WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, May 4, 2010

เปิดองค์คณะผู้พิพากษา คดีอุทธรณ์ยึดทรัพย์แม้ว

ที่มา ไทยรัฐ

ที่ประชุมเลือก “ รองประธานศาลฎีกา - 4 ปธ.แผนกในศาลฎีกา” เป็นองค์คณะพิจารณาอุทธรณ์ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ

หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวบรวมเอกสารคำอุทธรณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัวรวม 5 คน ที่ศาลมีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินจำนวน 46,373 ล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน และคำแก้อุทธรณ์ของอัยการสูงสุด

ด้าน นายสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา จึงเรียกประชุมใหญ่ผู้พิพากษาในศาลฎีกา 142 คน เพื่อลงมติเลือกองค์คณะพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผลการเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกา ปรากกฏว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้ลงมติเลือกองค์คณะพิจารณาอุทธรณ์ 5 คน คือ นายพีรพล พิชยวัฒน์ รองประธานศาลฎีกา นายสมศักดิ์ จันทรา ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา นายมานัส เหลืองประเสริฐ ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา และนายฐานันท์ วรรณโกวิท ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา

ขณะที่หลังจากนี้ องค์คณะทั้งห้า ก็ประชุมเลือกเจ้าของสำนวนต่อไป โดยองค์คณะดังกล่าวจะร่วมกันพิจารณาอุทธรณ์ว่ามีพยานหลักฐานใหม่ ที่ไม่เคยเกิดปรากฏในชั้นไต่สวนตามกฎหมายกำหนด ที่ศาลฎีกาสามารถรับอุทธรณ์ไว้พิจารณาได้หรือไม่ โดยองค์คณะจะทำบันทึกความเห็นเสนอความเห็นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาลงมติเสียงส่วนใหญ่ว่าจะรับอุทธรณ์ไว้พิจารณาหรือไม่ต่อไป หากที่ประชุมใหญ่ลงมติไม่รับอุทธรณ์ถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการ คดีเป็นอันยุติ

สำหรับนายดิเรก อิงคนันท์ ประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกาที่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 5 องค์คณะนั้น ก่อนหน้านี้ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 9 องค์คณะพิจารณาคดีดำหมายเลข อม.9/2551 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายก ฯ เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ระหว่างวันที่ 9 ก.พ.44 - วันที่ 19 ก.ย.49 ได้มอบนโยบายและสั่งการให้ออก พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ.2546 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 พ.ศ.2546 ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 68 ) ลงวันที่ 28 ม.ค.46 และมติ ครม. วันที่ 11 ก.พ.46

กรณีที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต จากกิจการโทรคมนาคม และให้นำค่าสัมปทานหักกับภาษีสรรพสามิต ขณะที่คดีดังกล่าวศาลฎีกา ฯ สั่งจำหน่ายออกจากสารบบความชั่วคราว เนื่องจากรอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่หลบหนีในต่างประเทศ กลับมาดำเนินคดีตามกระบวนการต่อไปส่วนนายฐานันท์ วรรณโกวิท ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เคยเป็น 1 ใน 9 องค์คณะพิจารณาคดีโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว หรือหวยบนดินด้วย

มองตรงกัน

ที่มา ไทยรัฐ


ไม่มีวิกฤติครั้งไหนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่จะได้รับความสนใจจากสังคมโลกมากมายมโหฬารมหาศาลเท่าวิกฤติการชุมนุมของกลุ่มคนใส่เสื้อแดง

ผู้นำรัฐบาลทั่วโลกออกมาประสานเสียงแสดงความห่วงใยสถานการณ์ขัดแย้งในเมืองไทยกันอย่างพร้อมเพรียง

องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยกันจนอ่านไม่ทัน

สื่อมวลชนระดับอินเตอร์เกาะติดวิกฤติประเทศไทยกันสุดลิ่มทิ่มประตู

นี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าใจ

"แม่ลูกจันทร์" สรุปท่าทีของชาวโลกที่มีต่อความวุ่นวายขายปลาช่อนในเมืองไทยมีความเห็นตรงกัน 100 เปอร์เซ็นต์

1, ต่อต้านการใช้ความรุนแรง

2, เรียกร้องให้แก้ปัญหาอย่างสันติวิธี

กระแสกดดันจากสังคมโลกจะทำให้ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ล้มเลิกความคิดที่จะใช้กำลังทหารตำรวจสลายการชุมนุมหรือไม่?

ยังไม่มีคำตอบชัดเจน

แต่อย่างน้อย...กระแสห่วงใยของสังคมโลกที่ต่อต้านการใช้ความรุนแรง คงทำให้รัฐบาลและกลุ่มเสื้อแดงต้องเงี่ยหูฟัง

"แม่ลูกจันทร์" เห็นว่าปัญหาของประเทศไทย ไม่มีใครจะรู้วิธีแก้ปัญหาดีกว่าคนไทยด้วยกันเอง

ที่ผ่านมาก็มีนักวิชาการ นักการเมือง กลุ่มพลังสังคม เสนอแนวทางแก้วิกฤติชาติบ้านเมืองมากมาย

น่าเสียดายข้อเสนอที่ดีๆ แต่ไม่มีใครนำมาพิจารณา หรือนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อย่างจริงจัง

เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา และก็ลืมกันไป

ล่าสุด มีข้อเสนอจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยุติการเผชิญหน้า ยุติความรุนแรง และยุติความขัดแย้งในสังคมไทย

เป็นข้อเสนอ 5 ประการดังนี้คือ

1, ให้ทุกฝ่ายยุติการเผชิญหน้าและการใช้ความรุนแรง ให้ทุกฝ่ายถอยกลับไปจุดเดิม (ก่อนเกิดการสลายการชุมนุม) เพื่อระงับความขัดแย้งที่กำลังทวีความรุนแรง

2, ให้ทุกฝ่ายต้องยุติการกระทำที่เป็นการข่มขู่คุกคาม และการละเมิดสิทธิมนุษยชน

3, ให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาด้วยการเจรจาอย่างจริงใจ ไม่ต้องเจรจาผ่านจอทีวี เมื่อได้ ข้อยุติให้เสนอผลการเจรจาต่อสังคม เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว

4, หากฝ่ายใดปฏิเสธการแก้ไขปัญหาความรุนแรงด้วยการเจรจา ขอให้สังคมประณามว่าฝ่ายดังกล่าวมุ่งทำร้ายประเทศไทย ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

5, รัฐบาลต้องรับข้อเรียกร้องของประชาชน เร่งแก้ไขความเหลื่อมล้ำของประชาชน ความไม่เป็นธรรมในสังคม และความเดือด ร้อนของประชาชนผู้ยากไร้ที่มาร่วมชุมนุมโดยทันที

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะนำข้อเสนอทั้ง 5 ประการ ให้รัฐบาลและแกนนำ นปช.รับไปพิจารณา

"แม่ลูกจันทร์" เห็นว่าข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นแค่ยาห้ามเลือดชั่วคราว

ถ้าจะแก้ที่รากเหง้าของวิกฤติการเมืองไทยต้องแก้ที่กระบวนการยุติธรรม

ความไม่ยุติธรรม คือเชื้อร้ายที่ทำให้ สังคมไทยแตกแยก ขัดแย้ง เกลียดชัง และนำไปสู่ความรุนแรง

ฉะนั้น ต้องเริ่มจากตั้งรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติจากทุกฝ่ายในสังคม เพื่อละลายพฤติกรรม สลายขั้วขัดแย้ง ลดอคติ และสร้างความปรองดอง

จากนั้น เริ่มปฏิรูปโครงสร้างสังคม ปฏิรูปโครงสร้างการเมือง ปฏิรูประบบยุติธรรม ให้ ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน

ถ้าไม่เริ่มจากตรงนี้...ก็ไม่มีทางหยุด มิคสัญญี.

"แม่ลูกจันทร์"

นิรโทษทุกฝ่าย

ที่มา ไทยรัฐ


มีคำถามยอดฮิตมากมายในสังคมวันนี้ว่าเมื่อไหร่ วิกฤติบ้านเมืองจะจบซะที และจะจบลงด้วยวิธีใด คำตอบก็คือจะต้องมีความยุติธรรมเกิดขึ้นและอำนาจรัฐจะต้องอยู่ในมือรัฐบาลที่มาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ประเภทไปจุ๊กจิ๊กซิกแซ็กทางการเมือง ประเภทเด็กเส้น ไม้ค้ำพิเศษ อะไรทำนองนี้จะต้องหมดไปจากสังคมไทย ส่วนมีอะไรนอกเหนือจากนี้ คงได้แต่พูดว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

ถึงจะเป็นระบบอุปถัมภ์ก็ต้องมีคุณธรรม ไม่ใช่เป็นระบบอุปถัมภ์แบบเอียงกระเท่เร่ หรืออุปถัมภ์อย่างไร้มาตรฐาน สำหรับรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศก็จะต้องอยู่บนกฎกติกาจริงๆไม่ใช่มือถือสากปากถือศีล พูดอย่างทำอย่าง ให้ท้ายเด็กเข้าตำราคบเด็กสร้างบ้าน คบหัวล้านสร้างเมือง

วุ่นวายกันไปทั้งประเทศ

ว่ากันตามจริงทุกฝ่ายก็เหนื่อยเหมือนกันหมด ใจจริงอยากจะยุติสงครามการเมืองกันซะที แต่ด้วยเงื่อนไขที่สร้างกันขึ้นมาจึงหาทางลงไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่กล้ายุบสภา เพราะกลัวจะแพ้ เลือกตั้ง นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไม่กล้าลาออก เพราะเกรงว่าเมื่อหมดอำนาจคุ้มครองก็จะถูกเอาขึ้นเขียงสับจนเละ

ที่สำคัญก็คือกลัวสูญเสียอำนาจ

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้ชุมนุมจะเลิกก็เลิกไม่ได้ เลิกตอนนี้กลายเป็นผู้ก่อการร้ายทันที ไม่มีแผ่นดินจะอยู่แน่นอน คงถูกไล่ต้อนไล่ทุบเอาตามใจชอบ

ถูกล้างบางขุดรากถอนโคน

ส่วนประเทศไทยจะเละแค่ไหนก็เป็นอีกเรื่อง วันนี้ต้องยอมรับว่าถึงทางตัน รัฐบาลก็เหมือนมีม่านบังตา เที่ยวไปสร้างเงื่อนไขสร้างศัตรูขึ้นมาทุกวัน ด้วยเพียงเพราะคิดว่าจะอาศัยความชอบธรรมทำลายประชาชนที่เป็นศัตรูให้ราบคาบเท่านั้น

