ทีึ่มา มติชน
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, May 14, 2010
กระบะบรรทุกเสื้อแดงพยายามขับฝ่าด่านตึกวานิชถูกยิงสกัด
กระสุนเจาะกะโหลกเสื้อแดงบาดเจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 13 พ.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง เดินเท้าจากแยกวิทยุผ่านหน้าสวนลุมพินีมุ่งหน้าไปสี่แยกศาลาแดงซึ่งมีด่านเจ้าหน้าที่ตั้งอยู่ จากนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดมีกลุ่มเปลวไฟจากทางฝั่งเจ้าหน้าที่ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมวิ่งย้อนกลับไป พบว่า มีชายถูกยิงที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว รวมทั้งผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน
แพทย์รพ.จุฬา กำลังปั้มหัวใจช่วยชีวิต นายชาติชาย ชาเหลา อายุ25 ปี กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งถูกยิงเข้าที่ศรีษะ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณครึ่งชม.ที่ผ่านมา ได้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารที่บริเวณประตูสอง สวนลุมพินี ใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้าMRT หน้าอาคารอื้อจือเหลียง โดยไม่ทราบว่ากระสุนถูกยิงมาจากทิศทางใด
"อ๋อย"เตือน"มาร์ค"กำลังทำผิดพลาดร้ายแรง จะเสียใจตลอดไป แนะทบทวนท่าทีล่าสุด จริงใจเลิกเล่นตุกติก
ที่มา มติชน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย เปิดเผยวันที่ 13 พฤษภาคมว่า วิกฤตการเมืองที่ดำรงอยู่ขณะนี้เกิดจากความไม่เป็นประชาธิปไตยและปัญหา 2 มาตรฐานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนเสื้อแดงเสนอทางออกด้วยการเรียกร้องให้ยุบสภา ส่วนรัฐบาลได้เลือกใช้วิธีการการสลายการชุมนุมด้วยกำลังอาวุธภายใต้ข้ออ้างว่าขอพื้นที่คืนจึงส่งผลให้เหตุการณ์บานปลายมาถึงทุกวันนี้
โดยเมื่อรัฐบาลเห็นว่าไม่สามารถใช้กำลังสลายการชุมนุมได้ จึงเปลี่ยนมาเสนอแผนปรองดองตามคำเรียกร้องของหลายฝ่าย การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ สังคมต้องเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนช่วยแก้ปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตย ขณะเดียวกันการใช้กฎหมาย รักษากฎหมายต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ต้องทำให้ระบบยุติธรรมของประเทศไม่เป็นสองมาตรฐาน แล้วให้ทุกฝ่ายเข้าสู่ระบบยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในช่วงวันสองวันนี้มีแนวโน้มว่าสังคมไทยอาจจะถลำลึกสู่วิกฤตที่รุนแรงยิ่งขึ้น จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะการแก้ปัญหาที่ถูกทางและการเจรจาประนีประนอมที่มีมาอย่างต่อเนื่องกำลังจะสะดุดหยุดลงเสียแล้ว
"สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกำลังทำอยู่จะเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงชนิดที่จะเสียใจตลอดไป อยากเสนอให้นายกฯทบทวนท่าทีล่าสุดเสียใหม่ นายกฯต้องแสดงความเป็นผู้ใหญ่และจริงใจ เลิกตุกติกและทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับการปรองดอง นายกฯต้องเลิกล้มความคิดที่จะซื้อเวลาให้นานออกไปกว่าที่พูดไว้ โดยควรจะประกาศให้ชัดเจนว่าจะยุบสภาตามที่ได้ประกาศไว้"นายจาตุรนต์กล่าว
นอกจากนั้นรัฐบาลต้องเลิกล้มแผนตัดน้ำตัดไฟ และการใช้รถถังยานเกราะกับกองกำลังอาวุธเข้าคุกคามหรือสลายการชุมนุม รวมทั้งการเตรียมที่คุมขังแกนนำนปช.ทั้งๆที่ได้รับปากไว้แล้วในการเจรจาว่าจะไม่คัดค้านการประกันตัว สิ่งที่รัฐบาลและศอฉ.กำลังทำอยู่ มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
สู้ข้อกล่าวหา
ที่มา เดลินิวส์
ระดับณัฐวุฒิแถลงเอง เท่ากับเคลียร์ว่า ผู้ชุมนุมไม่ได้ทำตามใบสั่งคน “ดูไบ” เพราะนายกฯ บอกเองว่า คนดูไบไม่ต้องการให้เลิก ต้องการให้เล่นต่อ และยังดับข่าวเสธ.แดงที่ว่า จะมี นปช. รุ่น 2 รับไม้ ยื้อม็อบต่ออีก
ทุกอย่างน่าจะจบลงด้วยดีในเบื้องต้นนี้ เพื่อเตรียมตัวไปสู่การเลือกตั้งใหญ่
เหนืออื่นใด อีกไม่กี่วัน 6 โรงเรียนในพื้นที่ชุมนุม จะเปิดเทอมแล้ว หากต้องเลื่อนการเรียนการสอนของนักเรียนออกไป ไม่ต้องคิดลึก คิดตื้น ๆ ก็ได้ นักเรียนเป็นหมื่นคน ต้องอยู่บ้าน เสียงก่นด่าจะท่วมท้นขนาดไหน
ดีไม่ดี รัฐบาลสั่งสลายการชุมนุมอีกครั้ง ถึงจะมีคนต้องสังเวยชีวิตอีกนับร้อย ก็จะมีผู้คนเห็นดีเห็นงามด้วย หลังจากที่สะเทือนใจจากภาพการบุก รพ.จุฬาฯ มาแล้ว ตอนนี้หนังจบแล้ว นปช.ก็ต้องปิดม่านก่อน
อย่าได้ข่มขืนใจคนดูต่ออีก
ทำไม ไม่คิดด้านกลับบ้างว่า หากไม่ใช่การต่อสู้ปักหลักเข้มข้น จะได้เห็น นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและผอ. ศอฉ.ยอมเข้ารายงานตัวกับ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ (และกก.ศอฉ.) เพื่อรับทราบการร้องทุกข์กล่าวโทษ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เม.ย.ที่ทำให้คนตาย 26 คน และเจ็บกว่า 800 คน
วันอังคารที่ผ่านมา... หรือ ??
ข้อหานี้ หากผิดจริง ก็มีโทษถึงประหารชีวิตเลยทีเดียว เพราะเป็นการจงใจเจตนาฆ่า เหมือนความผิดของแกนนำ นปช.ในคดี ก่อการร้าย และล้มล้างสถาบัน นั่นล่ะ หากผิดจริง ก็มีโทษถึงประหาร เช่นกัน
จะมองว่าคนคุมอำนาจรัฐย่อมได้เปรียบ ก็ไม่ผิดหรอก แถม “ดีเอสไอ” ซึ่งในเจตนารมณ์ ควรเป็นองค์กรที่อิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจใคร เป็นที่พึ่งที่ศรัทธาของผู้คนในแผ่นดินที่โหยหาความยุติธรรม
แต่ต้องยอมรับ ตลอดเวลาที่ผ่านมา บทบาทของ นายธาริต ที่ออกจอทีวี ร่วมกับโฆษกไก่อู พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด นั้น สุดโต่งมาก บ่อยครั้งที่สร้างความสงสัย ในเรื่องความเป็นกลางไม่น้อย
ยกตัวอย่าง คดียิงอาร์พีจีถล่มกระทรวงกลาโหมและจับผู้ต้องหาได้ นายธาริตแถลงทันทีว่า ผู้ต้องหาต้องการยิงวัดพระแก้วต่างหาก เล่นเอาคนรุมสาปแช่งทั้งประเทศ แต่สื่อกลับเจาะข่าวมาได้ว่า ไม่มีข้อกล่าวหานี้ในสำนวนที่ส่งฟ้องศาลแถมตำรวจยังบันทึกว่า ผู้ต้องหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอีกด้วย
นายธาริตเสียศูนย์อย่างมาก และถูกมองว่า ทำตัวรับใช้อำนาจรัฐ สุดจิตสุดใจ จนเกินงาม
แต่นั่นล่ะที่แกนนำนปช. บางคนเพิ่มเงื่อนไขว่า ต้องให้นาย สุเทพไปมอบตัวกับกองปราบฯนั้น หากจะช่วยกันจริง ไม่ว่าดีเอสไอหรือกองปราบฯ ก็ช่วยได้ทั้งนั้น ข้ออ้างนี้ จึงฟังไม่ค่อยขึ้น และที่จริงก็ยังมีคดีที่พรรคเพื่อไทยไปยื่นไว้ที่ “ป.ป.ช.” เลียนแบบคดี 7 ตุลาฯที่ประชาธิปัตย์เคยยื่นด้วย
อีกอย่างนายธาริตยืนยันว่า การรับทราบข้อกล่าวหาของนาย สุเทพครั้งนี้ เท่ากับเป็นการเริ่มต้นเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เพราะมีการโอนคดีมาที่ดีเอสไอ ก็ต้องเชื่อ ถ้านายธาริตพูดไม่จริง สังคมก็เป็นพยานเอง
วันนี้ นปช. ควรกลับบ้าน ถ้ากลับแล้ว ก็ขอบคุณ และ เมื่อได้รับการประกันตัวแล้ว (ตามที่ตกลงกันไว้) ก็เตรียมตัวไปสู้คดีใน “ศาลสถิตยุติธรรม”เหมือนฝ่ายรัฐบาลต่อไป นี่คือสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็น
ใครขัดขวาง ผู้คนทั้งแผ่นดิน จะประณามเองแหละ !!!.
ดาวประกายพรึก
วัดใจ
ที่มา ข่าวสด
การเจรจาระหว่างม็อบเสื้อแดงกับรัฐบาล มีแนวโน้มจะดีขึ้น เมื่อแกนนำนปช.แถลงยอมรับโรดแม็ปปรองดองของ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ยอมรับทั้งวันยุบสภาช่วง 15-30 ก.ย. และวันเลือกตั้งใน 14 พ.ย.
แต่ที่ยังไม่ประกาศเลิกชุมนุมก็เพราะติดขัดปัญหาเล็กๆ น้อยๆ
แกนนำนปช.เห็นว่ารองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่จริงใจ ไม่ยอมเข้ามอบตัวกับกองปราบฯ คดีสั่งสลายม็อบแดง 10 เม.ย. เลือด แต่กลับไปมอบตัวที่ดีเอสไอแทน
ยังมีเรื่องที่คุยกันไม่จบ การประกันตัว 24 แกนนำนปช. ทั้งคดีก่อการร้าย ล้มล้างสถาบัน
นปช.ยืนยันจะเข้ามอบตัวทั้งหมด และต้องให้ประกันครบทุกคน แต่รัฐบาลบอกว่าคนอื่นประกันได้ ยกเว้นนาย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำพันธุ์ฮาร์ดคอร์
เพราะติดขั้นตอนที่กระบวนการยุติธรรม
เชื่อว่าเมื่อเคลียร์ตรงนี้จบเมื่อไหร่ แกนนำมอบตัว ม็อบแดงกลับบ้านแน่
เตรียมพร้อมกันไว้แล้ว ทั้งรถบัส รถไฟ ขนพรึบเดียวเกลี้ยงราชประสงค์
ในห้วงเวลาเดียวก็เกิดความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับคดีความของบรรดาแกนนำม็อบพันธมิตรฯ ขึ้นมา
เมื่อพล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วยผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีม็อบเหลืองบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ช่วงเดือนพ.ย.ปี"51
สรุปสำนวนคดีสั่งฟ้อง 36 แกนนำพันธมิตรฯ อาทิ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายกษิต ภิรมย์ ฯลฯ
ส่งให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ออกหมายจับในข้อหาก่อการร้าย!!
