WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, April 21, 2010

นปช.คุมเข้ม6ด่านสกัด จราจรพระราม 4 ติดหนัก

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_78114

กลุ่มนปช. คุมเข้มบริเวณ 6 ด่านสกัดหวั่นรัฐบาลเข้ามาสลายการชุมนุม ส่งผลการจราจรติดขัด โดยเฉพาะถนนพระราม 4 เนื่องจากผู้ชุมนุมได้ขยายพื้นที่ไปจนถึงสวนลุมพินี...

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกราชประสงค์ กทม. เป็นไปอย่างเรียบร้อย เนื่องจากผู้ชุมนุมต่างใช้เวลาในช่วงเช้าพักผ่อนกันตามอัธยาศัย ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมได้ขยายพื้นที่การชุมนุมไปยังบริเวณถนนพระราม 4 จนถึงสวนลุมพินี ส่งผลให้การจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดเป็นอย่างมาก ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถคลี่คลายได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมได้นำยางรถยนต์และอุปกรณ์แผงกั้นขึ้นไปปิดบนสะพานไทย- ญี่ปุ่น เป็นจำนวนหนึ่งเลนเพื่อตรวจเข้มบุคคลที่สัญจรไปมายังพื้นที่ใกล้เคียงผู้ชุมนุมอย่างเข้มงวด ทำให้บริเวณถนนพระราม 4 ด้านล่างรถสามารถวิ่งได้เพียงฝั่งเดียวคือขาออก

นอกจากนี้ บริเวณ 6 ด่านสกัด ที่มีผู้ชุมนุมและการ์ด นปช. นั่งสังเกตุการณ์บนกองยางรถยนต์ที่นำมาเป็นแนวกั้น เพื่อป้องกันกรณีทหารเข้ามาสลายการชุมนุม ส่งผลให้การชุมนุมในช่วงนี้ยังคงบางตาเนื่องจากผู้ชุมนุมเดินทางเข้า-ออกลำบาก.

ขอพื้นที่จอคืน

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อเสรีภาพประชาธิปไตยถูกปิดกั้น... เมื่อความไม่เป็นธรรมครอบงำไปทั่ว...ไม่เว้นแม้แต่จอทีวี แล้วคนในชาติจะอยู่กันอย่างสันติได้อย่างไร???

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินขณะนี้ ไม่ต้องไปเรียกร้องหาประชาธิปไตยที่ไหน เพราะจอทีวีก็ขาดเสรีภาพแห่งความคิดไปด้วย

เสรีภาพที่สร้างสรรค์ชาติและความบันเทิงถูกทำลายไปหมดเกลี้ยง!!

กระทบหนักสุดก็คือคนกลุ่มใหญ่ของประเทศที่ไม่ได้เป็นปรปักษ์กับฝ่ายใด กลับต้องได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

ภาพข่าววันนองเลือด 10 เมษายน 2553 ยังปรากฏย้ำรอยบาดแผลอยู่ตลอดเวลา ไม่ช่อง 11 ก็หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนไปหลายช่อง

เป็นการตอกย้ำโดยข้อมูลฝ่ายเดียว เหมือนเลือดไทยที่ไหลหลั่งอีกฝากฝั่งไม่มีค่า ไร้ราคาแก่การกล่าวถึง!!

ตอกย้ำความไม่เป็นธรรมที่ขยายวงกว้างของความขัดแย้งออกไปเรื่อยๆ

ผมเข้าใจดีว่า...ในยามคับขัน การรักษาบ้านเมืองให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น หนีไม่พ้นที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาควบคุมสื่อโทรทัศน์ในมืออย่างเบ็ดเสร็จ

แต่รัฐบาลหารู้ไม่ว่า การกระทำเพื่อพยุง ความได้เปรียบในเรื่องของการโฆษณาชวน เชื่อนั้น ไม่ได้บรรลุมรรคผลตามต้องการ กลับก่อเกิดความชิงชังไม่มีที่สิ้นสุด!!

หรือบางสถานีใช้ตัววิ่งสอดแทรกระหว่างรายการ ทำนองข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ทั้งจะใช้ความรุนแรง และประโคมเรื่องก่อการร้ายนับรายชั่ว–โมงนั้น

อันตรายต่อผู้รับสื่อทีวีอย่างมาก เพราะ เกิดการตระหนก ทุกข์ใจ เครียด กลัวบ้านเมืองวุ่นวายกลียุค จะเกิดการรบราฆ่าฟันเลือดนองแผ่นดิน!!

ในฐานะต้องทำหน้าที่เฝ้าจออยู่ทุกวัน... อยากจะขอคืนจอทีวีของประชาชนกลับคืนมา อันเป็นความสุขเดียวที่พอจะหลงเหลืออยู่ในเวลานี้

อย่าได้นำเหตุการณ์ความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจ มายึดเอาสาระบันเทิงของชาวบ้านไปมากกว่านี้

พวกเรา "ขอคืนพื้นที่จอทีวี" กลับมาเป็นปกติสุขจะได้ไหม??!!


"แจ๋วริมจอ"


อย่าปิดกั้น..อย่าขวางกั้น!!

