WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, April 15, 2010

ขัดแย้งไม่สิ้นสุด เพราะสื่อเสนอข่าวด้านเดียว

ที่มา Thai E-News


โดย คุณ แจ๋วริมจอ
ที่มา เวบไซต์ ไทยรัฐ
15 เมษายน 2553

ตราบใดที่สื่อรัฐอย่างช่อง 11 ยังนำเสนอข้อมูลอยู่ด้านเดียวเช่นนี้ ...ตราบนั้นความแตกแยกไม่มีทางบรรจบหรือเข้าใจกันได้ ยิ่งเอาสื่อทีวีมาตอกย้ำบาดแผล ยิ่งจะบานปลายไม่หยุด!!

"ดิฉันไม่ได้แดงหรือเหลืองหรือรัฐบาล ไม่ได้เป็นฝ่ายใคร แต่ขอเปิดใจคนที่เฝ้ามองมาตลอด เหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 53 คงเป็นความอัปยศที่สุดของการเมืองไทย การใช้กำลังทหารในการแก้เกมการเมืองไม่เคยได้อะไรกลับไป นอกจากศพผู้เสียชีวิต

ซึ่งนาทีนี้ ทุกคนเอาบุคคลเหล่านั้นมาเป็นข้ออ้างความชอบธรรมจากการกระทำของตน พอเหตุการณ์สงบ ทุกคนก็ลืมเขาเหล่านั้น เหตุการณ์นี้ ตาย 21 คน ทหาร 4 ต่างชาติ 1 ประชาชนคนไทย 16 ถามว่า มีใครชนะไหม เปล่าเลยแพ้ทุกฝ่าย

แต่ที่น่าเสียใจก็คือ ครั้งนี้สื่อทำหน้าที่ได้ดีพอหรือเปล่า ทหารตาย 4 เป็น พ.อ. 1 นาย พลทหาร 3 นาย การประโคมข่าว ภาพข่าวต่างๆที่ออกมา นายทหารได้รับการรายงานแต่ฝ่ายเดียว

ผิดกับตอนที่สลายเสื้อเหลือง น้องโบว์

ได้รับการประโคมข่าวผู้เดียว แต่คนอื่นที่บาดเจ็บล้มตาย พวกเขาเหล่านั้นหายไปไหน หรือเพียงเพราะเขาไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับคุณ นี่มันยุคมืดชัดๆ

การเสนอข่าวด้านเดียว มีแต่จะทำให้เกิดความขัดแย้งไม่สิ้นสุด เพราะประชาชนที่ไม่มี internet ไม่มีทางรู้เลยว่า ยังมีคนอื่นที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้

แล้วฆาตกรที่สื่อทุกสื่อนำเสนอ โดยเฉพาะช่อง สทท. ก็คือประชาชนเสื้อแดง น่าอนาถใจจริงๆ มีสื่อไหนบ้างไหม ที่กล้าเอาคลิปเสื้อแดงถูกยิงมานำเสนอ ถามว่าสื่อได้เห็นภาพเหล่านี้ไหม เชื่อได้เลยว่าคุณต้องได้เห็น

คุณไม่นำเสนอเพราะอะไร เค้าคนละสีกับคุณ หรือว่าเขาเป็นชาวบ้านชาวนาที่คุณเห็นว่าเขามาเพื่อเงิน สมควรตายงั้นหรือ

ขอความจริงให้คนที่เขาไม่มีสื่อออนไลน์ ได้รับรู้ความจริงบ้าง อย่าเอาแต่ยัดเยียดให้เขาเกลียดกันเลย และเขาเหล่านั้นจะยิ่งเกลียดและชิงชังคนในสังคมชั้นกลางขึ้นไป เพราะเขาน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกดูถูกแม้กระทั่งตาย

ดิฉันเป็นพยาบาลค่ะ เคยดูแลทหาร ตำรวจ เสื้อเหลือง เสื้อแดง และเสียใจทุกครั้งที่มีการใช้กำลัง ผู้คนล้มตาย

แต่เสียใจที่สุดกับการกระทำสลายม็อบครั้งนี้ ทั้งที่คนไทยทั้งนั้น

สุดท้าย ขอสื่อกล้าที่จะแตกต่าง และนำเสนอทุกแง่มุม ทุกภาพข่าวอย่างเป็นกลาง อย่าใส่ความเห็นส่วนตัวเลย".

ข้อมูลสนาม 10 เม.ย. กรณีนักข่าวญี่ปุ่น

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
15 เมษายน 2553

คุณสิงห์สนามหลวง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์การยิงกราดฆ่าประชาชนที่ถนนดินสอ เมื่อวันที่ 10 เมษายน ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกรณีการเสียชีวิตของนักข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น นายฮิโร มูราโมโต้ ดังต่อไปนี้: -

ขอให้
ดูคลิป (ขอให้ดูให้จบ) และภาพประกอบ (ภาพนี้นำมาจากหลายคลิปที่ถ่ายโดยคนหลายคนประกอบรวมกัน ซึ่งแน่นอนต้องมีคลิปวีดีโอของนายฮิโร มูราโมโต้ เป็นหนึ่งในนั้น)





รวมคลิปเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของมูราโมโต้ โดย demagoguing


คลิปประกอบการบรรยายกรณีนักข่าวญี่ปุ่นเสียชีวิต

ภาพแถว A และ B เป็นแนวทหารด้านในถนนดินสอที่ยิงออกมายังกลุ่มเสื้อแดงทางด้านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ภาพแถว C, D และ E เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ที่ถ่ายวีดีโอไว้จากหลายบุคคล
ภาพแถว E คือ วีดีโอที่นายมูราโมโต้ถ่ายก่อนเสียชีวิต เฉพาะภาพที่แคปเจอร์มาอยู่ในช่วงสุดท้ายของวีดีโอ หลังจากเดินออกจากแนวทหารด้านในถนนดินสอ เพื่อมายืนถ่ายในกลุ่มคนเสื้อแดงทางด้านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย


ปฐมบท

ก่อนที่นายวสันต์ ภู่ทอง จะถูกยิงกะโหลกศีรษะเปิดจนเสียชีวิตไม่ถึงนาที ขอให้สังเกตว่าตรงรถกระบะสีขาวด้านขวามือ ก็มีผู้ที่ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปดู ซึ่งนาย Hiro Muramoto ก็ได้ซูมถ่ายเหตุการณ์ตรงนี้เช่นกัน และได้จับภาพคนเสื้อแดงถืออาวุธปืน ที่น่าจะยึดได้จากทหาร ดูรูปทรงแล้วน่าจะเป็นปืนเดี่ยวลูกซองคานเหวี่ยงที่ใช้ยิงกระสุนยาง
คลิป E - ภาพที่ Hiro Muramoto ถ่ายไว้สุดท้ายก่อนเสียชีวิต
จะปรากฎชายชุดดำที่ผู้ผ้าพันคอแดงที่ช่วยแบกร่างไร้วิญญานของเขาออกมาด้วย


ภายหลังที่นายวสันต์ถูกยิงจนกะโหลกศีรษะเปิด สมองทะลักออกมา พร้อมเสียงปืนรัวดังกึกก้องหลายนัด เสื้อแดงที่ยืนอยู่แนวหน้าจึงได้วิ่งหนีออกมา (ดู clip C) ก่อนที่จะมีเสียงเรียกให้เสื้อแดงเข้าไปถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนพวกที่ยังไม่รู้ว่าพวกของตนเองถูกยิง เมื่อได้ยินเสียงปืนคนเสื้อแดงจึงหลบหาที่กำบังตามสัญชาตญาณ
คลิป C - เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่จากกล้องของเสื้อแดง (AFP)