ถ้าเอาปัญญาคิดต่อไปอีกนิด คิดว่าประชาชนเหล่านี้ก็คือคนไทย ยิ่งปราบก็เหมือนยิ่งเพิ่ม ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ แนวความคิดนี้ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เคยสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการเด็ดขาดกับบุคคลที่กระทำการไม่สมควร ถ้าบ้าจี้ไปจัดการจริง บัดนี้เมืองไทยคงงามหน้าไปแล้ว คงถูกมองว่าเป็นเผด็จการไปฉิบ

ทั่วโลกก็จะสนใจถามว่าเมืองไทยมีเรื่องเช่นนี้จริงหรือทีนี้องค์กรสิทธิมนุษยชนสารพัดแห่เข้ามาตรวจสอบ ถามหน่อยว่าได้อะไร นายกฯอภิสิทธิ์ไปตอบคำถามนักข่าวที่ซีเอ็นเอ็นวันนั้นก็น่าจะรู้แก่ใจดีที่สุด ถามจริงๆเถอะ ถ้าได้ตัวทักษิณมาเมืองไทยแล้วจะทำอย่างไร คิดไหมว่าแผ่นดินจะลุกเป็นไฟทันที ถามว่าถ้าให้คนไปจับตัวบิ๊กจิ๋วที่โรงแรมซีเอสปัตตานีสำเร็จอะไรจะเกิดขึ้น ยอมรับเถอะ ลับ ลวง พรางถึงทางตัน

รีบนิรโทษกรรมทุกฝ่ายจบสวยที่สุด.

หมัดเหล็ก

การ์ตูน เซีย 04/05/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูน เซีย

ล้างไฟการเมือง

ที่มา เดลินิวส์


หลังจากเจอ “โรคเลื่อน” มานาน ที่สุด 2 คดีใหญ่ที่เป็นการชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของพรรคเก่าแก่ที่สุดอย่าง พรรคประชาธิปัตย์ คือ คดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทจาก ทีพีไอที่มีการแจ้งบัญชีเท็จ และ กกต.ลงมติ 4 ต่อ 1 ให้ยุบพรรคปชป. กับคดีการใช้เงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์

โดยกกต.ลงมติเอกฉันท์ 5 ต่อ 0 ให้ยุบพรรคปชป.นั้น

ที่สุดก็คืบหน้าแล้ว ท่ามกลางสถาน การณ์ทางการเมืองตึงเครียดสุดขีดจากการชุมนุมของ ม็อบเสื้อแดง ที่ศอฉ.ได้สั่งปราบปราม จนเกิดการนองเลือด เสียชีวิตทั้งฝ่ายม็อบและเจ้าหน้าที่รัฐไปแล้ว 2 ครั้ง ใกล้ ๆ 30 ศพ มีคนเจ็บอีกนับพัน และจนป่านนี้สถานการณ์ก็ยังยันกันอยู่ ไม่มีใครแพ้-ชนะ เด็ดขาด

แต่กลับเปราะบางอย่างมากกับภาวะสงครามกลางเมือง

สัปดาห์ที่ผ่านมา นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรธน. ก็แถลงข่าวว่า คณะตุลาการศาลรธน. ลงความเห็นว่าคดีการใช้เงินกองทุน 29 ล้านบาทนั้น เข้าองค์ประกอบความผิดตาม ม.62 และ ม.65 พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ. 2541 และ ม.82 กับ ม.93 พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ. 2550

ศาลรธน.จึงให้ผู้ถูกร้องใช้สิทธิยื่นคำ ชี้แจงใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากศาล (น่าจะตกประมาณกลางเดือนนี้) และหากปชป.เห็นว่าไม่ทัน ก็อาจขอขยายเวลา อีก 30 วัน (ประมาณกลางเดือน มิ.ย.) ทั้งนี้ ขึ้นกับการวินิจฉัยของศาล จะเห็นควรขยายเวลาหรือไม่

คดีดังกล่าว หากผิดจริง ก็มีโทษ ถึงขั้นยุบพรรค และ กก.บริหารจะถูกเว้นวรรค 5 ปี จึงเป็นเรื่องน่าระทึกใจจริง ๆ กก.บริหารอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ ชวน หลีกภัย บัญญัติ บรรทัดฐาน และระดับบิ๊กเนมอีกหลายสิบคน

ต้องถูกห้ามเล่นการเมืองไปหมด

เหมือนนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และ 109 เคยโดนพิษสงจากคดียุบพรรคมาแล้ว ทั้งพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน ชาติไทย มัชฌิมาธิปไตย เล่นเอาระส่ำระสาย ไปหมด

นายบรรหาร ศิลปอาชา ถึงขนาดยืนร้องไห้ต่อหน้าศาลตอนพรรคถูกยุบ และกลับพรรคด้วยความร้าวรานใจ สั่งลูกพรรคทั้งหมดใส่ชุดดำเพื่อไว้อาลัย ทำการปลดป้ายลง พร้อมคำพูดประวัติศาสตร์

“ใครไม่โดนกับตัว ไม่รู้สึกหรอก”

