WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, April 17, 2010

การ์ตูน เซีย 17/04/53

ที่มา ไทยรัฐ



Pic_77098

การ์ตูน เซีย

อันตราย

ที่มา ไทยรัฐ



ความรุนแรงไม่เคยยุติความขัดแย้งทางการเมือง

การใช้ความรุนแรงมีแต่เพิ่มความขัดแย้ง และกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ใครที่ยังคิดใช้ความรุนแรงต้องทบทวนให้ดี

ยอดผู้เสียชีวิตจาก "มิคสัญญี 10 เมษายน" เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย เท่ากับมีผู้เสียชีวิตแล้ว 24 ราย แยกเป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดง 18 ราย ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น 1 ราย ทหารเสียชีวิต 5 ราย

ยังมีผู้ป่วยสาหัสอยู่ในห้องไอซียู อีก 12 ราย และยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาลอีก 231 ราย

สำหรับผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นผู้หญิงอายุ 55 ปี ที่ถูกยิงหน้าอกกระสุนทะลุหัวใจ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าได้เสียชีวิตแล้วตั้งแต่เมื่อวานซืน

ล่าสุด คณะแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีเปิดเผยว่า ผู้ป่วยหญิงรายนี้ยังไม่ตาย

แม้ว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังมีเศษกระสุนขนาดเท่าปลายดินสอฝังอยู่ บริเวณหัวใจ แต่อาการดีขึ้นเป็นลำดับจนพ้นขีดอันตราย

แต่ที่ยังไม่พ้นขีดอันตรายคือกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย

การเผชิญหน้าระหว่าง "รัฐบาล" กับ "ม็อบเสื้อแดง" ที่ยึดสี่แยกราชประสงค์ เป็นฐานที่มั่น กำลังเคลื่อนเข้าสู่ "5 วันอันตราย"

เพราะมีกระแสข่าวยืนยันว่าภายใน 5 วันจากนี้ไป รัฐบาลจะใช้กำลังทหารตำรวจ บุกเข้าจับกุมแกนนำ นปช.และสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงให้เบ็ดเสร็จกันไปเลย

"แม่ลูกจันทร์" ไม่เชื่อว่าข่าวนี้จะเป็นจริง

ไม่เชื่อว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะตัดสินใจใช้กำลังสลายการชุมนุมครั้งใหม่ เพราะบทเรียนจากการสลายการชุมนุมครั้งแรกจนเหตุการณ์บานปลายกลาย เป็นสงครามกลางเมือง ยังเป็นบาดแผลติดตัวไปอีกนาน

แต่เมื่อได้ฟังคำแถลงของ พ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ที่แถลงข่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวานซืน

"แม่ลูกจันทร์" ต้องเปลี่ยนจากความไม่เชื่อเป็นความเชื่อทันที!!

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า "เราจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นที่สุดเพื่อนำความสงบกลับมา ถ้ามีความจำเป็นกำลังทหาร-ตำรวจ ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาดที่สุด แม้จะมีการสูญเสียเกิดขึ้นบ้าง ก็ยังดีกว่าให้มีกลุ่มผู้ก่อการร้ายปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม"

ขีดเส้นใต้ประโยคที่ว่า "ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาดที่สุด แม้จะมีการสูญเสียเกิดขึ้นบ้างก็ยังดี"

คำพูดประโยคนี้ "แม่ลูกจันทร์" ฟังแล้วช็อกจริงๆ

เพราะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลและทหารยังไม่หยุดที่จะใช้ความรุนแรง

แม้คาดล่วงหน้าว่า (การใช้กำลังสลายการชุมนุม) จะเกิดการสูญเสีย (ชีวิตประชาชน) บ้าง ก็จำเป็นต้องทำ

คือมุ่งที่ชัยชนะในการปราบม็อบเสื้อแดงอย่างเดียว

ชั่วดีถี่ห่าง คนใส่เสื้อแดงก็คือคนไทยด้วยกัน

หรือเห็นว่าชีวิตคนเสื้อแดงที่ชุมนุมเรียกร้องให้ "อภิสิทธิ์" ยุบสภาฯ ไม่มีราคา

หรือมีราคาน้อยกว่าคนที่ไม่ได้ใส่ เสื้อแดง

"แม่ลูกจันทร์" ไม่ทราบว่าพี่น้องประชาชน และนักวิชาการสันติวิธีที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบเสื้อแดง แต่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ท่านได้ฟังคำแถลงของ "พ.อ. สรรเสริญ" โฆษก ศอฉ.แล้วรู้สึกอย่างไร??

"แม่ลูกจันทร์" เห็นด้วยกับรัฐบาลว่าการที่มีกองกำลังถืออาวุธที่แฝงตัวปะปน อยู่ในม็อบเสื้อแดงเป็นอันตรายต่อความมั่นคง

รัฐบาลต้องเร่งติดตามจับกุมคนกลุ่มนี้ให้ได้โดยเร็ว

เพื่อแยกคนร้ายออกจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง

แต่การที่รัฐบาลจะใช้กำลังสลายการชุมนุมโดยอ้างว่ามีกลุ่มผู้ก่อการร้ายอยู่ในกลุ่มม็อบเสื้อแดง (แม้จะเกิดการสูญเสียบ้างก็ยังดี)

นี่คือความคิดที่เป็นอันตราย

อันตรายที่จะเกิดมิคสัญญีซ้ำรอย และอันตรายต่อรัฐบาลเอง

ด้วยความปรารถนาดีต่อนายกฯ อภิสิทธิ์ ขอให้ท่านกลับไปคิดทบทวน.