คดีนี้ล่วงเลยมานานเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่คืบหน้า ยิ่งช่วงนายกฯ อภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศ คดีก็ยิ่งอืด
จนกลายเป็นประเด็น 2 มาตรฐาน
1 ในข้อหาที่ม็อบเสื้อแดงใช้เป็นเงื่อนไขในการชุมนุมขับไล่นายกฯ
ย้อนไปดูก็ทะแม่งๆ จริงๆ
คดีนี้ออกหมายเรียก 36 แกนนำพันธมิตรฯมารับทราบข้อหานานแล้ว แต่ทั้งหมดปฏิเสธจะเข้าพบตำรวจ
ต่อมาต้นเดือนมี.ค. ตำรวจเสนอรรท.ผบ.ตร.ออกหมายจับ แต่ถูกปฏิเสธ
11 มี.ค. ที่ผ่านมา ก่อนม็อบแดงจะนัดชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้าฯแค่วันเดียว ตำรวจหอบสำนวนการสอบสวนปึกใหญ่ไปขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ 36 แกนนำพันธมิตรฯ
แต่กลับโดน "ผู้ใหญ่" โทร.เบรกที่บันไดศาล-ซะงั้น
มาคราวนี้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มพยานหลักฐาน เสนออนุมัติหมายจับเป็นครั้งที่ 3
ก็ต้องดูกันว่าจะอนุมัติหรือไม่
แกนนำนปช.โดนข้อหาก่อการร้ายก็ประกาศพร้อมมอบ ตัวสู้คดี
แกนนำพธม.โดนข้อหาเดียวกัน แต่มีมือที่มองไม่เห็นถ่วงคดีไว้
ต้องวัดใจทั้ง นายกฯ อภิสิทธิ์ และ พล.ต.อ.ปทีป
ว่าจะพยักหน้าหรือส่ายหัว!?
นักสันติวิธีเตือน"แดง-รัฐบาล"ถอยคนละก้าว
ที่มา ข่าวสด
สถานการณ์ดูผ่อนคลายลงหลังนายกฯ ประกาศโรดแม็ปปรองดอง
โคทม อารียา/น.พ.วันชัย วัฒนศัพท์
แต่เมื่อข้อตกลงของ 2 ฝ่าย ไม่นำไปสู่ข้อยุติที่ลงตัว แกนนำกลุ่มนปช.ยังประกาศปักหลักชุมนุมต่อไป ขณะที่รัฐบาลใช้มาตรการข่มขู่กดดัน
บรรยากาศความปรองดองเริ่มจางหายทดแทนด้วยความอึมครึมขึ้นอีกระลอก
นักสันติวิธีคิดเห็นอย่างไรกับสถานการณ์เปราะบางเช่นนี้
โคทม อารียา
ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผมเห็นว่านปช. น่าจะประกาศยุติการชุมนุมได้ ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ก็ประกาศเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามที่ถูกกล่าวหา ก็ไม่น่าจะมีปัญหา หากทำอย่างนี้ทุกอย่างก็จบ
เมื่อทุกฝ่ายบอกว่าต้องการสงวนเลือดเนื้อของประชาชน นปช.ที่ยังเกี่ยงงอนอยู่ก็ต้องเลิกเกี่ยงงอนได้แล้วโดยยุติการชุมนุมไป ส่วนรัฐบาลก็เสียสละให้นายสุเทพแสดงออกถึงความรับผิดชอบ อาจไม่ถึงกับเสียสละมากมายแต่อาจเสียหน้านิดหน่อย
นปช.ต้องยุติการชุมนุมจริงๆ นายกฯ ก็ต้องยืดหยุ่น เรื่องการยุบสภาและประกาศวันเลือกตั้ง 14 พ.ย. ที่เป็นสาระ เมื่อนปช.ประกาศรับแผนปรองดองแล้ว การแสดงท่าทีแตกแยกก็ไม่น่าจะมีแล้ว ยกเว้นปัญหาเรื่องมอบตัว ที่แกนนำกลัวไม่ได้รับการประกันตัว
รัฐบาลก็ประกาศเลยว่าไม่ต้องกลัว เพราะทุกอย่างจะต้องเข้ากระบวนการปรองดอง ประเด็นอยู่ที่นปช. ไม่ยอมประกาศยุติการชุมนุม มีคำว่า "แต่" มากเกินไป ทั้งที่น่าจะยุติได้โดยไม่มีเงื่อนไข นปช.กำลังพูดไปเรื่อยจนคนชักไม่มั่นใจนปช.
ถ้านปช.บอกจะยุติวันที่ 14 พ.ค. ก็น่าจะยุติแน่ๆ ก็ชุมนุมครบ 2 เดือนพอดี ส่วนนายสุเทพ ก็ใจกว้างนิดหนึ่ง แต่ตอนนี้มันติดนิดเดียว เรื่องใหญ่คือเรื่องปรองดอง เพราะยุบสภาเลือกตั้งใหม่เราก็กำหนดหมดแล้ว
อยากบอกว่าบรรยากาศวันนี้กลับมาอึมครึมอีก ก็รู้สึกเสียดายเพราะชีวิตมนุษย์มีค่ามาก แต่ก็พูดยาก คบไฟใกล้ดินประสิว สะเก็ดไฟติดย่อมลุกวูบวาบ
ผมคิดว่าที่ ศอฉ. บอกว่าจะใช้ความรุนแรงก็เหมือนอยู่ใกล้ไฟ ผมคิดว่าเราอย่าเดินใกล้หน้าผา ที่บอกจะไม่ตกหน้าผา อย่างไรก็น่ากลัวอันตรายตกหน้าผาได้ทุกเมื่อ
นปช.ที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขหลักการทั้งที่รับกระบวนการปรองดองหมดแล้ว ยังคงมี "แต่" มาหลายวันแล้ว ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
กระแสสังคมที่เอาใจช่วยนปช. เมื่อเห็นว่านปช.วันนี้ไม่ยอมฟังใคร นปช.ก็ต้องทบทวนเหมือนกัน อย่าให้สิ่งที่ตัวเองเรียกร้องมาตลอดทั้งเรื่องความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำก็ดีสูญเปล่า
ถ้าวันนี้นปช.ทำให้เสียหายหมด สุดท้ายก็จะเสียหายทั้งขบวน
น.พ.วันชัย วัฒนศัพท์
ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า
นารี เจริญผลพิริยะ/ดิเรก ถึงฝั่ง
อดีตผู้ประสานงานเครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม ช่วงวิกฤต "ม็อบเสื้อเหลือง"
วันนี้มาถึงจุดที่ยาก แต่ก็ต้องพยายามทั้งคู่ ต้องเข้าใจกระบวนการเจรจาว่าไม่ใช่การต่อรอง แต่การเจรจาโดยกระบวนการวิธีการต้องมีหลักสากลในการเจรจา
ผมเป็นกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ เราได้สำรวจทั้งกรรมการและนักวิชาการกว่า 100 คน สรุปว่าควรมีการเจรจา โดยมี 7 ขั้นตอน ในการเจรจา คิดว่าสภาวิจัยฯ น่าจะส่งให้นายกฯ ดูแล้ว การเจรจาไม่ใช่การเอาแพ้เอาชนะกัน
วันนี้นายวีระ มุสิกพงศ์ ถือเป็นตัวเชื่อมกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ที่สำคัญ ผมยังคิดว่าน่าจะต่อสายติดอยู่ ต้องพยายามต่อไป สิ่งที่อยากฝากคือคนที่เอาคนมาเป็นหมื่นเป็นแสนคนหากจะหยุด ก็ต้องตอบโจทย์ว่าทำไมเลิก
สิ่งสำคัญของผู้ทำหน้าที่เจรจาต้องเข้าใจ ช่วยคิด ตอบโจทย์ที่ยอมเลิกง่ายๆ อย่าไปมองว่านปช.ยึกยัก คิดว่าน่าจะต่อเวลาในการพูดคุยกันอีกได้ ส่วนสัปดาห์หน้าโรงเรียนก็น่าจะเลื่อนเปิดได้
เราต้องพยายามอย่างที่สุดอีกที ให้สังคมเห็นว่าเราพยายาม ประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งก็นำมานั่งเจรจากันเมื่อยุติได้แล้ว
จากภาษาท่าทางที่ออกมา ผมฟังดูว่านปช.ก็ยังอยากปรองดอง แต่มีประเด็นนิดๆ หน่อยๆ ถ้าตกลงได้ไม่กลัวเสียหน้า ก็ทำความเข้าใจเจรจากันในประเด็นที่ตกลงไม่ได้
ขณะนี้แค่เป็นการต่อรองยังไม่ได้เจรจา นายกฯ ก็ต้องมีภาษาท่าทาง จะให้ยอมทุกอย่างไม่ได้ เพราะคนยืนอยู่หลังนายกฯ จะมองนายกฯ ยอมเสื้อแดงทุกเรื่องไม่ได้ ประเด็นที่ประกาศก็ต้องเข้าสู่โต๊ะเจรจา
ผมไม่แน่ใจท่าทีนปช. เพราะฟังนปช.บางคนก็ยอมรับข้อเสนอ แต่คุยกันแล้วก็น่าจะมีปัจจัยเหตุผลบางอย่าง หรือคนที่อยู่ต่างประเทศบอกว่ายังไม่ใช่หรือไม่ ก็น่าจะพยายามต่อไป
ภาษาท่าทางที่ต้องแสดงออกมาหรือทางลับที่คุยกัน เอาจุดเล็กๆ มาคุยกัน ขณะที่เป้าใหญ่คือการปรองดอง แล้วค่อยมาคุยวันยุบสภา วันเลือกตั้ง
ส่วนที่ศอฉ.จะเข้าสลายการชุมนุม คิดว่ายังไม่น่าทำ ถ้าเข้าไป คนอยู่กันจำนวนหนึ่งภาพออกมาย่อมมีเลือดตกยางออก ภาษาท่าทางที่เอาจริง
ทั้งหมดเป็นกระบวนการที่เราต้องเข้าใจแต่ละฝ่าย
นารี เจริญผลพิริยะ
หัวหน้าโครงการสันติอาสาสักขีพยาน
โดยหลักการแล้วความขัดแย้งจะแก้ได้ต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย ถ้ากระทำแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็คงจะไม่สำเร็จ
การจะได้รับความร่วมมืออาจเกิดจากการที่ข้อเรียกร้องได้รับการตอบสนอง ขณะนี้ข้อเรียกร้องแรกของผู้ชุมนุมต้องถือว่าได้รับการตอบสนองแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่คือความไม่ไว้วางใจ
ไม่ใช่การไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับข้อตกลง แต่เป็นการไม่ไว้วางใจต่อการรับผิดชอบต่อการตาย ว่าจะดำเนินคดีทั้งสองฝ่ายหรือไม่ ผู้ชุมนุมยังเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีอยู่ฝ่ายเดียว
ข้อเสนอของคนในฐานะที่ต้องการให้เกิดความปรองดอง คือถ้าจะให้ยุติธรรมก็มอบตัววันเดียวกันเสียเลย
แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ต้องการให้คู่กรณีมอบตัว เป็นความต้องการที่แท้จริงของผู้ชุมนุมด้วยหรือไม่ เนื่องจากเหตุผลการชุมนุมที่ผ่านมาข้อเรียกร้องแรกได้รับการตอบสนองไปแล้ว ตอนนี้ถ้าจะเปิดข้อเรียกร้องใหม่ก็ไม่แน่ใจว่าสาธารณชนจะยอมรับหรือไม่
คนอาจรู้สึกว่าต่อไปจะมีเรื่องใหม่ๆ ขึ้นมาอีกหรือเปล่า ถ้าไม่อยากให้เสียแนวร่วมควรให้ข้อเรียกร้องจบเป็นเรื่องๆ จะดีกว่า ถ้ายื้อไปนานจะเสียแนวร่วมมากกว่าจะได้การสนับสนุน
ในส่วนของรัฐบาล อย่าใจร้อนจนเกินไป ตอนนี้ไฟอาจจะใกล้มอดแล้ว ถ้ารัฐบาลใช้กำลัง ไฟอาจจะลุกขึ้นมาอีก
ที่รัฐบาลบอกว่าจะมีการเลือกตั้ง นี่คือสัญญาประชาคม ผู้นำพูดออกมาแล้วต้องรักษาคำพูด การที่นายกฯ ออกมาบอกยกเลิก ไม่แน่ใจว่าเขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ ตั้งใจจะล้มเลิกจริงๆ หรือเป็นการขู่ให้อีกฝ่ายลดข้อต่อรอง
ตอนนี้รัฐบาลลดราวาศอกลงแล้วหลายเรื่อง ในขณะที่ผู้ชุมนุมยังมีข้อต่อรองใหม่ๆ เลยไม่แน่ใจว่าที่บอกเลิกวันเลือกตั้ง นี่เป็นท่าทีที่จะบอกอีกฝ่ายหนึ่งว่า ฉันให้เต็มที่แล้ว ฉันจะไม่ยอมลดลงไปกว่านี้แล้วหรือไม่
ถ้าเป็นเพียงแค่สัญญาณบอกกับฝ่ายตรงข้าม การเลือกตั้งอาจจะไม่ได้ล้มไปจริงๆ
ไม่แน่ใจว่าผู้นำการชุมนุมจะอ่านสัญญาณนี้ออกหรือไม่ ถ้าอ่านไม่ออกก็อาจเกิดปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นได้ เพราะขณะนี้ผู้ชุมนุมเองไม่เป็นเอกภาพ ฝ่ายที่นิยมความรุนแรงในหมู่ผู้ชุมนุมพยายามเข้ามามีอำนาจ จึงยังคาดเดาทิศทางได้ยาก
แผนปรองดองจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 1-2 วันนี้ว่าผู้ชุมนุมจะยอมลงให้หรือไม่ ถ้าเขาไม่ยอมลงและคนข้างเคียงเกิดอยากจะใช้กำลังขึ้นมา มันก็จะตีไปอีกทิศทางหนึ่ง
ตอนนี้สถานการณ์คล้ายกับอยู่บนโต๊ะบิลเลียด เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้าผู้ชุมนุมยังไม่ตอบรับออกมาชัดเจน การที่แผนปรองดองจะเดินหน้าต่อไปก็คงลำบาก
เพราะการจะเดินต่อไปได้นั้นต้องได้รับความร่วมมือและความร่วมมือนี้บังคับกันไม่ได้ ต้องมีความไว้วางใจซึ่งกันและกันก่อน
โดยยุทธวิธีของการชุมนุมต้องมีการด่าทอกัน ทำให้เกิดความเกลียดชัง และกว่าจะทำให้คนที่เกลียดชังกลับมาไว้วางใจกันได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร
เรื่องนี้คงไม่ง่ายสักเท่าไหร่
ดิเรก ถึงฝั่ง
ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์
จากการได้คุยกับนายกฯ ท่านยืนยันว่ามีความตั้งใจปรองดองอย่างจริงจัง พยายามหาทางคลี่คลายสถานการณ์
แต่เมื่อนายกฯ ยังไม่ประกาศวันยุบสภาให้ชัดเจนก็จะยังไม่เกิดความไว้วางใจกัน ยังเกิดความระแวงซึ่งกันและกัน ไม่เกิดความเชื่อมั่นต่อกัน ดังนั้น ต้องแสดงความจริงใจออกมาให้เห็น
นายกฯ ต้องยืนยันโรดแม็ปเหมือนเดิม ประกาศวันยุบสภาให้ชัดเจนและให้มีการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. ตามเดิม ขอให้สองฝ่ายใช้ความอดทน หาทางพูดคุยกันอีก ลดเงื่อนไขของแต่ละฝ่ายลง
เพราะการใช้ความรุนแรงไม่ได้ประโยชน์อะไรกับบ้านเมือง มีแต่จะซ้ำเติมให้บ้านเมืองบอบช้ำ รัฐบาลอย่าใช้วิธีสลายการชุมนุมโดยเด็ดขาด ผมเชื่อว่ายังมีหนทางที่จะเจรจากันได้
การเตรียมรถหุ้มเกราะลุยเข้าไปผู้ชุมนุมหรือขู่ตัดน้ำ ตัดไฟ มันไม่ได้ประโยชน์ ต้องเข้าใจว่าการเจรจาไม่มีใครได้ใครเสียร้อยเปอร์เซ็นต์ ฝากวิงวอนไปยังสองซีกต้องหาทางปรองดองกันด้วยความจริงใจ
ฝากไปยังคุณสุเทพ เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงยื่นเงื่อนไขให้ไปมอบตัวกับกองปราบปราม ท่านควรเสียสละเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
หากไปมอบตัวกับกองปราบปรามแล้วกลุ่มคนเสื้อแดงสลายการชุมนุมไปจากสี่แยกราชประสงค์ แยกย้ายกลับตามภูมิลำเนา คนที่จะได้รับการสรรเสริญยกย่องคือคุณสุเทพ เพราะเป็นคนคลี่คลายวิกฤตให้บ้านเมือง
เป็นการวัดใจกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะสลายการชุมนุมอย่างที่ประกาศไว้หรือไม่ ถ้าเบี้ยวไม่ยอมสลายการชุมนุม ฝ่ายคนเสื้อแดงก็จะถูกกระแสสังคมต่อต้านในที่สุด
ส่วนคุณสุเทพ เมื่อมอบตัวแล้วก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีในเรื่องการประกันตัว
การมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามตามเงื่อนไขของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ใช่การเสียศักดิ์ศรี แต่ตรงกันข้าม แม้ทำแล้วใครจะคิดว่าเสียศักดิ์ศรี แต่สิ่งที่ทำนั้นเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง สังคมจะเห็นใจคนนั้น
หากไม่เชื่อคุณสุเทพ ลองทำดู ผมว่าจะมีแต่คนเข้าใจและยกย่อง
กระแสสังคมเริ่มโล่งอกเมื่อนายกฯ ประกาศปรองดองกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่หากนายกฯ ล้มโรดแม็ป บ้านเมืองจะหาทางออกได้ยาก เมื่อประกาศออกไปแล้วต้องทำ
โรดแม็ปทั้ง 5 ข้อ เป็นแนวทางเดียวกันกับรายงานฉบับ "สมานฉันท์ สร้างสันติสุข" ที่คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอไปให้พิจารณา
วันนี้ฝ่ายค้าน นปช. กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่ายอมรับโรดแม็ปของนายกฯ ดังนั้นนายกฯ ต้องเดินหน้าต่อไป ถ้าไม่ทำ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
หากไม่ยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามที่นายกฯ ประกาศไว้ ความปรองดองก็ไม่เกิด
โรดแม็ปก็ทำไม่สำเร็จ
อ๋อยบี้มาร์ค เลิกคิดทุบม็อบ
ที่มา ข่าวสด
"จิ๋ว"เปิดบ้าน รับอวยพรวันเกิด 78 ปี เชื่ออีก 1-2 วันวิกฤตการเมืองทุกอย่างจบ ปรามกองทัพอย่าใช้กำลังเข้าสลายม็อบ "อภิวันท์"เผยช่วยเคลียร์"แม้ว-นปช." ระบุประสานงานล่าสุด รัฐบาลรับปากจะให้ประกันตัวแกนนำเสื้อแดง หากเข้ามอบตัว เพราะถ้าจับขังไม่ให้ประกัน สถานการณ์ลุกเป็นไฟแน่ "จาตุรนต์"แนะ"อภิสิทธิ์"ทบทวนท่าทีด่วน เลิกคิดใช้กำลังเข้าสลายม็อบ ไม่เช่นนั้นจะเป็นความผิดพลาดที่ต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เตือนทหารอย่าเป็นเครื่องมือรัฐบาลเข่นฆ่าประชาชน ปชป.อัด "แม้ว" ตีสามหน้า อ้าง "สุเทพ"เข้าพบดีเอสไอ ถือเป็นการมอบตัวแล้ว ทวงสัญญาเสื้อแดงสลายการชุมนุม บอกเลื่อนยุบสภา-เลือกตั้งใหม่ ไม่เกี่ยวกับแผนปรองดอง "กษิต"ทำจดหมายถึงรมต.ต่างประเทศทั่วโลก ชี้แจงสถานการณ์การเมืองในไทย
"จิ๋ว"เผยอีก 1-2 วันวิกฤตจบ
เวลา 09.00 น. วันที่ 13 พ.ค. ที่บ้านพักซอยปิ่นประภาคม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย จัดงานวันเกิดครบ 78 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 15 พ.ค. โดยมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระและจัดซุ้มอาหารต้อนรับแขกเหรื่อ ตลอดช่วงเช้ามีนักการเมืองเข้าร่วมอวยพรโดยเฉพาะส.ส.พรรคเพื่อไทยที่เคยอยู่พรรคความหวังใหม่ และพรรคอื่นๆ อาทิ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน รวมทั้งสมาชิกพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา นางสุนีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค เป็นต้น
พล.อ.ชวลิตให้สัมภาษณ์ว่า อายุ 78 ปีแต่ถ้านับแบบจีนก็ 79 วันเกิดไม่ต้องการอะไรนอกจากให้บ้านเมืองสงบ ขอให้คนในบ้านเมืองเชื่อมั่นสถาบันหลัก เชื่อมั่นว่าวิกฤตบ้านเมืองขณะนี้ 1-2 วันจะแก้ไขได้ จบลงด้วยดี เมื่อถามว่าหมายถึงการเจรจาใช่หรือไม่ พล.อ. ชวลิตกล่าวว่า ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเจรจาอย่างเดียวถึงจะจบ รัฐบาลก็อยากให้จบ ส่วนคนเสื้อแดงมุ่งหวังให้การเมืองการปกครองของเราเป็นธรรม ยุติธรรม ขณะนี้รัฐบาลหวังจะดูแลสถาน การณ์ให้ดีขึ้น กองทัพเองก็น่ารัก ทำหน้าที่เรียบร้อย เชื่อมั่นว่าจะไม่สลายการชุมนุม ไม่ใช้ความรุนแรง เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง รัฐบาลต้องรู้อยู่แล้ว แม้จะมีข่าวเรื่องการนำกำลัง การพยายามนำส่วนนั้นส่วนนี้ เช่น ไปนำพวกกลุ่มอาชีวะมา เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น ส่วนข่าวการเจรจาลับตนไม่ทราบ ไม่ได้มาเจรจาประสานกับตน แต่เชื่อว่ากองทัพยังยึดมั่นหลักการอยู่ข้างประชาชน คงรู้และเข้าใจว่าหากสลายแล้วประชาชนจะบาดเจ็บล้มตาย ขณะนี้มีสัญญาณดีที่ทุกฝ่ายจะหันหน้ามาคุยกัน
เชื่อ"มาร์ค"ไม่เลื่อนเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าความแตกแยกของแกนนำ นปช. จะทำให้ปัญหาบานปลายหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ความแตกแยกของแกนนำเป็นความแตกแยกเพื่อเอกภาพ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ต้องรับรู้ว่าคนทั้งแผ่นดินต้องการการปกครองเป็นธรรม มีเสรีภาพ ในส่วนของตนไม่มีคนจากรัฐบาลหรือกองทัพมาประสานเจรจา เพียงแต่มีการแจ้งข่าวจากพี่น้อง หรือคนที่เคยรู้จักในกองทัพรายงานข่าวให้ทราบ เมื่อถามว่ามีการร้องเรียนให้รัฐบาลรับผิดชอบกรณีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องเรียกร้อง รัฐบาลต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เมื่อถามว่านายกฯ ระบุถ้า นปช.ไม่ยุติการชุมนุมจะไม่มีการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า นายกฯ เองก็กังวลใจ อยากให้ปัญหาจบ เชื่อว่าไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง เมื่อถามถึงเหตุรุนแรงใช้เอ็ม 79 ก่อเหตุหลายครั้ง พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมีคนมือบอนเยอะ การควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์ที่นำมาใช้ก่อเหตุควบคุมได้น้อย
เมื่อถามถึงข่าวส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนสนับสนุนลงเลือกตั้งครั้งหน้า พร้อมชูให้เป็นนายกฯ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ตอนนี้ไม่ได้เป็นส.ส. เป็นไม่ได้ ตนเข้ามาทำงานทั้งที่ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้วครั้งหนึ่ง อยากเข้ามาทำงานแก้ปัญหาให้บ้านเมือง เมื่อสามารถเดินหน้าแก้ปัญหาและบรรลุผลได้ถือว่าภารกิจจบ เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณโทร.มาอวยพรวันเกิดหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า คงยังไม่ตื่น เมื่อถามว่าจะไปขอพรจากพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า อยากไปอยู่ แต่ต้องขออนุญาตท่านก่อน พล.อ.เปรมเป็นคนที่เคารพ คงเปลี่ยนแปลงไม่ได้
"เหนาะ"ย้ำให้นายกฯลาออก
นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้สัมภาษณ์ว่า บ้านเมืองขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่เดินต่อไปไม่ได้ หากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ไม่ลาออก เวทีสภาก็ทำหน้าที่ไม่ได้ ฝากถึงกองทัพว่าทำอะไรเป็นประโยชน์เพื่อประเทศชาติได้หรือไม่
นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.หลายคนอยากให้พล.อ. ชวลิตมีพลังขับเคลื่อนนำส.ส.เป็นเหมือนหลักในการแก้ปัญหา วันเกิดท่านก็ได้อวยพรให้เป็นหลักต่อไป ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ จัดเลี้ยงอาหารแกนนำ นชป.ภาคอีสานทุกคน ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และรักษากลุ่มมวลชนกับพรรค เพื่อขับเคลื่อนมวลชนยามวิกฤตและจะเลี้ยงกระชับมิตรทุกๆ เดือน
ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ระบุจะไม่ยุบสภาและไม่มีการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. รวมทั้งให้ ศอฉ.ใช้มาตรการกดดันปิดล้อมคนเสื้อแดงเพื่อขอพื้นที่ราชประสงค์คืน ว่า ทราบว่ามีการนำรถหุ้มเกราะจากค่ายอดิศร จ.สระบุรี 20 คัน เตรียมกระสุนจริงและกระสุนยาง อย่างละ 1.2 แสนนัด ซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น ถ้าสลายการชุมนุมอาจนำไปสู่สงครามกลาง เมืองแล้วลุกลามเป็นสงครามทั่วประเทศ วิธีปรองดองที่แท้จริงที่นำไปสู่ความสมานฉันท์รัฐบาลต้องจริงใจ ไม่ใช่สักแต่พูด แต่การกระทำกลับปองร้ายข่มขู่ เช่น ตัดน้ำ ตัดไฟ รัฐบาลกำลังจุดไฟเผาเมือง ทำ ความขัดแย้งให้บานปลาย ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายยับเยิน
เพื่อไทยแถลงเรียกร้อง 5 ข้อ
โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามแนวทางปรองดอง 1.สั่งการให้ดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินคดีสลายการชุมนุม 10 เม.ย. พร้อมแจ้งข้อหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศอฉ. และกรรมการ ศอฉ. 2.ให้นายสุเทพมอบตัวกับดีเอสไอหรือตำรวจในฐานะผู้ต้องหา พิมพ์ลายนิ้วมือและทำทะเบียนประวัติ 3.นายสุเทพต้องลาออกจากรองนายกฯ และ ผอ.ศอฉ. เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการสอบสวน 4.ยก เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ความมั่นคง ถอนทหารกลับกรมกอง 5.เลิกปิดกั้นสื่อที่เห็นต่างจากรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การประชุมกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราช สีมา พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหารือถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าเป็นไปตามข้อกล่าวหาการก่อการร้าย มีอาวุธสงครามหรือไม่ ซึ่งพล.ต.หญิงดวงกมล สุคนธทรัพย์ รองผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย บก.สส. มาชี้แจงพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสันติบาล ยืนยันว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงไม่ว่าแยกราชประสงค์หรือสะพานผ่านฟ้าฯ ไม่มีอาวุธสงครามหรือเข้าข่ายขบวนการก่อการร้าย ทั้งนี้ 2 หน่วยงานไม่ได้เป็นกรรมการ ศอฉ. แสดงว่ารัฐบาลตั้งธง ตั้งข้อหา มุ่งจัดการ ขอเตือนนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพว่าการตั้งธงไว้ล่วงหน้าเช่นนี้จะนำไปสู่ความแตกแยกจนเกิดสงครามกลางเมือง
"กษิต"แจงทูต-แผนบีบม็อบ
เวลา 09.45 น. ที่ท้องสนามหลวง นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายกษิตไม่สิ้นสุดลง กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหายื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณีทำหนัง สือลับถึงนายกฯ ให้เร่งดำเนินคดีกับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ว่า รู้สึกเฉยๆ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ใครอยากมุ่งอะไรอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะข้อเท็จจริงมันคงอยู่อย่างนั้น เพียงแต่ต้องไปเสียเวลา ต้องใช้เวลา ต้องไปรบกวนศาลรัฐธรรมนูญโดยใช่เหตุ แต่ตนยังมีอีกหลายคดีไม่เฉพาะคดีนี้ เมื่อถามว่าดูเหมือนจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษหลังหลุดคดี นายกษิตหัวเราะก่อนกล่าวว่า "ผมอารมณ์ดีทุกวัน ไม่เคยไม่อารมณ์ดี ไม่เกี่ยวกัน"
นายกษิตกล่าวถึงการเชิญคณะทูตานุทูตและตัวแทนหอการค้าทั่วโลกมาพบเมื่อวันที่ 12 พ.ค. เพื่อชี้แจงมาตรการตัดน้ำตัดไฟบริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อกดดันให้กลุ่มคนเสื้อแดงสลายการชุมนุม ว่า พื้นที่ราชประสงค์และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นที่ตั้งสถานทูตรวม 17 แห่ง จึงจำเป็นต้องแจ้งให้คณะทูตานุทูตรับทราบแนวทางในการปฏิบัติล่วงหน้า และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการซึ่งจัดตั้งขึ้นที่กรมพิธีการทูต มีฝ่ายความมั่นคงร่วมด้วย แต่จนขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินมาตร การตัดน้ำตัดไฟ เพราะยังอยู่ระหว่างหารือกัน
ยอมรับคิดต่าง"สุขุมพันธุ์"
เมื่อถามว่าคณะทูตานุทูตเป็นห่วงมาตรการตัดน้ำตัดไฟหรือไม่ นายกษิตกล่าวว่า คงไม่ เพราะหลายประเทศในโลกก็มีการประท้วง อาทิ จอร์เจีย กรีซ ทุกคนเข้าใจดี เพราะการบริหารราชการแผ่นดินของแต่ละประเทศมักมีการประท้วง มีการคัดค้าน ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามใช้ความอดทนอดกลั้นเป็นสำคัญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ก็พยายามพูดคุยกับคนทุกกลุ่ม รวมถึงขบวนการเสื้อแดงด้วย
ส่วนกรณีม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ออกมาติงกรณีกระทรวงการต่างประเทศเชิญนายเอริค จี. จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยมาพบเพื่อประท้วงกรณีผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ไปพูดคุยกับนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เห็นว่าอาจเป็นการสร้างปัญหา นายกษิตกล่าวว่า ก็แล้วแต่ ถือเป็นความเห็นของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ คงมีโอกาสนัดพูดคุยกันเรื่องนี้ ต่างคนต่างคิด แต่ตนคิดว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและเป็นหลักปฏิบัติโดยทั่วไป อะไรที่ทำแล้วเกินเหตุผลไปก็ต้องเตือนให้ทราบด้วยดี แต่ไม่ใช่การว่ากล่าว
รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า เมื่อ 10 วันก่อนได้เชิญคณะทูตฟิลิปปินส์พบเพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย พร้อมยื่นบันทึกช่วยจำให้ ซึ่งสถานทูตฟิลิปปินส์ได้ส่งบันทึกช่วยจำดังกล่าวเวียนให้ทุกสถานทูตรับทราบแล้ว ทุกสถานทูตได้ให้กำลังใจรัฐบาลในการทำงาน ขณะที่ทูตบางรายยังมาขอโทษหากทำอะไรไม่เหมาะสม นอกจากนี้ตนยังเดินสายไปพบผู้นำในหลายประเทศ
ทำจดหมายชี้แจงทุกประเทศ
"ผมยังได้เขียนจดหมายถึง รมว.การต่างประเทศทุกประเทศ เพื่อแจ้งวิวัฒนาการทางการเมืองของไทยว่ามีประเด็นปัญหาอยู่ที่ไหน และใครเป็นใครในขบวนการเสื้อแดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข่าวเปิดตามหน้าหนังสือพิมพ์ไปแล้ว นอกจากนี้ยังสะท้อนท่าทีของรัฐบาลไทยว่าได้ปฏิบัติทุกอย่างตามขั้นตอนและกฎหมาย ดังนั้น จึงไม่มีอะไรที่ใครต้องมาเป็นห่วงเป็นใย เพราะรัฐบาลนี้ไม่มีอะไรปิดบัง ไม่มีอะไรในกอไผ่" นายกษิตกล่าว
เมื่อถามว่าจนขณะนี้ยังมั่นใจหรือไม่ว่าประเทศไทยจะไม่เป็นรัฐที่ล้มเหลว นายกษิต กล่าวว่า ไม่มี จะไปมีได้อย่างไร เรายังบริหารงานได้ ทุกคนยังอยู่กันอย่างเป็นปกติสุข แต่มีชนกลุ่มน้อยเพียงนิดเดียวที่ก่อการสร้างความสับสนให้แก่บ้านเมือง สร้างความเสียหายเป็นหมื่นล้านบาทเพื่อบุคคลคนหนึ่งที่เคยเป็นอดีตนายกฯ ก็เท่านั้น แค่จุดเดียวของสังคมที่เดือดร้อน ส่วนอีก 99.99 เรียบร้อยดี ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าหลายประเทศกดดันรัฐบาลไทยไม่ให้สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง นายกษิตกล่าวปฏิเสธว่า ไม่มีใครมากดดัน นี่เป็นรัฐเอกราช เรามีอธิปไตย และในการชี้แจงข้อมูลกับคณะทูตานุทูตก็ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนใครจะไปบิดเบือนอะไรก็แล้วแต่ เช่น สื่อต่างประเทศบางสำนักก็ไม่ได้รายงานข้อเท็จจริง
ปชป.แฉ"แม้ว"ตีสามหน้า
ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุท รักษ์ โฆษกพรรคกล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงยืนยันชุมนุมต่อไปทำให้แผนปรองดองไม่มีเส้นกำหนดเรื่องวันยุบสภาหรือวันเลือกตั้งอีกต่อไป การชุมนุมไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยปกติ มีการ เตรียมการก่อวินาศกรรม เป็นไปได้ที่จะมีความสูญเสียมากกว่าเหตุการณ์ 10 เม.ย.หากสถาน การณ์ลุกลามบานปลาย กรณีพรรคเพื่อไทยจัดทีมเจรจากับแกนนำ นปช.น่าจะทำก่อนหน้านี้นานแล้ว การที่คนบ้านเลขที่ 111 เสนอให้ต่างชาติเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยและเจรจานั้น พรรคยินดีหากองค์กรอื่นๆ นอกประเทศจะเข้าสังเกตการณ์ ทั้งการคลี่คลายสถานการณ์และบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล แต่ไม่เห็นด้วยที่เอาคนต่างชาติเข้ามาเป็นคนกลางเจรจา
น.พ.บุรณัชย์กล่าวว่า มีรายงานข่าวจาก 3 กลุ่มที่อ้างว่าได้รับมอบอำนาจโดยตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นกระแสข่าวที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง คือกรณีกลุ่มกรุงเทพ 50 ได้รับการติดต่อจากพ.ต.ท.ทักษิณให้เข้าสู่การเจรจา โดยคนที่มีอำนาจเต็มเรื่องของคดีความ ขณะที่แกนนำฝ่ายความรุนแรงอย่างพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ระบุว่าถ้าพ.ต.ท.ทักษิณไม่สั่งจะไม่ยุติการชุมนุม แต่วันนี้นายนพดล ปัทมะ กลับพูดอีกทางหนึ่งว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่เอาเรื่องคดีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเจรจา การออกมาให้ข่าวลวงในลักษณะตีอย่างน้อย 3 หน้า มีส่วนทำให้กระบวนการปรองดองไม่เกิดขึ้น จงใจสร้างความสับสนกับผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับพ.ต.ท. ทักษิณ ทำให้เอกภาพของแกนนำไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ชี้"สุเทพ"ถือว่ามอบตัวแล้ว
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แกนนำเสื้อแดงอย่าบิดพลิ้วข้อตกลงที่ว่าหากนายสุเทพมอบตัวแล้วจะยุติการชุมนุม นายสุเทพมอบตัวที่ดีเอสไอเมื่อวันที่ 11 พ.ค. เพราะตามกฎหมายผู้รับผิดชอบคือดีเอสไอ และเป็นไปตามข้อเรียกร้องของกรรมการบริหารพรรค รวมถึงโฆษกพรรคเพื่อไทยที่เคยนำญาติผู้เสียชีวิตไปร้องที่ดีเอสไอก่อนจะมีมติให้เป็นคดีพิเศษ มีอำนาจหน้าที่สอบสวนคดี ตามมาตรา 23 พ.ร.บ.การสอบ สวนคดีพิเศษ นายสุเทพมอบตัวกับดีเอสไอจึงเป็นไปตามข้อกฎหมายและบรรลุข้อตกลง ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เป็นกรรมการ ศอฉ.ด้วยนั้น พล.ต.อ. ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ก็เป็นกรรมการ ศอฉ.ด้วย สัปดาห์หน้าโรงเรียนบริเวณดังกล่าวจะเปิดเทอม ขอให้ทางแกนนำทำตามสัญญา
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า วันเกิดพล.อ.ชวลิตถือโอกาสอวยพรให้สุขภาพแข็งแรง อยากเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยขอให้ได้เป็นโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากนายใหญ่ แต่ถ้าอยากเป็นนายกฯ อวยพรให้ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับศรัทธาประชาชน พล.อ.ชวลิตทำนายว่าการชุมนุมเสื้อแดงจะยุติใน 1-2 วัน ไม่ทราบว่าใช้สมมติฐานใด หรือมองจากความแตกแยกของแกนนำเสื้อแดง
ยัน"มาร์ค"ไม่เบี้ยวปรองดอง
นายเทพไทกล่าวด้วยว่า กังวลใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กระแสสังคมพยายามกดดันให้รัฐบาลทำอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจมีคนไม่พอใจผสมโรงจนเกิดความวุ่นวายควบคุมไม่ได้ ส่วนพรรคเพื่อไทยกล่าวหานายกฯ เบี้ยวกระบวนการปรองดองนั้น ไม่จริง การปรองดองกับการประกาศยุบสภา และกำหนดวันเลือกตั้ง 14 พ.ย.เป็นคนละเรื่อง แต่เกี่ยวเนื่องกัน การปรองดองเริ่มแล้วและจะเดินต่อไป ไม่ว่า นปช.ตอบรับเงื่อนไขหรือไม่
นายเทพไทกล่าวว่า ส่วนพรรคเพื่อไทยพยายามเป็นพระเอกตอนจบ ให้ส.ส.ไปเจรจากับแกนนำให้ยุติการชุมนุม แต่ต้องหน้าแตกเมื่อไม่ได้รับการตอบรับจากแกนนำ นปช.ที่ไม่ให้คุณค่าส.ส.เพื่อไทย แม้แต่เวทีปราศรัยก็ไม่อนุญาตให้ขึ้น ทำได้แค่ระดมคนมาร่วมชุมนุม การเลือกตั้ง 14 พ.ย.เป็นโมฆะ ส.ส.กลุ่มนกแลในพรรคเพื่อไทยคงดีใจออกนอกหน้าเพราะไม่อยากเลือกตั้งใหม่ กลัวคนมาแย่งที่นั่ง ยิ่งถ้ามีการนิรโทษกรรมบ้านเลขที่ 111 และ 109 ก็ยิ่งหวาดกลัวว่าจะมาแย่งที่นั่ง ส่วนร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยบอกว่าการเจรจาของรัฐบาลกับนปช. เป็นการแสดงละครของนายกฯ และนายสุเทพนั้น พรรคไม่ถนัดเรื่องแสดงละครตบตาประชาชน เราไม่สามารถหาสแตนด์อินที่มารับบทได้เหมือนคดีดาบยิ้ม รัฐบาลเสนอกระบวนการปรองดองด้วยความจริงใจ ไม่ใช่อย่างที่ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวหา
แฉ 10 ล.ปั้นพยานยุบปชป.
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคดียุบพรรค ว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญขยายเวลายื่นคำชี้แจงคดีอีก 15 วัน กรณีใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรค การเมือง 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์ ทำให้พรรคมีเวลาเรียบเรียงสำนวนและทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คาดว่าจะนำเสนอต่อนายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความได้ในวันที่ 17 พ.ค. ส่วนคดี 258 ล้านบาทที่ กกต.ส่งเรื่องถึงอัยการสูงสุดแล้วนั้น จะเสนอให้ที่ประชุมทำหนังสือชี้แจงอัยการสูงสุดในประเด็นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้ตามหลักการพรรคไม่จำเป็นต้องชี้แจงต่ออัยการสูงสุด แต่ถ้ามีข้อเท็จจริงบางเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมอาจให้อัยการสูงสุดสอบสวนเพิ่มเติมได้ ถ้าอัยการสูงสุดเห็นด้วยกับคำชี้แจงเรื่องอาจยุติในชั้นนี้
นายนิพิฏฐ์กล่าวถึงร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยพบกับอัยการสูงสุด ว่า ไม่ควรทำเช่นนี้ ที่กล่าวหาว่าพรรคได้เงิน จากกองทุนฯ 29 ล้านบาทแต่ใช้จริงเพียง 3 ล้านบาทนั้นก็ไม่จริง เป็นพฤติกรรมสร้างความสับสนให้สังคม ทำให้พรรคเสียหาย ถ้ายังไม่เลิกพฤติกรรมเช่นนี้ กดดันศาล อัยการ ตนจะฟ้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทให้พรรคเสียหาย ทั้งหมดอยู่ที่อัยการสูงสุดและศาลที่จะให้ความเป็นธรรม โดยไม่อยู่ภายใต้แรงกดดันของใคร
"ครั้งนี้ผมยกให้ แต่ถ้ามีครั้งต่อไปผมไม่เอาไว้ ผมกับร.ต.อ.เฉลิมเคยมีคดีความกันหลายครั้ง ผมชนะคดีทุกครั้ง ผมยังมีข้อมูลกระบวนการที่ต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ พบว่ามีบุคคลใช้เงินนับ 10 ล้านบาท จัดหาพยานเท็จมาแอบอ้างว่าเกี่ยวข้องกับพรรค พยายามเชื่อมโยงประเด็นเพื่อนำไปสู่การยุบพรรค" นายนิพิฏฐ์กล่าว
อภิวันท์ช่วยเคลียร์แม้ว-นปช.
ที่บ้านพักซอยปิ่นประภาคม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังเข้าอวยพรวันเกิดพล.อ. ชวลิต กรณีนายกฯ ยกเลิกวันยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ว่า เราต้องมองโลกในแง่ดีว่าต้องมีการเจรจาไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งท้อถอย ตนเองพยายามช่วยประสานงานในบางส่วน และจากการประสานพูดคุยกับแกนนำนปช. ล่าสุดมีเงื่อนไขต้องการให้นายสุเทพเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ เพื่อให้รู้สึกว่าการสลายการชุมนุม 10 เม.ย. กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ใช่จำเลยทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายถูกปราบปราม และยังกล่าวหาประชาชนเป็นผู้ก่อการร้าย อย่างไรก็ตามขณะนี้มีคนเสนอตัวพยายามช่วยเหลือเจรจาในทางลับกับทั้งสองฝ่าย อย่างวันนี้ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่มาร่วมอวยพรวันเกิดพล.อ.ชวลิต รับปากจะไปช่วยพูดคุยกับนาย สุเทพ ขอให้เป็นเงื่อนไขสุดท้ายจริงๆ ของกลุ่มคนเสื้อแดง ส่วนตัวเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจออกเป็นหมายเรียกนายสุเทพ โดยต้องให้เกียรตินายสุเทพ ไม่ต้องถึงขั้นให้พิมพ์ลายนิ้วมือ ส่วนข้อเรียกร้องให้เปิดสัญญาณพีทีวีนั้น เป็นการใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อยกเลิกก็จะกลับมาออกอากาศได้เหมือนเดิม
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แสดงความเห็นต่อเงื่อนไขของ นปช.บ้างหรือไม่ พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า ตนช่วยประสานทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ไว้แล้วในเรื่องข้อเรียกร้องให้นายสุเทพเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ พ.ต.ท.ทักษิณเห็นด้วย และบอกให้ตนช่วยไปพูดคุยกับนายจตุพร เพราะท่านเองก็สั่งนายจตุพรไม่ได้ การที่ระบุเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เข้ามาควบคุมมวลชน
ขังแกนนำระวังลุกเป็นไฟ
ส่วนแกนนำ นปช.ยื่นเงื่อนไขเรื่องการประกันตัว และความกังวลว่าฝ่ายรัฐจะใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สั่งควบคุมตัวแกนนำเป็นเวลา 30 วัน พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า จากการประสานงานครั้งสุดท้าย รัฐบาลรับปากจะให้ประกันตัวแกนนำ นปช.ได้ และตนแสดงความเห็นไปว่า หากมีการใช้อำนาจกักขัง 30 วันตรงนั้นจะทำให้ลุกเป็นไฟขึ้นมาใหม่ได้ เมื่อถามย้ำว่าเป็นการรับปากจากฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายความมั่นคง พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า เป็นการพูดคุยกับทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่าในการเจรจาฝ่ายรัฐบาลมีข้อแลกเปลี่ยนว่าหากพรรคเพื่อไทยมีโอกาสกลับมาจัดตั้งรัฐบาล ต้องไม่ส่งเรื่องการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธเข้าสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่สี่แยกคอกวัวให้ศาลอาญาระหว่างประเทศหรือไม่ พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ที่ผ่านมามีคนออกมาบอกว่าประเทศไทยไม่ได้ลงนามในสนธิสัญญาที่จะส่งต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ตนคิดว่าไม่จำเป็น เพราะหลายประเทศที่ไม่ได้ลงนามและมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เช่น รวันดา หรือแม้ไม่ใช่กรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เช่น ในยูโกสลาเวีย ที่อดีตผู้นำเผด็จการถูกองค์การสหประชาชาติส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมและสุดท้ายต้องจบชีวิตในคุก แต่ถ้าไทยจะให้เกิดความปรองดองจริงๆ ส่วนตัวเห็นด้วยกับที่ทูตหลายชาติเสนอว่าเราต้องให้อภัยกันจริงๆ อยากให้ปรองดอง ไม่อยากให้ทุกคนเจ็บซ้ำ
อ้างทูตเสนอนิรโทษ"ทุกสี"
พ.อ.อภิวันท์กล่าวว่า นอกจากนี้ในการประชุมร่วมหาทางออกและสร้างความปรองดองให้กับประเทศไทย ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา มีเอกอัครราชทูตหลายประเทศ นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี รวมถึงกลุ่มเฟรนด์ออฟไทยแลนด์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทูตบางประเทศในยุโรปเสนอว่าไทยต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นคือศูนย์เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ ด้วยการคืนความเป็นธรรม ซึ่งเห็นว่าต้องอภัยโทษ นิรโทษกรรมในคดีที่เกี่ยวกับการเมืองให้กับทุกสีทุกฝ่ายโดยย้อนกลับไปถึงวันที่ 19 ก.ย.49 แต่ความผิดฐานฆ่าคนตายความผิดต่อกฎหมายก็ต้องดำเนินการต่อไปตามกระบวน การยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีประเทศใดเสนอตัวเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยหรือไม่ พ.อ.อภิวันท์ตอบว่า มีทูตบางประเทศเสนอว่าน่าจะให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมจัดตั้งคณะทำงานที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบเหตุปะทะที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้การหาคนที่จะเป็นกลางเป็นเรื่องลำบาก รวมถึงช่วยผลักดันให้ความปรองดองเป็นผลสำเร็จได้
"อ๋อย"เตือน"มาร์ค"ระวังเสียใจ
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย และอดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ในช่วง 1-2 วันนี้มีแนวโน้มว่าสังคมไทยอาจถลำลึกสู่วิกฤตรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะการแก้ปัญหาที่ถูกทางและการเจรจาประนี ประนอมที่มีมาอย่างต่อเนื่องกำลังจะสะดุดหยุดลง สิ่งที่นายอภิสิทธิ์กำลังทำอยู่จะเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงชนิดที่จะเสียใจตลอดไป อยากเสนอให้นายกฯ ทบทวนท่าทีล่าสุดเสียใหม่ ต้องแสดงความเป็นผู้ใหญ่และจริงใจ เลิกตุกติกและทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับการปรองดอง นายกฯ ต้องเลิกล้มความคิดที่จะซื้อเวลาให้นานออกไปกว่าที่พูดไว้ โดยควรประกาศให้ชัดเจนว่าจะยุบสภาตามที่ประกาศไว้ อย่าโยกโย้ บิดพลิ้วต่อไป เลิกล้มแผนตัดน้ำตัดไฟและการใช้รถถังยานเกราะกับกองกำลังติดอาวุธเข้าคุกคามหรือสลายการชุมนุม รวมทั้งการเตรียมที่คุมขังแกนนำนปช. ทั้งที่รับปากไว้แล้วในการเจรจาว่าจะไม่คัดค้านการประกันตัว สิ่งที่รัฐบาลและศอฉ.กำลังทำอยู่มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
"ไม่เชื่อว่าทหารจะยอมเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนอีก แต่พฤติกรรมของรัฐบาลและ ศอฉ.กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความรุนแรงสูญเสีย รวมทั้งทำให้เหตุการณ์บานปลายไม่สิ้นสุด" นายจาตุรนต์กล่าว และว่า สำหรับการชุมนุมคนเสื้อแดงนั้น ข้อห่วงใยที่สำคัญที่สุดของคนเสื้อแดงขณะนี้คือต้องการหลักประกันว่านายกฯ และนายสุเทพ จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติ ธรรม สิ่งที่ควรทำก็คือทำข้อเรียกร้องนี้เป็นข้อสรุปที่ชัดเจน เมื่อบรรลุข้อเรียกร้องนี้แล้วก็ควรยุติการชุมนุมโดยเร็ว ไม่ควรมีข้อเรียกร้อง อื่นเพิ่มเติมที่จะทำให้การชุมนุมยืดเยื้อต่อไป
โพลชี้สังคมไทย 2 มาตรฐาน
วันเดียวกัน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลล์ สำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ 23 แห่ง หัวข้อ "ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจเพื่อการปรองดอง" ดังนี้ ประเด็นที่ว่าสังคมไทยมี 2 มาตรฐานจริงหรือไม่ ร้อยละ 56.3 เห็นว่ามีสองมาตรฐานจริง ร้อยละ 20.3 เห็นว่ามีมาตรฐานเดียว ส่วนความเป็นธรรมในสังคมไทยที่ควรแก้ไข ร้อยละ 33.1 ให้แก้สวัสดิการทางสังคมให้เท่าเทียมกัน อาทิ การศึกษาและสาธารณสุข ร้อยละ 30.1 ให้แก้ความเป็นธรรมด้านเศรษฐกิจ อาทิ การเข้าถึงโอกาสการมีอาชีพ การมีรายได้ ร้อยละ 22.6 แก้ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม สำหรับการนำหลัก "รัฐสวัสดิการ" มาใช้ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้สังคม ร้อยละ 60.9 เห็นด้วย ร้อยละ 18.8 ไม่เห็นด้วย อ้างว่าต้องใช้งบฯ สูงเป็นภาระผูกพัน ส่วนกระบวนการปรองดอง 5 ข้อที่นายกฯ เสนอ ร้อยละ 73.4 เห็นว่าแก้วิกฤตปัจจุบันได้ แต่ไม่มั่นใจว่าจะแก้วิกฤตในอนาคตได้หรือไม่
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์เสนอความเห็น 5 ข้อ เพื่อการปรองดองหลังการเลือกตั้ง คือ 1.ให้ร่างกระบวนการปรองดองทั้ง 5 ข้อ ที่ครอบคลุมทุกประเด็น ชัดเจนเป็นรูปธรรม มีกำหนดเวลาแน่นอน โดยคำนึงถึงความถูกต้องและเหมาะสมกับสังคมไทย 2.ประกาศร่างกระบวนการปรองดองให้สาธารณชนรับทราบ 3.ลงสัตยาบันในร่างกระบวนการปรองดองดังกล่าวต่อสาธารณชน 4.เคารพผลการเลือกตั้ง เคารพคำตัดสินของกกต.และของศาล 5.ต้องจริงใจและเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและข้อเท็จจริงจากฝ่ายตรงข้ามด้วยใจเป็นธรรม ยึดประโยชน์ของประเทศและส่วนรวมเป็นสำคัญ
"มาร์ค"ฟังแผนชุมชนเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ร่วมรับฟังข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ มีคุณหญิง สุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธานการประชุมวาระพิเศษคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ นำเสนอ "แนวทางดำเนินการและวิธีการเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยที่นำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น"
คุณหญิงสุพัตรา กล่าวว่า คณะกรรมการยึดหลักการของการคืนอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองจนสามารถจัดขบวนในการฟื้นฟูและบริหารจัดการทรัพยากร ฟื้นสถาบันและองค์กรในชุมชนท้องถิ่นได้อย่างครอบคลุมในทุกระบบ เพื่อประ โยชน์สูงสุดต่อชุมชนท้องถิ่นและประเทศ โดยต้องการส่งเสริมสมรรถภาพการดำรงชีวิตของประชาชน ตั้งแต่คน ผู้นำและองค์กร ที่ดินทำกิน ทรัพยากรป่าและน้ำ ตลอดจนการเมืองการปกครอง โดยต้องปรับบทบาทของหน่วยงานรัฐและองค์กรพัฒนาสาธารณประโยชน์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ขององค์กรชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการตนเองให้ตอบสนองต่อชุมชนท้องถิ่นและการเพิ่มศักยภาพให้กับผู้นำชุมชนท้องถิ่น
เร่งเดินหน้า-รัฐบาลอยู่อีกนาน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อเสนอการปฏิรูปประเทศ สร้างความเป็นธรรมและสร้างโอกาสให้ประชาชน เป็นส่วนสำคัญในแผนปรองดอง 5 ข้อ หัวใจสำคัญคือปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม ที่ถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไขเสมอในการชุมนุม ดังนั้นต้องกำหนดกลไกแก้ไขปัญหาขึ้นมา เพื่อให้คนไทยมีที่ยืนและไม่ทำให้เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งในสังคม ในวันที่ 20 พ.ค. มีการจัดสมัชชาการปฏิรูปประเทศไทย จะมีองค์กรภาคและเครือข่ายประชาชนเข้าร่วมระดมความคิดเห็นในประเด็นปัญหาของชาวบ้าน
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำคือกลไกในการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปฯ และการกำหนดประเด็นการทำงานให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพราะงบประมาณมีอยู่แล้ว หากช้าอยู่ก็ขาดความชัดเจนว่าศูนย์รวมจะขับเคลื่อนจากตรงไหน ในส่วนของภาครัฐทางสภาพัฒน์อาสาเข้ามาดูแล เรื่องที่อยากให้เน้นเป็นพิเศษคือโอกาสความเสมอภาคด้านเศรษฐกิจและกฎหมาย อย่างเรื่องการสร้างความเข้มแข็งในชุมนุม ก็ต้องดูนโยบายระดับชาติด้วย รัฐบาลพยายามสร้างหลักประกันให้ประชาชนทุกคน ตรงนี้นำไปสู่ระบบสวัสดิการแบบบูรณาการเดิมตั้งเป้าไว้ที่ปี 2559 หรืออีก 5-6 ปี
"ผมอยากให้รวบรวมข้อเสนอที่ชัดเจนในวันที่ 20 พ.ค. นี้ แต่หากไม่เสร็จก็ไม่ต้องกังวล เพราะเรื่องนี้ไม่เสร็จในรัฐบาลนี้แน่ แต่สามารถนำไปดำเนินการในรัฐบาลหน้าได้ แต่รัฐบาลนี้มีเวลาพอสมควรเพราะเขาไม่ยอมรับข้อเสนอ ดังนั้นเดินหน้าเต็มที่กำหนดกลไกให้พร้อม หากมีการเปลี่ยนแปลงก็คงไม่มีปัญหา" นายอภิสิทธิ์กล่าว
3 สมาคมสื่อยื่นแผนปฏิรูป
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมเคเบิ้ลทีวีแห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เพื่อหารือถึงแนวทางการปฏิรูปสื่อตามแผนปรองดองเพื่อแก้ไขวิกฤตประเทศไทย หรือโรดแม็ป พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกเกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปสื่อ มวลชนจำนวน 9 ข้อต่อนายกรัฐมนตรี มีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ เข้าร่วมด้วย ใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมง
สมาคมนักข่าวฯ เผยว่า นายกฯ บัญชาให้นายสาทิตย์ เป็นผู้ประสานงานกับองค์กรวิชาชีพเพื่อจัดเวทีสาธารณะ เชิญทุกฝ่ายมาร่วมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปสื่อ โดยให้ครอบคลุมถึงสื่ออินเตอร์เน็ต เอสเอ็มเอส ทีวีดาวเทียม รวมถึงพีทีวีและเอเอสทีวี เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้สื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือในการยุยงปลุกระดมให้คนเกลียดชังกัน นอกจากนี้ยังสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ประชาไท ที่กระทรวงไอซีทีสั่งปิดให้นายกฯ ฟังว่าเกิดปัญหาทางเทคนิคในการดำเนินการ เพราะสิ่งที่เป็นปัญหาคือเว็บบอร์ด แต่กระทรวงไอซีทีไปปิดเว็บหลัก ทำให้เกิดปัญหา ซึ่งนายกฯ ให้นายสาทิตย์ไปดูแล นอกจากนี้นายกฯ ยังยืนยันการเดินตามโรดแม็ป 5 ข้อยังทำต่อไป แต่เรื่องวันเลือกตั้งถือเป็นดุลพินิจของนายกฯ ที่จะพิจารณา
แม้วโทร.หาญาติ-ยันสบายดี
น.ส.จันทร์สม ชินวัตร อายุ 78 ปี ป้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมด้วยญาติพี่น้องตระกูลชินวัตรหลายคน จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้นายเชียงและนางแสง ชินวัตร ปู่และย่าของ พ.ต.ท. ทักษิณซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ณ อาคารชินวัตร ถนนสายสันกำแพง-เชียงใหม่ ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มีนายวิชิต บุญกังวาน นายอำเภอสันกำแพง พ.ต.อ.เอกชัย พิมลศรี ผกก.สภ.สันกำแพง และชาวบ้านร่วมทำบุญจำนวนมาก
น.ส.จันทร์สม กล่าวว่า การทำบุญครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการสะเดาะเคราะห์ หรือแก้เคล็ดให้พ.ต.ท.ทักษิณ หลานชายตามที่เป็นข่าวลือ แต่เป็นการทำบุญให้อากงและอาม่าเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณนั้นโทรศัพท์ติดต่อมาแล้ว บอกว่าสุขภาพร่างกายสบายดี ก่อนหน้านี้ทางเราได้ย้ายอัฐิพ่อแม่ของพ.ต.ท. ทักษิณ มารวมกับของคนในตระกูลชินวัตรทั้งหมดตามที่ซินแสบอก เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยน ฮวงจุ้ยให้พ.ต.ท.ทักษิณ และคนในตระกูลชินวัตรอยู่เย็นเป็นสุข
ฉวยโอกาสสุดท้าย
ที่มา ไทยรัฐ
อยู่บนพื้นฐานความจริงใจในการที่จะแก้ไขวิกฤติบ้านเมืองหรือแค่หาทางลงเพื่อหาโอกาสเอาคืนหรือรอจังหวะความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ก็อยู่ที่จิตสำนึกที่จะเห็นแก่ประโยชน์ของการเมืองหรือบ้านเมือง ในจังหวะก่อนเสียกุรง มีความไม่ปกติ มีเรื่องความไม่ชอบมาพากลในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
เข้าทำนองรีบทิ้งทวน
ตัวอย่างมติ ครม.วันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติตามที่ กระทรวงยุติธรรม เสนอให้กรมราชทัณฑ์และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้ผ่อนผันให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการจัดซื้ออาหารสด ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2552 ต่อไปอีก 6 เดือน
ยกเว้นการจัดซื้ออาหารสดประเภทสัตว์น้ำ
ที่จะขอจัดซื้อจาก องค์การสะพานปลา ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2553 และกำหนดให้มีการจัดซื้อในราคาที่ต่ำกว่ากระทรวงยุติธรรมเคยซื้อประมาณร้อยละ 9.50
นอกจากนี้ ยังให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการจัดซื้อพืชผักผลไม้ จากเกษตรกรโดยตรง ยกเว้นการจัดซื้ออาหารดิบและผลไม้สำหรับหน่วยงานสังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการจัดซื้อข้าวสาร ข้าวเหนียว และนมสดพร้อมดื่ม
ทั้งหมดนี้ให้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ
ข้อสังเกตก็คือ มีเงื่อนไขในการจัดซื้อ โดยระบุรายละเอียดในการจัดซื้อหยุมหยิม มีข้อยกเว้น และไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน นอกจากนี้ สินค้าบางชนิดก็มีผู้ดำเนินการอยู่แล้วทำให้เกิดความซ้ำซ้อนอย่างผิดสังเกต และที่สำคัญก็คือ กรณีอาหารทะเลสดที่ระบุให้กรมราชทัณฑ์จัดซื้อจากองค์การสะพานปลาโดยตรง
ข้อเท็จจริงก็คือ องค์การสะพานปลา ไม่ได้ประกอบการด้านการประมงโดยตรง แล้ว เพียงแต่มีรายได้จากการให้บริการเรือประมงเท่านั้น เพราะฉะนั้น ถ้าเจาะจงที่จะให้องค์การสะพานปลาเป็นผู้ดำเนินการก็จะต้องไปซื้อปลาจากเอกชนมา เพื่อจำหน่ายให้กับกรมราชทัณฑ์อีกครั้ง
ซึ่งมีการระบุว่า องค์การสะพานปลาจะต้องจำหน่ายให้กรม ราชทัณฑ์ ในราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติ อีกต่างหาก ก็แปลว่า องค์การสะพานปลาจะต้องยอมรับการขาดทุนที่เกิดขึ้นใช่หรือไม่
และยังมีเงื่อนไขพิเศษในการดำเนินการจัดซื้อดังกล่าวองค์การสะพานปลาจะต้องจ่ายค่าจัดการ หรือภาษาชาวบ้านก็คือค่าหัวคิวอีกร้อยละ 15 แยกเป็นร้อยละ 10 มีใบเสร็จอีกร้อยละ 5 ไม่ต้องมีใบเสร็จ เมื่อทบทวนดูมติ ครม.ดังกล่าวและข้อเสนอของกระทรวงยุติธรรมแล้ว น่าจะมีอะไรหมกเม็ดอยู่เยอะ
ดูทะแม่งชอบกล.
หมัดเหล็ก
Wednesday, May 12, 2010
'มาร์ค' ลั่นจะปรองดองหรือไม่ ให้รีบตอบ-ห้ามต่อรอง จี้เสื้อแดงกลับบ้านพรุ่งนี้
ที่มา ประชาไท
อภิสิทธิ์ลั่นจะปรองดองต้องเลิกชุมนุม ห้ามต่อรอง พรุ่งนี้ให้ตอบ 'รับ' หรือ 'ไม่รับ' ลั่นถ้าไม่รับจะมีมาตรการ "ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะผู้ชุมนุม แต่รวมทั้งผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่และที่ทำงาน" ลั่นรัฐชอบธรรมที่จะทำให้เกิดความมั่นคง-ปกติ บอกผู้ชุมนุมพรุ่งนี้กลับบ้านก่อน เรื่องอื่นพูดกันทีหลัง
ที่มา: ศูนย์สื่อทำ้นียบรัฐบาล
มาร์คลั่นห้ามต่อรองแผนปรองดอง จะคืนทีวีต่อเมื่อมีกลไกที่ชัดเจน
วันนี้ (11 พ.ค.) เวลา 20.10 น. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เเกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุไม่ยอมสลายการชุมนุมจนกว่านายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือก สุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะมอบตัวในฐานะผู้ต้องหาว่า ขอเรียนย้ำว่าตั้งแต่ที่ตนประกาศแผนปรองดอง 5 ข้อ มานั้น ได้พูดตั้งแต่ต้นว่าไม่มีเรื่องเจรจาต่อรองใดๆ หลาย เรื่องที่ผู้ชุมนุมพูดมานั้นมันเป็นเรื่องที่มีคำตอบอยู่ในแผนอยู่แล้ว เช่น การเรียกร้องให้คืนสัญญาณพีเพิลชาแนลนั้น ตนบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าในแผนนั้นชัดเจนแล้วว่าต้องมีกลไกเข้ามาดูแลก่อนว่าเรื่องการใช้สื่อในลักษณะที่กระทบกับความปรองดองและสร้างความเกลียดชังปลุกระดมนั้น ต้องมีกลไกที่ชัดก่อนจึงจะดำเนินการให้ฝ่ายต่างๆ ดำเนินการต่อไปได้ เป็นต้น
ลั่นเรียกร้องให้สุเทพไปมอบตัวไม่ได้ เพราะไม่มีหมายเรียกหมายจับ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพราะฉะนั้นเรื่องที่แกนนำ นปช.พูดเรื่องเงื่อนไขที่ตนและนายสุเทพต้องไปมอบตัวนั้น มันไม่ใช่เรื่อง เพราะตนบอกแล้วว่าในเหตุการณ์ต่างๆ นั้นจะมีคณะกรรมการอิสระขึ้นมาสอบสวนเหตุการณ์ แต่เช้าวันนี้ กรณีที่นายสุเทพเดินทางไปกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น นายสุเทพไม่ได้ไปมอบตัว แต่นายสุเทพต้องการไปแสดงเจตนาว่ารัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วันนี้แกนนำ นปช.จะมาเรียกร้องให้นายสุเทพ ไปมอบตัวนั้นมันมอบตัวไม่ได้ เพราะไม่มีหมายเรียกและหมายจับใดๆ
จะปรองดองต้องเลิกชุมนุม จี้ให้ตอบรับหรือไม่รับ
เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ตนคิดว่ามันไม่ใช่ประเด็นแต่ ประเด็นคือหากผู้ชุมนุมอยากจะเข้าสู่กระบวนการปรองดอง แต่จะบอกว่าตอบรับและเข้าสู่กระบวนการเงื่อนไขวันเลือกตั้ง 14 พฤศจิกายน เท่านั้นไม่ได้ เพราะต้องยกเลิกการชุมนุม หากนำประเด็นเล็กประเด็นน้อยขึ้นมามันก็ไม่เลิกชุมนุม เพราะรัฐบาลไม่มีการต่อรอง รับก็รับ ไม่รับก็ไม่รับ และ ขอให้ตอบด้วยว่ารับหรือไม่รับ เวลานี้ประชาชนเดือดร้อนมากพอ แล้วความอดทนของประชาชนกลุ่มอื่นๆ ก็ลดลงมาก ความเสี่ยงต่อการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกพื้นที่ชุมนุมนั้นก็มีมากทุกวัน ไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเลยที่จะมายื้อเวลาในลักษณะแบบนี้ ซึ่งตนคิดว่าหากไม่ตอบรับก็บอกมาเลยว่าไม่ตอบรับ
ถ้าไม่ตอบรับ จะมีมาตรการซึ่งอาจกระทบประชาชนในพื้นที่บ้างไม่เฉพาะผู้ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากแกนนำ นปช. ใช้วิธีการที่ว่าตอบรับแต่ยื้อเวลา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าไม่มีแล้ว ตนถือว่าการไม่ยุติการชุมนุมถือว่าไม่ตอบรับ และวันนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็รับทราบสถานการณ์และทราบความจำเป็นของฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องดำเนินมาตรการต่อไป ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะผู้ชุมนุม แต่ รวมทั้งผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่และที่ทำงาน จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากประชาชนว่าอาจต้องได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ และจำเป็นที่ต้องเตือนทุกฝ่ายว่า สิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำเพื่อคืนความเป็นปกติให้สังคมนั้นต้องทำอย่างเร่งด่วน
พรุ่งนี้ให้กลับบ้าน ถ้ายังไม่ยุติ รัฐมีความชอบธรรมที่จะทำให้เกิดความปกติ
“เพราะฉะนั้นอยากให้ผู้ชุมนุมแสดงออกเลยพรุ่งนี้ แล้วก็กลับบ้านเลย เรื่องอื่นๆ พูดกันทีหลังหากมีความจริงใจกับการปรองดอง เพราะแผนการปรองดองนั้น ผมเดินหน้าทุกเรื่อง วันนี้ ครม.อนุมัติ เรื่องการจัดทำสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยที่มีการอนุมัติงบประมาณโดยให้สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในนามมูลนิธิเข้าไปอำนวยการ ส่วนแผนเรื่องสื่อนั้น ผมจะหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนแผนการ เมืองนั้นผมจะขอให้สถาบันพระปกเกล้าเข้ามามีบทบาททุกเรื่อง เดินไปข้างหน้าทั้งสิ้น ฉะนั้นยุติการชุมนุมเสีย” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าหากการชุมนุมยังไม่ยุติ ภาครัฐจะตัดสินใจเข้าไปจัดการ พื้นที่การชุมนุม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนถือว่าตอนนี้ภาครัฐมีความชอบธรรมทุกประการที่จะดำเนินการตามความจำเป็นให้เกิดความมั่นคงและความเป็นปกติ
ปัดตอบวิธีสลายการชุมนุม แต่มีหลายมาตรการ ศอฉ. จะเป็นผู้แถลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประชาชนในพื้นที่ราชประสงค์อาจได้รับความเดือดร้อนช่วงสั้นๆ หมายความว่าจะสลายการชุมนุม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันคงจะเริ่มจากมาตรการที่จะไปกระทบกับพื้นที่ คือ การใช้ชีวิตข้างใน ไม่ใช่รอบๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าจะไล่คุมพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าไปเพิ่ม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีมาตรการหลายอย่างโดยศูนย์อำนวยการแก้ไข สถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะเป็นผู้แถลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจการเข้าไปคุมพื้นที่เพียงใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงเตรียมการมาตลอด แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมใช้เวลามากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้วในการที่จะตอบรับกับแผนการปรองดอง ตนถือว่าแผนนี้ต้องเดินหน้าต่อ แต่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบมันกระทบกับการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นควรกลับบ้านในพรุ่งนี้
สุเทพประชุม ศอฉ. เล็งกดดันเสื้อแดงหลัง 12 พ.ค. เนื่องจากจะเปิดเทอมแล้ว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ ร.11 รอ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นประธานการประชุม ศอฉ.ในเวลา 17.00 น. โดยมี พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งที่ประชุม ศอฉ. ได้มีการสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณสี่แยกราช ประสงค์ โดยเฉพาะการประเมินท่าทีของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มีการประกาศเสนอแนวทางออกของประเทศด้วยการประกาศการปรองดองแห่งชาติ หรือ โรดแม็ป ไปตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทาง ศอฉ.จะรอดูท่าทีของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.) อีก 1 วันเท่านั้น หากยังไม่มีการยุติการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ ทาง ศอฉ. ก็คงจะใช้มาตรการกดดันให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกนอกพื้นที่ให้เร็วที่สุด เนื่องจากสัปดาห์หน้าโรงเรียนในพื้นที่เขต กทม. จะเปิดภาคเรียนหมดแล้ว จะยิ่งทำให้เกิดผลกระทบมากยิ่งขึ้น
แจงไปพบอธิบดีเอสไอ เป็นนโยบายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ตามเสื้อแดง
นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ศอฉ. ถึงกรณีที่เดินทางไปรับทราบการร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีการขอพื้นที่คืนจาก กลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยยืนยันว่า ไม่ได้เดินทางไปตามเงื่อนไขของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีการเรียกร้อง แต่การที่ตนเดินทางไปพบ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น เป็นไปตามนโยบายของ นายอภิสิทธิ์ ที่ต้องการให้ปัญหาความขัดแย้งจบลง และให้เกิดความสมานฉันท์ของบุคคลทั้งสองฝ่าย
การปฏิบัติงานของ ศอฉ. เป็นไปตาม พรก.ฉุกเฉินจึงไม่ผิดทั้งแพ่ง อาญา
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของ ศอฉ. เป็นไปตามการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ที่ให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในการดูแลความสงบเรียบร้อยของ ประเทศ จึงไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามความคดีอาญา และ คดีแพ่ง แต่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ หรือ ที่สี่แยกคอกวัว ผิดวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ได้กำหนดไว้ เนื่องจากการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดงสร้างปัญหา และทำให้ประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะการทำให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
สั่ง 'ปทีป' รับมือ แกนนำ นปช. 24 คนจะไปมอบตัวกองปราบ
มีรายงานด้วยว่า นายสุเทพ สั่งการให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จัดกำลังตำรวจดูแลแกนนำ นปช. 24 คน ที่จะเข้าไปมอบตัวที่กองปราบปรามในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.) เนื่องจากเกรงว่า จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางไปให้กำลังใจกับแกนนำที่กองปราบปรามเป็นจำนวนมากจะสร้างความวุ่นวาย
ที่ประชุมยังได้วิเคราะห์ถึงกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเสียงแตกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มฮาร์คอร์ นำโดยนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มของนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ทำให้เวลานี้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไม่สามารถตกลงกันได้ จึงพยายามเยื้อเวลาออกไปเพื่อต้องการชุมนุมต่อ
ที่มา: เรียบเรียงจาก
นายกรัฐมนตรีย้ำรัฐมีความชอบธรรมที่จะขอคืนพื้นที่ให้เข้าสู่ภาวะปกติ, ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล, 11/5/2010http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&directory=1779&contents=44567
สมชาย ปรีชาศิลปกุล: นิติรัฐที่ไร้นิติธรรม
ที่มา ประชาไท
สมชาย ปรีชาศิลปกุล
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ดูราวกับคำว่า "นิติรัฐ" จะได้รับการเน้นย้ำในฐานะเป็นเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งในการนำสังคมไทยกลับ สู่ความเป็นปกติ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายที่สนับสนุนต่างก็อ้างอิงถึงถ้อยคำนี้ว่า เป็นเงื่อนไขที่ต้องได้รับการปกป้องมากกว่าสิ่งอื่นใด
นิติรัฐ (Legal State) อันหมายถึงรัฐที่ยอมตนอยู่ภายใต้กฎหมาย เป็นแนวความคิดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อควบคุมการกระทำของรัฐมิให้ดำเนินไปตาม อำเภอใจของผู้มีอำนาจทางการเมือง การใช้อำนาจของรัฐต้องอยู่ใต้กรอบของกฎหมายที่ได้วางไว้ล่วงหน้า บนพื้นฐานความเชื่อว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าวนี้จะช่วยสามารถปกป้องสิทธิ เสรีภาพของประชาชนให้ดำรงได้อย่างมั่นคง มากกว่ารัฐตำรวจอันมีความหมายถึงรัฐที่มุ่งเน้นการใช้อำนาจเป็นด้านหลัก
แนวความคิดเรื่องนิติรัฐเป็นสิ่งที่ถูกยอมรับและนำไปปฏิบัติอย่าง แพร่หลายในโลกปัจจุบัน ถือเป็นแนวความคิดสำคัญของระบอบเสรีประชาธิปไตยซึ่งมีความเชื่อในระบอบของ กฎหมายมากกว่าตัวบุคคล
แม้นิติรัฐจะเป็นหลักการที่มีความสำคัญอันหนึ่งสำหรับสังคม ประชาธิปไตย แต่พึงต้องระวังไว้อย่างยิ่งยวดเช่นเดียวกันว่าลำพังเพียงแค่การใช้อำนาจของ รัฐ แม้ดำเนินไปภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติไว้ล่วงหน้าก็อาจเป็นการ กระทำที่นำไปสู่ความไม่เป็นธรรมอย่างรุนแรงได้ หากมิได้พิจารณาถึงความชอบธรรมที่ดำรงอยู่ในบทบัญญัติของกฎหมาย หรือลักษณะการบังคับใช้กฎหมายของรัฐเข้ามาประกอบ
ในประวัติศาสตร์ของการใช้อำนาจของผู้ถืออำนาจรัฐหลายแห่งก็เป็นการ กระทำที่มีกฎหมายรองรับ แต่ก็เป็นสิ่งที่ถูกโต้แย้งหรือปฏิเสธอย่างรุนแรง ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือการใช้อำนาจของรัฐบาลเยอรมันภายใต้การนำของฮิตเลอร์ มีการออกกฎหมายจำนวนมากที่ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น การริบทรัพย์สินของบุคคลที่มีเชื้อชาติยิว การให้อำนาจแก่ตำรวจลับในการจับกุมและลงโทษบุคคลที่ต้องสงสัยโดยไม่ต้อง ผ่านกระบวนการยุติธรรม หรือกฎหมายที่มีบทลงโทษอย่างรุนแรงกับบุคคลที่ประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์กับ รัฐบาล เป็นต้น
การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐเยอรมันในห้วงเวลาดังกล่าวตามที่ กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นการใช้อำนาจที่มีกฎหมายรองรับไว้โดยมิใช่เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ แต่การใช้อำนาจนี้ก็ถูกโต้แย้งในด้านของความชอบธรรมอย่างรุนแรง
ในสังคมไทย การใช้อำนาจของรัฐบาลในยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี การกระทำหลายอย่างซึ่งถูกกล่าวหาในภายหลังดังเช่นการขายหุ้นให้กับบริษัท ต่างชาติก็เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งเดิมมีข้อจำกัดจำนวนถือหุ้นของบริษัทต่างชาติเอาไว้
หรือกับรัฐบาลในห้วงเวลาที่คุณชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มีการแจกที่ดินในโครงการปฏิรูปที่ดินให้กับบุคคลจำนวนมากที่แม้มิได้เป็น เกษตรกร คุณชวนก็ได้ให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย แม้จะถูกโต้แย้งจากสังคมอย่างรุนแรงแต่คุณชวนก็ยืนยันว่า "แม้ไม่อาจทำให้คนรวยได้เท่ากัน แต่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน"
ถ้านิยามความหมายของนิติรัฐไว้อย่างคับแคบ การกระทำของทั้งฮิตเลอร์ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณชวน ในฐานะของผู้นำแห่งนิติรัฐก็ควรได้รับการเคารพมากกว่าการตำหนิติเตียนที่ เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางมิใช่หรือ
เพราะฉะนั้น นิติรัฐจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบกฎหมายที่จะสร้างความยอมรับหรือความ เป็นธรรมให้เกิดขึ้น และยังมีอีกส่วนซึ่งหมายถึงความชอบธรรมหรือความเป็นธรรมซึ่งควรจะต้องปรากฏ อยู่ในนิติรัฐด้วย หรืออาจเรียกว่าเป็นนิติธรรมของนิติรัฐ
การให้ความหมายของนิติรัฐเพียงแค่การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ที่ วางอยู่บนกรอบของกฎหมายเพียงอย่างเดียว จึงเป็นการโฆษณาทางการเมืองที่ไม่ได้มีความหมายถึงความถูกต้องเสมอไป ยิ่งในห้วงเวลาปัจจุบันก็ดูเหมือนความหมายของนิติรัฐมีจำกัดอยู่เพียงการทำ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายได้เท่านั้น จึงเป็นความหมายของนิติรัฐที่ตื้นเขินอย่างยิ่ง
มีอย่างน้อยสองด้านที่จำเป็นต้องถูกตระหนักถึงไปพร้อมกัน หากจะมีการกล่าวอ้างนิติรัฐเป็นเป้าหมายของการนำสังคมไทยคืนสู่สันติสุข
ประการแรก ความชอบธรรมในเนื้อหาของกฎหมาย
กฎหมายจำนวนมากที่ถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับการชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่ให้อำนาจอย่างไพศาลแก่รัฐโดยปราศจากการตรวจสอบ และความรับผิด เช่น พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ก็เป็นกฎหมายที่ถูกโต้แย้งอย่างมากในเนื้อหาว่าเป็นสิ่งที่ขัดกับการใช้ อำนาจของรัฐในระบอบประชาธิปไตย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็เป็นผู้หนึ่งที่แสดงความเห็น คัดค้านกฎหมายฉบับนี้ไว้เป็นอย่างดีท่ามกลางการคัดค้านที่มีอย่างกว้างขวาง
ประการที่สอง ความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย
เฉพาะกับบุคคลที่ยืนอยู่คนละฝ่ายกับอำนาจรัฐ แต่หากเป็นการกระทำของบุคคลที่สนับสนุนรัฐบาลหรือต่อต้านทางด้านผู้ชุมนุมก็ จะไม่มีการนำกฎหมายมาใช้บังคับ เช่น เมื่อมีการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน การชุมนุมไม่ว่าของบุคคลฝ่ายใดหรือมีจุดยืนทางการเมืองแบบใดก็ล้วนเป็นสิ่ง ที่ผิดต่อกฎหมายทั้งสิ้น
ความหมายของการนำนิติรัฐกลับมาสู่สังคมไทย จึงมิใช่การที่จะมุ่งบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น หากยังต้องตระหนักถึงนิติธรรมว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจขาดหายออกไปได้
ถ้ามีเพียงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่านิติธรรมดำรงอยู่ก็อาจทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าทั้งหมด เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างเพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป โดยไม่ได้มุ่งหวังนำสันติสุขกลับคืนมาแต่อย่างใด