ตามภาพแถวคลิป E กล้องที่ Hiro Muramoto ถ่ายไว้ก่อนจบชีวิต เราจะไม่เห็นร่างของนายวสันต์ ภู่ทองอยู่ตรงพื้นแล้ว เพราะคนเสื้อแดงแบกออกไปแล้ว โดยที่นาย Hiro Muramoto คงคิดว่านายวสันต์น่าจะได้รับบาดเจ็บไม่ถึงกับเสียชีวิต จึงไม่ได้มาถ่ายเหมือนคนอื่น ส่วนภาพคนบาดเจ็บทางด้านรถกระบะสีขาว คนเสื้อแดงที่ช่วยปฐมพยาบาลกันตั้งแต่ทีแรก ก็เพิ่งจะช่วยกันแบกออกไป โดยมีการ์ดคนเสื้อแดง (เสื้อดำ) เดินเข้ามาเพื่อกวักมือเรียกให้พวกเสื้อแดงถอยออกมา เพราะพื้นที่ตรงนั้นไม่มีปลอดภัย และเป็นภาพช็อตสุดท้ายที่ Hiro Muramoto ถ่ายในขณะที่ยังมีสติสัมปชัญญะและลมหายใจอยู่

บทสุดท้าย

ภาพจากกล้องที่ปรากฎในสภาพเอียงที่ถ่ายมา ผมคิดว่านาย Hiro Muramoto น่าจะถูกยิงจนหมดสติหรืออาจเสียชีวิตแล้ว และน่าจะเสียชีวิตภายหลังจากที่นายวสันต์ถูกแบกร่างออกไปเพียงไม่กี่นาที โดยสังเกตได้จากคลิปที่คุณมังกรดำได้ถ่ายไว้ เราจะเห็นร่างของ Hiro Muramoto ถูกแบกออกมา ในช่วงต้นของการปะทะภายหลังเกิดเหตุ (เสียงปืนดังไม่หยุด) เพราะเมื่อทางแกนนำรู้ว่ามีคนถูกยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ แกนนำได้ประกาศให้คนเสื้อแดงพาร่างผู้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตออกมา ร่างของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตคนอื่นๆ รวมถึงนาย Hiro Muramoto จึงได้ถูกคนเสื้อแดงเข้าไปช่วยเหลือทยอยออกมาเป็นระยะๆ

ช่วงที่เสื้อแดงแบกร่าง Hiro Muramoto ออกมา คือ
แบกออกมาผ่านรถหุ้มเกราะที่จอดอยู่หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (credit vdo คุณ มังกรดำ)


ที่สำคัญถ้าใครได้กลับไปดู vdo ที่นาย Hiro Muramoto ถ่ายไว้ จะพบชายที่ช่วยกันแบกร่าง Hiro Muramoto ยืนอยู่ในแนวปะทะนั้นด้วย (ชายเสื้อดำผูกผ้าพันคอแดงและใส่กางเกงยีนส์) และชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ได้แบกร่างนาย Hiro Muramoto ออกมา คือชายเสื้อขาว ผู้ให้สัมภาษณ์นักข่าวสำนักหนึ่ง (ดูภาพประกอบ)
วีดีโอที่นาย Hiro Muramoto ถ่ายไว้ จะพบชายที่ช่วยกันแบกร่าง Hiro Muramoto ยืนอยู่ในแนวปะทะนั้นด้วย (ชายเสื้อดำผูกผ้าพันคอแดงและใส่กางเกงยีนส์) และชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ได้แบกร่างนาย Hiro Muramoto ออกมา คือชายเสื้อขาว ผู้ให้สัมภาษณ์นักข่าวสำนักหนึ่ง


บทสรุป

สาเหตุที่น่าจะทำให้ Hiro Muramoto เสียชีวิต น่าจะมีดังต่อไปนี้

1. Hiro Muramoto อาจเข้าใจผิดคิดว่ากระสุนจริงที่ทหารใช้ปฏิบัติการ เป็นกระสุนซ้อมรบ หรือลูก Blank ที่กองทัพชวนเชื่อ
2. Hiro Muramoto อาจคิดว่ากระสุนจริงทหารจะใช้ยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขวัญเท่านั้น ถ้ายิงในแนวราบจะใช้กระสุนซ้อมรบ
3. Hiro Muramoto ไม่คิดว่าทหารจะยิงกระสุนจริงยิงในแนวราบในยามออกปฏิบัติการในการทำภารกิจสลายม้อบ

ดังนั้นในช่วงที่เดินออกจากแนวทหารมายังกลุ่มคนเสื้อแดง Hiro Muramoto จึงคิดว่าไม่มีภัยอันตรายถึงแก่ชีวิต นาย Hiro Muramoto จึงได้เดินออกมาจากแนวทหาร ตรงดิ่งมายังแนวกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อมาเก็บภาพเหตุการณ์ของอีกฝั่งหนึ่ง โดยหารู้ไม่ว่า นั่นคือที่มาของจุดจบในชีวิต เป็นการเดินทางมาเพื่อเป็นเป้าให้ทหารส่องยิง ปลิดชีวิตทิ้ง ณ ถนนดินสอ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั่นเอง



การยิงของทหารตรงจุดนั้น ณ ขณะนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ก่อนที่คนโบกธงจะถูกยิง จะมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วด้วย (ตรงรถกระบะสีขาว) นาย Hiro Muramoto ก็เป็นเหยื่อผู้หนึ่งซึ่งตกเป็นเป้ากระสุนสังหารของทหาร ที่พ.อ.สรรเสริญ อ้างว่า ยิงเพื่อป้องกันตัว - ภาพสุดท้ายของเฟรมจะเห็นรถกระบะสีขาวชัดเจนนะครับ

ทหารเริ่มยิงประชาชนก่อน ทหารทิ้งเพื่อนหนีเอาตัวรอด คนที่ช่วยคือเสื้อ

ที่มา thaifreenews

โดย แฟนเดฟ



คลิป 1..... 8 นาที



คลิป 2 8 นาที

นาที สไนเปอร์ซุ่มยิง


3.00 Sniper #1 (3rd room left, under the rooftop)
- 3.03 Sniper #2 (2nd room left, rooftop)
- 3.36 Sniper #3 (1st room left, rooftop)
- 3.37 Sniper #2 fires aga



ไม่มีอะไรจะดีเท่า คนต่างประเทศเป็นพยาน


ภาพแรกยังไม่มีประกายไฟจากปืน


ภาพสองกับสามเสี้ยววินาทีต่อเนื่องกัน

ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553

ที่มา thaifreenews

โดย prainn




ภาพทั้งหมด>>>http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302#

เลือดอำมาตย์หัวใจไพร่... นี่คือสงครามชนชั้นแน่เหรอ ?

