ที่มา มติชน
โดยเว็บไซท์ สเตรทส์ ไทม์ส ระบุว่า กรุงเทพฯของไทยกลับมาอันตรายอีกครั้ง การปะทะกันจากกรณีที่ทหารพยายามจะขัดขวางไม่ให้ขบวนรถของคนเสื้อแดง ที่พยายามจะขยายพื้นที่การชุมนุมจากที่มั่นบริเวณราชประสงค์เมื่อวานนี้
ทำให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย ส่วนผู้ประท้วงบาดเจ็บ 16 คน
และนับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่เกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นในกรุงเทพฯ ในช่วงแค่ไม่กี่สัปดาห์
ที่มีผู้เสียชีวิตไป 27 คน และบาดเจ็บกว่า 1 พันคน
ในสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษ
ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ผู้ประท้วงใช้ทั้งลูกเหล็กยิงจากหนังสติ๊ก , ก้อนหินและพลุไฟยิงเข้าใส่ทหาร ขณะที่กองกำลังรักษาความมั่นคงได้แต่ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อผลักดันผู้ประท้วงแต่ผู้ประท้วงก็ยังแข็งขืน ทำให้ทหารต้องเล็งปืนประทับบ่าและยิงเข้าใส่ผู้ประท้วง ซึ่งทางกองทัพ ยอมรับว่า ใช้ประสุนจริงในการประจัญหน้ากันครั้งนี้
ด้านอาร์วา แดมอน ผู้สื่อข่าว CNN รายงานว่า ตำรวจปราบจลาจลได้ตั้งแถวซ้อนแถวรับมือกับผู้ประท้วง มีการใช้ทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง
และเหตุการณ์ล่าสุด ได้มีขึ้นหลังจากกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ
และสหรัฐต่างเตือนพลเมืองของตัวเองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทยถ้าไม่จำเป็น
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, April 29, 2010
สื่อเทศตีข่าวไปทั่วโลก กรุงเทพฯกลับมาอันตรายอีกครั้ง
"เหวง"เผยเตรียมเคลื่อนขบวนฟ้อง "อียู" รัฐบาลฆ่าปชช.
ที่มา มติชน
โดยที่สำนักงานคณะกรรมาธิการสหภาพแห่งชาติยุโรป (อียู)
ซึ่งอยู่ที่อาคารเคียนหวงน
ซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำการสถานทูตสหรัฐฯ ถนนวิทยุ
เพื่อรายงานเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (28 เม.ย.) ให้อียูได้รับทราบว่ากองกำลังของรัฐบาลติดอาวุธครบมือพยายามเข่นฆ่าประชาชน พร้อมกันนี้จะขอให้อียูส่งเจ้าหน้าที่มาติดตามสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด
Thai forces, protesters clash in Bangkok By the CNN Wire Staff
ที่มา thaifreenews
โด่งดังไปทั่วโลกแล้วครับประเทศไทย อำมาตย์ ใหญ่ อำมาตย์น้อย ถูกฉีกหน้ากากแล้วครับ อ่านดู
http://edition.cnn.com/2010/WORLD/asiapcf/04/28/thailand.protests/index.html?hpt=Sbin
ไทยคมแจงยิบรับใบสั่งเผด็จการตามปิดโทรทัศน์PTV ยังไม่วายโดนเทือกขู่ยกเลิกสัมปทาน
ที่มา Thai E-Newsยังๆ ฉันยังไม่ตาย ยังหายใจสบาย และยิ้มได้เต็มหน้า-อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ทักษิณ ชินวัตร ยืนอยู่กับธงชาติของมอนเตเนโกร เพื่อยืนยันสุขภาพของเขา ภาพนี้ถูกถ่ายไว้ในวันที่ 26 เมษายน2553"ทักษิณตอนนี้เป็นพลเมืองของมอนเตเนโกร และพำนักในมอนเตเนโกรในเวลานี้"TamaraRalevic โฆษกตำรวจมอนเตเนโกรระบุ(ภาพข่าว:รอยเตอร์)ทั้งนี้ฝ่ายต่อต้านทักษิณหวังว่า หากทักษิณตายซะคน วิกฤตการณ์เมืองไทยจะจบ ม็อบจะยุติ พรรคเพื่อไทยจะแตก ซึ่งสะท้อนถึงความสิ้นหวังสุดขีดของฝ่ายที่ต่อต้านเขา
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 เมษายน 2553
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 29 เมษายน 2553 ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวว่ารัฐบาลจะยกเลิกสัมปทานดาวเทียมไทยคม ความละเอียดดังต่อไปนี้