ที่มา บางกอกทูเดย์


อย่าปิดกั้น..อย่าขวางกั้น!!
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาราช” ทรงเป็น “ศูนย์รวมใจหนึ่งเดียว” ของชาวบ้านวิกฤติ ดำมืด แห่งแผ่นดิน ไร้แสงสว่าง ไม่มีทางออก..จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะขอพึ่งพระบารมี “พ่อหลวง” เพื่อสลายปัญหาแผ่นดิน เปิดเผย บริสุทธิ์ใจ ทำด้วยใจภักดี ของ ๒ อดีตนายกรัฐมนตรี “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” และ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” เป็นเรื่องดีงาม ทั้งสิ้นไม่น่าเชื่อ จะมี นักการเมืองนามอุโฆษ จะแสดงความคิดเห็นกีดกั้น ไม่ให้ “สถาบัน” ดับทุกข์ร้อน ที่เพิ่มองศาดีกรีความอำมหิต ของ “รัฐบาล” และ “ทหาร” ที่ใช้อาวุธสงคราม เตรียม เข่นฆ่าประชาชน ให้ตายเป็นดับ!!!นักการเมืองหยุดใช้มือราน้ำ.....เลิกแสดงพฤติกรรม....ทำตัวรัก “สถาบัน” คนเดียว สักทีเถอะครับ???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
สถานการณ์ ‘สร้างวีรบุรุษ’!!!
เลิศล้ำ โดดเด่น เหนือคนอื่นเป็นลี้ๆ เป็นโยชน์ๆ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ผู้ว่าฯ กทม. ที่เป็นดาวเด่น อย่างสุดๆ ?????เป็นกาวใจชั้นดี ชั้นเยี่ยม เข้ากับ “ผู้รักประชาธิปไตยคนเสื้อแดง” ชนิดเป็นเพ่งอิ้ว แยกกันไม่ออกเข้ากับคีย์แมน กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเนื้อเดียวด้วยล่ะ ไม่อยากจะบอกบุญมาวาสนาส่ง จะเป็น “นายกรัฐมนตรี” ใน “รัฐบาลผสมเพื่อชาติ”.. เพื่อให้ “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ “คนเสื้อแดง” ถอยกันคนละก้าว จึงมีเสียงโห่ต้อนรับ!!!ข้าง “อานันท์ ปันยารชุน” ...และ “ชวน หลีกภัย” หมดสิทธิ์ลุ้น?...เพราะไม่มีใครหนุน เป็น “นายกฯ” เลยล่ะครับ???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
น้ำลายเหม็นฟุ้ง!!!
เศรษฐกิจไทย ไม่ได้ยืนบนขาแข็งแรง เท่าเทียมกับนานาชาติ..เหมือน “ยีราฟโย่งโก๊ะ กรณ์ จาติกวณิช” รมว.คลัง เขาแอบอ้าง เอามากระทุ้ง???พอ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ชน” ทำการนอกกรอบ นอกจารีตประเพณีอันดีงาม แห่งความเป็นประชาธิปไตย ด้วยการออก “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ออกมาเป็นศัตรูกับ “คนเสื้อแดง” เท่านั้นแหละ“ตลาดหุ้นไทย” ที่พุ่งขึ้นไปด้วยวิธีการปั่น..ก็ตกกราวรูดลงมาตบแผละไม่เหมือน คำโอ่ขี้โม้ เป็นวรรคเป็นเวร ที่ “ขุนคลังกรณ์ จาติกวณิช” สร้างภาพขึ้นมาตุ๋นคนไทยเสียเปื่อย ..ว่าถึง “เสื้อแดง” จะชุมนุมประท้วงยึดสี่แยกราชประสงค์อย่างไร “หุ้น” มีแต่ทะยานขึ้นเป็นจรวดติดปีกบิน!!!แต่วันนี้ที่ชัดเจน..“หุ้นไทย”ตกทั้งเช้าทั้งเย็น?....กลบน้ำลายเหม็นๆ ของ “ขุนคลังกรณ์” เสียหมดสิ้น???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ด่าใครแล้วเกิดยาก!!
“นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ส.ส.พัทลุง ประธานมือกฎหมายแถวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ปะฉะดะคนพรรคเดียวกันมามากส์?????ก่อนรัวฝีปากลั่นกระสุนน้ำลาย ให้ “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ “พรรคประชาธิปัตย์” พ่ายแพ้การเมืองให้กับ “คนเสื้อแดง” แบบตายยกรังในอดีต “นิพิฏฐ์” สับกิโยตีนวาจาคมเฉียบ บั่นคอ “คุณปู่มารุต บุนนาค” อดีตประธานสภาฯ เสียจบเห่ ไม่มีที่กลบฝังมาครั้งนี้ ชำแหละ เชือดเชือน ซอยหั่นเป็นเรียว ๆ ชุดใหญ่ใส่ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ...ที่ไม่ยอมยุบสภาฯ จนทำให้ “พรรคประชาธิปัตย์” เจ๊งกะบ้ง หลุดลุ่ย!!!“อภิสิทธิ์” โดนด่าจนหมดฟอร์ม... เมื่อ “คุณพี่นิพิฏฐ์”อัดเสียงอม?....เล่นบอมม์เอาถึงกับกระจุย??????
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง!!!
ทั้งหมดนี้, ยังอยากเห็น “พรรคร่วมรัฐบาล” มีใจ เข้ามาแก้ปัญหาของชาติบ้านเมือง กันมั่ง???วิธี “ลอยตัวเหนือปัญหา”..ด้วยการ “ปิดโทรศัพท์มือถือ”...และหันไปใช้ “เบอร์ใหม่” เพื่อไม่ให้ “พรรคฝ่ายค้าน” และ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ติดต่อได้ เป็นเรื่องไม่เข้าท่านักการเมืองพวกท่าน ควรเลิกกลยุทธ์นี้เสียดีกว่าไม่ว่า “นายอภิสิทธิ์” หรือ “พรรคเพื่อไทย” จะติดต่อไป...หรือจะให้ใครโทรไปบีบ ท่านก็ควรจะรับสาย เพื่อแก้ปัญหา ให้ทุกอย่างได้จบ!!!!!นี่ปิดโทรศัพท์ใช้เบอร์ใหม่.........รู้หรือเปล่าว่าคนไทย?...จะถูกฆ่าตายอีกหลายพันศพ????

มือที่เปื้อนเลือด

ที่มา บางกอกทูเดย์


ยังไงก็ไม่ธรรมดา..เมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษา วันมหาวิปโยค ซึ่งมีทั้ง ประชาชน คนเสื้อแดง/ ทหาร และ นักข่าวต่างประเทศ ตายไปแล้ว 20 กว่าศพ และยังจะมีทยอยตามมาอีกเรื่อยๆ..ในเหตุการณ์ในวันนั้นซึ่งไม่นับผู้บาดเจ็บอีกเกือบพันคน!!หยั่งนี้จะบอกว่า “ไม่มีความเสียหาย” และ ไม่มีใครออกมา “รับผิด” มัน

เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องรับไปเต็มๆ..ในฐานะผู้รับผิดชอบ จะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงฮุ้นอย่างไร ตราบาปนี้ต้องติดตัวไปจนวันสุดท้ายของชีวิต!!แต่ที่รู้ๆ ในคืนนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ถึงกับทุบโต๊ะฉุนขาด ถามหาตัวผู้สั่งการฆ่าประชาชนทำให้ภาพของ “อนุพงษ์”ลอยเด่นเป็นสง่า..เท่ากับเป็นการ “ออกตัว” ให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่าเขาคือ “ทหาร” ที่ไม่มีเลือดประชาชนติดมือ??ถ้าเป็น “ผู้หญิง” ก็ต้องถือว่า รักนวลสงวนตัวให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง..ไม่