แม่ลูกจันทร์

คดีมันมีอายุความอยู่

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_77239
เล่นได้สมบทสมบาทดาราขาบู๊นอกจอ

กับฉากเสี่ยงตายของ "เดอะกี้ร์" นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำฮาร์ดคอร์

ของกองทัพเสื้อแดง โรยตัวด้วยเชือกจากชั้น 3 ของโรงแรมเอสซี ปาร์ค ฝ่าวงล้อมหนีการบุกเข้าชาร์จจับกุมตัวของกองกำลังตำรวจคอมมานโด


ประเดิมฉากไล่ล่า ภายหลังเสียงเข้มๆสีหน้าแววตาดุดันของ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ประกาศเสียงเข้ม

เป็นความจำเป็นของรัฐบาล ต้องจัดการกับ "ผู้ก่อการร้าย"

โดยในห้วงเวลาเดียวกันนั้น ได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษปิดล้อมโรงแรมเอสซี ปาร์ค เพราะทราบมาว่า ผู้ก่อการร้ายและแกนนำบางส่วนซ่อนตัวอยู่

เป่านกหวีด ส่งสัญญาณลุยกันทันทีทันใด

และผลของปฏิบัติการ แกนนำคนเสื้อแดงสามารถหลบหนีได้ กลายเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถูกคนเสื้อแดงควบคุมตัวกลับไปที่เวทีแยกราชประสงค์


ตบหน้าเย้ยกันอย่างแรง

บอกได้คำเดียวว่า "อันตราย" โดยบทกล้าๆกลัวๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เสี่ยงกับข้อหาทำร้ายประชาชน ฝ่ายปฏิบัติไม่อยู่ในความพร้อมที่ลุยสลายม็อบ

ตามรูปการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่ได้ "ชะงัก" กับสัญญาณที่ฝ่ายถืออำนาจตั้งท่า "เล่นแรง" ด้วยการตีธงไล่ล่า "ผู้ก่อการร้าย"

บีบสถานการณ์เข้าสู่เกมลุยปราบปรามหนัก


เริ่มจาก "เสธ.ไก่อู" พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.ส่งซิกเป็นนัย ทหารต้องมีความเข้มข้นเฉียบขาดขึ้น ในการยึดคืนพื้นที่แยกราชประสงค์

ถ้าจำเป็น ก็จะให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด


ต่อด้วยนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกรัฐบาล ระบุภายหลังการประชุม ศอฉ.ในช่วงค่ำวันที่ 15 เมษายน มีการออกคำสั่งให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องและสนับสนุนทางการเงินให้แก่กลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งนักธุรกิจและนักการเมืองที่เป็นอดีตรัฐมนตรี 50-60 คน

เข้ารายงานตัวต่อ ศอฉ.ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์


แล้วก็เป็น "เทพเทือก" ที่ออกทีวี ประกาศย้ำข้อความเตือน ขณะนี้มีความชัดเจนว่า มีผู้ก่อการร้ายแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยขอให้ประชาชนที่บริสุทธิ์ แยกตัวจากผู้ก่อการร้าย อย่าเป็นโล่มนุษย์ เพราะ ศอฉ.จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ก่อการร้ายและแกนนำ

ฝ่ายถืออำนาจเล่นบทดุดันงัดไม้แข็งลุยฝ่ายต่อต้าน ราวกับห้วงรัฐประหาร

ภายใต้กำหนดเส้นตาย ต้องให้เคลียร์ก่อนวันจันทร์ที่ 19 เมษายน

แต่ที่หวาดเสียวกว่านั้น กับฉากที่ล้อประวัติศาสตร์ "ตุลาวิปโยค"


เครือข่ายม็อบพันธมิตรฯ ในนามกลุ่มมวลชนเสื้อหลากสี ที่ได้นัดกันผ่านสังคมออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ นำโดยนายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ได้นัดรวมตัวที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ศูนย์บัญชาการใหญ่ของฝ่ายคุมอำนาจ

ปราศรัยให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และทหารในการจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่แฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง

ไม่ต้องยุบสภา ไม่ต้องลาออก

ม็อบเชียร์ถูกปลุกขึ้นมาประจันหน้ากับม็อบต้านฝ่ายถืออำนาจรัฐ

โดยปรากฏการณ์ที่กลุ่มประชาชนกลุ่มหนึ่งออกมาเรียกร้องให้ปราบอีกกลุ่มหนึ่ง เข้าทางฝ่ายถืออำนาจที่ตั้งท่าลุยสลายกลุ่มประชาชนที่ต่อต้าน

"ฉากนองเลือด" เทกสอง "ไล่ล่าผู้ก่อการร้ายกองทัพแดง" รอ

ผู้กำกับสั่งเดินกล้อง

เดิมพันของนายกฯอภิสิทธิ์ "ตั้งโจทย์ผิด" ก็แก้ปัญหาผิด หลงทางไปกันใหญ่

แต่ที่แน่ๆคดีมีอายุความอยู่


กับผลของการเดินหน้าสลายม็อบประชาชนเมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน จนเกิดโศกนาฏกรรม คนตาย 24 ราย โคม่าอีกเป็นสิบ บาดเจ็บอีก 800 คน โดยความสูญเสียขนาดนี้

เป็นไปไม่ได้ที่จะจบแบบไม่มีคนรับผิดชอบ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ทหารกับวิกฤติการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ


จนบัดนี้ มีผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าไปแล้ว 24 ราย มีผู้บาดเจ็บสาหัสอีกนับร้อยรายจากจำนวนผู้บาดเจ็บเกือบ 900 ราย

โศกนาฏกรรมการเมืองครั้งนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่มีความสูญเสียอย่างมากมายเป็นบทเรียนที่ไร้คุณค่า มีวีรชนที่ถูกลืมเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก

ดูท่าทีการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างสองขั้วอำนาจ เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เพราะรัฐบาลมองผู้ชุมนุมคือศัตรู ปูดเรื่องของการก่อการร้าย เรื่องการก่อวินาศกรรม เรื่องที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงแผ่นดิน

เป็นการทุ่มเทสรรพกำลังของรัฐบาลทั้งหมดเข้า ทำสงครามแตกหัก กับผู้ชุมนุม สร้างความชอบธรรมที่จะนำไปสู่การใช้กำลังและความรุนแรงในการปราบปรามผู้ชุมนุมระลอกใหญ่

โดยที่รัฐบาลลืมสำนึกไปว่า กำลังทำสงครามกับคนไทยด้วยกัน ตรงนี้เป็นจุดอันตรายเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสงครามกับสันติภาพ

เป็นจุดก้ำกึ่งระหว่างอำนาจประชาธิปไตยกับอำนาจเผด็จการ

ลำพังรัฐบาลไม่สามารถที่จะทำสงครามกับประชาชนได้ เครื่องมือสำคัญของอำนาจรัฐก็คือทหาร ตำรวจ โดยเฉพาะกองทัพถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษเพราะความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับอำนาจจากปลายกระบอกปืนว่าจะหันไปในทิศทางใด

ข่าวการวางระเบิดเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงเพื่อให้เกิดไฟดับทั่วกทม.ในวันสลายการชุมนุมก็ดี ข่าวกองทัพถูกปล้นคลังแสงไปเป็นจำนวนนับร้อยกระบอกในระหว่างมีการชุมนุมก็ดี แม้กระทั่งการลงมือปฏิบัติการยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมและทหารของมือที่สาม

