WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, May 6, 2010

ทักษิณจ้างบริษัทกฏหมายระหว่างประเทศช่วยเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News



ที่มา The Straits Times/AFP
แปลไทยโดย ไทยอีนิวส์
4 พฤษภาคม 2553

เอเอฟพี - อดีตนายกฯผู้ซึ่งต้องหลบหนีคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ว่าจ้างบริษัทกฏหมายระหว่างประเทศเพื่อที่จะช่วยเหลือกับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลซึ่งขณะนี้กำลังประท้วงอยู่ในกรุงเทพฯ บริษัทกฏหมายAmsterdam & Peroff กล่าวเมื่อวันอังคาร (4 พ.ค.)

บริษัทกฏหมายดังกล่าว ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่โตรอนโต ลอนดอน และวอชิงตัน ได้กล่าวว่าพวกเขาได้รับการแต่งตั้งจากคุณทักษิณ "เพื่อที่จะช่วยเหลือในเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและการคืนประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม" ในประเทศไทย

"เรายินดีที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในการทำงานที่เร่งด่วนเช่นนี้ และเรารับทราบถึงความท้าทาย ความซับซ้อน และเซนสิทีฟของวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้" มร.โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม หุ้นส่วนและผู้ก่อตั้งบริษัทกฏหมายได้กล่าวในแถลงการณ์

"มันเป็นความตั้งใจของเราในการที่จะสำรวจในทุกๆประเด็นทางกฏหมายเพื่อที่จะช่วยเหลือกลุ่มเคลื่อนไหวสนับสนุนประชาธิปไตยนี้, พร้อมๆกับการเรียกร้องให้ประชาคมโลกไม่อดทนต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่กระทำการปราบปรามต่อกลุ่มผู้ชุมนุม" คุณทักษิณ ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2001-2006 ถูกขับออกจากตำแหน่งในการปฏิบัติที่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อและอาศัยอยู่ต่างประเทศเพื่อที่จะหลบเลี่ยงคดีที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น

"คนเสื้อแดง" หรือผู้ประท้วงรัฐบาลจำนวนมากซึ่งได้ทำการรณรงค์ในกรุงเทพฯนับตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม ได้พยายามที่จะหาทางให้กับ -มหาเศรษฐีโทรคมนาคมและกลายเป็นนักการเมือง" ผู้ซึ่งออกนโยบายที่เป็นประโยชน์กับมวลชน

ได้มีการเผชิญหน้าอย่างตึงเครียดหลายครั้งระหว่างผู้ชุมนุมกับกองกำลังของฝ่ายรัฐบาล โดยมีผู้เสียชีวิต 27 คน และบาดเจ็บเกือบหนึ่งพันคนในการปะทะกัน มีหมายจับจำนวนมากที่ออกให้กับแกนนำเสื้อแดงซึ่งได้กระทำการอารยะขัดขืนด้วยการประท้วงระหว่างการประกาศพรก.ฉุกเฉิน

Wednesday, May 5, 2010

ที่สุดก็ยุบสภา

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน



คนส่วนใหญ่ของประเทศ รู้สึกโล่งอกโล่งใจอย่างยิ่ง เมื่อนายกฯอภิสิทธิ์แถลงท่าที ยอมยุบสภา และเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย.

นั่นก็หมายความว่า จะยุบสภาในอีกราว 4 เดือน เป็นรัฐบาลรักษาการอีก 2 เดือน

หลังสิ้นคำแถลงของนายกฯ เสมือนน้ำเย็นที่ราดรดดับกองเพลิงให้สงบลง

เลิกสาดน้ำมันใส่เหมือนที่ผ่านมา

ท่าทีนี้ เป็นการคลี่คลายวิกฤตม็อบนปช. ที่เริ่มชุมนุมมาตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและยืนจำนวนได้เกินหมื่น

ไม่ว่าจะมาโดยทักษิณชักใยหรือไม่ก็ตาม

แต่การที่คนนับหมื่นนับแสน มาชุมนุมให้ยุบสภา เพื่อนับหนึ่งกันใหม่ ให้ประชาชนตัดสินกันใหม่ ต้องตระหนัก!

รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต้องรับฟัง

แม้รัฐบาลนี้จะรับฟังช้าไปหน่อย

แถมมีกองเชียร์ที่เกลียดชังทักษิณ จนไม่เห็นคนเสื้อแดงเป็นคนด้วยกัน ผลักดันจนเหตุการณ์ยืดเยื้ออย่างไม่จำเป็น สูญเสียอย่างไม่ควร!?

ทำให้การชุมนุมม็อบแดงกับรัฐบาล เพิ่มดีกรีความขัดแย้ง เกิดการปะทะอย่างรุนแรงถึง 3 ครั้ง

มีคนตายไป 27 ชีวิต บาดเจ็บอีกเกือบพัน

จนมาถึงจุดที่กลไกทหารและตำรวจ ที่มีจิตใจมนุษยธรรมเหนือกว่าบางฝ่ายเสียอีก ไม่ยอมเป็นเครื่องมือประหัตประหารเพื่อนมนุษย์

ไม่ว่าคนเหล่านี้จะคิดต่าง คิดผิด หรือคิดอย่างไร แต่ก็เป็นปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่ไม่ควรเอาอาวุธเข้าตัดสิน

เมื่อรัฐบาล ไม่ได้รับการตอบสนองจากกลไกรัฐในการสลายม็อบ

เมื่อรัฐบาลเองต้องตระหนักว่า ความผิดพลาดจากการสั่งสลายม็อบเมื่อ 10 เม.ย.นั้น น่าจะเป็นคดีความที่ย้อนกลับมาหาผู้นำรัฐบาลเอง

ที่สำคัญ ยังมีคดียุบพรรค เป็นเสมือนหลักประหารรออยู่เบื้องหน้า!

แรงกดดันทั้งหลายทั้งปวงนี้ จึงนำมาสู่การยอมเจรจาลับๆ กับแกนนำม็อบ มาตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา จนมีข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง

ยุบสภาเป็นทางออกที่รัฐบาลยอมเลือก

ทั้งที่เป็นทางออกในวิถีทางประชาธิปไตย ไม่ควรดื้อดึงเลย

ทั้งหมดนี้ต้องชื่นชม คนที่มีส่วนช่วยกดดันรัฐบาลให้ยอมเลือกหนทางที่ถูกต้อง

โดยเฉพาะทหารและตำรวจ ที่ไม่กระหายเลือด!

ท่าทีรัฐบาลกับโรดแม็ป"มาร์ค"

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ รายงานพิเศษ



การประกาศโรดแม็ปปรองดอง 5 ข้อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมกำหนดวันเลือกตั้ง 14 พ.ย.

เป็นข้อเสนอที่หลายฝ่ายเห็นด้วย

แต่จะนำไปสู่ข้อยุติการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ ยังต้องติดตาม

เช่นเดียวกับท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาล และแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสื้อแดงรอดูอยู่

-ชวน หลีกภัย

ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

ผมยังไม่มีโอกาสทราบข้อเท็จจริง ไม่เคยรู้มาก่อนและยังไม่ได้พบนายกฯ ไม่ทราบว่าจะเป็นทางออกของประเทศได้หรือไม่ ผมไม่ทราบที่ไปที่มา มีเพียงนายกฯ ที่รู้ข้อเท็จจริงว่าอยู่ภายใต้การกดดันอย่างไรหรือไม่ ก็เห็นใจนายกฯ ในฐานะที่ทำงานอย่างเหนื่อยยาก ลำบาก และต้องตัดสินใจในบางเรื่อง

ผมอยู่ในกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการยุบสภามาตั้งแต่ต้น แต่อำนาจการยุบสภาเมื่อใดเป็นอำนาจของนายกฯ ที่เราเคยพูดกันคือไม่ควรยุบเพราะมีคนมาขู่ แต่จะยุบเมื่อใดก็เป็นอำนาจของนายกฯ แต่จะต้องขึ้นกับดุลพินิจด้วย ไม่ใช่การถูกบังคับหรือมีใครมาสั่งให้ยุบสภา

ผมพูดในหลักการมาตั้งแต่ต้นว่าถ้ายุบสภาเพราะกลัวที่เขาขู่ ก็ไม่เห็นด้วย ตอนนี้ก็ยังเห็นอย่างนั้น แต่ก็เข้าใจที่นายกฯ ต้องประกาศยุบสภาภายใน 9 เดือนตั้งแต่ต้น เพราะนายกฯ พยายามแก้ปัญหาความรุนแรง แต่ครั้งนี้เราไม่ทราบมาก่อนว่านายกฯ คิดอย่างไร และหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

แนวทางออกของประเทศขณะนี้มีทางให้เดินเยอะแยะ ปัญหาว่าจะเดินไปทางไหนเท่านั้นเอง ที่ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาเพราะรัฐบาลยังสามารถบริหารงานได้เป็นอย่างดีและมีความชอบธรรม จึงเป็นสิทธิที่จะอยู่จนถึงปีหน้าก็ได้

ยืนยันไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน เพราะเราไม่เคยคุยเรื่องนี้กัน เราคุยกันแต่เพียงในระบอบประชาธิปไตยต้องรักษาหลักนิติธรรม และกฎหมายบ้านเมือง การทำอะไรที่ไม่ถูกกฎหมายรัฐบาลมีหน้าที่ต้องแก้ไข ปัญหากับบ้านเมืองเป็นของคู่กัน ส่วนจะแก้วิธีไหนก็เป็นอีกเรื่อง

กับข้อเสนอนิรโทษกรรม ส่วนตัวไม่เคยเห็นด้วยกับวิธีการที่ไปยกเว้นการกระทำความผิด ความเป็นธรรมในบ้านเมืองต้องอาศัยกติกา ถูกก็ว่าถูก ผิดก็ว่าผิด แต่เรื่องที่นายกฯ ประกาศเราไม่เคยทราบมาก่อน

ผมไม่ได้น้อยใจนายกฯ เพราะไม่เกี่ยวอะไรกับผม เป็นเรื่องของรัฐบาล เข้าใจการทำงานของรัฐบาล ทั้งหมดเป็นอำนาจของนายกฯ ที่จะพิจารณา

-พรทิวา นาคาศัย

เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศ ทำให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบปรองดอง คิดว่าเป็นแนวทางที่ดี ในส่วนของพรรคจะพูดคุยกันวันที่ 6 พ.ค.

ที่ผ่านมาพรรคยืนยันมาตลอดในการผลักดันเรื่องความสงบ และการปกป้องสถาบัน สิ่งที่นายกฯ ออกแถลงการณ์เป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายน่าจะยอมรับได้ สุดท้ายทั้งหมดเพื่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งวันที่ 5 พ.ค. จะครบรอบบรมราชาภิเษก ทุกฝ่ายขอให้เกิดความสงบสุข

วันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงคงมีความคิดไม่แตกต่างทั้งเรื่องความปรองดอง อยากให้บ้านเมืองสงบสุข นายกฯ ให้คำมั่นขนาดนี้แล้วน่าจะเป็นทิศทางที่ดี ระยะเวลาที่นายกฯ ระบุ ส่วนตัวคิดว่าเหมาะสมดี หากมีการเลือกตั้งพรรคก็มีความพร้อมมาตลอด

ส่วนกรอบของโรดแม็ปที่นายกฯ แถลงออกมาจะรวมถึงการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำผิดและผู้ชุมนุมหรือไม่ การพูดคุยหัวหน้าพรรคเป็นคนพูดคุย จึงไม่ทราบได้

เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคมีแนวทางอยู่แล้วว่าต้องการให้แก้ 2 ประเด็น การประชุมพรรควันที่ 6 พ.ค. คงจะได้หารือกันอีกครั้งว่าจะมีประเด็นไหนที่จะมาเสริมกัน และวันเดียวกัน คงได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ด้วย

-บรรหาร ศิลปอาชา

ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

การประกาศวันเลือกตั้ง 14 พ.ย. แต่เหตุการณ์ต้องสงบ กลุ่มผู้ชุมนุมต้องยอม ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวต้องเคลื่อนต่อไปอีก 5 ข้อเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มีคำถามว่าการประกาศวันที่ 14 พ.ย. ถามพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

ผมพูดมาเกือบเดือนตอนทานอาหารกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาล ว่านายกฯ ต้องพูดให้ชัดเจนจะยุบสภาเมื่อไหร่ แต่เงียบหายไปเลย จนมาได้ยินเมื่อคืนนี้ (3 พ.ค.)

ถ้าสามารถคุยและยุติได้ภายในวันนี้ พรุ่งนี้ เป็นสิ่งดีเพราะเป็นวันฉัตรมงคล เป็นการทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ท่าน แกนนำนปช. หลายคนก็เห็นคล้อยตามที่รัฐบาลประกาศ ถ้าทำได้บ้านเมืองจะได้สงบ การเมือง การท่องเที่ยว การลงทุน เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น เหมือนยกภูเขาออกจากอก

ส่วนที่นปช. อยากให้มีการนิรโทษกรรม ถ้าจบแล้วก็จะยกเลิกให้เขา หากเขายอมสลายโดยไม่เสียเลือดเนื้ออีก แต่ว่าต้องไปมอบตัวทุกคนแล้วก็ให้ประกันตัว นายกฯ ก็ต้องทำให้เขา อย่ามาแค้นเคืองกันเลย ที่แล้วก็แล้วกันไป

ควรนิรโทษกรรมให้หมดทุกคน แม้แต่ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง บ้านเมือง ท้องฟ้าจะได้สดใส

เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลต้องลงเล่นเองด้วย ต้องเวิร์กเอง อย่าปล่อยให้สภาฝ่ายเดียวไม่ได้ ไม่อย่างนั้นไม่สำเร็จ รัฐบาลต้องลงและออกแรง ต้องประสานงานกับทุกฝ่ายถึงจะสำเร็จได้

การแก้ไขมี 2 ประเด็น อยู่แล้ว อย่างมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญเป็นธรรมหรือไม่ ผมถึงบอกว่าถ้าไม่โดนกับใครแล้วจะไม่รู้สึก ถ้าโดนถึงจะรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ และสิ่งนี้ก็อยู่ในข้อที่นายกฯ พูดไว้

โรดแม็ปที่นายกฯ ประกาศไม่น่าล้มถ้าช่วยกันทุกฝ่าย พรรคร่วมก็เอาแล้ว คุยกันตรงที่เราเสนอแล้ว พูดไปเดือนกว่าแล้วเพิ่งมาตอบรับกันตอนนี้ ผมไม่ทราบท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะคิดอย่างไร แต่เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้แล้วจะปล่อยให้เป็นอีกหรือไม่ หากมีคนตายเกิดขึ้นแล้วใครจะรับผิดชอบ

โรดแม็ปจะแก้ความขัดแย้งได้ ถ้าฝ่ายนปช. ยอมด้วยก็แก้ได้ ส่วนที่นปช. ต้องการฟังความเห็นพรรคร่วม ผมคงพูดแทนไม่ได้ แต่ใจคิดว่าถ้ายุติได้ในทุกข้อ ในฐานะประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยฯ อาจต้องเชิญพรรคร่วมมาพูดคุย ที่ผ่านมาก็คุยกันทุกระยะและคุยก่อนที่ระเบิดจะลงบ้านผมด้วย

และตอนนี้พรรคร่วมเข้าใจแล้วเดินหน้าทันทีเลย หากนปช. ยอมแล้วถอยให้ราชประสงค์คลี่คลายก็เดินหน้าต่อไปได้ ถ้าไม่เดินหน้าตามที่พูดไว้ผมก็อาจต้องเข้าไปพูดกับรัฐบาลเอง

ประเทศญี่ปุ่นนายกฯ ก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เรื่องปกติธรรมดา ไม่มีที่จะได้หมดทุกข้อ ได้บ้างเสียบ้าง แต่ให้ได้ส่วนใหญ่ก็ใช้ได้แล้ว ถ้าไม่ยุบสภาเลือกตั้งใหม่แบบทันทีทันใด มีวิธีไหนดีบ้าง

โตกันแล้วยังทะเลาะกันอยู่ ล้วนมีดีกรีทั้งนั้นระดับปริญญาโท-เอก ทะเลาะกันแล้วฉุดให้ชาวบ้านมาทะเลาะกันด้วย ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

-ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง

หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน

จากโรดแม็ปของนายกฯ ที่จะให้เลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. ผมยังไม่ได้ดูเนื้อหาว่ามีอะไรบ้าง แต่ถ้าข้อเสนอนี้มาจากนายกฯ ส่วนตัวผมขอสนับสนุน เพราะหลักการนี้ถือว่าประเทศชาติได้ประโยชน์ นำไปสู่ความสมานฉันท์ ตรงกับหลักการของพรรค

ส่วนการเลือกตั้ง ขณะนี้พรรคมีความพร้อม เหมือนกับนักรบที่ออกศึกได้ทุกเมื่อ

เมื่อกลับมาจากปฏิบัติภารกิจในประเทศจีน วันที่ 5 พ.ค. ผมจะเรียกสมาชิกพรรคมาประชุม เพื่อหารือกรณีโรดแม็ปของนายกฯ ต่อไป

-ชวรัตน์ ชาญวีรกูล

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับโรดแม็ปที่นายกฯ ประกาศ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มีการหารือร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ในส่วนพรรคภูมิใจไทยจะประชุมพรรคและหยิบยกเรื่องนี้มาหารือในวันที่ 6 พ.ค. กว่าจะถึงวันนั้นอาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกก็เป็นได้

ส่วนการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 14 พ.ย. นักการเมืองต้องมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าจะต้องมีการเลือกตั้ง อย่างคำที่ว่า "แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ"