ยอม “เสียตัว” ให้ใครง่ายๆ ว่างั้นเถอะแถมทำท่าจะทุ่ม รัฐบาลทิ้งอีกตะหาก..ด้วยประกาศชัดเจนว่า การเมือง ต้องแก้ด้วยการเมืองอย่างเดียว อย่าเอาทหารเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย..ยุบสภาเหอะ!!นี่คือ คำพูดที่มันบาดจิตบาดใจ เพราะมันแทงใจดำสุดๆผ่านสงกรานต์เลือดมาด้วยกัน ตัวยังไม่เปียกน้ำ..มือยังไม่เปื้อนเลือด แล้วจะปล่อยให้อยู่อย่างลอยนวลจนถึงเกษียณน่ะเร๊อะไม่มีวันซะร็อก!!ระหว่าง ผบ.ทบ. กับ นายกรัฐมนตรี ควรจะรู้ว่า ใครใหญ่กว่ากันนี่คือ ที่มาของการดัน

ให้ “อนุพงษ์”ออกมาชนกับ “คนเสื้อแดง”แบบจังๆ ในช่วงนี้..ในเมื่อบ้านกูโดนขว้างขี้ มึงก็ควรจะรับต้องขี้ไปกำเอาไว้ด้วยดู อดีต ผบ.ตร. เป็นตัวอย่าง ..พี่ชายใหญ่คับฟ้ายังต้องอ้าปากหวอที่เห็นน้องชายถูก “เชือดคอ”ทิ้งต่อหน้าต่อตา อะไรก็เป็นได้ทั้งนั้น..สัมมาหาอะไรกับคนที่ชื่อ “อนุพงษ์”..คุณน่าจะรู้จักคนที่ชื่อ “มาร์ค” ให้มากกว่านี้!!

‘สติ๊กเกอร์’ อัปยศ!

ที่มา บางกอกทูเดย์


เกมการเมืองเดินหน้าชนคนละแต้ม “ใกล้หมดกระดาน” ยุทธวิธี “ปั่นหัว” เพื่อสร้างอุปทานหมู่ในกลุ่มประชาชนก็ยิ่งรุนแรงแผนการของกลุ่มผู้ไม่หวังดีด้วยการใช้วิธี “ไม่สร้างสรรค์”นำสติ๊กเกอร์ของอดีตนายกรัฐมนตรีขอเป็น “ประธานาธิบดี” ไปติดไว้ที่บริเวณถนนสีลมพฤติกรรมแบบนี้มันแสดงออกถึงความคิดที่ “ชั่วร้าย”และต้องการยุยงปลุกปั่นให้ประเทศชาติเกิดความ “แตกแยก”ซึ่งบริเวณนั้นทุกคนรู้ดีว่า...รายล้อมไปด้วย “นายทหาร” นับพันนายที่คอยอารักขาดูแล “ความปลอดภัย” ไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนพลจากราชประสงค์ไปชุมนุมที่สีลมด้วยอาวุธหนักครบมือแต่ท้ายที่สุด...กลุ่มผู้ไม่หวังดีก็ได้ใช้ “สีลม” เป็น

ฐานที่มั่นเพื่อมุ่งมาดทำลายล้าง...โดยคาดคะเนไว้ล่วงหน้าถึง “อารมณ์ร่วม” ที่รุนแรงของประชาชนนี่คือยุทธวิธี “ลอบกัด” ด้วยการใส่ร้ายป้ายสี...ซึ่งบ่อยครั้งเรามักได้เห็นพฤติกรรมของคนเหล่านี้...และครั้งนี้ก็เกิดขึ้น “ซ้ำรอยเดิม”แต่ทั้งนี้...ยังไม่มีใครรู้ว่าผู้กระทำเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันหรือไม่? แต่ที่รู้คือคนกลุ่มนี้ชอบสั่งสม “ความชั่ว” ไม่แตกต่างกันเชื่อเถิดว่า...ประชาชนในประเทศนี้ไม่มีใครคิดเอาใจออกห่าง “แก้วสามประการ” คือ ประเทศชาติ ศาสนา และพระมหา

กษัตริย์โดยเฉพาะความจริงของ “รัฐไทยใหม่” ตามที่ “วีระ มุสิกพงศ์” พูดอยู่บ่อยครั้ง หมายถึงรัฐไทยที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขกฎหมายศักดิ์สิทธิ์ มีความยุติธรรมในสังคม และไม่มี 2 มาตรฐาน ทหารและองคมนตรีไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง...อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงนี่คือ “ความจริง” และความเป็นจริงเป็นสิ่งไม่ตายแต่ที่จะ “ฆ่ากันตาย” เพราะคนบางกลุ่มมักนำคำพูดที่เป็นความจริงมาบิดเบือนให้เป็น

คุณแก่ฝ่ายตน และเป็นโทษแก่ฝ่ายตรงข้ามหากคุณเป็นคนหนึ่งที่มี “ความคิด” และศึกษาเหตุการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมาอย่างมีสติและรอบคอบ...ลองหลับตาปะติดปะต่อเรื่องราวด้วยความไม่อคติและไม่ขลาดเขลาจนเกินไปนักสุดท้ายคุณจะรู้ว่า...ใครกัน? คือทรราช “ผู้ก่อศึก” ครั้งนี้ตัวจริงระวัง! พวกที่คิดชั่วทำชั่วแบบนี้ “ตะขาบ” จะปีนขึ้นหัวเหมือนใครบางคน! 

“วลีทอง”

ที่มา บางกอกทูเดย์

๐ ยังไม่มีใครแพ้! ยังไม่มีคนชนะ?? และ...ยังไม่เคยคิดที่จะถอยแม้คนละก้าว นี่คือปฏิบัติการ “ขึงพืดประเทศไทย” ของ รัฐบาลไทย และคนเสื้อแดง!!......

๐ “กุหลาบพิษ” รายงานข่าวสังคม BANGKOK GOSSIP หนังสือพิมพ์รายวัน บางกอกทูเดย์ ครบเครื่องเรื่องควรรู้ในมือท่านฉบับนี้ ประจำวันพุธที่ 21 เมษายน 2553......

๐ เข้าตำรา...ไม่ฉลาด ก็อย่าโง่นัก!! ถึงนาทีนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รู้เต็มอกแล้วล่ะสิว่า ตัดสินใจผิดพลาดขนาดไหนในการสั่งกองทัพอาวุธพร้อมมือ เข้าสลายฝูงชนในเวลามืดค่ำ??......

๐ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา จาตุรนต์ ฉายแสง ขึ้นเวทีเสื้อแดง แจกแจงทุกเรื่องที่เกิดขึ้น กับเหตุการณ์ “10เมษา วิปโยค” เหมือนสมภารสอนหนังสือเณรน้อย ตั้งข้อสังเกตที่ “มาร์ค อภิสิทธิ์ชน” ชอบอ้างเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง? พูดเต็มปากได้อย่างไร? การปราบปรามประชาชน (จนมีคนตายนับสิบ) คือ “การรักษากฏหมาย”??.......

