WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, May 12, 2010

มีอะไรในกอไผ่

ที่มา ไทยรัฐ


ยังลังเลกับแผน ปรองดองแห่งชาติ จะเป็นแค่ทางลงของรัฐบาลกับแกนนำ นปช. หรือเป็นหนทางที่จะระงับวิกฤติบ้านเมืองไปได้ระยะเวลาหนึ่ง จนบัดนี้ต่างฝ่ายต่างก็ขีดเส้นตายฆ่าเวลาไปก่อน บนความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน

ต้องยอมรับว่า นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพียงคนเดียวไม่มีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจที่จะฟันธงแก้ปัญหาวิกฤติการเมือง และ 3 แกนนำ นปช.เองก็ไม่มีอำนาจการตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไป หรือยุติการชุมนุมไว้แค่นี้

โดยเฉพาะแกนนำ นปช.บางคน ถอดใจไปเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญคือบรรดาตัวช่วย กองเชียร์ทั้งหลายบางกลุ่มก็มีเจตนาจะเชียร์ให้พัง เพื่อฉกฉวยผลประโยชน์จากการต่อสู้ทางการเมือง พูดง่ายๆว่าในสนามรบตอนนี้มีแต่คนแพ้

เป็นเหยื่อของเกมชิงอำนาจทางการเมืองทั้งสิ้น

นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ยังมีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ยังมีรองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังมีพรรคร่วมรัฐบาล ไม่อยากจะใช้คำว่านายกฯอภิสิทธิ์ถูกใช้เป็นหุ่นเชิด ไม่อยากจะอ้างว่านี่คือการขาดภาวะผู้นำ

ข้างฝ่ายเสื้อแดงก็มีคนอาสาเข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจาแก้ปัญหาเยอะไปหมด บางคนก็เห็นหน้า บางคนก็พยายามจะไม่ให้เห็นหน้า หรือบางคนก็แค่เอาหน้า

เลยไปคนละทิศละทาง

มิตินี้ ความสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ นายกฯอภิสิทธิ์ มิตินี้ความสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ 3 แกนนำเสื้อแดง แต่กำลังก้าวข้ามไปสู่ สงครามการเมือง เมื่อขึ้นหลังเสือแล้ว คิดจะลงจากหลังเสือคงลำบาก

เมื่อคิดจะเล่นกับไฟก็ต้องร้อนมือเป็นธรรมดา

สรุปได้ว่าแผนปรองดองก็คงจะเป็นแค่ ความคิดที่ยังสับสน ท่ามกลางมรสุมการเมืองลูกใหญ่ กลิ่นคาวเลือดที่เกิดจากอาวุธสงครามยังจะโชยไปอย่างนี้เรื่อยๆ

ความหายนะปกคลุมประเทศไทย

ก็ได้แต่หวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นเร็วๆนี้ เป็นปาฏิหาริย์จากคดีการเมือง โดยเฉพาะคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนแนวรบทางการเมืองอีกหน้าหนึ่ง ห้ามกะพริบตา

ไม่ขึ้นจากเหวก็ลงนรกไปเลย

ในระหว่างนี้ให้ระวังกับดักให้ดี แนวโน้มที่รัฐบาลแห่งชาติ หรือการล้างไพ่ล้างมลทินทางการเมืองให้สะเด็ดน้ำ ไม่ใช่อยู่ที่ขบวนการปรองดองแห่งชาติซะแล้ว เงื่อนไขบางอย่างที่เกิดจากวิกฤติใกล้เข้าสู่จุดจบ

ไม่ยุบก็ยึด.

หมัดเหล็ก

การ์ตูน เซีย 12/05/53

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_82289

การ์ตูน เซีย 12/05/53

'สุเทพ' เจ็บใจตัวเอง?

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_82356

สุเทพ

แค่มาแจ้งไว้ว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำตามเงื่อนไขของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดินกำหนด

ตามบทที่ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง แถลงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายหลังเข้ารับทราบคำร้องทุกข์กล่าวโทษของญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะที่แยกคอกวัว เมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน

และโดยเชิง "ไอ้เสือ" ไม่ถอยทีเดียวหลายก้าว

"เทพเทือก" ย้ำเสียงกร้าว การเดินทางไปมอบตัวที่กองบังคับการกองปราบปรามตามเงื่อนไขของแกนนำเสื้อแดง จะไม่มีผล เพราะคดีทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ ต้องเดินทางมาที่นี่เท่านั้น

ยอมแค่มาแจ้ง แสดงความบริสุทธิ์ใจกับดีเอสไอ

ในอารมณ์ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ขึ้นเวทีปราศรัยดักคอไว้ก่อนหน้า คนเสื้อแดงจะไม่ยอมรับฉากปาหี่ แค่นายสุเทพไปนั่งกินกาแฟกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะลูกน้อง "เทพเทือก" ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

แหกตาคนเสื้อแดงไม่ได้

ไม่เข้าเงื่อนไขที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ประกาศ นายสุเทพเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจวันไหน คนเสื้อแดงก็พร้อมเดินทางกลับบ้านทันที

