ที่มา Thai E-News
แถลงการณ์พรรคสังคมนิยมมาเลยเซียและองค์กรสังคมนิยมอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อภิสิทธิต้องลาออก ต้องยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้ง!!
ต้องเคารพสิทธิในการประท้วง ต้องหยุดควบคุมสื่อ!!
เรา องค์กรสังคมนิยมในประเทศเพื่อนบ้าน มีความเป็นห่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย เนื่องจากรัฐบาลของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่มีทหารหนุนหลัง ได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินท่ามกลางการประท้วงของประชาชนเพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง
สถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทย ยิ่งน่าเป็นห่วงเพราะรัฐบาลปิดกั้นสื่อเสรีและใช้อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉินที่สามารถใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงได้
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ได้รณรงค์ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อต่อตานรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากาการเลือกตั้งของ อภิสิทธิ เวชชาวีวะ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีนี้
วิกฤติปัจจุบันเริ่มจากการที่ทหารทำรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ ทักษิณ ชินวัตร ทหารเผด็จการได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปี 2540 และนำรัฐธรรมนูญทหารเข้ามาใช้แทน พวกเสื้อเหลืองฟาสซิตส์มีการเคลื่อนไหวต่อต้าน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 2550 และรัฐบาลปัจจุบันของอภิสิทธิ ขึ้นมามีอำนาจได้ผ่านการกระทำของทหาร ม๊อบฟาสซิสต์เสื้อเหลือง และรัฐประหารโดยศาล
รัฐบาลปัจจุบัน กองทัพและพวกเสื้อเหลืองกลัวที่จะลงแข่งในการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย เพราะเขาทราบดีว่าคนส่วนใหญ่ที่เป็นคนจนในประเทศไทยสนับสนุนคนเสื้อแดง นี่คือสาเหตุที่อภิสิทธิ์ และพวกชนชั้นสูงไม่ยอมยุบสภาและพยายามซื้อเวลาและข่มขู่ที่จะใช้การปราบปราม มันเป็นที่ชัดเจนว่าอภิสิทธิและพวกอำมาตย์กำลังพยายามนำประเทศชาติไปสู่เผด็จการฟาสซิสต์
ประเทศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ของการต่อสู้ทางชนชั้น ชนชั้นปกครองเก่าร่วมกับกองทัพในการที่จะทำลายประชาธิปไตย ส่วนคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตย เป็นคนส่วนใหญ่ที่เป็นกรรมาชีพ ชาวไร่ชาวนา หรือ คนจน การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงได้พิสูจน์ความสามารถในการเคลื่อนไหว และการที่ได้รับการสนับสนุนคนส่วนใหญ่ ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้กระทบกระเทือนพวกอำมาตย์เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเป็นก้าวสำคัญสำหรับคนธรรมดาในประเทศไทย ที่จะสร้างประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม
เราเรียกร้อง
1. ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่มีทหารหนุนหลัง ลาออกทันที และจัดการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย
2. ให้รัฐบาลหยุดใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง และเคารพสิทธิในการประท้วง การจัดตั้ง และ การนัดหยุดงาน
3. ให้รัฐบาลหยุดทำลายเสรีภาพและการปิดกั้นสื่อ
4. ทหารและรัฐบาลต้องไม่ทำรัฐประหารอีก
วิกฤติปัจจุบันในประเทศไทยมีวิธีเดียวที่จะแก้ได้ คือผ่านกระบวนการประชาธิปไตย และมีอำนาจของประชาชน เราขอสนับสนุนและส่งความสมานฉันท์ถึงกรรมกร ชาวไร่ชาวนา และ คนยากจนในประเทศไทย ที่กำลังต่อสู้กับอำมาตย์ เพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตยที่แท้จริงๆ
ลงชื่อ
พรรคสังคมนิยมมาเลเซีย และองค์กรสังคมนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฯลฯ)
.........
แถลงการณ์ฉบับภาษาอังกฤษ
Joint Statement
Thailand: Resolve the Crisis through Democracy, not Crackdown
We, the undersigned organisations, are deeply concerned over the current situation in Thailand where military-backed Prime Minister Ahbisit Vejjajiva has declared a state of emergency amidst escalating protests calling for fresh election.
The situation is worrying as the Thai government closes down all opposition media and gives sweeping new powers to the security forces to prepare for a violent crackdown on the Red Shirt protesters.
The United Front for Democracy Against Dictatorship (UDD) or more well-known as the Red Shirts has re-launched massive protests against the military-installed unelected Ahbisit government since last March.
The current crisis unfolded in September 2006, when the military staged a coup against the government of Thaksin Shinawatra, scrapped the 1997 popular Constitution and replaced it with a military-sanctioned constitution. The royalist Yellow Shirts started to organize fascistic demonstrations when the pro-Thaksin party won in the 2007 election. The current Ahbisit government was installed by the military after the fascistic mobilizations by the yellow shirts and a coup by the court.
The government, the army and the Yellow Shirts are afraid to face real democratic elections, as they know that they would lose since the majority of the poor support the Red Shirts. Ahbisit and the ruling elite are refusing to call for elections and are trying to buy time and even preparing for a violent crackdown. It is becoming clear that Ahbisit and the old elite are bringing the country towards a fascist dictatorship.
