WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, April 26, 2010

อกอีแป้นจะแตกแดงสระบุรี ตั้งด่านสกัดรถถังให้หันหัวกลับไปได้สำเร็จ

ที่มา thaifreenews


โดย สายลมรัก

"แดงสระบุรี" สร้างผลงานสะกัดขบวนรถถังสำเร็จ...!!!

พอรู้ข่าวก็ไปตั้งด่านกันหน้า ทางหลวงสระบุรีเลย ^^

เริ่มจากคนจำนวนไม่กี่คน...โทรบอกกันแล้วมากันเยอะเลย

บรรยากาศ...นี่เรียกว่า ช่วยกันจริงๆ..

ใครผ่านมาก็ช่วย... ระสิบล้อผ่านมาก็เอามาขวางให้ซะงั้น...
บางคนรีบขี่จักรยานมาจากบ้านเลยทีเดียว ^^

ทหารอ้างว่าเอารถไปซ่อม ^^
ผู้ชุมนุมไม่เชื่อขอร้องให้กลับไปเถอะ...
ทหารยิ้มแย้มโบกมือกลับไปเรียบร้อย....

ขบวนที่ตามมาเลี้ยวหนีไปทางภาชี.... แต่เสื้อแดงประสานงานตั้งด่านรอแล้ว ^^

" หยุด...ทหารฆ่าประชาชน...!!!! "

จากคุณ : เฟืองเหนือ
เขียนเมื่อ : 26 เม.ย. 53 12:17:16 A:124.121.4.178 X:


http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9172592/P9172592.html

ภาคเหนือและภาคอีสาน กลายเป็นเขตปลดปล่อยที่เกือบสมบูรณ์แล้ว

ที่มา thaifreenews


โดย ลูกชาวนาไทย


จากข่าวที่เห็นพี่น้องเสื้อแดงทั้งหลายตั้งด่านสะกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เดินทางเข้ามาปราบปรามพี่น้องเสื้อแดงใน กทม. ที่เกิดขึ้นกระจายไปหลายจังหวัด และคาดว่าจังหวัดอื่นๆ ที่พี่น้องเสื้อแดง "คันมือคันเท้า" เพราะไม่ได้เข้ามาใน กทม. ร่วมกับพวกที่ กรุงเทพฯ ก็จะได้มีกิจกรรมทำเสียที

สภาพตอนนี้ ประเทศไทยก็ได้กลายเป็นเขต "ปลอดอำนาจของรัฐบาลอภิสิทธิ์" เรียบร้อยแล้ว และผมเชื่อว่า แม้นายอภิสิทธิ์ จะสั่งการอย่างไร ตำรวจ และข้าราชการที่อยู่ในภาคเหนือและภาคอีสาน คงไม่ทำตาม เพราะคงไม่มีใครอยากรบกับคนบ้านเดียวกับตนเอง หรือพรรคพวกตนเอง แม้แต่ตำรวจก็ตาม เขาก็คงงอมืองอเท้า ไม่ทำตามคำสั่งหรือทำไปแบบไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่บรรลุภารกิจเป็นแน่ คนสั่งก็ไม่มีอำนาจอะไรจะไปเล่นงานกลไกถึงระดับล่างที่พร้อมใจกัน "เข้าเกียร์ว่างเป็นแน่"

ผมเชื่อว่างานนี้ เป็นการร่วมมือ ระหว่าง "คนเสื้อแดงกับตำรวจ/ข้าราชการ" ในสองภูมิภาคนั้น ที่ไม่อยากเข้า กทม. มาฆ่าพวกเดียวกันเอง ก็เลยมีการสะกัด เกิดพฤติกรรมเอาอย่าง คิดได้ว่า เอ้าให้ประชาชนมาสะกัดดีกว่า แล้วเราก็กลับบ้านนอนหรือ ใส่เสื้อแดงไปสะกัดพวกเดียวกันเองดีกว่า จะได้มีข้ออ้างกัน

นี่คือการแก้ปัญหาแบบ "ไทยๆ ที่จะได้ไม่ต้องฆ่าไทย" ด้วยกันเอง ตามคำสั่งของ "คนบ้า" เป็นออทิสติกส์ ใน กทม.

มันพูดเก่งก็ให้มันพูดไปสำหรับอภิสิทธิ์ แต่เราไม่จำเป็นต้องไปทำตามที่มันพูด แค่นี้ก็ไม่ต้องฆ่ากันให้เสียเวลาแล้ว

ตอนนี้อำนาจรัฐหมดไปในภาคเหนือและภาคอีสานแล้ว
ที่จริงผมคิดว่าหมดไปในแวดวงตำรวจแล้วด้วย

ยังมีทหารบ้าๆ ไม่กี่หน่วยเท่านั้น ที่ยัง "บ้าไม่เลิก" กับการฆ่าฟันคนไทยด้วยกันเอง เพื่ออำนาจของคนบางกลุ่ม ทั้งๆที่ ส่วนใหญ่ก็เป็นไพร่ด้วยกัน

ไพร่ฆ่าไพร่ เพื่อให้อำมาตย์สะใจ

ผมว่า ตำรวจไทย เขาเข้าใจปัญหานี้ดี จึงออกมาในรูปแบบนี้ เป็นการแก้ปัญหาที่สมบูรณ์ไม่ต้องไปฆ่าใครให้มันเสียเลือดเนื้อกันเอง


ตอนนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และระบอบอำมาตย์ มีอำนาจรัฐก็ปกครองไม่ได้ กลไกเดี้ยงไปทีละอย่างสองอย่าง

สั่งให้ฆ่าคนไทยด้วยกันเอง เพื่อสนองตัณหาทางการเมืองของ คนบ้า อะไรมันจะขนาดนั้น

เขาขอแค่ยุบสภา มันบ้าถึงขนาดกล่าวหาว่าล้มสถาบัน เป็นผู้ก่อการร้ายไปโน้น

บ้านเมือง พ.ศ.นี้ ทำมันมันมีแต่คนบ้า กระหายเลือดเต็มไปหมด เรามีคนบ้า ออทิสติกส์ เป็นผู้นำ ก็แย่อย่างนี้

ปล. มีพวก ict หน่วยงานหนึ่งที่่ยังบ้าอยู่เวลานี้

หากประชาชนชนะ ควรมีการเสนอยกเลิกกฏหมาย ict หรือ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ เสีย เพราะกฎหมายนี้เกิดขึ้นในยุค คมช. เอาไว้กดหัวประชาชน ก็ควรยกเลิกมันเสีย

