WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, June 12, 2010

ศพ "อ้วน บัวใหญ่" กับ แผนปรองดอง สมานฉันท์ รัฐบาล "อภิสิทธิ์"

ที่มา ข่าวสด


ขณะที่ ทางหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาร่ายยาวพร้อมทำจดหมายถึงประชาชน เรียกร้องในเรื่องการปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย

ทางหนึ่ง ก็มีปฏิบัติการยิงหัว นายศักรินทร์ กองแก้ว แกนนำเสื้อแดงที่บัวใหญ่

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า คนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพเชี่ยวชาญการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี เนื่องจากวิถีกระสุนเข้าเป้าทุกนัด

และน่าจะมีการเตรียมแผนระยะเวลาหนึ่ง

อันตรงกับรายงานของ "ไทยรัฐ" ว่า เมื่อ 3 วันก่อนมีชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายคนมีสีขับรถกระบะสีดำตระเวนสอบถามชาวบ้านเกี่ยวกับพฤติกรรมของ นายศักรินทร์ กองแก้ว

กลางดึกของคืนวันที่ 9 มิถุนายน ก็ปฏิบัติการ

รถกระบะสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทำทีเข้ามาสอบถามทาง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งคู่คนขับก็ชักปืนออกมาจ่อยิง 5 นัด

นายศักรินทร์ กองแก้ว ก็หงายหลังตกจากรถจักรยาน ยนต์ นอนหายใจรวยริน

ปฏิบัติการยิงหัว นายศักรินทร์ กองแก้ว ก็เช่นเดียวกับการล้มลงเหมือนใบไม้ร่วงจากการสลายการชุมนุม ณ แยกราชประ สงค์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

ทางหนึ่ง รัฐบาลยืนยันไม่มีคำสั่งให้ลั่นกระสุนเข้าใส่ประชาชน

ขณะเดียวกัน ทางหนึ่ง ก็รายงานว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายพร้อมอาวุธสงคราม ยิงใส่ทั้งประชาชนและทหาร

ปรากฏว่ามีทหารบาดเจ็บเพียง 1 คน

ขณะที่ประชาชนบาดเจ็บเกือบ 2,000 คน และเสียชีวิตรวมแล้วกว่า 80 ราย ที่น่าสลดใจคือการตายของ 6 ศพในเขตอภัยทาน วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร

ท่ามกลางสายตาและในความรับรู้ของประชาชนนับพัน

รัฐบาลและทหารยังยืนกระต่ายขาเดียวตราบ ณ วันนี้ว่า ทหารไม่ได้ยิงประชาชน หากแต่เป็นฝีมือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย เป็นฝีมือของผู้ก่อการร้าย

ราชประสงค์เป็นเช่นนี้ การตายของ นายศักรินทร์ กองแก้ว ที่บัวใหญ่ก็คงจะเป็นเช่นนี้

การตายของประชาชนเหมือนใบไม้ร่วงที่แยกราชประสงค์ถูกเมินเฉยจากคนส่วนใหญ่ของประเทศเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มีแต่สื่อและองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประเทศเท่านั้นที่ให้ความสนใจ

อาจเป็นเพราะเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการสลายการชุมนุมในทางสากล อาจเป็นเพราะมีสื่อและชาวต่างประเทศ ถูกจับ ถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

แต่ในหมู่คนไทยโดยเฉพาะคนกทม.มีความเฉยเมยต่อสภาพที่สูญเสียไปเหมือนกับไร้ค่า

ยิ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสภาทนายความ

กลับมองเหมือนกับคนบาดเจ็บและล้มตายเป็นคนร้าย และเห็นว่าเหมาะสมแล้ว

โอกาสที่การเสียชีวิตของ นายศักรินทร์ กองแก้ว ที่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา จะถูกปล่อยให้ผ่านเลยไปโดยจับมือคนร้ายไม่ได้และไม่สนใจติดตามผลเป็นอย่างสูงยิ่ง

ทั้งๆ ที่ นายศักรินทร์ กองแก้ว ก็เป็น "คน" ทั้งยังเป็น "คนไทย"

จึงอยากรู้เหมือนกันว่าแผนปรองดองที่รัฐบาลจะเสนอจะดำเนินไปอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่

หากทุกอย่างยังมีการเลือกฝ่าย หากทุกอย่างดำเนินไปโดยแบ่งแยกเสียแล้วว่าใครเป็นฝ่ายถูก ใครเป็นฝ่ายผิด ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถปรองดองกันได้

ปรองดองต้องเสมอภาค สร้างสรรค์ ปรองดองต้องดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรม

ปรองดอง

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ เหล็กใน




นายกฯ อภิสิทธิ์ออกทีวีพูลประกาศ "ปรองดอง" เพื่อปฏิรูปประเทศ

ประเด็นเนื้อหายังกว้างๆ แบบเปิดแพรคลุมป้าย

นับจากนี้ไปคงได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง คำว่าปรองดอง กันจนเบื่อ

ส่วนจะปรองดองได้หรือไม่ อย่างไรนั้น เวลาจะให้คำตอบ

ในฐานะเจ้าภาพ รัฐบาลต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนด้วยความจริงจัง และจริงใจ

ถอดหัวโขน เว้นการเมือง งดเอาชนะคะคาน

เป็นสุภาพบุรุษ?

แต่เพียงแค่วันแรกรัฐบาลก็แสดงออกถึง "ใจ" ว่า ไม่จริง!

ปากบอกปรองดอง ต้องการสมานฉันท์ กลับกระทำตรงกันข้าม

นายกฯ พูดปาวๆ ปรองดองๆ วันเดียวกันรัฐมนตรียุติธรรมสั่งตั้งกรรมการสอบฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ

แล้วจะแปลความว่าอย่างไร?

ใครสั่ง ใครฆ่า ใครตาย จำเป็นต้องชำระสะสาง ก็ใช่

กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย คดีต้องเป็นคดี ก็ถูก

แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ เวลานี้ มันผิดทั้งกาละ และเทศะ

คิดไม่ได้ อ่านไม่ออกจริงๆ หรือ?

รัฐบาลไม่ได้งี่เง่า โง่เขลา ฉลาดหลักแหลมจะตาย!

พจนานุกรมอธิบายความหมายปรองดอง ไว้ว่า

"ออมชอม, ประนีประนอม, ยอมกัน, ไม่แก่งแย่งกัน, ตกลงกันด้วยความไกล่เกลี่ย, ตกลงกันด้วยไมตรีจิต"

การนำประเด็นฆ่าตัดตอนขึ้นมา เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่าคิดอะไร เป้าหมายคือใคร

ถ้าอยากคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย

ถ้าต้องการคืนความชอบธรรมให้กับ 2,500 ศพ

ต้องไม่ใช่บรรยากาศอยากปรองดองอย่างตอนนี้!!

รัฐบาลเที่ยวเชิญชวนคนนั้นคนนี้ ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ สีนั้นสีนี้มาร่วมปรองดองสมานฉันท์

รัฐบาลเดียวกันกลับรื้อฟื้นคดีร้ายแรง นำคนตายตั้ง 2,500 ศพขึ้นมาเป็นประเด็น

ปรองดองภาษาอะไร? สมานฉันท์ประสาไหน?

มันทั้งตลก ชวนหัวเราะ ทั้งสังเวช สมเพช เวทนา

และยังสะท้อนถึงตัวตน จิตใจ สปิริตของคนในรัฐบาล

กระชับความหมายให้แคบเข้ามาหน่อย ก็สะท้อนคนประชาธิปัตย์นั่นแหละ

ตัวตน จิตใจ สปิริต เท่าไหร่ แค่ไหน อย่างไร??

ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 64 ปี ไม่เคยเปลี่ยน

นี่แหละยี่ห้อประชาธิปัตย์ของแท้!?

องค์กรสิทธิ์โลกโวย ล่ามโซ่! ชี้ละเมิดคนเจ็บ

ที่มา ข่าวสด


มาร์คอู้อี้ยังไม่มีรายงาน แม่เกดจี้แจงหัวกระสุน แฉ"ตุลย์"บีบถอดถอนตู่ ศาลสั่งปล่อยตัว"สมยศ"




เกินเหตุ - ภาพนายณัฐพล ทองคุณ กับนายจรัญ ลอยพูล เหยื่อกระสุนจากการสลายม็อบ 19 พ.ค. นอนรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ตำรวจแถมโดนล่ามโซ่ติดกับเตียงคนไข้ ทำให้องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์ออกมาประณามทางการไทย



องค์กรโลก "ฮิวแมนไรต์วอตช์" ประณามล่ามโซ่ 2 คนเจ็บนปช. กับเตียงคนไข้ ชี้ละเมิด สิทธิผู้บาดเจ็บ ระบุเป็นมาตรฐานสากลที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องแบบนี้ ควรใช้วิธีจัดห้องควบคุมพิเศษแทนการล่ามโซ่ตีตรวน ครส.ก็ชี้ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ควรใช้วิธีจัดจนท.ดูแลไม่ให้หลบหนีก็พอ ส่วนกก.สิทธิ์กลับบอกว่าจากภาพข่าวยังไม่รู้ละเมิดหรือไม่ ต้องรอให้ผู้เสียหายร้องเสียก่อน รองผบช.น.ยันล่ามโซ่ไม่ผิด เป็นระเบียบปกติกันหลบหนี มาร์คอู้อี้ยังไม่ได้รับรายงาน แม่น้องเกดย้ำสู้ตายเพื่อพิสูจน์หัวกระสุนในศพลูกสาว ย้ำชัดหมอตุลย์บีบให้เซ็นชื่อถอดถอน 3 ส.ส.เพื่อไทยจริงตอนไปรับเงินค่าทำศพลูก ผวามีตำรวจไปหาที่บ้านบ่อยๆ หมอพรทิพย์โร่เข้าทำเนียบฯ คาดรายงานผลชันสูตรศพน้องเกด ศาลสั่งปล่อยตัว "สมยศ" แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาฯ หลังศอฉ.ขอขยายเวลาควบคุมตัว

จากกรณีนายจรัญ ลอยพูล อายุ 39 ปี และนายณัฐพล ทองคุณ อายุ 20 ปี ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.ตำรวจ ปรากฏว่าโดนตั้งข้อหาฝ่า ฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วโดนล่ามโซ่ไว้กับเตียงคนไข้ โดยนายณัฐพลระบุว่า ถูกยิงที่หน้าสน. ลุมพินีเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ถูกยิงตามร่างกาย 3 นัด นัดแรกเป็นกระสุนปืนลูกซองที่หัวไหล่ซ้าย นัดที่ 2 โดนกระสุนปืนเอ็ม 16 ทะลุมือซ้าย และนัดที่ 3 โดนกระสุนปืนลูกซองที่ต้นขาซ้าย ส่วนนายจรัลบาดเจ็บที่แยกประตูน้ำ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ถูกยิงตามร่างกาย 2 นัด นัดแรกกระสุนปืนลูกซองเจาะฝังในขาซ้าย และนัดที่สองกระสุนปืนเอ็ม 16 เจาะข้อมือจนทะลุ ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

-เทือกยันล่ามโซ่ตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 11 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีภาพนายจรัญและนายณัฐพลโดนยิงด้วยลูกซองและเอ็ม 16 นอนรักษาตัวที่ร.พ.ตำรวจด้วยข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก. ฉุกเฉินและถูกล่ามโซ่ไว้กับเตียงคนไข้ว่า ไม่ทราบวิธีปฏิบัติว่าเขาต้องทำอย่างไร ตนไม่ได้ไปดูรายละเอียด แต่คนที่เป็นผู้ต้องหาก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อคดีไปถึงศาลเขาก็สามารถขอประกันตัวได้ แต่ตอนนี้การอายัด ควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาต้องทำตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นกำหนดให้ใช้แค่กุญแจมือเท่านั้นไม่ใช่ล่ามโซ่ไว้อย่างนี้ นายสุเทพกล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่าแต่ละคนถูกอายัดตัวในข้อหาอะไร เพราะมีหลายคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีออกมาแถลงแล้วว่าเขาควบคุมตัวใครด้วยข้อหาอะไร มีเป็นร้อย ตนจำไม่ได้ว่าใครเป็นอย่างไร

-ย้ำอีกเป็นผู้ก่อการร้ายชัดเจน

เมื่อถามว่า คดีก่อการร้ายถือว่าร้ายแรงทำไมไม่มีการรีบส่งฟ้องศาลโดยเร็ว แต่กลับถูกกักขังไว้นาน นายสุเทพ กล่าวว่า คดีก่อการร้ายเท่าที่ตนติดตามเข้าใจว่ามีผู้ต้องที่ถูกออกหมายจับประมาณ 38-39 คน และจับกุมตัวได้บ้าง มอบตัวบ้างประมาณ 20 คน ก็ส่งดำเนินคดีทันที เช่น นายจตุพรก็โดนข้อหาก่อการร้ายด้วย ก็สามารถประกันตัวไปได้ บางคนที่ศาลไม่ให้ประกันตัวก็อาจจะมี ตนไม่แน่ใจ แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่หน้าที่ตนที่จะลงลึกไปขนาดนั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าผู้ต้องหาก่อคดีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับตกเป็นเพียงผู้ก่อความไม่สงบ ในขณะที่กลุ่มนปช.ถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อการร้าย นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่ามาถึงวันนี้เราต้องปล่อยใจกันแล้ว เพราะถ้าเราเอามางัดกันเป็นแง่มุมทำให้คนรู้สึกแตกต่าง เข้าใจผิดกัน ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เรื่องที่เกิดขึ้นชัดเจน ประจักษ์ต่อสายตาคนไทยทั้งประเทศอยู่แล้ว มีคนถืออาวุธสงครามไล่ฆ่าประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ กลางเมืองหลวง เผาบ้าน เผาเมือง ถ้าไม่เรียกผู้ก่อการร้ายจะให้เรียกว่าอย่างไร เพราะคำว่าผู้ก่อการร้ายนั้นตนเป็นคนเรียก โดยเรียกตามคำนิยามของกฎหมาย ถ้าไปดูที่กฎหมายมาตราที่ว่าด้วยการก่อการร้ายจะเห็นชัดว่าพฤติ กรรมดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายที่ระบุ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตรงกับคำนิยามของการก่อการร้ายที่องค์การสหประชาชาติระบุเช่นกัน

-ตร.ชี้ต้องล่ามโซ่กันหลบหนี

วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. (ฝ่ายสืบสวน) เปิดเผยกรณีนายจรัญ และนายณัฐพลถูกใส่โซ่ล่ามว่า สำหรับนายจรัญ มีการแจ้งข้อหาหลายคดี ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมทั่วไปเยอะแยะเพราะเป็นสิทธิของเขา โดยนายจรัญเป็นการ์ดเสื้อแดง และช่วงชุมนุมได้กักตัวตำรวจที่ถ่ายรูปพร้อมยึดกล้องและหักเมมโมรี่การ์ดอีกด้วย เรื่องนี้เป็นระเบียบปกติเพราะเป็นผู้ต้องหา หากไม่ล่ามโซ่ก็อาจหนีได้ หากไม่เจ็บป่วยอยู่โรงพยาบาลก็ต้องไปเรือนจำแล้ว ที่ต้องล่ามโซ่เพราะเป็นผู้ต้องหา ตนก็เคยจับคดีจี้ ปล้น ข่มขืน และผู้ต้องหาอยู่ในโรงพยาบาลก็ทำเช่นนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรือกลั่นแกล้ง ส่วนที่ไปถ่ายรูปนั้นถือเป็นสิทธิ์ของสื่อมวลชน ตำรวจมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้หนีเท่านั้น การอนุญาตหรือไม่เป็นสิทธิ์ของโรงพยาบาล

-กก.สิทธิ์ยังไม่รู้ละเมิดหรือไม่

อ่านรายละเอียดทั้งหมด คลิ้กที่นี่

รอดถึงวันปรองดอง?

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_88932
อภิสิทธิ์


ฉากหนึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนบนโพเดียมเชิงบันไดตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อ่านจดหมายที่ร่างด้วยลายมือตัวเอง

เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยเข้าร่วมแผนปรองดองแห่งชาติ

แต่อีกฉากหนึ่งก็เป็นภาพนายศักรินทร์ กองแก้ว หรือ "อ้วน บัวใหญ่" แกนนำม็อบแดงโคราช ถูกคนร้ายที่เป็นชายฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต

ปมสังหาร โยงเกมไล่ล่าคนเสื้อแดงในต่างจังหวัด

ขัดอารมณ์กันโดยสิ้นเชิง

โดยจังหวะมันจึงเป็นอะไรที่น่าจะชกลมข้างเดียว ตามกระแสให้ราคามุกปรองดองของนายกฯอภิสิทธิ์ แค่หนังม้วนใหม่

สลับบทเล่น ยืดอายุรัฐบาล

ตามปรากฏการณ์ก็อย่างที่ "ตุ๊ดตู่" นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ซัดรัฐบาลพยายามสร้างภาพ สิ่งที่นายกฯอภิสิทธิ์ทำอยู่ในขณะนี้เป็นไปเพื่อต้องการกลบเกลื่อนคดีการสั่งปราบปรามประชาชน

โดยการพูดอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่ง

ตามคิวที่ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ต้องตอบคำถามนักข่าวกรณีที่รัฐบาลรื้อฟื้นคณะกรรมการอิสระตรวจสอบศึกษาและวิเคราะห์นโยบายปราบปรามยาเสพติดและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) หรือคณะกรรมการสอบการฆ่าตัดตอนขึ้นมาใหม่

ทำไมอยู่มาเกือบ 2 ปีถึงเพิ่งนึกได้ว่าจะทำเรื่องนี้

"เทพเทือก" ตอบเสียงอู้อี้ๆ เขาคงนึกมานานแล้ว แต่คงไม่ใช่เพราะรัฐบาลเกรงจะเสียเปรียบในการต่อสู้ทางการเมือง เรื่องการสั่งปราบปรามการชุมนุม

ย้อนศร ไล่บี้กันไม่ลดละ

โดยเหลี่ยมเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ในมุกปรองดองของ "อภิสิทธิ์" จับอารมณ์ได้ ทั้งรัฐบาล ทั้งเสื้อแดง ต่างฝ่ายต่างไม่จริงใจ และก็ไม่มีใครไว้ใจใคร

มุ่งปรองดองแค่ฝ่ายตัวเอง

และเท่าที่จับทางได้ โดยโปรแกรมที่นายกฯอภิสิทธิ์แบไต๋เองว่า แผนของการนำไปสู่ การปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศของเราให้หลุดพ้นจากภาวะวิกฤติและความรุนแรง และสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและบ้านเมืองที่ดีสำหรับประชาชนทุกคน มีข้อตกลงเป็นรายละเอียดที่นำไปสู่การปฏิบัติได้

มีความชัดเจนว่าแต่ละภาคส่วนในสังคม รวมทั้งรัฐบาลจะต้องให้การสนับสนุนกระบวนการต่างๆอย่างไร และเสร็จทันภายในสิ้นปี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนดีลไว้แค่สิ้นปี เงื่อนเวลาก็บังเอิญพอดิบพอดีกับคิวที่นายกฯอภิสิทธิ์แบไต๋กับนักข่าวต่างประเทศ จะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ต้นปีหน้า

ถ้ารับมัดจำตามมุกปรองดองแห่งชาติ ก็หมายถึงว่า เวลาอีกครึ่งปีนับจากนี้ รัฐบาลก็ตีตั๋วยาวอยู่กันแบบ
เบาตัว

ตีพุงรอเลือกตั้งใหม่

เอาเป็นว่า มาถึงนาทีนี้ "อภิสิทธิ์" ได้กลายเป็น "คู่ขัดแย้ง" เต็มตัว ในความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้วจากการสลายผู้ชุมนุมเสื้อแดง ท่ามกลางเสียงทวงถามความรับผิดชอบ โดยสภาพของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ยังนั่งอยู่ในอำนาจ

"อภิสิทธิ์" พูดเรื่องปรองดอง ยังไงก็ไม่เกิดภาพของความ ชอบธรรม

อย่างดีก็ได้แค่ปั่นภาพพระเอกได้ชั่วครู่ชั่วยาม

แต่ก่อนอื่นเลย ต้องลุ้นเดิมพันเป็นเดิมพันตายคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

ล่าสุด ก็เป็นนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ตั้งโต๊ะแถลงเคลียร์คิวให้เสร็จสรรพ ซัดอดีตบิ๊กดีเอสไอชักใยป่วนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

จัดฉากดิสเครดิต กดดันคดี

นัยว่าช่วยประคองกระแส เคลียร์อารมณ์ค้างคาใจของสังคมที่กำลังพุ่งเป้าไปที่อาการดิ้นของนักโทษประหาร ไฟต์บังคับให้เล่นกันทุกวิถีทาง

โดยจังหวะต้องใส่กันทุกกระบวนท่า มันก็จับทางได้

ประชาธิปัตย์ก็ไม่มั่นใจ จะรอดไปถึงวันปรองดอง.