ที่มา thaifreenews


โดย Porsche

จากคุณ : พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง

เพิ่งได้อ่าน มะเดี่ยวสอนน้องจบ (ฮา) ทำให้ผมอยากเขียนบทความหนึ่งขึ้นมาซึ่งมันเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจของผมมานานแสนนานและหาโอกาสที่
จะเขียนอยู่หลายหนแต่ไม่ว่างสักที ประเด็นนี้คือประเด็นเรื่อง ไพร่... ที่เสื้อแดงนำมาเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้ สิ่งที่ทำให้ผมคิดจะเขียนหลังจากอ่าน มะเดี่ยวสอนน้อง จบ นั่นคือประเด็นของสงครามชนชั้นที่เกิดขึ้นในเมืองไทย วันนี้เสื้อแดงกำลังสู้กับชนชั้นกลางและชนชั้นสูงอย่างเปิดเผยและการต่อสู้ก็ได้ใช้ช่องทางทางอินเตอร์เน็ตต่อสู้กัน
อย่างหนัก การต่อสู้ไม่ได้เกิดทางพื้นที่ชุมนุมอย่างเดียว ทุกซอกหลืบในประเทศไทยที่มีคนอยู่การต่อสู้ของเสื้อแดงกับชนชั้นก็ต้องดำเนินต่อไป

แต่ผมเห็นว่าแท้จริงแล้วเสื้อแดงไม่ได้ต่อสู้กับชนชั้นอย่างที่ภาพฉายออกมาให้เห็น เสื้อแดงกำลังสู้กับคนปกติทั่วไปที่ไม่ต่างจากเรา ๆ ท่าน ๆ เลย เพราะชนชั้นที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นชนชั้นกลางซึ่งประกาศตัวเป็นศัตรูกับเสื้อแดงอยู่นั้น กว่าหลายพันคนที่ยังไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเอง คนที่ยังไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเองไม่ควรจะดูถูกคนชั้นไหนในโลกนี้ และคนที่ประกาศว่าตัวเองเป็นชนชั้นกลางต้องปราบไพร่ที่เลี้ยงตัวเองไม่ได้คุณค่าของคนเหล่านั้น
ย่อมต่ำกว่าไพร่เสื้อแดงเป็นไหน ๆ

อย่างที่บอกไปว่าในความเห็นผมนั้นคนเสื้อแดงไม่ได้สู้กับชนชั้นกลาง เพราะคนเสื้อแดงส่วนใหญ่นั้นก็เป็นชนชั้นกลางแต่ชนชั้นกลางของเสื้อแดงนั้นจะแตกต่างกับคนเสื้อแดงของอีกฝ่ายหนึ่ง... ชนชั้นกลางอีกฝ่ายจะคิดว่าตัวเองนั้นรู้ทัน ฉลาด เข้าใจการเมือง และพร้อมจะดูถูกคนอื่นทันทีที่ทราบว่าชนชั้นกลางอีกฝากมีความเห็นต่างกับตน เขาจะยัดเยียดว่าชนชั้นกลางที่รักทักษิณเป็นคนโง่ เป็นคนขายชาติ เป็นสุนัขรับใช้
นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดชนชั้น

ชนชั้นที่เกิดขึ้นในสังคมเพียงเพราะว่า
คนกลุ่มหนึ่งเข้าใจว่าตนเองวิเศษกว่าคนอื่นโดยไม่แม้แต่จะรับฟังเหตุผลของอีกคน

ถ้าจะพูดในภาษาของผม คนเยี่ยงนั้นไม่ได้เป็นชนชั้นกลางอย่างที่เขาพยายามเข้าใจ เขาเหล่านั้นจะเป็นได้ก็แต่คนที่ไม่ใช่คน

คนเราเกิดมาไม่ว่าจะยากดีมีจนเขาเหล่านั้นก็มีสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนที่เท่ากันทุกผู้ทุกคน แต่คนเหล่านั้นเมื่อโตขึ้นก็จะเข้าใจตัวเองผิดสำคัญตนเองพลาด เมื่อคนบางคนมีอำนาจก็อยากมีอำนาจมากขึ้น การที่จะทำให้ตัวเองดูมีอำนาจมากก็ต้องกดหัวคนอื่นให้ต่ำลง ชนชั้นมันก็เกิดมาเพราะเหตุนั้น แต่สุดท้ายแล้วเราทั้งหมดมีสิทธ์เท่ากัน คนละเสียงในการเลือกตั้ง มีคนละชีวิตที่ได้ใช้และจากโลกนี้ไปสิ่งที่เหลือก็เพียงเธ้าธุลีเพียงกำ ดังนั้นสำหรับผมแล้วการต่อสู้ที่เกิดขึ้นคือการต่อสู้ของคนเต็มขั้นกับคนที่ไม่เห็นผู้อื่นเป็นคนเท่านั้นเอง

วันนี้การต่อสู้ของเสื้อแดงโดยชูคำว่า "ไพร่" นั้น ไม่ว่าแกนนำคิดอย่างไรแต่ผมไม่ได้คิดว่านั่นคือสัญลักษณ์ของชนชั้นต่ำ แต่มันคือสัญลักษณ์ของคนที่ถูกกดขี่ถูกคนอีกกลุ่มหนึ่งดูถูก เพราะตามประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่เคยมีไพร่คนไหนได้รับความยุติธรรม ชาวนาก็ถูกขูดรีดโดยชนชั้นศักดินา คนระดับขุนนางอยากได้ลูกใครเมียใครก็ฉุด และชนชั้นขุนศึกเหล่านั้นก็ปิดปากไม่ให้คนที่มีอำนาจน้อยกว่าได้พูดหรือเรียกร้องความเป็นธรรม สิ่งเหล่านี้... ไม่ใช่แค่ไพร่ดอกครับที่ถูกกระทำ ชนชั้นกลางและชนชั้นสูงหลาย ๆ คนก็ถูกกระทำเช่นกัน

การต่อสู้ของคนเสื้อแดงแม้จะชูคำว่า "ไพร่" แต่ถ้าเรามองไปจริง ๆ แล้วคนเสื้อแดงมีหลายชนชั้นเหลือเกิน
ไพร่แท้ ๆ ไพร่เทียม ๆ ชนชั้นต่ำ ชนชั้นกลาง อำมาตย์ ชนชั้นปกครอง ชนชั้นสูง ท่านผู้หญิงวิริยา เป็นชนชั้นสูง นายทหารอย่างเสธ.แดงก็เป็นอำมาตย์ จตุพร และ นายวีระ ก็เป็นชนชั้นปกครอง แล้วจะเรียกว่าคนเสื้อแดงเป็น ไพร่ ได้อย่างไร อย่าลืมว่าตั้งแต่มีคำว่าไพร่เกิดมาในโลกนี้ คนที่เกิดเป็นไพร่จะเป็นอะไรที่มากกว่าไพร่ไม่ได้ แล้วคนที่ผมเอ่ยชื่อมานั้นเหตุใดถึงเป็นเสื้อแดงที่ชูคำว่า "ไพร่" ในการต่อสู้เล่า

เหตุเพราะคนเหล่านั้นแม้จะเป็นคนที่มีชนชั้นสูงกว่าไพร่ แต่เขายอมรับไม่ได้กับความไม่เป็นธรรมการถูกกดขี่ที่เกิดขึ้นในประเทศ สิทธิเสรีภาพที่ควรมีเสมอภาคกันกลับไม่มี คนเหล่านั้นเลยออกมาสู้โดยการสวมหัวใจไพร่ ดังนั้นคำถามควรจะต้องสะท้อนกลับไปในฝ่ายที่เป็นคู่ต่อสู้ของคนเหล่านี้ ว่า หัวใจของคุณใช่คนหรือไม่ถึงทำให้คนเหล่านี้ออกมาสู้เพื่อปลดแอก เรียกร้องความเป็นธรรม

ไม่ต้องมองไกล ในห้องราชดำเนินที่เห็นชัดว่าแดงแจ๋แล้วเป็นชนชั้นอำมาตย์ก็มีหลายคน
ขออนุญาตเอ่ยนาม พี่ สาวเหลือน้อย และ พี่ทิน นายทหารพระรัฐธรรมนูญ (ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามจริง ๆ ) สองคนนั้นเป็นชนชั้นอำมาตย์ที่ร่วมต่อสู้กับเสื้อแดงมายาวนาน

