แผนจากหัวเสธ.-พ.อ. ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง รองผู้อำนวยการกองการศึกษา กองบัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย ออกบทวิเคราะห์ในเฟซบุ๊คของเขาถึงแผนที่เป็นไปได้ที่รัฐบาล และทหารจะใช้ปราบปรามเสื้อแดง
โดย พันเอก ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง
ที่มา เฟซบุ๊ค
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ทหารแตงโมแฉอนุพงษ์จ้องฆ่าหมู่เสื้อแดง500ศพ หมายเหตุไทยอีนิวส์:พันเอก ดร. ธีรนันท์ นันทขว้าง รองผู้อำนวยการกองการศึกษา กองบัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย และเว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์ ท.ทหาร เป็นทหารที่ก้าวล้ำยุคสมัย ถึงแม้จะเคยเป็นทหารหน่วยคุมกำลัง แต่ในภายหลังได้หันมาสนใจโลกไอที รวมถึงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงในแนวทางต่างๆ
บทวิเคราะห์นี้พันเอก ดร.ธีรนันท์ได้วิเคราะห์ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของฝ่ายทหาร และผู้ชุมนุมเสื้อแดงในเรื่อง"ทาง 3 แพร่ง"
คลิ้กที่รูปภาพเพื่อขยายให้ใหญ่ขึ้น
1.สถานการณ์ตอนนี้อยู่ในขั้นที่ 5
2.วิเคราะห์สถานการณ์ ยึดค่ายบางระจัน2010
3.ทาง 3 แพร่ง แบบจำลองสมรภูมิราชประสงค์
พันเอก ดร.ธีรนันท์ออกตัวว่าผมเดินทางในเส้นทางสันติวิธีตลอดนะครับ แต่คงเป็นเรื่องยากในบริบทของสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ตอนนี้คือ พยายามนำเสนอสิ่งที่เป็นความจริง หรือ สิ่งที่คาดว่าจะเกิด เพื่อให้ท่านที่ผ่านมาได้ตระหนักครับ ก็เลยอาจจะมีถูกใจหรือไม่ถูกใจบ้าง ครับ

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, April 20, 2010
เสธ.ทหารล้วงไส้เปิดแผนทหาร3แพร่งปราบเสื้อแดง แบบจำลองฉากยึดราชประสงค์'ค่ายบางระจัน2010'
ร้องUNและทั่วโลกเป็นพยานยุติแผนสังหารหมู่ ทหารแตงโมแฉอนุพงษ์จ้องฆ่าหมู่เสื้อแดง500ศพ
ที่มา Thai E-Newsภารกิจนี้ห้ามล้มเหลวจะสูญเสียซัก 500 ชีวิตก็ต้องยอม

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 เมษายน 2553
หมดสภาพ-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมานั่งแถลงข่าวที่ร.11เมื่อวันจันทร์ที่19เม.ย.ด้วยสีหน้าอิดโรยหมดสภาพ โดยยังอ้างว่าจะจัดการกับผู้เรียกร้องให้เขายุบสภาอย่างเด็ดขาด หลัง"คุณพ่อพันธมิตร"ผู้กรุยทางให้เขาขึ้นสู่ตำแหน่งออกมาขีดเส้นตาย 7 วัน (ภาพข่าว:รอยเตอร์)
นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. กล่าวปราศรัยบนเวทีชุมนุมราชประสงค์ช่วงหัวค่ำวันจันทร์ที่ 19 เมษายน กล่าวอ้างว่า จากการที่ พล.อ.อนุพงษ์ นัดผู้ใต้บังคับบัญชาประชุมในเวลา 13.00 น.นั้น เพื่อไม่ให้เป็นข้อครหาว่าเป็นการประชุมเพื่อจัดการกับกลุ่มเสื้อแดง จึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 23 เมษายน แต่จริงๆ แล้ว ประชุมไปแล้วเมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา และได้อ้างว่านายทหารแตงโมได้บันทึกการประชุมทั้งหมด 9 ข้อ 4 ขั้นตอน ได้แก่1.ให้ทุกอย่างจบภายใน 7 วัน เริ่มนับจากวันที่ 19 เมษายน เป็นเรื่องน่าประหลาดใจว่ากลุ่มพันธมิตรที่ปิดสนามบินแต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ และยังยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลจัดการเสื้อแดงภายใน 7 วัน ไม่งั้นจะจัดการเอง แต่ พล.อ.อนุพงษ์รับข้อเสนอพันธมิตรมาดำเนินการทันที
2.กำลังพลที่ใช้ มาจาก พล.ม.2 พล.1 รอ. พล ร.9 และ พล.ร.2 รอ. เป็นกองหนุน
3.ให้พัฒนาแผนทุกวัน โดยประชุม 09.00 น. และ 19.00 น. ของทุกวัน
4.ถอนกำลังทหารออกจากทำเนียบรัฐบาล ให้เหลือ 8 กองร้อย จากเดิม 24 กองร้อย เพื่อมาทำหน้าที่ปราบปรามผู้ชุมนุม
5.แจกจ่ายปืนลูกซอง กองพลละ 600 กระบอก
6.กระสุนยางกองพลละ 18,000 นัด และกระสุนลูกซองปราย ซึ่งสามารถฆ่าคนได้ ไม่ทราบจำนวน แต่คงมีไม่อั้น
7.ขณะนี้ทุกวันให้กำลังพลไปฝึกซ้อมยิงปืนที่กองพันทหารม้าที่ 3 เกียกกาย
8.จัดกำลังพลนายทหาร หรือนายสิบฝีมือดี กองพลละ 20 นาย แต่งกายนอกเครื่องแบบพร้อมปืน เอ็ม 16 เอ 2 หรืออาวุธตามถนัด แฝงตัวเข้าชุมนุมในวันล้อมปราบ
9.ภารกิจนี้ห้ามล้มเหลว กระสุนจริงและระเบิดมีพร้อม
อ้างสูญเสีย500ชีวิตก็ต้องยอม
นายจตุพรกล่าวว่า ส่วน 4 ขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุตามแผน คือ
1.ปิดสื่อทั้งหมด รวมเว็บไซต์ที่เป็นของคนเสื้อแดง ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงสื่อขั้นรุนแรงสุด หลังจากปิดทีวี วิทยุ เว็บไซต์ และล่าสุดจะเป็นการปิดการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) เพราะได้รับรายงานว่า มีการติดต่อไปยังเอไอเอส ดีแทค และทรู ให้งดบริการส่งข้อความข่าวทางมือถือ ทั้งที่เป็นข่าวของความจริงวันนี้ นสพ.โลกวันนี้ และดีสเตชั่น ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่ แต่ถ้าไม่เห็นข้อความ แสดงว่าสัญญาณเริ่มปราบกำลังจะเริ่มขึ้น
2.จับแกนนำ หรือทำร้ายแกนนำ ทั้งที่เป็นการจับเป็นและจับตาย
3.สลายผู้ชุมนุม
4.สร้างความชอบธรรมด้วยการออกประกาศทางสื่อทุกชนิด สรุปว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องทุกอย่าง