Thailand has entered a new phase of class war. The old ruling elite with the backing of the military are using all means to scrap democracy in Thailand. The pro-democracy Red Shirts comprised of the majority of the working class, peasantry and poor, have shown their real popularity and mobilizing strength which has definitely shaken the royalists and the military. With the broadening of the masses’ support for the Red Shirts, it could be a new and important step in the struggle of the ordinary people in Thailand for the restoration of democracy and social justice.
We call for:
- The immediate resignation of the military-installed Ahbisit government and the holding of fresh democratic elections.
- A halt to all forms of violent crackdown against Red Shirt protesters. Respect the right of the people to organize, to protest and to strike.
- A halt to the suppression of democratic rights and clampdown on the media.
- the government to not resort to any military coup
The current crisis in Thailand only can be resolved through genuine democracy and people’s power. We extend our support and solidarity to all workers, peasants and poor in Thailand who struggle against the anti-democratic government and for the restoration of real democracy.
Signed by,
Socialist Party of Malaysia (PSM)
--
International Bureau
Socialist Party of Malaysia / Parti Sosialis Malaysia (PSM)
Address:
No.22A, Lorong Vivekananda, 50470 Brickfields, Kuala Lumpur, MALAYSIA.
Tel: +60-3-22747791, (mobile) +60-19-5669518
Fax: +60-3-87374772
email: (headquarters) psmhq@tm.net.my
(international bureau) int.psm@gmail.com
visit our website at:
http://parti-sosialis.org/
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, April 10, 2010
แถลงการณ์พรรคการเมืองเพื่อนบ้าน อภิสิทธิ์ต้องเคารพสิทธิเสื้อแดง หยุดคุมสื่อยุบสภาเลือกตั้งใหม่
วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ.2553
คำถามจากนักวิชาการออสซี่ ฉันทามติ ประเทศไทย?
ลับๆ ล่อๆ
แม้วลิงก์แดงโชว์ตัว ปัดเป็นมะเร็ง อ้างโดนกวนสัญญาณ
โคทม เตือนแดงอย่ารุกทหารเกินเหตุ
ทหาร10กองร้อย ยึดไทยคมคืน สั่งตรึงเข้มทั่วพื้นที่
ถลำลึก
การ์ตูน เซีย 10/04/53
'จอดำ' ยิ่งเร้าคนดู?
แดงรุกเหลืองไล่ที่?
ธรรมะบริสุทธิ์
ทางสุดท้าย
C-band - Ku-band
วิชัย สังข์ประไพ มือเจรจาม็อบ
ความจริงของจ่าเพียร
พ.ร.ก.ฉุกเฉิน‘วัดใจทหาร’
ไทยในกำมืออภิสิทธิ์
ได้ปราชญ์ชาติรุ่ง 1
ประมวลภาพเสื้อแดง วันที่ 10 เม.ย.
เผยปะทะเจ็บแล้ว47ราย-แดงประกาศเสริมกำลัง
ช็อตต่อช็อตสมรภูมิลาดหลุมแก้ว
ที่มา Thai E-News
*ส่วนหนึ่งของผู้ประท้วงวัยรุ่นพากันขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปที่ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี ร่วมกับผู้ชุมนุมประท้วงอีกหลายหมื่นคน
*ที่ซึ่งมีกองกำลังทหารพร้อมอาวุธครบมือเข้ามายึดสถานีดาวเทียมไทยคมไว้เพื่อปิดกั้นสัญญาณการออกอากาศของโทรทัศน์พีเพิลแชนัล สื่อหลักของผู้ประท้วง รออยู่แล้ว
*ผู้ประท้วงได้เจรจาขอให้กองกำลังทหารถอนกำลังออกไป เพราะการปิดกั้นสื่อของรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย
*ทหารได้ฉีดน้ำใส่ผู้ประท้วงก่อนเพื่อสกัดกั้นการบุกเข้าไปยังที่ทำการไทยคม
*และได้ขว้างระเบิดแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วง
*ผู้ประท้วงเก็บแก๊สน้ำตาได้และขว้างกลับไปยังกองกำลังทหาร
*มีระเบิดเพลิงโยนไปยังกองกำลังทหารด้วย แต่ไม่รู้ฝีมือของใคร
*กองกำลังทหารพากันหลบแก๊สน้ำตาที่ผู้ประท้วงขว้างกลับมา
*ผู้ประท้วงปาก้อนหินใส่กองกำลังทหารด้วย
*ทหารกับผู้ประท้วงเสื้อแดงรายหนึ่งช่วยกันหิ้วปีกทหารที่บาดเจ็บ มีรายงานว่าหลังจบฉากชุลมุน ผู้ประท้วงได้ยื่นน้ำอาหารให้ทหาร และนั่งสนทนากัน
*ผู้ประท้วงได้ปลดอาวุธของทหารเพื่อป้องกันการใช้กำลังอาวุธ
หลังจากปลดอาวุธแล้วก็ได้นำมาวางกองกันไว้(ภาพข่าวทั้งหมด:สำนักข่าวต่างประเทศ)
-อ่านรายงานข่าวAPเพิ่มเติม
ใจ อึ๊งภากรณ์ ได้เขียนรายงานข่าวส่งให้สำนักข่าวต่างประเทศเข้าใจความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยในวันที่ 9 เมษายน2553 ไม่ใช่การ"เข้ายึด"สถานีดาวเทียม แต่เป็นการประท้วงอย่างสงบเพื่อต่อต้านการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล การประท้วงเป็นไปอย่างสงบ แต่ทหารกลับใช้ระเบิดแก๊สน้ำตากับผู้ประท้วง จึงพบกับการตอบโต้ โดยความเคลื่อนไหวทั้งหมดก็เพื่อเรียกร้องประชธิปไตยที่พรรคประชาธํปัตย์ร่วมมือกับอำมาตย์ และพันธมิตรขวาจัดปล้นชิงไปจากประชาชนไทยอย่างขาดความชอบธรรม
Friday 9th April, Thailand, time for immediate fresh elections
By Giles Ji Ungpakorn
After the military-backed Democrat Party Government of Abhisit Vejjajiva declared a state of emergency and issued arrest warrants for pro-democracy Red Shirt leaders, the Government has attempted to close down all internet and satellite media or websites which don’t tow the government line.