ในอดีต มจ.สิทธิพร เจ้าของคำขวัญบรรลือโลก "เงินทองของลวงตา ข้าวปลาคือของจริง" หม่อมเจ้าสิทธิพรเป็นชนชั้นสูงโดยสภาพแต่วัตรปฏิบัติของท่านนั้นไม่ต่างจากไพร่ ท่านทำการเกษตรเพื่อช่วยเหลือชาวไร่ชาวนาให้ได้รู้จักการเกษตรแบบใหม่ จริง ๆ แล้วนี่คือตัวอย่างที่ผมอยากแสดงให้เห็นว่า ชนชั้นสูง หรือ ชนชั้นอำมาตย์ ที่ดี ๆ นั้นมีเยอะและเสื้อแดงก็ไม่ใช่ศัตรูกับคนเหล่านั้น เพราะท่านเหล่านั้นหลายคนก็กระโดดเข้ามาเป็นแนวร่วมกับคนเสื้อแดงด้วยความเห็นอกเห็นใจ
และอยากให้ประเทศถูกปลดแอกจากกลุ่มอำนาจของอำมาตย์ชั่วช้าบางคน อยากให้คนไทยเป็นอิสระจากชนชั้นกลางที่หลงตัวเอง

ผมเองก็เช่นกัน... และผมก็เชื่อว่าพี่สาวที่รักของผมอย่างพี่สาวเหลือน้อย (ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามอีกที) เราไม่ได้เป็นไพร่โดยสภาพและเราก็ปฏิเสธเลือดอำมาตย์ที่หมุนเวียนในร่างของเราไม่ได้ มันคงยากลำบากถ้าจะต้องเปลี่ยนนามสกุลเพียงเพราะเป็นคนเสื้อแดง เพราะบางคนนั้นเกิดมาเป็นอำมาตย์โดยนามสกุลของบรรพบุรุษและตำแหน่งที่ได้รับจากทางราชการ แต่เชื่อเถอะครับว่าคนเหล่านั้นอำมาตย์หลายคนก็สวมหัวใจไพร่ ผมเองก็เช่นนั้นคงไม่เป็นการเกินไปถ้าผมจะบอกว่า ผมนั้นเลือดอำมาตย์แต่หัวใจไพร่

เราเข้าใจกันและกัน เรารู้ว่าการอยู่โดยการถูกกดขี่เป็นเช่นไร เราเข้าใจว่าความไม่เสมอภาคทางกฏหมายเป็นอย่างไร อีกทั้งความมีสิทธิเสรีภาพที่ไม่เท่ากันนั้นเป็นอย่างไร... เราเข้าใจกันและกันจริง ๆ

ดังนั้นการต่อสู้นี้ไม่ใช่การต่อสู้ของชนชั้น หากแต่มันคือการต่อสู้ของคนเต็มขั้นกับคนที่ไม่เห็นคนอื่นเป็นคน

คนที่เกิดมาเพื่อดูถูกคนอื่น คนที่เกิดมาเพื่อหากินบนหลังคนอื่น คนที่เกิดมาเพื่อกดคนอื่นให้ต่ำกว่า คนที่เกิดมาเพื่อริดลอนสิทธิเสรีภาพไปจากคนด้วยกัน นั่นคือคนที่ไม่เห็นคนอื่นเป็นคน ดังนั้นคนประเภทนี้คือศัตรูกับคนเสื้อแดง แต่เราจะเรียกคนจำพวกนี้เป็นคนได้เต็มปากอีกล่ะหรือ...

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9127148/P9127148.html

วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ.2553

แดงเต็มสยาม ราชประสงค์-ราชดำริ ปักหลักไม่ถอย

การ์ตูน เซีย 15/04/53

ตอบแล้วค่อยล่าไอ้โม่ง

ประชาธิปัตย์บนทางสามแพร่ง

จุดจบ

บุคคลในข่าว 15/04/53

อย่าย้ำบาดแผล

ขึ้นศกใหม่

ใกล้ถึงจุดจบ

ความรับผิดชอบ

ปล่อยตามกระบวนการ

แดงจี้ กสม.-ส.นักข่าวรัฐละเมิดสิทธิฯ ถามใครยิงประชาชน

สาบานวัดพระแก้ว แดงท้า ผบ.ทบ. เหวงอัดยิงกันเอง

หักหอกเป็นดอกไม้

"พร้อมพงศ์"อ้างพล.อ.ป.จ้อง"ปฏิวัติ"เร่งเช็คกำลังกองทัพ หวังป้องทหารสลายม็อบ-อุ้มปชป.ถูกยุบ

ปชป.เล็งยื่นศาลปกครองระงับคำสั่งยุบพรรค จวก"อภิชาต"ปฎิบัติหน้าที่มิชอบ เตรียมแจ้งความดำเนินคดี

'พร้อมพงศ์' จี้ตร.เล่นงาน 'อภิสิทธิ์-สุเทพ'

Wednesday, April 14, 2010

วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ.2553

รอยเตอร์ระบุกองทัพไทยแตกแยกเป็นสองกลุ่ม ระดับบน-ล่าง ชี้"บิ๊กจิ๋ว"อยู่เบื้องหลังกลุ่มหนุนเสื้อแดง

มตินปช.ทิ้งเวทีผ่านฟ้า ย้ายม็อบแดงรวมจุดเดียวแยกราชประสงค์ สร้างเมรุชั่วคราวเผาศพกลางอนุสาวรีย์ปชต.

"แดง"สร้างเมรุชั่วคราวเผาศพคนตายเหตุปะทะ กลางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

พท.จวกกกต.ผิดขั้นตอนยุบปชป.ถ่วงส่งศาลรธน. ขู่เอาผิดตามม.15

"ณัฐวุฒิ"พาการ์ดนปช.โชว์ตัว อ้างแต่งไอ้โม่งชุดดำยึดปืนจนท.ได้

ทางออก-ทางตัน

การ์ตูน เซีย 14/04/53

ผู้นำกับเด็กอมมือ

ล็อกรัฐบาลแห่งชาติ?

"เติ้ง"สอนมวยปชป.-อาสาคุยแม้ว

ไปซะแล้ว

เต้บปลอบมาร์ค "ศึกรุม"นี่ล่ะชีวิต

เทือกตุนพรรคใหม่-ไร้ชื่อ "กษิต"ปูพรมบอมบ์"แม้ว"

ยุบทางเดียว

ความโน้มเอียง รัฐบาล โน้มเอียง เอนสู่ "การทหาร" เหนือกว่า "การเมือง"

"นพดล"ออกโรงโต้แทน"นายใหญ่" ซัด"กษิต" สำรากความเท็จโทษ"แม้ว"ยุปะทะนองเลือดที่สุดรอบ20ปี

เรียน นักรบนิรนามสี่แยกคอกวัว คุณกำลังทำสงครามที่เป็นธรรมอยู่ จงสู้ต่อไป

ที่มา thaifreenews

โดย Bugbunny

เหตุการณ์ทหารทั้งกองพันโดนถล่มเละทั้งที่ไปแบบพร้อมรบ เมื่อคืนวันที่ 10เมษายนที่ผ่านมา สร้างความตระหนกตกใจอย่างยิ่งต่อทหารใหญ่หลายคน เนื่องจากสภาพแตกยับเยินแบบนี้ไม่เคยปรากฏในการยกกำลังออกปราบปรามประชาชนมา ก่อนเลย ชัดเจนว่าการเคลียร์พื้นที่โดยกำลังอาวุธในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่อง ง่าย ความสูญเสียอาจจะสูงกว่านี้อีก จึงให้ถอยกลับกรมกองกันเป็นแถบ เพราะทหารใหญ่ ๆ เชื่อว่า เหตุการณ์ต่อ ๆ ไป จะขยายตัวเป็นสงครามกองโจรในเมือง ที่่ลำบากต่อการสู้รบ เพราะไม่ใช่การชุมนุมให้เห็น ๆ ตัวกันอย่างในวันนี้

