. นี้ จึงจะเป็นการขายสมบัติชาติอันแท้จริง

46.
ภาษีที่ใช้ในการพัฒนาประเทศ ใช้ในการจุนเจืออำนวยประโยชน์ให้ชนชั้นกลางและชนชั้นสูง
ส่วนใหญ่เป็นภาษีที่ได้มาจากประชากรทางเศรษฐกิจระดับรากหญ้า
ที่จ่ายภาษีผ่านระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต
แต่ถูกบอกว่าเอาภาษีจากชนชั้นสูงและชนชั้นกลางมาแจกพวกรากหญ้า

การโกหกหลอกลวงว่าเอาภาษีของชนชั้นกลางและชนชั้นสูงไปแจกรากหญ้านี้ได้ผลอย่างร้ายแรงและชั่วร้ายยิ่ง
ก่อเกิดความชิงชัง รังเกียจ เคียดแค้น แตกแยกของคนในชาติอย่างรุนแรง
สร้างความเกลียดชังให้เกิดในหมู่คนจำนวนมากต่อรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อย่างโง่เขลาและเห็นแก่ตัว

คำพูดที่บอกว่าคนรวยเอาเงินภาษีมาจุนเจือคนจนนั้นไม่เป็นความจริง
เพราะแท้ที่จริงแล้วเงินที่นำมาพัฒนาประเทศในแต่ละปีส่วนใหญ่แล้วมาจากน้ำพักน้ำแรงของคนจน

47.
ที่มารายได้ของรัฐบาลมาจาก
1.
กรมสรรพากร
2.
กรมสรรพสามิต
3.
กรมศุลการกร
4.
หน่วยงานอื่นๆ

จากสถิติการจัดเก็บตั้งแต่ประเทศไทยมีระบบการเงินการคลังแบบสากลมาแล้วกว่า 50 ปี
พบว่าการจัดเก็บภาษีแบบทางอ้อม ได้มากกว่าภาษีทางตรง
ภาษีทางตรง เช่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนมากคนที่มีฐานะ(คนรวย)
จะรับภาระมากที่สุด เพราะมีรายได้ตามเกณฑ์จึงต้องเสีย
ส่วนภาษีทางอ้อมเช่นภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ภาษีสรรพสามิต ประชากรระดับรากหญ้า 80 กว่าเปอร์เซนต์
ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นคนเสียภาษี

รายงานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ออกเดือนมกราคม 2549
(
แต่เป็นรายงานเศรษฐกิจ 2547 เพราะหน่วยงานต่างๆต้องประมวลผลเป็นปี)
พบว่าภาษีทางอ้อมมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 63.8 ของรายรับรัฐบาล
ขณะที่ภาษีทางตรงทั้งภาษีเงินได้จากนิติบุคคลและภาษีเงินได้จากบุคคลธรรมดา
รวมกันเท่ากับ 34.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ดังนั้นเมื่อคิดเป็นตัวเงินอันเป็นรายได้ของรัฐบาลในปี 2547 จำนวน 1.1 ล้านล้านบาท
เงินที่นำมาพัฒนาประเทศมาจากภาษีคนจนถึง 6 แสนกว่าล้านบาท
ขณะที่เงินจากภาษีคนรวยนำมาพัฒนาประเทศเพียง 3 แสนกว่าล้านเท่านั้น

48.
เมื่อ ปี พศ. 2547
เงินที่นำมาพัฒนาประเทศ มาจากภาษีคนจน 6 แสนกว่าล้านบาท
เงินที่นำมาพัฒนาประเทศ มาจากภาษีคนรวย 3 แสนกว่าล้านบาท

49.
ทักษิณ ชินวัตร ถูกลอบสังหารด้วยการวางระเบิดคาร์บอมบ์
แต่สื่อตัวปัญหากลับพากันบิดเบือนว่าเป็นคาร์บ๊อง ช่วยกลบเกลื่อนให้อาชญากรทมิฬ

คนสติวิปลาสทุบทำลายองค์พระพรหม
สื่อตัวปัญหาเอามาใช้ใส่ความว่าทักษิณให้หมอผีเขมรทำพิธีไสยศาสตร์