โดยแต้มสรุปว่า ปั่นเดิมพันมาจนขนาดนี้ ทิ้งไพ่หมอบง่ายๆมันเสียเชิง

ตามเกมขบเหลี่ยมเฉือนคม ต้องกั๊กกันจนหยาดสุดท้าย

แต่ที่แน่ๆเลย "เทพเทือก" คงนึกเจ็บใจตัวเอง ที่พลาด "เปิดคาง" ตัดสินใจลาออกจาก ส.ส.สุราษฎร์ธานี ประชดกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงมติฟันฐานถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญ

เหลือไว้แค่ตำแหน่งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงรองก้นใหญ่ๆ "เทพเทือก" ไร้เอกสิทธิ์ผู้แทนฯคุ้มครอง ตามกฎหมายสามารถดำเนินคดีได้ทันทีถ้าโดนฟ้องคดีอาญา

คิวนี้เลยต้องตกเป็นตัวประกันของคนเสื้อแดง

เข้าเหลี่ยมยุทธการ "เกลือจิ้มเกลือ" วัดใจกันระหว่างขบวนการก่อการร้าย ล้มสถาบัน กับฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน

โทษประหารด้วยกันทั้งสองฝ่าย

แน่นอน โดยผลทางคดีการสั่งสลายม็อบวันที่ 10 เมษายน คงต้องว่ากันอีกยาว

อย่างน้อยก็เงื่อนปมวุ่นๆในแง่กฎหมาย อย่างที่นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พูดถึงคิวที่คนเสื้อแดงฟ้องดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ ในฐานะผู้อำนวยการ ศอฉ.ต่อดีเอสไอ ในกรณีสั่งปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อวันที่ 10 เมษายน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ตามกฎหมายอำนาจในการดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเป็นของ ป.ป.ช. ตำรวจหรือ

ดีเอสไอไม่สามารถนำไปสอบสวนเองได้ จะต้องให้ ป.ป.ช.นำสำนวนมาดูก่อน หากเห็นว่าดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนได้ดีกว่า ป.ป.ช.ถึงจะมีมติมอบให้ดีเอสไอสอบสวนต่อไป ไม่สามารถหยิบไปดำเนินการเองได้ แม้จะเสนอเป็นคดีพิเศษก็ตาม

ยังเถียงกันอยู่เลยว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพ

ซึ่งนั่นไม่สำคัญเท่ากับ "ความเป็นกลาง" เพื่อให้ผลออกมาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

วิญญาณของคนตายยังต้องวนเวียนรอไปก่อน

แต่โดยเกมชิงกระแสเฉพาะหน้า เป้าหมายของคนเสื้อแดงน่าจะอยู่ที่การกลับมาโหมตีปี๊บ ทวงถามความรับผิดชอบเหตุการณ์ "เมษาทมิฬ" จากที่พลาดท่าให้ฝ่ายคุมอำนาจรัฐปั่นสื่อกระแสหลัก เบนความสนใจไปที่ "ไอ้โม่ง" ชุดดำแฝงตัวก่อการร้าย

บล็อกจนฝ่ายเสื้อแดงไม่สามารถแห่ศพประจาน

ทั้งๆที่ว่ากันตามสถานการณ์ ยังไงก็ไม่มีทางปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ทั้งคิวของนายกฯอภิสิทธิ์ และรายของรองนายกฯสุเทพ ในฐานะผู้นำพลเรือนที่มีอำนาจสั่งการกองกำลังทหารติดอาวุธเข้าสลายการชุมนุม จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ยากจะชิ่งหนีในสภาพเปื้อนเลือด

ตราบใดที่ยังไม่สามารถล่า "ไอ้โม่งชุดดำ" มาประกอบฉากก่อการร้าย ให้ศาลตัดสินตามกระบวนการกฎหมาย ประทับข้อกล่าวหาลอยๆที่โยนให้ฝ่ายนายใหญ่

29 ศพที่สูญสิ้นไป ก็ยังอยู่ในมือของ "อภิสิทธิ์-สุเทพ".

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ปาหี่การเมือง!!!

ที่มา บางกอกทูเดย์


ปาหี่การเมือง!!!
แลบลิ้น ปลิ้นตา..ทำปะหนึ่งเป็นพวก “ปีวอก” หลอกกันอย่างเด็ดน้ำ ได้ทุกเรื่อง???จุดยืน สองเท้า สองตีน สองเกือก ของ “นักรบประชาธิปไตยคนเสื้อแดง” ประกาศโจ่งแจ้ง แจ่มใส แล้ว ที่จะให้ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกฯฐานะ “ผู้อำนวยการ ศอฉ.” เป็นจำเลยแผ่นดิน ผ่านกระบวนการยุติธรรม ที่เป็นกลาง ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนี่,สะเออะมอบตัว “ดีเอสไอ”.... ถือว่าผิดกติกา อย่างยิ่งยวดอย่าลืมว่า “ธาริต เพ็งดิษฐ์” อธิบดีดีเอสไอ...เป็นไม้เบื่อไม้เมา กับ “วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ” ชนิดผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ!...และยิ่งไปกว่านั้น “อธิบดีธาริต” เป็นตัวเอ้ ๑ ในคีย์แมนใหญ่ ของ “ศอฉ.” ที่สั่งการทหาร ใช้อาวุธสงคราม ยิงประชาชนมือเปล่าๆ ล้มตายเป็นใบไม้ร่วง!!!คนเขากลัวกฎหมายจะถูกเย้ย...เมื่อ “จำเลย” มอบตัวกับ “ว่าที่จำเลย”?....การเมินเฉยกฎหมาย จึงน่าเป็นห่วง???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ขึ้นบัญชีดำยกแผง!!!
“วีระ มุสิกพงศ์-จตุพร พรหมพันธุ์-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เป็นผู้ก่อการร้าย ล้มสถานบัน พร้อมกับกลุ่มฮาร์ดคอร์อีก ๕๐๐ คน จาก “กลุ่มเสื้อแดง”???ตามจองกฐิน จองเวร จองล้างจากผลาญ จาก “ไก่อู” พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. อย่างไม่ลดละวาศอก“ไก่อู” ก็ไม่รอดเหมือนกัน....ประทับตรา ร่วมกินโต๊ะประชาชน ทุกเม็ด ทุกดอกท่านก็เป็นอีก “หนึ่งหัวหอก” ที่ “ประชาชน” ตั้งโปรเจ็กต์ โรดแมป ตามทวงคืน เพื่อเอาความยุติธรรมกับคืนมา ให้กับ “วีรชน” ที่สละชีพ ในการเรียกร้อง ประชาธิปไตย!!!“พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด”....หัดเตรียมตัวเอาไว้มั่งเถิด?....ตัวเองก็ไม่ได้ดีเลิศ ไปกว่าใคร??
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
‘หักหลัง’ จนซี่โครงเดาะ!!!
ต้องชี้แจง แถลงไข ให้สิ้นข้อความ..ไม่เช่นนั้น จะมีเสียงถากถาง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ???จริงหรือไม่?...ก่อนแผนโรดแมป ปรองดองแห่งชาติ จะอุบัติ เกิดการทำคลอดหลอดแก้วทางความคิดของ “มาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขึ้นมานั้น....“วีระ มุสิกพงศ์” กับ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ”....เป็น ๒ เสือบุกราบ ๑๑ ไปพบกับฝ่ายรัฐบาลและการเจรจา ตกร่องปล้องชิ้นกันนั้น..ได้รับคำยืนยัน ประกันซ่อมฟรี จากทูตสันติภาพ “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ” เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, “ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร” ผู้ว่าฯ กทม. ว่าม็อบเสื้อแดงเข้ามอบตัว จะให้ประกันตัว “วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิ” อย่างไร้เงื่อนไข....ส่วน “กี้ร์ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง-แรมโบ้สุภรณ์ อัตถาวงศ์-ขวัญชัย ไพรพนา” รวมทั้งแกนนำอื่นๆ และ การ์ดอาสา ผู้เป็นฮาร์ดคอร์อีกหลายชีวิต จะไม่ได้รับอิสรภาพ ...ต้องเดินคอตกเข้าคุก!!!เรื่องนี้จะเท็จหรือจริง.... “วีระ-ณัฐวุฒิ” ต้องแถลงออกมาทุกสิ่ง?......นิ่งเฉยไว้ มันจะไม่สนุก???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
‘ประชาธิปไตย’ อย่างสูงส่ง!!!
“มาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ไม่เท่าขี้เล็บ เขาเลย ขอบอกตรงๆ ??เมื่อ “กอร์ดอน บราวน์” นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นำพาพรรคแรงงาน ผ่านศึกเลือกตั้ง หมอบกระแต แพ้ก็ไม่ “หน้าด้าน” อยู่ให้คน เขานินทาสะบัดก้นออกจากหัวหน้าพรรค..ไม่ยึกยักอยู่แบบ คนหนาผิดกับ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นำพลพรรคประชาธิปัตย์ แพ้เลือกตั้งอย่างไม่เห็นฝุ่น...แต่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน หนำซ้ำไปซุกใต้อุ้งเกือกท๊อปบู๊ตทหาร เป็นพลเรือนสมุนรับใช้ทหาร เพื่อเขาให้หนุนตัวเอง ..จนในที่สุด ได้เป็น “รัฐบาลเทพประทาน” เข้ามาเป็น “นายกรัฐมนตรี” ผู้ยิ่งใหญ่!!!“อภิสิทธิ์” จบจากอังกฤษ...ประชาธิปไตยไม่ติดตัวมาสักนิด?.....คิด เกาะปลายปืนทหารร่ำไป???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เกลียดตัวกินไข่..เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง
ชดโช้, “ตุลย์ สุทธิสมวงศ์” หมอจุฬา สลัดคราบจาก “ม็อบเสื้อเหลือง” มาเป็นเบอร์หนึ่งแถวหน้า ของ “ม็อบพันธุ์สีผสม” ร้อยพ่อพันแม่..ในการสกัดกั้น “เสื้อแดง”???เห็นแล้วสังเวช อนาถหัวใจ..ต่อท่าที ของ “ตุลย์ สุทธิสมวงศ์” ที่ลืมเผ่าพันธุ์ม็อบเสื้อเหลือง ที่ตัวเองเกาะใบบุญ จนได้ดิบได้ดีทำท่าสะอิดสะเอียน.. “เปี๊ยนไป๋” ไม่ยอมรับการเป็น “ม็อบเสื้อเหลือง” ก่อนหน้านี้ความจริงย่อมหนีความจริงไม่พ้น “นายตุลย์” เป็นม็อบเหลืองพันธุ์แท้...ถึงจะแปรเปลี่ยนมาเป็น “ผู้นำม็อบร้อยพ่อพันธุ์แม่”...แต่ตัวจริงเสียงจริง ท่านเป็นพวกยึดทำเนียบรัฐบาล และยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เป็น “ผู้ก่อการร้าย” ที่มีชนักติดหลัง!!!คิดว่าเมื่อเป็น “ม็อบหลากสี”......แล้วทำให้ตัวเองหลุดคดี?.....คิดบ้าจี้ได้อย่าง น่าทุเรศทุรัง???

