เลือดอาบราชดำเนินจากเหตุปะทะระหว่าง "จนท.-ม็อบเสื้อแดง"
ภาพเหตุการณ์ โดย สำนักข่าวต่างประเทศ
คนเสื้อแดงหวั่นถูกอำพรางศพบุกโรงพยาบาลวชิระค้น
บีบีซีรายงาน ผู้เสียชีวิตจากเหตุทหารปะทะเสื้อแดงเพิ่มเป็น 9 ราย
รวมประสบการณ์ชาวต่างชาติในเหตุการณ์ทหารปะทะเสื้อแดง บริเวณถนนราชดำเนิน
ประมวลภาพซากรถหุ้มเกราะ-รถยนต์-อาคารบ้านเรือนบนถนนตะนาวและแยกคอกวัวหลังเหตุปะทะ
ประมวลภาพความเสียหายสี่แยกคอกวัว วันที่ 11 เม.ย.
ยุ่นจี้ไทยสอบสวน ช่างภาพตาย แนะคนญี่ปุ่นระวัง
เชื่อมสัญญาณพีทีวี รัฐบาลยอม แดงร่วมชันสูตรศพ
นปช.แบกโลงศพ ทำพิธีสวด ที่อนุสาวรีย์ปชต.
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการ "ยึดพื้นที่ชุมนุมคืน"
"ทักษิณ" ทวิต สดุดีวีรชนคนกล้า
พ.ท.คนดังโดนระเบิดบาดเจ็บ
"ขวัญชัย"โทษเด็ก"เนวิน"ป่วนป้ายสีแดง ขู่แห่ศพบ้าน"มาร์ค"
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, April 11, 2010
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ.2553
รายนามวีรบุรุษนักรบเพื่อประชาธิปไตยที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ที่มา thaifreenews
ณ สมรภูมิ ถนนราชดำเนิน....ขอได้รับการคารวะจากเราชาวเสื้อแดง
ได้รับทราบข้อมูล เวลา เที่ยงคืน
มาร์คเกาะเก้าอี้ต่อขอพิสูจน์ศพ แถมือมืดM79ต้นเหตุคนตาย อ้างแดงมีอาวุธ นักวิชาการตะเพิดจี้ออก
ที่มา Thai E-NewsCry freedom-ภาพข่าวรอยเตอร์-ผู้ประท้วงสตรีใช้ธงชาติซับน้ำตาทั้งจากแก๊สน้ำตาและความสูญเสียที่เกิดขึ้น มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต12ศพ ผู้บาดเจ็บกว่า 300 ราย ในเวลา23.25 นายอภิสิทธิ์แถลงเสียใจกับผู้เสียชีวิต อ้างผู้ชุมนุมมีอาวุธ ส่วนการเสียชีวิตมาจากการยิงM79เพื่อก่อวินาศกรรม ทำให้ทหารและพลเรือนเสียชีวิต ต้องชัณสูตรต่อไป โดยเขายืนยันจะอยู่ต่อ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ อย่ามาโทษให้เป็นผู้รับผิดชอบกับการตาย ต้องพิสูจน์ความจริงอย่างโปร่งใส
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 เมษายน 2553
มาร์คแถมือมืดถล่มM79เป็นเหตุคนตาย ไม่ขอรับผิดชอบใดๆเกาะเก้าอี้ต่ออ้างเพื่อพิสูจน์ศพ
ศูนย์เอราวัณรายงานในช่วงเวลา23.45 น.ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 12 ราย เป็นประชาชน 9 ศพ ทหาร3 ศพ
นายกฯอภิสิทธิ์ชี้แจงทางทีวีพูล สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ต่อต้านเขามากขึ้น(ภาพ:ประชาไทบอร์ด)
เวลา 23.21น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงว่า ยืนยันจะอยู่ในตำแหน่งต่อ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ และอย่ามาโทษให้เขาเป็นผู้รับผิดชอบกับการตาย ต้องชัณสูตรพิสูจน์ศพให้ทราบความจริงอย่างโปร่งใส
อภิสิทธิ์แถลงทางทีวีพูลว่าเขาเสียใจกับผู้เสียชีวิตและครอบครัว เผยการชุมนุมผิดรธน. รัฐบาลต้องรักษากฎหมาย เพราะถูกตำหนิว่ารัฐบาลอ่อนแอ จึงต้องบังคับใช้กฎหมาย วันนี้จึงขอคืนพื้นที่บางส่วน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยปชช. ให้ใช้กระสุนจริงเฉพาะยิงขึ้นฟ้ากับป้องกันตัวเอง แต่ผู้ชุมนุมมีอาวุธ ส่วนการเสียชีวิตมาจากการยิงM79ทำให้ทหารและพลเรือนเสียชีวิต ต้องชัณสูตรต่อไปด้วยความโปร่งใส
อภิสิทธิ์กล่าวว่าเพื่อลดการสูญเสีย รัฐบาลได้ถอนทหารออกจากแนวปะทะ ยุติปฏิบัติการ"ขอคืนพื้นที่" ส่วนฝ่ายผู้ชุมนุมก็ถอนกลับไปที่เวทีชุมนุม เพื่อรักษาบรรยากาศที่เย็นลงแล้ว"ผมและรัฐบาลยังมีหน้าที่ต้องคลี่คลายสถาณการณ์ต่อไป คิดถึงผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง ไม่คิดถึงผลประโยชน์ส่วนตัวของผมแม้แต่น้อยนิด"
มีรายงานว่าผู้ชุมนุมไปประท้วงหน้ารพ.วชิระเพราะสงสัยว่าจะมีการซ่อนศพผู้ชุมนุม เนื่องจากผู้ชุมนุมยืนยันมีคนเสียชีวิต 2 ศพที่วชิระฯ แต่รพ.แถลงว่ามีเพียง 1 ศพ จึงเกรงว่าฝ่ายรัฐบาลจะทำลายหลักฐาน หรือบิดเบือนสร้างหลักฐานเท็จ
นักวิชาการให้อภิสิทธิ์เลิกด้านจี้ลาออก
นายบุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ นักวิชาการ คณะอักษรศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร ส่งแถลงการณ์ว่า ผมและผู้ที่ลงรายนามต่อไปนี้ขอเสนอให้ "อภิสิทธิ์ต้องลาออก! ใครสั่งฆ่าประชาชนต้องถูกนำมารับโทษ! นักวิชาการที่ออกมาสนับสนุนการใช้พรก.ฉุกเฉินต้องแสดงความรับผิดชอบ!"บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ คณะอักษรศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร
โกวิท แก้วสุวรรณ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ชาญณรงค์ บุญหนุน คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
พิพัฒน์ สุยะ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
เชษฐา พวงหัตถ์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
สุชาติ เศรษฐมาลินี มหาวิทยาลัยพายัพ
ศุภชัย ศุภผล นิสิตปริญญาโท ภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เพิ่มศักดิ์ จะเรียมพันธ์ นิสิตปริญญาโท ภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เพิ่มพล กันเทพา นิสิตปริญญาโท ภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภิภัทรภรณ์ ทองศรี ประชาชน

สูญเสีย-(ภาพบน)ผู้ชุมนุมนำธงชาติคลุมร่างผู้เสียชีวิต2รายในฐานะวีรชน (ภาพล่าง)รอยเตอร์รายงานภาพข่าวผู้ชุมนุมเสื้อแดงช่วยเหลือแบกทหารที่บาดเจ็บจากการปะทะผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ภาพของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะ ซึ่งล่าสุดแรมโบ้อีสานได้ไปนำศพผู้วายชนม์ 2 รายออกจากรพ.หัวเฉียวมาที่ผ่านฟ้า และมีรายงานข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตที่รพ.กลางอีก5ศพ ในนั้นมีนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย
AP เสนอภาพข่าวทหารยิงปืนใส่ผู้ประท้วง ซึ่งโฆษกทหารบอกว่าเป็นกระสุนยาง มีผู้บาดเจ็บถึงเวลา22.00น.ราว300ราย เสียชีวิต 5ศพ(ภาพข่าว:AP)
ภาพผู้เสียชีวืตโดย นายวอน เว็บไซต์พันทิปราชดำเนิน
นพ.พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ชาวญี่ปุ่นเป็นนักข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ ถูกยิงที่หน้าอก 2.นายสวาท วางาม อายุ 43 ปี กะโหลกกระแทกที่ศีรษะเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล 3. นายธนชัย ถูกยิงที่ทรวงอกเสียชีวิต 4.นายนพชัย เมฆงามฟ้า ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าอกด้านซ้าย และรายที่ 5 ไม่สามารถระบุชื่อได้
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 เมษายน สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที รายงานว่า ที๋โรงพยาบาลหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้บุกโรงพยาบาลหัวเฉียวด้านล่างมีการยื้อแย่งศพจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหัวเฉียวซึ่งเป็นผู้ศพของผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ- ทหาร เพื่อนำไปที่เวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบปีที่แล้วว่ามีการปิดข่าวการเสียชีวิตของผู้ชุมนุม
ทราบชื่อผู้เสียชีวิตเบื้องต้น นายอำพล สาติรัตน์ นายยุทธนา เจริญพูนพอง และนายวสันต์ ภู่ทอง
จากนั้นแกนนำได้นำศพขึ้นมาที่เวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศโดยมีธงชาติคลุมศพ ก่อนจะนำศพกลับไปที๋โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์
ภาพเพิ่มเติมจากคุณ saebareaw / พันทิป
ภาพจากนายวอน/พันทิป
มาร์คขอหย่าศึก นปช.ยกระดับขับทรราชออกนอกประเทศ

เฮลิคอปเตอร์บินไปทิ้งใบปลิวและทิ้งแก๊สน้ำตาที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เป็นภาพคุ้นตาคล้ายกับเหตุการณ์14ตุลา ซึ่งลงท้ายด้วยการขับไล่3ทรราชย์ออกไป(ภาพข่าว:รอยเตอร์)
เวลาราว19.45 น.แกนนำนปช.ได้ประกาศยกระดับข้อเรียกร้องเป็นให้นายอภิสิทธิ์ ยุบสภาในทันที และต้องเนรเทศออกนอกประเทศ
ขณะที่มีรายงานกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงต่อสู้กับทหารฝ่ายรัฐบาลที่สี่แยกคอกวัว และยิงระเบิดเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล
เวลาราว21.00น.โฆษกทหาร สรรเสริญ แก้วกำเนิด แถลงว่าได้ถอยทหารออกมาหลังเผชิญการต่อต้านจากเสื้อแดงทุกรูปแบบ นายอภิสิทธิ์จึงมอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯไปประสานงานแกนนำเสื้อแดง เพื่อยุติการปะทะกัน
ช็อตต่อช็อตจากสำนักข่าวต่างประเทศ ก่อนมาร์คขอหย่าศึก
กระสุนยาง-ทหารยิงปืนใส่ผู้ประท้วงเสื้อแดง โดยโฆษกทหารระบุใช้กระสุนยางยิง การปะทะในบ่ายนี้มีประชาชนบาดเจ็บ93ราย ทหาร-ตำรวจ22ราย ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมอ้างว่าได้ยึดอาวุธM16ไว้ราว500กระบอก(ภาพข่าว:REUTERS)
ยิงขึ้นบนอากาศ-ทหารปะทะผู้ชุมนุมเสื้อแดงหน้าอาคารสหประชาชาติใกล้สะพานผ่านฟ้าเพื่อ"ขอพื้นที่คืน" โฆษกทหารกล่าวว่ากองกำลังทหารได้ยิงปืนขึ้นบนฟ้าเพื่อเคลียร์ผู้ชุมนุม(an army spokesman said on Saturday, referring to an area where troops had earlier shot into the air to clear demonstrators-ภาพข่าว:รอยเตอร์)
ยืนหยัด-ผู้ชุมนุมเสื้อแดงเดินสู้แก๊สน้ำตาอย่างยืนหยัดระหว่างการเข้าสลายการชุมนุมของกองกำลังทหารช่วงบ่ายวันนี้ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 93 ราย ทหาร-ตำรวจบาดเจ็บ22ราย(ภาพข่าว:รอยเตอร์)
AP รายงานภาพข่าวผู้ชุมนุมล้อมรถถังของทหารที่เคลื่อนเข้ามาปราบปรามผู้ประท้วงบนถนนราชดำเนิน
เสื้อแดงยึดปืนหลายร้อยกระบอก ลั่นจะไม่นำมาใช้ยึดแนวสันติอหิงสา
รายงานออนไลน์จากผู้สื่อข่าวไซเบอร์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ ล่าสุดที่เวที มีการโชว์ปืนที่ถูกทิ้งไว้โดยนายทหารที่เข้าปะทะกับคนเสื้อแดงจำนวนมาก
คุณ Bugbunny แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้จากประชาไทแจ้งว่า "คนเสื้อแดงริบปืนทหารได้หลายร้อยกระบอกจากสี่แยกคอกวัว" โดยแจ้งว่าเป็นการรายงานข่าวจากย่านสี่แยกคอกวัว ในขณะที่ภาพจากคุณรุ่งศิลาเผยให้เห็นปืนดังกล่าว

ด้านคุณ ประชานิยม รายงานข่าวผ่านทางเว็บบอร์ดประชาไทถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นบริเวณผ่านฟ้า"รายงานจากผ่านฟ้า ขณะนี้ทหารถอยจากสะพานมัฆวานแล้ว หลังยิงปืน ยิงแก๊ซน้ำตาเท่าไร ประชาชนไม่ยุบ แถมการ์ด นปช. ยึดปืนทหารได้กว่าสองร้อยกระบอก เพราะทหารจำนวนมากก็ไม่อยากยิง แต่ทำไปเป็นแกนๆๆๆ (อย่าคืนทันทีล่ะ รอก่อน ไม่งั้นมันเอาเราอีกรอบ) ต้องขอปรบมืองามๆ ให้การ์ด นปช ที่เคยเป็นอดีตทหารพรานที่รับมือทหารได้อย่างดี
วันนี้ ตีไม่แตก เราชนะแน่นอน ตอนนี้ ทหารใช้ ฮ โปรยใบปลิวให้ประชาชนออกจากผ่านฟ้า บ้ะ ดีจริง ยิงไม่สำเร็จ เลยใช้โปรยใบปลิว อุว้ะ วิเศษจริงๆ ระบบทหารไทย
ทีวีพยายามออกข่าวว่า ขอพื้นที่คืน นี่ไม่ใช่การขอแล้ว แต่เป็นการยิงประชาชนอย่างโหดเหี้ยมม แม้จะยังไม่น่าจะใช่กระสุนจริง แต่กระสุนยางทำให้คนบาดเจ็บมากมาย 50 คนภาคสนาม แต่ทีวีบอก 33 คน ภาพที่ออกทางทีวีทุกช่องทำให้ประชาชนแห่ออกไปผ่านฟ้าและราชประสงค์กว่าสองแสนห้าหมื่นคน
ปิ่นเกล้าปิดสะพานข้ามแล้ว แต่ไม่อาจสกัดพลังผูรักชาติได้ มากันแน่นจริงๆ วันนี้ ถ้ามาร์ก เอาแดงไม่ลง เตรียมเดินทางไปต่างประเทศได้ ทักษิณมีโอกาสกลับไทยวันที่ 14 ตามที่อีทีทำนาย มีความเป็นไปได้สูง !!!!