ยกเว้นแต่หัว หน้าทหารหมาบูรพาสุนัข ประยุทธ จันทรโอชา ที่แทบจะโดนละลายไปทั้งหมด หัวฟัดหัวเหวี่ยงพยายามจะเรียกร้องกำลังเสริมเพื่อกวาดล้างคนเสื้อแดงให้ได้ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือในขณะนี้ (ต่อไปไม่แน่)

เมื่อศึกษา สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีความเห็นดังนี้

1.
ฝ่ายเสนาธิการของบูรพา สุนัขประมาท ประเมินประชาชนต่ำไป เพราะคิดว่าคงเหมือนสงกรานต์เลือดปีที่แล้ว ที่พวกบูรพาสุนัขแค่ถลอก ๆ กันเท่านั้น เพราะคนเสื้อแดงไม่มีอาวุธจะสู้

2.
ผู้บังคับบัญชาของ บูรพาสุนัข ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ใด ๆ ได้เลย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การโต้กลับด้วยอาวุธทหารราบธรรมดาแบบ M79 เท่านั้น ก็ทำให้ทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด การถอยเป็นไปอย่างปราศจากระเบียบวินัย ทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์ยานพาหนะมากมายให้ถูกยึดเป็นสินสงครามเกลื่อนกลาด

3.
ทหาร อื่นในกองทัพเริ่มมองออกกันแล้วว่า ฝ่ายประชาชนไม่ได้ถือตำรวจทหารทั่วไปเป็นศัตรู ศัตรูของประชาชนมีเฉพาะหน่วยที่เป็นสุนัขรับใช้ศักดินาอำมาตย์อย่างสุดจิต สุดใจแบบทหารหมาบูรพาสุนัขและอีกไม่กี่หน่วยในเครือข่ายเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องไปเป็นศัตรูของประชาชน และไม่จำเป็นต้องเข้าไปสู่สถานการณ์สงครามกลางเมือง ใครอยากรบกับประชาชนเชิญไปทำกันเอง

4.
การปรับกำลังของหน่วยทหาร หมาบูรพาสุนัขจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง แต่คงไม่นานนัก ทางฝ่ายประชาชนควรมียุทธวิธีต้านก่อนมาถึงพื้นที่ อย่าปล่อยให้พวกนี้เคลื่อนไหวอย่างคล่องตัวอีกต่อไป ระหว่างทางจากราบ 11 บางเขน จาก ราบ 21 ชลบุรี หรือ พล ร.2 ปราจีณบุรี ต้องมีการรบกวนหรือตีฉาบฉวยด้วย

ยุทธวิธีทางการทหารนั้น ไม่เกี่ยวกับ นปช.และเสื้อแดง ฝ่ายการเมืองต้องเดินแนวทางสันติอหิงสาต่อไป แต่ใครจะใช้แนวทางการทหารนั้นก็เรื่องของเขา เพราะวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่รับรู้แล้วว่าการทำ สงครามที่เป็นธรรมนั้นต้องทำ เห็นได้จากความชื่นชมที่แสดงออกเมื่อบูรพาสุนัขโดนถล่มจนสิ้นสภาพครั้งนี้ อยู่เฉยอย่างเดียว ชัยชนะจะมาจากไหน ไม่ใช้ยิงข่มเสียบ้าง พวกมันก็จะกร่างทำเราอยู่ข้างเดียว เหมือนสมัยสงกรานต์เลือดปีที่แล้ว

จดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชนไทย...จากไพร่เสื้อแดง

ที่มา thaifreenews


บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

ผมได้รับจดหมายจากเพื่อนคนหนึ่งที่เขียนถึงสื่อมวลชน จากความอึดอัดและรับไม่ได้กับความอคติของสื่อมวลชนไทยในขณะนี้ ที่เป็น “เชื้อฟืน” และปัญหาอันหนึ่งของความขัดแย้งในสังคมไทยในเวลานี้ สื่อมวลชนไทย นอกจากไม่ทำให้ความขัดแย้งลดลงและสร้างความเข้าใจอันดีให้กับประชาชนแล้ว แต่กลับซ้ำเติมให้ความขัดแย้งที่มีมากอยู่แล้วให้ขยายตัวมากขึ้น

สื่อมวลชนไทยวันนี้ ทำตัวไม่ได้ต่างกับ “สื่อมวลชนรวันดา” ก่อนเหตุการณ์สังหารหมู่ระหว่างเผ่าฮูตูกับเผ่าตุ๊ดชี่ และประเทศไทยได้ก้าวเข้าใกล้จุดนั้นมาแล้ว

หลังจากการสังหารหมู่ของ “ทหารเสือพระราชินี” หรือทหารที่ใช้นามว่า “บูรพาพยัฆ์” ที่แยกคอกวัว และแยกสตรีวิทย์ ในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ผมอยู่ในบริเวณนั้น ผมเห็นความคลั่งแค้นของประชาชนว่ามันมีมากแค่ไหน รถถัง (สายพานลำเลียงพล) 6 คัน ถูกมวลชนระบายแค้นทำลายเรียบ

อย่าคิดว่าประชาชนไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง “คำสั่งสังหารหมู่ในวันนั้น” อย่าได้มั่นใจเกินไปว่า “โปรประกันดากว่าครึ่งศตวรรษมันยังมีมนตร์ขลัง วันคืนเก่าๆ มันไม่มีเหลือแล้ว

ผมขออนุญาตนำ จดหมายเปิดผนึกมาลงเลยนะครับ

----------------------------------


จดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชนไทย (ส่วนใหญ่)

หยุดสนับสนุนรัฐบาลโจร (อำมาตย์) รุมโทรมประชาชน (ไพร่) เสียที

โดย..ไพร่เสื้อแดง


มีคำกล่าวไว้ว่า “การปกครองของรัฐบาลประเทศนั้นเป็นเช่นใด สะท้อนได้จาก(เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารของ) สื่อในประเทศนั้นๆ” การปิดกั้นช่องทางสื่อสารระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและสังคมแทบทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทีวีคนเสื้อแดง (People channel) วิทยุชุมชนเกือบ 1000คลื่น และเว็บไซต์กว่า 36 เว็บไซต์ คือความจริงที่เป็นเผด็จการ ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังกระทำอยู่ มิหนำซ้ำ ยังมีสื่อกระแสหลักจำนวนมากช่วยกระหน่ำ ซ้ำเติม ให้ข่าวที่เป็นความจริงเพียงด้านเดียวมอมเมาประชาชนอย่างบ้าคลั่งและไร้อารยะที่สุด มิได้ต่างจากสื่อเผด็จการในเดือนตุลาคม 2516 2519พฤษภาคม 2535 และเมษายน 2552 แต่อย่างใด เผลอๆ อาจมีดีกรีความโหดเหี้ยมมากกว่าด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ที่มีมากกว่า เพื่อสร้างความชอบธรรมในการสั่งปราบปรามผู้ชุมนุมเสื้อแดงอย่างรุนแรงของนายอภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 10เมษายน 2553 ที่ผ่านมา และไม่มีทีท่าจะหยุดกระพือโหมข้อมูลบิดเบือนที่สอดประสานกันอย่างต่อเนื่องระหว่างสื่อของรัฐบาล (ทั้งวิทยุและโทรทัศน์) ฟรีทีวีทุกช่อง (ที่อยู่ภายใต้การควบคุมเบ็ดเสร็จของรัฐบาล)และทีวีและวิทยุชุมชนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