ถึงได้บอก น่าระทึกใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะก่อนหน้านี้ ศาลรธน.ก็เพิ่งมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังเกษตรกร ที่ถูกกล่าวหาในมูลความผิดเดียวกับพรรคปชป.และสั่งลงโทษกก.บริหารพรรค โดยตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีด้วย

คดีปชป.ก็น่าจะถือเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

หนึ่งในทีมกฎหมายของ ปชป. นาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ให้ สัมภาษณ์ว่า มั่นใจพรรคปชป.จะตั้งรับได้ เพราะมีทีมงานขั้นเทพทั้ง ชวน หลีกภัย บัณฑิต ศิริพันธุ์ และข้อมูลก็ได้เตรียมไว้หมดแล้ว

ขณะที่ อดีตกกต.อย่าง นายโคทม อารียา ให้ความเห็นก่อนหน้านี้ว่า ใน 2 คดีนั้น ความจริงเอาแค่คดีเดียวคือคดี 29 ล้านบาท ก็สามารถดำเนินการได้เลย เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างไรเลย

จึงมีการคาดการณ์ว่า คดีนี้น่าจะตัดสินได้เร็ว

มีผู้ใหญ่ที่เคารพบางท่านให้ข้อสังเกตว่า การที่กกต.ไม่ดึงเรื่องทั้ง 2 คดี และ ศาลรธน.รับไว้วินิจฉัยรวดเร็วด้วย หากมีการยุบพรรคปชป.เกิดขึ้นจริง ก็เท่ากับ “ปลดล็อก”สถานการณ์การเมืองที่กำลังเข้ามุมอับพอดีเช่นกัน เป็นการล้างไพ่ทางการเมือง และ เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทุกพรรค

อีกไม่นาน ก็คงรู้ จริงหรือไม่.

ดาวประกายพรึก

‘อภิสิทธิ์’ เสนอ 5 ข้อแผนปรองดอง ลั่นถ้าทุกฝ่ายยอมรับจะมีเลือกตั้ง 14 พ.ย.

ที่มา ประชาไท


3 พ.ค.53 เวลาประมาณ 21.15 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ระบุว่า คืนนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะพูดถึงแนวทางของรัฐบาลที่จะคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งมีหลายสาเหตุ เป็นการสะสมปัญหามาหลายปี บางเรื่องเป็นการเมืองโดยตรง บางเรื่องเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และเรื่องอื่นๆ ที่สะสมมาทั้งหมดทำให้ความขัดแย้งเกิดความแตกแยกร้าวลึก คำตอบทางการเมืองที่อยากนำเสนอในวันนี้ และขอเชิญชวนทุกกลุ่มเข้ามาแก้ไข คือ การสร้างกระบวนการปรองดองขึ้นมา โดยกระบวนการนี้ฟังจากประชาชนทุกกลุ่ม

กระบวนการปรองดอง ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญ

หนึ่ง ประเทศไทยโชคดีที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คอยหลอมรวมจิตใจคนไทยทั้งชาติ น่าเสียดายที่ในระยะหลังมีคนจำนวนหนึ่งทำให้สถาบันถูกดึงลงมาในความขัดแย้งทางการเมือง การที่จะทำให้สังคมไทยมีปกติสุข ทุกคนมีภาระหน้าที่ช่วยกันให้สถาบันไม่ถูกดึงลงมาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำงาน เพื่อที่จะเทิดทูน เชิดชูสถาบันกษัตริย์ ช่วยกันสร้างความเข้าในที่ถูกต้อง ดูแลมิให้มีสื่อใดจาบจ้วงหรือดึงสถาบันมาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง

สอง เป็นหัวใจของการปฏิรูปประเทศที่กำลังพูดถึงกัน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจถูกมองว่ามาจากเรื่องการเมือง แต่รากฐานมาจากความไม่เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ ผู้ชุมนุมจำนวนมากก็รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับโอกาส ถูกรังแกจากผู้มีอำนาจ ในอดีตรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยอาจมีนโยบายแก้ปัญหา แต่ไม่สามารถทำให้เกิดความเป็นธรรมทั้งโครงสร้างได้ ถึงเวลาที่จะมีระบบสวัสดิการที่ดีและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกัน ประชาชนที่ทุกข์ร้อนเป็นพิเศษ คนไม่มีที่ทำกิน หนี้สินท่วมตัว ต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ โดยจะดึงเอาทุกภาคส่วนเข้ามาดำเนินการที่จะแก้ปัญหานี้ และจะมีมาตรการรูปธรรมอย่างเป็นระบบ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน ประเมินผลได้ว่าจะยกระดับรายได้ให้ประชาชน และให้ทุกรัฐบาลต้องดำเนินการเพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม

สาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน สังคมเราเป็นสังคมข้อมูลข่าวสาร จริงอยู่ที่จะต้องสนับสนุนและยืนยันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวาสร แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า อำนาจของสื่อที่นำเสนอข่าวสาร ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมือง อาศัยช่องว่างทางกฎหมายดำเนินการทั้งการใช้อินเตอร์เน็ต สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม วิทยุชุมชน แม้กระทั่งสถานีโทรทัศน์ของรัฐเองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างความขัดแย้ง เกลียดชัง เรายังยืนยันว่าสื่อต้องมีสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องมีกลไกอิสระเข้ามากำกับอย่างแท้จริงว่า แม้จะมีอิสระแต่ต้องไม่เสนอข้อมูลข่าวสารที่มุ่งความเกลียดชัง และความรุนแรงต่อกัน ถ้าดูแลเรื่องการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ สังคมก็จะกลับมาปรองดองกันได้