สามประการ

ที่มา บางกอกทูเดย์


ประหลาดแท้ๆ..อุตส่าห์ลงทุน “เต้าข่าว” เสียใหญ่โต ว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ตาย!!ตายในห้องไอซียู ด้วยโรค “มะเร็ง” ในขณะที่ทำ “คีโม” ออกอาการกระตุก กระตุก น้ำลายฟูมปากในที่สุดก็ เท่งทึ่ง “ตายคามือหมอ”แต่...พอ “ทักษิณ” ปรากฏตัวให้เห็น ทั้ง ภาพ และ ข่าว..พร้อมยืนยันว่า ยังมีชีวิตอยู่และ กำลังรุดหน้า

เกี่ยวกับธุรกิจที่ถนัดเท่านั้นแหละเป็นเรื่อง..คนออกข่าวทำท่าจะตายแทนซะเอง..เพราะมันไม่ได้ดังใจ!!ไอ้คนที่อยู่แบบ สุขกายสบายใจ ก็ทำท่า “เครียด” พาลจะเป็น “มะเร็ง” เอาดื้อๆ เพราะออกอาการหนักผิดปกตินี่แหละมันเป็นอย่างนี้แหละครับเจ๊เล้ง!!ภาษิตฝรั่งบอกว่า A living dog is better than a dead lionแปลเป็นไทยว่า “สุนัขที่ยังมีชีวิตอยู่ยังดีกว่า ราชสีห์ที่ตายแล้ว”ที่เขียนอย่างนี้ ก็ไม่ได้บอกว่า “ทักษิณ” เป็น “สุนัข” นะครับ.. เดี๋ยวแฟนคลับ “เดอะแม้ว” จะ

มาอัดผมเข้า..กลอนมันพาไปเอาเป็นว่า ที่ รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ให้ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ไล่จิกไล่ตีทักษิณ ไปทั่วทุกมุมโลกนั้น..ขอบอกว่ามัน “ไม่เวิร์ค” นอกจากจะเสียเวลาในการทำงานให้ชาติทางด้านอื่นแล้ว ยังสร้าง “ความสะเหล่อ” น่าอับอายขายหน้าไปทั่วโลก!!เพราะทำตัวกร่างเป็น “นักเลง” มากกว่าที่จะเป็น “รัฐมนตรี”เรื่องนี้ “คนไทย” ทั้งประเทศรู้ดี..แต่ รัฐบาลรัสเซีย ไม่เคยรู้มาก่อน..และไม่เคยรู้ด้วยว่าขั้นตอนการ “สรรหา” คนมา

เป็นรัฐบาลนั้นเขาทำกันอย่างไร??เพราะไม่รู้รัฐบาลรัสเซีย จึงต้องเรียกทูตไทยมาเฉ่งปี๋ดังที่เป็นข่าวแต่..หากว่า “รัสเซีย” รู้ว่าการตั้ง “รัฐบาล” และ แต่งตั้ง “รัฐมนตรี” ในประเทศไทยเขาทำกันอย่างไร จะต้องสะอึกและดื่มน้ำตามไปอีกสามขันเพราะประเทศนี้ใช้หลัก “สามประการ”ในการสรรหารัฐมนตรีคือ.. หนึ่ง เป็นนักเลง.. สองเป็นญาติสนิทพี่น้องลูกเมียนักการเมือง และ สามจับสลากเพื่อเป็นรัฐมนตรี..เอวัง!!

เชื่อ

ที่มา บางกอกทูเดย์


เพราะการแสดงออกเชิง “เด็กเลี้ยงแกะ” หลายครั้งหลายหน...ส่งผลให้คนไทยส่วนใหญ่เกิดความ “ไม่เชื่อถือ”โดยเฉพาะคำประกาศเลือกตั้งใหม่ 14 พฤศจิกายนภายในปีนี้ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”คงต้องถามนายกรัฐมนตรีกลับไปว่า...มันมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด?เพราะที่ผ่านมา...ประชาชนรู้สึก “เข็ดหลาบ” กับคำพูดที่ดูดีน่าฟัง...แต่ไร้แก่นสารและความจริงใจของนายกฯ ท่านนี้ประชาชนรู้ว่า...สิ่งที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” พูดออกมามันคือ “ความ

จริง” มิใช่ “ความฝัน” เพราะต่างได้ยินเต็มสองรูหู แต่จะทำอย่างไรในเมื่อ “ผู้มีพระคุณ” ทั้งหลายของท่านยังทำตัว “ตีปลาหน้าใส” พร้อมชักใบให้เรือเสียท่านจะออกมาฉายเดี่ยว...ลุกขึ้น “ผ่าทางตัน” อย่างสง่างาม หลังจากเป็น “หุ่นเชิด” มานาน...โดยไม่สนใจถ้อยคำ “หักหาญ” อันใดอย่างนั้นหรือทั้ง ชวน หลีกภัย สุเทพ เทือกสุบรรณ พรรคร่วมรัฐบาล กองทัพทหาร รวมไปถึงกลุ่มมวลชนพวกท่านทุกฝ่ายมีอำนาจและบทบาทสำคัญในการ “เกื้อหนุน” ให้ประชาธิปัตย์

และ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขึ้นมาบริหารประเทศในวันนี้ ผมมองว่า...บุคคลเหล่านี้เป็นสิ่งที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ต้องหันกลับไปบอกและทำความเข้าใจกับพวกเขาให้รู้เรื่องเมื่อต้องการให้ปัญหาจบ...มันต้อง “เคลียร์ปัญหา” แบบหมดจดแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่...แต่ผมไม่ได้ “บีบคั้นรัฐบาล” ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงชั่วข้ามคืนเพราะหากยิ่ง “คาราคาซัง” ในอนาคตก็จะกลายเป็นปัญหาที่สะสมเป็น “ดินพอกหางหมู” ซึ่งแก้กันไม่จบไม่สิ้นปัญหาจึงตกมาอยู่ที่ “อภิสิทธิ์

เวชชาชีวะ” ว่าท่านจะทำอย่างไร? กี่ครั้งแล้วที่ท่าน “หลงเชื่อ” คนใกล้ตัว...แต่ไม่เคยทำตัวเองให้ประชาชน “น่าเชื่อถือ” ครั้งนี้มีโอกาสชำระสะสางก็ควรรีบลงมือทำ...ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง...ผมจะไม่คิดมาก...ไม่ลังเล...และไม่ระแวง“ทางออก” มีออกให้เห็นรำไร...แล้วทำไมจะไม่เดินไปหา “แสงสว่าง” นั้นเล่าแม้วันนี้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะเป็นแค่ “เบี้ย” แต่ก็ฉายแววให้เห็นในวันหน้ายังมีโอกาสเป็น “ขุน”

ทหาร

ที่มา บางกอกทูเดย์


มีความแตกต่างกันมากมายที่ทำให้ “ทหาร” แปลกไปจากบุคคลธรรมดาเพราะ...ทหาร แปลว่า นักรบ...ดังนั้น นักรบจึงต้องมีคุณสมบัติที่..พิเศษ..และไม่เหมือนกับคนปกติธรรมดาทั้งๆ ที่ ก็มาจากคนธรรมดาในการต่อสู้กันระหว่างคนธรรมดาและคนธรรมดานั้น...ก็เพราะมีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน เพราะมีเรื่องราวที่ขัดแย้งกัน หรือมีการแย่งชิงในสิ่งเดียวกัน จึงไม่ต้องมีกฎเกณฑ์ใดๆแต่สำหรับทหารแล้ว...การต่อสู้ของเขานั้น เป็นการต่อสู้ที่เป็นหน้าที่ คนที่จะฆ่าเขาหรือจะ

ถูกเขาฆ่า ส่วนใหญ่ไม่รู้จักกัน..ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวที่ขัดแย้งกัน..การต่อสู้ของทหารจึงเป็นการต่อสู้เพื่อสิ่งอื่นคนอื่น..คนที่ยอมตายหรือยอมฆ่าเพื่อสิ่งอื่นและคนอื่น..จึงถือว่าไม่ใช่คนธรรมดา...เป็นคนมีเกียรติเกียรติของทหาร...ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์...ศักดิ์สิทธิ์ถึงขนาดทหารจะยอมตายเพื่อสิ่งนี้...และด้วยเกียรติที่ทหารต่างฝ่ายต่างก็มี ถึงแม้จะอยู่คนละฟากคนละฝ่ายในสนามรบ..เกียรติของทหารเป็นสิ่งที่มีเสมอกัน....และถึงแม้ว่าจะเข่นฆ่าสังหารกัน..แต่เขาก็

ต้องให้เกียรติกันผู้ชนะที่ต่ำยศกว่า จะแสดงความเคารพผู้ปราชัยที่มียศสูงกว่า....กองทัพที่เข็มแข็งแกร่งกล้า...เขาจะศึกษากันที่เกียรติและวินัย...เพราะวินัยที่ยอดเยี่ยมคือ เกียรติยศที่ทหารในหมวดหมู่นั้นต้องมีให้แก่กันและกัน....ทหารจะไม่ผลักใสเพื่อนให้ไปรบในสมรภูมิที่เสี่ยงภัยแต่จะแย่งกันเข้าไปทำหน้าที่..กองทัพที่ดีนั้น...ทหารกับทหาร...จะให้เกียรติซึ่งกันและกัน...เพราะการให้เกียรติใดๆ กับใครก็ตามก็เท่ากับให้เกียรตินั้นแก่ตนเอง..โดยไม่ต้องพวงถึงเขาจะ

