ที่มา เดลินิวส์
วันนี้ (27 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมในช่วงบ่าย ได้มีการปราศรัยสลับกับการร้องรำทำเพลง เพื่อให้ผู้ชุมนุมได้ผ่อนคลาย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ทั้งนี้ ในเวลา 15.00 น. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ได้เดินทางมาบริเวณหน้าศาลท้าวมหาพรหม โดยเดินทักทาย และให้กำลังใจประชาชนที่มาร่วมชุมนุมด้วย
พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า เชื่อว่าทหารไม่กล้าเข้ามาสลายผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกราชประสงค์ 100เปอร์เซ็นต์ และหากทหารเข้ามาจริง ประชาชนที่นี่ก็ไม่กลัวตาย อีกทั้งยังมีพี่น้องไพร่ที่มาทำงานตามอาคารต่าง ๆ บริเวณนี้จำนวนมาก รวมทั้งพี่น้องที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือผู้ชุมนุมได้ทุกเมื่อ หากถูกทหารล้อมปราบ ซึ่งหากทหารจะเข้ามาสลายการชุมนุมจริงจะต้องใช้กำลังถึง 4 หมื่นนาย
แต่ตอนนี้มีไม่ถึง เพราะมีแค่ 6,000-7,000 นาย เท่านั้น
“ผมเชื่อว่าทหารไม่กล้าเข้ามาหรอก เพราะเข้ามาก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไร เข้ามาที่นี่เจอของแข็งแน่ ที่สำคัญทหารรบในเมืองไม่ชำนาญ เพราะไม่เคยรบมาก่อน ดังนั้น คงสู้ประชาชนที่นี่ไม่ได้” เสธ.แดง กล่าว
เสธ.แดง กล่าวต่อว่า สำหรับการชุมนุมของคนเสื้อแดงจะเป็นอย่างไรนั้น
ตอนนี้อยู่ที่ 3 เกลอ ว่าจะเอาอย่างไร ตอนนี้ประชาชนคนเสื้อแดงได้สู้เกินหน้า 3 เกลอไปแล้ว และประชาชนที่นี่ไม่กลัวการสลาย และไม่สนใจว่ารัฐบาลจะยัดข้อหาอะไร ที่นี่มีการเติมเต็มประชาชนตลอด โดยมีการสลับสับเปลี่ยนกันมาชุมนุม โดยเสาร์-อาทิตย์ มีประมาณ 2 แสนคน
พล.ต.ขัตติยะ กล่าวถึง กรณีคำให้การของ นายเมธี อมรวุฒิกุล ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า
ที่มันเล่านั้นผิดหมด ไม่ถูกเลย และไม่ได้เล่าตามความจริง รัฐบาลมั่ว รัฐบาลแหกตาคนอื่นได้
แต่แหกตาเสธ.แดง ไม่ได้ ที่บอกว่านอนรถหกล้อก็ไม่จริง เพราะนายเมธี นอนข้างเสธ.แดง เรื่องแจกปืนก็ไม่มี.
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, April 27, 2010
“เสธ.แดง”ฟันธงทหารไม่กล้าสลายม็อบ
เหรียญสองด้าน-ข้อมูลสองฝั่ง
ที่มา โลกวันนี้
เรื่องของความรุนแรงอันมีต้นเหตุมาจากความขัดแย้งทางความคิด ความเห็นต่างทางการเมืองที่เกิดขึ้นทุกวันนี้นั้น แต่ละคนแต่ละฝ่ายก็มีความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป แต่ละคนแต่ละฝ่ายต่างก็มีเหตุผลในความเชื่อของตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก เวลาเท่านั้นที่จะเป็นผู้เฉลยความจริงในตอนจบว่าอะไรคืออะไร ใครเป็นใคร และใครทำอะไรเพื่อหวังผลอะไร (หากทุกคนกล้าพูดความจริง)
ชายชุดดำที่ยิงเอ็ม 79 ใส่ทหารในเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงที่ถนนราชดำเนินเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น ฝ่ายทหารและรัฐบาลมองว่าคนพวกนี้คือกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธที่กระทำกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่ก็มีคนมองมุมกลับว่าชายชุดดำคือฮี่โร่ที่มาช่วยหยุดความรุนแรงไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป เพราะหากวันนั้นไม่มีการยิงกระสุนตอบโต้จากชายชุดดำป่านนี้ผู้ชุมนุมคงบาดเจ็บล้มตายอีกมาก
จากความพยายามทำตามคำสั่งต้องยึดคืนพื้นที่ให้ได้ภายในคืนนั้น
เหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้า จรวดอาร์พีจี ระเบิดเอ็ม 67 เข้าใส่หลายสถานที่ก่อนหน้านี้ ฝ่ายรัฐบาลและทหารบอกว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง แต่ก็มีข้อโต้แย้งจากอีกฝ่ายว่าเหตุเกิดขึ้นหลายครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกัน แต่ไม่เห็นจับคนทำได้สักคน ทั้งที่การยิงบางครั้งทิ้งหลักฐานเอาไว้มากมาย เช่น กรณียิงจรวดอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม ที่คนร้ายทิ้งเอาไว้ทั้งรถกะบะ คราบเลือดและอาวุธ หลักฐานขนาดนี้ยังตามจับไม่ได้มันก็น่าสงสัยอยู่
เหตุยิงเอ็ม 79 ใส่กลุ่มคนที่ชุมนุมต่อต้านคนเสื้อแดงที่สีลมเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ก็เช่นกัน รัฐบาลและทหารพยายามชี้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง และจุดยิงก็มาจากฝั่งคนเสื้อแดง แต่ข้อเท็จจริงกลับมีคนเห็นว่าตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ละแวกนั้นไล่กวดจับชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง
ที่สงสัยว่าเป็นผู้ก่อการ ซึ่งวิ่งหลบไปหลังแนวกั้นของทหาร แล้วถูกทหารห้ามว่าไม่ต้องตามแถมยังเอาปืนจ่อหัวตำรวจที่พยายามทำหน้าที่ด้วย ไม่รู้ว่ารัฐบาลและทหารจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร
ประเด็นคำถามสำคัญที่ยังไม่มีใครตอบให้กระจ่างได้เลยก็คือ
ระเบิดเอ็ม 79 จรวดอาร์พีจี ระเบิดขว้างเอ็ม 67 ที่คนร้ายมักใช้ก่อเหตุนั้น
คนกลุ่มไหนหรือใครกันที่มีศักยภาพในการครอบครองและรู้วิธีใช้อาวุธเหล่านี้
มันก็เหมือนวันที่รถของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ถูกยิงถล่มจนพรุนทั้งคันนั่นแหละ เพราะมีทั้งภาพวงจรปิดและหลักฐานต่างๆมากมายแต่คดีก็เงียบหายไปดื้อๆ แถมวันที่ยิงถล่มเป็นช่วงที่ทหารตั้งด่านเต็มบ้านเต็มเมืองตามอำนาจใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่รัฐบาลประกาศใช้
แม้ขาใหญ่พันธมิตรฯจะพยายามไล่บี้ให้ตำรวจจับคนยิงและสาวให้ถึงคนสั่ง แต่ก็ยังมีคนใหญ่กว่าทำให้คดีหยุดลงได้ จนวันนี้นายสนธิไม่แน่ใจในความปลอดภัยของตัวเองต้องหายหน้าหายตาไปอยู่ต่างประเทศ
นี่นำเสนอเช่นนี้เพราะอยากให้ฉุกคิดกันไม่ใช่หลงไปกับข่าวสารที่รัฐบาลกรอกใส่หูทุกเช้าเย็น กรอกใส่หูมากเสียจนประชาชนไม่มีเวลาคิดและหลงเชื่อไปกับข้อมูลที่เป็นแค่ความจริงบางด้าน อันไม่ใช่ความจริงทั้งหมดที่ประชาชนควรรู้
เหรียญยังมีสองด้าน ข้อมูลก็ควรเสนอทั้งสองฝั่งให้คนฟัง คนดู คนอ่าน ได้คิดกันเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ยัดเยียดแล้วบังคับว่าต้องฟังในสิ่งที่อยากให้ฟัง และต้องเชื่อในสิ่งที่ต้องการให้เชื่อเท่านั้น
จิ๋วประณามมาร์ค-เทือกอาชญากร ภาคประชาชนเร่งเอาผิดลากคอขึ้นศาลประหารชีวิตแบบชุนดูฮวาน
ที่มา Thai E-Newsเร่งเอาผิดผู้บงการ-โครงข่ายประชาสังคมนนทบุรี และมูลนิธิศักยภาพชุมชน เร่งให้นำตัวผู้บงการสั่งฆ่าประชาชน10เมษาฯ ขึ้นสู่กระบวนการศาลยุติธรรม เหมือนเหตุการณ์ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนชาวเกาหลีใต้ ซึ่งยังผลให้อดีตประธานาธิบดีชุนดู ฮวาน ซึ่งเป็นผู้สั่งการปราบปรามและสังหารประชาชนในเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 เมษายน 2553
พล.อ.ชวลิต" ขำถูกโยงเป็นขบวนการก่อการร้าย เครือข่ายล่มสถาบัน บอกไม่ฟ้องกลับ แต่ประณามคู่หู "มาร์ค-เทือก" อาชญากรโหด สั่งฆ่าคน ขณะที่โครงข่ายประชาสังคมนนทบุรี และมูลนิธิศักยภาพชุมชน เร่งให้นำตัวผู้บงการสั่งฆ่าประชาชน10เมษาฯ ขึ้นสู่กระบวนการศาลยุติธรรม เหมือนเหตุการณ์ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนชาวเกาหลีใต้ ซึ่งยังผลให้อดีตประธานาธิบดีชุนดู ฮวาน ซึ่งเป็นผู้สั่งการปราบปรามและสังหารประชาชนในเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่พรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีถูกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ระบุว่ามีรายชื่อในโครงข่ายขบวนการล้มล้างสถาบันว่า และเตรียมออกหมายเรียก ว่า ตอนแรกไม่ได้ให้ความสนใจ แต่เมื่อมีผู้ซักถามมาเยอะเลยอยากชี้แจง
โดยขอตำหนิ การสั่งปราบปรามประชาชนโดยไม่คำนึงถึงหลักการและวิธีการ ลดความเสียหาย ค่ำมืดยังใช้กำลัง ตนทราบว่ากองทัพหรือตำรวจไม่ต้องการใช้กำลังปราบปรามแม้แต่น้อย แต่เป็นการสั่งการโดยนายกฯ และรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ทำให้เกิดความเสียหาย
“จากวันนั้นถึงวันนี้ คุณอภิสิทธิ์ คุณสุเทพ เป็นอาชญากร มีจิตใจโหดเหี้ยมเหลือเกิน ไม่เคยปรากฏว่าข้อขัดแย้งจะสร้างความเสียหายเหมือนครั้งนี้ ขอประณามว่าท่านเป็นอาชญากร ที่สั่งฆ่าพี่น้องประชาชน และประชาชนทุกคนโดยเฉพาะญาติมิตร ขอบอกว่าเขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ท่านได้รับผลจากการสั่งการที่ร้ายกาจที่สุด แย่ที่สุด เลวร้ายที่สุด" พล.อ.ชวลิต กล่าว
ส่วนที่ว่ารัฐบาลรวบรวมหลักฐานและนำไปโยงกับการก่อการร้าย พล.อ.ชวลิตตอบว่า วันนี้เป็นการกล่าวหา ถ้าเป็นคนที่มีความเข้าใจในปัญหา ไม่อยากใช้ว่าเป็นผู้ดี ก็จะไม่ใช้วิธีการอย่างนี้ หากแผ่นชาร์ตนั้นออกมาจริง ถือว่าน่าเศร้าใจมาก สำหรับฝ่ายการข่าวของ ศอฉ.ถือว่าสับสนมาก เมื่อถามว่าจะฟ้องร้องหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า ไม่เคยฟ้องใครเลยในชีวิตนี้ นอกจากน้องชายที่น่ารักคนหนึ่งเท่านั้น จากนั้นก็ถอนฟ้อง เรื่องนี้ไม่มีประโยชน์ที่จะไปฟ้องร้อง