สี่ หลังจากมีการชุมนุมเคลื่อนไหวครั้งล่าสุด ได้เกิดหลายเหตุการณ์ที่มีความรุนแรง ความสูญเสีย ทำให้เกิดข้อกล่าวหาต่างๆ นานา อาจนำไปสู่ความแตกแยกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าเหตุการณ์ 10 เมษา หรือที่ถนนสีลม หรือที่ดอนเมือง ล้วนแล้วแต่กระทบกระเทือนจิตใจประชาน หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่รพ.จุฬาฯ ก็สร้างความกระทบกระเทือนจิตใจให้ประชาชนจำนวนมาก ทุกเหตุการณ์ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ต้องมีคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และให้ความจริงกับสังคม

ห้า เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรง ความขัดแย้งทางการเมืองสี่ห้าปีนี้ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับกติกา เช่น รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายบางฉบับ หรือการเพิกถอนสิทธิในวงการเมือง ถึงเวลาที่ต้องนำสิ่งเหล่านี้มาวางเพื่อให้มีกลไกระดมความเห็นทุกฝ่าย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ครอบคลุมตั้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการชุมนุมในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ต้องมีการให้ความเป็นธรรม

กระบวนการนี้ไม่อาจบรรลุเป้าหมาย หากไม่ได้รับการร่วมมือจากทุกฝ่าย หากเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ทุกกลุ่มเข้าร่วม ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่มีการขัดขวาง เคลื่อนไหวรุนแรง มั่นใจว่าจะใช้เวลาไม่นานนัก ก็สามารถนำความปรองดอง ปกติสุขคืนสู่สังคม ถ้าเป็นเช่นนั้น รัฐบาลพร้อมจัดการเลือกตั้งใหม่ ให้ประชาชนตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง ถ้าบ้านเมืองสงบ การเลือกตั้งจัดให้มีขึ้นในในวันที่ 14 พ.ย.นี้ แต่ถ้าบ้านเมืองยังไม่สงบ กระบวนการดังกล่าวก็จะดำเนินไป แต่อาจล่าช้า และไม่อาจตอบได้ว่าการเลือกตั้งที่นำสู่การปรองดองจะเกิดขึ้นได้เมื่อไร และหากผู้ชุมนุมไม่รับข้อเสนอนี้ ก็จะยังพยายามทำต่อไป โดยไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไร อย่างไร ข้อเสนอเพื่อความปรองดองอาจไม่ถูกใจฝ่ายใดเลย เพราะไม่มีใครได้ทุกสิ่งที่ตนต้องการ แต่ต้องอาศัยความเสียสละ และยอมถอยคนละก้าว หวังว่าข้อเสนอนี้จะได้รับการตอบรับจากทุกฝ่าย และในวันพุธที่จะถึงนี้พวกเราจะได้มีความสุขในการเฉลิมฉลองวันฉัตรมงคล

เสื้อแดง/ศูนย์อำนวยการความฉ้อฉล กับ 17 ความในใจผม

ที่มา ประชาไท


1. ศูนย์อำนวยการความฉ้อฉลแห่งชาติบอกว่า พวกคุณคนเสื้อแดงคือผู้ก่อการร้าย ต้องการล้มเจ้า ไม่ห่วงใยคนไข้โรงพยาบาล และวางแผนยิงถล่มวัดพระแก้ว แต่ผมจะเชื่อได้อย่างไรในเมื่อเขาปิดสื่อฝั่งคุณอย่างแข็งขัน เสมือนหนึ่งเขากลัว "ความจริง" และ/หรือกลัวว่า เขาพูด "ความจริง" แล้วไม่มีคนเชื่อ

2. พอเขาต้องการจะฆ่าผู้ชุมนุมเสื้อแดงโดยการปราบสลายม็อบและใช้กำลังอาวุธสงคราม หัวหน้าพวกเขาที่ยังหน้าด้านเรียกตนว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่า เขาเพียงต้องการ "ขอคืนพื้นที่"

3. แกนนำเสื้อแดงผู้หนึ่งบอกผู้เขียนเมื่อวันพฤหัสที่แล้วว่า เขานอนหลับสบายมาสาม - สี่คืนแล้ว เพราะมีการเจรจาลับระหว่างสองฝ่าย แต่ผู้ชุมนุมทั่วไปกลับไม่รู้เรื่อง ผมรู้สึกอึ้งและคิดว่า ทำไมคนเสื้อแดงทั่วไปไม่มีสิทธิรับรู้ สองคืนถัดมา ผมบอกนิสิตจุฬาที่วิตกจริตเพราะกลัวจะมีการปราบว่า ได้ยินมาเช่นนั้น ถัดจากนั้นไม่นั้นไม่นาน เธอและเพื่อนๆ สนนท. ก็ถูกศูนย์ฉ้อฉลเรียกไปรายงานตัวเพื่อไซโคและคุกคามทางจิตวิทยา
ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นผู้ชุมนุมคนธรรมดาเป็นอะไร เป็นเบี้ยหรือควาย

4. ถึงพวกพันธมิตรฯ และม็อบสลิ่มที่กระหายเลือด: การที่พวกคุณเรียกร้องให้มีการปราบประชาชนเสื้อแดงด้วยความรุนแรง แสดงว่าคุณยังมองเห็นคนเสื้อแดงเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่
ตอบ: คุณคงมองคนเสื้อแดงไม่เป็นมนุษย์ ชีวิตพวกเขาไม่มีค่า แต่ความคิดเช่นนี้ก็ลดความเป็นมนุษย์ของพวกคุณลงไปเช่นกัน

5. ว่าด้วยโรงพยาบาลจุฬาฯ: หมอตุลย์อยู่ที่นั่น (หมอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมได้อย่างไร?) โรงพยาบาลนี้เคยติดป้ายไม่รับรักษาตำรวจที่สลายม็อบเหลืองด้วยความรุนแรงตอนปี 2551 แต่พวกคุณกลับไม่มีปัญหากับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน ซึ่งมีคนตายไป 25 คน พวกคุณช่างเป็นกลางเสียเหลือเกิน

6. เรื่องจะยิงใส่วัดพระแก้ว: จะมีใครบ้าพอที่จะทำเช่นนั้นไหม แล้วทำไปเพื่ออะไร? ได้อะไร? ให้เด็กป.3 คิดก็น่าจะรู้ว่ามันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี แต่ศูนย์อำนวยการความฉ้อฉลแห่งชาติก็จัดให้

7. ถึงศูนย์อำนวยการความฉ้อฉลแห่งชาติ พวกคุณจะฉ้อฉลโกหกไปอีกนานแค่ไหน คุณคิดว่าประชาชนโง่มากหรือไง ทำไมไม่ปล่อยให้สื่อแดงที่เห็นต่างมีโอกาสตอบโต้บ้าง

8. ถึงผู้ชุมนุมธรรมดาเสื้อแดง: ผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์บางคนเขาว่า พวกคุณถูกหลอกให้ไปตาย ถูกล้างสมองและถูกใช้เป็นเครื่องมือ แต่ผมยังอยากจะเชื่อว่า พวกคุณคิดเองได้ และตัดสินใจได้ว่าจะอยู่ในที่ชุมนุมต่อไปหรือไม่ และคุณคงรู้ดีว่า ราคาค่างวดนั้นอาจสูงถึงชีวิต อาจารย์เจ้าสำนักคนหนึ่งบอกว่า พวกคุณอาจถูกหลอกใช้ แต่ผมเชื่อว่า พวกคุณโตพอและคิดเองได้ และขอเคารพในการตัดสินใจของพวกคุณ
ไม่มีใครหลอกคุณได้ นอกจากตัวของคุณเอง อย่าให้ใครยัดเยียดความเป็นเบี้ยให้กับคุณอย่างเด็ดขาด

9. ถึงบรรดาสื่อกระแสหลักจำนวนมากที่มีอคติกับเสื้อแดงจนเกินแกง: วันนี้คุณสะใจแล้วหรือยัง ตายไป 27 ศพ เจ็บอีกกว่าพัน อ้อ! พวกคุณอาจรู้สึกว่ามันยังไม่พอ ยังต้องการให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ไฟสีแดงทั่วทั้งปฐพี เพราะฉะนั้นก็จงดูถูก เยียดหยาม เสื้อแดงต่อไป เพื่อเร่งยอดศพให้มากขึ้น แล้วอย่าลืมเซ็นเซอร์ข้อมูลจริงของฝั่งตรงข้าม รวมทั้งปลุกเร้าให้ฆ่ากันต่อ จงอย่าเป็นห่วง เพราะประวัติศาสตร์จะจารึกและพิพากษาคุณเอง

10. ถึงช่อง 11: พวกคุณเลวจริงๆ น่าจะไปเกิดเป็นชาวยิวในยุคนาซีเยอรมัน แล้วจะได้ซาบซึ้งว่า การเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐฆาตกรนั้นเป็นเช่นไร (หรือเปิดดูช่อง 11 ณ วันนี้ก็พอ?)

11. ถึงกลุ่มเอ็นจีโอสิทธิมนุษยชนในไทย: พวกคุณเงียบหายไปไหนเกือบหมด หรือเพียงเพราะพวกคุณเป็นฝ่ายเหลืองอย่างแอบๆ ก็เลยทำให้พวกเสื้อแดงไม่มีสิทธิเป็นมนุษย์

12. ถึงองค์กรสิทธิต่างชาติ: ขอขอบคุณที่พวกคุณยังเป็นห่วง ห่วงมากกว่าพวกที่เรียกตนว่านักสิทธิมนุษยชนไทยจำนวนมาก คนไทยเสื้อแดงและเสื้อไม่เหลืองจะไม่ลืมว่า พวกเรามิได้อยู่โดดเดี่ยวในโลกนี้

13. ถึงนายทักษิณ ชินวัตร: ทำอะไรก็คิดถึงชีวิตคนอื่นบ้าง เงินคุณอาจมาก แต่คุณไม่อาจทวีต (tweet) ให้ชีวิตผู้คนกลับคืนมาได้

14. ถึงพวกคลั่งเจ้า: ไม่มีวิธีสรรเสริญเทิดทูนที่ดีกว่าเรียกร้องให้ปราบเสื้อแดงด้วยความรุนแรงให้สิ้นซากแล้วหรือ?