Since late March the Red Shirts have been holding peaceful and disciplined protests in Bangkok. They have not destroyed anything or held weapons of any kind. Their demands are for the dissolution of parliament and immediate fresh elections. The military-backed Government is totally opposed to elections, since the Democrat Party has never ever won a majority.
The Red Shirt protests are in stark contrast to the Yellow Shirt PAD demonstrators in 2008. The PAD used violence and carried weapons. They occupied and wrecked Government House and seized and shut down the international airports. No one has been punished for these criminal acts. The PAD demand that the democratic space be reduced because they believe that the majority of the people do not deserve the vote. The Democrat Party has worked hand in hand with the PAD and the army. Yet Hans van Baalen Dutch MEP, President of the Liberal International, supports the military backed government in Thailand and claims that a crackdown on Red Shirts would defend the Rule of Law in Thailand.
Abhisit justifies his state of emergency on the grounds that the Red Shirts are blocking shopping centres! This is a lie, one of many lies told by the Thai Prime Minister. Another lie is that the Red Shirt media is advocating violence. They have done nothing of the kind. Yesterday’s brief invasion of the parliament grounds by Red Shirts was in response to CS gas canisters being thrown at the peaceful crowd outside.
Today the Red Shirts went to their satellite TV station to ask for it back, yet foreign media like the BBC claim wrongly claim that the Red Shirts were trying to “occupy” the satellite station. What they wanted was for the transmissions to be reinstated.
The Red Shirts are a mass movement of workers and peasants. They are demanding a restoration of Democracy. Most support former PM Taksin because his government introduced Thailand’s first ever universal health care scheme and pro-poor policies. Foreign media often incorrectly portray the Red Shirts as rural people. They are poor people from urban and rural areas, including Bangkok. They represent the vast majority of Thai citizens. They proudly call themselves “serfs” in a class war with the authoritarian elites.
Record of the Abhisit Government
The Democrat Party took over the Government after:· Continuously criticising the Taksin Government for using state funds for the poor
· Refusing to take part in the elections of 2006 because they knew they would lose
· A military coup in September 2006
· A military Constitution was introduced in 2007 which decreased the democratic space
· They lost the December 2007 election
· They supported the PAD violent demonstrations which seized Government House and closed down the international airports
· The Royalist Courts were used twice to dissolve Red Shirt parties which won majorities
· Corrupt politicians were bullied and bribed by the army to change sides and support the Democrat Party
สมรภูมิ...ลาดหลุมแก้ว อาวุธที่พบ
ที่เหลือเป็นภาพตะลุยในสมรภูมิ ที่ลาดหลุมแก้ว..แล้วจะนำมาลงให้ในโอกาศหน้า
เพราะเฝ้าที่ 4แยกประชามีชัย 2วันเมื่อเช้ากลับบ้าน 8โมงเช้ายังไม่ได้นอนแล้ว
ถูกตามไป ที่สมรภูมิลาดหลุมแก้วต่อ 9โมง เอาแค่นี้ไปชาร์ทแบตก่อนครับ
อาวุธปืน M-16 และเครื่องกระสุนและอาวุธอีกหลายอย่าง
ที่พบในรถกระบะของทหาร ภายใน บริษัท ไทยคม
อาวุธปืนลูกซอง ที่พบในรถฮัมวี่Friday, April 9, 2010
ผู้ประท้วงไทยบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์
ที่มา Thai E-News โดย KINAN SUCHAOVANICH
The Associated Press
9 เมษายน 2553
กรุงเทพฯ -- กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลของไทยได้บุกเข้าไปยังพื้นที่ของสถานีสัญญาณดาวเทียมที่ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐตัดสัญญาณทีวี ในขณะที่ทหารและตำรวจปราบจราจลได้พยายามที่จะยันทัพด้วยแก๊ซน้ำตาและปืนน้ำ