เมื่อถามว่า ความหวังพึ่งพระบารมียังมีอยู่หรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า "การแถลงข่าววันนี้ผมขอพระบารมีปกเกล้าฯ ที่เราถือว่าเสด็จพ่อ เป็นสถาบันที่เราเคารพเป็นสถาบันศักดิ์สิทธิ์ ยึดถือเป็นอเนกนิกรสโมสรสมมุติ ถือเป็นสถาบันที่เราเคารพ เหมือนเราไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่หลังไมค์ น้องนักข่าวถามไม่อยากเข้าเฝ้าฯ หรือ ก็ตอบอยากเข้าเฝ้าฯ เป็นธรรมดา วันนี้ก็ยังยืนยันว่าอยากไปกราบพระบาทปัญหาให้ทรงทราบ ถ้าทำได้นะครับ ก็ถามอีกว่าจะติดต่อองคมนตรีคนไหน ก็บอกไม่ได้ ต้องติดต่อสำนักราชเลขาฯ ก็พูดแค่นั้น แต่ข่าวกลายเป็นว่าผมขอเข้าเฝ้าฯผ่านสื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะถูกต้อง แต่ก็กัดฟันอดทนไม่ยอมอธิบาย แต่จิตใจบริสุทธิ์ทุกท่านคงทราบดี"
เมื่อถามว่า วันนี้ยังคงยืนยันจะขอเข้าเฝ้าฯอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า "เมื่อนำความกราบบังคมทูลไปแล้ว ล่อกแล่กไม่ได้ และเห็นว่าถ้ามีพระมหากรุณาธิคุณอย่างนั้นได้จริง ความจริงเราก็ห่วงใยเสด็จพ่ออยู่มาก ท่านทรงเหนื่อย และทรงพระประชวรอยู่ พวกเรามองดูแล้วก็น้ำตาไหล ทุกคนก็เข้าใจดี หากเข้าแล้วเป็นประโยชน์ก็จะไปกราบพระบาท ถ้าไปแล้วไปรบกวนพระราชหฤทัย คงต้องละไว้ก่อน"
แถลงการณ์โครงข่ายประชาสังคมนนทบุรีและมูลนิธิศักยภาพชุมชน
กรณีการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามการชุมนุม
ความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทย มีพื้นฐานมาจากความหลากหลายทางความคิด การเพิกเฉยไม่มีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานทางความคิดที่หลากหลาย ทำให้ขาดความอดทน อดกลั้น ไม่มีความใจกว้างที่จะรับฟังความคิดเห็น โครงข่ายประชาสังคมนนทบุรีและมูลนิธิศักยภาพชุมชน จึงได้จัดเวทีพูดคุย “ประชาธิปไตยภาคประชาชน” ขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีข้อสรุปที่จะเสนอต่อสาธารณชน ดังนี้
๑. เรายืนยัน ที่จะรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แบบระบบรัฐสภา เพื่อสนับสนุนให้กลไกรัฐสภาทำหน้าที่ได้ต่อไป รวมทั้งสถานการณ์ปัจจุบันที่มีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุม มากกว่า ๒๘ ศพ และบาดเจ็บสาหัสและไม่สาหัสอีกเป็นพันคน เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล จงได้แสดงสปิริตทางการเมืองโดยการออกมารับผิดชอบในสถานการณ์ความรุนแรงที่ได้เกิดขึ้นและ มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยการยุบสภาโดยเร็วไว เพื่อรักษาไว้ซึ่งระบบรัฐสภา
๒. เราเรียกร้อง ให้ดำเนินคดีทั้งอาญาและแพ่ง เอาผิดให้ถึงที่สุด กับผู้สั่งการให้มีการสลายการชุมนุม และกับผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ) พร้อมคณะ ในฐานะผู้รับผิดชอบที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ โดย ต้องการให้นำตัวผู้สั่งการ ขึ้นสู่กระบวนการศาลยุติธรรม เพื่อจะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ เยี่ยงเหตุการณ์การการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชนชาวเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ยังผลให้อดีตประธานาธิบดีชุนดู ฮวาน ซึ่งเป็นผู้สั่งการปราบปรามและสังหารประชาชนในเหตุการณ์ครั้งนั้น ได้ถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และเสียชีวิตในเวลาต่อไป
๓. เรายืนยันและสนับสนุน ให้รัฐบาลดำเนินการตามที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้ความรุนแรงในการเข้าสลายการชุมนุม โดยหากจำเป็นให้ใช้วิธีการตามหลักสากล จากเบาไปหาหนัก
๔. เราจะต่อต้าน ความพยายามทุกรูปแบบที่จะกระทำการรัฐประหาร ไม่ว่าจากฝ่ายใด เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ตามมาตรา ๖๙ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้ระบุไว้จนถึงที่สุด
๒๔ เมษายน ๒๕๕๓
โครงข่ายประชาสังคมนนทบุรี
และมูลนิธิศักยภาพชุมชน
Thai Consumers Development Association (TCDA)
150/131/1 ngamwongwan 23 rd, bangkhen
amphoe mueng,Nonthaburi 11000
T/F : 0-2580-2000-1
"ณัฐวุฒิ"ลั่นเปิดศึกรุกกลับรัฐบาลดีเดย์27เม.ย. แดงอ้าง"มาร์ค"บอก"ผู้ใหญ่สุงสุด"สั่งห้ามยุบสภา
ที่มา มติชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่เวทีแยกราชประสงค์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน แถลงข่าวพร้อมเปิดคลิปเหตุการณ์ 10 เมษายน ความยาว 3 นาที ที่แสดงให้เห็นว่าทหารทำร้ายประชาชน และมีไอ้โม่งอยู่ในกลุ่มของทหาร โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีการรวบรวมกำลังทหารและตำรวจมากมายเพื่อสลายการชุมนุมจริง แต่เห็นว่ามีคนจำนวนมาก จึงไม่มีจังหวะและไม่มั่นใจที่จะลงมือ