๐ “กุหลาบพิษ” ขอถาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา การกรีธาทัพทหารชุดรบ(อาวุธครบมือ) เพื่อคุ้มครองถนนสีลม มันจะเป็นแนวทางเดียวกับ “วลีทอง” ของ ผบ.ทบ. ที่เคยประกาศ “การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง” และ “ทหารจะไม่ปราบปรามประชาชน” ได้ตรงไหน??.....

๐ จนบัดนี้ รัฐบาลยังตามไล่บี้ ปิดเว็บไซต์เหมือนคนบ้า มา 38 สำนัก!! ปิดหูปิดตาคนไทยฝ่าย “เสื้อแดง” และคนไทยหลายสิบล้าน ไม่ให้รับรู้อะไรทั้งสิ้น นายกรัฐมนตรีที่เกิดในประเทศอังกฤษ คิดอย่างไร กับปฏิบัติการ “ชเลียร์” ของประดา “คนใกล้ตัว” ที่ “เป่าหู” อยู่ทุกวัน??......

๐ มันอะไรกันนักหนา?? ปิดสถานี พีทีวี ของคนเสื้อแดงเรียบร้อย!! ปิดหูปิดตาเหมือนเมืองไทยไม่มีรัฐธรรมนูญคุ้มครอง “สิทธิของประชาชน” แล้ววันนี้ รัฐมนตรี สาทิตย์ วงศ์หนอเตย คิดได้หรือยัง?? ว่า รังแกเขาไปแค่นั้น มันยังไม่สะใจอีกหรือ??.....

๐ ไม่ได้นำมาบอกเล่า แค่ให้ขบขันเล่น... แต่ใครที่ไม่รู้โปรดรู้กันไว้แก้เครียด!! บ้านพักที่หัวหิน ซึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พาครอบครัวไปพักผ่อนวีคเอนด์ที่ผ่าน ไม่ใช่โรงแรมหรู แต่เป็นบ้านพักชื่อ “บ้านคอกหมู” ที่ไม่ได้มีเอาไว้เลี้ยงหมู แต่เป็นที่รับรองคนระดับนายกรัฐมนตรี.......

๐ ก็แค่คิดแบบคนหนุ่มไฟแรงมั้ง?? หัวก้าวหน้า? เติบโตในเมืองนอกมากกว่าเมืองไทย “หม่อมปลื้ม” ม.ล.ณัฏฐกร เทวกุล จึงร่ายยาวในรายการ “VOICE TV” สองคืนก่อนเพลินไปหน่อย? เสนอให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วพอจะรับได้??.....

๐ แต่...ประทานโทษ!! “พี่ปลื้ม” พูดไม่ผิดแน่นะพี่?? ที่ออกมายืนยันด้วยการ “คาดว่า” คนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในระบบนี้คนแรกของประเทศไทย เป็นชายไทย ที่ชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่?? เล่นเอาคนไทยค่อนประเทศ “ช็อค” เหมือนเกิดซึนามิรอบสอง!!....

๐ เพราะไม่ใช่รัฐมนตรีฝ่ายบู๊!! พรทิวา นาคาศัย จึงทำได้แค่ สั่งข้าราชการลงพื้นที่สำรวจทุกข์ ของผู้ประกอบการภาคธุรกิจในบริเวณปิดถนนว่า ได้รับผลกระทบขนาดไหน? ต้องการความช่วยเหลืออะไร จะได้เร่งเยียวยาให้ ก็ยังดีที่ยังมีรัฐมนตรีซึ่งคิดถึง “ทุกข์ชาวบ้าน” เหลืออยู่บ้าง!!........

๐ คุณป๋า พิษณุ นิลกลัด แน่ใจนะป๋าว่า กางเกงฟ้า-เสื้อยืดดำ แว่นตาดำ ที่สวมใส่มาออกรายการสปอร์ตทิป ในช่อง 7 สี คืนวันจันทร์ก่อน คือ ชุดกีฬาสำหรับนักกอล์ฟ ไม่ใช่ชุดสำหรับ เดินแฟชั่นแถวเซ็นเตอร์พ้อยท์ สยามสแควร์??....๐

เราเป็นเพื่อนกัน

ที่มา บางกอกทูเดย์

ใครก็ตาม...ที่กำลังทำงานเพื่อคนอื่น...ใครคนนั้น...จะมีพลังอันวิเศษ...เพื่อจะเอาชนะในงานชิ้นนั้น...มหาตมะคานธี...หากจบจากมหาวิทยาลัยดัง...ในเมืองอังกฤษแล้วกลับมาใช้ชีวิตเป็นขุนนางในจวนของผู้สำเร็จราชการชาวอังกฤษ ที่ปกครองอินเดียชีวิตท่านคงจะแสนสุขสนุกสบาย อยู่เหนือคนอินเดียหลายร้อย

ล้าน...มีหลักฐานสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหึมา...จากฐานความรู้และความแตกฉานในภาษา...ที่เหนือกว่าพลเมืองอินเดียทั่วไปจวบจนวันตาย...โฮจิมินต์แห่งเวียดนาม...ไม่เคยมีมากกว่าที่ต้องกินอยู่ไปวันๆ เขาเป็นเจ้าของประเทศทั้งประเทศ...เป็นจ้าวชีวิตของคนญวนทั้งเหนือและใต้...เพราะเขาไม่เคยทำงานให้กับตนเอง...แต่เขาทำงานเพื่อคนอื่น คนญวนทั้ง 2 แผ่นดิน...กองทัพใหญ่ยักษ์อันดับ 1 ของโลก...ยังต้องปราชัยให้กับสงครามของเขา...ในโลกอันไพศาล...

ล้าน ล้าน ล้าน ของผู้คนก่อเกิดกันขึ้นมา...เขาล้วนเกิดเติบโตและตายเพื่อยังชีวิตแห่งเขาให้ดีขึ้นสูงขึ้น...มีจำนวนนับ 10 เท่านั้นตั้งแต่โลกถูกสร้างขึ้นมา...ที่ทำงานเพื่อคนอื่น...สิทธัตถะ...ยุวกษัตริย์...ทิ้งความเป็นมหาราช...พระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นมา...คุกขังได้แต่ตัวจิตวิญญาณของ...เนสสัน เมนเดลา...คือประชาชนผิวดำแห่งอาฟริกาใต้...โลกบันทึกไว้...เขาคือ วีรบุรุษตลอดกาล...เพื่อคนไทยและความเป็นไท...ราชวังแห่งองค์นเรศวร...คือป่าเขาลำเนาไพร...