นี่เป็นครั้งแรกที่มีการใช้กำลังโดยรัฐบาลระหว่างการประท้วงที่กินเวลานับเดือนของผู้ชุมนุมที่ต้องการที่จะขับไล่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และให้มีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ในขณะเดียวกันได้มีการออกหมายจับโดยศาลต่อแกนนำผู้ประท้วงคนสำคัญจำนวน 3 คน
กลุ่มผู้ประท้วง"เสื้อแดง" ได้ขู่ที่จะบุกเข้าไปในอาคารหากผู้บัญชาการทหารไม่ออกมาเจรจากับพวกเขาเพื่อที่จะยกเลิกการปิดสถานีพีเพิ้ลแชนแนล หรือพีทีวี
ผู้ประท้วงได้ทำการข้ามขวากหนามที่ถูกวางไว้รอบบริษัทไทยคมในเวลาเพียงไม่กี่นาที แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปยังในอาคารได้ ในขณะต่อมากองกำลังทหารได้ขว้างแก๊สน้ำตาและยิงปืนฉีดน้ำเข้าใส่แต่ก็ต้องถอยร่นออกมาอย่างรวดเร็วเข้ามาในยังอาคารในขณะที่ผู้ประท้วงจำนวนนับพันๆคนได้ทะลักล้นมาโดยรอบ
นายทหารบางท่านได้โยนโล่ห์และชุดเกราะของตนทิ้งพร้อมกับจับมือกับเหล่าผู้ประท้วง ในขณะที่ผู้ประท้วงเสื้อแดงได้ยื่นน้ำไปให้กับทหารและตำรวจ
การยกระดับการชุมนุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้อันยาวนานระหว่างกลุ่มคนยากจนส่วนใหญ่และผู้สนับสนุนจากชนบทของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มอำมาตย์ที่เผยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจในการรัฐประหารเมื่อปี 49 ผู้ชุมนุมมองว่านายอภิสิทธิ์นักเรียนอ๊อกฟอร์ดเป็นสัญลักษณ์ของอำมาตย์ และอ้างว่าเขาเข้ามาในตำแหน่งอย่างไม่ถูกต้องตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 51 ด้วยความช่วยเหลือจากอิทธิพลจากกองทัพที่มีต่อรัฐสภา
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจที่ดูแลการชุมนุมได้แสดงให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ประท้วงหลายครั้ง ในขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า กองกำลังโดยเฉพาะตำรวจได้เผื่อใจให้ ซึ่งทำให้เป็นการยากสำหรับรัฐบาลที่จะบังคับใช้กฏหมายต่างๆ
ในตอนต้น ผู้นำเสื้อแดงกล่าวว่าพวกเขาจะแยกกันเดินไปยังหลายจุดในกรุงฯในวันนี้ แต่ได้เปลี่ยนแผน โดยณัฐวุฒิ ไสยเกื้อกล่าวต่อผู้ชุมนุมว่า "เราจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียว"
"เราจะไปนำเอาสถานีพีเพิ้ลแชนแนลเรากลับมา" เขากล่าว
แถวของผู้ประท้วง, แนวของมอเตอร์ไซต์และรถปิคอัพ ได้ทำการส่งเสียงแตรสัญญาณและโบกธงแดงในระหว่างที่พวกเขาเคลื่อนตัวออกจากจุดที่ประท้่วงหลักสองจุดใจกลางกรุงฯ เพื่อเคลื่อนตัวไปยังทิศเหนือประมาณ 45 กม. ไปยังออฟฟิศของไทยคมในจังหวัดปทุมฯ
ไทยคมถูกก่อตั้งโดยทักษิณ มหาเศรษฐีโทรคมนาคมที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักการเมือง
หน่วยงานของรัฐประเมินว่ามีผู้ชุมนุมราว 15,000 คนที่เคลื่อนตัว แต่โฆษกกองทัพ สรรเสริญ แก้วกำเนิด บอกว่าตัวเลขมีแค่ประมาณ 3,000 ตัวเลขทั้งสองนี้ล้วนต่ำกว่าตัวเลขสูงสุดที่เคยมีการประเมินคนกว่า 100,000 คนระหว่างการชุมนุมครั้งแรกๆเมื่อเดือนก่อน
พีทีวีถูกก่อตั้งและให้ทุนโดยกลุ่มคนเสื้อแดงที่เห็นอกเห็นใจ มีวิทยุชุมนุมกลุ่มเล็กๆหลายแห่งได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรด้วยโดยการใช้โทรศํพท์และเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิรก์
อ่านต่อได้ที่เว็บไซต์วอชิงตันโพสต์
303นักศึกษา14สถาบันโต้นักวิชาการเสื้อเหลืองเจ็บ
ที่มา Thai E-Newsขวาจัด6ตุลากลับชาติมาเกิด-ความเคลื่อนไหวของกลุ่มหมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ตัวตั้งตัวตีนักวิชาการ14สถาบันจำนวน303คน ที่เชิดชูพลเอกเปรม และนำสัญลักษณ์เสื้อแดงแขวนคอเลียนแบบกลุ่มขวาจัดเคยแขวนคอนักศึกษายุค6ตุลา2519
โดย นักศึกษา 303 คนจาก14 สถาบัน
9 เมษายน 2553
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:นักวิชาการเหลือง303กลัวกล้าอาฆาต เห็นต่างยุบสภา-พรก.ฉุกเฉินขู่เล่นงานถึงคุก-ไล่ไปเขมร หมายเหตุไทยอีนิวส์:นักวิชาการเสื้อเหลืองจาก 14 สถาบัน จำนวน 303คน ประชุมออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนประณามเสื้อแดงชุมนุม-ระบุยุบสภาไม่มีเหตุผล พร้อมเร่งให้รัฐบาลปรามปรามโดยเด็ดขาด ผู้ใช้นามว่านักศึกษา 303 คนจาก14 สถาบันได้ออกแถลงการณ์เพื่อตอบโต้และเสียดสีการกระทำดังกล่าวอย่างเจ็ยแสบ ดังต่อไปนี้