"ขณะนี้นายอภิสิทธิ์และทหารกำลังเข้าใจสถานการณ์ผิดว่า หากสลายชุมนุมสำเร็จ รวมทั้งจับแกนนำเข้าคุก ปัญหาจะจบ แต่ความจริงคือ แม้เอาพื้นที่คืนได้ ก็จะเกิดกลุ่มเสื้อแดงทั้งแผ่นดินขึ้น และถึงไม่มีแกนนำกลุ่มนี้ ก็จะมีแกนนำกลุ่มใหม่เกิดขึ้น ดังที่เห็นต่างจังหวัดขณะนี้ เมื่อรัฐบาลคิดที่จะเล่นเกมนี้ เราก็จะไม่ร่วมอยู่ในเกม ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนเป็นต้นไป จะกำหนดมาตรการเชิงรุก และออกไปปฏิบัติการกับรัฐบาลชุดนี้ เพื่อกดดันและนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาล โดยที่ไม่กลัวว่ารัฐบาลจะตลบหลัง ซึ่งต้องติดตามว่าใครจะเป็นฝ่ายตลบหลังใคร" นายณัฐวุฒิกล่าว และว่า ต่อไปก็จะไม่ใช่มีเฉพาะกลุ่มเสื้อแดง หรือกลุ่มคนเสื้อหลากสี แต่ต่อไปจะมีศึกของกลุ่มเสื้อสีเขียวและสีกากี ซึ่งหมายถึงทหารและตำรวจ
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เมื่อตอนบ่ายโทรศัพท์คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่า ไม่ได้ป่วย ร่างกายแข็งแรงดี เสียงสดใส เพียงแต่ที่ไม่ได้วิดีโอลิงค์ เพราะไม่อยากให้มองว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงเป็นเรื่องของทักษิณ แต่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องของประชาธิปไตย
"แดง"แฉ"มาร์ค"อ้างผู้ใหญ่สูงสุด
เมื่อเวลา 13.30 น. นายวิสา คัญทัพ แกนนำ นปช. ปราศรัยบนเวทีอ้างข่าววงในการประชุมของรัฐบาลว่า ขณะนี้นายสุเทพสั่งให้ผู้บังคับการตำรวจทุกจังหวัดให้นำตำรวจเข้ามากรุงเทพฯให้ได้ โดยจะให้งบฯ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังอ้างการประชุมรัฐบาล 8 ข้อ ได้แก่ 1.นายอภิสิทธิ์แจ้งที่ประชุมว่า นายปีย์ มาลากุล ได้แจ้งมาว่า ผู้ใหญ่สูงสุดไม่ให้ยุบสภาโดยเด็ดขาด 2.รัฐบาลจะส่งสายมาร่วมในกลุ่มมอเตอร์ไซค์เสื้อแดง เพื่อสืบการข่าว 3.ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดกาญจนบุรีได้รับอาสาจะเป็นผู้นำสลายเสื้อแดง โดยขอตำรวจ 21 กองร้อย ประมาณ 3,000 คนไปฝึกที่กาญจนบุรี โดยมี พล.ต.อ.คนหนึ่ง แนะนำการฝึกสลาย
สั่งสกัดตร.เข้ากรุงเปลี่ยนกำลัง
"4.รัฐบาลจะพยายามจับพวกมอเตอร์ไซค์เสื้อแดงเพื่อลดผู้มาชุมนุม5.หลังจากสลายชุมนุม ให้ตำรวจยึดครองจุดสำคัญคืน 6.ให้ถอนกำลังตำรวจออกจากพื้นที่สีลมและเอาทหารเข้าไปแทน 7.ให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ออกหมายจับเสื้อแดง 8.ให้ พล.ต.ต.อำนวยรีบดำเนินการออกหมายจับ พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก อดีต ผบช.ก. และพวกโดยเร็ว" นายวิสากล่าว
เวลา 14.35 น. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า ขณะนี้ พล.ต.อ.ปทีป ทำหนังสือถึงนายกฯเกี่ยวกับการจัดการกับผู้ชุมนุมจะต้องทำหนังสือสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และเวลา 16.00 น. ตำรวจผลัดใหม่ที่จะมาสลับบริเวณที่ชุมนุมแยกราชประสงค์นั้น ขอให้ผู้ชุมนุมช่วยกันสกัดไม่ให้เข้ามากรุงเทพฯ เพื่อให้ชุดเดิมอ่อนล้า ไม่มีประสิทธิภาพ
"ตู่"ชี้รบ.ใช้จิตวิทยาสลายม็อบ
เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดความวุ่นวายบริเวณเวทีชุมนุมแยกราชประสงค์ เมื่อแกนนำ นปช.ประกาศจะมีตำรวจและทหารเข้ามาบริเวณแยกสาทร ผู้ชุมนุมจำนวนมากจึงถือไม้ไผ่แหลมไปบริเวณดังกล่าว แต่ไม่พบตำรวจและทหารแต่อย่างใด ขณะที่การ์ด นปช.จับกุมชายคนหนึ่งมาหลังเวที สงสัยเป็นผู้สร้างสถานการณ์และมีการทำลายข้าวของพร้อมนำตัวไปสอบสวน
เวลา 18.00 น. แกนนำขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนชูบัตรประชาชนให้ช่างภาพเก็บภาพ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ถูกยึดบัตรประชาชนไว้เหมือนกลุ่มเสื้อเหลือง และยืนยันว่าไม่ได้ถูกจ้างมา
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พท.และแกนนำ นปช. ขึ้นเวทีปราศรัยขอให้ผู้ชุมนุมอย่าแตกตื่นตกใจกับข่าวสลายการชุมนุม โดยขอให้ระมัดระวังแต่ไม่ถึงกับระแวง ขณะนี้รัฐบาลกำลังเล่นสงครามจิตวิทยา หากกลุ่มผู้ชุมนุมเพลี่ยงพล้ำก็จะเข้ามาจัดการ สถานการณ์แบบนี้ยังเปิดให้เข้ามาชุมนุมตามปกติ เพราะรถทหารคงเข้าใกล้พื้นที่ไม่ได้
สันติภาพล่ม
ที่มา ข่าวสด
วงค์ ตาวัน
มีการเจรจาลับๆ ระหว่างนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาฯนายกฯกับนายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. เมื่อสองวันที่ผ่านมา หลังจากได้เกิดความรุน แรงขึ้นกลางเมืองหลวงอีกครั้ง ทำให้ประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บเกลื่อนทั่วถนนสีลม
ทุกฝ่ายได้ยินก็ดีใจ คุยกันได้เสียที ไม่เช่นนั้นเลือดเนื้อและชีวิตชาวบ้านจะต้องสูญเสียไปอีกเท่าไรก็ยังไม่รู้
แถมแกนนำนปช.แสดงท่าทียืดเวลายุบสภาไปเป็น 1 เดือน
ทั่วทั้งสังคมกำลังรู้สึกโล่งอก
ไม่ทันไร ข่าวว่าคุยกันอยู่ดีๆ ก็มีโทรศัพท์เข้ามากลางวง บอกให้นายกอร์ปศักดิ์เลิกคุยกับนายวีระ
การเจรจาสันติภาพเป็นอันล้มพับ!
ตอนนี้ม็อบเสื้อแดงเลยประกาศสลัดเสื้อ เปลี่ยนเป็นสีอะไรก็ได้ จะได้เคลื่อนไหวอิสระ ได้หลายรูปแบบ
ทั้งสังคมต้องกลับมาระทึกขวัญกันต่อไป
ใครกันที่โทร.มาสั่งนายกอร์ปศักดิ์ให้เลิกเจรจา เดาได้ไม่ยาก
ยิ่งนายกฯมาร์คให้สัมภาษณ์แข็งกร้าว บอกว่าการยุบสภาไม่ใช่ทางแก้ปัญหา และที่นปช.ประกาศลดเงื่อนไขก็แค่การสร้างภาพ อีกทั้งรัฐบาลจะไม่ยอมทำตามการข่มขู่ของใคร!?
นายกฯแสดงท่าทีเช่นนี้ ม็อบหลากสีที่สนับสนุนอยู่คงพึงพอใจ
แต่ผู้คนทั้งสังคมเข่าอ่อน!
คนส่วนใหญ่ไม่ได้เชียร์ม็อบแดงและไม่ได้เชียร์นายกฯ รู้แต่เพียงว่า ถ้ายังสู้กันอยู่ย่อมสร้างผลกระทบในวงกว้าง คู่ขัดแย้งทางการเมืองคู่นี้ ต้องร่วมกันหาทางลงโดยด่วน
การเจรจาถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด และการยุบสภา เป็นแนวทางประชาธิปไตย จะอีก 3 เดือน 6 เดือนก็ไม่เป็นไร
พอเริ่มคุยกันคนก็ดีใจ แต่พอล้มโต๊ะเจรจา คนก็กุมขมับกันทั่ว
รวมไปถึงกองทัพและตำรวจ ที่ต้องไปยืนขาแข็ง นอนกันบนสะพาน บนสถานีรถไฟฟ้า ริมถนน ล้วนอ่อนอกอ่อนใจ
ท่าทีนายกฯเช่นนี้ ทั่วทั้งสังคมรู้ซึ้งดี ใครจะมาบังคับกดดันไม่ได้ เสียหน้าเสียศักดิ์ศรีไม่ได้
ถึงนาทีนี้ สงสัยการเจรจาเพื่อยุบสภา คงยากถึงยากที่สุด
เพราะนายกฯได้ปฏิบัติให้ประจักษ์แจ้งมาแล้วจนตะลึงไปทั่ว
ดังในกรณีผบ.ตร. เรื่องใหญ่โตสำคัญยิ่ง
จนบัดนี้ยังไม่มีผบ.ตร. แม้ในยามบ้านเมืองวิกฤตก็ไม่มีใครมาบังคับบัญชาตำรวจ
นายกฯคนนี้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว!
บทเรียน การสลาย สภาพ แปรผัน พลิกเปลี่ยน โจทก์ อาจเป็น จำเลย
ที่มา ข่าวสด
เห็นได้จากความล้มเหลวในการ "ขอพื้นที่คืน" ในวันที่ 10 เมษายน
เห็นได้จากการที่ "เสื้อแดง" ขอนแก่นปิดล้อมและไม่ยอมให้ทหารเคลื่อนกำลังออกจากสถานีรถไฟได้โดยราบรื่น
จากขอนแก่นแพร่ลามไปยังหนองบัวลำภู แพร่ลามไปยังอุดรธานี
จากขอนแก่นเห็นได้อย่างเด่นชัดยิ่งของการชุมนุมตั้งด่าน ปิดล้อมบนถนนพหลโยธินทั้งคู่ขนานและทางด่วนขาเข้ากทม. บริเวณปากซอยคลองหลวง 26 หลักกิโลเมตรที่ 36
ผลก็คือ ตำรวจจากหลายจังหวัด ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สามารถเดินทางเข้ามาปฏิบัติการในกทม.ได้ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
นี่คือรูปธรรมแห่งการไม่สามารถ "บังคับ" ใช้กฎหมายได้ของ "อำนาจรัฐ"
ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของรัฐบาล ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของกองทัพ ไม่ว่าการเคลื่อนไหวของตำรวจ
ดำเนินไปอย่างไม่สามารถปิดเป็น "ความลับ" เอาไว้ได้
อย่างที่เรียกตามศัพท์ของนปช.แดงทั้งแผ่นดินว่า ในหมู่ทหารก็มี "ทหารแตงโม" ในหมู่ตำรวจก็มี "ตำรวจมะเขือเทศ"
ทุกครั้งที่ตำรวจจะเคลื่อนกำลังนปช.แดงทั้งแผ่นดินก็รู้
ทุกครั้งที่ทหารประชุมวางแผนจะรุกคืบเพื่อนำไปสู่การสลายและขอคืนพื้นที่นปช.แดงทั้งแผ่นดินก็รู้
เมื่อ "ความลับ" ไม่เป็นความลับเสียแล้ว ปฏิบัติการก็ยากจะสำเร็จ
ตรงนี้เองที่ทำให้ความต้องการของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ความต้องการของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เสมอเป็นเพียงความต้องการในลักษณะเงื้อง่าราคาแพง นั่นก็คือ คิดได้แต่ไม่สามารถแปรเป็นการปฏิบัติที่เป็นจริงได้
นับวันความเฉียบขาดของรัฐบาลก็เสมอเป็นเพียงคำขู่อันเลื่อนลอยและว่างเปล่า
เช่นเดียวกับ การดำรงคงอยู่ของการชุมนุม ณ แยกราชประสงค์ ทุกคนล้วนรับรู้ว่ารัฐบาลต้องเข้าจัดการเพื่อสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน
เพียงแต่ว่าจะเป็นเมื่อใด จะเป็นวันไหนเท่านั้นเอง
ที่ทุกคนรู้ไม่เพียงเพราะว่ารัฐบาลแถลงผ่านศอฉ.ทุกวันว่ากำลังดำเนินมาตรการกดดันทุกวิถีทางเพื่อนำไปสู่การยึดคืนพื้นที่แยกราชประสงค์
หากรู้เพราะว่าไม่มีรัฐบาลใดยินยอมให้สภาพเช่นนี้ดำรงอยู่อย่างยืดเยื้อ
การดำรงอยู่อย่างยืดเยื้ออย่างแรกสุดก็คือสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและธุรกิจอย่างชนิดเป็นลูกระนาด
อย่างต่อมา คือ สร้างความไม่พอใจที่ขยายไปสู่วงกว้างมากเป็นลำดับ
อย่างต่อมา คือ แทนที่รัฐบาลจะเป็นโจทก์ ตรงกันข้าม ยิ่งนานวันโจทก์ก็จะกลายเป็นจำเลย เพราะไม่สามารถจัดการอะไรได้
ในที่สุด ความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อรัฐบาลก็จะเหลือน้อยลง น้อยลง
ปัญหาของรัฐบาลก็คือ จะจัดการสลายการชุมนุมอย่างไรจึงจะไม่เกิดความเสียหายติดตามมา
เพราะบทเรียนมีมาแล้วจากกรณีเดือนตุลาคม 2516 จากกรณีเดือนตุลาคม 2519 จากกรณีเดือนพฤษภาคม 2535 และล่าสุดคือจากกรณีเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553
ทันทีที่มีการสลายการชุมนุมเลือดก็จะไหลนองอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้พ้น
ดื้อด้าน
ที่มา ข่าวสด
ทําเอาใครต่อใครหลายคนงุนงงไปตามกัน
กรณี นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธด้วยท่าทีแข็งกร้าวและในทันทีทันใดต่อเงื่อนไขข้อเรียกร้องล่าสุดของกลุ่มคนเสื้อแดง
ให้ "ยุบสภา" ภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าว มีคนโทรศัพท์แจ้งไปยัง นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ให้ยกเลิกการเจรจากับแกนนำนปช.กลางคัน
เชื่อเถอะว่าคนที่จะสั่งเลขาธิการนายกฯ ได้มีเพียงไม่กี่คนในประเทศ
ที่งงก็เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังการเจรจา 2 ครั้งแรกล้มเหลว เนื่องจาก 2 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ในเรื่องเงื่อนเวลาที่เหมาะสมในการยุบสภา
นายอภิสิทธิ์ ยืนกรานอยู่ที่ 9 เดือน แกนนำนปช. ต้องการให้ยุบใน 15 วัน
เมื่อตกลงกันดีๆ ไม่ได้ก็เลยต้องตัดสินกันด้วยกำลัง
ผลก็คือเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายนมีผู้บาดเจ็บล้มตายกันจำนวนมากทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนเสื้อแดง
หลังเหตุการณ์แกนนำนปช. ประกาศปิดประตูตายการ เจรจารอบใหม่ (รอบที่ 3) พร้อมยกระดับข้อเรียกร้องเป็นรัฐบาลต้องยุบสภาทันที
แต่รัฐบาลและนายกฯ ไม่ยอม
ทั้งยังตอบโต้ด้วยการเพิ่มมาตรการด้านการทหาร และการบังคับใช้กฎหมายแบบเข้มงวดทุกเม็ด
เพื่อข่มขู่กดดันให้กลุ่มผู้ชุมนุมสลายตัว
การที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างดื้อดึงไม่ยอมถอยให้กันและกัน
ได้นำมาสู่ความสูญเสียอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน พร้อมกับคู่ขัดแย้งบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นภายใต้เครื่องแบบเสื้อหลากสี
ระหว่างนั้นทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งนักวิชาการ อาจารย์มหา"ลัย กลุ่มองค์กรประชาธิปไตย ส.ว. นักธุรกิจ สื่อมวลชน ประชาชนทั่วไป ฯลฯ
ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าการปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ต่อไป
มีแต่จะเกิดความสูญเสียมากขึ้น
ดังนั้น ทั้ง 2 ฝ่ายควรเริ่มเปิดการเจรจารอบใหม่เป็น การด่วนโดยต่อยอดจากการเจรจา 2 ครั้งก่อน
ตอนแรกก็นึกว่าแกนนำนปช.คงไม่ยอมและน่าจะเป็นฝ่ายปฏิเสธข้อเสนอการเจรจา
รัฐบาลเองก็เป่าหูสังคมมาตลอดว่าคนเสื้อแดงต้องการจบปัญหาด้วยความรุนแรง
แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นรัฐบาลที่เป็นฝ่ายดับความหวังของสังคมที่ต้องการเห็น 2 ฝ่ายหันหน้าเข้าเจรจากัน
หรือว่าตัวเลขคนตาย 26 คน บาดเจ็บอีกร่วม 900 คน
