ที่มา ข่าวสด
ทางหนึ่ง ก็มีปฏิบัติการยิงหัว นายศักรินทร์ กองแก้ว แกนนำเสื้อแดงที่บัวใหญ่
เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า คนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพเชี่ยวชาญการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี เนื่องจากวิถีกระสุนเข้าเป้าทุกนัด
และน่าจะมีการเตรียมแผนระยะเวลาหนึ่ง
อันตรงกับรายงานของ "ไทยรัฐ" ว่า เมื่อ 3 วันก่อนมีชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายคนมีสีขับรถกระบะสีดำตระเวนสอบถามชาวบ้านเกี่ยวกับพฤติกรรมของ นายศักรินทร์ กองแก้ว
กลางดึกของคืนวันที่ 9 มิถุนายน ก็ปฏิบัติการ
รถกระบะสีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทำทีเข้ามาสอบถามทาง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งคู่คนขับก็ชักปืนออกมาจ่อยิง 5 นัด
นายศักรินทร์ กองแก้ว ก็หงายหลังตกจากรถจักรยาน ยนต์ นอนหายใจรวยริน
ปฏิบัติการยิงหัว นายศักรินทร์ กองแก้ว ก็เช่นเดียวกับการล้มลงเหมือนใบไม้ร่วงจากการสลายการชุมนุม ณ แยกราชประ สงค์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม
ทางหนึ่ง รัฐบาลยืนยันไม่มีคำสั่งให้ลั่นกระสุนเข้าใส่ประชาชน
ขณะเดียวกัน ทางหนึ่ง ก็รายงานว่ามีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายพร้อมอาวุธสงคราม ยิงใส่ทั้งประชาชนและทหาร
ปรากฏว่ามีทหารบาดเจ็บเพียง 1 คน
ขณะที่ประชาชนบาดเจ็บเกือบ 2,000 คน และเสียชีวิตรวมแล้วกว่า 80 ราย ที่น่าสลดใจคือการตายของ 6 ศพในเขตอภัยทาน วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร
ท่ามกลางสายตาและในความรับรู้ของประชาชนนับพัน
รัฐบาลและทหารยังยืนกระต่ายขาเดียวตราบ ณ วันนี้ว่า ทหารไม่ได้ยิงประชาชน หากแต่เป็นฝีมือกองกำลังไม่ทราบฝ่าย เป็นฝีมือของผู้ก่อการร้าย
ราชประสงค์เป็นเช่นนี้ การตายของ นายศักรินทร์ กองแก้ว ที่บัวใหญ่ก็คงจะเป็นเช่นนี้
การตายของประชาชนเหมือนใบไม้ร่วงที่แยกราชประสงค์ถูกเมินเฉยจากคนส่วนใหญ่ของประเทศเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มีแต่สื่อและองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างประเทศเท่านั้นที่ให้ความสนใจ
อาจเป็นเพราะเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการสลายการชุมนุมในทางสากล อาจเป็นเพราะมีสื่อและชาวต่างประเทศ ถูกจับ ถูกยิงบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง
แต่ในหมู่คนไทยโดยเฉพาะคนกทม.มีความเฉยเมยต่อสภาพที่สูญเสียไปเหมือนกับไร้ค่า
ยิ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสภาทนายความ
กลับมองเหมือนกับคนบาดเจ็บและล้มตายเป็นคนร้าย และเห็นว่าเหมาะสมแล้ว