แถลงการณ์กลุ่มนักศึกษา 303 คน 14 สถาบัน
พวกเราที่เป็นนักศึกษา อาจมีความรู้ไม่มากนัก และยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีกมาก แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่มีแถลงการณ์ของนักวิชาการ 303 คนจาก 14 สถาบัน ออกมาคัดค้านการยุบสภาอย่างไร้เหตุผล และยุให้รัฐบาลปราบผู้ชุมนุมโดยเด็ดขาด(อ่านรายละเอียดข่าวนี้) เพราะเท่าที่ติดตามข่าวมาระยะหนึ่ง พอสรุปได้ว่ารัฐบาลและสภานี้ก่อตั้งขึ้นมาอย่างไร
1.เริ่มจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มีการฉีกรัฐธรรมนูญปี 40 ทิ้ง ไม่เคยเห็นนักวิชาการกลุ่มนี้ออกมาคัดค้านเลย แถมบางคนยังวิ่งเข้าหาผู้มีอำนาจ จนได้ดิบได้ดี ได้รับการแต่งตั้ง มีเงินเดือน บางคนก็ได้ทำงานพิเศษ แต่ถ้าลองย้อนดูประวัติของหลายคนก็จะพบว่า พวกเขาวิ่งเข้าหาผู้มีอำนาจมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว
2.กรณีที่มีการใช้อำนาจศาลยุบพรรคการเมือง และจำกัดสิทธิ์กรรมการหลายพรรคไม่ให้สมัครรับเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องที่นักวิชาการเหล่านี้น่าจะรู้อยู่แล้วว่าผิดหลักการ และจะเกิดความวุ่นวายตามมาอย่างแน่นอน ถ้าต่อไปอำนาจนิติบัญญัติมายกมือโหวตเพื่อแทรกแซงอำนาจศาล อะไรจะเกิดขึ้น นักวิชาการเหล่านี้รู้ทั้งรู้แต่ไม่คัดค้าน วันนี้พม่าซึ่งเดิมไม่กล้ายุบพรรคการเมืองของอองซาน ซูจีก็กำลังออกกฎหมายยุบพรรคตามมา เพื่อเลียนแบบประเทศไทยแล้ว ช่างเป็นตัวอย่างที่ดีเสียจริง ๆ
3.สิ่งที่เรียกกันว่าสองมาตรฐานเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า มีการตัดสินแบบไม่อายฟ้าดิน ความเชื่อถือต่อระบบยุติธรรม ตั้งแต่องค์กรอิสระต่าง ๆจนถึงชั้นศาลก็ได้รับความกระทบกระเทือนไม่เคยเห็นนักวิชาการอย่างพวกท่านคัดค้านสักแอะเดียว อย่าลืมว่าการตัดสินทั้งหลายแหล่ที่ผ่านมา จะถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แม้เวลาผ่านไปหลายปีสิ่งเหล่านี้ก็จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมา คิดว่าต้องมีอีกหลายชีวิตที่ต้องรอรับผลตอบแทนที่จะตามมาในอนาคต
4.เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล คนรู้กันทั้งประเทศ ข่าวออกทั้งหนังสือพิมพ์ และวิทยุโทรทัศน์ ว่าไปจัดตั้งรัฐบาลกันในค่ายทหารไหน บ้านหลังไหน เวลากี่โมง ใครเข้าไปนั่งบ้าง ใครถูกบังคับบ้าง ตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แบ่งกระทรวงไปทำมาหากินกันอย่างไร ก็เป็นที่น่าแปลกอีกนั่นแหละว่าพวกท่านไม่เคยคัดค้านเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อยและอาจจะมีห้าหกคนที่สมคบคิดในการทำเรื่องนี้ด้วยซ้ำ การกระทำครั้งนี้เป็นการปล้นอำนาจอธิปไตยของประชาชนอย่างหน้าด้าน ๆ
5.การบริหารที่คดโกง ล้มเหลว สะท้อนออกมาในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อหรือการแต่งตั้งข้าราชการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการทุจริต ไม่ว่ากรณีจัดซื้อเครื่อง G.T.200 ซึ่งต้องถือว่าเป็นการคดโกงมากที่สุด และถือว่าเป็นการดูถูกประชาชนเจ้าของภาษีมากที่สุดในรอบร้อยปี กรณีนี้เหมือนกันท้าทายว่า“กูจะทำยังงี้ กูมีปืน มึงมีอะไรหรือเปล่า”
ถามว่าพวกท่านเคยเคลื่อนไหวเรื่องนี้ เคยคิดจะจับคนที่ทุจริตคอรัปชั่นอย่างนี้บ้างไหม กรณีจ่าเพียรก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการทุจริตในการซื้อขายตำแหน่ง วันนี้ได้มีกลุ่มคนออกมาประท้วงรัฐบาลชุดนี้ มีเหตุผลตั้งมากมายที่น่าจะคืนอำนาจให้ประชาชน เลือกตัวแทนของเขาใหม่ พวกท่านกลับบอกว่าเป็นเรื่องไร้เหตุผล ไม่เพียงไม่กล้าต่อสู้กับความอยุติธรรม แต่กลับไปสมคบกับคนผิด สนับสนุนให้พวกเขาครองอำนาจต่อไป วิเคราะห์ในเชิงเหตุผลแล้ว ไม่สามารถหาคำตอบได้ นอกจากจะพูดได้ว่าคงมีแกนนำหลายคนที่ได้ผลประโยชน์จากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ คงไม่สามารถกล่าวอะไรได้ต่อไปอีกแล้ว
แม้จะอายุน้อยและเป็นเด็กกว่า แต่ก็คงทำความเคารพกันต่อไปไม่ได้ ไม่ได้รู้สึกเกลียด เพียงแต่รู้สึกขยะแขยง หวังว่าในอนาคต พวกท่านคงจะโชคดี เอาตัวรอดจากการก่นด่าของสังคมไปได้ แต่อย่าลืมว่า ความจริงไม่มีใครปิดได้มิด ความจริงจะต้องถูกเปิดเผยออกมา วันนั้นท่านจะได้รู้ว่าประวัติศาสตร์คือสิ่งเราไม่สามารถเอาเงินไปซื้อเพื่อเปลี่ยนมันได้ ความอับอายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่พวกท่านต้องยอมรับมัน.