ซึ่งในที่ประชุมมีการพูดว่า จะสูญเสียอีกซัก 500 ชีวิตก็ต้องยอม ดังนั้น ในช่วงการชุมนุมของเสื้อแดง 7 วันจากนี้ ถือว่าเป็น 7 วันอันตรายจริงๆ เพราะจะถูกสลายได้ทุกวัน
"ตอนรัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชาย พันธมิตรยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ตั้งพลเอกอนุพงษ์ให้จัดการแต่พลเอกอนุพงษ์เข้าเกียร์ว่าง อ้างเป็นเรื่องการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง แต่คราวนี้ไม่ใช่แล้ว เป็นแผนโหดเหี้ยมอำมหิต"นายจตุพรปราศรัยกล่าวหา และเตือนว่าที่คนคิดว่าพลเอกอนุพงษ์จะเกียร์ว่างเหมือนตอนพันธมิตรชุมนุมนั้นไม่จริงแน่ๆ
ยื่นยูเอ็นขอกำลังสันติภาพช่วย
ขณะที่ดร.จารุพรรณ กุลดิลก นักวิชาการทหาวิทยาลัยมหิดล ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางไปยังสำนักงานสหประชาชาติ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อยื่นหนังสือให้ช่วยจัดทีมมาสังเกตการณ์การชุมนุมเพื่อยืนยันว่าชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย พร้อมกับขอให้กองกำลังสันติภาพเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยด้วย
NGO-นักกิจกรรมกดดันหยุดปราบปรามคนเสื้อแดง คืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนทุกสี
ขณะเดียวกัน กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน(NGO) และนักกิจกรรมทางสังคม ร่วมกันออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งเรียกร้องให้คนไทยและทั่วโลกกดดันให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์หยุดปราบปรามคนเสื้อแดง คืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนทุกสี ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
วิกฤตแห่งความรุนแรงอาจจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งในการเมืองไทย ณ เวลานี้ เนื่องจากว่า ขณะนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยนายสรรเสริญ แก้วกำเหนิด ได้แถลงถึงนโยบายของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ที่จะดำเนินการแข็งกร้าวเฉียบขาดมากขึ้น ประสานกับการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายต่างๆ ได้สนับสนุนรัฐบาลให้ปราบปรามประชาชนคนเสื้อแดงที่ต่อสู้ด้วยแนวทางสันติ อสิงหา และปราศจากอาวุธ
เราในฐานะส่วนหนึ่งขององค์กรประชาชนกลุ่มต่างๆ ข้างล่าง มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว มีข้อเรียกร้องต่อประชาชนคนไทยทุกสีและทั่วโลก มีความคิดเห็นดังนี้
1 ประชาชนคนไทยทุกสีและทั่วโลกร่วมกันเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องหยุดนโยบายปราบปรามประชาชนโดยทันที เพราะไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ได้อย่างถูกต้องชอบธรรม มีแต่จะทำให้ความขัดแย้งลุกลามจนยากประสานรอยร้าว และอาจกลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ทุกส่วนไม่พึงปรารถนาให้เกิดขึ้นโดยใช่เหตุ
2 สังคมไทยเคยมีบทเรียนการปราบปรามประชาชนมาหลายครั้ง โดยเฉพาะการล้อมปราบในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ทำให้ประชาชนต้องจับอาวุธลุกขึ้นสู้กับอำนาจรัฐ กว่าจะทำให้สังคมไทยกลับสู่ความสงบใช้เวลานานหลายปี จนกระทั่งรัฐบาลได้ออกนโยบาย 66/23 และสังคมไทยก็เห็นพ้องต้องกันมาแล้วว่าต้องเปิดแนวทางการเมืองอย่างสันติวิธี ให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชน ให้มีระบบการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยในที่สุด เป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมในโลกอารยะมากกว่าการนำไปสู่การต่อสู้กันด้วยอาวุธของประชาชนเมื่อไม่มีทางเลือก
3 ประชาชนคนไทยทุกสีและทั่วโลกร่วมกันกดดันให้รัฐต้องหยุดการใช้สื่อต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อตอกย้ำการสร้างภาพใส่ร้ายป้ายสีว่าคนเสื้อแดงซึ่งเป็นคนไทยมีความรักชาติรักประเทศเหมือนคนไทยทุกคนว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่รักสถาบัน เหมือนกรณีก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เพื่ออ้างความชอบธรรมในการปราบปรามคนเสื้อแดง
4 ท่ามกลางความขัดแย้งที่หลายฝ่ายมีความคิดเห็นต่างกันนั้น วิถีการแก้ไขปัญหาตามระบอบประชาธิปไตยนั้น นายกรัฐมนตรีควรยุบสภา เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนทุกกลุ่มไม่ว่าสีแดงหรือสีใดๆ ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และจัดให้มีการเลือกตั้งโดยทุกกลุ่มทุกสีต้องยอมรับผลการเลือกตั้งตามกติกาในระบอบประชาธิปไตย
5 การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในครั้งนี้นั้น การรัฐประหารไม่ใช่ทางออกมีแต่สร้างปัญหาให้กับสังคมไทยมากขึ้นเราขอให้ประชาชนคนไทยทุกสีและทั่วโลกร่วมกันคัดค้านต่อต้านถ้าหากมีใครคิดฉวยโอกาสกระทำการรัฐประหาร และขอเรียกร้องให้ทหารชั้นผู้น้อยผู้ไม่มีผลประโยชน์ใดๆเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารต้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ไม่ชอบธรรมโดยทันที
ลงนามโดย1. เครือข่ายองค์กรชุมชนแก้ปัญหาที่ดินภาคอีสาน (คอป.อ.)
2. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์น้ำเซิน (คอซ.)
3. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านลุ่มน้ำปาว (คอป.)
4. เครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูค้อ-ภูกระแต จังหวัดเลย
5. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ภาคอีสาน (คอส.)
6. แนวร่วมเกษตรกรภาคอีสาน (นกส.)
7. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ลุ่มน้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี
8. กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน (กสส.)
9. กลุ่มดงมูลเพื่อการพัฒนา จังหวัดกาฬสินธุ์
10. เครือข่ายอนุรักษ์ภูผาเหล็ก จังหวัดอุดรธานี
11. กลุ่มภูพานเพื่อการพัฒนา จังหวัดสกลนคร
12. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยภูมิ
13. กลุ่มประชาชนไทยแวงน้อย-แวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น
14. กลุ่มเยาวชนมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่น
15. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์น้ำพรมตอนต้น จังหวัดชัยภูมิ
16. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ลุ่มน้ำบัง จังหวัดนครพนม
17. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ยโสธร จังหวัดยโสธร
18. สหพันธ์เยาวชนอีสาน (สยส.)
19. แนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ (นกน.)
20. ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือตอนล่าง
21. เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู จังหวัดพิษณุโลก
22. เครือข่ายส่งเสริมสิทธิการจัดการทรัพยากรภาคเหนือตอนล่าง (คสปล.)
23. สหพันธ์เยาวชนคลองเตย (สยค.)
24. เครือข่ายองค์กรชุมชนคลองเตย
25. เครือข่ายชุมชนเมืองบ่อนไก่ กทม.
26. กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ
27. เครือข่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนเขลาโคก จังหวัดร้อยเอ็ด
28. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
29.กลุ่มคนรุ่นใหม่ภาคใต้
"อนุพงษ์"ลั่นพร้อมรับผิดชอบกระสุนทุกนัด หลังไฟเขียวใช้อาวุธจริงป้องกันตัวได้ แต่ต้องมีแบบแผนกันเข้าใจผิด
ที่มา มติชน
ภายหลังการประชุม ศอฉ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ ผู้ช่วย ผอ.ศอฉ. เรียกประชุมนายทหารตั้งแต่ระดับ 5 เสือ ทบ. แม่ทัพภาค ผู้บัญชาการกองพล ผู้บังคับการกรม ผู้บังคับการกองพัน รองผู้บังคับการกองพัน และนายทหารระดับฝ่ายเสนาธิการทุกกองพันที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในหลักการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง
โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ติดอาวุธเข้าปะปนผู้ชุมนุม หากต้องออกปฏิบัติขอคืนพื้นที่
และกรณีเกิดการปะทะกับผู้ชุมนุม โดยเฉพาะกรณีที่ต้องใช้อาวุธปืน
เนื่องจากนายทหารระดับสูงเกรงว่าอาวุธทหารยังอยู่ในมือกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งปืนบร้าโว และปืนเอ็ม 16 ดังนั้น หากกลุ่มบุคคลที่ยึดอาวุธทหารไปแล้ว นำมาใช้กับประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ในระหว่างการปฏิบัติงาน อาจทำให้สังคมและประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้
"พล.อ.อนุพงษ์ จึงย้ำกับนายทหารระดับผู้ปฏิบัติทุกนาย การจะใช้อาวุธปืนจริงทำได้ คือการป้องกันตนเองในภาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และการใช้อาวุธปืนจริงในลักษณะใดเป็นรายบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และหากจะใช้อาวุธต้องมีแบบแผนและลักษณะการใช้แบบเดียวกัน" รายงานข่าวระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ ได้ให้ความมั่นใจกับกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยพูดกับนายทหารที่เข้าร่วมประชุมว่า
"กระสุนทุกนัดผมจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ขอให้ทุกคนไม่ต้องกลัว หากจะต้องใช้อาวุธเพื่อป้องกันตนเอง แต่ต้องดำเนินการตามแผนที่ทำความเข้าใจและซักซ้อมกันไว้เช่นนี้"
นอกจากนี้ หน่วยงานด้านการข่าวมีการรายงานว่า พบการเคลื่อนไหวสั่งซื้ออาวุธสงครามอาร์พีจีจากบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชา
เพื่อนำมาใช้ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ กทม. ทำให้นายทหารระดับสูงกังวลงว่า หากใช้กำลังทหารออกปฏิบัติหน้าที่ขอคืนพื้นที่อีกครั้ง กลุ่มบุคคลแฝงที่ติดอาวุธอาจใช้วุธหนักทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนอีก เพื่อให้เกิดความสูญเสีย ดังนั้นการปฏิบัติต้องมีความพร้อมเต็มที่100เปอร์เซนต์
สื่อนอกตีข่าวการเมืองไทย "เอเอฟพี"ชี้ทหารตรึงสีลมเสี่ยงเผชิญหน้า
