WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, May 8, 2010

เสธ.แดงไม่เห็นด้วยกับโรดแมปเชื่อปชช.ยังสู้จนกว่าจะเลือกตั้งใหม่

ที่มา มติชน


พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก
ได้ปรากฏตัวที่หลังเวที คนเสื้อแดง แยกราชประสงค์ บอกว่ามาหา พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชรเพราะเห็นว่าสู้ไม่ถอย พร้อมกับยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับแผนโรดแมปของนายกรัฐมนตรี
แม้ว่าแกนนำเสื้อแดงจะเห็นด้วยก็ตาม เชื่อว่าประชาชนไม่เห็นด้วย
เพราะทุกจังหวัดพร้อมสู้จะอยู่ยาวจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่จะต้องได้รับชัยชนะแน่นอน

มือปืนกราดยิงสีลม ตร.ตาย1 อีก2นายถูกส่งรพ.จุฬาฯ ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ4 ก่อนซิ่ง..

ที่มา มติชน


มือปืนกราดยิงสีลม ตร.ตาย1 อีก2นายถูกส่งรพ.จุฬาฯ ชาวบ้านถูกลูกหลงเจ็บ4 ก่อนซิ่งจยย.หนีลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 7 พ.ค. บริเวณแยกศาลาแดง เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ยืนเฝ้าที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย อาคารซูลิก เฮ้าส์ ถ.สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก ซึ่งอยู่ติดกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่เคยเกิดเหตุคนร้ายยิงเอ็ม 79
ในวันที่ 22 เม.ย. ทำให้กระจกหน้าธนาคารกรุงไทย ใกล้ตู้เอทีเอ็ม แตก 1 บาน มีรอยร้าว มีรูกระสุน 1 รู
มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย


เบื้องต้นทราบชื่อผู้บาดเจ็บ ได้แก่ ด.ต.วิสูตร บุญยังมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจปจ. สน.บางนา ถูกยิงบาดเจ็บที่หัวไหล่ซ้ายส.ต.ท.กานต์นุพันธ์ เลิศจันทร์เพ็ญ เจ้าหน้าที่จร. เข้าเวรปจ. สน.ทุ่งมหาเมฆ ถูกกระสุนยิงเข้าที่ท้อง บาดเจ็บสาหัส แพทย์นำเข้าห้องผ่าตัดช่วยเหลือเป็นการด่วน ด.ต.บรรจบ โยมา อายุ 40 ปี ผบ.หมู่สภ.เกาะทวด จ.นครศรีธรรมราช ถูกยิงเฉี่ยวที่ข้อมือขวา ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
อีกรายเป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี รูปร่างท้วม ถูกกระสุนเจาะที่เหนือหัวเข่าซ้าย ถูกนำส่งรพ.กรุงเทพคริสเตียน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากสีลม และคนซ้อนท้ายได้ใช้ปืนกราดยิง จากถนนฝั่งตรงข้าม บริเวณร้านแมคโดนัลด์ ก่อนจะขับรถหนีออกไปถนนพระราม 4

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สัญฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีพยานที่เห็นรูปพรรณของคนร้าย จึงต้องรอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้ง

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 พ.ค. รายงานข่าวแจ้งว่า ส.ต.ท.กานต์นุพันธ์ เสียชีวิตแล้วหลังถูกยิงที่ช่องท้อง

อย่างไรก็ตาม รายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 รายงานว่า มือปืนได้ยิงกราดเข้ามาใส่บริเวณกลางจุดการชุมนุมของชาวสีลม
ซึ่งมีประมาณ 20-30 คน ห่างจากร้านกาแฟโอบองแปงประมาณ 10 เมตร


เมื่อเวลาประมาณ 01.25 น. สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 รายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย
บาดเจ็บ 2 นาย และผู้ชุมนุมหลากสีบาดเจ็บ 4 คน ทั้งนี้ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ได้ออกมาปฏิเสธว่า กลุ่มนปช. ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น

มะรุมมะตุ้ม

มะรุมมะตุ้มที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ เหล็กใน




ทันทีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ประกาศแผนโรดแม็ปพร้อมวันเลือกตั้งใหม่ 14 พ.ย.