มหกรรมศิลปประชาธิปไตย2 :จงคืนอำนาจให้ประชาชน
ที่มา Thai E-Newsสกัดไม่อยู่-ทหารที่ยึดสถานีภาคพื้นดินไทยคม ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานีทั้งฉีดน้ำสกัดผู้ประท้วงเสื้อแดง และทั้งขว้างแก๊สน้ำตาใส่ แต่โชคไม่อยู่ข้างทหาร เพราะลมพัดแก๊สน้ำตากลับไปใส่ทหารเสียเองต้องถอยร่นออกจากพื้นที่ ขณะที่ผู้ชุมนุมบางรายเข้าไปคว้าเอาแก๊สน้ำตาขว้างกลับไปใส่ทหาร ฝ่ายเสื้อแดงเข้ายึดพื้นที่โดยรอบไว้ แต่แกนนำห้ามผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในอาคาร ในช่วงเวลา15.30น.วันนี้ ทั้งนี้เพื่อต่อรองให้รัฐบาลเลิกสั่งปิดสัญญาณถ่ายทอดโทรทัศน์พีแชนัล สื่อหลักของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ต่อมาเวลาราว16.30น.ทหารได้ปิดล้อมพื้นที่รอบนอกไว้อีกชั้นเพื่อยึดพื้นที่กลับ ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนที่ต้องการเดินทางกลับผ่านฟ้าไม่สามารถกลับออกไปได้(ภาพข่าว:REUTERS)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
9 เมษายน 2553
ฝีมือศิลปินนิรนาม-ผู้ชุมนุมเสื้อแดงยืนอยู่ติดกับรูปเขียนล้อเลียนนายกรัฐมนตรีไทยของศิลปินนิรนาม(ภาพข่าว:REUTERS)
Art for Democracy Exposition :Power to the People
เครือข่ายเดือนตุลา เครือข่ายราษฎรนักเขียนศิลปินเพื่อประชาธิปไตยและกลุ่มศิลปินไทยเสรีชน ขอเชิญร่วมงาน
มหกรรมศิลปประชาธิปไตย2 :จงคืนอำนาจให้ประชาชน
วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2553 เวลา 16.00-22.00 น
กิจกรรมที่แสดงจัดโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
===========================================================
16.00 น. การแสดงศิลปะฉับพลัน นำโดยธรรมศักดิ์ บุญเชิด และกลุ่มศิลปินไทยเสรีชน
16.30 น. โฟล์คซอง โดย ส.ฟ้าสร้าง จากล้านนา
17.00 น. จิตรกรรมการเมือง โดย กลุ่มศิลปินไทยเสรีชน และวัฒน์ วรรลยางกูร
18.00 น. อ่านบทกวี "Power to the people จงคืนอำนาจให้ประชาชน" โดย
วัฒน์ วรรลยางกูร
กริช เหลือละมัย
ประกาย ปรัชญา
เดือนวาด พิมวนา
นายชั้น ทุนน้อย
วฒน
อาณัติ แสนโท
ปิยะชาติ จองทอง
และกวีหนุ่มสาว ฯลฯ
พร้อมวงดนตรี
ฮาเมอร์ ซาลวาลา และ Homo erectus
20.00 น. ละครคนหน้าแดง
21.00 น. ละครลิงล้อการเมือง
นักวิชาการเหลือง303กลัวกล้าอาฆาต เห็นต่างยุบสภา-พรก.ฉุกเฉินขู่เล่นงานถึงคุก-ไล่ไปเขมร
ที่มา Thai E-Newsขวาจัด6ตุลากลับชาติมาเกิด-ความเคลื่อนไหวของกลุ่มหมอตุลย์ที่เชิดชูพลเอกเปรม และนำสัญลักษณ์เสื้อแดงแขวนคอเลียนแบบกลุ่มขวาจัดเคยแขวนคอนักศึกษายุค6ตุลา2519
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
9 เมษายน 2553
หลังจากกลุ่มนักวิชาการเสื้อเหลือง 303 คน รวมตัวกันแถลงข่าว ประณามเสื้อแดงชุมนุมมีแนวโน้มรุนแรง หนุนรัฐบาลใช้กฎหมายเด็ดขาดในการปราบปรามไปเมื่อวานนี้(ดูรายละเอียดข่าว)
ไม่แต่เพียงเท่านั้นนายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1 ใน 303 นักวิชาการที่เป็นตัวตั้งตัวตีคนสำคัญ ยังได้ออกมาเคลื่อนไหวข่มขู่นักวิชาการที่เคลื่อนไหวให้รัฐบาลยุบสภา โดยส่งอีเมล์ให้ดเร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการสันติประชาธรรมให้ไปอยู่เขมร ขู่จะเล่นงานอาจารย์จากศิลปากรว่า ระวังจะโดนเล่นงานคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และอาจารย์เสื้อแดงจุฬาฯก็ต้องโดนเล่นงานด้วย