ที่มา มติชน สำนักข่าวต่างประเทศทั้งรอยเตอร์ เอเอฟพี และเอพี ยังคงรายงานสถานการณ์การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของการจัดกำลังทหารตรึงย่านสีลม โดยรอยเตอร์ระบุเมื่อวันที่ 19 เมษายน ว่าการจัดกำลังทหารบริเวณพื้นที่ย่านธุรกิจการเงินที่สำคัญของ กทม. มีขึ้น 1 วันหลังจากกองทัพประกาศที่จัดการกับผู้ชุมนุมประท้วงหากมีการเคลื่อนขบวนไปยังสีลม ซึ่งทำให้เกิดความหวั่นกลัวว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นได้ รอยเตอร์ยังอ้างความเห็นของนายจักรกฤษ เจริญเมธาชัย นักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์โกลเบล็กซ์ เซเคียวริตี้ส์ ถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจว่า ความรู้สึกโดยรวมในขณะนี้ยังคงอ่อนแอมาก โดยเฉพาะความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการลงทุน
เอเอฟพีรายงานว่า ทหารและตำรวจปราบจลาจลหลายร้อยนาย พร้อมอาวุธคอยรักษาการณ์ย่านถนนสีลม เอเอฟพีชี้ว่าได้เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการเผชิญหน้ากันมากขึ้นระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง เอเอฟพียังอ้างการเปิดเผยของ ทหารนายหนึ่งที่บอกว่า "พวกผมมาที่นี่เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงไม่ให้เคลื่อนเข้ามายังถนนสีลม เราจะไม่โจมตีพวกเขา เราแค่จะสกัดกั้นพวกเขา"
"จตุพร"ปูดทหารแตงโมแฉแผน"อนุพงษ์" สั่ง9ข้อ4ขั้นจัดการแดงให้จบใน 7 วัน ห้ามพลาด อ้างสูญเสีย500ก็ยอม
ที่มา มติชน "ณัฐวุฒิ" นำทัพเคลื่อนใหญ่วันนี้ 16องค์กรคุยแกนนำไม่สำเร็จ "เหวง"ขู่รบ.เจอสงครามทุกจว. สำหรับช่วงเช้าผู้ชุมนุมจำนวนมากยังคงพักผ่อนอยู่ตามเต๊นท์ต่างๆ ไม่มีท่าทีที่จะเคลื่อนไหวแต่อย่างใด นอกจากนี้กลุ่มเสื้อแดงยังนำเต๊นท์ที่พักมาติดตั้งเพิ่มเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัดที่ไปเทศกาลสงกรานต์กลับมาสมทบ ทั้งมีการขึงตาข่ายดำจากเวทีปราศรัยเป็นบริเวณกว้างไปตลอดแนวริมถนนอาคารตึกสูง
สำหรับความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เวทีราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 เมษายน เวลา 19.00 น. นายณัฐวุฒิ ขึ้นเวทีกล่าวยืนยันว่า วันที่ 20 เมษายน จะมีชุมนุมใหญ่แน่นอน จะมีประชาชนหลั่งไหลจากต่างจังหวัดจำนวนมาก เพื่อมาขับไล่นายอภิสิทธิ์ให้ยุบสภาที่แยกราชประสงค์ และจะเคลื่อนไหวไปยังสถานที่ใด หรือเป้าหมายใดจะแจ้งให้ทราบเวลา 10.00 น. และยืนยันว่าแดงทั้งแผ่นดินจะปฏิบัติการทางยุทธวิธีเพื่อเอาชนะแน่นอน
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า จากการหารือกับคณาจารย์ นำโดยนายปริญญา เทวานฤมิตร อาจารย์ธรรมศาสตร์ที่แสดงความห่วงใยสถานการณ์ และมาพบที่หลังเวทีเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยเสนอให้ถอยคนละก้าว ซึ่งแกนนำได้เล่ารายละเอียด พร้อมกับยืนยันว่า ถอยคงไม่ทันแล้ว เพราะเป้าหมายทหารจะฆ่าประชาชนก่อน ได้รับรายงานว่าจะมีการสลายการชุมนุมในเวลาตีสองตีสามในคืนนี้
ย้ำข้อเสนอยุบสภา-เลิกชุมนุม
"จึงทำหน้าที่เป็นตัวแทน นปช.ยื่นข้อเรียกร้องอย่างนักเลงและใจกว้างสุดสุด คือให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภา ซึ่งการยุบสภาไม่ใช่ความพ่ายแพ้ของนายอภิสิทธิ์ หรือชัยชนะของคนเสื้อแดง แต่เป็นการยุบสภาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ 23 ชีวิตที่สูญเสียไปในวันที่ 10 เมษายน ซึ่งเสื้อแดงก็ใจกว้างพอจะยุติการชุมนุมและกลับภูมิลำเนาทันที ศึกนี้ไม่ต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ นายอภิสิทธิ์เองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ขณะที่ขั้นตอนทางกฎหมายว่า เราเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์เป็นฆาตกรหรือไม่ ก็ต้องไปต่อสู้กันทางกฎหมายต่อไป ถือว่าเป็นข้อเรียกร้องที่เปิดกว้างตรงไปตรงมา ขณะที่ชัยชนะครั้งเดียวของคนเสื้อแดงที่จะประกาศคือ การโค่นล้มอำมาตย์ ซึ่งต้องดำเนินการต่อไป" นายณัฐวุฒิกล่าว
"ตู่"แฉแผน"อนุพงษ์"7วันจบแดง
ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พท. และแกนนำ นปช. กล่าวว่า จากการที่ พล.อ.อนุพงษ์ นัดผู้ใต้บังคับบัญชาประชุมในเวลา 13.00 น.นั้น เพื่อไม่ให้เป็นข้อครหาว่าเป็นการประชุมเพื่อจัดการกับกลุ่มเสื้อแดง จึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 23 เมษายน แต่จริงๆ แล้ว ประชุมไปแล้วเมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา และทหารแตงโมได้บันทึกการประชุมทั้งหมด 9 ข้อ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ให้ทุกอย่างจบภายใน 7 วัน เริ่มนับจากวันที่ 19 เมษายน เป็นเรื่องน่าประหลาดใจว่ากลุ่มพันธมิตรที่ปิดสนามบินแต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ และยังยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลจัดการเสื้อแดงภายใน 7 วัน ไม่งั้นจะจัดการเอง แต่ พล.อ.อนุพงษ์รับข้อเสนอพันธมิตรมาดำเนินการทันที
"2.กำลังพลที่ใช้ มาจาก พล.ม.2 พล.1 รอ. พล ร.9 และ พล.ร.2 รอ. เป็นกองหนุน 3.ให้พัฒนาแผนทุกวัน โดยประชุม 09.00 น. และ 19.00 น. ของทุกวัน 4.ถอนกำลังทหารออกจากทำเนียบรัฐบาล ให้เหลือ 8 กองร้อย จากเดิม 24 กองร้อย 5.แจกจ่ายปืนลูกซอง กองพลละ 600 กระบอก 6.กระสุนยางกองพลละ 18,000 นัด และกระสุนลูกซองปราย ซึ่งสามารถฆ่าคนได้ แต่ไม่ทราบจำนวน 7.ขณะนี้ทุกวันให้กำลังพลไปฝึกซ้อมยิงปืนที่กองพันทหารม้าที่ 3 เกียกกาย 8.จัดกำลังพลนายทหาร หรือนายสิบฝีมือดี กองพลละ 20 นาย แต่งกายนอกเครื่องแบบพร้อมปืน เอ็ม 16 เอ 2 หรืออาวุธตามถนัด แฝงตัวเข้าชุมนุมในวันล้อมปราบ 9.ภารกิจนี้ห้ามล้มเหลว กระสุนจริงและระเบิดมีพร้อม" นายจตุพรกล่าว