ตามที่มีข่าวในหนังสือพิมพ์ว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553 รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้สั่งการให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พิจารณาร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อยกเลิกสัญญาสัมปทานกับบริษัท เพราะบริษัทไม่ดำเนินการปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนัล(PTV)ตามที่รัฐบาลร้องขอนั้น ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้
1.บริษัทได้ให้ความร่วมมือและดำเนินการตามคำสั่งของกระทรวงไอซีที และศอฉ.อย่างเต็มที่ตลอดมา แต่เนื่องจากบริษัทไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการส่งสัญญาณของPTV และPTVไม่ได้เป็นลูกค้าของบริษัท การส่งสัญญาณPTV เป็นการดำเนินการของลูกค้าบริษัทในต่างประเทศ จึงไม่สามารถหยุดการส่งสัญญาณของPTVตามที่ไอซีที และศอฉ.แจ้งมาได้โดยตรง และโดยทันที
2.ในทันทีที่บริษัทได้รับแจ้งจากไอซีทีเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553บริษัทได้แจ้งไปยังลูกค้าผู้ใช้บริการของบริษัทที่ต่างประเทศให้หยุดการส่งสัญญาณของPTV ขึ้นสู่ดาวเทียมเพื่อออกอากาศ โดยในช่วงที่ลูกค้าของบริษัทยังมิได้หยุดส่งสัญญาณนั้น บริษัทได้รบกวนสัญญาณในย่านC-band ของPTVตามคำสั่งการของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง และเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2553 ศอฉ.ได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัทยุติการส่งสัญญาณของPTVในย่านความถี่Ku-bandที่ส่งขึ้นสู่ดาวเทียมโดยลูกค้าบริษัทในกประเทศหนึ่ง บริษัทจึงได้ประสานงานกับลูกค้าประเทศนั้นขอให้ยุติการส่งสัญญาณ เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ บริษัทจึงดำเนินการเข้ารหัส(Encrypt)เพื่อไม่ให้อุปกรณ์รับสัญญาณKu-bandในประเทศไทยรับสัญญาณนี้ได้
3.ต่อมาบริษัทได้ยื่นคำขาดให้ลูกค้าของบริษัทในต่างประเทศให้หยุดส่งสัญญาณของPTV โดยกำหนดเวลาที่ชัดเจนให้กับลูกค้า มิฉะนั้นบริษัทจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อยุติการออกอากาศของPTV รวมถึงการปิดช่องสัญญาณดาวเทียมทุกช่องที่มีการส่งสัญญาณของPTV ไม่ว่าจะเป็นช่องสัญญาณC-band หรือKu-band โดยลูกค้าของบริษัทในต่างประเทศได้ยุติการส่งสัญญาณของPTVตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2553 จึงไม่มีการออกอากาศของPTVบนดาวเทียมไทยคมอีกต่อไป
4.บริษัทได้รายงานการดำเนินการของบริษัทเพื่อยุติการออกอากาศของPTVบนดาวเทียมไทยคมแก่ไอซีที และศอฉ.ทราบเป็นระยะๆ โดยสม่ำเสมอ
5.จากข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเห็นได้ว่า บริษัทได้ใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำได้ในอันที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของไอซีที กับศอฉ. แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้พนักงานและทรัพย์สินของบริษัทอยู่ในอันตราย เนื่องจากผู้ชุมนุมได้เข้ามาชุมนุมในบริเวณพื้นที่สถานีดาวเทียมไทยคม ทั้งที่อำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี และที่ถนนรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี เพื่อเรียกร้องไม่ให้มีการปิดสัญยาณPTV โดยที่ลาดหลุมแก้วผู้ชุมนุมได้มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอย่างรุนแรงดังที่ปรากฎเป็นข่าวใหญ่ ส่วนที่แครายก็มีผู้ชุมนุมมาชุมนุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานี ตราบจนถึงปัจจุบัน
6.บริษัทขอยืนว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานดาวเทียมทุกประการตลอดมา และได้ปฏิบัติตามคำสั่งของไอซีทีและศอฉ.อย่างสุดความสามารถที่จะทำได้ แม้ว่าลูกค้าของบริษัทจำนวนหนึ่งที่ใช้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมของบริษัทจะได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของบริษัทในเรื่องของPTVนี้ก็ตาม