อีกครึ่งชั่วโมง แดงราชประสงค์เตรียมลุยซอยร่วมฤดีไล่ด่านทหาร 1,000 คนที่สกัดประชาชนไม่ให้มาชุมนุมร่วมกับแดงราชประสงค์ได้
สรุป แดงผ่านฟ้ามีประมาณแปดหมื่นคน ราชประสงค์น่าจะแสนห้าหมื่นคน ยังไม่นับที่อยู่รอบๆ ใส่ขาวแต่เป็นแดงล้อมทหารรอบนอกอีนับหมื่นคน วันนี้ บ่ายสามไม่น่าต่ำกว่าสองแสนห้าหมื่นคน งานนี้ ไม่ใช่เมษา 52 แล้ว ระบอบมาร์กนาซีใกล้พินาศ"
แพร่ภาพผู้วายชนม์ มาร์คขอหย่าศึก แดงขับทรราช
ที่มา Thai E-News


สูญเสีย-(ภาพบน)ผู้ชุมนุมนำธงชาติคลุมร่างผู้เสียชีวิต2รายในฐานะวีรชน (ภาพล่าง)รอยเตอร์รายงานภาพข่าวผู้ชุมนุมเสื้อแดงช่วยเหลือแบกทหารที่บาดเจ็บจากการปะทะผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ภาพของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะ ซึ่งล่าสุดแรมโบ้อีสานได้ไปนำศพผู้วายชนม์ 2 รายออกจากรพ.หัวเฉียวมาที่ผ่านฟ้า และมีรายงานข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตที่รพ.กลางอีก5ศพ ในนั้นมีนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย
AP เสนอภาพข่าวทหารยิงปืนใส่ผู้ประท้วง ซึ่งโฆษกทหารบอกว่าเป็นกระสุนยาง มีผู้บาดเจ็บถึงเวลา22.00น.ราว300ราย เสียชีวิต 5ศพ(ภาพข่าว:AP)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ภาพโดย นายวอน เว็บไซต์พันทิปราชดำเนิน
10 เมษายน 2553
หลังการปะทะกัน ต่อมาในเวลาราว21.30น.มีรายงานจากศูนย์เอราวัณว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 5 ศพ รวมทั้งนักข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ด้วย 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บถึงเวลานี้ 296 ราย
นพ.พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ชาวญี่ปุ่นเป็นนักข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ ถูกยิงที่หน้าอก 2.นายสวาท วางาม อายุ 43 ปี กะโหลกกระแทกที่ศีรษะเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล 3. นายธนชัย ถูกยิงที่ทรวงอกเสียชีวิต 4.นายนพชัย เมฆงามฟ้า ถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าอกด้านซ้าย และรายที่ 5 ไม่สามารถระบุชื่อได้
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 เมษายน สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที รายงานว่า ที๋โรงพยาบาลหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้บุกโรงพยาบาลหัวเฉียวด้านล่างมีการยื้อแย่งศพจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหัวเฉียวซึ่งเป็นผู้ศพของผู้ชุมนุมที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ- ทหาร เพื่อนำไปที่เวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบปีที่แล้วว่ามีการปิดข่าวการเสียชีวิตของผู้ชุมนุม
ทราบชื่อผู้เสียชีวิตเบื้องต้น นายอำพล สาติรัตน์ นายยุทธนา เจริญพูนพอง และนายวสันต์ ภู่ทอง
จากนั้นแกนนำได้นำศพขึ้นมาที่เวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศโดยมีธงชาติคลุมศพ ก่อนจะนำศพกลับไปที๋โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์
ภาพเพิ่มเติมจากคุณ saebareaw / พันทิป
ภาพจากนายวอน/พันทิป
มาร์คขอหย่าศึก นปช.ยกระดับขับทรราชออกนอกประเทศ

เฮลิคอปเตอร์บินไปทิ้งใบปลิวและทิ้งแก๊สน้ำตาที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เป็นภาพคุ้นตาคล้ายกับเหตุการณ์14ตุลา ซึ่งลงท้ายด้วยการขับไล่3ทรราชย์ออกไป(ภาพข่าว:รอยเตอร์)
เวลาราว19.45 น.แกนนำนปช.ได้ประกาศยกระดับข้อเรียกร้องเป็นให้นายอภิสิทธิ์ ยุบสภาในทันที และต้องเนรเทศออกนอกประเทศ
ขณะที่มีรายงานกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงต่อสู้กับทหารฝ่ายรัฐบาลที่สี่แยกคอกวัว และยิงระเบิดเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล
เวลาราว21.00น.โฆษกทหาร สรรเสริญ แก้วกำเนิด แถลงว่าได้ถอยทหารออกมาหลังเผชิญการต่อต้านจากเสื้อแดงทุกรูปแบบ นายอภิสิทธิ์จึงมอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯไปประสานงานแกนนำเสื้อแดง เพื่อยุติการปะทะกัน
ช็อตต่อช็อตจากสำนักข่าวต่างประเทศ ก่อนมาร์คขอหย่าศึก
กระสุนยาง-ทหารยิงปืนใส่ผู้ประท้วงเสื้อแดง โดยโฆษกทหารระบุใช้กระสุนยางยิง การปะทะในบ่ายนี้มีประชาชนบาดเจ็บ93ราย ทหาร-ตำรวจ22ราย ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมอ้างว่าได้ยึดอาวุธM16ไว้ราว500กระบอก(ภาพข่าว:REUTERS)
ยิงขึ้นบนอากาศ-ทหารปะทะผู้ชุมนุมเสื้อแดงหน้าอาคารสหประชาชาติใกล้สะพานผ่านฟ้าเพื่อ"ขอพื้นที่คืน" โฆษกทหารกล่าวว่ากองกำลังทหารได้ยิงปืนขึ้นบนฟ้าเพื่อเคลียร์ผู้ชุมนุม(an army spokesman said on Saturday, referring to an area where troops had earlier shot into the air to clear demonstrators-ภาพข่าว:รอยเตอร์)
ยืนหยัด-ผู้ชุมนุมเสื้อแดงเดินสู้แก๊สน้ำตาอย่างยืนหยัดระหว่างการเข้าสลายการชุมนุมของกองกำลังทหารช่วงบ่ายวันนี้ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 93 ราย ทหาร-ตำรวจบาดเจ็บ22ราย(ภาพข่าว:รอยเตอร์)
AP รายงานภาพข่าวผู้ชุมนุมล้อมรถถังของทหารที่เคลื่อนเข้ามาปราบปรามผู้ประท้วงบนถนนราชดำเนิน
เสื้อแดงยึดปืนหลายร้อยกระบอก ลั่นจะไม่นำมาใช้ยึดแนวสันติอหิงสา
รายงานออนไลน์จากผู้สื่อข่าวไซเบอร์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ ล่าสุดที่เวที มีการโชว์ปืนที่ถูกทิ้งไว้โดยนายทหารที่เข้าปะทะกับคนเสื้อแดงจำนวนมาก
คุณ Bugbunny แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้จากประชาไทแจ้งว่า "คนเสื้อแดงริบปืนทหารได้หลายร้อยกระบอกจากสี่แยกคอกวัว" โดยแจ้งว่าเป็นการรายงานข่าวจากย่านสี่แยกคอกวัว ในขณะที่ภาพจากคุณรุ่งศิลาเผยให้เห็นปืนดังกล่าว

ด้านคุณ ประชานิยม รายงานข่าวผ่านทางเว็บบอร์ดประชาไทถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นบริเวณผ่านฟ้า"รายงานจากผ่านฟ้า ขณะนี้ทหารถอยจากสะพานมัฆวานแล้ว หลังยิงปืน ยิงแก๊ซน้ำตาเท่าไร ประชาชนไม่ยุบ แถมการ์ด นปช. ยึดปืนทหารได้กว่าสองร้อยกระบอก เพราะทหารจำนวนมากก็ไม่อยากยิง แต่ทำไปเป็นแกนๆๆๆ (อย่าคืนทันทีล่ะ รอก่อน ไม่งั้นมันเอาเราอีกรอบ) ต้องขอปรบมืองามๆ ให้การ์ด นปช ที่เคยเป็นอดีตทหารพรานที่รับมือทหารได้อย่างดี
วันนี้ ตีไม่แตก เราชนะแน่นอน ตอนนี้ ทหารใช้ ฮ โปรยใบปลิวให้ประชาชนออกจากผ่านฟ้า บ้ะ ดีจริง ยิงไม่สำเร็จ เลยใช้โปรยใบปลิว อุว้ะ วิเศษจริงๆ ระบบทหารไทย
ทีวีพยายามออกข่าวว่า ขอพื้นที่คืน นี่ไม่ใช่การขอแล้ว แต่เป็นการยิงประชาชนอย่างโหดเหี้ยมม แม้จะยังไม่น่าจะใช่กระสุนจริง แต่กระสุนยางทำให้คนบาดเจ็บมากมาย 50 คนภาคสนาม แต่ทีวีบอก 33 คน ภาพที่ออกทางทีวีทุกช่องทำให้ประชาชนแห่ออกไปผ่านฟ้าและราชประสงค์กว่าสองแสนห้าหมื่นคน
ปิ่นเกล้าปิดสะพานข้ามแล้ว แต่ไม่อาจสกัดพลังผูรักชาติได้ มากันแน่นจริงๆ วันนี้ ถ้ามาร์ก เอาแดงไม่ลง เตรียมเดินทางไปต่างประเทศได้ ทักษิณมีโอกาสกลับไทยวันที่ 14 ตามที่อีทีทำนาย มีความเป็นไปได้สูง !!!!
อีกครึ่งชั่วโมง แดงราชประสงค์เตรียมลุยซอยร่วมฤดีไล่ด่านทหาร 1,000 คนที่สกัดประชาชนไม่ให้มาชุมนุมร่วมกับแดงราชประสงค์ได้
สรุป แดงผ่านฟ้ามีประมาณแปดหมื่นคน ราชประสงค์น่าจะแสนห้าหมื่นคน ยังไม่นับที่อยู่รอบๆ ใส่ขาวแต่เป็นแดงล้อมทหารรอบนอกอีนับหมื่นคน วันนี้ บ่ายสามไม่น่าต่ำกว่าสองแสนห้าหมื่นคน งานนี้ ไม่ใช่เมษา 52 แล้ว ระบอบมาร์กนาซีใกล้พินาศ"
Saturday, April 10, 2010
เสื้อแดงยึดปืนหลายร้อยกระบอก ลั่นจะไม่นำมาใช้ยึดแนวสันติอหิงสา
ที่มา Thai E-News
กระสุนยาง-ทหารยิงปืนใส่ผู้ประท้วงเสื้อแดง โดยโฆษกทหารระบุใช้กระสุนยางยิง การปะทะในบ่ายนี้มีประชาชนบาดเจ็บ93ราย ทหาร-ตำรวจ22ราย ขณะที่แกนนำผู้ชุมนุมอ้างว่าได้ยึดอาวุธM16ไว้ราว500กระบอก(ภาพข่าว:REUTERS)
ยิงขึ้นบนอากาศ-ทหารปะทะผู้ชุมนุมเสื้อแดงหน้าอาคารสหประชาชาติใกล้สะพานผ่านฟ้าเพื่อ"ขอพื้นที่คืน" โฆษกทหารกล่าวว่ากองกำลังทหารได้ยิงปืนขึ้นบนฟ้าเพื่อเคลียร์ผู้ชุมนุม(an army spokesman said on Saturday, referring to an area where troops had earlier shot into the air to clear demonstrators-ภาพข่าว:รอยเตอร์)
ยืนหยัด-ผู้ชุมนุมเสื้อแดงเดินสู้แก๊สน้ำตาอย่างยืนหยัดระหว่างการเข้าสลายการชุมนุมของกองกำลังทหารช่วงบ่ายวันนี้ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 93 ราย ทหาร-ตำรวจบาดเจ็บ22ราย(ภาพข่าว:รอยเตอร์)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 เมษายน 2553
รายงานออนไลน์จากผู้สื่อข่าวไซเบอร์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ ล่าสุดที่เวที มีการโชว์ปืนที่ถูกทิ้งไว้โดยนายทหารที่เข้าปะทะกับคนเสื้อแดงจำนวนมาก
คุณ Bugbunny แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้จากประชาไทแจ้งว่า "คนเสื้อแดงริบปืนทหารได้หลายร้อยกระบอกจากสี่แยกคอกวัว" โดยแจ้งว่าเป็นการรายงานข่าวจากย่านสี่แยกคอกวัว ในขณะที่ภาพจากคุณรุ่งศิลาเผยให้เห็นปืนดังกล่าว

ด้านคุณ ประชานิยม รายงานข่าวผ่านทางเว็บบอร์ดประชาไทถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นบริเวณผ่านฟ้า"รายงานจากผ่านฟ้า ขณะนี้ทหารถอยจากสะพานมัฆวานแล้ว หลังยิงปืน ยิงแก๊ซน้ำตาเท่าไร ประชาชนไม่ยุบ แถมการ์ด นปช. ยึดปืนทหารได้กว่าสองร้อยกระบอก เพราะทหารจำนวนมากก็ไม่อยากยิง แต่ทำไปเป็นแกนๆๆๆ (อย่าคืนทันทีล่ะ รอก่อน ไม่งั้นมันเอาเราอีกรอบ) ต้องขอปรบมืองามๆ ให้การ์ด นปช ที่เคยเป็นอดีตทหารพรานที่รับมือทหารได้อย่างดี
วันนี้ ตีไม่แตก เราชนะแน่นอน ตอนนี้ ทหารใช้ ฮ โปรยใบปลิวให้ประชาชนออกจากผ่านฟ้า บ้ะ ดีจริง ยิงไม่สำเร็จ เลยใช้โปรยใบปลิว อุว้ะ วิเศษจริงๆ ระบบทหารไทย
ทีวีพยายามออกข่าวว่า ขอพื้นที่คืน นี่ไม่ใช่การขอแล้ว แต่เป็นการยิงประชาชนอย่างโหดเหี้ยมม แม้จะยังไม่น่าจะใช่กระสุนจริง แต่กระสุนยางทำให้คนบาดเจ็บมากมาย 50 คนภาคสนาม แต่ทีวีบอก 33 คน ภาพที่ออกทางทีวีทุกช่องทำให้ประชาชนแห่ออกไปผ่านฟ้าและราชประสงค์กว่าสองแสนห้าหมื่นคน
ปิ่นเกล้าปิดสะพานข้ามแล้ว แต่ไม่อาจสกัดพลังผูรักชาติได้ มากันแน่นจริงๆ วันนี้ ถ้ามาร์ก เอาแดงไม่ลง เตรียมเดินทางไปต่างประเทศได้ ทักษิณมีโอกาสกลับไทยวันที่ 14 ตามที่อีทีทำนาย มีความเป็นไปได้สูง !!!!
อีกครึ่งชั่วโมง แดงราชประสงค์เตรียมลุยซอยร่วมฤดีไล่ด่านทหาร 1,000 คนที่สกัดประชาชนไม่ให้มาชุมนุมร่วมกับแดงราชประสงค์ได้
สรุป แดงผ่านฟ้ามีประมาณแปดหมื่นคน ราชประสงค์น่าจะแสนห้าหมื่นคน ยังไม่นับที่อยู่รอบๆ ใส่ขาวแต่เป็นแดงล้อมทหารรอบนอกอีนับหมื่นคน วันนี้ บ่ายสามไม่น่าต่ำกว่าสองแสนห้าหมื่นคน งานนี้ ไม่ใช่เมษา 52 แล้ว ระบอบมาร์กนาซีใกล้พินาศ"
ภาพผู้บาดเจ็บจากคุณฟ้าทอง
เจ็บทะลุ100เสื้อแดงยืนหยัดสู้..ขอเตือนทหารอย่าเสี่ยงดีกว่า:ปราบประชาชนโทษถึงประหาร
ที่มา Thai E-News

ยิงขึ้นบนอากาศ-ทหารปะทะผู้ชุมนุมเสื้อแดงหน้าอาคารสหประชาชาติใกล้สะพานผ่านฟ้าเพื่อ"ขอพื้นที่คืน" โฆษกทหารกล่าวว่ากองกำลังทหารได้ยิงปืนขึ้นบนฟ้าเพื่อเคลียร์ผู้ชุมนุม(an army spokesman said on Saturday, referring to an area where troops had earlier shot into the air to clear demonstrators-ภาพข่าว:รอยเตอร์)
ยืนหยัด-ผู้ชุมนุมเสื้อแดงเดินสู้แก๊สน้ำตาอย่างยืนหยัดระหว่างการเข้าสลายการชุมนุมของกองกำลังทหารช่วงบ่ายวันนี้ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 93 ราย ทหาร-ตำรวจบาดเจ็บ22ราย(ภาพข่าว:รอยเตอร์)




กวาดล้างVSยืนหยัด-กองกำลังทหารยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางใส่ผู้ประท้วง โดยอ้างว่าเพื่อ"ขอพื้นที่ราชดำเนินคืน"ตลอดบ่ายวันนี้ ขณะที่ผู้ชุมนุมได้ยืนหยัดต่อสู้ไม่ถอยหนี แม้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ในเวลา16.20TPBSรายงานว่าเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล30คน ขณะที่รัฐบาลกร้าวจะยึดพื้นที่ราชดำเนินให้ได้ภายใน18.00น. (ภาพข่าว:สำนักข่าวต่างประเทศ)
โดย Pegasus
สนธิสัญญากรุงโรม (Rome Statue) นักกฎหมายระหว่างประเทศจะทราบดี ส่วนศาลที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนี้จะเป็นศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal court : ICC) และได้มีการตัดสินประหารชีวิตผู้นำของประเทศต่างๆมามากแล้ว จึงขอให้พิจารณาชั่งใจให้ดี และนำทหารกลับกรมกองเสีย ปล่อยให้การเมืองแก้ปัญหาด้วยการเมือง
หลังจากกรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสมัยนาซีเยอรมันแล้ว โลกก็ได้ตระหนักถึงปัญหานี้อย่างจริงจัง
ต่อมามีกรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอดีตยูโกสลาเวียและรวันดาที่โด่งดังไปทั่วโลกแล้ว และผู้นำทั้งสองประเทศที่ได้สั่งฆ่าประชาชนก็ได้รับโทษไปแล้วเช่นเดียวกับกรณีของเขมรแดง
ที่น่าสนใจคือเจ้าของสื่อในประเทศรวันดา ที่ยุยงให้มีการฆ่าประชาชนเผ่าอื่นด้วยหลักฐานที่บอกว่าคนเผ่าอื่นนั้นเป็นเหมือนแมลงสาปก็ได้ถูกตัดสินประหารชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว
ขอย้ำอีกทีว่านี่ไม่ใช่ความฝันแต่เป็นความจริง และประการสำคัญคือทหารที่เกี่ยวข้องกับกรณีเช่นนี้ จะมีความผิดอย่างไรก็ขอให้ติดตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องนี้ให้ดี
ขอเตือนด้วยความปรารถนาดีกว่า ไม่มีอำนาจใดๆในประเทศนั้นๆจะต่อต้านอำนาจของชุมชนระหว่างประเทศได้ ทหารที่กระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศต้องขึ้นศาลระหว่างประเทศโดยปราศจากการคุ้มครองจากอำนาจมืดใดๆ และไม่แน่อำนาจมืดใดๆนั้นก็อาจกำลังต่อคิวขึ้นศาลต่อจากเหล่าทหารหรืออาจจะนำหน้าถูกตัดสินประหารชีวิตไปแล้วก็ได้
เพื่อให้รู้ว่าไม่ได้ดำน้ำหรืออำกันเล่น จะขอแปลแบบสรุปความในแต่ละมาตราให้พอเข้าใจและหวังว่าพี่น้องทหารจะไม่กระทำความผิดในครั้งนี้เพราะจะไม่มีใครยอมท่านอีกแล้ว
Article 28
Responsibility of commanders and other superiors
ความรับผิดของผู้บังคับบัญชาและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นอื่นๆ
In addition to other grounds of criminal responsibility under this Statute for crimes within the jurisdiction of the Court:
A military commander or person effectively acting as a military commander shall be criminally responsible for crimes within the jurisdiction of the Court committed by forces under his or her effective command and control, or effective authority and control as the case may be, as a result of his or her failure to exercise control properly over such forces, where:
ผู้บังคับหน่วยทหาร หรือผู้ใดที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บังคับหน่วยทหาร จะรับผิดทางอาญาเมื่อกำลังทหารนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของตน หรือ เกิดจากความล้มเหลวในการควบคุมอย่างเหมาะสมต่อกำลังนั้น
(i) That military commander or person either knew or, owing to the circumstances at the time, should have known that the forces were committing or about to commit such crimes; and
ผู้บังคับหน่วยทหารหรือบุคคลใดนั้นไม่ว่าจะรู้หรือรับผิดชอบในเวลานั้น ควรทราบว่ากำลังของตนกำลังกระทำอาชญากรรม
(ii) That military commander or person failed to take all necessary and reasonable measures within his or her power to prevent or repress their commission or to submit the matter to the competent authorities for investigation and prosecution.
ผู้บังคับหน่วยทหารหรือบุคคลใดนั้น ล้มเหลวในการวางมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดและรับผิดชอบภายใต้อำนาจเพื่อป้องกัน หรืออดกลั้นต่อภาระที่ได้รับ หรือเสนอกรณีนั้นต่อผู้มีอำนาจหน้าที่สำหรับการสอบสวนและฟ้องร้อง
(b) With respect to superior and subordinate relationships not described in paragraph (a), a superior shall be criminally responsible for crimes within the jurisdiction of the Court committed by subordinates under his or her effective authority and control, as a result of his or her failure to exercise control properly over such subordinates, where:
ตามวรรคแรก จากความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใต้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาจะรับผิดทางอาญาสำหรับอาชญากรรมของผู้ใต้บังคับบัญชา ภายใต้การควบคุมของตน เนื่องจากความล้มเหลวในการแสดงการควบคุมที่เหมาะสมต่อผู้ใต้บังคับบัญชานั้น เมื่อ
(i) The superior either knew, or consciously disregarded information which clearly indicated, that the subordinates were committing or about to commit such crimes;
ผู้บังคับบัญชาได้ทราบหรือไม่สนใจข้อมูลอย่างที่วิญญูชนพึงทำ ซึ่งแสดงชัดว่า ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำหรือกำลังจะกระทำอาชญากรรม
(ii) The crimes concerned activities that were within the effective responsibility and control of the superior; and
อาชญากรรมนั้นเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการภายใต้ความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชานั้น และ
(iii) The superior failed to take all necessary and reasonable measures within his or her power to prevent or repress their commission or to submit the matter to the competent authorities for investigation and prosecution.
ผู้บังคับบัญชาล้มเหลวที่จะมีมาตรการที่จำเป็นและมีเหตุผล ภายใต้อำนาจของตนในการป้องกันและอดกลั้นต่อการทำภารกิจ หรือส่งกรณีนั้นให้กับหน่วยงานผู้มีอำนาจในการสอบสวนและฟ้องร้อง
Article 33
Superior orders and prescription of law
1. The fact that a crime within the jurisdiction of the Court has been committed by a person pursuant to an order of a Government or of a superior, whether military or civilian, shall not relieve that person of criminal responsibility unless:
ความจริงที่ว่าอาชญากรรมที่ได้กระทำโดยบุคคลที่กระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือผู้บังคับบัญชา ไมว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือนก็ตาม จะไม่สามารถนำมาอ้างได้จากความรับผิดทางอาญา ยกเว้น
(a) The person was under a legal obligation to obey orders of the Government or the superior in question;
บุคคลนั้นอยู่ภายใต้ความผูกพันที่จะต้องเชื่อฟังคำสั่งของรัฐบาลหรือผู้บังคับบัญชา (ประเทศไทยมีข้อยกเว้นไว้ว่า ทหารจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การนำอาวุธสงครามมาใช้ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเพราะเกินกว่าเหตุของการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเปรียบได้กับตำรวจ ดังนั้น ทหารจะไม่สามารถยกข้ออ้างนี้มาเพื่อพ้นผิดได้)
(b) The person did not know that the order was unlawful; and
บุคคลนั้นไม่รู้ว่า คำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และ (กรณีนี้ทหารไทยไม่ได้รับการยกเว้นจาก ข้อบังคับทหารที่ระบุไว้แล้ว)
(c) The order was not manifestly unlawful.
คำสั่งนั้นไม่แน่ชัดว่าผิดกฎหมายหรือไม่ (ทหารไทยผิดกฎหมายตั้งแต่นำอาวุธสงครามออกมาใช้กับประชาชนซึ่งไม่ใช่คู่สงครามแล้ว)
2. For the purposes of this article, orders to commit genocide or crimes against humanity are manifestly unlawful.
กรณีคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ(กรณีนี้คือประชาชนคนไทยซึ่งชุมชนระหว่างประเทศถือว่าเป็นมนุษยชาติ ไม่ใช่ทาสของใคร) เป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง (ซึ่งหมายความว่า ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับการเอาอาวุธมายิงใส่ประชาชนต้องผิดกฎหมายในทุกกรณี)
มาตราที่ยกขึ้นมานี้มาจากสนธิสัญญากรุงโรม (Rome Statue) นักกฎหมายระหว่างประเทศจะทราบดี ส่วนศาลที่จะพิจารณาพิพากษาคดีนี้จะเป็นศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal court : ICC) และได้มีการตัดสินประหารชีวิตผู้นำของประเทศต่างๆมามากแล้ว
สำหรับกรณีนี้เป็นเรื่องของทหารที่จับอาวุธโดยเฉพาะ จึงขอเตือนไว้ด้วยความหวังดี และกรณีที่เป็นผู้บังคับบัญชาแต่ทำเป็นว่าไม่อยู่ให้ผู้อื่นรักษาราชการแทน ก็ไม่พ้นความผิดนี้ได้ ดังรายละเอียดที่ได้แสดงมาแล้วนี้ จึงขอให้พิจารณาชั่งใจให้ดี และนำทหารกลับกรมกองเสีย ปล่อยให้การเมืองแก้ปัญหาด้วยการเมือง มนุษยชาติเดินทางมาไกลเกินกว่าจะเป็นทาส หรือไพร่แล้วและ ชุมชนระหว่างประเทศไม่เคยให้อภัยสำหรับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติเพราะเขาถือว่าทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน
อำนาจอำมาตย์ที่เป็นสิ่งโบราณเปรียบเสมือนสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์นั้นคุ้นเคยแต่การกดขี่ประชาชนด้วยอำนาจภายในประเทศ สนธิสัญญากรุงโรมที่ยกมาให้พิจารณานี้ แม้ว่าจะยังไม่มีใครนำมาใช้กับประเทศไทย แต่คราวนี้อาจเป็นครั้งแรก และความจริงก็คือมีการตัดสินมาแล้วหลายครั้งล้วนแต่เป็นเรื่องอาชญากรรมต่อมนุษยชาติทั้งสิ้นและโทษที่ตัดสินมักเป็นการประหารชีวิต
ดังนั้นขอเตือนอีกครั้งว่าอย่าเสี่ยง
****************
‘ตาสว่าง’ ปลายทางการต่อสู้ของประชาชนแดง
ที่มา Thai E-Newsการต่อสู้ในยุทธการผ่านฟ้ามีนา’53 เพื่อชิงเอาชัยชนะ แต่หากต้องพ่ายแพ้ก็ไม่อาจหาคำพูดใดมาอธิบายได้นอกจาก“มันเป็นพระประสงค์ของเทวดาผู้ยิ่งใหญ่” (แยก)ราชประสงค์มิอาจทำให้ประชาชน(แดง)สมประสงค์
โดย คุณTyranical Redหมายเหตุไทยอีนิวส์:Tyranical Redเขียนบทวิเคราะห์ชิ้นนี้ ภายใต้สมมุติฐานว่า การเคลื่อนไหวรณรงค์ของเสื้อแดงรอบนี้อาจรู้อยู่แล้วว่ายุทธการล่าสุดนี้อาจประสบความพ่ายแพ้ แต่ก็เพื่อให้เกิดปรากฏการณ์หูตาสว่างทั้งแผ่นดิน ซึ่งจะนำไปสู่การเคลื่อนไหวในเชิงปฏิวัติประชาชนในระยะต่อไป อย่างไรก็ตามเป็นทัศนะของผู้เขียน โดยที่ไทยอีนิวส์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทั้งหมด
“…ถ้าคนเสื้อแดงแพ้ จะเกิดการปฏิวัติโดยประชาชน…”
-จรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำ นปช.,31มีนาคม 2553, ไทยพีบีเอส
เป้าหมายสองระดับของฝ่ายนำ
เป้าหมายที่แท้จริงของ นปช.ภายใต้การนำของสามเกลอ ผมเชื่อตามที่พวกเขาประกาศว่า คือ การยุบสภา
ส่วนเป้าหมายของดูไบ คือ ลากคอหัวหน้าใหญ่ออกมา โดยใช้ยุทธศาสตร์“ความพ่ายแพ้” เพื่อนำไปสู่การเปิดโปงหัวหน้าใหญ่ตัวจริงและคนเสื้อแดงจะหันมาสู้กับหัวหน้าใหญ่ตัวจริง
จึงเท่ากับเป็นการขยายความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับหัวหน้าอำมาตย์เบอร์รองๆ ไปสู่หัวหน้าอำมาตย์เบอร์หนึ่ง เชื่อว่าปัจจุบันมวลชนส่วนข้างมากยังเชื่อว่าเบอร์หนึ่งไม่เกี่ยว แต่เบอร์รองๆลงมาเกี่ยวข้องทุกคน และอีกมากที่รู้ว่าเบอร์หนึ่งเกี่ยว แต่ก็ไม่คิดจะสู้กับเบอร์หนึ่ง
ความพ่ายแพ้จะทำให้คนเหล่านั้นตาสว่างและหันมาสู้กับเบอร์หนึ่งเสียที ขณะเดียวกันยังเป็นการขยายความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายที่ส่วนใหญ่สู้กันในแนวทางสันติให้เป็นสงครามประชาชน(เรียกในชื่ออื่นว่า การปฏิวัติโดยประชาชน สงครามกลางเมือง เป็นต้น) ซึ่งแนวทางการใช้ความรุนแรงจะค่อยๆเพิ่มระดับขึ้น มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆจนอาจจะสำคัญพอๆกับแนวทางสันติได้ในอนาคต(กล่าวให้สั้นที่สุดเพียงประโยคเดียว คือ การเปลี่ยน“ความพ่ายแพ้”ให้เป็น“ตาสว่าง” และเปลี่ยน “การปฏิรูป” ให้เป็น“การปฏิวัติ”)
สิ่งที่แกนนำ นปช.อย่างจรัล ดิษฐาอภิชัย พูดว่า “…ถ้าคนเสื้อแดงแพ้ จะเกิดการปฏิวัติโดยประชาชน…” นั้นคงมาจากประสบการณ์การต่อสู้ที่ยาวนานหลายสิบปีที่เห็นว่าเป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่อาจบานปลายไปสู่การปฏิวัติแบบถอนรากถอนโคนได้โดยไม่ยากนัก
ผมเชื่อแน่ว่าแกนนำ นปช.ส่วนใหญ่คงไม่มีใครคิดไปถึงขั้นนั้นแน่ เพราะดูจากข้อเรียกร้องยุบสภาเป็นข้อเรียกร้องที่ต่ำมาก และคงเป็นความบังเอิญที่ไปสอดคล้องกับความคิดของดูไบมากกว่า
การเคลื่อนไหวใหญ่รอบนี้ดูจะเป็นภาคบังคับพอสมควร ตามที่เคยประกาศไปปลายปีที่แล้ว ที่จริงการเคลื่อนไหวใหญ่เป็นระยะๆดูจะเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการรักษาขบวน แต่ท่าทีของดูไบก็ไม่ค่อยสนับสนุนมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งหนึ่งในสามเกลอประกาศไว้ราวกับว่าเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ถ้าแพ้ก็ตายหรือไม่ก็หามออกจากสนามรบอะไรทำนองนั้น
แต่ตอนนี้ดูไบจะสนับสนุน(แม้ไม่เต็มที่)เพราะเป็นการเคลื่อนไหวหลังการยึดทรัพย์ การยึดทรัพย์ทำให้การเจรจาประนีประนอมดูเหมือนจะถึงทางตันจริงๆ(แม้จะถูกยึดแค่สองในสาม แต่ที่จริงคือการยึดหมด เพียงแต่เป็นการยึดด้วยคดีอื่นๆที่จะตามมาอีกเยอะ คือยึดจนไม่พอจะยึด) เชื่อว่าการเคลื่อนไหวรอบนี้เหมือนการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายของดูไบที่ต้องการให้อีกฝ่ายมาเจรจาประนีประนอมซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว
หากยังไม่ยอมดูไบก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเดินหน้าล้มทั้งระบบจริงๆเสียที ผมเชื่อว่าดูไบพอใจที่จะได้เงินคืนหนึ่งในสามมากกว่าจะต่อสู้แบบล้มล้างให้ตายกันไปข้างหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าจะได้ชัยชนะหรือไม่ สู้เอาหนึ่งในสามไว้ก่อนพร้อมๆกับหลุดพ้นจากคดีไม่ดีกว่าหรือ ส่วนจะหาเพิ่มทีหลังไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากอีกฝ่ายไม่เอาด้วยก็จะได้ถือโอกาสนี้ยกระดับการต่อสู้ไปให้สุดทางถึงระดับตาสว่างทั้งแผ่นดินและถอนรากถอนโคนกันจริงๆเสียที
ถ้าต้องไปไกลจนสุดทางจริงๆ ความพ่ายแพ้ในยุทธการครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างที่สุด เพื่อนำไปสู่การยกระดับการต่อสู้อย่างก้าวกระโดด เหมือนกับเหตุการณ์ 13 ตุลา ยิ่งพ่ายแพ้ย่อยยับและสูญเสียอย่างหนักเท่าใดก็ยิ่งส่งผลดีต่อการยกระดับมวลมหาประชาชนไปสู่อาการ“ตาสว่าง”มากขึ้นเท่านั้น แต่อาจต้องแลกกับการบาดเจ็บล้มตายมากเช่นเดียวกัน ความพ่ายแพ้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าคนเสื้อแดงเดินมาสุดทางแล้ว ฝ่ายศัตรูไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องทำการปฏิวัติล้มทั้งระบอบเพื่อสร้างรัฐไทยใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ยุทธการผ่านฟ้า-ราชประสงค์ ทำไมดูไบจึงสนับสนุนแบบครึ่งๆกลางๆ
ตอนแรกประเมินกันว่าคนเข้าร่วมชุมนุมน่าจะมีไม่ต่ำกว่าสามแสน(หมายถึงตัวเลขที่แท้จริง ส่วนตัวเลขทางการเมืองอาจจะห้าแสน หนึ่งล้าน) คือ ภาคเหนือหนึ่งแสน อีสานหนึ่งแสน ภาคกลางห้าหมื่น กรุงเทพห้าหมื่น ที่เหลือภาคใต้ห้าพัน แต่มาจริงประมาณครึ่งของที่ประเมิน(คนเข้าร่วมจริงๆในวันที่ 14 มีนาคม ประมาณแสนห้าหมื่นถึงสองแสนเท่านั้น) ตัวเลขที่แท้จริงฝ่ายทหารและตำรวจสามารถประเมินได้ใกล้เคียงมากทีเดียว (ที่สำคัญคนเหล่านั้นส่วนใหญ่ที่มาโดย ส.ส. ถูกมอบหมายให้มาแค่ช่วงสั้นๆ3-5 วัน เท่านั้น)
เข้าใจว่าดูไบคงประเมินอย่างถี่ถ้วนแล้วว่ายุทธการผ่านฟ้าฯถึงอย่างไรคงไม่ชนะ แต่จะไม่หนุนสามเกลอเสียทีเดียวก็ดูจะหักด้ามพร้าด้วยเข่าเกินไป จึงหนุนแบบครึ่งๆกลางๆ อย่างที่บอกสามเกลอมีอิทธิพลต่อดูไบมาก แม้ดูไบจะเป็นเหมือนกล่องดวงใจ แต่ดูไบก็ต้องพึ่งพาสามเกลอมากมายมหาศาล สามเกลอจึงน่าจะมีอำนาจต่อรองสูงมากกว่ากลุ่มการเมืองใด เพราะการต่อสู้ที่ผ่านมาภายใต้การนำของสามเกลอส่งผลสะเทือนต่อฝ่ายตรงข้ามมากกว่าการต่อสู้โดยกลุ่มการเมืองอื่นแม้แต่ในสภาที่นำโดยพรรคเพื่อไทยเสียอีก(เอาเข้าจริงสามเกลอคนหนึ่งก็มีบทบาทในสภาและในพรรคมากพอสมควรด้วยซ้ำไป)
ตอนแรกดูไบทำท่าจะหนุนแค่ช่วงสั้นๆ แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจเพราะเห็นว่ารัฐบาลใช้วิธีปล่อยให้แห้งตาย จากเดิมที่ตอนแรกหลายฝ่ายประเมินว่าจะเกิดการปราบปราม เมื่อฝ่ายรัฐเลือกที่จะไม่ใช้กำลัง หากไม่หนุนต่อก็จะทำให้การเคลื่อนไหวรอบนี้แทบสูญเปล่า แพ้ง่ายเกินไป ประกอบกับ นปช.เคลื่อนขบวนทั่วกรุงในวันที่ 20 มีนาคม กระแสคนกรุงตอบรับดีมาก การไม่สนับสนุนท่ามกลางกระแสสูงดูจะไม่เป็นผลดีกับดูไบ ทั้งที่รู้ว่าคงยากที่จะเปลี่ยนผลลัพธ์ของการต่อสู้ ยังไงก็แพ้ จะแพ้มากแพ้น้อยเท่านั้น
เป็นไปได้เหมือนกันว่าดูไบอาจจะลังเล คือ ใจหนึ่งคงอยากได้อะไรติดมือเป็นชัยชนะรายทางบ้างเหมือนกัน(เพราะกระแสสูงจึงน่าเสี่ยงสนับสนุนต่อไป) เช่น ถ้ายุบสภาสำเร็จ เลือกตั้งใหม่ได้เป็นรัฐบาลก็อาจจะนิรโทษกรรมพ้นคดี ได้กลับบ้าน ฯลฯ ก็ยังดี เผลอๆได้กลับสู่อำนาจอีกก็จะทำอะไรได้อีกเยอะด้วยตัวเอง การต่อสู้ให้แนวทางตาสว่างเป็นการลงทุนระยะยาวที่แพงไปหน่อยโดยที่ไม่รู้จะบรรลุผลเมื่อไหร่ คืออันไหนได้ก่อนก็คว้าไว้ก่อน แต่ถ้าไม่ได้ก็สู้ยาวในเป้าหมายใหญ่ก็ยังไม่สาย
การนำของสามเกลอที่ดูไบกำลังพยายามปรับเปลี่ยน
ที่ผ่านมาสามเกลอเกือบจะผูกขาดการนำทั้งหมด ดูไบกำลังเกลี่ยการนำโดยเพิ่มบทบาทของบรรดา ส.ส.เพื่อไทยภายในขบวน นปช.ให้มากขึ้น เป็นไปได้ว่าต่อในเราอาจจะเห็นคนทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ๆขึ้นมามีบทบาทในขบวน นปช.มากขึ้นก็เป็นได้ ขณะเดียวกันดูไบก็กำลังสร้างขบวนการอีกขบวนหนึ่งคู่ขนานกับ นปช. ไว้เป็นทางเลือกหรือคู่แข่งกับ นปช.ในอนาคต ขบวนการคู่ขนานนี้อาจจะมีแนวทางหรือมีลักษณะหลายๆอย่างที่ได้รับอิทธิพลจากคนประเภทแดงจัด เช่น จักรภพ สุรชัย ชูพงษ์ ฯลฯ(เผลอๆ สองสามคนที่กล่าวถึงเข้ามามีส่วนโดยตรงในขบวนการคู่ขนานนี้ด้วย)
สามเกลอมีลักษณะบางอย่างคล้ายๆเนวิน คือ มีอิทธิพลมากเกินไปจนเกือบจะขี่คอดูไบอยู่แล้ว แต่กรณีเนวินจัดการได้ง่ายกว่าเพราะไม่ได้นำมวลชนอย่างเข้มแข็งใหญ่โตขนาดนี้ ขณะเดียวกันเนวินก็เลือกที่จะจากไปแทนที่จะเลือกต่อสู้แข่งขันภายในพรรค โดยเปรียบเทียบแล้วสามเกลอในระยะปีเศษมานี้มีอิทธิพลต่อดูไบมากกว่าสมัยเนวินเรืองอำนาจเสียอีก
อย่างไรก็ตามการกำจัดสามเกลอแบบที่เคยทำกับเนวินนั้นจะส่งผลกระทบกับขบวนการคนเสื้อแดงอย่างมาก การจะหาคนที่มีความสามารถสูงและได้รับการยอมรับจากมวลชนระดับเดียวกับสามเกลอเป็นเรื่องยากมาก การเก็บสามเกลอไว้ดูจะเป็นประโยชน์กว่า แต่ต้องหาทางลดบทบาทสามเกลอด้วยการเพิ่มบทบาทของกลุ่มอื่นๆขึ้นมาเพื่อถ่วงดุลกับสามเกลอ เช่น คนในพรรคเพื่อไทยดังที่กล่าวมาแล้ว และประการสำคัญเชื่อว่าดูไบคงรู้ดีว่าขบวนการคนเสื้อแดงภายใต้แนวทางแบบสามเกลอคงไม่อาจไปถึงเป้าหมายสูงสุดได้(แม้สามเกลอจะรู้ดีว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง แต่สามเกลอคงไม่คิดสู้กับสิ่งนั้นอย่างจริงจัง)
ดังนั้นหากต้องการปรับเปลี่ยนแนวทางก็คงต้องหาทางทำให้ส่วนอื่นๆขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น รวมทั้งทำให้สามเกลออ่อนกำลังลงไปก่อน นั่นคือ ความพ่ายแพ้ในยุทธการผ่านฟ้า-ราชประสงค์ จะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้การนำของสามเกลอถูกตั้งคำถามมากขึ้น และการปรับเปลี่ยนอะไรๆก็คงจะง่ายกว่าที่เป็นอยู่
บทเรียนการนำและการตัดสินใจในสงกรานต์เลือด
ปัญหาใหญ่คือจะจำกัดความพ่ายแพ้ไม่ให้เสียหายหนักจนไม่อาจฟื้นคืนชีพได้ในเวลาอันสั้นได้อย่างไร?
การนำที่ค่อนข้างเบ็ดเสร็จของสามเกลอ นำไปสู่การผิดพลาดในเหตุการณ์สงกรานต์เลือด(เช่น การประกาศไม่ชนะไม่เลิก การยกระดับไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นต้น) และการตัดสินใจไม่ยอมถอย/สลายการชุมนุม แม้แต่ในคืนวันที่ 12 เมษายน 2552 ที่มีการหารือเรื่องนี้กันอย่างเคร่งเครียด จนในที่สุดต้องยอมจำนนอย่างหมดทางสู้ในวันรุ่งขึ้น
เบื้องหลังการตัดสินใจไม่ถอยในคืน 12 เมษายน 52
12 เมษายน 2552 เหตุการณ์คับขันเข้าขั้นวิกฤติ ผู้ชุมนุมถูกทหารปิดล้อมไม่ให้ส่งเสบียงและน้ำ ทหารเปิดทางให้ผู้ชุมนุมกลับบ้านแต่ไม่อนุญาตให้คนเข้าไปชุมนุมเพิ่ม(ว่ากันว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนเสื้อแดงสองคนถูกสังหารเพราะพยายามเข้าไปในที่ชุมนุมและอาจกระทบกระทั่งกับทหารที่ตั้งด่านอยู่ จึงถูกสังหาร) มีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนมาขึ้นเวทีในช่วงกลางวัน เช่น จาตุรนต์ ฉายแดง วัลลภ ปิยะมโนธรรม หมอลักษ์ เรขานิเทศ ตอนเย็นเริ่มมีการปะทะกับทหารประปรายโดยรอบพื้นที่ชุมนุม โดยเฉพาะถนนราชดำเนินระหว่างแยกมิสกวันกับลานพระบรมรูปทรงม้า และมีการเผาตึกกรมอาชีวศึกษาแต่โชคดีที่ไฟไม่ลาม มีการก่อกวนโดยรอบ มีเสียงดังคล้ายระเบิดเป็นระยะ(คาดว่าเป็นประทัดยักษ์) มีเสียงปืนดังเป็นระยะในตอนกลางคืน รวมทั้งชาวบ้านนางเลิ้งสองคนก็ถูกยิงตายในคืนนั้น
ตอนเย็นนั้นมีการหารือกันในหมู่แกนนำความจริงวันนี้และ นปช. แกนนำบางคนเสนอให้หาทางถอย เช่น เสนอให้ถอยไปสนามหลวง มีการอภิปรายกันพอสมควรจนเกือบจะเป็นฉันทามติว่าต้องถอย แต่หนึ่งในสามเกลอให้เหตุผลว่าถ้าถอยเท่ากับยอมแพ้และจะไม่สามารถนำมวลชนได้อีก(ในอนาคต) โดยยืนกรานว่ายังไงก็ไม่ถอย แต่ก็จะไม่สู้ ถ้าฝ่ายรัฐจะจับก็ให้เข้ามาจับในท่ามกลางฝูงชน ทำให้สามเกลออีกคนหนึ่งเห็นด้วย ส่วนสามเกลอตัวหัวหน้าไม่แสดงท่าทีใดๆ แกนนำที่เหลือก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก นั่นเท่ากับว่ามติแกนนำในเย็นวันนั้นคือ ไม่ถอย ไม่สู้ อยากจะจับให้เข้ามาจับกลางฝูงชน
การตัดสินใจ ถอย-ไม่ถอย หากต้องเพลี่ยงพล้ำในยุทธการผ่านฟ้า มีนา’53
เข้าใจว่าแกนนำหลายคนคงสรุปบทเรียนจากเมษาปีที่แล้วว่าจะไม่ดึงดันต่อสู้จนต้องพ่ายแพ้ย่อยยับอีกในรอบนี้ ถ้าถึงที่สุดแล้วเดินหน้าไปต่อไม่ได้ก็จะถอย แต่จากบทเรียนเมษาคือมีจังหวะที่จะถอยได้แต่ไม่ถอย(ไม่ใช่แค่วันที่ 12 เมษา) ในที่สุดจึงต้องจำนนอย่างหมดทางสู้
รอบนี้หากแกนนำคนอื่นๆต้องการถอยภายใต้ภาวะที่สามเกลอกุมการนำ สามเกลอจะยอมหรือไม่ ใครจะทัดทานสามเกลอได้หากสามเกลอไม่ยอมถอย เข้าใจว่าแม้แต่ดูไบก็คงไม่สามารถทัดทานได้ อีกอย่างคือจะต้องพ่ายแพ้ถึงระดับไหนถึงจะเพียงพอที่จะยกระดับไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดได้
ปัญหานี้เชื่อว่าไม่ว่าแพ้มากแพ้น้อยก็สามารถทะลุไปถึงเป้าหมายสุดท้ายได้ แต่ถ้าแพ้ย่อยยับก็จะไปถึงได้เร็วหน่อย ถ้าแพ้น้อยก็ถึงช้าหน่อย ขึ้นอยู่กับว่าต้องการก้าวกระโดดแค่ไหน(เท่าที่พยายามยื้อมาได้เกือบเดือน พยายามทำทุกวิถีทางก็ไม่สำเร็จ ก็น่าจะพอที่จะไปขยายผลให้ตาสว่างกันทั้งแผ่นดินได้ไม่ยากแล้วว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ไหน) แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงให้มากที่สุดคือ ความเสียหายของขบวนการที่ไม่แน่ว่าจะรื้อฟื้นคืนมาได้ง่ายๆเหมือนปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าตัดสินใจสู้ตาย ก็มีคนพร้อมสู้ตายและจะต้องเจ็บและตายจริงๆ ส่วนแกนนำก็คงถูกกวาดเรียบ ขบวนก็เสียหายหนัก และฟื้นยาก
ของฝากพวกชอบสันติ
ของฝากนักสันติวิธี นักปฏิบัติการไร้ความรุนแรง และพวกที่เสนอให้ใช้สันติวิธี หากเหตุการณ์เข้าขั้นวิกฤติจนยากจะเลี่ยงความรุนแรง ขอเสนอวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยเรียกร้องให้คนเหล่านี้มาเป็นโล่มนุษย์ โดยส่งพวกเขาไปอยู่ในแนวปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐและต้องอยู่จนนาทีสุดท้าย เพื่อให้พวกเขาได้พิสูจน์ความมีสันติในตัวเอง ว่าพร้อมจะยอมตายเพื่อสันติหรือไม่ การเป็นโล่มนุษย์น่าจะช่วยให้ฝ่ายรัฐต้องคิดหนักที่จะใช้ความรุนแรง(ที่จริงขอเรียกร้องให้พวก ส.ส., ส.ว. ปัญญาชน นักวิชาการ คนมีชื่อเสียงทั้งหลาย มาเป็นโล่ห์มนุษย์ด้วย) แต่ถ้าไม่เกิดเหตุรุนแรงจะดีที่สุด
สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังความพ่ายแพ้ของประชาชนเสื้อแดง
หากเสื้อแดงแพ้เชื่อแน่ว่าหลังจากนั้นสิ่งที่จะตามมา คือ จะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่พอสมควรตามที่หลายฝ่ายเรียกร้อง โดยเอาทุกฝ่ายมาร่วมโดยไม่สนใจเสื้อแดงว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ พูดง่ายๆคือโดดเดี่ยวเสื้อแดง แต่การปฏิรูปคงไม่แตะต้องปัญหาสำคัญที่แท้จริงอยู่ดี
สิ่งที่น่าคิดอีกอย่างตอนนี้(คิดหยาบๆโดยไม่ได้ตรวจสอบกฎหมาย)คือความเป็นไปได้ของการยุบพรรคเพื่อไทยด้วยข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคงเพราะไปร่วมเคลื่อนไหวกับเสื้อแดง เพื่อทำให้พรรคอ่อนแอลงไปอีก เพราะจะมีหลายคนที่ถูกตัดสิทธิ์(ด้วยข้อหาความมั่นคงเพราะไปร่วมกับเสื้อแดง) แล้วรีบชิงยุบสภา จะทำให้พวกเพื่อไทยที่เหลือรอดตั้งตัวไม่ติด ผึ้งแตกรัง หาพรรคใหม่ไม่ทัน ฝ่ายรัฐบาลเดิมชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมาก ทำให้มีเวลาอีก 4 ปีในการจัดการอะไรต่อมิอะไรได้ตามต้องการ
การต่อสู้ในยุทธการผ่านฟ้ามีนา’53 ที่ขยายแนวรบไปสู่(แยก)ราชประสงค์ คนเสื้อแดงพยายาม(จำเป็นต้อง)ผ่านพื้นแผ่นดินและฟ้า(สะพานผ่านพิภพลีลา และสะพานผ่านฟ้าลีลาศ) ไปสู่(แยก)ราชประสงค์ ที่รายล้อมไปด้วยเทวดาถึงหกองค์(พระพหรม พระพิฆเนศ พระตรีมูรติ พระอิศวร พระนารายณ์ทรงครุฑ พระลักษมี พระอินทร์)เพื่อชิงเอาชัยชนะ แต่หากต้องพ่ายแพ้ก็ไม่อาจหาคำพูดใดมาอธิบายได้นอกจาก“มันเป็นพระประสงค์ของเทวดาผู้ยิ่งใหญ่” (แยก)ราชประสงค์มิอาจทำให้ประชาชน(แดง)สมประสงค์
ฉากสุดท้ายที่อยากเห็น แต่คงไม่ได้เห็น
อยากเห็นแกนนำ นปช.ประกาศชัยชนะท่ามกลางความพ่ายแพ้ทำนองว่า“ความพ่ายแพ้ในยุทธการผ่านฟ้าฯ ได้เป็นบทพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัยแก่พี่น้องประชาชนแดงแล้วว่า พวกเราได้พยายามทุกวิถีทางอย่างสุดความสามารถที่มนุษย์ธรรมดาพึงจะกระทำได้แล้ว พวกเราเดินมาสุดทางจนพวกเราตาสว่างแล้วว่า จอมบงการสูงสุดของฝ่ายปฏิปักษ์ประชาธิปไตยไม่ยอมอ่อนข้อให้ประชาชนแม้แต่น้อย พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกต่อไป นอกจากต้องทำลายกำแพงแห่งอุปสรรคนั้นเสียให้สิ้นซากเพื่อเดินหน้าไปสู่การสร้างรัฐไทยใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง พวกเราขอตั้งสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพี่น้องประชาชนว่าพวกเราจะเอาชนะสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครคิดว่าจะเอาชนะได้สำเร็จ ให้จงได้”