สังคมโดยองค์รวมก็ถอนหายใจกันเฮือกใหญ่ เพราะคาดว่าปัญหาต่างๆ น่าจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี

แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น

ฝ่ายเสื้อแดงยังไม่ยอมก้าวลงจากเวทีแม้จะมีบันไดพาดรอไว้แล้ว

ทางหนึ่งเพราะรู้สึกว่านายอภิสิทธิ์ ไม่ยอมประกาศให้ชัดเจนเรื่องการยุบสภา และยังเกรงปัญหาเรื่องการตี ความคำพูดอันเป็นจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์

ที่สามารถพลิกพลิ้วไปได้เรื่อยๆ หากพูดให้มันคลุม เครือเข้าไว้

จึงเป็นข้ออ้างให้เสื้อแดงปักหลักชุมนุมต่อไป ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นบวกหรือลบ เพราะท่าทีของรัฐบาลยามนี้ถือว่าถอยให้มากพอสมควรแล้ว

ขณะเดียวกันอีก 2 ม็อบที่ออกมาเคลื่อนไหวทันทีคือเสื้อเหลือง และเสื้อหลากสี

แสดงความไม่พอใจที่เห็นนายอภิสิทธิ์ ยอมอ่อนข้อให้เสื้อแดง

โดยเฉพาะพันธมิตรฯ แกนนำแต่ละคนแสดงออกอย่างกระหายเลือด เหมือนต้องการให้ทหารสาดกระสุนเข้าใส่ผู้ชุมนุมให้ตายหงส์ ตายห่าน เสียให้หมด

ไม่ได้นึกเลยว่าตัวเองก็เคยออกมาเคลื่อนไหวสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองทั้งยึดทำเนียบฯ และยึดสนามบิน

มีคดีความมากมายจ่อหลังอยู่ แต่ทำเป็นหน้ามึนจี้ให้ตำรวจเร่งจัดการตามกฎหมายกับเสื้อแดง

ส่วนเสื้อหลากสีไม่ต้องพูดถึง จะว่าไปแล้วก็เหลือง อ่อนๆ นั่นแหละ

จุดมุ่งหมายก็ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ยุบสภา

จึงมีคำถามตามมาในพลันว่า ทำไมเสื้อเหลืองและเสื้อหลากสี ถึงกลัวการเลือกตั้งใหม่ ทั้งๆ ที่นี่คือหนึ่งในองค์ประกอบของระบอบประชาธิปไตย

พันธมิตรฯ เองก็มีพรรคการเมือง ที่จริงน่าจะอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่เร็วๆ จะได้เข้าไปชูคอในฐานะ ส.ส. หรือจับพลัดจับผลูได้เป็นรัฐมนตรีกับเขาอย่างถูกต้องตามขั้นตอน

การแสดงออกแบบนี้ อาจจะถูกกล่าวหาได้ว่า อยากมีอำนาจ อยากได้ผลประโยชน์ แต่ไม่อยากมาตามขั้นตอน

เหมือนอยากให้ลูกหลานเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่อยากสอบแข่งกับเด็กคนอื่น ใช้วิธีทวงบุญคุณ หรือข่มขู่เพื่อให้เข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบ

อยู่ในระบอบประชาธิปไตยแต่กลัวการเลือกตั้ง เป็นเรื่องตลกแต่ขำไม่ออกจริงๆ

ตอนนี้เหมือนทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ฝ่ายเสื้อแดงที่ถูกกล่าวหาว่าต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองของไทย แต่กลับเรียกร้องให้เลือกตั้งใหม่

ขณะที่พันธมิตรฯ หรือเสื้อหลากสี ที่อ้างตัวว่ารักประชาธิปไตย และต้องการรักษาระบอบนี้ไว้ กลับกลัวการเลือกตั้งขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ตกลงว่าใครมีแนวคิดอยากเปลี่ยนระบอบการปก ครองของไทยกันแน่!?

เอ็งก่อการร้ายกว่า

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

คาดเชือก คาถาพัน




แทนที่จะจบกันได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นของขวัญให้กับสังคมไทย เพื่อเฉลิมฉลองวันมหามงคล"ฉัตรมง คล" แต่เพราะการตั้งแง่ กันไปมาระหว่างนายกฯ อภิสิทธิ์ กับแกนนำนปช. สถานการณ์ม็อบเลยทำท่าจะยุ่งเหยิงบานปลายไปอีกแล้ว

ทั้งที่ก่อนนายกฯ จะแถลงโรดแม็ปนั้น ผลการเจรจาลับทั้งสองฝ่ายลุล่วงไปด้วยดี

กำหนดวันยุบสภา 15 ก.ย. หรืออีก 4 เดือนเศษนั้น ฝ่ายรัฐบาลได้อะไรต่อมิอะไรมากมาย ทั้งงบประมาณ การแต่งตั้งข้าราชการ!

ฝ่ายม็อบก็ได้ชัยชนะในแง่บรรลุข้อเรียกร้องยุบสภา

สำคัญที่สุดเมื่อม็อบยุติลงได้ ชัยชนะจะเป็นของประชาชนทั้งหมด และเป็นชัยชนะของสังคมที่ยึดมั่นในสันติวิธีด้วย

แต่สุดท้ายนายกฯ ก็เล่นแง่ ไม่ยอมเอ่ยคำว่ายุบสภาและยุบวันไหน

ฝ่ายนปช.ก็ไม่ยอม เพราะถ้าไม่มีคำนี้หลุดออกมา จะไม่เป็นหลักประกันที่มั่นคงในอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้า!!

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ในสำนวน 29 ล้าน ซึ่งบัดนี้ถึงศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว

เกิดมีอะไรขึ้นมาก่อนวันยุบสภาในอีก 4 เดือนข้างหน้า

จะรู้ได้ไงว่า นายกฯ คนใหม่ที่มาทดแทน จะยึดมั่นในโรดแม็ปนี้ต่อไป!?!

เหนืออื่นใด คำพูดของนายกฯ ที่ว่า จะเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย.นั้น ไม่มีผลตามกฎหมาย เพราะอำนาจนี้เป็นของกกต.

อำนาจของนายกฯ เองคือ กำหนดวันยุบสภา

ถ้าไม่เอ่ยคำยุบสภา ก็จะไม่มีผลผูกมัดตามกฎหมาย!

แค่คำนี้คำเดียวพูดออกมาก็จบ กลับไม่พูด

ปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป สีเหลือง สีอะไรต่อมิอะไรเริ่มออกมาผสมโรง จะยิ่งไปกันใหญ่

แต่มองให้ขำก็ไม่เป็นไร!?

เมื่อผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินออกมาประณามผู้ก่อการร้ายยึดราชประสงค์!

อังกฤษกับการยุบสภา

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ คอลัมน์ที่13



การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภา เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.53 ถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 2 เดือน

เป็น 2 เดือนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด หวาด ระแวง และเกิดความรุนแรงขึ้นในหลายกรณี

ขณะที่ประเด็นการ "ยุบสภา" ในเมืองไทย ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ คล้ายจะชี้เป็นชี้ตายประเทศ

แต่ในประเทศต้นแบบประชาธิปไตยอย่างอังกฤษ การยุบสภาเป็นกลไกการเมืองธรรมดาๆ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้บ้านเมืองเสียหาย

นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการชื่อดังของสังคมไทย อธิบายลักษณะของสภาอังกฤษไว้ว่า

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2344 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นของสภาแห่งราชอาณาจักรเป็นต้นมา สภาอังกฤษเคยมีวาระตั้งแต่ 3-10 ปี

จนปี พ.ศ.2454 สภาอังกฤษจึงมีวาระตามกฎหมาย 5 ปีเรื่อยมา

แต่การที่รัฐบาลอังกฤษโดยมากมักถวายคำแนะนำแก่กษัตริย์อังกฤษให้ยุบสภาในเวลา 4 ปี

หลายคนในเมืองไทยจึงเข้าใจว่า สภาอังกฤษมีระยะเวลาเพียง 4 ปี

นายนิธิตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สภาอังกฤษมักสิ้นสุดลงโดยการยุบสภาเกือบทั้งสิ้น

กล่าวคือในสภา 55 สมัย มีสภาที่อยู่ครบวาระตามกฎหมายเพียง 2 สมัย

และทั้ง 2 สมัยล้วนเป็นสภาที่อยู่ในระหว่างภาวะสงคราม

ได้แก่สภาสมัยที่ 30 ซึ่งอยู่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 และสภาสมัยที่ 37 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ประเพณีการปกครองของอังกฤษมักจะไม่นับวันเลือกตั้งไปจนครบวาระพอดิบพอดี แต่รัฐบาลมักจะเลือก "ยุบสภา" ก่อนครบวาระตามกฎหมาย

ซึ่งอาจจะยุบก่อนได้ถึง 3 ปี (เมื่อวาระของสภาตามกฎหมายคือ 7 ปี) ไปจนถึงไม่กี่เดือนก่อนหน้า

หากนับสภาสมัยที่สามารถอยู่ได้ถึง 4 ปีหรือใกล้ๆ 4 ปี ว่าเป็นสภาที่อยู่ครบ "วาระ" ตามประเพณี

ในสภา 55 สมัย รัฐบาลอังกฤษ "ยุบสภา" ก่อนวาระอันควรตามประเพณีถึง 19 สมัย

โดยในช่วงที่สภาอังกฤษมีวาระ 7 ปี รัฐบาล "ยุบสภา" ก่อน 5 ปี ถึง 7 สมัย และยุบสภาในเวลาต่ำกว่า 3-4 ปีอีก 13 สมัย

เหลือสภาที่อยู่ครบวาระตามประเพณี 8 สมัย ในขณะที่ช่วงที่สภาอังกฤษมีวาระตามกฎหมาย 5 ปี สภาถูกยุบไปก่อนครบ 4 ปีถึง 9 ครั้ง

สาเหตุที่รัฐบาลอังกฤษประกาศยุบสภา นายนิธิบอกว่า มีตั้งแต่รัฐบาลไม่ได้รับความไว้วางใจจากสภา นำกฎหมายสำคัญผ่านสภาไม่ได้ พรรคร่วมถอนตัวจนคะแนนเสียงในสภามีไม่พอ

หรือแม้ขณะที่รัฐบาลกำลังได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนสูงขึ้น นายกรัฐมนตรีก็อาจประกาศยุบสภา เพื่อจะได้มีที่นั่งในสภามากขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งใหม่

ในส่วนของเมืองไทย ดร.นิธิแสดงความเห็นว่า สภามัก "ถูกปิด" มากกว่า "ถูกยุบ"

โดยการปิดรัฐสภาซึ่งผิดรัฐธรรมนูญนี้ เริ่มมาตั้งแต่สภาสมัยที่หนึ่งในรัฐบาลของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา

และหลังจากนั้นกองทัพก็ปิดสภาด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญอยู่เรื่อยมา

เป็นชนวนนำความพินาศมาสู่บ้านเมืองหลายต่อหลายครั้ง

ปรองดองหรือศพดอง

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน



ไปๆ มาๆ ฝ่ายนปช.เริ่มมีข้อสงสัยแล้วว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์จะรอดพ้นคดียุบพรรค จะมีอายุยืนยาวไปจนถึงกลางเดือนก.ย.อันเป็นช่วงกำหนดวันยุบสภาหรือไม่

ถ้าหากไม่รอด มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยยังจับขั้วเดิมกันอยู่แล้วเปลี่ยนนายกฯใหม่

แผนปรองดองฉบับอภิสิทธิ์จะยังคงอยู่หรือเปล่า!?

ที่ตกลงกันเอาไว้ในวันนี้ ว่าจะมีเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย.นั้น นายกฯคนใหม่จะเอาด้วยหรือไม่

นี่จึงเป็นเหตุให้ ฝ่ายม็อบต้องเน้นย้ำ รอคำพูดว่ายุบสภาวันไหนจากปากนายกฯ

จึงจะเป็นสัญญาต่อสาธารณชนที่เชื่อมั่นได้ แล้วจึงจะสลายตัว

เพราะการพูดแต่วันเลือกตั้ง เป็นการข้ามขั้นตอนอำนาจตามกฎหมายของนายกฯ

ยาวนานไปอีก 6 เดือน อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่รู้

ชาวบ้านทั่วไป ที่เผลอดีอกดีใจ ตั้งแต่คืนที่นายกฯประกาศโรดแม็ปและเห็นนปช.ขานรับ อันบ่งบอกว่า ทั้งสองฝ่ายคงตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว เป็นอันยุติความขัดแย้งกันได้เสียที

พอรู้ว่ามาติดขัดกันที่คำพูดแค่ไม่กี่คำ แล้วทำให้ม็อบไม่ยอมเลิก เริ่มรู้สึกเหมือนทุกข์กลับมาทับอีก

โอกาสที่บ้านเมืองจะสงบ ไม่มีการปราบปรามเลือดนองแผ่นดินอยู่แค่เอื้อม

กลับจะห่างไกลออกไปอีกแล้วหรือ!?!

ยิ่งเห็นกองเชียร์รัฐบาล ที่มาในมาดขบวนการขวาจัดคืนชีพ เรียกร้องให้รัฐบาลอย่าไปยอมตามข้อเรียกร้องของประชาชนสีหนึ่ง ขอให้ปราบปรามเด็ดขาด

ออกมากดดันรัฐบาลกันยกใหญ่ ด้วยความไม่พอใจในแผนปรองดอง

คงชอบศพดองมากกว่า

ถ้าไม่เห็นม็อบเสื้อแดงถูกปราบ คงไม่มีความสุขสบายใจอะไรทำนองนั้น

ยิ่งน่าเป็นห่วงความเป็นไปในบ้านเมือง

แล้วยิ่งบรรดามือไม้รัฐบาล ในนามศอฉ. โดยเฉพาะเสธ.ไก่อูและอธิบดีดีเอสไอ ยังละเมอจะปราบปราม จะกวาดล้างจับกุมกันอยู่ทุกวัน

ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยต่อแผนปรองดองของนายกฯ

จริงอยู่บรรดาข้าราชการ ต้องทำหน้าที่รักษากฎหมายต่อไปอย่างเคร่งครัด แต่ต้องจริงจังบนพื้นฐานพยานหลักฐานที่เป็นจริง ไม่ใช่เอาคดีมาใส่สีเพื่อเอาใจการเมือง

เดินไปตามข้อเท็จจริง อย่าถลำล้ำเส้น

เดี๋ยวการเมืองเปลี่ยนแปลง จะกลับตัวไม่ทัน!

Hard talk

ที่มา เดลินิวส์

3 พ.ค. วันเสรีภาพสื่อโลก ปรัชญาที่โลกยอมรับคือ เสรีภาพสื่อ คือ เสรีภาพ ประชาชน ถ้าสื่อไม่มีอิสระ ไม่เสรีภาพในการแสวงหาและเสนอข้อเท็จจริง ไม่มีเสรีภาพในการเขียน หรือแสดงความคิดเห็น

ประชาชนก็เท่ากับไร้เสรีภาพด้วย รัฐบาลเผด็จการทั่วโลก จะ ปิดหู ปิดตา ประชาชน จึงง่ายมาก

ปฏิบัติการ ปิดหู ปิดตา สื่อ ก็พอแล้ว ข้ออ้างมีสารพัด ตั้งแต่ ไม่ต้องการให้ มีการบิดเบือนข่าว ไม่ต้องการให้มีการปลุกระดม ไม่ต้องการให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือ ของผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ

แต่กลับมีการใช้สื่อรัฐ ยัดเยียดข้อมูลด้านเดียว แกล้งเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ปล่อย แนวร่วมปลุกระดมให้เกลียดชังศัตรูการเมือง หรือเป็นกระบอกเสียงให้ตนเอง กลับทำได้เต็มที่

เสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนจึงไม่เท่ากัน ถูกบิดเบือน จนเหลือแค่การโฆษณาชวนเชื่อ

แต่ประเทศประชาธิปไตยอย่าง อังกฤษ สิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่มีใครไปละเมิดได้ แม้แต่ บีบีซี ที่ใช้เงินภาษีทำ รัฐบาลก็ไม่มีสิทธิสั่ง ซ้ายหัน ขวาหัน ได้ตามใจชอบ

ที่ยังเป็นควันหลง คือ รายการ “Hard Talk” หนึ่งในรายการ ดีสุดของ บีบีซี ที่นักข่าวไล่บี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แบบไม่เกรงใจ จนถูกกล่าวหา ไม่ทำการบ้านบ้าง ถามตามโพยบ้าง

เช่น ถามว่า คุณ (อภิสิทธิ์) คือผู้ที่เก็บเกี่ยวผลพวงจากการปฏิวัติ (...ตามแผนบันได 4 ขั้นของ คมช.) คุณไม่เคยชนะการเลือกตั้ง ไม่เคยได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน (ให้มาบริหารประเทศ)

คุณต้องได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนด้วยตัวคุณเอง (You need your own mandate...แปลว่า เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์...)

หรือถาม ปัญหาที่เกิดขึ้น (ม็อบเสื้อแดง) ก็เพราะประชาชน ไม่ยอมรับคุณจากเหตุนี้ (เช่น...ไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร) หรือถาม ว่าหากคิดว่าคุณคือ อุปสรรคของชาติ คุณจะลงจากอำนาจหรือไม่

คำถามอย่างนี้ นักข่าวไทย ไม่กล้าถาม ทั้งที่ต้องถาม เพื่อกระตุกให้ฉุกคิดถึงความชอบธรรม

เมื่อเข้าไปดูใน “วิกิพีเดีย”....คนสัมภาษณ์ชื่อ Zeinab Badawi เกิดซูดาน แล้วไปอยู่อังกฤษตั้งแต่ 1 ขวบ และจบ ออกซฟอร์ด เหมือน อภิสิทธิ์ ซะด้วย ในสาขา การเมือง ปรัชญา และ เศรษฐกิจ

ก่อนที่จะต่อปริญญาโทสาขาตะวันออกกลางจาก School of Oreintal and African Studies ได้รับเกียรตินิยม เธอคนนี้จึงไม่ธรรมดาเลย !!!