7.ในขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับแจ้งหรือได้รับการติดต่อใดๆจากไอซีทีซึ่งเป็นคู่สัญญาของบริษัทในเรื่องการปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานแต่ประการใด
ไทยคมชี้แจงกรณีเกิดสัญญาณรบกวนช่อง NBT
ก่อนหน้านี้เมื่อ 28 เมษายน 2553 ไทยคม ชี้แจง กรณีที่เกิดสัญญาณรบกวนช่องสัญญาณของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยหรือ NBTเมื่อวันที่ 25 เมษายน เวลา 09:04 น.ในช่วงรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ว่า
ทางบริษัทฯ ได้ตรวจพบและมีการประสานงานกับ NBT ในทันที โดยแนะนำให้ NBT ดำเนินการเพิ่มกำลังส่งสัญญาณ ซึ่งเป็นขั้นตอนการแก้ปัญหาขั้นต้นกรณีเกิดสัญญาณรบกวน การที่ NBT เพิ่มกำลังส่งจากสถานีภาคพื้นดินก็จะเป็นการเพิ่มกำลังส่งจากดาวเทียมเช่นเดียวกัน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการรบกวนของสัญญาณ โดยสัญญาณรบกวนช่วงแรกนี้กินเวลาประมาณ 8 นาที อย่างไรก็ตาม ไทยคมสามารถจับสัญญาณรบกวนในช่วงที่สองได้อีกครั้งที่เวลา 09:15 น. แต่สัญญาณโทรทัศน์จากสถานี NBT ยังสามารถใช้งานได้ เนื่องจากทั้ง NBT และไทยคม ได้ดำเนินการป้องกันโดยการเพิ่มกำลังส่งไปเรียบร้อยแล้ว
สำหรับสาเหตุของสัญญาณรบกวนดังกล่าวอยู่ในช่วงของการตรวจสอบซึ่งอาจเกิดจากปัญหาของอุปกรณ์ภาคพื้นดินของลูกค้ารายอื่น ๆ ที่ใช้งานร่วมกันผ่านดาวเทียมไทยคม หรืออาจเกิดจากความตั้งใจส่งสัญญาณขึ้นไปรบกวนดาวเทียม ซึ่งอาจมาจาก ณ ที่ใดก็ได้ภายใต้พื้นที่ให้บริการของดาวเทียม ทั้งนี้ ระบบตรวจสอบสัญญาณรบกวนของไทยคมจะตรวจสอบได้เพียงว่าเกิดสัญญาณรบกวนขึ้นหรือไม่ และสัญญาณรบกวนดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร เท่านั้น ไม่สามารถตรวจสอบในการค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ที่เป็นต้นกำเนิดของสัญญาณรบกวนได้
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ NBT พร้อมหาแนวทางร่วมกันในการแก้ปัญหาและลดโอกาสของการเกิดสัญญาณรบกวนขึ้นอีกในอนาคต
'ขวัญชัย' โผล่ราชประสงค์ประณามรัฐใช้ความรุนแรง
ที่มา ไทยรัฐ
เย็นวันเดียวกันที่เวทีราชประสงค์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมกับนำตัวนายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนรักอุดรขึ้นเวทีโชว์ตัวกับพี่น้องกลุ่ม นปช.หลังมีข่าวถูกจับ
นายขวัญชัย กล่าวว่า ขอประณามรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงที่ส่งทหารเข้ามาสกัดการเคลื่อนขบวนของกลุ่มคนเสื้อแดงไปที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี เพื่อให้กำลังใจกับพี่น้องชาวตลาดไทและจังหวัดปทุมธานีที่ช่วยเหลือและสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มทหารและตำรวจเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ รวมทั้งยังเป็นการเคลื่อนไหวที่ยึดหลักสันติ ปราศจากอาวุธ แต่รัฐบาลสกัดกั้นและใช้อาวุธทำร้ายประชาชน ขณะเดียวกันมี ส.ส.ที่คุ้นเคยกันเตือนว่า มีสไนเปอร์ส่องมาที่ตน จึงตัดสินใจลงจากรถปราศรัยเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและหนีขึ้นรถตู้ต่อด้วยรถแท็กซี่กลับราชประสงค์.
'เสธ.หมึก' โดดป้อง 'บิ๊กจิ๋ว' เชื่อไม่เอี่ยวล้มเจ้า
ที่มา ไทยรัฐ
ชื่อคนเข้าใจกำลังช่วยชาติ ซัดรัฐบาลใส่ร้าย หวังเล่นงานนาย จวกนายกฯทำงานแค่เด็กอมมือ แจงพบกลุ่มพัฒนาชาติไทย แค่แนะหยุดเคลื่อนไหวการเมือง มั่นใจทหารไม่กล้ายิงแดง...
พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าววันนี้ (28 เม.ย.) ถึงกรณี พล.อ.ชวลิตถูกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ออกหมายเรียกให้มารายงานตัวที่ศอฉ. เนื่องจากอยู่ในเครือข่ายจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงว่า ที่ผ่านมาพยายามตั้งข้อหาท่านตลอดว่า มีการขนอาวุธเข้ากรุงเทพฯ มีการก่อการร้าย มีการก่อกบฎ ตอนนี้ก็มาเรื่องล้มเจ้า แสดงให้เห็นว่า มีความพยายามใส่ร้ายไปเรื่อยๆ แต่ถ้าคนไหนเชื่อว่านายทำ ถือว่าไอ้นั่นโง่ตาย ส่วนเรื่องการฟ้องร้อง ท่านคงไม่ทำ เพราะท่านบอกว่าไม่อยากจะสนใจ เพราะสุดท้ายทุกคนจะรู้เอง
นายทหารคนสนิทของพล.อ.ชวลิต กล่าวต่อว่า สังคมตอนนี้ตึงเครียด ท่านเลยบอกว่าไม่เอาดีกว่า เพราะเกรงว่าอาจมีทหารบางส่วนที่เคารพนาย ออกมาปะทะกับทหารอีกพวก ซึ่งจะทำให้ปัญหายุ่งมากขึ้นไปอีก ท่านจึงขอหลีกเลี่ยง ท่านไม่ได้กลัวจะถูกขุดคุ้ย แล้วตนเองอยากถามว่า จะเอาอะไรมาขุดคุ้ย ท่านก็ฟ้องมาสิ แต่เราอย่าไปยุ่งกับคนถ่อย เดี่ยวสังคมก็รู้เอง ส่วนที่มีการเผยแพร่ภาพพล.อ.ชวลิตไปร่วมงานกับกลุ่มผู้พัฒนาชาติไทยนั้น ก็ไม่มีอะไร แต่กลุ่มพัฒนาชาติไทยที่เขาวางอาวุธทั่วประเทศแล้ว เขาหวังว่าประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตย แต่พอเกิดเรื่องว่ามีความอยุติธรรม และความเลื่อมล้ำทางสังคมเพิ่มขึ้น ก็จะย้อนกลับไปเรื่องเก่า เขาก็อยากจะมาสู้ทางการเมือง แต่พล.อ.ชวลิตเคยมีบุญคุณกับเขา เคยช่วยให้เขาออกมาจากป่า จึงพยายามไปคุมความคิดว่า ให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าทำอะไรแบบนี้
พล.ท.พิรัช กล่าวอีกว่า ท่านพยายามช่วยเหลือประเทศ แต่ไม่มีใครรู้ ท่านไปให้ความคิดกับเขา นายสุเทพกลับมองว่า เป็นคอมมิวนิสต์ไปอีก สรุปคือเขาจะหาเรื่อง นายกรัฐมนตรีก็เป็นแค่เด็กอมมือ ไม่รู้เรื่องงานที่ลึกซึ้ง แต่ผมคิดว่าทุกคนเข้าใจท่านว่า ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองและมากอบกู้สถานการณ์ สำหรับการจัดงานของกลุ่มผู้พัฒนาชาติไทยในวันที่ 29 เม.ย.นี้ คงจะยกเลิกการจัดงาน เพราะท่านไม่อยากให้เป็นประเด็นอีก แต่ความจริง คนกลุ่มนี้มาหาท่านเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ท่านบอกว่าอย่าจัดงานกันตอนนี้ เพราะเกรงคนอื่นจะมองผิดไป แล้วจะทำให้พวกพัฒนาชาติไทยลำบาก
“น่าเป็นห่วงสังคมไทยมาก เพราะขณะนี้อ้างแต่เรื่องล้มเจ้า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก และเป็นเรื่องใหญ่ที่เราคนไทยจะยอมไม่ได้ หากจะมีใครคิดล้มสถาบันที่เราเคารพ ดังนั้นเวลานี้หากจะทำลายผู้ใหญ่สักคน ก็เอาเรื่องไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาเล่นงาน เท่านี้คนนั้นก็เจ๊งแล้ว ทั้งนี้จะเห็นว่าที่ผ่านมาพอเราจะทำอะไรก็โดนสังคมต่อว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ หรือการขอพึ่งพระบารมีก็โดนโจมตีหมด ส่วนการจะใช้กำลังทหารปราบประชาชน ถ้าเขากระหายเลือดก็เอาสิ ปราบก็ปราบมาสิ แต่ทหารจะกล้ายิงประชาชนเรือนล้านหรือ เขายิงไม่ได้หรอก” นายทหารคนสนิทของพล.อ.ชวลิต กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำวีดิโอที่บันทึกตอนไปพบกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย มาเปิดเผยว่า พล.อ.ชวลิตเคยกล่าวว่า สถานการณ์นี้ไม่ต่างจากปี 2475 นั้น พล.ท.พิรัช กล่าวว่า เทปที่นายพูดก็ตัดออก เอามาบางส่วน แต่ที่พล.อ.ชวลิตอธิบายทั้งหมดไม่เอาลง
จับได้คาหนังคาเขาศอฉ.โกหกม็อบซุกM79ก่อการร้าย ทั้งที่รู้แก่ใจจ่าตำรวจเป็นคนขนมาแล้วเผ่นหนี
ที่มา Thai E-Newsงามหน้า..ชายชาติทหาร?-พันเอกสรรเสริญนำทีมตำรวจ ทหารอากาศ DSI แถลงออกทีวีเป็นตุเป็นตะจับอาวุธM79ได้เพียบ ม็อบซุกมา ชี้เป็นการก่อการร้าย ต้องจัดการเฉียบขาด แต่ความจริงปรากฎจ่าตำรวจคูคต ปทุมธานี ที่กำลังหลบหนีเป็นคนซุกมาเอง แต่ศอฉ.กลับไม่พูดความจริง
