WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, May 17, 2010

ป่าเถื่อน

ที่มา ไทยรัฐ

ขอประณามว่าโหดเหี้ยม...ป่าเถื่อนอย่างยิ่ง!!

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเสนอภาพข่าวอันน่าสยองขวัญ หลังจาก เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล กลุ่มฮาร์ดคอร์ นปช. ถูกลอบยิงที่แยกศาลาแดง เมื่อค่ำวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา

เป็นภาพเหตุการณ์ไม่กี่วินาที...หลังคมกระสุนลึกลับแหวกอากาศยามวิกาล พุ่งเข้าเจาะศีรษะ เสธ.แดง จนทรุดฮวบ!!

ประเทศไทยในสายตาชาวโลกพังพินาศในพริบตา!!

ขอขอบคุณทีวีไทย และช่อง 9 อสมท ที่รายงานข่าวอย่างทันท่วงทีให้ประชาชนรับทราบ

ขณะที่ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ยังขาดสำนึกสื่อทีวีที่ดีต่อประชาชนเหมือนเช่นเคย

ทีวีไทย-ช่อง 9 เกาะติดสถานการณ์ ปะทะกันหลายจุดอย่างกระชับต่อเนื่อง...

โดยเฉพาะทีวีไทย เป็นสิ่งที่คาดหวังและพึ่งพาได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการรายงานสถานการณ์ด่วนนาทีต่อนาที หรือการทำสกู๊ปข่าวออกมาอย่างทันควัน

ผมได้เห็นภาพป่าเถื่อนจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ภายหลัง เสธ.แดง ถูกยิงไม่กี่วินาที ก็มาจากช่องทีวีไทย

ป่าเถื่อนเพราะถูกยิงขณะยืนให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ!!

ซีเอ็นเอ็นรายงานละเอียดยิบว่า วิถีกระสุนถูกยิงมาจากมุมสูงใกล้แยกศาลาแดง ด้วยอานุภาพของกระสุนปืนความเร็วสูง

หลังจากนั้นก็มีการยิงระเบิด คาดว่าเป็นเอ็ม 79 อีกไม่ต่ำกว่า 100 นัด!!

ทั้งหมดนี่คือรายงานข่าวจากนักข่าวซีเอ็นเอ็นที่อยู่ในเหตุการณ์ในช่วงพลบค่ำ หลังจากมีการประกาศตัดน้ำ ตัดไฟ และปิดถนนทุกสายรอบสี่แยกราชประสงค์

ประเทศไทยพัง และพังพินาศไปเรียบ-ร้อยในสายตาชาวโลก!!

10 เมษายน ตายและเจ็บไปจำนวนมาก นั่นคือแค่เริ่มต้น...13 พฤษภาคม มันยังไม่จบ และคือการเริ่มต้นการฆ่าต่อไป

จะมีอีกกี่ชีวิตที่ต้องสังเวยสงครามอำนาจครั้งนี้ ไม่มีใครรู้...ถ้าจะยุติมันได้ ก็ควรลงมือทำได้แล้ว

บทวิเคราะห์ของรายการ "ตอบโจทย์" ช่องทีวีไทยเมื่อคืนวันเดียวกัน คือคำตอบที่ดี

ที่รัฐบาลและ นปช.ควรเดินไปสู่จุดจบ

ไม่งั้นชาติพัง เพราะมันคือมิคสัญญี

กลียุคแล้ว!!

"แจ๋วริมจอ"

ตายแล้ว29 ศอฉ.โต้วุ่น"สไนเปอร์"

ที่มา ข่าวสด


ประจานว่อนเน็ตยูทูบ เด็ดหัวมือระเบิดขวด สลดยิงน้องเฌอNGO นายกฯเงื้อค้างเคอร์ฟิว ล็อกเงินแม้ว-106คน




มันมือ - กลุ่มผู้ชุมนุมเผายางรถยนต์จนเกิดควันไฟปกคลุมไปทั่วบริเวณเชิงสะพานใกล้แยกราชปรารภ เพื่อพรางตัวหลบกระสุนปืนของทหาร ส่วนภาพขวา เว็บไซต์ยูทูบเผยแพร่คลิปภาพและเสียงขณะทหารพลแม่นปืนปฏิบัติการซุ่มยิงจากตึกสูง ตามข่าว

ศอฉ.งัดมาตรการตัดท่อน้ำเลี้ยงม็อบนปช. ไปพร้อมๆกับปราบด้วย กำลังทหาร สั่งควบคุมเงินทักษิณ-ครอบครัว-คนใกล้ชิด106 ราย ส.ส.เพื่อไทย-ไทยรักไทย-แกนนำเสื้อแดงโดนหมด ขนาด"เสธ.แดง"ยังไม่เว้น ไล่สอบธุรกรรมการเงินย้อนหลังไปถึงปี 52 และประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่มอีก 5 จังหวัดอีสาน "มาร์ค"เงื้อค้างจะประกาศเคอร์ฟิว แต่ถูกฝ่ายกองทัพค้าน จนต้องเบรกไว้ก่อน เมืองกรุงยังมิคสัญญีเป็นสมรภูมิรบวันที่สาม ยอดตาย 29 ศพแล้ว เจ็บอีก 221

-"มาร์ค"เครียดถกประกาศเคอร์ฟิว

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกจากบ้านพักรับรองในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) มายังกองบัญชาการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อร่วมหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสธ.ทบ. เพื่อสรุปและประเมินสถาน การณ์ เป็นที่น่าสังเกตว่าทั้งหมดมีสีหน้าเคร่ง เครียดอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกฯ เดินไปยังหอประชุมกิตติสุข ภายในร.11 รอ. เพื่อออกรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ถ่าย ทอดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ใช้เวลาจัดรายการในวันนี้เพียง 30 นาทีเท่านั้น

จากนั้นนายกฯ กลับมายังกองบัญชาการศอฉ. เข้าร่วมหารือกับฝ่ายมั่นคงอีกครั้งเพื่อพิจารณาว่าจะประกาศใช้เคอร์ฟิวหรือไม่

สำหรับบรรยากาศภายใน ร.11 รอ. นอกจากกองกำลังของทหารจากหน่วยต่างๆ แล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่าวันเดียวกันนี้ มีการนำรถสายพานลำเลียงเข้ามาประจำการจำนวนหลายคัน และทยอย ส่งออกไปตามจุดปะทะต่างๆ ในส่วนของเจ้าหน้า ที่ตำรวจได้เคลื่อนย้ายกำลังพลจากบช.ภาคต่างๆ เข้ามาประจำการเพื่อเตรียมพร้อมออกไปสมทบในพื้นที่ที่มีการปะทะ

อ่านรายละเอียดต่อ ข่าวสด

อำนาจบนซากศพ

ที่มา ข่าวสด


เหล็กใน




แม้จะมีความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นการลอบสัง หารพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล โดยโยนให้ตำรวจรับผิดชอบการสืบสวนสอบสวน

แต่เป็นที่รับรู้กันดีว่าการส่องจากระยะไกลเข้าเต็มหัวของเสธ.แดง ขณะที่มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศยืนรายล้อมอยู่นั้น

หากไม่ใช่นักแม่นปืนทีมชาติ ก็ต้องเป็นพลแม่นปืนของหน่วยรบพิเศษ ซึ่งผ่านการฝึกฝนมาอย่างเชี่ยว ชาญ จึงแม่นราวจับวางเช่นนั้น

เช่นเดียวกับการตายของผู้ชุมนุม รวมไปถึงผู้สื่อข่าวและประชาชนที่ถูกยิงตาย-เจ็บจำนวนมากหลังเกิดเหตุลอบสังหารเสธ.แดง

จากรายงานข่าวและภาพที่ปรากฏก็ชัดเจนว่าเป็นฝีมือของทหาร ที่เข้ามาปฏิบัติการล้อมพื้นที่ชุมนุม

และการพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำของโฆษกศอฉ.ที่รับว่า ทหารจำเป็นต้องใช้อาวุธจริงยิงใส่ผู้ชุมนุมที่พยายามจะบุกเข้ามา

แต่น่าตระหนกตรงที่ภาพข่าวของสถานีโทรทัศน์หลายช่อง ภาพข่าวของหนังสือพิมพ์ทั้งไทยและเทศ เป็นภาพการประทับปืนเอ็ม 16 สาดกระสุนใส่คนไทยด้วยกัน

ทั้งการล้อมฆ่าภายในสวนลุมฯ ที่ฝ่ายทหารอ้างว่าถูกยิงใส่ก่อน หรือการไล่ยิงใส่ผู้ชุมนุมบริเวณถ.พระรามที่ 4

และภาพทหารบนรถหุ้มเกราะ และยีเอ็มซีที่วิ่งฝ่าด่านของการ์ดนปช. พร้อมกราดยิงโดยอ้างป้องกันตัว

สังเกตได้ว่าเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุด มีชนวนมาจากการปิดล้อมพื้นที่ของฝ่ายทหาร และมาเดือดสุดขีดเมื่อมีการลอบยิงเสธ.แดง

ความน่ากลัวนับจากนี้ซึ่งฝ่ายรัฐบาลเองก็ประเมินว่ามีแน่ คือความรุนแรงตามพื้นที่ต่างๆ

ต่อให้รัฐบาลสามารถสลายม็อบราชประสงค์ หรือยึดพื้นที่คืนได้หมด แต่ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในจุดอื่นๆ อีก

เหมือนสมัยพฤษภาทมิฬ ที่รัฐบาลและทหารจับกุมพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำในขณะนั้น และไล่ฆ่าผู้ชุมนุมอย่างสนุกมือ

แต่ก็มีเหตุรุนแรงขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ชนิดที่ไม่สามารถยับยั้งได้

ท้ายที่สุดพล.อ.สุจินดา คราประยูร ต้องลาออกจากนายกฯ

คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน ต่อให้ปราบม็อบในขณะนี้ได้เบ็ดเสร็จ และมีคนตายเป็นเบือ โดยรัฐบาลจะโยนความผิดไปที่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายเหมือนเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา

แต่เชื่อเถิดว่าไม่จบ

ทุกอย่างจะจบได้บนโต๊ะเจรจา และเงื่อนไขสำคัญคือการพ้นจากอำนาจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ไม่อย่างนั้นรัฐบาลก็ต้องใช้กำลังทหารออกมาเข่นฆ่าคนไทยต่อไปเรื่อยๆ เพื่อรักษาอำนาจของตนเอาไว้

ถ้าคิดว่าอยู่ในตำแหน่งบนซากศพของคนไทย แล้วมีความสุขก็เอาเถิด

มีความสุขกับอำนาจของตัวเองเสียให้พอ

เลือด และชีวิต เลือดไทย ชีวิตไทย กับ สำนึกไทย

ที่มา ข่าวสด


คล้ายกับว่า ในท่ามกลางความขัดแย้ง แตกแยก จะมีแต่คน 2 กลุ่ม 2 ฝ่ายปะทะกัน อย่างที่เห็นในขณะนี้คือ ฝ่ายของรัฐบาล กับ ฝ่ายของนปช.แดงทั้งแผ่นดิน

แต่ความจริง ยังมีอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก คือฝ่ายเป็นกลาง

แม้ว่าในท่ามกลางการสัประยุทธ์ทางความคิด ทางการเมือง จะไปไปสู่การแยกและเลือกข้างระหว่าง 2 ฝ่าย

เพราะแต่ละฝ่ายก็พยายามดึงและหาพวกให้มายืนอยู่ฝ่ายเดียวกับตน

ฝ่ายรัฐบาลก็กล่าวหาฝ่ายของนปช.แดงทั้งแผ่นดินว่า เป็นพวกผู้ก่อการร้าย เป็นพวกที่ต้องการล้มเจ้า ล้มสถาบัน เป็นพวกที่ต่อสู้เพื่อคนคนเดียว

เป็นการอ้างเพื่อจะจัดการไม่ว่าโดยการจับกุมและการส่งกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุม

ขณะเดียวกัน ฝ่ายของนปช.แดงทั้งแผ่นดินก็กล่าวหาว่า รัฐบาลเป็นเผด็จการได้อำนาจมาโดยไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมและบริหารประเทศอย่าง 2 มาตรฐาน เลือกปฏิบัติ

เป้าหมายของทั้ง 2 ฝ่ายก็เพื่อดึงพวกที่ยังไม่เลือกข้าง เป็นกลางให้มาเป็นพวก



ต้องยอมรับว่าเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของการต่อสู้ขับเคี่ยวกันทางความคิด ทางการเมือง นั่นก็คือยิ่งสัประยุทธ์ต่อตียิ่งสุดโต่ง ยิ่งมากด้วยความคับแคบ

สุดโต่งที่จะเห็นว่าฝ่ายของตนถูกต้อง

คับแคบเพราะมักจะเกิดความโน้มเอียงและประเมินว่า ผู้ที่ไม่ร้องเพลงเดียวกับตนเป็นฝ่ายตรงข้าม เข้าลักษณะคำพูดของอดีตประธานา ธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐที่ว่า

"หากมิใช่พวกเรา ก็เป็นฝ่ายก่อการร้าย"

ยิ่งเมื่อพัฒนาการจากการต่อสู้ทางความคิด ทางการเมือง เป็นการปะทะด้วยกำลังและความรุนแรง ลักษณะสุดโต่งและความคับแคบยิ่งเห็นได้ชัด

เพราะหากประเมินว่ามิใช่พวกเดียวกันกับตนก็พร้อมลั่นกระสุน เข้าใส่

พลันที่มีการสาดกระสุนเข้าใส่กันและมีผู้เสียชีวิต กระบวนการตรงนี้แหละจะทำให้ฝ่ายเป็นกลางจำเป็นต้องเลือก

ห้วงเวลานี้เองที่จะทำให้ดุลกำลังในการต่อสู้เกิดการแปรเปลี่ยน



สถานการณ์มิคสัญญีอันเนื่องจากคนไทยสาดกระสุนเข้าใส่กันไม่ว่าจะเป็นที่แยกศาลาแดง แยกวิทยุ บ่อนไก่ เรื่อยไปจนถึงแยกราชปรารภและสามเหลี่ยมดินแดง

กำลังเป็นหินลองทองคมแหลมทวงถามสำนึกแห่งความรู้สึกของคนไทยอย่างลึกซึ้ง

เพราะว่าคนที่นอนจมกองเลือดอยู่บนถนนราชปรารภ อยู่หน้าตึกอื้อจือเหลียง หรือที่บ่อนไก่ แยกถนนวิทยุ มิได้เป็นไทต่างด้าวท้าวต่างแดงมาจากไหน

หากแต่เป็นคนไทย

จากการปะทะกันเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เรื่อยมาจนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นเวลา 4 วันแล้ว บาดเจ็บกว่า 190 คนแล้ว ล้มตายเกือบ 30 คนแล้ว

คำถามที่เสนอขึ้นมาก็คือ อีกกี่ศพความสงบและสันติภาพจึงจะบังเกิดขึ้น

คำถามนี้ไม่เพียงแต่จะดังมาจากด้านของญาติมิตรและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ หากแต่ดังกึกก้องในสำนึกของคนที่เป็น กลางและมิได้ฝักใฝ่ฝ่ายใดถี่ยิบขึ้นเป็นลำดับ

เป็นคำถามที่เขียนด้วยเลือด เป็นคำถามที่เขียนด้วยชีวิต



เป้าหมายของรัฐบาล เป้าหมาย คือ การกระชับวงล้อมเพื่อขอคืนพื้นที่จากนปช.แดงทั้งแผ่นดิน

แต่คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ จะใช้เวลายาวนานแค่ไหน และจะต้องให้เลือดและชีวิตของคนไทยสังเวยปฏิบัติการนี้อีกมากน้อยเพียงใด จึงจะถือว่าเป็นความสำเร็จ เป็นชัยชนะ

ยิ่งคำถามดังก้องมากเพียงใด บทบาทของ "คนกลาง" จะยิ่งทรงความหมาย

วันนี้ยังไม่สาย

ที่มา ข่าวสด


ทิ้งหมัดเข้ามุม

จ่าบ้าน




ในที่สุดเหตุการณ์ก็ย้อนกลับสู่แนวทางเดิมเมื่อพฤษภาทมิฬ 17 พฤษภาคม 2535 กระทรวงศึกษาธิการและกรุงเทพมหานครสั่งปิดโรงเรียนบริเวณรอบราชประสงค์ และหากเหตุการณ์ยัง ไม่สงบ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงพร้อมจะเข้ายึดศาลากลางจังหวัด และพร้อมจะก่อวินาศกรรม ก่อจลาจล โรงเรียนในจัง หวัดนั้นก็ต้องประกาศปิดแน่นอน

ระหว่างที่เหตุพลิกผันวันต่อวัน จากรู้สึกว่าแพ้ กลับมาเห็นว่าชนะ แต่แล้วต่างคนต่างพ่ายแพ้อารมณ์ของตัวเอง โดยมี "หัวโขน" สวม

ฝ่ายหนึ่งควรจะเก็บอารมณ์อย่างมีเหตุผลหนักแน่นกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ด้วยตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบสูงกว่า ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่กว่า กลับลงไป "ตอแย" กับผู้ที่มีตำแหน่งเป็นเด็กกว่า

คำว่า "รัฐบาล" มีความหมายสำคัญสองนัย คือผู้รับใช้ประชาชน และผู้รับผิดชอบต่อกิจการบ้านเมืองที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน

เมื่อเกิดเหตุภายในบ้าน ประชาชนหมู่ใดหมู่หนึ่งไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ประการสำคัญรัฐบาลโดยผู้เป็นหัวหน้าต้องไปเจรจา หรือมอบหมายให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นตัวแทนไปเจรจาให้ทราบถึงความต้องการของประชาชนหมู่เหล่านั้นว่าไม่เห็นด้วยเรื่องใด และต้องการอะไร

(แม้แต่การกระทบกระทั่งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านด้วยกัน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายออกไปรัฐบาลกับรัฐบาลเขายังต้องเจรจากันก่อน)

วันนี้แม้จะบอกว่าทุกอย่างเกินเลยไปจากการเจรจาแล้ว แต่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและล้มตายยังอยู่

หากทุกฝ่ายยังไม่หยุดกระทำการเพื่อให้ได้ตามที่ต้องการ จำนวนศพของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อสีอะไร แม้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ต้องเพิ่มพูนขึ้นไปอีกไม่รู้เท่าไหร่

สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร

แล้วต้องโถม "ศพ" ลงไปอีกกี่ศพ ทั้งสองฝ่ายจึงจะนั่งลงเจรจากันด้วยสันติวิธีตามที่ต้องการเสียที

แม้พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว แต่พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง ทำไมจึงไม่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเล่า

สื่อตปท.ชี้สหรัฐพร้อมร่วมกับยูเอ็น ช่วยคลี่คลายวิกฤตการเมืองไทย

ที่มา มติชน

สื่อนอกชี้สหรัฐพร้อมร่วมยูเอ็นช่วยไทยไกล่เกลี่ยวิกฤต อ้างอริสมันต์พร้อมพังห้าง-อาคารพาณิชย์ หากรบ.สลายม็อบราชประสงค์

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักเช่น เอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ส บีบีซี และอื่น ๆ ยังคงติดตามสถานการณ์วิกฤตเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับกลุ่มคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากการปะทะได้เพิ่มขึ้น 35 รายแล้ว และมีผู้คนบาดเจ็บ 241 ราย จากเหตุปะทะที่เริ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลได้ขีดเส้นตายให้ผู้หญิง,เด็ก,และผู้ชุมนุมที่ไม่มีอาวุธในมือ ออกจากพื้นที่ราชประสงค์ ในวันจันทร์นี้

นอกจากนี้ สำนักข่าวหลายสำนักยังรายงานว่า รัฐบาลได้ปฎิเสธข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดงที่ต้องการให้สหประชาชาติเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างรัฐบาลและกลุ่ม โดยนายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาล บอกว่า รัฐบาลไทยจะไม่ให้ใครเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตและปัจจุบันรัฐบาลไม่เคยมีนโยบายเช่นนี้ และว่าที่ผ่านมารัฐบาล ได้มุ่งที่จะปราบกลุ่มติดอาวุธ มากกว่าการทำร้ายชีวิตผู้บริสุทธิ์ อย่างที่ถูกกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม วอลล์สตรีท เจอนัลด์ รายงานว่า นายกอร์ดอน ดูกลิด โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า สหรัฐยังคงจับตาสถานการณ์วิกฤตในเมืองไทยอย่างใกล้ชิด และหวังว่าสถานการณ์ขัดแย้งขณะนี้จะมีการทางออกโดยพื้นฐาน และหากมีมติหรือมาตรการใด ๆ ที่เรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าไปเกี่ยวข้อง สหรัฐจะไปสหประชาชาติเพื่อเข้าร่วมแก้ปัญหา

ขณะเดียวกัน บลูมเบิร์ก รายงานว่า หากรัฐบาลไทยล้มเหลวที่จะยับยั้งความรุนแรงได้ สถานการณ์รุนแรงของเมืองไทย อาจขัดขวางการลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศมูลค่า 260,000 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ บลูมเบิร์ก ยังอ้างคำกล่าวของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หนึ่งในแกนนำนปช.ว่า พร้อมจะทำลายห้างสรรพสินค้าบริเวณย่านราชประสงค์ และอาคารตึกสูงพาณิชย์ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทต่างชาติ เช่น ฟิลิป มอร์ริส ระบุว่า หากเราไม่มีทางเลือก เราก็จำเป็นจะต้องพังประตูสถานที่เหล่านี้เพื่อปกป้องชีวิตของคนเสื้อแดง

สื่อต่างประเทศชี้"อภิสิทธิ์"จะต้องเจอสารพัดคำถาม หากมีการนับยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด

ที่มา มติชน

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักเช่นซีเอ็นเอ็น บีบีซี เอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ส ระบุว่า รัฐบาลไทยได้ประกาศเขต"ใช้กระสุนจริง"เพื่อปราบกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดยอดเหยื่อผู้เสียชีวิตมีจำนวน 24 รายแล้ว นับตั้งแต่มีการปะทะกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ขณะที่ไทมส์ ออนไลน์ส ชี้ว่า เป็นที่วิตกว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยหรือใครก็ตาม จะไม่สามารถบอกได้อย่างแท้จริงว่า ใครเป็นคนฆ่าผู้เสียชีวิต และนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำไทยซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยระดับสูงของโลกอย่างอ๊อกฟอร์ด จะต้องเผชิญกับคำถามมากมายหากเริ่มมีการนับตัวเลขผู้เสียชีวิตว่ามีจำนวนทั้งหมดเท่าใด โดย ไทมส์ ออนไลนส์ ระบุว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาร่างของพลเรือนหลายคนยังคงนอนเสียชีวิตที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง และทหารยังคงต่อสู้กับกลุ่มฮาร์ดคอร์ของกลุ่มเสื้อแดง

นอกจากนี้ ยังระบุว่า บริเวณแยกบ่อนไก่ มีผู้ถูกยิงเป็นจำนวน 4 คน จากมือปืนซุ่มยิงลึกลับ ซึ่งชาวบ้านบอกว่า ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณตึกแห่งหนึ่ง

ด้านนายธิตินันท์ พงษ์สุทธิ์รักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ ประจำจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ชี้ว่า แม้ว่าทหารอาจจะประสบความสำเร็จบ้างในการปิดล้อมพื้นที่กลุ่มคนเสื้อแดงในเขตราชประสงค์ แต่ก็ต้องประสบความสำเร็จสูญเสียอย่างมาก โดยหากถามว่า รัฐบาลจะประสบความสำเร็จในการสลายผู้ชุมนุม และเดินหน้าไปสู่การยุติวิกฤตประท้วงหรือไม่นั้น คำตอบก็คือไม่ จนถึงขณะนี้ไม่เลย โดยหนทางที่เป็นเช่นนั้นยังเป็นเรื่องยาวไกล

ด้านสำนักข่าว"อัล จาซีร่า"รายงานว่า ปฎิบัติการของกองทัพมุ่งที่จะปิดล้อมกลุ่มคนเสื้แดงที่บริเวณราชประสงค์ และกองทัพได้ประกาศเตือนแล้วว่า จะมีการสลายการชุมนุม หากคนเหล่านี้ยังคงไม่เลิกสลายม็อบ ขณะที่พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพ เปิดเผยว่า กองทัพจะไม่กำหนดเส้นตายที่จะสลายม็อบ เพราะต้องคำนึงถึงปฎิบัติสลายม็อบอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นจะทำให้มีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก


ด้านเอเอฟพีรายงานว่า โรงเรียนในกรุงเทพฯจะถูกเลื่อนเป็นวันเปิดภาคเรียนออกจากเดิมวันจันทร์เนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่รุนแรง โดยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่า เขาได้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการติดต่อเจ้าหน้าที่ทางการกรุงเทพฯได้เลื่อนการเลื่อนเรียนไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ระบุว่า เขารู้สึกผู้ปกครองรู้สึกวิตกต่อสถานการณ์การเมืองที่รุนแรง

Sunday, May 16, 2010

อภิสิทธิ์ 'นับศพเพื่ออะไร และเมื่อไรจะเสร็จการนับศพ?'

ที่มา ประชาไท


ปัญญาชน นักวิชาการ สื่อ และมนุษย์ทุกคนที่มีเหตุผล ก่อนจะตัดสินอะไรลงไปในเหตุการณ์รุนแรงนองเลือดครั้งประวัติศาสตร์นี้ จำเป็นต้อง “ทบทวน” ข้อเรียกร้องทางการเมืองของคนเสื้อแดงอย่างตรงไปตรงมาให้ชัดเจนก่อน

ข้อเรียกร้องทางการเมืองของมวลชนเสื้อแดงคือขอให้ “ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่” โดยมีเหตุผลหลักๆ คือ

1. รัฐบาลอภิสิทธิ์แม้จะผ่านการโหวตในสภา แต่ข้อเท็จจริงมีการเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร โดยมีทหารเครือข่ายรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และอำมาตย์ให้การสนับสนุน ข้อเท็จจริงนี้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมที่พรรคประชาธิปัตย์หลอกสังคมไม่ได้

2. จากข้อ 1 ประกอบกับความขัดแย้งทางความคิดของคนในสังคมที่สืบเนื่องจากรัฐประหาร 19 กันยา ทำให้สังคมเกิดความแตกแยกอย่างกว้างขวางที่นโยบายสมานฉันท์ของรัฐบาลก็แก้ไม่สำเร็จ นอกจากไม่สำเร็จแล้วยังทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น เพราะรัฐบาลแสดงบทบาทอยู่ในขั้วตรงข้ามของคู่ขัดแย้ง

ฉะนั้น เมื่อที่มาหรืออำนาจสนับสนุนรัฐบาลไม่ชอบธรรม ก็ทำให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลไม่ชอบธรรมตั้งแต่แรก และรัฐบาลเช่นนี้ก็แก้ปัญหาความแตกแยกในสังคมไม่สำเร็จ ทางออกที่ยุติธรรมกับทุกฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้ง และประชาชนทั้งประเทศที่ไม่เลือกฝ่ายใดก็คือ “การยุบสภา-เลือกตั้งใหม่”

ที่ต้องตราไว้เป็นพิเศษ คือ ข้อเรียกร้อง “ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่” ของคนเสื้อแดงไม่ใช่ข้อเสนอเพื่อตัวเองแต่ฝ่ายเดียว เพราะ...

1. มีเหตุผล 2 ข้อดังกล่าวที่ฟังขึ้น

2. ไม่ใช่ข้อเรียกร้องในสถานการณ์ที่พรรคการเมืองของคนเสื้อแดงได้เปรียบ (พรรคการเมืองคนเสื้อแดงเป็นฝ่ายค้าน อยู่ในสภาพค่อนข้างแตกแยกด้วยซ้ำ) และ

3. เป็นข้อเรียกร้องที่ยุติธรรมทุกพรรคการเมือง และประชาชนทุกสี ทุกคนที่จะได้ใช้สิทธิ์ของตนเองภายใต้กติกาเดียวกัน เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันว่าชอบธรรมเพราะถูกเลือกด้วยเสียงข้างมากของประชาชนทั้งประเทศ

จากข้อเรียกร้องดังกล่าวต่อให้…

1. มีวาระซ่อนเร้นเพื่อช่วยทักษิณ หรือสู้เพื่อทักษิณ

2. มีข้อสงสัยเรื่องกองกำลังไม่ทราบฝ่าย (ที่ต่อมารัฐบาลบอกว่า กองกำลังผู้ก่อการร้ายติดอาวุธที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมชุม)

3. มีคนเสื้อแดงบางส่วนประกาศตัวไม่เอาสถาบัน มีการปราศรัยบนเวทีในลักษณะที่ว่ายุบสภาเป็นเพียงหลักกิโลเมตรที่ 1 และน่าสงสัยว่าหลักกิโลเมตรต่อไปอาจกระทบต่อความมั่นคงของสถาบัน (และต่อมารัฐบาลก็เปิดเผยแผนผังเครือข่าย “ขบวนการล้มเจ้า” แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานชัดเจน)

4. มีการกล่าวถึง “รัฐไทยใหม่” และมีการยกระดับการชุมนุมกดดันในลักษณะก้าวร้าวและสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงนองเลือด

แต่ทั้งหมดนั้นก็ผูกติดหรือจำกัดอยู่กับการขอใช้ “วิถีทางประชาธิปไตย” เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเมื่อยังอยู่ใน “วิถีทางประชาธิปไตย” (การเลือกตั้ง กระบวนการของรัฐสภา) ต่อให้มีเรื่องช่วยทักษิณ เรื่องสถาบัน เรื่องรัฐไทยใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าคนเสื้อแดงหรือพรรคการเมืองของคนเสื้อแดงจะทำทุกสิ่งได้ตามอำเภอใจ (ไม่เหมือนกับการใช้/สนับสนุนกองทัพให้ทำรัฐประหารที่สามารถใช้อำนาจเผด็จการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้ตามอำเภอใจ)

ฉะนั้น การที่รัฐบาลใช้ข้ออ้างเพียงว่า “ยุบสภาปัญหาก็ไม่จบ” อ้างการกดดันข่มขู่ของกลุ่มผู้ชุมนุม อ้างว่าจะคืนความสงบสุขให้คนกรุงเทพฯ แล้วสั่งสลายการชุมนุมวันที่ 10 เมษายน ทั้งที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะมีคนบาดเจ็บล้มตาย และเมื่อทำไปแล้ว มีคนบาดเจ็บล้มตายแล้ว ก็ยังเพิ่มมาตรการเข้มข้นด้วยข้อกล่าวหาเรื่อง “ขบวนการล้มเจ้า” “กลุ่มผู้ก่อการร้ายติดอาวุธ” จนเลยมาถึงการเสนอแผนปรองดองที่ไม่ได้แสดงถึงความจริงใจและความยุติธรรมกับอีกฝ่ายในมาตรฐานเดียวกันอันเป็นเหตุให้อีกฝ่ายปฏิเสธ และรัฐบาลก็ใช้เป็นข้ออ้างในการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์ที่ขณะนี้ (วันที่ 16 พฤษภาคม 2553) มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 23 ราย (รวมตั้งแต่ 10 เมษาเป็นต้นมาก็กว่า 50 ศพแล้ว เฉพาะที่มีในรายงานข่าว)

และกระนั้นแล้ว นายกฯอภิสิทธิ์ยังออกแถลงการณ์ยืนยันให้ทหารเดินหน้าต่อกระชับวงล้อมผู้ชุมนุมภายใต้ข้ออ้างว่า จะพยายามให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด และที่ตัดสินใจทำไปไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่เพื่อประโยชน์ของคนไทยทุกคน เพื่อคืนความสงบสุขของบ้านเมือง พร้อมกับ “อ้อน” ขอกำลังใจและการสนับสนุนจากประชาชน

คำถามที่สังคมต้องถามอย่างตรงไปตรงมาต่อนายกฯอภิสิทธิ์ คือ

1. นายกฯอภิสิทธิ์เชื่อจริงๆหรือว่า ด้วยวิธีการดังกล่าวจะทำให้คืนความสงบสุขสู่สังคมได้จริง (และไม่เคยเชื่อเลยหรือว่า หากยุบสภาทันที หรือภายใน 3 เดือนตามที่ฝ่ายต่างๆเสนอ แม้เลือกตั้งใหม่อาจไม่สงบแต่จะไม่มีการสูญเสียมากขนาดนี้)

2. มีข้อมูลหลักฐานที่ทำให้นายกฯอภิสิทธิ์มั่นใจจริงๆหรือว่า คนเสื้อแดงต้องการใช้การยุบสภาเลือกตั้งใหม่เพื่อช่วยให้ทักษิณพ้นผิด สร้างรัฐไทยใหม่ สถาบันกษัตริย์จะถูกล้ม (ตามข้อกล่าวหา “ขบวนการล้มเจ้า”)

3. ต่อให้มั่นใจในข้อมูลหลักฐานตามข้อ 2 แต่สิ่งที่คนเสื้อแดงขอใช้เพื่อการนั้นก็คือขอใช้ “วิถีทางประชาธิปไตย” นายกฯอภิสิทธิ์มั่นใจจริงๆหรือว่าคนเสื้อแดงจะใช้“วิถีทางประชาธิปไตย” เพื่อช่วยเหลือทักษิณ หรือล้มเจ้าได้สำเร็จต่อหน้าต่อตาประชาชนทั้งประเทศที่ก็คงไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดงอยู่เป็นจำนวนมหาศาล

4. ที่จริงไม่ต้องคิดเรื่องทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ (ช่วยทักษิณพ้นผิด ล้มเจ้า) ถ้าเรายืนยันว่าสังคมเราเป็นสังคมประชาธิปไตย ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เรามีความชอบธรรมที่จะฆ่าคนที่เรียกร้องการใช้ “วิถีทางประชาธิปไตย” เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ไม่เป็นการทำลายประชาธิปไตยโดยตรง (สังคมนี้เรียกร้องให้ฆ่าคนที่มาขอใช้ “วิถีทางประชาธิปไตย” ได้ แต่ไม่เคยเรียกร้องให้ฆ่าคนทำรัฐประหาร!)

ถ้าการชุมนุมอย่างสันติตั้งแต่แรกของคนเสื้อแดงเพียงเพื่อขอใช้ “วิถีทางประชาธิปไตย” ไม่ว่าจะเพื่อเป้าหมายใดที่ในที่สุดแล้วอธิบายได้ว่าไม่ใช่เป็นการทำลายประชาธิปไตยโดยตรง รัฐบาลย่อมไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสร้างเงื่อนไขให้การเรียกร้องนั้นนำไปสู่ความรุนแรงอย่างวันที่ 10 เมษายน และต่อๆมา

โดยเฉพาะเมื่อมีทางเลือกอย่างไม่ต้องสูญเสียอะไรเลยคือยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในทันทันที หรือใน 3 เดือน 6 เดือน แต่รัฐบาลก็ไม่เลือกทางเลือกง่ายๆเช่นนี้ตั้งแต่ต้น กลับเลือกทางที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะมีคนตาย จะเกิดสงครามกลางเมือง จึงเป็นการตัดสินใจเลือกที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง

ที่สำคัญเมื่อเกิดการสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังดันทุรังเดินหน้าสู่ความสูญเสียมากขึ้นๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอะไรก็ตามที่ไม่มีทาง “คุ้มค่า” กับชีวิตคนที่สูญเสียไปเลย ยิ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่เหลือความเป็นมนุษย์อยู่เลย

เราคงได้แต่ถามอย่างงงงวยหดหู่ และถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ท่านนับศพเพื่ออะไร และเมื่อไรจะเสร็จการนับศพ?”

ปล. แม้ผมจะมีความเห็นมาตลอดว่า แกนนำ นปช.ใช้ยุทธวิธีผิดพลาด ไม่ให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตของมวลชนเท่าที่ควรจะเป็น และต้องรับผิดชอบทางกฎหมายตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน แต่ก็เห็นว่าอภิสิทธิ์ สุเทพ ในฐานะผู้ใช้อำนาจรัฐอย่างไร้สปิริตประชาธิปไตยและไร้มนุษยธรรมจะต้องรับผิดชอบมากกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้!

ใต้เท้าขอรับ : ทางที่ยังไม่ได้ทำ 'หยุดยั้งใบอนุญาตฆ่า'

ที่มา ประชาไท


ชีวิตผู้คนที่ร่วงรายแล้วรายเล่า ทำให้หลายคนใช้ลมหายใจอยู่เพื่อคิด และเพื่อทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ แต่สำหรับภาคประชาชน สื่อ ข้อเรียกร้องทั้งหมดไม่ได้กดดันไปที่รัฐบาล ราวกับรัฐบาลไม่ผิด คนยิงไม่ผิด คนถูกยิงผิด หรือไม่ก็เป็นความจำเป็นที่รัฐบาลถูกกระทำให้เป็นต้องกระทำแบบนั้น

ใครก็คิด ผมก็คิด คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ติดยศ ‘ทรราชย์’ ในฐานะบุคคลสาธารณะ และติดคำนำหน้า ‘ฆาตกร’ ในฐานะปัจเจกไปแล้ว เคยแสดงตัวที่จะปรองดองโดยลำพัง กระนั้นเขาก็แสดงให้เห็นว่า ต้องเผชิญกับแรงกดดันมากเพียงใด จากฝ่ายผู้สนับสนุนเขา ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชิปไตย กลุ่มคนหลากสี รวมทั้งเขาเองก็แคร์กับกัลยาณมิตรของเขาในซีกฝ่ายสื่อและองค์กรเอกชน

แต่ทั้งหมดนั้นล้มเหลว คนยังตายเป็นใบไม้ร่วง

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่อภิสิทธิ์แล้ว แต่อยู่ที่คน ผู้คน หน่วยงาน องค์กร ภาคประชาชนและสื่อ ที่ยังคงเห็นถึงความจำเป็นและการมีอยู่ของอภิสิทธิ์ ในนามความถูกต้องที่อุปโลกขึ้น ไม่ว่าในมิติทางจริยธรรม การปกครอง ความถูกต้อง หรือกฎหมาย และใช้เหตุผลเหล่านี้กดดันให้รัฐบาลต้องจัดการ ปราบปราบ กระทั่งฆ่า ผู้ชุมนุมที่เห็นต่าง

ไม่ว่าในมิติทางจริยธรรม การปกครอง ความถูกต้อง หรือกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ ถึงที่สุดล้วนเป็นมายาคติ มันไม่มีความหมายและมีคุณค่าอีกต่อไปหากประชาชนไม่ยอมรับ กฎหมายไม่เป็นกฎหมายอีกต่อไป เพราะคนได้เอาชีวิตของเขา สิ่งสำคัญที่สุดในการมีอยู่ของโลกเข้าแลก

ไม่มีอะไรสำคัญกว่าชีวิตผู้คนที่ออกมาชุมนุมและต่อสู้อีกแล้ว เมื่อคนจำนวนมากพร้อมจะสู้และหลายคนพร้อมจะตาย ไม่มีกฎหมายและความถูกต้องใดๆ จะถูกต้องและจริงแท้มากไปกว่าชีวิตผู้คนอีกแล้ว

สังคมมาผิดทาง เราไม่อาจจะเรียกร้องกร่นด่า ผู้ชุมนุม และไม่อาจจะเรียกร้องกดด่าอภิสิทธิ์ อีกแล้ว

ถึงเวลาแล้ว เราต้องกดดัน เรียกร้อง ต่อ ‘ผู้สนับสนุน’ รัฐบาลอภิสิทธิ์ และประณามผู้ไม่ยอมเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์รับผิดชอบในฐานะทรราชย์และฆาตกร

หยุดมือเปื้อนเลือด หยุดสนับสนุนฆาตกร เดี๋ยวนี้

ในห้วงคิด และในความพยายามหยุดยั้งการฆ่า

เราควรจะได้บันทึกทุกอย่าง ทุกรอยเลือด และทุกใบอนุญาตฆ่า ไม่ว่าจะโดยทางตรงและทางอ้อม

เพิ่มฉุกเฉิน 5 จว. ให้ กทม.หยุด 17-18 คุมธุรกรรม 100 บัญชี

ที่มา ประชาไท


ครม.ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพิ่ม 5 จังหวัด ให้ กทม.หยุด 17-18 พ.ค.นี้ ปณิธานระบุไม่เคยเรียกร้องให้องค์กรใดแทรกแซงกิจการภายใน ด้าน ศอฉ.ประกาศคุมธุรกรรมการเงินบุคคล-นิติบุคคล 100 บัญชีรายชื่อ

(16 พ.ค.) เวลา 18.30 น. นายปณิธาน วัฒนายากร เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบประกาศ พรก.ฉุกเฉินเพิ่มเติมใน 5 จังหวัด คือ อุบลราชธานี มหาสารคราม ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู สกลนคร

เรื่องที่สอง ครม.มีมติอนุมัติให้วันที่ 17-18 พ.ค.เป็นวันหยุดราชการในท้องที่กรุงเทพฯ เพื่อดำเนินการให้เกิดความเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายปณิธาน กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันปฏิบัติการด้านความมั่นคงในพื้นที่ราชประสงค์ เนื่องจากมีสถานการณ์การชุมนุมที่ขัดกับกฎหมาย ไม่ได้เป็นการคุกคามหรือใช้อาวุธต่อประชาชน ไม่มีเหตุผลใดในการเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลเรียกร้องให้กลุ่มชุมนุมยุติการกระทำดังกล่าว เรียกร้องให้กลุ่มแกนนำมอบตัวและสู่กระบวนการยุติธรรม ให้ยุติการกระทำทั้งหมดและหยุดยิง ที่อาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัย

เขากล่าวด้วยว่า แผนปรองดองยังอยู่ ไม่มีผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านี้ เมื่อบ้านเมืองสงบจะพิจารณาการเลือกตั้งต่อไป ส่วนการเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้ามานั้น รัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัยไม่เคยเรียกร้องให้องค์กรใดมาแทรกแซงกิจการภายใน แต่ก็เป็นห่วงใยเช่นเดียวกับองค์กรอื่น

ศอฉ.ประกาศคุมธุรกรรมทางการเงินบุคคลและนิติบุคคลกว่า 100 บัญชีรายชื่อ
ศอฉ.มีคำสั่งห้ามให้ดำเนินการทางการเงินประกอบด้วยสถาบันทางการเงินตามกฎหมาย ธนาคารที่มีการจัดตั้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย ตลอดจนนิติบุคคลที่รับทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือดำเนินการเกี่ยวกับธุรกรรมทางเงิน โดยมีรายชื่อรวม 106 บัญชี

ในจำนวนดังกล่าวเป็นนิติบุคคล 13 ราย โดยมีชื่อของพ.ต.ท.ทักษิณและเครือญาติอยู่ด้วย รวมถึงรายชื่อในพรรคไทยรักไทยและพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผลหรือเสธ.แดงรวมอยู่ด้วย