ยากไร้แม้แต่องค์มเหษี...ไม่มีรัชทายาท...ในยามที่สังคมชาติกำลังล่มสลาย...ไทยกับไทย...ยื่นปลายหอกและคมดาบเข้าใส่กัน...แผดก้องแห่งกระสุนสังหาร...ทะลุทะลวงเข้าสู่เรือนร่างไทยคนแล้วคนเล่า...ไทยกับไทยพูดขนานกันไปบนเส้นทางแห่งแพ้กับชนะ...แน่นอนว่า...ในที่สุดนั้น...คงไม่มีกระสุนสังหารเพียงพอสำหรับ 60 ล้านพลเมืองไทย...ทำไม...เราไม่หันมามองกันใน...สิ่งหนึ่ง...ประโยคหนึ่งมีว่า...IF YOU CAN TREMBLE WITH INDIGNATION EVERY

TIME AN INGUSTICE IS COMMITTED IN THE WOLD WE ARE COMRADES””“ถ้าคุณรู้สึกโกรธจนตัวสั่นทุกครั้ง เมื่อมองเห็นความอยุติธรรมอุบัติขึ้นบนโลกนี้...เราเป็นเพื่อนกัน”คนที่เกิดมาเพื่อทำงานให้กับคนอื่น...จะรวมตัวเป็นครอบครัวเดียวกันทันที...และจะไม่มีผู้ใดใครก็ตามจะเอาชนะครอบครัวเยี่ยงนี้ได้

เราเป็นเพื่อนกัน

ที่มา บางกอกทูเดย์


ใครก็ตาม...ที่กำลังทำงานเพื่อคนอื่น...ใครคนนั้น...จะมีพลังอันวิเศษ...เพื่อจะเอาชนะในงานชิ้นนั้น...มหาตมะคานธี...หากจบจากมหาวิทยาลัยดัง...ในเมืองอังกฤษแล้วกลับมาใช้ชีวิตเป็นขุนนางในจวนของผู้สำเร็จราชการชาวอังกฤษ ที่ปกครองอินเดียชีวิตท่านคงจะแสนสุขสนุกสบาย อยู่เหนือคนอินเดียหลายร้อย

ล้าน...มีหลักฐานสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหึมา...จากฐานความรู้และความแตกฉานในภาษา...ที่เหนือกว่าพลเมืองอินเดียทั่วไปจวบจนวันตาย...โฮจิมินต์แห่งเวียดนาม...ไม่เคยมีมากกว่าที่ต้องกินอยู่ไปวันๆ เขาเป็นเจ้าของประเทศทั้งประเทศ...เป็นจ้าวชีวิตของคนญวนทั้งเหนือและใต้...เพราะเขาไม่เคยทำงานให้กับตนเอง...แต่เขาทำงานเพื่อคนอื่น คนญวนทั้ง 2 แผ่นดิน...กองทัพใหญ่ยักษ์อันดับ 1 ของโลก...ยังต้องปราชัยให้กับสงครามของเขา...ในโลกอันไพศาล...

ล้าน ล้าน ล้าน ของผู้คนก่อเกิดกันขึ้นมา...เขาล้วนเกิดเติบโตและตายเพื่อยังชีวิตแห่งเขาให้ดีขึ้นสูงขึ้น...มีจำนวนนับ 10 เท่านั้นตั้งแต่โลกถูกสร้างขึ้นมา...ที่ทำงานเพื่อคนอื่น...สิทธัตถะ...ยุวกษัตริย์...ทิ้งความเป็นมหาราช...พระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นมา...คุกขังได้แต่ตัวจิตวิญญาณของ...เนสสัน เมนเดลา...คือประชาชนผิวดำแห่งอาฟริกาใต้...โลกบันทึกไว้...เขาคือ วีรบุรุษตลอดกาล...เพื่อคนไทยและความเป็นไท...ราชวังแห่งองค์นเรศวร...คือป่าเขาลำเนาไพร...

ยากไร้แม้แต่องค์มเหษี...ไม่มีรัชทายาท...ในยามที่สังคมชาติกำลังล่มสลาย...ไทยกับไทย...ยื่นปลายหอกและคมดาบเข้าใส่กัน...แผดก้องแห่งกระสุนสังหาร...ทะลุทะลวงเข้าสู่เรือนร่างไทยคนแล้วคนเล่า...ไทยกับไทยพูดขนานกันไปบนเส้นทางแห่งแพ้กับชนะ...แน่นอนว่า...ในที่สุดนั้น...คงไม่มีกระสุนสังหารเพียงพอสำหรับ 60 ล้านพลเมืองไทย...ทำไม...เราไม่หันมามองกันใน...สิ่งหนึ่ง...ประโยคหนึ่งมีว่า...IF YOU CAN TREMBLE WITH INDIGNATION EVERY

TIME AN INGUSTICE IS COMMITTED IN THE WOLD WE ARE COMRADES””“ถ้าคุณรู้สึกโกรธจนตัวสั่นทุกครั้ง เมื่อมองเห็นความอยุติธรรมอุบัติขึ้นบนโลกนี้...เราเป็นเพื่อนกัน”คนที่เกิดมาเพื่อทำงานให้กับคนอื่น...จะรวมตัวเป็นครอบครัวเดียวกันทันที...และจะไม่มีผู้ใดใครก็ตามจะเอาชนะครอบครัวเยี่ยงนี้ได้

จิ๋ว-สมชาย ออกโรง!

ที่มา บางกอกทูเดย์



แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แค่เห็นกำลังทหารที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เห็นการล้อมลวดหนาม และรู้ว่าทหารได้รับอนุญาตให้ใช้กระสุนจริงได้ แม้ว่าจะเพื่อป้องกันตัวก็ตามนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เผ่นกันกระเจิง ยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อน เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมใจกลางกรุงเทพฯ หนีไปโรงแรมชานเมือง หรือโรงแรมในต่างจังหวัดแทนเมื่อไม่มีแขกเหลือแล้ว โรงแรมจึงเลือกปิดกิจการชั่วคราว เพราะเปิดไปก็ไม่มีลูกค้า แถมหากเกิดกลุ่มผู้ชุมนุมแวะมาใช้บริการ ก็อาจจะถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนการชุมนุมก็ได้เพราะพื้นที่แยกราชประสงค์ เป็นพื้นที่ธุรกิจ และเป็นจุดที่ต่างชาติทั่วโลกให้ความสนใจ ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อ 10 เมษายน จนทำให้