ไม่มีผลลดทอนความดื้อด้านของใครบางคนลงได้แม้แต่นิดเดียว
นาทีวัดใจ
ที่มา ไทยรัฐ การชุมนุมของม็อบเสื้อแดงเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม จนถึงวันนี้ (เมษายน) ก็ผ่านไปแล้ว 44 วัน เป็นอภิมหาวิกฤติอภิมหานิรันดร์กาลที่ท้าทายการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยตรง ทำให้ม็อบเสื้อแดงเตรียมรับมือได้ทัน และสามารถระดมแนวร่วมเข้ามาเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว "แม่ลูกจันทร์"
ถึงแม้รัฐบาลจะประกาศห้ามประชาชนไม่ให้เข้าร่วมชุมนุม แต่คนเสื้อแดงก็ยังชุมนุมจำนวนมากทุกวัน
ถึงแม้รัฐบาลสั่งตำรวจทหารตั้งด่านสกัดคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดไม่ให้เดินทางเข้าไปร่วมชุมนุม แต่ก็สกัดไม่ได้อยู่ดี
แถมยังโดนกลุ่มเสื้อแดงตั้งด่านสกัดทหารตำรวจซะเอง
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นี่คือเรื่องจริงไม่อิงนิยาย
สรุปว่ามีหลายเงื่อนไขหลายปัจจัยที่ยังไม่เอื้ออำนวยให้รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุม
ทำให้กลุ่มมวลชนที่ต้องการให้รัฐบาล จัดการเด็ดขาดกับม็อบเสื้อแดงต้องเสียฟิลลิ่งหมดมู้ดไปตามๆกัน
"แม่ลูกจันทร์" เชื่อว่าในใจลึกๆของ "นายกฯอภิสิทธิ์" อยากสลายการชุมนุมใจจะขาดรอนๆ
แต่ติดที่ "พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา" ผบ.ทบ. ไม่ต้องการใช้ความรุนแรงกับประชาชน
เมื่อ ผบ.ทบ.ยังไม่พร้อมใช้กำลัง ก็มีหลายฝ่ายเสนอให้ "อภิสิทธิ์" ปลด ผบ.ทบ. ข้อหาไม่สนองนโยบายรัฐบาล
แต่การปลด พล.อ.อนุพงษ์ ก็ไม่ง่ายนะคุณโยม
เนื่องจาก พ.ร.บ.ระเบียบราชการกลาโหม (แก้ไขใหม่ยุค คมช.) ได้ตัดอำนาจนายกรัฐมนตรีไม่ให้เข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพ อย่างเดิม
นายกฯอภิสิทธิ์ จึงไม่มีอำนาจปลด "พล.อ.อนุพงษ์" จาก ผบ.ทบ.
เช่นเดียวกับข้อเสนอให้รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึก เพื่อให้ใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมอย่างสะดวกโยธิน
แต่กฎอัยการศึกคือการมอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้ทหาร 100 เปอร์เซ็นต์
กฎอัยการศึก จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ "อภิสิทธิ์" ต้องการ
"แม่ลูกจันทร์" เชื่อว่ามีเหตุผลสำคัญ 6 ประการที่ พล.อ.อนุพงษ์ ยังไม่ตัดสินใจใช้กำลังสลายม็อบเสื้อแดง
1, ทุกครั้งที่ ศอฉ.เตรียมเข้าสลายการชุมนุม จะมีข่าวรั่วจากทหารแตงโมถึงแกนนำเสื้อแดง
2, พื้นที่สี่แยกราชประสงค์มีข้อจำกัดในการใช้กำลัง และการใช้กำลังมีโอกาสเกิด ความเสียหายอย่างมโหฬาร
3, ยังต้องระวังกองกำลังติดอาวุธไม่ ทราบฝ่ายที่ฉวยโอกาสผสมโรง ถ้าถึงขั้นใช้อาวุธปะทะกันก็จะเกิดการสูญเสีย ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน
4, การใช้กำลังสลายการชุมนุม ถ้ามี ความรุนแรง มีประชาชนบาดเจ็บล้มตาย จะเกิดความเสียหายต่อภาพพจน์ประเทศไทยในสายตาชาวโลกที่กำลังจับตาดู
5, ถึงแม้สลายม็อบยึดพื้นที่คืนสำเร็จก็จริง แต่ปัญหาเสื้อแดงยังไม่จบ และมีแนวโน้มว่าจะขยายความรุนแรงออกไปในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์
6, ถึงจะสามารถจับกุมแกนนำได้ทั้ง หมด แต่ม็อบที่ไร้แกนนำยิ่งอันตรายกว่าม็อบที่มีแกนนำ
อย่างไรก็ตาม...การที่รัฐบาลมี พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และมีกำลังทหารตำรวจอยู่ในมือ
รัฐบาลย่อมได้เปรียบกว่าม็อบเสื้อแดงหลายเท่าตัว
ถ้าลุยกันเมื่อไหร่ รัฐบาลก็ชนะแบเบอร์
แต่ในความได้เปรียบก็มีอัตราความเสี่ยงสูงพอสมควร
เพราะถ้าสถานการณ์บานปลาย รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน.