15. ถึงนายอภิสิทธิ์: คุณต้องรอให้ตายอีกสักกี่ศพ คุณถึงเข้าใจว่า การฆ่าไม่ช่วยแก้ปัญหาอันใด
และไม่มีวันทำให้สังคมไทยสมานฉันท์ได้ หรือว่า คุณต้องการ "สมานฉันท์" ภายใต้กระบอกปืน รถถัง ซากศพ และน้ำตา

16. ถึงวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงและสื่อแดง หรือไม่ค่อยแดงอย่างประชาไทที่ต่อสู้ อารยะขัดขืนต่อการปิดสื่อของพวกคุณ: การสื่อสารเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ (แม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการทหารก็ยังยอมรับ)
การสื่อสารเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ พวกคุณเป็นมนุษย์จึงต้องยืนยันซึ่งสิทธิในการรับรู้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นต่างและข่าวสาร จงอย่ายอมแพ้

17. ถึงพวกเสื้อเหลือง/ชมพู/สลิ่ม ที่ไม่เชื่อว่าเสื้อแดงจงรักภักดีจริง ถึงแม้ว่า เสื้อแดงจะประกาศบนเวทีซ้ำซากว่า พวกเขาจงรักภักดี พวกคุณคิดว่า มันเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างไร กฎหมายซึ่งห้ามคนแสดงความเห็น วิพากษ์อย่างเท่าทันสถาบัน จนอาจเกิดพวกจงรักภักดีแท้ vs. เทียม แล้วจะไปโทษใครนอกจากพวกที่สนับสนุนกฎหมายหมิ่นฯ

"แม้ว"สัมภาษณ์สื่ออังกฤษ ยันเป็นกุนซือ"ม็อบแดง" พยากรณ์ล่วงหน้าทั่วปท.ลุกเป็นไฟ

ที่มา มติชน


"แม้ว"สัมภาษณ์สื่ออังกฤษ ยันเป็นกุนซือ"ม็อบแดง" พยากรณ์ล่วงหน้าทั่วปท.ลุกเป็นไฟเหมือน3จว.ใต้


มั่นใจ"ยุบสภา" เพื่อไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย "มาร์ค"ไม่ยอมยุบเพราะกลัวตกงาน
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม

เว็บไซต์ของนิตยสาร อีเมิร์จจิ้ง มาร์เก็ต แม็กกาซีน (อีเอ็ม) นิตยสารเพื่อข้อมูลทางการเงิน และการลงทุนของบริษัทสถาบันนักลงทุนยูโรมันนี่ในอังกฤษ
ที่จัดพิมพ์เป็นรายสะดวกควบคู่กับการจัดประชุมประจำปีของธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ซึ่งระบุว่า เป็นการให้สัมภาษณ์จากบ้านพักที่หรูหราในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
โดยไม่ได้ระบุวันที่สัมภาษณ์ เพียงระบุว่า เป็นการสัมภาษณ์ในเดือนเมษายน ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่าในเนื้อหาไม่มีการพูดถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน ดังนั้น จึงน่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าเหตุการณ์ดังกล่าว


ลิซ ชอง ผู้สัมภาษณ์ระบุไว้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณอ้างว่า ได้รับชัยชนะในสงครามทางความคิดในไทยแล้ว ด้วยการชุมนุมของผู้คนจากทั่วประเทศในกรุงเทพฯ ทั้งนี้

อดีตนายกฯยอมรับอย่างเปิดเผยว่า เป็นผู้ให้คำแนะนำต่อแกนนำของการชุมนุมเป็นระยะๆ และถ้าเป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์ขึ้นสู่จุดสูงสุด อย่างเช่นในเวลานี้
อาจต้องใช้เวลาระหว่าง 1-2 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวซึ่งกันและกัน




สำหรับคำถามสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานี้จะจบลงอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า มีอยู่ 2 ทาง หนึ่งคือในทางบวกที่เป็นการคาดหวัง เกิดกระบวนการเพื่อสร้างสมานฉันท์ขึ้น และมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามมา แต่ถ้าคาดหวังในทางลบ ก็จะมีการปะทะกันระหว่างทหารกับประชาชน

อดีตนายกรัฐมนตรีเตือนไว้ด้วยว่า รัฐบาลควรหาทางสมานฉันท์ ไม่เช่นนั้น แล้ว
จะเป็นการทำให้สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเกิดขึ้นในหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางบางส่วน แต่เชื่อว่า ความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้



พ.ต.ท.ทักษิณย้ำด้วยว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ชัยชนะแบบถล่มทลายถ้าหากจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ยอมยุบสภาเพราะกลัวตกงาน

คนเสื้อแดงควรต่อรองกับข้อเสนอของอภิสิทธิ์

ที่มา Thai E-News




โดย ใจ อึ้งภากรณ์
4 พฤษภาคม 2553

ในเมื่อคนเสื้อแดงต่อสู้และเสียสละถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ควรยอมรับข้อเสนอของทรราชอภิสิทธิ์แบบง่ายๆโดยไม่มีการต่อรองเพิ่มเติม อย่างน้อยที่สุด...

1. เราควรเรียกร้องให้ยุบสภาในวันที่ 14 กรกฎาคม แทนวันที่ 14 กันยายน เพื่อเลือกตั้งในวันที่ 14 กันยายน ซึ่งถือว่าเป็นการประนีประนอมพบกันครึ่งทาง

2. การกำหนดวันยุบสภาและวันเลือกตั้ง ต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้มีการกลับคำในภายหลังโดยอ้างสถานการณ์ที่ “ไม่เอื้อกับการเลือกตั้ง”

3. เราควรเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี และให้พรรคร่วมรัฐบาลเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราว

4. ผบทบ. หัวหน้าพรรคต่างๆ ฯลฯ จะต้องออกมาสัญญาว่าจะไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง และจะยอมรับผลการเลือกตั้ง

5. เราควรเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน และถอนทหารตำรวจออกจากพื้นที่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทันที

6. รัฐบาลควรยกเลิกข้อกล่าวหา หมายจับ หมายเรียก และการดำเนินคดีต่างๆ ทุกคดีที่ใช้กับคนเสื้อแดงทุกคนอันเป็นผลจากการชุมนุมครั้งนี้ คนเสื้อแดงที่ติดคุกเพราะปิดกั้นถนนควรถูกปล่อยตัวทันที อภิสิทธิ์ควรขอโทษที่รัฐบาลและศอฉ.กล่าวหาแกนนำเสื้อแดงและคนอื่นว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการล้มเจ้า

7. รัฐบาลต้องยกเลิกการปิดกั้นและเซ็นเซอร์สื่อทั้งหมดทันที โดยเฉพาะสื่อคนเสื้อแดงทุกชนิด รวมถึงโทรทัศน์ วิทยุชุมชน และเว็ปไซท์อย่างเช่น ประชาไท ฯลฯ

8. คณะกรรมการที่จะมาตรวจสอบข้อมูลเรื่องเหตุการณ์นองเลือด 10 เมษายน ต้องไม่เป็นเครื่องมือของอำมาตย์ ดังนั้นน่าจะประกอบไปด้วยฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายเสื้อแดง และคนที่เป็นกลางในสัดส่วนเท่าๆ กัน ประธานกรรมการควรจะเป็นคนกลางจริงๆ เช่นคนต่างประเทศที่แต่งตั้งโดยสหประชาชาติหรือ ASEAN คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบันไม่ควรเกี่ยวข้องในฐานะ “คนเป็นกลาง” เพราะประกอบไปด้วยคนที่สนับสนุนพันธมิตรฯและรัฐประหาร ๑๙ กันยา

ข้อเสนอห้าข้อของอภิสิทธิ์เต็มไปด้วยคำโกหกและคำแก้ตัว มีการโกหกว่าเขาปกป้องเสรีภาพของสื่อ มีการโกหกเรื่องสถาบันกษัตริย์ เพราะในความเป็นจริงทหาร พันธมิตรฯ และรัฐบาลเป็นผู้ดึงสถาบันนี้มาใช้เพื่อให้ความชอบธรรมกับตนเอง ไม่ใช่คนเสื้อแดงที่ดึงสถาบันมาเกี่ยวกับการเมือง และการกระทำของเสื้อเหลืองและอำมาตย์ได้ทำให้ประชาชนจำนวนมากเสื่อมศรัทธา มีการโกหกว่าวิกฤตนี้มาจากแค่เรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสำคัญมาก แต่อีกประเด็นคือการที่อำมาตย์ทำลายสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย

ในระยะยาว หลังจากที่เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในวิกฤตนี้ เราต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญปี ๕๐ ของทหาร ปฏิรูปการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ยกเลิกกฎหมายหมิ่นเดชานุภาพและปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมด ต้องเดินหน้าเพื่อสร้างรัฐสวัสดิการแบบถ้วนหน้า และครอบวงจร ผ่านการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวย ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดินตามความหมายของประชาธิปไตยแท้ เราไม่ต้องการเป็นไพร่เป็นทาสหรือฝุ่นใต้ตีนใครอีกต่อไป!

เสรีภาพ(เ)สื่อ(ม)

ที่มา Thai E-News




เมื่อรถถังสังวาสกับปากกา
อิสราเสรีก็สูญสิ้น
เมื่อจรรยาหลับไหลใต้อุ้งตีน
ทั่วแผ่นดินก็ร่ำไห้ไร้สมดุลย์

เมื่อท็อปบู๊ทดึงดูดใจกว่าไร่ส้ม
ที่เคยถ่มก็ก้มเลียจนเสียศูนย์
ที่เคยด่าว่าซากเดนปฏิกูล
กลับเทิดทูนอำนาจเถื่อนสถาปนา

เมื่อบ้านเมืองเคืองเข็ญเป็นทุรยุค
กลับเสวยสุขอำนาจวาสนา
กระหายเลือดยิ่งกว่ารวันดา
อนิจจาฐานันดร์สี่เปลี่ยนสีแล้ว

เมื่อปากกากับปืนระรื่นชู้
ให้หดหู่โหยหาละห้อยแห้ว
อยุธเยศประเทศชาติอนาถแล้ว
ไม่เหลือแววแว่วหวังหลั่งน้ำตา

เมื่อบ้านเมืองเคืองเข็ญเป็นฉะนี้
คนดีดีไม่ล้มตายก็หายหน้า
อสัตย์อธรรมอหังการ์...
เสรีภาพฉาบทาด้วยยาพิษ


โดย ปีกซ้าย
ในวันเสรีภาพสื่อโลก