เกิดการสูญเสียชีวิตของผู้ชุมนุม และของเจ้าหน้าที่ทหารยุทธศาสตร์การชุมนุมของแกนนำ นปช. จึงเปลี่ยนไป เป็นการมุ่งใช้ผลกระทบในเรื่องของเศรษฐกิจ และธุรกิจในย่านราชประสงค์เป็นแรงบีบสำคัญแน่นอนว่า สำหรับแกนนำ นปช. คือ การเพิ่มการกดดัน หวังให้รัฐบาลเลิกดื้อรั้น หรือเพิกเฉย รวมทั้งหวังว่าใจกลางกรุงเทพฯ จะไม่มีการสั่งสลายการชุมนุมให้ต้องมีคนเสียชีวิตอีกแต่ดูเหมือนว่าแรงกดดันนั้นนั้น แม้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะรับรู้ เพราะนอกจาก

การชุมนุมจะกดดันแล้ว ภาคธุรกิจผู้ประกอบการเองก็มีการให้ข้อมูล เพื่อให้รัฐบาลเร่งหาทางออกโดยสันติวิธีโดยเร็วเสียทีปัญหาก็คือ ดูเหมือนกลุ่มคนรอบข้างนายอภิสิทธิ์ หรือ แก๊งเด็ก กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงยึดมั่นถือมั่นในเรื่องของการมุ่งแต่เรื่องแพ้ – ชนะสอดรับกับความทิฐิของผู้นำรัฐบาล ที่มุ่งมั่นในเรื่องของการรักษากฎหมายที่ประกาศใช้เป็นกฎหมายพิเศษ คือ กฎหมายความมั่นคง และกฎหมายภาวะฉุกเฉินโดยยึดมั่นว่า เมื่อ

ประกาศใช้แล้ว ต้องให้ได้ผลให้ได้วันนี้ลวดหนามจึงเต็มถนนสีลม วันนี้โรงแรมย่านราชประสงค์ สีลม จึงปิดกิจการชั่วคราวเพราะลำพังการชุมนุมตามวิถีทางประชาธิปไตย ฝรั่งต่างชาติอาจจะไม่กลัว ไม่วิตก เพราะประเทศไหนๆ ก็มีทั่วโลก แต่การสลายการชุมนุมจนมีคนเสียชีวิต มีภาพเผยแพร่ผ่านสื่อต่างประเทศไปทั่วโลก การส่งกำลังทหารเพิ่มจำนวนมากขึ้น และการขึงลวดหนามบนถนน และที่สำคัญที่สุด การที่ ศอ.ฉ. ประกาศให้ทหารสามารถใช้อาวุธจริงได้ ด้วย

เหตุผลว่าเพื่อให้ทหารใช้ป้องกันตัวแม้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. จะออกมาย้ำกับนายทหารระดับผู้ปฏิบัติทุกนาย ว่า การจะใช้อาวุธปืนจริงทำได้ คือ การป้องกันตนเองในภาวะที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และการใช้อาวุธปืนจริงในลักษณะใดเป็นรายบุคคล เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และหากจะใช้อาวุธต้องมีแบบแผนและลักษณะการใช้แบบเดียวกัน “กระสุนทุกนัดผมจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ขอให้ทุกคนไม่ต้องกลัว หากจะต้องใช้อาวุธเพื่อป้องกันตนเอง แต่ต้อง

ดำเนินการตามแผนที่ทำความเข้าใจและซักซ้อมกันไว้เช่นนี้” เป็นเสมือนการแสดงความรับผิดชอบเอาไว้ล่วงหน้าหากเกิดอะไรขึ้นแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แค่เห็นกำลังทหารที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เห็นการล้อมลวดหนาม และรู้ว่าทหารได้รับอนุญาตให้ใช้กระสุนจริงได้ แม้ว่าจะเพื่อป้องกันตัวก็ตามนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เผ่นกันกระเจิง ยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อน เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมใจกลางกรุงเทพฯ หนีไปโรงแรมชานเมือง หรือโรงแรมในต่างจังหวัด

แทนเมื่อไม่มีแขกเหลือแล้ว โรงแรมจึงเลือกปิดกิจการชั่วคราว เพราะเปิดไปก็ไม่มีลูกค้า แถมหากเกิดกลุ่มผู้ชุมนุมแวะมาใช้บริการ ก็อาจจะถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนการชุมนุมก็ได้ปิดเสียเลยโล่งใจกว่าเยอะเลยกลายเป็นโอกาสดีของโรงแรมนอกเมือง อย่างเช่น โรงแรมโนโวเทล บางนา ตอนนี้ยอดเข้าพักพุ่งพรวด จนพนักงานโรงแรมบางคนบอกว่า หากการชุมนุมที่ราชประสงค์ยืดเยื้อ โรงแรมรอบนอกฟื้นแน่ผิดกับตอนที่ม็อบพันธมิตรฯ ยึดสุวรรณภูมิ ตอนนั้นโรงแรม

รอบนอก โดยเฉพาะที่ใกล้สนามบิน สาหัสไปตามๆ กัน อย่างไรก็ตาม แม้จะโชคดีที่มียอดเข้าพักเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็เห็นใจบรรดาพนักงานโรงแรมย่านราชประสงค์เป็นอย่างมากเช่นกัน จึงอยากจะให้มีการเจรจาให้จบๆ ไป โดยไม่อยากให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเอาแต่ทิฐิ จนการแก้ปัญหาไม่สำเร็จ ดังนั้น ปัญหาก็คือ รัฐบาลเห็นความเดือดร้อนของธุรกิจโรงแรมเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลหรือไม่ เพราะดูเหมือนนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังคงความ

เชื่อมั่นสูง และเป็นแรงหนุนสำคัญในการให้ข้อมูลผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อนายอภิสิทธิ์ว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ยังรับสถานการณ์ได้ หากจำเป็นก็จะใช้งบประมาณเข้ามาช่วยเหลือภาคธุรกิจ หรือรวมทั้ง นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงยืนยันว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยไม่ได้ถูกผลกระทบที่เลวร้ายมากเหมือนที่ภาคเอกชนออกมาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ เช่นการปิดแยกราชประสงค์ของกลุ่มคนเสื้อแดง มีภาคเอกชนออกมาระบุ

ว่าทำให้เสียรายได้ด้านการท่องเที่ยวไปกว่า 10,000 ล้านบาท “หากจะมีผู้เดือนร้อนก็ล้วนเป็นมหาเศรษฐีทั้งนั้น เพราะมีแต่โรงแรม 5 ห้าดาวของเศรษฐีหากจะขาดทุนซัก 10,000 ล้านบาท ก็ไม่กระเทือนหรอก”นั่นคือ ข้อมูลที่รัฐบาลได้รับ และเชื่อมั่น จนทำให้ไม่ห่วงกับการยืดเยื้อและการเพิ่มกำลังทหารเข้ามาในพื้นที่ หรือแม้แต่กระทั่งการยินยอมให้มีการใช้อาวุธจริงได้เจอแบบนี้ภาคธุรกิจเอกชนก็พล่านไปหมด เพราะเหตุนี้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี

และประธานพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเป็นห่วงจนทนไม่ได้ ต้องมีการร่วมกันออก “แถลงการณ์สองอดีตนายกรัฐมนตรี” ลงวันที่ 19 เมษายน 2553 โดยแถลงการณ์มีเนื้อหาใจความว่า “ปัญหาของบ้านเมืองในขณะนี้เกิดจากความไม่เป็นประชาธิปไตย และการไม่มีความยุติธรรมในสังคม ความแตกแยกทางการเมืองมีแนวโน้มที่จะขยายลุกลามจนไม่อาจแก้ไขได้ ผมทั้งสองคนเห็นว่า ในระยะยาวนั้น เราไม่อาจแก้ไขปัญหาของ

ประเทศได้ ถ้าเราไม่สร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย และขจัดการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ผมทั้งสองขอเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1. ต้องหยุดความรุนแรงและการสังหารประชาชนโดยทันที 2. รัฐบาลต้องประกันว่าจะต้องไม่มีคนไทยเสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมืองอีกแม้แต่คนเดียว 3. ต้องยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในการชุมนุมทางการเมืองตามปกติภายใต้ความคุ้มครองทาง

กฎหมาย 4. ต้องยุติการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารแต่เพียงฝ่ายเดียว เลิกปิดกั้นสื่อสารมวลชนและเลิกละเมิดสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนและ 5. ให้รัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกรัฐบาลใหม่ โดยการยุบสภาทันที คนไทยทุกสีทุกคนมีควมห่วงใยในสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ และทุกคนทุกฝ่ายมีหน้าที่แก้ปัญหาร่วมกัน ผมทั้งสองคนเชื่อมั่นว่าเราจะหาทางออกให้กับประเทศได้ ถ้าเราตระหนักในรากเหง้าของปัญหา และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ

และจริงจัง” เหตุผลก็คือ ถ้ามีการตัดสินใจให้ประชาชนเลือกของเขาเองทีเดียวก็จบ ถ้าผลเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนน 280 หรือ240 ตามที่ได้พูดเอาไว้ ทุกฝ่ายก็ต้องเต็มใจที่จะให้ ปชป.บริหารบ้านเมือง ในทางกลับกันหากพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกก็ต้องยอมรับ สิ่งนี้ถือว่าแฟร์ที่สุดที่สำคัญพล.อ.ชวลิต พูดชัดเจนว่า ในการเป็นสมาชิกเหรียญจุลจอมเกล้าฯ เหรียญรามาฯ ซึ่งน้อยคนนักที่จะได้รับพระราชทานหรือมีพระมหากรุณาธิคุณที่จะพระราชทานให้ จึงมีจิตใจที่

แน่วแน่ว่า ชีวิตถวายไว้เบื้องพระยุคลบาทในการปฏิบัติรับใช้พระเดชพระคุณนำเอาความสงบมาสู่บ้านเมือง“พระราชอาญาไม่พ้นเกล้าฯ ข้าพเจ้าขอรับทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้เหนือหัว หากสิ่งที่อยู่ในหัวใจของพวกเราในวันนี้นั่นก็คือ ขอรับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้กับพี่น้องคนไทยให้กับพวกเราด้วย กระผมผมคิดว่า ถ้าไม่มีพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว กระผมคิดว่าไม่แน่ใจต่อการสูญเสียภายใน 1-2 วันข้างหน้านี้ มันจะเป็นตราบาปหรือสิ่งที่พี่น้องคน

ไทยไม่ต้องการที่จะเห็นในชีวิต หากมีสิ่งใดที่ผิดพลาดข้าพเจ้าขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียวนั่นคือสิ่งที่เราต้องการที่สุดในวันนี้” พล.อ.ชวลิตกล่าวไม่น่าเชื่อว่า การตีแผ่จิตใจลูกผู้ชายว่ามั่นคงต่อการจงรักภักดี กลับถูกบางคนเอาไปบิดเบือนว่า จะกระทำการระคายเบื้องพระยุคลบาทบ้าง เป็นการไม่บังควร ไม่มีวุฒิภาวะบ้าง ที่จะขอเข้าเฝ้าทูลละองงธุลีพระบาททั้งๆ ที่ พล.อ.ชวลิต พูดชัดเมื่อถูกถามว่า การขอพระกรุณาธิคุณจะอยู่ในรูปแบบการถวายฎีกาหรือไม่ พล.อ.ชวลิต

กล่าวว่า เราคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพูดวันนี้คงต้องถึงพระเนตร พระกรรณอย่างแน่นอนที่สุด ความเป็นจริงมีความพยายามของพวกเราที่จะไปกราบพระบาทด้วยตัวของพวกเราเองมาโดยตลอด เพียงแต่ว่าได้ทราบว่าพระอาการยังไม่ค่อยดี แต่วันนี้ทราบว่าท่านทรงพระสำราญขึ้นแล้ว ก็อาจจะมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ซึ่งคงจะเป็นโชคอย่างที่สุดของคนไทยของเราและของประเทศชาติด้วยนั่นคือ รอคอย มิได้เป็นการคิดจะขอเข้าเฝ้าฯ อย่างที่มีการ

ไปกล่าวหาเลยดังนั้น การพยายามแก้ปัญหา แล้วกลับกลายเป็นแรงกระเพื่อม รวมทั้งมีการไปพูดต่อผิดๆถูกๆ จึงทำให้เห็นชัดว่า น่าเป็นห่วง หากยังคงมีคนรอบข้างนายอภิสิทธิ์ คอยเลือกให้ข้อมูลครึ่งๆกลางๆ อยู่เช่นนี้แล้วการหาทางออกโดยสันติวิธีจะเกิดขึ้นได้อย่างไรดังนั้น บางกอก ทูเดย์ ยังคงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหาทางออกโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาอีก จนทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและธุรกิจอย่างที่วิตกกัน

ประชุมสภาวุ่นหลังเปิดศึกอภิปรายเหตุปะทะ 10 เม.ย. ส.ส.ด่ากันแหลก

ที่มา มติชน


ด่าหมา -นายสุนัย จุลพงศ์ธร ส.ส.พรรคเพื่อไทย กับนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
ด่ากันกลางที่ประชุมสภาหลังจากเปิดอภิปรายเหตุสลายการชุมนุมวันที่ 10 เมษายน

บรรยากาศในห้องประชุมสภาเมื่อวันที่ 21 เมษายน ในการอภิปรายถึง
เหตุการณ์สลายฝูงชนที่สี่แยกคอกวัวและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่10 เมษายน53
เมื่อส.ส.2ฝ่ายเปิดศึกอภิปรายกันถึงสาเหตุการเสียชีวิตของ2ฝ่าย ทำให้บรรยากาศวุ่นวายต่างฝ่ายต่างด่าทอกัน
โดยเฉพาะนายสุนัย จุลพงศ์ธร ส.ส.พรรคเพื่อไทย กับนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
ด่ากันเปลี่ยนชื่อเป็น"สุนัข" ทำให้ประธานสั่งพักการประชุม 5 นาที ให้ทั้ง2ฝ่ายได้สงบสติอารมณ์

เตลิดไปไกลซะแล้ว!