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 เมษายน 2553
ศอฉ.โกหกด้านๆออกทีวีม็อบซุกM79เพียบ สุดท้ายโอละพ่อตร.ซุกมาแล้วหนี
ในเวลา21.00 น. พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด นำทีมตำรวจและทหารอากาศแถลงในนามศอฉ.ตอนหนึ่งระบุว่ามีผู้ต้องสงสัยขับมอเตอร์ไซค์หลบหนี และพบลูกระเบิดM79จำนวน 62 ลูก ซึ่งพันเอกสรรเสริญสรุปว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธร้ายแรง ขณะที่อธิบดีDSIอ้างว่าจะต้องดำเนินคดีก่อการร้าย
อย่างไรก็ตามเวบไซต์เนชั่นรายงานข่าวนี้ตั้งแต่ก่อนศอฉ.แถลงข่าวแล้ว โดยนำเสนอข่าวในช่วงเวลา20.25น. ต่อมารายการข่าว 3 มิติ โทรทัศน์ช่อง3รายงานตอกย้ำในตอนดึกว่า เหตุนี้เกิดตอน 16.20 น. เจ้าหน้าที่พบชายขับขี่รถจักรยานยนต์มาบนถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ใกล้ถึงด่าน ชายดังกล่าวได้จอดรถแล้ววิ่งหนีไป เมื่อตรวจสอบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน พขน 68 กรุงเทพ พบระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 63 ลูก เอกสารระบุชื่อ จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตร สังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคต จังหวัดปทุมธานี แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนที่วิ่งหนีไปหรือไม่ หลังจากนั้นทางศอฉ.ตรวจสอบอีกคั้งและนำระเบิดเอ็ม 79ทั้งหมดไปที่ ศอฉ.
ต่อมา พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รัก ผกก.สภ.คูคต จ.ปทุมธานี กล่าวว่าตนทราบเรื่องนี้แล้วแต่ยังไม่ได้พบตัวจ.ส.ต.ปริญญา เนื่องจากในวันนี้เป็นวันหยุดยังไม่สามารถติดต่อได้ หากติดต่อได้จะเรียกตัวมาสอบสวนในเบื้องต้นว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดจริงจะส่งตัวนำเนิดคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับนิสัยจ.ส.ต. ปริญญา เป็นตำรวจมีนิสัยชอบเล่นปืนและไม่เคยมีนิสัยกร้าวร้าว และไม่เคยขาดงาน
ดังนั้นจึงน่าประหลาดใจว่าเหตุใดในการแถลงข่าวของศอฉ.จึงได้โกหกคนทั่วประเทศว่าM79ที่จับได้เป็นของผู้ชุมนุมเสื้อแดง หากไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหวังดิสเครดิต หรือต้องการหาเหตุปราบปรามผู้ชุมนุม
ศอฉ.โคตรตอแหลแถลงเป็นตุเป็นตะม็อบมีm79ไว้ก่อการร้าย
ค่ำวานนี้ (28 เม.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 21.05 น. ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมกาลเฉพาะกิจ เพื่อแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าการคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่ง พล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ต.อานนท์ จารยะพันธุ์ ผู้บังคับการทหารอากาศดอนเมือง และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุดังนี้
พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวอีกว่า วันนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแกนนำได้ 14 คน และยึดรถจักรยานยนต์ได้ 1 คัน แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือยึดอาวุธสงครามชนิดเอ็ม 79 อีกทั้งยังยึดส่วนประกอบเครื่องยิงเอ็ม 203 ที่ใช้สำหรับการยิงกระสุน 40 มิลลิเมตร
พล.อ.ต.อานนท์กล่าวรายงานต่อว่า จุดที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าฐานทัพอากาศดอนเมือง ฝั่งถนนวิภาวดีขาเข้า ซึ่งได้มีการสนธิกำลังกันและกองทัพอากาศได้รับมอบหมายให้ดูและและป้องกันไม่ให้ผู้ก่อความไม่สงบสามารถใช้อาวุธร้ายแรงยิงลงไปด้านล่างได้ แต่เหตุการณ์วันนี้มีผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงพยายามฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามจะเข้าไปตรวจค้นแต่ผู้ต้องสงสัยหลบหนี จนทิ้งถุงสีดำปริศนาไว้ ทางเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจวัตถุระเบิดเข้าทำหน้าที่ตรวจสอบปรากฏว่าพบเครื่องกระสุนเอ็ม 79 จำนวน 62 ลูก ซึ่งแบ่งเป็นกระสุนเจาะเกราะจำนวน 42 ลูก กระสุนหัวธรรมดาอีก 20 ลูก