การโหมกระหน่ำโฆษณาชวนเชื่อ ใช้วาทกรรมทางการเมืองบิดเบือนข้อเท็จจริงผ่านสื่อต่างๆ ว่า การตายของเสื้อแดง 17 คน และทหาร 4 นาย(ข้อมูลล่าสุด ขณะเขียนจดหมายฉบับนี้) อาจเป็นการกระทำของมือที่สาม ผู้ก่อการร้าย กลุ่มนายทหารที่ปลดเกษียณแล้วและเป็นเสื้อแดง หรือเสื้อแดงปลอมเป็นทหารไม่ทราบฝ่ายสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ฯลฯ ตลอดจนโทษว่าเป็นความผิดของแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.)เพียงฝ่ายเดียว ที่ทำให้มีการตายเกิดขึ้น เป็นต้น ล้วนเป็นความพยายามอย่างโจ่งแจ้งและต่อเนื่องของสื่อกระแสหลัก เพื่อทำให้สังคมหลงประเด็นและข้อเท็จจริงที่ว่า รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นผู้จุดชนวนแห่งโศกนาฎกรรม21 ศพ ด้วยการสั่งสลายการชุมชนของคนเสื้อแดงอย่างรุนแรงและทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกระหน่ำยิงกระสุนยางอย่างไม่ขาดสายบริเวณสี่แยกคอกวัว และถนนข้าวสาร ตลอดจนการปล่อยก๊าซน้ำตาจากเฮลิคอปเตอร์ลงบนเวทีและบริเวณหน้าเวทีปราศรัยตรงสะพานผ่านฟ้าของผู้ชุมนุมเสื้อแดง โดยไม่สนใจผู้ชุมชนที่เป็นคนแก่ ลูกเด็กเล็กแดง ซึ่งนั่งฟังการปราศรัยอยู่บริเวณนั้นอย่างสงบ ทั้งนี้ได้กระทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเย็น ตามด้วยการใช้อาวุธหนัก เช่น M16 ลั่นกระสุนปืนจริง ในแนววิถีกระสุนตรงเข้าใส่มวลชนเสื้อแดงบริเวณสี่แยกคอกวัวและสี่แยกจปร. อย่างไม่บันยะบันยัง จนประมาณ 4 ทุ่มของวันเดียวกัน ที่ปฏิบัติการอำมหิตของฝ่ายรัฐบาลได้ถอนกำลังออกไป หลังจากมีการยิง M79 จากบุคคลไม่ทราบฝ่ายสวนเข้าไปในแนวทหาร ส่งผลให้แม่ทัพผู้บัญชาการสลายผู้ชุมนุม (พลตรีวลิต โรจนภักดี) ได้รับบาดเจ็บสาหัส และทหารอีก 4 นาย เสียชีวิต ในเวลาต่อมา

การนำเสนอข่าวสารอย่างอคติ ขาดจรรยาบรรณของสื่อมวลชนไทยส่วนใหญ่เกี่ยวกับการชุมนุมและการเคลื่อนไหวของมวลชนไพร่เสื้อแดง ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากความล้มเหลวของความคิดที่เป็นระบบ (The failure of system thinking) การติดอยู่ในกับดักของระบอบจารีต-อนุรักษ์นิยมล้าหลัง ภาพความน่ากลัวของระบอบทักษิณที่ถูกสร้างขึ้นมาหลอกหลอนสังคมไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และส่งผลให้สื่อมวลชนไทยส่วนใหญ่และประชาชนอีกส่วนหนึ่ง (เสื้อเหลือง-ขาว-ชมพู?)กลัวระบอบนี้อย่างไร้สติจนถึงขั้นขี้ขึ้นสมอง หรือการยอมศิโรราบรับใช้อำนาจที่มองไม่เห็น ผ่านวาทะกรรม “เป็นคนดีเลิศ ประเสริฐจริยธรรม คุณธรรมสูงส่ง” เพื่อผลประโยชน์ต่างตอบแทนต่อเจ้าของสื่อ ฯลฯ พฤติกรรมเหล่านี้ ล้วนมีส่วนไม่มากก็น้อยในการสร้างความแตกแยกร้าวลึกของสังคมไทยในปัจจุบัน และการตายของประชาชนและทหารรวม 21 ศพ จากเหตุการณ์สลายการชุมชนเมื่อวันที่ 10เมษายน ที่ผ่านมา หากเปรียบรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เป็นโจรที่ปล้นอำนาจกลางสภา แล้วข่มขืนประชาชน (ไพร่เสื้อแดง) ผู้เป็นเจ้าของอำนาจ สื่อมวลชนเหล่านี้ ก็ไม่ต่างกับสมุนโจร ที่นอกจากจะยืนส่งเสียงเชียร์การรุมโทรมประชาชนที่ไม่มีทางสู้ แล้วยังใช้อาวุธ (ปากกาเปื้อนหมึก คำโฆษณาชวนเชื่อออกทีวี)ทิ่มแทง ซ้ำเติมให้ประชาชนเหล่านี้ตายอย่างไร้ความชอบธรรมในสังคม ทั้งๆ ที่เป็นผู้ถูกกระทำ

ในฐานะประชาชนไพร่เสื้อแดงคนหนึ่ง ที่ถูกกระทำจากรัฐบาลเผด็จการอำมาตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเป็นส่วนหนึ่งของไพร่ที่ได้รับการปฎิบัติที่เป็นสองมาตรฐานในสังคมไทยในปัจจุบัน ขอเรียกร้อง(แต่ไม่อ้อนวอน) สื่อมวลชนไทยที่มีพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้น ดังนี้

1. พิจารณาและปรับปรุงบทบาท-หน้าที่การเป็นสื่อมวลชนของคุณ ให้มีความเป็นมืออาชีพ ในการนำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้าน มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ มากกว่าที่เป็นอยู่ หากมิเช่นนั้นแล้ว คุณก็ไร้ความชอบธรรมที่จะตำหนิ ติติงสังคม หรือประนามว่าคนอื่นเลว เพราะพฤติกรรมของคุณก็ไม่ต่างกัน หรืออาจจะชั่วช้าต่ำทรามกว่าด้วยซ้ำ เพราะคุณกำลังใช้ปากกาเปื้อนหมึก ทำมาหากินบนหยาดน้ำตาของประชาชนชาวไพร่ด้วยกัน (อย่าลืมว่าพวกคุณก็คือไพร่เช่นเดียวกับเรา) แต่ไม่เคยเหลียวแล หรือรับฟังเสียงของพวกเราผ่านสื่อของพวกคุณเลยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