ปริศนาธรรมก่อนตายของ อเล็กชานเดอร์มหาราช

ที่มา thaifreenews


โดย KAKA

ปริศนาธรรมก่อนตายของ อเล็กชานเดอร์มหาราช

กษัตริย์อเล็กชานเดอร์มหราช เป็นกษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถ ความสามารถของพระองค์นั้นเป็นที่
ประจักษ์แก่นครแคว้นต่างๆทั่วไปเป็นผู้สร้างจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ยุคโบราณ(356-323 ปี
ก่อนคริสตกาล) ในวัยเยาว์พระองค์รับการศึกษาตามแบบ ปรัชญากรีก
โดยพระอาจารย์คนสำคัญ ที่อบรมสั่งสอนพระองค์ตั้งแต่ยังเยาว์วัย
คือนักปราชญ์ระบือโลก นามว่า อริสโตเติล นั่นเอง
ด้วยพระปรีชาสามารถ ในรัชสมัยของพระองค์นั้น
อำนาจของพระองค์จึงแผ่ขยายทั่วคว้าน พระองค์ยกทัพรุกราน
ไปทั่วดินแดนไม่ว่าจะเป็น อาณาจักรเปอร์เซีย ซีเรีย
อียิปต์ เมโสโปเตเมีย เปอร์เซีย และแบคเทรีย ทุกอาณานิคม
ภายใต้การปกครอง กษัตริย์ อเล็กซานเดอร์บุกปราบ
พิชิตดินแดนแว้นแคว้นไปกว่าครึ่งค่อนโลก

แต่เมื่อเพลาอาทิตย์อัสดงมาถึง พระองค์กำลังป่วยหนักด้วยวัยเพียง 40 กว่าพระชันษรรเท่านั้น
เมื่อคณะแพทย์ไม่สามารถที่จะเยียวยาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้อีกต่อไป
และพระองค์กำลังจะสิ้นพระชนม์ตั้งแต่อายุยังน้อย
ก่อนที่พระองค์จะสินใจนั้น พระองค์ขอกับคณะแพทย์
ผู้ทำการรักษาพระองค์อยู่ 3 อย่างคือ

1.พระองค์ขอให้คณะแพทย์ผู้ทำการรักษาพระองค์เป็นคนนำพระศพท่านออกไป
2.ในระหว่างทางที่มีการเคลื่อนศพของพระองค์มาไปนั้น
ให้นำเอาเงินทองที่มีอยู่ในท้องพระคลัง เอาออกมาและ
ฟ้าโปรยแจกประชาชนที่รายล้อมพระองค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
3.ในระหว่างทางนั้นให้นำมือสองมือของพระองค์ออกมาจากหีบศพ


สามสิ่งที่พระองค์รับสั่งต่อแพทย์ที่รักษา
พระองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ นั้นแฝงปริศนาธรรม
ที่พระองค์ต้องการบอกกับชาวโลกและอนุชนรุ่นหลัง
ยามที่พระองค์ล่วงลับไปแล้วก็คือ


1.ทุกคนเกิดมาต้องตาย
การที่พระองค์ให้แพทย์ที่รักษาพระองค์แบกพระองค์ออกไปนั้น
ก็เพื่อจะบอกให้กับประชาชนที่มาร่วมพิธีศพของพระองค์ว่า
แม้แต่แพทย์ที่เก่งที่สุดในแผ่นดินนี้ที่พระองค์จะหามาได้แต่เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว
คนทุกคนก็ต้องตาย ไม่มีใครที่จะสามารถฉุดรั้งความตายจากเงื้อมมือมัชจุราชได้
ทุกคนเกิดมาต้องตายไม่ว่าจะเป็นใครชนชั้น วรรณะไหน
จะร้ำรวยล้ำฟ้า หรือยาจกติดดินเพียงใด ไม่มีใครสามารถอยู่ค้ำฟ้าได้
ความตาย คือความเท่าเทียมของมนุษย์ที่ธรรมชาติมอบให้แก่ทุกคน

2.ประชาชนคือเจ้าของประเทศตัวจริงไม่ใช้พระองค์
ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้บุกปราบอรีราชศัตรูทั่วด้าน
กวาดต้อนผู้คน ทรัพย์สมบัติพัตสถานของคนหนึ่งมาเป็นของตนมากมาย
แต่วันที่พระองค์จากโลกนี้ไปไม่สามารถเอาสิ่งเหล่านั้นไปได้สักอย่าง
จึงรับสั่งให้เอาสมบัติที่ควรจะเป็นของคนเหล่านั้นตั้งแต่แรก แจกคืนไปให้กับประชาชนเหล่านั้นซะ

3. คนเราเกิดมามือเปล่า พอไปก็ไปมือเปล่า ทุกสิ่งที่อย่างที่เคยคิดว่าป็นของพระองค์
ที่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ทรัพย์สินเงินทอง ชีวิตคนในปกครอง
นั้นแท้จริงแล้วเป็นแค่ภาพมายาลวงตาพระองค์เท่านั้น
เพราะพระองค์ไม่สามารถนำอะไรติดมือไปหลับตายได้เลยสักอย่างเดียว

“ อันว่าชีวิตของคนเรานั้นมันไม่แน่นอน
จะหาความสุขทางกามวัตถุมากมายนั้นก็หาไป แต่สุดท้ายตายไปเอาไปไม่สักอย่าง
จะลุ่มหลงในอำนาจลาภยศสรรเสริญมากมายเพียงไหนก็ทำไป
จะหลอกคนทั้งโลกว่าตัวเอง ดีเลิศประเสริฐศรี
โดยที่คิดว่าไม่มีใครรู้แต่หรอกใจตัวเองไม่ได้
จิตยามเมื่อตนสิ้นลม ความคิดตาย
ย่อมเปิดเผยกรรมดีกรรมชั่วทั้งหมดไว้ มิอาจปิดบังไว้ได้
แม้ตอนมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น

เพราะตัญหาอุปทาน ตัวกู ของกู
ประเทศนี้เป็นของกู ผู้คนเหล่านั้นเป็นของกู
ทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นของกู
ทำให้เกิดอวิชา เข่นฆ่าผู้คน

ยึดครอง ทรัพย์สินแผ่นดินมาเป็นของตน
สุดท้าย ไม่เห็นมีกษัตริย์ มนุษย์หน้าไหนเอาติดตัวไปได้สักอย่างคนเดียว
สิ่เหล่านั้น ก็ยังคงดำรงอยู่ อย่างเป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีของกษัตริย์ซักอย่างเดียว

เพราะกลัวมนุษย์หน้าไหนจะดีกว่า จึงต้องใช้อำนาจบารออกกฎหมายบังคับ
ให้ผู้คนต้องเคารพยกย่อง ไม่ให้ติฉินนิททา หลงอยู่ในถ่อยวจี ที่อ่อนหวาน
ด้วยคำยกยอปอปั้น ประจบสอพอ จนลอยนึกว่าตัวเองไม่ใช่คน เป็นเทวดา “