บาดาวี ยังเป็นที่ปรึกษาศูนย์นโยบายต่างประเทศ และสมาชิกของสถาบันพัฒนาโพ้นทะเล กับเป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์ หรือ trustee ของ บริติช เคาน์ซิล ด้วย

ในช่วง 4 ปีนี้ หากนักข่าวกล้า Hard talk อย่าง บาดาวี ไทยอาจไม่ต้องผจญกับวิกฤติที่สุดในโลกก็ได้ แต่เพราะเราเต็มใจเซ็นเซอร์ตัวเอง (หรือถูกเซ็นเซอร์) จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม

มันก็คือ โศกนาฏกรรม ของประเทศดี ๆ นั่นเอง

โรดแม็พ 1 ใน 5 ข้อของนายกฯ ที่ป่าวประกาศไว้ คือ ต้องปฏิรูปสื่อ ให้เป็นสื่อสร้างสรรค์ พูดกันมานานแล้ว แต่ไม่ไปถึงไหนเลย เพราะไม่มีใครจริงใจ ดีแต่พูดให้ดูสวยหรู

เราปฏิรูปประเทศไม่ได้หรอก ถ้าไม่ปฏิรูปสื่ออย่างจริงจัง !!!.

ดาวประกายพรึก

ลดเงื่อนไข

ที่มา ไทยรัฐ



ถ้าจำได้เคยเกริ่นไปตั้งแต่เกิดวิกฤติว่า เงื่อนไขในการยุบสภา รัฐบาลจะต้องยืดเวลาจนกว่างบประมาณและการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการจะผ่านไปแล้ว สรุปว่าหลังจากเดือน ต.ค.ไปแล้ว นอกจากงบประมาณ ยังมีเงินกู้ อภิมหาโปรเจกต์ ที่จะขับเคลื่อนกันเต็มรูปแบบก็ประมาณตุลาคมเช่นกัน และการเบิกจ่ายงบประมาณที่อนุมัติไปแล้วก็จะทำงานเต็มที่

ที่ผ่านมางบประมาณสามารถเบิกจ่ายกันไปได้ประมาณร้อยละ 26-30 เท่านั้น โดยปกติงบประมาณแต่ละปีก็ใช้ไม่ทันอยู่แล้ว บวกกับเงินกู้ในโครงการไทยเข้มแข็งอีกจำนวนมหาศาลกำลังจะลงสู่ท่อโครงการต่างๆ จึงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลออกมาระบุว่าจะต้องมีการเลือกตั้งในกลางเดือน พ.ย.

ส่วนทำไมต้องรองบประมาณเบิกจ่ายให้เรียบร้อยซะก่อน คงไม่ต้องคิดอะไรให้เมื่อยตุ้ม รู้ๆกันอยู่ อาศัยวิกฤติบ้านเมืองมีการเตรียมหมกเม็ดกันไว้เยอะ ทั้งเรื่องของการเมืองและเศรษฐกิจ

น้ำลดเมื่อไหร่จะได้เห็นตอผุดอีกหลายตอ

ประเด็นใหญ่อีกประเด็นคือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญของ ผบ.เหล่าทัพ โฟกัสไปที่ตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เกษียณอายุพอดี คนที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. คนต่อไป ก็ไม่ต้องเดาให้เมื่อยตุ้มอีกเช่นกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ.ที่จ่อก้นขึ้นเก้าอี้ ผบ.ทบ.อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ยกเว้นแต่ว่าจะมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นซะก่อน

ส่วนถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญดังกล่าวแล้วอะไรจะเกิดขึ้น น่าจะพอเดาๆกันออก สมมติวิกฤติการเมืองยังไม่สะเด็ดน้ำ ไม่รู้ว่าจะเป็นการเมืองเลือดเดือดภาคสองหรือไม่

ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขการยุบสภา ไม่ว่าจะเป็น แผนโรดแม็ป 5 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขที่จะให้มีการนิรโทษกรรมคนบ้านเลขที่ 111 และ 109 บวกกับเงื่อนไขเดิมที่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งค้านการยุบสภา ค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วิกฤติการเมืองไม่จบ

วิธีเดียวคือการ ลดเงื่อนไขในปัจจุบันทั้งหมด เอาปัญหาที่มีอยู่มาไกล่เกลี่ยคลี่คลาย และเงื่อนไขอะไรที่เกิดจากความไม่ชอบธรรมหรือไม่เป็นธรรมก็จะต้องแก้ไขโดยรัฐบาล

เพราะผู้มีอำนาจการบริหารประเทศคือรัฐบาลชุดปัจจุบัน ไม่ต้องไปทำประชาพิจารณ์หรือตั้งคณะกรรมการตั้งคนกลางมาให้วุ่นวาย ในเมื่ออำนาจเด็ดขาดสุดท้ายก็อยู่ที่รัฐบาลอยู่แล้ว

สำคัญคือรัฐบาลจะต้องมีความจริงใจ

ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ มือถือสากปากถือศีลก็ไม่จบ ท่าทีให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าคนในบัญชีดำ บุกวิทยุชุมชน ล่วงล้ำข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ความสามารถพิเศษรู้เบอร์มือถือผู้ชุมนุมจนสามารถส่งข้อความเตือนได้ก็ไม่ธรรมดา ไปดักฟังโทรศัพท์ ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามบุคคล ตั้งวอร์รูมวางแผนเผด็จศึกขุดรากถอน โคน มาสู่คำถามที่ว่ารัฐบาลกำลังคิดอะไรอยู่ แผนโรดแม็ปหรือแผนลับ ลวง พรางภาคพิสดาร.

หมัดเหล็ก

แดงยันเข้าร่วม โรดมาร์ค ปัดข่าวยุติชุมนุม

ที่มา ไทยรัฐ

แกนนำนปช.แถลงพร้อมเข้าสู่กระบวนการปรองดองและไม่มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนเดิม ยันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง นัดถกหาข้อสรุปต่อในวันพรุ่งนี้ ปัดข่าวยุติการชุมนุม 10 พ.ค. แค่เป็นแนวทางของ"ขวัญชัย"...

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.เวลา 18.00 น.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังทางแกนนำ นปช.ได้มีหารหารือข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับแผนปรองดองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยเบื้องต้น ได้ข้อสรุปว่า นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ยืนยันที่พร้อมเข้าสู่กระบวนการปรองดองและไม่มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนเดิมแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อย่างไรก็ตาม รวมทั้งจะไม่มีการหยิบยกเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาจาบจ้วงเด็ดขาด หากทั้งทางรัฐบาลและนปช.มีทางออกและข้อสรุปที่เป็นสันติร่วมกันแล้ว นปช.แดงทั้งแผ่นดินจะถือว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เป็นชัยชนะของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ถือว่าเป็นชัยชนะร่วมกันของคนไทยทั้งประเทศ เพราะนปช.ไม่มีความประสงค์ที่จะประกาศชัยชนะท่ามกลางกองศพของวีรชนที่ต้องสูญเสียชีวิตได้ ดังนั้นแนวทางที่ทุกฝ่ายประสานร่วมกันและนำไปสู่แนวทางสันติก็ขอให้เป็นชัยชนะร่วมกัน

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนท่าทีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม. ) และกลุ่มคนเสื้อหลากสีที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวทางปรองดองของนายกรัฐมนตรี นั้น ทางกลุ่มนปช.จะไม่เอามาเป็นเงื่อนไขเพื่อประวิงเวลาหรือข้อต่อรองเด็ดขาด เรื่องดังกล่าวนี้เป็นปัญหาที่นายกฯต้องไปจัดการเองไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนปช. และขอยืนยันว่าทางนปช.จะไม่เรียกร้องการนิรโทษกรรม ไม่ว่าจะเป็นคดีล้มเจ้าหรือคดีก่อการร้าย พร้อมที่จะต่อสู้ไปตามกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อสรุปจากการหารือร่วมกันเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ของนปช.เห็นตรงกันว่าขอให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในสนามการเลือกตั้งยอมรับผลการเลือกตั้งร่วมกันอย่างเปิดเผย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการลงสัตยาบรรณร่วมกันแต่อย่างใด และในวันพรุ่งนี้ ( 8 พ.ค. ) แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเพื่อหาข้อยุติ เชื่อว่าน่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทางกลุ่มนปช.ยังไม่มีการสรุปเรื่องวันยุติการชุมนุมเด็ดขาด ส่วนที่มีข่าวลือว่านปช.จะยุติการชุมนุมในวันที่ 10 พ.ค. นั้นเป็นเพียงข้อเสนอของนายขวัญชัย ไพรพนา เท่านั้น ขณะเดียวกันนายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับแนวทางปรองดองของนายอภิสิทธิ์ เนื่องจากไม่อยากเห็นความรุนแรง

เสื้อแดงประณามเหตุกราดปืนฆ่าตำรวจ ชี้คือพวกที่ขัดขวางการปรองดองในชาติ-ต้านเลือกตั้ง14พ.ย.