ทีมข่าวการเมือง

ปาหี่ลวงโลก

ที่มา ไทยรัฐ


การเมืองที่ไร้จุดยืนไร้อุดมการณ์และจิตสำนึกที่มีต่อ ประชาชน เจ้าของประเทศตัวจริง ย่อมมีจุดบกพร่องที่จะนำไปสู่ความวุ่นวายของบ้านเมืองไม่มีที่สิ้นสุด เพราะประเทศกลายเป็น สนามการชิงอำนาจทางการเมือง ของกลุ่มขั้วอำนาจ ประชาชนเป็นแค่ตัวประกัน ถูกสั่งซ้ายหันขวาหันไปวันๆ

กรณีขยายถนนขึ้นเขาใหญ่ ครม.สั่งระงับการขยายเส้นทาง ที่ยังเหลืออยู่อีกไม่กี่กิโลเมตร ส่วนที่แล้วก็ให้แล้วไปไม่ติดใจเอาความ นายกฯ ก็หน้าบาน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็หน้าบาน แล้วถามว่าชาวบ้านได้อะไร บรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ออกมาต่อต้านได้อะไร ไม่ให้ตัดถนนตรงนี้ก็ไปตัดตรงโน้น จับได้ไล่ทันก็สั่งระงับพอเป็นพิธี เอาหน้า สร้างภาพสำเร็จถือว่าแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

กรณีคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาถอดอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยาออกจากมรดกโลก เชื่อขนมกินได้ว่า แม้ในที่สุดจะถูกถอดจริงๆ รัฐบาล กระทรวงวัฒนธรรมก็ไม่สะดุ้งสะเทือนแต่ถ้ากลายเป็นเรื่องใหญ่พาดหัวข่าวเมื่อไหร่ รัฐบาล กระทรวงวัฒนธรรมก็จะออกมาดิ้นอ้างโน่นอ้างนี่
แล้วก็เลิกรากันไป

กรณีเขาพระวิหาร รัฐบาลชุดนี้สมัยเป็นฝ่ายค้านจะเป็นจะตาย พันธมิตรฯก็จะเป็นจะตาย นักวิชาการมีสีก็จะเป็นจะตาย วันนี้พอเป็นรัฐบาลเท่านั้น เรื่องนี้ไม่อยู่ในสายตา สู้ทุ่มเทกำลังไล่ล่าทักษิณ สนุกกว่าเยอะ

ยุคนี้กองทัพสบายแฮไป จะจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ จะเบิกงบลับงบพิเศษพิสดารอะไร รัฐบาลไม่กล้าหือ เรื่องตลกก็คือ เรือเหาะตรวจการณ์ ที่จะไปใช้ในพื้นที่ภาคใต้ แค่คิดก็ฮาแล้ว กองทัพบกรีบชี้แจงว่า เรือเหาะที่ว่าบินได้จริง สูงถึง 3 กิโลเมตร แต่ว่าต้องดูทิศทางลมด้วย ทั้งนี้จะบรรทุกกล้อง 2 ตัวกับเจ้าหน้าที่ได้อีก 4 คนสำหรับตรวจการณ์ดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงกันข้าม ราคาไม่ต้องพูดถึงเพราะหน่วยราชการมีเทคนิคพิเศษที่จะซื้อแพงกว่าชาวบ้านทั่วไปอยู่แล้ว

ปัญหาก็คือว่า จะมีความปลอดภัยแค่ไหน มีประสิทธิภาพคุ้มค่าหรือไม่ เพิ่งอ่านข่าวล่าสุดนักรบตาลีบันสอยเฮลิคอปเตอร์อเมริกันตกทหารเสียชีวิตไป 4 นาย ขอย้ำอีกทีว่าเป็น ฮ. ไม่ใช่เรือเหาะ ว้าเหว่

รัฐบาลดำเนินกิจกรรมนำไปสู่แผนปรองดองแห่งชาติ ระดมความคิดเห็นกันยกใหญ่ ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าที่ตั้งกันมาแต่ละชุดก็พอจะรู้ว่า ใครเป็นใคร และมองไปไกลถึงวาระสุดท้ายของแผนปรองดองแห่งชาติ

พฤติกรรมมือถือสากปากถือศีลอย่างไรเสียก็ไม่มีวันปรองดองหน้าฉากอยากได้สันติภาพ หลังฉากส่งกำลังเจ้าหน้าที่ ศอฉ. เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าประชาชนที่เป็นศัตรูไม่หยุดหย่อน ปลาเล็กปลาน้อยก็ไม่เว้นถูกจับเรียบ อยากให้โลกมีความสงบสุข แต่ส่งเสริมโรงงานผลิตอาวุธ แค่ปาหี่เล่นกลไปเรื่อยๆ.

"หมัดเหล็ก"

การ์ตูน เซีย 12/06/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูน เซีย

‘ฟีฟ่า’ฝืด

ที่มา บางกอกทูเดย์


เหมือนจะคล้ายๆ กัน... ระหว่าง “การเมือง” กับ “ฟุตบอล” เพราะทั้งสองสิ่งนี้ เรียกความสนใจจากคนไทยได้อย่างมหาศาล!! “เด็กเล็ก” และ “ผู้หญิง” กลายเป็นสมาชิกในกลุ่มผู้ชุมนุม หรือ “ม็อบ”มากกว่าผู้ชายซะอีก แถมสามารถอธิบายและวิจารณ์ “การเมือง” ได้อย่างละเอียดยิบ!! “หญิงไทย”สมัยใหม่ ใช่แค่ “มือแกว่งดาบ-ปากแกว่งเปล”อย่างในอดีตแล้ว ในขณะที่ “ฟุตบอล” สร้างความไข้แดก ให้กับคนทั้งโลกคือ “ฟีเว่อร์” ผู้จัดคือ “ฟีฟ่า” มองการณ์ไกลในทิศทางที่ดี ให้ความใส่ใจกับ “เด็กเล็ก” เพราะถือว่า ยุวชน เหล่านี้

ชอบกีฬาฟุตบอลจะเห็นได้ว่า ทุกครั้งที่นักฟุตบอลระดับโลก จะต้องเดินเคียงคู่มากับ “เด็ก” ที่ทางฟีฟ่าจัดไว้ พร้อมประกาศไว้ทุกแมทซ์ว่า จะต้องเล่นบอลกันอย่างยุติธรรม!! เพื่อเป็นการ “ย้ำฝังลึก” ให้เข้า สู่จิตใจเด็ก ตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อโตขึ้นมา จะได้ไม่ต้องมาเป็น “ขยะพลเมือง” ของโลกต่อไป ที่สำคัญ “ฟีฟ่า”

นอกจากจะจัดการแข่งขันแล้ว ยังเป็นผู้จัดการเรื่อง “กรรมการเป็นกลาง” ที่จะต้องเฟ้นหาเป็นระดับสุดยอดจริงๆ เพราะหากกรรมการไม่เป็นกลางแล้ว “เกมส์ฟุตบอล”จะหมดสนุกทันที!! และจะสร้าง “ความอึดอัด” ให้กับ “กองเชียร์” และผู้ชมส่วนกลางเป็นอย่างยิ่ง ทีมของ “กรรมการ” คือ “ทีมที่สาม” นอกจาก

“สองทีม” ที่แข่งกันในสนาม “การเมือง” กับ “ฟุตบอล” มาสลับกันนิดๆ ถือว่านิมิตรที่ดีอย่างยิ่ง เพราะช่วยการเบี่ยงเบนความสนใจกับสิ่งร้ายๆ ได้มากกว่าที่รัฐบาลจะแก้ไข และเป็นช่วงที่ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังออกมาเร่งแผนปรองดอง เพื่อให้คนในชาติ “สามัคคี”กันใหม่เพื่ออนาคตของประเทศชาติ

จะเป็น “แผนปรองดอง” หรือ “จับมาดอง” ก็ต้องดูกันต่อไป เพียงแค่ส่งตัว “กรรมการ”ออกลงมาวิ่งในสนาม คนก็ครางกันฮือเพราะ คณิต ณ.นคร รู้ๆกันอยู่ในอดีตทำอะไรไว้ให้ค้างคาใจ ฝ่ายตรงข้าม.. สงสัยได้ดูบอลฝืดๆ อีกซะละมั้ง ฝ่ายนึง11คน และ อีกฝ่ายใช้14คน..ไม่อาย “ฟีฟ่า” บ้างหรือครับ!!

พูดเป็นต่อยหอย!!

ที่มา บางกอกทูเดย์


พูดเป็นต่อยหอย!!
“บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” รมช.มหาดไทย แห่ง พรรคภูมิใจไทย พูด “ปล่อยไก่” ช่างบ่อย ดูแล้วช่วงนี้ พูดเอง! เออเอง! ชงเอง! กินเอง! จนเป็นนิสัย?...อยู่ ๆ “รัฐมนตรีบุญจง” หยอด เป็นตุเป็นตะ สส.พรรคเพื่อแผ่นดิน “กลุ่มพญานาค” ของ “พินิจ จารุสมบัติ” มุดมุ้งดอดเข้าไปผสมพันธุ์ อยู่กับ “ภูมิใจไทย” “อดีตรัฐมนตรีพินิจ”..อยากดีดปาก เพราะเป็นเรื่อง เหลวไหล ยืนยัน จาก พญาบอสกลุ่มพญานาค “คุณพี่พินิจ” ซึ่งเดินทางกลับจากจีนเมื่อวันวาน....ยังต่อปลั๊ก รักกันแน่นปึ๊ก กับ “กลุ่มโคราช” ของ “ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี” เป็นอย่างดี และยังจับมือเป็นหนึ่งเดียวกัน ..ไม่มีการแตกคอ ย้ายขั้วสลับข้างไปซบ “พรรคภูมิใจไทย” ให้เสียศักดิ์ศรี!!! “รัฐมนตรีบุญจง”เลิกตีขุม......พูดแบบเดาสุ่ม? ..ไม่คุ้ม กับเกียรติแห่งรัฐมนตรี??
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“ความจริง” ย่อมเป็น “ความจริง”
“คุณพี่ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง” อดีตรมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ผู้เป็นเทวดาตกสวรรค์มาหมาด ๆ ใหม่ ๆ ...เป็นผู้มีผลงาน สร้างสรรค์อลังการ ที่โดดเด่น เป็นอย่างยิ่ง “กระทรวงอุตสาหกรรม” ใต้คอนโทรล สั่งการ กำกับการ ดูแล ของ “อดีตรัฐมนตรีชาญชัย” แสนยอดเยี่ยมกระเทียมดอง.. มีคนขอมาลงทุน เดือนละ หมื่นล้าน แสนล้าน จนเศรษฐกิจไทยกระฉูด พุ่งไม่หยุด เสร็จสรรพ “ผลงานเลิศ”...แต่ถูกไล่ตะเพิด เป็นได้ไงกันขอรับ นี่เป็น ความสามารถโดยเฉพาะตัว ของ “พรรคเพื่อแผ่นดิน” ที่บริหาร “กระทรวงอุตสาหกรรม” ด้วยความสามารถล้วน ๆ ..ไม่เกี่ยวกับ “สรยุทธ เพ็ชรตระกูล” ผู้ช่วย รมต.อุตสาหกรรม ..พอ “รัฐมนตรีชาญชัย” พ้นตำแหน่ง “ผู้ช่วย รมต. สรยุทธ” ก็บึ่งไปรับใช้ “พรรคภูมิใจไทย” ของ “ซุเปอร์ห้อย” ไม่รอรี!!! พอ “เพื่อแผ่นดิน” ไม่มีอำนาจ...ก็ทิ้งหนีตัดขาด...อุ้ยไม่มีมาทยาทเลยนะนี่????
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ไม่รู้จัก อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน
อดใจ ไม่ผลีผลาม ด่วนเร็วใจง่าย ล่ะก้อ.. “ไชยยศ จิรเมธากร” สส.พรรคเพื่อแผ่นดินที่แตกฝูง คงไม่ต้องตำแหน่งต๊อกต๋อย เป็นแค่ “รัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ” เพราะเป้าหมายตำแหน่งใหญ่นั้น.. “อดีตรัฐมนตรีพินิจ จารุสมบัติ” คนปั้น กะให้ “รัฐมนตรีไชยยศ” ก้าวเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” กระทรวงใหญ่กระทรวงหนึ่ง แต่นี่ชิงสุกก่อนหาม....จึงได้ตำแหน่งต่ำ อย่างคาดไม่ถึงเป็นเพียง “รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ” วัน ๆ จับเจ่า ๆ นั่งตบยุงแก้เซ็ง!! อนาคตน่าเรืองรอง...กับต้องหมอง..เป็นแค่ “รัฐมนตรีมือสอง” เท่านั้นเอง???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ไม่เคลื่อนไหวอันดับ
ทำตัวเงียบเฉียบ เหมือนอยู่ในป่าช้า .. สำหรับ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรครวมชาติพัฒนา ไงเล่าครับ??? เฉพาะพื้นที่เขตเลือกตั้ง จังหวัดนครราชสีมา ..ซึ่งเป็นฐานเดียว เขตเดียว ที่ “พรรครวมชาติพัฒนา” จะได้สส. ๑๗ เก้าอึ้ผู้แทนจังหวัดนี้.....”คุณพี่สุวัจน์” จะแพ้เรียบ ไม่เหลือหรอ หากยังปล่อยให้ “พรรคภูมิใจไทย” ของ “เนวิน ชิดชอบ” และ “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” รมช.มหาดไทย ขยายพื้นที่ กระชับพื้นที่ กินแดน ลุกลามเข้าไปในเขตเลือกตั้ง ที่ “สุวัจน์ ” ดูแลอยู่ “ภูมิใจไทย”เร่งสปีด....ตั้งเป้าเพื่อพิชิต...ดับ “สุวัจน์”ให้สนิท อย่างไม่มีทางสู้???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

กฎหมายศรีธนญชัย
แล้ว นักธุรกิจ ผู้บริหารชั้นนำ ของ ประเทศญี่ปุ่น เตรียมย้ายฐานการผลิตรถไปอยู่ที่อินโดนิเซีย พ้นออกจากพื้นที่ แผ่นดินไทย เพราะเขาไม่อยากอยู่ใต้อาณัติ “กฎหมายไทย” ที่เป็นเหมือนไม้หลักปักขี้เลน “นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”......ไทยจะเสียหาย ล้มละลายเหมือนตายทั้งเป็น คนงานไทย ที่ทำอยู่ใน “บริษัทโตโยต้า” กว่า ๒ ล้าน เหยียบ ๓ ล้านคน ตกต้องงาน....อันมาจาก “ต่งชาติ” ไม่เชื่อในน้ำยา ของ “กฎหมาย” ที่ชี้ถูกชี้ผิด ตามใจของผู้มีอำนาจบริหารประเทศ...หาก “บริษัทญี่ปุ่น” เกิดคดีความกับ “รัฐบาลไทย” แล้วใช้กฎหมายอย่างไร้มาตรฐาน เขามีแต่เสียเปรียบ...อย่างเช่นกฎหมายยุบพรรคนั้น ถ้าเป็นพรรคอื่น ก็ล้มอย่างระเนระนาด แต่เป็น “พรรคประชาธิปัตย์” กับอยู่ได้สบายแฮ!!! “ต่างชาติ”พากันหนีหาย....เพราะเซ็งกฎหมายไทย...ที่ไร้ประสิทธิภาพ ยอดจะแย่????
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ฮาร์ดคอร์ – ซอฟต์คอร์

ที่มา บางกอกทูเดย์


เงียบเชียบ...สำหรับความเคลื่อนไหวของแกนนำเสื้อแดงทั้งสาย ฮาร์ดคอร์ และ ซอฟต์คอร์ โดยเฉพาะฮาร์ดคอร์ “ตัวกลั่น” ที่ประกอบด้วย “กี้” อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับ “แรมโบ้อีสาน” สุพร อัตถาวงศ์ ไม่มีใครรู้ว่า...ทั้งสองคน “เป็นตายร้ายดี ” หลบซ่อนตัวที่ไหน กินนอนอย่างไร? รู้แต่เพียงข่าวคราวล่าสุดของทั้งคู่ที่จะ “เข้ามอบตัว” ต่อเมื่อรัฐบาลประกาศ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในขณะที่แกนนำซอฟต์คอร์ วีระ มุสิกพงศ์

นพ.เหวง โตจิราการ และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พวกเขาถูกจองจำตากอากาศที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ทั้งหมดไม่น่าเป็นห่วง...เพราะอยู่ในความดูแลของ “เจ้าหน้าที่รัฐ” แตกต่างกับ “กี้” และ “แรมโบ้” ที่ต้องเผชิญชะตากรรมข้างนอกเพียงลำพัง...ท่ามกลางกระแสข่าวการ “ตามเก็บ” แกนนำคนอื่น...ชนิดถูกยิงเป็นใบไม้ร่วง

ถึงตรงนี้ทำให้ผมคิดต่อยอดเกี่ยวกับ “การดำเนินคดี” ที่ภาครัฐต้องสั่ง “ลงหวาย” กับแกนนำที่เข้ามอบตัว ผมนึกย้อนไปถึง “คดีดัง” ในอดีตทั้ง คดีกล้ายาง คดีตัดสินยุบพรรค รวมไปถึง คดีทำกับข้าว ของอดีตนายกรัฐมนตรี “สมัคร สุนทรเวช” แทบทุกคดี “ผลลพธ์” ที่ออกมาเหมือน “ใจคิด” ของใครหลายคน...

ซึ่งนั่นอาจเป็น “ความบังเอิญ” ที่หากต้องคิดพิจารณาเรื่องนี้จริงๆ ก็ควรปล่อยใจตนให้ว่าง แล้วผลลัพธ์ “คดีแกนนำเสื้อแดง” ที่ออกมาจะเป็นอย่างไร? ผมเชื่อว่า...แกนนำฮาร์ดคอร์จะถูกดำเนินคดี...ในขณะที่ซอฟต์คอร์จะหลุด เพราะการทำตามข้อเสนอของรัฐบาล คือ การเข้ามอบตัว และ การยุติการชุมนุม

รัฐบาลรู้ว่า...แกนนำซอฟต์คอร์นั้นสามารถคุยกันได้ จำได้หรือไม่? วันโต้วาทีระหว่าง เสื้อแดง กับ รัฐบาล ใครกัน? ที่เป็นตัวกลางคอยประสานงานให้ ฝั่งรัฐบาลมี กอร์ปศักดิ์ กับ ชำนิ ส่วนฝั่งเสื้อแดงมี นพ.เหวง กับ วีระ บางทีการคาดคะเนของผมอาจผิดพลาด...แต่ก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้กับ คดีแกนนำ นปช.

ที่กลายเป็นว่าอาจมี “ที่ว่าง” สำหรับแกนนำซอฟต์คอร์ ใครบ้างที่อยากคุยกับคนที่ตัวเอง “คุยไม่รู้เรื่อง” สู้คุยกับคนที่พูด “ภาษาเดียวกัน” ไม่ดีกว่าหรือ “ชะตากรรม” ที่แตกต่างของ “ครอบครัวราชประสงค์” จะเป็นอย่างไร...เป็นเรื่องน่าติดตาม!

ขอประเทศไทยคืน

ที่มา บางกอกทูเดย์


ฝ่ายหนึ่งก็ว่า...จะไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้าย ฝ่ายหนึ่งก็ว่า..จะไม่ปรองดองกับฆาตกร ก็แปลว่า..สองฝ่ายรวมกันก็คือ ผู้ก่อการร้ายกับฆาตกร...นั่นคือฝันร้ายของประชาชนคนไทย..ทั้งพวกที่มั่งมีศรีสุขและพวกที่ยังหาเช้ากินค่ำ..เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นขอทานหรือมหาเศรษฐฐี..คุณก็คือคนที่จะต้องอยู่ในประเทศนี้..ประเทศที่มีแต่..ผู้ก่อการร้ายและฆาตกร เราคนไทยเสียดายกันมานานเกินพอแล้วสำหรับโอกาศดีๆ ที่ประเทศนี้จะเติบโตยิ่งใหญ่ไล่เท่าเดินเคียงกับชาติร่ำรวยอย่าง เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือไต้หวัน..

เราคนไทยน่าจะดีใจกันซะทีที่..ผู้ก่อการร้ายกับฆาตกร..จะเผชิญหน้ากันและสู้รบกันจนกว่าจะวอดวายตายจากไปทั้ง 2 พวก..และต้องสนับสนุนให้เร่งฆ่าเร่งทำลายกัน..เพราะเราเชื่อจากประสพการณ์ว่า..ความแหลกเหลวจากการต่อสู้ในสงครามนั้น..เราสามารถสถปนากลับมาได้..และในบางกรณีย์ยังกลับทำให้สวยงาม

ยิ่งขึ้นไปอีก..ไม่เชื่อคอยดูว่า..โรงหนังสยามกับเซ็นทรัลเวิร์ดที่จะสร้างกหันขึ้นมาใหม่นั้น..รับรองได้ว่าสวยและทันสมัยกว่าของเก่าอย่างแน่นอน แต่..การคุมเชิงกันอย่างยาวนาน ไม่สู้ไม่ฆ่าไม่ทำสงครามให้เบ็ดเสร็จต่อกันนั้น กลับเป็นอันตรายและสร้างหายนะมากกว่า ถ้าญวนเหนือไม่รบจนชนะเวียดนามใต้..

ป่านนี้คนญวนก็คงอยู่ในนรกหมกไหม้..ไม่ใช่ประเทศของประชาชนมีมวลแห่งความสุขเหนือชั้นกว่าประเทศไทย..เช่นเดียวกันกับ กัมพูชาและลาว...ถ้าฝ่ายทางด้ามปืนชี้หน้าด่ากราดผู้ถูกสังหารว่าก่อการร้าย..และผู้ล้มตายชี้หน้าผู้เข่นฆ่าว่าฆาตกร..แผ่นดินนี้คงทวีทับถมกันลงไปบนกองศพไม่มีวันสิ้นสุด..

ปรองดองไม่ใช่แค่วลีทางการเมือง..ฆาตกรรมที่มีกฏหมายรองรับ..ก็ไช่ว่า..จะเป็นเช่นว่าไปชั่วกัลปาวสาน..อัลเบร์โต เคนโย ฟูจิมูริ..อดีตประธานาธิบดีแห่งเปรู..ตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าใคร..ขอประเทศไทยคืนเถิดครับ..ทั้งจากผู้ก่อการร้ายและฆาตกร