“ ด้วยสัจธรรมความจริงที่อเล็กซานเดอร์ได้ค้นพบเมื่อ 2000 กว่าปีก่อนนี้เอง
ก็คล้ายกับความจริงที่พระพุทธเจ้าได้ค้นพบเมื่อกว่า 2500 มาแล้ว
แต่ต่างกันตรงที่ว่า พระพุทธเจ้า ได้ดวงตาเห็นธรรมตั้งแต่วัยเยาว์
จึงรู้ว่า อำนาจล้นฟ้า เหล่านั้น
สมบัติพัตสถานเหล่านั้นแท้จริงแล้ว
ไม่ใช่พระองค์ ไม่เคยเป็นของบิดาด้วยซ้ำ
(หากจะว่าตามหลักรัฐศาสตร์แล้ว
สิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นของประชาชน
นั่นแหละไม่ใช่กษัตริย์แต่เพียงผู้เดียว)
พระองค์จึงไม่ปิติยินดีที่จะนำพากับสิ่งเหล่านั้น
จึงทำให้ พระองค์เบื่อหน่าย
และสละสถานะทางสังคมสูงสุดที่พระองค์
ที่เป็นอยู่ในขนาดนั้น ซึ่งพระองค์จะต้องเป็นกษัตริย์
แล้วออกผนวช จนบรรลุธรรมเป็นศาสดาเอกของโลก
แต่น่าเสียดายที่ ผู้มีปัญญาระดับมหาบุรุษคนหนึ่งคนโลก
เช่นกัน อย่าง อเล็กเซอเดอร์มหาราช
ค้นพบสิ่งเดียวกันนี้ตอนลมหายใจสุดท้ายขอพระองค์มาถึง


< ผู้ใดที่ยังลุ่มหลง มัวเมาอยู่ในอำนาจ
คิดว่าสิ่งเหล่านั้นจะจีรัณยั่งยืนตลอดไป
ยังหลับไหล ไม่ยอมตื่น จากกิเลส
จงตระหนักรู้ถึงภัยกำลังจะมาถึงตัวในไม่ช้า
เพราะเมื่อถึงวันนั้นและอาจสายเกินแก้
มิใช่เพราะใครทำให้เป็น
แต่เป็นเพราะท่านทำตัวท่านเองตากหาก>


ตัวกู-ของกู
ถ้าจะอยู่ ในโลกนี้ อย่างมีสุข
อย่าประยุกต์ สิ่งทั้งผอง เป็นของฉัน
มันจะสุม เผากระบาล ท่านทั้งวัน
ต้องปล่อยมัน เป็นของมัน อย่าผันมา
เป็นของกู ในอำนาจ แห่งตัวกู
มันจะดู วุ่นวาย คล้ายคนบ้า
อย่างน้อยก็ เป็นนกเขา เข้าตำรา
มันคึกว่า "กู-ของ-กู" อยู่ร่ำไป
จะหามา มีไว้ ใช้หรือกิน
ตามระบิล อย่างอิ่มหนำ ก็ทำได้
โดยไม่ต้อง มั่นหมาย ให้อะไรๆ
ผูกยึดไว้ ว่า "ตัวกู" หรือ "ของกู"ฯ
<< สารธรรม จากท่านพุทธทาสภิกขุ >>

ม็อบหลากสี แต่หัวใจแดง..ณ แยกยุบสภา วันที่ 25 เมษา 53 20.00-23.00 น.

ที่มา thaifreenews



โดย แม่ปังคุง

ช่วงนี้เราส่วนใหญ่ไม่สามารถดูถ่ายทอดสดได้ และ หลายๆ คนก็คงอยากเห็นว่า พอให้ละสัญลักษณ์สีแดงแล้ว ม็อบเราจะหน้าตาเป็นยังไงกันน๊า

เมื่อคืน คุณสามีเลยไปเก็บภาพมาฝากค่า




มืดหน่อยนะคะ





บรรยากาศเหมือนเดินพวกตลาดนัด ถนนคนเดินมากกว่า ..แบบนี้ทหารจะปราบยังไงล่ะเนี่ย





ไม่ใส่แดงแล้ว..ห้างจะกล้าเปิดหรือยังคะ ดูสิ เราดูน่ากลัวตรงไหน ก็ลูกค้าท่านท้างน้าน



บรรยากาศชิวๆ มาก




มีการแจกอาหารเป็นจุดๆ















30องค์กรประชาชนฮึ่มมาร์คเลิกด้านซื้อเวลาเกาะเก้าอี้เลือด เล่นมุกปฏิรูปสังคมก่อนยุบฟังไม่ขึ้น

ที่มา Thai E-News



อนาคตประเทศไทย..บนทางขนาน-[ภาพซ้าย]เด็กน้อยไร้เดียงสาที่เข้าร่วมกิจกรรมม็อบหลากสีที่สวนจตุจักรเมื่อสุดสัปดาห์นี้ เรียกร้องรัฐบาลปราบปรามเสื้อแดงเด็ดขาดภายใน 7 วัน(ภาพ:เวบผู้จัดการ) [ภาพขวา]วันเดียวกันนั้นเด็กน้อยไร้เดียงสาอีกราย ยังเพลินเล่นอยู่ในบริเวณที่ชุมนุมคนเสื้อแดง ย่านราชประสงค์ ขณะที่วิกฤตการณ์ทวีความตึงเครียดขึ้นและนำไปสู่หนทางตัน เมื่อรัฐบาลได้ปฏิเสธข้อเสนอเพื่อการรอมชอมจากคนเสื้อแดง ซึ่งต่อมาได้ประกาศถอดเสื้อแดงและพร้อมจะต่อสู้อย่างเต็มที่(ภาพข่าว:AFP)


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 เมษายน2553

แถลงการณ์ยุบสภาก่อนปฏิรูปประเทศไทย
ยุบสภาก่อนประเทศชาติจะเสียหายมากกว่านี้


สืบเนื่องมาจากการที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบอำมาตย์ ได้ออกรายการเชื่อมั่นประเทศไทย และยืนยันว่าไม่ยุบสภา และเสนอว่าต้องแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องปฏิรูปประเทศไทย สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสถาบันพระปกเกล้า สภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน และเครือข่ายต่างๆที่อ้างว่า เป็น“ภาคประชาชน”ที่เสนอให้ปฏิรูปประเทศไทย และก่อนหน้านั้นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็เสนอให้ปฏิรูปประเทศไทยลักษณะเดียวกัน

เราในนามกลุ่ม- องค์กร- เครือข่าย เป็นองค์กรประชาชนที่อิสระจากพรรคการเมืองและระบบอำมาตย์ มีจุดยืนสนับสนุนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย มีความคิดเห็นและข้อเรียกร้องดังนี้

1. วิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน แก้ไขได้มีทางเดียวเท่านั้นคือ นายกรัฐมนตรีต้องยุบสภาเท่านั้น เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนทุกคนทุกสี ทั้งกลุ่มองค์กรที่ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและกลุ่มองค์กรที่ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนฝ่ายใดเลย เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิตผู้คน เพื่อรักษาชีวิตคนที่ทุกคนมีคุณค่าเท่ากัน และเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย

2. การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง การปฎิรูปประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมนั้น มีหลายประเด็นหลายเนื้อหา เช่น การกระจายการถือครองที่ดินโดยการเก็บภาษีที่ก้าวหน้า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นโดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยการมีระบบลูกขุน การปฏิรูปกองทัพโดยการมีส่วนร่วมของทหารชั้นผู้น้อยในรูปแบบสภากองทัพ การปฏิรูปการจัดการทรัพยากรโดยชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม การที่วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด การลดบทบาทอำนาจนอกระบบทางการเมือง และอื่นๆ ทั้งนี้ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรับปรุงกฎหมาย และนโยบายต่างๆ ที่สำคัญต้องให้ประชาชนทุกคนทุกกลุ่มทุกองค์กรทุกเครือข่ายไม่เพียงแต่ เครือข่ายในแวดวงของสถาบันพระปกเก้า สภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนเท่านั้น

3. ดังนั้น การปฏิรูปประเทศไทยต้องคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนด้วยเช่นกันโดยเริ่มต้นด้วยการยุบสภา ให้พรรคการเมืองทุกพรรคหาเสียงเสนอนโยบายปฎิรูปประเทศไทย ขณะที่ประชาชนสร้างกลุ่ม องค์กร เครือข่าย มีข้อเสนอต่อพรรคการเมืองในการปฏิรูปประเทศไทยด้วยเช่นกัน

4. ถ้าตราบใด นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่ยอมรับการยุบสภา การปฏิรูปประเทศไทย การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างก็เป็นเพียงกลยุทธ์ในการสร้างภาพเพื่อไม่ยุบสภานั้นเอง และการปฏิรูปประเทศไทยก็เป็นเพียงการปฏิรูปโดยการรวมศูนย์อำนาจของระบบอำมาตย์และเครือข่ายอำมาตย์เท่านั้นเองมิใช่การปฏิรูปประเทศไทยแบบมีส่วนร่วมตามหลักการประชาธิปไตย

5. ท่ามกลางการยืนยันไม่ยุบสภาของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ย่อมเป็นผลให้แนวโน้มสูงของรัฐที่จะทำการปราบปรามประชาชนคนเสื้อแดงที่ต้องสู้เพื่อประชาธิปไตยตามแนวทางสันติวิธีจึงขอเรียกร้องให้นักสันติวิธี นักสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย ดำเนินการเคลื่อนไหวโดยเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งอำนาจป่าเถื่อนของรัฐที่จะเกิดขึ้นก่อนที่ประเทศจะเสียหายมากกว่านี้

ลงนามโดย

1. เครือข่ายองค์กรชุมชนแก้ปัญหาที่ดินภาคอีสาน (คอป.อ.)
2. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์น้ำเซิน (คอซ.)
3. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านลุ่มน้ำปาว (คอป.)
4. เครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูค้อ-ภูกระแต จังหวัดเลย
5. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ภาคอีสาน (คอส.)
6. แนวร่วมเกษตรกรภาคอีสาน (นกส.)
7. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ลุ่มน้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี
8. กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน (กสส.)
9. กลุ่มดงมูลเพื่อการพัฒนา จังหวัดกาฬสินธุ์
10. เครือข่ายอนุรักษ์ภูผาเหล็ก จังหวัดอุดรธานี
11. กลุ่มภูพานเพื่อการพัฒนา จังหวัดสกลนคร
12. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยภูมิ
13. กลุ่มประชาชนไทยแวงน้อย-แวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น
14. กลุ่มเยาวชนมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่น
15. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์น้ำพรมตอนต้น จังหวัดชัยภูมิ
16. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ลุ่มน้ำบัง จังหวัดนครพนม
17. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ยโสธร จังหวัดยโสธร
18. สหพันธ์เยาวชนอีสาน (สยส.)
19. แนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ (นกน.)
20. ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือตอนล่าง
21. เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู จังหวัดพิษณุโลก
22. เครือข่ายส่งเสริมสิทธิการจัดการทรัพยากรภาคเหนือตอนล่าง (คสปล.)
23. สหพันธ์เยาวชนคลองเตย (สยค.)
24. เครือข่ายองค์กรชุมชนคลองเตย
25. เครือข่ายชุมชนเมืองบ่อนไก่ กทม.
26. กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ
27. เครือข่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนเขลาโคก จังหวัดร้อยเอ็ด
28. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
29.กลุ่มคนรุ่นใหม่ภาคใต้
30กลุ่มนักศึกษาภาคเหนือเพื่อประชาธิปไตย

เลี่ยงสงครามกลางเมืองได้หากจะทำ จาตุรนต์ชี้ทางสว่างมาร์คยุบ3เดือนตั้งพรรคใหม่ทันปชป.โดนยุบ

ที่มา Thai E-News



ปิดประตูสันติภาพเปิดสงครามกลางเมือง-สื่อต่างประเทศพากันพาดหัวอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธที่จะเจรจากับกลุ่มเสื้อแดง โดยเดลีเทเลกราฟ สื่ออังกฤษพาดหัวว่า"ประเทศไทยใกล้เข้าสู่สงครามกลางเมือง หลังนายกฯที่เกิดในอังกฤษปฏิเสธเจรจากับกลุ่มเสื้อแดงที่โกรธเกรี้ยว"


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 เมษายน 2553

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวแสดงความเห็นต่อท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ปฏิเสธการเจรจากับนปช.ว่า น่าเสียดายที่นายกรัฐมนตรีสั่งยกเลิกการเจรจากับนปช. ทั้งที่หลายฝ่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศเรียกร้องให้เจรจา และนปช.ก็ประกาศพร้อมเจรจาแล้ว

น่าเป็นห่วงอย่ายิ่งที่รัฐบาลยังเดินหน้าต่อไปที่จะสลายการชุมนุมหรือปราบประชาชน ซึ่งอาจทำให้เกิดความสูญเสียอีกมากและจะทำให้ปัญหาบานปลาย หากสลายการชุมนุมและเกิดการสูญเสียอีก แม้จับแกนนำบางส่วนได้ก็จะมีคนมาชุมนุมมากกว่าเดิมเพื่อเรียกร้องให้เอาผู้สั่งปราบประชาชนมาลงโทษ

ปัญหาน่าเป็นห่วงกว่านั้นคือแนวโน้มความรุนแรงระหว่างรัฐบาลกับประชาชนอาจขยายตัวไปทั่วประเทศ เพราะประชาชนจะโกรธแค้นและรัฐบาลก็มุ่งแต่ปราบ หนักยิ่งขึ้นไปอีกคือความขัดแย้งและความรุนแรงระหว่างประชาชนด้วยกันซึ่งเกิดจากการปลุกปั่นของรัฐบาลพร้อมกับการสร้างสถานการณ์ของผู้ประสงค์ร้าย

จัดตั้งคนมาทำร้ายประชาชน ตำรวจจะจับ แต่ทหารปกป้อง ด่วนสรุปว่าระเบิดถูกยิงจากเสื้อแดงทั้งๆที่ยังไม่มีการพิสูจน์คือการปลุกให้คนไทยฆ่ากันเองสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่คือการนำสังคมไทยสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงระหว่างรัฐกับประชาชนและประชาชนกับประชาชนด้วยกัน จะเสียหายใหญ่หลวง

ทางออกในเวลานี้คือต้องตัดไฟแต่ต้นลม เปิดการเจรจาใหม่และแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง กำหนดเวลาที่เหมาะสมยุบสภา หรือไม่ก็ต้องให้นายกลาออก

เท่าที่ทราบสิ่งที่นายกฯต้องการทำจริงๆก่อนยุบสภาคือการตั้งผบ.ทบ.และการเตรียมตัวรับมือกับการยุบพรรคปชป.เพื่อพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ในความเห็นของผมเวลาที่เหมาะที่จะยุบสภาคืออีก3เดือน ปชป.ก็จะมีเวลาหาพรรคใหม่ได้ทัน และรัฐบาลรักษาการณ์จะตั้งผบทบ.ก็ทำได้ด้วย

ผมเชื่อว่าถ้ากกต.และศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา พรรคปชป.จะต้องถูกยุบภายใน 45 วันนับจากวันนี้ จึงไม่มีประโยชน์ที่นายกฯจะดื้อดึงต่อไป

หากนายกฯยังดึงดันที่จะปราบประชาชนและผลักดันให้ประชาชนปะทะกันเองอย่างที่ทำอยู่จะเสียหายใหญ่หลวง สุดท้ายสังคมก็จะสรุปว่านายกฯเป็นนายกฯต่อไม่ได้

วิกฤตของสังคมไทยเลยขั้นความขัดแย้งระหว่างเสื้อแดงกับรัฐบาลมาเป็นแนวโน้มความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน และปชช.กับปชช.ซึ่งเสี่ยงที่จะรุนแรง สิ่งที่ผมเสนอนี้เป็นมุมมองจากคนละมิติกับนายก ปัญหาอยู่ที่จะทำอย่างไรให้นายกฯและคนใกล้ชิดหลุดจากมิติที่คับแคบนั้นเสียโดยเร็วที่สุด


สื่อนอกพาดหัวอภิสิทธิ์ปิดประตูสันติภาพไม่ยอมเจรจาแก้วิกฤต

สื่อนอกจับตาวิกฤตการเมืองไทย พร้อมใจพาดหัวหน้าแรกกรณีนายกไทยปฏิเสธข้อเสนอ นปช. โดยเนื้อหาในทิศทางเดียวกันคือ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลปฏิเสธข้อเรียกร้องหรือข้อเสนอออกจากวิกฤตการเมืองจากฝ่าย นปช. รอยเตอร์ระบุ นายกฯไทยปฏิเสธข้อเสนอสันติของผู้ชุมนุม เทเลกราฟฟันธงใกล้สงครามกลางเมืองเข้าไปทุกที

BBC พาดหัวว่า "นายกฯ ไทยปฏิเสธข้อเสนอของผู้ชุมนุม" (Thailand PMrejects protesters' offer) โดยรายงานว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธข้อเสนอของกลุ่มเสื้อแดง ที่เสนอขยายเวลาให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 30 วัน จากเดิมที่เรียกร้องให้ยุบสภาภายในทันทีนอกจากนี้ยังได้เรียกร้องให้มีการสืบสวนเหตุปะทะเมื่อวันที่ 10 เม.ย.

จากการรายงานของ BBC นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเขาไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวเนื่องจากพวกเขาใช้ความรุนแรงและการคุกคาม ด้านแกนนำการชุมนุมกล่าวว่าพวกเขากลัวว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุม

ราเชล ฮาร์วีย์ ผู้สื่อข่าว BBC ในกรุงเทพฯ กล่าวว่าหนทางที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างสันติถูทำให้อายุสั้นลงไปเสียแล้ว และความตึงเครียดก็เพิ่มสูงขึ้นอีก



ทางด้าน Reuters ว่า "นายกฯ ไทยปฏิเสธข้อเสนอสันติของผู้ชุมนุม" (Thailand PM rejects protesters' peace offer) โดยรายงานว่ามีทหารจำนวนหลายพันนายถือปืน M-16 เฝ้าระวังเสื้อแดงอยู่ตามแยกต่าง ๆ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลมักจะมาชุมนุมอยู่นอกเขตแนวกั้นและจุดฉนวนให้เกิดการปะทะกันโดยการด่าทอและขว้างปาขวดน้ำกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย


France24 พาดหัวว่า "รัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอประนีประนอมของเสื้อแดง" (Government rejectscompromise offer from 'red shirt' protesters) โดยโปรยว่านายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธข้อเสนอเชิงประนีประนอม ให้ยุบสภาภายใน 30 วัน เพื่อให้ประชาชนเลิกชุมนุม


NHK - อภิสิทธิ์ปฏิเสธข้อเรียกร้องแบบประนีประนอมของเสื้อแดง (Abhisit rejects compromisedemand by red shirts)


Telegraph ของอังกฤษมีรายงานพาดหัวว่า "ประเทศไทยใกล้เข้าสู่สงครามกลางเมืองเข้าไปทุกที เมื่อนายกฯ ที่เกิดในอังกฤษปฏิเสธเจรจากับ 'เสื้อแดง' ผู้ขึ้งโกรธ" (Thailand is closeto civil war as its British-born PM rejects deal with angry Red Shirts)

โดยในรายงานของ Telegraph ระบุว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นชนชั้นสูงที่จบการศึกษาจากอ็อกฟอร์ด เข้าสู่ตำแหน่งโดยให้ความหวังว่าจะทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองและฟื้นฟูประชาธิปไตย แต่ตอนนี้เขาต้องหลบอยู่หลังรั้วลวดหนามในค่ายทหาร

ไมเคิล เนลสัน นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึง ศอฉ. ผ่าน Telegraph ว่า พวกเขาเป็นเพียงคนวงในรัฐบาลกลุ่มเล็ก ๆ พวกเขาถูกโดดเดี่ยวอยู่ภายในค่ายทหาร และก่อหลุมหลบภัยทางใจให้กับตนเอง พวกเขาได้ยินแต่เสียงของตัวพวกเขาเองเท่านั้น



Aljazeera สื่อตะวันออกกลางก็พาดหัวข่าวไปในทำนองเดียวกันว่า "นายกไทยปฏิเสธข้อเสนอของคนเสื้อแดง" (Thai PM rejects red shirts' offer) พร้อมกับให้รายละเอียดว่า นายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ปฏิเสธข้อเสนอแบบปรานีประนอมจากกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงซึ่งได้ออกมาประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา


หลังการพาดหัวข่าวของสื่อต่างประเทศทั่วโลกจากเหตุการณ์นี้ คุณปิยบุตร แสงกนกกุล ได้วิเคราะห์ผลไว้ดังนี้ "นายกรัฐมนตรีปฏิเสธข้อเสนอของคนเสื้อแดง เป็นข่าวไปทั่วโลก สัญญาณของข่าวนี้ หมายความว่า อภิสิทธิ์เป็นคนที่ไม่ยอมเจรจาเอง เป็นคนพาเข้าสู่สถานการณ์ตึงเครียดเอง (ต่อไปนี้จะเป็นสเตตัสเกี่ยวกับอภิสิทธิ์ล้วนๆ)"

คนปทุมสุดยอด ใช้รถแค่5คันสกัดรถตำรวจร่วมๆ50คันพร้อมตำรวจนับพันคน

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ภาพโดย AUDAO
25 เมษายน 2553

ลุงจุกเสื้อสีแดง จากเว็บบอร์ดประชาไท เผยว่าตนเองคือหนึ่งในผู้ทำการสกัดรถตำรวจซึ่งกำลังติดแหง็กอยู่แถวรังสิตเวลานี้

"เพิ่งกลับมาครับ ตอนนี้ตำรวจ+รถได้ถูกให้เข้าไปอยู่ในป่าโสน(ที่เด็กแถวนั้นทำเป็นสนามฟุตบอลชั่วคราว)เรียบร้อย เผอิญผมขับรถจะกลับบ้านมีรถมอเตอร์ไซด์วิ่งมาบอกว่า พี่ๆมีรถตำรวจเกือบ50คันวิ่งเข้ามากทม. ตอนนี้อยู่หน้าตลาดไทย โดยวิ่งสายนอก(สายที่มีรถเมล์วิ่ง)จึงชวนกันว่า งั้นเราดักให้เข้ามาแล้วปิดทางขวางหน้าดีกันดีกว่า แต่เรามีแค่2คันเอง มองไปเจอรถสองแถวสีแดงติดธงแดงจึงลงไปชวน 55ได้เลย

สรุปมีรถ2แถว1คัน รถเก๋งที่มาร่วมอีก1คัน มอเตอร์ไซต์3คันปิดหน้า แล้วรถผมคอยปิดหลัง

เข้าล็อคครับ รถตำรวจทั้งหมดติดแหง็ก เดินหน้าไม่ได้ถอยหลังไม่ได้ เท่านั้นเองมวลชนที่ขับรถผ่านมาเห็นเข้าก็เอารถมาช่วย เพียง10นาที แทบไม่น่าเชื่อ....คนนับพันรถนับร้อย ช่วยกันล๊อค ช่วยกันปืด 55555หมดสิทธิ์จริงๆงานนี้

แต่ทั้งนี้ต้องยกความดีให้ตำรวจครับ พทต.(ขอสงวนชื่อ) ลงมาเจรจา ว่า เขาจะไม่ฝ่าด่านไป(ทั้งที่มีรถปิดแค่2คันและคนแค่ไม่ถึง10คน) แต่อย่าทำร้ายตำรวจ

ได้เลย งั้นตอนนี้ขอให้ตำรวจอยู่แต่ในรถห้ามลงเด็ดขาด .......

แอบคุยกัย พ.ต.ท. แกบอกว่า อยากให้มากักใจจะขาด ไม่รู้ว่าเข้าไปในเมืองแล้วจะเจออะไร ทหารแมร่งให้ตำรวจอยู๋หน้ามีดและกะบอง ส่วนพวกมันอยู่หลังมีปืน ดีแล้วที่ถูกกักไว้.5555555

ตอนนี้ พี่น้องเราหาน้ำ หาข้าวให้ตำรวจกินเรียบร้อยแล้วครับ ไม่น่าเชื่อเพียง20นาที ที่ประกาศว่า ต้องการข้าวมาให้ตำรวจกินเพราะเขายังไม่ได้กิน มีคนเสื้อแดงร่วมบริจาคได้8พันกว่าบาทไปสั่งข้าวผัดมาให้และนำน้ำขวดกาแฟกระป๋องมาให้ (555คนมากักหากินเองครับ)

สนุกครับ ตอนแรกคิดว่า ไงงานนี้กินตรีนตำรวจแน่ๆ เอาเข้าจริง......ตำรวจมะเขือเทศทั้งนั้น


คนเสื้อแดงถอดเสื้อลงใต้ดิน ประกาศตนเป็น"คนไม่มีสี ไม่มีเส้น"

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 เมษายน 2553

"กลุ่มคนไม่มีสี ไม่มีเส้น" หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้แถลงข่าวหลังเวทีราชประสงค์เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. มีรายละเอียดดังนี้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เปิดเผยหลักฐานภาพถ่ายจากทำเนียบ แสดงให้เห็นว่าทางรัฐบาลมีแผนการที่จะเผาทำเนียบเมื่อคราวที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ไปประท้วงด้วยการเทเลือดที่หน้าทำเนียบเมื่อวันที่ 16 มี.ค. แต่ว่ายังไม่ได้ลงมือทำ จากภาพที่นายจตุพรนำมาเปิดเผยพบว่า มีการวางวัตถุติดไฟไว้บริเวณรอบๆทำเนียบ มีคบเพลิงสำหรับจุดไฟ เป็นต้น นายจตุพรกล่าวว่า ภาพดังกล่าวได้หลุดรอดออกมาจากนายทหาร-ตำรวจ ที่รู้สึกทนไม่ได้กับแผนการสกปรกที่รัฐบาลได้พยายามจะสร้างเรื่องเพื่อเป็นเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง




นายจตุพรได้เผยว่า หากมีการสลายการชุมนุมครั้งนี้ กลุ่มคนตำรวจจะต้องอยู่ในฐานะที่โชคร้ายที่สุด เพราะทางหนึ่งจะต้องต่อสู้กับประชาชน ในขณะที่อีกทางหนึ่งอาจจะมีการทำร้ายตำรวจจากมือที่สามซึ่งถูกวางแผนไว้โดยฝั่งรัฐบาล

นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่า ขอให้เรียกกลุ่มตนใหม่ว่า "กลุ่มคนไม่มีสี และไม่มีเส้น" หลังจากที่มีการประกาศเมื่อวานนี้ให้คนเสื้อแดงถอดเสื้อแดงออก นายณัฐวุฒิได้ปฏิเสธข่าวที่เกิดจากฝ่ายรัฐบาลสร้างเรื่องปล่อยข่าวว่าทางแกนนำได้ทำเรื่องการลี้ภัยไปยังต่างประเทศและกล่าวว่า "คนที่ลี้ภัยขณะนี้ จริงๆคือนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ขณะนี้กำลังอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ"

นายณัฐวุฒิได้แจ้งว่า ทางรัฐบาลได้จัดหน่วยทหารขี่มอเตอร์ไซต์ซ้อนท้ายกันสองคน เพื่อขับวนรอบกรุงเทพฯ ข้อมูลจากนายณัฐวุฒิเผยว่ากลุ่มคนเหล่านี้ในวันนี้ ได้ทำการตบหน้าประชาชนธรรมดา เพียงเพราะเขามีสัญลักษณ์เสื้อแดง และการกระทำเช่นนี้ได้ทำให้กรุงเทพฯกลายเป็นสามจังหวัดชายแดนใต้