ที่มา ไทยรัฐ


ชวลิต & สมชาย

อย่างน้อยก็บันทึกไว้ด้วยภาพข่าว เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์

กับคิวที่ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะ 2 อดีตนายกรัฐมนตรี
ร่วมกันออกแถลงการณ์ ติดต่อราชเลขาธิการขอเข้าเฝ้าฯ
เพื่อขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ ในการยุติวิกฤติชาติ

กลัวทหารเข่นฆ่าประชาชน

เป็นฝ่ายเริ่มที่จะ "เลี่ยงความสูญเสีย" ในท่ามกลางสถานการณ์ "เขม็งเกลียว"
ทหารและตำรวจแปลงสภาพเป็นกองกำลังติดอาวุธ ตั้งท่าประจันหน้ากับมวลชนคนเสื้อแดง

สัญญาณจากฝ่ายถืออำนาจ "อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด"

"20-26 เมษายน" ห้วงนาทีเป็นนาทีตาย

ตามช็อตที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง อ้างทหารแตงโมแฉ "บิ๊กป๊อก"

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก
สั่งการในที่ประชุมขุนทหารระดับ ผบ.พัน เดินหน้าแผน 9 ข้อ 4 ขั้นตอน

จัดการสลายม็อบเสื้อแดงให้จบภายใน 7 วัน

ตาม "คำขาด" ของเครือข่ายม็อบพันธมิตรฯเป๊ะๆ

จาก 25 ศพ เมื่อค่ำคืนวันที่ 10 เมษายน จะเพิ่มอีกเป็นสิบ เป็นร้อย หรือเป็นพันชีวิต
เพื่อแลกกับการลุยล้างบาง "ผู้ก่อการร้าย" ที่ยังเป็นแค่ "ถ้อยแถลง" ของฝ่ายถืออำนาจ
ชิงกระแสความชอบธรรมในการลุยหักดิบกองทัพคนเสื้อแดง

แต่จนถึงนาทีนี้ ก็ยังล่าตัว "ไอ้โม่งชุดดำ" มายืนยันไม่ได้

มีแค่คลิปวีดิโอจากฝ่ายทหาร กับยุทธการ "ยึดจอ" เล่าความข้างเดียว

กับข่าวกรองของ "เสธ.ไก่อู" พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.
แถลงข่าวภายหลังการประชุม ศอฉ. ที่ประชุมได้รับรายงานตรงกันว่า
กลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัวในม็อบเสื้อแดงได้เตรียมระเบิดขว้าง ระเบิดขวด ไม้เหลาแหลม
ทั้งชนิดถือ และแบบยิง ไม้ตอกตะปู น้ำกรด ฯลฯ

ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ จะต้องปรับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ตำรวจ
จะต้องอยู่ระยะห่างจากกลุ่มผู้ชุมนุม 30-40 หลา
เพื่อความปลอดภัย คงไม่เอาโล่ไปดันกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเดิม
เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมีระเบิดขว้าง มีน้ำกรด ไม้เหลาแหลมที่อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ทั้งสิ้น

ฉายภาพฉากการรบพุ่งได้ระทึกใจ

ลืมไปเลยว่า ทหารถูกฝึกมารบกับอริราชศัตรู ไม่ใช่รบกับประชาชนคนไทยด้วยกัน

อารมณ์เตลิดไปไกลแล้ว

ไกลพอๆกับชนวนความขัดแย้งในประเทศไทย ที่กำลังขยายผลไปสู่เวทีโลก

จากคิวที่ตัวแทนกลุ่ม นปช.เข้ายื่นหนังสือต่อสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
ให้ช่วยสังเกตการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยยืนยันว่า
กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมโดยปราศจากอาวุธและไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย
เรียกร้องยูเอ็นให้ช่วยศึกษาเหตุสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน

ขอให้กองกำลังสันติภาพเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยมวลชนคนเสื้อแดง

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศ เอเอฟพีรายงานว่า
หน่วยงานนิรโทษกรรมสากลได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กองทัพไทยและกลุ่ม นปช.
ช่วยกันสอบสวนเหตุการณ์ปะทะนองเลือดเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา
และหาบุคคลที่รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของทหารและกลุ่มคนเสื้อแดง

ทุกฝ่ายในความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังขยายตัว ควรจะร่วมยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน
โดยต้องการให้รัฐบาลไทย สามารถอธิบายได้ถึงการละเมิดใช้ความรุนแรงจากกองกำลังฝ่ายทหาร
รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง
โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ทหารได้ใช้กำลังอย่างอันตรายถึงชีวิตในการปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดง
ขณะที่บางบุคคลในกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ยังได้ใช้อาวุธปืนและระเบิดมือด้วย

องค์กรสากลเริ่มจับตา โดยฉากสงครามกลางเมืองในต่างประเทศ ด้อยพัฒนา
ที่นานาชาติต้องแทรกแซงเข้าช่วยคลี่คลายสถานการณ์

วันนี้เมืองไทยก็มีโอกาสเดินไปถึงจุดนั้น


ในอารมณ์ที่จะหวังพึ่งฝ่ายการเมืองก็อย่างที่เห็นๆกัน
นายชวน หลีกภัย จอมหลักการใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังเดินหน้าให้กำลังใจศิษย์รัก
หนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ตื๊อนั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อไป ถือเป็นสิทธิที่จะอยู่ยาวจนครบเทอม

ขณะที่นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
ย้ำจุดยืนเดียวคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนยุบสภา
แต่หากเป็นจุดยืนที่ตรงข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์ จำเป็นต้องร่วมรัฐบาลต่อไป
เพราะเป็นพรรคร่วมที่มีเสียงข้างน้อย

ยึดผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ยังไงก็ต้องเกาะเอวฝ่ายถืออำนาจไว้

ลิ้นไก่โผล่ตั้งแต่ยังไม่อ้าปาก.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน