WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 6, 2010

แก๊งสเตอร์ มีเดีย เน็ตเวิร์ค?

ที่มา มติชน

โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

สังคมโลกและสังคมไทยกำลังตื่นตัวกับสิ่งที่เรียกว่า เครือยข่ายสังคมออนไลน์(Social media network)โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตประเทศไทยที่ผ่านมา เราได้เห็นถึงบทบาทและอิทธิพลของเครือข่ายออนไลน์ที่มีส่วนอย่างสำคัญในการกำหนดทิศทางทางสังคมและการเมือง


จากการศึกษาของโครงการศึกษาเฝ้าระวังสื่อและพัฒนาการรู้เท่าทันสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคมหรือมีเดีย มอนิเตอร์ ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม - 30 พฤษภาคม 2553 ผ่าน 4 กลุ่มช่องทางสื่อใหม่อคือ 1.เว็บเฟซบุ๊ค 2.ทวิตเตอร์ 3.เว็บบอร์ดพันทิป และ 4. การใช้ฟอร์เวิร์ดเมล์ ในหัวข้อ"ปรากฎการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์"ทำให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น


ผลการศึกษา พบว่า มีการใช้สื่อออนไลน์เพื่อสื่อสารทางการเมืองในการโต้ตอบ ต่อสู้ เอาชนะกันทางการเมือง ระหว่างคนชนชั้นกลางและกลุ่มผู้ชุมนุม, ระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาลและผู้ต่อต้าน แม้จะมีเนื้อหาจากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง/นปช. บ้าง แต่ก็พบค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจมาจากสาเหตุที่รัฐควบคุม หรือสั่งปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท ปลุกระดม และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ


ใน "เฟซบุ๊ค". พบว่า กว่า 1,300 เว็บไซต์ (ตัวเลข ณ เดือนพฤษภาคม) แบ่งออกเป็น 19 กลุ่ม วัตถุประสงค์ มีทั้งการสนับสนุน/ต่อต้านรัฐบาล - คนเสื้อแดง กลุ่มสันติวิธี หรือกลุ่มล้อเลียนการเมือง


เนื้อหาส่วนมากกว่า 90 % ต่อต้านการกระทำ และไม่สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง และบางส่วนได้กลายมาเป็นพื้นที่สอดแนม เฝ้าระวัง การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวกับสถาบัน และนำเอามาถ่ายทอดต่อในกลุ่มของตน เพื่อแจ้งข่าวสารยังสมาชิก เพื่อรู้ เพื่อประจาณ ประณามและขอให้ช่วยกันลงโทษทางสังคมออนไลน์


ที่สำคัญมีการนำข้อมูลส่วนตัวของบุคคลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อในอีเมล์, เว็บบอร์ด เพื่อให้รับรู้กันในสาธารณะ ซึ่งมีกรณีที่นำไปสู่การจับกุม การไล่ออกจากสถานที่ทำงาน และการไม่คบค้าสมาคม-ปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง(มีการใช้ภาษาที่หยาบคาย รุนแรงและยุยงให้เกิดความเกลียดชัง)


ส่วน"ทวิตเตอร์"นั้น ใช้งานเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเกาะติด ต่อเนื่อง โดยมีนักข่าว/ผู้สื่อข่าวเป็นผู้ทรงอิทธิพลในข่าวสารมากกว่ากลุ่มอื่นๆ


ด้านพื้นที่เว็บบอร์ดสาธารณะในพันทิป ก็มีการตั้งกระตู้หลายพันกระทู้ และกลายเป็นพื้นที่วิวาทกรรมทางความคิดการเมือง วิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างดุดัน แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และสะท้อนความเกลียดชัง ผ่านภาษาเชิงเหยียดหยาม ประณาม รวมทั้งเป็นพื้นที่แห่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางความขัดแย้งทางการเมืองหลายๆ กรณี มีการเชื่อมโยง ระดมข้อมูลข่าวสารจากพลเมืองเน็ตมากมายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้ความรู้ ข้อเท็จจริงมาหักล้างซึ่งกันและกันอย่างเสรี


นอกจากนั้น ยังมีการใช้ฟอร์เวิร์ดเมล์ในลักษณะชี้แจง แฉ วิพากษ์วิจารณ์ เบื้องลึกเบื้องหลังเหตุการณ์การชุมนุมของคนกลุ่มเสื้อแดง,พฤติกรรมของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในการตีตนเสมอเจ้าหรือการกระทำที่คิดล้มล้างสถาบัน-คดีคอร์รัปชั่นในอดีต, เบื้องหลังความรุนแรงการชุมนุมของคนเสื้อแดง, กลุ่มบุคคล-องค์กร-สื่อเว็บไซต์ ที่เผยแพร่ความคิดล้มสถาบันกษัติรย์


ขณะที่พบว่า ผู้คนที่ใช้สื่อออนไลน์ในเชิงสันติวิธี การหาทางออกและข้อเสนอแนะของวิกฤตปัญหาทางการเมืองนั้นอยู่ในระดับน้อยมาก


ผลการศึกษาดังกล่าวน่าจะขัดแย้งกับเจตนารมณ์ในการจัดตั้งเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ต้องการให้ใช้ไปในทางรังสรรค์สังคมมากกว่าโดยเฉพาะการใช้ในการแบ่งแยก ทำลายล้างและไล่ล่าคนที่เห็นว่า เป็นศัตรูอย่างโหดเหี้ยมด้วยการสืบค้นข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำมาเผยแพร่เชื่อมโยงกับอีเมล์และส่งต่อๆ กันเพื่อให้มีลงโทษทางสังคมออนไลน์


ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในช่วงที่ผ่านมา จนมีผลกระทบกับผู้ถูกไล่ล่าในชีวิตจริงถึงขึ้นถูกไล่ออกจากที่ทำงานและไม่สามารถเข้าเรียนต่อในสถานศึกษาได้


ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาผู้ที่ถูกไล่ล่า ประจานถึงขนาดฆ่าตัวตาย


ถ้าลักษณะการใช้เครือข่ายออนไลน์ เป็นไปอย่างไร้กติกา ไร้การกำกับดูแล และไร้จิตสำนึก สามารถไล่ล่าผู้คนอย่างโหดเหี้ยมได้อย่างกว้างขวางแล้ว น่าที่จะเรียกเครือข่ายออนไลน์ว่า "แก๊งสเตอร์ มีเดีย เน็ตเวิร์ค" มากกว่า"โซเชียล มีเดีย เน็ตเวิร์ค"

ตรวจพบลูก"สุเทพ"3คนครองที่เกาะสมุย7แปลง173ไร่ อธิบดีรอข้อมูลก่อนเคาะตั้งคกก.สอบข้อเท็จจริงหรือไม่

ที่มา มติชน


ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ถูกพรรคเพื่อไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวหาครอบครองที่ดินเขาแพง 62 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา บริเวณหมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย โดยมิชอบด้วยกฎหมายว่า จากการตรวจสอบไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย พบว่ามีหลักฐานที่ปรากฏว่าลูกชายและลูกสาวของนายสุเทพ 3 คน คือ นายแทน, น.ส.น้ำตาล และ น.ส.น้ำทิพย์ ถือครองที่ดินบนเกาะสมุยรวมพื้นที่ 173 ไร่ 1 งาน 50.8 ตารางวา


ในเอกสารระบุว่า นายแทนถือครองเอกสารซึ่งเป็นโฉนดที่ดินคนเดียว 5 แปลง รวมพื้นที่ 157 ไร่ 2 งาน 87.6 ตารางวา ส่วนอีก 2 แปลง นายแทนได้ถือครองโฉนดที่ดินร่วมกับน.ส.น้ำตาล และ น.ส.น้ำทิพย์ รวม 15 ไร่ 2 งาน 66.2 ตารางวา โดยที่ดินทั้งหมด 7 แปลง เป็นที่ดินที่มีพื้นที่ติดกัน ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง ต.อ่างทอง และ ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย


นอกจากนั้นข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ยังปรากฏหลักฐานดด้วยว่าที่ดินทั้งหมด 7 แปลง ทำการซื้อ น.ส.3 ก. มาทำการออกโฉนดจำนวน 5 แปลง และซื้อเมื่อเป็นโฉนดที่ดินที่สมบูรณ์แล้ว 2 แปลง ประกอบด้วย 1. ซื้อ น.ส.3 ก. มาออกโฉนดที่ดินเลขที่ 28109 เนื้อที่ 62 ไร่ 1 งาน 97 ตารางวา เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2548 ซึ่งพรรคเพื่อไทยนำมาเป็นข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายแทนซื้อมาจากห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2544 ต่อมานายแทนได้แยกโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2550 เป็นโฉนดเลขที่ 37345 จำนวน 4 ไร่ 7 ตารางวา มอบให้นางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภริยานายสุเทพ ทำให้เหลือเนื้อที่ 58 ไร่ 1 งาน 90ตารางวา


แปลงที่ 2 ซื้อ นส.3 ก.มาออกโฉนดที่ดินเลขที่ 28027 เนื้อที่ 30 ไร่ 3 งาน 57.7 ตารางวา เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2548 โดยนายแทนซื้อมาจากบริษัท พุนพินลิสซิ่ง จำกัด เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2547 แปลงที่ 3 ซื้อ น.ส.3 ก.มาออกโฉนดที่ดินเลขที่ 28028 เนื้อที่ 52 ไร่ 1 งาน 40.1 ตารางวา เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2548 โดยนายแทนซื้อมาจาก หจก.เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2544 แปลงที่ 4 ซื้อ น.ส.3 ก.มาออกโฉนดที่ดินเลขที่ 28476 เนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 9.2 ตารางวา เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2548 โดยนายแทนซื้อมาจาก หจก.เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2544 แปลงที่ 5 ซื้อน.ส.3 ก.ออกโฉนดที่ดินเลขที่ 40142 เนื้อที่ 8 ไร่ 0 งาน 497.6 ตารางวา เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 ซึ่งนายแทนซื้อมาจาก หจก.เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2544


แปลงที่ 6 โฉนดที่ดินเลขที่ 36178 เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 98 ตารางวา นายแทน น.ส.น้ำทิพย์และ น.ส.น้ำตาลซื้อมาจากนายสามารถ เรืองศรี เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2543 ซึ่งนายสามารถ เรืองศรี เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น หจก.เรืองปัญญาคอนสตรัคชั่น และแปลงที่ 7 โฉนดที่ดินเลขที่ 39941 เนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 68.2 ตารางวา โดยนายแทน, น.ส.น้ำทิพย์และ น.ส.น้ำตาลซื้อมาจากนางวนิดา วิชัยดิษฐ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2551


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันที่ดินใน อ.เกาะสมุย ซึ่งมีเอกสารปรากฏในสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย ระบุว่ามีการออกเอกสารสิทธิไปแล้วทั้งสิ้น 55,028 แปลง รวมเนื้อที่ 97,152 ไร่ 0 งาน 34.3 ตารางวา โดยสามารถจำแนกได้เป็นเอกสารสิทธิประเภท "โฉนดที่ดิน" จำนวน 42,073 แปลง รวมเนื้อที่ 68,877 ไร่ 3 งาน 52.9 ตารางวา เอกสารสิทธิประเภท "น.ส.3 ก." จำนวน 11,057 แปลง รวมเนื้อที่ 21,660 ไร่ 1 งาน 5.1 ตารางวา และเอกสารสิทธิประเภท "น.ส.3" จำนวน 1,898 แปลง รวมเนื้อที่ 6,602 ไร่ 3 งาน 34.3 ตารางวา ในจำนวนที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิไปแล้วนั้น เป็นเอกสารสิทธิของที่ดินที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ 35,370 แปลง หรือคิดเป็นร้อยละ 64.30 และเอกสารสิทธิของที่ดินตั้งอยู่บนพื้นที่เขาถึง 19,658 แปลง หรือร้อยละ 35.7


นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวถึงข้อมูลที่ฝ่ายค้านอภิปรายว่า คงต้องรอให้สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย รวบรวมรายละเอียดและส่งข้อมูลมายังกรมที่ดิน เพื่อจะได้ตรวจสอบอีกครั้งว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หาพบความผิดปกติในการออกโฉนด ตนก็อาจให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง


เมื่อถามว่า การออกโฉนดที่ดินดังกล่าวถือว่าขัดต่อคำสั่งของอดีตอธิบดีกรมที่ดิน ในปี 2541 และ 2542 หรือไม่ นายอนุวัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้ขัดคำสั่ง เพราะคำสั่งเดิมระบุว่าให้ออกได้แต่ต้องส่งให้กรมที่ดินตรวจสอบ หากตรวจสอบแล้วไม่พบว่าผิด ก็ถือว่าเป็นการออกโฉนดโดยชอบ ซึ่งเรื่องนี้ดูเผินๆ ก็เหมือนไม่มีอะไร อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการไปแล้วว่าให้ที่ดินจังหวัดตรวจสอบว่าเรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอน และมีการส่งให้กรมที่ดินพิจารณาตามคำสั่งหรือไม่ ซึ่งการรวบรวมข้อมูลส่งมาคงใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน

เพื่อไทย ส่งอดีต"เจ้าพ่อเบียร์ดัง"ทาบ ส.ส.พผ.เข้าพรรค หวังเพิ่มเสียงเลือกตั้งภาคอีสาน

ที่มา มติชน


"พผ."ย้อนปชป.เคยโหวตสวน เผย"ไชยยศ"เล็งขอโทษ2แกนนำ ถ้าได้ตำแหน่งรัฐมนตรี พท.เล็งทาบกลุ่ม ส.ส.ถูกขับเข้าร่วม ส่ง"สมพงษ์"ทาบหวังได้เสียงเลือกตั้งภาคอีสานเพิ่ม

พผ.ย้อนปชป.เคยโหวตสวน

นพ.อลงกต มณีกาศ ส.ส.นครพนม กลุ่มวังพญานาค ในฐานะโฆษกเพื่อแผ่นดิน (พผ.) กล่าวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตัดสินใจขับ 16 ส.ส.พผ. ที่ลงมติไม่ไว้วางใจและงดออกเสียงให้ 2 รัฐมนตรี ภท.ออกจากการร่วมรัฐบาลว่า อยากให้นายกรัฐมนตรีทบทวนกฎเหล็ก 9 ข้อที่ตั้งไว้ และควรนำมาปฏิบัติทั้งครม. ไม่เฉพาะปชป. เพียงพรรคเดียว อีกทั้งไม่ควรอ้างเรื่องมารยาททางการเมือง เพราะตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ให้เอกสิทธิ์ส.ส. ในการลงมติ หากพรรคไหนสั่งการให้ส.ส. โหวตอย่างหนึ่งอย่างใด อาจมีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้


"สมัยรัฐบาลพล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.ต.อ.สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากพรรคกิจสังคม กรณีนำเข้าไม้ซุงจากประเทศพม่า ตอนนั้นปชป. เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็โหวตสวนเช่นกัน ส่งผลให้พล.อ. เปรม ต้องปรับร.ต.อ.สุรัตน์ ออกจากตำแหน่ง จึงอยากถามนายกฯ และปชป.ว่าลืมอดีตหรือไม่ ทำไมการตัดสินใจปี 2529 กับปี 2553 ถึงแตกต่างกัน และขอเรียกร้องให้นายกฯ ทบทวนตำแหน่ง รมว.มหาดไทย และ รมว.คมนาคม" นพ. อลงกตกล่าว


"ไชยยศ"เล็งขอโทษ2แกนนำ


ส่วนกรณีที่ปชป. เปิดทางให้นายไชยยศ เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล "อภิสิทธิ์ 5" หลังรวบรวมรายชื่อ ส.ส.พผ. ได้ 7 คนนั้น นพ.อลงกต กล่าวว่า ขอยืนยันว่าการกระทำของนายไชยยศ เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งนายไชยยศ อาจอาศัยความสัมพันธ์เดิมกับแกนนำ ปชป. เนื่องจากเคยสังกัดปชป. มาก่อน อีกทั้งเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะมีความสามารถ เคยเป็นแคนดิเดตมาแล้วหลายครั้ง และนายไชยยศ ยืนยันว่า ถ้าได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อไร จะไปกราบขอโทษนายพินิจ จารุสมบัติ และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แกนนำกลุ่มวังพญานาค


"เมื่อปชป. ไม่รับส.ส.พผ.ที่โหวตสวนและงดออกเสียงเป็นซีกรัฐบาล เราก็ต้องไปอยู่ฝ่ายค้านทั้งหมด อย่างไรก็ตามส.ส.พผ. ทุกคนจะเป็นฝ่ายค้านที่ดี และจะสนับสนุนการทำหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ต่อไป อีกทั้งในการพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ในวาระที่ 2 และ 3 ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคมนี้ พผ.ก็พร้อมผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเพราะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน" นพ.อลงกต กล่าว


พท.ทาบกลุ่มถูกขับเข้าร่วม


นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษก พท.แถลงว่า เมื่อคืนวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้บริหารของ พท.ได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาลที่ยังคงดันทุรังกอดเก้าอี้แน่น แถมยังแบ่งเค้กกันชุลมุน ทั้งๆที่การอภิปรายในประเด็นการสลายการชุมนุม การทุจริตคอรัปชั่น ก็ชัดเจน จนรัฐมนตรีหลายคนตอบคำถามไม่ได้ และนอกจากนั้นในวงสนทนาของผู้บริหาร พท.กับพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ยังได้มีการพูดถึงการปรับ ครม.ว่า ปชป.คงไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยหรืออย่างไร เพราะการที่ส.ส. โหวตไม่ไว้วางใจ หมายความว่าประชาชนไม่ไว้วางใจ 2 รัฐมนตรีในสังกัด ภท. แต่ ปชป.กลับทำเนียนปรับครม. 7-8 เก้าอี้ คล้ายกับเล่นเก้าอี้ดนตรี แบบสมบัติพลัดกันชม


"พท.ขอเรียกร้องให้ ปชป.ในฐานะที่เป็นแกนนำรัฐบาล อย่าดูถูกเสียงของประชาชนผ่านทางส.ส. ถ้ายังคงยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ต้องปรับรัฐมนตรีในส่วนของ ภท.ออกสถานเดียว" นายจิรายุ กล่าวและว่า พรรคขอคารวะสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลที่กล้าทำความจริงให้ปรากฎ ถือว่าคนเหล่านี้มีจิตใจที่มีความยุติธรรม เป็นที่พึ่งของประชาชนตัวจริง และในการพูดคุยยังหารือว่า ส.ส.พผ.ที่ปรับออกจากการร่วมรัฐบาล อาจจะเข้ามาเป็นสมาชิก พท.ก็ได้


คาด"พผ."หวังเลือกตั้งอีสาน


แหล่งข่าวจาก พท. การทาบทามส.ส.พผ.กลุ่มโครราช และกลุ่มสุรินทร์ ที่ถูกปรับออกจากจากการร่วมรัฐบาลนั้น มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (อดีตเจ้าของเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง) เป็นผู้เจรจา และแกนนำ พท.ยังได้วิเคราะห์ท่าทีของ ส.ส.กลุ่มโคราชและกลุ่มสุรินทร์ ที่กล้าหักดิบลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ภท.ว่า สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจาก พผ.หวังผลทางการเมืองในอนาคต เพราะ พผ.มีฐานเสียงในภาคอีสาน ทับซ้อนกับ ภท.หลายพื้นที่ ดังนั้นการแยกตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะทำให้หาเสียงเลือกตั้งในภาคอีสาน โดยแชร์พื้นที่กับ พท.ได้สะดวกและมีโอกาสชนะ ภท.มากกว่า


ด้านนายสมพงษ์ กล่าวว่า หากส.ส.พผ.กลุ่มโคราชและกลุ่มสุรินทร์ จำเป็นต้องออกมาจากการร่วมรัฐบาลจริง ลักษณะของการร่วมงานกับ พท. คงจะอยู่ในรูปของการทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกัน คงไม่ใช่การย้ายมาสังกัด พท.


รัฐบาลเสี่ยงโดนคว่ำร่างงบฯ 54


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการปรับ ครม. และปรับส.ส.พผ.บางกลุ่มออกจากการร่วมรัฐบาล โดยดึง มภ.เข้ามาร่วมรัฐบาลเพิ่มเติมนั้น อาจจะทำให้จำนวนเสียงส.ส.ในสภาของพรรคร่วมรัฐบาลมีปัญหาในการพิจารณากฎหมายสำคัญ โดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่ขณะนี้อยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ และจะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรวาระ 2 และ 3 ประมาณปลายเดือนสิงหาคม


เดิม ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจมี 275 คน ลบจำนวนรัฐมนตรีที่ไม่สามารถโหวตได้ 22 คน และประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 คน เหลือส.ส.ที่โหวตได้ 252 คน แต่เมื่อมีการปรับ ครม. มีส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีโดนปรับออก 4 คน และปรับส.ส.เข้ามาเป็นรัฐมนตรี 5 คน รวมแล้วต้องลบส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีซึ่งไม่สามารถโหวตได้จำนวน 23 คน ลบส.ส.พผ. 16 คน ลบประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 คน แต่บวกส.ส.มภ.เข้ามา 3 คน บวกกับส.ส.พท.ที่มาทำงานการเมืองร่วมกับภท.2 คน จะทำให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่โหวตได้จริง มี 240 คน จากฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด 264 คน ขณะที่เสียงโหวตกึ่งหนึ่งอยู่ที่ 238 เสียง จึงถือว่าหมิ่นเหม่มาก โดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ประเมินว่าเสียงที่โหวตได้จริงควรจะอยู่ที่ 260 เสียง จึงจะถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย จึงมีการเตรียมหารือกับนายสุเทพ ที่เป็นผู้จัดการรัฐบาลแล้ว


ห่วงส.ว.ถองแค้นหักหลังเจรจา


รายงานข่าวจากแกนนำ ปชป.ระบุว่า กรณีเสียงของรัฐบาลที่เกินครึ่งมาเพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้รัฐบาลประสบปัญหาตั้งแต่ในชั้น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 เพราะกมธ.ในสัดส่วน ครม. 15 คน มักจะไม่ค่อยเข้าประชุมครบทั้งหมด จึงเหลือ กมธ.ในส่วนที่เป็นส.ส.48 คน ประชุมกันเองเป็นหลัก ซึ่งจะทำให้สัดส่วนกมธ.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีจำนวนพอๆ กันที่ 25 ต่อ 23 คน และทุกคนมีสิทธิ์อภิปรายและเสนอปรับลดได้เต็มที่


"หากร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ เข้าสภาวาระ 2 และ 3 มีความเสี่ยงที่จะเสียงไม่พอ เพราะไม่มั่นใจว่า ส.ส.พผ.ในส่วนที่เข้าร่วมกับรัฐบาล แกนนำกลุ่มจะคุมเสียงส.ส.ทั้งหมดได้หรือไม่ รวมถึงอาจมีการทุ่มซื้อตัวส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคน" แกนนำ ปชป. กล่าวและว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไปที่วุฒิสภา ขณะนี้ส.ว.เสียงข้างมาก ไม่พอใจรัฐบาลที่หักหลังในการให้ส.ว.เป็นตัวกลางเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุม ทำให้วุฒิสภาอาจคว่ำร่างฯ ก็ต้องนำร่างฯกลับมายืนยันในสภาที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง หากทำให้ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่เข้าร่วมประชุมได้ 10-20 คน ร่างพ.ร.บ.งบประมาณก็อาจถูกคว่ำได้

ป.ป.ช.ไม่รับเรื่อง"ส.ส.เพื่อไทย"โดดประชุมบินหา"แม้ว" ชี้ไม่ได้ทำผิดต่อหน้าที่

ที่มา มติชน


เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายอภินันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้พิจารณาเรื่องการกล่าวหา ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) จำนวน 33 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีไม่ร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2552 นอกจากนี้ยังใช้หนังสือเดินทางของราชการ ทั้งที่ไม่มีหน้าที่ปฏิบัติ และเห็นว่า ส.ส.พท.ทั้ง 33 คน มิได้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น การไม่เข้าประชุมสภาหรือการใช้หนังสือเดินทางราชการ จึงมิใช่การกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่อยู่ในอำนาจที่ ป.ป.ช.จะรับไว้ไต่สวนได้ จึงมีมติไม่รับเรื่องไว้พิจารณา

"มาร์ค"กระชับ วงล้อมตัวเอง

ที่มา ข่าวสด



ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ถึงแม้ นายอภิ สิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะอ้างว่าสภาและประชาชนยังให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อไป

แต่จากตัวเลขผลการลงคะแนนในญัตติ

เน้นไปที่ในส่วนของ นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และ นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย 2 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ที่ครองอันดับบ๊วยและรองบ๊วย

เนื่องจากส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินบางกลุ่มเล่นเกมตลบหลังลงมติไม่ไว้วางใจและงดออกเสียง

ก็คือเครื่องสะท้อนธรรมชาติของ "รัฐบาลผสม" ที่แออัดยัดทะนานไปด้วยพรรคการเมืองและนักการเมืองหลากหลายสายพันธุ์

โดยเฉพาะรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ที่มีความแตกต่างจากรัฐบาลผสมโดยทั่วไป เพราะไม่ได้เกิดจากการผสมพันธุ์กันตามธรรมชาติหลังการเลือกตั้ง

แต่เกิดจากการพลิกขั้วย้ายข้างทาง การเมืองหลังรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประสบอุบัติเหตุถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากอำนาจ

รัฐบาลอภิสิทธิ์ ตั้งขึ้นมาโดยการอุ้ม ชูของ "ผู้มีบารมี" มากหน้าหลายตาทั้งในการเมืองและนอกการเมือง ตลอดจนกองทัพคอยให้การหนุนหลังทั้งในทางลับและเปิดเผย

ภาพของการจัดตั้งรัฐบาลจึงเป็นภาพของการตอบแทนบุญคุณกันขนานใหญ่ ผ่านการจัดสรรโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี และการแบ่งเค้กงบประมาณ

พรรคใดได้มากได้น้อยขึ้นอยู่กับอำนาจการต่อรองซึ่งหมายถึงจำนวนเสียงส.ส.ที่มีอยู่ในมือ

พรรคภูมิใจไทยได้รับการปรนเปรอเอาอกเอาใจจากนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลมากเป็นพิเศษ

สร้างความอัดอั้นตันใจให้กับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคเพื่อแผ่นดินที่มีสภาพเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพรรคภูมิใจไทยมาตลอด

ซึ่งไม่ต่างจากระเบิดเวลาที่เข็มกระดิกเดินอย่างเงียบๆ

ในช่วงเวลาเกือบปีครึ่งของรัฐบาลอภิสิทธิ์

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หนึ่งในแกนนำพรรคภูมิใจไทย เคยกล่าวถึงรัฐบาลผสมชุดนี้ว่า เหมือนกับทุกคนตกอยู่ในอาการกลัวผีจนต้องหนีไปกอดกันที่มุมห้อง

สะท้อนภาพของรัฐบาลชุดนี้ได้ตรงที่สุด

พรรคร่วมรัฐบาล 5-6 พรรคที่กอดกันกลม ไม่ใช่เพราะรักกันดูดดื่มแต่เพราะกลัว "ผีทักษิณ" หลอกหลอน

นอกจากนั้นแล้วตลอดระยะเวลา 1 ปี 6 เดือนของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ประสบปัญหาในการบริหารประเทศแทบทุกด้านทั้งการ เมือง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการต่างประเทศ

สัญญาประชาคมที่นายอภิสิทธิ์ เคยให้ไว้ในวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จำนวน 5 ข้อ

1.ปกป้องสถาบัน 2.เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3.ยึดหลักนิติธรรมและนิติรัฐ 4.ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต 5.สร้างความสมาน ฉันท์นำพาชาติพ้นจากวิกฤต

ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง

กฎเหล็ก 9 ข้อซึ่งถูกกำหนดเป็นกรอบการปฏิบัติตัวและการทำงานร่วมกันของรัฐมนตรีทุกพรรค ถูกแหกละเมิดหลายครั้งหลายหนจนหมดความศักดิ์สิทธิ์

ถ้อยคำหรูๆ อย่างเช่น "ความรับผิดชอบทางการเมืองจะต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย" กลายเป็นเรื่องล้อกันเล่น ไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ

ต้นทุนของนายอภิสิทธิ์ ที่ว่ามีอยู่สูง ถูกพรรคพวกกันเองกัดเซาะทำลายจนแทบไม่เหลือ

ขณะที่การเมืองนอกสภา เดินมาถึงจุดแตกแยกรุนแรงมากที่สุดเมื่อรัฐบาลตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหารเข้าสลายการชุมนุมของประชาชนคนเสื้อแดง

เป็นเหตุให้มีคนตาย 90 คน บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน

แม้รัฐบาลจะดั้นด้นเอาตัวรอดจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านมาได้

แต่กรณีของพรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรคภูมิใจไทยก็เป็นโจทย์ยากข้อใหม่ให้ "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ต้องเร่งแก้ไข

ไม่เช่นนั้นขืนปล่อยให้กระแสความไม่ชอบธรรมจากเรื่องสลายม็อบจนมีคนตายเจ็บเป็นเบือ ไหลไปรวมกับปัญหาเสถียร ภาพภายในของรัฐบาล

ต่อให้รัฐบาลเทพประทานก็ยากจะฝืนอยู่ต่อไปได้

จากสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พรรคภูมิใจไทยด่าทอพรรคเพื่อแผ่นดินกลุ่มที่ลงคะแนนไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ และนายโสภณ ว่าไม่มีมารยาท หน้า ด้าน ขณะที่ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินโต้กลับว่าไม่ต้องการพายเรือให้โจรนั่ง

ยากจะสมานฉันท์กันได้อีกต่อไป

เดือดร้อนพรรคประชาธิปัตย์แกนนำรัฐบาลต้องเร่งหาทางเจรจาปรองดอง

แต่ด้วยความที่ยังต้องยืมจมูกคนอื่นต่อลมหายใจให้ตนเอง ผลเจรจาที่ออกมาจึงมีแนวโน้มว่าพรรคเพื่อแผ่นดินที่ "กำปั้น" เล็กกว่าพรรคภูมิใจไทยจะถูกปรับออกจากรัฐบาล

เหลือให้ลุ้นแค่จะถูกเขี่ยออกทั้งพรรค หรือเฉพาะ "กลุ่มกบฏ" แล้วริบ 3 เก้าอี้รัฐมนตรีคืนเพื่อนำมา เกลี่ยกันใหม่ ใช้เป็นรางวัลล่อใจพวกที่ยังเหนียวแน่น

ไม่ก็พวกที่จ้องเสียบภายหลัง

ขณะที่ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่เคยพลาดเก้าอี้ในช่วงแรกจัดตั้งรัฐบาล ก็ฉวยจังหวะแปรวิกฤตเป็นโอกาส กดดันให้มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีภายในพรรคเช่นกัน

สิ่งที่เป็นสัจธรรมในการปรับครม.ทุกครั้ง ก็คือแรงกระเพื่อมที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะเมื่อมีคนใหม่เข้ามาอย่าง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

คนเก่าที่ถูกปรับออกอย่าง คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายไพฑูรย์ แก้วทอง นายธีระ สลักเพชร อาจจะไม่พอใจ

ยิ่งปรับหลายเก้าอี้ ความปั่นป่วนวุ่นวายยิ่งมีมาก

โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีที่ไม่ได้ยึดโยงกับผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และไม่ได้นับเอาเรื่องประสิทธิภาพหรือผลงานเป็นหลัก

แต่เป็นไปในลักษณะสมบัติผลัดกันชมนั้น

แทนที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลได้รับการฟื้นฟูเยียวยา กลับจะเป็นการกระชับวงล้อมตัวเอง

นับถอยหลังสู่การพังทลายเร็วขึ้นกว่าเดิม

ปรับครม.-ปชป.เคลียร์ปมในพรรค

ที่มา ข่าวสด


รายงานพิเศษ




แนวคิดปรับครม. หนนี้

ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นหลังพรรคเพื่อแผ่นดิน ยกมือ"งด ออกเสียง-สวนโหวต" 2 รัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย

แต่เป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์รับรู้กันดีว่า จะมีการปรับหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้สัมภาษณ์ย้ำหลายครั้งหลายหน ว่าพรรคร่วมจะหารือกันหลังการอภิปรายฯ เสร็จสิ้น

เพียงแต่พฤติกรรมที่พรรคเพื่อแผ่นดินแสดงออกโต้งๆ จนถูกโจมตี "ผิดมารยาทการ เมือง"

เป็นตัวเร่งให้การปรับครม. กลายเป็นเรื่องด่วนสุดของรัฐบาล

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ บริหารงานมาได้ปีครึ่ง มีการปรับครม.มาแล้วก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง

ครั้งแรก เหตุจาก นายวิฑูรย์ นามบุตร ลาออกจากตำแหน่ง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อ 3 ก.พ.2552

หลังภาคใต้เกิดปัญหาอุทกภัย กระทรวงพม. และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นำถุงยังชีพออกแจกจ่าย

กระทั่งมีชาวพัทลุง ร้องเรียนว่า ปลากระป๋องชาวดอย ในถุงยังชีพที่นำมาแจกเน่าเสีย เพราะหมดอายุ

ฝ่ายค้านนำประเด็นนี้มาอภิปรายในสภา จนที่สุดนายวิฑูรย์ ต้องลาออก ตามคำขอของนายกฯ และคำเกลี้ยกล่อมของนายสุเทพ

พรรคประชาธิปัตย์ยังคงให้เป็นโควตาอีสาน จึงให้ นายอิสสระ สมชัย เข้ามารับหน้าที่แทน

ได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2552

ครั้งที่สอง เป็นการปรับเปลี่ยนในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการปรับนายชาติชาย พุคยาภรณ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีในโควตาของกลุ่มนายสรอรรถ กลิ่นประทุม

เนื่องจากช่วงหลัง นายสรอรรถ ไม่ค่อยมีบทบาท และมีส.ส.ในสังกัดอยู่เพียง 2 คน

กลุ่มเพื่อนเนวิน จึงกดดันให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ เข้ารับหน้าที่แทน

และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2552

ครั้งที่สาม เป็นการขยับ และปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่ง

เนื่องจากเกิดการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง ที่อยู่ในความดูแลของ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ

นายกอร์ปศักดิ์ เพียงประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานโครงการสำนักงานยกระดับชุมชนพอเพียง (สพช.)

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข ที่มี น.พ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน แถลงผลสอบ ระบุ

นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข บกพร่องที่เปิดช่องทางให้มีการแสวงหาผลประโยชน์

ส่วน นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ก้าว ก่าย ล้วงลูก กดดันให้มีการจัดสรรงบประมาณเกินจำเป็นลงพื้นที่ตัวเอง และน่าเชื่อว่าอาจพัวพันเรื่องการฮั้วรถพยาบาล

วันรุ่งขึ้น นายวิทยา แถลงลาออก ในขณะที่นายมานิต ถูกกดดันอย่างหนักจากนายกฯ

กรณีดังกล่าวทำให้เกิดกรณี "งัดข้อ" กันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ที่เรียกร้องหากจะให้นายมานิต ลาออก นาย กอร์ปศักดิ์ ก็ต้องลาออกด้วย

ที่สุด นายมานิต เป็นฝ่ายไขก๊อกตามรมว.สาธารณสุข

ท่ามกลางความยุ่งเหยิงเรื่องทุจริต นำมาสู่ความกินแหนงแคลงใจในรัฐบาล

ปัญหาการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ยืดเยื้อเรื้อรัง ทำให้ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อึดอัดกับการทำหน้าที่เลขาธิการนายกฯ

พรรคประชาธิปัตย์ จึงถือโอกาสเคลียร์ทุกเรื่องไปในคราวเดียวกัน

ด้วยการให้นายกอร์ปศักดิ์ ลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ มารับหน้าที่เลขาธิการนายกฯ แทนนายนิพนธ์

แล้วแต่งตั้ง นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี มานั่งรองนายกฯ แทน

โยก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จากรมว.ศึกษาธิการ ไปนั่งรมว.สาธารณสุข

โดยให้ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ขึ้นเป็นรมว. ศึกษาธิการ

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ดัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ น้องสาวนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขึ้นเป็นรมช.สาธารณสุข

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย ยังปรับนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม ออกจากตำแหน่ง

ให้ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร เสียบแทน

ได้รับการโปรดเกล้าฯ พร้อมกันเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2553

ครั้งล่าสุด ที่จะมีขึ้นเป็นการปรับครม. ครั้งที่ 4 ของรัฐบาลมาร์ค หรือที่เรียกว่า "มาร์ค 5"

พรรคภูมิใจไทยจุดชนวน ให้พรรคประชาธิปัตย์เลือกข้าง แต่ไฮไลต์จริงๆ อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์

หลังเกิดเหตุสวนโหวต พรรคประชาธิปัตย์ยึดโควตาของพรรคเพื่อแผ่นดิน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สาร (ไอซีที) รมว.อุตสาหกรรม และรมช.คลัง กลับมาทั้งหมด

ยกเว้นเก้าอี้รมช.ศึกษาธิการของ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์

เนื่องจากเป็นโควตาของ นายสุชาติ ตันเจริญ ที่ประกาศตัวและไปทำงานร่วมกับ นายเนวิน ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย มานานแล้ว

จึงเป็นการปรับ 7-8 ตำแหน่ง ตามที่นายอภิสิทธิ์ ระบุ

บทสรุปจากการประชุมกก.บห.และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิ.ย.

ยังให้โควตา รมช. กับ มั่น พัธโนทัย แกนนำกลุ่มมาตุภูมิ ที่พาส.ส.มาแสดงตัวว่าจะอยู่ร่วมรัฐบาล

และ ไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.อุดรฯ พรรค เพื่อแผ่นดินที่พาส.ส.มารายงานตัวเช่นกัน

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีที่ต้องถูกปรับออกแน่นอนแล้ว ประกอบด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ นายธีระ สลักเพชร รมว. วัฒนธรรม และ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน

กรณีของนายไพฑูรย์ มีทั้งกก.บห. และ ส.ส.ภาคเหนือ และอีสาน คัดค้าน เพราะที่ผ่านมาให้การดูแลส.ส. และพื้นที่อย่างดี และยังเป็นผลดีในการหาเสียงได้

บรรยากาศการประชุมส.ส. หาข้อยุติไม่ได้ จน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ต้องเสนอให้หัวหน้ากับเลขาฯ ไปตัดสิน กล่อมจนไพฑูรย์ ต้องยอมเสียสละ

ส่วนว่าที่รัฐมนตรีที่จะได้รับการแต่งตั้ง เปิดโผออกมาล้วนเป็นคน "อกหัก" ที่เคยออกมาเคลื่อน ไหวทั้งสิ้น

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นรมว.แรงงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรมว.วัฒนธรรม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นรมว.วิทยาศาสตร์ฯ และ นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ

ร่วมด้วย นายวีรชัย วีระเมธีกุล นายทุนพรรค เป็นรมว.อุตสาหกรรม และ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สายนายกฯ ขยับจากรมช.ศึกษาธิการ เป็นรมว.ไอซีที

เก้าอี้ที่เหลือที่ยึดจากโควตาเพื่อแผ่นดิน ยกให้ นายไชยยศ นั่งรมช.ศึกษาธิการ นายมั่น เป็นรมช.คลัง

ส่วนโผจะพลิกอีกหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อ

ขุดสุสานเมืองชล 4ศพแดง! ถูกฝัง-ไม่มีญาติ

ที่มา ข่าวสด

โดนยิงทุกราย! นปช.นับพันพรึ่บ ทำบุญวัดปทุมฯ




ม็อบไร้ญาติ - สุสานสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดให้ญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายม็อบราชประสงค์ดูศพไร้ญาติ หนึ่งในนั้นมีศพด.ช.อายุ 15 ถูกยิงหน้าอก ร.พ.รามาฯส่งมาเก็บไว้ ตามข่าว

คนเสื้อแดงนับพันคน ร่วมทำบุญที่วัดปทุมฯ พร้อมรำลึกตรงจุดที่มีการสูญเสีย 6 ศพ บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา "วรวุฒิ วิชัยดิษฐ" หนึ่งในแกนนำรุดร่วมงานด้วย ชี้นายกฯชวนปรองดองอาบยาพิษ คนเสื้อแดงยังรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนที่"อนุพงษ์"ระบุว่าสั่งทหารไม่ให้ยิงประชาชน ก็สงสัยว่าระดับปฏิบัติอาจละเมิดนโยบายเอง การ์ดนปช. ระบุ"กี้ร์-แรมโบ้อีสาน" หนีรอดไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ยังไม่คิดจะมอบตัว โผล่อีก 4 ศพเสื้อแดง ยังเป็นศพไม่มีญาติฝังในสุสานที่เมืองชล ล้วนแต่ถูกยิงตายทุกราย ทางมูลนิธิแจ้งให้ญาติมาดูเพื่อขอรับศพไปได้ ทางด้านผบ.ทบ.เรียกประชุมระดับผบ.หน่วยทั่วประเทศ จี้ให้ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ทหารไม่ได้ฆ่า ส่วนตร.ได้พยานตร.ที่เข้าบุกจับคนชุดดำตอนคืน 10 เม.ย. แย่งมาได้แต่ปืนเอ็ม 79 ส่วนคนร้ายร่างใหญ่สลัดหนีได้

เสื้อแดงนับพันทำบุญวัดปทุมฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดปทุมวนาราม กลุ่มคนเสื้อแดงนำโดยเจ๊อู๋ แกนนำคนเสื้อแดงย่านบางเขน ได้จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ 11 รูป เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ศพในวัดปทุมวนาราม ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักไปด้วยคนเสื้อแดงจำนวนนับพันคน มีทั้งที่สวมเสื้อแดงและสวมเสื้อหลากสี ตลอดจนแกนนำนปช.อย่างนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ บรรดาการ์ดนปช. รวมถึงประชาชนที่เคยติดค้างในวัดปทุมฯ เมื่อคืนวันที่ 19 พ.ค. เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมใจเดินทางมาร่วมคับคั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการรวมตัวครั้งแรกของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังประกาศยุติการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค. และอยู่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งหลังเสร็จพิธีถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันถวายผ้าบังสุกุลให้ผู้เสียชีวิต ถวายเงินผ้าป่ากว่า 3 หมื่นบาท สมทบทุนบูรณะห้องน้ำในวัดปทุมฯ ที่เสียหายขณะที่มีผู้ชุมนุมเข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้คนเสื้อแดงได้ร่วมกันรับประทานอาหาร จับกลุ่มพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ และสนทนาถึงเหตุการณ์ในช่วงชุมนุมด้วย

รำลึก-น้ำตาซึมให้กับ 6 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังการจัดงานมีกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนมากไปรำลึกเหตุการณ์ที่เกิดในวัด โดยเฉพาะที่หน้าศาลาพระราชศรัทธา ซึ่งเป็นจุดที่เคยมีการนำศพคนเสื้อแดงไปวางเรียงไว้ และที่หน้าวัดที่เคยเป็นเต็นท์พยาบาล ซึ่งมีการเสียชีวิต หลายศพนั้น ได้มีคนเสื้อแดงไปจับกลุ่มมุงดู พร้อมบอกเล่าถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตหมู่เมื่อคืนวันที่ 19 พ.ค. ให้เพื่อนๆ ฟังด้วยความเศร้าสลดใจ บางคนถึงกับน้ำตาซึม นอกจากนี้ นางนริศ จอมทอง คนเสื้อแดงที่เคยติดค้างอยู่ในวัดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ได้เดินทางกลับมาเพื่อขุดบัตรประจำตัวนปช. ซึ่งฝังดินไว้ใต้ต้นไม้ในสวนหย่อมของวัด ทั้งนี้ในระหว่างการทำบุญของกลุ่มคนเสื้อแดง ผู้สื่อข่าวสังเกตว่าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ สันติบาลหน่วยข่าวกรองความมั่นคงจำนวนมาก มาปะปนเพื่อสังเกตการณ์และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน

ด้านนายวรวุฒิ กล่าวว่า ทราบข่าวว่าจะมีคนเสื้อแดงจัดงานทำบุญให้ผู้เสียชีวิตในวัด จึงเดินทางมาร่วมในฐานะผู้อยู่ร่วมเหตุการณ์ ได้กลับมาในสถานที่นี้อีกครั้ง แต่ก็รู้สึกเศร้าใจไม่หาย ที่เห็นคนเสื้อแดงต้องมาล้มตาย สำหรับเหตุที่เกิด แม้รัฐบาลจะปฏิเสธว่าทหารไม่ได้เป็นคนยิง แต่ตนและคนในวัดต่างก็เห็นภาพว่าทหารเดินอยู่บนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดมาตั้งแต่ช่วงเย็น จนกระทั่งมีกระสุนยิงเข้ามาในวัด ถ้าจะบอกคนยิงเป็นผู้ก่อการร้ายอยู่บนนั้นตามที่รัฐบาลว่า ก็สงสัยว่าแล้วผู้ก่อการร้ายเหล่านี้จะหนีไปได้อย่างไร ในเมื่อทหารปิดล้อมอยู่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าทหารไม่ได้ฆ่าประชาชนนั้น แม้นโยบายของผบ.ทบ.จะเป็นแบบนั้นจริง แต่ทหารที่มาร่วมในการปราบปรามคนเสื้อแดงมีหลายหมื่นนาย ผบ.ทบ.รู้หรือว่าทุกหน่วยมีความรู้สึกกับคนเสื้อแดงอย่างไร ตนเชื่อว่าต้องมีแน่ที่ทหารบางหน่วยอาจกระทำโดยนอกเหนือคำสั่ง แม้แต่ตอนเช้าก็ยังเห็นทหารยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้า และมีการยิงเข้ามาในวัด จนชาวบ้านกลัวไม่กล้าออกจากวัด

วรวุฒิโวยปรองดองอาบยาพิษ

"เคยไปเยี่ยมแกนนำคนอื่นๆ แล้วเห็นว่าทุกคนมีความเป็นอยู่ตามอัตภาพในที่ควบคุม การที่นายกฯอภิสิทธิ์บอกว่าอยากจะให้มีการปรองดองนั้น คนเสื้อแดงก็อยากปรองดอง แต่นายอภิสิทธิ์ควรแสดงความรับผิดชอบกับการตายของคนเสื้อแดง ด้วยการเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกับแกนนำนปช.ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ มิฉะนั้นจะเหมือนเป็นการปรองดองที่อาบยาพิษ ใครกินเข้าไปไม่รู้ก็ต้องตาย นอกจากนี้ในฐานะแกนนำ ยังการันตีด้วยว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีการเคลื่อนไหวใต้ดิน เพราะเราไม่รู้จะเอาอาวุธมาจากไหนมาสู้ ถึงมี จะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้กับทหารที่ผ่านการฝึกฝนโดยเฉพาะ" นายวรวุฒิกล่าว

นายวรวุฒิกล่าวต่อว่า เรื่องอาวุธที่ศอฉ. มาแถลงนั้น รู้สึกงงมากกว่า ศอฉ.เอามาจากไหนเยอะขนาดนั้น ไม่รู้ไปจับทั่วประเทศ แล้วมารวมว่าเป็นของนปช.หรือเปล่า แม้แต่แกนนำย่อยจังหวัดต่างๆ หลังจบการชุมนุมแล้วกลับไป ก็ถูกเจ้าหน้าที่มาคุกคามให้เลิกเคลื่อนไหว นปช.ทุกวันนี้ไม่ล้ม แต่เหมือนคนเดินมาไกล เมื่อเหนื่อยก็ต้องพักบ้าง แต่เป้าหมายเรียกร้องประชาธิปไตยยังเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกคือ พวกเราไม่ได้รับความเป็นธรรม ตายอย่างไม่มีใครใส่ใจ เหมือนคนเสื้อแดงมีชีวิตที่ไร้ค่า ทั้งที่เราเป็นคนไทยเหมือนกัน

เผย"กี้ร์"ซุกประเทศเพื่อนบ้าน

นายวสันต์ สายรัศมี อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่เข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในวัดปทุมฯ และอยู่ในเหตุการณ์คืนวันที่ 19 พ.ค. ซึ่งสูญเสียเพื่อน 3 คน กล่าวว่า ได้กลับมาย้อนเหตุการณ์วันนี้แล้วรู้สึกเศร้าใจ เหมือนคนเสื้อแดงที่เดินทางมาร่วมในอารมณ์ที่เศร้าโศก อย่างไรก็ตาม ส่วนตัว ยังคิดเสมอว่าเพื่อนที่ตายนั้น ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะฝ่ายที่กระทำยังไม่แสดงความรับผิดชอบ ทั้งส่วนตัวหลังออกมาเปิดเผยความจริงก็ถูกติดตามตัวโดยบุคคลลึกลับกลุ่มหนึ่ง แต่ยังคงมีความตั้งใจที่จะทวงถามความยุติธรรมให้กับหน่วยแพทย์ และหน่วยพยาบาลอาสาที่เสียชีวิต เพื่อให้ทุกคนทราบว่าคนที่ตายส่วนหนึ่ง มาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคน แต่สุดท้ายกลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถ ทั้งที่ไม่ควรจะเกิด

1.ใคร?- พรรคเพื่อไทยโชว์ภาพชายลึกลับพร้อมอาวุธสงคราม ปรากฏตัวอยู่กับกลุ่มทหารที่ปฏิบัติการกระชับวง ล้อมบริเวณซอยงาม ดูพลี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

2.ไอ้โม่ง - ตำรวจนครบาลเผยแพร่ภาพชายชุดดำ 2 คน ซึ่งเปิดไอ้โม่งเห็นหน้าตาชัดเจน โดยระบุว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายใช้เอ็ม 79 และอาก้า ยิงใส่ทหารในวันขอพื้นที่คืน 10 เม.ย. บริเวณแยกคอกวัว

3.ในหน้าที่ - พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร. มอบศพด.ต.จีระศักดิ์ ธนะสัมบัญ ตำรวจเขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปากซอยงามดูพลี พระราม 4 ช่วงประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ครอบครัวนำไปบำเพ็ญกุศล เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.

4.ศพที่ 6- นางสมพิศ สุขสถิตย์ แม่ค้าย่านประชาชื่น เมียนายรพ สุขสถิตย์ ผู้เสียชีวิตศพที่ 6 ในวัดปทุมวนารามฯ เปิดเผยถึงช่วงเวลานำลูกๆ ตามหาสามี ก่อนไปพบที่นิติเวช ร.พ.ตำรวจ ในชื่อบุคคลอื่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การ์ด นปช.ระดับวีไอพีรายหนึ่ง ระบุว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เป็นผู้พานายจรัล ดิษฐาอภิชัย และพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ เข้ามาหลบอยู่ในวัด โดยนายจรัลหนีออกไปทางหลังวัดตั้งแต่ช่วงเย็น ขณะที่พ.ต.ท.ไวพจน์หลบออกจากวัดในวันที่ 21 พ.ค. สำหรับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หนีออกไปจากที่ชุมนุมช่วงบ่าย ก่อนประกาศยุติชุมนุม โดยออกทางเส้นเพลินจิต ใช้รถเก๋งโตโยต้ายาริส แล้วเปลี่ยนไปเป็นรถอีกคันหนึ่ง จึงรอดไปได้ ส่วนนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ออกไปจากที่ชุมนุมตั้งแต่ก่อนวันที่ 17 พ.ค. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้แกนนำทั้งหมดที่กล่าวถึงได้พำนักอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านแห่งหนึ่ง ล่าสุดทุกคนสามารถติดต่อกันได้และปลอดภัยดี แต่ยังไม่มีแนวคิดที่จะเข้ามอบตัวกับศอฉ.

แฉยังมี 4 ศพเสื้อแดงไร้ญาติ

วันเดียวกัน ที่สุสานสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบศพไร้ญาติ ภายหลังทราบว่ามีการนำศพของกลุ่มผู้ชุมนุมนปช.นำมาฝังไว้ที่สุสานดังกล่าว พบว่าสุสานดังกล่าวมีเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เป็นสถานที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตชาวจีน รวมทั้งศพไร้ญาติ โดยพบว่าศพไร้ญาติมีมากกว่า 100 ศพ แต่ละรายถูกบรรจุในโลง และเก็บไว้ในช่องบรรจุศพที่ทำด้วยปูนเป็นช่องเรียงราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบบริเวณจุดที่มีการฝังศพไร้ญาติ จาก 100 ศพ พบว่ามี 4 ศพ ที่ทางร.พ.รามาธิบดี ส่งมายังสุสานดังกล่าว ศพแรกเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ผิวดำแดง ฝังอยู่ในหลุมที่ 53 สภาพศพถูกยิงบริเวณคิ้วขวา 1 แห่ง ส่วนศพที่สอง เป็นชายไม่ทราบชื่อผิวดำแดง อายุประมาณ 40 ปี ฝังอยู่ในหลุมที่ 54 บริเวณหน้าอกฝั่งขวามีรอยสักยันต์รูปปลา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรูปราหูอมจันทร์ บริเวณใต้ราวนมขวาสักเป็นรูปมังกร สภาพศพถูกยิงบริเวณด้านหลัง รายที่ 3 หลุมที่ 55 เป็นศพด.ช.ไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 15-16 ปี สูงประมาณ 140 ซ.ม. ลักษณะผมสั้น ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้ายและใต้ราวนมซ้ายรวม 2 นัด โดยศพเด็กคนดังกล่าวถูกยิงที่ซอยรางน้ำ รายที่ 4 หลุมที่ 56 เป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ถูกยิงที่ราวนมขวา สภาพศพเป็นชายผมสั้น มีหนวด

ให้ญาติมาติดต่อรับศพ

ทั้งนี้ยังมีศพนายวุฒิชัย วราคำ อายุ 21 ปี ชาว ต.นาหว้า จ.อำนาจเจริญ เป็นผู้ชุมนุมเสื้อแดง ถูกปืนยิงทะลุหลัง ญาติเดินทางมารับไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.

นายศักดิ์เจริญ แดงประเสริญสุข ประธานหน่วยกู้ภัยศรีราชา และเป็นผู้ดูแลสุสานดังกล่าว เปิดเผยว่า ศพของกลุ่มคนเสื้อแดงทางร.พ.รามาฯ นำมาส่งให้ตั้งแต่วันที่ 17 และวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังจากศพดังกล่าวไม่มีญาติมารับไปบำเพ็ญกุศล ตนจึงรับไว้เพื่อนำไปเก็บไว้ในสุสาน เพื่อรอญาติมารับศพกลับไป ซึ่งศพไร้ญาติปัจจุบันมีมากว่า 100 ศพ และสุสานแห่งนี้สามารถรับศพทุกประเภทได้ไม่เกิน 1,500 ศพ หากว่าญาติคนใดที่คิดว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 4 รายเป็นญาติ ให้ติดต่อมาได้ที่สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน เลขที่ 76/1 ถ.สุรศักดิ์สงวน ซ.โรงเจ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โทร. 038-311-692 โดยให้นำหลักฐานของผู้เสียชีวิตมายืนยัน ก็จะมอบศพคืนให้

บิ๊กป๊อกเรียกประชุมผบ.หน่วย

รายงานข่าวจากกองทัพบกเปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย.นี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. จะเรียกประชุมนายทหารระดับนายพลผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ ที่บก.ทบ. โดยหลังจากที่ประชุมระดับนายพลแล้ว ผบ.ทบ.จะมอบนโยบายแก่นายทหารระดับผู้บังคับหน่วย ตั้งแต่ผบ.พัน ผบ.กรม ผบ.กองพล ผบ.มทบ. หลังจากบ้านเมืองกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังต้องคงพ.ร.ก. ฉุกเฉินไว้ เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่ง หากยกเลิกพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน อาจมีกลุ่มไม่หวังดีกลับมาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ รวมทั้งทำความเข้าใจกับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ศอฉ.มอบหมายในวันเข้าขอคืนพื้นที่ย่านราชประสงค์ รวมทั้งการเสียชีวิต 6 ศพบริเวณวัดปทุมวนาราม ซึ่งผบ.ทบ.ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีทหารคนใดสังหารประชาชน

รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า การประชุมและมอบนโยบายครั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์เชิญนายทหารระดับ 5 เสือทบ. ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ท.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน แม่ทัพภาคที่ 3 พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผบ.นปอ. พล.ท.โปฎก บุนนาค ผบ.นสศ. แม่ทัพน้อยที่ 1 แม่ทัพน้อยที่ 2 แม่ทัพน้อยที่ 3 ผบ.รักษาดินแดน เจ้ากรมการทหารช่าง เจ้ากรมการสื่อสารทหารบก เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เจ้ากรมพลาธิการทหารบก รวมถึงผบ.กองพล ผบ.มทบ. ผบ.จังหวัดทหารบก เจ้ากรมฝ่ายเสนาธิการทั้งหมด เข้าร่วมรับฟัง

1.วัดปทุมฯ- ประชาชนจำนวนมากร่วมทำบุญที่วัดปทุมวนารามฯ ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดงได้กลับมาพบหน้าพูดคุยกัน หลังถูกสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

2.ชี้จุด- ผู้เคยร่วมหลบภัยในวัดปทุมวนารามฯ ชี้จุดที่ประชาชนถูกซุ่มยิงจากรางรถไฟฟ้า จนมีคนตายไป 6 ศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ในโอกาสที่ผู้เคยหลบภัยในวัดนับพันคนมาร่วมทำบุญระลึกถึงผู้จากไป เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.



ตร.แฉเห็นหน้าชัด 2 คนชุดดำ

ข่าวแจ้งว่า พล.อ.อนุพงษ์ต้องการอธิบายเพื่อให้กำลังพลนำไปถ่ายทอดครอบครัว คนรู้จัก และสังคมได้รับทราบว่า การปฏิบัติหน้าที่ในการกระชับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ เพื่อขอคืนพื้นที่ เป็นการแก้ปัญหาตามนโยบายศอฉ.และกองทัพ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน ทหารไม่ทำร้ายประชาชน เพราะกำลังพลทั้งหมดมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นคนภาคอีสาน ซึ่งในการปฏิบัติงานครั้งนี้ กำลังพลต่างๆ ก็มาจากภาคอีสานเช่นกัน ยืนยันได้ว่าทุกพื้นที่ได้ปฏิบัติการตามคำสั่ง และไม่มีเจตนาทำร้ายประชาชนอย่างแน่นอน

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่บช.น. พล.ต.ต. สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัมรงศ์ วงศ์แป้น รองผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้อง ประชุมเร่งรัดคดีเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมของกลุ่มนปช.

พล.ต.ต.สุเมธกล่าวภายหลังประชุมว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าหลายคดี โดยเฉพาะคดีเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ของทหารบริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ตำรวจได้แผ่นซีดีจากการสืบสวน ซึ่งเมื่อเปิดดูแล้วปรากฏว่าเป็นภาพชายชุดดำที่เปิดหน้า พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนอาก้า อยู่ในอิริยาบถต่างๆ แล้วถูกกลุ่มผู้ชุมนุมรุมล้อมจับได้ทั้งหมด 3 คน เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงจับตัวกลุ่มชายดังกล่าวไป อีกทั้งตำรวจฝ่ายสืบสวนนายหนึ่งซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ โดยแฝงตัวเข้าไปสืบสวนหาข่าวท่ามกลางเสียงกระสุนปืนและระเบิด พบประชาชนไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้เปิดหมวกไหมพรมหรือโม่งที่ปิดบังใบหน้าออก จึงเห็นภาพหน้าตาของคนร้ายได้อย่างชัดเจน 2 คน

ชิงเอ็ม 79 ได้-แต่คนร้ายดิ้นหลุด

"สำหรับชายชุดดำอีกคนนั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่เห็นภาพ ส่วนกลุ่มไอ้โม่งที่ถูกเปิดหน้าได้กล่าวขึ้นว่า มาชุมนุมจะไปต่อสู้กับทหาร หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปล่อยตัวไป ซึ่งชายชุดดำที่ถูกปล่อยตัวไป ได้วิ่งไปตามเสียงปืนที่ดังขึ้นตลอดเวลา หลังจากนั้นมีชายชุดดำพร้อมปืนเอ็ม 79 วิ่งตามหลังชายที่ถูกปล่อยไป และอยู่ท้ายแถวผู้ชุมนุม ตำรวจที่ทำหน้าที่หาข่าวได้จับกุมและแย่งปืนเอ็ม 79 ไว้ได้ แต่ชายคนดังกล่าวรูปร่างสูงใหญ่จึงดิ้นหลุดไปได้ เจ้าหน้าที่ยึดได้แต่เพียงปืนเอ็ม 79 ภายในบรรจุกระสุน 1 นัด พร้อมยิง เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจึงรายงานตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทันที" รองผบช.น.กล่าว

พล.ต.ต.สุเมธกล่าวต่อว่า จากนั้น ตำรวจคนที่ยึดอาวุธปืนเอ็ม 79 ได้ ได้นำมามอบให้พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. แต่เจ้าหน้าที่เกิดความสงสัยว่าจับตัวได้อย่างไร ตำรวจคนดังกล่าวได้ปรากฏในซีดี ตนได้มาอธิบายและเก็บข้อมูลตรงกับเหตุการณ์ในแผ่นซีดีทั้งหมด ยืนยันว่าจับชายชุดดำอยู่ด้วย สำหรับไอ้โม่งคนดังกล่าว ตำรวจกำลังเร่งติดตามว่าเป็นใคร โดยให้ตำรวจเร่งหาข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอเป็นผู้รับผิดชอบคดีดังกล่าวอยู่

พท.ซัดชุดดำเป็นพวกทหาร

รองผบช.น.กล่าวด้วยว่า จากนั้นบช.น. ให้ตำรวจที่จับตัวชายชุดดำ ซึ่งดิ้นหลุดไปได้ ไปให้ปากคำที่สน.ชนะสงคราม ทั้งนี้ ในจันทร์ที่ 7 มิ.ย.กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ และรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะสามารถออกหมายจับได้หรือไม่ และบช.น.กับดีเอสไอได้ประสานการทำงานกันตลอดเวลา ขอให้ประชาชนที่มีเบาะแสช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ยังได้มอบหมายงานสืบสวนทั้งหมดให้กับกองสืบทุกส่วนเพื่อติดตามหาข้อมูลต่อไป

ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าจากกรณีสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลระบุว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย นักรบชุดดำหรือไอ้โม่ง เข้ามาร่วมในเหตุการณ์ แต่จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่สามารถดำเนินการหรือแสดงความชัดเจนใดๆ ทั้งที่มีพยานหลักฐานและพยานบุคคลปรากฏให้เห็นจากสื่อต่างๆ ว่าไอ้โม่งที่ยิงประชาชน คือกลุ่มคนนอกเครื่องแบบที่อาจเป็นทหาร เพราะอยู่กับฝ่ายของทหาร ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ แต่งกายนอกเครื่องแบบ สะพายปืนเดินสวนไปมาในระหว่างที่ปฏิบัติการกระชับพื้นที่ แต่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ออกมาย้ำว่าทหารไม่ได้ยิงประชา ชนอย่างที่เป็นข่าว แต่จากภาพและคลิปที่ทางพรรคมีเก็บไว้นั้น เช่น การสลายการชุมนุมบริเวณซอยงามดูพลี เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เห็นชัดว่ามีบุคคลแต่งกายนอกเครื่องแบบสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ถือปืนเอ็ม 16 ปะปนอยู่ในกลุ่มทหาร โดยที่ทหารไม่ได้สนใจหรือห้ามปรามใดๆ ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ให้เร็วที่สุด

ช่วยด.ต.ตายที่งามดูพลี

วันเดียวกัน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะโฆษกตร. เดินทางมาที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อส่งมอบศพ ด.ต.จีระศักดิ์ ธนะสัมบัญ ผบ.หมู่(ป) สภ.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิง เทรา ซึ่งเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจบริเวณปากซอยงามดูพลี ถ.พระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. ถูกรถยนต์ชนบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. เวลาประมาณ 01.50 น. หลังเกิดเหตุเข้ารักษาตัวที่ร.พ.ตำรวจ และเสียชีวิตในวันเดียวกัน เนื่องจากเลือดคั่งในสมอง

โฆษกตร.กล่าวต่อว่า สำหรับความช่วยเหลือครอบครัวจะได้รับเงินฌาปนกิจ จากสวัสดิการตร. จำนวน 350,000 บาท และเงินช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการ จำนวน 100,000 บาท ทั้งนี้ช่วยเหลือเบื้องต้นไปก่อน 100,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทำศพ และได้สั่งการฝ่ายกำลังพลเสนอพิจารณาปูนบำเหน็จความชอบเลื่อนขั้นเงินเดือน 3 ขั้น และเสนอขอพระราชทานเพิ่มยศ 3 ชั้นยศ เป็นร.ต.อ.

โฆษกตร.กล่าวด้วยว่า สำหรับบุตรของผู้เสียชีวิตจะได้รับการดูแลให้ทุนการศึกษาจนจบปริญญาตรี และได้สิทธิเข้ารับราชการตำรวจสืบต่อบิดา ซึ่งกรณีนี้นางนิศารัตน์ ธนะสัมบัญ ภรรยาผู้เสียชีวิต จะขอใช้สิทธิเข้ารับราชการเป็นตำรวจสืบต่อจากสามี เพื่อดูแลครอบครัวต่อไป ในส่วนพิธีศพของ ด.ต.จีระศักดิ์จะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดกระบกหวาน ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิง เทรา ตั้งแต่วันที่ 5-11 มิ.ย.นี้ และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพวันเสาร์ที่ 12 มิ.ย.

อุบลฯจี้มือเผาทั้งหลายมอบตัว

พล.ต.ต.เสริมสุข วีรวงศ์ รรท.ผบก.ภ. จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนเสื้อแดงที่บุกเผาศาลากลางจังหวัดว่า ปัจจุบันออกหมายจับคนเสื้อแดงที่ร่วมกันก่อเหตุเผาศาลากลาง 84 ราย จับได้แล้ว 12 ราย คดีบุกรุกทำลายทรัพย์สิน เผายางรถยนต์ และฝ่าฝืนคำสั่งพ.ร.ก.ใน สถานการณ์ฉุกเฉิน 328 ราย จับได้แล้ว 36 ราย รวมมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งสิ้น 412 คน และศาลตัดสินผู้ต้องหาที่รับสารภาพฝ่าฝืนพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้ว 1 ราย โดยลงโทษปรับ 4,000 บาท จำคุก 6 เดือน โทษจำให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ส่วนผู้ต้องหาที่ร่วมกันเผาศาลากลาง ทางดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวไว้ในความผิดอื่น พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลในสัปดาห์หน้า จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ญาติพี่น้องผู้ต้องหาที่เหลือให้เข้ามอบตัว เพราะบางเรื่องเป็นคดีไม่ร้ายแรง ส่วนของกลางที่ยึดไว้ขณะนี้ มีเครื่องส่งของสถานีวิทยุ รถยนต์ใช้ขนคน ขนยางรถยนต์ และน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนทั้งสิ้น 9 คัน ซึ่งจะได้ส่งฟ้องพร้อมกันต่อไป

แฉ 1 ใน 6 ศพวัดปทุมฯระบุผิดตัว

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 319/5 หมู่ 2 การเคหะทุ่งสองห้อง แขวงทุ่งสอง ห้อง เขตหลักสี่ กทม. ของนายรพ สุขสถิตย์ อายุ 66 ปี 1 ใน 6 เหยื่อกระสุนปืนที่เสียชีวิตภายในวัดปทุมวนารามราช วรวิหาร เขตอภัยทาน โดยนายรพเป็นศพสุดท้ายที่ตกค้างอยู่ภายในสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. ญาติเพิ่งขอรับกลับไปทำพิธีทางศาสนาเมื่อวันที่ 30 พ.ค. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระบุชื่อผิดเป็นนายวิชัย มั่นแพ อายุ 30 ปี จนเกิดความสับสน

นางสมพิศ สุขสถิตย์ อายุ 59 ปี ภรรยานายรพ เผยว่า สามีเป็นคนขับรถลีมูซีนส่งผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปกติเป็นคนสนุกสนานร่าเริงคุยสนุก และขยันขันแข็ง เป็นเรี่ยวแรงสำคัญของบ้าน การทำงานของสามีจะเป็นกะ ไปกินนอนที่สนามบิน สุวรรณภูมิครั้งละ 5-6 วัน จากนั้นกลับมาพักที่บ้านประมาณ 5 วัน ทุกครั้งที่หยุดงานจะมีเพื่อนชวนไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงเป็นประจำ แต่ไม่ค่อยนำมาเล่าให้ที่บ้านฟัง เนื่องจากคนในบ้านไม่ใช่คนเสื้อแดง และไม่ค่อยสนใจอะไรนอกจากทำมาหากิน ครั้งสุดท้ายที่เห็นสามีประมาณวันที่ 17-18 พ.ค. โดยนายรพเพิ่งกลับจากที่ชุมนุมมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ยังเข้าใจว่าจะไปทำงาน ไม่คิดว่ากลับไปร่วมชุมนุมจนต้องมาจบชีวิตลง

เป็นศพไม่มีญาติอยู่นิติเวช

นางสมพิศกล่าวว่า คิดแต่เพียงว่าสามีไปทำงาน เมื่อมีเหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและทหาร จึงไม่ได้สนใจอะไร จนผ่านไป 2-3 วัน มีเพื่อนมาถามหาว่าปลอดภัยหรือไม่ จึงเริ่มสะกิดใจให้ลูกชายไปสอบถามบริษัมรถลีมูซีนที่สามีทำงานอยู่ เลยรู้ว่าหายตัวไป จึงรีบไปแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พอตรวจชื่อคนตายไม่พบชื่อสามี จึงคิดว่าคงเพียงแค่รับบาดเจ็บหรือถูกจับเท่านั้น จึงแยกกับลูกชาย 2 คน คือ นายชยรพ สุขสถิตย์ และนายสุรศักดิ์ สุขสถิตย์ ออกตามหาที่ร.พ.ต่างๆ รวมถึงที่ศอฉ. ทั้งที่กองทัพภาคที่ 1 และ ร.11 รอ. รวมถึงเรือนจำทุกแห่งที่มีข่าวว่าควบคุมตัวกลุ่มคนเสื้อแดงไว้ แต่ไม่พบสักแห่ง

"วันหนึ่งสุรศักดิ์ลูกชายป้า โทรศัพท์มาบอกว่าเจอพ่อแล้ว แต่ไม่เจอตัว เห็นในหนังสือพิมพ์ว่าพ่อนอนตายอยู่ แล้วสุรศักดิ์ก็ไปโรงพยาบาลตำรวจเพื่อขอดูศพ แต่เดินวนเวียนอยู่หน้าโรงพยาบาลไม่กล้าเข้าไป เพราะคนที่ตายไม่ใช่ชื่อพ่อ แต่เห็นว่าเหลือเพียงศพเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มีญาติมารับจึงตัดสินใจเข้าไปขอดูศพ และพบว่าเป็นพ่อจริงๆ จึงขอรับศพกลับมาทำพิธีและเพิ่งเผาไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. และไม่ได้มีทรัพย์สินอะไรกลับมาเลย ทั้งกระเป๋าสตางค์ที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลาหรือทรัพย์สินอื่น" ภรรยาเหยื่อกล่าว

ครวญราชการยังไม่ช่วยเลย

นางสมพิศกล่าวอีกว่า ช่วงงานศพมีเพื่อนบ้านและคนเสื้อแดงมาช่วยงานตลอด และร่วมเป็นเจ้าภาพด้วย ส่วนการช่วยเหลือจากทางราชการ ยังไม่มีอะไรให้ ทั้งที่ไปลงทะเบียนขอความช่วยเหลือทุกแห่งตามที่แจ้งไว้ มีแต่บอกว่าจะติดต่อกลับมาภายใน 1 เดือน หากไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมา ให้ไปตามเรื่องเองอีกครั้งเท่านั้น

ด้านนายชยรพ สุขสถิตย์ บุตรชาย กล่าวว่า เมื่อทราบว่าพ่อหายไปได้ออกตามหาพ่อ ร่วมกับน้องชายคือนายสุรศักดิ์ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาพ่อที่ไหน เลยคิดว่าน่าจะไปตามที่ที่คิดว่าพ่อน่าจะไป โดยแบ่งสถานที่กันไปตามหา ตนออกตามหาที่บ้านของญาติทุกคน ทั้งบ้านอา บ้านย่า ส่วนน้องชายจะไปตามหาที่ทำงานพ่อคือสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาตามหาประมาณ 1 สัปดาห์ ต่อมาน้องชายไปเจอรูปของพ่อในหนังสือพิมพ์ เลยมั่นใจว่าพ่อเป็นคนในภาพนั้น จึงไปตามที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อไปขอดูศพที่ไม่มีญาติ ซึ่งขณะนั้นเหลืออยู่ศพเดียวที่ไม่มีญาติมาติดต่อรับดูแล ตนก็มั่นใจว่าต้องเป็นพ่อแน่นอน แต่ทางนิติเวชกลับระบุชื่อผิดเป็นนายวิชัย มั่นแพ อายุ 30 ปี แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เมื่อแสดงหลักฐานแล้วก็ขอรับศพพ่อมาทำพิธีทางศาสนา

รับคำเชิญนายกฯ อธิการฯนิด้า ประธานแก้ รธน.

ที่มา ไทยรัฐ

"สมบัติ ธำรงธัญวงศ์" รับคำเชิญ "มาร์ค" ศึกษาแก้ไขแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เล็งหยิบข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ เชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากมหาวิทยาลัยต่างๆมาร่วมเป็นกรรมการ...

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า ได้ตอบรับคำเชิญของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่จะให้ไปเป็นประธานศึกษาพิจารณาแก้ไขกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยหลังจากที่มีการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วจะได้หารือกับนายกรัฐมนตรีถึงกระบวนการต่างๆ ต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการทาบทามคณะกรรมการมาทำงานร่วมกัน จะเชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เสนอให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง

อย่างไรก็ตามสำหรับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คงต้องกลับไปดูข้อศึกษาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญศึกษาไว้เป็นลำดับแรก

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ จะเป็นประธานคณะกรรมการฯ.

'ไพฑูรย์'รับเสียความรู้สึก นายกฯปรับ ครม.ไม่ปรึกษา

ที่มา ไทยรัฐ

"ไพฑูรย์ แก้วทอง" เผยความในใจเสียความรู้สึก นายกฯปรับ ครม.ไม่ปรึกษา โวผลงานเพียบ รับ "เสธ.หนั่น-ประดิษฐ์" โทรหากั๊กรวม ส.ส.เหนือ ตั้งพรรคใหม่ แย้มลาออก ปชป.บอกเป็นเรื่องอนาคต...

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์"ไทยรัฐออนไลน์" ถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทำให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ตอนนี้สบายดี แต่ว่างงาน มีงานหน้าที่ ส.ส.อย่างเดียว ส่วนการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์นั้น คงยังก่อน ปล่อยเป็นเรื่องของอนาคต จริงๆ แล้วตนไม่ยึดติดกับตำแหน่ง เป็น ส.ส. 11 สมัย เป็นรัฐมนตรีมา 6 สมัย อายุก็มากแล้ว แต่ยอมรับว่าเสียความรู้สึกนิดหนึ่งตรงที่ว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในระดับตน ควรจะมาปรึกษา แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสมากมาย เพราะอายุมากแล้ว แต่ก็เป็นห่วงคนรุ่นหลัง รุ่นหนุ่ม รุ่นลูก ตนก็ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์

"ที่ผ่านมาผมเองถือว่าผลงานโดดเด่น เพราะบ้านเมืองช่วงวิกฤติ ทำให้แรงงานมาอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ เป็นครั้งแรกที่มีกลุ่มผู้นำแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นพวกรัฐวิสาหกิจ องค์กรแรงงานทั่วไปมารวมตัวกันเป็นหนึ่งจัดงานวันแรงงาน จากที่จะแยกกันหลายก๊กหลายพวก วิกฤติเศรษฐกิจที่คนตกงานเป็นล้านคน ทำให้เป็นปกติได้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เคยเอ่ยปากชมนโนบายของผมเรื่อง 3 ลด 3 เพิ่ม ผลงานไม่มีปัญหา แต่เค้าให้เหตุผลคือ เค้าอยากจะได้คนหนุ่มๆ เข้ามา เพื่อมีโอกาสทำงานบ้าง จะได้เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในอนาคต "นายไพฑูรย์ กล่าว

นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้พูดให้ฟังแล้ว ตนก็บอกไปว่าไม่มีปัญหา ในเมื่อมีนโยบายเช่นนั้น ก็ต้องทำตาม อย่างไรก็ตามยอมรับว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้โทรศัพท์มาหา แต่ก็คุยกันธรรมดา บอกว่าเสียใจด้วย ส่วนการตั้งพรรคใหม่เพื่อดูแลการเลือกตั้งในภาคเหนือนั้น เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ยังทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เป็น ส.ส.ช่วยพรรคประชาธิปัตย์ดูแล ส.ส.ในกลุ่มต่อไป.

ทูลเกล้าฯแต่งตั้ง 'ครม.มาร์ค5' 8เก้าอี้รัฐมนตรี


ที่มา ไทยรัฐ

นายกฯอภิสิทธิ์ กล่าวก่อนนำคณะบินร่วมประชุม World Economic Forum on East Asia ที่เวียดนาม ได้นำรายชื่อ "ครม.ใหม่" ขึ้นทูลเกล้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้ว...

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร กรมการขนส่งทหารบก ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมประชุม World Economic Forum on East Asia ณ นครโฮจิมินห์ โดยนายกฯ กล่าวว่า ได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ครม.อภิสิทธิ์5 ประกอบด้วย
- นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
- นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
- นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
- นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)
- นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี
- นายมั่น พันธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
- นายไชยยศ จิรเมธากรรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