นายณัฐวุฒิได้กล่าวว่า การตัดสินของนายอภิสิทธิ์ที่จะสลายการชุมนุมในครั้งนี้ ผลลัพธ์จะมีไม่กี่ประการ คือ 1. หากสลายไม่สำเร็จนายอภิสิทธิ์จะดำรงตำแหน่งไม่ได้ 2. หากมีการสลายสำเร็จในกรุงเทพฯ ก็จะมีการชุมนุมเกิดขึ้นทั่วประเทศขึ้นแทน 3. หากแกนนำเสียชีวิตจะมีแกนนำรุ่นใหม่ขึ้นมาสานต่อแทน และกล่าวว่าอุดมการณ์คนเสื้อแดงจะไม่มีวันตาย

นายณัฐวุฒิยังได้ให้รายละเอียดว่ามีการจับกุมตัวกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวน 7 นาย เพียงเพราะพวกเขาใส่เสื้อแดงหรือมีสัญลักษณ์เสื้อแดง และมีการกล่าวหาว่ามีการพกหนังสติ๊ก

นายณัฐวุฒิได้ปฏิเสธข่าวลือที่ถูกปล่อยว่า นายณัฐวุฒิได้ประกาศผ่านทางเวทีว่าให้คนเสื้อแดงปลดพระบรมฉายาลักษณ์ออกจากหิ้ง พร้อมทั้งประณามว่าการปล่อยข่าวลือดังกล่าวเป็นแผนสกปรกของฝ่ายรัฐบาล และขอให้สื่อมวลชนที่เกาะติดการปราศรัยตลอดเวลาที่เวทีราชประสงค์เป็นพยานด้วย

Sunday, April 25, 2010

พาดหัวสื่อนอก จับตากรณีอภิสิทธิ์ปฏิเสธข้อเสนอผู้ชุมนุม

ที่มา Thai E-News


รวบรวมและเรียบเรียงโดย Jampoon
25 เมษายน 2553

สื่อนอกจับตาวิกฤตการเมืองไทย พร้อมใจพาดหัวหน้าแรกกรณีนายกไทยปฏิเสธข้อเสนอ นปช. โดยเนื้อหาในทิศทางเดียวกันคือ นายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลปฏิเสธข้อเรียกร้องหรือข้อเสนอออกจากวิกฤตการเมืองจากฝ่าย นปช. รอยเตอร์ระบุ นายกฯไทยปฏิเสธข้อเสนอสันติของผู้ชุมนุม เทเลกราฟฟันธงใกล้สงครามกลางเมืองเข้าไปทุกที

BBC พาดหัวว่า "นายกฯ ไทยปฏิเสธข้อเสนอของผู้ชุมนุม" (Thailand PM rejects protesters' offer) โดยรายงานว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธข้อเสนอของกลุ่มเสื้อแดง ที่เสนอขยายเวลาให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 30 วัน จากเดิมที่เรียกร้องให้ยุบสภาภายในทันทีนอกจากนี้ยังได้เรียกร้องให้มีการสืบสวนเหตุปะทะเมื่อวันที่ 10 เม.ย.

จากการรายงานของ BBC นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเขาไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวเนื่องจากพวกเขาใช้ความรุนแรงและการคุกคาม ด้านแกนนำการชุมนุมกล่าวว่าพวกเขากลัวว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุม

ราเชล ฮาร์วีย์ ผู้สื่อข่าว BBC ในกรุงเทพฯ กล่าวว่าหนทางที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างสันติถูทำให้อายุสั้นลงไปเสียแล้ว และความตึงเครียดก็เพิ่มสูงขึ้นอีก



ทางด้าน Reuters ว่า "นายกฯ ไทยปฏิเสธข้อเสนอสันติของผู้ชุมนุม" (Thailand PM rejects protesters' peace offer) โดยรายงานว่ามีทหารจำนวนหลายพันนายถือปืน M-16 เฝ้าระวังเสื้อแดงอยู่ตามแยกต่าง ๆ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลมักจะมาชุมนุมอยู่นอกเขตแนวกั้นและจุดฉนวนให้เกิดการปะทะกันโดยการด่าทอและขว้างปาขวดน้ำกันระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย


France24 พาดหัวว่า "รัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอประนีประนอมของเสื้อแดง" (Government rejectscompromise offer from 'red shirt' protesters) โดยโปรยว่านายกรัฐมนตรีไทย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธข้อเสนอเชิงประนีประนอม ให้ยุบสภาภายใน 30 วัน เพื่อให้ประชาชนเลิกชุมนุม


NHK - อภิสิทธิ์ปฏิเสธข้อเรียกร้องแบบประนีประนอมของเสื้อแดง (Abhisit rejects compromisedemand by red shirts)


Telegraph ของอังกฤษมีรายงานพาดหัวว่า "ประเทศไทยใกล้เข้าสู่สงครามกลางเมืองเข้าไปทุกที เมื่อนายกฯ ที่เกิดในอังกฤษปฏิเสธเจรจากับ 'เสื้อแดง' ผู้ขึ้งโกรธ" (Thailand is closeto civil war as its British-born PM rejects deal with angry Red Shirts)

โดยในรายงานของ Telegraph ระบุว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นชนชั้นสูงที่จบการศึกษาจากอ็อกฟอร์ด เข้าสู่ตำแหน่งโดยให้ความหวังว่าจะทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองและฟื้นฟูประชาธิปไตย แต่ตอนนี้เขาต้องหลบอยู่หลังรั้วลวดหนามในค่ายทหาร

ไมเคิล เนลสัน นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึง ศอฉ. ผ่าน Telegraph ว่า พวกเขาเป็นเพียงคนวงในรัฐบาลกลุ่มเล็ก ๆ พวกเขาถูกโดดเดี่ยวอยู่ภายในค่ายทหาร และก่อหลุมหลบภัยทางใจให้กับตนเอง พวกเขาได้ยินแต่เสียงของตัวพวกเขาเองเท่านั้น



Aljazeera สื่อตะวันออกกลางก็พาดหัวข่าวไปในทำนองเดียวกันว่า "นายกไทยปฏิเสธข้อเสนอของคนเสื้อแดง" (Thai PM rejects red shirts' offer) พร้อมกับให้รายละเอียดว่า นายกรัฐมนตรีไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ปฏิเสธข้อเสนอแบบปรานีประนอมจากกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงซึ่งได้ออกมาประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา


หลังการพาดหัวข่าวของสื่อต่างประเทศทั่วโลกจากเหตุการณ์นี้ คุณปิยบุตร แสงกนกกุล ได้วิเคราะห์ผลไว้ดังนี้ "นายกรัฐมนตรีปฏิเสธข้อเสนอของคนเสื้อแดง เป็นข่าวไปทั่วโลก สัญญาณของข่าวนี้ หมายความว่า อภิสิทธิ์เป็นคนที่ไม่ยอมเจรจาเอง เป็นคนพาเข้าสู่สถานการณ์ตึงเครียดเอง (ต่อไปนี้จะเป็นสเตตัสเกี่ยวกับอภิสิทธิ์ล้วนๆ)"

รัฐบาลมาร์ค อยู่นาน-ยิ่งน่วม

ที่มา ข่าวสด




เหตุการณ์ยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มบริเวณสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงและหน้าโรงแรมดุสิตธานี