ที่มา Thai E-News



ขัดขวางแผนปรองดอง -ตำรวจสืบสวนพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุย่านสีลม หลังเกิดเหตุมือปืนไม่ทราบฝ่ายกราดยิงใส่ตำรวจเสียชีวิต 1 และบาดเจ็บอีก 3 ราย (ภาพ: AP )


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 พฤษภาคม 2553

เครียด -อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีท่าทางเครียดระหว่างประชุมสภาฯเมื่อวันศุกร์ โดยเขาพยายามรักษาแผนการปรองดองกับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ในขณะที่ได้รับการต่อต้านจากกลุ่มพันธมิตร และกลุ่มเสื้อหลากสีอย่างหนัก(ภาพ: AFP)


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.กล่าวบนเวทีปราศรัยราชประสงค์ตอนกลางดึกคืนนี้ว่า กลุ่มเสื้อแดงขอปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆกับเหตุการณ์ที่คนร้ายกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ย่านสีลมเมื่อคืนที่ผ่านมา เพราะเสื้อแดงไม่มีเหตุจูงใจใดๆที่จะทำเช่นนั้น เพราะได้ตอบตกลงในหลักการรับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีเพื่อการปรองดองภายในชาติไปแล้ว และต้องขอประณามผู้ก่อเหตุการณ์นี้ว่ากำลังจุดชนวนเพื่อให้เกิดความรุนแรงต่อไป

"ใครคือคนที่ไม่ต้องการปรองดองภายในชาติ ใครคือคนที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนดไว้ในวันที่14พ.ย.ใครที่จะได้ประโยชน์จากการก่อเหตุครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่กลุ่มเสื้อแดงแน่นอน และไม่ใช่หน้าที่ของเสื้อแดงจะไปพิสูจน์ด้วยว่าเป็นฝีมือใคร แต่เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องจัดการโดยเร็วที่สุด"นายณัฐวุฬิกล่าว

ทั้งนี้เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 7 พ.ค. บริเวณแยกศาลาแดง เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ยืนเฝ้าที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาย่อย อาคารซูลิก เฮ้าส์ ถ.สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก ซึ่งอยู่ติดกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่เคยเกิดเหตุคนร้ายยิงเอ็ม 79 ในวันที่ 22 เม.ย. ทำให้กระจกหน้าธนาคารกรุงไทย ใกล้ตู้เอทีเอ็ม แตก 1 บาน มีรอยร้าว มีรูกระสุน 1 รู มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

เบื้องต้นทราบชื่อผู้บาดเจ็บ ได้แก่ ด.ต.วิสูตร บุญยังมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจปจ. สน.บางนา ถูกยิงบาดเจ็บที่หัวไหล่ซ้าย ส.ต.ท.กานต์นุพันธ์ เลิศจันทร์เพ็ญ เจ้าหน้าที่จร.เข้าเวรปจ. สน.ทุ่งมหาเมฆ ถูกกระสุนยิงเข้าที่ท้อง บาดเจ็บสาหัส แพทย์นำเข้าห้องผ่าตัดช่วยเหลือเป็นการด่วน ด.ต.บรรจบ โยมา อายุ 40 ปี ผบ.หมู่สภ.เกาะทวดจ.นครศรีธรรมราช ถูกยิงเฉี่ยวที่ข้อมือขวา ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกรายเป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี รูปร่างท้วม ถูกกระสุนเจาะที่เหนือหัวเข่าซ้าย ถูกนำส่งรพ.กรุงเทพคริสเตียน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากสีลม และใช้ปืนยิงมาจากบริเวณร้านแมคโดนัลด์ ถนนฝั่งตรงข้าม ก่อนจะขับรถหนีออกไปถนนพระราม 4

ต่อมาเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 พ.ค. รายงานข่าวแจ้งว่าส.ต.ท.กานต์นุพันธ์ เสียชีวิตแล้วหลังถูกยิงที่ช่องท้อง

อย่างไรก็ตาม รายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 รายงานว่า มือปืนได้ยิงกราดเข้ามาใส่บริเวณกลางจุดการชุมนุมของชาวสีลม ซึ่งมีประมาณ 20-30 คน ห่างจากร้านกาแฟโอบองแปงประมาณ 10 เมตร