WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, May 26, 2010

'มาร์ค'ระงับเคอร์ฟิว จาก7เหลือ4 เกรงธุรกิจบันเทิงเจ๊ง

ที่มา ไทยรัฐ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี สั่งใช้เคอร์ฟิว 4 วัน 25-28 พ.ค. หากใช้ 7 วันตามที่รองนายกฯสุเทพเสนอ หวั่นธุรกิจบันเทิงกลางคืนเจ๊งเป็นแถบ รอประเมินสถานการณ์ 28 พ.ค.อีกรอบ ถกครม.วางคิวรับศึกซักฟอก ติงฝ่ายค้าน ไม่ส่งชื่อกมธ.งบฯส่ออดอภิปรายไม่ไว้วางใจ...

25 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมครม. มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้เสนอให้ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามที่ศอฉ.เสนอให้มีการประกาศเคอร์ฟิว 7 วัน โดยนายุสเทพกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นเพียงสั้นๆ ว่า เนื่องจากขณะนี้ สถานการณ์แม้จะลดระดับลงมาบ้างแล้ว แต่ยังดูไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะยังมีบางพื้นที่มีการเคลื่อนไหวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ จึงจำเป็นต้องเสนอให้ประกาศเคอร์ฟิวต่อไปอีก 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีแสดงความเห็นว่า หากจะประกาศเคอร์ฟิวนานถึง 7 วันนั้น เกรงจะส่งผลกระทบทำให้ประชาชน โดยเฉพาะพวกผู้ประกอบการจะได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นไปอีก อย่างเช่นผู้ประกอบการธุรกิจตอนกลางคืน เช่น ธุรกิจบันเทิงต่างๆ ไม่อยากได้รับผลกระทบรุนแรงเกินไป จึงอยากให้ลดระยะเวลาลงมาเหลือเพียงแค่ 4 วัน เอาไว้ถึงวันศุกร์ที่ 28 พ.ค. ค่อยมาประเมินสถานการณ์กันใหม่ ถ้าพื้นที่ใดสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ก็ให้เสนอมา จะได้ยกเลิกเคอร์ฟิว ซึ่งบรรดาครม.ก็เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ได้หยิบยกกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มาหรือกับครม.ว่า รัฐบาลจะให้มีการขยายเวลาการประชุมสภาสมัยวิสามัญออกไป หรือจะขอเปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้คร่าวๆ ว่า ถ้าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงเป็นช่วงวันที่ 31 พ.ค.-1 มิ.ย.53 แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎรจะไปพิจารณา ถ้าหากท่านเห็นว่าจะให้อภิปรายฯวันเสาร์หรือวันอาทิตย์รัฐบาลก็พร้อมจะตอบชี้แจงอยู่แล้ว

"เท่าที่ได้กำหนดตารางเวลาในการประชุมสภาสมัยวิสามัญไว้ เราจะอภิปรายงบประมาณกันในวันที่ 26-27 พ.ค. ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นช่วงวันที่ 29 พ.ค.ถึง1 มิ.ย. รัฐบาลพร้อมเสมอที่จะให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จะเป็นวันใดต้องแล้วแต่ทางประธานสภาจะประสานมา ซึ่งตอนนี้พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 28 พ.ค. ยังอยู่ในขั้นตอนที่ขอกลับคืนลงมาได้" นายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวฯ ได้ซักถามว่า มีด้วยหรือในกรณีที่จะเปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวว่า เมื่อก่อนในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติไว้ตั้งแต่ในสมัยประชุมสภาสมัยสามัญ แต่ต่อมาเกิดปิดสมัยประชุมสภาไปก่อน ก็เลยมาเปิดวิสามัญให้ ทั้งนี้ไม่ว่าในช่วงอภิปรายฯงบประมาณ รัฐบาลก็เปิดโอกาสให้อภิปรายกันไปเลย 3-4 วัน เพราะถึงจะการอภิปรายฯงบประมาณ แต่ฝ่ายค้านก็ต้องหยิบยกบางประเด็นมาพูดต่อเนื่องเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปด้วยอยู่แล้ว ก็จะเป็นโอกาสที่ดีที่ส.ส.ของซีกรัฐบาลจะได้พูดชี้แจงทำความเข้าใจไปด้วย

นอกจากนี้ก็มีข่าวว่า ฝ่ายค้านจะไม่ส่งรายชื่อคนเข้ามาร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณางบฯ ก็จะทำให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณมันไม่เสร็จสิ้น ฝ่ายค้านจะมีปัญหาว่าจะไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้กล่าวเสริมว่า ถ้าฝ่ายค้านเขาไม่เสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมพิจารณางบประมาณ ก็ถือว่ากระบวนการพิจาณณางบประมาณไม่จบ อาจจะไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนพร้อมเสมอที่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีแต่ละท่านพร้อมหรือเปล่า ซึ่งทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่นั่งอยู่ครบในห้องประชุมครม. ก็ตอบรับว่าพร้อมกันทุกคน

การ์ตูน เซีย 26/05/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูน เซีย 26/05/53

Tuesday, May 25, 2010

'ตู่'มาตามนัด พบดีเอสไอ ทนายสู้เต็มที่

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_85196

มาตามนัด "จตุพร-วิเชียร" สอง ส.ส.เพื่อไทย ในฐานะแกนนำแดง เข้าให้ปากคำดีเอสไอ โดยมีกองเชียร์เสื้อแดงโผล่ให้กำลังใจ ทนายยันถูกป้ายสีข้อหาก่อการร้าย เรียกร้องรัฐบาลอย่าละเมิดสิทธิกันจนเกินไป..

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 พ.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช. นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ผู้ถูกกล่าวหาในคดีก่อการร้าย พร้อมด้วยนายคารม พลทะกลาง หัวหน้าทนายความ นปช.เข้าให้ปากคำในคดีก่อการร้ายต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย โดยมีกองเชียร์กลุ่มเสื้อแดงยืนจำนวนหนึ่งถือกระดาษรูปหัวใจตะโกนให้กำลังใจ

นายคารม พลทะกลาง หัวหน้าทนายความ นปช. กล่าวก่อนเข้าให้การว่า ข้อหาก่อการร้ายเป็นการใส่ร้ายป้ายสี โดยหยิบเทปการปราศรัยบางช่วงมา เราไม่ได้กังวลในการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม แต่จะให้ปรองดองคงไม่ได้ ต้องต่อสู้ภายในกระบวนการยุติธรรม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า คนบ้านเดียวกันพูดคุยกันได้ ถ้าคนบ้านเดียวกันยังทำตัวแบบนี้ อยู่ไม่ได้หรอก คุณใส่ร้ายทุกวันสื่อคุณก็ยึดไปหมดแล้วจะให้พวกเราทำไง ประเด็นนี้เรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าถ้าปรองดองให้สงบ ต้องให้สิทธิคนเสื้อแดง เมื่อกระบวนการยุติธรรมถูกนำมาใช้กับคนเสื้อแดง สิทธิมนุษยชนถูกละเมิด ภาพแกนนำ นปช.ที่ถูกควบคุมตัวที่ค่ายนเรศวรไปถ่ายเขาไม่ได้ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีไปยื่นเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอบสวน หมายความว่าอะไร

หัวหน้าทนายความ นปช. กล่าวอีกว่า ประเทศไทยแย่กว่าพม่า ขอเรียกร้องในฐานะนักกฎหมาย อย่าละเมิดสิทธิกันจนเกินไป เมื่อถูกดำเนินคดีถูกจับกุมแล้ว ต้องให้เกียรติไม่ว่าจะเป็นแกนนำ นปช.หรือชาวบ้าน กรณีแกนนำ นปช. ถูกกล่าวหาก่อการร้ายเป็นข้อหาที่มีโทษประหารชีวิตกฎหมายให้ต้องมีทนายความเข้ารับฟังการสอบสวน เมื่อเป็นข้อหาที่มีโทษสูงต้องให้เวลาการต่อสู้เต็มที่ ทั้งเวลาให้การ ดีเอสไออย่าตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล

ส่วนกรณีศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) นำเทปปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายวีระ มุสิกพงษ์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ มาเปิดนั้น นายคารม กล่าวว่า จะดูแลลูกความในการต่อสู้คดีว่า มูลเหตุจูงใจในการชุมนุมคือเรื่องทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องก่อการร้ายแน่นอน มาตรา 135 วรรคท้ายบอกชัดถ้าเป็นการเรียกร้องทางการเมือง ส่วนเทปของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไม่ใช้การพูดที่เวทีราชประสงค์อาจเป็นการพูดในต่างจังหวัดในเงื่อนไขของการรัฐประหาร คดีอาญา รัฐบาลกล่าวหาก็นำสืบว่ามาเราจะแก้ข้อกล่าวหา

"เรามั่นใจว่าคนเสื้อแดง เรียกร้องตามกฎหมาย เรียกร้องให้ยุบสภา มันทำร้ายรัฐบาลอย่างไร ส่วนนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อีกหนึ่งแกนนำยังไม่ได้รับการติดต่อ ส่วนแกนนำ นปช.คนอื่นๆ รอให้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยกเลิก เพราะเขาจะควบคุมตัวที่ไหนก็ได้ เราต้องระวัง" นายคารม กล่าว.

'แม้ว'ทวิตเย้ย หมายจับ คนไม่ได้กินแกลบ

ที่มา ไทยรัฐ


"ทักษิณ" ทวิตเตอร์กร้าวถูกใส่ความหลังที่ศาลอาญามีคำสั่งอนุมัติหมายจับในข้อหา "ก่อการร้าย" โดยระบุว่า เป็นการใช้หลักฐานเท็จ ลั่นจะไม่ท้อเดินหน้าสู้เพื่ออนาคตของลูกหลานขอบคุณนักสู้เพื่อ ปชต....

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ (http://twitter.com/Thaksinlive) ภายหลังศาลอาญามีคำสั่งอนุมัติหมายจับ ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้อง เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า "ผมถูกใส่ความเป็นผู้ก่อการร้ายโดยใช้หลักฐานเท็จ เหมือน เหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2419 ทุกประการใช้สื่อโจมตีหาล้มสถาบันเป็น Communist แต่เรียกใหม่เป็น Terrorist ยัดอาวุธ"

นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ข้อความระบุอีกว่า "เป็นนายกฯมาจากการเลือกตั้ง ชนะถล่มทะลาย 2 ครั้งซ้อน ถูกปฏิวัติยัดข้อหาถูกปล้นทรัพย์ต่อสู้หาความยุติธรรมโดยสันติกลับถูกยัดเยียดเป็นผู้ก่อการร้าย" รวมทั้ง "อย่าเที่ยวไปบอกชาวโลกเขานะว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยอายเขาคนกินข้าวกินขนมปังไม่ได้กินแกลบเอารถถัง ปราบประชาชนผู้เรียกร้องตายเป็นร้อยเจ็บเป็นพัน" และ "ขอขอบคุณกำลังใจทุกกำลังใจ ขอขอบคุณนักสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกท่านผมไม่มีท้อไม่มีถอยเราจะต่อสู้ต่อไป เพื่ออนาคตลูกหลานไทยจะได้มีสังคมท่ีเป็นธรรม"

แม้วทวิตเหน็บ รัฐทรราช ยัดข้อหาปชช.

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_85151

อดีตนายกฯ "ทักษิณ" โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ จวกรัฐบาลสุดยอด พลิกตัวจากทรราชสั่งฆ่าประชาชน มาเป็นผู้กล่าวหาผู้เรียกร้อง ประชาธิปไตยให้เป็นผู้ก่อการร้าย...

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ส่วนตัวทวิตเตอร์ (http://twitter.com/Thaksinlive) ระบุว่า "รัฐบาลนี้สามารถพลิกตัวเอง จากการเป็นทรราชสั่งฆ่าประชาชน มาเป็นผู้กล่าวหาผู้เรียกร้องปชต.และความเป็นธรรม ให้เป็นผู้ก่อการร้ายได้ สุดยอดจริงๆ"

นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ข้อความต่ออีกว่า "ประชาชนมาเรียกร้องขอ หีบบัตรเลือกตั้ง เพื่อได้รัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่ใช่ทหารยัดเยียดให้แต่กลับได้ หีบศพ และความบาดเจ็บตลอดจนคดีติดตัวกลับไป" และ "ได้รับเมล์ท่ีforwardกันมา มีคำพูดที่คุณอภิสิทธิ์ว่าคุณสมัครและคุณสมชายในช่วงท่ีมีพันธมิตรมากดดันรัฐบาล คุณอภิสิทธิ์ได้ทำทุกเรื่องท่ีว่าเขาไว้"

คณาจารย์ จุฬาฯนัดแถลงค้าน ศอฉ.ควบคุมตัว"ดร.สุธาชัย"ไปขังที่ค่ายทหาร สระบุรี

ที่มา มติชน


ผู้สื่อข่าว"มติชนออนไลน์"รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 25 พฤษภาคม คณาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์ จุฬลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งนัดเปิดแถลงข่าวกรณีที่ศุนย์อำนวยการแก้ไขสถานการ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)มีคำสั่งให้ควบคุมตัว ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯโดยไม่มีข้อหาชัดเจนและนำไปควบคุมที่ศูนยืการทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี โดยคณาจารย์กลุ่มดังกล่าวจะคัดค้านการดำเนินการกับนายสุธาชัยว่า มีความไม่ชอบธรรม

"เพื่อไทย"นำ 2 พยานแถลงยืนยันทหารยิงที่ "วัดปทุมฯ" อสม.โต้ "หมอพรทิพย์" ระบุศพไม่ได้ถูกทุบหัว

ที่มา มติชน


พท.งัด2พยานยืนยันทหารยิง

เวลา 15.20 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ที่พรรคเพื่อไทย(พท.) นายพร้อมพงศ์ โฆษกพท. พร้อมกับนายวรวัจน์ เอื้อภิญญกุล ส.ส.แพร่ พท. นำ น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา อาสาสมัครรักษาพยาบาล ในวัดปทุมวนาราม และพระสำเริง พูลิโต พระลูกวัดบางไทร อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา โดยอ้างว่าเป็นพยานบุคคลที่อยู่ในพื้นที่วัดปทุมวนารามวันที่ทหารสลายชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม มาเล่าเหตุการณ์ต่อสื่อมวลชน พร้อมนำคลิปวีดีโอและรูปถ่ายซึ่งอ้างว่าถูกบันทึกจากเหตุการณ์เดียวกัน และมีภาพถ่ายซึ่งอ้างอิงจากสื่อหนังสือพิมพ์ที่บันทึกภาพกลุ่มชายในชุดพรางทหารที่ประจำการอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสมาประกอบการแถลง สำหรับคลิปวีดีโอมีความยาวประมาณ 7 วินาที แสดงภาพกลุ่มคนนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น


โต้"พรทิพย์"ศพไม่ได้ถูกทุบหัว

นส.ณัฏฐธิดา กล่าวว่ากรณีของนายอัครเดช ขันแก้ว อาสาสมัคร ถูกยิงที่แก้ม ท้อง และต้นขาจนเสียชีวิต ยืนยันได้ว่าไม่ได้เสียชีวิตจากถูกทุบที่ศีรษะตามที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ระบุ

ด้านพระสำเริง กล่าวว่าที่ผ่านมาก็ไปๆมาๆเพื่อมารับบิณฑบาตรจากคนเสื้อแดง ซึ่งวันเกิดเหตุร่วมอยู่ในเหตุการณ์และเห็นกับตาว่ามีคนถูกยิงตายในเต็นท์ 3 ศพ ซึ่งผู้ยิงก็คือทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส

ด้านนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่าขอถามไปถึงศพอีกหลายศพที่เสียชีวิตบริเวณหน้าวัดแต่ถูกทหารแย่งไป นำศพเหล่านั้นไปไว้ที่ไหน ศอฉ.ต้องเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิต เพราะในส่วนของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของพรรค ได้รับร้องเรียนจากญาติผู้สูญหายจำนวนมาก ถามว่าวันนี้จะรับผิดชอบอย่างไรกับผู้เสียชีวิต 84 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากองโฆษก พท.ได้ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อแจ้งให้สื่อข่าวทราบว่า ในวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 13.00 น.นายจตุพร พรมหพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พท.และแกนนำคนเสื้อแดงจะไปที่ดีเอสไอ

เปิดบัญชีหมายจับ 66 "นปช." ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวบได้ 22 หนี 44 ราย "อริสมันต์"เจอคดีฐานความผิดหนัก

ที่มา มติชน


บช.ก.แจงยิบหมายจับทุกคดี

รายงานข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมว่า พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) ได้สรุปถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ว่า ระหว่างวันที่ 14-20 พฤษภาคมกองบัญชาการต่างๆ ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล( บช.น.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1( บช.ภ.1) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7( บช.ภ.7) และ กองบังคับการกองปราบปราบ(บก.ป.) ได้ร้องขอศาลอาญาออกหมายจับและควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัย ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยศาลอนุมัติหมายจับและควบคุมตัวทั้งสิ้น 66 หมาย จับกุมตามหมายจับแล้ว 22 หมาย คงเหลือ 44 หมายที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ดังนี้

กรณีการตั้งเวทีปราศรัยปลุกระดมมวลชนบริเวณแยกราชประสงค์ (17 หมาย) 1.นายเหวง โตจิราการ(มอบตัว 20 พฤษภาคม) 2.นางดารุณี กฤตบุญญาลัย 3.นายจรัล ดิษฐาอภิชัย 4.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ(มอบตัว 19 พฤษภาคม) 5.นายนิสิต สินธุไพร(มอบตัว 19 พฤษภาคม)

6.นายวีระ มุกสิกพงศ์(มอบตัว 20 พฤษภาคม) 7.นายก่อแก้ว พิกุลทอง(มอบตัว 20 พฤษภาคม) 8.นายขวัญชัย ไพรพนา(มอบตัว 19 พฤษภาคม) 9.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด 10.นายวิภูแถลง พัฒนภูไท(มอบตัว 19 พฤษภาคม)

11.นายอดิศร เพียงเกษ 12.นายวรพล พรหมิกบุตร 13.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 14.นายสำเริง ประจำเรือ 15.นายวิสา คัญทัพ

16.นางไพจิตร อักษาณรงค์ 17.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสียชีวิต 17 พฤษภาคม)

กรณีวิทยุชุมชนนำคลิปเสียงตัดต่อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเผยแพร่ทางสถานี(จำนวน 7 หมาย) ประกอบด้วย 1.นายราตรีหรือชาตรี ชื่นชม 2.นายพันธุ์ศักดิ์ ซาบุ 3.นางวิกานดา ปักกาสัง(จับกุมเมื่อ 7 พฤษภาคม) 4.น.ส.รัศมี มาลาม(จับกุมเมื่อ 20 พฤษภาคม) 5.นายธาดา บุญสุขศรี 6.นายซากิริน บุญมาเลิศ และ7.นายธนกฤต นาคบรรจง


"สุภรณ์-กีร์"ยังตามจับไม่ได้

กรณีวิทยุชุมชนนำคลิปของนายกรัฐมนตรีออกเผยแพร่(จำนวน 4 ฉบับ) 1.นายชุติพนธ์ ทองคำ 2.น.อ.อ.พิรัตน์ วัฒนพานิช 3.นายนิพนธ์ แสงสีนิล และ4.น.ส.ดวงมณี บุญรัตน์ (จับกุมเมื่อ 9 พฤษภาคม)

กรณีผู้จัดวิทยุชุมชนทางภาคเหนือปลุกระดมมวลชนและสนับสนุนสิ่งของพร้อมทั้ง ที่เวทีราชประสงค์โจมตีรัฐบาล(จำนวน 5 ฉบับ)1.นางกัญญาภัค มณีจักร 2.นายเพชรวรรต วัฒนะพงศ์ศิริกุล 3.นายภูมิใจ ไชยยา 4.นายนิยม เหลืองเจริญ และ5.นายอภิชาต อินสอน

กรณีกรรมการของสถานีวิทยุชุมชนสนับสนุนให้มีการปลุกระดมมวลชน ขนคน และสนับสนุนสิ่งของ พร้อมทั้งการขึ้นกล่าวปราศรัยที่เวทีแยกราชประสงค์โจมตีรัฐบาล (จำนวน 3 ฉบับ)1..น.ส.มาระดี วงศ์ไทย 2..นายวินัย แสงสีนิล และ3.น.ส.กัลยารัตน์ กาวีระ

กรณีวิทยุชุมชนมีการปลุกระดมโจมตีรัฐบาล(จำนวน 7 ฉบับ)1.นายไพโรจน์ แสงศรี 2.นายประทีป ใจหาญ 3.นายสมเกียรติ สาระเนียม 4.นายธนานันท์ ศรีสุดดี 5.นายกิตติ์ดนัย พริ้งกุลเศรษฐ์ 6.นายพีระ พริ้งกลาง และ7.นายภูมิกิติ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง(จับกุมเมื่อ 18 พฤษภาคม)

บช.น.ร้องขอศาลอาญา ออกหมายจับและควบคุมตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 รวม 22 ฉบับ ประกอบด้วย

กรณีการบุกรุกรัฐสภา 1.นายยศวริศ ชูกล่อมหรือ เจ๋ง ดอกจิก(มอบตัว 19 พฤษภาคม) 2.นายพายัพ ปั้นเกตุ 3.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ 4.นางศิริวรรณ นิมิตศิลป์(จับกุมเมื่อ 20 พฤษภาคม) 5.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง 6.นายธนกฤต ชะเอมน้อย หรือวันชนะ เกิดดี และ7.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์


"อริสมันต์"เจอคดีฐานความผิดหนัก

กรณีการขอคืนพื้นที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน 1.นายเมธี อมรวุฒิกุล(จับกุมเมื่อ 22 เมษายน) 2.นายอารี ไกรนรา (หัวหน้าการ์ด นปช.) 3.นายอร่าม แสงอรุณ 4.นายมงคล สารพัน 5.นายเชน แขนสันเทียะ(มอบตัว 16 พฤษภาคม)

6.นายชยุต ไหลเจริญ(จับกุมเมื่อ 26 เมษายน) 7.นายธนเดช เอกอภิวัชร์ 8.นายวายุภักดิ์ โนรี(จับกุมเมื่อ 1 พฤษภาคม) 9.นายภาสกร หรือสมนึก ศิริรักษ์(จับกุมเมื่อ 1 พฤษภาคม) 10.พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วคำ(จับกุมเมื่อ 1 พฤษภาคม)

11.นายเรืองอำนาจ พุทธิวงศ์(จับกุมเมื่อ 17 พฤษภาคม) และ12.นายมีชัย สินนาค(จับกุมเมื่อ 4 พฤษภาคม) และกรณีออกหมายจับเพิ่มเติม เมื่อ 18 พฤษภาคม 1.นายสมชาย ไพบูลย์ 2.นายนาวิน บุญเสรษฐ (อดีต ส.ส.พิจิตร) และ3.นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ

บช.ภ.1 ร้องขอศาลแขวงจังหวัดสมุทรปราการ ออกหมายจับและควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำนวน 1 ฉบับ กรณีวิทยุชุมชนออกอากาศเผยแพร่ปลุกระดมมวลชนและโจมตีการทำงานของรัฐบาล คือ นายพงษ์อัมพร บรรดาศักดิ์

ข่าวแจ้งว่า บก.ป.ได้ออกหมายจับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ในความผิดฐาน กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน (กรณีนี้เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ซึ่งหมายฉบับนี้เป็นหมายจับในคดีอาญา)


เผยชื่อ22รายที่บช.ก.จับกุมได้แล้ว

ข่าวแจ้งว่า การดำเนินการและผลการปฏิบัติหมายจับและควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ในความรับผิดชอบของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ที่ 145/2553 ซึ่ง พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน สรุปผลการดำเนินการ 1.ผู้ต้องหาตามหมายจับถูกจับกุมแล้ว 22 ราย ประกอบด้วย 1.นายเหวง โตจิราการ 2.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 3.นายนิสิต สินธุไพร 4.นายวีระ มุสิกพงศ์ 5.นายก่อแก้ว พิกุลทอง

6.นายขวัญชัย ไพรพนา 7.นายวิภูแถลง พัฒนภูไท 8.พล.ต.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล(เสียชีวิต) 9.นางวิกานดา ปักกาสัง 10.น.ส.รัศมี มาลาม

11.น.ส.ดวงมณี บุญรัตน์ 12.นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง 13.นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก 14.นางศิริวรรณ นิมิตศิลป์ 15.นายเมธี อมรวุฒิกุล

16.นายเชน แขนสันเทียะ 17.นายชยุต ไหลเจริญ 18.นายวายุภักดิ์ โนรี 19.นายภาสกร หรือสมนึก ศิริรักษ์ 20.พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วคำ 21.นายเรืองอำนาจ พุทธิวงศ์ และ22.นายมีชัย สินนาค

สรุปยอด หมายจับ 66 หมาย (บช.ก. จำนวน 43 หมาย บช.น.จำนวน 22 หมาย และ บช.ภ.1 จำนวน 1 หมาย)จับกุมได้ 22 หมาย (บช.ก. 12 หมาย บช.น. 10 หมาย ) คงเหลือ 44 หมายที่ยังจับกุมไม่ได้ (บช.ก. 31 หมาย บช.น. 12 หมาย บช.ภ.1 จำนวน 1 หมาย)

ความไม่แน่นอน ภายหลัง 19 พ.ค. 2553 ของ "สังคมไทย"

ที่มา ข่าวสด


มีร่องรอย "ความเกลียด" ดำรงอยู่อย่างเป็นรูปธรรมจำนวนมากภายหลังสถานการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

เป็นร่องรอยที่เห็นได้จากคราบเลือดของ "คนตาย"

เป็นร่องรอยที่เห็นได้จากคราบเลือดของ "คนบาดเจ็บ" เป็นร่องรอยอันสัมผัสได้จากเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของ "คนถูกยิง"

ไม่ว่าจะเป็น ณ แยกราชประสงค์ ไม่ว่าจะเป็น ณ วัดปทุมวนารามวรวิหาร

เป็นร่องรอยจากซากปรักหักพังของอาคารสูง ไม่ว่าจะเป็นเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นโรงหนังสยาม

เป็นร่องรอยจากรูกระสุนที่เจาะเข้าไปแม้กระทั่งพื้นคอนกรีตของลานจอดรถ

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นร่องรอยอันสะท้อนให้เห็นถึงความเกลียดซึ่งฝังอยู่อย่างลึกซึ้ง เพราะหากไม่มีความเกลียดคงไม่สามารถลั่นกระสุน เพราะหากไม่มีความเกลียดคงไม่สามารถเผาได้

น่าเศร้าก็ตรงที่เป็นความเกลียดระหว่างคนไทยต่อคนไทยด้วยกัน



ถามว่าเหตุใดจึงยังไม่ยกเลิกพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถามว่าเหตุใดจึงยังไม่ยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว

แม้ว่าเสียงปืนจะสงบลงไปแล้ว ณ แยกราชประสงค์

แม้ว่ากทม.จะสามารถระดมประชาชนเข้าร่วมในการกวาดและชำระล้างความสกปรกอันตกค้างมาจากการชุมนุมนับแต่วันที่ 3 เมษายน เป็นต้นมา

เพราะว่าสถานการณ์ยังอยู่ในความฉุกเฉินอยู่

ด่านตรวจอย่างเข้มข้นอันเป็นการสนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจและอาสาสมัครพลเรือนจึงยังมีความจำเป็น

เสียงปืนอาจสงบลงแล้วในมหานครกรุงเทพฯ แต่การลอบยิงเข้าใส่ธนาคารอันเป็นเป้าหมายทางการเมืองยังดำรงอยู่ การลอบเผาศาลาที่พักประชาชนริมถนนสายสำคัญอย่างถนนสายเอเชียทั้งที่พระนครศรีอยุธยาและอ่างทองยังดำรงอยู่

เพียงแต่กระจายจากแยกราชประสงค์ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดเท่านั้นเอง



ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าแผนเยียวยาบนพื้นฐานของแผนโรดแม็ปเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ 5 ประการที่เคยเสนอโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเดินหน้าไปอย่างไร

เพราะว่าการไล่ล่าแกนนำนปช.ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคก็ยังเดินหน้าต่อไป

เพราะว่าการขจัดเงื่อนไขมิให้นปช.แดงทั้งแผ่นดินสามารถหวนกลับมาสำแดงบทบาทต่อไปอีกก็ยังเดินหน้าต่อไป

รัฐบาลหวังว่าจะสามารถจัดการกับนปช.แดงทั้งแผ่นดินอย่างราบคาบ

ด้านหนึ่ง มีการไล่ล่าจับกุมจำกัดบริเวณ ด้านหนึ่ง มีการดำเนินมาตรการเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงระหว่างต่างประเทศกับในประเทศให้หมดสิ้น

ความหวังก็คือ การตั้งข้อหาก่อการร้ายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ความหวังก็คือ หากสยบอิทธิพล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง หากสยบทุกองคาพยพของนปช.แดงทั้งแผ่นดิน นั่นหมายถึงความสงบสุขอย่างแท้จริงในสังคมไทย

เป็นเช่นนั้นได้จริงละหรือ



ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าจะมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ในระยะเวลาใดปีนี้หรือว่าปีหน้า

กระนั้น ความหวั่นเป็นอย่างมากก็คือ กระบวนการเลือกตั้งมิได้เป็นคำตอบว่าจะสามารถสานความขัดแย้งและแตกแยกทางความคิดที่เกิดตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 หรือไม่

แล้วอะไรคือทางออกเพื่อความสงบสุขอย่างแท้จริงในสังคมเฉพาะหน้าของไทย

เปิดใจพ่อแม่ เหยื่อในวัดปทุม

ที่มา ข่าวสด


ปลดหรีด"มาร์ค" ลงจากหน้าศพ!




เหยื่อปืน - งานศพน.ส.กมนเกด อัคฮาด อาสาสมัครพยาบาล มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่ถูกยิงตายหน้าวัดปทุมวนาราม เมื่อเย็นวันที่ 19 พ.ค. ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดปากบึง ลาดกระบัง โดยนายกฯ ส่งพวงหรีดไปด้วย แต่ญาติไม่ได้เอามาตั้ง

เปิดใจพ่อแม่ผู้เสียชีวิต 2 ใน 6 ศพสังเวยคืนโหดในวัดปทุมฯ เป็นหนุ่มสาวอาสาฯ ของ "ป่อเต็กตึ๊ง" ทั้งคู่ ครวญไม่รู้จะถามหาความรับผิดชอบจากใคร เพราะตายแบบจับมือใครดมไม่ได้ เล่าประวัติล้วนเป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ระหว่างมีการชุมนุมที่ราชประสงค์ ก็ไปคอยช่วยเหลือคนเจ็บป่วยตลอด จนกระทั่งถึงวันสลายม็อบ 19 พ.ค. ติดพันการช่วยเหลือคนเจ็บอยู่ในวัดปทุมฯ จนถูกกระสุนปริศนาสังหารอนาถ เผยญาติของอาสาฯ สาว เก็บพวงหรีด "อภิสิทธิ์" จากงานศพ เผยนักข่าวอิตาลีที่เอาชีวิตมาทิ้งในไทย ญาติจัดการเผาศพในกรุงเทพฯ เพื่อเก็บกระดูกกลับประเทศ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 3/10 ตรอกวัดปทุมวนาราม แขวงและเขตปทุมวัน พบนายหยด เข็มทอง อายุ 76 ปี พ่อนายมงคล เข็มทอง อายุ 37 ปี 1 ใน 6 ผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกชายเป็นอาสาสมัครสำรองของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าวันเกิดเหตุ มารู้อีกทีตอนเช้าของอีกวันหนึ่งว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ตนเสียใจ เสียดายลูกชาย ลูกคนสุดท้องไม่น่าจะมาเสียชีวิตไปก่อนใครๆ ในครอบครัวตนเองอายุมากแล้ว น่าจะเสียชีวิตไปก่อนลูกอีก

นายหยด เปิดเผยว่า ชุมชนที่ตนพักอาศัยอยู่ เป็นของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กำลังถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ อยู่ระหว่างรื้อถอน จะพาลูกๆ โยกย้ายไปสร้างบ้านใหม่อยู่ด้วยกันที่คลองหนึ่ง ปทุมธานี แต่ลูกชายก็ไม่ได้ไป

นางสมจิตร สุขประเสริฐ อายุ 51 ปี พี่สาวของนายมงคล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้น้องชายเคยเป็นลูกจ้างตามร้านอาหาร และก็เป็นอาสาสมัครสำรองของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำงานเป็นอาสาอย่างเดียว แต่มีกระเป๋ายาสีส้มใบใหญ่ 1 ใบ เรี่ยไร่เงินจากชาวบ้านในชุมชน

เพื่อซื้อยาใส่กระเป๋า ออกไปทำงานช่วยเหลือประชาชน โดยจะออกไปแทบทุกวัน ไปอยู่ตามจุดต่างๆ กับเพื่อนๆ หรือถ้าอยู่ที่บ้าน มีเพื่อนๆ เรียกมาว่ามีงานก็จะออกไป วันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. มีหมากัดชาวบ้านที่ปากซอย น้องชายก็ได้หยิบกระเป๋ายาออกไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ จากนั้นน้องชายก็หายออกไป ทราบว่ากลุ่มเพื่อนๆเรียกให้ไปช่วยเหลือที่จุดหน้าวัดปทุมวนาราม จากนั้นก็ติดต่อน้องชายไม่ได้เพราะแบตเตอรี่โทรศัพท์ของน้องหมด ขณะนั้นมีการแจ้งให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่เกิดเหตุ แต่น้องชายทำงานช่วยเหลือผู้บาดเจ็บติดพันอยู่ จึงไม่ได้ออกมาจากวัด สุดท้ายต้องมาเสียชีวิต เพราะการเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ปกติน้องชายเป็นคนที่เฮฮากับเพื่อนฝูง แต่ไม่เกเร ชอบช่วยเหลือผู้อื่น

นางสมจิตร กล่าวต่อว่า ศพน้องชาย ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดดิสหงษารามหรือมักกะสัน ศาลา 2 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เขตราชเทวี กทม. ตั้งแต่วันที่ 22-24 พ.ค. และจะเผาศพวันที่ 25 พ.ค. เวลา 17.00 น. ขณะนี้กำลังทำเรื่องขอรับความช่วยเหลือจากสำนักพระราชวัง และมีเจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เข้ามาดูแลและให้ความช่วยเหลือเงินจำนวนหนึ่ง เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ และยังมีเพื่อนๆ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมาช่วยเหลืออยู่ที่วัด นอกจากนั้น ยังไม่มีหน่วยงานใดๆ ของรัฐเข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด

เวลาเดียวกัน ที่ศาลาดำ วัดปากบึง แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. สถานที่ตั้งสวดอภิธรรมศพ น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี อาสาสมัครพยาบาล อีก 1 ใน 6 ผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายทับทิม อายุ 53 ปี อาชีพลูกจ้างกรมศุลกากร และนางพะเยาว์ อายุ 45 ปี อาชีพค้าขาย บิดาและมารดาของน.ส.กมนเกด พร้อมทั้งญาติๆ ที่กำลังช่วยกันดูแลงาน

นายทับทิม เปิดเผยว่า น.ส.กมนเกด มีชื่อเล่นว่าน้องเกด แต่คนในครอบครัวและเพื่อนสนิทจะเรียกหมู น้องเกดจบการศึกษาจากโรงเรียนการบริบาล ด้านผู้ช่วยพยาบาล หลังจากนั้นก็มาฝึกงานที่โรงพยาบาลกรุณาพิทักษ์ได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ปัจจุบันยังไม่มีอาชีพประจำ แต่ไปช่วยเพื่อนซึ่งประมูลงานที่การไฟฟ้าสามเสน ด้านงานเอกสาร ปกติบุตรสาวจะเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนเจ็บอยู่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประจำจุดลาดกระบัง อยู่เป็นประจำ หลังเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่มีการปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม บุตรสาวพร้อมกับเพื่อนๆ จึงเข้าไปเป็นพยาบาลอาสา ช่วยดูแลผู้ชุมนุมที่เจ็บป่วยบริเวณแยกราชประสงค์

เซ่นเลือด - นายหยด เข็มทอง อุ้มรูปนายมงคล เข็มทอง ลูกชายเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เผยเสียใจที่สูญเสียลูก หลังถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม ระหว่างช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อเย็นวันที่ 19 พ.ค.



พ่อผู้ตายกล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ทราบจากแม่เขาว่าบุตรสาวเข้าไปช่วยดูแลคนเจ็บที่แยกราชประสงค์เหมือนกับทุกวัน จนกระทั่งมีข่าวการปะทะกัน แม่ของน้องเกดก็พยายามติดต่อบุตรสาว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ภรรยาของตนจึงได้พูดคุยโทรศัพท์กับบุตรสาว ถามว่าจะกลับบ้านได้หรือไม่ บุตรสาวบอกว่าช่วยคนเจ็บอยู่ที่วัดปทุมวนาราม ถ้าเสร็จงานแล้วก็จะกลับบ้าน ภรรยาของตนยังบอกไปว่า รัฐบาลเขาประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ให้หลบอยู่ภายในวัด รอจนเช้าแล้วให้รีบกลับบ้าน ระหว่างที่บุตรสาวพูดคุยกับแม่เขาอยู่นั้น ก็บอกว่าแม่แค่นี้ก่อน มีคนเจ็บ จากนั้นวางโทรศัพท์ไป และก็ติดต่อกันไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. จึงมีเพื่อนของเขาโทรศัพท์มาบอกว่า บุตรสาวถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

นายทับทิม กล่าวต่อว่า คนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็ต้องรู้สึกเสียใจที่ต้องมาสูญเสียลูก ซึ่งก็ไม่ใช่ครอบครัวตนครอบครัวเดียวที่ได้รับความเดือดร้อน ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียเช่นเดียวกัน แค่นี้ก็ดีใจแล้วที่ได้ศพบุตรสาวมาบำเพ็ญกุศล เนื่องจากเมื่อทราบข่าวลูกเสียชีวิต ก็ติดต่อกับคนที่อยู่ในวัด ไม่มีใครรู้ศพลูกไปอยู่ตรงไหน แม่เขาก็ร้องไห้เป็นห่วงศพลูก แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่บุตรสาวได้เข้าไปช่วยเหลือคนบาดเจ็บ ถึงแม้จะต้องมาเสียชีวิต ซึ่งครอบครัวก็ทำใจยากที่หมูต้องมาจากไป โดยเฉพาะบุตรชายคนเล็ก เวลาเขาไปดูภาพที่ถ่ายเล่นกันไว้ในคอมพิวเตอร์ แล้วได้ยินเสียงพี่สาวของเขา ก็ยังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ค่อนข้างสาหัสอยู่เหมือนกันสำหรับการสูญเสียบุตรสาว ซึ่งหมูหรือน้องเกดจะเป็นคนที่ช่วยเหลือครอบครัวมาตลอด เมื่อเรียนจบ ม.3 เขาก็รู้ว่าพ่อแม่ไม่ค่อยมีเงิน จึงไปเรียนกศน.จนจบม.6 แล้วเข้าเรียนโรงเรียนการบริบาล เมื่อก่อนนั้นครอบครัวเราก็จะช่วยกันทำอาหารสำเร็จรูปขายบริเวณปากซอยบ้าน แต่มาหลังๆ ยายของเขา รวมทั้งภรรยาของตนร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เขาจึงไปหาแผงที่ตลาดคุ้มเกล้า ไว้สำหรับร้อยพวงมาลัยขาย คนในครอบครัวก็จะไปช่วยกันร้อยพวงมาลัย สำหรับตนก็จะสนิทกับน้องเกดค่อนข้างมาก เมื่อตนเลิกงานก็จะไปช่วยเขาร้อยพวงมาลัย

พ่อผู้ตาย กล่าวว่า น้องเกดมีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น ชอบช่วยเหลือคน และเป็นเด็กที่ดีมาก เวลาเขาเจอตนก็จะเข้ามาเล่นหัว เหมือนกับตนเป็นเพื่อนเขาคนหนึ่งไม่เหมือนพ่อ สำหรับงานศพก็มีกลุ่มนปช.มาเป็นเจ้าภาพ 2 คืน ตนก็ไม่ได้อะไร ในเมื่อตอนมีชีวิตน้องเกดเขาไปช่วยดูแลคนเจ็บคนป่วย เขาก็คงอยากมาช่วยงานศพ ทั้งที่คนที่มาก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน บางคนมาไหว้ศพ เมื่อเห็นรูปน้องเกด ยังพูดว่าน้องคนนี้เองหรือ เคยเห็นมาเดินแจกยาดมอยู่เป็นประจำ หลังเกิดเหตุก็ยังไม่เห็นมีใครติดต่อมาเรื่องงานศพ มีเพียงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสัมภาษณ์ แล้วก็กลับไปโดยบอกว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือภายหลัง สำหรับค่าใช้จ่ายก็ได้จากซองที่คนมาช่วยงาน

ด้านนางพะเยาว์ เปิดเผยว่า หมูหรือน้องเกด เป็นคนชอบช่วยเหลือคนมาตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว เมื่อตอนขณะเรียนอยู่ ม.3 ยังหนีโรงเรียนไปอยู่กับเพื่อนๆ เพื่อช่วยเหลือคนเจ็บ หลังจากเรียนจบผู้ช่วยพยาบาล ไปฝึกงานที่โรงพยาบาลกรุณา พิทักษ์ แล้วได้เข้าไปช่วยเหลือคุณหมอและพยาบาลในห้องผ่าตัด ซึ่งเขาชอบมาก เขาไม่อยากไปอยู่ห้องยา เขาอยากช่วยเหลือคนเจ็บป่วย เมื่อเรียนจบมายังเข้าไปอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับอาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊งอยู่เป็นประจำ โดยในวันที่ 19 พ.ค. ติดต่อกับเขาไม่ได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งผิดปกติ จนกระทั่งเวลา 18.00 น. จึงโทรศัพท์ติดต่อเขาได้ ถามว่าอยู่ตรงไหน เขาก็บอกว่าช่วยเหลือคนเจ็บอยู่ภายในวัดปทุมวนาราม ระหว่างที่พูดคุยกันก็จะมีเสียงดังมาก ทั้งเสียงคนเจ็บและเสียงปืน ตนยังถามไปว่าทำไมเสียงดังจัง เขาบอกว่าตอนนี้มีการยิงกันอยู่ ตนก็บอกไปว่าวันนี้ไม่ต้องกลับบ้าน รัฐบาลเขาประกาศเคอร์ฟิวแล้ว ให้นอนอยู่ที่วัดจนเช้าแล้วค่อยกลับบ้าน ตนก็พูดคุยกับเขาได้แค่นั้น เพราะเขาบอกว่า แม่มีคนเจ็บ แล้วเขาก็วางสายไป

รับศพ - พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร. นำญาตินายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาเลียน มารับศพนายฟาบิโอออกจากโรงพยาบาลตำรวจไปฌาปนกิจที่วัดคลองเตยใน เมื่อ 24 พ.ค. ภายหลังถูกยิงเสียชีวิตขณะยืนทำข่าวอยู่ตรงบังเกอร์ม็อบเสื้อแดงแยกศาลาแดง ใกล้ร.พ.จุฬาฯ



มารดาน้องเกด กล่าวว่า จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. เพื่อนเขาที่อยู่ด้วยกัน ก็โทร.มาบอกกับน้องชายตนว่า หมูเสียชีวิตเพราะถูกยิง ตอนแรกน้องชายก็ยังไม่ยอมบอก แต่สามีของตนบอกว่าอย่างไรก็ต้องบอกแม่เขา น้องชายจึงเดินมาบอก ซึ่งตอนแรกไม่เชื่อ เพราะเห็นว่ามีอาสาพยาบาลอยู่หลายคน ยังถามน้องชายไปว่าผิดคนหรือเปล่า แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าลูกเราเขารูปร่างอ้วน น้องชายก็บอกว่าไม่ผิดหรอก หมูถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ศพอยู่หน้าวัดปทุมฯ จากนั้นก็ติดต่อกับเพื่อนลูกไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งเช้าจึงไปหาเบอร์โทรศัพท์วัด แล้วโทร.เข้าไปหาพระ แล้วถามว่าศพลูกสาวอยู่ที่ไหน เราจะเข้าไปรับศพ หลวงพ่อท่านก็บอกว่าศพอยู่ภายในวัด ยังไม่ต้องเข้ามา เนื่องจากยังมีการยิงกันอยู่ ยังอันตรายมาก แล้วอีกอย่างศพยังจะต้องถูกส่งไปผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช โดยทางวัดจะดูแลศพให้อย่างดี จากนั้นเพื่อนลูกจึงโทร.มาบอกว่า หลังหมูถูกยิงเพื่อนได้ช่วยกันลากศพเข้ามาภายในวัด โดยไม่ยอมให้ใครเอาศพไปได้ จนวันที่ 21 พ.ค. ตนและสามีจึงไปรับศพมาบำเพ็ญกุศลได้

นางพะเยาว์ กล่าวต่อว่า ปกติหมู หรือน้องเกด เขาไม่ค่อยกลัวอะไร ระหว่างที่เข้าช่วยเหลือคนเจ็บป่วยที่ราชประสงค์ ยังบอกว่าไม่เป็นอันตราย เนื่องจากเขาไปช่วยคนเจ็บ ไม่ได้ไปรบรากับใคร ซึ่งตนยังรู้สึกว่า คนที่มีเครื่องหมายกาชาดอยู่ที่ตัว มีแค่สำลีกับกล่องยา แล้วเขาจะไปทำอะไรใครได้ เขาจะใช้สำลีกับกล่องยาเป็นอาวุธหรือ ทำไมต้องมายิงเขาด้วย ตนอยากฝากว่าขอให้น้องเกดเป็นคนสุดท้าย ที่มีเครื่องหมายกาชาดอยู่ที่ตัวแล้วมาถูกยิงเสียชีวิต และว่า ตนนึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะไปถามหาความรับผิดชอบต่อชีวิตลูกของตนจากใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมศพ น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี วันศุกร์ที่ 21 พ.ค. บิดามารดา พี่ๆ น้องๆ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ วันเสาร์ที่ 22 พ.ค. เพื่อนพ้องน้องพี่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นเจ้าภาพ วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ค. และวันจันทร์ ที่ 24 พ.ค. นปช.แดงทั้งแผ่นดินเป็นเจ้าภาพ วันอังคารที่ 25 พ.ค. แฟมิลี่ คอมพิวเตอร์ เป็นเจ้าภาพ และวันพุธ ที่ 26 พ.ค. เวลา 17.00 น. จะเป็นการประชุมเพลิง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้จัดส่งพวงหรีดมาร่วมแสดงความเสียใจกับผู้ตายด้วย แต่เนื่องจากทางนปช.รับเป็นเจ้าภาพ 2 คืน และจะมีตัวแทนนปช.มาร่วมงานศพด้วย ทางญาติพิจารณาแล้วเห็นว่าถ้ากลุ่มนปช.เห็นพวงหรีดของนายกรัฐมนตรี อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ จึงให้เก็บพวงหรีดดังกล่าวไปจากงานศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานช่วงค่ำวันเดียวกัน ถึงบรรยา กาศงานสวดอภิธรรมศพ นายมงคล เข็มทอง ที่ศาลา 2 วัดดิสหงษาราม (วัดมักกะสัน) แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี ซึ่งเป็นงานสวดอภิธรรมศพเป็นวันที่สาม ว่า วันนี้ทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นเจ้าภาพ มีนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ รองประธานมูลนิธิเป็นประธาน พร้อมด้วยเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่มูลนิธิมาร่วมงานประมาณ 100 คน บรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความเศร้าสร้อย

ทางด้านนายสมใจ เข็มทอง อายุ 49 ปี พี่ชายของนายมงคล เปิดเผยว่า ครอบครัวตนมีพี่น้องทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน นายมงคลเป็นน้องชายคนสุดท้อง ชอบทำงานเป็นอาสาสมัครมูลนิธิ เพราะอยากจะช่วยเหลือผู้คน ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ด้วย แต่ได้สอบถามเพื่อนๆ ของน้องชายที่อยู่ด้วยกัน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุทางมูลนิธิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ออกจากบริเวณวัดแล้ว แต่น้องชายตนกับเพื่อนๆ ไม่ยอมออกเพราะเห็นว่าในวัดยังมีคนเจ็บจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือ จึงได้อยู่ต่อ เมื่อมีผู้ถูกยิง จึงรีบวิ่งออกไปช่วยจนถูกยิงเสียชีวิตตามไปด้วย เรื่องนี้ตนและครอบครัวคงได้แต่ทำใจ ปล่อยให้เป็นไปตามเวรกรรม จะเรียกร้องความรับผิดชอบจากใครได้ จะให้รัฐบาลติดตามหาตัวคนทำผิดก็ไม่รู้จะหาได้หรือไม่ ใครทำกรรมเอาไว้ก็ขอให้ได้รับผลกรรมนั้นเองก็แล้วกัน

เวลา 20.00 น. ที่ศาลา 2 วัดปากบึง ย่านถนนร่มเกล้า เป็นที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพของน้องเกด วันนี้ก็ได้มีกลุ่มแนวร่วมนปช.ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยมีตัวแทนซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ซาบซึ้งกับน้องเกดที่เสียชีวิต ระหว่างเข้าไปให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ชุมนุม โดยไม่เกรงกลัวถึงอันตรายใดๆ ในการสูญเสียครั้งนี้ ก็ได้ปรึกษาทางส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยความเสียให้กับผู้เสียชีวิต

ส่วนมารดาของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยน้ำตาว่า ยังไม่คิดถึงเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหาย เพราะว่าไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องเอากับใคร ซึ่งตอนนี้มัวแต่ยุ่งแต่เรื่องการจัดการศพของลูกสาว และก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่ลูกสาวต้องมาเสียชีวิต ลูกสาวเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ทำไมเหตุการณ์อย่างนี้ต้องมาเกิดกับลูกสาวของตนเอง ศพลูกสาวจะทำการฌาปนกิจในวันพุธที่ 26 พ.ค.นี้

ในส่วนของศพนักข่าวอิตาลีนั้น เมื่อเวลา 11.40 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา น้องสาวของนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระชาวอิตาเลียนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ทหาร เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย เข้ารับศพนายฟาบิโอ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา โดยน้องสาวของผู้เสียชีวิตจะนำศพไปฌาปนกิจที่วัดคลองเตยในในวันนี้ และจะนำเถ้ากระดูกกลับประเทศ

พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกตร. กล่าวว่า วันนี้ครอบครัวของนายฟาบิโอได้มารับศพ ซึ่งเป็นศพสุดท้ายภายในจำนวน 17 ศพ ที่ทางสถาบันนิติเวชวิทยาได้รับมาชันสูตร โดยทางครอบครัวได้ฝากขอบคุณรัฐบาลไทย ที่พี่น้องประชาชนชาวไทยและนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นอกเห็นใจต่อการเสียชีวิตของนายฟาบิโอ วันนี้จะนำศพไปเผาที่วัดคลองเตยใน และนำกระดูกขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้สตช.ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด และรายงานผ่านยังสถานทูตอิตาลีเป็นระยะ

โฆษกตร. กล่าวต่อว่า อย่างที่ตนเคยบอกไปก่อนหน้านี้ หลังจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมแล้ว มีใครสูญหายไป ก็ให้รอเวลาถึงเมื่อวานนี้คือวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ค. ช่วงค่ำ และให้ไปแจ้งความในเช้าวันนี้ โดยนำภาพถ่ายล่าสุดและจด จำตำหนิรูปพรรณต่างๆ เพื่อให้กองทะเบียนประวัติอาชญากรทำรายงานตำหนิรูปพรรณ เพื่อส่งต่อไปยังสถาบันนิติเวชตามร.พ.ต่างๆ คาดว่าจะใช้เวลา 10 วัน จึงจะทราบข้อเท็จจริง

ด้านสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยหรือเอฟซีซีที แจ้งว่า ญาติของนายฟาบิโอ ช่างภาพและผู้ผลิตสารคดีอิสระชาวอิตาลีที่ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ทำพิธีฌาปนกิจให้นายฟาบิโอแล้วที่วัดคลองเตยใน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 13.00 น.

เอฟซีซีทีระบุในแถลงการณ์ว่า นางอลิซาเบลลา พี่สาวของนายฟาบิโอ และญาติ บินตรงมาไทยเพื่อรับอัฐิของน้องชาย พร้อมกันนี้ เอฟซีซีทียังแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของช่างภาพชาวอิตาลี ซึ่งเคยเดินทางมาไทยหลายครั้งในช่วง 20 ปีที่ทำอาชีพนี้ รวมทั้งเดินทางไปภาคเหนือติดชายแดนไทย-พม่าด้วย

ด้านนักการเมืองอิตาลียกย่องนายฟาบิโอ วัย 45 ปี ซึ่งมีบ้านในเมืองมิลาน นายเรนาโต ชิฟานี โฆษกสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเชิญชวนให้ชาวอิตาลีระลึกถึงความสำคัญในการทำงานของบรรดาช่างภาพและนักข่าวที่บางครั้งต้องเสี่ยงชีวิต ส่วนนายปิเอโร ฟาสซิโน พรรคประชาธิปไตยฝ่ายค้าน กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายฟาบิโอเป็นผลจากการทำงานซึ่งสมควรได้รับการยกย่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับศพของนายมงคล จะมีพิธีฌาปณกิจในวันที่ 25 พ.ค. เวลา 17.00 น.