อ้างสูญเสีย500ชีวิตก็ต้องยอม
นายจตุพรกล่าวว่า ส่วน 4 ขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุตามแผน คือ 1.ปิดสื่อทั้งหมด รวมเว็บไซต์ที่เป็นของคนเสื้อแดง ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงสื่อขั้นรุนแรงสุด หลังจากปิดทีวี วิทยุ เว็บไซต์ และล่าสุดจะเป็นการปิดการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) เพราะได้รับรายงานว่า มีการติดต่อไปยังเอไอเอส ดีแทค และทรู ให้งดบริการส่งข้อความข่าวทางมือถือ ทั้งที่เป็นข่าวของความจริงวันนี้ โลกวันนี้ และดีสเตชั่น ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่ แต่ถ้าไม่เห็นข้อความ แสดงว่าสัญญาณเริ่มปราบกำลังจะเริ่มขึ้น 2.จับแกนนำ หรือทำร้ายแกนนำ ทั้งที่เป็นการจับเป็นและจับตาย 3.สลายผู้ชุมนุม 4.สร้างความชอบธรรมด้วยการออกประกาศทางสื่อทุกชนิด สรุปว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องทุกอย่าง ซึ่งในที่ประชุมมีการพูดว่า สูญเสีย 500 ชีวิตก็ต้องยอม ดังนั้น ในช่วงการชุมนุมของเสื้อแดง 7 วันจากนี้ ถือว่าเป็น 7 วันอันตรายจริงๆ เพราะจะถูกสลายได้ทุกวัน
เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สาลี อ่องสมหวัง ประธานกลุ่มผู้ไม่เอาสงครามกลางเมือง หนึ่งใน 16 องค์กรภาคประชาชนที่เดินทางเข้ามาพบแกนนำ นปช.ที่ราชประสงค์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อ แก้วิกฤติความรุนแรง ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่ง น.ส.สาลีกล่าวภายหลังว่า ในการเจรจาแกนนำมีท่าทีไม่ยอมรับข้อเรียกร้อง พร้อมกับมีข้อเรียกร้องให้กลุ่ม 16 องค์กรไปเจรจาให้รัฐบาลเลิกใช้ความรุนแรงแทน
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ผ่านขั้นตอนการยุบหรือไม่ยุบสภาไปแล้ว โดยตั้งแต่ที่รัฐบาลใช้กำลังสลายม็อบเมื่อวันที่ 10 เมษายน ส่งผลให้มีคนตาย ประชาชนรับไม่ได้ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์หมดความชอบธรรมแล้ว
ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งว่า ขณะนี้รัฐบาลใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบราวกับว่าคนเสื้อแดงเป็นข้าศึกของประเทศนี้ ดังนั้น คนที่ยกระดับสงครามครั้งนี้ คือรัฐบาลไม่ใช่คนเสื้อแดง จะยืนหยัดในสันติวิธี จนนาทีสุดท้ายของชีวิต แต่ขอเตือนว่าถ้ามีการล้อมปราบคนเสื้อแดง รัฐบาลจะเผชิญกับสงครามกลางเมืองในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เปรียบได้กับพี่น้องมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถูกกดขี่สุดท้ายต้องจับอาวุธขึ้นมาสู้กลายเป็นผู้ก่อการร้าย
ยื่นยูเอ็นขอกำลังสันติภาพช่วย
นพ.เหวงกล่าวว่า แกนนำ นปช.ยังไม่มีมติเคลื่อนไหวไปยังถนนสีลม เพราะรู้ดีว่ารัฐบาลกำลังใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบ ดังนั้น ไม่มีทางเอาหัวไปโขกกำแพง การเคลื่อนไหวจะเป็นไปด้วยสติปัญญา จะไม่ใช้อารมณ์ หรือใช้ความบ้าเลือดเป็นตัวชี้นำ
ขณะที่นางจารุพรรณ กุลดิลก ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางไปยังสำนักงานสหประชาชาติ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อยื่นหนังสือให้ช่วยจัดทีมมาสังเกตการณ์การชุมนุมเพื่อยืนยันว่าชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย พร้อมกับขอให้กองกำลังสันติภาพเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยด้วย
ชาวเขมรโผล่ป่วนแดงเจอชก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 14.00 น. มีชายฉกรรจ์อายุ 40 ปีเศษ สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงยีนสีน้ำเงิน วิ่งข้ามถนนจากหน้าโรงแรมดุสิต ตรงมาที่หน้าสวนลุมพินี ซึ่งมีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่ พร้อมทั้งตะโกนด่าทอยั่วยุ ทำให้คนเสื้อแดงวิ่งเข้าใส่จนเกิดการชกต่อยกันอยู่ครู่หนึ่ง ชายดังกล่าวเห็นว่าสู้ไม่ไหว จึงรีบวิ่งถอยมาอยู่เกาะกลางถนน จากนั้นไม่นานวิ่งข้ามกลับไปด่าทอเช่นเดิม เมื่อคนเสื้อแดงวิ่งเข้าใส่ ชายคนดังกล่าวจึงรีบวิ่งหนีเข้าไปในศูนย์เยาวชนลุมพินี ซึ่งมีตำรวจตั้งกองกำลังรักษาการณ์อยู่ คนเสื้อแดงจึงไม่ติดตามเข้าไป
ต่อมาตำรวจค้นตัวชายคนดังกล่าวพบใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว ทราบชื่อ นายสมบัติ ยุก อายุ 25 ปี ชาวกัมพูชา อยู่ซอยเปรมสมบัติ ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงประสานตำรวจ สน.ลุมพินี รับตัวไปสอบปากคำ เนื่องจากมีอาการทางจิต พูดจาไม่รู้เรื่อง หากปล่อยตัวเกรงว่าจะถูกกลุ่มคนเสื้อแดงรุมทำร้าย
ทหารแตงโมแฉอนุพงษ์จ้องฆ่าหมู่เสื้อแดง500ศพ ร้องUNและทั่วโลกเป็นพยานยุติแผนสังหารหมู่