ตอบกลับตอบมาเช่นเดียวกันหรือไม่แต่มีกองทัพหนึ่ง...เมื่อไม่กี่วัน..ทั้งๆ ที่รู้ว่า..อดีตผู้บัญชาการระดับสูงสุดของกองทัพ..จะมาปรากฏตนหน้าค่ายและจะต้องเดินเข้ามาในค่าย..ทหารที่เป็นทหาร..จะรู้ถึงเกียรติยศที่จะต้องให้และเกียรติยศที่จะต้องรับ....เครื่องแบบชั้นยศจอมพล..ไม่ว่าจะครอบคลุมอยู่บนเรือนร่างของใคร..ก็คือเครื่องแบบจอมพล..ทหารที่เป็นทหารมีเกียรติและมีวินัย..จะไม่ทำอนาจารกับยูนิฟอร์มและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันพระราชทานมาจากจอมทัพไทย

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ..อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก..อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม..ทำถูกแล้ว..ที่กลับออกมาจากสถานที่แห่งนั้น..ทหารจะไม่ทำเช่นนั้นกับ..อดีตผู้บังคับบัญชาและจะให้เกียรติกับ...เครื่องแบบกับแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เกียรติยศนั้น..เขามีไว้เพื่อให้..คนที่ให้จะได้เกียรติเช่นเดียวกันกลับมาหรือมากกว่า..ทหารพม่าไล่ฆ่าคนไทยในกรุงแตก 2 ครั้ง..แต่กรุงแตกครั้งใหม่ ทหารไทยไล่ฆ่าคนไทย..อนิจาเอ๋ย

‘ฉุกเฉิน’ต้องเลิก! หยุดคลั่ง

ที่มา บางกอกทูเดย์



ณ วินาทีนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และบรรดากลุ่มคนที่หนุนหลัง คงเห็นแล้วว่า การใช้อำนาจกฎหมายที่รุนแรง หวังที่จะเอาชนะประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่หนทางที่จะนำไปสู่ชัยชนะได้เลยเพราะตราบใดที่ประชาชนมองว่า รัฐบาลใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานอยู่แล้ว จะออกกฎหมายความมั่นคงภายในประเทศ จะออกกฎหมายการบริหารราชการในภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ออกมาบังคับใช้อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ก็จะไม่ยำเกรง เพราะมองว่าเป็นการกระทำ 2 มาตรฐานหรือต่อให้เป็นการประกาศใช้กฎอัยการศึกอย่างที่มีบางคนอุตริแนะนำ เพราะคิดว่าจะได้คุมสถานการณ์อยู่หมัด แต่เชื่อเถอะ

ว่า ประกาศใช้จริงๆ ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนที่มาชุมนุมตามวิถีทางประชาธิปไตย จะยอมถอยแน่เพราะในความรู้สึกของกลุ่ม กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กลุ่มคนเสื้อแดงนั้น การชุมนุมเรียกร้องและการเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่ลอกเลียนแบบมาจากแกนนำม็อบพันธมิตรฯ และกลุ่มคนเสื้อเหลืองทั้งสิ้นแต่ไฉนแกนนำพันธมิตรฯ และกลุ่มคนเสื้อเหลืองจึงทำได้ทุกอย่าง ในขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงทำไม่ได้เลย ประเด็นเหล่านี้แหละที่กลาย

เป็นแรงผลักดันให้กลุ่มคนเสื้อแดงฮึดสู้ไม่ถอยจนสุดท้ายภาพลักษณ์ของประเทศไทยจึงพังยับเยินในทุกๆ ด้าน แม้แต่ความเป็น “สยามเมืองยิ้ม” ที่เคยเป็นความภาคภูมิใจ เคยเป็นจุดขายในอดีตเพราะแม้แต่ต่างประเทศ ซึ่งรับรู้สถานการณ์ เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเมืองไทยทุกอย่างมาตั้งแต่การทำรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 เนื่องจากโลกของการสื่อสารที่เป็นสากลนั้น ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่งจะสามารถปิดหูปิดตาคนทั่วโลกได้เมื่อได้รู้ได้

เห็นในข้อมูลต่างๆ ที่เป็นความจริงมาโดยตลอด จึงเห็นได้ว่า ท่าทีของนานาประเทศไม่ได้ให้การยอมรับรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์อย่างสนิทใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศผู้ได้ดีมาจากการเป็นแกนนำม็อบยึดสนามบินสุวรรณภูมิแต่ในการทำหน้าที่รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้สร้างความอึดอัดให้กับประเทศต่างทั่วโลกมาโดยตลอดนับแต่ดำรงตำแหน่งฉะนั้นวันนี้คงเห็นแล้วว่า ประเทศต่างๆ องค์กรต่างๆ ไม่ได้มองกลุ่มคนเสื้อแดง

เป็นผู้ก่อการร้าย หรือเป็นผู้ก่อการกบฏ อย่างที่มีคนในรัฐบาล คนในกลุ่มหนุนหลังทั้งหลายต้องการจะให้เป็นลึกๆ นายอภิสิทธิ์ ซึ่งมีการศึกษาระดับที่ดีในโลกตะวันตก ย่อมรู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดีที่สุดว่า ชาติต่างๆ โดยเฉพาะชาติตะวันตกมองประเด็นประเทศไทยอย่างไร และทำไมการขอความร่วมมือของกระทรวงการต่างประเทศของไทย และรัฐบาลไทยจึงไม่เคยได้ผลเป็นจริงเป็นจังเลยสักครั้งเดียวยิ่งล่าสุดไม่เพียงแค่ต่างประเทศที่พากันออกแถลงการณ์ที่ไม่เป็นคุณกับ

รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์เลย แม้แต่บุคคลผู้ที่มีวุฒิภาวะในประเทศไทยด้วยกันเองยังอดรนทนไม่ได้กับท่าที และพฤติกรรม หรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์หนึ่งในบุคคลที่พูดอย่างเป็นกลาง ในทุกเวที ก็คือ พระราชวิจิตรปฏิภาณ “เจ้าคุณพิพิธ” วัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมาก็ได้ออกโทรทัศน์ช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี เตือนสติรัฐบาลอย่างตรงประเด็นว่าการปิดหูปิดตาประชาชนก็ดี การกล่าวหาในเรื่องเกี่ยวกับสถาบันก็ดี หรือ

การคิดที่จะสลายการชุมนุมด้วยกำลังทหาร-ตำรวจล้วนแล้วแต่จะทำให้เรื่องไม่จบ และจะยิ่งเสียหายมากขึ้นเช่นกันกับในการประชุมวุฒิสภาเพื่ออภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตามมาตรา 161 เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ซึ่งบรรดา ส.ว.ที่มีความเป็นกลางโดยส่วนใหญ่ ล้วนต่างพูดตักเตือนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ให้แสวงหาหนทางยุติปัญหาโดยสันติ โดยการเจรจา เพื่อจะได้เป็นทางออกของประเทศไทยอย่งแท้จริงจากวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะมีก็แต่ ส.ว.2-3 คน อย่างเช่นนายสมชาย

แสวงการ นายวรินทร์ เทียมจรัส ซึ่งเป็นกลุ่ม 40 ส.ว. ที่ได้เข้ามาเพราะการเกื้อหนุนของ คมช. จึงมีการแสดงออกที่กระหายความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้บรรดา ส.ว.ด้วยกันเองก็ยังส่ายหน้าอย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า แรงกดดันทั้งจากภายในประเทศ และทั้งจากต่างประเทศ ได้ทำให้นายอภิสิทธิ์ ซึ่งต้องถือว่าเป็นคนที่ดื้อรั้นผิดปกติ จนแม้แต่ในทางการแพทย์ยังต้องจับตามองเป็นกรณีศึกษา และพูดคุยกันว่าคนปกติอะไร จะดื้อได้

ถึงขนาดนี้ และมีโลกในความคิดเฉพาะตัวพิเศษเช่นนี้แต่สุดท้ายเมื่อแรงกดดันมีเข้ามามากๆ จากทุกๆ ด้าน ทำให้นายอภิสิทธิ์เองก็ตกอยู่ในภาวะที่รู้ตัวว่า การขึงพืดไม่เจรจาหาทางออก หรือการคิดแต่จะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งแม้จะประดิษฐ์ประดอยคำพูดให้หรูดูดีว่าเป็นการขอคืนพื้นที่ก็ตามแต่พฤติกรรมก็คือการใช้กำลังเข้าปราบปรามสลายการชุมนุม ซึ่งจะต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้นอยู่ดี ซึ่งแน่นอนว่าหากกระทำก็ย่อมต้องถูกประณามจากสังคมทั่วโลกแน่ๆจึงนำมา

สู่การตัดสินให้นายอภิสิทธิ์ แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่าขอเสนอ 5 กรอบทุกฝ่ายปรองดอง ร่วมแก้ทั้งระบบ ช่วยกันดูแลสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ดึงสู่การเมือง ปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ สร้างเป็นธรรมทุกเรื่อง มีกลไกอิสระคุมการนำเสนอข่าวสาร ตั้ง กก.อิสระสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ไม่สงบทุกกรณี ประกาศแผนแก้ปัญหาการเมือง และจะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน 53ถือเป็นการเดินเกมการเมืองที่ฉลาดมากๆ ของรัฐบาล โดย

เฉพาะการที่นายอภิสิทธิ์ ใช้สไตล์ถนัด ระบุว่า แน่นอนว่าข้อเสนออาจไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับทุกคน แต่มีคำตอบไม่มากก็น้อย และเป็นจุดที่คิดว่าจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง “กลุ่มเสื้อแดงที่มาแสดงออก สิ่งที่เสนอไม่อาจตอบสนองยุบทันที 15 วัน หรือ 30 วัน ได้กระบวนการปรองดองจะแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ และแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน”ซึ่งตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ที่ให้เลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. คาดว่ารัฐบาลต้องประกาศยุบสภาประมาณปลาย

เดือนกันยายนหรือไม่เกิน 1 ตุลาคม 2553 หรืออีกประมาณ 5 เดือนเนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 กำหนดว่าถ้ามีการยุบสภาต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันยุบสภาผู้แทนราษฎร แน่นอนว่าโดยหลักการ ดูเหมือนทุกภาคส่วนในสังคมจะเห็นว่านี่เป็นการเปิดประตูการเจรจาอีกรอบ หลังจากที่รัฐบาลมัวแต่ไปมุ่งมั่นกับการใช้การสลายการชุมนุมเป็นหลักอย่างไรก็ตาม สังคมทุกภาคส่วนยังจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์

การเมือง และประเมินข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ให้ละเอียดก่อนว่าจะมีรูปธรรมอย่างไรซึ่งท่าทีของ นปช. และกลุ่มคนเสื้อแดงเอง หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เสนอการสร้างกระบวนการปรองดอง 5 ข้อ และจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายนนั้น หลังเวทีชุมนุมแยกราชประสงค์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กล่าวว่า นปช.จะยังไม่แสดงท่าทีปฏิเสธหรือตอบรับอะไรในช่วงนี้ แต่มองว่า เป็นข้อเสนอที่ดีกว่าการใช้กำลังในการปราบปรามประชาชน ซึ่งแกนนำ นปช.จะ

นำเรื่องนี้หารืออย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งผลให้นายอภิสิทธิ์รับทราบนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เหตุผลที่นายกฯ เสนอโรดแมปดังกล่าว เป็นเพราะไม่สามารถที่จะบังคับใช้กลไกของรัฐ โดยเฉพาะการสั่งการทหารได้ จึงต้องตัดสินใจแบบนี้ ตอนนี้ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกันหาทางออก ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดความรุนแรงหรือมีคนตายอีกแล้ว นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำ นปช. กล่าวว่า ถือว่าเป็นชัยชนะของคนเสือแดงในระดับหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลสามารถร่น

ระยะเวลาการยุบสภากว่าเดิม ส่วนเบื้องหลังการที่นายกฯ ออกมาแถลงครั้งนี้ เป็นเพราะแกนนำ นปช.กับรัฐบาลมีการหารือกันตลอดเวลา ซึ่งนปช.ก็รู้อยู่แล้วว่า ผลต้องออกมาแบบนี้ ทำให้ที่ผ่านมานอนหลับอย่างมีความสุข เพราะไม่กังวลว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุมอย่างไรก็ตาม ยังมีการตั้งข้อสังเกตุว่า แม้คนเสื้อแดงพร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนอต่างๆ ของรัฐบาลตลอดเวลา แต่การที่รัฐบาลจะเสนออะไรนั้นควรเสนอในบรรยากาศของความสงบและสันติกว่านี้ ไม่ใช่ว่าในทาง

หนึ่งเสนอเงื่อนไขให้พิจารณา แต่อีกด้านหนึ่งกำลังขู่ว่าจะใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นก็คงต้องรอดูความจริงใจและความชัดเจนของรัฐบาลและนายอภิสิทธิ์ เพราะแน่นอนว่าการแถลงการณ์ของนายอภิสิทธิ์นั้น รัฐบาลดีดลูกคิดมาก่อนแล้วว่า มีแต่ได้กับได้เนื่องจากว่า ระยะเวลาแม้จะสั้นลงมาบ้าง แต่ก็ยังสามารถพิจารณาทั้งเรื่องงบประมาณ และเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชาการในเดือนกันยายนได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ยังได้ภาพจาก

สังคมส่วนใหญ่ว่า รัฐบาลอ่อนข้อแล้วหากคนเสื้อแดงไม่ยอมก็จะเป็นภาพลักษณ์ที่ติดลบทันทีทั้งๆ ที่ข้อเสนอนี้ จริงๆ แล้วต้องถือว่าเป็นเพียงข้อเสนอในกรอบใหญ่ แต่ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ยังต้องดูให้ลึกว่า จะยังคงมีการใช้ข้ออ้างอำนาจกฎหมายกดดันกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ต่อไปหรือไม่แค่รัฐบาลพิสูจน์ความจริงใจในการเจรจา ด้วยการยกเลิก พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ยกเลิกการใช้สื่อของรัฐบาล โดยเฉพาะช่อง NBT ที่ เสนอข่าวข้างเดียว และยุติการยั่วยุด้วยต่างๆ นาๆ ทั้ง

รายการสัมภาษณ์สดคนที่เข้าข้างรัฐบาล และการหยุดตัววิ่งที่สร้างความแตกแยกในสังคมหากรัฐบาลยอมยุติพฤติกรรมเหล่านี้ ก็เชื่อว่าการเจรจาน่าที่จะราบรื่นได้ไม่ยากนอกจากการเจรจาจะเป็นหนทางยุติปัญหาวิกฤติ ซึ่งบางกอก ทูเดย์ ยืนยันมาโดยตลอดแล้ว ความจริงใจในการเจรจา และไม่จ้องที่จะหาทางเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลาก็เป็นสิ่งที่สำคัญทำเพื่อประเทศชาติและสถาบันอย่างแท้จริง สักครั้งได้หรือไม่??

เอ๊ะ... นี่เราทำอะไรลงไป

ที่มา thaifreenews


โดย Porsche

จากคุณ : พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง

ครั้งหนึ่ง

"เฮ้ย คุณพี่ แน่จริงเอาหมายเลขบัตรประชาชนมาลงเลย"

"ได้เลย"

จากนั้นผมและเขาก็เอาหมายเลขบัตรประชาชนมาลงเพื่อให้รู้ตัวตนของกันและกัน
ก่อนจะประกาศคำท้ากันว่า
"ใครแพ้พนันต้องออกจากประเทศนี้ไปซะ" จากแต่เดิมเราท้าพนันกันด้วยการตัดคอ

สาเหตุมาจากผมด่าทักษิณและมีผู้นิยมทักษิณคนหนึ่งเข้ามาเถียง
แรก ๆ ก็ว่ากันด้วยเหตุผลแต่เมื่ออารมณ์ขึ้นทั้งคู่ก็จบลงด้วยการท้าพนัน แต่สุดท้ายการพนันของเราก็ต้องเป็นอันโมฆะ
เนื่องจากคุณทักษิณยุบสภา ทำให้การพนันของเราต้องยุติลง
และทุกวันนี้พี่คนที่ผมท้าพนันนั้นก็กลายเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

สุดท้ายแล้วผมก็ต้องกลับมาบ่นกับตัวเองว่า

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

ครั้งหนึ่ง

"พวกคุณด่า พลเอกเปรม ทำไมอะไรขนาดนั้น"

"ก็มันเป็นคนอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร"

"แล้วคุณรู้ได้ไงว่าเขาอยู่เบื้องหลัง"

"คุณไม่รู้หรือแกล้งโง่"

สุดท้ายก็เกิดการวิวาทะกันอย่างรุนแรง ผมไม่อยากเชื่อว่า
พลเอกเปรม จะทำแบบนั้นเพราะเขาน่าจะรู้ดีว่าประเทศนี้คือประชาธิปไตย ไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่ชักชวนให้คนออกมาปฏิวัติ ด่ากันสองวันในกระทู้นั้น ผมยืนถกเถียงแทนพลเอกเปรมประหนึ่งว่าเขาเคยมีบุญคุณกับผมอย่างล้นเหลือ หลังจากผมประกาศปิดกระทู้ท่ามกลางเสียงด่า ผมก็กลับมานั่งบ่นกับตัวเองว่า

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

ครั้งหนึ่ง

"ไอ้พรั่ง ไอ้เลว"

"ไปว่าเขาทำไม"

จากนั้นก็ถกเถียงกันด้วยเหตุผลก่อนจะปิดฉากด้วยการด่ากัน ผมไม่เชื่อว่าเด็กเตรียมทหารคนหนึ่งจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้
ด่ากันไปด่ากันมา หนึ่งวันเต็ม งานกองพะเนินเต็มโต๊ะ
เจ้านายเรียกมาด่า ผมมองกระทู้แล้วบ่นกับตัวเองว่า

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

ครั้งหนึ่ง

"พวกคุณถ้าไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้อง อย่าทำให้สนามหลวงต้องแปดเปื้อน" ผมเขียนปิดท้ายบทความด้วยประโยคนี้
ก่อนจะเขียนหัวข้อไว้สวยหรูว่า "สงสาร สนามหลวง"

ตอนนั้น นปก. ชุมนุมที่สนามหลวงและผมสงสัยว่าเขาไม่ได้ออกมา
เพราะต่อต้านรัฐประหาร
แต่เขาออกมาเพื่อต่อสู้เพื่อทักษิณ จากนั้นก็มีการถกเถียง
ส่วนใหญ่ด่าทอผม หาว่าผมเห็นประชาธิปไตยสำคัญน้อยกว่าสนามหลวง ผมแก้ตัวและเขียนให้แต่ละคนกลับไปทบทวนสิ่งที่เขาเหล่านั้นกระทำ

ต่อมาเริ่มแรง ผมยืนเดี่ยวอีกหนึ่งกระทู้ ความเห็นวิ่งฉิวผ่านหลักสิบเข้าหลักร้อย แต่ละครั้งความเผ็ดร้อนในวาจายิ่งมากขึ้น ก่อนจะปิดกระทู้หลังจากผ่านไปกว่า 24 ชั่วโมง

ผมง่วงหมดแรงอ่านกระทู้อีกรอบ
มองหาคนมาด่ารายล่าสุดก่อนจะปิดหน้าต่างด้วยความเหนื่อยอ่อน ผมบ่นกับตัวเองว่า

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

ย้อนกลับไปนาน ครั้งหนึ่ง

"พันธมิตรเขาก็มีสิทธ์ที่จะชุมนุม คุณจะไปว่าเขาทำไม"

"พวกมันดีแต่ด่า"

"ก็เขามีสิทธ์ด่า"

จากนั้นก็แลกน้ำลายผ่านคีย์บอร์ดกันเล็กน้อยแล้วเลิกรากันไป ผมไม่เห็นว่าพันธมิตรควรถูกด่าเพียงเพราะเขาออกมาไล่ทักษิณ ผมอ่านการตอบโต้ของผมกับกลุ่มคนรักเมืองไทย หลายประโยค
ทำให้ผมต้องส่ายหัวแล้วบ่นกับตัวเองว่า

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

ย้อนกลับไปอีก

"ไอ้พวกคนผ่านฟ้า พวกคุณบ้าเหรอไปสนับสนุนการปิดล้อมเนชั่นส์"

"พวกมันเป็นสื่อชั่ว ปกปิดความผิดให้สนธิ"

"แล้วพวกคุณทำถูกไหมล่ะ"

กระทู้นี้สองวันเต็ม ผมยืนตอบโต้กับคนผ่านฟ้าและไม่เห็นด้วยที่ทำเหตุุรุนแรง
หรือสนับสนุนคนที่ไปปิดเนชั่น สี่สิบแปดชั่วโมงเต็ม ๆ รับก้อนหินเต็ม ๆ
แต่เหตุการณ์นี้ก็ได้เพื่อนมาสองคน แต่สุดท้ายแล้วผมก็ต้องบ่นกับตัวเองว่า

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

ทุกครั้งผมเชื่อในการตัดสินใจของผม ไม่ว่าผมจะตัดสินใจผิดหรือถูกผมเชื่อในสิ่งที่ผมคิด
และผมรับผิดชอบกับความคิดของผมมากพอ กี่คนมาบ่ยั่น หลายคนมาบ่ถอย
ผมเชื่อแบบนี้ผมคิดแบบนี้ อย่ามาเปลี่ยนความคิดผม เพราะผมเชื่อว่าผมยืนข้างความถูกต้อง...

แต่ครั้งหนึ่ง

ผมอ่านหนังสือต่าง ๆ เปิดข่าวอ่านดูเยอะ ๆ แล้วกลับไปนอนคิด ตัดประเด็นทักษิณออกไป

"เอ๊ะ การรัฐประหารไม่ถูกต้องนี่ ไม่ว่าทักษิณจะเลวแค่ไหน การรัฐประหารไม่ใช่คำตอบ"

เขียนกระทู้ คนที่เคยเป็นเพื่อนผมก็เริ่มไม่แน่ใจในตัวผม หาว่าผมเปลี่ยนข้าง ผมอธิบาย เหตุการณ์นั้นเสียเพื่อนไปหนึ่งคน ผมนั่งอ่านกระทู้และคิดว่า

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

แต่ครั้งหนึ่ง

ผมอ่านข่าวมากขึ้นซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านหลายฉบับ เสพเวบทั้งสองด้านแล้ว
เริ่มแสดงความเห็น เขียนด่าคณะรัฐประหารเขียนด่าคณะทำงานเอาผิดทักษิณ

คนในเวบฝั่งพันธมิตรอย่าง ผู้จัดการและโอเคเนชั่น เข้ามารุมกันด่าผมด้วยคำที่รุนแรง
และไร้เหตุผลกว่าที่ผมเคยเห็นจากที่ใด ในราชดำเนินด่าแรง
แต่เขาก็ให้เหตุผล
แต่เวบผู้จัดการและโอเคเนชั่น ไม่มีเหตุผล
แต่ฉันจะด่า ผมยืนซัดจนเวบมาสเตอร์ต้องโทรมาเพื่อขอให้ผมยุติ เหตุเพราะว่าผมสร้างความเดือดร้อนให้เวบนั้น
ผมต้องร่ำลาเพื่อนที่รู้จักกันมาเป็นปี มองดูล็อกอินที่หายสาบสูญ

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรไป"

หลายเหตุผลเราไร้เหตุผล เรามีแต่สิ่งที่เราเชื่อ วันหนึ่งเราเชื่อในอย่างหนึ่ง
แต่อีกวันเราคิดตรงข้าม ผิดไหม ? ผมตอบตัวเองได้เลยว่าไม่ผิด
แต่ผมตัดความถูกต้องออก ทุกครั้งผมเชื่อว่าผมทำในสิ่งถูกต้องยืนเคียงข้างความถูกต้อง
เหลือเป็นคำว่า "ถูกต้องสำหรับผม ถูกต้องสำหรับความคิดของผม" เพราะถูกต้องของผมอาจไม่ถูกต้องของคนอื่น แต่ผมเชื่อว่า ผมทำในสิ่งถูกต้องแล้ว

ผมเคยด่า นปก. ยืนสู้กันทางความคิดและถกเถียงเชิงทะเลาะวิวาท นปก.เถื่อน เลว
ผมไม่เคยร่วมม็อบใด
ไม่เคยเป็นพวกใดและคิดว่าคนไทยไม่มีฝักฝ่าย
แต่จากที่ฟังมา นปก. ทำไมมันเลวแบบนี้
ผมเดินทางไปดูด้วยตัวเอง เห็นคน นปก. ต่อสู้ในทางอุดมการณ์ ต่อสู้ในรูปแบบของเขา ความรู้สึกเร้าใจและฮึกเหิมอย่างยิ่ง เผลอชมในใจ

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

วันนี้ ผมไปบริจาคเลือดที่ผ่านฟ้า หวังให้เลือดผมเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ในสิ่งที่ผมเชื่อ คนรู้จักกันมานานด่าผมหาว่าผมขายวิญญาณให้ปีศาจ ผมเถียง
และกลับมาเล่นเวบเจอพี่ที่เคยเคารพกัน อ่านข้อความเรื่องเลือดแล้ว ทนไม่ไหว
เพราะเขาคนนั้นหาว่าเลือดเสื้อแดงสกปรก เลือดของข้าจะสกปรกได้อย่างไร ผมใส่ล็อกอินลงไปโต้แย้งอย่างพองาม แล้วหวนคิดถึงวันเก่า ๆ ที่ผมเคยนับถือพี่คนนั้น

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

วันนี้ ที่เชียงราย ผมเดินไปบริจาคเงินให้เสื้อแดงเชียงราย คนเสื้อแดงเป็นการชุมนุมเพียงกลุ่มเดียวที่ผมบริจาคเงินให้ กลับมาได้ยินข่าวมีคนตาย... รัฐบาลขอพื้นที่สังเวยชีวิตคนไปหลายศพ น้ำตาผมไหล ผมสะอื้น รู้สึกอัดอั้น
ผมมารู้ตัวอีกทีน้ำตาผมนองหน้า

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

วันนี้ ที่เชียงราย หลังจากคับแค้นใจ ผมไปบริจาคเงินเพิ่ม คนประกาศกล่าวชมเชย ผมใส่เสื้อขาวแล้วรีบเดินกลับไปที่รถ ผมไปสู้ไม่ได้แต่อยากให้คนไปสู้แทน ผมมองเงินในกระเป๋าที่พร่องลงไปเกือบครึ่ง มันเป็นเงินครึ่งเดือนของผม

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

วันนี้ ผมเดินออกจากรถไฟฟ้าเดินไปตามสะพานลอยเชื่อมสถานี
ตรงฝั่งโน้นเป็นมาบุญครอง เบื้องหน้าเป็นยางรถที่กองทับกันมีไม้เหลาแหลมขัดกันไว้ นั่นคือประตูไปสู่เวทีการชุมนุม คนที่เดินผ่านประตูนี้ต้องเป็นไพร่หรือไม่ก็ต้องมีหัวใจไพร่ แต่ผมเลือดเป็นอำมาตย์ กายเป็นอำมาตย์ ผมมองประตูนั้นแล้วคิด ถ้าผมเดินเข้าไปผมจะกลายเป็นประชาชนชั้นสอง เป็นคนนอกของแผ่นดินไทย ผมเดินเข้าไป

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

วันนี้ ไปถึงที่ชุมนุมแดดร้อน มองเพื่อนรอบข้างเหนื่อยอ่อน เหงื่อเป็นสาย
ผมก็ร้อนแดดก็เยอะหิวด้วย ผมลุกไปซื้อน้ำซื้อขนมซื้อผ้าเย็น แต่ละอย่างเกินจำนวนกว่าที่ผมจะกินได้คนเดียวหมด
ผมส่งของเหล่านั้นเพื่อให้คนเอาไปแจกกัน ผมรู้ว่าทุกคนในนี้คงรู้สึกไม่ต่างจากผม
เขารับไปแล้วขอบคุณ เขาส่งขนมแบ่งให้ผม อีกคนยื่นน้ำมาให้
ทั้ง ๆ ที่ผมเพิ่งแบ่งน้ำให้คนอื่นไป เขายิ้มให้ผม ผมยิ้มให้เขา
ทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้จักกัน ทำไมรู้สึกเหมือนว่าเราเป็นพี่น้องกันนะ ผมคิด ผมนิ่ง

"เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"

แม้คำว่า "เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป" จะเป็นเหมือนคำอุทานกับเหตุที่บังเอิญเกิดขึ้น... แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังจากที่ผมทำอะไรลงไปแล้ว
แม้เสียงจะเหมือนเป็นเหตุบังเอิญแต่ช่วงที่ผมทำ ผมเชื่อและศรัทธาในตัวผมเอง ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องสำหรับผม

และจากนี้ไปทุกการกระทำ ผมจะไม่อุทานว่า "เอ๊ะ นี่เราทำอะไรลงไป"
แต่จากนี้ไปผมจะกล่าวกับตัวเองว่า "นี่สินะ คือ สิ่งที่เราต้องทำ"


http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P9211913/P9211913.html

นานาความเห็นโรดแม็ปนายกฯ บิ๊กจิ๋ว-แม้ว-ชวน-เติ้

ที่มา ข่าวสด


เมื่อ 4 พ.ค. หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศแนวทางปรองดองแห่งชาติ
ที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย.2553 มีปฏิกริยาจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการการเมือง ดังนี้


ทักษิณให้นปช.ตัดสินใจเอง


ที่พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินผ่านนายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัว และสื่อมวลชน ประมาณ 15 นาที โดยยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ ขณะนี้ยังอยู่ในประเทศตะวันออกกลาง และไม่ขอวิจารณ์โรดแม็ปของรัฐบาลที่เสนอให้เลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. เพราะถือเป็นเรื่องของกลุ่มคนเสื้อแดง และตัวเองก็ไม่สามารถเลือกตั้งได้อยู่แล้ว
แต่หมอดูที่ต่างประเทศเคยทำนายว่าตนจะได้กลับประเทศภายในสิ้นปีนี้ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องจริงจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าขณะนี้ถึงเวลาที่จะหันหน้าเข้าหากันแล้วเพื่อช่วยแก้ปัญหาของชาติบ้านเมือง ไม่ใช่ปากบอกอย่างหนึ่งแต่ไปทำอีกอย่างหนึ่ง


จิ๋วชมมาร์ค คาดเสื้อแดงสลาย


พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องแสดงความชื่นชมนายกรัฐมนตรี เพราะในตอนต้นเรารู้สึกเป็นห่วงว่าท่านจะมีถึงจิตสำนึกต่อพี่น้องประชาชนหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อปรากฎให้เห็นว่านายกฯได้เปลี่ยนแนวทางจากใช้กำลังจนเกิดความเสียหายต่อสังคม
และชีวิตของประชาชนไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง จึงปฏิเสธทางนั้นและหันกลับมาหาหนทางพูดจากันใหม่ ส่วนการตัดสินใจจะรับข้อเสนอดังกล่าวหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของกลุ่มนปช.ที่ต้องตัดสินใจ
ในวันมหามงคล 5 พ.ค. นี้ คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างคงจบลง เสื้อแดงก็คงจะทยอยเก็บของเดินทางกลับ ทุกฝ่ายก็คงหันมาจับมือกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้ไปสู่ความก้าวหน้า
เพราะเราล้าหลังมานานพอควรแล้ว


"ชวน"ค้านยุบสภา เพราะคำขู่



เมื่อเวลา 12.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่มีโอกาสได้ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะไม่เคยรู้มาก่อน และยังไม่มีโอกาสได้พบนายกฯ ไม่ทราบว่าจะเป็นทางออกของประเทศได้หรือไม่ ทั้งนี้ตนอยู่ในกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการยุบสภามาตั้งแต่ต้น แต่อำนาจการยุบสภาเมื่อใดเป็นอำนาจของนายกฯ แต่จะยุบเมื่อใดก็เป็นสิทธิของนายกฯ ซึ่งที่เราเคยพูดกันคือไม่ควรยุบเพราะมีคนมาขู่ให้ยุบ แต่จะยุบเมื่อใดก็เป็นอำนาจของนายกฯ เราคุยกันแต่เพียงว่าในระบอบประชาธิปไตยเราต้องรักษาหลักนิติธรรม และกฎหมายบ้านเมืองเอาไว้ ดังนั้นการทำอะไรก็ตามที่ไม่ถูกกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่ต้องแก้ไข ปัญหากับบ้านเมืองเป็นของคู่กัน ส่วนจะแก้วิธีไหนก็เป็นอีกเรื่อง


เนวินปัดวิจารณ์อ้างดูมัวฟุตบอล



เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนของโรดแม็ปของนายกรัฐมนตรี
เพราะขณะนี้กำลังดูฟุตบอลอยู่อย่างเมามันในต่างจังหวัด จึงไม่ทราบเรื่องและไม่ขอให้ความเห็นหรือให้คำตอบได้ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ดีหรือไม่ดีอย่างไร นอกจากนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่ทราบเรื่องของการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล


เติ้งหนุนนิรโทษกรรมยกเข่ง



ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่า 5 ข้อ
ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสนอเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มีคำถามว่าการประกาศวันที่ 14 พ.ย. ถามพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ที่ผ่านมาตนพูดมานานแล้วว่าอยากให้นายกฯพูดให้ชัดเจนจะยุบสภาเมื่อไร เลือกตั้งเมื่อไร จนมาได้ยินเมื่อคืนนี้ ถ้าฟังเสียงแกนนำนปช.หลายคนก็เห็นคล้อยตามที่รัฐบาลประกาศ ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าทำได้ บ้านเมืองจะได้สงบ การเมือง การท่องเที่ยว การลงทุน เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น เหมือนยกภูเขาออกจากอก การล้มตาย การสลายการชุมนุมก็จะไม่เกิดขึ้น บางทีอาจจะจูนกันนิดหน่อย ต่อรองกันบ้างเล็กๆ น้อย ๆ ตนก็เห็นด้วย เรื่องนิรโทษกรรมด้วย ถ้าจบแล้วก็จะยกเลิกให้เขา หากเขายอมสลายโดยไม่เสียเลือดเนื้ออีก เมื่อต้องไปมอบตัวทุกคนแล้ว ก็ให้ประกันตัว
นายกฯก็ต้องทำให้เขา ตนว่าอย่ามาแค้นเคืองกันเลย เหตุที่แล้วก็แล้วกันไป เพราะเป็นความไม่เข้าใจกันและเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นในสังคม ผมคิดว่าควรนิรโทษกรรมให้หมดทุกคน แม้แต่ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองก็ต้องทำด้วย บ้านเมือง ท้องฟ้าจะได้สดใจสักทีหนึ่ง ก็ควรทำ


สมศักดิ์ชมมาร์คฉลาด



นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่าการที่นายกรัฐมนตรี ใช้เหตุผลนี้จนทำให้รัฐบาลอยู่ได้ถึงวันที่ 14 พ.ย. และทำให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ถือ เป็นเรื่องของความปรีชาสามารถมากเพราะเหตุผลที่นายอภิสิทธิ์ยกมาคือการใช้ความปรองดอง
ถ้าใช้เหตุผลอื่น กลุ่มคนเสื้อแดงคงไม่สลายการชุมนุมอย่างแน่นอน และเหตุผลอื่นๆก็อาจทำให้ถูกโจมตีได้อีก ถ้าใช้เหตุผลของความปรองดองบ้านเมืองก็จะไม่ทะเลาะกัน และการปรองดองคือเหตุผลที่ทุกฝ่ายปฏิเสธไม่ได้ในขณะนี้


น้องแม้วดีใจ-ลั่นพท.พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง



ที่พรรคเพื่อไทย นายพายัพ ชินวัตร น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดีใจที่มีสัญญาณสันติภาพสัญญาณแห่งความปรองดองเกิดขึ้น วันนี้สิ่งต่างๆเริ่มดีขึ้นหุ้นไทยก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ถือว่ารัฐบาลทำถูกในทางสันติภาพแต่จะถูกใจคนอื่นหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนผลของเรื่องนี้จะออกมาเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับทางนปช. เพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย สำหรับกำหนดการเลือกตั้งที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ในวันที่ 14 พฤศจิกายนนั้น พรรคเพื่อไทยพร้อมลงสนามเลือกตั้งตลอดเวลา


ปู่ชัยย้อนถามพธม.-เสื้อหลากสีหรือยัง



เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 พ.ค. ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากนายกรัฐมนตรีจะส่งสัญญาณใดๆออกมาถือเป็นเรื่องดีทั้งนั้นหากช่วยให้ประเทศเกิดความสามัคคี เกรงอย่างเดียวว่า กลุ่มคนเสื้อแดง คนเสื้อหลากสี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์เองจะยอมให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย.นี้หรือไม่ สำหรับตนแล้วยุบวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็พร้อมจะเลือกตั้งใหม่ทันที ผิดกับพวกที่ออกมาโวยวายให้ยุบสภาแต่อีกด้านหนึ่งก็ขาสั่น มีให้เห็นกันมากแล้ว


คมนาคมพร้อมส่งเสื้อแดงกลับบ้าน



นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าถ้าเรื่องดังกล่าวนำไปสู่ความเรียบร้อยของบ้านเมืองก็รับฟังกันได้ ตนมีหน้าที่เตรียมคนพากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)กลับบ้าน ซึ่งตนขอให้กลับจริงๆ เพราะจำนวนรถเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว หากผู้ชุมนุมพร้อม ติอต่อมาที่ศูนย์ความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคมได้ โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม (สนข) สามารถมารับผู้ชุมนุมได้ในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ชุมนุม
ทั้งรถยนต์ รถไฟ เตรียมไว้หมดแล้ว หากจะกลับรถไฟก็มีรถเมล์มารับไปส่งที่หัวลำโพง
หากอยู่ปริมณฑล มีรถเมล์ไปส่ง ไม่ว่าจะเป็น จ.สมุทรปราการ จ.ปทุมธานี แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานมาจากแกนนำกลุ่มนปช.


รช.หนุนแนวคิดชี้นำชาติสู่สันติ



น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรครวมชาติพัฒนา (รช.) กล่าวว่า โดยหลักการแล้วเรื่องการยุบสภาเป็นเรื่องที่ดี โดยภาพรวมของพรรคเห็นด้วยในแนวทางที่นำไปสู่สันติ ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจะได้คลี่คลายลง ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ คิดว่าน่าจะมีหนทางที่ทำให้ทุกคนพอใจได้ ต้องฟังความคิดเห็นของฝ่ายที่เรียกร้อง คิดว่าน่าจะยอมรับได้


เจ๊วาชี้เป็นทิศทางที่ดีของประเทศ



นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า
อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศ และทำให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบปรองดองเหมือนเดิม
ก็คิดว่าเป็นแนวทางที่ดี ในส่วนของพรรคจะมีการพูดคุยกันในวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมาพรรคก็ยืนยันมาตลอดในการผลักดันเรื่องของความสงบ และการปกป้องสถาบัน สิ่งที่นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์ออกมาก็เป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายน่าจะยอมรับได้ และสุดท้ายทั้งหมดก็เพื่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ซึ่งในวันที่ 5 พ.ค.ก็จะครบรอบในการครองราชฯทุกฝ่ายก็ขอให้เกิดความสงบสุข วันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงก็คงมีความคิดไม่แตกต่างทั้งเรื่องความปรองดองก็อยากให้บ้านเมืองสงบสุข ก็ถือเป็นทิศทางที่ดีเพราะนายกรัฐมนตรีก็ออกมาให้คำมั่นขนาดนี้แล้วก็น่าจะเป็นทิศทางที่ดี


ปชป.ยอมรับในหลักการ



ที่ ศอฉ.นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การตัดสินใจของนายกฯ เป็นกระบวนการที่นายกรัฐมนตรีได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายแล้ว และตนคิดว่าข้อเสนอทั้ง 5 ข้อก็เป็นแนวทางที่ค่อนข้างชัดเจนว่าถ้าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือก็จะเป็นทางออก
ให้กับประเทศในการที่จะเดินหน้าต่อไป ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้มีการปรึกษาหารือ
และมีกระบวนการเรียนรู้มาด้วยกันในการให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา



เทือกงดจ้ออ้างป่วยหวัด

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศอฉ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีประกาศกระบวนการปรองดอง 5 ข้อ และพร้อมเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. 53 โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “วันนี้ผมเป็นหวัด งดให้สัมภาษณ์ เอาไว้ถามจากท่านนายกฯดีกว่านะ แต่ในเมื่อเสนอทางออกไปแล้ว ก็อยู่ที่เขา” เมื่อถามว่า ได้หารือถึงแนวทางดังกล่าวกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว หรือไม่ ซึ่งนายสุเทพ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด


"สามสี"หนุนแต่ค้านนิรโทษกรรม


นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า คิดว่าเป็นทางอออกที่ดีที่สุดแล้วทางฝ่ายผู้ชุมนุมน่าจะหาทางลงได้แล้วเพราะถือว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้น
ได้บอกให้สังคมได้รับรู้แล้วว่าประเทศนี้มีความแตกต่างระหว่างคนจนและคนรวย
ที่จะต้องหาทางแก้ไขให้เป็นรูปธรรมซึ่งนายกรัฐมนตรีก็บอกชัดเจนและรับปากแล้วว่าจะหาทางแก้ปัญหา
ความแตกต่างที่เกิดขึ้นและจะดำเนินการเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนเรื่องนิรโทษกรรมเห็นว่า ใครทำความผิดกฎหมายอาญาต้องก็ว่าไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าพอทำผิดแล้วขอนิรโทษกรรมเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนอย่างนั้นไม่ควรจะให้ไม่เช่นนั้นจะเหิมเกริม
และทำผิดกฎหมายกันอีก ไม่ควรมีการนิรโทษกรรม คนที่ทำความผิดกฎหมายอาญาทั้งการทำร้ายบุคคล การทำลายทรัพย์สินทางราชการนั้นมีความผิดตามกฎหมายอาญาและมีอายุความถึง 20 ปี


บุญจงลุ้นบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ


นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เพื่อทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งบ้านเมืองวันนี้ไปสู่ปกติ เป็นการหาทางออกประเทศในขณะที่วิกฤตเช่นนี้ จากนี้ไปต้องดูที่แกนนำนปช. สิ่งที่นายกฯนำเสนอเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ หากแกนนำนปช.เห็นด้วยกับแนวทางนี้ทุกอย่างจะเป็นปกติ การทำความเข้าใจจึงไม่น่าจะยุ่งยากเพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน เมื่อกลับสู่ภาวะปกติ กติกาเป็นที่ยอมรับ การเลือกตั้งกำหนดวันชัดเจนแล้ว เมื่อถามว่ามีความมั่นใจหรือไม่ว่าเมื่อลงหาเสียงในพื้นที่อีสานจะไม่โดนกลุ่มคนขับไล่เอาอีก นายบุญจง กล่าวว่า มั่นใจ เพราะจากนี้ไปต้องทำความเข้าใจกับประชาชนต่อไป


ปธ.วุฒิเชื่อมาร์คทำตามสัญญาไม่ตุกติก


ที่รัฐสภา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นโรดแม็ปที่ทุกฝ่าย รวมถึงนปช.น่าจะยอมรับได้ เพราะนายกฯได้ยอมเต็มที่แล้วที่จะให้มีการเลือกตั้ง
ในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ส่วนตนเห็นด้วยกับ 5 ข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีอย่างยิ่ง และอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอนี้นปช.จะได้ถอยกลับไปดำเนินชีวิตของตนเองตามปกติ ให้ทุกฝ่ายกลับไปปรองดองกันเช่นเคย คิดว่ารัฐบาลและทุกพรรคการเมืองต้องทำตาม หากทำได้จะเป็นผลดีต่อการเลือกตั้ง เชื่อว่าเขาต้องทำกันเต็มที่เพราะทุกพรรคล้วนอยากกลับมาเป็นรัฐบาลทั้งนั้น และถือว่านายกรัฐมนตรีได้ให้สัญญากับประชาชนไว้แล้ว จึงเชื่อว่าที่ประกาศไว้จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง

การ์ตูน เซีย 05/05/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูน เซีย 05/05/53