ทั้งนี้นายแพทย์ตุลย์ ได้ส่งอีเมล์จากอีเมล์ sistul_2005@hotmail.com ลงวันที่ 8 เมษายน 2553 ไปยังดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ แกนนำนักวิชาการเครือข่ายสันติประชาธรรมที่เสนอให้มีการยุบสภาภายใน 3 เดือน ด้วยข้อความสั้นๆว่าผมว่าอาจารย์ไปอยู่เขมรจะเหมาะกว่าครับ-ตุลย์

*หมอตุลย์
นายแพทย์ตุลย์ยังได้ส่งอีเมล์จากเมล์เดียวกันนี้ ส่งไปถึง นายบุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายหลังจากที่นายบุญส่งได้ส่งอีเมล์เชิญชวนนักวิชาการให้"ร่วมลงชื่อจดหมายเปิดผนึก ขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ขั้นร้ายแรงทันที และJUS COGENS (โปรดส่งต่อเพื่อชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อถูกการปราบปราม)"
โดยนายแพทย์ตุลส่งเมล์ตอบกลับมาว่าศาลได้ตัดสินแล้วว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์เป็นการผิดกฎหมาย ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จึงควรสลายตัวไปได้แล้ว กลับไปที่ผ่านฟ้า หรือ สลายไปเลยได้ยิ่งดี
แทนที่นักวิชาการอย่างอาจารย์ จะสนับสนุนให้เสื้อแดงทำถูกต้องตามกฎหมาย กลับขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
หรืออาจารย์คือนักวิชาการเสื้อแดงอย่างที่เขาว่ากัน เพราะตอนพันธมิตรชุมนุม อาจารย์ก็วิพากษ์เสียๆหายๆ แต่พอเสื้อแดงชุมนุมอาจารย์ก็สนับสนุนแสดงว่าไม่เป็นกลางจริง
รู้สึกว่ากลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มยกเลิก กฎหมาย les majeste อ้างว่าเพื่อเสรีภาพ แต่แท้จริงคือสนับสนุนพวกล้มล้างสถาบัน อย่างอาจารย์ใจ
อยากให้อาจารย์เลิกเป็นอีแอบเสียที ประกาศตัวไปเลยว่าไม่เอาสถาบัน ล้มล้างสถาบันให้ชัดไปเลยอย่างอาจารย์ใจ Man ดี แต่ขอโทษเป็น Bad Man นะครับ
จดหมายฉบับแสดงนี้แสดงว่าอาจารย์ไม่ได้มองสถานการณ์ของบ้านเมืองเลยว่าเป็นอย่างไร เกิดความเสียหายอย่างไร
ภาคเอกชนเขาไม่เคยออกมาต่อต้านตอนอยู่ที่ผ่านฟ้าเลย แต่ชุมนุมที่ราชประสงค์มันเกินไปจริงๆ
อ้อ ไม่ต้องไปพูดซ้ำถึงเรื่องพันธมิตรปิดสนามบินนะครับ เพราะก็จะแสดงว่าอาจารย์เป็นคนปิดหูปิดตา พูดซ้ำซากไม่ยอมรับความจริงที่ว่า
พันธมิตรไม่เคยยึดTower กับลานบินเลย การท่าสามารถ operate ต่อได้ คนที่ปิดสนามบินคือ เสรีรัตน์ ต่างหาก ไม่นานคดีนี้ก็ถึงศาลแน่
เพราะตำรวจสั่งฟ้องแล้วไม่ใช่หรือ แต่ข้อหาการก่อการร้าย ศาลอุทธรณ์เพิกถอนไปเรียบร้อยแล้ว ทราบแล้วเปลี่ยน
อาจารย์และพวกคงเบื่อผมมาก ผมก็เบื่อคนอย่างอาจารย์และพวกเหมือนกัน ผมเกรงว่าลูกศิษย์อาจารย์จะถูกครอบงำทางความคิดไปเรื่อยๆ แต่ผมไม่เคยครอบงำลูกศิษย์เรื่องพวกนี้ ไม่ต้องห่วง
สงสัยต้องให้ศิลปากร คอยตรวจสอบแล้วสิ (ไม่ต้องย้อนครับ เรากำลังตรวจสอบพวกอาจารย์เสื้อแดงในจุฬาฯเหมือนกันว่า สอนลูกศิษย์แผลงๆรึเปล่า ไอ้ประเภททำข้อสอบหายกลางม๊อบแดง เวลาสอนกดดันลูกศิษย์เสื้อเหลือง แต่ช่วยลูกศิษย์เสื้อแดงไง
ตุลย์
พบหมอตุลย์เป็นปี่เป็นขลุ่ยเสื่อผู้จัดการ-พธม.