ที่มา Thai E-Newsหมดสภาพ-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมานั่งแถลงข่าวที่ร.11เมื่อวันจันทร์ที่19เม.ย.ด้วยสีหน้าอิดโรยหมดสภาพ โดยยังอ้างว่าจะจัดการกับผู้เรียกร้องให้เขายุบสภาอย่างเด็ดขาด หลัง"คุณพ่อพันธมิตร"ผู้กรุยทางให้เขาขึ้นสู่ตำแหน่งออกมาขีดเส้นตาย 7 วัน (ภาพข่าว:รอยเตอร์)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 เมษายน 2553ภารกิจนี้ห้ามล้มเหลวจะสูญเสียซัก 500 ชีวิตยอมก็ต้อง

นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช. กล่าวปราศรัยบนเวทีชุมนุมราชประสงค์ช่วงหัวค่ำวันจันทร์ที่ 19 เมษายน กล่าวอ้างว่า จากการที่ พล.อ.อนุพงษ์ นัดผู้ใต้บังคับบัญชาประชุมในเวลา 13.00 น.นั้น เพื่อไม่ให้เป็นข้อครหาว่าเป็นการประชุมเพื่อจัดการกับกลุ่มเสื้อแดง จึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 23 เมษายน แต่จริงๆ แล้ว ประชุมไปแล้วเมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา และได้อ้างว่านายทหารแตงโมได้บันทึกการประชุมทั้งหมด 9 ข้อ 4 ขั้นตอน ได้แก่1.ให้ทุกอย่างจบภายใน 7 วัน เริ่มนับจากวันที่ 19 เมษายน เป็นเรื่องน่าประหลาดใจว่ากลุ่มพันธมิตรที่ปิดสนามบินแต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ และยังยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลจัดการเสื้อแดงภายใน 7 วัน ไม่งั้นจะจัดการเอง แต่ พล.อ.อนุพงษ์รับข้อเสนอพันธมิตรมาดำเนินการทันที
2.กำลังพลที่ใช้ มาจาก พล.ม.2 พล.1 รอ. พล ร.9 และ พล.ร.2 รอ. เป็นกองหนุน
3.ให้พัฒนาแผนทุกวัน โดยประชุม 09.00 น. และ 19.00 น. ของทุกวัน
4.ถอนกำลังทหารออกจากทำเนียบรัฐบาล ให้เหลือ 8 กองร้อย จากเดิม 24 กองร้อย เพื่อมาทำหน้าที่ปราบปรามผู้ชุมนุม
5.แจกจ่ายปืนลูกซอง กองพลละ 600 กระบอก
6.กระสุนยางกองพลละ 18,000 นัด และกระสุนลูกซองปราย ซึ่งสามารถฆ่าคนได้ ไม่ทราบจำนวน แต่คงมีไม่อั้น
7.ขณะนี้ทุกวันให้กำลังพลไปฝึกซ้อมยิงปืนที่กองพันทหารม้าที่ 3 เกียกกาย
8.จัดกำลังพลนายทหาร หรือนายสิบฝีมือดี กองพลละ 20 นาย แต่งกายนอกเครื่องแบบพร้อมปืน เอ็ม 16 เอ 2 หรืออาวุธตามถนัด แฝงตัวเข้าชุมนุมในวันล้อมปราบ
9.ภารกิจนี้ห้ามล้มเหลว กระสุนจริงและระเบิดมีพร้อม
อ้างสูญเสีย500ชีวิตก็ต้องยอม
นายจตุพรกล่าวว่า ส่วน 4 ขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุตามแผน คือ
1.ปิดสื่อทั้งหมด รวมเว็บไซต์ที่เป็นของคนเสื้อแดง ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงสื่อขั้นรุนแรงสุด หลังจากปิดทีวี วิทยุ เว็บไซต์ และล่าสุดจะเป็นการปิดการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) เพราะได้รับรายงานว่า มีการติดต่อไปยังเอไอเอส ดีแทค และทรู ให้งดบริการส่งข้อความข่าวทางมือถือ ทั้งที่เป็นข่าวของความจริงวันนี้ นสพ.โลกวันนี้ และดีสเตชั่น ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่ แต่ถ้าไม่เห็นข้อความ แสดงว่าสัญญาณเริ่มปราบกำลังจะเริ่มขึ้น
2.จับแกนนำ หรือทำร้ายแกนนำ ทั้งที่เป็นการจับเป็นและจับตาย
3.สลายผู้ชุมนุม
4.สร้างความชอบธรรมด้วยการออกประกาศทางสื่อทุกชนิด สรุปว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้องทุกอย่าง
ซึ่งในที่ประชุมมีการพูดว่า จะสูญเสียอีกซัก 500 ชีวิตก็ต้องยอม ดังนั้น ในช่วงการชุมนุมของเสื้อแดง 7 วันจากนี้ ถือว่าเป็น 7 วันอันตรายจริงๆ เพราะจะถูกสลายได้ทุกวัน
"ตอนรัฐบาลสมัคร รัฐบาลสมชาย พันธมิตรยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ตั้งพลเอกอนุพงษ์ให้จัดการแต่พลเอกอนุพงษ์เข้าเกียร์ว่าง อ้างเป็นเรื่องการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง แต่คราวนี้ไม่ใช่แล้ว เป็นแผนโหดเหี้ยมอำมหิต"นายจตุพรปราศรัยกล่าวหา และเตือนว่าที่คนคิดว่าพลเอกอนุพงษ์จะเกียร์ว่างเหมือนตอนพันธมิตรชุมนุมนั้นไม่จริงแน่ๆ
ยื่นยูเอ็นขอกำลังสันติภาพช่วย
ขณะที่ดร.จารุพรรณ กุลดิลก นักวิชาการทหาวิทยาลัยมหิดล ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางไปยังสำนักงานสหประชาชาติ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อยื่นหนังสือให้ช่วยจัดทีมมาสังเกตการณ์การชุมนุมเพื่อยืนยันว่าชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ และไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย พร้อมกับขอให้กองกำลังสันติภาพเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยด้วย
NGO-นักกิจกรรมกดดันหยุดปราบปรามคนเสื้อแดง คืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนทุกสี
ขณะเดียวกัน กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน(NGO) และนักกิจกรรมทางสังคม ร่วมกันออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งเรียกร้องให้คนไทยและทั่วโลกกดดันให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์หยุดปราบปรามคนเสื้อแดง คืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนทุกสี ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
วิกฤตแห่งความรุนแรงอาจจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งในการเมืองไทย ณ เวลานี้ เนื่องจากว่า ขณะนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยนายสรรเสริญ แก้วกำเหนิด ได้แถลงถึงนโยบายของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ที่จะดำเนินการแข็งกร้าวเฉียบขาดมากขึ้น ประสานกับการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายต่างๆ ได้สนับสนุนรัฐบาลให้ปราบปรามประชาชนคนเสื้อแดงที่ต่อสู้ด้วยแนวทางสันติ อสิงหา และปราศจากอาวุธ
เราในฐานะส่วนหนึ่งขององค์กรประชาชนกลุ่มต่างๆ ข้างล่าง มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว มีข้อเรียกร้องต่อประชาชนคนไทยทุกสีและทั่วโลก มีความคิดเห็นดังนี้
1 ประชาชนคนไทยทุกสีและทั่วโลกร่วมกันเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องหยุดนโยบายปราบปรามประชาชนโดยทันที เพราะไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ได้อย่างถูกต้องชอบธรรม มีแต่จะทำให้ความขัดแย้งลุกลามจนยากประสานรอยร้าว และอาจกลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ทุกส่วนไม่พึงปรารถนาให้เกิดขึ้นโดยใช่เหตุ
2 สังคมไทยเคยมีบทเรียนการปราบปรามประชาชนมาหลายครั้ง โดยเฉพาะการล้อมปราบในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่ทำให้ประชาชนต้องจับอาวุธลุกขึ้นสู้กับอำนาจรัฐ กว่าจะทำให้สังคมไทยกลับสู่ความสงบใช้เวลานานหลายปี จนกระทั่งรัฐบาลได้ออกนโยบาย 66/23 และสังคมไทยก็เห็นพ้องต้องกันมาแล้วว่าต้องเปิดแนวทางการเมืองอย่างสันติวิธี ให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชน ให้มีระบบการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยในที่สุด เป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมในโลกอารยะมากกว่าการนำไปสู่การต่อสู้กันด้วยอาวุธของประชาชนเมื่อไม่มีทางเลือก
3 ประชาชนคนไทยทุกสีและทั่วโลกร่วมกันกดดันให้รัฐต้องหยุดการใช้สื่อต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อตอกย้ำการสร้างภาพใส่ร้ายป้ายสีว่าคนเสื้อแดงซึ่งเป็นคนไทยมีความรักชาติรักประเทศเหมือนคนไทยทุกคนว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่รักสถาบัน เหมือนกรณีก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เพื่ออ้างความชอบธรรมในการปราบปรามคนเสื้อแดง
4 ท่ามกลางความขัดแย้งที่หลายฝ่ายมีความคิดเห็นต่างกันนั้น วิถีการแก้ไขปัญหาตามระบอบประชาธิปไตยนั้น นายกรัฐมนตรีควรยุบสภา เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนทุกกลุ่มไม่ว่าสีแดงหรือสีใดๆ ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และจัดให้มีการเลือกตั้งโดยทุกกลุ่มทุกสีต้องยอมรับผลการเลือกตั้งตามกติกาในระบอบประชาธิปไตย
5 การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในครั้งนี้นั้น การรัฐประหารไม่ใช่ทางออกมีแต่สร้างปัญหาให้กับสังคมไทยมากขึ้นเราขอให้ประชาชนคนไทยทุกสีและทั่วโลกร่วมกันคัดค้านต่อต้านถ้าหากมีใครคิดฉวยโอกาสกระทำการรัฐประหาร และขอเรียกร้องให้ทหารชั้นผู้น้อยผู้ไม่มีผลประโยชน์ใดๆเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารต้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ไม่ชอบธรรมโดยทันที
ลงนามโดย1. เครือข่ายองค์กรชุมชนแก้ปัญหาที่ดินภาคอีสาน (คอป.อ.)
2. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์น้ำเซิน (คอซ.)
3. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านลุ่มน้ำปาว (คอป.)
4. เครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูค้อ-ภูกระแต จังหวัดเลย
5. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ภาคอีสาน (คอส.)
6. แนวร่วมเกษตรกรภาคอีสาน (นกส.)
7. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ลุ่มน้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี
8. กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน (กสส.)
9. กลุ่มดงมูลเพื่อการพัฒนา จังหวัดกาฬสินธุ์
10. เครือข่ายอนุรักษ์ภูผาเหล็ก จังหวัดอุดรธานี
11. กลุ่มภูพานเพื่อการพัฒนา จังหวัดสกลนคร
12. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยภูมิ
13. กลุ่มประชาชนไทยแวงน้อย-แวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น
14. กลุ่มเยาวชนมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่น
15. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์น้ำพรมตอนต้น จังหวัดชัยภูมิ
16. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ลุ่มน้ำบัง จังหวัดนครพนม
17. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ยโสธร จังหวัดยโสธร
18. สหพันธ์เยาวชนอีสาน (สยส.)
19. แนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ (นกน.)
20. ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือตอนล่าง
21. เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู จังหวัดพิษณุโลก
22. เครือข่ายส่งเสริมสิทธิการจัดการทรัพยากรภาคเหนือตอนล่าง (คสปล.)
23. สหพันธ์เยาวชนคลองเตย (สยค.)
24. เครือข่ายองค์กรชุมชนคลองเตย
25. เครือข่ายชุมชนเมืองบ่อนไก่ กทม.
26. กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ
27. เครือข่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนเขลาโคก จังหวัดร้อยเอ็ด
28. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
29.กลุ่มคนรุ่นใหม่ภาคใต้
Monday, April 19, 2010
บีบีซีชี้ทุกคนที่แยกราชประสงค์ยังดำเนินชีวิตปกติ มีแค่ทหารเท่านั้นซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าสนใจ

ราเชล ฮาร์วีย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่เกาะติดสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในกรุงเทพมหานคร ได้เขียนรายงานถึงบรรยากาศการชุมนุมในวันที่ 19 เมษายนว่า มี"บรรยากาศเหนือจริงเล็กน้อย" เกิดขึ้น ณ สถานที่ชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์
ฮาร์วีย์เริ่มต้นกล่าวถึงผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงบางส่วนซึ่งเข้าประจำการที่แนวป้องกันภัย ขณะเดียวกัน พวกเขาก็มองออกไปยังฝั่งตรงข้ามของสี่แยก ที่มีนายทหารจำนวนหนึ่งยืนประจำการอยู่พร้อมกับอาวุธปืนไรเฟิล ก่อนจะบรรยายต่อว่า ในทุก ๆ เกือบ 100 เมตร จะมีตำรวจปราบจลาจลและทหารยืนประจำการ นอกจากนั้น ยังมีการติดตั้งรั้วลวดหนามตามทางเท้า พร้อมทั้งมีรถบรรทุกขนส่งทหารจอดอยู่
สภาพการจราจรตามท้องถนนบริเวณสถานที่ชุมนุมไม่ติดขัดมากนัก และยังมีคนเดินทางไปมาเพื่อประกอบธุรกิจส่วนตัวของตนเอง ร้านค้าทั่วไปยังเปิดทำการ รวมทั้งมีนักท่องเที่ยวท่าทางสับสนมาเดินวนเวียนอยู่ตามรั้วลวดหนามของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน หากมองขึ้นไปบนทางเดินลอยฟ้า ก็มีผู้คนหลายคนที่ทำการถ่ายรูปเพื่อบันทึกภาพบรรยากาศของการชุมนุมจากทางเดินดังกล่าว
มีเสียงดนตรีที่บรรเลงโดยทหารดังขึ้นมา เพื่อพยายามขับกล่อมให้บรรยากาศการชุมนุมสงบลง มีประชาชนผู้ชุมนุมนำเครื่องดื่มเย็น ๆ มาให้ทหารและตำรวจอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องยืนประจำการในเครื่องแบบและพกพาอุปกรณ์เต็มยศ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวเป็นอย่างยิ่ง
ผู้สื่อข่าวบีบีซีสรุปว่า ดูเหมือนประชาชนทุกคนบริเวณสถานที่ชุมนุมยังคงดำเนินชีวิตประจำวันของตนเองอย่างธรรมดาสามัญต่อไป สิ่งไม่ธรรมดาซึ่งเกิดขึ้นเพียงประการเดียวก็คือการที่ทหารออกมาประจำการบนท้องถนนด้วยจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
'ขวัญชัย'ปูดแผนรัฐ ขนทหาร ล้อมปราบประชาชน
ที่มา ไทยรัฐ
ปลุกแดงร่วมชุมนุมวันพรุ่งนี้(20 เม.ย.)....
เมื่อวันที่ 19 เม.ย.เวลา 15.30 น.นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวบนเวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ ว่า เตรียมที่จะให้ฝ่ายกฎหมายของตนดำเนินคดีกับทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หลังกล่าวหาว่า ตนได้หลอกลวงให้ประชาชนในต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ขอยืนยันว่าสิ่งที่ทางสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวระบุนั้นไม่เป็นความจริงแน่นอน เพราะประชาชนเดินทางมาชุมนุมด้วยความเต็มใจ ไม่ได้มีบุคคลใดถูกหลอกลวงมาทั้งสิ้น
นายขวัญชัย กล่าวต่อว่า ขอประณามรัฐบาลที่แสดงพฤติกรรมและปฏิบัติสองมาตรฐาน
ระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อหลากสี ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าละอายยิ่งนักสำหรับรัฐบาลภายใต้อำมาตย์
ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาชุมนุมในวันพรุ่งนี้ ( 20 เม.ย. ) เพื่อช่วยกันล้มรัฐบาลที่หมดความชอบธรรม เนื่องจากได้รับรายงานข่าวว่า รัฐบาลพยายามนำกองกำลังทหารและตำรวจจำนวนนับแสนเข้ามาล้อมปราบประชาชน
นายขวัญชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า เชื่อว่าในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง
จะมีมวลชนออกมาชุมนุมเป็นจำนวนมาก คาดว่าอาจจะล้นไปยังถนนสีลมโดยอัตโนมัติ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวไปปิดล้อมเลย.
แม้วจ้อสื่อนอกลั่นทางออกเดียวคือมาร์คยุบสภา
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศ (รอยเตอร์) รายงานสัมภาษณ์พิเศษทางโทรศัพท์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางไปแวะพักที่ประเทศบรูไน โดยกล่าวว่า ปัญหาการเมืองนั้นต้องแก้ด้วยวิถีทางการเมืองเท่านั้น
พร้อมเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปโดยด่วน เพราะเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะเพื่อปลดชนวนสถานการณ์ตึงเครียดและลดการเผชิญหน้ากัน
ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับผู้ชุมนุมจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.
เสื้อแดงขึงตาข่ายดำบนใกล้สีลมป้องกันถูกซุ่มยิงจากที่สูง
ที่มา มติชน เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่บริเวณแยกราชประสงค์ ได้ช่วยกันขึงตาข่ายสีดำที่เย็บต่อกันเป็นผืนใหญ่เหนือพื้นที่การชุมนุมแยกราชประสงค์ รวมถึงบริเวณใกล้สกายวอล์คสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง เพื่อป้องกันการถูกซุ่มยิงจากมุมสูงและการประเมินจำนวนคนของฝ่ายรัฐ
นอกจากนี้ แกนนำคนเสื้อแดงยังไม่เปิดเผยว่าในพรุ่งนี้(20 เม.ย.) จะมีการเคลื่อนขบวนดาวกระจายไปที่ใดบ้าง