ผู้ก่อการร้าย

ที่มา บางกอกทูเดย์


ต้องเชื่ออย่างหนึ่งว่า.. “อเมริกา” คือ “พี่เบิ้ม” ในโลกนี้..เพราะความยิ่งใหญ่ในทุกด้าน..ที่สำคัญเป็น ประเทศ “ประชาธิปไตย” ที่แท้จริง!!ที่โลกทั้งใบจะเถียงเรื่องนี้ไม่ได้!!ในความ “เกลียดชัง”ของคนอเมริกา..เอากันตั้งแต่ ประธานาธิบดี จนถึง อเมริกันชน คนกวาดถนนคือ...คือ ขบวนการก่อการร้าย!!เพราะเขาเจ็บ

ปวดกับ “ผู้ก่อการร้าย”มามากพอ ช้ำชอกหัวใจกับ “การกระทำ” ของการก่อการร้าย ในประเทศของเขา สุดแสนสาหัสมาแล้วกำลังจะเขียนบอกว่า “อเมริกา” เกลียด “ผู้ก่อการร้าย” เข้ากระดูกดำ!!เคิร์ท แคมเบลล์.. คงไม่เป็นญาติกับนักร้องคันทรี่ ที่ชื่อ เกลน แคมเบลล์..และไม่น่าจะนับญาติกับ ไมเคิล แคมเบลล์ นักกอล์ฟมือต้นๆ ของโลก“เคิร์ท แคมเบลล์” เป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ครับเป็นผู้ช่วยของนางฮิลลารี่ คลินตัน รมว.ต่างประเทศ ของ สหรัฐ

อเมริกานั่นเองแทนที่ “ผู้ยิ่งใหญ่” ที่เป็นตัวแทนของ อเมริกา จะเข้าหารือกับฝ่าย รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ?? แต่กลับไขว้ไปเจี๊ยะเต้คุยกับ “จาตุรน ฉายแสง” และ “นพดล ปัทมะ” เรื่องปัญหาวิกฤติกับของการเมืองไทย “เคิร์ท” ไม่สนว่าที่จะนั่งคุยกับฝ่ายที่รู้กันอยู่ว่าเป็น ฝ่าย “คนเสื้อแดง” ..ตรงนี้สิสำคัญมันมี “นัยยะ” และ “ความหมาย” ว่าอย่างไร..แท้จริงมันคือเป็นการ “การันตี” ว่า การชุมนุม “คนเสื้อแดง” ไม่มี “ผู้ก่อการร้าย” อย่างที่ถูกรัฐบาลไทยกล่าวหาอยู่

ตลอดเวลานี่คือมุมมองของ “อเมริกา” ประเทศที่มี “การข่าว” และ “การทำสงคราม” แหลมคมระดับ “พญาอินทรี” ที่สำคัญคือเกลียดผู้ก่อการร้าย สุดขั้วหัวใจทำเอา “ผู้ก่อการดี” หยั่ง กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ก็ต้องดิ้นพราดๆ เป็น ปลาช่อนถูกทุบหัว หยั่งที่เห็นนี่แหละครับโดนอเมริกา “ตบหน้า” ครั้งนี้ มันชาตึบตั้งแต่บนสุดของกะโหลกหัวยันปลายตีนทีเดียวแหละ!!

หัวเลี้ยวหัวต่อ

ที่มา บางกอกทูเดย์


8 ชั่วโมงกับการนั่งอ่านกระทู้ตาม “เว็บบอร์ดการเมือง” ภายหลังแกนนำ นปช. มีมติ “รับข้อเสนอ” แผนปรองดองของนายกรัฐมนตรี“คนเสื้อแดง” กำลังสับสนเพราะมติ “แกนนำ” ที่ว่าจะมีการสลายการชุมนุม...ซึ่งแกนนำลืมไปแล้วหรือว่าได้เคย “สัญญา” อะไรไว้ต่อกัน“ถ้าไม่ยุบสภา (ให้เห็นผล)...เราจะไม่กลับ”“ชีวิตของวีรชนที่จากไป...พวกเขาอยากได้อะไรกลับคืนมา?”ถ้อยคำหลากหลายทำให้ผมรู้ว่า “แนวร่วมเสื้อแดง” กำลังสับสนจนหวั่นไหวยิ่งนักเพราะไม่รู้จะ “บุก” หรือ “ปรองดอง” เพื่อแถลงไขให้กระจ่าง “ผ่าทางตัน”“ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เคยพูดเปรียบระหว่างแกนนำกับคนเสื้อแดงว่า...พวกเราเป็นเหมือน “ลิ้นกับฟัน” เป็น

เหมือน “ผัวกับเมีย”ทะเลาะกันบ้าง...กระทบกระทั่งกันบ้าง...ขัดเคืองใจกันบ้าง...แต่ก็ต้องต่อสู้ร่วมกันหากไม่มีแกนนำ เสื้อแดงก็จะไม่มี...หากเสื้อแดงไม่มี ก็ไม่มีแกนนำเช่นเดียวกันยอมรับเถิดว่า...ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่พวกคุณร่วมต่อสู้กันมา...ทุกคนคือ “คนใน” ครอบครัวเดียวกันไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย...โดยเฉพาะการ “ขุดรากถอนโคน” ระบอบเผด็จการที่ฝังรากแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาไปทั่วประเทศที่ผ่านมา...มันเหนื่อยยาก “แสนเข็ญ” เพียงใด กว่าจะได้เห็นผู้คิดร้ายทำ

ร้ายชาติ “ตัวเป็นๆ” ที่หลบอยู่ในมุมมืด...โดยใช้เพียง “ปาก” ออกคำสั่งคนเหล่านี้ทำตัวเป็น “กาฝาก” เกาะกินประชาธิปไตยถ่ายทอด “สืบเผ่าพันธุ์” มานานตั้งแต่พุทธศักราช 2475 และวันนี้เราก็ได้เห็นโฉมหน้าของเผด็จการ “เจเนอเรชั่น” ล่าสุด...และกระบวนการ “ชั่วร้าย” แต่ “ทำเนียน” ในการมุ่งทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามผมคิดว่าไม่ผิดอะไรเลยที่ “คนเสื้อแดง” บางส่วนจะรู้สึก “ผิดหวัง” กับการตัดสินใจของแกนนำเพราะร่างกายย่อมรู้สึก “เหนื่อยล้า” เมื่อต้องทุ่มเท

ออกมาเต็มกำลังโดยเฉพาะการถือธง ถือไม้ วิ่งใส่คนถือปืน วิ่งใส่รถหุ้มเกราะ ก็เคยทำกันมาแล้วการเดินหน้าต่อไปครั้งนี้จะเป็น “บทพิสูจน์” ที่ยากขึ้นไปสำหรับคนเสื้อแดง...เพราะมันเป็นการพิสูจน์ในเรื่อง “หัวจิตหัวใจ” ว่าต้องไม่หวั่นไหว...ประสานกันเป็นหนึ่งเดียวหลายครั้ง “แกนนำ” ทำท่าพลาดพลั้ง...แต่ก็ซ่อน “หมากกล” ไว้สองสามชั้นทุกที...ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน!

เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล!!

ที่มา บางกอกทูเดย์


๐ เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้เมื่อไร เมืองไทยก็จะสงบเมื่อนั้น?? หนังสือพิมพ์รายวัน บางกอกทูเดย์ ยืนหยัดกับความจริง ไม่อิงกระแส ในมือท่านฉบับนี้ ประจำวันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2553.... “กุหลาบพิษ” รายงานข่าวสังคม BANGKOK GOSSIP.....

๐ ถึงวันนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดวงตาเริ่มเห็นธรรม!! อันอำนาจที่ได้มาโดยวิธีที่ผ่านมา มันไม่จีรังยั่งยืน?? นิยายบู๊ชีวิต-เลือดท่วมจอ-น้ำตานองใบหน้า มีอนุสติสอนใจอยู่บทเดียวสำหรับ นายกฯ ฟันน้ำนม....เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล!!......

๐ มาร์คจอมดื้อดึง จะเป็น “โคถึก” หรือ “ขุนพล” ต้องถามมหาอำมาตย์ที่เป็นคนเขียนสคริปต์ นิยายชีวิตน้ำเน่าเรื่องนี้กันเอาเอง?......

๐ “กุหลาบพิษ” ยินดีด้วย สำหรับการประชุม ครม.ในทำเนียบรัฐบาล แทน ราบ 11 รอ. อย่างน้อยก็จะพูดได้เต็มคำว่า...อันตัวกระผมนั้น มิได้เป็นผีไม่มีศาล!! (ตามที่คนไทยค่อนประเทศคิด).....

๐ เอาเถิด!! ผิดถูกชั่วดีอย่างไร จะมีอะไร “ซ่อนเงื่อน” สำหรับการ “แผนการปรองดองแห่งชาติ” ของ มาร์คอภิสิทธิ์ แต่ก็ต้องถือว่า เขาได้พยายามรู้จัก “ความถูกต้อง” และ แสวงหามันมาทันในนาทีเกือบจะสุดท้าย......๐ สำหรับ สุเทพ เทือกสุบรรณ จะเดินหน้าอย่างไรต่อไป คงไม่ต้องหารือ “ผู้ใหญ่แห่ง ศ.อ.ฉ.” อย่างไก่อู “สรรเสริญ แก้วกำเนิด”!! เพราะถึงนาทีนี้ ยี่เกคณะ “ศิษย์โหยหวล” กำลัง “เก็บฉาก” ร่ำลาแม่ยก!!.....

๐ แม้คำพูดต่อไปนี้อาจจะมีบางวรรค ต้องแปลไทยเป็นไทยบ้าง แต่ต้องเห็นใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่พูดอย่างคนเหลืออายุราชการแค่ 4 เดือนเศษพึงพูด?? การเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอฉ. เคยพูดไปชัดเจน!!......

๐ ชัดเจนประมาณว่า ศอฉ.มีความจำเป็นต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้จนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย เช่นการอำนวยความสะดวกของกลุ่มผู้ชุมนุม หรือ การเข้าเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อย!! แปลว่า...งานนี้เป็นเรื่องของ “ฝ่ายการเมือง”?? (ทหารไม่เกี่ยว)....

๐ เข้าล็อค? การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง!!....“กุหลาบพิษ” หลับตานึกภาพ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ออก!! ทุกอย่างที่ ผบ.ทบ.คนนี้คิด เหมือนป้ายติดใน “เขตก่อสร้าง” คือคำว่า “SAFETY FIRST” ปลอดภัยไว้ก่อนพ่อสอนไว้??......

๐ อนิจจา!! ไปๆ มาๆ ทั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็คิดตรงกัน (อย่างปรองดอง?) การบาดเจ็บลัมตายมากมายในเหตุการณ์ “10 เมษายน 53” เป็นความผิดของ “กองกำลังไม่ทราบฝ่าย” !! น่าเศร้ากว่านั้น...คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ทำได้แค่ร้อง แบ๊ะๆๆๆ ไม่ใช่แพะ แต่เป็นอะไรชนิดหนึ่งซึ่งน่าเวทนากว่า “ไอ้เคราแพะ”!!.....

๐ “กุหลาบพิษย์” ขอออกนอกวงการเมืองเรื่องวุ่นสักสองสามนาที?? สะดุ้ง 8 ตลบ เมื่อพบข่าว กทม.เริ่มดีเดย์ รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก เริ่มโครงการใน 15 พฤษภาคม ที่ สวนจตุจักร มีผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน......

๐ ที่สะดุ้ง เหมือนคนขวัญอ่อน เพราะความเร่งรีบจนดันไปอ่านว่า...“กทม. เริ่มดีเดย์ รณรงค์ลดการใช้ถุงยางอนามัย” ขืนเป็นอย่างนั้น?? เลิกใช้ “คอนดอม” กันเมื่อไร ก็บัลลัยกันเมื่อนั้นประชาชนชาว”เอดส์” จะฟูเฟื่องรุ่งเรืองเต็มเมืองขึ้นมาอีกครั้ง??.....๐

คน 2 หน้า

ที่มา บางกอกทูเดย์


ก็เชื่อใจได้แน่นอนว่า มังกรการเมืองอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ..คงจะเดินทางไปมอบตัวแน่ๆ หาก...ฝ่ายราชการมีหมายเรียกมาสู้กับข้อหาฆ่าคนตายเมื่อ 10 เมษายนนปช...ฉลาดที่โยนกลับการสลายการชุมนุมให้กลับไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะ 2 ผู้นำแห่งเหตุการณ์ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณพร้อมกับยืนยันที่จะไปสู้คดีผู้ก่อการร้าย..และไม่ปรารถนาการนิรโทษกรรมข้อหาฆ่าคนตายบนกองศพคนไทยทั้งทหารและประชาชน 26 ศพนั้น...หากไม่มีคดีสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งทำให้ นายกรัฐมนตรีรองนายกรัฐมนตรีและนายตำรวจระดับสูงกลายเป็นผู้

ถูกกล่าวหา ต้องออกจากราชการและเสียเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ยังพอจะตะแบงกันไปได้แต่.. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านเอง มิใช่หรือที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า... “ผมไม่นึกไม่ฝันว่าเรามี รัฐที่ได้ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิตบาดเจ็บสาหัสแล้วเรายังมีรัฐที่พยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ประชาชนอีก เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ”แต่ เมษายน 2552 กับ เมษายน 2553 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี..จะอธิบายถึง

การล้มตายและข้อหาการก่อการร้าย..ที่หยิบยื่นให้กับศพประชาชนที่ดาหน้าเข้าชนกับรถถังและกระสุนสังหารได้อย่างไรท่านรับได้หรือกับพฤติกรรมที่ท่านเคยยืนยันต่อสาธาณชนว่า... “เป็นพฤติกรรมที่รับไม่ได้ครับ”ไม่มีคนไทยคนใดที่มีจิตใจเป็นคนไทยมีสัญชาติไทยและเชื้อชาติไทย..จะยินดีกับการเข่นฆ่าคนไทยด้วยกัน..และยิ่งเมื่อคำขอของเขาเหล่านั้น เพียงแค่การเลือกตั้งครั้งใหม่..จะไม่มีทหารไทยคนใด..สบายใจต่อการไล่สังหารผู้คนเหล่านั้น..ให้จัดตั้งกองกำลัง

โหดเหี้ยมขึ้นมา..เข่นฆ่าสลายผู้ชุมนุม..ก็เท่ากับว่า..ท่านกำลังเขียนคำพิพากษาให้กับตัวท่านเอง..เพราะในที่สุดหลังเลือดท่วมถนนบนกองศพคนไทย..ปืนจะหันกลับไปสู่พวกท่าน..นำท่านสู่สถานะอาชญากรของประชาชน..หยดเดียวของโลหิตท่านจะไม่มีแผ่นดินไทยให้รองรับ..นามสกุลของพวกท่าน..จะไม่มีลูกหลานกล้านำไปใช้…หลัง 10 เมษายน 2553 การเมืองของท่าน จบแล้ว

ฤา...นิรโทษกรรม คือ‘ทางออก’

ที่มา บางกอกทูเดย์



การชุมนุมของกลุ่ม นปช. มีข้ออ้างที่ชัดเจนประการหนึ่งว่า...เขายอมรับไม่ได้กับรัฐบาลที่จัดตั้งในค่ายทหาร มิได้มาตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
จึงเรียกร้องให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี “ยุบสภา” คืนอำนาจให้กับประชาชน ข้ออ้างและข้อเรียกร้องนี้ประชาชนในประเทศจะเห็นด้วยหรือเห็น

ต่าง ก็เป็นความแตกต่างทางความคิดเห็นที่ต้องยอมรับว่ามันดำรงอยู่ และก็เป็นสิทธิของกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับนปช. ที่จะออกมาชุมนุมแสดงจุดยืนของพวกเขาเช่นเดียวกัน เพราะสิทธิในการแสดงความคิดเห็น สิทธิในการชุมนุมเป็นสิทธิของพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ คนไทยต้องเลิกเสียที “.. ถ้าพวกเรา หรือคิดเหมือนเรามาชุมนุมประท้วง ก็ทำได้ และทำอะไรก็ไม่ผิด ถ้าพวกเขาหรือคิดไม่เหมือนเรามาชุมนุมบ้าง ทำไม่ได้ และทำอะไรก็ผิดไป

หมด” การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ เป็นเสรีภาพและเป็นสิทธิทางการเมืองที่ทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายสามารถกระทำได้ ส่วนประชาชนจะเห็นด้วยกับเหตุผล ข้ออ้าง ข้อเรียกร้องในการชุมนุมแต่ละครั้ง แต่ละหนหรือไม่ ก็เป็นสิทธิของประชาชนอย่างพวกเราที่จะวิเคราะห์ พิจารณา ถ้าเห็นด้วยก็สามารถเข้าร่วมหรือสนับสนุนการชุมนุม ถ้าต้องการหรือถ้าไม่เห็นด้วยก็ปฏิเสธการชุมนุม หรือจะชุมนุมประท้วงผู้ชุมนุมอย่างที่ทำอยู่ก็ทำได้ เพราะเป็นสิทธิทางการเมืองของ

ประชาชนไทยปัญหาการชุมนุมนี้ รัฐบาลจะแก้อย่างไร ก็เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องแก้ ต้องพิจารณาและตัดสินใจ การเสนอแนวทางปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรี กำหนดวันเลือกตั้ง 14 พ.ย. ถือเป็นการแก้ปัญหาทางการเมืองของรัฐบาลแต่ต้องแยกให้ออกว่า...การชุมนุมใดๆ ก็ตามที่เป็นการละเมิดและฝ่าฝืนต่อกฎหมาย หากข้อเท็จจริงชัดเจนว่าเป็นเช่นนั้น การกระทำนั้นย่อมเป็นความผิดตามกฎหมาย และผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม การ

แก้ไขปัญหาทางการเมืองของรัฐบาล ไม่สามารถมาลบล้างการกระทำความผิด หรือมาเปลี่ยนผิดเป็นถูก ถูกเป็นผิดได้ เพราะความถูกผิดตามกฎหมาย เป็นปัญหากฎหมาย เราไม่อาจเปลี่ยนถูกผิดตามกฎหมายได้ด้วยความประสงค์หรือนโยบายของรัฐบาลบางคนอาจคิดว่าแล้วเช่นนี้จะปรองดองได้อย่างไร .. หากสังคมคนส่วนใหญ่เห็นว่า...การให้อภัยจะเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยทำให้สังคมไทยเดินออกจากวิกฤตได้ ก็ต้องใช้วิถีทางกฎหมายในการแก้ปัญหานี้ การออก

กฎหมาย “นิรโทษกรรม” ลบล้างการกระทำความผิดให้กับผู้กระทำความผิดมาแล้ว เป็นเรื่องที่สามารถทำได้และเคยทำมาแล้วทั้งในนานาอารยประเทศและในประเทศไทย อยากให้สังคมไทยเกิดความชัดเจนว่า...ในทางกฎหมายเราสามารถทำได้ ขนาดฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ล้มล้างกฎหมายสูงสุด ยังนิรโทษกรรมได้เลย แต่ขอย้ำว่า...สมควรทำหรือไม่ เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งประชาชนอย่างพวกเราก็สามารถเห็นแตกต่างกันได้ครับ!

รศ. ดร. กำชัย จงจักรพันธ์

ประเทศ ‘เขา’ หนักกว่า ‘เรา’ เยอะ

ที่มา บางกอกทูเดย์



ไทยมีปัญหาทางการเมืองจากคนสองกลุ่มที่มีความคิดเห็นต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่ “ปวดใจ” สำหรับรัฐบาล เพราะยิ่งนับวันยิ่งบานปลาย ขยายใหญ่โตฉบับนี้บางกอกทูเดย์ขอหยิบยกปัญหาของอินเดียมานำเสนอ ให้ได้รู้ว่าปัญหาของไทยมันใหญ่แค่ “ขี้มด”…โดยเฉพาะปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อินเดียมีปัญหาด้านความมั่นคง เพราะนอกจากจะต้องเผชิญหน้าทางทหารกับปากีสถาน ยังต้องเจอการก่อการร้ายจากกลุ่มกบฎแคชเมียร์ที่

ปากีสถานหนุนหลังอีกด้วย กลุ่มกบฏเหมาอิสต์เป็นกลุ่มก่อการร้าย “สำคัญ” ที่มีอิทธิพลเขย่าเสาบ้านชาวอินเดียมากที่สุด ล่าสุดกบฏเหมาอิสต์ปฏิบัติการสังหารทหารอินเดีย 75 คนในรัฐชาติการ์ ระหว่างที่กองทัพส่งกำลังทหารเข้าลาดตะเวนเพื่อกวาดล้างกลุ่มกบฎ พอส่งทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยก็ถูกโจมตีอีก โดนทั้งการซุ่มยิงและกับระเบิด ซึ่งก่อนหน้านั้น กลุ่มกบฎได้สังหารตำรวจ 10 คน และบาดเจ็บอีก 10 คน เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งร้ายแรงที่สุด นับ

แต่กองทัพสู้กับกลุ่มกบฎเหมาอิสต์ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไทยควรศึกษาเพราะเราก็มีปัญหากลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เช่นกันกลุ่มกบฎเหมาอิสต์ได้เพิ่มการโจมตีทหารมากขึ้น เพื่อตอบโต้การปฏิบัติการกวาดล้างจากกองทัพที่ทุ่มกำลังทหารกว่า 5 หมื่นนาย และตำรวจอีกหลายหมื่นนาย กลุ่มกบฎนี้มีฐานสำคัญอยู่ในชนบทตอนกลางและตะวันออกของประเทศ การต่อสู้ปราบปรามกลุ่มกบฎเหมาอิสต์ดำเนินมาประมาณ 20 ปีแล้ว มีพลเรือนผู้บริสุทธิ์หลายพันคน

เจอลูกหลงเสียชีวิต สำหรับปี 2553 จนถึงขณะนี้ มีประชาชน 669 คนเสียชีวิตจากการปฏิบัติการของกลุ่มกบฎเหมาอิสต์ไปแล้ว กลุ่มกบฎเรียกร้องให้ทางการอินเดียปล่อยตัวแกนนำของตน 4 คน และยุติปฏิบัติการกวาดล้างทันที นายกรัฐมนตรีอินเดีย มานโมฮัน ซิงห์ มองว่า การก่อความไม่สงบของกลุ่มกบฎเหมาอิสต์เป็น “ สิ่งท้าทายต่อความมั่นคงภายในที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” กลุ่มกบฎเหมาก็คือผู้ที่นิยมลัทธิคอมมิวต์ในแนวทางของเหมาเจ๋อตุง โดยเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่

ช่วงปี 2500 ในรัฐเบงกอลตะวันตก โดยซุ่มซ่อนตัวอยู่ตามป่าเขาในแนวทางชนบทล้อมเมือง เคยปฏิบัติการลุกฮือเมื่อปี 2510 ในหมู่บ้านนาซัลบุรีของรัฐเบงกอลตะวันตก แล้วขยายไปทางภาคกลางและตะวันออกของอินเดียในรัฐโอริสสา พิหาร อันตรประเทศ อุตตรประเทศ ชาติการ มีอิทธิพลเหนือพื้นที่กว่า 200 อำเภอ มีกำลังติดอาวุธประมาณ 1-2 หมื่นคน ส่วนอาวุธนั้นใช้วิธีโจมตี แย่งยึดมาจากเจ้าหน้าที่ด้วยการเข้าโจมตีสถานีตำรวจ ในขณะที่กลุ่มกบฎอ้างว่าตัวเอง

ต่อสู้เพื่อสิทธิของชาวไร่ชาวนาที่ยากจนซึ่งถูกละเลยจากภาครัฐมาหลายทศวรรษ ความยากจนในชนบทของอินเดียที่มีคนจนนับร้อยล้านคน เป็นปัจจัยเกื้อกูลต่อการปฏิบัติการของกลุ่มกบฎเหมาอิสต์ ไทยพบเจอแค่ปัญหา “ความขัดแย้งทางการเมือง” กับ “ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” หากจะแก้ก็คงไม่ยากถ้าจะแก้กันจริงๆ เพราะเอาเข้าจริงปัญหาที่เรียกว่า “ลำบากใจ” แท้จริงมันก็แค่ “รำคาญใจ” เท่านั้นเอง