จะพบว่าการเคลื่อนไหวข่มขู่นักวิชาการที่มีทัศนะแตกต่างจากตนเองของนายแพทย์ตุลย์จะมีทัศนะไม่ต่างไปจากพันธมิตรฯขวาจัด และสื่อผู้จัดการ เช่นการไล่ดร.ชาญวิทย์ไปอยู่เขมร เพราะดร.ชาญวิทย์เคลื่อนไหวไม่ให้ไทยทะเลาะกับเพื่อนบ้านกัมพูชา แต่ให้อยู่กันแบบได้ผลประโยชน์ร่วมกัน
ส่วนอาจารย์บุญส่ง จากศิลปากรนั้นเคยเคลื่อนไหวคัดค้านการใช้กฎหมทมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจัดการกับฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลมาก่อน
ส่วนอาจารย์จุฒาเสื้อแดงที่นายแพะทย์ตุลย์ว่าทำข้อสอบหายกลางม็อบนั้น เป็นการที่สื่อผู้จัดการนำข่าวลือไปลง ต่อมา ดร.สุดา รังกุพันธ์ จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ นักวิชาการเสื้อแดง ได้ให้สัมภาษณ์ไทยอีนิวส์ว่าข่าวลือนั้นเป็นเท็จ(อ่าน:ความจริงกรณีสื่อผู้จัดการแพร่ข่าวลือทำข้อสอบหายกลางม็อบแดง )
วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ.2553
ปิดทางเจรจา
จะยึดผลประโยชน์ใคร
ปิด"สื่อแดง"ลดหรือเพิ่มเชื้อไฟ?
จะเอาชนะ
"ณัฐวุฒิ" ประกาศเคลื่อนพลครั้งใหญ่อีก ยกระดับความเข้มข้นขึ้น 10 เม.ย.นี้ ใช้มุกเดิมอุบไต๋เป้าหมาย
องค์กรสื่อต่างชาติ ประณาม"รบ.มาร์ค" ปิด"พีทีวี-36 เว็บแดง" ชี้เป็นเดิมพันที่เสี่ยง-หนุนให้เกิดความรุนแรง
แถลงการณ์ 3สมาคมวิชาชีพประณามใช้สื่อยั่วยุให้เกิด ความรุนแรง -เกลียดชัง-ละเมิดกฎหมาย
แถลงการณ์ 5 อาจารย์ มธ.เรื่องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่มา Thai E-News
ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ นั้น
เรา กลุ่ม ๕ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความเห็นและข้อเรียกร้อง ดังนี้
๑. เสรีภาพการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ และเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานในรัฐเสรีประชาธิปไตย
๒. ข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง คือ ให้นายกรัฐมนตรียุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๑๕ วัน ข้อเรียกร้องดังกล่าว เป็นข้อเรียกร้องทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในรัฐเสรีประชาธิปไตย การปิดถนนและการยึดพื้นที่สาธารณะบางส่วน เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจาต่อรองกับผู้ชุมนุม หากการกระทำดังกล่าว มีความผิดตามกฎหมายใด รัฐบาลและเจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายนั้นเพื่อออกมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกัน ปราบปราม หรือลงโทษผู้กระทำผิดนั้นได้
๓. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ไม่เพียงต่อผู้ชุมนุมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประชาชนทั่วไปในวงกว้างอีกด้วย การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนเป็นสำคัญ
เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริง เราเห็นว่า การชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดง ยังอยู่ในกรอบของการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ หากรัฐบาลต้องการให้ผู้ชุมนุมออกจากสถานที่สาธารณะ รัฐบาลสามารถใช้มาตรการอื่นๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนกรณีระเบิดตามสถานที่ต่างๆ ในแต่ละวันนั้น ยังไม่มีข้อเท็จจริงใดแสดงให้เห็นว่า เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง
เมื่อพิจารณาถึงเนื้อหาของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่า มีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพจำนวนมาก ทั้งในแง่ความเข้มข้นของมาตรการ และในแง่พื้นที่ซึ่งครอบคลุมในหลายจังหวัด
เราเห็นว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงยังไม่ถือเป็น “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ตามความในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ อันเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ เป็นมาตรการที่เกินความจำเป็น และไม่ได้สัดส่วน
๔. มาตรา ๑๖ ของ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ บัญญัติว่า ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
นั่นหมายความว่า ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของศาลปกครอง และไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เป็นคดีรัฐธรรมนูญ ส่วนจะอยู่ภายใต้การควบคุมของศาลยุติธรรมหรือไม่นั้น ยังไม่มีคำพิพากษาบรรทัดฐานยืนยันไว้ ความข้อนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ไม่ได้รับการประกันโดยองค์กรตุลาการเพียงพอ จนอาจทำให้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนถูกละเมิดจากการใช้อำนาจโดยมิชอบได้
เราเห็นว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ เป็นไปเพื่อสลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดง รักษาอำนาจและความมั่นคงของรัฐบาลต่อไป ไม่ใช่รักษาอำนาจและความมั่นคงของรัฐ
ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น มีผลเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง เป็นการใช้อำนาจเพื่อทำให้มาตรการที่ปกติแล้วไม่ชอบด้วยกฎหมายในทางเนื้อหา ให้กลายเป็นมาตรการที่ชอบด้วยกฎหมายในทางรูปแบบ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ช่วยแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งครั้งนี้ให้บรรเทาเบาบางลงไปได้ แต่กลับเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงมากขึ้น
เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศ คำสั่ง และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข
รองศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์
รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช
อาจารย์ ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล
อาจารย์ธีระ สุธีวรางกูร
อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล
วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๓