นายธาริตกล่าวรายงานต่อว่า สิ่งสำคัญคือเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมอาวุธร้ายแรงได้ ซึ่งตอนนี้การนำอาวุธสงครามไปใช้ก่อเหตุถือว่าเป็นความผิดฐานก่อการร้าย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเร่งดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป
จับผิดทอ.ไม่ได้จับM79แต่เป็นตำรวจจับได้
ในการแถลงข่าวของศอฉ.นั้น ฝ่ายทหารอากาศอ้างว่าได้เป็นฝ่ายเข้าปฏิบัติการกรณีM79 แต่ข่าวเนชั่นในเวลา20.25ก่อนหน้าศอฉ.แถลงข่าวระบุว่า เมื่อเวลา 16.20 น. พ.ต.ท.ยงยุทธ์ ซื่อสัตย์คมสันต์ สารวัตรงานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร หัวหน้าชุดด่านตรวจความมั่นคงฯ บนถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า บริเวณแยกธูปเตมีย์ ซึ่งขณะนั้นการปะทะกลุ่มเสื้อแดงนปช.กับทหาร เพิ่งจะสงบลงไม่นาน เจ้าหน้าที่พบชายขับขี่รถจักรยานยนต์มาบนถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ใกล้ถึงด่าน ชายดังกล่าวได้จอดรถแล้ววิ่งหนีไป
เมื่อตรวจสอบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน พขน 68 กรุงเทพ พบระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 63 ลูก เอกสารระบุชื่อ จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตร สังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคต จังหวัดปทุมธานี แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนที่วิ่งหนีไปหรือไม่ หลังจากนั้นทางศอฉ.ตรวจสอบอีกคั้งและนำระเบิดเอ็ม 79 ทั้งหมดไปที่ ศอฉ.
ทหารผ้าพันคอ'สีฟ้า'ย่ามใจปราบเสื้อแดงมันมือ BBCตีข่าวโดนพวกเดียวกันยิงตาย1ม็อบเจ็บ16
ที่มา Thai E-News
ผ้าพันคอฟ้าลงมือ-กองกำลังทหารที่มีผ้าพันคอสีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ระดมยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมบนทางด่วน เพื่อสกัดไม่ให้ผู้ชุมนุมไปที่ตลาดไท เบื้องต้นผู้ชุมนุมเจ็บ 16 ราย ทหารตาย 1 ศพ โดยแกนนำนปช.อ้างว่าถูกตำรวจยิง เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนเสื้อแดง ขณะที่สำนักข่าวBBCรายงานข่าวยืนยันเรื่องนี้ (ภาพ:รอยเตอร์)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ภาพ สำนักข่าวต่างประเทศ
28 เมษายน 2553
*คลิปข่าวเหตุการณ์ทหารตำรวจยิงทหารด้วยกันเอง คลิ้ก คลิ้กที่นี่
สำนักข่าว BBC รายงานเหตุปะทะว่ามีทหารรายหนึ่งเสียงชีวิตจากการปะทะ โดยสาเหตุมาจากกระสุนที่ยิงจากฝ่ายกองกำลังเจ้าหน้าที่เอง (Onesoldier has died, reportedly from a shot fired by a member of the security forces,) และมีผู้บาดเจ็บอีกราว 10 ราย
ราเชล ฮาร์วี่ย์ ผู้สื่อข่าว BBC รายงานว่าทหารที่เสียชีวิตมีสาเหตุมาจากการยิงโดนพวกเดียวกันเอง (friendly fire) ในขณะที่มีการปะทะ และบอกอีกว่าผู้บาดเจ็บ 10 รายมีบาดแผลเพียงเล็กน้อย
ชมคลิปข่าวจากBBC
ต้นเหตุ-ต้นเหตุของเรื่องมาจากกรณีที่ทหารผ้าผูกคอสีฟ้าได้สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปทุมธานีในวันก่อนนี้ ในภาพจะเห็นทหารใช้ปืนจ่อหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ไปชุมนุมขัดขวางไม่ให้กำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาปราบปรามผู้ชุมนุมในกรุงเทพฯ บริเวณจังหวัดปทุมธานี และใช้เท้ากระทืบทั้งที่ยอมจำนนแล้ว ส่วนหญิงสาวที่ไปด้วยก้มหน้าด้วยความอดสูใจ ทำให้วันนี้ทางนปช.ได้ยกขบวนไปให้กำลังใจชาวปทุมธานี
*ขบวนมอเตอร์ไซค์ออกจากราชประสงค์มุ่งหน้าเพื่อไปตลาดไทในเวลาราว10.30น. ปทุมธานีเพื่อให้กำลังใจคนเสื้อแดงปทุมธานีที่ถูกสลายในวันก่อน