โอกาสที่การเสียชีวิตของ นายศักรินทร์ กองแก้ว ที่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา จะถูกปล่อยให้ผ่านเลยไปโดยจับมือคนร้ายไม่ได้และไม่สนใจติดตามผลเป็นอย่างสูงยิ่ง
ทั้งๆ ที่ นายศักรินทร์ กองแก้ว ก็เป็น "คน" ทั้งยังเป็น "คนไทย"
จึงอยากรู้เหมือนกันว่าแผนปรองดองที่รัฐบาลจะเสนอจะดำเนินไปอย่างไร เป็นไปได้หรือไม่
หากทุกอย่างยังมีการเลือกฝ่าย หากทุกอย่างดำเนินไปโดยแบ่งแยกเสียแล้วว่าใครเป็นฝ่ายถูก ใครเป็นฝ่ายผิด ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถปรองดองกันได้
ปรองดองต้องเสมอภาค สร้างสรรค์ ปรองดองต้องดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรม
เหมือนจะคล้ายๆ กัน... ระหว่าง “การเมือง” กับ “ฟุตบอล” เพราะทั้งสองสิ่งนี้ เรียกความสนใจจากคนไทยได้อย่างมหาศาล!! “เด็กเล็ก” และ “ผู้หญิง” กลายเป็นสมาชิกในกลุ่มผู้ชุมนุม หรือ “ม็อบ”มากกว่าผู้ชายซะอีก แถมสามารถอธิบายและวิจารณ์ “การเมือง” ได้อย่างละเอียดยิบ!! “หญิงไทย”สมัยใหม่ ใช่แค่ “มือแกว่งดาบ-ปากแกว่งเปล”อย่างในอดีตแล้ว ในขณะที่ “ฟุตบอล” สร้างความไข้แดก ให้กับคนทั้งโลกคือ “ฟีเว่อร์” ผู้จัดคือ “ฟีฟ่า” มองการณ์ไกลในทิศทางที่ดี ให้ความใส่ใจกับ “เด็กเล็ก” เพราะถือว่า ยุวชน เหล่านี้
ชอบกีฬาฟุตบอลจะเห็นได้ว่า ทุกครั้งที่นักฟุตบอลระดับโลก จะต้องเดินเคียงคู่มากับ “เด็ก” ที่ทางฟีฟ่าจัดไว้ พร้อมประกาศไว้ทุกแมทซ์ว่า จะต้องเล่นบอลกันอย่างยุติธรรม!! เพื่อเป็นการ “ย้ำฝังลึก” ให้เข้า สู่จิตใจเด็ก ตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อโตขึ้นมา จะได้ไม่ต้องมาเป็น “ขยะพลเมือง” ของโลกต่อไป ที่สำคัญ “ฟีฟ่า”
นอกจากจะจัดการแข่งขันแล้ว ยังเป็นผู้จัดการเรื่อง “กรรมการเป็นกลาง” ที่จะต้องเฟ้นหาเป็นระดับสุดยอดจริงๆ เพราะหากกรรมการไม่เป็นกลางแล้ว “เกมส์ฟุตบอล”จะหมดสนุกทันที!! และจะสร้าง “ความอึดอัด” ให้กับ “กองเชียร์” และผู้ชมส่วนกลางเป็นอย่างยิ่ง ทีมของ “กรรมการ” คือ “ทีมที่สาม” นอกจาก
“สองทีม” ที่แข่งกันในสนาม “การเมือง” กับ “ฟุตบอล” มาสลับกันนิดๆ ถือว่านิมิตรที่ดีอย่างยิ่ง เพราะช่วยการเบี่ยงเบนความสนใจกับสิ่งร้ายๆ ได้มากกว่าที่รัฐบาลจะแก้ไข และเป็นช่วงที่ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังออกมาเร่งแผนปรองดอง เพื่อให้คนในชาติ “สามัคคี”กันใหม่เพื่ออนาคตของประเทศชาติ
จะเป็น “แผนปรองดอง” หรือ “จับมาดอง” ก็ต้องดูกันต่อไป เพียงแค่ส่งตัว “กรรมการ”ออกลงมาวิ่งในสนาม คนก็ครางกันฮือเพราะ คณิต ณ.นคร รู้ๆกันอยู่ในอดีตทำอะไรไว้ให้ค้างคาใจ ฝ่ายตรงข้าม.. สงสัยได้ดูบอลฝืดๆ อีกซะละมั้ง ฝ่ายนึง11คน และ อีกฝ่ายใช้14คน..ไม่อาย “ฟีฟ่า” บ้างหรือครับ!!