2. หยุดดูถูกการเคลื่อนไหวของมวลชนไพร่เสื้อแดงและคิดแทนพวกเขาเสียที ว่าทำเพื่อคนใดคนหนึ่ง (ดร.ทักษิณ ชินวัตร) หรือถูกล้างสมองจนสามารถตายเพื่อแกนนำมวลชน เป็นต้น เพราะความจริงพวกเราทุกคนล้วนถูกล้างสมองภายใต้ระบอบอุปถัมภ์-ศักดินาที่คงอยู่กับประเทศไทยมาช้านาน แต่ก็ไม่เคยปรากฎว่าภายใต้ระบอบที่ว่านี้ มีคนยินดีวิ่งแอ่นอกไปรับลูกกระสุนปืนหรือตายแทนใครด้วยความเต็มใจ นอกจากนี้ ความจริงอันเจ็บปวดอีกด้านหนึ่งที่สื่อมวลชนไทยส่วนใหญ่รับไม่ได้ ยังตามความคิดของมวลชนไพร่เสื้อแดงไม่ทัน หรือหลอกตัวเองอยู่ ก็คือ ประการแรก ไพร่เสื้อแดงมีจำนวนมหาศาล เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศนี้ มากกว่า 14 ล้านคน ลงทะเบียนและทำบัตรสมาชิก นปช. เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ไพร่เสื้อแดงอีกจำนวนมากยังต่อคิวรอทำบัตรสมาชิก นปช.อยู่ทั่วประเทศ และไพร่เสื้อแดงอีกส่วนหนึ่งที่เป็นคนรุ่นใหม่ หัวก้าวหน้า จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาโท-เอก จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ไม่ต่ำกว่า20% ของคนประเทศนี้ ที่ไม่จำเป็นต้องมีบัตรนปช. แต่ยืนเคียงข้างไพร่สีเสื้อเดียวกัน ประการที่สอง ข้อเรียกร้องของมวลชนไพร่เสื้อแดงที่ย้ำแล้วย้ำอีกในการชุมนุมครั้งนี้ คือการให้รัฐบาลเผด็จการอำมาตย์ของนายอภิสิทธิ์ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเจ้าของประเทศภายใต้เสื้อทุกสี ได้ใช้หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงของเขาเลือกรัฐบาลที่เขาต้องการนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องบนหลักการประชาธิปไตยและมีความชอบธรรมในการเรียกร้อง นอกจากนี้ เป็นที่ชัดเจนว่า สำหรับมวลชนไพร่เสื้อแดงนั้น เราต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

3. หยุดสนับสนุนหรือส่งเสริมรัฐบาลเผด็จการอำมาตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการใช้สองมาตรฐานปกครองไพร่ภายใต้เสื้อต่างสี ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ปรากฎให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เช่น สื่อมวลชนส่วนใหญ่แทบจะไม่เคยตำหนิการยึดทำเนียบรัฐบาลกว่า 3 เดือนในปี 2551 และการยึดสนามบินนานาชาติเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกันของกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างจริงจัง ตลอดจนการดำเนินการทางกฎหมายต่อแกนนำพันธมิตรฯ ในการกระทำดังกล่าวที่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งที่เหตุการณ์ผ่านมาปีกว่าแล้ว ขณะที่การชุมนุมบนถนนบริเวณสี่แยกราชประสงค์และถนนราชดำเนิน-บริเวณสะพานผ่านฟ้าของกลุ่มมวลชนไพร่เสื้อแดงในปัจจุบัน กลับถูกสื่อมวลชนส่วนใหญ่ร่วมด้วยช่วยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์โจมตีแทบไม่เว้นแต่ละวัน เป็นต้น

4. หยุดกระพือโหมข่าวที่เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว หรือการสุมเพลิงเติมเชื้อไฟใส่มวลชนไพร่เสื้อแดงให้เป็นผู้ร้ายและจำเลยของสังคมโดยไร้ความเป็นธรรม ขณะที่ผู้ร้ายตัวจริงลอยนวลอยู่บนความชอบธรรมจอมปลอมที่นักวิชาการ องค์กรอิสระ และสื่อไทยส่วนหนึ่งให้การสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ (ออกหน้า ออกตา)

ท้ายสุดนี้ ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า ข้อเรียกร้องทั้ง 4 ข้อข้างต้น ไม่ได้เกินเลย หรือสุดวิสัยของสื่อมวลชนไทยจะกระทำได้ หากขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ ความรู้จักแยกแยะผิดชอบ-ชั่วดี หิริโอตปะ(ความอายและเกรงกลัวต่อการกระทำความชั่ว) และจุดยืนของสื่อมวลชนเองว่าจะเลือกข้างไหน ระหว่าง ข้างที่หนึ่ง “ขอเป็นสื่อมวลชนไพร่ ขี้ข้ารับใช้เผด็จการอำมาตย์ทุกชาติไป” หรือข้างที่สอง “ขอเป็นสื่อมวลชนไพร่ ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย เสนอข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นจริง และเป็นธรรมต่อไพร่ทุกสีเสื้อ”

----------------------------------


เอเชียเซนทิเนล: หมดเวลาของอภิสิทธิ์แล้ว

ที่มา Thai E-News


Written by Haseenah Koyakutty
MONDAY, 12 APRIL 2010
ที่มา – Asia Sentinel
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑

รัฐบาลสูญเสียความชอบธรรมในท่ามกลางห่ากระสุน

ความแตกร้าวที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ฝังรากลึก และค่อยบานปลายขยายลุกลามจนพังทลายในกรุงเทพเมื่อไม่นานมานี้ ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่คนไทยจะร่วมฉลองประเพณีสงกรานต์ ย้ำให้เห็นถึงเรื่องความล้มเหลวจากความพยายามที่จะรอมชอมกัน

ฉันรีบรุดไปโรงพยาบาลกลางในทันที่ที่เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงในตอนเย็นคืนวันเสาร์ ร่างแล้วร่างเล่าที่ถูกลำเลียงมายังโรงพยาบาล บางร่างถูกห่อด้วยธงชาติไทย ผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่งกะโหลกเปิด เจ้าหน้าที่แผนกฉุกเฉินถือถุงพลาสติกที่บรรจุสมองที่เละของเหยื่อผู้นั้นวิ่งตามร่างในขณะที่ลำเลียงเข้าห้องฉุกเฉิน

นพ.พิชญา นาควัชระ ผู้อำนวยการ รพ.กลาง กล่าวว่า “ศพแรกมาถึงเมื่อเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม บาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะ กะโหลกแตกจนสมองไหล คนไข้ได้เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาล เมื่อเราทำการตรวจ พบว่าร่างกายมีบาดแผลจากกระสุนหลายที่ ทั้งกระสุนจริง และกระสุนยาง ศพที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงอาจมีสาเหตุมาจากถูกกระแทกจากของแข็ง ด้วยความเร็ว

นพ.พิชญา นาควัชระ กล่าวว่า “ผมคิดว่าจะเจอกระสุนยาง ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ใช้กระสุนจริง”

รัฐบาลไทย และกลุ่มเสื้อแดงซึ่งเป็นตัวแทนของชาวรากหญ้าซึ่งด้อยสิทธิ์แห่งประเทศไทย (และอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรที่ถูกปล้นอำนาจ) ทั้งสองฝ่ายต่างขาดความจริงใจ และไม่สามารถหยุดยั้งสภาพประเทศที่กำลังเข้าตาจนว่า ควรให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อคืนอำนาจที่ชอบธรรมให้กับประชาชน ขณะนี้ประเทศไทยแทบไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกเสียจากว่าดำเนินการเลือกตั้งนั้น

ทางเลือกอื่นนั้นไม่มีความหมายอันใด: จะมีแต่การนองเลือด การทำรัฐประหารครั้งใหม่ (ประเทศไทยมีมาแล้ว ๑๘ ครั้ง) แม้กำลังในกองทัพกำลังเสียงแตก หรือการที่ทรงออกมาแทรกแซงของกษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช ผู้ทรงครองราชย์นานที่สุดในโลก แต่พระองค์ทรงมีสุขภาพที่อ่อนแอ และทรงประทับในโรงพยาบาลตั้งแต่เดือนกันยายน