*พระสงฆ์เข้าร่วมขบวนไปด้วย โดยเตรียมเครื่องป้องกันแก๊สน้ำตาไปเพื่อไม่ประมาท
*โดยที่กองกำลังทหารได้ตั้งเครื่องกีดขวางไว้ก่อนหน้านี้
*และกองกำลังทหารได้ตั้งแนวสกัดไว้ จึงเกิดการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม มีรายงานว่าทหารได้ยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมตอบโต้ด้วยการขว้างปาสิ่งของใส่ และยิงบั้งไฟ
*ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมด้วย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเหตุเกิดที่ทางด่วนยกระดับใกล้กับสนามบินดอนเมือง ช่วงเที่ยงและบ่ายวันอังคารที่ 28 เมษายน 2553
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเวลาราว 15.00 น.การเผชิญหน้าครั้งนี้ได้ยุติลง เนื่องจากเกิดฝนตกหนักในบริเวณที่เกิดเหตุ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.กล่าวที่เวทีผู้ประท้วงย่านราชประสงค์ว่า เหตุที่ทหารตำรวจตั้งด่านสกัดและยิงกระสุนยาง แก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วง เป็นเหตุของมอเตอร์ไซค์ส่วนหน้าของขบวน ขณะที่"ทัพใหญ่"ของผู้ชุมนุมเดินทางไปยังไม่ถึงที่เกิดเหตุ เนื่องจากรถติด ส่วนนายขวัญชัย ไพรพนา ผู้นำขบวนหนนี้ไม่ได้ถูกจับกุม เพราะระมัดระวังตัวดี
นายจตุพรกล่าวว่า มีรายงานทหารเสียชีวิต 1 นาย แต่มาจากถูกพวกเดียวกันยิง โดยตำรวจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดงจึงยิงทหารเสียชีวิต
เสื้อแดงปะทะทหารที่ดอนเมืองบาดเจ็บ 16 ราย ทหารตาย1
สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส รายงานยอดผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพล จากเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเข้ารับการรักษา ผู้ชุมนุมถูกระสุนยาง 16 คน และเจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บสาหัส 1 นาย ต่อมาเสียชีวิต มีรายงานว่าถูกกระสุน ในที่เกิดเหตุบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ดอนเมือง ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังเข้มเต็มพื้นที่รวมทั้งทางด่วนโทลล์เวย์
ในเวลาราว 16.00 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังทหาร ตำรวจยังปิดล้อมผู้ชุมนุมอยู่บริเวณอนุสรณ์สถานฯ ขณะที่แกนนำที่ราชประสงค์ได้ประกาศให้รักษาพื้นที่ชุมนุมราชประสงค์ไว้เป็นหลัก
17.00 น.ทหารเสริมกำลังเข้าล้อมผู้ชุมนุมที่ติดค้างอยู่
17.20 น. สถานการณ์คลี่คลายหลังทหารถอนกำลังเข้าไปยังอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เปิดทางตำรวจเจรจาผู้ชุมนุม และผู้ชุมนุมเดินทางกลับที่ชุมนุมใหญ่ราชประสงค์
ศอฉ.แถลงให้คนเข้าใจผิดว่าผู้ชุมนุมมีระเบิดM79 ที่แท้เป็นตำรวจ
ในเวลา21.00 น. พันเอกสรรเสริญ นำทีมตำรวจและทหารอากาศแถลงในนามศอฉ.ตอนหนึ่งระบุว่ามีผู้ต้องสงสัยขับมอเตอร์ไซค์หลบหนี และพบลูกระเบิดM79จำนวน 62 ลูก ซึ่งพันเอกสรรเสริญสรุปว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธร้ายแรง
อย่างไรก็ตามรายการข่าว3มิติช่อง3รายงานในตอนดึกว่า เหตุนี้เกิดตอน 16.20 น. เจ้าหน้าที่พบชายขับขี่รถจักรยานยนต์มาบนถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ใกล้ถึงด่าน ชายดังกล่าวได้จอดรถแล้ววิ่งหนีไป เมื่อตรวจสอบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน พขน 68 กรุงเทพ พบระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 63 ลูก เอกสารระบุชื่อ จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตร สังกัดสถานีตำรวจภูธรคูคต จังหวัดปทุมธานี แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนที่วิ่งหนีไปหรือไม่ หลังจากนั้นทางศอฉ.ตรวจสอบอีกคั้งและนำระเบิดเอ็ม 79 ทั้งหมดไปที่ ศอฉ.