วันที่ 25 ธันวาคม 2550
ศาลพิพากษากรณีนายสนธิกล่าวหมิ่นประมาทอดีตนายกฯ ทักษิณ
ในเรื่องการถูกลอบสังหาร การเผาเวที และการใช้ไสยศาสตร์
พิพากษาว่านายสนธิมีความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
รวมความผิด 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมเป็นพิพากษาจำคุกนายสนธิ 3 ปี
หลังฟังคำพิพากษา นายสนธิกล่าวว่าจะยื่นขอประกันตัวและจะอุทธรณ์สู้คดี

50.
การโอนหุ้นของทักษิณ ชินวัตร ให้แก่ผู้อื่น
เป็นการพยายามปฏิบัติตามกติกาการเมืองที่ห้ามการถือครองหุ้น
ถูกบอกว่าซุกหุ้น
แต่การถือหุ้นของ สส. พรรคการเมืองเก่าแก่นิยมเชิดหุ่นให้เป็นหัวหน้าพรรค
และการถือหุ้นของ สว. สรรหา จัดสรรพรรคพวกกันเองมา
ถูกบอกว่าเป็นเรื่องปกติสามัญ

51. ทรัพย์สินของครอบครัวทักษิณ ชินวัตร
โอนไปมาอย่างไร
ทรัพย์สินของครอบครัวทักษิณก็สมควรเป็นทรัพย์สินของครอบครัวทักษิณ
เป็นการพยายามปฏิบัติตามกติกาการเมืองห้ามถือครองหุ้น
เป็นเจตนาทำให้เป็นไปตามกติกา
ไม่ใช่เป็นการทำธุรกรรมหาผลประโยชน์
หรือยักยอกทรัพย์ผู้ใดไม่
ด้วยจำนวนแหล่งและปริมาณทรัพย์สิน
มีโอกาสบกพร่องผิดพลาดในพิธีการตามระเบียบการราชการต่างๆ
ที่ประชาชนทั้งหลายย่อมสำนึกแก่ใจเป็นอย่างดีในความยุ่งยาก
แต่กระบวนการบิดเบือนพยายามสร้างภาพ
พยายามบิดเบือนคุ้ยขุดเขี่ยหาเหตุข้อบกพร่องในขั้นตอนต่างๆ
กล่าวหาทำลายล้างให้เข้าใจผิดราวเป็นอาชญากรกระทำการอันมหันต์
โมเมเฉไฉข้อหาต่างๆนานา จะทำการยึดทรัพย์หมดทั้ง 76,000 ล้านบาท

เล่ห์กระเท่ห์ของกลุ่มรวมหัวโค่นล้มทักษิณ ชินวัตร
ที่ออกระเบียบค่าสินบน 25 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินของทักษิณที่ยึดมา
คือหางที่โผล่
ออกระเบียบปิดบัง ไม่เผยตัวผู้ได้รับสินบนว่าเป็นใคร
สุดท้ายก็จะมีการหาทางเอาทรัพย์สินที่ยึดได้ผ่องถ่ายแจกจ่ายกัน
ช่องทางปล้นทรัพย์นี้จะไม่ถูกปล่อยมืออย่างแน่นอน
เพียงแต่จะหาทางให้ดูแนบเนียน มัดมือชก ไม่เห็นพิรุธ จับผิดไม่ได้ อย่างไรเท่านั้น
ธรณีแห่งประชาชนทั้งหลายนี้เป็นพยาน สักวันหนึ่ง ขอให้กรรมตามสนองผู้กระทำอย่างสาสม

52.
การโอนหุ้นของคุณหญิงพจมานให้แก่พี่ชายโดยเลือกวิธีการโอนผ่านตลาดหุ้น
ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในหลายวิธีที่สามารถใช้ในการโอนหุ้นได้
โดยที่วิธีการโอนผ่านตลาดหุ้นเป็นวิธีที่เสียภาษีน้อยกว่าวิธีอื่นๆ
น้องสาวผู้โอนหุ้นให้พี่ชายโดยเลือกใช้วิธีโอนผ่านตลาดหุ้น
ถูกบอกว่าเลี่ยงภาษี และต้องรับโทษอย่างหนักโดยการจำคุก เพราะเป็นภรรยานายกรัฐมนตรีด้วย
แต่การโอนหุ้นของบุคคลทั่วไป
ซึ่งรวมถึงกลุ่มเครือญาติมิตรสื่อกรรโชกผลประโยชน์ เครือญาติมิตรของสมาชิกพรรคการเมืองเก่าแก่แห่งนั้น
และอาจมีภรรยานายกรัฐมนตรีท่านอื่นที่ไม่ใช่ทักษิณ ชินวัตร
รวมทั้งอาจจะมีเครือญาติมิตรผู้พิจารณาและดำเนินการเกี่ยวกับคดีนี้
สามารถโอนหุ้นผ่านตลาดหุ้นได้โดยไม่เคยมีกรณีผู้ใดรับโทษจำคุกมาก่อน

53. ASSTV
ใช้วิธีเลี่ยงกฎระเบียบ ในการแพร่ภาพสัญญาณ ถูกบอกว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
แต่การออกหวยบนดิน โดยใช้ระเบียบเฉพาะ ถูกบอกว่าเป็นสิ่งที่ผิด

การดำเนินนโยบายหวยบนดิน
แก้ปัญหาการขายสลากเกินราคาได้อย่างแยบยล
แก้ปัญหาหวยใต้ดินอย่างได้ผล จนหวยใต้ดินแทบจะสาบสูญ
แก้ปัญหาอิทธิพลมาเฟียและอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับหวยใต้ดินได้อย่างลุล่วง
ก่อรายได้นำไปใช้อุดหนุนการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส อันจะงอกเงยผลแก่ประเทศอย่างไม่รู้จบ
ก่อรายได้นำไปใช้แก่สาธารณะประโยชน์
ป้องกันผู้ไม่รักดีลุ่มหลงการพนันให้มีทางระบายออกอย่างยากที่จะหายนะเช่นการพนันอื่น
ให้คนจนได้มีทางผ่อนคลายความทุกข์จากความหวังแม้จะลมๆแล้ง
แต่ก็เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของคนที่ไม่สามารถแสวงหาความสุขใส่ตนได้อย่างผู้มีอันจะกิน
แต่ผู้ดำเนินนโยบาย กำลังจะถูกดำเนินคดี หาทางเอาโทษ

54.
การปราบปรามขบวนการค้ายาบ้าอย่างหนัก
จนพวกคลั่งยาบ้าจับเด็กหรือจับผู้หญิงเป็นตัวประกัน ที่เคยมีให้เห็นเป็นรายวัน สูญไปหมดสิ้น
แต่กลับถูกสื่อตัวการ รวมกับพวกค้ายาบ้า ใส่ความว่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์

55.
ผลประโยชน์แอบแฝง ของ พธม.
สร้างอิทธิพล อำนาจต่อรองขู่กรรโชกเรียกผลประโยชน์
ก่อความวุ่นวายให้เกิดความสนใจ เพื่อสร้างข่าวขาย
ขายผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เช่น จานเดาวเทียม แผ่นซีดี เสื้อ เป็นเงินรายได้เข้ากระเป๋า
รับเงินจากผู้มีส่วนได้เสียในการโค่นล้ม
รับเงินจากการหลอกลวงให้บริจาค

หวังว่าในวันข้างหน้า จะมีผู้ค้นข้อกฎหมาย มาลงโทษสื่อที่แอบแฝงกระทำการเยี่ยงนี้ได้

56.
พันธมิตรหลอกลวงประชาชนเพื่อทำลายประชาธิปไตย
ถูกบอกว่าเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรียกร้องให้แต่งตั้งนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
แต่พลิกแพลงเล่นแง่หาทางให้มีนายกรัฐมนตรีมาจากมาตรา 7
เรียกร้อง และพยายามสร้างเงื่อนไขให้ทหารปฏิวัติ ครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่ยอมรับรัฐบาลจากการเลือกตั้ง
บอกว่าเสียงข้างมากของผลการลงคะแนนเลือกตั้งไม่ใช่ประชาธิปไตย
เรียกร้องให้มี สว. จากการสรรหา
จะเอา สส. จัดตั้งกันเอง 70 ส่วน ให้ประชาชนเลือกตั้งได้ 30 ส่วน
ยึดทำเนียบรัฐบาล ไม่ให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้าทำงานบริหารประเทศ
ประกาศขับไล่รัฐบาลของประชาชน ที่เลือกมาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น อย่างไม่เลิกรา
ใช้วิธีการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน
และการทำลายประเทศทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง องค์กรของสถาบันต่างๆ
เป็นเครื่องต่อรองให้รัฐบาลออกไป
เพื่อจะเอาพวกตนเข้ามายึดกุมประเทศ

การแจกจ่ายตำแหน่งทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตร เมื่อสร้างสถานการณ์ให้ทหารยึดอำนาจได้
อาทิ ตำแหน่ง สว. สรรหา ตำแหน่งในองค์กรอิสระ และกรรมการในรัฐวิสาหกิจ
ที่มีค่าตอบแทนสารพัด นอกเหนือจากเงินเดือนที่ส่วนใหญ่อยู่ในหลักแสน
แท้จริงคือการรุมทึ้งผลประโยชน์ จากอำนาจหน้าที่และการกรรโชก
พร้อมไปกับการกวาดล้างทำลายฝ่ายตรงข้าม

การเข้ายึดครองตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจ
ของผู้ไม่มีความรู้ความสามารถ แต่อยากในผลประโยชน์
ก่อความเสียหายอย่างมากมาย ในความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สนามบินสุวรรณภูมิ และองค์กรที่เกี่ยวกับโทรคมนาคมคือตัวอย่าง

ความเสียหายของสนามบินสุวรรณภูมิ
ที่ไม่จัดการระบายน้ำอย่างเหมาะสมตามเงื่อนไขความจำเป็นของสภาพพื้นที่
จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
และการไม่มีความรู้ความสามารถของการจัดการในตำแหน่งที่แย่งชิงยึดครองมา
ความผิดและความพลาด ของพวกตนเอง
กลับนำมาเป็นเครื่องมือทำลายชื่อเสียงสนามบินแห่งชาติอย่างแทบย่อยยับ
เพื่อหวังผลทำลายเครดิตรัฐบาลทักษิณ ในความเป็นผู้นำความสำเร็จมาสู่สนามบินสุวรรณภูมิ
จากที่ไม่เคยมีวี่แววจะได้ผุดได้เกิดขึ้นได้หรือไม่ในโลกนี้

57.
นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค
อีกหนึ่งความเข้าใจผิดของชนชั้นมันสมองที่ก่ออคติต่อรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร
กลุ่มคนในวิชาชีพแพทย์จำนวนไม่น้อย ต่อต้านทักษิณ ชินวัตร
จากความกังวลในสวัสดิภาพรายได้ของตน
แท้จริงแล้ว นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค กลับจะทำให้ สถานะรายได้ของแพทย์ยกระดับยิ่งขึ้น
เพราะจะเกิดการแบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้ต้องพึ่งพิงการสงเคราะห์เอื้ออาทรจากสังคม ให้ยืนหยัดสู้ชีวิตได้ต่อไป
ซึ่งจะได้รับแต่เพียงเท่าที่จำเป็น จะไม่เกินไปกว่านั้น
แยกออกจากผู้มีกำลังทรัพย์ที่ต้องการยิ่งกว่านั้น ดีกว่า เหนือกว่า มากกว่านั้น

โขลงช้างนั้นแข็งแกร่ง
เพราะต่างพึ่งพิง ปกป้องและช่วยเหลือกัน
ไม่เหมือนฝูงสมันที่ตัวใครตัวมัน มีแต่จะถูกจับกินเป็นเหยื่อไปทีละตัว

โชคชะตาของชีวิตนั้นไม่แน่นอน
คนที่เคยเข้มแข็ง สักวันหนึ่งอาจกลายเป็นช้างตัวที่บาดเจ็บ

กุศลใดที่บทความนี้จะทำให้แพทย์ทั้งหลายเข้าใจความจริงที่จะเป็นไป ขอกุศลนั้นจงมีแก่แพทย์ท่านทั้งหลายนั้น

58.
ทักษิโณมิกส์ เป็นคำบัญญัติโดยนางกลอเรีย อาร์โรโย่ ประธานาธิบดีแห่งฟิลิปปินส์
ด้วยความยกย่องแนวทางการบริหารและพัฒนาประเทศ
จากแนวคิดก้าวหน้าของนายกรัฐมนตรีของไทย ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร
ที่พลิกฟื้นประเทศจากวิกฤติสู่ศักยภาพแข็งแกร่งพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมีอนาคตสดใส
จนผู้นำของประเทศไทยได้รับการยอมรับบนเวทีโลกในความสำเร็จของแนวทางการพัฒนา

คำศัพท์บัญญัติ ทักษิโณมิกส์ อันแฝงเกียรติเชิดชู ถูกแทนด้วยคำแปลว่าระบอบทักษิณ
กลับถูกแฝงเจตนาบิดเบือนดูหมิ่นเหยียดหยามให้เกิดภาพด้านลบเพื่อการดิสเครดิต
การกระทำนี้เป็นเพียงจุดเล็กๆของเค้าลางวิถีที่จะกระทำขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อไป
เป็นวิถีของกลุ่มคนที่คุ้นเคยเชี่ยวชาญและใช้ได้ผลมาแล้วอย่างยาวนาน
ซึ่งมีที่มาของรากเหง้า มาจากความอิจฉาริษยาและเห็นแก่ตัว
ในอภิสิทธิ์ส่วนตนเหนือผู้อื่นของคนกลุ่มหนึ่ง

59.
กลุ่มคนพวกนี้เดิมอยู่ในแวดวงพวกลุ่มหลงตนถือยศศักดิ์เหนือผู้อื่นที่ซ่อนความไม่พอใจไว้
แผ่ขยายขบวนการร่วมมือกันออกไปในหมู่ผู้คงความเห็นแก่ตัวร่วมกันในอภิสิทธิ์ส่วนตนด้านต่างๆ
เริ่มออกตัวปรากฏในที่แจ้งโดยสื่อที่ไม่ได้รับการสนองในสิ่งที่ตนกรรโชกผลประโยชน์
เมื่อมีตัวการออกหน้า ปฏิบัติการรุมหมู่ก็เริ่มขึ้น
โดยกลุ่มคนเหล่านี้?

สื่อกรรโชกผลประโยชน์ เรียกหาสินบนตอบแทนการที่สื่อจะเขียนให้การสนับสนุนหรือการที่จะไม่เขียนโจมตี
ทหารที่แสวงผลประโยชน์จากรัฐวิสาหกิจและผลประโยชน์ต่างๆของรัฐ
ผู้หวังตำแหน่งและผลประโยชน์ทางการเมืองจากการโค่นล้มแย่งชิงอำนาจ
นักธุรกิจที่สนับสนุนอำนาจการเมืองขั้วตรงข้าม
ข้าราชการที่ยึดติดเคยชินและยังต้องการต่อไปสำหรับการวางตัวเหนือศรีษะประชาชน และการคอรัปชั่น
พนักงานรัฐวิสาหกิจที่หวั่นเกรงการพัฒนาอย่างโง่เขลาและเห็นแก่ตัว
นักเล่นการเมืองเพื่อตบทรัพย์นักธุรกิจ ต้องการพลิกขั้วแย่งชิงอำนาจ
นักการเมืองไดโนเสาร์พันธุ์ต่อรองผลประโยชน์ที่ถูกจำกัดลิดรอนบทบาทและอิทธิพล
นักวิชาการที่มีความเกี่ยวพันกับการเมือง หรือมีความสัมพันธ์กับนักการเมือง
พวกครอบครองมรดกที่ดินจำนวนมากไม่สร้างสรรค์การงาน รอผู้อื่นสร้างความเจริญเข้ามาให้
(
พวกครอบครองมรดกที่ดินนี้ หวั่นเกรงแนวคิดเก็บภาษีที่ดินจากผู้ที่มีที่ดินจำนวนมหาศาลในครอบครอง)
ผู้ค้ายาเสพติด
เจ้ามือหวยเถื่อน
เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ
มาเฟียอิทธิพล
กลุ่มคนอิจฉาริษยา
ผู้มีความรู้แต่ไม่มีความเฉลียวบริโภคแต่สื่อข้างเดียวจนถูกล้างสมอง

กลุ่มคนเหล่านี้แท้จริงเป็นบางส่วนของกลุ่ม เป็นเพียงคนส่วนน้อยของกลุ่ม
แต่พยายามสร้างภาพว่าตนเป็นตัวแทนของคนทั้งหมด

60.
เพียงพิจารณาเศรษฐกิจที่พลิกฟื้นในสมัยทักษิณจากภาวะวิกฤต
พิจารณาเล่ห์ร้ายของสื่อตัวการที่ว่าจะต่อสู้กับทักษิณเพื่อผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
ทำมารยาสาไถยประหนึ่งว่าทักษิณอยู่ตรงข้ามกับความจงรักผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทย
เพื่อให้เกิดความเกลียดชังต่อทักษิณ
วิญญูชนซึ่งไม่มีเหตุผลอันเป็นวาระซ่อนเร้น ย่อมสำเหนียกอะไรบางอย่างได้

61. การต่อสู้ระหว่างระบอบอภิสิทธิ์ชน-อำมาตยาธิปไตย กับระบอบราษฎรธิปไตย
การต่อสู้ของสองระบอบในระบอบประชาธิปไตยเพื่อพิสูจน์ความเป็นแก่นแท้อันถูกต้องเหมาะสมดีงาม
มันยังไม่จบ มันจะมีตอนต่อไป

62.
อำนาจอธิปไตยควรจะเป็นของใคร
ของอภิสิทธิ์ชน โดยอภิสิทธิ์ชน เพื่ออภิสิทธิ์ชน คนส่วนน้อยของประเทศ
หรือ ของราษฎร โดยราษฎร เพื่อราษฎร คนส่วนใหญ่ของประเทศ

วิเคราะห์การพิพากษาทักษิณ การขาดแหว่งพร่องไปของการพิจารณาและร่องรอยของพิรุธ
?
ความลับของศรีธนญชัย?
คือการใช้ การพิจารณา การอ้าง เหตุผลหรือข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน ไม่ครบถ้วน ขาดแหว่ง พร่องไป
ซึ่งเหตุผลหรือข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน ไม่ครบถ้วน ขาดแหว่ง พร่องไป นั้น
แท้จริงแล้ว คือความเท็จอย่างหนึ่ง เป็นการอยุติธรรมอย่างหนึ่ง
เป็นเล่ห์ทุศโลบายศรีธนญชัยสองมาตรฐาน ที่ถูกนำมาใช้

หากจะหาบุคคลที่มีประสบการณ์เพียงพอ มีความสามารถ มีความพร้อม มีศักยภาพ มาบริหารประเทศ
โดยที่เป็นบุคคลไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่มีผลประโยชน์เชิงนโยบาย ไม่มีผลเอื้อประโยชน์ตนหรือพรรคพวก
ไม่มีทรัพย์สินที่จะมีผลกระทบเกี่ยวข้อง
คงหาได้ยากยิ่ง
และคงได้แต่พวก ?ไม่ทำอะไร? บังหน้า เท่านั้น มาบริหารประเทศ

เพราะว่าบุคคลปกติทั่วไปย่อมต้องประกอบอาชีพ ทำธุรกิจ มีทรัพย์สิน
ซึ่งการดำเนินการต่างๆของอำนาจทางการเมือง
ล้วนย่อมต้องมีผลกระทบเกี่ยวข้อง กับการประกอบอาชีพ ธุรกิจ ทรัพย์สิน ของบุคคลปกติทั่วไป

?
ไม่ทำอะไร?
เพื่อสร้างภาพให้ดูเหมือนว่า ขาวสะอาด
?
บังหน้า? พรรคพวกเบื้องหลัง
ให้เรียกทรัพย์ เรียกผลประโยชน์ จากผู้ที่จำเป็นต้องประกอบอาชีพ ทำธุรกิจ มีทรัพย์สิน
?
บังหน้า? พรรคพวกเบื้องหลัง
ให้ทำการทุจริต ฉ้อฉล ต่างๆ

ถ้าเป็นผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของส่วนรวมของประชาชนของประเทศ
ใครจะมีผลพลอยได้ไปด้วย ก็ไม่เห็นจะต้องเดียดฉันท์
ไม่แน่ว่า นักการเมืองที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับของประชาชนของประเทศ
อาจเป็นนักการเมืองที่น่าพึงปรารถนาให้เข้ามาทำงานให้แก่ชาติบ้านเมือง

ทำไมอำนาจตุลาการไม่กี่คน ที่ซึ่ง?
เป็นอำนาจตุลาการที่มาอย่างทุจริต จากอภิสิทธิ์ชนคนกลุ่มเล็กๆ ไม่กี่คนของประเทศ ที่ไม่พอใจการถูกขัดผลประโยชน์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่พอใจการถูกขัดผลประโยชน์ ที่จะได้จากการจัดซื้ออาวุธ
เป็นอำนาจตุลาการที่พิพากษาด้วยกฎหมายที่บัญญัติผูกซ่อนเงื่อนต่างๆโยงกันมาอย่างเฉพาะของอภิสิทธิ์ชน
สามารถก้าวล่วงอำนาจบริหารทั้งคณะ ก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติทั้งคณะ ที่ซึ่ง?
เป็นอำนาจบริหารที่มาอย่างสุจริต จากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น
เป็นอำนาจนิติบัญญัติที่มาอย่างสุจริต จากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น

เป็นอำนาจตุลาการไม่กี่คน ที่มาอย่างทุจริต ที่พิพากษา อำนาจบริหารทั้งคณะ อำนาจนิติบัญญัติทั้งคณะ ที่มาอย่างสุจริค
ว่าเอื้อประโยชน์แก่ครอบครัวทักษิณ

การสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมส่วนใหญ่ของชาติของรัฐบาลทักษิณ
เผื่อแผ่ผลพลอยได้เอื้อแก่ครอบครัวทักษิณไปด้วย
ไม่ได้ทำให้ประเทศชาติเสียหาย
ผ่านการพิจารณาอนุมัติของอำนาจบริหารทั้งคณะและอำนาจนิติบัญญัติทั้งคณะ
เป็นทั้งคณะที่มาอย่างสุจริต จากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น

เหตุรวยผิดปกติ ไม่ปรากฏที่มาที่ไปของทรัพย์ ผลจึงยึดทรัพย์สิน
แต่เพราะว่าครอบครัวทักษิณรวยปกติ มีที่มาที่ไปชัดเจนจากการขายหุ้น
ที่ราคาหุ้นสูงขึ้นอย่างปกติ เช่นเดียวกับบริษัทเกือบทั้งหมดในตลาดหุ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
ผลประกอบการในเวลานั้นก็เป็นไปอย่างงดงาม
ผลประกอบการของผู้รับช่วงต่อก็ปรากฏสอดคล้องกันว่าเป็นไปได้
ไม่สามารถกล่าวอ้างได้ว่ารวยผิดปกติ
จึงต้องโมเมสาดโคลนใส่ให้มัวหมองก่อน ว่าเอื้อประโยชน์ตนเอง หรือไม่ ?
แล้วจึงโมเมต่อว่าน่าจะรวยผิดปกติ ลวงให้ดูเหมือนว่าน่าจะรวยผิดปกติ หรือไม่ ?

จากคุณ : วษณ เขียนเมื่อ : 21 มี.ค. 53