จุดชุมนุมของฝูงชนเสื้อหลากสีที่ออกมาต่อต้านกลุ่มคนเสื้อแดง

เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเกือบร้อยคน เมื่อค่ำวันที่ 22 เมษายน

รวมถึงเหตุการณ์ความชุลมุนวุ่นวายระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมสองฝ่าย

ที่ยึดเอาพื้นที่ย่านธุรกิจสำคัญใจกลางกรุง แบ่งฟากเปิดศึกขว้างปากันด้วยขวดแก้ว ก้อนอิฐ หนังสติ๊ก และระเบิดเพลิง โดยเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจไม่สามารถเข้าคุมสถานการณ์ไว้ได้

ทำให้ภาพออกมาใกล้เคียงกับการเป็น "สงครามประชาชน" เข้าไปทุกที

นับจากเหตุการณ์ทหารปะทะกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เมษายน

รัฐบาลของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตกอยู่ในห้วงคับขัน

ต้องพึ่งพาวิชาเทพและวิชามารสารพัดกว่าจะพาตัวเองรอดพ้นจากวิกฤตการณ์มาได้

โดยที่นายกฯ ไม่ต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ หรือยุบสภาตามข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดง

ทั้งที่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถึง 25 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 800 คน

เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อชีวิตผู้คนที่บาดเจ็บล้มตาย ถูกกลบทับด้วยกระแส "ผู้ก่อการร้าย" ที่ฝ่ายรัฐบาลปล่อยออกมาเป็นซีรีส์ผ่านสื่อในมือ

ขณะเดียวกันศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ได้ปรับโครงสร้างใหม่ให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เข้ามารับผิดชอบด้านการสั่งการใช้กำลัง

ได้พยายามป่าวประกาศข่มขู่ต่างๆ นานาให้ผู้ชุมนุมถอนตัวจากพื้นที่แยกราชประสงค์

พร้อมยืนยันไม่ยอมให้คนเสื้อแดงขยายพื้นที่เข้าไปในย่านสีลมอย่างเด็ดขาด โดยส่งกำลังทหารติดอาวุธจำนวนมากตรึงสกัดไว้บริเวณแยกศาลาแดง

ท่ามกลางข่าวหนาหูรัฐบาลเตรียมหาจังหวะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมอีกระลอก

อย่างไรก็ตามบรรยากาศเผชิญหน้าระหว่างทหารกับคนเสื้อแดงลดความตึงเครียดลงไป

เมื่อศาลแพ่งเปิดไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ไม่ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ. สั่งการเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง

นอกจากนี้ล่าสุดแกนนำเสื้อแดงยังได้ลดข้อต่อรองของตนเองลงจากเดิมให้นายกฯ ประกาศยุบสภาในทันที

มาเป็นยุบสภาใน 30 วัน

แต่แล้วความเป็นห่วงที่เข้ามาแทนที่คือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อหลากสีที่ออกมาต่อต้านคนเสื้อแดง และกลุ่มเสื้อเหลืองที่กดดันรัฐบาลให้ใช้วิธีการเด็ดขาดเข้าแก้ไขสถานการณ์

โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของคนเสื้อหลากสีที่เชื่อกันว่าเป็นกลุ่มเดียวกับคนเสื้อเหลือง

หรือแม้แต่กลุ่มคนรักสีลมที่จับกลุ่มชุมนุมในสถานที่ล่อแหลม จนเกิดเรื่องกระทบกระทั่งกับคนเสื้อแดง 2 วันติดกันช่วงปลายสัปดาห์ต่อหน้าต่อตาทหาร-ตำรวจที่ตรึงกำลังเต็มพื้นที่

ผลที่ตามมาคือสังคมเกิดข้อสงสัยถึงมาตรฐานการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และทำให้ข้อครหาว่ามีคนในรัฐบาลให้การหนุนหลังการชุมนุมของคนเหล่านี้

กลายเป็นมีน้ำหนักขึ้นมาทันที

ในภาพรวมของเหตุการณ์ยิงเอ็ม 79 ถล่มย่านสีลม มีรายงานข่าวระบุถึงเหตุการณ์กรณีทหารใช้ปืนจ่อตำรวจ ไม่ให้ติดตามผู้ชุมนุมที่ปาระเบิดเพลิงใส่กลุ่มคนเสื้อแดง

รวมถึงการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ. ออกมาด่วนสรุปกล่าวหา "ผู้ก่อการร้าย" ในฝ่ายคนเสื้อแดงเป็นคนยิงระเบิดเอ็ม 79 และการออกข่าวจำนวนคนตายเกินกว่าความเป็นจริง

เหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล

ประเด็นเรื่องผู้ก่อการร้ายชุดดำนั้นถึงจะมี "คลิป" หลักฐานยืนยันจากฝ่ายรัฐบาล และแกนนำเสื้อแดงเองก็ยอมรับว่าเป็นกองกำลังที่มีอยู่จริง

แต่การที่ฝ่ายรัฐบาลด่วนสรุปลากโยงผู้ก่อการร้ายเข้าหากลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งที่ยังขาดหลักฐานประกอบชัดเจน

นอกจากทำให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ไม่ตรงจุดเพราะตั้งโจทย์ผิดแต่แรก

ยังทำให้สถานการณ์ในภาพรวมบานปลายออกไปไม่มีที่สิ้นสุด

เหตุการณ์วันที่ 22 เมษายน คือตัวบ่งชี้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเริ่มมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากมีคู่ขัดแย้งบนท้องถนนเพิ่มขึ้น

ในฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐก็มีสายพันธุ์แตงโม-มะเขือเทศแทรกซึมอยู่เต็มไปหมดจนไม่รู้ใครเป็นใคร แม้แต่ในกองทัพและศอฉ.ก็ยังหวาดระแวงกันเอง

ในสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลพยายามผลักภาระไปตกหนักอยู่ที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้ารับผิดชอบสั่งการใช้กำลังของ ศอฉ.

ซึ่งกำลังถูกกดดันรอบด้านทั้งรัฐบาล นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ กลุ่มคนหลากสี กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดงที่ต้องการเห็นทหารใช้ความเด็ดขาดเข้าสลายการชุมนุม

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลและนายกฯ จะลอยตัวเหนือปัญหาที่เกิดขึ้นได้

ภายหลังเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 เมษายน หลายองค์กรระดับโลกเริ่มหันมาให้ความสนใจสถานการณ์ภายในประเทศไทย

ผู้นำหลายประเทศ รวมถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วง พร้อมกับเสนอแนะให้คู่ขัดแย้ง 2 ฝ่ายหันหน้าเข้าเจรจากันเพื่อแก้ปัญหาโดยสันติวิธี

ถึงเนื้อหาของแถลงการณ์จะไม่เข้าใครออกใคร

แต่ก็มีผลทำให้การดำรงอยู่ของรัฐบาล และนายกฯ ต้องเจอกับแรงเสียดทานมากกว่าเดิม