มีการถามหาถึงเอกภาพของกองทัพและรัฐบาล

สื่อต่างประเทศมองว่าเกิดความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ระหว่างกองทัพกับรัฐบาล และระหว่างในกองทัพด้วยกันเอง มองว่าทหารขณะนี้ถูกแบ่งเป็นหลายกลุ่ม

มองไปจนถึงตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนต่อไปด้วยซ้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศยังระบุว่า ความไม่ลงรอยกันที่เกิดขึ้นในกองทัพมีจุดกำเนิดมาจากความไม่พอใจที่ นายทหารกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ มีความก้าวหน้าทางตำแหน่งกว่านายทหารกลุ่มอื่นๆ

และความขัดแย้งในรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในกองทัพไทย ซึ่ง ไม่ใช่ความขัดแย้งในหมู่ผู้นำกองทัพ แต่เป็นความแตกแยกระหว่างกลุ่มนายทหารระดับสูงกับทหารชั้นผู้น้อย

ที่สำคัญก็คือบทวิเคราะห์ของสื่อต่างประเทศมองลึกลงไปว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นสุญญากาศในด้านการเมืองและการปกครอง ไม่มีอธิปไตยรัฐ ไม่มีอำนาจที่จะควบคุมการบริหารประเทศทั้งหมด

วิกฤติประเทศไทยนั่นลุกลามจนไม่สามารถที่จะควบคุมได้ เป็นแดนมิคสัญญี.

หมัดเหล็ก

เรื่องเล่าจากหมู่บ้านในสถานการณ์เลือด

ที่มา Thai E-News



บุญทันเตี้ยคนในหมู่บ้านเราไปร่วมประท้วงกับเสื้อแดง วันหนึ่งระหว่างดันกันไปดันกันมากับฝ่ายทหารเขาเจอติงลี่ลูกชายฉันที่ไปเป็นทหารเกณฑ์ด้วย พอแลเห็นหน้ากันทั้งคู่ก็หัวเราะให้กัน และระหว่างการเผชิญหน้ากันหนหนึ่ง ทหารเกณฑ์กับผู้ประท้วงเสื้อแดงจำกันได้ว่า อีกฝ่ายเป็นลูกและอีกฝ่ายเป็นแม่ ได้โผเข้าหากัน กอดกันกลม..(ภาพประกอบ:AP)


โดย เทิดธรรม กระแสทวน
17 เมษายน 2553

460 กิโลเมตรห่างจากกรุงเทพมหานคร ไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ตั้งหมู่บ้านเล็กๆในชนบท

เวลา 2 ทุ่มคืนวันสงกรานต์ที่ผ่านมาดูเงียบสงัด หมู่ดาวดารดาษประดับฟ้าระยิบระยับ นั่นดูจะเป็นฉากโรแมนติค หากไม่มีเสียงถ่ายทอดการชุมนุมคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯดังลั่นแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไร

***********

ทองเลิศเป็นแม่ที่แข็งขัน เคยได้รับรางวัลผ้าไหมทอมือระดับประเทศ เคยเข้าเฝ้าพระราชวงศ์ชั้นสูงเพื่อรับพระราชทานรางวัลแม่ดีเด่นในงานวันแม่แห่งชาติที่สวนอัมพร

"หมู่บ้านเรานี้เป็นเสื้อแดง99% แน่นอนรวมทั้งฉันด้วย"ทองเลิศในวัย 50 เศษบอก โดยมีครูสมพงษ์ผู้สามีพยักเพยิดรับ "ส่วนอีก1%ที่ไม่ใช่ ก็เช่นลูกชายคนเล็กของฉัน"


ลูกชายคนเล็กของทองเลิศติดทหารเกณฑ์ที่ปราจีนบุรี เวลานี้ไปเฝ้าอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่บางวันก็ถูกคำสั่งให้ไปผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมที่สถานีภาคพื้นดินไทยคม ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานีบ้าง หรือที่บริเวณถนนราชดำเนินบ้าง

"ติงลี่(ชื่อเล่นลูกชายคนเล็ก)โทรมาบอกตลอดว่าอย่าห่วงเขา นอนหลับให้สบาย เขาเพียงแค่ต้องผลักดันกันไปมา เล่นชักกะเย่อกับผู้ชุมนุมแค่นั้น"ทองเลิศพูดพลางหัวเราะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนภูมิภาคอีสานในเขตชนบท พวกเขาจะหัวเราะได้กับทุกสถานการณ์ แม้ว่าวันที่ฉันไปนั่งคุยกับทองเลิศนั้นคือค่ำวันที่ 14 เมษายน หลังการนนองเลือด10เมษายนไม่กี่วัน

"ในวันนั้นติงลี่ไม่ได้ถูกส่งไปราชดำเนิน เขาถูกคำสั่งให้เฝ้าสนามบิน ซึ่งฉันก็ว่าเป็นโชคดี ฉันเฝ้าสวดมนต์ให้เขาปลอดภัยทุกคืน"ผู้เป็นแม่บอก พลางเล่าว่าคนในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้มีเดินทางไปร่วมประท้วงด้วยหลายคน 1ในนั้นมีฉายาว่า"ทันเตี้ย"หรือบุญทัน ผู้มีรูปร่างเตี้ยตะแหมะแขะมะขามข้อเดียว นอกจากเป็นชาวนาแล้วเขายังเป็นนักแสดงผาดโผนร่วมกับหมาของเขา ไปเปิดวิกโดดลอดห่วงไฟ เวลามีงานวัด แล้วก็ขายยา

"ทันเตี้ยกับแนบหัวล้าน แล้วก็ผู้ชายหลายคน แอบหนีเมียไปแบบไม่มีใครรู้ตัว ตีรถไฟลงไปไทยเพื่อประท้วง เขาเดือดดาลว่าพวกเจ้านายไม่ยอมฟังเสียงคนจนคนบ้านนอก คราวนี้เขาจะไม่ยอมอีกต่อไป"ครูสมพงษ์ คู่ชีวิตทองเลิศเล่าบ้าง ทันเตี้ยกับแนบหัวล้านชอบไปนั่งอยู่หน้าเวทีแถวๆ"ไอ้ตีนโต" พวกเราในหมู่บ้านเห็นหน้าเขาบ่อยเวลาทีวีพีเพิลแชนัลถ่ายทอดสด