ต่อมา พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รัก ผกก.สภ.คูคต จ.ปทุมธานี กล่าวว่าตนทราบเรื่องนี้แล้วแต่ยังไม่ได้พบตัวจ.ส.ต.ปริญญา เนื่องจากในวันนี้เป็นวันหยุดยังไม่สามารถติดต่อได้ หากติดต่อได้จะเรียกตัวมาสอบสวนในเบื้องต้นว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดจริงจะส่งตัวนำเนิดคดีตามกฎหมายต่อไป สำหรับนิสัยจ.ส.ต. ปริญญา เป็นตำรวจมีนิสัยชอบเล่นปืนและไม่เคยมีนิสัยกร้าวร้าว และไม่เคยขาดงาน
Wednesday, April 28, 2010
Mind Map บ้าของ ศอฉ.
ที่มา Voice TV
Mind Map บ้าของ ศอฉ.
Mind Map บ้าของ ศอฉ. ออกมาเพื่อดิสเครดิตเสื้อแดง
มีนักวิชาการและ นักการเมืองหลายคนที่มีความเชื่อว่าจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างของการปกครอง ของประเทศนี้ รวมทั้งบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ละคนมีสิทธิที่จะมีความคิดอย่างนี้และแสดงออกมาได้โดยอิสระ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า คนกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่ง หรือ เป็นตัวการในขบวนการล้มเจ้า
รัฐประหารครึ่งใบ
ที่มา ไทยรัฐ เสียงระเบิดชักจะถี่ยิบขึ้นและใกล้จุดอันตรายมากขึ้น จากเบาไปหาหนัก จากมุ่งข่มขู่ก็เป็นการลงมือปฏิบัติโดยไม่เลือกเป้าหมาย และเมื่อถึงขีดสุดก็จะมีการล็อกเป้าหมายบุคคลสำคัญ มีการลอบสังหารและสร้างความเสียหายที่รุนแรง เช่นเดียวกับสงครามกลางเมืองในหลายๆประเทศ หมัดเหล็ก
คนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน
ความพยายามในการสลายการชุมนุมของรัฐบาลยังคงเดินหน้าต่อไป ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของฝ่ายที่ออกมาต่อต้านการชุมนุม ให้รัฐบาลและกองทัพใช้กำลังเข้าจัดการอย่างเด็ดขาด ประกอบกับท่าทีของพันธมิตรฯที่เคยยึดทำเนียบ ปิดสนามบินมาแล้วพร้อมที่จะออกมาเคลื่อนไหว เพื่อกดดันรัฐบาลให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับผู้ชุมนุม
ส่วนฝ่ายที่ต้องการให้มีการเจรจาระหว่างสองฝ่าย กลายเป็นเสียงข้างน้อยและไม่มีพลังพอ ที่จะกดดันให้มีการเจรจากันโดยสันติวิธี เพราะฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านคนเสื้อแดงครั้งนี้ก็เคยเป็นศัตรูเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด
และต้องถือว่าเป็นข้างเดียวกับรัฐบาล
เพียงแต่เปลี่ยนสีเสื้อและตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมาเท่านั้นแต่เจตนารมณ์ยังเหมือนเดิม กลุ่มคนเหล่านี้ตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าจะไม่ยอมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมามีอำนาจหรือได้กลับประเทศไทยอย่างเด็ดขาด เพราะรู้ว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเข้ามาประเทศไทยได้เมื่อไหร่ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปทันที
รวมทั้งขั้วอำนาจทางการเมืองด้วย
การกดดันไปยัง ผบ.ทบ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้ใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมก็ดี หรืออย่างน้อยก็ให้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่สบายใจของ ผบ.ทบ. จึงเป็นเรื่องที่คาราคาซังไม่จบ หรือแม้แต่การปิดกั้นสื่อทุกวิถีทางจนตั้งคำถามกันว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินกับรัฐธรรมนูญใครใหญ่กว่ากัน
ทำให้การใช้อำนาจรัฐเพื่อที่จะสลายผู้ชุมนุมในขณะนี้ ครึ่งๆกลางๆ แม้มีความพยายามที่จะดำเนินการทางด้านมวลชนและสื่อสารมวลชนทุกกรณีแล้วก็ตาม ดูแล้วไม่ต่างจากการปฏิวัติรัฐประหาร
แต่เป็นการรัฐประหารได้แค่ครึ่งใบ
คำถามก็คือจะจบลงอย่างไร ระหว่างสงครามกลางเมืองกับการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งไม่ว่ากรณีไหน ปัญหาก็ไม่จบลงแน่นอน เมื่อรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก้าวข้ามการแก้ไขปัญหาตามวิถีของประชาธิปไตย ยุบสภาเพื่อไปตัดสินกันในสนามเลือกตั้งแล้ว
ก็ต้องยอมรับความหายนะที่จะตามมา
ประวัติศาสตร์ชาติไทยคงต้องบันทึกไว้อีกหน้าว่า ประเทศ ไทยต้องสูญเสียความเป็นอธิปไตยและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ.