WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, May 28, 2010

ให้ศาสนานำปรองดอง

ที่มา เดลินิวส์


คุณพี่ตรีศูลส่งต่อเมลของท่านผู้อ่านเดลินิวส์ คุณจักรินทร์ ผุดผ่องมาให้ ดีครับเป็นข้อเสนอให้นำศาสนามาใช้ในกระบวนการปรองดอง 5 ข้อของนายกฯอภิสิทธิ์ โดยขยายความไว้น่าสนใจดังนี้

“ปัจจุบันนี้ผมเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ห่างไกลศาสนา กล่าวคือไม่ประกอบกิจทางศาสนา เช่น การเข้าวัดทำบุญในวันพระ การปฏิบัติตามศีล 5 และการไม่นำหลักศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน

การก่อจลาจลที่เพิ่งจบลงไปมันเป็นการจบลงแบบชั่วคราวเท่านั้น

ผมเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดหรือมาตรการที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันการขัดแย้งกันจนเกิดสงครามกลางเมืองครั้งต่อไป คือการนำคนไทยเข้าวัด รู้จักบาป มีความเกรงกลัวต่อบาป ให้อภัยผู้อื่นได้ง่ายๆ รู้จักรักคนอื่น เป็นต้น

ส่วนในศาสนาคริสต์นั้นเขาสอนให้คริสเตียนติดสนิทกับพระเยซู สามารถสื่อสารอธิษฐานกับพระเยซูได้ตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่พระเยซูจะสถิตกับเราเสมอ

เพราะฉะนั้นคริสเตียนจะมีความเกรงกลัวต่อบาปสูงเนื่องจากพวกเขาอยู่ในสายพระเนตรของพระเยซู พระเจ้าของเขาตลอดเวลา”

ผมเห็นด้วยกับคุณจักรินทร์คนไทยส่วนใหญ่ประกอบกิจทางศาสนาน้อยไป

โอกาสที่วันนี้เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา “วัน วิสาขบูชา” วันสำคัญสากลโลก ก็เชิญชวนพวกเราที่จิตใจเพิ่งบอบช้ำจากเหตุการณ์ชุมนุมจลาจลร้ายแรงสำรวจตัวเอง ถามตัวเองดูเข้าวัดหรือทำบุญซักฟอกจิตใจครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หากจำไม่ได้ก็แสดงว่านานมากจึงสมควรแก่เวลาเข้าหาพระศาสนายกระดับจิตใจของเราเองอีกครั้ง

ขอถ่ายทอด ปฏิญญากรุงเทพฯ จากการประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชาปีนี้

ฟื้นฟูศีลธรรมจิตใจของมนุษย์เพื่อช่วยฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ของโลกอย่างยั่งยืน, เรียกร้องให้ผู้นำทางศาสนาและผู้นำทางการเมืองทั่วโลกเจรจาพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและกระทบกระทั่งระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่าง, ส่งเสริมสุขภาวะทางด้านจิตใจและอารมณ์

ใช้พระพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือช่วยบรรเทาผลกระทบวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชน

คนไทยวันนี้ ผมว่าการฟื้นฟูจิตใจและศีลธรรมเป็นเรื่องสำคัญ นึกถึงพระพุทธโอวาท ไม่ทำความชั่ว ทำความดี ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว

เข้าหาพระศาสนาข้อ “ไม่ทำชั่ว”ได้ถือว่าชนะแล้วเกินครึ่ง ชั่วคือโลภ-ไม่รู้จักพอ เป็นต้นตอของโคตรโกง แก้ได้ด้วยคาถาศักดิ์สิทธิ์ “พอเพียง” ชั่วคือโกรธ-กลายเป็นคนหยาบกระด้างดุร้าย ลบทิ้งซะด้วยการให้อภัย,แผ่เมตตา ชั่วคือหลง-ไม่รู้ตามจริง ดวงจิตมืดมน ปลดชั่วนี้ได้ด้วยปัญญา รอบรู้ รอบคอบ

อย่าให้วันวิสาขบูชาผ่านไปเหมือนวันธรรมดาอื่นๆ ชาวพุทธมีของดีอยู่ใกล้ตัวเพื่อดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขส่วนตนและอย่างปรองดองในสังคม นำมาปฏิบัติให้เป็นประโยชน์เถิด!.

แมงเม่า

ปชป.จี้พท.ร่วมตรวจสอบคลิปก่อนใช้ซักฟอกรัฐ

ที่มา ไทยรัฐ

พรรคประชาธิปไตย์จี้พรรคเพื่อไทยร่วมตรวจสอบคลิปก่อนใช้ซักฟอกรัฐ บี้ตอบฟอกตัวให้ ตัวเอง-นายใหญ่-แกนนำ นปช. ตั้งข้อสังเกตสื่อเสนอข่าวให้เป็นธรรม.....

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสราวุฒิ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคยินดีที่พรรคเพื่อไทยหันมาใช้เวทีรัฐสภาจากเดิมที่หลงผิดไปใช้เวทีม็อบคนเสื้อแดงโดย ส.ส.พรรคเพื่อไทย เกือบทั้งพรรคที่ขึ้นเวทีปราศรัยยั่วยุให้ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงทำลายทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลสำคัญในรัฐบาล แต่พรรคยังมีความเป็นห่วงว่า พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยใช้คลิปที่ บิดเบือน โกหกสร้างตอกย้ำสถานการณ์ด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จ แม้ที่ผ่านมาจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมที่มาจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม รัฐบาล(วิปรัฐบาล)และวิปฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบคลิปวีดีโอต่างๆที่จะเอามาใช้ในการอภิปรายครั้งนี้ แต่เมื่อทางวิปฝ่ายค้านได้กลับไปหารือกับผู้มีอำนาจที่แท้จริงแล้ว ที่สุดวิปฝ่ายค้านเองกลับไม่กล้าที่จะให้ตรวจสอบคลิปวีดีโอต่างๆที่จะนำมา ใช้ในการอภิปราย

นายสราวุฒิ กล่าวต่อว่า ตนขอถามทางพรรคเพื่อไทยที่ต้องตอบคำถามอย่างน้อย 3 ข้อคือ 1. พรรคเพื่อไทยมุ่งฟอกขาวให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการสั่งการในเหตุรุนแรงใช่หรือไม่ 2. พรรคเพื่อไทยต้องการฟอกตัวให้พรรคเพื่อไทยว่าไม่เกี่ยวกับการเผาบ้านเผา เมือง โดยมีการสร้างสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นสื่อไทยหรือต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครพยาบาลที่ตกเป็นเป้าหมายในการมุ่งเอาชีวิต โยมีการป้ายสีเป็นฝีมือของรัฐบาลใช่หรือไม่ และ 3. พรรคเพื่อไทยต้องการฟอกตัวให้บรรดาแกนนำ นปช. เพราะชัดเจนจากพฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยที่กลับลำไม่กล้าให้ตรวจสอบคลิป วีดีโอที่จะนำมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งที่มีการถ่ายทอดสดทาง โทรทัศน์ หากมีการเปิดคลิปที่สร้างสถานการณ์ใดๆและพาดพิงถึงใคร ก็เกิดความเสียหายได้

นายสราวุฒิ กล่าวอีกว่า ในนานพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้องค์กรสมาคมสื่อสารมวลชนและผู้สื่อข่าว ได้ร่วมตรวจสอบการนำเสนอข่าวของสื่อให้เป็นธรรมเสนอข่าวสองด้าน เพราะมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่นำเสนอข่าวในลักษณะจงใจให้ร้ายรัฐบาลมาโดยตลอด เช่นกรณีที่มีการนำเสนอข่าวการบุกค้นโรงแรมแห่งหนึ่งที่เคยเป็นที่หลบพักของ แกนนำ นปช.และพบอาวุธสงครามเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก ซึ่งสื่อทุกฉบับนำเสนอข่าวดังกล่าว แต่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้กลับไม่นำเสนอ แม้จะอ้างว่าเป็นกรใช้วิจารณญาณของหัวหน้าข่าวและบรรณาธิการข่าว แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า สื่อกำลังใช้วิจารณาญาณเพื่อสนับสนุนผู้ก่อการร้ายอยู่หรือไม่.

แม้วจ้อสื่อนอก ยันไม่กลับ หวั่นถูกสังหาร

ที่มา ไทยรัฐ

อดีตนายกรัฐมนตรี"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"ปัดให้การสนับสนุนทางการเงินหรือจัดตั้งขบวนการคนเสื้อแดง โวยรัฐบาลไทยไม่จริงใจต่อการแสวงหาทางออกต่อปัญหาทางการเมืองโดยสันติ....

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แก่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์หลังถูกออกหมายจับในข้อหาก่อการร้ายว่า ไม่ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินหรือจัดตั้งขบวนการคนเสื้อแดงระหว่างการปราบปรามการชุมนุมของทหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อยู่ที่กรุงปารีส มีรูปกำลังช็อปปิ้งกับลูกสาวเผยแพร่ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้้ยังได้ไปเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุกลัวที่จะถูกลอบสังหารหากเดินทางกลับประเทศ และว่า ตนได้เดินทางไปในหลายประเทศขณะเกิดเหตุการณ์ประท้วงในประเทศไทย แล้วจะเป็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไร ส่วนในเรื่องการเงินของการประท้วงนั้น ขบวนการคนเสื้อแดงได้เรี่ยไรเงินบริจาคกันเองทั้งในหมู่คนจนและคนมั่งมี ส่วนกรณี นายจรัล ดิษฐาอภิชัย หนึ่งในแกนนำระบุตนเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนด้านการเงิน ถามว่า แล้วมันผิดตรงไหน การชุมนุมต้องมีค่าใช้จ่าย เราต้องการผู้บริจาค

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แก่หนังสือพิมพ์ วอลสตรีทเจอร์นัล ว่า ทีมทนายความของตนกำลังพิจารณาที่จะฟ้องร้องรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราต้องแสวงหาความยุติธรรมให้แก่ประชาชนของเรานอกจากนี้ิ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังพูดถึงการตั้งข้อหาก่อการร้ายว่า เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง และตนวิตกว่า รัฐบาลไทยจะไม่จริงใจต่อการแสวงหาทางออกต่อปัญหาทางการเมืองโดยสันติ ตนไม่วิตกว่า จะถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปดำเนินคดีในประเทศไทย.

เตรียมออกหมายจับแกนนำเสื้อแดง ชุดที่ 3

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_85814

ธาริต เพ็งดิษฐ์

ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับแกนนำ นปช.คดีก่อการร้าย ชุดที่ 3 ในอาทิตย์หน้า...

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับแกนนำแนวร่วมประชาชนต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. เพิ่มเติมเป็นชุดที่ 3 เพื่อดำเนินในข้อหาก่อการร้ายว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำงานอย่างอิสระและขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่ามีความพร้อม ที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับเมื่อใด ส่วนแกนนำ นปช.ที่จับกุมและถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี นั้น นายธาริต ย้ำว่า ดีเอสไอได้แจ้งข้อหาก่อการร้ายแล้ว แกนนำ นปช.จึงมีสถานะผู้ต้องหาเต็มตัวแล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้บางฝ่ายยังสับสนว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนการประสานงานเพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาดำเนินคดีในประเทศไทย ภายหลังศาลออกหมายจับข้อหาก่อการร้าย นั้น นายธาริต กล่าวว่า สำนักงานฝ่ายคดีต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด จะรับผิดชอบเพื่อประสานขอความร่วมมือไปยังประเทศต่างๆ ขณะเดียวกันสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประสานกับตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล เพื่อขอความร่วมมือในการจับกุมตัว

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่งทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาไต่สวนฉุกเฉินและเพิกถอนหมายจับคดีก่อการร้าย ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะไต่สวนตามคำร้องหรือไม่ วันที่ 18 มิ.ย.นั้น นายธาริตกล่าวว่าไม่รู้สึกหนักใจและไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ดีเอสไอยังคงดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่หากจะมีการถอนหมายจับจริงค่อยแก้ปัญหา ทั้งหมดอยู่ที่ดุลพินิจของศาล ขณะนี้ยังคงดำเนินการตามหมายจับข้อหาก่อการร้ายกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

จาตุรนต์ ข้องใจ รัฐบอกปรองดองแต่ใช้ทหารปราบ

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_85780

“จาตุรนต์”ข้องใจรัฐปรองดองหรือปราบปราม จวกใช้ พรก.ฉุกเฉินเกินขอบเขตขัดรธน. เตือนอย่าดึงดันแก้ตัวเหตุยิงในวัดปทุม จะทำให้พังเร็ว...

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่หลายฝ่ายได้เสนอความเห็นสนับสนุนการปรองดอง เพราะการปรองดองสมานฉันท์เท่านั้น ที่จะป้องกันไม่ให้สังคมมีความขัดแย้งรุนแรงบานปลายต่อไป และสามารถกลับคืนสู่ความสงบสุขได้ แต่ปัญหาขณะนี้คือคำว่าปรองดองได้ถูกทำให้สูญเสียความหมายไปหมดแล้ว

จากการกระทำของรัฐบาล ทั้งในระหว่างการชุมนุมและในปัจจุบัน สังคมไทยจึงจำเป็นต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่าปรองดองกันใหม่เสียก่อน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ยกเรื่องปรองดองขึ้นมาหลังการสลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้าซึ่งมีคนตาย 20 กว่าคนและบาดเจ็บ 900 กว่าคน

แต่หลังจากนายกฯเสนอแผนปรองดองเป็นต้นมา กลับทำให้มีคนตายเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 70 คนและบาดเจ็บมากกว่าเดิม ทำให้การปรองดองมีความหมายเป็นการปราบปราม ประชาชนไป นายจาตุรนต์กล่าวว่า ต่อมาภายหลังจากการชุมนุมยุติลงแล้ว รัฐบาลก็พร่ำพูดคำว่าปรองดอง แต่กลับมุ่งทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้คนจำนวนมากอยู่ในสภาพหวาดกลัว หวาดระแวง โกรธแค้น เกลียดชัง ทำให้สังคมมีแนวโน้มที่จะแตกแยกมากขึ้นทุกที

หากรัฐบาลยังมุ่งทำลายล้างประชาชน ที่มีความเห็นแตกต่างจากรัฐบาลต่อไป สังคมไทยอาจจะก้าวไปสู่ความรุนแรงยิ่งกว่าที่เคยมีมาแล้วในอดีต ขณะนี้รัฐบาลและศอฉ.กำลังใช้ พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเกินขอบเขต ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน การปิดกั้นเสรีภาพในการสื่อสาร เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพทางวิชาการรวมทั้งการปิดกั้นแทรกแซงสื่อมวลชนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้อาศัยข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายมาเป็นสาเหตุ แต่กลับใช้ดุลพินิจบนพื้นฐานความคิดความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างหรือตรงข้ามกับรัฐบาล ที่สำคัญการบัญชาการสั่งการทั้งหมดทำไปโดยผู้ที่เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคการเมืองที่เป็นคู่กรณีกับประชาชน ที่มาชุมนุมต่อต้านรัฐบาล

นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการสั่งให้จับกุมดำเนินคดี รวมทั้งการระงับธุรกรรมการเงินของบุคคลและบริษัทเป็นไปแบบตามอำเภอใจและเห็นได้ชัดว่าเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ทั้งในการสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง แก้ต่างข้อหาที่รัฐบาลถูกกล่าวหาว่าสั่งฆ่าประชาชนและทำลายเครือข่ายของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งในอนาคต ขณะนี้รัฐบาลและศอฉ.กำลังข่มขู่ประชาชนผู้ร่วมชุมนุมโดยเฉพาะผู้ที่บาดเจ็บจำนวนมาก ต้องให้ปากคำในทางที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล โดยขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมือก็อาจจะตั้งข้อหาดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ

การข่มขู่ลักษณะนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม วันนี้รัฐบาลกำลังตกที่นั่งลำบาก ในสายตาของสื่อต่างประเทศและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกรณีการสังหารประชาชนในวัดปทุมวนาราม ส่วนตัวได้มีโอกาสคุยกับผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์ ซึ่งอยู่กับผู้ถูกยิงเสียชีวิตและเฝ้าศพตลอดทั้งคืน เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่อยู่ในวัดปทุมวนาราม ส่วนใหญ่จะปักใจเชื่อว่าทหารยิงประชาชน และในกรณีนี้หากรัฐบาลยังแก้ตัวให้ทหารอย่างออกนอกหน้าอย่างที่ทำอยู่ ความโกรธแค้นเกลียดชังจะรุนแรงยิ่งขึ้น รัฐบาลอาจต้องประสบกับวิกฤตความชอบธรรมเร็วกว่าที่คาดไว้

วิสาขบูชา

ที่มา ไทยรัฐ


วันนี้ วันวิสาขบูชาโลก วันสำคัญที่พี่น้องชาวพุทธจะร่วมกันทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องแผ้วชื่นบาน

ระงับความโกรธ ระงับความอาฆาต ระงับความริษยา แผ่เมตตาให้เพื่อนร่วมชาติผู้เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมกรรม ขอให้เป็นสุขเป็น สุขเถิด อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

ยัสสะ ปะปัง กะตัง กัมมัง กุสะเลนะ ปิถียะติ โสมัง โลกัง ปะภาเสติ อัพพา มุตโตวะ จันทิมา

ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้วละเสียได้ด้วยกรรมดี ผู้นั้นย่อมยังโลกให้สว่างเหมือนดวงจันทร์พ้นจากเมฆบดบัง

"แม่ลูกจันทร์" อยากเห็นบ้านเมืองของเราผ่านพ้นเมฆมืดเงาดำแห่งความเคียดแค้นชิงชัง กลับสู่ความสว่างไสวแห่งศีลสมาธิปัญญา เหมือนจันทร์เต็มดวงขึ้น 15 ค่ำ วิสาขบูชาที่อุบัติขึ้นแล้ว และผ่านไปแล้ว 2,553 ปี

ขอพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้น้อมใจบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก เพื่อความสวัสดี และความร่มเย็นเป็นสุขสืบไป

เราทุกคนย่อมหนีไม่พ้นเกิดแก่เจ็บตาย ต่างมีลมหายใจยุบหนอพองหนอ อยู่บนโลกนี้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว

ถ้าไม่เร่งละลายสารพิษแห่งความแตกแยก ถ้ายังปล่อยให้อคติครอบงำ ถ้ายังมองคนอีกกลุ่มเป็นศัตรู ก็ไม่มีวันที่บ้านเมืองของเราจะกลับคืนสู่ความสงบสุขเหมือนเดิม

"แม่ลูกจันทร์" ขอให้วันวิสาขบูชานี้เป็นการเริ่มต้นแห่งการปรองดอง และสมานบาดแผลของสังคมไทย

โดยรัฐบาลเป็นฝ่ายเริ่มการปรองดองกับเสื้อแดงอย่างจริงใจ ไม่ใช่ ปรองดองแบบการเมือง

เพราะถ้ารอให้เสื้อแดงเริ่มเป็นฝ่ายยื่นมือขอปรองดองคงเป็นไปไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

"แม่ลูกจันทร์" อยากให้ "นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่เสียชีวิตทั้ง 74 ราย

เหมือนอย่างที่รัฐบาลเยียวยาพี่น้องทหารตำรวจที่เสียชีวิต 11 ราย

เพราะทุกฝ่ายก็ล้วนเป็นคนไทยเพื่อนร่วมชาติเดียวกัน

ข้อสำคัญ คนเสื้อแดงที่บาดเจ็บล้มตายก็คือเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมือง

เป็นเหยื่อของความรุนแรงจากคนไทยด้วยกันเอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระเมตตาพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเหลือผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทุกคน

ฉะนั้น รัฐบาลก็ควรดำเนินการเยียวยาต่อไปด้วยการติดตามช่วยเหลือดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ซึ่งกำลังโศกเศร้าเพราะสูญเสียคนที่รักไป

การช่วยเหลือดูแลผู้เสียชีวิตจะเป็นการเริ่มต้นสมานแผลบาดลึกระหว่างรัฐบาลกับเสื้อแดง

ความจริงรัฐบาลเองก็ทราบดีว่าจุดจบของม็อบเสื้อแดง คือจุดเริ่มต้นของสงครามใต้ดิน

การเคลื่อนไหวใต้ดินของเสื้อแดงเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะไล่ล่าจับกุม

การสร้างความปรองดองเพื่อไม่ให้ บาดแผลลุกลามบานปลายจึงเป็นการป้องกันที่ดี

แค่วิกฤติ 3 จังหวัดภาคใต้ที่ยืดเยื้อมากว่า 5 ปี จุดเดียวก็หนักเกินความสามารถของรัฐบาลที่จะรับมือ

ล่าสุด กลุ่มโจรแยกดินแดนได้ก่อเหตุวางระเบิด "มอเตอร์ไซค์บอมบ์" กลางเมืองยะลา 2 จุดซ้อนกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 54 ราย

ทั้งๆที่มีข่าวแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะมีมอเตอร์ไซค์บอมบ์

ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะเตรียมมาตรการป้องกันอย่างรัดกุม

แต่ก็ยังมีช่องโหว่ที่โจรแบ่งแยกดินแดนก่อเหตุร้ายเป็นรายวัน

"แม่ลูกจันทร์" ฝากข้อเสนอนี้ให้รัฐบาลพิจารณา.

"แม่ลูกจันทร์"

ไม่ให้ทุกข์-ง่ายนิดเดียว

ที่มา ไทยรัฐ


วันนี้ "วันวิสาขบูชา" วันสำคัญยิ่งใหญ่ของ พุทธศาสนา และ ชาวพุทธ ซึ่ง องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้เป็น วันสำคัญของโลก เวียนกลับมาอีกปี เป็นวันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ พระพุทธเจ้า 3 อย่างด้วยกันคือ วันประสูติ ตรัสรู้ และ ปรินิพพาน ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6

หลักธรรมสำคัญที่สุดในโลกที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็คือ

พระพุทธองค์ตรัสรู้ใน "หลักธรรม 4 ประการ" ที่เรียกว่า "อริยสัจ 4" หรือ "ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ" ซึ่งเป็น หัวใจพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย "ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค" ที่เราท่องจำกันมาตั้งแต่เด็กตอนเรียนหนังสือ แต่พอโตขึ้นส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครนำมาปฏิบัติเท่าที่ควร เลยทำให้ตัวเองจมอยู่ในกองทุกข์ แล้วก็ฟูมฟายในโชคชะตาวาสนาของตัวเอง

การนำตัวเองให้พ้นจากกองทุกข์ ความจริงก็ไม่ยาก ไม่ต้องถึงกับต้องตรัสรู้หรือคร่ำเคร่งเรียนวิชาพุทธศาสนา หรือนั่งสมาธิวิปัสสนา ขอเพียงทำความเข้าใจใน ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ที่ พระพุทธเจ้า ตรัสรู้อย่างผิวเผินก็พอแล้ว

ก่อนที่ เจ้าชายสิทธัตถะ จะเสด็จออกบวช พระองค์ทรงดำริว่า

"มนุษย์ทั้งหลายมีความทุกข์เกิดขึ้นครอบงำอยู่ตลอดเวลาก็จริง เกลียดความทุกข์อยู่ตลอดเวลาก็จริง แต่ทำไมมนุษย์ทั้งหลายยังมัวแสวงหาทุกข์ใส่ตัวอยู่ตลอดเวลา แล้วทำไมเราต้องมามัวนั่งแสวงหาทุกข์ใส่ตัว (ให้โง่) อยู่อีกเล่า"

เพื่อให้หายโง่มาศึกษาความจริงอันประเสริฐทั้ง 4 สักนิด

1. ทุกข์ หรือ ปัญหา นั้น พระพุทธเจ้า สอนว่ามนุษย์มีความทุกข์อยู่สองอย่างคือ ความทุกข์ขั้นพื้นฐาน กับ ความทุกข์ที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน

ความทุกข์ขั้นพื้นฐาน ก็คือ ความทุกข์ที่เกิดจากกาย เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย และความลำบากทางกายต่างๆ

ส่วน ความทุกข์ที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน มีมากมายสารพัดเป็นความทุกข์ที่เกิดจากใจ เช่น ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งที่ตนรัก ความทุกข์ที่เกิดจากการไม่ได้ดั่งใจในสิ่งที่ปรารถนา ไปจนถึง ความยากจนข้นแค้น เรียกว่าครอบคลุมทั้ง กิเลส และ ตัณหา ของมนุษย์ ครบครัน ซึ่งเป็นที่มาแห่งความขัดแย้งและการต่อสู้แย่งชิง ต้องจมปลักอยู่ในความทุกข์อย่างที่เห็นในสังคมไทยและสังคมการเมืองไทยในปัจจุบัน

2. สมุทัย-สาเหตุที่ทำให้ทุกข์ หรือ สาเหตุของปัญหา เมื่อเป็นทุกข์แล้ว ก็ต้องหาต้นตอแห่งทุกข์ เพื่อให้รู้ว่าที่เป็นทุกข์เรื่องโน้นเรื่องนี้มีต้นเหตุหรือสาเหตุมาจากอะไร และคำตอบของที่มาแห่งทุกข์หรือปัญหาที่ พระพุทธเจ้า ตรัสรู้ก็คือความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงของมนุษย์เราล้วนมาจากสาเหตุเดียวคือ "ตัณหา" หรือ "ความอยากได้" เช่น อยากร่ำรวย อยากเป็นรัฐมนตรี อยาก เป็นนายกฯ เป็นต้น

3. นิโรธ-การดับทุกข์ หรือ การแก้ไขปัญหา หลักธรรมข้อนี้ พระพุทธเจ้า ทรงสอนว่า ปัญหาทุกอย่างในโลกนี้สามารถแก้ไขได้ แม้แต่ปัญหาในชีวิตประจำวันก็สามารถแก้ไขได้ ถ้ามีสติดับตัณหาต่างๆลงได้

4. มรรค-หนทางแห่งการดับทุกข์ หรือ วิธีการแก้ไขปัญหา ข้อนี้ พระพุทธเจ้า ทรงสอนแนวทางการแก้ไขปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันไว้ถึง 8 แนวทางด้วยกัน เรียกว่า "มรรค 8" หรือ "ทางสายกลาง" ในการปฏิบัติตนให้พ้นจากทุกข์ ประกอบด้วย ความเห็นชอบ, การคิดชอบ, การเจรจาชอบ, การทำงานชอบ, การเลี้ยงชีพชอบ, การพยายามชอบ, การระลึกชอบ และการตั้งใจชอบ พูดง่ายๆก็คือ คิดในทางบวก ทำในทางบวก

ถ้าผู้ชุมนุมและรัฐบาลนำมรรค 8 นี้ไปปฏิบัติแค่ 2 ข้อ คือ คิดชอบ และ เจรจาชอบ ผมเชื่อว่าปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองคงแก้ไขได้อย่างราบรื่น

การฟื้นฟูบ้านเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น ผมขอฝาก นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไว้ตรงนี้ การฟื้นฟูศีลธรรม โดยการส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับได้เรียนรู้หลักธรรมพื้นฐาน เพื่อให้เป็น "หลักคิด" ของประชาชนในการ "คิดชอบ" และ "คิดในทางบวก" ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องการเมือง มิฉะนั้น สังคมไทย และ การเมืองไทย จะยิ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ.

"ลม เปลี่ยนทิศ"

แพ้กระแสแต่แต้มยังต่อ

ที่มา ไทยรัฐ

เกลือขึ้นแล้วพ่อแม่พี่น้อง

ล่าสุด พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. แง้มปากพูดแบบอ้ำๆอึ้งๆถึงความคืบหน้าคดีแกนนำม็อบพันธมิตรฯ บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

ได้มีการเสนอความเห็นในคดีของ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ที่เสนออนุมัติศาลออกหมายจับแกนนำ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของสำนักงานกฎหมายและสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาเพิ่มเติม เพื่อสรุปความเห็นเสนอขึ้นมาอีกครั้ง

สรุปคำเดียวสั้นๆก็คือ "ดอง" ต่อไป

"หลวงพ่อ" ของเขาเหนียวจริงๆก็ต้องยอมรับ

และกำลังจะได้พิสูจน์กันว่า ไม่ใช่แค่ข่าวลือกับความเหนียวของยี่ห้อประชาธิปัตย์ วัดกันในคดียุบพรรคจากกรณีการใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงมติด้วยคะแนนเอกฉันท์ 5 ต่อ 0

จากที่ฟันธงกันว่า "รอดยาก" เพราะมีคดีเทียบเคียง "ตายคาเขียงทุกราย" แต่ด้วยแรงอธิษฐานของพ่อยกแม่ยกที่ช่วยบนบานศาลกล่าว เอาใจช่วย

"หลวงพ่อช่วย" เริ่มแผลงอิทธิฤทธิ์

ล่าสุดนายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการสายม็อบพันธมิตรฯ ในฐานะอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 แบะท่าโชว์ตัวชัดๆ

"ร่วมด้วยช่วยแห่" ข้อต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์

ฟันธง การพิจารณาในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นการพิจารณาที่ข้ามขั้นตอน จึงเป็นไปได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะยกคำร้องและจบปัญหาในข้อกฎหมาย

ถากถางพงหนาม ปูทางหนีทีไล่ให้กันเลย

โดยสัญญาณความศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์ของ "หลวงพ่อช่วย" กับ "หลวงพ่อรอด" แนวโน้มประชาธิปัตย์กลับมาได้ลุ้นบทพิสูจน์ "เส้นดี"

หนังเหนียวไม่ตายง่ายๆ

ที่แน่ๆวางโปรแกรมลากยาวกันไว้แล้ว โดยการเผยไต๋ของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ทวิตเตอร์บอกกับแฟนคลับ จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ และก็เป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่รับมุกปรับ ครม.

ตามจังหวะเกมที่ไหลกลับมาเข้าทาง

จากคิวที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย กลับมารื้อแผน ปัดฝุ่นยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และก็ตามโพยที่ใส่ตัวเลขได้ล่วงหน้า หลังศึกซักฟอก แบ่งเค้กงบประมาณ จัดสรรปันส่วนขนมกันเรียบร้อย

พรรคร่วมรัฐบาลก็จะโหวตอุ้มกันต่อไป

นายกฯอภิสิทธิ์ก็จะได้ตราประทับความชอบธรรมในการนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ถูลู่ถูกังบริหารต่อไป โดยที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยได้ยอมรับการดำรงอยู่ของรัฐบาล

มั่วกันไปมั่วกันมาก็วนเข้าเหลี่ยมเซียนยี่ห้อประชาธิปัตย์

แต่ก็ไม่ยอมหามศพเข้าวัดง่ายๆเหมือนกัน

แม้จะโดนโทษถึงตาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดนประทับสถานะ "ผู้ต้องหาก่อการร้าย" เจอหมายจับโทษฐานอยู่เบื้องหลังม็อบแดงเผาเมือง

ตามฉากไล่ล่า รัฐบาลประชาธิปัตย์เทกแอ็กชั่นเดินหน้าลากตัวมาสำเร็จโทษ

ที่แน่ๆนาทีนี้ครอบครัวของนายใหญ่คงได้อยู่กันพร้อมหน้า เพราะขนลูกเมียหนีตายออกจากเมืองไทยไปหมดแล้ว ซุ่มอยู่ ณ มุมใดมุมหนึ่งของโลก

และโดยเหลี่ยม "หักหน้า" อำนาจรัฐกันนิ่มๆ

ล่าสุด ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกาศลั่นกลางสภา พรรคเพื่อไทยจะชู พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โดนรัฐบาลตั้งข้อหาผู้ก่อการร้าย ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน

เบิ้ลกันต่อหน้าต่อตา

ตามด้วยคิวของนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ประกาศเดิมพันกลางสภา ท้ารัฐบาลทำประชามติถามชาวบ้านชอบใครมากกว่าระหว่างนายกฯอภิสิทธิ์กับ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หาก ร.ต.อ.เฉลิมแพ้ จะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.ทันที

ด้วยความที่มั่นใจว่า คนอีสานกับคนเหนือไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์

ลูกข่ายนายใหญ่รอจังหวะลงสนามใหญ่ ประเทศไทยไม่ใช่แค่ กรุงเทพฯ

นัยว่า แพ้กระแส แต่แต้มรวมเป็นต่ออยู่.


ทีมข่าวการเมือง

เมืองพุทธ

ที่มา ไทยรัฐ


วันนี้เป็น วันวิสาขบูชา ที่ปีนี้ประเทศไทยได้มีโอกาสต้อนรับผู้แทนจากองค์กรพุทธศาสนา กว่า 1,700 รูป จาก 83 ประเทศทั่วโลก เนื่องจากปีนี้ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดงานวันวิสาขบูชาโลกร่วมกัน

สัปดาห์ที่วิกฤติบ้านเมืองยังวุ่นวาย ได้มีการ จัดงานวันวิสาขบูชาโลก ไปเรียบร้อยแล้วที่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยและตึกองค์การสหประชาชาติ

รู้สึกใจหายเมื่อหวนนึกย้อนไปดูความเป็นอยู่ของคนไทยในอดีต เทศกาลงานบุญ ประเพณีวัฒนธรรมต่างๆดั้งเดิมที่เคยมีมาพร้อมกับรอยยิ้มประทับใจที่หาไม่ได้แล้วในยุคปัจจุบัน

ที่มีแต่ร่องรอยของความหายนะ

จะด้วยเหตุผลกลใดคงไม่ต้องอธิบายให้เมื่อยตุ้ม นับตั้งแต่ นักการเมืองยินยอมต้อนรับอำนาจนอกระบบปล่อยให้มีการยึดอำนาจ โดยยินยอมพร้อมใจ ปล่อยให้อำนาจนอกระบบเข้ามาทำลายความ ชอบธรรมของอำนาจประชาธิปไตย

ทำลายความเป็นชาติไทยหมดสิ้นลงทันที

ผลกระทบนี้ไม่เฉพาะหมู่ประชาชนคนไทยเท่านั้น ยังลามไปทุกองค์กร ครอบครัวแตกแยก องค์กรแตกแยก ประเทศแตกแยก แม้แต่ นักการเมืองเองก็มุ่งที่จะเข่นฆ่ากันทุกวิถีทาง สภาล่มเป็นเรื่องธรรมชาติไปแล้ว บรรยากาศในสภาเหมือนเวทีมวยไม่มีผิด เผลอๆเป็นมวยวัดไม่มีกรรมการด้วยซ้ำ

ฝ่ายบริหารเองก็สิ้นศรัทธา สมัยก่อนนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีลงพื้นที่พบปะชาวบ้านมีแต่ความเป็นมิตรผูกผ้าขาวม้ากันตั้งแต่สะโพกไปถึงคอ กอดรัดฟัดเหวี่ยงผูกข้อไม้ข้อมือ เป็นบรรยากาศที่ชี้ให้เห็นวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ชัดเจนอีกรูปแบบหนึ่ง

ตอนนี้จะออกนอกอาคารก็ไม่ได้ ไปไหนต้องนั่งรถกันกระสุน มีหน่วยรักษาความปลอดภัยล้อมหน้าล้อมหลังแทบจะไม่ต้องออกแรงเดินเอง อีกหน่อยก็คงต้องอุ้มกระเตงกันไป เพราะฉะนั้นการที่ชาวบ้านจะเข้าใกล้ตัวเหมือนในอดีตคงจะยาก แค่มีคนมายืนด่าก็ผวาแล้ว

การดำเนินการขุดรากถอนโคนของรัฐบาลต่อคนเสื้อแดงและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในข้อหาก่อการร้าย ขณะนี้ระวังจะมีการย้อนศรเพราะเสื้อเหลืองก็เจอข้อหาผู้ก่อการร้ายคาอยู่ คดีไปถึงไหน ทำไมไม่กระเหี้ยนกระหือรือ แล้วข้อหามือเปื้อนเลือดก็ยังไม่มีการ พิสูจน์ชัด ฝ่ายหนึ่งมาประท้วงรัฐบาลแล้วถูกยิงตายถูกตั้งข้อหาผู้ก่อการร้าย ฝ่ายหนึ่งสั่งใช้ความรุนแรงกับประชาชนกลับถูกต้องตามกฎหมาย มีความชอบธรรม

ว้าเหว่.

หมัดเหล็ก

การ์ตูน เซีย 28/05/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูน เซีย