หลังเหตุการณ์10เมษายนนองเลือด ทันเตี้ยผู้รอดชีวิตกลับมาเล่าให้คนในหมู่บ้านฟังว่า เขาเฝ้าเวทีไว้เลยไม่ได้ไปปะทะที่แนวหน้า เลยโดนแค่แก๊สน้ำตา พร้อมกับบอกโพนทะนาว่า คนตายไม่ใช่แค่20แต่มีเป็นร้อย พวกทหารลากศพไป ซึ่งชาวบ้านที่รับฟังก็ดูเหมือนพร้อมจะเชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว และพากันก่นประณามอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกันยกใหญ่

"ทันเตี้ยบอกว่าตอนเสื้อแดงยกพวกไปยึดดาวเทียมไทยคมนั้นได้ไปเจอติงลี่ลูกชายฉันด้วย พอแลเห็นหน้ากันทั้งคู่ก็หัวเราะให้กัน แต่ถึงจะไม่รู้จักกันเลย พวกเสื้อแดงก็ปฏิบบัติกับทหารด้วยดี เพราะติงลี่บอกว่าไปยืนยามตากแดดนั้นได้กินข้าวแค่มื้อเดียว พวกเสื้อแดงเจอทหารก็เอาน้ำเอาข้าวให้ทหารประจำ"ทองเลิศเล่าแทรก และเล่าด้วยว่าที่ลาดหลุมแก้วระหว่างการเผชิญหน้ากันระหว่างทหารกับเสื้อแดงนั้น มีตอนหนึ่งที่ทหารเกณฑ์กับผู้ประท้วงเสื้อแดงจำกันได้ว่า อีกฝ่ายเป็นลูกและอีกฝ่ายเป็นแม่ ได้โผเข้าหากัน กอดกันกลม


ฉันไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นจริงไหม แต่ทองเลิศตอกย้ำว่าจริงแน่นอน เพราะติงลี่เห็นด้วยตาของเขา และโทรมาเล่าให้แม่ฟัง แตฉันฟังแล้วก็ยังคิดว่าเป็นฉากนาฏกรรมมากกว่าจะเป็นเรื่องจริง

************

"แล้วก็นั่นอีกคนเป็น1%ที่ไม่ใช่เสื้อแดงในหมู่พวกเรา"สงวน ลูกชายคนโตของครอบครัวชี้ไปที่น้องสาวของเขา ลูกคนกลางของครอบครัว

สงวนออกจากบ้านนับแต่จบม.3ของโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ไปเป็นกรรมกรในโรงงานย่านสมุทรปราการ เวลานี้เป็นหัวหน้างาน ส่วน"บานชื่น"ลูกสาวคนกลางตอนนี้ทำงานในบริษัทมหาชนด้านสื่อสารแห่งหนึ่ง ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เงินเดือน25,000บาท ซึ่งนับว่ามากมายเอาการกับหมู่บ้านชนบทเช่นนั้น

"ฉันไม่ใช่เสื้อเหลืองหรอกนะ แต่วันนี้มันเป็นวันครอบครัว ฉันมาจากในตัวจังหวัดเพื่ออยู่กับพ่อแม่พี่น้อง พี่สงวนก็เดินทางจากสมุทรปราการมาสงกรานต์ มาอยู่กับพ่อแม่พี่น้องกันพร้อมหน้า แต่ดูที่พี่ฉันทำตัวซิ.."บานชื่นฟ้องฉัน พร้อมชี้ไปที่วิทยุทรานซิสเตอร์สีมอๆที่สงวนกำลังเปิดเสียงถ่ายทอดสดจากเวทีเสื้อแดงจากกรุงเทพฯดังลั่นทุ่ง


"พี่สงวนแกเป็นเอามาก แกเปิดฟังมันทั้งวันทั้งคืน เข้าห้องน้ำไปถ่ายแกก็ยังหอบมันเข้าไปฟังด้วย เมื่อวานที่ชุมนุมถ่ายทอดเสียงมาว่ามีพิธีอาลัยคนตายเมื่อวันที่10เมษายน เขาเปิดเพลงธรณีกรรแสง พี่สงวนก็อินร้องไห้กับเขาไปด้วย"บานชื่นว่า ขณะที่สงวนพยักรับว่าจริงตามน้องสาวว่า แต่ได้แก้ต่างว่า เวลานี้ประเทศต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้ประชาชนชนะ แต่น้องสาวของเขาอาจไม่มีวันเข้าใจ หลังจากกลายเป็น"ชนชั้นกลาง"เงินเดือนหลายหมื่น

สงวนแอบนินทาว่าบานชื่นเป็นเพื่อนรักกับเมียของสุวิทย์ สุทธิประภา นักเล่าข่าวช่อง 9 เลยได้ข้อมูลจากฝั่งนั้นเยอะ"พวกสื่อมันก็เสื้อเหลืองทั้งนั้น มันไม่มีวันเข้าใจประชาชนอย่างเราๆ"..

ในจังหวัดแห่งนี้มีสถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดงอยู่มากถึง 4 สถานี โดยมีส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งทุกคนมีรูปถ่ายคู่กับทักษิณ ชินวัตรบนพื้นผ้าไวนิลสีแดงติดอยู่มุมเด่นๆของหมู่บ้าน ไม่เว้นแม้แต่ในวัด และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นโต้โผในสถานีวิทยุเหล่านี้

และความจริงก็เป็นโต้โผในการช่วยระดมคนเข้าไปกรุงเทพฯด้วย ครูสมพงษ์แอบกระซิบกับฉันไม่ให้เมียได้ยินว่า เขาแอบทำงานลับๆในการประสานงานหาคนที่พร้อมจะเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯในเขตอำเภอแห่งนี้ด้วย

"มันไม่ใช่เรื่องการจ้างไปชุมนุม หากคนมันไม่พร้อมใจ หากคนมันไม่เห็นด้วย หากคนมันไม่รู้สึกว่ามันสู้เพื่อตัวมันเอง ไม่ใช่สู้เพื่อทักษิณหรือใคร จะจ้างเท่าไหร่ถึงจะพอ เพราะไม่ใช่แค่ร้อนแดดเปรี้ยงๆ ไม่ใช่แค่ไม่มีที่นอนไม่สุขสบาย แต่มีตายมีเจ็บอย่างที่เห็น"ครูสมพงษ์ซึ่งเป็นนักสังเกตการณ์บ้านเมืองบอกด้วยว่า การต่อสู้เคลื่อนไหวครั้งนี้มหาศาลกว่ายุคไหน ทั้ง14 ตุลา พฤษภาทมิฬ เพราะมันลงรากลึกมาถึงทุกทั่วหมู่บ้าน ทุกครอบครัว ไม่มีใครพ้นไปจากความเคลื่อนไหวครั้งนี้

********

"พร้อมจะสู้ไหมครับพี่น้อง--สู้!,กลัวตายไหมครับพี่น้อง--ไม่กลัว!"เสียงปราศรัยปลุกระดมอันเร่าร้อนผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ของครอบครัวนี้ดังลั่นบ้านทุ่งยามค่ำ


หลังจากซักถามไปมาก ในที่สุดทุกคนหันมาถามฉันว่า เรื่องจะจบยังไง ประชาชนเสื้อแดงจะชนะไหม อภิสิทธิ์จะยุบสภาหรือไม่ ทำไมผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองถึงไปแต่งานศพฝ่ายทหาร..จะมีบาดเจ็บล้มตายกันอีกไหม?..

ฉันได้แต่เงยหน้าขึ้นบนฟ้ายามราตรีปกคลุม

แสงดาววาวระยับกระพริบบนฟ้าเหนือท้องทุ่งชนบท เหมือนที่เคยเป็นมา และยังจะดำเนินไป

มองฝ่าหมอกควันก๊าซน้ำตา

ที่มา Thai E-News

คนเสื้อแดงกบฏต่อเผด็จการอำมาตย์ ปกป้องพลเมืองไทยจากการกบฏไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน พร้อมจะใช้กองกำลังติดอาวุธสงครามและการปกปิดสื่อเพื่อครองอำนาจต่อไป ใครที่ไม่อยู่ข้างคนเสื้อแดงก็อยู่ข้างอำมาตย์ และใครที่อ้างว่าเป็นกลาง เป็นคนที่ไม่สนใจการเมืองและสังคมเลย หรือเป็นคนโกหก(ภาพข่าว:รอยเตอร์)


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

ท่ามกลางหมอกควันก๊าซน้ำตา และการเข่นฆ่าประชาชนโดยทหารตามคำสั่งของอำมาตย์

ฝ่ายรัฐบาลทรราช สื่อรับใช้ทรราช นักวิชาการรับจ้างของอำมาตย์ และพวกดัดจริตอ้างตัวเป็นกลางแบบ “สันติวิธี” ทั้งหลาย เช่นกรรมการสิทธิ์ เอ็นจีโอ และกลุ่มอื่นๆ กำลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็นหลักของเหตุการณ์นองเลือดที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน เพื่อให้ประชาชนสับสนมืนเมาเหมือนโดนควันก๊าซน้ำตารอบสอง ผมจึงขอสรุปประเด็นสำคัญๆ สามข้อของเหตุการณ์ดังนี้

ถ้ารัฐบาลไหน ไม่ว่าที่ไหนในโลก ใช้ทหารติดอาวุธสงคราม กระสุนจริง และรถถัง เพื่อเคลียร์พื้นที่การชุมนุมของประชาชนจำนวนมากที่ไร้อาวุธและไม่ได้ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าทหารนั้นจะมีโล่หรือกระสุนยางสมทบไปด้วย ไม่ว่าทหารจะยิงกระสุนจริงขึ้นฟ้าในขั้นตอนแรก แต่ในที่สุด ท่ามกลางความตึงเครียด หรือด้วยความจงใจ ทหารจะใช้กระสุนจริงเพื่อฆ่าประชาชน เพราะทหารไม่ได้นำปืน M16 ปืนกลนานาชนิด หรือรถถัง มาหุงข้าว ไถนา หรือสร้างเกมสนุกๆให้เด็กๆ อาวุธสงครามดังกล่าวมีไว้ฆ่าคนอย่างเดียว

คำถามที่รัฐบาลอำมาตย์ต้องตอบคือ ทำไมใช้ทหารติดอาวุธสงครามในการเคลียร์พื้นที่ของการชุมนุมของประชาชน ในขณะที่ประชาชนมีวินัยในการรักษาความสงบและปราศจากอาวุธ?

นี่คือประเด็นหลักประเด็นแรก มันคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะมีคนลึกลับแต่งชุดดำวิ่งไปวิ่งมาท่ามกลางหมอกควันหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นมือที่สาม หรือทหารนอกเครื่องแบบ หรือใครก็ว่ากันไป แต่ถ้ามีจริงก็ไม่ใช่คนที่อยู่ในวินัยและการจัดตั้งของ นปช.

แน่นอน เวลาผมพูดถึง “วินัย” ของคนเสื้อแดง อยากให้เรามองภาพการนำอาวุธที่ยึดจากทหารมากองไว้ที่หน้าเวทีเพื่อไม่ให้ใครใช้ อยากให้มองภาพการจับและปล่อยทหารเกณฑ์โดยไม่มีการทำร้าย ในที่อื่นในโลกอาจมีการใช้อาวุธดังกล่าวเพื่อโต้ตอบกับทหาร

พันธมิตรฯ เวลาชุมนุมยึดสนามบินหรือทำลายทำเนียบรัฐบาล หรือตอนที่ไปปิดล้อมรัฐสภาและนำระเบิดมาใช้หรือขับรถทับตำรวจ ได้จงใจทำร้ายร่างกายคนอื่นและทำลายเศรษฐกิจไทย ต่างโดยสิ้นเชิงกับระเบียบวินัยและความสงบเรียบร้อยของคนเสื้อแดงที่ชุมนุมในกรุงเทพฯตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอำมาตย์และชนชั้นปกครองไทย ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมามีการใช้กำลังทหารติดอาวุธสงคราม เพื่อเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่าที่เรียกร้องประชาธิปไตย 5 ครั้งกลางกรุงเทพฯ คือ ๑๔ ตุลา ๑๖, ๖ ตุลา ๑๙, พฤษภา ๓๕, เมษาเลือด ๕๒ และเมษาเลือด ๕๓ ถ้านับเหตุการณ์ตากใบในภาคใต้ในปี ๒๕๔๗ ก็มีทั้งหมด 6 ครั้ง ที่รัฐไทยฆ่าประชาชนมือเปล่าที่ประท้วงตามกระบวนการประชาธิปไตย

ใครที่สั่งทหารติดอาวุธสงครามไปสลายการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย จึงมีความจงใจให้เกิดการเสียเลือดเนื้อ แน่นอน ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เวลาเขาอยากจะเคลียร์พื้นที่ของผู้ชุมนุม ซึ่งการเคลียร์นั้นอาจชอบธรรมหรือไม่ชอบธรรมก็ตาม เขาส่งตำรวจไปดัน ไปไล่ ไปจับประชาชน ไม่ได้ส่งทหารและรถถัง นี่คือปัญหาเรื้อรังของสังคมไทยที่ต้องแก้ไขเพื่อให้เรามีประชาธิปไตยแท้

วิธีแก้ไขคือการสร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในสังคม โดยการนำผู้ที่กระทำผิดในระดับสูงมาลงโทษ หรืออย่างน้อยประกาศว่าเขาทำผิดอย่างชัดเจนเป็นทางการ และที่สำคัญเราต้องเกษียณนายพลทั้งหลาย ตัดงบประมาณทหาร และลดขนาดของกองทัพลงแบบถอนรากถอนโคน เพราะกองทัพไทยไม่เคยปกป้องประชาชน มีแต่จะฆ่าประชาชนเท่านั้น

นอกจากนี้ต้องมีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมฯ และกฎหมายคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้มีการใช้ข้ออ้างเรื่องการ “ล้มเจ้า” มาใช้ในการฆ่าประชาชน เราต้องมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น

ถ้าถอยหลังมาดูภาพรวมของการกระทำของรัฐบาลอภิสิทธิ์ จะเห็นว่าฝ่ายหนึ่งมีกองทัพ ใช้ทหารติดอาวุธสงคราม และรถถัง และพยายามปกปิดสื่อเพื่อไม่ให้สังคมทราบว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายเป็นประชาชนธรรมดาที่ปราศจากอาวุธที่ต้องการประชาธิปไตย ดังนั้นใครที่เรียกร้องให้ “ทั้งสองฝ่ายรับผิดชอบความรุนแรง” เป็นคนที่โกหกบิดเบือนความจริง มองว่าช้างเท่ากับมด มดจึง “มีส่วนผิดในการที่โดนช้างเหยียบตายเพราะเสือกไปยืนตรงทางเดินช้าง”

ในทางปฏิบัติในโลกจริง คำพูดแบบนี้ไม่ใช่คำพูดของคนที่เป็นกลางแต่อย่างใด แต่เป็นคำพูดที่ลดความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว คือพยายามแก้ตัวแทนรัฐบาลอำมาตย์นั้นเอง

และถ้าเราดูประวัติของคนเหล่านี้ที่พูดให้ทั้งสองฝ่ายรับผิดชอบ ส่วนใหญ่เป็นคนที่สนับสนุนพันธมิตรฯ หรือรัฐประหาร ๑๙ กันยา หรืออย่างน้อย “สบายใจมากขึ้นเมื่อเกิดรัฐประหาร” ทั้งๆ ที่แก้ตัวเสมอว่า “ไม่ชอบรัฐประหาร”

ประเด็นที่สองคือ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและกระบวนการประชาธิปไตยแต่อย่างใด มาจากการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา และรัฐประหารเงียบของศาลหลายรอบ มาผ่านรัฐธรรมนูญทหาร รวมถึงการกดดันของพันธมิตรฯ ดังนั้นรัฐบาลไร้ความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศ และไร้ความชอบธรรมที่จะคัดค้านข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงให้ยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชนโดยสิ้นเชิง ประเด็นนี้มักถูกมองข้ามด้วยความจงใจ โดยเฉพาะจากคนชั้นกลาง พันธมิตรฯ เอ็นจีโอ และนักวิชาการ ที่มองว่าพลเมืองไทยส่วนใหญ่ที่เป็นคนจนไม่มีวุฒิภาวะที่จะลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง เขาจึงคัดค้านการเลือกตั้งเสรี

การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้การประท้วงยืดเยื้อของคนเสื้อแดงและการปิดถนนบางจุดในกรุงเทพฯ มีความชอบธรรม และที่สำคัญรัฐบาลอภิสิทธิ์มีวิธีเดียวที่จะอยู่ต่อและไม่ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่คือ ประกาศภาวะฉุกเฉิน ใช้กองกำลังเพื่อหวังปราบผู้ชุมนุม และปิดกั้นเซ็นเซอร์สื่อตามกระบวนการเผด็จการของ “รัฐตำรวจ” เพราะเขาไม่กล้าคืนอำนาจให้ประชาชน เขารู้ว่าเขาจะแพ้การเลือกตั้ง และเขารู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความศรัทธาในรัฐบาล

อย่าลืมว่าการยุบสภาและจัดการเลือกตั้งทันที จะยุติภาวะตึงเครียดในกรุงเทพฯ และถ้าการเลือกตั้ง “จะไม่แก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมในระยะยาว” ก็เพราะฝ่ายเสื้อเหลืองและอำมาตย์ไม่ยอมเคารพเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเท่านั้น

ประเด็นที่สามคือเรื่องการ “กบฏ” เพราะฝ่ายเสื้อเหลืองอ้างว่าเสื้อแดงเป็น “กบฏ” คำถามที่ต้องถามต่อคือ “กบฏต่อใครหรืออะไร?”

ใช่ครับคนเสื้อแดงกบฏต่อเผด็จการอำมาตย์ กบฏต่อพวกนายพลในกองทัพ แต่ประเด็นคือ อำมาตย์และกองทัพกบฏต่อประชาชน คนเสื้อแดงกำลังปกป้องพลเมืองไทยจากการกบฏไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่าลืมว่าในระบอบประชาธิปไตยอำนาจอธิปไตยต้องอยู่ที่ประชาชน ใครไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ถือว่ากบฏต่อระบบการปกครองประชาธิปไตย มันง่ายที่จะเข้าใจครับถ้าจริงใจในการเข้าใจ

ตอนนี้สังคมไทยแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งกบฏต่อประชาชนเพื่อปกป้องอภิสิทธิ์ของตนเอง พร้อมจะใช้กองกำลังติดอาวุธสงครามและการปกปิดสื่อเพื่อครองอำนาจต่อไป อีกฝ่ายประกอบไปด้วยพลเมืองธรรมดาที่ต้องการประชาธิปไตย ในสถานการณ์แบบนี้ที่เรื้อรังมาสี่ห้าปีแล้ว ใครที่ไม่อยู่ข้างคนเสื้อแดงก็อยู่ข้างอำมาตย์

และใครที่อ้างว่าเป็นกลาง เป็นคนที่ไม่สนใจการเมืองและสังคมเลย หรือเป็นคนโกหก

คนประชาไทวิเคราะห์ กรณีมาร์กปลดเทือกตั้งป๊อก

ที่มา Thai E-News


ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 เมษายน 2553

ภายหลังการออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อชี้แจงการปลดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแต่งตั้งให้พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ขึ้นทำหน้าหน้าที่แทนในตำแหน่งประธานศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ก็มีความพยายามจะวิเคราะห์ถึงเบื้องหลังการเดินเกมส์ดังกล่าว โดยคุณเสรีชน นักสังเกตการณ์ทางการเมืองท่านหนึ่งได้วิเคราะห์ไว้ในเว็บบอร์ดประชาไท มีรายละเอียดดังนี้: -

แผนตั้งเพื่อปลดอนุพงศ์ แต่งานนี้ มาร์กจะโดนเก็บเสียเองเชื่อเหอะ !!!

ดูเผินๆ เหมือนมาร์กจะใช้บทเหยี่ยว หลังรู้ว่า สุเทพไม่มีน้ำยาอะไรเลย นอกจากฮึดฮัดไปวันๆ แต่ลิงอุรังอุตังแขนคดบ้ากามคนนี้ ไม่ใช่ จปร. ที่ไหน ทหารตำรวจที่ไหนจะไปฟังคำสั่งแก เลยเชือดสุเทพ ต่อไป นายสุเทพกับนายมาร์กก็ไม่ได้เผาผีกันอีก แต่เพื่ออำนาจ มาร์กนาซีมันทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งฆ่าผู้มีพระคุณอย่างเทพเทือก

ตั้งอนุพงศ์คราวนี้ วัดใจกองทัพ เพราะอนุพงศ์มีตาเลือกให้ทำสามอย่างคือ

1. ลุยปราบผู้รักชาติแดง ผลคือ นองเลือดพันหรือหมื่นศพ และไม่รู้ว่าทหารจะชนะหรือเปล่า เพราะบทเรียนคราวก่อนทหารสองกองพล 15,000 นาย หนีกระจองอแง ยับเยินสุดๆ อาวุธยุทโธปกรณ์รถเกราะรถลำเลียงพล 42 คันถูกยึด ทางเลือกนี้ ป๊อกจะกล้าไหม

2. ตีบทอ่อนยอมให้เสื้อแดงได้อะไรบางอย่างเพื่อลดกระแสกดดัน อาทิ คืนดีสเตชั่น ยกเลิกการปิดเว็บ เรียกร้องนายกฯยุบสภาและเจรจาเสื้อแดงอย่างที่เขาบอกเมื่อสามวันก่อน แต่ทางเลือกนี้ ป๊อกมีหวังเด้งแน่ๆ แต่ได้ใจประชาชนทันที

3. เกียร์ว่าง เฉยๆ ไม่ทำอะไร ทางเลือกนี้เคยทำในสมัยสมัคร สมชาย แต่หนนี้มาร์กมีอำมาตย์หนุนหลัง ป๊อกอาจเด้ง แล้วให้ประยุทธ์เสียบแทน

ถ้าเลือกทางแรก อนุพงศ์จะกลายเป็นผู้แบ่งแยกประเทศทันทีเพราะหนทางอันตรายมาก ประเทศแตก คนจะรบกันไม่ใช่ที่ราชประสงค์แต่ทั้งประเทศ

ถ้าเลือกทางสองหรือสาม ประเทศไม่แย่ไปกว่านี้ ไม่ลงเหวถลำลึกกว่านี้ แต่เขาอาจถูกปลดสังเวยอำนาจของคนบ้าอำนาจแบบนายมาร์ก เขาก็รู้ตัว แต่ที่จะให้เสียเหลี่ยมเด็กๆ ป๊อกมันก็คงไม่โง่ อาจเลือกที่จะจัดการจับนายกรัฐมนตรีจี้ให้ออกจากตำแหน่งเสียเลยก็เป็นไปได้มาก เพราะมาร์กมาจากทหาร เมื่อทหารเลิกอุ้ม มาร์กก็ต้องไป ถ้าอนุพงศ์รู้ว่าเขาจะโดนบูชายัญ เขาอาจหันมาแว้งกัดมาร์กนาซีก็ได้ ส่วนประยุทธ์ ถ้าจะเล่นบทโหด ก็ต้องถามว่า พลเอกประยุทธ์จะเอาอาวุธ และรถลำเลียงพลมาจากไหน พลังพลจะมาจากไหน ที่พังไปแล้วเท่าไร ถ้าป๊อกไม่สั่งเอง ประยุทธ์จะได้พลถึงสิบกองพันหรือไม่ ตานี้ ทหารมีปืน ประชาชนใช้ระเบิดเพลิงแน่ๆ ยังนักรบนิรนามหรือทหารแตงโมที่ไม่ทราบที่มาที่ไปอีกล่ะ เสี่ยงมากหนทางชนะน้อย คนร่วมสองสนต่อวัน บางคืนระดมทันทีได้สามแสนคน จะเอาชนะได้อย่างไร

งานนี้ มาร์กนาซีคิดว่าตนเองจะเชือดอนุพงศ์ แล้วเอาประยุทธ์เสียบ เกมส์ง่ายๆ แบบนี้ อนุพงศ์ก็รู้ มาร์กอาจนอนไม่หลับแน่ เพราะราบ 11 ทหารในนั้นก็ลูกน้องอนุพงศ์ ไปมางานนี้ ปลดสุเทพ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย คำขู่สลายม็อบก็แค่คำขู่ตามที่ผมเคยเขียนไว้แล้ว

ทหารจะไม่ออกมาอีก แต่เสื้อแดงอย่ายั่วยุทหาร ให้เกียรติเขา แต่ถ้าทหารมันคิดไม่ซื่อ เมื่อจะรบกันแล้ว มือเปล่า ผมไม่เอา อาวุธประดามี ผมเอามาใช้แน่ เพราะมนุษย์ทุกคนเกิดมาเป็นเสรีชน มีชีวิตเป็นคุณค่า และสิทธิที่จะปกป้องชีวิตของตนเอง เป็นการป้องกันตนเอง ไม่มีบทกฎหมายใดในโลกหล้าจะห้ามเราได้

แต่ถึงวันนี้ ผมคิดว่า ผมเห็นแสงว่างจ่อที่ปลายอุโมงค์แล้ว มาร์กนาซีพังแน่ๆๆๆ !!!

Friday, April 16, 2010

6แกนนำแดงถึงราชประสงค์ โชว์อาวุธที่ยึดมา

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_77132
แกนนำแดงที่หลบหนีจาก รร.เอสซี ปาร์ค กลับถึงเวทีราชประสงค์แล้ว ขึ้นโชว์ตัวบนเวที ก่อนจะนั่งแถลงข่าว โช์ว์อาวุธที่อ้างว่ายึดมาจากเจ้าหน้าที่ ขณะเข้าจับกุม..

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 เม.ย. 6 แกนนำคนเสื้อแดงที่หลบหนีการจับกุมจากโรงแรมเอสซี ปาร์ค อาทิ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายวันชนะ เกิดดี ได้เดินทางถึงเวทีราชประสงค์ แล้ว โดยได้ขึ้นโชว์ตัวบนเวที เล่าถึงเหตุการณ์ให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้รับทราบ

จากนั้น แกนนำเสื้อแดง นำโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจุตพร พรหมพันธุ์ นายอริสมันต์ และนายสุภรณ์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่ถูกเจ้าหน้าที่ล้อมจับกุมที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค พร้อมกับนำอาวุธที่อ้างว่ายึดมาจากเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย ปืน ปลอกกระสุน หัวกระสุน และระเบิด ที่ระบุว่าถูกขว้างเข้าไปภายในห้องพักของนายอริสมันต์

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ล้อมจับกุมนั้นถููกต้องหรือไม่ เนื่องจากไม่มีหมายจับ และการใช้อาวุธนั้น ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ใช้่ปืนบรรจุกระสุนจริงไปล้อมจับประชาชน ลั่นกระสุนใส่ประชาชน ได้หรือไม่ และการตรวจค้นพบวัตถุระเบิด เป็นวิธีการยัดของกลางที่ยังไม่หมดจากวงการตำรวจไทยอีกหรือ ยัดของกลางคดีการเมืองอีกหรือ ต้องต่อสู้กันในคดี

"เป้าหมายที่โยนระเบิดไปเพื่ออะไร กระบวนการต่างๆ ยังไม่ออกจาก 6 ตุลา โมเดล หลังจากนี้รัฐบาลจะออกแถลง และมาล้อมปราบผู้ชุมนุมอีกทีหนึ่ง" นายณัฐวุฒิ กล่าว และยืนยันข้อเรียกร้องอย่างดียวคือการยุบสภา

เรืองไกรพบจตุพร สกัดแดง อย่าบุกรัฐสภา

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_77203

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

ส.ว.สรรหา "เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" บุกเวทีราชประสงค์ ขอคุย "จตุพร พรหมพันธุ์" ย้ำมวลชนคนเสื้อแดง ห้ามบุกรัฐสภาเด็ดขาด หากเปิดประชุม ด้านแกนนำรับนำเรื่องไปประชุม...

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ได้ไปพบนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลังเวทีกลุ่มคนเสื้อแดง สี่แยกราชประสงค์

โดยนายเรืองไกร เปิดเผยว่า เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ ทั้งนี้ขอยำ้ว่า รัฐบาลควรใช้รัฐสภาแก้ไข สามารถขอเปิดสภาเพื่ออภิปรายหาทางออกของปัญหา ตามมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงต้องให้ความมั่นใจว่า จะไม่บุกล้อมอาคารรัฐสภา กลุ่มส.ว.พยายามช่วยคลี่คลายสถานการณ์ขัดแย้ง หากได้ข้อสรุปอย่างไร จะเสนอไปยังรัฐบาลต่อไป

ด้านนายจตุพร ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า จะนำเรื่องนี้ไปประชุมกับแกนนำนปช.ต่อไป

แนวร่วม"เสื้อแดง"เคลื่อนจากหลาย จว.สมทบทัพใหญ่ ที่เมืองกรุง

ที่มา มติชน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
เมื่อวันที่ 16 เมษายน แนวร่วมกลุ่มเสื้อแดงหลายจังหวัดเตรียมตัวเคลื่อนเข้า กทม.
เพื่อสมทบการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ โดยกลุ่มแดงพะเยาเตรียมจัดหารถยนต์
เพื่อส่งคนเสื้อแดงพะเยาเข้าร่วมการชุมนุม นัดระดมพลคนเสื้อแดง 300-400 คน อีกครั้ง
ในวันที่ 17 เมษายน เพื่อเดินทางเข้า กทม.


ขณะที่นายเขื่อนเพชร โพนรัมย์ แกนนำกลุ่มอีสาน ล้านนา ผู้ประสานงานกลุ่มคนเสื้อแดงหลานย่าโม กล่าวที่ จ.นครราชสีมาว่า 23 องค์กรที่เป็นภาคีเครือข่ายคนเสื้อแดง จ.นครราชสีมา จะรวมตัวชุมนุม จัดกิจกรรมเวทีคู่ขนานที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เริ่มในเย็นวันเดียวกันนี้ โดยประชาสัมพันธ์ เชิญมวลชนคนเสื้อแดง ทั้งในเขตตัวเมือง และจากอำเภอต่างๆ มาร่วมสมทบ
และใช้เป็นจุดรับบริจาค สิ่งของ และเงิน เป็นสถานที่นัดหมาย นำมวลชนไปร่วมชุมนุมที่ กทม.


นายเขื่อนเพชรกล่าวด้วยว่า
ขณะนี้มีผู้ไม่หวังดีนำน้ำกรดมาราดรถยนต์กลุ่มเสื้อแดงที่จอดอยู่ริมถนนนับสิบคัน ทุกคืนยังมีพวกปากบอนขับรถผ่าน
และตะโกนด่า จากนี้ไปจะใช้การด์ นปช. "นักรบทุ่งสัมฤทธิ์" หลายสิบคน
คอยตรวจสอบความเรียบร้อย ดักซุ่มจับผู้ไม่หวังดีส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย


นายปาเด็ช บุญนำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ต.บ้านควน อ.เมืองสตูล แกนนำคนเสื้อแดงสตูล ทำหน้าที่ฝ่ายเสบียงอาหารในการชุมนุมคนเสื้อแดง กทม. กล่าวว่า
คนเสื้อแดงสตูล 5-6 คนเตรียมขึ้นรถเดินทางไปยัง กทม.เพื่อสมทบกับผู้ร่วมชุมนุม