ผู้นำกับวิกฤต
ที่มา ไทยรัฐ วิกฤติบ้านเมืองเวลานี้ต้องโทษ ความอำมหิตของเผด็จการซ่อนรูป ด้วยส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะการยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิ์ทางการเมืองของนักการเมือง ทำให้บุคคลที่พร้อมไปด้วยภาวะผู้นำถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปด้วย หมัดเหล็ก
จะเป็นไปตามแผนบันไดสี่ขั้นหรืออย่างไรก็เป็นอีกเรื่องแต่ต้องยอมรับว่าบุคลากรชั้นนำของประเทศที่จะเป็นผู้นำรุ่นใหม่
ต่อไปที่ ถูกขีดวงจำกัดอยู่ในบ้านเลขที่ 111 ล้วนแต่มีคุณภาพทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง พร้อมที่จะเป็นผู้นำอย่างสมบูรณ์แบบ
ความมีภาวะผู้นำของคนเหล่านี้ หล่อหลอมมาจากประสบการณ์ ทางด้านบริหารและการเรียนรู้ที่สั่งสมไว้ด้วย วัยวุฒิและคุณวุฒิ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการตัดสินใจที่จะนำไปสู่ความหายนะของประเทศหรือความสูญเสียของประชาชน จะไม่ทำเด็ดขาด
เมื่อบุคลากรเหล่านี้ถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมืองเสียแล้ว บุคลากรที่ไร้คุณภาพขาดซึ่งวิสัยทัศน์และภาวะความเป็นผู้นำ จึงถูกเข็นเข้ามาบริหารประเทศแทน คนเหล่านี้สามารถที่จะสั่งขวาหันซ้ายหันได้ง่ายๆ ใช้เป็นเครื่องมือที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
เพราะขาดบารมีและสำนึกความเป็นผู้นำนั่นเอง
เป็นหุ่นเชิดของเผด็จการซ่อนรูป เป็นตัวแทนในการใช้อำนาจเผด็จการ และเป็นหมากเบี้ยของสงครามตัวแทนระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ
วันนี้ประเทศไทยแทบจะเหลือแต่ซากปรักหักพัง ความเป็นอธิปไตย ความสมานฉันท์ของคนไทยกลายเป็นสุญญากาศโดยสิ้นเชิง มีแต่ความแตกแยกความขัดแย้ง หวาดระแวงและสงครามการเมือง
มีผู้บาดเจ็บล้มตายเพราะสงครามการเมืองเป็นจำนวนมาก เสถียรภาพความมั่นคง ไม่เหลืออะไรไว้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นรัฐถาธิปัตย์ เศรษฐกิจพินาศย่อยยับ
ชาวโลกมองประเทศไทยเป็นดินแดนก่อการร้าย
เป็นแดนมิคสัญญี ทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือแม้แต่ในเมืองหลวงของประเทศไทยเต็มไปด้วยอันตรายจากภัยสงคราม เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน
คนที่เป็นผู้นำจะต้องมีความสำนึกต่อความสูญเสียในสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างน้อยจะต้องรู้สึกเป็นทุกข์เป็นร้อน รู้สึกวิตกกังวล
กับความหายนะครั้งสำคัญที่จะพลิกประเทศไทยจากหน้ามือเป็นหลังมือ
นานาอารยประเทศมองประเทศไทยด้วยสายตาดูถูกดูแคลนก็ช่างเถอะ แต่คนไทยที่มองหน้ากัน ด้วยสายตากระหายเลือด บ่งบอกถึงการสิ้นชาติในที่สุด
ไม่มีคำว่าเสียสละและรับผิดชอบหรือแม้แต่คำขอโทษ
เห็นนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกรายการทีวีถี่ยิบตอบโต้ประชาชนที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูทุกเม็ด ตาต่อตาฟันต่อฟัน เห็นแล้วไม่สบายใจ ไม่ได้ห่วงว่าฝ่ายไหนจะแพ้จะชนะ ไม่ได้ห่วงว่าจะยุบสภาหรือไม่ยุบ
แต่ห่วงว่าประเทศจะล่มจม.
เทพเทือกขู่ฟ่อ จับ'บิ๊กจิ๋ว' ขบวนจาบจ้วง
ที่มา ไทยรัฐ
"สุเทพ" ฮึ่มออกหมายเรียก "บิ๊กจิ๋ว" พร้อมเครือข่ายขบวนการล้มสถาบัน เรียกครั้งที่ 2 ไม่มาออกหมายจับทันที ระบุหลักฐานแน่น ยันรัฐบาล-กองทัพมีเอกภาพแน่นปึ้กมีแต่คนคอยเสี้ยม แย้มอีกไม่นานสถานการณ์ใกล้จบ..
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่อาคารศาสนสถาน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธถึงกระแสข่าวนายทหารระดับสูงไม่พอใจที่รัฐบาลเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง
"ผมกินอยู่หลับนอนทำงานอยู่กับทหารเหล่านี้ 24 ชั่วโมงทุกวัน ยังไม่เคยปรากฎว่ามีกระแสอะไรอย่างนั้นเลย" นายุสเทพ กล่าว
นายุสเทพ กล่าวว่า มีคนคอยเสี้ยมมีคนคอยปล่อยข่าวทำให้รัฐบาลขัดแย้งกับกองทัพ ยืนยันรัฐบาลกับกองทัพเป็นเอกภาพกันดี พร้อมกับกล่าวว่า "จะให้ไปกอดให้ดูไหม" ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ที่นายกรัฐมนตรีเองบอกว่าถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็พร้อมที่จะไป นายกฯ มีการตั้งธงไว้หรือไม่ว่าจะแก้ปัญหาไปอีกนานแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคิดมาก มีหน้าที่แก้ไขปัญหา เมื่อถามว่า แต่ดูเหมือนสถานการร์มันจะลุกลามบานปลายออกไป นายสุเทพ กล่าวว่า "ผมว่าสถานการณ์ไม่นานล่ะครับ" เมื่อถามย้ำว่า จะขีดเส้นตายให้กลุ่มคนเสื้อแดงอีกนานแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ขีดเส้นตายให้ใคร แต่จะทำงานของตนให้เต็มที่
ส่วนกรณี ศอฉ.นำเอกสารที่ระบุว่าเป็นโครงข่ายขบวนการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา นายสุเทพ กล่าวว่า จะดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง จะออกหมายจับกุมตัวในกรณีที่หลักฐานเพียงพอ ซึ่งเรามีหลักฐานยืนยัน ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯ หรือเป็นใครก็ทำทั้งนั้น ไม่ยอมให้ใครละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพี่น้องประชาชนคนไทย เมื่อถามว่า ศอฉ.ต้องมีประกาศการห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าจำเป็นตนก็จะทำ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ประกาศ
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ตามรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่ปรากฏอยู่ในเอกสารดังกล่าว จะออกหมายจับหมดเลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะออกหมายเรียกก่อนครั้งที่ 1 ไม่ก็ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ถ้าครั้งที่ 2 ไม่มา ก็ออกหมายจับ เมื่อถามว่ากรณีของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทยและอดีตนายกฯต้องเรียกให้มารายงานตัวด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนกำลังดูอยู่.