การเลือกตั้งใหม่จะไม่สามารถแก้ปัญหาอันซับซ้อนของประเทศไทย แต่จะเป็นการลดอุณหภูมิของประเทศซึ่งกำลังร้อนระอุจนแทบจะมอดไหม้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะต้องลาออก ยิ่งออกเร็วเท่าไร จะเป็นการดีสำหรับความวุ่นวายที่เขาได้ก่อขึ้นมา ยิ่งกว่านั้น ในประวัติศาสตร์ของไทยผู้นำคนใหม่ที่จะเข้ามาดูแลสถานการณ์ของบ้านเมืองชั่วคราวนี้เป็นธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมาแต่ก่อน ในเวลาแห่งวิกฤติ จะมีผู้นำปรากฏขึ้นมา และประเทศไทยไม่เคยขาดผู้นำซึ่งมีทั้งความเป็นกลาง ได้รับความเชื่อถือ และมีความเชี่ยวชาญ

ฝ่ายผู้ปกป้องรัฐบาลของอภิสิทธิ์แย้งว่า อภิสิทธิ์ควรได้รับการยกย่องจากการที่ยอมให้เสื้อแดงได้แสดงสิทธิขั้นพื้นฐานในการชุมนุมเพื่อแสดงออก แม้ว่าเมื่อปีที่แล้วกองกำลังในกลุ่มเสื้อแดงพยายามสร้างความวุ่นวายเพื่อลงประชาทัณฑ์เขา ฝ่ายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อภิสิทธิ์จะไม่ใช่กำลังทหารจนกว่าเขาจะไม่มีทางเลือกเพื่อบังคับใช้กฎหมาย และเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยต้องกลายเป็นรัฐที่ล่มสลาย

ฝ่ายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คำถามเรื่องความชอบธรรมของอภิสิทธิ์นั้น – การพาดพิงของเสื้อแดงว่าอภิสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งมาจากกองทัพ – เป็นการพูดเกินจริง ภายใต้ระบบรัฐสภาแห่งประเทศไทย ฝ่ายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เขามีความชอบธรรม เช่นเดียวกับการอ้างชัยชนะจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดี จอร์ช บุชในปี ๒๕๔๓ และกฎหมายต้องได้รับการเคารพ (ทำราวกับว่า ประเทศไทยมีกฎเกณฑ์)

ฝ่ายอภิสิทธิ์ให้ข้อสังเกตว่า แม้แต่นายกฯ กอร์ดอน บราวน์ ซึ่งเผชิญกับสถานการณ์บีบคั้นให้ต้องลาออก บราวน์เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และเป็นสิทธิอันชอบธรรม พวกเขาเสริมว่า อภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองอาชีพ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามาในสภาก่อนหน้านี้หลายต่อหลายครั้ง อภิสิทธิ์ขณะนี้มีอายุ ๔๖ ปี เข้ามาเล่นการเมืองตั้งแต่อายุ ๒๗ ปี

แต่อย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับเหตุการณ์นองเลือดที่รุนแรงที่สุดในรอบสองทศวรรษ ใครก็ตามที่อาศัยอยู่ที่นี่ในประเทศไทย และรู้ถึงประเทศไทย และชื่อเสียงว่าพร้อมไปด้วยความความมีน้ำใจคงจะบอกคุณได้ว่า ประเทศนี้ได้เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ฝ่ายพันธมิตรเสื้อเหลืองได้เข้ายึดสนามบินนานาชาติในปี ๒๕๕๑ ผลักดันให้อภิสิทธิ์เข้ามาสู่อำนาจ ทักษิณผู้ถูกปล้นอำนาจจากการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ ในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งนั้น ก็ไม่ได้เป็นแบบอย่างเช่นเดียวกัน แต่ศักดินาไทยตกที่นั่งที่คอยหลอกตัวเองเกี่ยวกับความเป็นประเทศไทยใหม่ จนมาตาสว่างเมื่อศูนย์การค้าอันเป็นที่นิยมของตัวเองถูกเข้ายึดครองจากคลื่นมหาชนที่ต้องการประกาศสิทธิของตัวเอง และสิทธิในการเลือกตั้งให้ปรากฏเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

ตัวอย่างเช่น สองวันก่อนที่ศาลคดีอาญาจะนัดพิพากษาอันไม่ชอบมาพากลของคดีทักษิณที่กำลังอยู่ในระหว่างการหลบหนี และทรัพย์สินของเขาซึ่งรัฐกำลังทำการอายัดอยู่ สถานีทีวีของรัฐบาลไทยแพร่ภาพอภิสิทธิ์พร้อมด้วยใบหน้าที่แหกยิ้มที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลาทีคนไทยส่วนใหญ่กำลังนั่งใจจรดจ่อที่บ้านด้วยความหวาดกลัวว่าจะเกิดความโกลาหล อภิสิทธิ์วางมาดอย่างอาจหาญต่อหน้ากล้องทีวี

ปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาลอ้างว่า คนไทยหลายคนต้องการเห็นที่ทำงานของนายกฯ ซึ่งพวกเขาไม่เคยมีโอกาสได้เห็นมาก่อน บ่งบอกได้ถึงแนวความคิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่ตัดขาดในเรื่องการรับรู้ ถึงภัยคุกคามในโลกแห่งความจริงของเสื้อแดงที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ

อภิรักษ์ วรรณสาธพ ที่ปรึกษาอิสระ ซึ่งเคยเป็นพยานในเหตุการณ์จลาจลที่นองเลือดเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ นำโดยนักศึกษา และชนชั้นกลางในกรุง ยืนยันว่าสภาพแวดล้อมทางการเมืองของไทยในขณะนี้นั้นได้พัฒนาขึ้นไปมาก เขากล่าวว่า “มีรากฐานที่ต่างกัน และมวลชนมีวุฒิภาวะมากขึ้น ผู้ประท้วงเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแต่มาจากพื้นที่ชนบท แต่พวกเขายังเป็นคนทำงาน และผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในเมือง” อภิรักษ์ให้ข้อคิดว่า หากเสื้อแดงถูกบังคับให้ลงใต้ดิน สถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งขึ้น เขากล่าวหากถูกกดดันจากนานาชาติแล้ว จะทำให้อภิสิทธิ์ลาออกแน่

สุรนันท์ เวชชาชีวะ ญาติของอภิสิทธิ์ ซึ่งทำงานให้กับสมัยรัฐบาลทักษิณ กล่าวว่า การเมืองในประเทศไทยจะไม่เหมือนเก่าอีกต่อไป เป็นอะไรที่เขากล่าวว่า ญาติของเขาพลาดที่จะทำความเข้าใจ นักวิเคราะห์หลายคนถกเถียงในเรื่องการเมืองไทยในวาระก่อนหน้า และภายหลังรัชสมัยปัจจุบัน และประเด็นการสืบสันตติวงศ์ เป็นเสียงที่ดังระงมเป็นครั้งแรกของการดิ้นรนอย่างทรมานของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่สุดของรากฐานที่เกิดความขัดแย้งนี้

ที่สำคัญที่สุดคือ อภิสิทธิ์ต้องออก เพราะพรรคประชาธิปัตย์ของเขาที่ทำการคว่ำบาตรการทำประชามติของทักษิณในปี ๒๕๔๙ แผ้วทางให้เกิดการทำรัฐประหาร กฎหมายหมิ่นฯ ที่เหี้ยมเกรียมที่สุดของประเทศได้ถูกอำนาจของอภิสิทธิ์นำมาใช้อย่างเมามัน เพียงเพื่อมอบอำนาจฉุกเฉินอย่างเหลือเฟือในการใช้ดุลพินิจเชิงอำนาจของกองทัพ ผลก็ชัดเจนอย่างที่เห็นๆกันอยู่